ก า ร จั ด ง า น พิ ธี ก า ร ศ พ ที่ ไ ด้ รั บ พ ร ะ ร า ช ท า น
ให้มีความสมเกียรติและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ตามหลักเกณฑ์สานักพระราชวัง เพื่อให้ผู้วายชนม์ได้รับ
เกียรติอันสูงสุดในวาระสุดท้ายของชีวิต โดยมีเจ้าหน้าท่ี
ของกองพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน สานักงาน
ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ประสานงาน อานวย
ความสะดวก พร้อมท้ังสนับสนุนการปฏิบัติงานพิธี
ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทาให้การประกอบพิธี เรียบร้อย
สมเกียรติ ถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติของสานัก
พระราชวัง ซ่ึงในการประกอบพิธีจะมีบุคคลเกี่ยวข้อง
หลายฝ่าย อาทิ พระสงฆ์ ประธานพิธี ศาสนพิธีกร เจ้าภาพ และ ผู้ร่วมงาน โดยท่ีทั้งหมดเป็นบุคคลสาคัญ
ท่ีมีหน้าที่ความรับผิดชอบในทางตรงและทางอ้อมแตกต่างกันไป โดยมีบุคคลท่ีจะทาหน้าท่ีนารายละเอียด ลาดับข้ันตอน
พิธีการต่าง ๆ ไปถา่ ยทอดผูร้ ่วมงาน คือ พิธีกร มาดาเนนิ การจัดพธิ ีใหเ้ ปน็ ไปตามกาหนดการ
การจัดพิธีการ ต้องอาศัยพิธีกรที่ดีต้องมีความรู้ ความชานาญ มีประสบการณ์ มีพื้นฐานความรู้ในด้านการสื่อสาร
และการแสดงออกในทชี่ ุมชน และความรเู้ กี่ยวกับการประกอบพิธีการศพท่ีได้รบั พระราชทาน ในปัจจุบนั พบว่าพธิ กี รในงาน
เก่ียวกับพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน ส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับธรรมเนียมการประกอบพิธีการศพท่ีได้รับ
พระราชทานคลาดเคล่ือนเป็นอย่างมาก มีการนาข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบันมาเป็นตาราอ้างอิง ทาให้เกิดปัญหาผิดพลาด
ด้านการประสานงาน ผิดพลาดขณะประกอบพิธี ทาให้ผู้ร่วมงานเกิดความสับสน การประกอบพิธีเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย
เกิดปัญหาอุปสรรคท่ีส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าท่ีของเจ้าหน้าท่ีกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ดังน้ัน บุคคลท่ีจะ
มาทาหน้าท่ีพิธีกรงานเก่ียวกับพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน ควรศึกษาข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติตามโบราณ
ราชประเพณี แนวทางการปฏิบัติงานพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน หลักเกณฑ์ของสานักพระราชวัง เพ่ือให้งานดาเนิน
ไปด้วยความเรียบร้อย อนั จะนามาซง่ึ การรักษาธรรมเนยี มที่ถกู ต้องต่อไป
คาจากดั ความ
“เทคนคิ ” (Technique) มคี วามหมายวา่ ศิลปะหรือกลวิธเี ฉพาะวชิ านั้น ๆ
“พธิ กี ร” (Master of Ceremony : MC) มีความหมายว่า ผู้ดาเนินการในพิธี เช่น พิธีกรในงานมงคลสมรส, ผู้ดาเนิน
รายการ เช่น พิธีกรในการสัมมนา หรือผู้ทาหน้าที่สาคัญในการพูด
เพื่อควบคมุ งานต่าง ๆ ให้เปน็ ไปตามแนวทาง ตามข้ันตอน ต้ังแตต่ ้นจนจบ
“พิธีการศพทไ่ี ดร้ บั พระราชทาน” มีความหมายว่า พิธีการศพของผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
เกยี รตยิ ศในวาระสดุ ท้ายของชวี ติ (อาทิ โกศ หบี เครอื่ งสูง น้าหลวงอาบศพ
พระราชทาน พวงมาลาพระราชทาน เพลิงพระราชทาน ดินพระราชทาน
ไตรพระราชทาน)
นิยาม
เทคนิคการเป็นพิธีกรในงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน หมายถึง กลวิธีที่ใช้เสริมในการส่ือสารของผู้ทา
