The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iggyarbukker-2, 2018-03-23 23:52:04

Top-up

Top-up

Student,s Book, แผนการจดั การเรียนรู

หนงั สอื เรยี น รายวชิ าเพม่ิ เติม ภาษาอังกฤษ (ทกั ษะฟง˜ -พูด) กลมุ‹ สาระการเรียนรภŒู าษาตา‹ งประเทศ

TOP-UP

Listening & Speaking

ชัน้ มัธยมศกึ ษาป‚ที่ 1 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

Chris Cleary
Bill Holden
Terry Cooney
Alastair Graham-Marr

หนงั สอื เรียน รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ภาษาองั กฤษ (ทักษะฟงั -พดู )
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ

TOP-UPListening & Speaking

1ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ผูต้ รวจ
ผู้เรยี บเรยี ง
มนทกานติ เตชะสวัสด์วิ ิทย์
Chris Cleary บษุ กร วิเศษสมบัติ
Bill Holden
Terry Cooney เพญ็ มาส กำ� เหนิดโทน
Alastair Graham-Marr
บรรณาธกิ าร

พริ ุณ ตลิ ภัทร



คำ�ชีแ้ จง

สือ่ การเรียนรชู้ ุด TOP-UP Listening & Speaking เป็นสือ่ ฝึกทกั ษะฟัง-พูด สำ�หรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น (ม.1-ม.3) รายวิชาเพ่ิมเติม ตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยสื่อการเรียนรู้
3 เล่มคอื TOP-UP Listening & Speaking Book 1, TOP-UP Listening & Speaking Book 2, TOP-UP Listening
& Speaking Book 3 ซึ่งสื่อชุดนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสนใจ มีศักยภาพและทักษะภาษาอังกฤษเบ้ืองต้น
ในระดับท่ีน่าพอใจถึงระดับดี ได้ฝึกฝนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพ่ิมเติมควบคู่กับรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน
ที่นักเรียนจำ�เป็นต้องเรียน เป็นการเติมเต็มประสบการณ์ในการฟัง-พูด ท่ีให้นักเรียนได้ฟังภาษาอังกฤษแบบเป็น
ธรรมชาติในชีวิตประจำ�วันในบริบท (context) การใช้ภาษาพดู ในรปู ของบทสนทนา แบบทางการ (formal) และไม่เป็น
ทางการ (informal) การประกาศข้อความ (announcement) การพดู โทรศพั ท์ (telephoning) และสถานการณอ์ นื่  ๆ
ท่หี ลากหลาย กลา่ วได้วา่ ส่อื ชดุ นเ้ี ปน็ สือ่ ทเี่ ปิดโลกการใชภ้ าษาอังกฤษในด้านการฟงั เกยี่ วกบั สถานการณ์ต่าง ๆ ท่นี กั เรียน
จะไดม้ โี อกาสได้พบในชีวติ จรงิ
องค์ประกอบ : ส่ือชุด TOP-UP Listening & Speaking ประกอบด้วย 12 หน่วยที่สอดแทรกเนื้อหา
ในบทด้วย หัวข้อเร่ือง (Topic) และแก่นเร่ือง (Theme) ท่ีอยู่ในความสนใจของวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
ในแต่ละหน่วย (Unit) อาจจดั การเรยี นการสอนในชนั้ เรียนได้ 3 ชัว่ โมง หรอื ยดื หยุน่ ได้ตามความเหมาะสม ในท้ายเลม่
มี Script สำ�หรับกิจกรรมการฟัง (Listening Task) และ Vocabulary Notes เพื่อช่วยให้การทำ�กิจกรรมการฟัง
ราบรน่ื และทบทวนคำ�ศพั ทส์ ำ�คญั ในหนว่ ย
รปู แบบกจิ กรรมการฝึกฟงั
กิจกรรมการฟังในส่ือชุดนี้ออกแบบได้อย่างแยบยลเพ่ือให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการฟังที่แตกต่างหลากหลาย
ได้แก่ ฟังเพื่อหาจุดสำ�คัญ (listening for main points) ฟังเพื่อให้ได้ความเข้าใจท่ัว ๆ ไป (listening for general
understanding) ฟังเพ่ือหาข้อมูลเฉพาะเจาะจงและอนุมาน (listening for specific information and inference)
ในแต่ละหน่วย นักเรียนจะได้ฝึกทักษะฟังหลัก (main listening task) ซึ่งเป็นพ้ืนฐานสำ�คัญของหน่วย บทฟังบางบท
อาจยาวขึ้นเพ่ือเตรียมความพร้อมให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ในการฟังที่กว้างขวางเพียงพอ (extensive listening)
บทฟังบางบทอาจเป็นบทสนทนาสั้น ๆ เพ่ือพัฒนาศักยภาพด้านการฟังท่ีเข้มข้น (intensive listening) มีการจัดระดับ
การใช้ภาษาในการฟังเพื่อให้เหมาะสมกับระดับความสามารถทางภาษาของนักเรียน นักเรียนอาจไม่ชินกับสำ�เนียง
ภาษาพูดที่ใช้อย่างเป็นธรรมชาติในการส่ือสารในชีวิตประจำ�วัน เมื่อฝึกฟังหลายครั้ง นักเรียนจะคุ้นเคยและเป็น
สง่ิ ทนี่ กั เรยี นไดร้ บั ประสบการณท์ ท่ี า้ ทายและนา่ จะท�ำ ไดด้ ขี น้ึ ทลี ะเลก็ ทลี ะนอ้ ย สว่ นใหญม่ กี ารใชร้ ปู แบบภาษาแบบอเมรกิ นั
ในบทสนทนา รวมท้ังการใช้ภาษาของเจ้าของภาษาแบบอังกฤษ ทั้งนี้เพ่ือเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์
การใช้ภาษาองั กฤษทห่ี ลากหลายรปู แบบซึง่ เป็นส่ิงทีน่ ักเรยี นจะไดพ้ บจรงิ นอกหอ้ งเรียน

Top-Up Listening & Speaking 1 3

Listening Clinic

จุดเน้นสำ�คัญในสื่อชุดนี้คือ Listening Clinic ซ่ึงออกแบบเป็นพิเศษในลักษณะภาระงานการฟังสั้น ๆ ที่
เข้มข้นท่ีเน้นการออกเสียงคำ�ที่ใช้บ่อยในบทสนทนา ซ่ึงมีผลวิเคราะห์ออกมาว่านักเรียนที่มีปัญหาการฟังภาษาพูด
ส่วนใหญ่จะไม่สามารถแยกแยะคำ�ส้ัน ๆ ที่ไม่ได้ออกเสียงเต็มที่ในบทพูดของเจ้าของภาษา ใน Listening Clinic
แต่ละตอนนักเรียนได้เน้นฝึกทักษะด้านการออกเสียงอย่างเดียวเท่านั้นโดยมุ่งให้ฝึกพูดอย่างจริงจัง ออกเสียงคำ� พยางค์
ส่วนของภาษาพูดท่ีพบบ่อย ๆ ในบทสนทนาจนรู้สึกผ่อนคลาย ไม่วิตกกังวลกับการได้ยินภาษาอังกฤษท่ีพูดในชีวิตจริง
อีกต่อไป

