The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanakan.csk, 2023-06-01 22:52:03

แผน Microsoft Excel ป.6

แผน Microsoft Excel ป.6

11. ควำมเห็นของหัวหน้ำสถำนศึกษำ/ผู้ที่ได้รับมอบหมำย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของนางสาวชนกานต์ สุต๋าค า แล้วมีความเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ........................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ........ ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................. (.................................................) วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........


แบบบันทึกหลังแผนกำรสอน รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 14 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 4 กำรป้อนข้อมูลในโปรแกรม Microsoft Excel เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผลกำรเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหำอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….…………….ผู้สอน ( นำงสำวชนกำนต์ สุต๋ำค ำ ) ต ำแหน่ง ครูผู้ช่วย ………………/…………....../…………… ควำมคิดเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงชื่อ…………………………….ผู้บริหำรสถำนศึกษำ (…………………..…………………………) ต ำแหน่ง……………………………………… ………………/…………....../……………


แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่5 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 14 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 5 กำรใช้สูตรพื้นฐำนกำรค ำนวณ เวลำเรียน 3 ชั่วโมง 1. ผลกำรเรียนรู้ 1. บอกวิธีใช้งานของเครื่องมือในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้อย่างถูกต้อง 2. ใช้เครื่องมือในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ในการสร้างชิ้นงานได้ 2. สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด การใช้สูตรพื้นฐานการค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel 2016 เช่น + (บวก), - (ลบ), * (คูณ), / (หาร) และ ^ (ยกก าลัง) จะต้องใส่เครื่องหมาย = (เท่ากับ) น าหน้าสูตรก่อน แล้วตามด้วย ต าแหน่งเซลล์ หรือตัวเลขที่เป็นเหมือนตัวแปรที่จะน าค่าไปค านวณ พื้นฐานการค านวณโปรแกรม Microsoft Excel 2016 แบ่งชนิดของสูตรออกเป็น 4 ชนิด คือ 1. ตัวด าเนินการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operator) 2. ตัวด าเนินการอ้างอิง (Reference Operator) 3. สูตรในการเปรียบเทียบ (Comparison Formula) 4. ตัวด าเนินการข้อความ (Text Operation) 3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการใช้สูตรพื้นฐานการค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้(K) 2. ใช้สูตรพื้นฐานการค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้(P) 3. เห็นความส าคัญของการใช้โปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel (A) 4. สำระกำรเรียนรู้ 1. การใช้สูตรพื้นฐานการค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel 2016 2. ชนิดของสูตรพื้นฐานการค านวณ 3. การค านวณโดยตัวด าเนินการทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operator) 4. การค านวณโดยตัวด าเนินการอ้างอิง (Reference Operator) 5. การค านวณโดยสูตรในการเปรียบเทียบ (Comparison Formula) 6. การค านวณโดยตัวด าเนินการข้อความ (Text Operation)


5. สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 7. ภำระงำน 1. ใบงานที่ 6 การใช้สูตรพื้นฐานการค านวณ 2. กิจกรรม หาผลลัพธ์ 8. กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 1. วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning : CBL) 2. การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ผู้สอนถามผู้เรียนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน เช่น “5+10 เท่ากับเท่าไหร่?” แนวค ำตอบ 15 ผู้สอนถามผู้เรียนอีกครั้งว่า “5+10+14+17x3 ได้ค าตอบเท่าไหร่?” แนวค ำตอบ 138 2. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อข้อมูลมีมากขึ้น อาจจะต้องใช้เวลาในการหาค าตอบที่นานขึ้น หรือ อาจจ าเป็นต้องใช้เครื่องมือเพื่อช่วยในการหาค าตอบ เช่น เครื่องคิดเลข ซึ่ง โปรแกรมตาราง ค านวณ Microsoft Excel 2016 มีความสามารถในการช่วยหาค าตอบ จากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่าง รวดเร็ว


ขั้นสอน 3. ผู้สอนแจกใบควำมรู้ที่ 2 กำรใช้สูตรพื้นฐำนกำรค ำนวณ พร้อมอธิบายว่า การใช้สูตรพื้นฐาน การค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel จะต้องใส่เครื่องหมาย = (เท่ากับ) น าหน้าสูตรก่อน แล้วตามด้วยต าแหน่งเซลล์ หรือตัวเลขที่เป็นเหมือนตัวแปรที่จะน าค่าไป ค านวณ พื้นฐานการค านวณโปรแกรม Microsoft Excel แบ่งชนิดของสูตรออกเป็น 4 ชนิด คือ 1. ตัวด ำเนินกำรทำงคณิตศำสตร์ (Arithmetic Operator) คือ “เครื่องหมายค านวณ” เช่น บวก, ลบ, คูณ, หาร และยกก าลัง ซึ่งตัวแปรที่ใช้ กับตัด าเนินการนี้จะต้องเป็นข้อมูลตัวเลขเท่านั้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็น ตัวเลข เช่นเดียวกัน 2. ตัวด ำเนินกำรอ้ำงอิง (Reference Operator) ใช้ในการอ้างอิงต าแหน่งเซลล์บนเวิร์กชีต โดยใช้เครื่องหมาย , (comma), : (colon) หรือเว้นวรรค (space) ในการอ้างอิงถึงกลุ่มเซลล์บนเวิร์กชีต


ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน 3. สูตรในกำรเปรียบเทียบ (Comparison Formula) ใช้เปรียบเทียบข้อมูล เช่น = (เท่ากับ), > (มากกว่า) เป็นต้น โดยแปรผลในเชิง ตรรกะคือ TRUE (จริง) หรือ FALSE (เท็จ) เช่น 15>20 คือ 15 มากกว่า 20 หรือไม่ ซึ่งก็ คือไม่ใช่ก็เป็น เท็จ (FALSE) 4. ตัวด ำเนินกำรข้อควำม (Text Operation) ใช้ส าหรับเชื่อมข้อความ อาจจะเป็นข้อความแบบค่าคงที่ หรือข้อความที่เก็บอยู่ ในเซลล์มาแสดงร่วมกันได้ หรือจะใช้เชื่อมเนื้อหาหลายๆ เซลล์ให้แสดงที่เซลล์ใหม่ได้


4. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า สูตรการค านวณใน Excel จะค านวณจากซ้ายไปขวาเสมอ แต่ เครื่องหมายค านวณทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ จะมีล าดับความส าคัญต่างกัน โดยจะประมวลผล จากตัวด าเนินการระดับสูงไปยังระดับรองลงมา หรือตามล าดับการค านวณภายในสูตร เช่น A5+B5*C5-10 จะกระโดดข้ามเครื่องหมาย + ไปท าที่เครื่องหมาย * (คูณ) ก่อนตามล าดับ ความส าคัญแล้วจึงย้อนกลับไปค านวณยังเครื่องหมายที่เหลือ และถ้าในสูตรค านวณเดียวกันมี ตัวด าเนินการที่มีระดับความส าคัญเท่าๆกัน เช่น + หรือ – ก็จะค านวณจากซ้ายไปขวาจนครบ ตามปกติ 5. แจกใบงำนที่ 6 กำรใช้สูตรพื้นฐำนกำรค ำนวณ พร้อมอธิบายวิธีการท าใบงาน คือ ให้ผู้เรียนดู โจทย์ที่ก าหนดให้และตอบค าถามให้ถูกต้อง 6. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท าใบงาน โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อย และคอยให้ค าแนะน า เพิ่มเติม 7. ผู้สอนให้ผู้เรียนแลกกันตรวจประเมินค าตอบ โดยที่ผู้สอนเฉลยค าตอบที่ถูกต้อง ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรม หำผลลัพธ์ พร้อมอธิบายวิธีการท ากิจกรรม คือ ให้ผู้เรียนเปิดไฟล์ กิจกรรมหาผลลัพธ์ที่ผู้สอนได้เตรียมไว้ขึ้นมา และหาค าตอบของข้อมูลที่ก าหนดให้ โดยการใช้ สูตรพื้นฐานการค านวณ 2. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท ากิจกรรม โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อยและคอยให้ ค าแนะน าเพิ่มเติม 3. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า หากใช้สูตรผิด อาจจะมีข้อความแปลกๆ ปรากฏขึ้น นั่นคือ การ Error แจกใบควำมรู้ที่ 3 ควำมหมำยและแนวทำงแก้ไขรูปแบบของ Error ในโปรแกรม Microsoft Excel Error แนวทำงกำรแก้ไข #VALUE! มี 2 กรณีหลัก ๆ คือ 1.ใส่ข้อมูลผิดประเภทลงไป เช่น ใส่ Text ลงไปใน Argument ที่จะต้อง เป็น Number เช่น =LEFT(“inwexcel”,“abc”) 2.ใส่ข้อมูลเป็น Range ลงไปใน Argument ที่ควรจะใส่ Cell เดียว เช่น =LEN(A1:C1) ซึ่งถ้าต้องการจะท าแบบนี้ จะต้องใช้สูตรแบบที่ Advance กว่าปกติที่ เรียกว่า Array Formula แทน #NAME? เกิดขึ้นเพราะระบุชื่อ Function หรือ Defined Name ที่ไม่มีอยู่จริง


4. เมื่อครบก าหนดเวลาผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันเฉลยค าตอบ ขั้นสรุป 5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปว่าโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel มีการใช้สูตรที่ช่วยใน เรื่องของการค านวณที่หลากหลาย ท าให้ลดระยะเวลาในการคิดประมวลผลเมื่อมีข้อมูลที่มาก ๆ ช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นย าในการน าผลการค านวณไปใช้ในการวิเคราะห์ต่อไป 6. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถามเพิ่มเติม 9. สื่อกำรเรียนรู้ 1. โปรแกรม Microsoft Excel 2. ใบความรู้ที่ 2 การใช้สูตรพื้นฐานการค านวณ 3. ใบความรู้ที่ 3 ความหมายและแนวทางแก้ไขรูปแบบของ Error ในโปรแกรม Microsoft Excel 4. ใบงานที่ 6 การใช้สูตรพื้นฐานการค านวณ 5. กิจกรรม หาผลลัพธ์ 0 #NUM! ตัวเลขที่ใช้มีปัญหา เช่น มีค่าน้อยหรือมากเกินไป #DIV/0 เกิดจากการหารด้วยช่องที่มีค่าเป็น 0 หรือเป็น Blank #REF ใ ส่ Cell Reference ที่ ไ ม่ มี ตั ว ต น มั ก เ กิ ด จ า ก ก า ร ไ ป ล บ Cell/Row/Column หลังจากใส่สูตรไปแล้ว #N/A หากข้อมูลไม่เจอ มักเกิดกับ Function พวก Lookup ข้อมูลต่าง ๆ #NULL! เกิดจาการใช้ Reference Operator ที่เป็นแบบ Intersect (หาส่วนที่ ซ้อนทับกัน) โดยใช้เครื่องหมาย ช่องว่าง แต่ปรากฏว่าไม่มี Range ที่ Intersect กันเลย บางที Error นี้อาจเกิดจากการไม่ได้ตั้งใจพิมพ์ เครื่องหมาย space ลงไปก็ได้ ######## จริง ๆ ไม่ใช่ Error เพียงแต่ข้อมูลมีความยาวเกินกว่าที่จะแสดงให้เห็นใน 1 ช่องได้ เจะต้องยืดความกว้างคอลัมน์ให้กว้างขึ้น หรือเปลี่ยนรูปแบบ Number Format ให้ตัวเลขสั้นลง