หน้าที่พูดเพ่ือกากับและควบคุมการจัดงานพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน เพ่ือช่วยให้การส่ือสารนั้นมีคุณภาพ
และประสิทธิภาพ และเพ่ิมสมรรถนะความสามารถในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมการทาพิธีศพ
ตามหลกั เกณฑข์ องสานกั พระราชวัง
หนา้ ทข่ี องพิธีกรในงานพิธกี ารศพทไ่ี ด้รบั พระราชทาน
พระร1าช. ทกลา่านวต้อนรับ พิธีกรจะเป็นบุคคลท่ีสาคัญอย่างย่ิงของการกล่าวต้อนรับภายในงาน เพราะบางคร้ังเจ้าภาพ
ยังไม่สามารถเข้าไปพบปะทักทายผู้เข้าร่วมงานได้ในขณะน้ัน พิธีกรจึงควรทาหน้าท่ีกล่าวต้อนรับไปพลางก่อน เพื่อแสดง
ความให้เกียรติแทนเจ้าภาพ ซึ่งโดยมากจะนยิ มให้กลา่ วทกั ทายในนามกลุม่ คณะ หนว่ ยงาน หรอื องค์กร แทนการกลา่ วระบุ
ชอื่ รายบุคคล เพอ่ื ให้ครอบคลมุ ครบทกุ คนทีม่ าร่วมงาน
2. เกร่ินนาสร้างบรรยากาศ เม่ือผู้ร่วมงานเริ่มทยอยเข้ามานั่งภายในงาน พิธีกรควรพูดสร้างบรรยากาศ
ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นกันเอง เพ่ือผ่อนคลายความโศกเศร้า โดยอาจนาเร่ืองคุณงามความดี อุปนิสัย ความสามารถพิเศษ
ประวัติการรับราชการ ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความซ่ือสัตย์ สุจริต เพราะเหตุใดจึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณในวาระสุดท้าย
ของชีวิต ส่วนในกรณีได้พระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ พิธีกรอาจจะนาเร่ืองคุณงามความดีของผู้วายชนม์ การปลูกฝัง
ให้บุตร – ธดิ า เป็นคนดี ได้มโี อกาสรับใช้ประเทศชาติ จนสามารถขอรบั สิทธิตามหลักเกณฑ์ของสานกั พระราชวัง
3. อธิบายข้ันตอนต่าง ๆ ก่อนที่จะเร่ิมประกอบพิธี พิธีกรควรอธิบายข้ันตอนพิธีการเกี่ยวกับพิธีการศพท่ีได้รับ
พระราชทาน อธิบายกาหนดการ และซักซ้อมความเข้าใจให้กับผู้ร่วมงาน เช่น ขณะเจ้าหน้าที่เชิญกล่องน้าหลวง
พระราชทาน กล่องเพลิงพระราชทาน กล่องดินพระราชทาน มายังบริเวณพิธี ควรปิดเสียงเคร่ืองมือสื่อสาร งดการสนทนา
และนัง่ ด้วยความสภุ าพเรียบรอ้ ย เปน็ ต้น
4. ดาเนินการจัดพิธีให้เป็นไปตามหมายรับสั่ง การจัดงานเกี่ยวกับพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน มีธรรมเนียม
ที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือเร่ืองของเวลาท่ีกาหนดไว้ในหมายรับส่ัง โดยการปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามเวลาท่ีกาหนด
เช่น พิธีพระราชทานเพลิง เวลา 16.00 น. หมายถึงประธานในพิธีจะจุดเพลิงพระราชทาน ในเวลา 16.00 น.
โดยประมาณ เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีพิธีกรบางท่านมีความเข้าใจคลาดเคล่ือน เช่น งานพระราชทานเพลิง โดยหมายรับส่ัง
ระบเุ วลา 16.00 น. พธิ กี รกลับเข้าใจว่าเปน็ พิธีการเร่ิมทอดผ้าบังสุกุล ทาให้พธิ ีการไมเ่ ปน็ ไปตามหมายรบั ส่ัง จงึ ควรศึกษา
แนวทางการปฏบิ ตั ิพิธใี ห้เป็นไปตามแบบแผนของสานักพระราชวัง
5. ประสานงานกับเจ้าหน้าท่ีปฏิบัติงานพิธี ก่อนเริ่มพิธีการ พิธีกรควรประสานงานกับเจ้าหน้าท่ีปฏิบัติงานพิธี
กองพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน ซักซ้อมข้ันตอนการปฏิบัติงาน เพื่อให้การประกอบพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สมเกียรติแก่ผู้วายชนม์
คุณสมบัติของพิธกี รในงานพิธกี ารศพทีไ่ ดร้ บั พระราชทาน