ข้อแนะนำ�สำ�หรบั ครูผสู้ อนด้วยส่ือ ชดุ TOP-UP Listening & Speaking
โดยทั่วไปแล้วภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาพูดที่ใช้สื่อสารกันมีความแตกต่างจากภาษาเขียนในแง่ท่ีว่า เมื่อส่ือสาร
กันดัวยภาษาเขียนจะมีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างคำ�ต่าง ๆ ในประโยค โดยมีส่วนท้ายของข้อความและส่วนเริ่มต้นของ
คำ�ต่อไป เช่น เราเขียนข้อความ “Would you like a sandwich?” แต่เม่ือเราพูดจะไม่มีช่องว่างระหว่างคำ�ต่าง ๆ
ท่ีประกอบเป็นประโยค เราจึงพูด “Wouldyoulikeasandwich?” ประโยคน้ีเมื่อพูดสนทนาในชีวิตจริงจะกลายเป็น
“Wujewlaikasanwich?” ซ่ึงจะท�ำ ใหย้ ุ่งยากยงิ่ ขึน้ ท่จี ะฟังใหเ้ ขา้ ใจ
ส่อื ชดุ TOP-UP Listening & Speaking จะชว่ ยแกป้ ญั หาท่เี กดิ ขึน้ ซง่ึ ในส่วนของ “Listening Clinic” นกั เรยี น
จะไดเ้ รยี นรวู้ ธิ กี ารพดู ภาษาองั กฤษในการสอ่ื สารและใชข้ อ้ มลู เพอื่ ชว่ ยใหเ้ กดิ ความคนุ้ เคยและเขา้ ใจวา่ ผพู้ ดู ตอ้ งการพดู อะไร
และเข้าใจความหมายท่พี ดู อย่างรวดเร็วขน้ึ
จุดส�ำ คัญท่ี Listening Clinic นำ�เสนอ ได้แก่
1. เสยี งท่ีหายไป (Dropped Sounds) ภาษาพูดทเ่ี ปน็ ธรรมชาติจะมเี สียงกร่อนหายไปในบางครัง้
ตวั อยา่ งเช่น It’s a hot day. เสียง /t/ หายไป เราจะได้ยิน “It’s a ho’ day.”
2. เสียงเช่ือมคำ� (Linking Sounds) ในคำ�ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ (consonant) และคำ�ท่ีตามมาเป็นคำ�
ทขี่ ึ้นต้นด้วยสระ (vowel) ตวั พยญั ชนะมักจะข้ามเลยไปเพอื่ ให้ข้อความทีพ่ ูดกลมกลนื ไมส่ ะดุด
ตัวอยา่ งเช่น He’s an artist. เมื่อพดู ออกมาจะเป็น “He sa nartist.”
3. สระที่ออกเสียงเบา (Weak Vowels หรือ Weak Forms) เสียง schwa /@/ เป็นเสียงท่ีใช้บ่อยมาก
ในภาษาอังกฤษ เราจะพบวา่ เสียงสระมักจะเปน็ เสยี งเบาเมอ่ื อยใู่ นภาษาพูด
ตวั อย่างเชน่ I went to the store. เราจะไดย้ นิ ว่า “I went t(uh) the store.”
4. เสียงที่ใช้ร่วมกัน (Shared Sounds) เม่ือคำ�ที่มีคำ�สุดท้ายเป็นเสียงพยัญชนะและคำ�เร่ิมต้นของคำ�ต่อไป
เปน็ เสยี งพยญั ชนะเสยี งเดยี วกนั เสยี งพยญั ชนะจะรวมกนั เปน็ เสยี งเดยี วกนั และออกเสยี งชา้ ลงเลก็ นอ้ ย ทงั้ นเี้ สยี งพยญั ชนะ
ดงั กล่าวหลอมรวมกันเป็นเสียงเดียวแล้ว
ตวั อยา่ งเช่น a big green apple เมือ่ อยู่ในภาษาพูดจะได้ยนิ ว่า : “a bi-g-reen apple”
5. เสียงช่วย (Helping Sounds) ในกรณีท่ีเสียงสระ 2 เสียงมาอยู่ชิดกันมักจะมีเสียงช่วยหรือ helping
sound มาอยู่เปน็ เสยี งเชื่อมเพ่ือใหอ้ อกเสยี งง่ายขน้ึ เสยี งช่วย (Helping Sounds) ไดแ้ ก่ y, w และ r
ตัวอยา่ งเช่น y : She isn’t here. ในเสยี งพดู จะไดย้ ินว่า “She-y-isn’t here.”
w : I’d like open the window จะได้ยนิ วา่ “I’d like to-w-open…….”
r : America and Canada จะได้ยินวา่ “America-r-and Canada”

4 Top-Up Listening & Speaking 1

คณะผู้จัดทำ�คาดหวังว่าครูและนักเรียนท่ีใช้สื่อชุดน้ีจะรู้สึกสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมและได้รับประสบการณ์
ที่มีคุณคา่ มีความหมายต่อการฝึกทกั ษะภาษารว่ มกัน
การใช้สอ่ื อย่างคุม้ คา่
ครูควรแนะนำ�ให้นักเรียนนำ�ส่ือไปใช้นอกห้องเรียนเพ่ิมเติม เป็นการทบทวนสิ่งที่ได้ปฏิบัติมาแล้ว นักเรียน
อาจใชเ้ วลาทบทวนบทเรียนแต่ละสัปดาห์ทผี่ า่ นมาเพอื่ ให้การฝกึ ทกั ษะบรรลผุ ลโดยเร็ว
ในตอนท้ายของส่อื ชุดน้มี ีเคร่อื งมอื ส�ำ หรับการทบทวนกจิ กรรมการเรียนรู้ ดงั น้ี
- บทพดู (Script) ทไี่ ดฝ้ กึ ฟังในชนั้ เรียน
- Vocabulary Notes บันทึกค�ำ ศพั ท์เพอื่ ใหน้ กั เรยี นได้จดค�ำ ศัพท์ สำ�นวนภาษาใหม่ ๆ ในแต่ละบทเรยี น
- แผน่ CD บันทึกเสียงท่คี รูใชใ้ นชั้นเรียน
วธิ ีการใชส้ ื่อเพ่ือการฝกึ ฝนดว้ ยตนเอง
1. สร้างองคค์ วามร้เู รอ่ื งค�ำ ศพั ท์
ในทุกบทเรียนจะมีคำ�ศพั ท์ใหม่ ๆ ทนี่ กั เรียนควรจดบนั ทึกไว้ใน Vocabulary Notes นกั เรยี นอาจใชพ้ จนานุกรม
องั กฤษ-ไทย เพอื่ อธิบายความหมายเปน็ ภาษาไทยเพ่อื งา่ ยตอ่ การจดจ�ำ บางครั้งครูอาจสอนค�ำ ศพั ท์ สำ�นวนภาษาท่ีนอก
เหนือจากสิ่งท่ีเรียน นักเรียนอาจเขียนคำ�ศัพท์ สำ�นวนเพิ่มเติมลงใน Vocabulary Notes นี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้นักเรียน
ไม่ควรจดจำ�คำ�ศพั ท์สำ�นวนใหม ่ ๆ มากเกนิ ไป อาจเลอื กคำ�ศพั ท์หรอื ส�ำ นวนใหม ่ ๆ ทนี่ า่ จดจำ� จ�ำ นวน 8-12 ค�ำ ตอ่ 1 บท
หรอื หน่วยเทา่ นัน้
2. ฝกึ ฝนการฟังดว้ ยตนเอง
ในขณะฝึกทักษะในชั้นเรียนกับครูและเพ่ือน ๆ บทเรียนอาจดำ�เนินไปด้วยความเร็วท่นี ่าพึงพอใจส�ำ หรับนักเรียน
ส่วนใหญ่ในชั้นตั้งแต่เริ่มต้นจนจบบทเรียน บางคร้ังนักเรียนอาจรู้สึกว่าบางบทดำ�เนินไปอย่างรวดเร็วเกินไป บางบท
ก็ช้าจนเกินไป ไม่ทันใจนักเรียน นักเรียนอาจแก้ปัญหาโดยเปิดฟังจากแผ่น CD ที่บ้าน นักเรียนจะสามารถทบทวน
การฟังได้เทา่ ทต่ี นตอ้ งการ
ข้อแนะน�ำ ท่มี ีประโยชนท์ ค่ี รคู วรแนะนำ�ส�ำ หรับนกั เรยี นที่ตอ้ งการทบทวนการฟงั ดว้ ยตนเอง มดี งั นี้
- ดูคำ�ตอบของนกั เรยี นเองที่ตอบในกิจกรรมการฟงั แล้วฟงั เสียงใน CD อกี คร้งั
- อ่านบทพูด (Script) และหาคำ�ศัพท์ สำ�นวนใหม่ แล้วปิดหนังสือ ฟังข้อความน้ันจาก CD อีกครั้งเป็น
การเปรียบเทยี บ
- ฟัง Listening Clinic แลว้ อา่ นออกเสยี งดัง ๆ
ส�ำ หรบั คำ�แนะน�ำ สุดท้าย คอื นักเรยี นอยา่ หกั โหมในการทำ�แบบฝกึ หดั มากเกนิ ไปในแต่ละครง้ั หัวใจส�ำ คญั ของ
การเรียนและฝึกภาษาคือ ทำ�ทีละน้อย แต่บ่อย ๆ เช่นเดียวกับการรับประทานอาหาร 3 ม้ือใน 1 วัน เวลาฝึก
ที่เหมาะสมควรมรี ะยะเวลาประมาณ 15-20 นาทีทุกวัน ดีกว่าทำ�เพยี ง 1 ครงั้ ต่อสัปดาห์แต่ใชเ้ วลานาน
ถ้าครูแนะนำ�ให้นักเรียนรู้จักใช้ประโยชน์ของสื่อชุดน้ีอย่างคุ้มค่า ครูจะพบว่า นักเรียนมีพัฒนาการในการเรียน
ภาษาองั กฤษดีข้นึ โดยเฉพาะทกั ษะฟงั -พดู ซึ่งเปน็ เร่ืองยากส�ำ หรับนกั เรยี น

Top-Up Listening & Speaking 1 5

CONTENTS

Units Listening Clinics
1 Nice to meet you! Sentence Stress
2 Could you say that again? Weak Forms
3 I’ve lived here all my life Linking Sounds
4 I’d like a coffee please Weak Forms
5 Can I try this on? Linking Sounds
6 When would you like to fly? Mixed Sounds
7 Now here’s the weather Dropped Sounds
8 You have six messages Sentence Stress
9 Is there a bank near here? Weak Forms
10 Room service, how can I help you? Helping Sounds
11 When’s the last train to New York? Shared Sounds
12 Passport please Dropped Sounds

Split Task Resources ..... 70 Scripts ..... 84 Vocabulary Notes ..... 97

6 Top-Up Listening & Speaking 1

Top-Up Listening & Speaking 1

Topics and Themes Page
Meeting and greeting people 8
Language for the classroom 12
Talking about family history and neighborhoods 16
Ordering some food and drink 21
Shopping for clothes 26
Planning a vacation 31
Following a weather report 36
Understanding messages 41
Asking for and following directions 46
Ordering food for delivery 51
Asking questions and getting information 57
Coming through customs and immigration 62

Top-Up Listening & Speaking 1 7



8UNIT You have six messages

1. Let’s Start!

A. Do you have a cell phone? What do you use it for?

1. I send text messages with my phone. Yes No
2. I watch TV shows on my phone. Yes No
3. I check to see if I have any messages once an hour. Yes No
4. I read the newspaper on my phone. Yes No
5. I keep my schedule on my phone. Yes No
6. I listen to music on my phone. Yes No

B. Take turns asking and answering the following questions with a partner.

l What kind of cell phone do you have?
l What do you use your phone for?
l How many phones have you owned?
l What do you usually text about? School? Homework? Meeting friends?
l How many texts do you send a day?

