The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by psereetanaroj, 2020-11-03 01:49:00

พระพุทธ

พระพุทธ

เร่ือง ประวตั พิ ระอานนท์

ประวตั ิ พระอานนท์เถระ เอตทคั คะในทางผู้เป็ นพหูสูตร

พระอานนท์ เป็นพระราชโอรสของพระสุกโกทนะ ผเู้ ป็นพระ
กนิษฐาของพระเจา้ สุทโธทนะ พระมารดานามวา่ พระนางกีสาโคตมี มี
ศกั ด์ิเป็นพระอนุชาของพระบรมศาสดา (พระราชโอรสของพระเจา้ อา)
ออกบวชพร้อมกบั เจา้ ชายอนุรุทธะและอุบาลี (ศึกษาประวตั ิเบ้ืองตน้ ใน
ประวตั ิของพระอนุรุทธเถระ) เม่ือท่านบวชแลว้ ไดฟ้ ังโอวาทจากพระ
ปุณณมนั ตานี ไดบ้ รรลุเป็นพระโสดาบนั

พระอานนท์ได้รับเลอื กเป็ นพทุ ธอปุ ัฎฐาก

ในช่วงปฐมโพธิกาลหลงั จากตรัสรู้แลว้ 20 พรรษาน้นั ยงั ไม่มีพระภิกษุใดปฏิบตั ิ
รับใชพ้ ระพทุ ธองคเ์ ป็นประจาํ มีแต่พระภิกษุผลดั เปลี่ยนวาระกนั ปฏิบตั ิ เช่น พระนาค
สมาละ พระนาคิตะ พระอุปวาณะ พระสาคตะ และพระเมฆิยะ เป็นตน้ บางคราวการ
ผลดั เปล่ียนบกพร่อง องคท์ ี่ปฏิบตั ิอยอู่ อกไป แต่องคใ์ หม่ยงั ไม่มาแทน ทาํ ใหพ้ ระพุทธ
องคต์ อ้ งประทบั อยตู่ ามลาํ พงั ขาดผปู้ ฏิบตั ิ บางคร้ังพระภิกษุผปู้ ฏิบตั ิ กด็ ้ือดึงขดั รับสงั่
ของพระพทุ ธองค์ เช่น คร้ังหน่ึง เป็นวาระของพระนาคสมาลเถระ ท่านไดต้ ามเสดจ็
พระพุทธองคไ์ ปทางไกล พอถึงทาง 2 แพร่ง พระเถระทราบทูลวา่ “ขา้ แต่พระผมู้ ีพระ
ภาค ขอพระองคเ์ สดจ็ ไปทางน้ีเถิด พระเจา้ ขา้ ” “อยา่ เลย นาคสมาละ ไปอีกทางหน่ึงจะ
ดีกวา่ ” พระนาคสมาละ ไม่ยอมเช่ือฟังพระดาํ รัส ขอแยกทางกบั พระพทุ ธองค์ ทาํ ท่าจะ
วางบาตรและจีวรของพระผมู้ ีพระภาคที่พ้ืนดิน พระพทุ ธองคจ์ ึงตรัสวา่ “นาคสมาละ
เธอจงส่งบาตรและจีวรมาใหต้ ถาคตเถดิ ” พระนาคสมาละ ถวายบาตรและจีวรแด่พระ
พทุ ธองคแ์ ลว้ แยกทางเดินไปตามที่ตนตอ้ งการ ไปไดไ้ ม่ไกลนกั กถ็ ูกพวกโจรทาํ ร้ายจน
ศีรษะแตกแลว้ แยง่ ชิงเอาบาตรและจีวรไป ท้งั ที่เลือดอาบหนา้ รีบกลบั มาเฝ้ าพระบรม
ศาสดา กราบทูลเล่าเร่ืองใหท้ รงทราบ พระพุทธองคจ์ ึงตรัสวา่ “อยา่ เสียใจไปเลย นาค
สมาละ ตถาคตหา้ มเธอกเ็ พราะเหตุน้ี”