พระ1ร.าแชมท่นายนาในกาหนดการ พิธีกรควรศึกษาและรู้จักสังเกตเอกสารหมายรับสั่งที่ทางสานักพระราชวังได้แจ้ง
ให้ทราบรายละเอียดของงาน เพราะการจัดงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานต้องดาเนินการให้ครบถ้วนและถูกต้อง
ตามที่กาหนดท้ังหมดจริง ๆ โดยจะไม่มีการนาแนวทางหรือวิธีการจัดงานศพลักษณะอื่น ๆ มาผสมผสาน และไม่ตัดลด
แนวทางหรือวิธีการจดั งานพธิ กี ารศพทไ่ี ด้รับพระราชทานน้ันด้วย ดงั นน้ั พธิ ีกรทไ่ี ด้รับมอบหมายให้ทาหนา้ ที่ ต้องยดึ ถือและ
ปฏิบตั ติ ามหมายรบั ส่งั ไดอ้ ยา่ งเคร่งครดั
2. มีไหวพริบปฏิภาณดี ในความเป็นจริงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า งานพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน หรืองานพิธี
การศพปกติที่ไม่ได้รับพระราชทานก็ตาม ย่อมมีอุปสรรคปัญหาเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ซึ่งพิธีกรท่ีผ่านการทางานมายาวนาน
และมีประสบการณ์มากนั้น ต้องเคยเผชิญปัญหาต่าง ๆ และผ่านการเรียนรู้จากเหตุการณ์จริงมาแล้วจึงได้เป็นพิธีกร
ท่ีมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เพราะสามารถมองเห็นข้อดี ข้อเสีย ข้อบกพร่องขององค์ประกอบต่าง ๆ
ของงานได้อยา่ งรวดเรว็ และยังสามารถคาดการณ์แนวโนม้ น้นั ได้วา่ จะสง่ ผลดีผลเสียอย่างไร
3. เชื่อมโยงลาดับงานได้ดี การข้ึนพูดเพื่อแจ้งข้อมูลลาดับข้ันตอนงานต่าง ๆ ให้ประธานในพิธี และผู้ร่วมงาน
ได้ทราบและสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้อง พิธีกรจะต้องพูดอย่างกระชับ ไม่ใช้คาพูดท่ีมีความเย่ินเย้อ หรือพรรณนาจนเปน็
การสร้างความเบอ่ื หนา่ ยให้กบั ผ้ฟู งั และยังอาจสง่ ผลกระทบกบั การจัดงานเพราะใช้เวลามากเกินกาหนด
4. ให้เกียรติผู้วายชนม์ การให้เกียรติผู้วายชนม์ ถือเป็นเรื่องที่สาคัญของงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน
เน่ืองจากผู้วายชนม์เป็นผู้ท่ีได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พิธีกรต้องมีความใส่ใจและระมัดระวังการใช้คาพูดให้มากเป็นพิเศษ
ในการพูดและอ่านข้อมูลเกี่ยวกับผู้วายชนม์ ช่ือ นามสกุล ตาแหน่ง ประวัติ รวมถึงผลงาน และความสาคัญของบุคคล
ไม่ควรให้เกิดข้อผิดพลาด รายละเอียดข้อมูลที่นามาใช้ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ มีตัวอย่างของปัญหาท่ีพบอยู่เสมอ
คือ พิธีกรมักใช้คานาหน้าเรียกผู้วายชนม์ว่า “คุณ” เป็นคานาหน้าชื่อจริง เช่น คุณพ่อมาโนช คุณแม่รัตนา เป็นต้น
ด้วยเพราะมีเจตนาจะยกย่องให้เกียรติผู้วายชนม์ แท้จริงแล้วเป็นการใช้คาเรียกที่ผิดธรรมเนียม ของการปฏิบัติ
ซึ่งที่ถูกต้องแล้วควรเรียกผู้วายชนม์ด้วยคานาหน้าชื่อจริงตามที่ระบุในเอกสารของราชการ หรือตามที่หมายรับส่ัง
ไดแ้ จ้งไวแ้ ล้ว เช่น นายมาโนช นางรตั นา เพ่ือเปน็ การแสดงความเคารพและให้เกียรติผูว้ ายชนม์อย่างเหมาะสมท่ีสดุ
5. สามารถทาให้ทุกฝ่ายพอใจ ผู้ท่ีมีบทบาทการทาหน้าที่ในการเป็นพิธีกรภายในงานพิธี ต้องมีความสามารถ
พิเศษท่ีมากกวา่ ผู้อน่ื อย่างหน่ึงคือ การนาศาสตร์การส่ือสารมาผนวกกับศลิ ปะ เพื่อใหก้ ารประสานงานกับทุกฝ่ายที่เก่ียวข้อง
สามารถดาเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานทั้งเบื้ องหน้าและเบ้ืองหลังต่างมีความรู้สึกท่ีดี
มีอธั ยาศยั มนี า้ ใจเออื้ เฟอ้ื และมีความเคารพนับถือต่อกนั พรอ้ มทีจ่ ะให้ความร่วมมือในทกุ ๆ ดา้ น