2. Conversation Flow

Work with a partner. Look at the messages. Place a check ( ) next to the messages which
you think are complete. Place a cross ( ) next to the messages which you think have
important information missing.

1 4
Hi. It’s Susie. I’m going out now. Karen says she’s ill. Call me back.
Could you call me? I’m at 248-432-386.

2 5
Keiko calling. I’m at Hi. Give me a call,
232-872-090. Where are okay?
you? I’m waiting for you at
the library. 6
Hello. This is James. Can we
3 change the time for tonight?
Hi. Ali here. Call me at I’m going to be late. My
487-963-1112. number is 309-983-363.

You have six messages l Unit 8 41

3. Words & Expressions

A. Here is a message left on a hotel voice mail system. Put the words into the text. Each
word can only be used one time.

n call n message n cell n let you know n tone n this

Voicemail: Please leave a message at the sound of the ........................ .
George: Hi Frank, ........................ is George. I hope you had a good flight. And I hope
you get this ..................................... . Sorry, I didn’t have your ........................ number, so
I’m leaving this message on your hotel voice mail. Anyway, when you get
this message, can you please call me? I want to ...................................................................
about some changes to tomorrow’s schedule. Anyway, please ........................
me on my cell. The number is 555-6734. Thanks. Talk to you later.

B. Look at the words below. How many syllables are in each word?
For example: this (1); meeting (2); afternoon (3)

n tomorrow ( ) n change ( ) n okay ( ) n cell ( )
n message ( ) n hope ( ) n leave ( ) n time ( )

4. Let’s Listen! CD Track : 38

Listen to four messages. Answer the question.

Where is Matt exactly? ............................................................................................................................................................................................

Check your answer with a partner.

42 Unit 8 l You have six messages

5. Listen Again CD Track : 38

Complete the table below with information about the four telephone messages.

Message from Contact number Details

1 Viv .......................................... meet at ...............................
....................., 7 p.m.

2 Derek, ............................. 383- .......................... asked to call its office to ..................
........................

3 ......................., from NTM .......................................... change ..............................................
Associates tomorrow

4 .......................................... .......................................... will come late, 8 p.m.

Check your answers with a partner.

6. Listening Clinic: Sentence Stress CD Track : 39

Important words are stressed.

Notice Can we meet in the coffee shop? Can we meet in the coffee shop?

A. Listen to the following. Circle the words that are stressed.

1. This is Russell from Sunny Tours. I’ll call back in the morning.
2. Hi Chris. It’s Kathy. Can you call me back?
3. I’d like to change our meeting time to eight o’clock.

CD Track : 40

­B­ . Listen to the phone message. Write in the missing words.
A: Hi, Ashley. This is Nancy. Can we ............................ at 7:30 instead of ............................ ?
School finished a ............................ ............................ ............................ and I can’t get there by
............................ . I’m very sorry. I’ll ............................ you too, ............................ in ............................ .
Let me know if this is okay. See you ............................ !

Check your answers with a partner. Now practice reading the passage together.

You have six messages l Unit 8 43

7. Focus on Patterns CD Track : 41

Part One: Before you listen, look at the phone messages below. Can you guess the missing
words? Put one word in each space. Contractions [I’ll, he’s, etc.] go in one space.

1 Hi Mike. This ........................ Helen. ........................ ........................ call ........................ back right away?
........................ important. ............................. .

2 Mr. Thompson. ............................. ............................. Alan Williams ............................. Hall Green Travel.

call when you ?............................. .............................
............................. ............................. .............................

............................. ............................. is 0121-914-8746. ............................. .

3 Mike? ............................. Bill. ............................. ............................. little late. Can ............................. meet .............................
4 o’clock ............................. ............................. 3:00?

4 ............................. Mike. ............................. Mandy. ............................. important. I’ll ............................. ............................. later.
Part Two: Now listen and see if your guesses were correct.

8. Act It Out!

Work with a partner. Student A, turn to page 70. Student B, turn to page 80.

44 Unit 8 l You have six messages

9. Try It Out!

Look at the four different situations below. What would you say if you need to leave a
message on their phone? Write a message for each situation.

Who: Your friend Kathy Hi Kathy,
Problem: You’re going to be ten minutes late. I’m afraid I’m going to be
What you want: You want to tell Kathy that ten minutes late. Sorry! I’ll
you will be there in ten minutes. be there soon!

Who: Your brother Tim
Problem: You are at home and you have no
milk. You want milk.
What you want: You want Tim to buy some
milk at the supermarket on his way home.

Who: Your friend Terry
Problem: You don’t know what time the
library closes
What you want: You want to know what time
the library closes.

Who: Your friend Chris
Problem: You want to talk to Chris, but he’s
not answering his phone.
What you want: You want Chris to call you
between 3:00 and 4:30 or after 6:00.

Check with a partner. How similar are your messages?

You have six messages l Unit 8 45

Split Task Resources

Unit 8: Act It Out! - Student A

Part 1: You go first. Read the first set of sentences to your partner. Then listen to your
partner and write down the sentences you hear. Take turns.

1. I’m in front of the station and it’s now 7:30. Did we say 7:30?

2. ............................................................................................................................................................................................................

3. I’m afraid I missed my train. I’m going to be ten minutes late.

4. ............................................................................................................................................................................................................ S R

5. I understand. I’ll send you your homework by email. &............. .............

6. ............................................................................................................................................................................................................ &............. .............

7. Sorry, I only have her email address. Would you like that? &............. .............

8. ............................................................................................................................................................................................................ &............. .............

9. Sorry to hear that. I hope you don’t have to work too late. &............. .............

10. ............................................................................................................................................................................................................

Part 2: Look at the sentences again. Match the statements to the responses.

70 Split Task Resources

Unit 8: - Act It Out! - Student B

Part 1: Your partner goes first. Listen to your partner and write down the sentences. Then
read the second set of sentences to your partner. Take turns.

1. ............................................................................................................................................................................................................ SR
2. Hi, do you know Tina’s phone number? I need to get in touch.
3. ............................................................................................................................................................................................................ &............. .............
4. Sorry. Yes, we said 7:30. I’ll be there in about five minutes.
5. ............................................................................................................................................................................................................ &............. .............
6. That’s okay. I can wait. Steve is late, too!
7. ............................................................................................................................................................................................................ &............. .............
8. The trains have stopped. I can’t come to class today.
9. ............................................................................................................................................................................................................ &............. .............
10. I’m afraid I can’t meet you for dinner tonight. I have to work late.
&............. .............

Part 2: Look at the sentences again. Match the statements to the responses.

Split Task Resources 79

Scripts

Unit 8 : You have six messages

Listening 1 (A: Matt B: a receptionist) Track 38

A: Excuse me, is this Reception?
B: Yes sir, how can I help you?
A: How do I get my voicemail?
B: Oh, just press 9, sir, and it’ll give you all your messages.
A: Okay. Thanks.
B: You’re welcome, sir.

Voicemail Recording: You have four messages.

• Hello, Matt. It’s Viv. Can we meet in the coffee shop in your hotel? At seven? Let me know if that’s
okay. See you then.

• This is a message for Mr. Hodson from Derek at National Airlines. Could you call our office to
reconfirm your flight? Our office hours are from 9:00 am to 9:00 pm, seven days a week. Or you can
leave a message at 383-475-332, and one of our staff will contact you. Thank you very much.

• Uh, good afternoon, Mr. Hodson. Uh, this is Peter Hall from NTM Associates. Can we change the
time of the meeting tomorrow? If it’s okay with you, could we meet at 2:45 instead of 2:00? My cell
phone number is 090-419-7768. That’s 090-419-7768. Thank you.

• Matt, sorry, it’s Viv again. Look, I can’t make it at seven. I’m waiting for Willie, and he’s late. I’ll be
there at eight. If that’s a problem, could you call me at 090-872-435-611. Hope to see you around 8:00.

Voicemail Recording: No more messages.

A: Hello, is that Room Service?

84 Scripts

แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวชิ าเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะฟัง-พูด)

TOP-UP Listening & Speaking 1

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ผู้เรยี บเรยี ง
มนทกานติ เตชะสวัสด์วิ ิทย์
ผตู้ รวจ
ดร.พิทักษ์ นิลนพคุณ
เพ็ญมาส กำ�เหนดิ โทน
บุษกร วิเศษสมบตั ิ
บรรณาธิการ
พริ ณุ ติลภัทร

2

การจัดหนว่ ยการเรยี นรู้

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง

Unit Topic Time/Hours
3
1 Nice to meet you! 3
3
2 Could you say that again? 1
3
3 I’ve lived here all my life 3
3
Vocabulary Notes Presentation 1
3
4 I’d like a coffee please 3
3
5 Can I try this on? 1
3
6 When would you like to fly? 3
3
Vocabulary Notes Presentation 1
40
7 Now here's the weather

8 You have six messages

9 Is there a bank near here?

Vocabulary Notes Presentation

10 Room service, how can I help you?

11 When’s the last train to New York?

12 Passport please

Vocabulary Notes Presentation

Total

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1

1

3

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 8 เรอ่ื ง You have six messages

รหสั วิชา ................................. รายวชิ าเพ่มิ เติม ภาษาอังกฤษ (ทกั ษะฟง-พดู ) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1
กลุมสาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ ปการศกึ ษา 25...... ภาคเรยี นที่ ...... เวลา 3 ชัว่ โมง
ผสู อน ....................................................