10. กำรวัดและประเมินผล 11. ควำมเห็นของหัวหน้ำสถำนศึกษำ/ผู้ที่ได้รับมอบหมำย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของนางสาวชนกานต์ สุต๋าค า แล้วมีความเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................. (.................................................) วันที่........เดือน...............พ.ศ. ........... วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์ ใบงานที่ 6 การใช้สูตรพื้นฐาน การค านวณ แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ กิจกรรม หาผลลัพธ์ แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ประเมินพฤติกรรมรายบุคคล จากการท ากิจกรรมหาผลลัพธ์ แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์


แบบบันทึกหลังแผนกำรสอน รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 14 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 5 กำรใช้สูตรพื้นฐำนกำรค ำนวณ เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผลกำรเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหำอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….…………….ผู้สอน ( นำงสำวชนกำนต์ สุต๋ำค ำ ) ต ำแหน่ง ครูผู้ช่วย ………………/…………....../…………… ควำมคิดเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงชื่อ…………………………….ผู้บริหำรสถำนศึกษำ (…………………..…………………………) ต ำแหน่ง……………………………………… ………………/…………....../……………


แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่6 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 14 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 6 กำรใช้ฟังก์ชัน (Function) ในกำรค ำนวณ เวลำเรียน 3 ชั่วโมง 1. ผลกำรเรียนรู้ 1. บอกวิธีใช้งานของเครื่องมือในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้อย่างถูกต้อง 2. ใช้เครื่องมือในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ในการสร้างชิ้นงานได้ 2. สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด Function (ฟังก์ชัน) คือ ชุดค าสั่งในการค านวณอัตโนมัติเป็นฟังก์ชันส าเร็จรูปที่ได้เขียนเอาไว้ เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ใส่ชื่อฟังก์ชัน แล้วระบุค่าที่จะน าไปค านวณตามรูปแบบของฟังก์ชัน หรือเรียกว่า Argument (อาร์กิวเมนต์) ฟังก์ชันพื้นฐาน ประกอบด้วย 1. Sum (ผลรวม) หาผลรวมตัวเลข 2. Max (ค่ามากที่สุด) หาค่าสูงสุดของตัวเลขที่เลือก 3. Min (ค่าที่น้อยที่สุด) หาค่าต่ าสุดของตัวเลขที่เลือก 4. Average (ค่าเฉลี่ย) หาค่าเฉลี่ย 5. Count Numbers (นับจ านวนตัวเลข) นับจ านวนเซลล์ที่เก็บค่าตัวเลขเอาไว้ 6. More Functions… เลือกฟังก์ชันอื่น ๆ 3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการใช้การใช้ฟังก์ชัน (Function) การค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้ (K) 2. ใช้การใช้ฟังก์ชัน (Function) การค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้ (P) 3. เห็นความส าคัญของการใช้โปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel (A) 4. สำระกำรเรียนรู้ 1. การใช้ฟังก์ชัน (Function) การค านวณในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel 2. การใช้ฟังก์ชัน (Function) Sum (ผลรวม) เพื่อหาผลรวมตัวเลข 3. การใช้ฟังก์ชัน (Function) Max (ค่ามากที่สุด) เพื่อหาค่าสูงสุดของตัวเลขที่เลือก 4. การใช้ฟังก์ชัน (Function) Min (ค่าที่น้อยที่สุด) เพื่อหาค่าต่ าสุดของตัวเลขที่เลือก


5. การใช้ฟังก์ชัน (Function) Average (ค่าเฉลี่ย) เพื่อหาค่าเฉลี่ย 6. การใช้ฟังก์ชัน (Function) Count Numbers (นับจ านวนตัวเลข) เพื่อนับจ านวนเซลล์ที่เก็บค่า ตัวเลขเอาไว้ 5. สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 7. ภำระงำน 1. ใบงานที่ 7 การใช้ฟังก์ชัน (Function) ในการค านวณ 2. กิจกรรม เกรดเฉลี่ย 8. กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 1. วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning : CBL) 2. การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ผู้สอนถามผู้เรียนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน เช่น “ข้อมูลคืออะไร?” แนวค ำตอบ : ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมาย และการประมวลผล ซึ่ง ข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัดข้อมูล เป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลข ภาพ เสียง หรือ


สัญลักษณ์ใด ๆ ที่ส าคัญจะต้องมีความเป็นจริง และต่อเนื่อง ซึ่งตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชื่อ นักเรียน เพศ อายุ ขั้นสอน 2. ผู้สอนแจกใบควำมรู้ที่ 4 กำรใช้ฟังก์ชัน (Function) ในกำรค ำนวณ พร้อมอธิบายว่า 1. การใช้ฟังก์ชันในการหาผมรวม (Sum) ของกลุ่มตัวเลข คลิกที่ฟังก์ชัน Sum เลือก Drag คลุมช่วงข้อมูลตัวเลขที่ต้องการ (จะปรากฎฟังก์ชัน =SUM(A1:A4)) เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter 2. การใช้ฟังก์ชันในการหาค่าต่ าสุด (Max) ของกลุ่มตัวเลข คลิกที่ฟังก์ชัน Max เลือก Drag คลุมช่วงข้อมูลตัวเลขที่ต้องการ (จะปรากฎฟังก์ชัน =MAX(A1:A4)) เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter 3. การใช้ฟังก์ชันในการหาค่าต่ าสุด (Min) ของกลุ่มตัวเลข คลิกที่ฟังก์ชัน Min เลือก Drag คลุมช่วงข้อมูลตัวเลขที่ต้องการ (จะปรากฎฟังก์ชัน =MIN(A1:A4)) เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter 4. การใช้ฟังก์ชันในการหาค่าเฉลี่ย (Average) ของกลุ่มตัวเลข คลิกที่ฟังก์ชัน Average เลือก Dragคลุมช่วงข้อมูลตัวเลขที่ต้องการ (จะปรากฎฟังก์ชัน = AVERAGE(A1:A4)) เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter 5. การใช้ฟังก์ชันในการหาค่าจ านวนนับของข้อมูล (Count) ของกลุ่มตัวเลข คลิกที่ฟังก์ชัน Count Number เลือก Drag คลุมช่วงข้อมูลตัวเลขที่ต้องการ (จะปรากฎฟังก์ชัน = COUNT(A1:A4)) เสร็จแล้ว กดปุ่ม Enter ฟังก์ชั่น ควำมหมำย ตัวอย่ำง SUM รวมค่าทั้งหมด =SUM (A1:D1) MAX หาค่าสูงสุด =MAX (A1:A10) MIN หาค่าน้อยสุด =MIN (A1:A10) AVERAGE หาค่าเฉลี่ย =AVERAGE (A1:A10) COUNT นับตัวเลข =COUNT (A1:A10)