ลกั ษณะของพิธกี รในงานพิธกี ารศพท่ไี ด้รับพระราชทาน
พระราชทาน
1. เตรียมการพูดทกุ ครั้ง พิธกี รสามารถเตรียมการพูดให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไม่ลาบาก เนื่องจากงานพธิ กี ารศพ
ท่ีได้รับพระราชทานมีลักษณะสาคัญอยู่ประการหน่ึงคือ มีขั้นตอน กาหนดการ ลาดับงานต่าง ๆ ในการประกอบพิธี
ตามขนบจารีตท่ีถือปฏิบัติสืบต่อกันมาตามแนวทางและหลักเกณฑ์ของสานักพระราชวัง เป็น งานท่ีมีรูปแบบคงท่ี
ไม่เปล่ียนแปลง โดยพิธีกรสามารถจัดทาข้อมูลของผู้วายชนม์ ชื่อ นามสกุล ตาแหน่ง ประวัติ รวมถึงข้อมูล
ของผเู้ กีย่ วขอ้ งในพธิ ี เชน่ ประธานในพธิ ี ผ้อู า่ นหมายรับสง่ั ผู้อ่านสานึกในพระมหากรุณาธิคณุ ผู้อา่ นประวัติไวอ้ าลัย เป็นต้น
และทาการฝึกซ้อมก่อนที่จะขึ้นพูดจริง เพ่ือให้รู้ข้อบกพร่องและหาทางแก้ไขไว้ก่อนล่วงหน้า ย่ิงกรณีเป็นงานพิธี
พระราชทานเพลิงศพ มีเครื่องเกียรติยศประกอบศพ ซึ่งเป็นการพูดที่ต้องใช้เวลามาก ประมาณ 2 ชั่วโมง ถึง 4 ช่ัวโมง
จึงควรฝึกซ้อมการพูดทั้งหมด เพราะเนื้อหาอาจจะมากหรือน้อยเกินไป จะได้มีเวลาเพิ่มเติมหรือตัดเนื้อหาให้เหมาะสม
กบั เวลา
2. มคี วามเช่ือมั่นในตนเอง อุปสรรคท่ีพิธีกรหลายท่านต้องพบอยูเ่ ปน็ ประจาเมื่อจะต้องขึ้นพูดคือ สภาวะรา่ งกาย
ของตัวเองจะมีปฏิกิริยาที่แสดงออกมา จากการที่ได้รับรู้ข้อมูล การเผชิญหน้ากับคนจานวนมาก การพยายามทาหน้าท่ี
ให้บรรลุผล ส่งผลให้มีความหวั่นไหวตื่นกลัว ความวิตกกังวล และความเครียด โดยท่ีอาการลักษณะเหล่านี้เกิดขึ้นได้อยู่เสมอ
แมจ้ ะเปน็ พิธกี รทมี่ ปี ระสบการณม์ านานหลายปี ซง่ึ มีข้อเสนอแนะแนวทางแกป้ ัญหา ดังนี้
1. ในช่วงกอ่ นพดู ให้ฝกึ การควบคมุ ลมหายใจใหส้ ม่าเสมอ
2. มองผ้ฟู ังด้วยความผ่อนคลายสักระยะหน่งึ
3. จดั วางไมโครโฟน เอกสารขอ้ มูล กาหนดการ บทพูด ใหเ้ ปน็ ระเบยี บ
4. การย้มิ จะทาใหก้ ล้ามเนอื้ ใบหนา้ หย่อน ทาให้รสู้ ึกสงบ
5. หากมอี าการคอแห้ง ให้เมม้ รมิ ฝปี ากลงเล็กนอ้ ยเพ่ือให้มีความชนื้ จากนา้ ลาย และกลนื น้าลาย
1 - 2 ครง้ั ควรหลีกเลย่ี งการกระแอมกระไอทท่ี าให้เกดิ เสยี งในลาคอ
3. แสดงออกอย่างสง่างาม พิธีกรที่ดีควรมีวิธีการวางตัวให้มีความน่าสนใจและแสดงออกต่อหน้าผู้ฟัง
อยา่ งนา่ ประทับใจ ตามแนวทางดังน้ี
1. มชี วี ิตชีวา กระตอื รอื รน้ กับการทางาน มีความสดชื่น แจม่ ใส
2. ใช้น้าเสยี งให้เป็นธรรมชาติ กาหนดระดับเสียงสูง ต่า ดงั เบา ทมุ้ แหลม สลับกัน พูดออกมาให้
สอดคล้องกบั อารมณ์ของเรอ่ื งท่ีพดู เช่น กล่าวถงึ คุณงามความดีของผู้วายชนม์ด้วยน้าเสยี งสภุ าพ
หนัก แนน่ กลา่ วบทไวอ้ าลัยผวู้ ายชนม์ดว้ ยน้าเสยี งอ่อนโยน น่มุ นวล เป็นต้น และควรเล่ยี งการพดู
ดว้ ยนา้ เสียงแบบใดแบบหน่ึงตลอดเวลา
3. สบสายตากบั ผ้ฟู ัง เปน็ การสื่อสารภาษาใจจากผ้พู ูดถึงผู้ฟังโดยตรง ทาให้ผฟู้ งั เกิดความรสู้ ึกว่ากาลังพูด
ใหเ้ ขาฟังโดยตรง การสบสายตาถอื เป็นมารยาทในการสนทนารวมถึงการพดู ต่อหนา้ ชมุ ชนด้วย
4. มที า่ ทางประกอบการพดู เปน็ การสือ่ สารภาษากายท่มี ีประสทิ ธภิ าพ ถา้ ใชไ้ ดเ้ หมาะสมถกู ต้องจะช่วย
เสรมิ เรื่องท่พี ูดใหช้ ดั เจนยงิ่ ขึ้น
5. สอดแทรกอารมณใ์ ห้เหมาะสม พิธกี รท่ีสามารถสอดแทรกอารมณ์ตา่ ง ๆ ในการพดู ไดถ้ อื ว่าเปน็ ผู้ทีใ่ ช้
การสื่อสารไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ อย่างไรก็ตาม พิธกี รต้องรู้จกั นามาใชใ้ ห้ถูกทถี่ กู เวลาด้วยยกตัวอย่าง