1. ผลการเรียนรู (Learning Outcome)

1.1 จบั ใจความสําคญั ตีความและระบุรายละเอียดจากการฟงบทสนทนาตา งๆ
1.2 ใชภ าษาส่อื สารในการพดู โตตอบเพื่อขอและใหขอ มูลเก่ยี วกบั ตนเองและส่งิ แวดลอมใกลตวั ในสถานการณ
ตา งๆ โดยใชภ าษา กริ ิยาทา ทาง นํา้ เสยี งไดเ หมาะสมกับวัฒนธรรมของเจา ของภาษาและสถานการณ
1.3 ฝกฝนวิธีการเรียนรูภาษาอังกฤษดวยตนเอง การบริหารจัดการเวลา เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษานอก
หองเรียน

2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)

การใชภาษาสื่อสารไมวาจะโดยการพูด หรือเขียนผานการฝากขอความทางโทรศัพท เพื่อขอและใหขอมูล
เก่ียวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวในสถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม ยอมแสดงถึงความสามารถในการจับ
ใจความสําคญั ตีความส่ิงที่ไดฟ ง ไดอ ยา งมีประสทิ ธภิ าพ เปนการฝกวธิ กี ารเรยี นรูภาษาอังกฤษดวยตนเอง และพัฒนา
ทกั ษะทางภาษานอกหองเรียนไดเ ปนอยา งดี

3. สาระการเรยี นรู (Learning Contents)

3.1 ดานความรู (Knowledge)
- ภาษาท่ีใชในการแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความ

ชว ยเหลอื ในสถานการณตางๆ
- หลกั การออกเสียงเนนหนัก-เบา ในคาํ (Word Stress)
- หลกั การออกเสยี งเนน หนกั -เบา ในประโยค (Sentence Stress)

3.2 ดานทกั ษะกระบวนการ (Process/Skills)
- ทักษะการฟง-พดู

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
แผนการจดั การเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1

42

3.3 ดา นเจตคติ (Attitude/Desired Character)
- ใชภ าษาอังกฤษอยา งมีมารยาท ถกู ตอ งตามกาลเทศะและบคุ คล

- มีประสิทธิภาพในการสือ่ ความ

4. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน

 ความสามารถในการสือ่ สาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแกป ญ หา

 ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ  ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

 รักชาติ ศาสน กษัตรยิ   ซ่ือสตั ย สจุ ริต  มีวินยั  ใฝเ รยี นรู
 อยอู ยา งพอเพยี ง  มงุ มนั่ ในการทํางาน  รักความเปน ไทย  มีจิตสาธารณะ

6. ภาระงาน/ชิน้ งาน

- Try it Out! กิจกรรมการเขียนสคริปตเพื่อฝากขอความเสียงทางโทรศัพทตามสถานการณท่ีแตกตางกัน
4 สถานการณ

7. การวัดและประเมินผล

วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ
1. สงั เกต แบบสังเกตการมสี ว นรวมในการทํากจิ กรรม
คะแนน ผลการประเมนิ
2. ประเมิน แบบประเมนิ ทกั ษะการเขียน 18-20 ดมี าก
16-17 ดี
14-15 พอใช
10-13 ผาน

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1

35
8. กิจกรรมการเรียนรู

- นักเรยี นจับคู ฝกพูดคาํ ศพั ท สํานวน และโครงสรา งประโยคที่ใชในการฝากขอความเสยี งทางโทรศัพท
- นักเรียนจับคู ฟงเพื่อจับใจความขอความเสียงทางโทรศัพท 4 ขอความ และเขียนเติมขอมูล รายละเอียด
ลงในตารางที่กําหนดใหได
- นกั เรยี นจบั คู ฝกเขียนตามคําบอกเพื่อแลกเปล่ียนขอมูลซึ่งกันและกัน โดยใชกิจกรรม Information Gap
Dictation
9. สอ่ื /แหลง เรยี นรู
- หนงั สือเรยี น TOP-UP Listening & Speaking 1 หนา 41-45
- Audio CD Track (38, 39, 40, 41)
- การด สถานการณสมมติ 4 สถานการณ

แผนการจดั การเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

64

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1 เร่อื ง You have six messages
รหสั วิชา................................ รายวิชาเพม่ิ เติม ภาษาอังกฤษ (ทกั ษะฟง-พูด) ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1

กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตา งประเทศ ปการศกึ ษา 25...... ภาคเรียนท่ี....... เวลา 1 ชว่ั โมง

ผสู อน.....................................................

1. ผลการเรยี นรู (Learning Outcome)
1.1 จับใจความสําคัญ ตีความและระบุรายละเอียดจากการฟง บทสนทนาตา งๆ
1.2 ใชภาษาส่ือสารในการพูดโตตอบเพ่ือขอและใหขอมูลเก่ียวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัว

ในสถานการณต า งๆ โดยใชภ าษา กริ ิยาทาทาง น้ําเสยี งไดเหมาะสมกบั วัฒนธรรมของเจา ของภาษาและสถานการณ
1.3 ฝกฝนวธิ ีการเรียนรูภาษาอังกฤษดวยตนเอง การบริหารจัดการเวลา เพ่ือพัฒนาทักษะทางภาษานอก

หอ งเรียน

2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
พูดฝากขอความเสยี งทางโทรศัพทโ ดยใชโครงสรา ง และสาํ นวนตามทีก่ าํ หนดใหไดอ ยางเหมาะสม

3. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
การพูดสื่อสารเพื่อขอและใหขอมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวในสถานการณตางๆ ใน

ชีวติ ประจําวนั ไดอยา งเหมาะสม นอกจากชว ยสรา งความมนั่ ใจในการใชภ าษาแลว ยังเปนการพัฒนาทักษะทางภาษา
นอกหอ งเรยี นทีด่ ีอกี ดวย

4. สาระการเรยี นรู (Learning Contents)
4.1 ดานความรู (Knowledge)
- ภาษาท่ีใชในการแสดงความตองการตอบรับและปฏิเสธการขอความชวยเหลือในสถานการณตางๆ ทาง

โทรศพั ท
4.2 ดานทักษะกระบวนการ (Process/Skills)
- ทกั ษะการพูดเพ่อื ขอและใหขอมูล
- กระบวนการเรยี นภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร (Communicative Approach)
4.3 ดานเจตคติ (Attitude/Desired Character)
- ใชภ าษาอังกฤษอยางมมี ารยาท ถกู ตอ งตามกาลเทศะและบคุ คล

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
แผนการจดั การเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1

57
5. กิจกรรมการเรยี นรู

ประกอบดวย 3 กิจกรรมหลักดังนี้ 1) กิจกรรม Let’s Start! 2) กิจกรรม Conversation Flow
3) กจิ กรรม Words & Expressions ดาํ เนนิ กิจกรรมตามขั้นตอน ดังน้ี

 ขั้นนาํ เสนอ (Presentation) : Let’s Start! (หนังสือเรยี นหนา 41)
- ครูนําเขาสูบทเรียนโดยการโชวโทรศัพทมือถือของตนเอง แลวถามนักเรียนวา Do you have a cell

phone? (cell phone หรือ cell: American English/ mobile phone หรือ mobile: British English) จากนั้น
ถามตอวา What do you think we can use it for? ใหนักเรียนทั้งชั้นชวยกันคิดคําตอบ และครูเขียนคําตอบที่ได
บนกระดาน เชน call friends, play games, watch movies, etc.

- ครใู หน ักเรยี นดขู อ ความใน Part A พรอมๆกับครพู ดู ขอความใหนกั เรียนฟงทีละขอ โดยเนน เสียงในคําที่
แสดงความหมายโดยเฉพาะคาํ กิริยา และคาํ นามหลกั ในแตล ะประโยค (ครอู าจแสดงทาทางประกอบไปดวยในแตละ
ขอเพ่ือชวยใหนกั เรยี นเขาใจความหมาย)

- จากน้ันใหนักเรียนเลือกคําตอบ Yes หรือ No จากขอความท้ัง 6 ขอความนั้นอีกคร้ังหนึ่ง ครูสํารวจ
คาํ ตอบแตล ะขอโดยการใหน กั เรยี นยกมอื ถาตอบ Yes พรอมท้ังสนับสนุนคําตอบโดยการอธิบายเพ่ิมเติม ตลอดจน
สลับใหนกั เรียนไดแ สดงความคิดเหน็ ดว ย

- ใน Part B ครนู าํ นักเรียนพูดคาํ ถามทีละขอเพ่อื ใหม่ันใจวา นกั เรียนสามารถออกเสยี งตามไดอยา งถกู ตอง
จากนน้ั ครลู องสุมถามนกั เรยี นในแตล ะขอเพ่อื ใหเ พือ่ นดูเปน ตวั อยา ง กอ นทจ่ี ะใหนักเรียนจับคูและสลับกันถาม-ตอบ
คําถามทั้งหมด

 ขัน้ ฝก (Practice) : Conversation Flow (หนังสอื เรียนหนา 41)
(คําส่ัง) ใหนักเรียนจับคูกัน สํารวจขอความเสียงจากเคร่ืองตอบรับในโทรศัพทหมายเลข 1-6 โดย