6. ฟังก์ชันเพิ่มเติม (More Functions) เมื่อผู้ใช้สามารถที่จะก าหนดให้เซลล์ของ Excel ท า การค านวณแบบพื้นฐานโดยสูตรใช้เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ได้แล้ว แต่บางครั้งการ ค านวณจะกระท ากับข้อมูลที่มี ขนาดใหญ่และมีการอ้างถึงชื่อเซลล์ที่มีจ านวนมาก อาจ ท าให้การพิมพ์สูตรมีความยาวและเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ 3. ผู้สอนแจกใบงำนที่ 7 กำรใช้ฟังก์ชัน (Function) ในกำรค ำนวณ พร้อมอธิบายวิธีการท าใบ งาน คือ ให้ผู้เรียนตอบค าถามที่ก าหนดให้โดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel ในการหาค าตอบ 4. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท าใบงาน โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อย และคอยให้ค าแนะน า เพิ่มเติม 5. ผู้สอนให้ผู้เรียนแลกกันตรวจประเมินค าตอบ โดยที่ผู้สอนเฉลยค าตอบที่ถูกต้อง ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ) 1. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันอื่นๆ RANK เลือกค่าที่ต้องการ แล้วค่านั้นอยู่อันดับเท่าไหร่จากช่วงทั้งหมด เป็นฟังก์ชันที่ใช้ใน การค้นหาล าดับของตัวเลขหรือเซลล์ที่ต้องการ ว่าค่าดังกล่าวนั้น อยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของช่วง ที่เราเลือก เช่น หาว่าคะแนนสอบของนาย A อยู่อันดับที่เท่าไร จากคะแนนสอบของเด็กทั้งห้อง LEN หาจ านวนตัวอักษรของค าหรือเซลล์ที่เลือก ใช้ส าหรับต้องการทราบจ านวนตัวอักษร ในเซลล์ โดยจะนับทุกตัวอักษรทั้งวรรณยุกต์และอักขระพิเศษต่างๆ WEEKDAY ดูว่าวันดังกล่าวเป็นวันอะไร ฟังก์ชั่นนี้ ใช้ในกรณีที่มีข้อมูลวันที่ เช่น วัน/เดือน/ ปี แล้วต้องการทราบว่าค่าดังกล่าวเป็นวันอะไรในสัปดาห์ (อาทิตย์, จันทร์, อังคาร) โดยจะได้ค่า มาเป็นตัวเลข 1=วันอาทิตย์ 2=วันจันทร์ 3=วันพุธ ไล่ไป DAYS หาจ านวนวันที่ต่างกันจากวันที่ ฟังก์ชั่นนี้ใช้ส าหรับการค านวนจ านวนวัน จากเซลล์ ที่มีข้อมูลเป็นวันที่ 2 เซลล์ เช่น คุณต้องการทราบว่า 20-Jul-21 กับ 12-Dec-21 ห่างกันกี่วัน สามารถใช้ DAYS ค านวนได้ IF กำรใส่เงื่อนไข ฟังก์ชั่นเงื่อนไข if…then…else ใช้กรณีที่ต้องการท างานด้วยเงื่อนไข บางอย่าง ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไข ให้แสดงผลลัพธ์ A ถ้าผิดจากเงื่อนไข ให้แสดงผลลัพธ์ B เป็น ต้น เช่น ถ้านักเรียนได้คะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ถือว่าผ่าน แต่ถ้าน้อยกว่าถือว่าสอบตก การป้อนข้อมูลในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel 2016 สามารถท าได้ โดยการพิมพ์ ข้อมูลที่ต้องการลงไปในเซลล์ (Cell) ได้เลย เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วก็กด Enter หรือลูกศร ขึ้น ลง ซ้าย ขวา เพื่อที่จะป้อนข้อมูลในเซลล์อื่น ๆ โดยแต่ละเซลล์ จะมีชื่อเรียก เช่น เมื่อเลือกที่ คอลัมภ์ B แถว 3 เซลล์จะมีชื่อว่า B3