พระพุทธองค์ ไดร้ ับความลาํ บากพระวรกายเพราะถูกปล่อยใหป้ ระทบั อยตู่ ามลาํ พงั
หลายคร้ัง จึงมีพระดาํ รัสรับสงั่ ใหภ้ ิกษุสงฆเ์ ลือกสรรภิกษุทาํ หนา้ ท่ีปฏิบตั ิพระองคเ์ ป็น
ประจาํ ภิกษุท้งั หลายมีฉนั ทามติมอบหมายใหพ้ ระอานนทเ์ ถระรับหนา้ ท่ีเป็นพทุ ธ
อุปัฏฐากตลอดกาลเป็นนิตย์ ดว้ ยเห็นวา่ ท่านเป็นผมู้ ีสติปัญญา ขยนั อดทน รอบคอบ
และเป็นพระญาติใกลช้ ิด ยอ่ มจะทราบพระอธั ยาศยั เป็นอยา่ งดี

พระเถระทูลขอพร 8 ประการ

แต่ก่อนท่ีพระเถระจะตอบรับทาํ หนา้ ที่เป็นพทุ ธอุปัฏฐากน้นั ท่านได้
กราบทูลขอพร 8 ประการ ดงั น้ี:-

1. ขออยา่ ประทานจีวรอนั ประณีตแก่ขา้ พระองค์

2. ขออยา่ ประทานบิณฑบาตอนั ประณีตแก่ขา้ พระองค์

3. ขอไดโ้ ปรดอยา่ ใหข้ า้ พระองคอ์ ยใู่ นที่ประทบั ของพระองค์

4. ขอไดโ้ ปรดอยา่ พาขา้ พระองคไ์ ปในที่นิมนต์

5. ขอพระองคจ์ งเสดจ็ ไปสู่ท่ีนิมนต์ ที่ขา้ พระองคร์ ับไว้

6. ขอใหข้ า้ พระองคพ์ าบริษทั ท่ีมาจากแดนไกลเขา้ เฝ้ าพระองคไ์ ดใ้ นขณะท่ี
มาถึงแลว้

7. ถา้ ขา้ พระองคเ์ กิดความสงสัยข้ึนเม่ือใดขอใหข้ า้ พระองคเ์ ขา้ เฝ้ าทลู ถามความ
สงสยั ไดเ้ มื่อน้นั

8. ถา้ พระองคแ์ สดงพระธรรมเทศนาเรื่องใด ในที่ลบั หลงั ขา้ พระองคข์ อได้
โปรดตรัสพระธรรมเทศนาเร่ืองน้นั แก่ขา้ พระองคอ์ ีกคร้ัง

พระพทุ ธองค์ตรัสถามคุณและโทษของพร 8 ประการ

พระบรมศาสดา ไดส้ ดบั คาํ กราบทูลขอพรของพระอานนทเ์ ถระแลว้ ไดต้ รัสถาม
ถึงคุณและโทษของพร 8 ประการวา่ :-

“ดูก่อนอานนท์ เธอเห็นคุณและโทษอยา่ งไร จึงขออยา่ งน้นั ?”

“ขา้ แต่พระผมู้ ีพระภาค ถา้ ขา้ พระองคไ์ ม่ไดร้ ับพรขอ้ ที่ 1-4 ขา้ งตน้ กจ็ ะมีคนพดู ติฉิน
นินทา ไดว้ า่ พระอานนท์ ปฏิบตั ิบาํ รุงอุปัฏฐากพระบรมศาสดา จึงไดล้ าภสกั การะ
มากมายอยา่ งน้ี การปฏิบตั ิอุปัฏฐากมิไดห้ นกั หนาอะไรเลย และถา้ ขา้ พระองคไ์ ม่ไดร้ ับ
พรขอ้ ท่ี 5-7 กจ็ ะมีคนพดู ไดอ้ ีกวา่ พระอานนท์ จะบาํ รุงอุปัฏฐากพระบรมศาสดาไป
ทาํ ไม แมก้ ิจเพียงเท่าน้ี พระพทุ ธองคก์ ไ็ ม่ทรงอนุเคราะห์ อน่ึง โดยเฉพาะถา้ ขา้
พระองคไ์ ม่ไดร้ ับพรขอ้ สุดทา้ ยแลว้ หากมีผมู้ าถามขา้ พระองคว์ า่ ธรรมขอ้ น้ีพระพทุ ธ
องคท์ รงแสดงท่ีไหน ถา้ ขา้ พระองคไ์ ม่ทราบ เขากจ็ ะตาํ หนิไดว้ า่ พระอานนท์ ติดตาม
พระบรมศาสดาไปทุกหนแห่ง ดุจเงาตามพระองค์ แต่เหตุไฉนจึงไม่รู้แมแ้ ต่เร่ืองเพียง
เท่าน้ี“ขา้ แต่พระองคผ์ เู้ จริญ ขา้ พระองคเ์ ห็นคุณและโทษ ดงั กล่าวมาน้ี จึงไดก้ ราบทูล
ขอพรท้งั 8 ประการน้นั พระเจา้ ขา้ ”

พระบรมศาสดา เม่ือไดส้ ดบั คาํ ช้ีแจงของพระอานนทแ์ ลว้ จึงประทานสาธุการ และ
พระราชทานอนุญาตใหต้ ามท่ีขอทุกประการ ต้งั แต่น้นั มา ท่านพระเถระกป็ ฏิบตั ิหนา้ ที่
บาํ รุงอุปัฏฐากพระพุทธองคต์ ลอดมา ตราบเท่าถึงเสดจ็ เขา้ สู่ปรินิพพาน

ยอมสละชีวติ แทนพระพทุ ธองค์

พระเถระ ไดป้ ฏิบตั ิหนา้ ที่อปุ ัฏฐากพระบรมศาสดาดว้ ยความอุตสาหะ
มิไดบ้ กพร่อง อีกท้งั มีความจงรักภกั ดีเป็นอยา่ งยงิ่ แมแ้ ต่ชีวติ ของตนกย็ อมสละ
แทนพระพทุ ธองคไ์ ด้ เช่น ในคราวท่ีพระเทวทตั ยยุ งใหพ้ ระเจา้ อชาตศตั รูปล่อย
ชา้ งนาฬาคีรี ดว้ ยหวงั จะใหท้ าํ อนั ตรายพระพทุ ธองค์ ขณะเสดจ็ ออกบิณฑบาต
ในกรุงราชคฤห์ ในขณะที่ชา้ งนาฬาคีรีวิง่ ตรงเขา้ หาพระพทุ ธองคน์ ้นั พระ
อานนทเ์ ถระผเู้ ปี่ ยมลน้ ดว้ ยความกตญั �แู ละความจงรักภกั ดี ไดย้ อมมอบกาย
ถวายชีวติ เป็นพทุ ธบูชา ไดอ้ อกไปยนื ขวางหนา้ ชา้ งไว้ หวงั จะใหท้ าํ อนั ตราย
ตนแทน แต่พระพทุ ธองคไ์ ดท้ รงแผพ่ ระเมตตาไปยงั ชา้ งนาฬาคีรี ดว้ ยอาํ นาจ
แห่งพระเมตตาบารมี ทาํ ใหช้ า้ งสร่างเมาหมดพยศ ลดความดุร้ายยอมหมอบ
ถวายบงั คมพระบรมศาสดาแลว้ ลกุ ข้ึนเดินกลบั เขา้ สู่โรงชา้ ง ดว้ ยอาการอนั สงบ

ได้รับยกย่องหลายตาํ แหน่ง

พระอานนทเ์ ถระ ไดป้ ฏิบตั ิพระพทุ ธองคอ์ ยา่ งใกลช้ ิด มิไดป้ ระมาทพลาดพล้งั ไดฟ้ ัง
พระธรรมเทศนาท้งั ท่ีทรงแสดงแก่ตนและผอู้ ื่น ท้งั ที่แสดงต่อหนา้ และลบั หลงั อีกท้งั ท่าน
เป็นผมู้ ีสติปัญญาทรงจาํ ไวไ้ ดม้ าก จึงเป็นผฉู้ ลาดในการแสดงธรรม พระบรมศาสดาทรงยก
ยอ่ งท่านในตาํ แหน่งเอตทคั คะเป็นผเู้ ลิศกวา่ ภิกษทุ ้งั ปวง ถึง 5 ประการ คือ พระอานนทไ์ ด้
ทาํ หนา้ ท่ีพทุ ธอุปัฏฐากไดเ้ ป็นอยา่ งดียงิ่ จนไดร้ ับการยกยอ่ งจากพระพทุ ธเจา้ วา่ เป็น
เอตทคั คะ (ความเป็นเลิศกวา่ ผอู้ ่ืน) 5 ประการ ไดแ้ ก่

1. เป็นพหูสูต (ทรงจาํ พทุ ธวจนะไดม้ ากท่ีสุด)

2. เป็นผมู้ ีสติ

3. เป็นผมู้ ีคติ (แนวในการจาํ พทุ ธวจนะ)

4. เป็นผมู้ ีธิติ (ความเพยี ร)

5. เป็นพทุ ธอุปัฏฐากผเู้ ลิศ

ปฐมสังคายนารับหน้าทส่ี ําคญั

ในกาลท่ีพระพทุ ธองคใ์ กลป้ รินิพพาน พระอานนทเ์ ถระมีความนอ้ ยเน้ือต่าํ ใจที่ตนยงั
เป็นปุถชุ นอยู่ อีกท้งั พระบรมศาสดาบรมครูกจ็ ะเสดจ็ เขา้ สู่พระปรินิพพานในอีกไม่ชา้ จึง
หลีกออกไปยนื ร้องไหแ้ ตเ่ พียงผเู้ ดียวขา้ งนอก พระพทุ ธองคร์ ับสั่งใหภ้ ิกษุไปเรียกเธอ
มาแลว้ ตรัสเตือนใหเ้ ธอคลายทุกขโ์ ทมนสั พร้อมท้งั ตรัสพยากรณ์วา่ ....

“อานนท์ เธอจะไดบ้ รรลเุ ป็นพระอรหนั ต์ ในวนั ทาํ ปฐมสังคายนา”

เม่ือพระบรมศาสดาปรินิพพานแลว้ พระมหากสั สปเถระไดน้ ดั ประชุมพระอรหนั ตข์ ีณาสพ
จาํ นวน 500 องค์ เพอ่ื ทาํ ปฐมสงั คายนา โดยมอบใหพ้ ระอานนทร์ ับหนา้ ที่วสิ ชั นาพระสูตร
และพระอภิธรรม แตเ่ นื่องจากพระอานนทย์ งั เป็นปุถชุ นอยู่ ท่านจึงเร่งทาํ ความเพียรอยา่ ง
หนกั แต่กย็ งั ไม่สาํ เร็จจนเกิดความออ่ นเพลีย ท่านจึงปรารภที่จะพกั ผอ่ นอิริยาบถสักครู่ จึง
เอนกายลงบนเตียง ในขณะท่ีเทา้ พน้ จากพ้นื ศีรษะกาํ ลงั จะถึงหมอน ท่านก็สาํ เร็จเป็นพะ
อรหนั ต์ ในระหวา่ งอิริยาบถท้งั 4 คือ ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นอิริยาบถอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงท้งั 4 อยา่ ง คือ
อิริยาบถยนื เดิน นง่ั หรือนอน นบั วา่ ท่านบรรลุเป็นพระอรหนั ตแ์ ปลกกวา่ พระเถระรูปอ่นื ๆ