ใสเ ครือ่ งหมาย  ลงในชองวา ง หนา ขอความทีค่ ิดวามคี วามสมบูรณครบถวน และใสเคร่ืองหมาย  หนาขอความ
ทค่ี ดิ วายังไมส มบูรณพอเพราะขาดขอ มูลท่ีสําคญั ไป

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
แผนการจัดการเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1

86
- ครนู าํ นักเรยี นพดู ขอ ความทั้งหมดทีละขอ เพ่ือใหนักเรียนไดฟงและทําความเขาใจขอความไปพรอมๆ

กัน ครูทาํ ใหดูเปน ตัวอยา ง 1 ขอ จากนนั้ ใหน กั เรียนชวยกนั อภิปรายวาควรจะใสเคร่อื งหมาย  หรือ  ครูสนับสนนุ
คําตอบถานักเรียนลงความเห็นวา  ขอความยังไมสมบูรณ เน่ืองจากขาดเบอรโทรศัพทสําหรับติดตอกลับ และ
อธบิ ายเพม่ิ เติมตามท่เี หน็ สมควร กอ นใหน ักเรยี นลงมือปฏิบตั เิ อง

- จากนั้นครตู รวจสอบคาํ ตอบกบั นักเรียนท้ังช้ัน

 ขนั้ นาํ ไปใช (Production) : Words & Expressions (หนงั สือเรียนหนา 42)
(คําสั่ง) Part A ใหนักเรียนนําคําศัพทท่ีกําหนดใหไปเติมลงในขอความเสียงทางโทรศัพท (Voicemail)

ทีใ่ หม าใหถ ูกตองโดยคาํ ศัพทแ ตละตัวสามารถใชไ ดเพยี งคร้งั เดยี วเทา นั้น

- ครูใหน ักเรียนชว ยกนั ออกเสยี งคําศพั ททีละตัว จากน้ันใหเวลานักเรียนอานขอความเสียงทางโทรศัพท
แลว เลือกเติมคาํ ศพั ทใหครบทกุ ชอง

- กอนตรวจคําตอบ Part A ครูแนะนําเรื่องการออกเสียงเนนหนัก-เบาในคํา (Word Stress) ของ
ภาษาอังกฤษ วา จะเกิดขึ้นไดเฉพาะในคําท่ีมีตั้งแตสองพยางคขึ้นไปเทาน้ัน จากนั้นใหนักเรียนสํารวจคําใน Part B
ทั้ง 8 คาํ แลว ใหระบุจํานวนพยางคของแตละคําตามตัวอยาง กอนท่ีครูจะสุมเรียกนักเรียนใหตอบทีละคนเพื่อเปน
การตรวจคาํ ตอบ

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
แผนการจดั การเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1

79

- ครูนาํ นกั เรียนตรวจคาํ ตอบใน Part A โดยครพู ูดขอ ความเสยี งทางโทรศพั ท (Voicemail) แลว หยดุ เวน
วรรคเมอื่ ถึงชอ งวา งท่ตี อ งการใหน กั เรียนไดชวยกันพูดคาํ ตอบพรอ มๆ กัน

- จากนน้ั ครบู อกใหนักเรียนลองพยายามพูดออกเสียงคลอตามครูไปเบาๆ ในระหวางท่ีครูพูดขอความ
ทเ่ี หลือทั้งหมด แตเ มือ่ ถงึ คําศัพทท ่ีจะตอ งเติมในแตล ะชอง ใหนักเรยี นชว ยกันพูดดงั ๆ เพ่ือเปนการตรวจคําตอบ

- นักเรียนฝกพูดขอความเสียงทางโทรศัพทที่สมบูรณแลวอีกคร้ังหน่ึง โดยเนนเสียงหนัก-เบาในคําท่ีมี
หลายพยางคใหถูกตอ ง (หากมีความพรอ ม และมีเวลาพอ อาจใหนกั เรียนลองฝก พูดอดั เสียงลงในโทรศัพทดว ยกไ็ ด)
6. การวัดและประเมินผล

- สงั เกตการมีสวนรว มในการทํากจิ กรรมกลมุ
- สงั เกตความพยายามในการพดู โตตอบกันในการทํากิจกรรมคู
7. สอ่ื /แหลงการเรยี นรู
- หนงั สือเรียนหนา 41-42 หัวขอ Let’s Start!, Conversation Flow, Words & Expressions
- โทรศัพทม อื ถือ
8. บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู
................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
9. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
แผนการจดั การเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1

10 8

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2 เรือ่ ง You have six messages

รหสั วชิ า................................ รายวชิ าเพ่ิมเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะฟง -พดู ) ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1

กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ ปก ารศกึ ษา 25...... ภาคเรยี นท่ี....... เวลา 1 ชัว่ โมง

ผูส อน.....................................................

1. ผลการเรยี นรู (Learning Outcome)
1.1 จับใจความสาํ คัญ ตคี วามและระบรุ ายละเอียดจากการฟงบทสนทนาตา งๆ
1.2 ใชภาษาส่ือสารในการพูดโตตอบเพ่ือขอและใหขอมูลเกี่ยวกับตนเองและส่ิงแวดลอมใกลตัวในสถานการณ

ตา งๆ โดยใชภ าษา กริ ยิ าทาทาง น้ําเสียงไดเหมาะสมกบั วัฒนธรรมของเจา ของภาษาและสถานการณ
1.3 ฝกฝนวธิ ีการเรียนรภู าษาอังกฤษดว ยตนเอง การบรหิ ารจดั การเวลา เพือ่ พัฒนาทกั ษะทางภาษานอกหอ งเรียน

2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
- ฟง ขอ ความเสยี งทางโทรศพั ท แลวจบั ใจความ บอกรายละเอียดไดถูกตอง

3. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
ความสามารถในการจับใจความสําคัญ และตีความส่ิงท่ีไดฟงไดอยางมีประสิทธิภาพ ตองเกิดจากการฝกฝน

อยา งจรงิ จงั และเรียนรเู ทคนิคในการฟง ที่ถกู ตอ งประกอบกันไปดวย

4. สาระการเรยี นรู (Learning Contents)
4.1 ดา นความรู (Knowledge)
- สํานวนภาษาที่ใชในการเสนอและปฏิเสธการใหความชวยเหลือ หรือช้ีแจงเหตุผล ในสถานการณตางๆ

ในสถานการณต า งๆ
- หลักการออกเสียงเนนหนกั -เบา ในคํา (Word Stress) และในประโยค (Sentence Stress)

4.2 ดา นทกั ษะกระบวนการ (Process/Skills)
- ทกั ษะการฟง -พดู

4.3 ดานเจตคติ (Attitude/Desired Character)
- รกั การเรยี นรภู าษาองั กฤษและฝก ฝนอยางจริงจงั และเพียงพอ

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
แผนการจดั การเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1

9 11
5. กจิ กรรมการเรยี นรู

ประกอบดว ย 3 กจิ กรรมหลกั ดงั น้ี 1) กิจกรรม Let’s Listen! 2) กิจกรรม Listen Again 3) กจิ กรรม Listening
Clinic ดาํ เนินกิจกรรมตามขน้ั ตอน ดังนี้

 ขั้นนาํ เสนอ (Presentation) : Let’s Listen! (หนงั สือเรยี น หนา 42)
- ครนู ําเขาสบู ทเรียนดว ยการทบทวนการออกเสียงเนนหนัก-เบาในคํา (Word Stress) ของคําศัพทตอไปนี้
บนกระดาน: okay, tomorrow, later, hotel, airline, o’clock, national (Optional: เตรียม power point
presentation หรือใช online dictionary ในการนําเสนอจะทําใหนาสนใจมากยิ่งขึ้น) นักเรียนฝกออกเสียงตาม
อยา งถกู ตอ ง
(คําสงั่ ) ฟงขอความเสียงทางโทรศัพท 4 ขอความ แลว ตอบคาํ ถาม Where is Matt exactly?
- ครูเปดขอ ความเสยี งทางโทรศัพท (CD Track 38) ใหน กั เรียนฟงทัง้ 4 ขอ ความ เพอื่ ใหนักเรยี นตอบคําถาม
ตามท่ี กาํ หนด จากนั้นให นักเรยี นลองตรวจคาํ ตอบกบั เพ่อื นขา งๆ(ครูอาจใหนักเรยี นฟง มากกวา 1 รอบแตไ มค วรเกนิ
3 รอบ ทัง้ น้เี พ่อื เปนการชวยใหน กั เรียนมีกําลังใจที่จะตองจดจอกบั การฟง เพ่ือทจี่ ะหาคําตอบใหไ ดในกิจกรรมนี้)
- ครตู รวจคาํ ตอบกับนกั เรยี นทั้งชั้น