ในกรณีที่พธิ ีกรกาลงั กลา่ วถงึ ประวัติผู้วายชนม์เม่ือครง้ั ทยี่ ังมชี ีวิตอยู่ ซง่ึ ผูว้ ายชนมท์ า่ นน้นั เป็นผูม้ ี
อธั ยาศยั ดี มีจิตใจเบกิ บาน ชอบสรา้ งเสียงหวั เราะให้กับคนรอบขา้ งได้มคี วามสขุ อยเู่ สมอ และนา
เร่ืองราวในอดีตมาเลา่ ให้ผูฟ้ ังทราบ ขณะทพี่ ิธีกรกาลงั เลา่ เร่อื งควรจะถ่ายทอดด้วยอารมณ์ยนิ ดี
มีความสขุ สอดคล้องกับเน้ือเรอ่ื งที่กาลังพดู ด้วยเพอ่ื แสดงใหผ้ ู้ฟังเหน็ ถึงความจริงใจของพิธกี ร
4. ใช้ตัวอย่างได้น่าสนใจ การยกตัวอย่างประกอบการพูด จะช่วยให้เรื่องที่พูดชัดเจนย่ิงข้ึน โดยเฉพาะกรณี
เร่ืองที่พูดเป็นเรื่องยากต่อการอธิบาย อาทิ เรื่องท่ีเป็นนามธรรม เรื่องเก่ียวกับคาส่ังสอนทางศาสนา เรื่องหลักธรรม
ในการดาเนินชีวิต ฯลฯ ก็ควรจะใช้ตัวอย่าง นิทาน หรือเรื่องจริง มาประกอบจะทาให้เข้าใจง่าย และมองเห็นเป็น
รูปธรรมมากขึ้น
5. ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย หมายถึงภาษาท่ีพูดแล้วเข้าใจได้ทันที ไม่ต้องแปลอีกครั้ง ควรหลีกเลี่ยงการใช้
ภาษาต่างประเทศ ยกเว้นคาท่ีเข้าใจกันท่ัวไปอยู่แล้ว เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น หรือการนาบทกวี
บทกลอนแสดงความไว้อาลัยมาใช้ ก็ควรระมัดระวังอย่างย่ิง เพราะแม้ว่ากวี กลอน บางบทที่ใช้จะมีคาสัมผัส
และภาษาที่สละสลวย ไพเราะ แต่ถ้านามาพูดผู้ฟังอาจไม่เข้าใจความหมาย ก็ต้องเปลี่ยนเป็นคาท่ีเข้าใจง่าย
เรอื่ งท่ีควรพดู ของพิธกี รในงานพธิ ีการศพท่ไี ด้รับพระราชทาน
พระราชทาน
1. เร่ืองท่ีเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง พิธีกรสามารถนาเร่ืองของคุณงามความดีท้ังหลายของผู้วายชนม์ท่ีเคยประกอบ
หรือกระทาไว้เม่ือคร้ังที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น ผู้วายชนม์ดารงชีวิตอย่างสมถะเรียบง่าย น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจาวันจนเกิดประโยชน์และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชุมชน หรือผู้วายชนม์เป็นอดีตข้าราชการ
ทางานรับใช้ประชาชนดว้ ยความซื่อสตั ย์สจุ ริต โดยไม่หวงั ผลตอบแทนเพอื่ ประโยชนส์ ่วนตน เป็นต้น
2. เร่ืองท่ีผู้ฟังสนใจ พิธีกรสามารถนาข้อมูลประชาสัมพันธ์ของกองพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทานมาเผยแพร่
เพ่ือสร้างความเข้าใจกับข้าราชการและผู้มาร่วมพิธีได้รับทราบว่า กองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานเป็นหน่วยงาน
ที่มีภารกิจหลักสาคัญในการปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตามหลักเกณฑ์สานักพระราชวัง อาทิ กรณี
น้าหลวงอาบศพ เพลิงพระราชทานเครื่องเกียรติยศประกอบศพ ได้แก่ หีบศพพระราชทาน (หีบเชิงชาย หีบลายก้านแย่ง
หีบทองลายสลัก หีบทองทึบ) และโกศพระราชทาน (โกศโถ โกศแปดเหลี่ยม) เพื่อสนองงานสถาบันพระมหากษัตริย์
ให้เป็นไปตามพระบรมราโชบาย โดยการยื่นเรื่องขอรับพระราชทานฯ และการปฏิบัติงานพิธีของเจ้าหน้าท่ีน้ัน
ไม่มคี ่าใช้จ่ายใด ๆ ทงั้ ส้นิ
3. เร่ืองใหม่ท่ีไม่เคยได้ยินมาก่อน พิธีกรสามารถนารายละเอียดเก่ียวกับการย่ืนเรื่องขอพระราชทานน้าหลวง
อาบศพ เพลิงพระราชทาน ดินฝังศพพระราชทาน และเคร่ืองเกียรติยศประกอบศพในปัจจุบัน มาชี้แจงเพ่ิมเติมได้ว่า
การยื่นเรื่องขอพระราชทานน้าหลวงอาบศพ เพลิงพระราชทาน ดินฝังศพพระราชทาน และเคร่ืองเกียรติยศประกอบศพ
