The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างบรรยากาศการจัดการในชั้นเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suriyasaifan, 2022-09-14 23:32:54

การสร้างบรรยากาศการจัดการในชั้นเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

การสร้างบรรยากาศการจัดการในชั้นเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

1

การสรา งบรรยากาศการจดั การในชั้นเรียนใหผเู รยี นเกดิ การเรยี นรู

ความหมายของบรรยากาศของชัน้ เรยี น

การจดั บรรยากาศในชนั้ เรียนหมายถงึ การจดั สภาพแวดลอมในชน้ั เรียนใหเอ้ืออํานวยตอการ
เรียนการสอน เพื่อชว ยสง เสริมใหก ระบวนการเรยี นการสอนดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพ และชวย
สรา งความสนใจใฝร ู ใฝศ กึ ษา ตลอดจนชวยสรางเสรมิ ความมรี ะเบียบวนิ ัยใหแ กผเู รยี น

องคป ระกอบท่ีมีผลตอ บรรยากาศในช้ันเรยี น

โดยทั่วไปการเรียนการสอนมีองคประกอบสําคัญที่เก่ียวของกัน 3 ประการคือ ครูผูสอน
ผูเรยี น และปฏสิ ัมพนั ธระหวา งครูผูสอนกับผูเรยี น

ครูผสู อน เปนองคประกอบท่ีสําคัญย่ิงในการจัดการเรียนการสอน เพราะจะเปนผูกําหนด
บรรยากาศเกีย่ วกบั การเรยี นการสอนแตล ะคร้ังใหเ ปนไปในลกั ษณะอยา งไร

ผเู รยี น มสี วนตอ บรรยากาศในช้ันเรียนดวยเชนกัน พฤติกรรมของผูเรียนไมวาจะเปนความ
สนใจ ทาทีของการแสดงพฤติกรรม แรงจูงใจ ความรวมมือ การมีวินัย ความเช่ือม่ัน การเห็นคุณคา
ของตนเอง ตลอดจนการเคารพใหเกียรติผอู ่นื โดยเฉพาะกับครู เปน ผลมาจากการที่เด็กไดรับและเห็น
ตัวอยางจากบุคคลแวดลอ มและที่สําคัญคอื จากพฤตกิ รรมของครทู มี่ ีตอตวั เขาในขณะท่ีอยูในชั้นเรียน
หรอื เปนผลมาจากบรรยากาศในชั้นเรียนนนั่ เอง ซึง่ ท้ังครแู ละผูเรียนมีสวนสัมพันธซงึ่ กันและกัน

ปฏิสัมพันธระหวางครูผูสอนกับผูเรียน ตามที่กลาวแลว ถาครูมีความสามารถในการสราง
บรรยากาศในชั้นเรียน มีทักษะในการแสดงออกทางพฤตกิ รรมและการส่ือสารที่เหมาะสม มีคุณภาพ
เสมอตนเสมอปลาย ยอมสงผลใหผูเรียนมีความรูสึกที่ดีตอครู การเรียนรูเกิดจากการมีปฏิสัมพันธ
ระหวา งครูกับผูเ รยี นจะนาํ มาซึ่งความรว มมอื ความเขาใจและยอมรับซ่ึงกนั และกนั อันจะเปน พื้นฐาน
ทสี่ าํ คัญตอการมีปฏสิ มั พันธเชิงบวก บรรยากาศในชนั้ เรียนยอ มราบรื่น

จากองคประกอบทงั้ 3 จะเห็นวา ครผู ูสอนเปน จดุ เริ่มตน ของการเกดิ บรรยากาศในชน้ั เรียนท่ี
ดี จงึ จะขอเนนไปทตี่ วั ครูผูส อนเปน สําคญั

ลักษณะของครูผูสอนท่ีสงเสริมการเรียนรูใหเปนไปไดดวยดีและมีประสิทธิภาพ มีหลาย
ประการ เชน มีความรลู มุ ลึกในเนือ้ หาวชิ าท่สี อนอยา งชดั เจน สามารถนําความรูน้ันมาถายทอดได มี
เจตคติท่ีดีตอการสอน ซ่ึงหมายถึงมีความปรารถนาดีตอผูเรียน รักวิชาท่ีสอนและรักการสอน มี
ความรสู ึกอยากสอน สวนองคประกอบท่สี าํ คญั และจําเปน ท่ีจะสงเสริมการเรียนรู ที่ผูสอนจะขาดไป
เสียไมไดนอกเหนือจากความรูความสามารถในการสอนแลว ครูจะตองมีความเขาใจเห็นอกเห็นใจ
ผูเรียนไมแสดงพฤติกรรมกา วราวดวยวาจาและทา ทตี อผูเ รยี น ปฏิบัติตอผูเรียนดวยความรูสึกใกลชิด

มคี วามหวงใยผูเ รยี น ยอมรบั ผเู รยี นอยา งที่เขาเปน พยายามสงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียน
การสอน มีความสุขในการเรียน ซ่งึ ท้งั หมดลวนแตเปนพนื้ ฐานของการจดั การเรยี นการสอนทั้งสน้ิ

ครูตอ งใชหอ งเรยี นเปนสถานท่ีปฏิบตั กิ ารสําหรับผเู รยี นเก่ียวกบั การพัฒนา และคนพบตนเอง
เปนสถานทท่ี ี่จะชวยใหผ เู รียนไดร บั ความรูเกีย่ วกบั ตนเอง สงั คม และสิ่งแวดลอ ม ดังน้นั หองเรียนควร
จะมีบรรยากาศท่เี อือ้ อาํ นวยใหผ ูเ รียนไดร ับประสบการณทางบวกเพ่ือพัฒนาตนเอง ใหมีทรรศนะอัน
กวางไกลตอสังคมที่ผูเรียนพบปะและอาศัยอยู การสงเสริมบรรยากาศเหลานี้ใหเกิดข้ึนน้ัน ผูสอน
จะตอ งเปน ผทู มี่ คี วามเช่ือถอื ในความสามารถของผเู รยี นในฐานะเปนบุคคล มีความรูสึกไวตอความคิด
ของผูเรียน มีความกระตือรือรน พรอ มท่จี ะชว ยเหลอื ผเู รยี นใหพ ฒั นาไปจนถึงขีดสดุ ของแตละบคุ คล

ความสําคัญของการจดั บรรยากาศในชนั้ เรียน

จากการสํารวจเอกสารงานวิจัย (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน. 2531: ค) ได
คนพบวาบรรยากาศในชนั้ เรยี นเปนสว นหนง่ึ ท่สี งเสริมใหนักเรียนเกิดความสนใจในบทเรียนและเกิด
แรงจงู ใจในการเรียนรูเพ่ิมมากขึ้นการสรางบรรยากาศท่ีอบอุนท่ีครูใหความเอ้ืออาทรตอนักเรียนท่ี
นกั เรียนกบั นักเรียนมีความสัมพันธฉันทม ิตรตอกันทมี่ รี ะเบยี บมคี วามสะอาดเหลานี้เปนบรรยากาศที่
นกั เรยี นตองการทาํ ใหนักเรยี นมีความสขุ ทไี่ ดมาโรงเรียนและในการเรียนรวมกับเพ่ือนๆถาครูผูสอน
สามารถสรางความรูสึกน้ีใหเกิดขึ้นตอนักเรียนไดก็นับวาครูไดทําหนาท่ีในการพัฒนาเยาวชนของ
ประเทศชาติใหเติบโตข้ึนอยางสมบรูณทั้งทางดานสติปญญารางกายอารมณและสังคมโดยแทจริง
ดงั นั้นการสรางบรรยากาศในชัน้ เรยี นจงึ มีความสําคญั อยา งยง่ิ ซึง่ ประมวลไดด ังนี้

