244
ก็มีความแตกต่างด้านบริบทพ้ืนที่ ไม่ว่าจะเป็นภูมิศาสตร์ทางกายภาพ ทุนทางสังคม ได้แก่ เครือข่าย
ความร่วมมือ พลังบวร ผู้นำ ปราชญชาวบ้านฯ และทุนทางวัฒนธรรม ได้แก่ ประวัตศิ าสตร์ ประเพณี
วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิต ฯลฯ ทำให้มีลักษณะเฉพาะ มีอัตลักษณ์ของชุมชน ดังน้ัน การขยาย
ชุมชนต้นแบบไปยังชุมชนอ่ืน ๆ จึงประสบความสำเร็จได้ไม่เท่ากัน และต้องขยายไปยังชุมชน
ทมี่ อี ตั ลักษณ์หรอื บริบทดา้ นสังคม วัฒนธรรมและส่งิ แวดล้อมทใ่ี กล้เคยี งกบั ชมุ ชนตน้ แบบ
ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์แผนแม่บทส่งเสริม
คณุ ธรรมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 1 (พ.ศ.2559 - 2564)
คณะผู้ประเมินขอเสนอผลการวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินงาน
ตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) แบ่งเป็น 2 ตอน ประกอบด้วย
ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณ และผลการวเิ คราะห์เชิงคุณภาพ ดงั มีรายละเอยี ดต่อไปน้ี
1. ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์แผนแม่บทส่งเสริม
คณุ ธรรมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ.2559 - 2564) ด้วยวิธกี ารวจิ ยั เชิงปริมาณ
ผลการวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (r) ท่ีระดับนัยสำคัญ
ทางสถิติ 0.01 ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) กับผลสำเร็จของการดำเนินงานสง่ เสรมิ คุณธรรม มีผลการวจิ ัยดงั น้ี
1.1 ระดับจังหวัด ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1) ด้านบริบทท่ีเอ้ือต่อการ
สง่ เสริมคุณธรรมของจังหวัด (Context) 2) ด้านปัจจัยนำเข้าในการดำเนนิ การตามแผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) และ 3) กระบวนการหรือการดำเนินงานขับเคล่ือน
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Process) มีความสัมพันธ์
เชิงบวกระดับปานกลางถึงสูงมากกับผลผลิตและการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บท
สง่ เสริมคณุ ธรรมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Output/Outcome)
1.2 ระดับอำเภอ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1) ด้านบริบทที่เอื้อต่อการ
สง่ เสริมคุณธรรมของอำเภอ (Context) 2) ด้านปัจจยั นำเข้าในการดำเนินการตามแผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) และ 3) กระบวนการหรือการดำเนินงานขับเคลื่อน
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Process) มีความสัมพันธ์
เชิงบวกระดับสูงถึงสูงมากกับผลผลิตและการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Output/Outcome)
1.3 ระดับองค์กร/หนว่ ยงาน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1) ดา้ นปัจจยั นำเข้า
ในการดำเนินการตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Input)
2) กระบวนการหรือการดำเนินงานขับเคล่ือนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564)
(Process) 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม “พอเพียง” ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม
“วินัย” ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม “สุจริต” และด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม “จิตอาสา”
มีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับสูงถึงสูงมากกับผลสำเร็จของการดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมในองค์กร/
หน่วยงาน
1.4 ระดับชุมชน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1) ด้านปัจจัยนำเข้าในการ
ดำเนินการตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Input)
245
2) กระบวนการหรือการดำเนินงานขับเคล่ือนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1
(พ.ศ. 2559 - 2564) (Process) มี 4 ด้านประกอบด้วย ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม “พอเพียง”
ดา้ นการประยกุ ต์ใช้คุณธรรม “วินัย” ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม “สุจริต” และด้านการประยุกต์ใช้
คุณธรรม “จิตอาสา” มีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลางถึงสูงมากกับผลสำเร็จของการ
ดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมในชุมชน
2. ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์แผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ด้วยวธิ กี ารวจิ ัยเชงิ คุณภาพ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม พบประเด็น
ปจั จยั ทีม่ ีผลต่อความสำเร็จ จำแนกตามระดับดงั น้ี
2.1 ปจั จัยแห่งความสำเรจ็ ระดบั จังหวดั และอำเภอ
ด้าน บ ริบ ทที่ เอ้ือต่อ การส่ งเสริมคุ ณ ธ รรม ของจั งหวัด แ ละอำเภ อ
(Context) พบว่า จังหวัดและอำเภอต่าง ๆ ท่ีมีบริบทที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรม คือทุนทางสังคมท่ีดี
ได้แก่ ความร่วมมือร่วมใจของภาคีเครือข่าย ท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ
จังหวัดท่ีมีวัฒนธรรมทีห่ ลากหลาย มีลักษณะเป็นพหุวฒั นธรรม ท้ังในด้านประเพณีวัฒนธรรม ศาสนสถาน
วิถีชีวิตวัฒนธรรมความเป็นอยู่ วิถีวัฒนธรรมการทำมาหากินและอาชีพ วัฒนธรรมการแต่งกาย
ค่านิยมและความเช่ือทางศาสนา ทุนวัฒนธรรมท่ีกล่าวมาข้างต้นจะเพ่ิมคุณค่าและมูลค่าของจังหวัด
และเอื้ออำนวยต่อการขับเคล่ือนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564)
ใหป้ ระสบความสำเร็จได้
ด้านปัจจัยนำเข้าในการดำเนินการตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม
แหง่ ชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Input) ประกอบด้วย
1) ปัจจัยนำเข้าด้านบุคลากรที่มีศักยภาพ พบว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด
วัฒนธรรมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นปัจจัยนำเข้าด้านบุคลากรหลัก
ท่ีเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการส่งเสริมคุณ ธรรม
การแต่งต้ังคณะทำงานชุดต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมคุณธรรมของจังหวัดและอำเภอ
ที่สอดรับกับแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) การวางแผนยุทธศาสตร์
ร่วมกัน การวางแผนกลยุทธ์และวางแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัด
และอำเภออย่างเป็นรปู ธรรมจะส่งผลตอ่ ความสำเรจ็ ในการดำเนนิ งาน
2) ปัจจัยนำเข้าด้านงบประมาณ ที่เพียงพอต่อการขับเคล่ือน
ยุทธศาสตร์ พบว่า จังหวัดและอำเภอต่าง ๆ มีงบประมาณท่ีใช้ดำเนินการด้านการส่งเสริมคุณธรรม
ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่ต้องดึงมาจากงบประมาณปกติ มีการระดมและใช้งบประมาณในการ
ขับเคล่ือนการดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นภาคีเครือข่าย รวมท้ัง
มีการระดมทุนจากแหล่งทุนต่าง ๆ ได้แก่ การขอรับการบริจาค หรือการขอรับทุนสนับสนุนจาก
องค์กรภาคเอกชน หรอื ใช้งบประมาณเงนิ รายได้ของจงั หวดั และอำเภอมาใชส้ นับสนุนการดำเนนิ การ
3) ปั จจัยน ำเข้าด้าน น โยบ ายและยุท ธศ าสตร์ ที่ชัดเจน และ
เป็นรปู ธรรม พบว่า จังหวัดรบั นโยบายและยุทธศาสตร์แผนแม่บทส่งเสรมิ คุณธรรมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 1
(พ.ศ. 2559 - 2564) ท่ีกระทรวงกำหนด โดยนำมาใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์และกลไกในการ
246
ขับเคล่ือนโครงการและกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม มีการวางแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันระหว่างจังหวัด
และอำเภอ มีการวางแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน รวมทั้งมีแผนปฏิบัติการประจำปี และมี
การกำหนดตัวช้ีวัดของจังหวัดร่วมกับอำเภอในการวัดและประเมินผลสำเร็จของโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ
ท่ีได้ดำเนินการในแต่ละปี ซึ่งโครงการและกิจกรรมน้ัน ๆ ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี
ของจังหวดั และอำเภอ
ด้านกระบวนการหรือการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ท่ีมีมาตรฐาน (Process) พบว่า จังหวัด
และอำเภอยังมีระบบของกระบวนการดำเนนิ งานแบบปกติ สามารถบูรณาการการขบั เคล่ือนงานเข้าสู่
วงจรการทำงานตามโครงสรา้ งปกตไิ ด้
2.2 ปจั จยั แหง่ ความสำเรจ็ ระดบั องคก์ ร/หน่วยงาน
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพระดับองค์กร/หน่วยงาน ด้วยการ
สัมภาษณ์เชงิ ลึกและสนทนากลุม่ พบประเด็นดังต่อไปน้ี
ปั จ จั ยน ำ เข้ า ใ น ก า ร ด ำ เนิ น ก า ร ต า ม แ ผ น แ ม่ บ ท ส่ งเส ริ ม คุ ณ ธ ร ร ม
แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Input) ได้แก่
1) ศักยภาพผู้นำขององค์กร/หน่วยงาน พบว่า ผู้นำหรือผู้บริหาร
ระดับสูง เปน็ ผู้ที่กำหนดนโยบายการดำเนินงานองคก์ รคณุ ธรรมกับบุคลากรภายในองค์กร ผู้นำตอ้ งมี
ความรู้ความสามารถด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์ ให้สอดคล้องตามภารกิจหลัก
ขององค์กรและให้สอดคล้องกับแผนแม่บทสง่ เสริมคณุ ธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ด้วย
รวมถึงต้องเป็นแบบอย่างท่ีดีในการปฏิบัติตนของบุคลากรใต้บังคับบัญชา สามารถจูงใจให้บุคลากร
เห็นความสำคัญในการขับเคลอ่ื นคณุ ธรรมองคก์ รรว่ มกัน
2) ด้านการบริหารจัดการงบประมาณ ผลการวิเคราะห์พบว่า
การบริหารงบประมาณองค์กร/หน่วยงานในการส่งเสรมิ คุณธรรมมีความสำคัญ เน่อื งจากงบประมาณ
ท่ีมีอยู่จำกัดและต้องใช้ในการดำเนินงานตามภารกิจปกติขององค์กร การบริหารงบประมาณที่มี
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเรื่องท่ีจำเป็นซ่ึงอาจนำระบบ PDCA และอาจใช้หลักการประเมิน
แบบ Utilization Model มาประเมินประโยชน์และความคุ้มค่าของงบประมาณที่ลงทุนไป
ในการส่งเสรมิ คณุ ธรรมด้วย
3) ประสิทธิภาพในการถ่ายทอดนโยบายและยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ
พบว่า องค์กรและหน่วยงาน ต้องสร้างความรู้ ต้องมีศักยภาพในการถ่ายทอดนโยบาย
และยทุ ธศาสตร์องคก์ รสู่การปฏิบัติ โดยใช้การส่ือสารท้ังในแนวด่ิงและแนวราบเพ่ือสร้างความรูค้ วาม
เข้าใจให้บุคลากรโดยเฉพาะสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับองคก์ รคุณธรรมเพื่อเช่ือมโยงยุทธศาสตร์
ดา้ นการส่งเสรมิ คุณธรรมขององคก์ รสู่แผนการปฏบิ ตั อิ ยา่ งเปน็ รูปธรรม
มาตรฐานกระบวนการหรือการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแม่บท
ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Process) พบว่า เรื่องสำคัญที่องค์กร
และหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชนต้องพยายามได้ให้มาตรฐาน ISO ที่มีความหลากหลาย ให้มี
การบรู ณาการเข้ากบั การส่งเสริมคุณธรรมซึ่งเป็นส่ิงทส่ี ามารถสรา้ งความเชื่อมั่นในองค์กรแก่สาธารณชน
247
ยังสามารถนำระบบวงจรบริหารงานคุณภาพ PDCA กับบุคลากรท่ีปฏิบัติงานด้านการส่งเสริม
คณุ ธรรม หรือใช้ในการปรบั พฤติกรรมด้านคณุ ธรรมของบุคลากรในองคก์ ร/หนว่ ยงานด้วย
2.3 ปจั จัยแห่งความสำเร็จระดับชุมชน
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคณุ ภาพระดับชุมชน ด้วยการสมั ภาษณ์เชิงลึก
และสนทนากลมุ่ พบประเด็นดังตอ่ ไปน้ี
ด้านปัจจัยนำเข้าในการดำเนินการตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม
แหง่ ชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) (Input)
ทุนทางสังคม (ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายและความร่วมมือของ
คนในชุมชน และการดึงศักยภาพด้านทุนทางวัฒนธรรม) ทุนทางสังคมภายในและภายนอก
มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมระดับชุมชน โดยเฉพาะความร่วมมือ
รว่ มใจของคนในชุมชน นอกจากนี้ ทุนทางวัฒนธรรมในชุมชนยงั เป็นปัจจัยพื้นฐานทส่ี ำคัญในการต่อยอด
การส่งเสริมคุณธรรมและการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอีกด้ว ยการค้นหาและการดึงศักยภาพ
ด้านทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดจะเป็นการสร้างคุณค่าทางด้านจิตใจ และการสร้างมูลค่า
ทางเศรษฐกิจ สามารถยกระดบั คุณภาพชีวติ ของคนในชุมชนใหด้ ีข้นึ ได้
ด้านการบริหารจัดการงบประมาณ ผลการวิเคราะห์พบว่า ส่วนมาก
ใช้ งบ ป ร ะ ม า ณ ก า ร ด ำ เนิ น งา น ขั บ เค ล่ื อ น คุ ณ ธ ร ร ม จ าก ง บ ป ร ะ ม า ณ ที่ ได้ รั บ ก า ร จั ด ส ร ร จ า ก รั ฐ
คือ กองทุนหมู่บ้าน กรณีที่ชุมชนมีงบประมาณไม่เพียงพอ ผู้นำชุมชนและผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับ
การขับเคลื่อนคุณธรรมในชุมชน อาจขอสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ได้แก่ NGOs
และงบประมาณ CSR จากองค์กร/หน่วยงานด้านเอกชน รวมทั้งสามารถทำโครงการเสนอขอ
งบประมาณจาก สสส. ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) อำเภอ หรือจังหวัด เพื่อนำมาใช้ในการ
ขับเคลื่อนคุณธรรมในชุมชน และอาจใช้หลักการประเมินแบบ Utilization Model มาประเมิน
ประโยชน์และความคมุ้ ค่าของงบประมาณท่ลี งทนุ ไปในการสง่ เสรมิ คณุ ธรรมด้วย
บริบทที่เหมาะในการขยายภาคีเครือข่ายชุมชนคุณธรรมต้นแบบ
ผลการวิเคราะห์ พบว่า การขยายภาคีเครือข่ายชุมชนต้นแบบ เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบ (Best Practice)
แห่งใหม่ จะต้องพิจารณาจากบริบทท่ีเหมาะสม ซ่ึงมีความคล้ายคลึงกับชุมชนต้นแบบเดิม
โดยมีบริบทด้านทุนทางสังคมและมีทุนทางวัฒนธรรมท่ีใกล้เคียงกัน สอดรับกับหลักการชุมชน
แบบเครือญาติที่แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ได้กำหนด
ดังนั้น ผู้ท่ีเก่ียวข้องกับการขยายภาคีเครือข่ายชุมชนต้นแบบจะต้องพิจารณาบริบทที่เหมาะสม
ของชุมชนต่าง ๆ ที่จะขยายภาคีเครือข่ายชุมชนต้นแบบด้วย จึงเกิดผลสำเร็จในการขยายและสร้าง
ชุมชนตน้ แบบแห่งใหม่
สรุปและอภิปรายผล
ยทุ ธศาสตร์ 1 วางระบบรากฐานการเสริมสรา้ งคณุ ธรรมในสงั คมไทย
การขับเคล่ือนและส่งเสริมคุณธรรมดำเนินการส่งผ่านแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม
แห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) สู่นโยบายและยุทธศาสตร์ระดับกรม กอง จังหวัด อำเภอ
248
หน่วยงาน/องค์กร และชุม ชน ตามลำดับ มีลักษณ ะการถ่ายทอดและสั่งการในแนวด่ิง
(จากบนลงล่าง และจากล่างขึ้นบน) และแนวราบ คือ มีการประสานภาคีเครือข่ายในการขับเคล่ือน
และส่งเสริมคุณธรรมร่วมกัน อีกทั้งในระดับกระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ ซึ่งมีคณะอนุกรรมการระดับ
กระทรวงและระดับจังหวัดเป็นผู้ให้นโยบาย วางแผน ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน
ของทุกหน่วยงาน/องค์กร ท้ังภาครัฐและเอกชน ท่ีเป็นเครือข่ายระดับจังหวัด มีแผน นโยบาย
และโครงการ/กิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม ทงั้ ในรูปปัจเจก และมกี ารประสานแผนนโยบาย และโครงการ/
กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมรว่ มกบั หนว่ ยงานท้ังภาครฐั และเอกชนท่ีเป็นภาคเี ครือขา่ ย
ยุทธศาสตร์ 2 สร้างความเข้มแข็งในระบบการบริหารจัดการด้านการส่งเสริม
คณุ ธรรมใหเ้ ปน็ เอกภาพ
ทุกหน่วยงาน/องค์กร ท้ังภาครัฐและเอกชนที่เป็นเครือข่ายระดับภาคและจังหวัด
มีระบบกลไกการบริหารจัดการส่งเสริมคุณธรรมภายในหน่วยงานของตน ในรูปแบบ Systematic model
ระบบการบริหารจัดการทางวิชาการ องค์ความรู้ การวิจัย การพัฒนามาตรฐานการส่งเสริมคุณธรรม
มีหลักสูตร แต่ยังไม่มีเจ้าภาพหลัก และฐานข้อมูลยังไม่มีการบูรณาการร่วมกัน ระบบติดตาม
ประเมินผลการส่งเสริมคุณธรรมในมิติต่าง ๆ ยังไม่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ซ่ึงการประเมินผล
ความสำเร็จโครงการยังเป็นรูปแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการท่ีหน่วยงาน
วางแผนไว้ในแต่ละปี มีลักษณะเป็นปัจเจก ขาดการเช่ือมโยงมิติต่าง ๆ ของภาคีเครือข่ายทุกระดับชั้น
และขาดฐานข้อมูลท่ีเช่ือมโยงผลการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายท่ีเป็นระบบเทคโนโล ยีสารสนเทศ
ข้อมูลงบประมาณ บุคลากร รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการดำเนินการยังไม่มีเฉพาะกจิ งบดำเนินการ
แฝงอยู่ในงบประมาณประจำปีของกระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ หน่วยงาน และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ทำให้ไม่มีการประเมินความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ บุคลากร และวัสดุอุปกรณ์
ทง้ั ในแงข่ องเชิงปรมิ าณและเชิงคุณภาพ
ยุทธศาสตร์ 3 สร้างเครือข่ายความร่วมมอื ในการส่งเสรมิ คณุ ธรรม
มีภาคีเครือข่ายท่ีมาจากชุมชน หน่วยงาน/องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในระดับจังหวัด
และอำเภอ ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีแผนงาน นโยบาย และโครงการกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม
ทั้งในรูปปัจเจก และมีการประสานแผนนโยบายและโครงการ/กิจกรรม ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ
และเอกชนทเ่ี ปน็ ภาคเี ครอื ข่าย มีความร่วมมือระหวา่ งผู้นำระดบั จังหวัดและอำเภอ องค์กร/หนว่ ยงาน
และชุมชน มีลักษณะที่หลากหลายและแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพ้ืนท่ี และจำนวน
ของเครือข่ายข้ึนอยู่กับจำนวนหน่วยงาน องค์กรที่มีอยู่ในแต่ละพ้ืนท่ี มีการประเมินผลความร่วมมือ
เปน็ เชงิ ปริมาณ ผู้นำทกุ ระดบั เปน็ ผสู้ ำคญั (Key Person) ท่ีส่งผลต่อการขับเคลือ่ นแผนแม่บทสง่ เสริม
คุณธรรมแห่งชาติ ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ความสำเร็จในการขับเคลื่อนข้ึนอยู่กับความรู้
ความสามารถเฉพาะตวั บุคลิกภาพ และมนุษยสมั พันธ์ของผู้นำ
ยุทธศาสตร์ 4 ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียน
และประชาคมโลก
ยังไม่ปรากฏเด่นชัดเรื่องการเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียน
และประชาคมโลก สิ่งท่ีปรากฏโดยส่วนมากเป็นการดำเนินงาน/โครงการเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ โดยมีความร่วมมือในกิจกรรมและโครงการด้านคุณธรรมร่วมกัน เช่น งานประเพณี
249
และวัฒนธรรมที่จังหวัดเลย จังหวัดเชียงราย จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังไม่สามารถบรรลุผลตัวชี้วัดในยุทธศาสตร์ที่ 4 ของแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม
แหง่ ชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ได้
เงอื่ นไขความสำเร็จ
1. ระดบั ชาติ
ด้านสถาบนั หลกั ของสงั คมไทย : ทนุ ทางสงั คม
คนไทยมีลักษณะนิสัยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ อันเป็นคุณสมบัติพ้ืนฐาน
ที่เป็นทุนทางสังคมให้กับประเทศชาติ นอกจากนี้ยังมีความโอบอ้อมอารี มีจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้อ
แบ่งปัน ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดภาพ
การช่วยเหลือกันของคนไทยทั่วประเทศ ดังนั้น ทุนทางสังคมน้ีจะเป็นปัจจัยสำคัญท่ีจะทำให้
การขับเคลื่อนแผนแม่บทคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) และแผนปฏิบัติการ
ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประสบผลสำเร็จ
สอดคล้องกับ จำนงค์ ทองประเสริฐ (2541 : 27) ท่ีกล่าวว่า ความเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทย
ท่ีสะท้อนให้เห็นความเป็นคนไทย มีรากฐานการมีวัฒนธรรมเป็นเคร่ืองหล่อหลอม เป็นรูปแบบ
ของกิจกรรมปัจเจกบุคคล ความเป็นชุมชน สังคม และเป็นชาติไทย โดยมีสถาบันหลักท่ีเป็น
เชิงสัญลักษณ์และยึดเหน่ียวความเป็นชาติไทยคือ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ วัฒนธรรม
ความเป็นไทยได้ส่งผลให้กิจกรรมนั้นเด่นชัดและมีความสำคัญ รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิต
ซึ่งเป็นพฤติกรรมและสิ่งท่ีคนในหมู่ผลิตสร้างขึ้น ด้วยการเรียนรู้จากกันและกัน และทำให้การพัฒนา
ประเทศเกิดความย่งั ยืน
ด้านระบบการบรหิ ารจัดการ
กลไกการประสานภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรมร่ วมกัน
ต้องมีลักษณะแนวด่ิงจากบนลงล่าง (Top-down Approach) แนวราบ (Horizontal) และจาก
ล่างข้ึนบน (Bottom-up processing) จะทำให้การประสานการขับเคล่ือนแผนแม่บทเป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพ นอกจากน้ี อาจนำระบบกระบวนการบริหารของกูลิคและเออร์วิกค์ (Gulick L. &
Urwick J.,1973 : 18 -19) ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า POSDCoRB Model มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน
ของจังหวัด อำเภอ องค์กร และการดำเนินงานด้านบริหารจัดการของภาคีเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วย
กระบวนการดังต่อไปน้ี 1) การวางแผน (P=Planning) หมายถึง การจัดวางโครงการและแผนปฏิบัติ
2) การจัดการองคก์ าร (O=Organizing) หมายถึง การจัดหน่วยงาน กำหนด โครงสร้างของหน่วยงาน
การจัดสายงานตำแหน่งต่าง ๆ กำหนดอำนาจหน้าท่ีให้ชัดเจน 3) การจัดหาบุคคล (S=Staffing)
หมายถงึ การจัดหาบคุ คล เป็นการบริหารงาน ทางดา้ นบคุ คล อันได้แก่ การจัดอัตรากำลงั การสรรหา
การพัฒนาบคุ ลากร การสรา้ ง บรรยากาศการทำงานที่ดีการประเมินผลการทำงาน 4) การอำนวยการ
(D =Directing) หมายถึง การตัดสินใจ การวินิจฉัยส่ังการ หน่วยงาน ให้เกิดความร่วมมือเพื่อดำเนิน
ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน 5) การประสานงาน (Co =Coordinating) หมายถึง การประสานงานกิจการ
ด้านต่าง ๆของหน่วยงาน ให้เกิดความร่วมมือเพ่ือดำเนินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน 6) การรายงาน
(R =Reporting) หมายถึง การรายงานผลการปฏิบัติของหน่วยงานให้แก่ผู้บริหารและสมาชิก
250
ของหน่วยงานได้ทราบความเคล่ือนไหวของการดำเนินงานว่าก้าวหน้าเพียงใด 7) การงบประมาณ
(B =Budgeting) หมายถึง การงบประมาณ การจัดทำ งบประมาณบัญชีการใช้จ่ายเงิน การควบคุม
และการตรวจสอบดา้ นการเงิน ซึ่งกระบวนการบริหารดังกลา่ วมีความครอบคลมุ การบริหารจัดการท้ังระบบ
ด้านระบบประเมนิ ทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ
จากผลการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ทำให้ทราบว่า องค์ประกอบของระบบในการดำเนินการส่งเสริม
คุณธรรมทุกระดับมีความสำคัญต่อความสำเร็จ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของระบบ ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า
(Input) และกระบวนการบริหารจัดการ (Process) ท่ีมีความสำคัญต่อความสำเร็จของผลผลิต
นอกจากน้ี บริบทสภาพแวดล้อมยังมีส่วนสำคัญท่ีจะเอื้ออำนวยให้ปัจจัยนำเข้า (Input)
และกระบวนการบริหารจัดการ (Process) มปี ระสิทธภิ าพมากขน้ึ โดยเฉพาะบรบิ ทด้านทุนทางสังคม
ทุนทางวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และกายภาพในจังหวัดต่าง ๆ จะช่วยต่อยอด
ให้การดำเนินการยกระดับคุณธรรมและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นด้วย นอกจากทุนทางสังคม
และทุนทางวัฒนธรรมแล้ว ระบบการบริหารจัดการก็มีความสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้การส่งเสริมคุณธรรม
ประสบความสำเร็จด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบประเมินและวิเคราะห์เชิงระบบจะช่วยให้การตัดสินใจ
ในการดำเนินการมีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น สามารถวิเคราะห์ปัญหาการดำเนินงาน ระบุจุดมุ่งหมาย
การวัดความสำเร็จได้อย่างชัดเจน เป็นการศึกษาข้อจำกัดของทรัพยากรท่ีมีอยู่ ช่วยให้การพิจารณา
ทางเลือกในการดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสม และมีการประเมินผลได้ตรงตามวัตถุประสงค์
ที่วางไว้ ตลอดจนเกิดผลย้อนกลับเพื่อนำไปทบทวนปรับปรุงปัจจัยนำเข้าและกระบวนการ
ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งข้ึน ระบบประเมินที่สามารถประเมินครอบคลุมและสอดรับ
กับการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) คือ
CIPP Model ท้ังน้ี การประเมินดังกล่าวครอบคลุมการประเมินทุกปัจจัยตามท่ีกล่าวมาข้างต้น
ดังท่ี เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ (2555 : 272) ได้กล่าวถึง CIPP Model (Context-Input-Process-
Product) ว่า เป็นตัวแบบของการประเมินผลรวบยอดอย่างหน่ึงที่พัฒนาโดยสตัฟเฟิลบีม
(Stufflebeam) ซึ่งมีเป้าประสงค์ในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ และทำให้เกิดความ
เข้าใจกลยุทธ์ของโครงการหรือสิ่งที่ถูกประเมิน ซึ่งการประเมินสภาวะแวดล้อม (Context
Evaluation : C) เป็นการประเมินก่อนการดำเนินการโครงการ เพื่อพิจารณาหลักการและเหตุผล
ความจำเป็นท่ีต้องดำเนินโครงการ ประเด็นปัญหา และความเหมาะสมของเป้าหมายโครงการ
ซึ่งนำไปสู่การออกแบบโครงการ แผนงาน ที่มีประสิทธิภาพ การประเมินปัจจัยนำเข้า
(Input Evaluation : I) เป็นการประเมินเพ่ือพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของโครงการ ความเหมาะสม
และความพอเพียงของทรัพยากรท่จี ะใช้ในการดำเนินโครงการ เช่น งบประมาณ บคุ ลากร วัสดุอปุ กรณ์ เวลา ฯลฯ
รวมทั้งเทคโนโลยีและแผนการดำเนินงาน การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation : P)
เป็นการประเมินเพื่อหาข้อบกพร่องของการดำเนินโครงการท่ีจะใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา แก้ไข
ปรับปรุง การดำเนินการช่วงต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน และเป็นการตรวจสอบกิจกรรม
เวลา ทรัพยากรที่ใช้ในโครงการ ภาวะผู้นำ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการ โดยมีการ
บันทึกไว้เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน การประเมินกระบวนการน้ีจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการค้นหา
จุดเด่น หรือ จุดแข็งและจุดด้อยของนโยบาย/แผนงาน/โครงการ และการประเมินผลผลิต (Product
251
Evaluation : P) เป็นการประเมินเพ่ือเปรียบเทียบผลผลิตที่เกิดข้ึนกับวัตถุประสงค์ของโครงการ
หรือมาตรฐานท่ีกำหนดไว้ รวมท้ังการพิจารณาในประเด็นของการยุบ เลิก ขยาย หรือปรับเปล่ียน
โครงการ/กจิ กรรม
ด้านการยกระดบั สสู่ ากล
การที่ จะขั บ เคล่ื อน แผน แม่ บ ท ส่ งเสริมคุ ณ ธรรมแห่ งช าติ ฉบั บ ที่ 1
(พ.ศ. 2559 - 2564) ในยุทธศาสตร์ท่ี 4 ด้านการเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียน
และประชาคมโลกให้สำเร็จ จำเป็นต้องมีการกำหนดเกณฑ์และแนวทางในการประเมิน โดยมี KPI
ท่ีชัดเจน โดยอาจใช้เกณฑ์มาตรฐานสากลท่ีกำหนดโดยประชาคมโลกหรือประชาคมอาเซียน
และต้องมีภาคีเครือข่ายกับหน่วยงาน/องค์กรอื่น ๆ ท่ีมีการดำเนินงานด้านคุณธรรม/หลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง หรือพันธกิจอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ที่มีแนวโน้มที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานจากนานาชาติ ทั้งนี้ ต้องมีการจัดสรรงบประมาณ บุคลากร
และอ่นื ๆ ในการขับเคลือ่ นความสำเรจ็ ด้วย
นอกจากนี้ อาจนำระบบบริหารจัดท่ีมีมาตรฐานมาใช้ในการขับเคล่ือน
การดำเนินงาน เช่น มาตรฐาน ISO มีความหลากหลาย ได้แก่ มาตรฐานการบริหารคุณภาพ
ISO 9002 : 1994 ISO 9001 : 2000 ISO 50001 และ ISO 14001 ซ่ึงมาตรฐานเหล่านี้เป็นสิ่งท่ี
สามารถสร้างความเช่ือมั่นด้านการบริหารจัดการต่าง ๆ แก่สาธารณชน และได้รับการยอมรับ
ในระดบั สากล
2. ระดับสังคม
การบริหารจัดการความรว่ มมอื ทกุ ภาคส่วน
เงือ่ นไขความสำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ทง้ั ระดับ กระทรวง กรม
จังหวัด อำเภอ หน่วยงาน/องค์กร และชุมชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนบูรณาการการทำงานร่วมกัน
ตามภารกิจและศักยภาพที่ตนถนัด ไม่ทับซ้อน กลไกการประสานภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อน
และส่งเสริมคุณธรรมร่วมกันต้องมีลักษณะแนวด่ิงจากบนลงล่าง (Top-down Approach) แนวราบ
(Horizontal) และจากล่างขึ้นบน (Bottom-up Processing) จะทำให้การประสานการขับเคลื่อน
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดสรรงบประมาณต้องมีความชัดเจน คุ้มค่า และได้ผลในระยะยาว ในด้านการบริหารจัดการ
ต้องใช้หลักการประเมินแบบ CIPP Model ผสมผสานกับ Utilization Model โดยดูท่ีระบบการบริหาร
จัดการ และประโยชน์ท่ีชุมชนและสังคมจะได้รับเชิงประจักษ์ รวมทั้ง สามารถนำระบบวงจร
บ ริห ารงาน คุ ณ ภ าพ PDCA แล ะ/ห รือ POSDCoRB Model ม าใช้ ใน ก ารบ ริห ารจั ด ก าร
ให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน และอาจกำหนด OKR กับผู้นำ ผู้บริหารและบุคลากรในภาคส่วนต่าง ๆ
ทปี่ ฏิบัตงิ านด้านการส่งเสริมคุณธรรมเพอื่ เพม่ิ ผลสำเรจ็ ในการปฏบิ ตั มิ ากขนึ้
กรณีท่ีมีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคส่วนอ่ืน ๆ
อาจใช้ระบบเครือข่ายการจัดการปกครองแบบประสานความร่วมมือ (The Integrative Framework
for Collaborative Governance: IFCG) โดยแนวคิดนี้ เป็นกระบวนการประสานความร่วมมือ
ทม่ี ีจดุ เริ่มต้นจากแรงขบั เคลอื่ น (Drivers) ซึ่งอยู่ภายใตบ้ ริบทเชิงระบบ (System Contexts) ซ่งึ เข้าสู่
ระบอบการจัดการปกครองแบบประสานความร่วมมือ (Collaborative Governance Regime:
252
CGR) อันประกอบด้วยพลวัตของการประสานความร่วมมือ (Collaboration Dynamics)
และกิจกรรมการประสานความร่วมมือ (Actions) ซ่ึงถือเป็นผลผลิต (Output) ของกระบวนการนี้ จากนั้น
จึงนำมาสู่การเกิดขึ้นของผลลัพธ์และผลกระทบ ซ่ึงทำให้เกิดการปรับเปล่ียนบริบทในท้ายที่สุด
เช่น โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด แก้ไขปัญหาความยากจน การยกระดับคุณภาพชีวิต ท่ีต้องมีการ
บรู ณาการร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทงั้ หน่วยงานของภาครัฐทีเ่ ปน็ แกนกลางในการแก้ปัญหารว่ มกับภาคี
เครือข่ายตา่ ง ๆ (Emerson and Nabatchi, 2015)
การบูรณาการศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ในการพัฒนาสง่ เสริมคณุ ธรรมและยกระดับคุณภาพ
“ศาสตร์พระราชา” เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตพระราชทานจากในหลวง
รัชกาลที่ 9 ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในสังคมทุกภาคส่วนได้ สามารถนำมาเป็นหลักการดำเนินได้
ในทุกระดับตั้งแต่ปัจเจกบุคคล ครอบครัว องค์กร ชุมชน และสังคมในภาพรวม ซ่ึงศาสตร์พระราชา
มีทั้งหมด 23 ประการ (อภิชัย พันธเสน, 2562 : 56-72) ในการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติฯ เราสามารถจากนำหลักการต่าง ๆ ในศาสตร์พระราชา มาประยุกต์ใช้
ในภาคีเครือข่าย ทั้งระดับ กระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ หน่วยงาน/องค์กร และชุมชนที่ร่วมกัน
ขับเคลื่อนบูรณาการการทำงานร่วมกันเพ่ือส่งเสริมคุณธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคน
ในสังคม โดยในการทำโครงการ/กิจกรรมอะไรให้กับคนในสังคม จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูล
ให้เป็นระบบ เพ่ือนำขอ้ มลู เหลา่ นนั้ ไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และตรงตามเปา้ หมาย
ระเบิดจากภายใน จะทำการใด ๆ ต้องเริ่มจากคนที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน
ให้เกิดความเข้าใจและอยากในการทำโครงการ/กิจกรรมนั้น อาจจะต้องคุยหรือประชุมเพื่อให้ทราบถึง
เป้าหมายและวิธีการดำเนินการร่วมกัน ทำตามลำดับข้ัน ลงมือทำในสิ่งที่จำเป็นก่อน เมื่อสำเร็จแล้ว
กเ็ ร่ิมลงมือสิ่งท่ีจำเป็นลำดับต่อไป ในดา้ นการพัฒนาสังคมน้นั ต้องพัฒนาเรื่องความจำเป็นขั้นพ้ืนฐาน
ในคนในสังคม เช่น ระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และส่ิงจำเป็นในการประกอบ
อาชีพ เน้นการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น ภาคีเครือข่าย ทั้งระดับ
กระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ หน่วยงาน/องค์กร และชุมชนจะต้องให้ความสำคัญเร่ืองการพัฒนา
ความจำเป็นข้ันพื้นฐานแก่สังคม ให้คนในสังคมได้มีความพอมี พอกิน พอใช้ และในการพัฒนาน้ัน
จะต้องคำนึงถึงภูมิสังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ การพัฒนาใด ๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศ
ของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเก่ียวกับลักษณะนิสัยใจคอคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณี
ในแต่ละท้องถ่ินท่ีมีความแตกต่างกัน รู้เขารู้เรา ทำให้เข้าถึงเข้าใจ เพื่อท่ีจะได้นำไปสู่การพัฒนา
ทำงานแบบองค์รวม มองเป็นระบบครบวงจร ทุกส่ิงทุกอย่างมีมิติเช่ือมต่อกัน มองสิ่งท่ีเกิดขึ้น
และแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ใช้หลักในการแก้ปัญหา
ด้วยความเรียบง่ายและประหยัด โดยไม่ต้องลงทุนสูง หรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยาก โดยเฉพาะในกรณี
ท่ีมีงบประมาณจำกัด เน้นการมีส่วนร่วมเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็น ระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย มาบริหารงานให้
ประสบผลสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง รวมทั้งต้องยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ในการท่ีจะให้คน
ในสังคมร่วมมือนั้น จะต้องปลูกป่าในใจคน ต้องปลูกจิตสำนึกของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า
เห็นประโยชน์กับสิ่งท่ีจะทำ เน้นให้คนในสังคมพ่ึงพาตนเอง ก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถ
253
อยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม และสามารถพึ่งตนเองได้ในท่ีสุด อยู่ในหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ดำเนินชีวิตบน “ทางสายกลาง” เพ่ือให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้
กระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน มีความเพียร ต้องอาศัยความอดทน
และความมุ่งมั่นการงานจึงจะสำเร็จ รู้ รัก สามัคคี การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่สามารถลงมือทำ
คนเดยี วได้ ตอ้ งอาศัยความร่วมมือรว่ มใจกันในการแกป้ ัญหาและการพฒั นา
จากท่ีกล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง เป็นพ้ืนฐานสำคัญในการสร้างสังคมไทยให้ความสงบสุข คนในสังคมมีคุณภาพชีวิตท่ีดี
พอเพียงกับตัวเอง (Self-Sufficiency) มีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่มั่นคงของตนเอง เม่ือประสบ
ปัญหาก็สามารถอยู่รอดได้ รวมท้ังมีความพอประมาณ ความมีเหตุผล เป็นภูมิคุ้มกัน เวลาเจอ
ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์
และต้องใช้ความรู้ และคุณธรรม เป็นเง่ือนไขสำคัญในทางปฏิบัติก็จะทำให้สังคมไทยมีม่ันคง ม่ังค่ัง
และยงั่ ยนื ได้อย่างแทจ้ ริง
3. ระดบั ประชาชน
ด้านการสือ่ สารแบบมสี ่วนร่วม
การขับเคล่ือนและการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ระดับประชาชน ความสำเร็จข้ึนอยู่กับพลังขับเคลื่อนของผู้นำชุมชน
พลังบวรในชุมชนสังคม และการสร้างความรู้ความเข้าใจระหว่างประชาชน กับผู้นำท้องถิ่น
และผู้ปฏิบัติงานขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรมท่ีมาจากภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ สร้างความ
ตระหนักของการส่งเสริมคุณธรรม และผลท่ีจะได้รับจากโครงการ/กิจกรรม ส่งเสริมคุณธรรม
ดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีเปน็ สว่ นตนและส่วนรวมในชุมชนหรอื สังคมที่ตนเองอยู่ กลไกการประสานภาคีเครือข่าย
ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมคุณธรรมร่วมกันของภาคประชาชนและระดับชุมชนต้องมีลักษณะ
แบบแนวราบ (Horizontal) จะทำให้การประสานการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เครือข่ายตามแนวราบเป็นเครือข่าย
ท่ีมีความสัมพันธ์ระหว่างองค์การต่าง ๆ ภายในเครือข่าย ท่ีมีความเท่าเทียมกัน ลักษณะการ
แลกเปลี่ยนเป็นไปโดยช่วยเหลือเก้ือกูลกัน การติดต่อภายในเครือข่ายเป็นการติดต่อระหว่างบุคคล
หรือองค์กร หรืออาจจะมีองค์กรทำหน้าที่ประสานงานระหว่างเครือข่าย เช่น จัดประชุม กระจาย
ข่าวสารข้อมูล หรือมีการปฏิบัติงานร่วมกัน และใช้แรงสนับสนุนทางสังคมมาเป็นตัวสนับสนุน
ในการส่งเสริมคุณธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุ มชน ในระดับกว้าง
(Macro level) โดยการเข้าร่วม หรือการมีส่วนร่วมในสังคม เข้าร่วมกับสถาบันในสังคม
การเข้าร่วมกับกลุ่มต่าง ๆ ด้วยความสมัครใจ เช่น กลุ่มชมรมแม่บ้าน กลุ่มต้านภัยเอดส์
กลุม่ เกษตรกรแผนใหม่ กลุ่มหัตถกรรมพืน้ บา้ น เปน็ ตน้ (Gottlieb, 1985:12)
ดา้ นการเสรมิ พลังใหก้ บั ชุมชน
จากผลการวิจัย พบว่า การส่งเสริมคุณธรรมในชุมชน จะต้องสร้างความเข้าใจ
และจูงใจให้ประชาชนในชุมชนเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณธรรม ว่ามีประโยชน์อย่างไร
ต่อส่วนรวมและส่วนตน ดังนั้น การเสริมพลังจะช่วยให้ประชาชนในชุมชนมีเป้าหมายร่วมกัน
ในการพัฒนา ดังที่เนาวรตั น์ พลายน้อย (2549 : 64) กล่าวว่า การเสริมพลังชว่ ยทำให้เกดิ การพัฒนา
254
ยกระดับข้ึน (Improvement) คือ การพัฒนาผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาโครงการขององค์กรและชุมชน
และช่วยให้ผู้ที่เก่ียวข้องกับโครงการ/กิจกรรมสามารถบรรลุผลลัพธ์โครงการตามท่ีคาดหวังไว้ การเสริมพลัง
ให้คนในชุมชนมีส่วนรับรู้และเป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการ/กิจกรรม ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความ
รับผิดชอบท่ีจะเข้าร่วมในการดำเนินของโครงการ/กิจกรรม และยังแสดงออกถึงประชาธิปไตย
แบบมีส่วนร่วม (Democratic Participation) อย่างแท้จริง และทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม
(Social Justice) พัฒนาความเสมอภาค เน่ืองจากคนในชุมชนได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ส่งเสริมคุณธรรมหรือยกระดับคุณภาพชีวิตของตนอย่างเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ด้วยการพัฒนาสมรรถนะด้านต่าง ๆ เช่น การประกอบอาชีพ การพัฒนาพฤติกรรมและจิตใจ
ให้ยกระดับขึ้น การเสริมพลังจะต้องเช่ือมโยงกับความรู้ท้องถิ่น (Community Knowledge) เช่น
วัฒนธรรมความเป็นอยู่ วัฒนธรรมการเกษตร วัฒนธรรมการต่างกาย วัฒนธรรมการบริโภค และความรู้
ของกลุ่มวัฒนธรรมต่าง ๆ ในท้องถิ่น ความรู้ท่ีเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการร่วมกันจะให้เกิดการ
เห็นคุณค่าและเกิดการประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดมูลค่า สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและจิตใจได้
และในการเสริมพลังให้กับประชาชนในชุมชน จะต้องมีกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ต้องเหมาะสมกับ
สภาพแวดล้อมท้องถิ่น และเน้นพัฒนาสมรรถนะ (Capacity-Buiding) ผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการ
ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชน กลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Organization
Learning) ช่วยให้เกิดชุมชนของการเรียนรู้ การสะท้อนกลับเร่ืองการประเมิน ความสำเร็จ
ของโครงการในชุมชน และสนองตอบต่อการเปล่ียนแปลง และการท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ท่ีจะทำให้
เกิดการพฒั นา
การส่งเสรมิ คุณธรรมและยกระดับคุณภาพชีวติ ประชาชนในชมุ ชนด้วยพลังบวร
จากผลการวิจัยทำให้ทราบว่า พลังบวรเป็นพลังสำคัญ ท่ีทำเกิดเครือข่าย
และเป็นตัวประสานความร่วมมือของประชาชนในชุมชน และยังพบว่า ผู้นำทางศาสนา ผู้บริหาร
โรงเรียน และผู้นำชุมชน มีบทบาทอย่างมากในการขับเคล่ือนเครือข่ายในชุมชน เพ่ือส่งเสริมคุณธรรม
ให้กับคนในชุมชนและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนอีกด้วย โดยผ่านโครงการ/กิจกรรม
ทางศาสนา การพัฒนาอาชีพ การทำเกษตรกรรมแผนใหม่ การทำปศุสัตว์ นำหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาขับเคล่ือนการเกษตร วิสาหกิจชุมชน เป็นต้น ดังน้ัน จึงต้องส่งเสริม
ให้เกิดความเข้มแข็งของพลังบวรชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับ สุทธิวรรณ ตันติรจนาวงศ์ และวรรณ์ดี
แสงประทีปทอง (2561) ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองการประเมินโครงการชุมชนคุณธรรมขับเคล่ือนด้วยพลัง
บวร ที่พบว่า การดำเนินโครงการชุมชนคุณธรรมขับเคล่ือนด้วยพลังบวร ประกอบด้วย 1) ปัจจัย
นำเข้า (Input) ได้แก่ ปัจจัยด้านครอบครัว/บ้าน ปัจจัยด้านวัด/ศาสนสถาน ปัจจัยด้านโรงเรียน
ปัจจัยหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชน ปัจจัยด้านชุมชน ปัจจัยด้านส่ือมวลชน และปัจจัยด้านความ
พร้อมของทรัพยากร 2) กระบวนการ (Process) ได้แก่ การประเมินการดำเนินงานโครงการชุมชน
คุณธรรมขับเคลื่อนด้วยพลังบวร และการจัดกิจกรรมขับเคล่ือนชุมชนคุณธรรม และ 3) ผลผลิต
ของโครงการ (Output) ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ผลการดำเนินโครงการ ได้แก่ พฤติกรรมของคนในพ้ืนท่ีชุมชน
คุณธรรม และคุณภาพชีวิตของคนในพ้ืนท่ีชุมชนคุณธรรม ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่
ปัจจัยด้านสื่อมวลชน ปัจจัยด้านความพร้อมของทรัพยากร ปัจจัยด้านโรงเรียน/หน่วยงานภาครัฐ/
255
ภาคเอกชน ปัจจัยด้านวัด/ศาสนสถาน ปัจจัยด้านชุมชน และปัจจัยด้านบ้าน/ครอบครัว มีผลต่อการ
ขบั เคลื่อนชมุ ชนคณุ ธรรมด้วยพลังบวรอย่างมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ ที่ 0.01
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และกรอบแนวทางกระบวนการขับเคลื่อน
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ให้มีความเหมาะสม
และเกิดประสิทธิภาพ และแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ต่อไป
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพท่ีได้จากการเก็บข้อมูลภาคสนาม
และการประชุมรายงานการประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม
แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) เมื่อวันท่ี 18 สิงหาคม 2564 เพ่ือระดมความคิดเห็น
สามารถนำไปขยายผลเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และกรอบแนวทางกระบวนการขับเคลื่อนแผนแม่บท
ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ
และแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ. 2566 - 2570)
ไดด้ ังต่อไปน้ี
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สร้างความเชื่อมโยงในกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริม
คณุ ธรรมแห่งชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ.2566-2570) กบั แผนยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการศึกษาแห่งชาติ
20 ปี และแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 และกำหนดให้ทุกกระทรวง
เป็นหน่วยหลกั ในการขับเคลื่อน และกำหนดให้มียุทธศาสตรท์ ี่เก่ียวข้องกับการขับเคลือ่ นหรือส่งเสริม
คุณธรรมจรยิ ธรรม บรรจไุ ว้เพอ่ื จัดสรรงบประมาณเฉพาะกจิ ดา้ นการส่งเสริมคุณธรรมตามยุทธศาสตร์
การส่งเสริมการขับเคลื่อนหรือส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมระดับกระทรวง ในการขอต้ังงบประมาณ
ประจำปีของแตล่ ะกระทรวงจากสำนกั งบประมาณ
2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมในรูปแบบเครือข่ายดิจิทัล
โดยมีกระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพหลัก สร้างระบบติดตามประเมินผลให้ทุกภาคส่วนอย่างเปน็ รูปธรรม
มฐี านข้อมลู ทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ
3. กำหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงด้านการบริหารจัดการด้านวิชาการ
องค์ความรู้ การวิจัย การพัฒนามาตรฐาน การส่งเสริมคุณธรรม และฐานข้อมูลสถิติ ระดับกระทรวง
และภมู ิภาค โดยร่วมมอื กบั สถาบนั การศกึ ษาทง้ั ในสว่ นกลางและภูมภิ าค
4. ปรับปรุงมาตรฐานตัวช้วี ัด (KPI : Key Performance Indicator) ให้เป็นรปู ธรรม
ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สามารถตรวจสอบได้ มีหน่วยงานกลางในการรับรองมาตรฐาน
และประเมินคุณภาพการดำเนินการ โดยมี KPI กลาง และ KPI ท่ีสอดคล้องกับบริบทในภูมิภาค
หรือท้องถิ่น พัฒนาหลักเกณฑ์แบบอย่างด้านคุณธรรมในระดับนานาชาติร่วมกับประชาคมอาเซียน
เชิงระบบ (Systematic Model) และ ผลลัพธ์ (Output) หรือใช้ KPI ที่เป็นมาตรฐานสากล
ในการขบั เคลือ่ นและสง่ เสรมิ ให้ประสบความสำเร็จ
256
5. ให้ความสำคัญและส่งเสริมการวางรากฐานการเสริมสร้างคุณธรรมของสถาบันครอบครัว
และสถาบันการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นสถาบันหลักในการเสริมสร้างคุณธรรมให้กับเยาวชน
รนุ่ ใหม่
6. สร้างความเข้มแข็งในระบบการบริหารจัดการ โดยการพัฒนาศักยภาพ
การบริหารจัดการ ศักยภาพทางวิชาการ และพัฒนาบุคลิกภาพผู้นำทุกระดับท่ีทำหน้าที่ส่งเสริมคุณธรรม
จัดให้มีระบบประเมินความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ บุคลากร และวัสดุอุปกรณ์ ทั้งแง่ของเชิงปริมาณ
และเชิงคุณภาพ
7. ส่งเสริมการนำหลักศาสนา หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทย
ที่ดีงาม เข้ามาในโครงการ/กิจกรรมที่ขับเคล่ือน และส่งเสริมคุณธรรม พอเพียง วินัย สุจริต
จิตอาสา อย่างต่อเน่ือง และขยายผลจากจังหวัด อำเภอ องค์กร/หน่วยงาน และชุมชนต้นแบบ
สูจ่ ังหวัด อำเภอ องค์กร/หนว่ ยงาน และชุมชนอ่ืน ๆ และนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเข้ามา
ช่วยในการฟื้นฟหู ลงั สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019
กรอบแนวทางกระบวนการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1
(พ.ศ. 2559 - 2564) ให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ และแนวทางในการจัดทำ
แผนปฏิบตั ิการด้านการสง่ เสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570)
แนวทางที่ 1 วางระบบรากฐานการเสริมสร้างคุณธรรมไทยท่ีเข้มแข็ง โดยพัฒนา
และปรับปรงุ การวางระบบรากฐานการเสริมสรา้ งคุณธรรมของสถาบันครอบครัว พัฒนาและปรับปรุง
การวางระบบรากฐานการเสรมิ สร้างคณุ ธรรมของสถาบันการศกึ ษา พัฒนาและปรับปรงุ การวางระบบ
รากฐานการเสริมสร้างคุณธรรมของสถาบันศาสนา และพัฒนาและปรับปรุงการวางระบบรากฐาน
การใช้ส่ือมวลชนและสังคมดิจิตอลเป็นเคร่ืองมือในการส่งเสริมคุณธรรม เพ่ือเสริมสร้างคุณธรรม
ให้กับเยาวชนรนุ่ ใหม่
แนวทางท่ี 2 สร้างเสริมความเข้มแข็งในระบบการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
และย่ังยืน โดยพัฒนาระบบติดตามประเมินผลของทุกภาคส่วนทุกระดับอย่างยั่งยืน พัฒนาศักยภาพ
การบริหารจัดการ ศักยภาพทางวิชาการ และพัฒนาบุคลิกภาพผู้นำทุกระดับท่ีทำหน้าที่ในการ
ขบั เคล่ือน
แนวทางท่ี 3 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือท่ีเข้มแข็ง โดยสร้างเครือข่าย
ความรว่ มมือในการส่งเสริมคุณธรรมกับส่ือมวลชนและสังคมดิจิตอล เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมคุณธรรม
ขยายการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทุกระดับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีความเช่ือมโยง
ระหว่างเครอื ขา่ ยทั้งแนวดงิ่ และแนวราบในรูปแบบเครือขา่ ยดจิ ิตอล
แนวทางที่ 4 การเปน็ แบบอยา่ งด้านคณุ ธรรมระดับนานาชาติ โดยพัฒนาหลักเกณฑ์
แบบอย่างด้านคุณธรรมในระดับนานาชาติร่วมกับประชาคมอาเซียน หรือใช้เกณฑ์ KPI ท่ีเป็น
มาตรฐานสากลมาเป็นแนวทางในการพัฒนาและสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จ ขยายเครือข่าย
ความรว่ มมือกบั หนว่ ยงานและองค์กรของไทยที่มกี ารดำเนินการด้านคุณธรรมทเี่ ป็นที่ยอมรับในระดับ
นานาชาติ ในการแก้ไขปัญหาความยากจน การยกระดับคุณภาพชีวิต ปัญหายาเสพติด เช่น มูลนิธิ
ชัยพฒั นา และโครงการหลวงฯ
257
แนวทางการพฒั นา
1.มีการพัฒนา/ปรับระบบและโครงสร้างการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ.2566-2570) โดยมีกระบวนการให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาท
ในการขับเคล่ือนอย่างมีส่วนร่วมให้มากท่ีสุด มีการแต่งต้ังคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมภายใต้
คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ โดยมีการพัฒนาวิสัยทัศน์ให้มีทิศทางเดียวกัน กำหนด
ยุทธศาสตร์ท่ีสามารถปฏิบัติการได้จริงและเชื่อมโยงกัน ไม่แยกส่วน มีการติดตามประเมินผล
เสรมิ พลงั อยา่ งตอ่ เนอื่ ง และยกระดับการสง่ เสรมิ คณุ ธรรมสกู่ ารขับเคล่ือนคุณภาพชีวิตมติ ิอืน่ ๆ ต่อไป
2. พัฒนากระบวนการเตรียมความพร้อมในการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการด้าน
การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ.2566-2570) ให้สามารถใช้ประโยชน์จากนโยบาย/
ยุทธศาสตร์/แผนการดำเนินงานต่างๆ ท้ังในระดับส่วนกลางและระดับภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม
ทันการณ์ โดยแต่ละองค์กรต้องมีความชัดเจนในหลักการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และสาระ
ของแผนการขับเคลื่อน/ ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ระยะท่ี 2 (พ.ศ.2566-2570) ให้เข้าใจถูกต้องทุกระดับ โดยใช้ทีมวิชาการทั้งจากระดับส่วนกลางและ
การประสานงานกับสถาบันการศึกษาระดับพ้ืนท่ี เช่น มหาวิทยาลัยให้เป็นหน่วยงานพ่ีเลี้ยง
ในการเสรมิ ศักยภาพในการขับเคลอื่ นแผนปฏิบัตกิ ารส่งเสริมคุณธรรมแหง่ ชาติ ในระยะต่อไป
3. ผลักดันให้ทุกจังหวัดมีการขับเคลื่อนแแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม
แห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) ในการเชือ่ มโยงกบั นโยบาย/ยุทธศาสตร์/แผนพฒั นาในทุกระดับ
โดยมีการทบทวน ปรับปรุงตามความเห็นของประชาคมระดับพ้ืนท่ีอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง
และมีการกำหนดที่มาของงบประมาณและหน่วยงานท่ีรับผิดชอบในแต่ละโครงการอย่างชัดเจน
ในการจัดทำการขับเคล่ือนคุณธรรมในระดับพ้ืนที่ โดยการดำเนินการขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการด้าน
การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ.2566-2570) จะต้องสะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่ม
บริหารจัดการ เรียนรู้รว่ มกัน และสร้างจิตสำนึกร่วมกันอย่างบูรณาการในการส่งเสริมคุณธรรมให้กับ
ประเทศชาติ