กำรหำค่ำเปอร์เซ็นต์จำกชุดตัวเลข สูตรการหาค่าเปอร์เซ็นต์จากค่าตัวเลขทั้งหมด เริ่มจาก หาผลรวมของตัวเลขทั้งหมด จากนั้นน าเซลล์ที่ต้องการหาค่าเปอร์เซนต์ไปหาร แล้วคูณด้วย 100 ดังสมการนี้ =(จ านวนผลรวม/ตัวเลขในเซลล์)*100 ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน (ต่อ) 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรม เกรดเฉลี่ย พร้อมอธิบายวิธีการท ากิจกรรม คือ ให้ผู้เรียน น าข้อมูล จากใบงำนที่ 7 กำรใช้ฟังก์ชัน (Function) ในกำรค ำนวณ มำกรอกลงในโปรแกรม Microsoft Excel จากนั้นใช้ฟังก์ชันอื่น ๆ ในการหาค าตอบว่า แต่ละคนได้เกรดเฉลี่ยเท่ำไหร่ และใครสอบได้ล ำดับที่เท่ำไหร่ โดยมีช่วงคะแนนการตัดเกรด ดังนี้ คะแนน 80-100 เกรด 4 คะแนน 75-79 เกรด 3.5 คะแนน 70-74 เกรด 3 คะแนน 65-69 เกรด 2.5 คะแนน 60-64 เกรด 2 คะแนน 55-59 เกรด 1.5 คะแนน 50-54 เกรด 1 คะแนน 0-49 เกรด 0 3. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท ากิจกรรม โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อยและคอยให้ ค าแนะน าเพิ่มเติม 4. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า สูตรที่ใช้ในการหาเกรดเฉลี่ย คือ =IF(D4>=80,"4",IF(D4>=75,"3.5",IF(D4>=70,"3",IF(D4>=65,"2.5",IF(D4>=60,"2",IF(D4>= 55,"1.5",IF(D4>=50,"1","0"))))))) ซึ่ง D4 คือ ช่องคะแนนผลรวมของแต่ละคน ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามข้อมูล หากช่องคะแนนคือ เซลล์อื่น ก็สามารถเปลี่ยนชื่อไปตามเซลล์ได้เลย โดยความหมายของสูตร คือD4>=80,"4" หมายความว่า เมื่อ เซลล์ D4 มีค่ามากกว่า 80 จะเท่ากับ 4 D4>=75,"3.5" หมายความว่า เมื่อ เซลล์ D4 มีค่ามากกว่า มากกว่าหรือเท่ากับ 75 จะเท่ากับ 3.5 D4>=75,"3.0" หมายความว่า เมื่อ เซลล์ D4 มีค่ามากกว่า มากกว่าหรือเท่ากับ 70 จะเท่ากับ 3.5 และไล่ไปตามล าดับที่มีการก าหนดช่วงคะแนนที่ใช้ในการตัดเกรด 5. เมื่อครบก าหนดเวลา ผู้สอนแลผู้เรียนร่วมกันเฉลยค าตอบ


ขั้นสรุป 6. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปว่า ฟังก์ชันที่ใช้ในการค านวณ รวมทั้งฟังก์ชันอื่น ๆ เพิ่มเติม ช่วยให้ การค านวณข้อมูลมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพียงแต่ต้องเข้าใจการท างานของแต่ละฟังก์ชัน ก็จะ ช่วยให้น ามาใช้ในการประมวลผลข้อมูลได้ และน าผลของการค านวณที่ได้ไปใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถามเพิ่มเติม 9. สื่อกำรเรียนรู้ 1. โปรแกรม Microsoft Excel 2. ใบความรู้ที่ 4 การใช้ฟังก์ชัน (Function) ในการค านวณ 3. ใบงานที่ 7 การใช้ฟังก์ชัน (Function) ในการค านวณ 4. กิจกรรม เกรดเฉลี่ย 10. กำรวัดและประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์ ใบงานที่ 7 การใช้ฟังก์ชัน (Function) ในการค านวณ แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ประเมินผลงานจากการท า กิจกรรม เกรดเฉลี่ย แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ประเมินพฤติกรรมรายบุคคล จากการท ากิจกรรม เกรดเฉลี่ย แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์


11. ควำมเห็นของหัวหน้ำสถำนศึกษำ/ผู้ที่ได้รับมอบหมำย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของนางสาวชนกานต์ สุต๋าค า แล้วมีความเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................. (.................................................) วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........


แบบบันทึกหลังแผนกำรสอน รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 14 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 6 กำรใช้ฟังก์ชัน (Function) ในกำรค ำนวณ เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผลกำรเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหำอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….…………….ผู้สอน ( นำงสำวชนกำนต์ สุต๋ำค ำ ) ต ำแหน่ง ครูผู้ช่วย ………………/…………....../…………… ควำมคิดเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงชื่อ…………………………….ผู้บริหำรสถำนศึกษำ (…………………..…………………………) ต ำแหน่ง……………………………………… ………………/…………....../……………


แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่7 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 14 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 7 กำรประมวลผลและกำรน ำเสนอข้อมูล เวลำเรียน 3 ชั่วโมง 1. ผลกำรเรียนรู้ 1. บอกวิธีใช้งานของเครื่องมือในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ได้อย่างถูกต้อง 2. ใช้เครื่องมือในโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ในการสร้างชิ้นงานได้ 3. ใช้ความรู้และทักษะการใช้งานโปรแกรมส านักงาน (Microsoft office) ในการน าเสนอข้อมูล ด้วยวิธีการที่เหมาะสม 2. สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด ข้อมูล (DATA) แบ่งตามลักษณะของข้อมูล ได้ 2 ประเภท ดังนี้ 1. ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) ข้อมูลที่วัดออกมาเป็นตัวเลข 2. ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) อยู่ในรูปข้อความ อธิบายความหมาย บรรยายความ คิดเห็น ความรู้สึก บทสัมภาษณ์ วิธีกำรรวบรวมข้อมูล สามารถท าได้โดย 1. การสัมภาษณ์ (interview) 2. การส ารวจ (survey) 3. การสังเกต (observe) 4. การทดลอง (experiment) 3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการใช้เครื่องมือในโปรแกรม Microsoft Excel ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้(K) 2. ใช้เครื่องมือในโปรแกรม Microsoft Excel ในการประมวลผลข้อมูลได้ (P) 3. เห็นความส าคัญของการใช้โปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel (A) 4. สำระกำรเรียนรู้ 1. การแบ่งลักษณะของข้อมูล 2. วิธีการรวบรวมข้อมูล 3. การใช้โปรแกรม Microsoft Excel ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การสร้างกราฟในโปรแกรม Microsoft Excel


5. สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. อยู่อย่างพอเพียง 4. มุ่งมั่นในการท างาน 7. ภำระงำน 1. กิจกรรม ประมวลผลข้อมูล 2. กิจกรรมกิจกรรม สร้างกราฟเพื่อน าเสนอข้อมูล 8. กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 1. วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning : CBL) 2. การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ผู้สอนถามผู้เรียนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน เช่น “ข้อมูลคืออะไร?” แนวค ำตอบ : ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมาย และการประมวลผล ซึ่ง ข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัดข้อมูล เป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลข ภาพ เสียง หรือ สัญลักษณ์ใด ๆ ที่ส าคัญจะต้องมีความเป็นจริง และต่อเนื่อง ซึ่งตัวอย่างของข้อมูล เช่น คะแนนสอบ ชื่อ นักเรียน เพศ อายุ


ขั้นสอน 2. ผู้สอนแจกใบควำมรู้ที่ 5 ข้อมูล (DATA) พร้อมอธิบายว่า ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงหรือ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ โดยอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ต่อการสื่อสาร การแปลความหมาย และการประมวลผล ข้อมูล (DATA) แบ่งตามลักษณะของข้อมูล ได้ 2 ประเภท ดังนี้ 1. ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) ข้อมูลที่วัดออกมาเป็นตัวเลข 2. ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) อยู่ในรูปข้อความ อธิบายความหมาย บรรยายความ คิดเห็น ความรู้สึก บทสัมภาษณ์ วิธีกำรรวบรวมข้อมูล สามารถท าได้โดย 1. การสัมภาษณ์ (interview) 2. การส ารวจ (survey) 3. การสังเกต (observe) 4. การทดลอง (experiment) ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ) ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ 3 คน เพื่อท ากิจกรรม ประมวลผลข้อมูล พร้อมอธิบายวิธีการท า กิจกรรมคือ จากสถานการณ์จ าลอง การท าบัญชียอดขาย ของร้านค้า ร้านหนึ่ง ได้มีการเก็บรวบรวม ข้อมูลของการขายสินค้า ด้วย แบบฟอร์มบันทึกกำรขำยสินค้ำ ให้ผู้เรียนน าข้อมูลจากแบบฟอร์ม เพื่อประมวลผลข้อมูล เพื่อจะน าข้อมูลไปวิเคราะห์การท าการตลาดต่อไป โดยข้อมูลที่ต้องการมี ดังนี้ 1. ผลรวมยอดขายสินค้าแต่ละชิ้น 2. จัดอันดับสินค้าที่มียอดขายมากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุด 3. หากลดราคาสินค้าลง 20% สินค้าแต่ละชิ้นจะมีราคาเท่าไหร่ 3. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท าใบงาน โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อย และคอยให้ค าแนะน า เพิ่มเติม 4. เมื่อครบก าหนดเวลา ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลการประมวลผลข้อมูล โดยให้ผู้เรียน คนอื่น ๆ และผู้สอนร่วมกันเสนอแนะแสดงความคิดเห็น


ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน (ต่อ) 1. ผู้สอนเปิด Slide สื่อกำรสอน กำรสร้ำงกรำฟในโปรแกรม Microsoft Excel พร้อม อธิบาย ว่า ขั้นตอนการสร้างกราฟด้วยโปรแกรม Microsoft Excel ท าได้โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. เลือกข้อมูลที่ต้องการ 2. คลิกเลือก Insert 3. เลือกกราฟที่ต้องการ ประเภทของกรำฟในโปรแกรม Microsoft Excel 2016 1. กรำฟแท่ง Column Chart และ Bar Chart เน้นการเปรียบเทียบโดยสามารถมีกลุ่มข้อมูลเปรียบเทียบได้มากกว่า 1 เรื่อง ตัวอย่ำง กร าฟเป รียบเทียบยอดข ายแต่ล ะกลุ่มสินค้ า (Sales Performance by Product Category) กราฟเปรียบเทียบจ านวนประชากรในแต่ละประเทศ กราฟยอดขายของแต่ละแผนก ในแต่ละไตรมาส


2. กรำฟเส้น (Line Chart) เน้นการแสดงแนวโน้ม การเปลี่ยนแปลง ตามช่วงเวลา ตัวอย่ำง กราฟแสดงราคาหุ้นในแต่ละชั่วโมง แต่ละวัน แต่ละเดือน กราฟเทียบอุณหภูมิในแต่ละเดือน กราฟแสดงผลการด าเนินงาน ยอดขาย ก าไร ในแต่ละไตรมาส 3. กรำฟวงกลม (Pie Chart) Pie, Donut, Treemap, Sunburst เน้นเปรียบเทียบสัดส่วนจากทั้งหมด ตัวอย่ำง กราฟแสดง Market Share ของบริษัท เทียบกับตลาด กราฟแสดงสัดส่วนยอดขายของกลุ่มสินค้าในบริษัทในแต่ละแบรนด์


2.ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรม สร้ำงกรำฟเพื่อน ำเสนอข้อมูล พร้อมอธิบายวิธีการท ากิจกรรม คือ ให้ผู้เรียนสร้างกราฟเพื่อแสดงยอดขายแต่ละชิ้น จากแบบฟอร์มบันทึกการขายสินค้า โดยเลือก รูปแบบกราฟให้เหมาะสมกับการน าเสนอข้อมูลตามค าสั่งที่ก าหนด 3. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท ากิจกรรมโดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อยและคอยให้ ค าแนะน าเพิ่มเติม 4.เมื่อครบก าหนดเวลา ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอผลการประมวลผลข้อมูล โดยให้ผู้เรียน คนอื่น ๆ และผู้สอนร่วมกันเสนอแนะแสดงความคิดเห็น ขั้นสรุป 5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปว่า ข้อมูลที่น ามาใช้ในการประมวลผลมีวิธีการรวบรวมข้อมูลที่ สามารถท าได้หลายแบบ เช่น การสัมภาษณ์ (interview) การส ารวจ (survey) การสังเกต (observe) การทดลอง (experiment) และสามารถน าเสนอด้วยกราฟ ในรูปแบบที่สวยงาม เหมาะสมกับ งานช่วยให้การอ่านข้อมูลท าได้ง่าย รวดเร็ว และน าไปใช้ในการวิเคราะห์ วางแผนงานได้อย่าง ถูกต้อง แม่นย า 6. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถามเพิ่มเติม 9. สื่อกำรเรียนรู้ 1. โปรแกรม Microsoft Excel 2. ใบความรู้ที่ 5 ข้อมูล (DATA) 3. แบบฟอร์มบันทึกการขายสินค้า 4. Slide สื่อการสอน การสร้างกราฟในโปรแกรม Microsoft Excel 5. กิจกรรม ประมวลผลข้อมูล 6. กิจกรรม สร้างกราฟเพื่อน าเสนอข้อมูล 0


10. กำรวัดและประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินผลจากการท ากิจกรรม ประมวลผลข้อมูล แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ประเมินผลจากการท ากิจกรรม สร้าง กราฟเพื่อน าเสนอข้อมูล แบบประเมิน พฤติกรรมกลุ่ม คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ประเมินพฤติกรรมรกลุ่ม จากการท ากิจกรรม ประมวลผลข้อมูล แบบประเมิน พฤติกรรมกลุ่ม คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์


11. ควำมเห็นของหัวหน้ำสถำนศึกษำ/ผู้ที่ได้รับมอบหมำย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของนางสาวชนกานต์ สุต๋าค า แล้วมีความเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ...................................................................................................................................................... ..................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................. (.................................................) วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........


แบบันทึกหลังแผนกำรสอน รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 2 โปรแกรมตำรำงค ำนวณ Microsoft Excel จ ำนวน 17 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 7 กำรประมวลผลและกำรน ำเสนอข้อมูล เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผลกำรเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหำอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….…………….ผู้สอน ( นำงสำวชนกำนต์ สุต๋ำค ำ ) ต ำแหน่ง ครูผู้ช่วย ………………/…………....../…………… ควำมคิดเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงชื่อ…………………………….ผู้บริหำรสถำนศึกษำ (…………………..…………………………) ต ำแหน่ง……………………………………… ………………/…………....../……………


แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 3 Project Engineering Design Process จ ำนวน 2 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 8 วิเครำะห์ข้อมูล เวลำเรียน 2 ชั่วโมง 1. ผลกำรเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะการใช้งานโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel ในการน าเสนอข้อมูล ด้วยวิธีการที่เหมาะสม 2. สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด น าข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล ประมวลผล วิเคราะห์ และออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ตาม กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ขั้นที่ 3 ออกแบบวิธีกำรแก้ปัญหำ (Solution Design) เป็นขั้นตอนของการออกแบบขึ้นงานหรือ วิธีการโดยการประยุกต์ใช้ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล ขั้นที่ 4 วำงแผนและด ำเนินกำรแก้ปัญหำ (Planning and Development) เป็นขั้นตอนการ วางล าดับขั้นตอนการสร้างชิ้นงานหรือวิธีการ จากนั้นจึงลงมือสร้างหรือพัฒนาขึ้นงานหรือวิธีการ เพื่อน า ผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ในขั้นตอนต่อไป ขั้นที่ 5 ทดสอบ ประมินผลและปรับปรุงแก้ไขวิธีกำรแก้ปัญหำหรือชิ้นงำน (Testing, Evaluation and Design Improvement) เป็นขั้นตอนของการตรวจสอบและประเมินชิ้นงานวิธีการที่ สร้างขึ้นว่า สามารถท างานหรือใช้ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร และควรปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานหรือแบบจ าลองวิธีการในส่วนใดควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร 3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาได้(K) 2. ใช้เครื่องมือโปรแกรม Microsoft Excel ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล ได้ (P) 3. เห็นความส าคัญของการใช้โปรแกรม Microsoft Excel ในการประมวลผลได้ (A) 4. สำระกำรเรียนรู้ 1. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 2. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมขั้นที่ 3


3. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมขั้นที่ 4 4. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมขั้นที่ 5 5. การใช้โปรแกรม Microsoft Excel ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล 5. สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 7. ภำระงำน 1. กิจกรรม ออกแบบสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวัน 2. ใบงานที่ 8 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) 3. ใบงานที่ 9 ตารางด าเนินการ 8. กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 1. วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning : CBL) 2. การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 1. ผู้สอนถามผู้เรียนเพื่อเป็นการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียน เช่น “สูตรที่ใช้โปรแกรม Microsoft Excel มีอะไรบ้าง”