1. ชว ยสง เสรมิ ใหก ารเรยี นการสอนดาํ เนนิ ไปอยางราบร่นื เชน หองเรียนทไี่ มค บั แคบจรเกินไป
ทาํ ใหน ักเรียนเกิดความคลอ งตัวในการทํากจิ กรรม

2. ชว ยสรางเสริมลักษณะนิสัยท่ีดีงามและความมีระเบียบวินัยใหแกผูเรียนเชนหองเรียนท่ี
สะอาดท่ีจัดโตะเกาอ้ไี วอยางเปนระเบียบมีความเอื้อเฟอเผ่ือแผตอกันนักเรียนจะซึมซับส่ิงเหลาน้ีไว
โดยไมรตู วั

3. ชวยสงเสรมิ สขุ ภาพทีด่ ใี หแกผ เู รียนเชนมแี สงสวา งทีเ่ หมาะสมมที นี่ ัง่ ไมใ กลก ระดานดาํ มาก
เกินไปมขี นาดโตะและเกา อ้ที ่ีเหมาะสมกับวยั รูปรางของนักเรยี นนกั ศกึ ษาฯลฯ

4. ชวยสง เสรมิ การเรียนรูและสรางความสนใจในบทเรียนมากยิ่งขึ้นเชนการจัดมุมวิชาการ
ตางๆการจัดปา ยนเิ ทศการตกแตง หองเรียนดว ยผลงานของนักเรยี น

5. ชว ยสงเสริมการเปน สมาชิกท่ีดีของสังคมเชน การฝก ใหม มี นุษยส ัมพันธท่ีดตี อกันการฝกให
มีอธั ยาศัยไมตรใี นการอยูรว มกนั ฯลฯ

6. ชว ยสรางเจตคติทด่ี ตี อการเรยี นและการมาโรงเรยี นเพราะในช้นั เรียนมคี รทู ีเ่ ขา ใจนักเรียน
ใหความเมตตาเอือ้ อารตี อ นกั เรียนและนักเรียนมคี วามสมั พนั ธอ ันดีตอกนั

กลาวโดยสรปุ ไดว าการจดั บรรยากาศในชัน้ เรียนจะชวยสง เสรมิ และสรา งเสริมผูเรียนในดาน
สติปญ ญารา งกายอารมณและสงั คมไดเปน อยา งดีทาํ ใหนักเรียนเรียนดว ยความสุขรกั การเรยี นและเปน
คนใฝเ รียนใฝร ใู นทสี่ ุด

บรรยากาศในช้นั เรียนสาํ คัญอยา งไร

บรรยากาศในชั้นเรยี นทดี่ ี เปน สิ่งท่จี ะเอ้ืออาํ นวยและสง เสรมิ ประสิทธิภาพในการเรียนรูและ
การพัฒนาบคุ ลิกภาพของผเู รียน จึงควรพจิ ารณาในเร่ืองตอ ไปนี้

ดานพฒั นาการเรยี นรู การทผี่ เู รยี นจะเกิดการเรียนรูและมีเจตคติท่ีดีตอการเรียนข้ึนอยูกับ

คณุ ลักษณะของครผู ูสอนวา จะสรา งบรรยากาศในช้ันเรียนใหเ ปน ไปในลกั ษณะใด ครูผูสอนจะเปนผูมี
สวนสงเสริมกระบวนการเรียนรูใหเปนไปในภาวะที่พึงประสงคไดก็ตอเมื่อครูไดตระหนักใน
ความสาํ คัญของการใชหองเรียนใหเปนสถานท่ีปฏิบัติการทดลอง พัฒนาความรูความเขาใจ ทักษะ

คา นิยมของผเู รยี น พยายามสนับสนุนใหผ เู รยี นไดม สี วนรว มใหก จิ กรรมของกระบวนการเรยี นการสอน
อยา งเตม็ ที่ สนุกสนานกับการเรยี น มีชีวิตชีวาในการเรยี นมากกวาท่จี ะเปนผูคอยรับคําส่ัง ฟงและจด
ตามเทา น้ัน ซ่งึ นอกจากจะเปน บรรยากาศท่ีไมท า ทายแลว ยงั กอใหเ กิดความเบอื่ หนา ยไมน า สนใจ

ดานตัวผูเรียน บรรยากาศในชนั้ เรียนทีด่ จี ะชว ยใหผเู รียนไดเรียนรจู ักตนเอง ดานความสนใจ
ความถนดั ความสามารถ เปน โอกาสใหไ ดฝ กปฏบิ ัติ การควบคมุ ตนเอง การมีความสามารถพิจารณา
เลือกสรรวธิ กี ารในการแกปญหาอยา งเหมาะสม การทีค่ รูยอมรับนับถอื ใหเกียรติผเู รยี นในฐานะบุคคล

มีเจตคตทิ ด่ี ีและมคี วามจรงิ ใจตอ ผูเรียน ยอ มสงผลใหผ ูเรียนยอมรับนับถือในตัวครูผูสอนดวยเชนกัน
ซึ่งจะเห็นไดวาคุณลักษณะของครูผูสอนไมวาจะเปนความเช่ือ คานิยม ปรัชญา อุดมคติของครูที่
แตกตางกัน จะมอี ิทธิพลและสง ผลตอผูเรยี นใหแ ตกตางกนั ดวย เชน ผสู อนทช่ี อบวางอํานาจ กาวราว

ชอบลงโทษ ตเิ ตียน วิพากษวิจารณผเู รยี น บรรยากาศในชัน้ เรียนก็จะเปนไปในทางลบ และจะนํามา
ซึง่ ความลมเหลวในการเรยี นการสอนและการพฒั นาผูเรียนใหมพี ฤติกรรมท่พี งึ ประสงค

การนําแนวคิดดานจิตวิทยาพัฒนาการมาประยุกตใชในการจัดการเรียนการสอนก็นับวา

สําคัญ โดยพิจารณาความเหมาะสมของระดับพฒั นาการในกลมุ ผูเรียน ครูควรคํานงึ ถงึ ความสําคัญใน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู ใหมีความสมดุลสอดคลองกับระดับความสามารถและพัฒนาการของ
ผูเรียนที่จะนําไปสูความรับผิดชอบ การชวยตนเอง ความสนใจ ซึ่งจะชวยใหผูเรียนสามารถทํา

กิจกรรมตางๆ ไดสําเร็จ มีความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมตนเองไดอยางเหมาะสม มี
พัฒนาการทด่ี ตี ามวยั และประสบความสาํ เรจ็ ในที่สุด

จากการศกึ ษาโดยใชก ระบวนการทางสังคมเก่ียวกับการเล้ียงดูและฝกอบรมเด็กของพอแม

พบวา การฝกอบรมมสี วนชว ยสงเสรมิ แนะแนวทางตอครูผูสอนในการนํามาประยุกตใชในการจัดชั้น
เรียน พอ แมทีอ่ บรมเลี้ยงดลู กู โดยใหค วามรกั และความอบอนุ มเี หตุมผี ล จะมสี วนเสริมสรางเด็กใหมี
การพัฒนาและการปรบั ตัวไดเปน อยา งดี การทค่ี รูผสู อนตระหนกั รูถ ึงการยอมรับนับถือผูเรียน ตามท่ี

เขาควรจะเปน ในแตล ะบุคคล รวมทง้ั การควบคุม การบังคับ การเรียกรอง ความม่ันคง การยืดหยุน
ดวยการปรับสงิ่ เหลานี้เปนไปอยา งมเี หตผุ ลและเหมาะสม จะนําไปสกู ารพัฒนาวุฒภิ าวะของผูเรียนได
อยางดี และพฤติกรรมของผเู รียนจะเปนไปในทางบวกมากกวาการเนนพฤติกรรมการเรยี นการสอน ที่

เขมงวดและการทําโทษ ดังนั้นการสรางบรรยากาศในชั้นเรียนท่ีดี จะชวยใหการเรียนรูของผูเรียน
เปนไปอยางมปี ระสิทธิภาพ และไดพัฒนาพฤตกิ รรมตนเองในดา นตา งๆ อกี ดว ย

ประเภทของบรรยากาศในชนั้ เรยี น

สุมนอมรวิวัฒน (2530 : 13) ไดสรุปผลการวิจัยเร่ืองสภาพในปจจุบันและปญหาดานการ
เรียนการสอนของครูประถมศึกษาไวสรุปไดวาบรรยากาศในช้ันเรียนตองมีลักษณะทางกายภาพท่ี
อํานวยความสะดวกตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูสรางความสนใจใฝรูและศรัทธาตอการเรียน
นอกจากนป้ี ฏิสัมพันธร ะหวางกลุมนักเรียนและระหวางครูกับนักเรียนความรักและศรัทธาที่ครูและ
นกั เรียนมีตอกันการเรียนทรี่ ่นื รมยปราศจากความกลัวและวิตกกงั วลสง่ิ เหลา นจี้ ะชวยสรางบรรยากาศ
การเรยี นไดดดี ังนนั้ จึงสามารถแบง ประเภทของบรรยากาศในชนั้ เรียนได 2 ประเภทคอื

1. บรรยากาศทางกายภาพ
2. บรรยากาศทางจิตวิทยา
บรรยากาศท้ัง 2 ประเภทนีม้ สี วนสงเสริมการเรียนรทู งั้ ส้ิน
1. บรรยากาศทางกายภาพ (Physical Atmosphere)
บรรยากาศทางกายภาพหรือบรรยากาศทางดานวัตถุหมายถึงการจดั สภาพแวดลอม
ตางๆ ภายในหองเรียนใหเปนระเบียบเรียบรอยนาดูมีความสะอาดมีเคร่ืองใชและสิ่งอํานวยความ
สะดวกตางๆท่จี ะสงเสริมใหก ารเรยี นของนกั เรยี นสะดวกขึ้นเชนหองเรียนมีขนาดเหมาะสมแสงเขา ถกู
ทางและมีแสงสวา งเพยี งพอกระดานดํามีขนาดเหมาะสมโตะเกา อ้ีมีขนาดเหมาะสมกับวยั นกั เรียนเปน
ตน
2. บรรยากาศทางจติ วทิ ยา (Psychological Atmosphere)
บรรยากาศทางจิตวิทยาหมายถึงบรรยากาศทางดานจิตใจที่นักเรียนรูสึกสบายใจมี
ความอบอนุ มคี วามเปน กนั เองมคี วามสัมพันธอ นั ดีตอกนั และมคี วามรกั ความศรทั ธาตอผสู อนตลอดจน
มีอิสระในความกลาแสดงออกอยางมีระเบียบวินัยในช้ันเรียน การจัดบรรยากาศทางดานกายภาพ
การจดั บรรยากาศทางดา นกายภาพเปนการจัดวสั ดอุ ปุ กรณสง่ิ อํานวยความสะดวกตา งๆทเี่ กยี่ วกับการ
เรียนการสอนรวมตลอดไปถึงส่ิงตางๆทเี่ สรมิ ความรเู ชนปายนิเทศมมุ วชิ าการชนั้ วางหนังสือโตะวางสอ่ื
การสอนฯลฯใหเปนระเบียบเรียบรอยทําใหเกิดความสบายตาสบายใจแกผูพบเห็นถาจะกลาวโดย
ละเอียดแลว

การจัดบรรยากาศทางดายกายภาพ
การจัดบรรยากาศทางกายภาพ เปนการสรางสภาพแวดลอมดานอาคาร สถานที่ ส่ือวัสดุ
อุปกรณ และแหลงความรทู ่ีเกอ้ื กูลตอการเรียนรูและการปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ ของผูเรียน โดยเนน
ความสะดวกสบาย สามารถเคลื่อนไหวไดอยางอิสระ มีเครื่องมือและแหลงความรู สอดคลองกับ
กิจกรรมและความตองการสําหรับการจัดบรรยากาศทางกายภาพที่สงเสริมการเรียนรูสามารถ
ดาํ เนินการได

1. การจัดโตะ เรียนและเกา อ้ีของนกั เรยี น
1.1 ใหมีขนาดเหมาะสมกบั รปู รางและวยั ของนักเรียน

1.2 ใหม ีชองวางระหวา งแถวท่นี กั เรยี นจะลุกน่งั ไดสะดวกและทาํ กจิ กรรมไดคลองตวั
1.3 ใหมีความสะดวกตอการทําความสะอาดและเคล่ือนยายเปล่ียนรูปแบบที่น่ัง
เรียน
1.4 ใหมีรปู แบบท่ไี มจ ําเจเชนอาจเปล่ียนเปนรปู ตัวทตี ัวยูรูปครงึ่ วงกลมหรือเขากลุม
เปน วงกลมไดอ ยา งเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน
1.5 ใหนักเรียนที่น่ังทกุ จดุ อานกระดานดาํ ไดชดั เจน
1.6 แถวหนา ของโตะเรียนควรอยหู า งจากกระดานดาํ พอสมควรไมนอยกวา 3 เมตร
ไมควรจัดโตะติดกระดานดํามากเกินไปทําใหนักเรียนตองแหงนมองกระดานดําและหายใจเอาฝุน
ชอลก เขาไปมากทําใหเสียสุขภาพ

2. การจัดโตะครู
2.1 ใหอยูใ นจดุ ทีเ่ หมาะสมอาจจัดไวหนา หองขางหองหรอื หลังหองกไ็ ดง านวิจัยบาง

เรอ่ื งเสนอแนะใหจ ดั โตะ ครูไวด านหลังหองเพ่ือใหม องเหน็ นักเรยี นไดอยางท่ัวถึงอยางไรก็ตามการจัด
โตะ ครนู น้ั ขึน้ อยูก บั รปู แบบการจัดทนี่ ่งั ของนกั เรยี นดว ย

2.2 ใหมคี วามเปน ระเบยี บเรียบรอยท้ังบนโตะและในลิ้นชักโตะเพื่อสะดวกตอการ
ทํางานของครแู ละการวางสมดุ งานของนักเรียนตลอดจนเพ่ือปลูกฝงลักษณะนิสัยความเปนระเบียบ
เรยี บรอยแกนกั เรยี น

3. การจดั ปายนเิ ทศปายนเิ ทศไวท ่ีฝาผนงั ของหอ งเรยี นสวนใหญจะติดไวท ่ีขา งกระดานดาํ ทั้ง
2 ขางครูควรใชปา ยนเิ ทศที่เปนประโยชนตอ การเรียนการสอนโดย

3.1 จัดตกแตง ออกแบบใหส วยงามนา ดูสรางความสนใจใหแกนักเรยี น
3.2 จดั เน้อื หาสาระใหส อดคลอ งกบั บทเรยี นอาจใชต ดิ สรุปบทเรียนทบทวนบทเรยี น
หรือเสรมิ ความรใู หแกน ักเรียน
3.3 จดั ใหใ หมอยูเสมอสอดคลอ งกับเหตุการณสําคัญหรือวันสําคัญตางๆที่นักเรียน
เรียนและควรรู
3.4 จัดติดผลงานของนักเรียนและแผนภูมิแสดงความกาวหนาในการเรียนของ
นกั เรียนจะเปน การใหแรงจงู ใจทน่ี า สนใจวิธหี นึง่
แนวการจดั ปายนเิ ทศเพอื่ ใหก ารจัดปา ยนเิ ทศไดประโยชนคมุ คาครูควรคํานงึ ถงึ แนว
การจัดปา ยนเิ ทศในขอ ตอ ไปนี้