4. ส่งเสริมให้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการส่งเสริมคุณธรรม
โดยกำหนดให้เป็นตัวช้ีวัดหนึ่งในการพัฒนายุทธศาสตร์ของแต่ละจังหวัด และให้มีการสนับสนุน
กระบวนการเรียนรู้ด้านส่งเสริมคุณธรรมในรูปแบบท่ีหลากหลายตามบริบท ทุนทางสังคม ของแต่ละ
ภมู ิภาคอย่างตอ่ เนือ่ ง
5. ให้ทุกจังหวัดสนับสนุนการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านส่งเสริมคุณธรรม
เพื่อเป็นข้อมูลพ้ืนฐานท่ีเป็นปัจจุบัน ทันสมัย และช่วยเสริมให้เกิดประสิทธิภาพต่อการส่งเสริม
คุณธรรมและเกดิ ความต่อเนื่อง
6. ให้มี “ระบบการจัดการความรู้และเสริมศักยภาพการส่งเสริมคุณธรรม”
เพื่อเป็นทางเลือกและพัฒนารูปแบบการส่งเสริมคุณธรรมที่หลากหลาย เอื้อต่อการบูรณาการ
กับทุกภาคส่วน รวมถึงการประชาสัมพันธ์เพ่ือให้เกิดแรงกระตุ้นทั้งระดับจังหวัด ภูมิภาค
และระดบั ประเทศอยา่ งต่อเน่ือง เป็นปัจจุบัน และทนั ต่อสถานการณ์
258
7. สนับสนุนให้มีการปรับระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งในส่วนกลาง
ภูมิภาค และระดับชุมชนท้องถิ่น ท้ังในเชิงโครงสร้าง ระเบียบปฎิบัติ วัฒนธรรมองค์กร ทัศนคติของ
ผู้บริหาร และบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องต่อการส่งเสริมคุณธรรมได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม รวมถึง
การเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรมเพ่ือการอยูร่ ่วมกันของสงั คมอยา่ งสนั ตสิ ขุ
กลไกการดำเนินงาน
1. จังหวัดควรเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการอำนวยการ สนับสนุน และบูรณาการ
โครงการต่าง ๆ ท้ังแนวดง่ิ และแนวราบ เพ่ือให้การบริหารจดั การเป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ ลดความซ้ำซอ้ น
ในการดำเนินโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นท่ี และสนับสนุนให้มกี ระบวนการจัดทำแผนส่งเสริมคุณธรรม
ระดับพน้ื ท่ี โดยเชอื่ มโยงกับสว่ นราชการ จงั หวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
2. สนับสนุนให้มีกลไกการทำงานแนวราบที่ใช้คุณธรรมเป็นฐานในการปฏิบัติงาน
หนว่ ยงานที่เก่ียวข้องตอ้ งดำเนินงานตามบทบาทภารกิจของตน ใหก้ ารสนบั สนุนแผนส่งเสรมิ คุณธรรม
อย่างบูรณาการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน และสร้างการมีส่วนร่วมให้มากท่ีสุด เพ่ือให้เกิด
การขยายผลครอบคลมุ ทุกระดบั พื้นทขี่ องประเทศ
ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวจิ ัยไปใช้ประโยชน์
นอกจากข้อเสนอแนะภาพรวมของการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติเบื้องต้นแล้วน้ัน
ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่คณะผู้วิจัยได้สัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม ได้เน้นย้ำ
ถึงความ สำคั ญ ของการสามารถน ำแผนแม่บ ท ส่งเสริม คุณ ธรรมแห่ งช าติ ไป สู่การปฎิ บั ติได้จริง
มุ่งการขับเคลื่อนงานเชิงรุก (Proactive) ให้เกิดรูปธรรมท้ังเชิงปริมาณและคุณภาพ มีความจริงใจ
และมุ่งม่ันจากผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องท่ีเป็นผู้กำหนดนโยบาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ต่อประเทศชาติ และมุ่งสู่ความมั่นคง ม่ังคั่ง และยั่งยืน ตามที่แผนยุทธศาสตร์ชาติได้กำหนดไว้
โดยคณะผู้วจิ ยั ได้ประมวลและสรุปเปน็ ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการวิจยั ไปใชป้ ระโยชน์ ดังนี้
1. คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทั้งในส่วนกลาง
ส่วนภูมิภาค และภาคีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ควรพิ จารณ า
นำข้อเสนอแนะท่ีมีต่อกระบวนการดำเนินงานขับเคล่ือนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรม
แห่งชาติระยะท่ี 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ใหส้ อดคล้องกับยทุ ธศาสตรช์ าติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580)
จากการศกึ ษาวิจัยคร้งั น้ี เพอ่ื นำไปใช้ในการพัฒนากระบวนการดำเนินงานขับเคลื่อน
แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะท่ี 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) ให้มีความสมบูรณ์
ย่ิงขึ้น กล่าวคือ ให้เกิดการขับเคลื่อนแผนฯ อย่างมีประสิทธิผลและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ต่อประเทศชาติ ท้ังในด้านมติ ิของเนื้อหาสาระของแผนฯ ความเหมาะสม และความชัดเจนของตวั ชว้ี ัด
การนิยาม และข้อมูลพื้นฐานที่น่าเชื่อถือและจำเป็นต่อการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการติดตาม
ประเมินตัวชี้วัด การวางแผนเพื่อบริหารจัดการแผนฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคำนึงถึงรายละเอียด
เกี่ยวกับช่วงระยะเวลาท่ีเหมาะสม มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์หรือวิกฤติการณ์ ต่าง ๆ ได้
มีความสอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตร์ชาติ มีจุดเน้นหรือการชนี้ ำทิศทางทีช่ ดั เจน ทันต่อเวลาสำหรบั การใชง้ านจริง
และถูกต้องในแต่ละยุทธศาสตร์ การจัดทำรูปแบบของเอกสาร คู่มือ การรายงานผลท่ีเป็นไป
ในทิศทางเดียวกัน ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนในการทำความเข้าใจ แต่ต้องต้ังอยู่บนพื้นฐานวิชาการท่ีดี
259
รวมถึงกระบวนการที่จะนำเสนอแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฯ ออกสู่สาธารณชน
อย่างเป็นลำดับขั้นตอนที่เหมาะสมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ท้ังนี้ เพ่ือเป็นประโยชน์ในการส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติ และสามารถนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ประเทศไทยท่ีว่า “ประเทศไทยมีความ
ม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศท่ีพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พ อเพี ยง” ภ ายใต้ค ติพ จน์ “ม่ัน ค ง มั่งคั่ง ย่ังยืน ” แ ละสอดค ล้อง ตามรัฐธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 6 ว่าด้วยแนวนโยบายของรัฐ มาตรา 65
ท่ี ได้ ก ำ ห น ด ใ ห้ รั ฐ พึ งจั ด ใ ห้ มี ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ช า ติ เป็ น เป้ า ห ม า ย ก า ร พั ฒ น า ป ร ะ เท ศ อ ย่ า ง ย่ั ง ยื น
ตามหลกั ธรรมาภบิ าลเพ่ือใชเ้ ป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ใหส้ อดคล้องและบรู ณาการกนั
2. คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ หน่วยงานที่เก่ียวข้องท้ังในส่วนกลาง
ส่วนภูมิภาค และภาคีเครือข่ายที่ขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ควรพิจารณ า
นำข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานในการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแ ห่งชาติ
เชิงระบบให้เป็นไปอย่างรอบด้าน (Systematic Approach) เพ่ือนำไปสู่การปฎิบัติการให้ได้
ตามความเหมาะสมกับสภาพบริบทของแต่ละภูมิภาคของพ้ืนท่ี ภาระงาน และบทบาทหน้าที่
ของแต่ละหน่วยงาน ท้ังนี้ เพื่อให้ระบบและกลไกในการขับเคล่ือนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ได้มีแนวทางปฏิบัติท่ีเป็นรูปธรรมจับต้องได้มากข้ึน รวมถึงการส่งเสริมให้แต่ละหน่วยงาน
ได้มีการพัฒนาแผนและกำหนดจุดเน้นของหน่วยงานตนเองในการ ขับเคล่ือนการส่งเสริมคุณธรรม
แห่งชาติที่สอดรับกบั ภารกิจของตนเอง ต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของทุนศักยภาพ หรอื บรบิ ทของแต่ละพ้ืนที่/
องคก์ ร ให้สามารถดำเนินไปอยา่ งตอ่ เน่ือง และเกิดความยงั่ ยนื
3. การศกึ ษาวิจัยได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจดั การงบประมาณ ว่าเป็น
ปจั จยั สำคัญในการขบั เคลื่อนงานให้สูเ่ ป้าหมาย รัฐบาลควรให้ความสำคัญและพิจารณาการปรับระบบ
การจัดสรรงบประมาณด้านส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติให้สอดคล้องกับการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์
ที่แต่ละสังกัดดำเนินการอยู่ในแต่ละช่วงเวลา ทั้งน้ี การปรับระบบการจัดสรรงบประมาณ
พึงให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพ่ือให้การดำเนินงาน
การขับเคล่ือนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติในระยะต่อไปน้ัน ได้นำไปสู่ภาคการปฏิบัติการ
ของหน่วยงานต่าง ๆ และเกิดการผูกโยงกับระบบงบประมาณแผ่นดินของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเป็น
หัวใจสำคัญให้การขับเคล่ือนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติมีความชัดเจน และสามารถปฎิบัติการ
ไดอ้ ย่างเป็นรปู ธรรม
4. ตัวช้ีวัดควรมีความชัดเจนตั้งแต่เร่ิมต้น และง่ายต่อการทำความเข้าใจสู่ภาคปฏิบัติการ
ดงั นั้น ควรให้มีความชัดเจนตัง้ แต่การเตรยี มการกระบวนการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแมบ่ ทสง่ เสริม
คุณธรรมแห่งชาติฯ ตัวชี้วัดควรสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ท้ังเชิงปริมาณและคุณภาพ และควรพิจารณา
ตัวบ่งช้ีให้คงไว้เฉพาะตัวช้ีวัดท่ีสำคัญในแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติฯ ในส่วนของตัวบ่งชี้
เชิงคุณภาพควรพิจารณาประยุกต์ใช้ OKRs (Objectives and Key Results) เพื่อให้เกิดความ
ยืดหยุ่นตามสถานการณ์และบริบทของพื้นท่ี/องค์กรภาคปฏิบัติการจริง และควรพิจารณาให้
ภาควิชาการ (มหาวิทยาลัยท้ังส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค) เป็นพี่เลี้ยงสร้างความเข้าใจเพื่อให้เกิด
กระบวนการเสริมพลังกระบวนการบนฐานวิชาการ และให้สามารถขับเคล่ือนงานเป็นไปในทิศทาง
เดียวกัน นอกจากนี้ ควรพิจารณาให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบประมวลผล เช่น ระบบ
260
ประมวลผลข้อมูล (Data Processing) สำหรับรวบรวมและสร้างสารสนเทศท่ีจำเป็นต่อการบริหาร
จัดการ กำกับติดตามและประเมินผลการขับเคล่ือนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติระยะต่อไป
การสร้างระบบ Dashboard สำหรับติดตามประเมินผลให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งน้ี เพื่อให้เป็นพ้ืนท่ี
รวบรวมรายงานผลภาคปฏิบัติการหรือความเคลื่อนไหวต่าง ๆ มาประมวลให้สารสนเทศที่ง่าย
ต่อความเขา้ ใจ และสามารถนำสารสนเทศเพื่อการสะทอ้ นกลับได้อย่างรวดเร็วหน้าเดยี ว มกี ารอัพเดท
ขอ้ มูลอย่างตอ่ เน่อื ง ท้งั นี้ เพ่ือให้การขับเคลือ่ นงานส่งเสรมิ คณุ ธรรมแห่งชาตมิ ีสารสนเทศทท่ี นั เวลา
5. คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติหรือหน่วยงานท่ีมีส่วนเก่ียวข้องในการ
ขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติในระยะต่อไปควรพิจารณาให้ความสำคัญกับระบบ
การประชาสัมพนั ธ์กระบวนการดำเนินงานขับเคลอื่ นแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมระยะต่อไปให้เข้าถึง
กลุ่มเป้าหมายในหน่วยงานทุกระดับ (โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่) ให้มีความเข้าใจตรงกัน
รวมถึงการพิจารณาถึงกระบวนการการกำกับติดตามประเมินผล (เน้นแบบเสริมพลัง) ต่อการ
ดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมอย่างเป็นระบบ มีความต่อเนื่องในทุกกระบวนการ
ท้ังนี้ เพ่ือให้สามารถทราบถึงความเคล่ือนไหว ความก้าวหน้า และปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึน
สามารถนำมาเป็นเคร่ืองสะท้อนเพ่ือแก้ปัญหาได้อย่างทันสถานการณ์ โดยให้ความสำคัญกับ
การประยุกต์ใช้สื่อและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายเฉพาะและเผยแพร่ต่อสาธารณะได้
เพือ่ เกดิ ประโยชนส์ งู สุดเหมาะสมยคุ สมยั ท่มี ีความเป็นพลวัตอยตู่ ลอดเวลา
ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ยั คร้ังต่อไป
การศึกษาคร้ังนี้ได้สะท้อนถึงมิติการวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ประเด็น
การศึกษาและการออกแบบการวิจัยเพ่ือเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการส่งเสริมแผนแม่บท
ส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการวิจัยที่มีลักษณะเชิงลึก การวิจัยแบบฐานราก
การวิจัยประเมินผล การวิจัยปฎิบัติการอย่างมีส่วนร่วม และการวิจัยเชิงอนาคตท่ีจะนำไปสู่พัฒนา
เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายนั้นยังปรากฏน้อยในบริบทของประเทศไทย ในการขับเคลื่อนการส่งเสริม
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติในระยะต่อไปน้ัน จำเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องขับเคลื่อนบนฐาน
ของวิชาการ มีข้อมูลท่ีเป็นจริง และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ร่วมสมัย มีการสังเคราะห์เพื่อให้
เกิดเปน็ สารสนเทศและองค์ความรู้ท่นี ่าเชือ่ ถือ คณะผูว้ จิ ัยมีข้อเสนอแนะ ดงั นี้
1. เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมเชิงระบบ
และสอดคล้องกับบริบทของพ้ืนที่ ควรมีการพัฒนาการวิจัยปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมในระดับพ้ืนท่ี
เพ่ือพัฒนาองค์ความรู้หรือประเด็นศึกษาที่เป็นความต้องการ หรือสอดรับกับความต้องการของพื้นที่
องค์กร หรือชุมชนอย่างแท้จริง และจะเป็นแนวทางหนึ่งในการเช่ือมโยงภาคีเครือข่ายในการ
ขับเคลื่อนงานส่งเสริมคุณธรรมระดับพ้ืนท่ีได้ ทั้งน้ี ควรให้มีหน่วยงานส่วนกลางหรือภาคีวิชาการ
โดยเฉพาะสถาบันอุดมศกึ ษาในพืน้ ท่ีเปน็ พเ่ี ลี้ยงและรว่ มดำเนินการ
2. ควรมีวิจัยและพัฒนารูปแบบการติดตามประเมินผลในระดับพื้นท่ีเพื่อพัฒนา
แนวทางใหม่ ๆ ในการติดตามประเมินผล เพ่ือสร้างความหลากหลายและแนวทางการเสริมพลัง
ในระหวา่ งกระบวนการ
261
3. ควรมีการศึกษาวจิ ัยเกีย่ วกบั ผลลัพธ์และผลกระทบของการดำเนินงานตามภารกิจ
วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ท้ังเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
ให้ครอบคลุมทัง้ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง
4. ควรมีการศึกษาวิจัยเก่ียวกับรูปแบบการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมของภาคี
ต่าง ๆ (Partnership Management) ในบริบทของสังคมไทยในการมีส่วนร่วมการขับเคล่ือน
แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติว่าควรมีแนวทางการขับเคลื่อนอย่างไรให้เหมาะสม สอดคล้อง
กบั บริบท และนำไปสู่การปฎบิ ัติไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
5. ควรมีการศึกษาวิจัยในการส่งเสริมคุณธรรมท่ีสอดคล้องกับเด็กและเยาวชน
รุ่นใหม่ (New Generation) ที่จะเป็นกำลังพัฒนาประเทศในภายหน้า รวมถึงการวางแผนเกี่ยวกับ
การเตรียมความพร้อมของคนรุ่นใหม่อย่างมีส่วนร่วมในการขับเคล่ือนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
ในระยะตอ่ ไป
6. ควรมีการวิจัยเชิงอนาคต (Future Research) เก่ียวกับแนวทางการส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติเพื่อรองรับการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้น และรองรับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ท้ังนีเ้ พื่อเป็นขอ้ มลู ในการวางแผนงานในระยะยาว
262
บรรณานกุ รม
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2561). คู่มือการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรม
แหง่ ชาต.ิ กรุงเทพฯ : บริษทั รำไทย เพรส จำกดั .
กรมการศาสนา. (2563, ออนไลน์). ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ด.ู เข้าถงึ เม่ือ 20 ธันวาคม 2563 จาก
https://e-service.dra.go.th/hinduism.php?p=word
กระทรวงวัฒนธรรม. (2563, ออนไลน์). ศาสนาซิกข์. เข้าถึงเม่ือ 5 ธันวาคม 2563 จาก
https://www.m-culture.go.th/mculture_th60/download/Sikhism.pdf
กลุ่มยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนา สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการ (2560). “การศึกษาคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัด
กระทรวงศกึ ษาธิการ.” รายงานการวจิ ัย.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2561). รายงานผลการประเมิน
ยุทธศาสตร์ความเป็นเลิศ 4 ด้าน ของกระทรวงสาธารณสุข. นนทบุรี : กระทรวง
สาธารณสขุ .
กญั ญา โพธิวัฒน์. (2548). ทีมผู้นำการเปลีย่ นแปลงในโรงเรียนประถมศึกษา : การศึกษาเพื่อสร้าง
ทฤษฎีฐานราก. วิทยานิพนธ์ปริญญาดษุ ฎีบันฑิต มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .
คณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2548). หลักการ
ทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั . กรงุ เทพฯ : 21 เซ็นจูรี.่
คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ. (2559). แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1
(พ.ศ. 2559-2564). กรุงเทพ : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.
