วเิ คราะห์ส่ิงแวดล้อมในสถานศึกษาทม่ี ีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
เสนอ
อาจารย์ ดร. สุดาพร ทองสวสั ด์ิ
อาจารย์ ดร.เรวดี เชาวนาสัย
จดั ทาโดย
นายมฮู าหมดั รุซลนั ลือบากะลูติง
รหัส 6319050074
หลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาการบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
สิ่งแวดลอ้ ม หมายถงึ ทุกสิ่งทกุ อยา่ งทีอ่ ยรู่ อบตวั ท้งั ท่ีมีชีวติ และไม่มชี ีวิต
ท้งั ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและส่ิงที่มนุษยส์ ร้างข้ึน ประกอบดว้ ยส่ิงท่ีเป็ น
รูปธรรมและนามธรรม มีความสัมพนั ธ์ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งแนบแน่นและเป็ น
ประโยชน์ต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกนั เป็นปัจจยั ใน
การเก้ือหนุนซ่ึงกนั และกนั โดยความเป็ นจริงแล้วสิ่งแวดลอ้ มมีอิทธิพลกบั
มนุษย์มีส่วนเสริ มสร้างหรื อทาลายอีกส่วนหน่ึง อย่างหลีกเล่ียงมิได้
สิ่งแวดลอ้ มเป็ นวงจรและวฏั จกั รท่ีเกี่ยวขอ้ งกันมีบทบาทหรือมีส่วนไดส้ ่วน
เสียต่อตวั เรา
จากคาจากดั ความดงั กล่าว สามารถสรุปไดว้ า่ สิ่งแวดลอ้ ม คือ สิ่งตา่ งๆ ที่
อยู่รอบๆ ตวั เรา แต่ คาว่า “ตวั เรา” ในที่น้ีไม่ได้หมายถึงตวั มนุษยเ์ ราเท่าน้นั
โดยความเป็นจริงแล้ว ตวั เราน้ันเป็ นอะไรก็ไดท้ ี่ตอ้ งการศึกษา/รู้ เช่น ตวั เรา
อาจจะเป็ นดิน ถ้ากล่าวถึงส่ิงแวดล้อมดิน หรืออาจจะเป็ นน้า ถ้ากล่าวถึง
ส่ิงแวดลอ้ มน้า เป็นตน้ นอกจากน้ีอาจมีขอ้ สงสัยว่า ส่ิงที่อย่รู อบตวั เรามีรัศมี
จากดั มากนอ้ ยเพียงใด ซ่ึงสามารถอธิบายไดว้ ่าส่ิงต่างทอ่ี ยรู่ อบๆ ตวั เรา ไม่ไดม้ ี
ขอบเขตจากัด มนั อาจอยใู่ กล้หรือไกลตวั เราก็ได้ จะมีบทบาทหรือมีส่วนได้
ส่วนเสียต่อตวั เราอย่างไรน้ันมันก็ข้ึนอยู่กับลกั ษณะ และพฤติกรรมของส่ิง
น้นั ๆ เช่น โศกนาฏกรรมตกึ เวิร์ดเทรด ซ่ึงตวั มนั อยถู่ งึ สหรัฐอเมริกา แตม่ ผี ลถงึ
ประเทศไทยไดใ้ นเรื่องของเศรษกิจ เป็นตน้
ประเภทของส่ิงแวดลอ้ ม
จากความหมายของสิ่งแวดล้อมดังกล่าวสามารถแบ่งสิ่งแวดล้อมได้เป็ น 2
ประเภท คอื สิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาติ (Natural environment) และส่ิงแวดลอ้ ม
ท่ีมนุษยส์ ร้างข้นึ (Man-Mode Environment)
1. สิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาติ ( Natural Environment)
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทยอ่ ย คือ สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ (หรือสิ่งแวดลอ้ มที่
ไมม่ ีชีวิต) และสิ่งแวดลอ้ มท่มี ชี ีวติ
1. 1 สิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพ (Physical Environment) หรือส่ิงแวดลอ้ มท่ีไม่มี
ชีวติ (Abiotic Environment) แบ่งไดด้ งั น้ี
1.1.1 บรรยากาศ (Atmosphere) หมายถึงอากาศที่ห่อหุ้มโลก ประกอบดว้ ย กา๙
ชนิดต่างๆ เช่น โอโซน ไนโตรเจน ออกซิเจน อาร์กอน คาร์บอนไดออกไซด์
ฝ่นุ ละออง และไอน้า
1.1.2 อุทกภาค (Hydrosphere) หมายถึงส่วนท่ีเป็ นน้าท้งั หมดของพ้ืนผิวโลก
ไดแ้ ก่ มหาสมทุ ร ทะเล แม่น้า ฯลฯ
1.1.3 ธรณีภาค หรือ เปลือกโลก (Lithosphere) หมายถึง ส่วนของโลกที่เป็ น
ของแขง็ ห่อหุ้มอยรู่ อบนอกสุด ของโลกประกอบดว้ ยหินและดิน
1.2 ส่ิงแวดลอ้ มทมี่ ีชีวิต (Biotic Environment) ไดแ้ ก่ พชื สัตว์ และมนุษย์
2. สิ่งแวดลอ้ มทีม่ นุษยส์ ร้างข้นึ (Man-Mode Environment) แบ่งได้ 2 ประเภท
2.1 ส่ิงแวดลอ้ มท่เี ป็นรูปธรรม (Concrete Environment) ไดแ้ ก่ บา้ นเรือน ถนน
สนามบิน เขื่อน โรงงาน วดั
2.2 ส่ิงแวดลอ้ มท่ีเป็นนามธรรม (Abstract Environment)ไดแ้ ก่ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี วฒั นธรรม ศาสนา กฎหมายระบบเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง
เป็ นตน้
รัฐสภา พงษ์ภิญโญ (2556) ไดก้ ล่าวถึงสภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ว่าแบ่งเป็น 2
องคป์ ระกอบดว้ ยกนั นนั่ คอื
1) สภาพแวดลอ้ มดา้ นกายภาพ หมายถึง สภาพต่าง ๆ ที่มนุษยไ์ ดท้ าข้ึน และส่ิง
ต่าง ๆ ท่อี ยู่ ตามธรรมชาติ มีผลตอ่ การเรียนรู้ของคน ดงั เช่น (1) สภาพแวดลอ้ ม
ในช้นั เรียน หมายถึง โต๊ะ เกา้ อ้ีวสั ดุ อุปกรณ์ส่ือต่าง ๆ ภายในห้องเรียน และ
(2) สภาพแวดลอ้ มนอกช้นั เรียน หมายถึง แสงสวา่ ง สี เสียง และอาคารสถานท่ี
ต่าง ๆ ในสถานศึกษา ท้งั แหล่งเรียนรู้ ตลอดจนบริเวณเพือ่ การจดั กิจกรรม และ
นิทรรศการต่าง ๆ
2) สภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ดา้ นจิตวิทยา หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรี ยน
การสอนท้งั ใน และนอกห้องเรียนที่ช่วยส่งเสริมผูเ้ รียนให้เกิดการเรียนรู้และ
พฒั นาตนเองไดอ้ ย่างสมบูรณ์ประกอบไปด้วย (1) คุณลักษณะของครูหรือ
พฤตกิ รรมทคี่ รูแสดงออกต่อนกั เรียน (2) การจดั กระบวนการเรียนการสอนท้งั
ในและนอกห้องเรียน และ (3) ความสัมพนั ธ์ระหว่างครูกับผู้ปกครองและ
ชุมชน
สภาพแวดลอ้ มสถานศึกษา หมายถึง ส่ิงต่าง ๆ ท่ีมีอยูใ่ น หรืออยู่รอบ ๆ
สถานศึกษา ซ่ึงมีอิทธิพลต่อการดาเนินกิจกรรมของสถานศึกษาน้ัน และเป็น
ส่วนประกอบสาคญั ส่วนหน่ึงทจี่ ะส่งผลให้ผูเ้ รียนมกี ารพฒั นามีความปลอดภยั
มีแรงจูงใจและเกิดความสุข ความเต็มใจในการแสวงหาความรู้ตรงกันขา้ ม
โรงเรียนที่ขาดการเอาใจใส่ในดา้ นสภาพแวดลอ้ มไมเ่ ห็นความสาคญั ของการ
จดั สภาพแวดลอ้ ม จะทาให้บคุ ลากรท้งั ในและนอกสถาศกึ ษาขาดปฏสิ ัมพนั ธ์ที่
ดี มีบรรยากาศที่น่าเบื่อขาดความอบอุ่นและบรรยากาศท่ีเป็ นมิตร และขาด
ศรัทธาต่อโรงเรียน ทาให้ส่วนประกอบคาว่าองคก์ รแห่งการเรียนรู้ขาดความ
สมบูรณ์ตามมาในท่ีสุด โดยโรงเรียนเอกภาพศาสนวิชญ์ เปิ ดสอนระดับ
มัธยมศึกษาช้ันปี ที่ 1 ถึงช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 6 โดยมีจุดเด่นคือเป็ นโรงเรียน
ประเภทกินนอนหรือโรงเรียนประจาท่มี ีปรัชญาเรียนทางโลกคู่ทางธรรมสร้าง
สันติให้โลก มุ่งพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียนให้เป็ นมนุษยท์ ่ีสมบูรณ์ ตามมาตรฐาน
การศึกษาและบูรณาการตามวิถีอิสลาม พฒั นาส่ิงแวดลอ้ มให้เอ้อื ต่อการเรียนรู้
และการบริหารจดั การสภาพแวดล้อมให้มีคุณภาพด้านกายภาพและจิตภาพ
ของโรงเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ต่อผเู้ รียนใหม้ ีความสุข มมี ิติใหม่ๆ
เพื่อสร้างแรงกระตุน้ ให้เกิดการอยากมาเรียนของนักเรียน และยงั สร้างความ
เช่ือมน่ั ดา้ นจิตภาพให้ผูท้ ี่ไดร้ ับส่วนไดส้ ่วนเสียหรือผูป้ กครองเกิดความมนั่ ใจ
ครูจึงมุ่งมน่ั ใส่ใจกับผูเ้ รียนทุกคนเพ่ือให้การปฏิบตั ิการเรียนการสอนบรรลุ
ตามวตั ถปุ ระสงคท์ วี่ างไว้
ด้านกายภาพ
ห้องมัธยมตอนต้นสีชมพหู วานแหวว
ห้องมธั ยมตอนต้นสีฟ้าสดใส
แสงสว่างที่เพยี งพอมากๆ
อาคารเรียนท่ามกลางธรรมชาติ
จัดเก้าอีเ้ ผื่อทางเดนิ ที่สะดวก
ด้านจิตภาพ
มคี วามสุขกับกจิ กรรมระดมความคดิ ระหว่างเพอ่ื นร่วมห้อง
ร่วมกิจกรรมหลายๆคนแบบน้เี ราก็พร้อมนะฟังการบรรยายโดยวิทยากรอย่างต้งั ใจ
ความสาเร็จได้มาอย่างภาคภมู ใิ จ
เรียนสองสายแบบหนูก็ทาได้เหมือนเพื่อนนะ
จุดเด่นของการจัดการส่ิงแวดล้อม
ด้านกายภาพ
1.โรงเรียนเอกภาพศาสนวิชญ์มีอาคารสถานท่ี อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้อง
ส่งเสริมการเรียน ซึ่งเอ้ือต่อการเรียนรู้และการจัดกระบวนการเรียนการสอนท่ีหลากหลาย
ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเป็ นระบบ ท้ังในและนอกเวลาเรียน เช่น ห้องสมุด ห้อง
คอมพวิ เตอร์ ห้องปฏบิ ตั กิ ารทางภาษา ห้องปฏิบตั กิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ ห้องจริยธรรม
2.โรงเรียนมบี รรยากาศดี อาคารเรียนสะอาดและบริบททางการศึกษาท่พี ร้อมทาให้นกั เรียนและ
บุคลากรในโรงเรียนเกิดความรู้สึกพอใจภูมิใจ อบอุ่นใจ สบายใจ รู้สึกในความเป็ นเจ้าของ และ
อยากมาโรงเรียน โรงเรียนที่มบี รรยากาศไม่ดจี ะทาให้สมาชิกเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย
ด้านจิตภาพ