1. กําหนดเน้ือหาท่ีจะจัดศึกษาเนื้อหาที่จะจัดโดยละเอียดเพื่อใหได
แนวความคิดหลกั หรอื สาระสาํ คญั เขยี นสรปุ หรือจําแนกไวเปนขอ ๆ

2. กําหนดวัตถุประสงคในการจดั โดยคาํ นึงถงึ แนวความคิดหลกั สาระสําคัญ
ของเร่ืองและคาํ นึงถึงกลมุ เปาหมายวา ตอ งการเขารูอะไรแคไหนอยา งไร

3. กาํ หนดช่อื เรื่องนับวาเปน สว นสาํ คัญท่ีจะชวยดึงดูดความสนใจของผูด ูชื่อ
เรอื่ งทีด่ ีตอ งเปน ใจความสัน้ ๆกินใจความใหความหมายชัดเจนทาทายอาจมีลักษณะเปนคําถามและ
ชใ้ี หเหน็ วตั ถุประสงคในการจัดแผน ปาย

4. วางแผนการจัดคลา วๆไวในใจวา จะใชวสั ดุอะไรบางแลวจึงชวยกันจัดหา
สง่ิ เหลา นั้นอาจเปน รปู ภาพแผนภาพภาพสเก็ตของจรงิ หรือจําลองการต ูนเทาท่พี อจะหาได

5. ออกแบบการจดั ท่แี นน อนโดยคํานงึ ถงึ สง่ิ ท่ีมอี ยูโดยสเก็ตรูปแบบการจัด
ลงบนกระดาษรูปส่เี หลยี่ มผนื ผาคลา ยแผนปายวาจะวางหวั เร่ืองรูปภาพและสง่ิ ตางๆในตําแหนงใดคํา
บรรยายอยูตรงไหนใชเสนโยงอยางไรจึงจะนาสนใจควรออกแบบสัก 2 - 3 รูปแบบแลวเลือกเอา
รปู แบบทีด่ ที ี่สดุ

6. ลงมือจัดเตรียมช้ินสวนตางๆใหมีขนาดและอยูในสภาพพรอมท่ีจะข้ึน
แสดงบนแผนปายไดอยางเหมาะสมหัวเร่ืองจะใชวิธีใดภาพตองผนึกไหมคําบรรยายจะทําอยางไร
เตรยี มใหพ รอ ม

7. ลงมือจัดจริงบนแผน ปา ยตามรปู แบบทว่ี างไวอาจทดลองวางบนพื้นราบ
ในพื้นท่เี ทาแผนปายกอนเพื่อกะระยะทเี่ หมาะสมกอนนําไปใชจริง

4. การจัดสภาพหองเรียนตอ งใหถูกสุขลกั ษณะกลา วคอื
4.1 มีอากาศถา ยเทไดดมี หี นา ตา งพอเพยี งและมปี ระตูเขา ออกไดสะดวก
4.2 มีแสงสวา งพอเหมาะเพอ่ื ชว ยใหผ ูเรยี นอา นหนงั สือไดชัดเจนเพ่ือเปนการถนอม

สายตาควรใชไฟฟา ชว ยถามีแสงสวางนอยเกินไป
4.3 ปราศจากสิ่งรบกวนตางๆเชนเสยี งกลนิ่ ควนั ฝุน ฯลฯ
4.4 มีความสะอาดโดยฝกใหนักเรียนรับผิดชอบชวยกันเก็บกวาดเช็ดถูเปนการ

ปลูกฝงนสิ ัยรักความสะอาดและฝกการทาํ งานรว มกนั

5. การจัดมุมตางๆในหองเรียนไดแ ก
5.1 มุมหนงั สือควรมีไวเ พือ่ ฝก นิสัยรกั การอา นสง เสรมิ ใหน ักเรียนอานคลองสงเสริม

การคน ควาหาความรแู ละการใชเ วลาวา งใหเ กิดประโยชนครูควรหาหนังสือหลายๆประเภทที่มีความ
ยากงา ยเหมาะสมกบั วยั ของนักเรยี นมาใหอานและควรหาหนังสือชุดใหมมาเปล่ียนบอยๆการจัดมุม
หนงั สอื ควรจดั ใหเปน ระเบยี บเรยี บรอ ยเพ่อื สะดวกตอ การหยบิ อาน

5.2 มุมเสริมความรูกลุมประสบการณตางๆควรจัดไวใหนาสนใจชวยเสรมความรู
ทบทวนความรูเชนมมุ ภาษาไทยคณติ ศาสตรวิทยาศาสตรส ังคมศกึ ษามมุ ความรู ขา วเหตุการณฯลฯ

5.3 มมุ แสดงผลงานของนกั เรยี นครูควรติดบนปา ยนเิ ทศแขวนหรือจัดวางไวบนโตะ
เพอื่ ใหน กั เรยี นเกดิ ความภูมใิ จในความสําเร็จและมีกําลังใจในการเรียนตอไปอีกทั้งยังสามารถแกไข
พัฒนาผลงานของนักเรยี นใหด ีข้นึ โดยลาํ ดบั ไดอีกดวย

5.4 ตเู กบ็ สอ่ื การเรียนการสอนเชน บตั รคําแผนภมู ภิ าพพลิกกระดาษสีกาว ฯลฯควร
จดั ไวใ หเ ปน ระเบียบเปนสัดสวนสะดวกตอการหยิบใชอปุ กรณช้ินใดท่ีเกาเกินไปหรือไมใชแลวไมควร
เก็บไวใ นตูใหดูรกรงุ รัง

5.5 การประดับตกแตงหองเรยี นครสู ว นใหญมกั นิยมประดับตกแตงหองเรียนดว ยสงิ่
ตางๆเชนมานมูลี่ภาพดอกไมคําขวัญสุภาษิตควรตกแตงพอเหมาะไมใหดูรกรุงรังสีสันท่ีใชไมควร

ฉูดฉาดหรือใชส ีสะทนแสงอาจทําใหนักเรียนเสียสายตาไดการประดับตกแตงหองเรียนควรคํานึงถึง
หลักความเรียบงา ยเปน ระเบยี บประหยัดมงุ ประโยชนแ ละสวยงาม

5.6 มุมเก็บอุปกรณทําความสะอาดตลอดจนช้ันวางเคร่ืองมือเคร่ืองใชของนักเรียน
เชน แปรงสฟี น ยาสฟี น แกว น้าํ กลอ งอาหารปน โตฯลฯควรจดั วางไวอยางเปน ระเบียบและหมั่นเช็ดถูให
สะอาดเสมอ