_________. (2560). แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559-2564).
กรุงเทพ : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.
_________. (2561). การส่งเสริมคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” สร้างคนดีสู่สังคม.
กรงุ เทพ : ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน).
_________. (2561). คู่มือารส่งเสริมคุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา” สร้างคนดีสู่
สงั คม. กรงุ เทพ : ศูนย์คุณธรรม (องคก์ ารมหาชน).
_________. (2561). แผนแมบ่ ทส่งเสริมคณุ ธรรมแห่งชาตฉิ บับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564) ตามมติ
คณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 คู่มือการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริม
คุณธรรมแห่งชาติฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 - 2564). กรุงเทพฯ : กรมการศาสนา กระทรวง
วฒั นธรรม.
จารวุ รรณ สขุ มุ าลพงษ์. (2556). แนวโน้มของคอรัปช่ันประเทศไทย. กรุงเทพฯ : รัฐสภา.
จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา และปรียานุช ธรรมปิยา. (2556). ตามรอยพ่อ ชีวิตพอเพียง... สู่การ
พฒั นาที่ยั่งยืน. พิมพ์ครง้ั ที่ 14. กรงุ เทพฯ : บริษทั พมิ พส์ ิรพิ ัฒนา จำกัด.
จำนง ทองประเสริฐ. (2541). “ภาษากับวัฒนธรรม” ใน วัฒนธรรมไทย. ปีท่ี 34 ฉบับท่ี 4
(มกราคม, 2541) หน้า 27-31.
263
ชาย โพธิสิตา. (2552). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ :
อมรนิ ทร์พร้งิ ต้งิ .
ดรุณี โอวจริยาพิทักษ์ ศิราภรณ์ ชวเลขยางกูร และพรรณี วิศิษฎ์วงศกร. (2557). “การศึกษา
คุณธรรม จริยธรรมของนักศึกษา กรณีศึกษา นักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.” รายงานวิจัยคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล พระนคร.
ดวงเดอื น พันธุมนาวิน. (2538). ทฤษฎีต้นไมจ้ รยิ ธรรม : การวิจัยและการพฒั นาบุคคล. กรงุ เทพฯ :
สถาบนั บัณฑติ พัฒนบรหิ ารศาสตร์.
_________. (2544). ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม: การวิจัยและการพัฒนาบุคคล. กรุงเทพฯ: สำนักงาน
กจิ การโรงพมิ พอ์ งคก์ ารสงเคราะหท์ หารผ่านศึก.
_________. (2550). “ปกกฎหมายกับพฤติกรรมเชิงจริยธรรม.” วารสารพัฒนาสังคม 9 ( 1), หน้า
1-29.
_________. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564).
กรงุ เทพฯ : สำนกั งานสภาพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาต.ิ
_________. (2562). โครงการวิเคราะห์ผลสำเร็จของการดำเนินโครงการพัฒนาเพ่ือเสริมความ
ม่ัน คงของชาติใน บ ริบ ทท างเศ รษ ฐกิจ สังค ม และสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพ ฯ :
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ติน ปรัชญพฤทธิ์. (2536). วิชาชีพนิยมของระบบราชการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว: วิวัฒนาการและผลกระทบต่อสังคมไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทศพล ถาวร. (2559). “การประเมินและพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือทางวิชาการกับ
มหาวิทยาลัยต่างประเทศ ศึกษาเปรียบเทียบ : คณะรัฐศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์.” การค้นคว้าอิสระตามหลักสตู รรฐั ศาสตร์มหาบัณฑิต (การเมือง
การปกครอง) สาขาการเมืองการป กครอง สำห รับนั กบริห าร คณ ะรัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.์ กรงุ เทพฯ : บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.์
ทิศนา แขมมณี. (2546). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ.
กรุงเทพฯ : เมธที ิปส.์
นภาภรณ์ หะวานนท์ และคณะ. (2543). รายงานการวิจัย การศึกษาเงื่อนไขความสำเร็จใน
การดำเนินงานของคณะกรรมการโรงเรียน. [ม.ป.ท : ม.ป.พ].
นงลักษณ์ วิรัชชัย ศจีมาจ ณ วิเชียร และพิศสมัย อรทัย. (2551). การสำรวจและสังเคราะห์ตัวบ่งชี้
คุณธรรม จริยธรรม. กรงุ เทพมหานคร: ศนู ยค์ ณุ ธรรม(องคก์ ารมหาชน).
บุญชุม ศรีสะอาด. (2555). “วินัยในตนเองและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง.” วารสารการวัดผลการศึกษา
17 (1), มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
บุญมี แทน่ แกว้ . (2542). ความจริงของชีวติ . กรงุ เทพฯ: สำนักพิมพโ์ อเดยี นสโตร์.
ประภาศรี สีหอำไพ. (2535). พื้นฐานการศึกษาทางศาสนา จริยธรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
264
ประวัติ พื้นผาสุก. (2549). คุณธรรมสำหรับผบู้ ริหาร. เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชียงใหม่.
พิทักษ์ ศิริวงศ์. (2547). “ทฤษฎีฐานราก (Grounded Theory) วิธีวิทยาการวิจัยเพ่ือสร้าง
ทฤษฎีในการพัฒนาประเทศ.” บรรณสาร มศก.ท. (19) : 1 เมษายน-กันยายน, 2547.
Glaser, Barney G., and Strauss,Anselm L. The Discovery Grounded Theory :
Strategies for Qualitative Research. Aldine, pp 271. 1967.
ไพรัช บวรสมพงษ์ และคณะ. (2555). การประเมินผลแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำลังคนด้าน
สขุ ภาพแห่งชาติ. นนทบุรี : สำนกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ (สช.).
รัตนากร วงค์ศรี และคณะ. (2550). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน นักศึกษาโรงเรียน
ลำปาง. พาณิชยการและเทคโนโลยี. โรงเรียนลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยีจังหวัด
ลำปาง.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: อักษร
เจรญิ ทัศน์การพมิ พ์.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2563, ออนไลน์). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. เข้าถึงเมื่อ
วนั ท่ี 25 ธันวาคม 2563 จาก https://dictionary.orst.go.th/lookup_domain.php
เรอื งวทิ ย์ เกษสวุ รรณ. (2555). การประเมนิ ผลนโยบายสาธารณะ. กรุงเทพฯ : บพิธการพิมพ.์
วศนิ อินทสระ. (2541). พุทธจรยิ ศาสตร.์ กรุงเทพฯ : ทองกวาว.
วิทย์ วิศทเวทย.์ (2526). จรยิ ศาสตรเ์ บื้องตน้ . กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน.์
วิรัตน์ คำศรีจันทร์. (2554). การพัฒนาเครือข่ายจิตอาสาเพ่ือพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตท่ี
ยงั่ ยืน. นครปฐม : สถาบันพฒั นาสุขภาพอาเซยี น มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล.
วีรศักดิ์ เมืองไพศาล. (2560). พฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุสำหรับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุ
ข้ันต้น = Geriatrics for Primary Care Practice. กรุงเทพฯ : สมาคมพฤฒาวิทยาและ
เวชศาสตรผ์ ้สู งู อายไุ ทย.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2547). ทฤษฎีการประเมิน. พิมพ์คร้ังท่ี 4. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
ศริ ิวรรณ เสรีรัตน์และคณะ. (2549). การวิจัยการตลาด. กรุงเทพฯ : บริษัท ธรรมสาร จำกดั .
ศุภวัล พลายน้อย และคณะ. (2553). โครงการวิจัยและประเมินผลเพื่อขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้
เชงิ คณุ ธรรม. กรงุ เทพฯ : ศนู ยส์ ่งเสริมและพฒั นาพลงั แผน่ ดนิ เชิงคุณธรรม (ศนู ยค์ ณุ ธรรม).
ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ .(2560). โครงการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ความมั่นคงในแผน
พัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 ลงสู่การปฏิบัติในระดับพ้ืนที่โดยผ่านกระบวนการพัฒนาแผนพัฒนา
จงั หวดั และกล่มุ จังหวัด. กรงุ เทพฯ : คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร.์
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม). (2551). การศึกษาแนวทางการ
ปลูกจิตสำนึกคุณธรรมผ่านระบบการศึกษา : กรณีศึกษามูลนิธิพุทธฉือจี้ ไต้หวัน.
พิมพ์ครั้งที่ 2. กรงุ เทพฯ : ศูนย์คณุ ธรรม.
ส. เสถบุตร. (2536). New Modal English-Thai Dictionary. กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2555). คู่มือการพัฒนาและส่งเสริมการปฏิบัติตาม
มาตรฐานทางจริยธรรมข้าราชการพลเรอื น. กรงุ เทพฯ : สำนักงานฯ .
265
สำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20
ปี (พ.ศ. 2561 - 2580). กรุงเทพฯ : สำนักงานฯ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). แผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม (พ.ศ. 2561-2580).
กรุงเทพฯ : สำนกั งานฯ.
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.). (2559). เศรษฐกจิ พอเพียง. กรงุ เทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ.
สำนักงานนโยบายและแผนพัฒนาทรัพยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม. (๒๕๖๒). รายงานสถานการณค์ ุณภาพ
ส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ. ๒๕๖๒. กรุงเทพฯ : บี ที เอส เพรส จำกดั .
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). รายงานสรุปผลการดำเนินการตาม
ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2563. กรุงเทพฯ : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ.
สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. (2562). คู่มือส่งเสริมและพัฒนาองค์กร ชุมชน อำเภอ และ
จังหวัดคุณธรรมเพื่อเสริมสร้างคนไทยให้เป็นสังคมคุณธรรมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา
พ ระม ห าก ษั ต ริย์ ภ าย ใต้ แ ผ น แ ม่ บ ท ส่ งเส ริม คุ ณ ธ รรม แ ห่ งช าติ ฉ บั บ ที่ 1
(พ.ศ. 2559 - 2564). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
จำกัด.
สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). “การวิจัยและพัฒนารูปแบบ กลไก
การเสริมสร้างวินัยนักเรียนในสถานศึกษาระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ด้านความซ่ือสัตย์
สุจรติ .” รายงวิจัย.
สำเนียง ยอดคีรี. (2560). “จริยศาสตร์, จริยธรรม และคุณธรรมตามแนวความคิดของนัก
ปรัชญา.” วารสารปรัชญาปรทิ รรศน์ ปที ่ี 22 ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2560).
สุชาติ ประสิทธ์ิรัฐสินธ์ุ. (2547). การประเมินผลโครงการ : หลักการและการประยุกต์. กรุงเทพฯ:
หจก.สามลดา.
สุทธิวรรณ ตันติรจนาวงศ์ และคณะ. (2551). รูปแบบการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ. กรุงเทพฯ :
กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม.
สุทธิวรรณ ตันติรจนาวงศ์ และวรรณ์ดี แสงประทีปทอง. (2561). การประเมินโครงการชุมชน
คุณธรรมด้วยพลงั บวร. กรงุ เทพฯ : กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.
สุทธิวรรณ ตันติรจนาวงศ์ และศศิกาญจน์ ทวีสุวรรณ . (2552). “การส่งเสริมคุณธรรมที่มี
ประสิทธภิ าพ: กรณศี ึกษากล่มุ เด็ก/เยาวชนและข้าราชการ.” รายงานวจิ ัย.
อภิชัย พันธเสน. (2562). เศรษฐกิจพอเพียง : พระอัจฉริยภาพ และพระกรุณาธิคุณของในหลวง
รชั กาลที่ 9. พมิ พค์ ร้ังที่ 2. ปทุมธานี : มหาวิทยาลยั รังสิต.
อมรา พงศาพิชญ์. (2547). สังคมและวัฒนธรรม : เอกสารประกอบการศึกษาวิชา 313-183.
กรุงเทพฯ : ด่านสุทธา.
Cochran, W. G. (1953). Sampling Techniques. New York, J. Wiley & Sons, London,
Chapman & Hall, p. 330.
266
Davies, J. A. (1971). Elementary survey analysis. New Jersey: Prentice Hall.
Dictionary of PhilosophyEnglish-Thai. (2000) . Dictionary of Philosophy English-Thai.
Bangkok: Royal Academy Oxford Advanced Learner's Dictionary (Oxford: Oxford
University Press, 1989), p.993.
Emerson, K., & Nabatchi, T. (2015). Collaborative Governance Regimes. Washington,
DC: Georgetown University Press.
Gottlieb, Benjamin H. (1985). Social Network and Social Support: An over view of
Research,Practice and Policy Implication. Health Education Quarterly 12
(Spring 1985)
Joseph A. Kahl, The Measurement of Modernism: A Study of Values in Brazil and
Mexico. (Austin: Univesitu of Texas Press, 1968) อ้างโดย Silcock (ed.), cit., p.13.
Rovinelli R. J., Hambleton R. K. (1977). On the use of content specialists in the
assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal for
Educational Research, 2, 49–60.
Talcott Parsons, "The Professions and Social Structure," in Essays in Sociological
Theory, revised edition (Glencoe, Ill: Free Press, 1954), pp. 34-39. อ้ า ง โ ด ย
Silcock (ed.), op.cit., p.13.
Wilburt E. Moore, The Profession: Roles and Rules (New York: Russel Sage
Foundatiob, 1970) อ้ างโด ย T.H. Silcock (ed.), Professional Structure in South
East Asia (Canberra: The Australian National University, 1972), p.31.