ปรินิพพานกลางอากาศ

พระอานนทเ์ ถระ ดาํ รงอายสุ งั ขารอยนู่ านถึง 120 ปี พิจารณาเห็นวา่ สมควรที่จะ
ปรินิพพานไดแ้ ลว้ ท่านจึงเชิญญาติท้งั ฝ่ ายศากยะและฝ่ ายโกลิยะ ไปท่ีริมฝั่งแม่น้าํ
โรหิณี ซ่ึงก้นั เขตแดนระหวา่ งกรุงกบิลพสั ดุ์ และกรุงเทวทหะ ก่อนที่จะปรินิพพาน
ท่านเหาะข้ึนไปบนอากาศไดแ้ สดงธรรมสงั่ สอนเทวดาและพระประยรู ญาติท้งั สองฝ่ าย
ตลอดท้งั พทุ ธบริษทั อื่น ๆ เม่ือจบพระธรรมเทศนาแลว้ ท่านไดต้ ้งั สตั ยาธิษฐานวา่ ....

“เมื่ออาตมานิพพานแลว้ ขอใหอ้ ฐั ิธาตุของอาตมาน้ีจงแยกออกเป็น 2 ส่วน จงตก
ลงท่ีฝั่งกรุงกบิลพสั ดุ์ ของพระประยรู ญาติฝ่ ายศากยวงศ์ ส่วนหน่ึง และจงตกทฝี่ ังกรุง
เทวทหะของพระประยรู ญาติฝ่ ายโกลิยวงศส์ ่วนหน่ึง เพ่ือป้ องกนั มิใหพ้ ระประยรู ญาติ
ท้งั สองฝ่ ายทะเลาะววิ าทกนั เพราะแยง่ อฐั ิธาต”ุ

คร้ันอธิษฐานเสร็จแลว้ กด็ บั ขนั ธปรินิพพาน ณ เบ้ืองบนอากาศ ในท่ามกลาง
แม่น้าํ โรหิณี น้นั เตโชธาตุกเ็ กิดข้ึน เผาสรีระของท่านเหลือแต่กระดูกและแยกออกเป็น
2 ส่วน แลว้ ตกลงบนพ้ืนดินของ 2 ฝั่งแม่น้าํ โรหิณีน้นั สมดงั ที่ท่านอธิษฐานไวท้ ุก
ประการท่านไดช้ ื่อวา่ เป็นพุทธสาวกท่ีไดบ้ รรลุกิเลสนิพพาน และขนั ธนิพพานแปลก
กวา่ พระสาวกรูปอ่ืน ๆ

คุณธรรมท่คี วรถอื เป็ นแบบอย่าง

1. เป็นผ้ใู ฝ่ รู้ใฝ่ ศกึ ษาอยา่ งย่ิง จนกลายเป็นพระหสู ตู และได้รับสมญานามวา่
“ภณั ฑาคาริก” ( ขนุ คลงั ) หมายถงึ ขนุ คลงั แห่งความรู้ทางธรรมะ

2. มีคณุ ธรรมในด้านตา่ งๆ ที่ทําให้ท่านได้รับยกยอ่ งให้เป็น “เอตทคั คะ” เชน่ มี
สตสิ มั ปชญั ญะตลอดเวลาไมเ่ ผลอเรอ มีหลกั ในการจดจําพทุ ธวจนะจากการแสดงธรรมของพระ
พทุ ธองค์เป็นอย่างดี และมีความเพียรพยายามในการปฏิบตั ิหน้าท่ีพทุ ธสาวกอย่างเข้มแขง็ เป็นต้น