การจดั การช้ันเรยี นทางดานจิตวิทยา
การจัดการชั้นเรียนทางดานจิตวิทยา หมายถึง การจัดการเก่ียวกับความรูสึก เจตคติและ
พฤตกิ รรมของนักเรียน มีความอบอนุ ความสบายใจ ความเปนกนั เอง ความสมั พนั ธอ ันดตี อกันมีความ
รักความศรัทธาตอผูสอน มีความกลา มีความอสิ ระ ในการแสดงออก อยางมีระเบียบวินัยในชั้นเรียน
โดยปราศจากความกลัว ความวิตกกังวล มีบรรยากาศของการเรียนรูสรางสรรคเราความสนใจ ให
กจิ กรรมการเรยี นการสอนเปน ไปดว ยความสุข ซึ่งนักเรียนจะเกิดบรรยากาศความรูสึกอยางนี้ก็ตอง
ขึ้นกบั ครูเปน สําคัญ ซง่ึ ในแตล ะชน้ั เรียนจะข้ึนอยกู บั แนวคดิ หรือความเช่อื
คูนิน ไดทําการวิจัยเกี่ยวกับการจัดการชั้นเรียนต้ังแตระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับ
มหาวทิ ยาลัยจากการสงั เกตช้นั เรยี น เปรียบเทยี บพฤตกิ รรมของการจัดช้นั เรยี นบนั ทกึ ภาพกจิ กรรมใน
ชั้นเรยี นทม่ี ีการจัดการทีด่ ี อยา งไรกต็ ามจากวิจัย คูนนิ ไดวิเคราะหติดตามผลและพบวาครูท่ีสามารถ
จัดการชัน้ เรยี นทด่ี ีนนั้ แสดงออกถึงพฤติกรรมทสี่ าํ คญั ดังน้ี

1) Withitnessครจู ะตอ งตระหนกั และรบั รถู ึงส่ิงที่เกิดข้ึนในทุกสวนของหองเรียน
อยูตลอดเวลาอยางตอเนื่อง แมกระท่ังในขณะที่ครูทํางานกับนักเรียนกลุมยอยหรือรายบุคคลและ
แสดงใหเหน็ ถงึ การติดตามพฤติกรรมของนักเรยี น โดยการเขาไปมีสวนแกไขสถานการณในทันทีและ
อยางเหมาะสม

2) Overlapping เปน การจัดการท่คี รูสามารถทําส่ิงตา งๆ ไดมากกวาหนึ่งอยางใน
เวลาเดียวกัน โดยเฉพาะอยางย่ิง การรับผิดชอบตอความตองการของนักเรียนแตละคนใน
ขณะเดียวกนั กย็ งั ตอ งสนับสนนุ ดแู ลการทาํ งานของนักเรียนเปนกลุมโดยการใชสายตาในการสื่อสาร
หรอื ใชก ารใกลช ดิ ทางกายเพอ่ื ดงึ ความสนใจของนักเรียนใหกลับมาอยูกับบทเรียนในขณะท่ีครูยังคง
ดาํ เนินการสอนไปอยางตอเนอ่ื งโดยไมสะดดุ หรอื ขัดจงั หวะแตอยางใด

3) Signal continuity and momentum during lessons เปนการสงสัญญาณ
อยา งตอ เนอ่ื งและการเปล่ยี นกจิ กรรมในระหวางบทเรยี น การสอนทม่ี ีการเตรียมการอยางดีและการ
ดําเนินการสอนตามบทเรียนที่เนนนักเรียนเปนสําคัญน้ัน ครูจะมีความต้ังใจในการจัดการเรียน
เนือ้ หาวิชาอยางตอ เน่อื งมากกวาการบงั คับใหเ กดิ การแขงขนั

4) Challenge and variety in assignment เปนการมอบหมายงานที่
หลากหลายทาทายเปนการกระตุนนักเรียนใหสนใจบทเรียน ไดแก การมอบหมายงานในช้ันเรียน
อยางเหมาะสมโดยมคี วามยากงา ยพอเหมาะ คืองายพอทจี่ ะแนใจวานกั เรยี นจะไดใชค วามพยายามใน
การทํางานและควรเปนสิ่งใหมหรือยากพอที่จะทาทายความสามารถของนักเรียนโดยมีความ
หลากหลายเพื่อทจี่ ะทําใหนักเรียนสนใจตลอดเวลา

คูนินเชื่อวาครูท่ีสามารถจัดการชั้นเรียนท่ีมีประสิทธิภาพนั้นไมใชเปนเพียงเพราะ
ความสามารถในการแกไขปญ หาทีเ่ กิดขึ้นเทาน้ัน หากแตเพราะเปนความสามารถในการปองกันเกิด

ปญ หาต้ังแตแ รกนอกจากน้ี ครูเหลานย้ี งั เนน การสรา งหอ งเรียนใหม ีสงิ่ แวดลอ มท่สี ง เสริมการเรียนรูที
มปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการเตรียมการสอนและการจดั การเรยี นการสอนที่เหมาะสมและการใหนักเรียน
ทํางานตามที่ครูกําหนดใหดีท่ีสุด การจัดการช้ันเรียนทางดานจิตวิทยาเปนการจัดการช้ันเรียนที่มี

ความเขาใจ การเรียนรู การสงเสริมในจิตใจของนักเรียน เพ่ือพัฒนาการเรียนการสอนใหประสบ
ความสาํ เรจ็ ลลุ วงไปดวยดโี ดยจัดการส่งิ ตาง ๆ ที่มผี ลตอ การสง เสรมิ ความเขาใจ ความกระตอื รอื รนใน
การเรยี น รวมถึงขจดั สง่ิ ตางทีเ่ ปนสง่ิ รบกวนออก ซึ่งสงิ่ เหลา นีเ้ ปน หนา ท่ีของครูท่ตี อ งจัดการสิง่ เหลาน้ี

เพ่ือใหส มกบั การเปน ครมู อื อาชีพ ซงึ่ การจดั การช้นั เรยี นทางดา นจติ วิทยาประกอบดวย 5 หัวขอหลัก
ไดแก

1. บทบาทในการเปนผนู ําของครู
ครเู ปนผูท่ีมีบทบาทมากทีส่ ดุ ในชน้ั เรียน เปน ผูส รา งบรรยากาศในช้ันเรยี นใหม สี ภาพ

นา เรยี นรู อบอนุ หรือวา ตงึ เครียดนากลัว โดยครตู อ งทราบความคาดหวังที่นักเรียนมีตอครู และครูมี

ตอนักเรยี น โดยครตู อ งเปนแบบอยางท่ดี ีในการแสดงออกทางพฤติกรรมนั้น ๆ ไมวาจะเปนการแตง
กาย การทําความเคารพ การพดู การจา การตรงตอเวลา เปนตน

สภาพบรรยากาศของหอ งเรียนมีสวนสมั พนั ธก ับบุคลกิ ภาพของครูครูที่มีบุคลิกภาพ

ดี เชนการแตงกายการยืนการเดนทาทางนํ้าเสียงการใชคําพูดการแสดงออกทางสีหนา แววตาฯลณ
เหมาะสมกับการเปน ครูจะชว ยสง เสรมิ บรรยากาศการเรยี นรูไ ดดบี ุคลกิ ภาพของครูมีผลตอความรูสึก
ของนักเรียนดังนี้ (สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน.2531 : 8, 13)

ประเภทของครู ครู นกั เรยี น
ครูประเภทท่ี 1 ครูแสดงความเปน มติ ร นกั เรียนจะอบอนุ ใจ
ครยู มิ้ แยม นกั เรยี นจะแจม ใส
ครปู ระเภทที่ 2 ครูมีอารมณขัน นักเรยี นจะเรียนสนุก
ครูกระตือรือรน นกั เรียนจะกระปรี้กระเปรา
ครมู นี ําเสยี งนุมนวล นักเรียนจะสุภาพออนนอ ม
ครแู ตง ตัวเรียบรอย นกั เรยี นจะเคารพ
ครูใหความเมตตาปรานี นกั เรยี นจะมจี ิตใจออนโยน
ครูใหความยตุ ธิ รรม นกั เรียนจะศรัทธา
ครูเขม งวด นกั เรยี นจะหงุดหงิด
ครหู นา นว่ิ คิ้วขมวด นกั เรยี นจะรูส กึ เครยี ด
ครูฉุนเฉียว นกั เรยี นจะอดึ อดั
ครูปน ปง นักเรียนจะกลัว
ครูเขมงวด นักเรียนจะหงดุ หงดิ
ครหู นา นิ่วค้ิวขมวด นักเรียนจะรูสกึ เครียด

ประเภทของครู ครู นักเรยี น
ครูประเภทที่ 3 ครฉู ุนเฉียว นักเรียนจะอดึ อัด
ครปู นปง นักเรียนจะกลัว
ครแู ตงกายไมเรียบรอ ย นกั เรยี นจะขาดความเคารพ
ครใู ชนา้ํ เสยี งดดุ ัน นักเรียนจะหวาดกลวั
ครูทอถอย นกั เรยี นจะทอ แท
ครูเฉยเมย นกั เรียนจะเฉ่อื ยชา
ครเู ช่ืองชา นกั เรยี นจะหงอยเหงา
ครใู ชน า้ํ เสยี งราบเรียบ นกั เรียนจะไมสนใจฟง
ครปู ลอยปละละเลย นักเรยี นจะขาดระเบยี บวินัย
ครูแตงกายไมเ รียบรอ ย นกั เรียนจะขาดความเคารพ

จากบุคลิกของครทู งั้ 3 ประเภททกี่ ลา วมาสรุปไดว า
ครูประเภทท่ี 1 จะสรางบรรยากาศแบบประชาธิปไตยนักเรียนและครูจะยอมรับความ

คิดเหน็ ซึ่งกันและกนั ครูเปด โอกาสใหน กั เรียนไดแ สดงความคดิ เห็นไดแลกเปล่ียนความคิดเห็นไดรูจัก
ทํางานรวมกันรูจักสิทธิและหนาที่ของตนเองมีเหตุมีผลนักเรียนจะรูสึกสบายใจในการเรียนเปน
บรรยากาศทส่ี ง เสรมิ ใหเกดิ การเรียนรูท ด่ี ี

ครูประเภทท่ี 2 จะสรางบรรยากาศแบบเผด็จการนักเรียนไมไดแสดงความคิดเห็นครูจะ
เขมงวดครูเปนผูบอกหรือทํากิจกรรมทุกอยางนักเรียนไมมีโอกาสคิดหรือทํากิจกรรมท่ีตองการ
นักเรียนจะรูสึกเครียดอึดอัดนักเรียนจะขาดลักษณะการเปนผูนําขาดความคิดริเร่ิมสรางสรรคเปน

บรรยากาศท่ีไมสง เสรมิ ใหเกิดการเรียนรทู ีด่ ี
ครปู ระเภทที่ 3 จะสรางบรรยากาศแบบตามสบายเปนบรรยากาศที่นาเบื่อหนายนักเรียน

ยอทอ สับสนวนุ วายขาดระเบยี บวนิ ยั ไมมีความคงเสน คงวาครูไมสามารถควบคมุ ชนั้ เรยี นใหอยใู นความ

สงบเรียบรอยไดเปนบรรยากาศที่ไมส งเสริมใหเกดิ การเรยี นรูท ด่ี ี
จากครูท้ัง 3 ประเภทที่กลาวมาจะเห็นไดวาครูประเภทท่ี 1 มีลักษณะความเปนผูนําแบบ

ประชาธิปไตยก็จะสรางบรรยากาศแบบประชาธิปไตยทําใหนักเรียนรูสึกสบายใจท่ีจะเรียนมีความ

กระตอื รอื รน ในการเรยี นมากกวา ประเภทอ่นื ๆบุคลกิ ภาพของครูจงึ มสี วนสรางบรรยากาศการเรียนรู
ไดอ ยางมาก

2. พฤติกรรมการสอนของครู
พฤติกรรมการสอนของครูมีบทบาทในการสรางความรูสึกท่ีดีใหแกนักเรียน

เชนเดยี วกบั บุคลิกภาพของครใู นการสอนครูตอ งใชเทคนิคและทักษะการสอนท่ีสอดคลองเหมาะสม
กบั นกั เรียนและบทเรียนเพอื่ ใหนักเรยี นเกิดความรูเจตคติและทักษะตามที่หลกั สตู รกําหนดพฤตกิ รรม
ของครูควรเปนดงั น้ี

2.1 ตอบสนองพฤติกรรมของนักเรยี นโดยใชเทคนิคการเสริมแรงที่เหมาะสมเชนใช
วาจาใชท า ทางใหรางวลั และสญั ลกั ษณต างๆตลอดจนใหทํากิจกรรมที่นักเรียนชอบครูควรเริมแรงให
ทว่ั ถงึ และเหมาะสม

2.2 เปดโอกาสใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟงความคิดเห็นของ
นกั เรียนแสดงใหนกั เรยี นเห็นวาความคิดของเขามีประโยชนพยายามนาํ ความคิดเหลาน้ันมาใชใหเกิด
ประโยชนในการเรียนรู

2.3 ฝกการทํางานเปนกลุมการใหทํางานเปนกลุมจะชวยใหนักเรียนรูจักทํางาน
รว มกับผูอื่นไดใ ชความรคู วามคิดความสามารถที่มีอยูใหเกิดประโยชนฝกการสรางมนุษยสัมพันธที่ดี
และไดผลงานนํามาสูความภาคภูมิใจในกลุมและตนเองในการมอบหมายงานใหกลุมทําน้ันครูควร
คํานงึ ถงึ ความยากงายของงานความรูและความสามารถของนักเรียนในกลุมเพ่ือใหงานกลุมประสบ
ความสําเร็จเปนการสรางความรูสึกทางบวกใหแกนักเรียนงานใดท่ีครูเห็นวายากครูควรเขาไปดูแล
กระตุนใหนกั เรียนชวยกันคิดแกปญหาในกลุม ของตนครจู ะตอ งมีความอดทนท่จี ะไมรบี ช้ีแนะหรอื บอก
วิธีการแกป ญ หาตรงๆตอ งฝก ใหน ักเรยี นใชว ธิ กี ารตา งๆหลาย ๆแบบจนสามารถแกป ญ หาไดส ําเรจ็

2.4 ใชเทคนิคและวิธีสอนทไี่ มท าํ ใหน กั เรยี นเบื่อหนายในการเรียนครูควรคิดคนควา
และแสวงหาแนวทางวิธกี ารใหมๆมาใชจ ดั การเรียนการสอนวิธีการสอนควรเปนวิธีท่ียึดนักเรียนเปน
ศูนยกลางหรือนักเรียนเปนผูกระทํากิจกรรมเชนวิธีการสอนแบบทดลองแบบแกปญหาแบบแสดง
บทบาทสมมุติแบบสืบสวนสอบสวนแบบแบงกลุมทํากิจกรรมแบบอภิปรายแบบศูนยการเรียน
ตลอดจนนวัตกรรมการสอนที่นาสนใจการจะใชวธิ สี อนแบบใดนนั้ ครตู องเลอื กใหเ หมาะสมกบั บทเรยี น
ระยะเวลาสติปญญาและวัยของนกั เรียน

3. เทคนคิ การปกครองช้ันเรยี นของครู
เทคนิคหรือวธิ ีการท่ีครูใชปกครองชัน้ เรียนมสี วนสง เสรมิ ในการสรา งบรรยากาศทาง

