ห้องสมุดประชาชนอ าเภอยะหริ่ง
วันวิสาขบูชา 2564 ปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม 2564
็
วันวิสาขบูชา นับว่าเปนวันส าคัญสากลทางพระพุทธศาสนา ส าหรับชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก
ั
็
ั
ุ
ิ
เป็นวันหยดราชการในหลายๆ ประเทศ อีกทั้งยงเปนวันส าคัญในระดบนานาชาติตามข้อมตของ
่
ิ
สมัชชาใหญแห่งสหประชาชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันที่เกดเหตุการณ์ส าคัญที่สุดใน
ู
ุ
ุ
พระพทธศาสนา 3 เหตุการณ์ ได้แก การประสติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพทธโคดม ซึ่ง
่
ั
ทั้ง 3 เหตุการณนี้ไดเกดขึ้นตรงกน ณ วันขึ้น 15 ค่ า เดือน 6 หรือวันเพ็ญแห่งเดอนวิสาขะ
ื
์
ิ
้
ุ
ิ่
ั
ื
(ต่างปกน) ชาวพุทธจึงถอว่าเปนวันที่รวมการเกดเหตการณ์อันน่าอัศจรรย์ยง และเรียกการบูชา
ี
ิ
็
ในวันนี้ว่า วิสาขบูชา ย่อมาจาก วิสาขปรณมีบูชา หมายถง การบูชาในวันเพ็ญเดอนวิสาขะ
ุ
ึ
ื
• ประวัติวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
จากหลักฐานพบว่า วันวิสาขบูชา ได้เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมา
ิ
็
จากลังกาเมื่อประมาณ พ.ศ. 420 โดยพระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกาได้เปนผู้ประกอบพธีวิสาขบูชาขึ้น
ิ
ู
ุ
็
เพื่อถวายเปนพทธบูชา นับจากนั้นกษัตริย์แห่งลังกาพระองค์อื่นๆ ก็ได้ถือปฏบัติประเพณีวิสาขบชานี้สืบต่อกันมา
้
ส่วนการเผยแพร่เขามาในประเทศไทยนั้นอาจเป็นเพราะเมื่อครั้งสมัยสุโขทัย ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ด้าน
พระพุทธศาสนากับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด จะเห็นไดว่ามีพระสงฆ์จากเมืองลังกาหลายรูปเดินทางเขามา
้
้
ู
้
ิ
ิ
ิ
ุ
ิ
เผยแพร่พระพทธศาสนาและน าการประกอบพธีวิสาขบชาเขามาปฏบัติในประเทศไทยด้วย ซึ่งการปฏบัติพธีวิสาขบ ู
ชาในสมัยสุโขทัยนั้น ได้มีการบันทึกเอาไว้ในหนังสือ นางนพมาศ สรุปใจความไดว่า เมื่อถงวันวิสาขบูชา พระเจ้า
้
ึ
แผ่นดน ข้าราชบรพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทงประชาชนชาวสุโขทัย จะช่วยกันประดับตกแต่งพระนคร
ิ
ั้
ิ
็
ด้วยดอกไม พร้อมกับจุดประทปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทวพระนคร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อเปนการบูชาพระ
ี
ั่
้
ี
์
รัตนตรัย ขณะที่พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ ก็ทรงศล และทรงบ าเพญพระราชกุศลต่าง ๆ ครั้นตกเวลา
็
็
ครั้นตกเวลาเยนก็เสด็จพระราชด าเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจน
ี
ข้าราชการทงฝ่ายหน้า และฝ่ายในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทยนรอบพระประธาน ส่วนชาว
ั้
สุโขทัยจะรักษาศีล ฟังธรรม ถวายสลากภัต สังฆทาน อาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณร บริจาคทานแก่
คนยากจน ท าบุญไถ่ชีวิตสัตว์ ฯลฯ
ต่อมาภายหลังจากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์เพมมากขึ้น ส่งผลให้ในช่วงสมัย
ิ่
ิ
กรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้นไม่มีปรากฏหลักฐานการประกอบพธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึง
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2360) พระองค์ทรงม ี
พระราชด าริที่จะฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) ส านักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้
ทรงท าขึ้นครั้งแรกในวันขึ้น 14 ค่ า 15 ค่ า และแรม 1 ค่ า เดือน 6 พ.ศ. 2360 โดยให้จัดท าตามแบบอย่าง
้
ประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อให้ประชาชนไดท าบุญ ท ากุศลทั่วหน้ากัน อีกทั้งการรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใน
ครานี้ถือว่าเปนแบบอย่างปฏบัติในการประกอบพธีวิสาขบูชาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
็
ิ
ิ
ี
• วันวิสาขบูชามความสาคัญอย่างไร ?
