1
เทคโนโลยีสารสนเทศเพอื่ การจัดการสำนักงาน
จดั ทำโดย
นางสาวพชรกร แนวจำปา เลขท่ี 5
นางสาวณรี นุช แสงชาติ เลขที่ 8
ชน้ั สบจส.2/1
เสนอ
อาจารย์ ศุภนิดา เมทาสงิ ห์
รายงานเลม่ นเ่ี ป็นส่วนหน่ึงของวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การสำนักงาน (30216-2101)
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาอุบลราชธานี
2
คำนำ
รายงานเลม่ นีเ้ ปน็ ส่วนหน่งึ ของวชิ าวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจัดการสำนักงาน (30216-2101)
จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ความหมาย องค์ประกอบ ความสำคัญ
การประยุกต์ใชข้ องสารสนเทศ และระบบสารสนเทศสำนกั งาน
ผ้จู ดั ทำคาดหวังเป็นอยา่ งย่งิ ว่าการจดั ทำรายงานเล่มนจี้ ะมีข้อมูลที่เปน็ ประโยชนต์ ่อผ้ทู ีส่ นใจศึกษา
เป็นอยา่ งดี หากผดิ พลาดประการใด ขออภยั มา ณ ที่น้ีดว้ ย
พชรกร แนวจำปา
ณรี นชุ แสงชาติ
สารบัญ 3
เรือ่ ง หน้า
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ 1
องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ 2
ลักษณะของข้อมลู หรือสารสนเทศที่ส่งผา่ นระบบคอมพิวเตอร์และการส่ือสาร 5
ความสำคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ 5
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 6
ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการ 7
1
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร (Information and Communication Technologies: ICTs) ก็คือ เทคโนโลยีสองด้านหลัก ๆ ท่ี
ประกอบด้วยเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่ผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ใน
กระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศในรูปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว
ข้อความหรือตัวอักษร และตัวเลข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยำ และความรวดเร็วให้ทัน
ต่อการนำไปใช้ประโยชน์
ขอ้ มูลกบั สารสนเทศ
ขอ้ มูล (Data) หมายถึง กลมุ่ ตัวอกั ขระทเี่ มื่อนำมารวมกนั แลว้ มีความหมายอยา่ งใดอย่างหน่ึงและมี
สำคัญควรคา่ แกก่ ารจัดเก็บเพือ่ นำไปใช้ในโอกาสตอ่ ๆ ไป ข้อมูลมักเปน็ ข้อความท่ีอธิบายถึงส่ิงใดสิง่ หนึง่ อาจ
เป็นตวั อักษร ตวั เลข หรอื สัญลกั ษณ์ใด ๆ ทส่ี ามารถนำไปประมวลผลดว้ ยคอมพวิ เตอรไ์ ด้
สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับการสรุป คำนวณ จัดเรียง หรือประมวล
แล้วจากข้อมลู ต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ จนได้เป็นข้อความรู้ เพื่อนำมาเผยแพร่และ
ใชป้ ระโยชนใ์ นงานด้านตา่ ง ๆ
ขอ้ มลู และสารสนเทศนบั ว่ามีประโยชน์ต่อการนำไปใชบ้ ริหารงานด้านต่าง ๆ มากมาย อาทเิ ช่น
1. ด้านการวางแผน สามารถนำสารสนเทศไปใช้ในการวางแผนเกี่ยวกับการจัดการองค์การ
การบริหารงานทรพั ยากรมนุษย์ กระบวนการผลิตสนิ ค้า การตลาด เปน็ ต้น
2
2. ด้านการตัดสินใจ สามารถนำสารสนเทศไปใช้ในการตัดสินใจเพื่อเลือกแนวทางหรือ
ทางเลือกที่มีปัญหาน้อยที่สุดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ การมีสารสนเทศที่สมบูรณ์ ทันสมัย และครบถ้วนจะช่วย