แนวค ำตอบ สูตรพื้นฐานการค านวณ เช่น + (บวก), - (ลบ), * (คูณ), / (หาร) และ ^ (ยกก าลัง) และฟังก์ชัน เช่น Sum (ผลรวม) , Max (ค่ามากที่สุด) Min, (ค่าที่น้อยที่สุด) Average (ค่าเฉลี่ย) , Count Numbers (นับจ านวนตัวเลข) ขั้นสอน 2. ผู้สอนให้ผู้เรียนท ากิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูล พร้อมอธิบายวิธีการท ากิจกรรม คือ ให้แต่ละกลุ่ม น าข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล มาวิเคราะห์ในโปรแกรม Microsoft Excel 2016 เช่น การเรียงล าดับความส าคัญของปัญหา โดยใช้สูตร RANK ในโปรแกรม Microsoft Excel 2016 3. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อได้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้แต่ละกลุ่มน า ข้อมูลออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) ซึ่งเป็นขั้นตามกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมเป็นขั้นตอนของการออกแบบขึ้นงานหรือวิธีการโดยการประยุกต์ใช้ข้อมูลที่ได้จากการ รวบรวมข้อมูล ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยสื่อสารแนวคิดของการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจโดยผ่านวิธีการ ต่าง ๆ เช่น การร่างภาพ และการอธิบาย 4. ผู้สอนแจกใบงำนที่ 8 ออกแบบวิธีกำรแก้ปัญหำ (Solution Design) พร้อมอธิบายวิธีการท า กิจกรรม คือ ให้แต่ละกลุ่ม ร่างภาพพร้อมกับอธิบายวิธีการใช้งาน สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นการ แก้ปัญหาที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลและน ามาวิเคราะห์ข้อมูล 5. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท าใบงาน โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรียบร้อยและคอยให้ค าแนะน า เพิ่มเติม 6. เมื่อครบก าหนดเวลา ผู้สอนให้แต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอใบงาน โดยให้ผู้เรียนกลุ่มอื่น ๆ รวมทั้ง ผู้สอนร่วมกันเสนอแนะแสดงความคิดเห็น ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน (ต่อ) 1. ผู้สอนแจก ใบงำนที่ 9 ตำรำงด ำเนินกำร พร้อมอธิบายว่า เมื่อได้ ภาพร่างของสิ่งประดิษฐ์แล้ว ในขั้นตอนต่อไป กิจกรรม ออกแบบสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ปัญหำในชีวิตประจ ำวัน เป็นขั้นตอนการ วำงแผนและด ำเนินกำรแก้ปัญหำ (Planning and Development) ซึ่งเป็นขั้นที่ 4 ใน กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นขั้นตอนการวางล าดับขั้นตอนการสร้างชิ้นงานหรือวิธีการ จากนั้นจึงลงมือสร้างหรือพัฒนาขึ้นงานหรือวิธีการ เพื่อน าผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ในขั้นตอนต่อไป โดยให้แต่ ละกลุ่ม วางแผนการด าเนินการแก้ปัญหา โดยใช้ใบงานที่ 9 ตารางด าเนินการ


2. ผู้สอนให้เวลาผู้เรียนในการท าใบงาน โดยที่ผู้สอนคอยดูแลความเรีนบร้อยและคอยให้ค าแนะน า เพิ่มเติม 3. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมว่า ขั้นที่ 5 ของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม คือ ทดสอบ ประมินผลและ ปรับปรุงแก้ไขวิธีกำรแก้ปัญหำหรือชิ้นงำน (Testing, Evaluation and Design Improvement) เป็นขั้นตอนของการตรวจสอบและประเมินชิ้นงานวิธีการที่สร้างขึ้นว่า สามารถ ท างานหรือใช้ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไรและควรปรับปรุง แก้ไขชิ้นงานหรือแบบจ าลองวิธีการในส่วนใดควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร แล้วจึงด าเนินการปรับปรุง แก้ไขในส่วนนั้นจนได้ขึ้นงานวิธีการที่สอดคล้องตามรูปแบบที่ออกแบบไว้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ เนื่องจากเป็นการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ได้ค านึงถึงความเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้เรียน สามารถได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ และเนื่องจากข้อจ ากัดของเทคโนโลยี และทักษะการใช้เครื่องมือใน การสร้างสิ่งประดิษฐ์ของผู้เรียนอาจจะยังไม่มากพอ จึงไม่จ าจ าเป็นต้องมีสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นชิ้นงานออกมา แต่ผู้เรียนสามารถน าค าแนะน าจากผู้เรียนกลุ่มอื่น ๆ และผู้สอน ที่ได้จากการน าเสนอใบงำนที่ 19 วิธีกำร ออกแบบวิธีกำรแก้ปัญหำ (Solution Design) มาใช้ในการปรับปรุงแก้ไขได้สิ่งประดิษฐ์ของผู้เรียนได้ 4. เมื่อครบก าหนดเวลา ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอใบงาน โดยให้ผู้เรียนกลุ่มอื่น ๆ รวมทั้ง ผู้สอน ร่วมกันเสนอแนะแสดงความคิดเห็น ขั้นสรุป 5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปว่า ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล จะต้องน ามาประมวลผล และ วิเคราะห์ข้อมูล แล้วจึงน าข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 3 ของการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม และจึงด าเนินการต่อไปในขั้นที่ 4 ของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม คือ วางแผนและด าเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) โดยการก าหนดว่า จะท าอะไร เมื่อไหร่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และด าเนินการตามแผนงาน จากนั้นจึง ทดสอบ ประมินผลและปรับปรุง แก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (Testing, Evaluation and Design Improvement) ซึ่งเป็นขั้นที่ 5 ของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 6. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสอบถามเพิ่มเติม 9. สื่อกำรเรียนรู้ 1. โปรแกรม Microsoft Excel 2. กิจกรรม ออกแบบสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวัน 3. กิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูล 4. ใบงานที่ 8 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) 5. ใบงานที่ 9 ตารางด าเนินการ


10. กำรวัดและประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์ ใบงานที่ 8 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ กิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูล แบบประเมินผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ประเมินพฤติกรรมกลุ่ม จากการท ากิจกรรมออกแบบสิ่งประดิษฐ์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจ าวัน แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์


11. ควำมเห็นของหัวหน้ำสถำนศึกษำ/ผู้ที่ได้รับมอบหมำย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของนางสาวชนกานต์ สุต๋าค า แล้วมีความเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.................................................. (.................................................) วันที่........เดือน...............พ.ศ. ...........


แบบบันทึกหลังแผนกำรสอน รำยวิชำ Microsoft Excel ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 3 Project Engineering Design Process จ ำนวน 2 ชั่วโมง แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 8 รวบรวมข้อมูล เวลำเรียน 2 ชั่วโมง ผลกำรเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหำอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะแนวทำงแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ…………………….…………….ผู้สอน ( นำงสำวชนกำนต์ สุต๋ำค ำ ) ต ำแหน่ง ครูผู้ช่วย ………………/…………....../…………… ควำมคิดเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………............................................ ลงชื่อ…………………………….ผู้บริหำรสถำนศึกษำ (…………………..…………………………) ต ำแหน่ง……………………………………… ………………/…………....../……………


Click to View FlipBook Version