1.การจัดบรรยากาศการเรียนการสอนท้ังในและนอกห้องเรียน ตลอดจนการจัดบริการเพื่อ
ส่งเสริม สนับสนนุ ทางวิชาการต่าง ๆ ที่จะทาให้นกั เรียนได้รับความรู้ ประสบการณ์ให้มากที่สุด
ภายใต้บรรยากาศท่ีมีชีวิตชีวา แจ่มใส น่าเรียนรู้ สอนสนุก เรียนสนุก ครูรักเด็ก เด็กรักครู รั ก
เพื่อน ไม่มีบรรยากาศแห่งความกลวั หวาดผวา วติ กกงั วล ทุกคนพดู เป็ นเสียงเดียวกนั ว่า "อยาก
มาโรงเรียน"
2.ส่งเสริมให้เกดิ บรรยากาศในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนทตี่ รงตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
และส่งเสริมความสามารถของนักเรียนแต่ละบุคคล ให้นักเรียนเป็ นศูนย์กลางของการเรียนการ
สอน แล้วดาเนินกจิ กรรมด้วยความเป็ นกันเอง ให้เกยี รติซ่ึงกนั และกนั ส่งเสริมการเรียนเป็ นกล่มุ
ช่วยกนั คิด ช่วยกันทาระหว่างผ้สู อนและผ้เู รียน สภาพแวดล้อมเช่นนี้จะทาให้ทกุ คนมคี วามสุขมี
ความม่นั ใจ และตระหนักในคุณค่าของตนเอง
จุดพฒั นาของการจัดการส่ิงแวดล้อม
ด้านกายภาพ
1.โรงเรียนควรเพิ่มเคร่ืองเล่นกีฬาในสนามเพอ่ื ให้นักเรียนสามารถเล่นกีฬาและมกี ารซ้อมชนิด
กฬี าต่างๆให้พร้อมเมื่อมรี ายการแข่งขันเกดิ ขึน้ จาเป็ นต้องบารุงให้มีสภาพใช้การได้ดอี ย่เู สมอ
2.เพม่ิ มาตรการความปลอดภัยจากอบุ ัติเหตุ การทีเ่ ดก็ ต้องใช้เวลาอยู่ในสถานศึกษาแต่ละวันเป็ น
เวลาหลายชั่วโมงย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ถ้าสถานศึกษาจัดสภาวะสิ่งแวดล้อมไม่
ปลอดภัย อุบตั เิ หตุทพ่ี บบ่อยในสถานศึกษามีลักษณะต่าง ๆ กนั ได้แก่ การพลัดตกหกล้ม การถกู
ของแหลมของมีคม อุบัติเหตุจากการเรียนการสอน การเล่นกีฬา การทดลองทางวิทยาศาสตร์
อุบัติเหตุจากการชารุดทรุดโทรมของอาคารเรียนและส่ิงก่อสร้างในสถานศึกษา อุบัติเหตุจาก
การจราจรบริเวณทางเข้าทางออกของสถานศึกษาและภายในสถานศึกษา
จิตภาพ
1.โรงเรียนควรให้จัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนตามความถนัดและความสามารถของแต่ละเพศ
เพ่ือเป็ นศูนย์รวมจิตใจของนักเรียนตลอดไป
2.นักเรียนอาศัยอย่รู ่วมกันเป็ นจานวนมากทาให้มีความตระหนกั ถงึ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน
ซ่ึงมาจากครอบครัวที่อย่ใู นสภาพแวดล้อมท่ีแตกต่างกนั ถ้านักเรียนคนใดคนหนงึ่ เป็ น โรคตดิ ต่อ
ย่อมมโี อกาสแพร่กระจายในหม่นู ักเรียนด้วยกันได้ง่าย นอกจากน้ี นกั เรียนอาจนา โรคตดิ ต่อจาก
สถานศึกษาไปสู่บ้านและชุมชนที่ตนอาศัย ในการจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา เพ่ือให้
ปลอดภัยจากโรคติดต่อโรงเรียนจงึ ต้องจดั การสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมและรองรับต่อโรคระบาด