ใหก้ ารตัดสินใจถูกตอ้ ง รวดเร็ว และมีประสทิ ธิภาพยงิ่ ข้นึ
3. ด้านการดำเนนิ งาน สามารถนำสารสนเทศไปใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น ใช้เพื่อควบคุม
หรือตดิ ตามผลการปฏิบัตงิ านใหส้ อดคล้องกับกฎระเบียบ วัตถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายขององคก์ าร
องคป์ ระกอบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นอาจกล่าวได้ว่าประกอบขึ้นจากเทคโนโลยีสองสาขาหลักคือ
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสอื่ สารโทรคมนาคม สำหรับรายละเอยี ดพอสงั เขปของแตล่ ะเทคโนโลยี
มดี งั ตอ่ ไปนี้ คือ
1. เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์เปน็ เครื่องอิเล็กทรอนกิ สท์ ี่สามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งท่บี อก
เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งให้ คอมพิวเตอร์นั้นประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อเชื่อมกัน
เรียกว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์นี้จะต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือที่
เรยี กกนั วา่ ซอฟตแ์ วร์ (Software)
ฮาร์ดแวร์ ประกอบดว้ ย 5 ส่วน คือ
อุปกรณร์ บั ข้อมูล (Input) เชน่ แผงแปน้ อกั ขระ (Keyboard), เมาส์, เครื่องตรวจกวาดภาพ
(Scanner), จอภาพสมั ผสั (Touch Screen), ปากกาแสง (Light Pen), เครือ่ งอ่านบตั รแถบแมเ่ หลก็
(Magnetic Strip Reader), และเครื่องอ่านรหสั แท่ง (Bar Code Reader)
อุปกรณส์ ่งข้อมลู (Output) เชน่ จอภาพ (Monitor), เครื่องพิมพ์ (Printer), และเทอร์มนิ ัล
หน่วยประมวลผลกลาง จะทำงานร่วมกับหน่วยความจำหลักในขณะคำนวณหรือประมวลผล โดย
ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยการดึงข้อมูลและคำสั่งที่เก็บไว้ไว้ในหน่วยความจำหลัก
มาประมวลผล
หน่วยความจำหลกั มหี น้าทเี่ กบ็ ข้อมลู ท่มี าจากอุปกรณร์ บั ข้อมลู เพ่อื ใชใ้ นการคำนวณ และผลลัพธ์
ของการคำนวณกอ่ นทจี่ ะส่งไปยงั อุปกรณ์สง่ ข้อมูล รวมทงั้ การเกบ็ คำสั่งขณะกำลังประมวลผล
หน่วยความจำสำรอง ทำหน้าทจี่ ัดเกบ็ ข้อมลู และโปรแกรมขณะยังไม่ได้ใชง้ าน เพ่ือการใช้ในอนาคต
ซอฟตแ์ วร์ เป็นองค์ประกอบทส่ี ำคญั และจำเปน็ มากในการควบคุมการทำงานของเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
3
ซอฟตแ์ วร์ สามารถแบง่ ออกได้เปน็ 2 ประเภท คือ
ซอฟตแ์ วรร์ ะบบ มหี น้าทีค่ วบคมุ อปุ กรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบคอมพวิ เตอร์ และเปน็ ตัวกลาง
ระหวา่ งผใู้ ช้กบั คอมพิวเตอร์หรอื ฮารด์ แวร์ ซอฟตแ์ วร์ระบบสามารถแบง่ เป็น 3 ชนดิ ใหญ่ คอื
1. โปรแกรมระบบปฏิบัติการ ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พ่วงต่อ
กบั เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวอยา่ งโปรแกรมทนี่ ิยมใช้กนั ในปัจจบุ ัน เช่น UNIX, DOS, Microsoft Windows
2. โปรแกรมอรรถประโยชน์ ใช้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ใน