3. เป็นผ้รู ู้จกั กาลเทศะอย่างดียิ่ง ในฐานะท่ีทําหน้าที่เป็น “พทุ ธอปุ ัฏฐาก” เป็นผ้คู อย
ปรนนิบตั ริ ับใช้พระพทุ ธเจ้าเหมือนกบั เลขานกุ ารในปัจจบุ นั พระอานนท์จะรู้เวลาไหนควรทํา
อะไร เรื่องนนั้ จะทําเมื่อไร ใช้สถานที่ไหน และจะปฏิบตั ติ อ่ บคุ คลตา่ งๆ อย่างไร เป็นต้น

4. เป็นผ้มู ีความจงรักภกั ดตี อ่ พระพทุ ธเจ้าอยา่ งย่ิง พระอานนท์เป็นผ้ทู มุ่ เทสละเวลาของตน
เพื่อปรนนิบตั ิรับใช้พระพทุ ธเจ้าอย่างดียิ่ง แม้จะเสยี่ งชีวติ เพื่อปกป้ องพระพทุ ธองค์ก็กล้าทําได้ ดงั
ตวั อยา่ งเม่ือครัง้ พระเจ้าอชาตศตั รูหลงเช่ือคํายยุ งของพระเทวทตั จงึ ปลอ่ ยพญาช้างให้มาทําร้ายพระ
พทุ ธองค์ขณะกําลงั เสดจ็ ออกบิณฑบาต พระอานนท์กล้าออกมายืนขวางพญาช้างไม่ให้ทําร้ายพระ
พทุ ธองค์ เป็นต้น

5. เป็นผ้มู ีความเมตตากรุณา ดงั ตวั อยา่ งเม่ือครัง้ พระนางมหาปชาบดีโคตรมี ( ผ้เู ป็นน้า
ของพระพทุ ธเจ้า ) ปรารถนาจะขอบวชเป็นพระภกิ ษุณีแตพ่ ระพทุ ธเจ้าทรงปฏิเสธทกุ ครัง้ พระ
อานนท์เกิดความสงสารจงึ กราบทลู อ้อนวอนขอ จนในที่สดุ พระพทุ ธเจ้าทรงประทานอนญุ าตให้บวช
ได้ เป็นต้น

6. เป็นผ้มู องการณ์ไกล พระอานนท์ เป็นผ้กู ราบทลู ถามพระพทุ ธเจ้าในข้อปฏิบตั ิเก่ียวกบั
การแสดงความเคารพและการระลกึ ถงึ พระพทุ ธองค์ภายหลงั เสดจ็ ดบั ขนั ธปรินิพพาน ซง่ึ พระพทุ ธ
องค์ตรัสวา่ ให้พทุ ธบริษัททงั้ 4 กราบไหว้บชู า “สงั เวชนียสถานสีต่ ําบล” คือ สถานท่ี
ประสตู ิ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนาและปรินิพพาน

บรรณานุกรม

กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธิการ. ประวตั ิพระสาวก เลม่ 1. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ ุสภา. 2542

จริยาวตั รของพระอานนท์. 9 มกราคม 2545. ท่ีมา
: <http://www.angelfire.com/country/thanyawat/anon.html> 20 ธนั วาคม 2550.

วทิ ย์ วิศทเวทย์ และเสถียรพงษ์ วรรณปก . พระพทุ ธศาสนา ม.6. พมิ พ์ครัง้ ท่ี 10. กรุงเทพฯ :
อกั ษรเจริญทศั น์, 2550.

วศนิ อนิ ทสระ.พระอานนท์พทุ ธอนชุ า. (ม.ป.ป). ท่ีมา
: <http://www.geocities.com/bluerain55/pra_anon> 21 ธนั วาคม 2550.

ศรันย์ แซต่ งั้ .พระอานนท์ (ม.ป.ป.) ท่ีมา
: <http://www.chanpradit.ac.th/~rattana/ping.html>20 ธนั วาคม 2550.

สมาชิก
1.นางสาวปาณสิ รา เสรีธนโรจน์ ม.4/6 เลขที่ 27

2.นางสาวณชั ภัทร ญาติโสม ม.4/6 เลขท3่ี 0

ขอบคุณค่ะ


Click to View FlipBook Version