ภาคผนวก ก
ประกาศนียบตั รรบั รองจรยิ ธรรมการวิจยั ในคน
268
269
270
ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแบบสอบถามโดยผ้เู ช่ยี วชาญ
271
แบบประเมนิ ค่าดชั นีความสอดคล้อง (IOC)
(สำหรับกลุ่มตัวอยา่ งระดับจังหวัด)
โครงการวิจัย การประเมนิ ผลการดำเนินงานตามแผนแมบ่ ทสง่ เสริมคุณธรรมแหง่ ชาติ
ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ. 2559-2564)
An Evaluation of the Performance Result according to the National Moral
Promotion Master Plan (B.E. 2559 - 2564)
ข้อ ประเด็น ความคดิ เหน็ ผเู้ ชย่ี วชาญ คา่
1.บรบิ ทท่ีเอ้อื ต่อการสง่ เสรมิ คณุ ธรรมของจังหวดั คนที่1 คนท่ี2 คนท่ี3 คนท่ี4 คนท่ี5 IOC แปลผล
(Context) นำไปใชไ้ ด้
1 จังหวัดของท่านมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
นำไปใชไ้ ด้
เช่น ที่ดินทำมาหากิน แหล่งน้ำ อากาศ ท่ี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตและการประกอบ 1 1 1 0 0 0.60 นำไปใชไ้ ด้
อาชพี ของคนในจังหวดั 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
2 จังหวัดของท่านมีงบประมาณเพียงพอที่จะ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ขับเคลื่อนพันธกิจต่างๆ เพื่อพัฒนาประชาชนใน 1 1 1 1 1 1.00
จงั หวดั ใหม้ คี ณุ ภาพชีวติ ท่ดี ี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
3 ประชาชนในจังหวัดเคารพและปฏิบัติตนตาม
หน้าที่พลเมืองไทยตามสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ที่ 1 1 1 1 1 1.00
บัญญัตไิ วต้ ามกฎหมาย
4 ประชาชนในจังหวัดของท่านมีความรัก เออ้ื อาทร
สามัคคีกัน และประชาชนเคารพและยอมรับใน
ความแตกต่างระหว่างบุคคลเชอ้ื ชาติ ศาสนาฯ
5 ประชาชนในจังหวัดมีความสำนึกถึงปัญหา
ส่วนรวม และสามารถรวมพลังกันในการ
แกป้ ัญหาตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ในจังหวดั ของตน
6 จังหวัดมีเครือข่ายและการติดต่อสื่อสาร
แลกเปล่ียนเรยี นรู้ท่ีจะนำไปสกู่ ระบวนการเรียนรู้
เพ่ือใหเ้ กิดคณุ ธรรมและจิตสาธารณะ
7 จังหวัดของท่านประสบปัญหาด้านค่านิยม
จริยธรรม และพฤติกรรมของประชาชนที่ไม่
เหมาะสม เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนัน
ปัญหาอบายมขุ ต่างๆ
8 จังหวัดของท่านมีประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามท่ี
ยังเป็นอัตลกั ษณแ์ ละยงั รักษาสบื สานไวไ้ ด้
272
ข้อ ประเด็น ความคิดเห็นผเู้ ชย่ี วชาญ คา่
9 ผู้นำระดับสูงของจังหวัด มีความรู้ความสามารถ คนที่1 คนท่ี2 คนที่3 คนท่ี4 คนท่ี5 IOC แปลผล
มุ่งมั่น จะผลักดันและพัฒนาจังหวัดให้มีความ นำไปใชไ้ ด้
เจริญ ตามเปา้ หมายและยทุ ธศาสตรท์ ่ีวางไว้ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
นำไปใชไ้ ด้
11 บุคลากรฝ่ายต่างๆ ของจังหวัด มีความรู้ 1 1 1 1 1 1.00
ความสามารถ จะผลักดันและพัฒนาจังหวัดให้มี นำไปใชไ้ ด้
ความเจรญิ ตามเป้าหมายและยุทธศาสตร์ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
12 จังหวัดของท่านมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
สถานศึกษาที่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ทางการเกษตร ห้องสมุดประชาชน พิพธิ ภณั ฑฯ์
1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
2.ปจั จัยนำเข้าในการดำเนินการตามแผนแม่บท 1 1 1 1 0 0.80
คุณธรรม (Input)
1 1 1 1 1 1.00
2.1 ปัจจัยนำเขา้ ด้านบุคลากร
12 จังหวัดของท่านมีการตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ เพ่ือ
ขับเคลื่อนแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการส่งเสริม
คุณธรรมที่สามารถขับเคลื่อนแผนแม่บทจากจังหวดั
สหู่ น่วยงานตา่ งๆ ในจงั หวดั ได้อย่างครอบคลุม
13 คณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทและ
แผนปฏบิ ัติการสง่ เสริมคุณธรรมของจงั หวัดมีความรู้
ความเข้าใจในแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมของชาติ
เป็นอย่างดี และสามารถนำนโยบาย เป้าหมายไปสู่
การปฏบิ ตั ไิ ด้ตามแผนทีว่ างไว้ในระดบั จงั หวัดได้
14 อัตรากำลังคนที่ขับเคลื่อนแผนแม่บทและ
แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัดมี
เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
15 เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัตินำแผนแม่บทไปสู่โครงการ/
กิจกรรม มีเพียงพอและสามารถดำเนินโครงการและ
กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมในจังหวัดได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและมีประสทิ ธิผลสามารถบรรลุผลตาม
ตัวชีว้ ัดท่ีกำหนดไว้
2.2 ปจั จัยนำเข้าด้านงบประมาณ
16 จังหวัดของท่านมีงบประมาณในการขับเคลื่อนแผน
แม่บทคุณธรรมไปสู่โครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อ
สง่ เสริมคุณธรรมในระดับจงั หวดั ได้อยา่ งเพียงพอ
273
ข้อ ประเดน็ ความคดิ เหน็ ผเู้ ช่ยี วชาญ คา่
17 จังหวัดของท่านมีการจัดสรรงบประมาณในการ คนที่1 คนท่ี2 คนที่3 คนท่ี4 คนท่ี5 IOC แปลผล
ขบั เคลื่อนแผนแมบ่ ทไปสู่โครงการและกจิ กรรมต่างๆ นำไปใชไ้ ด้
ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คณุ ธรรมในระดบั ตำบลได้อย่างเพียงพอ
1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
18 จังหวัดของท่านมีการระดมทุนจากแหล่งทุนต่างๆ นำไปใชไ้ ด้
ได้แก่ การขอรบั การบรจิ าค หรอื การเสนอขอทุนจาก 1 1 1 -1 1 0.80
องค์กรเอกชน หรือขอทุนจากหน่วยงานอื่นๆ เพ่ือ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดำเนินการโครงการและกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม
ระดับจงั หวดั 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
นำไปใชไ้ ด้
19 จังหวัดของท่านมีการดำเนินการจัดหารายได้จาก 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
โครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการ 1 1 1 1 1 1.00
ขับเคลอ่ื นแผนแม่บทคณุ ธรรม 1 1 1 1 1 1.00
20 จังหวัดของท่านมีระบบควบคุมค่าใช้จ่ายในการ
ขับเคลื่อนแผนแม่บทคุณธรรมเพื่อให้การดำเนิน
โครงการและการดำเนินกิจกรรมมีประสิทธิภาพและ
มีประสิทธิผลสามารถบรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กำหนด
ไว้
2.3 ปัจจัยนำเขา้ ด้านวสั ดแุ ละอุปกรณ์
21 จังหวัดของท่านมีการวางแผนการจัดซื้อจัดหาวัสดุ
อุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนแผน
แมบ่ ทคุณธรรมในโครงการและกิจกรรมตา่ งๆ อยา่ งมี
ประสิทธิภาพ โดยมีการวางแผนปฏิบัติการ (Action
Plan) ท่ชี ดั เจนไวล้ ่วงหน้าประจำปงี บประมาณ
22 วัสดุและอุปกรณท์ ่ใี ชใ้ นการจดั โครงการและกิจกรรม
ส่งเสริมคุณธรรมส่วนมากเป็นวัสดุสิ้นเปลืองซึ่งต้อง
จดั ซอ้ื จดั หาใหม่เป็นประจำทุกปี
23 หน่วยการเงินและพัสดุของจังหวัดมีความสามารถใน
การหาวัสดุอุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ ที่มีประสิทธิภาพ
และมอี ายกุ ารใชง้ านเปน็ ระยะเวลานานเพ่ือประหยัด
ค่าใชจ้ า่ ยของทางราชการ
24 จังหวัดของท่านมีการควบคุมการจัดเก็บและคลัง
วัสดุ ได้แก่ การจัดเก็บ การตรวจนับ การเบิกจ่าย
วัสดุอุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ สำหรับใช้ในการจัด
โครงการและกจิ กรรมตามแผนแม่บทคุณธรรม อย่าง
มีประสทิ ธิภาพ
274
ข้อ ประเด็น ความคดิ เห็นผ้เู ชี่ยวชาญ ค่า
2.4 ปจั จัยนำเข้าดา้ นนโยบายและยทุ ธศาสตร์ คนท่ี1 คนที่2 คนท่ี3 คนท่ี4 คนที่5 IOC แปลผล
25 จังหวัดของท่านมีการทบทวนด้านนโยบายและยุทธ์ นำไปใชไ้ ด้
1 1 1 1 1 1.00
ศาสตร์ระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนา นำไปใชไ้ ด้
โครงการและการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรมให้ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลสามารถบรรลุผล 1 1 1 1 1 1.00
ตามตวั ชี้วดั ทีก่ ำหนดไว้ นำไปใชไ้ ด้
27 จังหวัดของท่านมีการนำผลสำเร็จและความล้มเหลว 1 1 1 1 1 1.00
การดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ มาใช้ใน นำไปใชไ้ ด้
การปรับปรุงยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ขบั เคล่ือนแผนแมบ่ ทคณุ ธรรมในทุกๆ ปี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
28 จังหวัดของท่านมีการศึกษาข้อมูลของเท็จจริงต่างๆ นำไปใชไ้ ด้
จากบริบทพน้ื ท่เี พือ่ มาใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์ท่ี 1 1 1 1 1 1.00
สามารถขับเคล่อื นโครงการและกจิ กรรมทสี่ อดรับกับ 1 1 1 1 1 1.00
แผนแม่บทคุณธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมจนสามารถ
บรรลผุ ลตามตัวชวี้ ัดท่กี ำหนดไว้ได้
29 นโยบายและยุทธศาสตร์แผนแม่บทคุณธรรมระดับ
จังหวัดสามารถนำไปสู่กลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติที่
สามารถพัฒนาคุณธรรมของคนในจังหวัดได้อย่าง
แทจ้ ริง
3. กระบวนการหรือการดำเนนิ งานขบั เคลื่อนแผน
แม่บทคณุ ธรรม (Process)
29 จงั หวัดมกี ารแตง่ ต้งั คณะกรรมการหรือคณะทำงาน
ในการขบั เคลื่อนแผนแมบ่ ทและแผนปฏิบตั กิ าร
สง่ เสริมคณุ ธรรม
30 จังหวัดมีการแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงาน
ในการดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมของจังหวัดที่มี
ส่วนร่วมจากเครือข่ายประชารัฐและสอดคล้องกับ
นโยบายของจังหวดั
31 จังหวัดมีดำเนินการกำหนดคุณธรรมเป้าหมาย
“ปัญหาที่อยากแก้ไข และความดีที่อยากทำร่วมกัน
ในจังหวัด”
32 จังหวัดมีการทำแผนปฏิบตั ิการส่งเสริมคุณธรรมของ
จังหวัดที่สอดคล้องกับนโยบายด้านคุณธรรมของ
จังหวดั
275
ขอ้ ประเดน็ ความคิดเห็นผ้เู ชีย่ วชาญ คา่
คนที่1 คนท่ี2 คนที่3 คนที่4 คนที่5 IOC แปลผล
33 จังหวัดมีการดำเนินการทำข้อตกลงร่วมกันกับ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน องค์กร
เครือข่ายประชารัฐ และมีประกาศเจตนารมณ์ที่จะ
พัฒนาเป็นจังหวัดส่งเสริมคุณธรรม หรือเป็นจงั หวัด
คณุ ธรรมต้นแบบ
34 จังหวัดมีการดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้แผนปฏิบัติการ
ประจำปีครบทกุ โครงการและกจิ กรรม
35 จังหวัดดำเนินโครงการและกิจกรรมคุณธรรม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เป้าหมาย “ปัญหาที่อยากแก้ไข และความดีที่อยาก
ทำร่วมกันในจังหวัด” และสามารถบรรลุผลตาม
ตัวชี้วัดทีก่ ำหนดไว้ตามเป้าหมาย
36 จังหวัดสามารถนำแผนการส่งเสริมคุณธรรมระดับ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
จังหวดั เข้าบรรจุเป็นส่วนหนึง่ ของยุทธศาสตร์จังหวัด
และมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน
ตามกลไกประชารัฐ
37 จังหวัดมีการประกาศเกียรติคุณยกย่องผู้ทำความดี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
บุคคล ชมุ ชน องคก์ ร คุณธรรมในจังหวัดมากขึน้
38 จังหวัดมีการดำเนินโครงการและกิจกรรม“ปัญหาท่ี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
อยากแก้ไข และความดที ี่อยากทำรว่ มกันในจังหวัด”
ที่ครอบคลุมคุณธรรม 4 ประการ ได้แก่ พอเพียง
วนิ ัย สุจรติ จติ อาสา เพ่ิมมากข้ึนทกุ ปี
39 จังหวัดมีการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่นำหลัก 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถี
วัฒนธรรมอันดีงามมาบูรณาการการแก้ปัญหาของ
จังหวัดหรือสร้างความดีที่อยากทำให้คนในจังหวัดมี
คุณธรรม 4 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง วินัย
สุจรติ จิตอาสา
40 จังหวดั มีการพฒั นาระบบกลไกการบริหารจดั การการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ส่งเสริมและขับเคลื่อนแผนแม่บทคุณธรรมของ
จงั หวดั ให้มปี ระสิทธิภาพมากข้นึ
276
ขอ้ ประเดน็ ความคดิ เห็นผูเ้ ชย่ี วชาญ ค่า
คนท่ี1 คนที่2 คนท่ี3 คนท่ี4 คนท่ี5 IOC แปลผล
41 จังหวัดมีองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาจังหวัด
คุณธรรมและมีบุคลากรที่สามารถถ่ายทอด องค์
ความรู้ชุมชน หน่วยงาน องค์กร เครือข่ายประชารัฐ
ในจังหวัด
42 จังหวัดมีแผนแม่บทคุณธรรมของจังหวัดเองและมี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
การกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ในการดำเนินงาน
ส่งเสรมิ คณุ ธรรมตามแผนแมบ่ ท
43 จังหวัดมีคณะกรรมการหรือคณะทำงานในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมของจังหวัดที่มีส่วนร่วม
จากเครือข่ายประชารัฐที่สอดคล้องกับนโยบายของ
จังหวดั
44 จังหวัดมีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรมของจังหวัดและบรรลุผลตามตัวชี้วัดท่ี
กำหนดไวต้ ามเปา้ หมายทกุ โครงการและกจิ กรรม
45 จังหวัดทำข้อตกลงร่วมกันกับหัวหน้าส่วนราชการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ผู้แทนหน่วยงาน องค์กร เครือข่ายประชารัฐในการ
ดำเนินงานสง่ เสรมิ คุณธรรมทกุ ปี
46 ปัญหาที่อยากแกไ้ ข และความดีท่ีอยากทำร่วมกนั ใน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
จังหวัด สามารถดำเนินการให้บรรลุผลตามตวั ชี้วัดที่
กำหนดไวต้ ามเป้าหมาย
47 แผนการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัดได้รับการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
บรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จังหวัดและมี
การบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนตาม
กลไกประชารฐั
48 จำนวนประกาศเกยี รติคุณยกยอ่ งผู้ทำความดี บุคคล 1 1 1 0 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
ชุมชน องค์กร คุณธรรมในจังหวัดเพิ่มขึ้นทุกปีอย่าง
ตอ่ เนอื่ ง
49 โครงการและกิจกรรมที่จงั หวัดดำเนนิ การครอบคลุม 1 1 1 0 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรม ๔ ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิต
อาสา ครบคลุมและเพ่ิมจำนวนมากขึน้ ทกุ ปี
277
ขอ้ ประเดน็ ความคดิ เหน็ ผู้เชยี่ วชาญ คา่
คนที่1 คนท่ี2 คนท่ี3 คนท่ี4 คนท่ี5 IOC แปลผล
50 จำนวนระบบกลไกการบริหารจดั การการสง่ เสริมและ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ขับเคลอ่ื นแผนแมบ่ ทคณุ ธรรมของจงั หวัดไดร้ ับการ
พัฒนาเพิม่ มากขึ้นทกุ ปี และได้รบั การแกไ้ ขความ
เสย่ี งในการจดั การความเสยี่ งไดต้ ามเป้าหมายทีต่ ง้ั ไว้
51 โครงการและกิจกรรมที่นำหลักศาสนา หลักปรัชญา 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมอนั ดงี ามมา
บูรณาการการแก้ปัญหาของจังหวัดหรือสรา้ งความดี
ทอี่ ยากทำเพ่มิ มากข้ึนทกุ ปอี ยา่ งต่อเนื่อง
52 จังหวดั ได้องค์ความรู้ท่ไี ดจ้ ากการถอดบทเรยี นในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมของ
จังหวัด และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวสู่
ชุมชน หน่วยงาน องค์กร เครือข่ายประชารัฐในวง
กวา้ ง
53 มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนตาม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
กลไกประชารัฐในการอบรมพัฒนาคุณธรรม
จรยิ ธรรม และสร้างภมู ิคุม้ กนั เพิ่มมากขึ้น
54 มีเครือข่ายทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
สนับสนุนโครงการและกิจกรรมเทิดทูนชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์เพม่ิ มากขึ้น
55 มีชุมชน องค์กร หน่วยงาน ในจังหวัดได้รับการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
พัฒนาให้เป็นชุมชนและองค์กร/หน่วยงานคุณธรรม
ตน้ แบบเพ่ิมมากขึน้
56 บุคลากรและประชาชนทุกภาคส่วนตามกลไกประชา 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
รัฐใหก้ ารสนบั สนุนโครงการและกิจกรรมเทิดทูนชาติ
ศาสนา พระมหากษัตรยิ เ์ พมิ่ มากข้นึ
57 ประชาชนมีความพึงพอใจในชีวิต มีคุณธรรมและมี 1 1 1 1 0 0.80 นำไปใชไ้ ด้
คุณภาพชีวติ ทด่ี ีขนึ้
278
แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคลอ้ ง (IOC)
(สำหรับกลุ่มตัวอยา่ งระดบั อำเภอ)
โครงการวิจัย การประเมินผลการดำเนนิ งานตามแผนแมบ่ ทสง่ เสริมคณุ ธรรมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559-2564)
An Evaluation of the Performance Result according to the National Moral
Promotion Master Plan (B.E. 2559 - 2564)
ขอ้ ประเด็น ความคดิ เหน็ ผู้เช่ียวชาญ คนท่ี คา่ แปลผล
5 IOC
1.บรบิ ทท่ีเอื้อตอ่ การส่งเสริมคณุ ธรรมของอำเภอ คนที่ คนที่ คนท่ี คนท่ี นำไปใชไ้ ด้
(Context) 1 234 นำไปใชไ้ ด้
1 อำเภอของท่านมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เช่น นำไปใชไ้ ด้
1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ที่ดินทำมาหากิน แหล่งน้ำ อากาศ ที่เอื้ออำนวยต่อ นำไปใชไ้ ด้
การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนใน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
อำเภอ 1 1 1 0 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
2 อำเภอของท่านมีงบประมาณเพียงพอที่จะขับเคลื่อน 1 1 1 1 1 1.00
พันธกิจต่างๆ เพื่อพัฒนาประชาชนในอำเภอให้มี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คุณภาพชีวติ ทด่ี ี 1 1 1 1 1 1.00
3 ประชาชนในอำเภอเคารพและปฏิบัติตนตามหน้าที่ 1 1 1 1 1 1.00
พลเมืองไทยตามสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ที่บัญญัติไว้
ตามกฎหมาย 1 1 1 1 1 1.00
4 ประชาชนในอำเภอของทา่ นมคี วามรัก เออ้ื อาทร
สามคั คีกนั และประชาชนเคารพและยอมรบั ในความ
แตกต่างระหว่างบคุ คล เช้อื ชาติ ศาสนาฯ
5 ประชาชนในอำเภอมีความสำนึกถึงปัญหาส่วนรวม
และสามารถรวมพลงั กนั ในการแกป้ ัญหาตา่ งๆ ท่เี กิด
ในอำเภอของตน
6 อำเภอมีเครือข่ายและการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยน
เรียนรู้ที่จะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิด
คณุ ธรรมและจติ สาธารณะ
7 อำเภอของท่านประสบปัญหาด้านค่านิยม จริยธรรม
และพฤติกรรมของประชาชนที่ไม่เหมาะสม เช่น
ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนัน ปัญหาอบายมุข
ต่างๆ
8 อำเภอของท่านมีประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามที่ยัง
เป็นอตั ลักษณ์และยังรกั ษาสบื สานไว้ได้
279
ขอ้ ประเดน็ ความคิดเหน็ ผู้เช่ยี วชาญ คนท่ี คา่ แปลผล
5 IOC นำไปใชไ้ ด้
9 ผู้นำระดับสูงของอำเภอ มีความรู้ความสามารถ เป็น คนที่ คนท่ี คนท่ี คนท่ี นำไปใชไ้ ด้
คนดี และเสยี สละท่ีจะผลกั ดนั และพฒั นาอำเภอให้มี 1 234 นำไปใชไ้ ด้
ความเจริญในทุกๆด้าน ตามเป้าหมายและ
ยุทธศาสตร์ทว่ี างไว้ 1 1 1 1 0 0.80 นำไปใชไ้ ด้
นำไปใชไ้ ด้
10 บ ุ ค ล า ก ร ฝ ่ า ย ต่ าง ๆ ข อง อำ เภ อ ม ี ค ว า ม รู้ 1 1 1 1 1 1.00
ความสามารถ เป็นคนดี และเสียสละที่จะผลักดัน นำไปใชไ้ ด้
และพัฒนาอำเภอให้มีความเจริญในทุกๆด้านตาม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เปา้ หมายและยทุ ธศาสตร์ท่ีวางไว้
1 1 1 1 1 1.00
11 อำเภอของท่านมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ 1 1 1 1 1 1.00
สถานศึกษาที่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้
ทางการเกษตร หอ้ งสมุดประชาชน พิพิธภณั ฑ์ฯ 1 1 1 1 1 1.00
1 1 1 1 0 0.80
2.ปจั จยั นำเข้าในการดำเนนิ การตามแผนแมบ่ ทคณุ ธรรม
(Input)
2.1 ปัจจยั นำเข้าดา้ นบคุ ลากร
12 อำเภอของท่านมีการตั้งคณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อ
ขับเคลื่อนแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการส่งเสริม
คุณธรรมที่สามารถขับเคลื่อนแผนแม่บทจากอำเภอสู่
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในอำเภอไดอ้ ย่างทว่ั ถงึ
13 คณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทและ
แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมของอำเภอมีความรู้
ความเข้าใจในแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมของชาติเป็น
อยา่ งดี และสามารถนำนโยบาย เป้าหมายไปสู่การปฏบิ ัติ
ได้ตามแผนที่วางไวใ้ นระดบั อำเภอได้
14 อตั รากำลงั คนที่ขับเคลือ่ นแผนแม่บทและแผนปฏิบตั ิการ
ส่งเสริมคุณธรรมระดับอำเภอมีเพียงพอต่อการ
ปฏิบตั ิงาน
15 เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัตินำแผนแม่บทไปสู่โครงการ/กิจกรรม
มีเพียงพอและสามารถดำเนินโครงการและกิจกรรม
ส่งเสริมคุณธรรมในอำเภอได้อย่างมีประสิทธิภาพและมี
ประสิทธิผลสามารถบรรลุผลตามตัวชีว้ ดั ทก่ี ำหนดไว้
2.2 ปัจจัยนำเข้าดา้ นงบประมาณ
280
ขอ้ ประเด็น ความคดิ เห็นผู้เช่ียวชาญ คนที่ ค่า แปลผล
5 IOC นำไปใชไ้ ด้
16 อำเภอของท่านมีงบประมาณในการขับเคลอ่ื นแผนแม่บท คนที่ คนที่ คนท่ี คนท่ี นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรมไปสู่โครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริม 1 234 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรมในระดับอำเภอได้อย่างเพียงพอ นำไปใชไ้ ด้
1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
17 อำเภอของทา่ นมีการจดั สรรงบประมาณในการขบั เคลื่อน
แผนแม่บทไปสู่โครงการและกิจกรรมตา่ งๆ ระดับองค์กร 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ปกครองส่วนท้องถ่ินเพื่อสง่ เสริมคณุ ธรรมในระดบั ตำบล
ไดอ้ ยา่ งเพียงพอ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
นำไปใชไ้ ด้
18 อำเภอของท่านมีระดมทุนจากแหลง่ ทุนต่างๆ ได้แก่ การ 1 1 1 1 1 1.00
ขอรับการบริจาค หรือการเสนอขอทุนจากองค์กรเอกชน 1 1 1 1 1 1.00
หรือขอทุนจากหน่วยงานอื่นๆ เพื่อดำเนินการโครงการ
และกจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรมระดบั อำเภอ 1 1 1 1 1 1.00
19 อำเภอของทา่ นมีการดำเนินการจัดหารายได้จากโครงการ 1 1 1 1 1 1.00
และกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนแผน 1 1 1 1 1 1.00
แมบ่ ทคุณธรรม
20 อำเภอของทา่ นมรี ะบบควบคุมค่าใช้จ่ายในการขบั เคล่ือน
แผนแม่บทคุณธรรมเพื่อให้การดำเนินโครงการและการ
ดำเนินกจิ กรรมมปี ระสทิ ธิภาพและมีประสิทธิผลสามารถ
บรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
2.3 ปัจจยั นำเข้าด้านวสั ดแุ ละอปุ กรณ์
21 อำเภอของท่านมีการวางแผนการจัดซื้อจัดหาวัสดุ
อุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ เพื่อนำมาใชข้ ับเคล่ือนแผนแมบ่ ท
คุณธรรมในโครงการและกิจกรรมต่างๆ อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยมีการวางแผนปฏิบัติการ (Action
Plan) ที่ชดั เจนไว้ลว่ งหน้าประจำปีงบประมาณ
22 วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดโครงการและกิจกรรม
ส่งเสริมคุณธรรมส่วนมากเป็นวัสดุสิ้นเปลืองซึ่งต้อง
จดั ซ้ือจัดหาใหม่เป็นประจำทุกปี
23 หน่วยการเงินและพัสดุของอำเภอมีความสามารถในการ
หาวัสดุอุปกรณ์หรือครุภัณฑ์ ที่มีประสิทธิภาพและมี
อายุการใช้งานเป็นระยะเวลานานเพื่อประหยัดค่าใช้จา่ ย
ของทางราชการ
281
ข้อ ประเดน็ ความคดิ เหน็ ผู้เชยี่ วชาญ คนท่ี คา่ แปลผล
5 IOC นำไปใชไ้ ด้
24 อำเภอของท่านมีควบคุมการจัดเก็บและคลังวัสดุ ได้แก่ คนท่ี คนที่ คนที่ คนท่ี
การจัดเก็บ การตรวจนับ การเบิกจ่ายวัสดุอุปกรณ์หรือ 1 234 นำไปใชไ้ ด้
ครุภัณฑ์ สำหรับใช้ในการจัดโครงการและกิจกรรมตาม
แผนแมบ่ ทคุณธรรม อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
2.4 ปจั จัยนำเข้าดา้ นนโยบายและยทุ ธศาสตร์ นำไปใชไ้ ด้
1 1 1 1 1 1.00
25 อำเภอของท่านมีการทบทวนด้านนโยบายและยุทธ์ นำไปใชไ้ ด้
ศาสตร์ระดับอำเภอ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาโครงการ 1 1 1 1 1 1.00
และกา รดำ เน ิ น ก ิ จกรรมส ่ งเส ร ิ ม ค ุ ณ ธร รม ใ ห ้ มี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลสามารถบรรลุผลตาม นำไปใชไ้ ด้
ตัวชี้วดั ทกี่ ำหนดไว้ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
26 อำเภอของท่านมีการนำผลสำเร็จและความล้มเหลวการ 1 1 1 1 1 1.00
ดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ มาใช้ในการ 1 1 1 1 1 1.00
ปรับปรุงยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการขับเคลื่อนแผน 1 1 1 1 1 1.00
แมบ่ ทคุณธรรมในทุกๆ ปี
27 อำเภอของท่านมีการศึกษาข้อมูลของเท็จจริงต่างๆ
รวมทั้งบริบทสภาพแวดล้อมเพื่อมาใช้ในการกำหนด
ยุทธศาสตร์ที่สามารถขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมท่ี
สอดรับกับแผนแม่บทคุณธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมจน
สามารถบรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ได้เพิ่มขึ้นใน
ทุกๆ ปี
28 นโยบายและยทุ ธศาสตร์แผนแม่บทคณุ ธรรมระดบั อำเภอ
สามารถนำไปสู่กลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติที่สามารถพัฒนา
คณุ ธรรมของคนในอำเภอได้อยา่ งแท้จริง
3. กระบวนการหรอื การดำเนินงานขับเคลื่อนแผนแม่บท
คุณธรรม (Process)
29 อำเภอมกี ารแต่งตงั้ คณะกรรมการหรอื คณะทำงานในการ
ขับเคลือ่ นแผนแมบ่ ทและแผนปฏบิ ตั ิการสง่ เสริม
คุณธรรม
30 อำเภอมีการแตง่ ต้งั คณะกรรมการหรือคณะทำงานในการ
ดำเนินงานส่งเสริมคุณธรรมของอำเภอที่มีส่วนร่วมจาก
เครือข่ายประชารฐั และสอดคลอ้ งกับนโยบายของจังหวัด
31 อำเภอมีดำเนินการกำหนดคณุ ธรรมเป้าหมาย “ปัญหาที่
อยากแกไ้ ข และความดีท่ีอยากทำรว่ มกนั ในอำเภอ”
282
ขอ้ ประเด็น ความคิดเหน็ ผู้เช่ียวชาญ คนที่ คา่ แปลผล
5 IOC
คนที่ คนท่ี คนท่ี คนที่
1 234
32 อำเภอมีการทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมของ 1 0 1 1 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
อำเภอท่ีสอดคลอ้ งกับนโยบายด้านคณุ ธรรมของจงั หวัด
33 อำเภอมีการดำเนินการทำข้อตกลงร่วมกันกับหัวหน้า 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
สว่ นราชการ ผแู้ ทนหน่วยงาน องค์กร เครอื ขา่ ยประชารฐั
และมีประกาศเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาเป็นอำเภอส่งเสริม
คุณธรรม หรอื เป็นอำเภอคณุ ธรรมต้นแบบ
34 อำเภอมีการดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้แผนปฏิบัติการ
ประจำปีครบทกุ โครงการและกิจกรรม
35 อำเภอดำเนินโครงการและกิจกรรมคุณธรรมเป้าหมาย 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
“ปัญหาที่อยากแก้ไข และความดีที่อยากทำร่วมกันใน
อำเภอ” และสามารถบรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
ตามเปา้ หมาย
36 อำเภอสามารถนำแผนการสง่ เสริมคุณธรรมระดบั อำเภอ 1 0 1 1 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
เข้าบรรจุเปน็ ส่วนหนง่ึ ของยทุ ธศาสตร์จังหวดั และมี
การบรู ณาการการทำงานรว่ มกนั ทกุ ภาคส่วนตามกลไก
ประชารฐั
37 อำเภอมีการประกาศเกยี รติคณุ ยกยอ่ งผู้ทำความดี บุคคล 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชมุ ชน องค์กร คุณธรรมในอำเภอมากข้นึ
38 อำเภอมีการดำเนนิ โครงการและกจิ กรรม“ปัญหาทอี่ ยาก 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
แกไ้ ข และความดีทอี่ ยากทำร่วมกนั ในอำเภอ” ท่ี
ครอบคลมุ คุณธรรม 4 ประการ ไดแ้ ก่ พอเพียง วนิ ยั
สจุ ริต จติ อาสา เพิ่มมากข้นึ ทกุ ปี
39 อำเภอมีการดำเนินโครงการและกิจกรรมทน่ี ำหลักศาสนา 1 1 1 1 0 0.80 นำไปใชไ้ ด้
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และวิถวี ฒั นธรรมอัน
ดีงามมาบูรณาการการแก้ปัญหาของอำเภอหรือสร้าง
ความดีที่อยากทำให้คนในอำเภอมีคุณธรรม 4 ประการ
ไดแ้ ก่ ความพอเพียง วนิ ัย สจุ ริต จติ อาสา
40 อำเภอมีการพัฒนาระบบกลไกการบริหารจัดการการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ส่งเสริมและขับเคลื่อนแผนแมบ่ ทคณุ ธรรมของอำเภอให้
มปี ระสทิ ธิภาพมากขนึ้
283
ขอ้ ประเด็น ความคดิ เหน็ ผู้เช่ยี วชาญ คนท่ี คา่ แปลผล
5 IOC
คนท่ี คนท่ี คนที่ คนท่ี
1 234
41 อำเภอมีองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาอำเภอคุณธรรม
และมีบุคลากรที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ชุมชน
หน่วยงาน องคก์ ร เครือขา่ ยประชารัฐในอำเภอ
42 อำเภอมีแผนแมบ่ ทคณุ ธรรมของอำเภอเองและมกี าร 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
กำหนดเปา้ หมาย กลยทุ ธ์ในการดำเนนิ งานสง่ เสรมิ
คณุ ธรรมตามแผนแมบ่ ท
43 อำเภอมคี ณะกรรมการหรือคณะทำงานในการดำเนินงาน 1 0 1 1 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
ส่งเสริมคุณธรรมของอำเภอที่มีส่วนร่วมจากเครือข่าย
ประชารฐั ที่สอดคล้องกับนโยบายของจงั หวดั
44 อำเภอมีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรมของอำเภอและบรรลุผลตามตัวชี้วดั ท่กี ำหนดไว้
ตามเป้าหมายทกุ โครงการและกิจกรรม
45 อำเภอทำขอ้ ตกลงร่วมกนั กับหวั หน้าสว่ นราชการ ผู้แทน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หน่วยงาน องค์กร เครือข่ายประชารัฐในการดำเนินงาน
ส่งเสริมคุณธรรมทกุ ปี
46 ปัญหาที่อยากแก้ไข และความดีที่อยากทำร่วมกันใน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
อำเภอ สามารถดำเนินการให้บรรลุผลตามตัวชี้วัดท่ี
กำหนดไว้ตามเปา้ หมาย
47 แผนการสง่ เสริมคุณธรรมระดับอำเภอได้รับการบรรจุเข้า 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เปน็ ส่วนหนงึ่ ของยุทธศาสตร์จังหวดั และมบี รู ณาการการ
ทำงานร่วมกันทกุ ภาคส่วนตามกลไกประชารฐั
48 จำนวนประกาศเกียรติคุณยกย่องผู้ทำความดี บุคคล 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชุมชน องค์กร คุณธรรมในอำเภอเพิ่มขึ้นทุกปีอย่าง
ต่อเนอ่ื ง
49 โครงการและกิจกรรมที่อำเภอดำเนินการครอบคลุม 1 1 1 0 1 0.80 นำไปใชไ้ ด้
คุณธรรม 4 ประการ ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิต
อาสา ครบคลมุ และเพม่ิ จำนวนมากขน้ึ ทกุ ปี
50 จำนวนระบบกลไกการบริหารจัดการการส่งเสริมและ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ขับเคลื่อนแผนแม่บทคุณธรรมของอำเภอได้รับการ
พฒั นาเพ่มิ มากขนึ้ ทุกปี และได้รับการแกไ้ ขความเสี่ยงใน
การจัดการความเสี่ยงได้ตามเปา้ หมายทต่ี ง้ั ไว้
284
ขอ้ ประเด็น ความคดิ เห็นผู้เชย่ี วชาญ คนท่ี คา่ แปลผล
5 IOC นำไปใชไ้ ด้
51 โครงการและกิจกรรมที่นำหลักศาสนา หลักปรัชญาของ คนที่ คนที่ คนท่ี คนที่
เศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมอันดีงามมาบูรณา 1 234 นำไปใชไ้ ด้
การการแก้ปัญหาของอำเภอหรือสร้างความดีที่อยากทำ
เพ่ิมมากข้ึนทกุ ปอี ย่างต่อเนื่อง 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
นำไปใชไ้ ด้
52 อำเภอได้องค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดำเนินโครงการและกจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรมของอำเภอ นำไปใชไ้ ด้
และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ดงั กลา่ วส่ชู มุ ชน หนว่ ยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
องคก์ ร เครอื ขา่ ยประชารัฐในวงกวา้ ง 1 1 1 1 0 0.80
1 1 1 1 1 1.00
53 มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคสว่ นตามกลไก 1 1 1 1 0 0.80
ประชารัฐในการอบรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และ 1 1 1 1 1 1.00
สรา้ งภูมิคุ้มกนั เพ่มิ มากขนึ้
54 มีเครือข่ายทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐในการ
สนับสนุนโครงการและกิจกรรมเทิดทูนชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ เ์ พม่ิ มากขึ้น
55 มีชุมชน องค์กร หน่วยงาน ในอำเภอได้รับการพัฒนาให้
เป็นชุมชนและองค์กร/หน่วยงานคุณธรรมต้นแบบเพิ่ม
มากข้ึน
56 บุคลากรและประชาชนทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐ
ให้การสนับสนุนโครงการและกิจกรรมเทิดทูนชาติ
ศาสนา พระมหากษตั ริย์เพ่ิมมากขึ้น
57 ประชาชนมีความพึงพอใจในชีวิต มีคุณธรรมและมี
คุณภาพชีวติ ท่ีดีขน้ึ
285
แบบประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)
(สำหรบั กลุม่ ตวั อยา่ งระดบั องค์กร/หน่วยงาน)
โครงการวจิ ยั การประเมินผลการดำเนนิ งานตามแผนแมบ่ ทสง่ เสรมิ คณุ ธรรมแห่งชาติ
ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2559-2564)
An Evaluation of the Performance Result according to the National Moral Promotion
Master Plan (B.E. 2559-2564)
ข้อ ประเด็น ความคดิ เหน็ ผู้เชีย่ วชาญ ค่า แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ที่1 ท่ี2 ท่ี3 ท่ี4 ที่5
1.การมีส่วนร่วมในการรับร้กู บั ทกุ ภาคสว่ นทงั้ ภายในและ
ภายนอกองคก์ ร/หน่วยงาน
1 ท่านและองค์กร/หน่วยงานท่ที ่านสงั กดั มีความสัมพันธ์ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ที่ดี และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนา กิจกรรม
เศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมประเพณีและวัฒนธรรม
กับภาคส่วนต่างๆ ในชุมชน ไดแ้ ก่ องค์การบรหิ ารส่วน
ท้องถิ่น วัด โรงเรียน องค์กรภาครัฐและเอกชน
เป็นต้น
2 ทา่ นและองค์กร/หนว่ ยงานที่ทา่ นสังกดั รบั รแู้ ละมีสว่ น 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
รว่ มกบั ภาคส่วนตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ชมุ ชน วดั โรงเรยี น
องคก์ รภาครฐั และเอกชน ในการแกไ้ ขปญั หาดา้ น
ต่างๆ ของท้องถ่นิ ในพนื้ ท่ีท่อี งคก์ ร/หน่วยงานตงั้ อยู่
3 ท่านรับรแู้ ละมสี ่วนร่วมในกิจกรรมเพ่ือแก้ปัญหาให้กับ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
องคก์ ร/หน่วยงานที่ทา่ นสงั กดั
2. การมสี ว่ นร่วมในการจดั กิจกรรมตามขอ้ ปฏิบัตหิ ลกั ของ
องค์กร/หน่วยงานคณุ ธรรม 3 ด้าน
2. 1 ด้านศาสนา
4 องค์กร/หน่วยงานของท่านมีสถานที่ทำกิจกรรมทาง 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ศาสนาทีเ่ หมาะสม สะดวก และเพยี งพอ
5 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นสง่ เสรมิ ให้บคุ ลากรไปเข้าร่วม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
กจิ กรรมทางศาสนาในวันสำคญั
6 องค์กร/หน่วยงานของท่านมีการอบรม ให้ความรู้ด้าน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
จริยธรรม คุณธรรมแกบ่ คุ ลากรเป็นประจำ
7 องค์กร/หน่วยงานของท่านมีการจัดโครงการและ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม 4
ประการ ให้บุคลากร ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต จิต
อาสา
286
ขอ้ ประเด็น ความคดิ เห็นผ้เู ชีย่ วชาญ ค่า แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ท่ี1 ที่2 ท่ี3 ที่4 ที่5
8 องค์กร/หน่วยงานของท่านมีการยกย่องคนทำดีใน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
องค์กร และสง่ เสริมใหเ้ ปน็ ต้นแบบในการทำความดแี ก่
บุคลากร
2.2 ดา้ นหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
9 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นมสี ถานที่ มีหอ้ งสมุด หรือมุม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในองค์กร
และมีสื่อต่างๆ เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงท่ีสามารถขอยมื นำไปศึกษาได้
10 องค์กร/หน่วยงานของท่านมีการอบรมปรัชญาของ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เศรษฐกิจพอเพยี งเพือ่ เรยี นรู้ในการพ่ึงพาตนเอง
11 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นมีการจดั กิจกรรมเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งนอกสถานท่โี ดยรว่ มมอื กบั
หนว่ ยงานและแหลง่ เรียนรู้ตา่ งๆ เพือ่ ใหค้ วามรู้และวิธี
ปฏบิ ัตติ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
12 องค์กร/หน่วยงานของท่านมีการตั้งกลุ่มจิตอาสาเพ่ือ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ทำกิจกรรมคุณธรรมช่วยเหลือสังคม ได้แก่ การเก็บ
ขยะ การปลูกป่า การอนรุ ักษ์ส่งิ แวดล้อมเปน็ ต้น