ในกรุงเทพมหานคร ให้ติดต่อยื่นท่ีกลุ่มปฏิบัติพิธีการส่วนหน้า ต้ังอยู่ภายในกองพระราชพิธี สานักพระราชวัง
ส่วนต่างจังหวัด ให้ติดต่อย่ืนท่ีห้องงานประสานขอพระราชทานเพลิง ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ต้ังแต่เวลา
08.30 - 16.30 น. ทุกวันไมเ่ ว้นวนั หยุดราชการ หรือวันหยดุ นกั ขัตฤกษ์
4. เรื่องท่ีเกี่ยวกับผู้ฟังโดยตรง คาแนะนาเก่ียวกับการปฏิบัติในพิธี ขั้นตอนต่าง ๆ หรือคาแนะเกี่ยวกับมารยาท
เช่น การแสดงความเคารพขณะที่เจ้าหน้าท่ีกาลังเชิญกล่องน้าหลวงพระราชทาน กล่องเพลิงพระราชทาน กล่องดิน
พระราชทาน ผู้ท่ียืนในแถวให้ยืนสงบนิ่งแขนทั้งสองแนบชิดติดลาตัว ไม่ยืนกุมมือ ไม่ยืนไพล่หลัง ส่วนผู้ท่ีนั่งเก้าอ้ี
ใหน้ ่งั ด้วยความสุภาพ ไม่นัง่ เหยียดขา ไม่นงั่ ไขวข้ า เปน็ ตน้
5. เร่ืองจริงทางสังคม ก่อนเร่ิมพิธีการสาคัญตามกาหนดการ พิธีกรสามารถนาเรื่องจริงทางสังคม มาพูดเสริม
ในประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับงานพิธีการศพท่ีได้รับพระราชทาน โดยเร่ืองที่นาเสนอควรเป็นเร่ืองท่ีให้ประโยชน์ มีจุดมุ่งหมาย
เพือ่ ใหผ้ ู้ฟงั เกดิ ความรู้สกึ และมีสว่ นร่วม ตามตัวอย่าง
เม่ือวันที่ 25 สิงหาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นายณรงค์ศักดิ์
โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลาปาง อัญเชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
วางหน้าหีบศพนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี และนายประจวบ เทพปินตา อายุ 50 ปี ราษฎรบ้านทุ่งม่านใต้
และบ้านบ่อหิน หมู่ท่ี 7 ตาบลบ้านเป้า อาเภอเมืองลาปาง ซึ่งเป็นจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ แต่ได้เสียชีวิต
จากการจมน้า หลังจากทั้งสองคนได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน ลงไปช่วยกันผลักดันเศษวัชพืชออกจากบริเวณประตู
ระบายน้าของฝายน้าล้นและระบบส่งน้าแม่ตุ๋ย ท่ีตั้งอยู่ระหว่างชุมชนบ้านบ่อหิน หมู่ท่ี 7 และบ้านทุ่งม่านพัฒนา
หมู่ที่ 11 แต่เกิดพลาดท่าลื่นตกลงไปในน้า และถูกกระแสน้าท่ีเชี่ยวกรากซัดจมหายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม
2563 ท่ีผ่านมา และผู้วายชนม์ท้ัง 2 ท่านยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2563 ณ เมรุวัดทุ่งม่านใต้ - บ่อหิน หมู่ที่ 7 ตาบลบ้านเป้า เพื่อเป็นเกียรติยศอันสูงสุด
ในวาระสดุ ทา้ ยของชีวติ ในฐานะผู้มคี วามเสียสละเพือ่ สว่ นรวมโดยแท้จริง
พระราชทาน
แนวทางการพัฒนาความสามารถของพิธีกรในงานพธิ ีการศพท่ีได้รบั พระราชทาน
1. เสริมสร้างทักษะการพูดและการสื่อสารท่ีดี คือรู้จักเลือกใช้คาพูดที่ดี น่าฟัง พูดแล้วผู้ฟังเข้าใจง่าย
เสียงดงั ฟังชดั ไม่สบั สนวกวน หรือคลุมเครือ
2. ต้องเป็นนักอ่าน การอ่านทาให้มีข้อมูล ความรู้ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความรู้ใหม่ ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง
และฝึกโดยการอา่ นออกเสียงท่ตี ้องกาหนดจงั หวะการหยดุ การเนน้ การใช้นา้ เสียง ภาษากาย ฯลฯ
3. ฟังการอ่านข่าว หรือการบรรยายในงานพระราชพิธี หรืองานพิธีท่ีสาคัญเสมอเพื่อให้ได้แบบอย่าง
ของการพูด
4. สังเกตปฏิกิริยาผู้ฟัง ทุกครั้งท่ีพูด พูดแบบไหนผู้ฟังชอบ แบบไหนผู้ฟังไม่ชอบ คอยปรับปรุงและพัฒนา
ตัวเองตลอดเวลา แก้ไขจุดด้อยให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ รักษาจุดเด่นและพัฒนาให้โดดเด่นย่ิงๆขึ้น และหมั่นคิดคาพูดคิดวิธีการ
เทคนคิ ใหม่ๆ ทาให้เกดิ ความแตกต่างเพอ่ื สร้างเอกลักษณ์ของตนเอง
5. มีความสุขกับการพูด จะทาให้ทุกคร้ังท่ีพูดจะพูดด้วยใจ ไม่ได้ฝืนพูด ผู้พูดท่ีมีความสุขจะทาให้ผู้ฟัง
มีความสขุ ตามไปดว้ ย
ตัวอย่างบทพดู ของพิธกี ร ในพธิ ีพระราชทานเพลิงศพ
กราบนมสั การ พระคณุ เจ้า วดั ..... คณะสงฆอ์ งคพ์ จิ ารณาผ้าบงั สุกลุ และพระสงฆส์ วดหน้าไฟ ดว้ ยความเคารพ
อย่างสงู
เรียน........ประธานพธิ ี และท่านผมู้ เี กียรตทิ ่เี คารพทกุ ทา่ น
กระผม...............ได้รับมอบหมายจากเจ้าภาพให้ปฏิบัติหน้าท่ีเป็นพิธีกร ดาเนินพิธีการเป็นลาดับไป
จึงขออนญุ าต ณ โอกาสนค้ี รับ
หนึ่งรา่ งในโลงศพ นอนสงบละสงั ขาร
ต้งั บนจติ กาธาน เคยอยบู่ ้านอยู่เรือนมา
เคยมซี ง่ึ ชวี ิต ทา พูด คดิ แสวงหา
หยุดแลว้ หยดุ เวลา ณ บนเมรุบุญเปน็ ไป
ญาติมิตรอธิษฐาน สู่วมิ านฟ้าอาศัย
ด้วยรักและอาลัย ภพภูมใิ หมท่ ี่ไปดี
ลาดับนี้ เพื่อให้การประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ................... (ผู้วายชนม์) ข้าราชการบานาญ
สังกัดกระทรวง...................เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม และเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ ในการนี้ กระผม
ขออนญุ าตนาเขา้ สพู่ ิธกี ารตามลาดับ
ขอเชิญ ...................(ทายาทผู้วายชนม์ คนที่ 1) อ่านหมายรบั ส่ัง
ขอเชญิ ...................(ทายาทผวู้ ายชนม์ คนที่ 2) กล่าวสานกึ ในพระมหากรณุ าธิคุณ
ขอเชญิ ...................(ทายาทผู้วายชนม์คนที่ 3) อา่ นประวัตขิ องผู้วายชนม์
ท่านประธานในพิธี และผู้มีเกียรติทุกท่าน ในวาระสุดท้ายนี้ กระผมขอเชิญทุกท่านร่วมจิตอธิษฐานเพ่ืออุทิศ
ส่วนกุศลส่งดวงวิญญาณของ ................... (ผู้วายชนม์) ข้าราชการบานาญ สังกัดกระทรวง...................ให้ไปสู่สุคติ
ในสัมปรายภพ โดยการยืนไวอ้ าลยั ประมาณ ๑ นาที ดว้ ยความพรอ้ มเพรยี งกนั ขอเรียนเชญิ ครับ
บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรของพิธีพระราชทานเพลิงศพ ................... (ผู้วายชนม์) ข้าราชการบานาญ
สังกัดกระทรวง................... ในโอกาสน้ี กระผม ขอเรียนเชิญ .............................ประธานในพิธี ทอดผ้าบังสุกุล และ
เป็นประธานในการประกอบพิธจี ดุ เพลงิ พระราชทาน ตามลาดับ ขอเรยี นเชญิ ครับ
กราบอารธนาพระคุณเจ้า วัด............... เปน็ องค์พิจารณาผา้ ไตรบังสกุ ุลครบั
ลาดบั นี้ กราบอารธนาพระคุณเจ้าขึ้นวางดอกไม้จันทร์ และเรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านวางดอกไม้จันทน์
แสดงความไวอ้ าลัย
กระผม ในนามเจ้าภาพขอกราบขอบพระคุณท่านท้ังหลายเป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติสละเวลามาร่วมพิธี
บาเพ็ญกุศลศพ ............. (ผู้วายชนม์) ข้าราชการบานาญ สังกัดกระทรวง..............และกรุณานาพวงหรีดมาแสดงความ
ไว้อาลัย อีกท้ังมอบปัจจัยร่วมทาบุญ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ตลอดจนให้เกียรติมาร่วมพิธี
พระราชทานเพลงิ ศพในวันนี้
อันความกรุณาของท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายในคร้ังนี้ ทางเจ้าภาพรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างสูง หากดวงวิญญาณ