 ขัน้ ฝก (Practice) : Listen Again (หนังสอื เรียนหนา 43/ Script 38 หนา 91)
(คาํ สง่ั ) นําขอมูลทไี่ ดจ ากการฟง ขอ ความเสยี งทัง้ 4 ขอ ความ ไปเตมิ ลงในตารางท่กี าํ หนดใหอ ยางครบถวน
- นกั เรียนฟง ขอความเสียงทง้ั 4 ขอ ความอีกคร้ังหนง่ึ (CD Track 44) จากนั้นเติมขอ มลู ทไี่ ดจากการฟงลงใน
ตารางใหครบถวนวา 1) เปน ขอ ความจากใคร (Message from) 2) เบอรโทรศัพทติดตอท่ีฝากไวคืออะไร (Contact
number) และ 3) มีรายละเอียดอื่นๆ เพ่มิ เตมิ อกี วา อยา งไร (Details)จากนั้นใหนักเรียนตรวจคําตอบกับเพ่ือนขางๆ
อีกครง้ั หน่งึ (ในกิจกรรมน้ี เพื่อใหน กั เรยี นไดฝ ก ทักษะการฟงอยางแทจรงิ ครคู วรใหนักเรียนฟงมากกวา 1 รอบ หรือ
ตามทเ่ี ห็นสมควร ทง้ั นคี้ รสู ามารถมอบหมายใหน กั เรียนทํางานเปนคู แทนงานเด่ียวได เพราะจะชวยลดความกดดัน
ไมใ หน ักเรียนคดิ วาเปน การแขง ขนั กับคนอน่ื แตเ ปน การฝก การทาํ งานรวมกันแทน)

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1
แผนการจัดการเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1

12 10

 ขั้นนาํ ไปใช (Production) : Listening Clinic: Sentence Stress (หนังสือเรียน หนา 43)
กจิ กรรมใน Listening Clinic เปน กจิ กรรมท่ีจะชวยใหนักเรียนคุนเคยกับลักษณะวิธีและการพูด การออก
เสียงของเจาของภาษาไดเปนอยางดี ซ่ึงจะชวยใหนักเรียนฟงไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลําดับ โดยจุดเนน
แตกตางกันไปในแตล ะหนวย
คําสงั่ คาํ สําคัญเทานัน้ ท่ีจะถกู เนนในการพูด (Important words are stressed)
- ครอู ธบิ ายวา ในการพดู ภาษาองั กฤษโดยทัว่ ไป การออกเสียงเนนหนัก-เบา ไมไดมีเพียงการเนนในระดับคํา
(Word Stress) เทานั้น แตยังใหความสําคัญกับการเนนคําหรือกลุมคําที่ตองการสื่อความหมาย ในระดับประโยค
(Sentence Stress) อีกดวย โดยในท่ีน้ี คําหรือกลุมคําที่ตองการส่ือความหมายจะเรียกวาคําสําคัญ (Important
words) ซึ่งเจา ของภาษาจะพดู ดวยเสยี งทดี่ ัง และฟงไดชดั เจนกวาคาํ อื่นๆ ในประโยค เชน
จากประโยคตัวอยาง Can we meet in the coffee shop? คําสําคัญไดแก คําท่ีแสดงอาการ (Action
verbs: ในประโยคตวั อยา งคือคาํ วา meet) คํานาม (Nouns: ในประโยคตัวอยา งคอื คําวา shop) ตลอดจนคาํ คุณศัพท
(Adjectives: ในประโยคตัวอยางคือคําวา coffee ซ่ึงเปนคํานามท่ีทําหนาท่ีเปนคุณศัพทขยาย shop นั่นเอง) และ
คํากริยาวิเศษณ (Adverbs) อีกดวย ถามีอยางไรก็ตาม คําแรกและคําสุดทายในแตละประโยค จะเปนคําที่ผูพูด
มกั ออกเสยี งอยา งชัดเจนอยูแลว จึงถอื เปน คําสําคัญไดเชน กัน
Part A คําสั่ง ฟงขอความตอ ไปนี้ แลวเขียนวงกลมลอ มรอบคําทเ่ี ปน คาํ เนน หรือคําสาํ คญั ในประโยค
- ใน Part A ครูเปด ขอความเสียงจาก CD Track 39 ใหนักเรยี นฟง นักเรียนเขียนวงกลมลอมรอบคําท่ีคิดวา
เปน คําสําคัญในแตล ะประโยคจากน้ันครตู รวจสอบความถกู ตองกบั นักเรยี นทัง้ ช้ัน

แผนการจัดการเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมธั ยแมผศนกึ กษาารปจท ัด่ี ก1ารเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1

11

13
Part B คาํ สง่ั ฟงขอ ความเสียงในโทรศพั ทแ ลวเติมขอความ A: ใหสมบูรณ
- ใน Part B ครูเปดขอความเสียงจาก CD Track 40 นักเรียนฟง แลวเติมคําที่หายไปในขอความ A:
ใหส มบูรณ จากนั้นตรวจสอบคําตอบของตนเองกบั เพื่อนขา งๆ และฝกอานออกเสียงขอ ความทงั้ หมดดวยกัน
6. การวดั และประเมินผล
- ประเมนิ จากความถูกตอ งในการทํากจิ กรรม
- สงั เกตการมีสว นรวมในการทํากจิ กรรมกลมุ /คู
7. สอ่ื /แหลง การเรยี นรู
- หนงั สือเรยี นหนา 42-43 หวั ขอ Let’s Listen!, Listen Again, และ Listening Clinic
- Audio CD (Track 39, 40)
8. บันทึกหลังการจดั การเรียนรู
................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
9. กิจกรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แผนแกผานรกจาัดรจกัดากรเารรยีเรนยี รนู้ รTู OTOP-PU-UPPLLisistetenniningg&& SSppeeaakkiinngg11ชชนั้ ัน้ มมธั ธัยยมมศศกึ ษึกาษปาทป่ีีท1่ี 1

14 12

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 3 เร่ือง You have six messages

รหสั วิชา................................ รายวิชาเพม่ิ เติม ภาษาองั กฤษ (ทักษะฟง -พูด) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1

กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ ปการศกึ ษา 25...... ภาคเรียนท่ี....... เวลา 1 ชัว่ โมง

ผูสอน.....................................................

1. ผลการเรยี นรู (Learning Outcome)
1.1 จับใจความสําคญั ตีความและระบรุ ายละเอยี ดจากการฟง บทสนทนาตา งๆ
1.2 ใชภาษาสื่อสารในการพูดโตตอบเพื่อขอและใหขอมูลเก่ียวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวในสถานการณ

ตา งๆ โดยใชภาษา กริ ิยาทาทาง นาํ้ เสยี งไดเ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจาของภาษาและสถานการณ
1.3 ฝก ฝนวธิ ีการเรียนรภู าษาอังกฤษดว ยตนเอง การบรหิ ารจดั การเวลา เพ่ือพฒั นาทกั ษะทางภาษานอกหองเรียน

2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
พูดและเขียนขอมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวเก่ียวกับสถานการณตางๆ ในชีวิตประจําวัน โดยใช

โครงสรางทางภาษาท่ีกําหนดใหไดอยา งเหมาะสม

3. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด (Learning Concept)
การใชภาษาสือ่ สารไมวา จะโดยการพูด หรือเขียนผานการฝากขอความทางโทรศัพท โดยใชโครงสรางทางภาษา

ทีก่ าํ หนดใหไดอยางเหมาะสมแสดงถงึ ประสทิ ธิภาพในการเรยี นรูภาษาองั กฤษดวยตนเองไดเ ปนอยางดี

4. สาระการเรยี นรู (Learning Contents)
4.1 ดา นความรู (Knowledge)
- ภาษาที่ใชในเพี่อขอและใหขอมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดลอมใกลตัวเก่ียวกับสถานการณตางๆ

ในชวี ิตประจาํ วนั
- การพูดและเขียนขอความเพือ่ ฝากขอ มลู ทางโทรศัพท
- หลักการออกเสยี งเนนหนัก-เบา ในประโยค (Sentence Stress)

4.2 ดา นทักษะกระบวนการ (Process/Skills)
- ทักษะฟง-พดู

4.3 ดานเจตคติ (Attitude/Desired Character)
- ใชภ าษาอังกฤษอยา งมีมารยาท ถกู ตองตามกาลเทศะและบคุ คล
- มีประสทิ ธภิ าพในการส่ือความ

แผนการจดั การเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
แผนการจัดการเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1

13 15
5. กจิ กรรมการเรียนรู

ประกอบดว ย 3 กจิ กรรมหลักดงั น้ี 1) กจิ กรรม Focus on Patterns 2) กจิ กรรม Act It Out! 3) กจิ กรรม Try It
Out! ดําเนนิ กจิ กรรมตามข้นั ตอน ดังนี้

 ขนั้ นาํ เสนอ (Presentation) : Focus on Patterns (หนังสือเรยี นหนา 44)
- ครูนําเขาสูบทเรียนดวยการทบทวนการเนนเสียงในคําสําคัญ (Important words) จากแบบฝกหัด
ใน Listening Clinic Part A โดยการขออาสาสมัคร 3 คนเพ่ือพูดประโยคทั้งสามประโยคใหเพ่ือนฟง ครูอธิบาย
เพิ่มเตมิ เรื่องการใชระดับเสียงขึ้น-ลง (Intonation) ในการพูดท่ีแตกตางกันระหวางประโยคบอกเลา และประโยค
คาํ ถาม โดยการเขียนประโยคตอ ไปนี้บนกระดาน จากน้ันครูขออาสาสมัครเพ่ือออกมาเขียนเคร่ืองหมายระดับเสียง
หรอื ตามท่คี รพู ดู

Hi Chris. It’s Kathy. Can you call me back?
This is Russell from Sunny Tours. I’ll call back in the morning.
 ข้ันฝก (Practice) : Act it Out!
- นักเรยี นท้ังชัน้ ฝกพดู ประโยคบนกระดานอกี ครง้ั หนง่ึ โดยใชร ะดับเสียงข้ึน-ลง อยา งถกู ตอง
Part One คาํ สัง่ กอ นทจ่ี ะฟง ใหน กั เรียนสํารวจขอความเสยี งทง้ั 4 ขอความตอไปนี้ แลวทายวาคําท่ีหายไป
ในแตล ะชอ งวา งของแตละขอ ความควรเปนคําวาอะไรบาง และหากคาํ ทตี่ องการจะเติมเปน คาํ ยอ เชน I’ll, he’s, etc.
ใหถ ือวาเปนคําเด่ยี ว ลงในหน่งึ ชอ งเทานั้น (หนงั สือเรยี น หนา 44)

- ครูใหนกั เรียนจบั คกู ัน ชวยกนั คดิ และทายวาคําท่คี วรนาํ มาเติมในแตละชองวา งคอื อะไร นักเรียนเตมิ คําตอบ
ของคตู นเองลงไป (อาจเตมิ ไดเ ปน บางสว น ไมค รบทกุ ชอ งกไ็ ด)

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
แผนการจดั การเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1

16 14
Part Two คาํ สั่ง ฟง ขอ ความสียงแลวตรวจสอบดูวาสามารถทายถูกบา งหรือไม (หนังสอื เรียนหนา 44)
- ครเู ปด ขอ ความเสยี งทงั้ 4 ขอ ความจาก CD Track 41 เปนการตรวจคําตอบ จากน้ันครูอธิบายเพ่ิมเติมวา

ขอความในแตละชอ งวา งท่หี ายไปมกั จะเปน เพยี งสว นโครงสรา งทางไวยากรณท่ที าํ ใหป ระโยคสมบรู ณ ซึง่ มคี วามสาํ คัญ
มากในดานการเขียน แตในการพดู จะถอื วาคาํ เหลานไ้ี มใ ชค าํ สาํ คัญทแ่ี สดงความหมายของประโยค จงึ สามารถพดู แบบ
รวบคาํ โดยไมต อ งเนนมากกไ็ ดจงึ ทาํ ใหในการฟงตามปกติ บางครั้งเราจึงไมไดยินเสียงคําเหลานั้นชัดเจนน่ันเอง คําท่ี
เปนโครงสรา งทางไวยากรณท ่ีไมคอยถูกเนน ในการพดู ไดแ ก คําสรรพนาม (Pronoun) คําบพุ บท (Preposition) และ
พวกคํากริยาชวยทง้ั หลาย เชน Verb to be, Modal verbs เปนตน

คําสัง่ ใหนกั เรียนจับคกู นั เปน A และ B ทาํ กิจกรรม Act It Out! (หนงั สือเรยี นหนา 44) โดยนกั เรียน A ใหใ ช
ขอมลู จากใบงานในหนา 70 สว นนักเรียน B ใชขอ มลู จากใบงานในหนา 79

- นักเรียน A และ B จับคูกัน ทํากิจกรรม Information Gap Dictation เขียนตามคําบอก สคริปตฝาก
ขอ ความเสียงโดยพูดแลกเปล่ียนขอมลู ซ่งึ กนั และกนั ทลี ะขอ ตามใบงานท่ีไดร บั โดยทาํ ตามคําสั่งตอไปนี้

แผนการจดั การเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
แผนการจดั การเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1

15

17

Student A: Part 1: เปน คนเรม่ิ กอ น โดยอานประโยคแรกในกลมุ ประโยคของตนเองให Student B ฟง
จากนั้นใหต ง้ั ใจฟง ประโยคทSี่ tudent B อาน แลว เขียนตามคาํ บอกลงในชองวางแรกในใบงานของตน แลว สลบั เปน
คนอานในขอความตอไป

Student B: Part 1: คขู องนกั เรยี นคือStudent A จะเปนผูเริ่มอานกอ น เพื่อใหน ักเรียนเขยี นตามคําบอกลง
ในขอ 1 ในใบงาน จากนั้น Student B อา นประโยคทส่ี องในกลุมประโยคของตนเองใหStudent A ฟงเพ่ือเขียนตาม
คาํ บอกลงในชองวา งในใบงาน สลบั กันไปจนครบทกุ ประโยค

- กิจกรรมนี้จะทําใหนักเรียนไดมีโอกาสฝกทั้งทักษะการฟงและการพูดท่ีจะตองมีการเนนเสียงหนัก-เบา
ในประโยค (Sentence Stress) ตามหวั ขอทไ่ี ดเรียนมา

- หลังจากน้ัน ใน Part 2 นักเรียนแตละคนจะตองมาพิจารณาจับคูขอความ (S: Statement) กับคําตอบ
(R: Response) ทเี่ หมาะสมในแตล ะคูอีกครงั้ หน่งึ โดยเขียนตวั เลขขอทีเ่ ลือกลงในชองทกี่ ําหนดใหที่อยทู างดานขวามอื
ของใบงาน (ในกิจกรรมน้ีครูควรยํ้าและสงเสริมใหนักเรียนใชสํานวนในการตรวจสอบการฟงในระหวางการ

แลกเปลี่ยนขอมูล เชน Pardon me?, How do you spell ‘Steve’?, Slow down, please. etc. เพื่อเพิ่ม
ประสิทธภิ าพในการทาํ กิจกรรม และฝก การใชภ าษาองั กฤษตามสถานการณจ รงิ )

- เม่อื ทํากจิ กรรมครบทั้งสองตอนแลว นกั เรียนแตละคูจ งึ จะสามารถไปขอตรวจสอบคําตอบกบั ครไู ด

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
แผนการจดั การเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 1

18 16
 ขนั้ นําไปใช (Production) : Try It Out! (หนงั สอื เรียนหนา 45)
คําส่งั นักเรยี นศกึ ษาขอมูลจาก 4 สถานการณทแ่ี ตกตางกนั ตามที่กาํ หนดให แลวเขยี นสครปิ ตขอ ความเสยี ง

ท่ตี นตองการฝากขอ ความ ของแตละสถานการณลงในกลอ งคาํ พูดท่ีเตรียมไวใ ห

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
แผนการจดั การเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 1

17 19

- ครูเตรียมการดสถานการณสมมติ 4 สถานการณ ตามขอมูลจากหนา 45 จากน้ันแบงนักเรียนออกเปน
4 กลุม เพ่อื ชวยกันระดมสมองวาหากเปน ตัวนกั เรยี นเอง เม่ือเจอสถานการณเ ชนนนั้ จะฝากขอความเสียงทางโทรศพั ท
วา อยางไรไดบ างจากนั้น ใหน ักเรียนเขียนสคริปตขอความของตนเองไว (อาจใหนักเรียนแลกเปล่ียนกันอานสคริปต
เพือ่ ดูวาเหมอื นกนั หรือไม อยา งไรไดอ กี ดวย)

- หากมเี วลาพอ ครูอาจจับเวลา แลวใหนักเรียนไดเปล่ียนกลุมเพ่ือไปเจอสถานการณอ่ืนๆ ท่ีเหลือจนครบ
จากนนั้ ใหนกั เรียนเลอื กสถานการณทตี่ นพอใจ อดั เปน คลปิ เสียงการฝากขอความทางโทรศพั ทส งเปน การบาน โดยครู
ตอ งเนนยํ้าใหน กั เรยี นไดฝก การพูดแบบเนนคาํ สาํ คญั ในประโยค (Sentence Stress) ตามท่ีไดเรยี นมา

แนวคาํ ตอบ

Hello Terry, it’s me ….. Hi Tim. Please stop by at
Do you know what time the supermarket and buy me
the library closes? Please
some milk. I’m at home
call me back! now!

Hi Chris, it’s me …..
What’s wrong? Please
call me between 3 - 4.30

or after 6 p.m., ok?

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
แผนการจดั การเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1

20 18

6. การวดั และประเมินผล
- สังเกตการมสี ว นรวมในการทํากจิ กรรมกลมุ /คู
- ประเมินจากความถูกตอ งในการทาํ กจิ กรรม

7. สือ่ /แหลง การเรยี นรู
- หนงั สอื เรยี นหนา 44-45 หัวขอ Focus on Patterns, Act it Out!, Try it Out!
- Audio CD (Track 41)
- การดสถานการณสมมติ 4 สถานการณ

8. บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู
................................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................