ระหวา่ งการประมวลผลข้อมลู หรือในระหว่างที่ใช้ เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ ตัวอยา่ งโปรแกรมท่ีนยิ มใชก้ ันในปัจจุบัน
เช่น โปรแกรมเอดเิ ตอร์ (Editor)
3. โปรแกรมแปลภาษา ใช้ในการแปลความหมายของคำสงั่ ทเ่ี ป็นภาษาคอมพิวเตอรใ์ ห้อยู่
ในรูปแบบทเ่ี คร่ืองคอมพิวเตอร์เขา้ ใจ และทำงานตามท่ี ผ้ใู ชต้ ้องการ
4
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นโปรแกรมทเ่ี ขยี นข้นึ เพื่อทำงานเฉพาะด้านตามความต้องการ ซึ่ง
ซอฟตแ์ วร์ประยุกตน์ ้ีสามารถแบง่ เป็น 3 ชนดิ คือ
1. ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์เพื่องานทว่ั ไป เปน็ ซอฟต์แวร์ท่ีสร้างข้ึนเพื่อใชง้ านท่ัวไปไม่เจาะจง
ประเภทของธรุ กจิ ตัวอยา่ ง เชน่ Word Processing, Spreadsheet, Database Management เป็นตน้
2. ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์เฉพาะงาน เป็นซอฟต์แวร์ท่ีสรา้ งข้นึ เพ่ือใชใ้ นธุรกจิ เฉพาะ ตามแต่
วัตถุประสงค์ของการนำไปใช้
3. ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์อนื่ ๆ เป็นซอฟตแ์ วร์ทีเ่ ขียนข้นึ เพ่ือความบนั เทงิ และอ่ืน ๆ
นอกเหนือจากซอฟตแ์ วร์ประยุกตส์ องชนิดข้างตน้ ตัวอย่าง เช่น Hypertext, Personal Information
Management และซอฟต์แวรเ์ กมต่าง ๆ เปน็ ต้น
2. เทคโนโลยสี ื่อสารโทรคมนาคม
เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ใช้ในการติดต่อสื่อสารรับ/ส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ เป็นการส่งของ
ข้อมูลระหวา่ งคอมพวิ เตอร์หรอื เครือ่ งมือที่อยู่ห่างไกลกัน ซึ่งจะช่วยให้การเผยแพร่ข้อมูลหรือสารสนเทศไปยงั
ผใู้ ชใ้ นแหล่งต่าง ๆ เป็นไปอยา่ งสะดวก รวดเรว็ ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น และทันการณ์ ซึ่งรปู แบบของข้อมูลที่รับ/ส่ง
อาจเปน็ ตัวเลข (Numeric Data) ตวั อักษร (Text) ภาพ (Image) และเสียง (Voice)
เทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารหรือเผยแพร่สารสนเทศ ได้แก่ เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบโทรคมนาคมทัง้
ชนดิ มสี ายและไร้สาย เช่น ระบบโทรศพั ท์, โมเดม็ , แฟกซ์, โทรเลข, วิทยุกระจายเสยี ง, วทิ ยุโทรทศั น์ เคเบิ้ลใย
แก้วนำแสง คลื่นไมโครเวฟ และดาวเทียม เป็นต้น สำหรับกลไกหลักของการสื่อสารโทรคมนาคมมี
องค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ ต้นแหล่งของข้อความ (Source/Sender), สื่อกลางสำหรับการรับ/ส่ง
ข้อความ (Medium), และสว่ นรับขอ้ ความ (Sink/Decoder)
นอกจากนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจำแนกตามลกั ษณะการใช้งานได้เป็น 6 รปู แบบ ดงั นีต้ อ่ ไปน้ี คอื
1. เทคโนโลยีที่ใชใ้ นการเก็บขอ้ มูล เชน่ ดาวเทยี มถ่ายภาพทางอากาศ, กล้องดจิ ิทัล, กลอ้ งถา่ ยวดี ีทัศน์,
เครื่องเอกซเรย์ ฯลฯ
5
2. เทคโนโลยีท่ใี ชใ้ นการบันทึกข้อมลู จะเป็นสื่อบันทึกขอ้ มูลต่าง ๆ เช่น เทปแม่เหล็ก, จานแม่เหลก็ ,
จานแสงหรือจานเลเซอร์, บัตรเอทเี อ็ม ฯลฯ
3. เทคโนโลยที ีใ่ ชใ้ นการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์ท้ังฮาร์ดแวร์ และ
ซอฟตแ์ วร์
4. เทคโนโลยีทใ่ี ชใ้ นการแสดงผลข้อมูล เช่น เครื่องพมิ พ์, จอภาพ, พลอตเตอร์ ฯลฯ
5. เทคโนโลยที ใ่ี ชใ้ นการจดั ทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถา่ ยเอกสาร, เครื่องถา่ ยไมโครฟิลม์
6. เทคโนโลยีสำหรบั ถ่ายทอดหรือสือ่ สารข้อมลู ได้แก่ ระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์,
วิทยกุ ระจายเสียง, โทรเลข, เทเล็กซ์ และระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรท์ ัง้ ระยะใกลแ้ ละไกล
ลักษณะของขอ้ มลู หรือสารสนเทศที่สง่ ผ่านระบบคอมพิวเตอรแ์ ละการสื่อสาร ดังน้ี
ข้อมลู หรอื สารสนเทศทีใ่ ช้กันอย่ทู ั่วไปในระบบสือ่ สาร เช่น ระบบโทรศพั ท์ จะมลี ักษณะของสัญญาณ
เป็นคลื่นแบบต่อเนื่องที่เราเรียกว่า "สัญญาณอนาลอก" แต่ในระบบคอมพิวเตอร์จะแตกต่างไป เพราะระบบ
คอมพิวเตอร์ใช้ระบบสัญญาณไฟฟ้าสูงต่ำสลับกัน เป็นสัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง เรียกว่า "สัญญาณดิจิตอล" ซึ่ง
ข้อมูลเหล่านั้นจะส่งผ่านสายโทรศัพท์ เมื่อเราต้องการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่น ๆ
ผา่ นระบบโทรศพั ท์ ก็ต้องอาศยั อปุ กรณช์ ว่ ยแปลงสัญญาณเสมอ ซึ่งมีชอื่ เรียกว่า "โมเด็ม" (Modem)
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
สามารถอธบิ ายความสำคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศในดา้ นทม่ี ผี ลกระทบต่อการเปล่ยี นแปลง
พฤติกรรมดา้ นตา่ ง ๆ ของผู้คนไวห้ ลายประการดังต่อไปน้ี
ประการที่หนึ่ง เทคโนโลยสี ารสนเทศ ทำให้สังคมเปลยี่ นจากสงั คมอุตสาหกรรมมาเปน็
สังคมสารสนเทศ
ประการทส่ี อง เทคโนโลยสี ารสนเทศทำให้ระบบเศรษฐกิจเปลีย่ นจากระบบแห่งชาติไปเปน็
เศรษฐกจิ โลกที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของโลกผูกพนั กบั ทุกประเทศ ความเชือ่ มโยงของเครือขา่ ยสารสนเทศทำ
ให้เกดิ สังคมโลกาภิวัฒน์
ประการที่สาม เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้องค์กรมีลักษณะผูกพัน มีการบังคับบัญชาแบบแนวราบ
มากขึ้น หน่วยธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็นเครือข่าย การดำเนินธุรกิจมีการ
แข่งขันกันในด้านความเร็ว โดยอาศัยการใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัว
สนบั สนนุ เพอ่ื ให้เกิดการแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ไดง้ ่ายและรวดเร็ว
ประการท่สี ่ี เทคโนโลยสี ารสนเทศเป็นเทคโนโลยีแบบสนุ ทรยี สมั ผสั และสามารถตอบสนองตาม
ความตอ้ งการการใชเ้ ทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ท่เี ลอื กได้เอง
6
ประการที่หา้ เทคโนโลยีสารสนเทศทำใหเ้ กิดสภาพทางการทำงานแบบทุกสถานทแี่ ละทุกเวลา
ประการที่หก เทคโนโลยีสารสนเทศก่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทำ
ให้วิถีการตัดสินใจ หรอื เลอื กทางเลอื กไดล้ ะเอยี ดขน้ึ
กล่าวโดยสรุปแลว้ เทคโนโลยีสารสนเทศมบี ทบาททส่ี ำคัญในทุกวงการ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก
ด้านความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการ
วิจยั และการพัฒนา