ของผู้วายชนม์จะทราบได้ด้วยประการใดก็ดี คงจะมีความปีติเป็นอย่างยิ่ง การบาเพ็ญกุศลศพ หากมีส่ิงหน่ึงส่ิงใด
บกพร่อง หรือต้อนรับไม่ทั่วถึงด้วยประการใดก็ดี ทางเจ้าภาพกราบขออภัยต่อทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ และขออานิสงส์
ผลบญุ อันเกิดจากกศุ ลจติ ของท่านทงั้ หลาย โปรดสง่ ผลให้ท่านประสบความสุขความเจริญตลอดไป ขอขอบคณุ ครับ
สรุป
องคค์ วามรู้พิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน เร่อื ง “เทคนิคการเปน็ พิธีกรในงานพธิ ีการศพที่ได้รับพระราชทาน”
ที่ผู้เขียนได้นาเสนอมาน้ัน เป็นแนวทางหนึ่งท่ีจะช่วยให้ผู้ทาหน้าที่พูด หรือ “พิธีกร” หน้าใหม่ของวงการ หรือระดับ
มอื อาชพี สามารถใชข้ ้อมลู น้ีไปประกอบการเตรยี มการพดู ในงานพิธีให้มคี ุณภาพ และประสทิ ธิภาพได้มากขึน้ ซง่ึ พิธีกร
จะได้รับประโยชน์ความรู้เรื่องขนบธรรมเนียมการทาพิธีศพตามหลักเกณฑ์ ของสานักพระราชวังท่ีสอดแทรก อ ยู่
ร่วมกับศาสตร์และศิลปะในการทางานพิธีกรอย่างแนบสนิท จนอาจเรียกได้ว่า องค์ความรู้ชุดน้ีเป็นดั่งสะพานเชื่อม
3 ฝ่าย ระหว่าง
1. คนทางานในเบ้อื งหลังคอื เจ้าหน้าท่ีพิธีปฏบิ ัตงิ านพธิ ี กองพธิ กี ารศพทีไ่ ดร้ บั พระราชทาน
2. คนทางานในเบ้อื งหนา้ คือพิธกี ร
3. เจา้ ภาพ, ผู้ร่วมงานพิธี
ให้มาบรรจบกันเพื่อได้มีโอกาสส่ือสารสร้างการรับรู้ท่ีถูกต้อง สร้างความเข้าใจอันดีร่วมกัน และมีจุดมุ่งหมาย
ในการร่วมสนองงานสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระบรมราโชบาย เพ่ือให้เกิดความมุ่งมั่นในการทา
คุณประโยชน์ และสรา้ งคุณงามความดีตอ่ ประเทศชาติสืบไป
ขอ้ มูลอา้ งองิ
กระทรวงวฒั นธรรม (2563) มารยาทไทย มารยาทในสงั คม. พมิ พ์คร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ
: สานกั งานกิจการโรงพมิ พ์องคก์ ารสงเคราะหท์ หารผ่านศึก
กระทรวงวฒั นธรรม (2562) คู่มือการปฏิบัตงิ านพธิ ีการศพตามหลักเกณฑ์ของสานักพระราชวัง กรุงเทพฯ
: หจก. โรงพิมพอ์ กั ษรไทย
กิตมิ า อมรทัต. (2563). ศิลปะการพดู ใหเ้ ปน็ เลศิ . กรงุ เทพฯ : พมิ พ์ดีการพมิ พ์
จิติมา รักนาค. (2563). โครงการฝึกอบรมผู้บริหารและฝ่ายจัดการสหกรณ์ หลักสูตร “เทคนิคการเป็น
พธิ กี รดาเนินรายการอยา่ งมอื อาชพี ” นนทบุรี
: มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ภวู ดล ภภู ทั รโยธิน. (2562). สตู รสาเรจ็ บทพดู และคาอวยพร ฉบบั จดั เต็ม. กรงุ เทพฯ
: บรษิ ทั วี. พร้นิ ท์ (1991)
สมชยั เกือ้ กลู . (2555). ศาสนพิธีจากประสบการณ์. นนทบุรี : หจก. เจรญิ ผลกราฟฟคิ
สมชาติ กิจยรรยง. (2560). คัมภีร์พชิ ิตความเปน็ เลศิ : บนั ไดส่คู วามสาเรจ็ ในการพูด. กรุงเทพฯ
: บริษทั พมิ พด์ ีการพมิ พ์ จากดั
สุกิจ ศุภกิจเจรญิ . (2562). พลังแห่งการพดู . กรงุ เทพฯ
: บริษทั อมรินทรพ์ ร้ินตง้ิ แอนด์พับลิชช่งิ จากดั (มหาชน)
www.siamrath.co.th (2563) ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพวงมาลาหลวง สองจิตอาสาชาวลาปาง
พลัดตกน้าแม่ตุ๋ย (https://siamrath.co.th/n/177551 สยามรัฐออนไลน์ เผยแพร่วันที่ 26 สิงหาคม 2563)
กรุงเทพฯ : บริษัท สยามรัฐ จากัด
เรยี บเรยี ง
นายรณยศ ปลุกใจ
ตาแหนง่ นกั วชิ าการวฒั นธรรมปฏบิ ัตกิ าร
กลุม่ พธิ ีการศพที่ได้รับพระราชทาน สานกั งานวัฒนธรรมจงั หวดั สุพรรณบุรี
พระราชทาน