13 ท่านร่วมกับองค์กร/หน่วยงานของท่านจัดกิจกรรม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เสมอ
โดยเฉพาะในวันสำคัญของชาติ
14 ท่านร่วมกับองค์กร/หน่วยงานของท่านจัดกิจกรรมการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
รักษาขนบธรรมเนียมประเพณวี ฒั นธรรม
15 ท่านร่วมกับองค์กร/หน่วยงานของท่านร่วมงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ประเพณี วัฒนธรรมของทอ้ งถนิ่ เสมอๆ
16 โครงการและกิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมในองคก์ ร/หน่วยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ทำให้ท่านมุ่งมั่นที่จะประกอบอาชีพสุจริตเพื่อเลี้ยง
ตัวเอง ครอบครัว
17 โครงการและกิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรมในองค์กร/หนว่ ยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ช่วยให้ท่านรู้จักใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดสมควรแก่
ฐานะและรายได้
287
ขอ้ ประเด็น ความคดิ เหน็ ผู้เชย่ี วชาญ คา่ แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ท่ี1 ท่ี2 ท่ี3 ที่4 ท่ี5
18 โครงการและกิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรมในองค์กร/หนว่ ยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ทำให้ท่านไม่เบียดเบียน ไม่เอาเปรียบคนอื่น ไม่ทุจริต
ตอ่ คนอืน่ เพื่อใหไ้ ด้มาซ่ึงผลประโยชน์ หรอื ผลตอบแทน
19 ทา่ นมีความสขุ และมคี วามพึงพอใจในชวี ติ ความเป็นอยู่ 1 1 1 1 0 0.80 นำไปใชไ้ ด้
ปจั จุบันไม่โลภในสิ่งทไี่ มค่ วรได้
20 โครงการและกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมในองค์กร/หน่วยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ของท่านช่วยให้มีจำนวนผู้กระทำผิดในองค์กร/หน่วยงาน
ลดน้อยลง เช่น การทะเลาะวิวาท การพนัน การลักขโมย
การทุจรติ ประพฤติมิชอบ
21 ข้อร้องเรียนที่มีมูลความจริงจากภายในและภายนอก 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
องค์กร/หน่วยงานลดน้อยลงอันเนื่องมาจากโครงการและ
กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมในองค์กร/หนว่ ยงาน
22 โครงการและกิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมในองค์กร/หนว่ ยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ช่วยให้บุคลากรมีจิตสำนึกในการรักษาและสืบทอด
ประเพณีวฒั นธรรมท้องถิ่นอันดีงานไว้ และมีความรักและ
หวงแหนในความเปน็ ไทยมากข้นึ
23 องค์กร/หน่วยงานของท่านสนับสนุนและส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชุมชนและท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งโดยนำทุนทาง
สังคมและวัฒนธรรมในท้องถิ่นมาสร้างอาชีพ และ
รายได้ใหค้ นในชมุ ชน
24 องค์กร/หน่วยงานของท่านสนับสนุนและส่งเสริม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชมุ ชนและท้องถน่ิ สร้างสรรคผ์ ลิตภัณฑ์และการบริการ
ในทอ้ งถน่ิ เพื่อสรา้ งรายได้ใหค้ นในชุมชน
25 องค์กร/หน่วยงานของท่านเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
และท้องถิ่นในการสร้างงานในท้องถิ่น ให้โอกาสคน
ทอ้ งถนิ่ ได้มงี านทำ มรี ายได้เลย้ี งดูครอบครวั
5. ด้านการองค์กร/หนว่ ยงานคุณธรรมต้นแบบ เปน็ แหล่ง
เรียนรู้ให้องคก์ ร/หน่วยงานอ่ืนๆ
26 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นมีการจัดทำแผนพฒั นา 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
องค์กรคณุ ธรรมและดำเนินการตามแผนโดยมีการ
ระดมสมอง ความต้องการของบคุ ลากร และรวบรวม
ปญั หาทม่ี าจากภายใน
288
ขอ้ ประเดน็ ความคิดเหน็ ผเู้ ชี่ยวชาญ ค่า แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ท่ี1 ท่ี2 ท่ี3 ที่4 ที่5
27 องคก์ ร/หนว่ ยงานของท่านมกี ารประเมนิ ผล 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ความสำเรจ็ และความลม้ เหลวในการดำเนนิ โครงการ
และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมเพอ่ื นำมาเปน็ ข้อมลู ใน
การจัดทำแผนพฒั นาองคค์ ณุ ธรรมตอ่ ไป
28 โครงการและกิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมในองค์กร/หนว่ ยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชว่ ยให้บคุ ลากรเคารพสทิ ธิ เสรีภาพ ชองกนั และกัน มี
ความสามคั คี ยอมรับและปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง ขอ้ บงั คบั
และธรรมนญู ขององคก์ ร/หน่วยงาน
29 โครงการและกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมในองค์กร/หนว่ ยงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชว่ ยสร้างธรรมาภบิ าลในการบริหารองค์กร และบรหิ ารงาน
ดว้ ยความโปรง่ ใส
30 องค์กร/หน่วยงานของท่านมกี ารสรา้ งวัฒนธรรม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
องค์กรด้านคุณธรรมและนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กร
ใหเ้ กดิ ความยง่ั ยืน
31 องค์กร/หนว่ ยงานของท่านใหค้ วามสำคัญกบั ความพงึ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
พอใจของลกู ค้า/ผู้รับบริการและมกี ารประเมนิ ผลความ
พึงพอใจดงั กลา่ วเพอ่ื พฒั นาการบรกิ ารใหด้ ยี ่งิ ขึน้
32 องค์กร/หน่วยงานของท่านจดั ให้มีกจิ กรรมเย่ยี มเยยี น 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ระหวา่ งองค์กรคณุ ธรรมตา่ งๆ เพ่ือนำ
ความรูแ้ ละประสบการณ์มาใช้ในการพฒั นาองค์กรของตน
ใหด้ ยี ิง่ ขึน้
6. ผลสำเร็จของการดำเนินงานสง่ เสรมิ คณุ ธรรมในองคก์ ร/
หนว่ ยงาน
33 องค์กร/หนว่ ยงานของท่านมีการประชุมเพื่อสร้างการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
รับรู้ปญั หาในองคก์ ร และบคุ ลากรมีการรว่ มมือกันเพื่อ
แกป้ ัญหาดงั กลา่ ว
34 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นมีความร่วมมอื ระหวา่ งบา้ น 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
วดั /ศาสนสถาน โรงเรยี น หนว่ ยงานราชการและเอกชนใน
พนื้ ท่ีในการแก้ปญั หาของทอ้ งถ่ินรว่ มกนั
35 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นมีการจดั กิจกรรมทางศาสนา 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
อบรมจรยิ ธรรมให้กับประชาชนในทอ้ งถิน่ ร่วมทงั้ มกี ารยก
ยอ่ งผทู้ ่ีทำความดใี นองคก์ รและในท้องถน่ิ เสมอๆ
36 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นมีการนำปรชั ญาของเศรษฐกจิ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
พอเพยี งของในหลวงรชั กาลที่ ๙ มาเผยแพร่ให้ความรดู้ า้ น
289
ข้อ ประเด็น ความคดิ เห็นผเู้ ช่ียวชาญ คา่ แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ท่ี1 ท่ี2 ท่ี3 ที่4 ที่5
การเกษตร ดา้ นการออม การรวมกลุ่มจติ อาสาเพอ่ื พฒั นา
ท้องถนิ่ ให้กบั บุคลากรในองค์กร
37 องค์กร/หน่วยงานของทา่ นมีแหลง่ เรยี นรตู้ า่ งๆ เชน่ มุม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หนงั สือ ห้องสมดุ ส่อื ตา่ งๆ ที่เก่ยี วขอ้ งกับปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในองคก์ ร
38 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นมกี จิ กรรมรกั ษาสบื สาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
วฒั นธรรม ไดแ้ ก่ กิจกรรมเทิดทนู ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ ตลอดจนการอนรุ ักษ์โบราณสถาณ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
โบราณวตั ถุ ประเพณี วฒั นธรรมทที่ รงคุณคา่ ร่วมกับ
ทอ้ งถิน่
39 โครงการและกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรมในองค์กร/
หน่วยงานของทา่ น
ช่วยใหม้ จี ำนวนผกู้ ระทำผดิ ในองคก์ รและท้องถนิ่ ลด
นอ้ ยลง และทำใหก้ ารร้องเรยี นในองคก์ รน้อยลงดว้ ย
40 โครงการและกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมในองคก์ ร/ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หน่วยงานของทา่ นชว่ ยใหค้ นในองค์กรและทอ้ งถ่นิ มี
ความร้ดู า้ นความพอเพยี ง การออม เพ่อื แกป้ ัญหาเศรษฐกจิ
ในครัวเรอื นและในทอ้ งถิ่น
41 โครงการและกิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมในองค์กร/ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หนว่ ยงานของทา่ นชว่ ยใหค้ นในองค์กรรักในความเปน็ ไทย
และรักษาประเพณวี ฒั นธรรมไทยท่ีดงี ามไว้
42 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นมีการนำภมู ปิ ัญญาชาวบา้ น 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
และทนุ ทางประเพณีวฒั นธรรมมาใชใ้ นการสรา้ งรายได้ให้
คนในชมุ ชนมรี ายได้ทเี่ พิม่ มากข้นึ ซึง่ เป็นภารกจิ หนง่ึ ใน
การแสดงความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
43 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นมีการทำแผนพฒั นาองคก์ ร
คณุ ธรรมและดำเนนิ การตามแผน ซง่ึ คนในองคก์ รยอมรับ
และปฏบิ ตั ติ นตามแผนและขอ้ ตกลงทีก่ ำหนดไว้
44 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นมีการสรา้ งวฒั นธรรมองคก์ ร 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คณุ ธรรมและบริหารงานดว้ ยหลกั ธรรมาภบิ าล โปร่งใส่
ตรวจสอบได้
45 องค์กร/หน่วยงานของทา่ นมกี ารประเมนิ ความพงึ พอใจ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ลูกค้าและบรกิ ารเพือ่ บรหิ ารและพฒั นาองค์กรให้มี
คุณธรรมและมธี รรมาภิบาลเพิ่มขนึ้
290
ข้อ ประเด็น ความคิดเห็นผู้เชยี่ วชาญ คา่ แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ที่1 ที่2 ที่3 ที่4 ที่5
46 องค์กร/หน่วยงานของทา่ นมกี จิ กรรมเย่ยี มเยยี น 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
แลกเปลยี่ นเรียนรู้ระหวา่ งองคก์ รคณุ ธรรมตา่ งๆ อยู่เสมอ
7. ดา้ นการประยกุ ตใ์ ช้คณุ ธรรม “ความพอเพียง”
47 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นมงุ่ มน่ั ท่ีจะประกอบอาชพี 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
สุจรติ เพ่ือเล้ยี งตวั เอง ครอบครัว
48 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นใช้จา่ ยเงนิ อยา่ งประหยดั 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
สมควรแกฐ่ านะและรายได้
49 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นจะไมเ่ บยี ดเบยี น ไม่เอา 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
เปรยี บคนอ่ืน ไมท่ ุจริตต่อคนอนื่ เพือ่ ใหไ้ ดม้ าซ่งึ
ผลประโยชน์ หรอื ผลตอบแทน
50 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นมีความพึงพอใจในชวี ติ ความ 1 1 1 1 0 0.80 นำไปใชไ้ ด้
เป็นอยูป่ จั จบุ นั ไมโ่ ลภทีส่ ่ิงทไ่ี มค่ วรได้
8. ดา้ นการประยกุ ตใ์ ชค้ ุณธรรม “มีวนิ ยั ”
51 องค์กร/หน่วยงานของทา่ นปฏบิ ตั ิตนตามกฎระเบยี บ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ของสงั คมดว้ ยความเขา้ ใจ
52 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ที่ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
พลเมืองไทยตามสทิ ธิ หนา้ ท่ี เสรีภาพ ท่ีบญั ญัตไิ วต้ าม
กฎหมาย
53 องคก์ ร/หนว่ ยงานของทา่ นปฏบิ ตั ิตนตามตำแหนง่ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หนา้ ที่ การงาน ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ
54 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นปฏบิ ตั แิ ละเคารพกฎหมาย 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
บ้านเมอื ง และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ศลี ธรรมทางศาสนา
9. ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรม “สจุ รติ ”
55 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นประกอบอาชพี การงานดว้ ย 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ความซอื่ สัตยไ์ ม่ทำการทจุ รติ ต่อหนา้ ที่ การงาน และ
ความรบั ผดิ ชอบ
56 องค์กร/หนว่ ยงานของทา่ นตอ่ ตา้ นและไมส่ ่งเสรมิ การ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ประพฤตทิ ุจรติ ทกุ รูปแบบของคนในสงั คม
57 องค์กร/หน่วยงานของทา่ นเมอ่ื พบการทำทจุ ริตทา่ น 1 1 1 1 0 0.80 นำไปใชไ้ ด้
จะแจง้ ใหผ้ ้มู อี ำนาจปราบปรามการทุจริตทราบโดยเรว็
291
ข้อ ประเดน็ ความคิดเหน็ ผ้เู ช่ยี วชาญ คา่ แปลผล
IOC
คน คน คน คน คน
ท่ี1 ท่ี2 ท่ี3 ท่ี4 ท่ี5
58 องคก์ ร/หนว่ ยงานของทา่ นสอนบคุ คลใกล้ชิดให้ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ประพฤติสจุ ริตและไมใ่ หท้ ำการทุจริตตอ่ หนา้ ท่กี ารงาน
และความรับผิดชอบเสมอๆ
10. ดา้ นการประยุกตใ์ ช้คุณธรรม “จิตอาสา”
59 องคก์ ร/หนว่ ยงานของทา่ นยนิ ดีให้การช่วยเหลือผอู้ น่ื ทกุ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ครัง้ ทม่ี โี อกาสเทา่ ที่จะทำได้
60 องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นทำงานเพอ่ื สาธารณะประโยชน์ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
หรอื เพอื่ การกศุ ลเสมอๆ
61 เมอ่ื องคก์ ร/หน่วยงานของทา่ นรอ้ งขอให้ทา่ นชว่ ยในงาน 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ต่างๆ ทา่ นยนิ ดชี ่วยดว้ ยความเตม็ ใจโดยไมค่ ำนงึ ถงึ
ค่าตอบแทนใดๆ
62 องค์กร/หน่วยงานของทา่ นเปน็ จติ อาสาในการพฒั นา 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ชมุ ชนดา้ นต่างๆ เสมอ เชน่ อาสาสมัครสาธารณสขุ หน่วย
บรรเทาสาธารณภยั อาสาสมัครอนามัยชมุ ชน เปน็ ตน้
292
แบบประเมินคา่ ดชั นคี วามสอดคลอ้ ง (IOC)
(สำหรบั กลุ่มตัวอยา่ งระดับชุมชน)
โครงการวิจัย การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแมบ่ ทสง่ เสริมคณุ ธรรมแหง่ ชาติ
ฉบบั ท่ี 1 (พ.ศ. 2559-2564)
An Evaluation of the Performance Result according to the National Moral
Promotion Master Plan (B.E. 2559 - 2564)
ขอ้ ประเด็น ความคิดเหน็ ผู้เชี่ยวชาญ คนท่ี ค่า แปลผล
5 IOC นำไปใชไ้ ด้
1.การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชมุ ชนคณุ ธรรมกับทกุ ภาค คนท่ี คนท่ี คนท่ี คนที่ นำไปใชไ้ ด้
ส่วนในชมุ ชน 1 234 นำไปใชไ้ ด้
1 ทา่ นมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมทางศาสนา กจิ กรรม
1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
ดา้ นเกษตรแผนใหม่ กิจกรรมเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กิจกรรมดา้ นประเพณแี ละวฒั นธรรม กบั ภาค 1 -1 1 1 1 0.60
สว่ นตา่ งๆ ในชมุ ชน ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารส่วน
ตำบล องค์การบรหิ ารสว่ นเทศบาล วดั และ 1 1 1 1 1 1.00
โรงเรยี น เป็นตน้
2 ทา่ นมสี ่วนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในชุมชน ได้แก่ 1 1 1 1 1 1.00
องค์การบริหารสว่ นตำบล องคก์ ารบริหารส่วน
เทศบาล วดั และโรงเรยี น ในกจิ กรรมการแกไ้ ข
ปัญหาด้านอบายมขุ ตา่ งๆ ของตำบล ไดแ้ ก่
ปญั หายาเสพตดิ ปัญหาการลักขโมย ปัญหาการ
เล่นการพนนั
3 ท่านมีส่วนร่วมในกิจกรรมกับภาคส่วนต่างๆ ใน
ชมุ ชน ได้แก่ กล่มุ ออมทรัพย์ กลุ่มพัฒนาอาชพี ใน
ชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มสาธิต
การเกษตรและประมง กลุ่มศิลปหัตถกรรม
พื้นบ้าน กลุ่มกองทุนสวัสดิการชุมชน เป็นต้น
เพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจครัวเรือนและ
ปญั หาเศรษฐกิจในชุมชน
2.การมีสว่ นรว่ มในการวางแผนพัฒนาชมุ ชนคณุ ธรรม
กบั ทกุ ภาคส่วนในชุมชน
4 ท่านมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาชุมชน
คุณธรรมร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในชุมชน ในการ
นำทุนทางสังคมและวัฒนธรรมมาใช้ในการสร้าง
อาชีพ และเพิ่มรายไดใ้ หก้ ับครวั เรอื นของตน และ
293
ข้อ ประเด็น ความคิดเห็นผู้เช่ยี วชาญ คนท่ี ค่า แปลผล
5 IOC นำไปใชไ้ ด้
คนในชุมชน เช่น สินค้าพื้นบ้าน สินค้าโอทอป คนที่ คนที่ คนที่ คนที่
ตลาดนดั ชมุ ชน 1 234 นำไปใชไ้ ด้
5 ท่านมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาชุมชน
คุณธรรมร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในชุมชน ในการ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
สรา้ งแหลง่ เรยี นรูแ้ ละภมู ิปญั ญามาใช้ในการสร้าง นำไปใชไ้ ด้
อาชีพ และเพ่มิ รายไดใ้ หก้ ับครัวเรือนของตน และ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
คนในชุมชน เช่น ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ นำไปใชไ้ ด้
พอเพียง แหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร โฮมสเตย์ 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
พพิ ธิ ภณั ฑ์พ้นื บา้ น 1 1 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้
6 ท่านมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นหรือให้ 1 1 1 1 1 1.00
ข้อเสนอแนะในการประชาคมของชุมชน เพ่ือ 1 1 1 1 1 1.00
จดั ทำแผนพัฒนาชมุ ชนด้านต่างๆ
3. การมสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมตามข้อปฏิบัติหลัก 1 1 1 1 1 1.00
ของชมุ ชนคณุ ธรรม 3 ด้าน
3.1 ดา้ นศาสนา 1 1 1 1 1 1.00
7 ชุมชนของท่านมีสถานที่ทำกิจกรรมทางศาสนาที่
เหมาะสม สะดวก และเพียงพอ
8 ชุมชนของท่านส่งเสริมให้บุคลากรไปเข้าร่วม
กจิ กรรมทางศาสนาในวนั สำคัญ
9 ชุมชนของท่านมีการอบรม ให้ความรู้ด้าน
จรยิ ธรรม คุณธรรมแกบ่ ุคลากรเปน็ ประจำ
10 ชุมชนของท่านมีการจัดโครงการและกิจกรรม
ส่งเสริมคุณธรรมเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม ๔
ประการ ให้บุคลากร ได้แก่ พอเพียง วินัย สุจริต
จติ อาสา
11 ชุมชนของท่านมีการยกย่องคนทำดีในองค์กร
และส่งเสริมให้เป็นต้นแบบในการทำความดีแก่
บคุ ลากร
3.2 ดา้ นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
12 ชุมชนของท่านมีสถานที่ มีห้องสมุด หรือมุมการ
เรยี นรหู้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในองค์กร