จติ วทิ ยากลา วคอื ถา ครูปกครองชัน้ เรยี นดวยความยุติธรรมยึดหลกั ประชาธิปไตยใชระเบียบกฎเกณฑท ่ี
ทุกคนยอมรับยินดปี ฏบิ ตั นิ กั เรยี นกจ็ ะอยูในหองเรียนอยางมีความสุขเกิดความรูสึกอบอุนพอใจและ
สบายใจในทางตรงกันขามถาครูโลเลไมยุติธรรมเลือกที่รักมักที่ชังปกครองช้ันเรียนแบบเผด็จการ
นักเรียนจะเกิดความรูสึกไมศรัทธาครูไมเห็นคุณคาของระเบียบกฎเกณฑสงผลใหนักเรียนไมสนใจ
เรียนไมอ ยากมาโรงเรยี นในทสี่ ุดดงั นัน้ เทคนิควิธีการปกครองช้ันเรียนของครูจึงมีความสําคัญตอการ
สรางบรรยากาศทางจิตวทิ ยาดว ยในการปกครองชัน้ เรยี นครูควรยึดหลกั ตอ ไปนี้

3.1 หลักประชาธปิ ไตยครูควรใหความสาํ คัญตอนักเรียนเทาเทียมกันใหความเสมอ
ภาคใหอิสระใหโอกาสแกทุกคนในการแสดงความคิดเห็นขณะเดียวกันครูตองใจกวางยินดีรับฟง
ความเห็นของทกุ คนและควรฝกใหน กั เรยี นปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธิ หนาท่ีรูจักเคารพสิทธิของผูอ่ืนใหรูจัก
การอยรู ว มกนั อยา งประชาธิปไตย

3.2 หลกั ความยตุ ิธรรมครูควรปกครองโดยใชหลักความยุติธรรมแกนักเรียนทุกคน
โดยทั่วถงึ นกั เรียนจะเคารพศรัทธาครแู ละยินดีปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบของครูยนิ ดี ปฏบิ ัตติ ามคําอบรม
สั่งสอนของครตู ลอดจนไมส รา งปญ หาในช้ันเรียน

3.3 หลักพรหมวิหาร 4 อนั ไดแกเ มตตากรณุ ามทุ ิตาอุเบกขา เมตตาหมายถงึ ความรกั
และเอ็นดุความปรารถนาท่ีจะใหผูอ่ืนเปนสุข กรุณาหมายถึงความสงสารคิดจะชวยใหผูอื่นพนทุกข
มุทติ าหมายถงึ ความยนิ ดดี ว ยเมื่อผูอื่นไดลาภยศสุขสรรเสริญ อุเบกขาหมายถึงความเที่ยงธรรมการ
วางตัวเปนกลางการวางใจเฉย ถา ครูทุกคนยดึ หลกั พรหมวหิ าร 4 ในการปกครองชั้นเรียนนอกจากจะ
ทาํ ใหน กั เรียนมคี วามเคารพรกั ศรทั ธาครูและมีความสุขในการเรียนแลวยังเปนการปลูกฝง คุณธรรม
จริยธรรมใหแกนกั เรียนดวย

3.4 หลักความใกลช ิดการท่คี รูแสดงความเอาใจใสค วามสนใจใหความใกลช ิด
กับนักเรยี นเปน วิธกี ารหนง่ึ ในการสรา งบรรยากาศทางดา นจติ วทิ ยาวธิ ีการแสดงความ
สนใจนักเรยี นทําไดห ลายวิธีจติ ราวสุวานิช (2531 : 135) ไดเสนอแนะไวดงั น้ี

1. ครูจะตองรูจักนักเรียนในชนั้ ทุกคนรจู กั ชอ่ื จรงิ ชอ่ื เลนความสนใจของเด็ก
แตละคนเปนตน วา งานอดิเรกมีพ่ีนองก่ีคนจุดเดนจุดดอ ยของนกั เรียนแตละคน

2. ครูจะตองแสดงความสนใจในสารทุกขสุขดิบของเด็กแตละคนเชนหม่ัน
ถามความเปน ไปของพ่ีนองความคบื หนาของการสะสมแสตมปคอื ไมเพียงรูแตว า เดก็ เปนอะไรในขอ 1
แตร ูขา วคราวเคล่ือนไหวของส่งิ เหลา น้นั ดว ย

3. ครจู ะมอบเวลาของตนเพอ่ื เด็กเวลาท่นี อกเหนือจากงานสอนไดแกเวลา
เยน็ หลงั เลิกเรียนชว งพกั ระหวา งการเรยี นเพ่ือชวยเด็กที่ตอ งการการชว ยเหลอื เปน พเิ ศษวา ตอ งการขอ
คําปรึกษาตองการขอคาํ แนะนําในการหารายไดพิเศษครูจะตองพรอมที่จะใหความชวยเหลือเด็กได
ตลอดเวลา

4. ครูจะตองใกลชิดสัมผัสทั้งรางกายและจิตใจคําสั่งสอนและการกระทํา
ของครจู ะตอ งสอดคลอ งกันเปน ตนวา ถาครจู ะอบรมสง่ั สอนเดก็ เรอื่ งความซอ่ื สัตยครูจะตองปฏิบัติตน
เปน คนซอ่ื สัตยดวยเชนกันกายสัมผัสก็เปน สง่ิ จาํ เปนการจับตอ งตวั บา งจะเปน สื่อนําใหเ ดก็ รสู กึ ถงึ ความ
ใกลชิดสนิทสนม

4. ปฏิสัมพันธใ นหอ งเรยี น
ปฏิสัมพันธ ( interaction) หมายถึงความสัมพันธทางสังคมระหวางบุคคล 2 คน

หรือบุคคล 2 ฝายโดยตางฝายตางมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน (ประดินันทอุปรมัย.2523 : 133)
ปฏสิ ัมพันธใ นหอ งเรียนมี 3 ลักษณะไดแก

4.1 ปฏิสมั พนั ธร ะหวา งครกู ับนักเรียนถาปฏิสัมพันธระหวางครูกับนักเรียนเปนไปดวยดี
หมายถึงท้ังครูและนักเรียนตางมีความสัมพันธอันดีตอกันครูเปดโอกาสใหนักเรียนไดซักถามครูให
ความเปนกันเองแกนักเรียนใหนักเรียนมีอิสระและมีความสบายใจในการทํากิจกรรมบรรยากาศ
ภายในหองเรียนก็จะไมตึงเครียดเปนบรรยากาศท่ีรื่นรมยนาเรียนนาสอนซ่ึงจะสงเสริมใหเกิดการ
เรียนรูทด่ี ี

4.2 ปฏิสัมพันธระหวางนักเรียนกับนักเรียนบรรยากาศในหองเรียนจะเต็มไปดวยความ
อบอุนสรางความรูสึกท่ีดีใหแกนักเรียนไดถานักเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีตอกันคือมีความสมัครสมาน
สามคั คีรกั ใครก ลมเกลียวกันชว ยเหลอื ซ่งึ กันและกันมนี ํา้ ใจเอ้ือเฟอเผื่อแผซ่ึงกันและกันฯลฯนักเรียน
จะมีปฏสิ ัมพนั ธท่ดี ีตอกันไดน น้ั ขึน้ อยูกับครูเปนสาํ คัญกลา วคือเปนแบบอยางที่ดีแกนักเรียนปกครอง

ดูแลนกั เรียนไดท่วั ถึงสงั่ สอนอบรมบม นิสัยและแกไขพฤติกรรมท่ีไมเหมาะสมของนักเรียนไดถูกตอง
นกั เรยี นก็จะคอ ยๆซึบซาบและซับเอาสิ่งท่ีดีงามไวปฏิบัติจนเปนคุณลักษณะเฉพาะตนท่ีพึงประสงค
เมอ่ื นักเรียนทกุ คนตา งเปนคนดีเพราะมคี รูดีทุกคนกจ็ ะมปี ฏิสัมพันธท ่ีดีตอ กันอันเปน สว นสรา งเสรมิ ให
เกิดบรรยากาศท่ีพงึ ปรารถนาข้นึ ในหอ งเรียน