9. กจิ กรรมเสนอแนะ
................................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
แผนการจัดการเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1

วิธกี าร เคร่ืองมอื 19 21
1. สังเกต แบบสังเกตการมสี วนรว มในการทาํ กจิ กรรม
เกณฑ
2. ประเมิน 1. แบบประเมินทกั ษะการฟง -การพดู
2. แบบประเมินความสามารถในการจบั ใจความสําคัญของเร่อื งท่ฟี ง คะแนน ผลการประเมิน
9-10 ดีมาก
8-9 ดี
6-7 พอใช
5-6 ผา น

เกณฑก ารใหคะแนนการพดู

ระดบั คะแนน เกณฑการใหคะแนน นา้ํ หนกั / คะแนน
ความสําคัญ รวม
ประเดน็ 4 321 8
การประเมิน ออกเสียง คํา 2
ประโยคไดถ ูกตอ ง ออกเสียงคํา ออกเสียงคาํ ออกเสียงคํา 4
การออกเสยี ง ตามหลักการออก ประโยคได ประโยคไมถ ูกตอ ง ประโยคไม 1 4
เสยี ง มเี สียง ถูกตอ งตาม ตาม หลักการออก ถูกตอ งตาม 1 4
เนนหนักใน หลักการออก เสียง และมีเสียง หลกั การออก 1 20
ประโยคอยา ง เสยี ง มเี สยี ง เนนหนักใน เสียง ไมม เี สียง 5
สมบรู ณ เนนหนักใน ประโยคบา งและไม เนน หนักใน
ประโยคเปน ทาํ ใหส่อื สารผดิ ประโยคทําให
สวนใหญ ส่ือสารผิด
พดู ตอ เน่ือง พูดตอเน่อื ง พดู ตะกกุ ตะกกั บาง พดู เปนคาํ ๆ
การพูดคลอ ง ไมตดิ ขดั พูดชัดเจน ตดิ ขัดพูดแต แตย งั พอสอื่ สารได หยดุ เปนชว งๆ
การแสดงทาทาง / ทาํ ใหสือ่ สาร ชดั เจน ทําให ทาํ ใหส ื่อสาร
นํ้าเสียงประกอบ ไดด ี ส่อื สารได ไดไมช ัดเจน

การพูด แสดงทา ทาง ทาทางประกอบ พูดไมเปน พูดเหมือนอาน
การสบตาผูฟง ประกอบและพดู และน้ําเสียง ธรรมชาติ ไมเปนธรรมชาติ
โดยใชน ํา้ เสยี ง ไมเ หมาะสมกบั แตมที า ทาง ยืนนงิ่ ๆ ไมมี
เหมาะสมกบั บทบาท ประกอบ ทาทางประกอบ
บทบาทและ และสถานการณ และส่อื สารไดแตไม และส่ือสารไมไ ด
สถานการณ นาสนใจ
มองหนาและสบตา
ผูฟ ง บอ ยครงั้ มองหนาผูฟง มองหนาผฟู ง เปน ไมม องหนาผฟู ง
เปนคร้งั คราว คร้งั คราวแตไ ม เลย
และสบตาบา ง สบตา

รวม

แผนการจดั การเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1
แผนการจัดการเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 1

22 20
แบบบันทกึ การประเมินการพูด

เลขที่ ประเด็น/คะแนน การออกเสยี ง การพดู คลอ ง การแสดงทาทาง / การสบตา รวม
นาํ้ เสยี งประกอบการพดู ผูฟง คะแนน
ชือ่ - สกลุ 48 4 4
1 20

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

45

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
แผนการจัดการเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 1

21 23

เกณฑการใหคะแนนการฟง

ระดบั คะแนน เกณฑการใหค ะแนน น้ําหนกั / คะแนน
ความ รวม
ประเดน็ 4 3 21 สาํ คญั 4
การประเมนิ 8
สามารถตอบ สามารถตอบ สามารถตอบ ตอบคําถาม 1
ความเขาใจ คาํ ถามหลงั จาก คาํ ถามหลงั จากท่ี คําถามหลังจากท่ี หลงั จากท่ีฟง ได 4
ทฟ่ี งไดท้งั หมด ฟง ไดเปนสวนใหญ ฟงไดเ ล็กนอย นอ ยมาก 2
การจบั ใจความ จับใจความสําคัญ จบั ใจความสําคญั 4
สําคัญ จบั ใจความสําคัญ จับใจความสําคญั ของเนื้อหาได ของเน้ือหาได 1
ของเน้ือหาได ของเนื้อหาได เล็กนอย นอยมาก
การรูความหมาย ทั้งหมด เกอื บทงั้ หมด รูความหมาย รูค วามหมาย 1
คาํ ศพั ท รคู วามหมาย คาํ ศพั ททั้งหมด คาํ ศพั ทเลก็ นอย
คําศพั ททงั้ หมด รคู วามหมาย และไมชัดเจน
คําศพั ทโดย ปฏิบัติตามคําส่ัง
การปฏบิ ตั ติ าม ปฏิบัติตามคาํ ส่ัง สว นใหญ ไมคอยถูกตอง ปฏบิ ตั ิตามคาํ สง่ั
คําสง่ั ไดถกู ตองและ และชัดเจน และคอนขา งชา ไดถกู ตอ งนอย
คลอ งแคลว มาก
ปฏิบตั ติ ามคําสง่ั
ไดถูกตอ งแต
คอ นขา งชา

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
แผนการจัดการเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1

24 22
แบบบันทึกการประเมินการฟง

ประเดน็ /คะแนน ความเขา ใจ การจบั ใจ การรู ปฏบิ ัตติ าม รวม
4 ความสําคัญ ความหมาย คาํ สัง่ คะแนน
เลขท่ี 4
ช่อื - สกุล 8 คําศพั ท 20
4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

45

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
แผนการจดั การเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1

23 25

เกณฑการใหค ะแนนการเขยี น

ระดับคะแนน เกณฑก ารใหค ะแนน

ประเดน็ 43 21 น้าํ หนกั / คะแนน
การประเมิน ความสําคญั รวม
การสะกดคาํ ศัพทถูก การสะกดคาํ ศพั ท สะกดคําผดิ สะกดคําผิด
การใชภ าษา ตอ งการเลือกใชคาํ ผิดเล็กนอย พอเดา 3 12
ตรงกบั เนื้อหา วามหมายไดเขียน มาก แตพอเดา มากเขยี นรูป
เนื้อหา ประโยคถกู ตอ งมี รูปประโยคผดิ หลกั 2 8
เครือ่ งหมายวรรค ไวยากรณเล็กนอย ความหมายไดรปู ประโยคไม
ตอนท่ีถูกตอง เครอื่ งหมายวรรค
ตอนผิดเลก็ นอย ประโยคผดิ พลาด ถูกตอ ง ไมมี

มากเคร่ืองหมาย เครื่องหมาย

วรรคตอน วรรคตอน

ไมค รบหรอื

ไมถกู ตอ ง

มีรายละเอยี ดเนือ้ หา รายละเอยี ดของ มรี ายละเอยี ด มรี ายละเอยี ด
ตรงกบั ลกั ษณะที่ เนื้อหามากแตยังไม
กําหนดมากท่ีสุด ครอบคลุมท้งั หมด ของเน้ือหานอ ย ของเน้ือหา

นอยมาก

รวม 5 20

แผนการจัดการเรียนรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
แผนการจดั การเรยี นรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1

26 24

เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ แบบบันทึกการประเมินการเขียน
1
2 ประเดน็ /คะแนน การใชภาษา เนอ้ื หา รวมคะแนน
3 12 8 20
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

45

แผนการจัดการเรยี นรู้ TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
แผนการจัดการเรียนรู TOP-UP Listening & Speaking 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1

NOTE

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................



NEW สื่อการเรียนรูภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน

รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ

Close-up 1, 2, 3

NEW สื่อการเรียนรูภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน Close-upหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศNEW Close-upหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศNEW Close-upหนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ
สื่อการเรียนรูภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน สื่อการเรียนรูภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน
หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ ประกอบดวย
Close-up 1, 2, 3 Close-up 1, 2, 3 Close-up 1, 2, 3
Student’s Book, Workbook,
ประกอบดวย ประกอบดวย ประกอบดวย Teacher’s Book
Student’s Book, Workbook,
Teacher’s Book STUDENT,S BOOK 1 Student’s Book, Workbook, STUDENT,S BOOK 2 Student’s Book, Workbook, STUDENT,S BOOK 3 แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD
แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD Teacher’s Book Teacher’s Book
แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD

หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะฟง-พูด) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะฟง-พูด) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะฟง-พูด) ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 3
TOP-UP Listening & Speaking 1, 2, 3
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 Montse Watkin TOP-UP Listening & Speaking 1, 2, 3 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 MADnioagnneatlsaeShBWoantatdtokinsin TOP-UP Listening & Speaking 1, 2, 3 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 DAinagnealaShBoatntdoins
ประกอบดวย
Student’s Book, Teacher’s Note, ประกอบดวย ประกอบดวย
แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD Student’s Book, Teacher’s Note,
แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD Student’s Book, Teacher’s Note,
แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD

หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะอาน-เขียน) หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะอาน-เขียน) หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะอาน-เขียน)
Reading & Writing Fun 1, 2, 3 Reading & Writing Fun 1, 2, 3 Reading & Writing Fun 1, 2, 3

ประกอบดวย ประกอบดวย ประกอบดวย
Student’s Book, แผนการจัดการเรียนรู, Student’s Book, แผนการจัดการเรียนรู, Student’s Book, แผนการจัดการเรียนรู,
Audio CD, Test Bank Audio CD, Test Bank Audio CD, Test Bank

Sample Unit Stแuผdนeกntารs,จัBดoกาoรkเ, ีรยWนorูรkbook,Sample Unit Sample Unit Stแuผdนeกntารs,จัBดoกาoรkเ, ีรยWนorูรkbook,
Close-up 1 Stแuผdนeกntารs,จัBดoกาoรkเ, ีรยWนorูรkbook,Close-up 2 Close-up 3
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3

รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะฟง-พูด)
TOP-UP Listening & Speaking 1, 2, 3

ประกอบดวย

Student’s Book, Teacher’s Note,

แผนการจัดการเรียนรู, Audio CD

รายวิชาเพิ่มเติม ภาษาอังกฤษ (ทักษะอาน-เขียน)

Reading & Writing Fun 1, 2, 3

ประกอบดวย
Student’s Book, แผนการจัดการเรียนรู,

Audio CD, Test Bank

Sample Unit
TOP-UP Listening

& Speaking 1
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1


Click to View FlipBook Version