ตา่ ง ๆปัจจยั ทที่ ำให้เกิดความล้มเหลวในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านการศกึ ษา
➢ E-Learning
➢ Video on demand
➢ E-book
➢ E-Library
ดา้ นพาณิชย์และสำนกั งาน
➢ E-Commerce
➢ E-Business
➢ EDI (Electronic Data Interchange)
➢ OAS (Office Automation System)
ดา้ นสาธารณะสุขและการแพทย์
➢ Telemedicine(ระบบการแพทย์ทางไกล)
➢ Medical Consultation(ระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล)
ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม
➢ Satellite
➢ Integrated Service
➢ Digital Network: ISDN)
➢ E-mail
7
ระบบสารสนเทศเพ่อื การจดั การ (Management Information System : MIS)
ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ หมายถงึ ระบบทร่ี วบรวมและจดั เก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมลู ตา่ ง ๆ ทั้ง
ภายใน และภายนอกองค์การอยา่ งมีหลกั เกณฑ์ เพ่ือนำมาประมวลผลและจดั รปู แบบให้ได้สารสนเทศท่ชี ว่ ย
สนับสนุนการทำงาน และการตัดสินใจในด้านตา่ ง ๆ ของผู้บรหิ ารเพ่ือให้การดำเนนิ งานขององค์การเป็นไปอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ โดยท่เี ราจะเห็นวา่ MIS จะประ กอบดว้ ยหน้าทีห่ ลัก 2 ประการ
1. สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกองคก์ ารมาไวด้ ้วยกันอยา่ งเป็น
ระบบ
2. สามารถทำการประมวลผลขอ้ มลู อย่างมีประสิทธภิ าพ เพ่ือให้ไดส้ ารสนเทศท่ีชว่ ยสนับสนุนการ
ปฏิบตั ิงานและการบรหิ ารงานของผูบ้ รหิ าร
ดังนั้นถ้าระบบใดประกอบด้วยหน้าที่หลักสองประการ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่หลักทั้งสอง
ไดอ้ ยา่ งครบถ้วน และสมบรู ณ์ ระบบนน้ั ก็สามารถถกู จัดเป็นระบบ MIS ได้ ระบบ MIS ไม่จำเปน็ ที่จะต้องสร้างขึ้น
จากระบบคอมพิวเตอร์ MIS อาจสร้างขึน้ มาจากอุปกรณอ์ ะไรกไ็ ด้ แตต่ อ้ งสามารถปฏบิ ัติหน้าทห่ี ลักท้ังสองประการ
ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ แต่เนื่องจากปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล
นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst and Designer ) จึงออกแบบระบบสารสนเทศให้มี
คอมพวิ เตอร์เปน็ อปุ กรณห์ ลกั ในการจัดการสารสนเทศ
ปัจจุบันขอบเขตการทำงานของระบบสารสนเทศขยายตัวจากการรวบรวมข้อมูลที่มาจากภายในองค์การ
ไปสู่การเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งจากภายในท้องถิ่น ประเทศ และระดับนานาชาติ
ปัจจุบันธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีสาร สนเทศที่มีศักยภาพ สูงขึ้นเพื่อสร้าง MIS ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่ม ขีดความสามารถของธุรกิจ และขีดความสามารถในการ
บริหารงานของผู้บริหารในยุคปัจจุบัน แต่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือคน ส่วนใหญ่ยังไม่เขา้ ใจในศักยภาพและขอบเขต
ของการใช้งานระบบสารสนเทศ (MIS) นอกจากนี้บุคลากรบางส่วนที่ขาดความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับ
เทคโนโลยีสารสนเทศ มีทัศนคตทิ ีไ่ ม่ดีตอ่ การใช้งานระบบสารสนเทศ ไม่ยอมเรียนรแู้ ละเปดิ รับการเปลีย่ นแปลง จึง
ใหค้ วามสนใจหรือความสำคญั กับการปรบั ตัวเขา้ กับ MIS นอ้ ยกวา่ ทคี่ วร
8
ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานทัง้ ระดับองค์การและอุตสาหกรรม ธุรกิจต้องการ
ระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการดำรงอยู่และเจริญเติบโตขององค์การ โดยที่เทคโนโลยีสารสนเทศจะ
ส่วนชว่ ยใหธ้ ุรกิจประสบผลสำเรจ็ และสามารถแขง่ ขันกบั ธุรกจิ อืน่ ในระดับสากล เพอ่ื ใหก้ ารทำงานมีเปน็ ไปอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ จงึ ตอ้ งทำความเข้าใจถึงวธิ ีใช้งานและโครงสร้างของระบบสารสนเทศ สามารถสรุปสว่ นประกอบของ
ระบบสารสนเทศ ได้ 3 สว่ น คอื
1. เครื่องมือในการสรา้ งระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการ หมายถงึ ส่วนประกอบหรือโครงสรา้ งพ้ืนฐาน
ทรี่ วมกนั เข้าเป็น MIS และชว่ ยใหร้ ะบบสารสนเทศดำเนนิ งานอยา่ งมีประสิทธภิ าพ โดยจำแนกเคร่ืองมือในการ
สรา้ งระบบสารสนเทศไว้ 2 สว่ น คือ
1.1 ฐานขอ้ มลู (Data Base)
ฐานข้อมูล จัดเป็นหัวใจสำคัญของระบบ MIS เพราะว่าสารสนเทศที่มีคุณภาพจะมาจากข้อมูลที่ดี
เชื่อถือได้ ทันสมัย และถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ดังนั้นฐานข้อมูลจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบสารสนเทสมีความสมบูรณ์ และปฏิบัติงานอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
1.2 เครอ่ื งมือ (Tools)
เป็นเคร่อื งมือทใี่ ชจ้ ัดเกบ็ และประมวลผลข้อมูล ปกติระบบสารสนเทศจะใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์เปน็
อุปกรณ์หลักในการจดั การขอ้ มูล ซงึ่ จะประกอบด้วยส่วนสำคญั ตอ่ ไปนี้
1.2.1 อุปกรณ์ (Hardware) คือ ตวั เครื่องหรือส่วนประกอบของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ รวมทง้ั
อุปกรณ์ ระบบเครือข่าย
1.2.2 ชดุ คำสง่ั (Software) คือ ชุดคำสั่งทท่ี ำหน้าทร่ี วบรวม และจดั การ เกบ็ ข้อมลู เพือ่ ใช้ใน
การ บริหารงาน หรอื การตดั สินใจ
2. วธิ กี ารหรือขัน้ ตอนการประมวลผล
การที่จะไดผ้ ลลัพธต์ ามท่ีต้องการ จะต้องมีการจดั ลำดบั วางแผนงานและวิธีการประมวลผลให้
ถูกต้อง เพื่อให้ไดข้ ้อมลู หรอื สารสนเทศท่ตี ้องการ
3. การแสดงผลลพั ธ์ เมอื่ ข้อมูลไดผ้ า่ นการประมวลผล ตามวธิ ีการแลว้ จะได้ สารสนเทศ หรอื MIS
เกดิ ขนึ้ อาจจะนำเสนอในรปู ตาราง กราฟ รปู ภาพ หรอื เสียง เพ่ือให้การนำเสนอข้อมลู มีประสิทธิภาพ จะขึ้นอยู่
กบั ลกั ษณะของข้อมูล และลกั ษณะของการนำไป ใช้งาน
9
ระบบย่อยของระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ
กล่าวได้ว่าหน้าที่หลักของ MIS คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากทั้งภายใน และภายนอกองค์การมาไว้
อย่างเป็นระบบ เพือ่ ทำการประมวลผลและจัดรูปแบบข้อมูลให้ไดส้ ารสนเทศท่ีเหมาะสม และจดั พิมพ์เป็นรายงาน
ส่งต่อไปยังผู้ใช้ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจและบริหารงานของผู้บริหารมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่
เ ห ม า ะ ส ม ส ำ ห ร ั บ ผ ู ้ ใ ช ้ ก า ร ท ำ ง า น ต ่ า ง ๆ ส า ม า ร ถ แ บ ่ ง อ อ ก เ ป ็ น 4 ร ะ บ บ ย ่ อ ย ด ั ง ต ่ อ ไ ป นี้
1. ระบบปฏิบัติการทางธุรกิจ (Transaction Processing System) หรือเรียกว่า TPS หมายถึง
ระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทำงานเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานภายในองค์การ โดยใช้
เครื่องมือทางอีเลก็ ทรอนิกส์ โดยเฉพาะคอมพวิ เตอรเ์ ข้ามาเป็นอปุ กรณ์หลกั ของระบบ โดยท่ี TPS จะชว่ ยสนบั สนนุ
ให้การดำเนินงานในแตล่ ะวนั ขององค์การเปน็ ไปอยา่ งเรยี บร้อยเป็นระบบ โดยเฉพาะปัจจบุ นั ท่ีการดำเนินงานในแต่
ละวันมักจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และสามารถ
ปฏบิ ัตงิ านได้โดยอตั โนมตั ิ นอกจากน้ี TPS ยงั ช่วยใหผ้ ูใ้ ชส้ ามารถเรียกสารสนเทศมาอา้ งองิ อย่างสะดวกและถูกต้อง
2. ระบบจัดทำรายงานสำหรับการจัดการ (Management Report System)หรือเรียกว่า MRS
หมายถงึ ระบบสารสนเทศทถ่ี ูกออกแบบและพัฒนาข้นึ เพ่อื รวบรวม ประมวลผล จัดระบบและจดั ทำรายงาน หรือ
เอกสารสำหรับช่วยในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร โดยที่ MRS จะจัดทำรายงานหรือเอกสาร และส่ง
ตอ่ ไปยังฝา่ ยจดั การตามระยะเวลาที่กำหนด หรอื ตามความต้องการของผบู้ รหิ าร เนือ่ งจากรายงานท่ีถูกจัดทำอย่าง
เป็นระบบจะชว่ ยให้การบรหิ ารงานมีประสิทธภิ าพ โดยทัว่ ไปแล้วการทำงานของระบบจัดออกรายงาน สำหรับการ
จัดการจะถูกใช้สำหรบั การวางแผน การตรวจสอบ และการควบคุมการจัดการ
3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Supporting System) หรือที่เรียกว่า DSS หมายถึง
ระบบสารสนเทศท่ีจัดหาหรือจัดเตรียมข้อมลู สำคัญสำหรับผู้บริหาร เพ่อื จะช่วยในการตดั สนิ ใจแก้ปัญหาหรือเลือก
โอกาสที่เกิดขึ้น ปรกติปัญหาของผู้บริหารจะมีลักษณะที่เป็นกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structure) และไม่มีโครงสร้าง
(Nonstructure) ซึ่งยากต่อการวางแนวทางรองรับหรือแก้ปัญหา ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประการสำคัญของ DSS
จะไม่ทำการตัดสินใจให้กับผู้บริหาร แต่จะจัดหา และประมวลสารสนเทศ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในการตัดสินใจ
ให้กบั ผ้บู รหิ าร
4. ระบบสารสนเทศสำนักงาน (Office Information System) หรือที่เรียกว่า OIS หมายถึง
ระบบสารสนเทศที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้การทำงานในสำนักงานมีประสิทธิภาพ โดย (OIS ) จะ
ประกอบขึน้ จากเทคโนโลยสี ารสนเทศและเทคโนโลยีเคร่ืองใช้สำนักงานท่ีถูกออกแบบให้ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน เพ่ือให้
การปฏิบัติงานในสำนักงานเกิดผลสูงสุด หรือเราสามารถกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ระบบสารสนเทศสำนักงานมี
วัตถุประสงค์ เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานในองค์การเดี่ยวกัน และระหว่าง
องค์กร รวมท้งั การติดต่อกับส่งิ แวดลอ้ มภายนอก
10
อ้างองิ
เทคโนโลยีสารสนเทศ - Kampanat Ritchoo (google.com)
3.1.6 ระบบสารสนเทศเพ่อื การจดั การ คอื อะไร - MIS5830122113312 (google.com)