4.3 ปฏิสมั พนั ธท างวาจาหมายถงึ การพดู จารวมกันในชน้ั เรยี นระหวางครูกับนักเรียนอาจ
เปน การบรรยายการอภปิ รายการถามคาํ ถามการมอบหมายงานการพดู ของนักเรยี นเปน ตน ทง้ั หมดนมี้ ี
อทิ ธิพลตอ การสรางบรรยากาศในชน้ั เรียนเชนกัน

พรเพ็ญสวุ รรณเดชา (2532 : 14) ไดกลา วถึงผลดขี องการมีปฏิสัมพันธทางวาจาที่ดีตอกันไว
สรุปไดดงั น้ี

1. การแสดงออกทางวาจาดว ยดีระหวางครกู บั นักเรยี นจะชวยสรางความเขา ใจอันดีตอ กนั
2. ชว ยใหก ารเรียนไดผลดีเพราะมกี ารสอื่ ความหมายท่ีถูกตองเขา ใจกนั
3. ชวยใหนักเรียนรูสึกสบายใจที่จะรับวิชาการหรือทําความเขาใจบทเรียนและกลาแสดง
ความคดิ เหน็ โดยไมหวาดกลัวครู
4. ชว ยใหน ักเรยี นเกดิ ความไววางใจในตวั ครูมเี หตผุ ล
5. ชว ยใหแ กปญหาการเรยี นการสอนในชน้ั ได
6. ชว ยสรางบรรยากาศทอ่ี อื้ อํานวยใหเกดิ เจตคติความสนใจคา นยิ มและผลการเรยี นรูเปนไป
ตามจุดหมายท่กี าํ หนดไว
การสรางปฏิสัมพันธทางวาจานั้นควรใชอิทธิพลทางออม (Indirect Influence)
หมายถงึ พฤตกิ รรมทางวาจาทค่ี รกู ระตุน ใหน กั เรียนแสดงความคดิ เหน็ เชน ครูยอมรับความรูสึกของ
นักเรียน ครูชมเชยสนับสนุนใหกําลังใจ ครูยอมรับหรือนําความคิดเห็นของนักเรียนมาใช ครูถาม
เพือ่ ใหนักเรียนตอบ ฯลฯ โดยครูหลกี เลย่ี ง
การใชอิทธิพลทางตรง (Direct Influence) หมายถึง พฤติกรรมที่ครูแสดงฝายเดียว เชน ครู
บรรยาย ครูส่ังการ ครูวิจารณฝายเดียว ดังน้ัน ครูควร สรางปฏิสัมพันธทางวาจาโดยใชอิทธิพล
ทางออม เพื่อสง ผลดีตอการเรยี นการสอน

5. การสรา งกฎระเบียบรว มกนั ระหวา งผเู รยี นกบั ครู
เปนสิ่งท่ีจําเปนและเครื่องมือท่ีสําคัญในการจัดการช้ันเรียนของครู ไมวา

กฎระเบียบเหลา นั้นจะกําหนดขึน้ มาจากครเู อง จากความรวมมือกันระหวางครูกับนักเรียนหรือจาก
นกั เรยี นทีส่ ามารถกาํ หนดกตกิ าของการอยรู ว มกนั ขนึ้ เอง แนวทางการปฏิบัติจริงในช้ันเรียนเกี่ยวกับ
การกาํ หนดกฎระเบยี บทเี่ หมาะสมครูท่ีเปน ครูมืออาชีพอาจดําเนนิ การไดด ังน้ี

1. ในชว งสัปดาหแรกของการเปด ภาคเรียนในแตล ะปการศกึ ษา ครูอาจเรม่ิ ตนดว ย
การกําหนดความคาดหวงั ของครูที่มีตอ การแสดงพฤติกรรมของเด็กทั้งในดา นการเรยี นและการปฏิบัติ
กิจกรรมรว มกับเพื่อน

2. กําหนดกฎระเบยี บของชน้ั เรียนโดยระบเุ ปนขอ ๆ
สรปุ การจัดบรรยากาศทางดานจติ วทิ ยา มุงสง เสรมิ ใหผูเรียนเกิดความรูสึกที่ดีตอการเรียน
การสอนและเกดิ ความศรทั ธาในครผู ูสอน ดังนนั้ ครผู สู อนจงึ ควรตระหนักถงึ ความสําคัญของการสรา ง

บรรยากาศทางจิตวิทยา โดยปรับบุคลิกภาพความเปนครูใหเหมาะสมปรับพฤติกรรมการสอนให
ผเู รยี นเกดิ การเรียนรไู ดดี มีเทคนคิ ในการปกครองช้นั เรยี น และสรางปฏิสัมพันธท่ีสงเสริมการเรียนรู
ใหแกผูเ รยี น รวมทั้งการสรา งการสรา งกฎระเบยี บการอยูร ว มกนั ของชนั้ เรยี นโดยที่ผเู รยี นยอมรับและ
ปฏิบตั ติ าม เพอ่ื การเรียนการสอนสาํ เร็จลุลวงไปดว ยดี และนักเรยี นมเี จตคตคิ วามรสู ึกนกึ คดิ ทีด่ ีตอ ครู
ตอ วิชา ตอโรงเรยี น และนกั เรยี นก็จะเรียนรูอยา ง เกง ดี มีสุข

บรรยากาศหอ งเรียนทดี่ ี

บรรยากาศที่ดีในชน้ั เรียนตอ งเปน บรรยากาศทก่ี อ ใหเกิดความรูสึกอบอุน เปนกนั เอง ยอมรบั
และสงเสรมิ ความสําคัญของผเู รยี น ใหค วามรสู กึ เปนอิสระและไดใชความสามารถของผูเรียนมาเปน
ประโยชนใ นกระบวนการจัดการเรียนการสอน ทาทีและพฤติกรรมของครูจะตองแสดงใหเห็นวา มี
ความตระหนักในความรับผิดชอบทมี่ ีตอ ผเู รียน ยกยอ ง ยอมรบั นบั ถือ ใหเกียรติและสนใจปญหาของ
ผเู รยี นอยา งจริงใจ เปนบรรยากาศที่กอใหเกิดความรูสึกไววางใจซ่ึงกันและกัน แตทั้งนี้ตองคํานึงถึง
การตอบสนองความตอ งการของผเู รยี นเปน หลกั มากกวาการตอบสนองความตองการของครูผูสอน
แตฝายเดียว

บรรยากาศหอ งเรยี นที่ดี
1.มคี วามยืดหยนุ มีกลั ยาณมิตร
2.ไมต ึงเครียด
3.นกั เรียนรสู กึ อสิ ระและมคี วามสขุ ในการเรยี นรู
4.มีการสรา งแรงจูงใจใฝสัมฤทธิ์

รายชอ่ื ผจู ดั ทํา

1. นางสาวศถิ ี ตันบญุ เจริญ*
2. นางสาวนํ้ามนต ตะนพี ันธ
3. นางสาวนุชนภา พลสรรค
4. นายพงศดนยั โตเล้ียง
5. นายวรธรรม ศรีอําไพ
6. นายสทิ ธศิ กั ดิ์ พสมุ าตร

นักศกึ ษา โครงการ สควค โครงการ 3 รนุ ท่ี 1 ศูนยม หาวทิ ยาลยั รงั สติ


Click to View FlipBook Version