็
วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่องค์สมเดจพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งตรง
็
กับวันเพญ เดือนวิสาขมาส (เดือน 6) บรรจบกันทั้ง 3 คราว ได้แก่
ประสูติ
เป็นวันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพญเดือน ๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ า ปีจอ
็
ุ
ั
ก่อนพทธศักราช ๘๐ ปี เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพสดุ์ ทรง
พระครรภแก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไป
์
็
ประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเปนพระนครเดิมของพระนาง เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณี
ิ
้
็
ั
นิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพกผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพนีวัน พระนางกไดประสูติ
พระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ ๕ วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" ซึ่ง
ต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) ส าเร็จเป็นพระ
อรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เปนวันประสูติของพระพุทธเจ้า
็
ู้
ตรัสร
เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ณ ร่มพระศรีมหาโพธิบัลลังก์ ริมฝั่งแม่น้ าเนรัญชรา ต าบลอุรุ
็
ุ
ื
เวลาเสนานิคม เมื่อวันเพญเดอน ๖ ก่อนพทธศักราช ๔๕ ปี การตรัสอริยสัจสี่ คือของจริงอันประเสริฐ ๔
ประการ ของพระพทธเจ้า เป็นการตรัสรู้อันยอดเยยม ไม่มีผู้เสมอเหมอน วันตรสของพระพทธเจ้า จึงจัดเปน
ื
ุ
ี่
็
ุ
ั
ิ
วันส าคัญ เพราะเปนวันที่ให้เกดมีพระพุทธเจ้าขึ้นในโลกชาวพุทธทวไป จึงเรียกวันวิสาขบูชาว่า วันพระพุทธ
ั่
็
ี
็
(เจ้า) อันมีประวัติว่า พระมหาบุรุษทรงบ าเพญเพยรต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงเริ่มบ าเพญสมาธิให้
็
้
เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้า "ฌาน" เพื่อใหบรรลุ "ญาณ" จนเวลาผ่านไปจนถึง ...
* ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ" คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น
* ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือการรู้แจ้งการเกดและดับของสรรพสัตว์ทงหลาย
ั้
ิ
ิ
* ยามสาม : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือรู้วิธีก าจัดกเลสด้วย อริยสัจสี่ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ) ได้
็
ตรัสรู้เปนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งขณะนั้น พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา
่
์
ธรรมะที่พระพุทธองคทรงตรัสรู้ (อริยสัจ ๔) หรือ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก...
1. ทุกข์ คือ ความล าบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
ิ
2. สมุทัย คือ เหตุที่ท าให้เกดทุกข์
3. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ
ิ
4. มรรค คือ ข้อปฏบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์
็
ทั้ง ๔ ข้อนี้ถือเปนสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เพราะเปนสิ่งที่พระอริยเจ้าทรงค้นพบ เป็นสัจธรรมชั้นสูง
็
ประเสริฐกว่าสัจธรรมสามัญทั่วไป
ิ
ปรินพพาน
เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์
ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับ
็
ุ
สังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป) การปรินิพพานของพระพทธเจ้า ก็ถือเปนวันส าคัญของ
่
ชาวพุทธทั่วโลกเพราะชาวพุทธทวโลกได้สูญเสียดวงประทีป ของโลก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญและครั้ง
ั่
ั่
ื่
์
ส าคัญชาวพุทธทวไปมีความเศร้าสลด เสียใจและอาลัยสุดจะพรรณนา อันมีประวัติว่าเมอพระพุทธองคได ้
ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเปนเวลานานถึง ๔๕ ปี ซึ่งมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ได้ประทับจ าพรรษา ณ
็
เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก
์
ั
ั้
ิ
็
ครั้นเมื่อถึงวันเพญเดอน ๖ พระพุทธองคกับพระภกษุสงฆ์ทงหลาย ก็ไปรับภตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุน
ื
ทะ ตามค ากราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจท าถวาย ก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอด
กลั้นมงเสด็จไปยังเมองกสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชก
ุ
ุ่
ื
์
ผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเปนพระพุทธสาวกองคสุดท้าย
็
ิ
ึ
เมื่อถงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภกษุทงหลายอันว่าสังขาร
ั้
็
ิ
ทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเปนธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและ
้
ประโยชน์ของผู้อื่นให บริบูรณ์ด้วยความไมประมาทเถด" หลังจากนั้นก็เสด็จเขาดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรี
้
่
ิ
เพ็ญเดือน ๖ นั้น
ห้องสมุดประชาชนอ าเภอยะหริ่ง
ึ
ั
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศยอ าเภอยะหริ่ง
ึ
ิ
ส านักงานส่งเสรมการศกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดปัตตานี