The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 61100143105, 2022-10-18 00:58:46

หน่วยการเรียนรู้ที่ 6

ebook6

แผนการจัดการเรียนรู้

วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว32102
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แสงสีและสารสี

ระดับดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุดรธานี
นายกฤษณ์บดินท์ ศรีจันทร์เวียง

รหัสประจำตัวนักศึกษา 61100143105
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิทยาศาสตร์(เน้นฟิสิกส์)

การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1
รหัส ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

แผนการจดั การเรยี นรู้

วชิ าวทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ว32102
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 6 แสงสแี ละสารสี
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษาพฒั นาการ อดุ รธานี

นายกฤษณ์บดินท์ ศรจี ันทรเ์ วียง
รหสั ประจำตัวนักศกึ ษา 61100143105

สาขาวทิ ยาศาสตร(์ เน้นฟสิ ิกส์)

การใกปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา 1
รหสั วชิ า ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)

คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว32102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
เล่ม 2 นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรบั ปรงุ 2560) ผ้จู ัดทำจึงศึกษาสาระการเรียนรู้ เทคนิค วธิ ีการสอน การวัดและประเมินผล มาจดั ทำแผนการ
จัดการเรียนรูค้ รงั้ น้ี

แผนการจัดการเรยี นรูใ้ นเล่ม 6 นี้ ประกอบไปด้วย สังเกตและอธิบายการมองเห็นสีของวัตถุ
และความผิดปกติในการมองเห็นสี สังเกตและอธิบายการทำงานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสม
สารสี และการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 สมรรถะสำคัญ
ของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์สำคัญของผเู้ รยี น ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางชน้ั มธั ยมศึกษาปี
ที่ 5 คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน โครงสร้างรายวิชา แผนการประเมินผลการเรียนรู้การวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพ่ือ
กำหนดนำ้ หนกั คะแนน โครงสร้างกำหนดการสอน แผนการจดั การเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรือ่ ง แสงสีและ
สารสี เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการ
จดั การเรียนรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจดั การเรยี นการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน นำไปสู่
การพัฒนาทถี่ กู ตอ้ งและเกดิ ผลแกผ่ เู้ รียนเป็นอย่างดี

กฤษณ์บดินท์ ศรีจันทร์เวยี ง
10 ตลุ าคม 2565

สารบัญ

บทที่ หน้า

คำนำ ก
สารบญั ข
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรงุ 2560) ง

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ง

ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ...................................................... ง
เป้าหมายวทิ ยาศาสตร์....................................................................................................................... ง
เรียนรอู้ ะไรในวทิ ยาศาสตร์................................................................................................................ ง

สาระและมาจรฐานการเรยี นรู้ ........................................................................................................... จ
คุณภาพผูเ้ รียนเมื่อเรยี นจบช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ............................................................................... ฉ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ............................................................................................................... ช

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์สำคญั ของผเู้ รยี น...................................................................................... ซ

ตัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรแู้ กนกลาง ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 .............................................................. ซ

คำอธบิ ายรายวชิ า ................................................................................................................................. ฎ

โครงสร้างรายวชิ า................................................................................................................................... ฐ

ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร ...................................................................................................................... ฑ

แผนการประเมิณผลการเรียนรู้ ............................................................................................................ ฒ

การวิเคราะหต์ ัวช้ีวัดเพอื่ กำหนดนำ้ หนักคะแนน .................................................................................. ณ
โครงสร้างกำหนดการสอน ..................................................................................................................... ด
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6 เรอ่ื ง แสงสีและสารสร

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6.1 เร่อื ง การมองเหน็ สีของวตั ถุถงึ การบอดสี.............................................. 1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6.2 เร่ือง แผ่นกรองแสงการนำไปใชป้ ระโยชน์ของสารและแสงสี .............. 18



หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง

พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ ได้กำหนดสาระ
การเรียนรู้ออกเป็น 4 สาระ ได้แก่ สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ และสาระที่ 4 เทคโนโลยี มีสาระเพิ่มเติม 4 สาระ ได้แก่
สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ซึ่งองค์ประกอบของ
หลักสูตร ทั้งในด้านของเนื้อหา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น
มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ให้มี
ความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 สำหรับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตวั ช้ีวัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรยี นเป็น
พื้นฐาน เพอ่ื ใหส้ ามารถนำความรู้นี้ไปใชใ้ นการดำรงชวี ติ หรือศึกษาต่อในวิชาชีพที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์
ได้ โดยจดั เรียงลำดบั ความยากง่ายของเนอื้ หาแต่ละสาระในแตล่ ะระดับช้ันให้มกี ารเช่อื มโยงความรู้กับ
กระบวนการเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิด
เป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและ
ประจักษพ์ ยานทตี่ รวจสอบได้

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตระหนักถึงความสำคัญของ
การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงได้จัดทำตัวชี้วัดและ
สาระการเรียนร้แู กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ขึ้น เพื่อให้สถานศึกษา ครูผู้สอน ตลอดจน
หน่วยงานต่าง ๆ ได้ใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาหนังสือเรยี น คูม่ อื ครู ส่อื ประกอบการเรียน การสอน
ตลอดจนการวัดและประเมินผล โดยตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 ที่จัดทำขึ้นนี้ได้ปรับปรุง เพื่อให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้
เดียวกันและระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเชื่อมโยง
เนือ้ หาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนยี้ ังได้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัยต่อ
การเปลี่ยนแปลง และความเจริญก้าวหนา้ ของวทิ ยาการต่าง ๆ และทัดเทียมกับนานาชาติ กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สรปุ เป็นแผนภาพได้ ดังน้ี





เป้าหมายของวทิ ยาศาสตร์
ในการเรียนการสอนวทิ ยาศาสตรม์ ุ่งเนน้ ให้ผูเ้ รยี นได้คน้ พบความรูด้ ว้ ยตนเองมากท่ีสดุ

เพื่อใหไ้ ดท้ ั้งกระบวนการและความรจู้ ากวธิ กี ารสังเกตการสำรวจตรวจสอบ การทดลองแล้วนำผลท่ีได้
มาจดั ระบบเปน็ หลักการ แนวคิด และองค์ความรู้

การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตรจ์ ึงมีเปา้ หมายทีส่ ำคัญดงั น้ี
1. เพื่อใหเ้ ข้าใจหลักการ ทฤษฎี และกฎทเี่ ป็นพ้ืนฐานในวิชาวิทยาศาสตร์
2. เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจขอบเขตของธรรมชาติของวิชาวทิ ยาศาสตร์และข้อจำกดั ในการศึกษา
วิชาวทิ ยาศาสตร์
3. เพอ่ื ให้มที ักษะท่สี ำคัญในการศกึ ษาคน้ ควา้ และคิดคน้ ทางเทคโนโลยี
4. เพ่อื ให้ตระหนักถึงความสมั พันธร์ ะหวา่ งวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมวลมนษุ ย์
และสภาพแวดล้อมในเชิงที่มีอทิ ธิพลและผลกระทบซงึ่ กันและกนั
5. เพ่ือนำความรคู้ วามเขา้ ใจ ในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยไี ปใช้ให้เกิดประโยชน์
ตอ่ สงั คมและการดำรงชีวติ
6. เพือ่ พัฒนากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถในการแกป้ ัญหา และ
การจัดการ ทักษะในการส่อื สาร และความสามารถในการตัดสินใจ
7. เพ่ือใหเ้ ป็นผู้ทมี่ ีจติ วทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการใช้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

เรยี นรอู้ ะไรในวทิ ยาศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์มงุ่ หวังใหผ้ ้เู รียนไดเ้ รียนรู้วทิ ยาศาสตร์ทีเ่ นน้ การเชือ่ มโยงคว

ามรกู้ บั กระบวนการมที ักษะสำคัญในการคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรโู้ ดยใช้กระบวนการในการสืบเสา
ะหาความรแู้ ละแก้ปัญหาท่ีหลากหลายใหผ้ เู้ รยี นมสี ่วนร่วมในการเรียนร้ทู ุกข้นั ตอน มีการทำกจิ กรรม
ดว้ ยการลงมอื ปฏิบตั ิจริงอยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดับชัน้ โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังน้ี

✧ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพเรียนรูเ้ กี่ยวกับชวี ติ ในสิง่ แวดลอ้ มองค์ประกอบของสง่ิ มีชีวติ การ
ดำรงชีวิตของมนุษย์และสตั วก์ ารดำรงชวี ิตของพชื พันธุกรรมความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวัฒนา
การของสงิ่ มีชวี ติ

✧ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพเรียนร้เู ก่ยี วกบั ธรรมชาติของสารการเปลยี่ นแปลงของสารการ
เคลอื่ นที่ พลังงาน และคลน่ื

✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศเรยี นรู้เกี่ยวกบั องค์ประกอบของเอกภพปฏิสัมพนั ธ์ภายใน
ระบบสุรยิ ะ เทคโนโลยอี วกาศระบบโลกการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวทิ ยากระบวนการเปล่ียนแปลงลม
ฟา้ อากาศ และผลตอ่ สง่ิ มีชวี ติ และส่ิงแวดล้อ



✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยีเรยี นรูเ้ ก่ียวกับเทคโนโลยีเพอื่ การดำรงชวี ิตในสังคมท่ีมกี าร
เปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตรค์ ณิตศาสตรแ์ ละศาสตร์อน่ื ๆ
เพ่อื แก้ปญั หาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสรา้ งสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลือกใช้เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชีวติ สงั คม และส่ิงแวดล้อม
● วิทยาการคำนวณเรยี นรเู้ ก่ียวกับการคิดเชิงคำนวณการคิดวิเคราะหแ์ ก้ปัญหาเป็นขนั้ ตอน
และเป็นระบบประยุกตใ์ ช้ความรูด้ า้ นวทิ ยาการคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
ในการแก้ปญั หาท่ีพบในชวี ิตจริงได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศความสัมพนั ธร์ ะหว่างสงิ่ ไมม่ ีชวี ิตกับ

สงิ่ มชี วี ิต และความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่งิ มชี ีวิตกับส่งิ มีชีวิตตา่ ง ๆ ในระบบ

นิเวศการถา่ ยทอดพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงแทนท่ีในระบบนเิ วศ

ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมตี ่อทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อมแนวทางในการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ข

ปญั หาสงิ่ แวดล้อมรวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมชี วี ติ หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมีชีวติ การลำเลยี งสารเขา้

และออกจากเซลล์ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบตา่ ง ๆ

ของสตั วแ์ ละมนษุ ย์ท่ที ำงานสัมพนั ธก์ ัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและ

หนา้ ทขี่ องอวัยวะตา่ ง ๆ ของพืชท่ที ำงานสัมพนั ธ์กัน รวมท้ังนำความรูไ้ ปใช้

ประโยชน์

มาตรฐาน ว 1.3 เขา้ ใจกระบวนการและความสำคญั ของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมทมี่ ีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความ

หลากหลายทางชีวภาพและวิวฒั นาการของสิ่งมีชวี ติ รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้

ประโยชน์

สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบัติ

ของสสารกับโครงสร้างและแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนุภาค หลักและ

ธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ

การเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงทก่ี ระทำตอ่ วัตถุ

ลักษณะการเคลื่อนที่แบบตา่ ง ๆ ของวตั ถุรวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์



มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ติ ประจำวัน ธรรมชาติ

ของคล่ืน ปรากฏการณ์ทเ่ี กยี่ วข้องกบั เสยี ง แสง และคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า

รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ

กาแลก็ ซีดาวฤกษแ์ ละระบบสุริยะ รวมทัง้ ปฏสิ ัมพนั ธ์ภายในระบบสรุ ิยะที่

ส่งผลต่อสงิ่ มชี วี ิต และการประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ

มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการ

เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณพี ิบัตภิ ัย กระบวนการ

เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมท้ังผลตอ่ ส่งิ มีชวี ติ และ

สิง่ แวดลอ้ ม

สาระที่ 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพอ่ื การดำรงชีวิตในสงั คมที่มีการ

เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์

คณติ ศาสตร์และศาสตรอ์ ืน่ ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอยา่ งมีความคดิ

สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมเลือกใชเ้ ทคโนโลยีอย่าง

เหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาท่พี บในชีวติ จริงอยา่ งเปน็

ขั้นตอนและเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการ

เรยี นรกู้ ารทำงาน และการแก้ปญั หาได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทัน และมี

จรยิ ธรรม



คุณภาพผเู้ รียน
จบชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3

❖ เขา้ ใจลกั ษณะทวั่ ไปของสิ่งมีชวี ิตและการดำรงชีวติ ของสิง่ มชี วี ิตรอบตัว
❖ เขา้ ใจลักษณะทปี่ รากฏชนดิ และสมบตั บิ างประการของวสั ดุที่ใชท้ ำวัตถแุ ละการเปลี่ยน
แปลงของวสั ดรุ อบตวั
❖ เขา้ ใจการดึงการผลักแรงแม่เหลก็ และผลของแรงทมี่ ีต่อการเปลีย่ นแปลงการเคลื่อนท่ี
ของวตั ถุพลงั งานไฟฟา้ และการผลิตไฟฟ้า การเกิดเสียง แสงและการมองเหน็
❖ เขา้ ใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ดวงจนั ทร์และดาว ปรากฏการณ์การขน้ึ และตกของ
ดวงอาทติ ย์การเกิดกลางวนั กลางคืน การกำหนดทิศ ลักษณะของหิน การจำแนก ชนิดดนิ และการใช้
ประโยชน์ลกั ษณะและความสำคญั ของอากาศ การเกดิ ลม ประโยชนแ์ ละโทษ ของลม
❖ ตง้ั คำถามหรือกำหนดปญั หาเกี่ยวกับสิ่งทีจ่ ะเรียนรูต้ ามทกี่ ำหนดให้ หรือตามความสนใจ
สังเกตสำรวจตรวจสอบโดยใชเ้ ครือ่ งมืออย่างงา่ ย รวบรวมข้อมลู บันทกึ และอธิบายผลการสำรวจ
ตรวจสอบด้วยการเขียนหรอื วาดภาพและสื่อสารสง่ิ ที่เรยี นรู้ด้วยการเล่าเร่ือง หรือดว้ ยการแสดง
ทา่ ทางเพอื่ ให้ผู้อ่นื เข้าใจ
❖ แกป้ ญั หาอยา่ งง่ายโดยใช้ข้ันตอนการแก้ปัญหา มีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสารเบอ้ื งต้น รักษาขอ้ มลู สว่ นตัว
❖ แสดงความกระตือรอื รน้ สนใจท่จี ะเรียนรมู้ ีความคดิ สร้างสรรค์เกยี่ วกับเรื่องที่จะศึกษา
ตามท่กี ำหนดใหห้ รอื ตามความสนใจ มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็น และยอมรบั ฟังความคดิ เห็น
ผอู้ ่ืน
❖ แสดงความรบั ผดิ ชอบดว้ ยการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมายอยา่ งมุง่ ม่นั รอบคอบประหยัด
ซ่ือสัตยจ์ นงานลุลว่ งเปน็ ผลสำเร็จ และทำงานรว่ มกบั ผอู้ นื่ อยา่ งมคี วามสุข
❖ ตระหนักถึงประโยชนข์ องการใช้ความร้แู ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการ
ดำรงชวี ิต ศกึ ษาหาความรู้เพิ่มเตมิ ทำโครงงานหรือชิ้นงานตามทกี่ ำหนดให้ หรือตามความสนใจจบ
ชน้ั



จบช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
❖ เขา้ ใจการลำเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์กลไกการรักษาดลุ ยภาพของมนษุ ย์

ภมู ิค้มุ กนั ในร่างกายของมนษุ ยแ์ ละความผิดปกติของระบบภูมคิ ุม้ กนั การใช้ประโยชนจ์ ากสารตา่ ง ๆ
ทพ่ี ืชสร้างขนึ้ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพนั ธกุ รรม วิวัฒนาการท่ที ำให้
เกดิ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ความสำคัญและผลของเทคโนโลยีทางดเี อน็ เอต่อมนุษย์สงิ่ มชี ีวิต
และสง่ิ แวดล้อม

❖ เข้าใจความหลากหลายของไบโอมในเขตภูมศิ าสตรต์ ่าง ๆ ของโลก การเปลย่ี นแปลง
แทนทีใ่ นระบบนิเวศ ปญั หาและผลกระทบทมี่ ตี ่อทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ
อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดล้อม

❖ เข้าใจชนดิ ของอนุภาคสำคญั ทเี่ ป็นส่วนประกอบในโครงสรา้ งอะตอม สมบตั ิบางประการ
ของธาตุ การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ ชนดิ ของแรงยดึ เหน่ียวระหว่างอนภุ าคและสมบัติตา่ ง ๆ ของ
สารทมี่ ีความสมั พนั ธ์กบั แรงยึดเหนีย่ ว พนั ธะเคมีโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์การเกดิ ปฏิกิริยา
เคมีปจั จยั ท่ีมผี ลต่ออัตราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมแี ละการเขยี นสมการเคมี

❖ เข้าใจปรมิ าณท่เี กย่ี วกบั การเคลอ่ื นที่ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแรง มวลและความเร่ง ผล
ของความเร่งที่มีต่อการเคล่ือนทีแ่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ แรงโนม้ ถ่วง แรงแม่เหล็ก ความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งสนามแม่เหล็กและกระแสไฟฟ้า และแรงภายในนิวเคลียส

❖ เข้าใจพลังงานนิวเคลียรค์ วามสมั พันธ์ระหวา่ งมวลและพลงั งาน การเปลย่ี นพลงั งาน
ทดแทนเป็นพลังงานไฟฟา้ เทคโนโลยีดา้ นพลังงาน การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวม
คลืน่ การไดย้ ิน ปรากฏการณ์ทเี่ กยี่ วข้องกับเสยี ง สีกับการมองเห็นสคี ลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟา้ และ
ประโยชน์ของคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้

❖ เขา้ ใจการแบง่ ช้นั และสมบตั ขิ องโครงสร้างโลก สาเหตุ และรูปแบบการเคลื่อนทีข่ องแผน่
ธรณที ีส่ มั พนั ธก์ ับการเกิดลกั ษณะธรณีสัณฐาน สาเหตุกระบวนการเกดิ แผน่ ดนิ ไหว ภูเขาไฟระเบดิ สึ
นามผิ ลกระทบ แนวทางการเฝ้าระวัง และการปฏบิ ัตติ นให้ปลอดภยั

❖ เข้าใจผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลสิ ที่มีตอ่ การ
หมนุ เวียนของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจดู และผลทมี่ ีต่อภมู ิอากาศ
ความสัมพนั ธ์ของการหมุนเวียนของอากาศ และการหมุนเวียนของกระแสน้ำผิวหนา้ ในมหาสมทุ ร
และผลต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สง่ิ มชี วี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม ปัจจัยตา่ ง ๆ ทม่ี ีผลต่อการเปลย่ี นแปลง
ภูมิอากาศโลก และแนวปฏบิ ัตเิ พื่อลดกจิ กรรมของมนุษย์ท่ีสง่ ผลต่อการเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศ โลก
รวมท้ังการแปลความหมายสัญลักษณล์ มฟา้ อากาศทสี่ ำคัญจากแผนที่อากาศ และข้อมูลสารสนเทศ

❖ เข้าใจการกำเนดิ และการเปล่ียนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อุณหภมู ิของเอกภพ
หลักฐานท่ีสนบั สนุนทฤษฎบี กิ แบง ประเภทของกาแลก็ ซโี ครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของ กาแลก็ ซี
ทางชา้ งเผอื ก กระบวนการเกิดและการสร้างพลงั งาน ปจั จัยทสี่ ง่ ผลตอ่ ความส่องสว่าง ของดาวฤกษ์



และความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความส่องสวา่ งกบั โชตมิ าตรของดาวฤกษค์ วามสมั พันธร์ ะหวา่ งสีอณุ หภมู ผิ วิ
และสเปกตรัมของดาวฤกษ์วิวฒั นาการและการเปลีย่ นแปลงสมบตั ิบางประการ ของดาวฤกษ์
กระบวนการเกิดระบบสรุ ยิ ะ การแบ่งเขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์ลักษณะของดาวเคราะห์ ทีเ่ อ้ือตอ่ การ
ดำรงชวี ติ การเกิดลมสรุ ิยะ พายุสรุ ิยะและผลทมี่ ีต่อโลก รวมทัง้ การสำรวจอวกาศ และการประยกุ ต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ

❖ ระบุปัญหา ต้ังคำถามทจี่ ะสำรวจตรวจสอบ โดยมีการกำหนดความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตวั
แปรตา่ ง ๆ สืบค้นข้อมลู จากหลายแหลง่ ต้งั สมมติฐานท่เี ป็นไปได้หลายแนวทาง ตัดสินใจเลือก
ตรวจสอบสมมติฐานทเ่ี ปน็ ไปได้

❖ ตัง้ คำถามหรือกำหนดปญั หาทีอ่ ยบู่ นพืน้ ฐานของความรู้และความเข้าใจทางวทิ ยาศาสตร์
ที่แสดงใหเ้ ห็นถึงการใช้ความคดิ ระดับสูงท่ีสามารถสำรวจตรวจสอบหรอื ศึกษาค้นควา้ ได้อย่าง
ครอบคลุมและเช่ือถือไดส้ ร้างสมมติฐานทมี่ ที ฤษฎรี องรับหรือคาดการณ์สิ่งทีจ่ ะพบ เพ่ือนำไปสู่การ
สำรวจตรวจสอบ ออกแบบวธิ ีการสำรวจตรวจสอบตามสมมตฐิ านที่กำหนดไวไ้ ด้อย่างเหมาะสมมี
หลักฐานเชงิ ประจักษ์ เลือกวัสดุ อุปกรณ์ รวมทั้งวิธีการในการสำรวจตรวจสอบอยา่ งถูกต้องทงั้ ในเชิง
ปริมาณและคุณภาพ และบันทกึ ผลการสำรวจตรวจสอบอยา่ งเป็นระบบ

❖ วเิ คราะหแ์ ปลความหมายข้อมูล และประเมนิ ความสอดคล้องของข้อสรปุ เพอื่ ตรวจสอบ
กับสมมตฐิ านท่ีตัง้ ไวใ้ ห้ขอ้ เสนอแนะเพื่อปรบั ปรุงวิธกี ารสำรวจตรวจสอบ จัดกระทำข้อมูลและ
นำเสนอข้อมูลดว้ ยเทคนิควธิ ีท่เี หมาะสม สอ่ื สารแนวคดิ ความรู้จากผลการสำรวจตรวจสอบโดยการ
พดู เขยี น จัดแสดงหรือใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจโดยมีหลักฐานอา้ งอิงหรือมีทฤษฎี
รองรับ

❖ แสดงถงึ ความสนใจ มุง่ ม่ัน รบั ผดิ ชอบ รอบคอบ และซื่อสตั ย์ ในการสบื เสาะหาความรู้
โดยใช้เครื่องมือและวธิ ีการท่ีใหไ้ ด้ผลถกู ต้อง เชือ่ ถือไดม้ ีเหตุผลและยอมรบั ไดว้ ่าความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตรอ์ าจมีการเปล่ียนแปลงได้

❖ แสดงถึงความพอใจและเหน็ คุณคา่ ในการค้นพบความรู้พบคำตอบ หรือแกป้ ญั หาได้
ทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ อย่างสร้างสรรคแ์ สดงความคิดเห็นโดยมีข้อมลู อา้ งองิ และเหตผุ ลประกอบเกีย่ วกับ
ผลของการพฒั นาและการใช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างมีคณุ ธรรมต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม
และยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผูอ้ ื่น

❖ เขา้ ใจความสมั พันธข์ องความร้วู ิทยาศาสตรท์ ี่มผี ลต่อการพฒั นาเทคโนโลยปี ระเภทตา่ ง ๆ
และการพฒั นาเทคโนโลยที ีส่ ่งผลใหม้ กี ารคิดคน้ ความรทู้ างวิทยาศาสตรท์ ่ีกา้ วหน้าผลของเทคโนโลยี
ตอ่ ชีวติ สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม

❖ ตระหนักถงึ ความสำคัญและเหน็ คณุ ค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ใี ช้ ใน
ชีวติ ประจำวันใช้ความรแู้ ละกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีในการดำรงชวี ติ และการ
ประกอบอาชีพ แสดงความชน่ื ชม ภูมใิ จ ยกย่อง อา้ งอิงผลงาน ช้ินงานทีเ่ ปน็ ผลมาจากภูมิปัญญา



ท้องถิน่ และการพัฒนาเทคโนโลยที ท่ี นั สมยั ศึกษาหาความรเู้ พิ่มเติม ทำโครงงานหรือสร้าง ชน้ิ งาน
ตามความสนใจ

❖ แสดงความซาบซึ้ง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใชแ้ ละรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ มอย่างรคู้ ุณค่า เสนอตวั เอง ร่วมมือปฏิบัตกิ ับชมุ ชนในการป้องกนั ดแู ลทรัพยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ มของท้องถิ่น

❖ วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยไี ดแ้ ก่ ระบบทางเทคโนโลยที ีซ่ บั ซอ้ นการ
เปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยคี วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งเทคโนโลยกี บั ศาสตร์อ่นื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตรห์ รอื
คณติ ศาสตร์วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ และตดั สนิ ใจเพือ่ เลอื กใช้ เทคโนโลยีโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อ
ชวี ิต สงั คม เศรษฐกิจ และส่งิ แวดลอ้ ม ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ทักษะ ทรพั ยากรเพ่ือออกแบบสรา้ งหรอื
พัฒนาผลงาน สำหรับแกป้ ญั หาทม่ี ผี ลกระทบต่อสงั คม โดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใช้
ซอฟตแ์ วรช์ ว่ ยในการออกแบบและนำเสนอผลงาน เลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์และเครื่องมือได้อยา่ งถูกต้อง
เหมาะสม ปลอดภัย รวมท้งั คำนึงถงึ ทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา

❖ ใช้ความรทู้ างด้านวิทยาการคอมพิวเตอรส์ ่ือดจิ ทิ ลั เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร
เพอ่ื รวบรวมข้อมลู ในชวี ิตจริงจากแหล่งต่าง ๆ และความรจู้ ากศาสตร์อื่น มาประยุกต์ ใช้สร้างความรู้
ใหม่ เข้าใจการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยีทมี่ ีผลตอ่ การดำเนินชีวิต อาชีพ สังคมวัฒนธรรม และใช้
อยา่ งปลอดภัย มจี รยิ ธรรม

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พุทธศกั ราช 2560) มงุ่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดงั นี้

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรบั และส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใช้ภาษาถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
ขา่ วสารและประสบการณอ์ ันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้งั การเจรจาต่อรอง
เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ
ความถูกต้อง ตลอดจน การเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อ
ตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้
หรอื สารสนเทศเพ่อื การตัดสินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ี
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสมั พันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณต์ า่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรูม้ า



ใช้ในการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมีการตัดสนิ ใจที่มีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกดิ ข้ึน
ต่อตนเอง สังคมและสง่ิ แวดล้อม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องการทำงาน และการอยู่
ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสรมิ ความสมั พันธ์อันดรี ะหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้ง
ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการ
รู้จกั หลีกเลย่ี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ทีส่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผ้อู ื่น

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง
ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้การ
ส่อื สาร การทำงาน การแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก มี 8 ประการ ได้แก่

1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ



ตัวชว้ี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง

สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงทก่ี ระทำต่อวตั ถุ

ลักษณะการเคลอ่ื นท่ีแบบตา่ งๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏสิ ัมพันธ์ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจำวนั ธรรมชาติ

ของคล่นื ปรากฏการณ์ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับเสียง แสงและคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้

รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชน้ั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ม.5 ว 2.2/1. วิเคราะหแ์ ละแปล ▪ การเคลอ่ื นทีข่ องวตั ถุท่ีมกี ารเปลยี่ นความเร็วเปน็

ความหมายข้อมูลความเร็วกับเวลา การเคลื่อนทดี่ ว้ ยความเร่ง ความเร่งเป็น
ของการเคล่ือนทข่ี องวัตถุ เพ่ือ
อัตราส่วนของความเร็วท่เี ปล่ียนไปตอ่ เวลาและ
อธิบายความเรง่ ของวัตถุ
เป็นปริมาณเวกเตอร์ ในกรณีท่วี ัตถทุ ี่อยู่น่ิง หรอื

เคลอ่ื นท่ใี นแนวตรงดว้ ยความเรว็ คงตวั วตั ถุน้นั มี

ความเรง่ เป็นศนู ย์

▪ วัตถุมคี วามเรว็ เพ่ิมข้ึน ถ้าความเร็วและความเรง่

มีทศิ เดียวกัน และมีความเรว็ ลดลง ถา้ ความเร็ว

และความเร่งมีทิศตรงกันขา้ ม

ว 2.2/2 สังเกตและอธิบายการหา ▪ เมือ่ มีแรงหลายแรงกระทำตอ่ วัตถหุ น่งึ โดยแรง
แรงลัพธท์ ี่เกิดจากแรงหลายแรงท่ี ทุกแรงอยใู่ นระนาบเดยี วกัน สามารถหาแรงลัพธ์
อยใู่ นระนาบเดยี วกนั ท่ีกระทำตอ่ ทก่ี ระต่อวัตถุนั้นไดโ้ ดยรวมแบบเวกเตอร์
วัตถุ โดยการเขียนแผนภาพการ

รวมแบบเวกเตอร์

ว 2.2/3 สังเกต วิเคราะห์ และ ▪ เม่ือแรงลัพธ์มคี า่ ไมเ่ ท่ากบั ศนู ย์กระทำตอ่ วัตถุ จะ
อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง ทำให้วตั ถเุ คลื่อนท่ีด้วยความเรง่ มที ิศทางเดยี วกบั
ความเร่งของวัตถุกบั แรงลัพธ์ท่ี แรงลัพธ์ โดยขนาดของความเรง่ ขึ้นกบั ขนาดของ
กระทำต่อวตั ถุและมวลของวัตถุ แรงลพั ธ์กระทำต่อวตั ถแุ ละมวลของวัตถุ

ว 2.2/4 สงั เกตและอธิบายแรง ▪ แรงกระทำระหวา่ งวัตถุคหู่ น่ึงๆ เปน็ แรงกริ ิยา
กริ ยิ าและแรงปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งวตั ถุ และแรงปฏกิ ริ ิยา แรงทั้งสองมีขนาดเท่ากนั
คู่หน่ึงๆ เกดิ ขน้ึ พรอ้ มกนั กระทำกบั วัตถคุ นละกอ้ น แตม่ ี

ทิศทางตรงขา้ ม

ว 2.2/5 สงั เกตและอธบิ ายผลของ ▪ วตั ถทุ ่เี คลื่อนทดี่ ้วยความเรง่ คงตวั หรอื ความเร่ง
ความเร่งทม่ี ีต่อการเคล่ือนที่แบบ ไมค่ งตัว อาจเป็นการเคล่อื นที่แนวตรง การ
ต่างๆ ของวตั ถไุ ดแ้ ก่การเคลื่อนท่ี เคลื่อนที่แนวโค้งหรือการเคล่ือนท่แี บบสั่น การ
แนวตรงการเคล่ือนท่แี บบโพรเจก เคล่อื นทแี่ นวตรงด้วยความเร่งคงตัวนำไปใช้



ไทล์ การเคล่ือนที่แบบวงกลม และ อธิบายการตกแบบเสรี การเคล่ือนที่แนวโคง้ ดว้ ย

การเคลอื่ นทแี่ บบสั่น ความเรง่ คงตัวนำไปใชอ้ ธิบายการเคลอื่ นทแี่ บบ

โพรเจกไทล์ การเคล่ือนที่แนวโคง้ ดว้ ยความเรง่ มี

ทิศทางตง้ั ฉากกบั ความเรว็ ตลอดเวลานำไปใช้

อธบิ ายการเคลื่อนท่ีแบบวงกลมการเคลื่อนที่

กลบั ไปกลับมาด้วยความเรง่ มีทิศทางเขา้ ส่จู ดุ ที่

แรงลพั ธ์เปน็ ศนู ย์ เรยี กจุดนี้ว่า ตำแหนง่ สมดุล

ซึง่ นำไปใช้อธบิ ายการเคล่อื นทแี่ บบส่นั

ว 2.2/6 สบื ค้นข้อมลู และอธิบาย ▪ ในบรเิ วณทีม่ ีสนามโนม้ ถว่ ง เมือ่ มีวตั ถุทมี่ ีมวลจะ
แรงโน้มถว่ งทีเ่ ก่ียวกบั การเคลื่อนท่ี มีแรงโนม้ ถ่วง ซง่ึ เป็นแรงดงึ ดูดของโลกกระทำต่อ
ของวตั ถุต่างๆ รอบโลก
วัตถุ แรงน้นี ำไปใช้อธบิ ายการเคล่อื นที่ของวตั ถุ

ต่างๆ เช่น ดาวเทียม และดวงจนั ทร์รอบโลก

ว 2.2/7 สงั เกตและอธบิ ายการเกิด ▪ กระแสไฟฟา้ ทำให้เกิดสนามแมเ่ หลก็ ในบริเวณ
สนาม แมเ่ หล็กเนื่องจาก
รอบแนวการเคลือ่ นท่ีของกระแสไฟฟา้ หา
กระแสไฟฟา้
ทศิ ทางของสนามแม่เหลก็ เนื่องจากกระแสไฟฟา้

ไดจ้ ากกฎมอื ขวา

ว 2.2/8 สังเกตและอธบิ ายแรง ▪ ในบรเิ วณที่มีสนามแม่เหลก็ เมอ่ื มีอนภุ าคท่ีมี
แม่เหล็กท่ีกระทำต่ออนุภาคที่มี
ประจไุ ฟฟ้าเคลือ่ นทีโ่ ดยไม่อยู่ในแนวเดยี วกับ
ประจุไฟฟา้ ทีเ่ คลื่อนทใี่ น
สนามแม่เหลก็ หรอื มกี ระแสไฟฟ้าผ่านลวดตวั นำ
สนามแมเ่ หล็ก และแรงแม่เหลก็ ที่ โดยกระแสไฟฟา้ ไมอ่ ยใู่ นแนวเดยี วกบั
กระทำต่อลวดตวั นำทม่ี ี
สนามแม่เหลก็ จะมแี รงแมเ่ หล็กกระทำ ซง่ึ เปน็
กระแสไฟฟ้าผา่ นในสนามแม่เหล็ก พ้ืนฐานในการสร้างมอเตอร์
รวมท้ังอธบิ ายหลักการทำงานของ

มอเตอร์

ว 2.2/9 สังเกตและอธบิ ายการเกิด ▪ เม่ือมสี นามแม่เหล็กเปลีย่ นแปลงตดั ขดลวดตวั นำ
อเี อ็มเอฟ รวมทั้งยกตัวอยา่ งการ
ทำใหเ้ กดิ อเี อ็มเอฟ ซ่ึงเปน็ พ้นื ฐานในการสร้าง
นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
เครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟา้

ว 2.2/10 สบื คน้ ขอ้ มูลและอธิบาย ▪ ภายในนิวเคลียสมีแรงเขม้ ทีเ่ ปน็ แรงยดึ เหนีย่ ว
แรงเขม้ และแรงอ่อน
ของอนภุ าคในนิวเคลียส และเป็นแรงหลักที่ใช้

อธิบายเสถยี รภาพของนิวเคลียส นอกจากน้ยี งั มี

แรงอ่อน ซึง่ เป็นแรงท่ีใชอ้ ธิบายการสลายให้

อนภุ าคบตี าของธาตุกมั มนั ตรังสี

ว 2.3/1 สืบค้นขอ้ มูลและอธิบาย ▪ พลงั งานท่ปี ลดปล่อยออกมาจากฟชิ ชัน หรือฟวิ
พลงั งานนิวเคลยี ร์ ฟิชชนั และฟวิ ชนั เรียกวา่ พลังงานนิวเคลยี ร์ โดยฟชิ ชันเปน็
ชันและความสัมพนั ธ์ระหวา่ งมวล ปฏกิ ิรยิ าทน่ี ิวเคลยี สที่มมี วลมากแตกออกเป็น

นิวเคลยี สทมี่ ีมวลนอ้ ยกว่า สว่ นฟิวชันเป็น



กับพลงั งานท่ีปลดปลอ่ ยออกมา ปฏกิ ริ ิยาทน่ี ิวเคลยี สท่มี มี วลน้อยรวมตวั กนั เกิด

จากฟชิ ชันและ ฟิวชัน เปน็ นวิ เคลยี สที่มีมวลมากขึน้ พลังงานนวิ เคลยี ร์

ท่ปี ลดปลอ่ ยออกมาจากฟชิ ชันและฟิวชันมคี ่า

เป็นไปตามความสมั พนั ธ์ระหว่างมวลกบั พลังงาน

ว 2.3/2 สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบาย ▪ การนำพลังงานทดแทนมาใช้เป็นการแก้ปัญหา
การเปลยี่ นพลงั งานทดแทนเป็น
หรอื ตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เชน่
พลังงานไฟฟ้า รวมทงั้ สบื คน้ และ การเปลี่ยนพลังงานนวิ เคลยี รเ์ ปน็ พลังงานไฟฟา้
อภิปรายเกีย่ วกบั เทคโนโลยี ที่
ในโรงไฟฟ้านิวเคลยี ร์ และการเปลีย่ นพลงั งาน
นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนอง
แสงอาทติ ย์เปน็ พลงั งานไฟฟ้า โดยเซลลส์ รุ ยิ ะ
ความตอ้ งการทางดา้ นพลังงาน
โดยเนน้ ด้านประสทิ ธิภาพและ ▪ เทคโนโลยตี ่างๆ ทน่ี ำมาแก้ปัญหา หรือ
ความคมุ้ ค่าดา้ นคา่ ใช้จา่ ย ตอบสนองความต้องการทางด้านพลงั งานเป็น
การนำความรทู้ ักษะและกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์มาสรา้ งอุปกรณ์ หรอื ผลติ ภัณฑ์

ตา่ งๆ ทชี่ ว่ ยใหก้ ารใชพ้ ลงั งานมปี ระสิทธิภาพ

ย่งิ ข้ึน

ว 2.3/3 สังเกตและอธิบายการ ▪ เม่ือคลนื่ เคล่อื นท่ีไปพบส่ิงกีดขวาง จะเกิดการ
สะท้อน การหักเห การเล้ยี วเบน
สะท้อน เมอื่ คลื่นเคลอ่ื นทผ่ี า่ นรอยต่อระหว่าง
และการรวมคล่ืน
ตัวกลางท่ีตา่ งกนั จะเกดิ การหักเห เมื่อคลืน่

เคล่อื นท่ีไปพบขอบส่งิ กดี ขวางจะเกดิ การ

เล้ียวเบน เมื่อคล่ืนสองขบวนมาพบกนั จะเกดิ การ

รวมคล่นื เกดิ รูปรา่ งของคลนื่ รวม หลงั จากคลื่นทั้ง

สองเคล่ือนทผี่ ่านพน้ กนั แล้วจะแยกกัน โดยแตล่ ะ

คลน่ื ยังคงมีรูปร่างและทิศทางเดมิ

ว 2.3/4 สังเกตและอธบิ าย ความถี่ ▪ เม่ือกระต้นุ ใหว้ ัตถุส่นั แลว้ หยุดกระตนุ้ วัตถุจะส่ัน
ธรรมชาติ การสนั่ พอ้ ง และผลท่ี
ดว้ ยความถี่ ท่ีเรียกวา่ ความถ่ีธรรมชาติ ถ้ามีแรง
เกดิ ขนึ้ จากการสน่ั พอ้ ง
กระตุ้นวตั ถุที่กำลังส่นั ดว้ ยความถขี่ องการออก

แรงตรงกับความถธ่ี รรมชาติของวตั ถนุ ้ัน จะทำให้

วัตถสุ ่ันดว้ ยแอมพลจิ ูดมากขน้ึ เรยี กวา่ การสน่ั

พอ้ ง เช่น การสนั่ พ้องของอาคารสูง การสัน่ พอ้ ง

ของสะพาน การสนั่ พ้องของเสียงในเคร่ืองดนตรี

ประเภทเปา่

ว 2.3/5 สงั เกตและอธบิ ายการ ▪ เสยี งมกี ารสะท้อน การหักเห การเลีย้ วเบนและ
สะทอ้ น การหักเห การเลย้ี วเบน
การรวมคลน่ื เช่นเดยี วกับคลน่ื อน่ื ๆ
และการรวมคลน่ื ของคล่นื เสียง

ว 2.3/6 สืบคน้ ข้อมลู และอธิบาย ▪ ความถข่ี องคลืน่ เสียงเป็นปรมิ าณท่ีใช้บอกเสยี ง
ความ สมั พันธร์ ะหวา่ งความเข้ม
สงู เสียงต่ำ โดยความถ่ีที่คนได้ยนิ มีคา่ อยรู่ ะหว่าง



เสยี งกับระดับเสยี งและผลของ 20-20,000 เฮิรตซ์ ระดับเสยี งเปน็ ปรมิ าณท่ใี ช้

ความถ่ีกบั ระดบั เสียงทมี่ ีต่อการได้ บอกความดังของเสยี ง ซ่ึงข้ึนกบั ความเข้มเสยี ง

ยนิ เสียง โดยความเข้มเสียงเป็นพลงั งานเสียงทีต่ กตง้ั ฉาก

บนพ้ืนทห่ี น่ึงหน่วยในหนงึ่ หน่วยเวลา เสียงทมี่ ี

ความดังมากเกินไปเป็นอันตรายตอ่ หู

ว 2.3/7 สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ ▪ เมื่อเสยี งจากแหลง่ กำเนิดเดินทางไปกระทบวัตถุ
เสียงสะทอ้ นกลับ บีต ดอปเพลอร์ แล้วสะทอ้ นกลบั มายังผู้ฟัง ถ้าผฟู้ ังได้ยินเสียงท่ี
และการส่ันพอ้ งของเสียง
ออกจากแหลง่ กำเนดิ และเสียงทสี่ ะท้อนกลบั มา

แยกจากกนั เสียงที่ได้ยนิ นเ้ี ป็นเสียงสะท้อนกลับ

▪ เมื่อคลื่นเสยี งสองขบวนที่มคี วามถีใ่ กลเ้ คยี งกัน

มารวมกัน จะเกิดบีต

▪ เม่ือแหลง่ กำเนดิ เสยี งเคลอื่ นท่ี ผู้ฟังเคลอื่ นที่ หรือ

ทัง้ แหลง่ กำเนิดและผู้ฟงั เคลื่อนท่ี ผู้ฟังจะไดย้ ิน

เสยี งทมี่ คี วามถี่เปลย่ี นไป เรียกวา่

ปรากฎการณ์ดอปเพลอร์

▪ ถา้ อากาศในทอ่ ถูกกระตนุ้ ด้วยคลน่ื เสียงทีม่ ี

ความถี่เท่ากับความถ่ีธรรมชาตขิ องอากาศในท่อ

นัน้ จะเกดิ การสัน่ พ้องของเสียง

ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ม.5 ว 2.3/8 สืบคน้ ขอ้ มลู และ
▪ ความรเู้ กย่ี วกบั เสียงนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ น
ยกตัวอย่างการนำความรู้เก่ยี วกบั ตา่ งๆ เช่น คลืน่ เหนือเสยี งหรืออัลตราซาวนด์ ใช้
เสยี งไปใชป้ ระโยชน์ใน ในทางการแพทย์ บีตของเสยี งในการปรับเทยี บ
ชีวิตประจำวนั เสยี งของเครอ่ื งดนตรี การสัน่ พอ้ งของเสยี งใชใ้ น
กำรออกแบบเครื่องดนตรแี ละอธบิ ายการเปล่ง
ว 2.3/9 สังเกตและอธบิ ายการ เสียงของมนษุ ย์
มองเห็นสขี องวัตถุและความ
ผดิ ปกตใิ นการมองเห็นสี ▪ เมื่อแสงตกกระทบวตั ถุ วตั ถจุ ะดดู กลนื แสงสีบาง
สี โดยข้ึนกบั สารสีบนผวิ วัตถุ และสะท้อนแสงสีที่
เหลอื ออกมา ทำให้มองเห็นวัตถเุ ปน็ สีตา่ งๆ
ขนึ้ กบั แสงสที ่ีสะท้อนออกมา ความผดิ ปกติใน



การมองเห็นสี หรอื การบอดสเี กิดจากความ

บกพร่องของเซลล์รปู กรวยบนจอตา

ว 2.3/10 สงั เกตและอธิบายการ ▪ แผน่ กรองแสงสียอมให้แสงสีบางสีผา่ นออกไปได้
ทำงานของแผน่ กรองแสงสี การ
และ ก้ันบางแสงสี
ผสมแสงสี การผสมสารสี และการ ▪ การผสมแสงสีทำให้ไดแ้ สงสีที่หลากหลาย
นำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน เปล่ยี นไป จากเดิม ถ้านำแสงสปี ฐมภูมใิ นสดั สว่ น

ที่เหมาะสมมาผสมกันจะไดแ้ สงขาว

▪ การผสมสารสีทำใหไ้ ด้สารสที ่ีหลากหลาย

เปล่ียนไป จากเดมิ ถา้ นำสารสีปฐมภมู ิในปริมาณ

ทเ่ี ทา่ กนั มาผสมกันจะไดส้ ารสีผสมเป็นสีดำ

▪ การผสมแสงสแี ละการผสมสารสสี ามารถนำไปใช้

ประโยชน์ในด้านตา่ งๆ เช่น ด้านศิลปะ ดา้ นการ

แสดง

ว 2.3/11 สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบาย ▪ คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าประกอบด้วยสนามแมเ่ หล็ก
คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า สว่ นประกอบ และ สนามไฟฟ้าทเ่ี ปล่ยี นแปลงตลอดเวลา โดย
คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และหลักการ สนามทัง้ สองมีทิศทางตั้งฉากกัน และตัง้ ฉากกบั
ทำงานของอปุ กรณบ์ างชนิดที่
อาศัยคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ทิศทางการเคลื่อนท่ีของคล่นื
▪ อปุ กรณ์บางชนิดทำงานโดยอาศัยคล่ืน

แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ เช่น เครอ่ื งควบคมุ ระยะไกล

เคร่ืองถา่ ยภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเคร่ือง

ถ่ายภาพการส่ันพ้องแมเ่ หล็ก

ว 2.3/12 สบื คน้ ขอ้ มูลและอธบิ าย ▪ ในการสื่อสารโดยอาศยั คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ เพ่ือ
การส่ือสาร โดยอาศยั คลื่น
ส่งผา่ น สารสนเทศจากท่ีหน่งึ ไปอีกท่ีหน่ึง
แม่เหล็กไฟฟ้าในการสง่ ผ่าน
สารสนเทศจะถูกแปลงใหอ้ ยใู่ นรูปสญั ญาณ
สารสนเทศและเปรียบเทยี บการ
สำหรับสง่ ไปยังปลายทาง ซึ่งจะมกี ารแปลง
สื่อสารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกบั สัญญาณกลับมาเปน็ สารสนเทศทเี่ หมือนเดิม
สัญญาณดิจทิ ลั
▪ สญั ญาณทใี่ ชใ้ นการส่อื สารมสี องชนดิ คือ แอนะล็

อกและ ดจิ ทิ ลั การสง่ ผ่านสารสนเทศด้วย

สัญญาณดิจทิ ัลสามารถสง่ ผา่ นได้ โดยมีความ

ผิดพลาดนอ้ ยกวา่ สญั ญาณแอนะล็อก



คำอธิบายรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ื้นฐาน วิทยาศาสตร์กายภาพ รหสั วิชา ว32102
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 40 ชัว่ โมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาและอธิบายการวิเคราะหแ์ ละแปลความหมายขอ้ มูลความเร็วกับเวลาของการเคล่อื นท่ี
ของวัตถุการหาแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่อยู่ในระนาบเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุความสัมพันธ์
ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุและมวลของวัตถุแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา
ระหว่างวตั ถุคู่หนึ่ง ๆ ผลของความเร่งทม่ี ีต่อการเคล่ือนที่แบบตา่ ง ๆ ของวตั ถไุ ด้แก่ การเคล่ือนท่ีแนว
ตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนที่แบบวงกลมและการเคลื่อนท่ีแบบสั่น แรงโน้มถ่วงท่ี
เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุต่าง ๆ รอบโลกการเกิดสนามแม่เหล็กเนื่องจาก กระแสไฟฟ้า แรง
แม่เหล็กที่กระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อ
ลวดตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหล็ก การเกิดอีเอ็มเอฟ แรงเข้มและแรงอ่อนพลังงาน
นิวเคลียร์ฟิชชันและฟิวชันและความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงานท่ี ปลดปล่อยออกมาจากฟิชชัน
และฟิวชัน การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบนและ
การรวมคลื่น ความถี่ธรรมชาติ การสั่นพ้อง การรวมคลื่นของคลื่นเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างความ
เข้มเสียงกับระดับเสียงและผลของความถี่กับระดับเสียงที่มีต่อการได้ยิน เสียง การเกิดเสียงสะท้อน
กลับ บีต ดอปเพลอร์ และการส่ันพอ้ งของเสียง ยกตัวอยา่ งการ นำความรเู้ กีย่ วกบั เสยี งไปใช้ประโยชน์
ในชีวติ ประจำวนั การมองเห็นสขี องวัตถุและความผิดปกติ ในการมองเห็นสี การทำงานของแผ่นกรอง
แสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสีและการนำไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
สว่ นประกอบคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้าและหลักการ ทำงานของอุปกรณ์บางชนิดท่ีอาศัยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในการส่งผ่านสารสนเทศและเปรียบเทียบการสื่อสารด้วย
สัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้
การสืบค้นขอ้ มลู การสงั เกตวเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภิปรายและสรุป เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความ
เข้าใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ มีทกั ษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทง้ั ทักษะแห่งศตวรรษ
ท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ ไปใช้ในชีวิตตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ
ค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

ตวั ช้ีวัด วเิ คราะหแ์ ละแปลความหมายข้อมลู ความเรว็ กับเวลาของการเคลือ่ นที่ของวัตถุ
ว 2.2 ม.5/1 เพื่ออธิบายความเร่งของวัตถุ
สงั เกตและอธิบายการหาแรงลัพธ์ทเี่ กิดจากแรงหลายแรงท่ีอยู่ในระนาบเดยี วกัน
ว 2.2 ม.5/2 ทีก่ ระทำต่อวัตถุ โดยการเขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์
สังเกต วเิ คราะห์ และอธิบายความสมั พันธ์ระหวา่ งความเร่งของวตั ถุกับแรงลพั ธ์
ว 2.2 ม.5/3 ที่กระทำต่อวัตถแุ ละมวลของวัตถุ



ว 2.2 ม.5/4 สงั เกตและอธิบายแรงกริ ยิ าและแรงปฏิกริ ิยาระหว่างวัตถุคู่หนง่ึ ๆ
ว 2.2 ม.5/5 สงั เกตและอธบิ ายผลของความเร่งท่ีมีต่อการเคลื่อนทแี่ บบต่างๆ ของวัตถุ ได้แก่

การเคลื่อนท่แี นวตรง การเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล์ การเคล่ือนท่แี บบวงกลม
และการเคล่อื นท่ีแบบส่ัน
ว 2.2 ม.5/6 สืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายแรงโน้มถว่ งที่เก่ยี วกบั การเคล่อื นที่ของวตั ถุต่างๆ รอบโลก
ว 2.2 ม.5/7 สงั เกตและอธบิ ายการเกิดสนามแม่เหล็กเน่ืองจากกระแสไฟฟ้า
ว 2.2 ม.5/8 สงั เกตและอธบิ ายแรงแมเ่ หล็กท่ีกระทำต่ออนภุ าคท่ีมีประจุไฟฟา้ ทเี่ คลอ่ื นที่ใน
สนามแมเ่ หลก็ และแรงแม่เหล็กท่กี ระทำต่อลวดตัวนำท่ีมีกระแสไฟฟ้าผา่ นในสนามแ
ม่เหลก็ รวมทัง้ อธบิ ายหลักการทำงานของมอเตอร์
ว 2.2 ม.5/9 สังเกตและอธบิ ายการเกิดอเี อ็มเอฟ รวมทั้งยกตวั อยา่ งการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ว 2.2 ม.5/10 สบื คน้ ข้อมูลและอธิบายแรงเขม้ และแรงอ่อน
ว 2.3 ม.5/1 สืบคน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายพลังงานนวิ เคลียร์ ฟิชชนั และฟวิ ชนั และความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งมวลกับพลังงานที่ปลดปลอ่ ยออกมาจากฟิชชนั และฟิวชนั
ว 2.3 ม.5/2 สืบค้นข้อมลู และอธิบายการเปลย่ี นพลังงานทดแทนเป็นพลงั งานไฟฟ้า รวมท้ัง
สืบคน้ และอภิปรายเกย่ี วกับเทคโนโลยี
ทนี่ ำมาแก้ปญั หาหรือตอบสนองความต้องการทางดา้ นพลงั งาน
โดยเนน้ ดา้ นประสิทธิภาพและความคมุ้ คา่ ด้านค่าใช้จา่ ย
ว 2.3 ม.5/3 สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การเลยี้ วเบนและการรวมคลื่น
ว 2.3 ม.5/4 สังเกตและอธิบาย ความถธี่ รรมชาติ การสัน่ พ้องและผลท่เี กิดขนึ้ จากการส่ันพ้อง
ว 2.3 ม.5/5 สงั เกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การเลยี้ วเบน และการรวมคล่นื ของคลน่ื
เสยี ง
ว 2.3 ม.5/6 สบื คน้ ข้อมลู และอธิบายความ สัมพันธ์ระหว่างความเขม้ เสียงกบั ระดบั เสยี งและ
ผลของความถก่ี ับระดบั เสียงที่มีต่อการไดย้ นิ เสียง
ว 2.3 ม.5/7 สงั เกตและอธิบายการเกิดเสียงสะท้อนกลบั บีต ดอปเพลอร์ และการส่ันพ้อง
ของเสยี ง
ว 2.3 ม.5/8 สืบค้นขอ้ มลู และยกตัวอยา่ งการนำความรูเ้ ก่ียวกบั เสยี งไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชวี ิตประจำวนั
ว 2.3 ม.5/9 สังเกตและอธบิ ายการมองเห็นสีของวตั ถุและความผิดปกติในการมองเห็นสี
ว 2.3 ม.5/10 สังเกตและอธบิ ายการทำงานของแผน่ กรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี
และการนำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวนั
ว 2.3 ม.5/11 สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ สว่ นประกอบคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้
และหลกั การทำงานของอปุ กรณบ์ างชนดิ ที่อาศยั คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ว 2.3 ม.5/12 สืบคน้ ข้อมลู และอธบิ ายการสื่อสาร โดยอาศัยคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้าในการส่งผ่าน
สารสนเทศและเปรยี บเทยี บการสื่อสารดว้ ยสัญญาณแอนะล็อกกับสญั ญาณดจิ ิทัล
รวม 22 ตัวช้ีวัด



โครงสรา้ งรายวชิ า

รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ว32101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

ลำดบั ช่ือหน่วยการ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสำคญั /ความคดิ เวลา นำ้ หนัก
ที่ เรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน
รวบยอด

1 การเคลื่อนท่แี ละ ว 2.2 ม.5/1 วิเคราะหแ์ ละแปล การเคลอ่ื นทีแ่ นวตรง 6 6
แรง ความหมายข้อมูลความเรว็ กบั เวลา - ตำแหนง่ ระยะทางและ
ของการเคลื่อนทข่ี องวัตถุ เพื่อ การกระจัด

อธบิ ายความเรง่ ของวตั ถุ - อตั ราเรว็ ความเร็ว

ว 2.2 ม.5/2 สังเกตและอธบิ ายการ - ความเรง่
หาแรงลัพธ์ทเ่ี กิดจากแรงหลายแรง - การหาแรงลพั ธ์
ท่ีอยใู่ นระนาบเดยี วกัน ท่ีกระทำต่อ - ความสมั พัธ์ระหว่างแรง

วตั ถุโดยการเขยี นแผนภาพการรวม กบั ความเรง่

แบบเวกเตอร์ - กฎของนวิ ตัน

ว 2.2 ม.5/3 สงั เกต วิเคราะห์ และ - ความเรง่ ที่มีผลตอ่ การ

อธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง เคล่อื นท่ีแบบตา่ ง ๆ

ความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ที่

กระทำต่อวัตถุและมวลของวัตถุ
ว 2.2 ม.5/4 สังเกตและอธิบายแรง
กริ ิยาและแรงปฏกิ ริ ยิ าระหว่างวัตถุ
คหู่ น่งึ ๆ

ว 2.2 ม.5/5 สงั เกตและอธบิ ายผล

ของความเรง่ ที่มตี ่อการเคลื่อนที่
แบบต่างๆ ของวัตถุไดแ้ ก่ การ

เคล่ือนท่แี นวตรง การเคล่ือนที่แบบ

โพรเจกไทล์ การเคลื่อนท่แี บบ
วงกลม และการเคล่ือนทีแ่ บบสั่น

2 แรงในธรรมชาติ ว 2.2 ม.5/6 สบื คน้ ขอ้ มลู และ แรงในธรรมชาติ 66

อธบิ ายแรงโน้มถว่ งท่ีเก่ียวกบั การ - แรงโนม้ ถว่ งในชวี ิต
เคลือ่ นที่ของวัตถตุ ่าง ๆ รอบโลก - การเกดิ สนามไฟฟ้า
ว 2.2 ม.5/7 สังเกตและอธิบายการ - การเกิดสนามแมเ่ หล็ก

เกดิ สนามแมเ่ หลก็ เน่ืองจาก - แรงแม่เหลก็ ท่ีกระทำ

กระแสไฟฟ้า ตอ่ ประจุไฟฟ้า

ว 2.2 ม.5/8 สงั เกตและอธบิ าย - หลักการทำงานของ
แรงแม่เหล็กทกี่ ระทำต่ออนภุ าคท่มี ี มอเตอร์
ประจไุ ฟฟ้าท่ีเคล่ือนท่ีใน



สนามแม่เหลก็ และแรงแมเ่ หล็กท่ี - การเกิดอีเอ็มเอฟ

กระทำต่อลวดตัวนำท่ีมี เหนย่ี ว

กระแสไฟฟา้ ผา่ นในสนามแม่เหล็ก - แรงออ่ นและแรงเข้ม

รวมทัง้ อธบิ ายหลักการทำงานของ

มอเตอร์

ว 2.2 ม.5/9 สงั เกตและอธิบาย

การเกดิ อีเอ็มเอฟ รวมทงั้

ยกตวั อย่างการนำความรู้ไปใช้

ประโยชน์

ว 2.2 ม.5/10 สืบคน้ ข้อมลู และ

อธิบายแรงเข้มและแรงอ่อน

3 หลังงาน ว 2.3 ม.5/2 สืบคน้ ข้อมลู และ พลังงาน 46

อธิบายการเปล่ยี นพลังงานทดแทน - การเลือกใช้พลังงาน

เปน็ พลงั งานไฟฟ้า รวมทง้ั สบื ค้น ทดแทน

และอภิปรายเกย่ี วกับเทคโนโลยีท่ี - หลกั การทำงานของ

นำมาแก้ปัญหาหรอื ตอบสนอง เซลล์สุริยะ

ความตอ้ งการทางดา้ นพลังงานโดย - การเกิดปฏิกริ ิยาฟิวชนั

เน้นด้านประสทิ ธภิ าพและความ และฟิชชนั

คมุ้ ค่าด้านค่าใชจ้ ่าย - การพัฒนาของ

ว 2.3 ม.5/1 สบื คน้ ข้อมูลและ เทคโนโลยี

อธิบายพลังงานนวิ เคลยี ร์ ฟชิ ชัน

และฟวิ ชันและความสัมพนั ธ์

ระหว่างมวลกบั พลงั งานท่ี

ปลดปล่อยออกมาจากฟิชชัน

และฟวิ ชนั

ว 2.3 ม.5/2 สืบคน้ ขอ้ มลู และ

อธิบายการเปลี่ยนพลงั งานทดแทน

เปน็ พลังงานไฟฟา้ รวมท้งั สืบค้น

และอภิปรายเก่ยี วกับเทคโนโลยที ี่

นำมาแกป้ ัญหาหรือตอบสนอง

ความต้องการทางด้านพลงั งานโดย

เนน้ ดา้ นประสทิ ธภิ าพและความ

คุ้มค่าด้านคา่ ใชจ้ ่าย

สอบกลางภาค 2 20



ลำดับ ชื่อหน่วยการ ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั /ความคิด เวลา น้ำหนกั
ที่ เรียนรู้ รวบยอด (ชวั่ โมง) คะแนน

4 คลนื่ กล ว 2.3 ม.5/3 สังเกตและอธบิ ายการ คลน่ื กล 66

สะทอ้ น การหกั เห การเล้ียวเบน - แบง่ แยกสง่ิ ทเ่ี รยี กว่า
และการรวมคลื่น คลืน่ กล
ว 2.3 ม.5/4 สังเกตและอธิบาย - พฤติกรรมของคลื่น
ความถี่ธรรมชาติ การสนั่ พอ้ งและ - การเกดิ การสั่นพอ้ ง
ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการสัน่ พอ้ ง

5 พฤติกรรมของ ว 2.3 ม.5/5 สงั เกตและอธบิ ายการ พฤติกรรมของเสียง 6 6
4 5
เสียง สะทอ้ น การหักเห การเลี้ยวเบน - พฤติกรรมของคลน่ื เสยี ง

และการรวมคลนื่ ของคลื่น เสยี ง - ความเข้มและความดัง

ว 2.3 ม.5/6 สบื ค้นขอ้ มลู และ ของเสียง

อธิบายความ สัมพันธ์ระหว่างความ - การเกดิ บตี ของเสยี ง
เขม้ เสยี งกบั ระดบั เสยี งและ ผลของ - การเกิดปรากฏการณด์
ความถกี่ บั ระดับเสยี งทีม่ ีต่อการได้ อปเพลรข์ องเสียง
ยนิ เสียง
ว 2.3 ม.5/7 สังเกตและอธิบายการ - การนำความณเู้ รื่อง
เสยี งไปใช้ประโยชน์
เกดิ เสยี งสะท้อนกลบั บตี ดอป

เพลอร์ และการสนั่ พ้อง ของเสยี ง

ว 2.3 ม.5/8 สืบค้นข้อมูลและ

ยกตวั อย่างการนำความรู้เกย่ี วกบั

เสียงไปใช้ประโยชนใ์ น

ชวี ติ ประจำวนั

6 แสงสีและสาร ว 2.3 ม.5/9 สังเกตและอธิบายการ แสงสแี ละสารสี

สี มองเห็นสีของวตั ถุและความ - แสงสขี าว
ผิดปกตใิ นการมองเหน็ สี
ว 2.3 ม.5/10 สังเกตและอธิบาย - การเห็นสขี องวตั ถุ
การทำงานของแผน่ กรองแสงสี - การผสมแสงสีและสารสี
การผสมแสงสี การผสมสารสี และ - แผ่นกรองแสงสี
การนำไปใช้ประโยชนใ์ น - การบอดสี
ชวี ิตประจำวนั - การนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์



ลำดับ ชอื่ หน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคดิ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี เรยี นรู้ รวบยอด (ช่วั โมง) คะแนน

7 คลน่ื ว 2.3 ม.5/11 สบื ค้นขอ้ มูลและ คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ 45

แม่เหลก็ ไฟฟ้า อธบิ ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ - คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า - 10
2 30
สว่ นประกอบคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า แตกต่างจากคลืน่ กลยงั ไง 40 100
และหลกั การทำงานของอปุ กรณ์ - สว่ นประกอบของคล่ืน
บางชนิดท่ีอาศัยคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า
ว 2.3 ม.5/12 สบื ค้นขอ้ มูลและ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
อธบิ ายการส่ือสาร โดยอาศยั คลืน่ - หลักการทำงาน
แม่เหล็กไฟฟา้ ในการส่งผา่ น - การส่งสญั ญาณ
สารสนเทศและเปรียบเทยี บการ - การนำไปใช้ประโยชน์
สอ่ื สารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับ ในด้านต่างๆ

สญั ญาณดจิ ทิ ลั

จิตพสิ ยั

สอบกลางภาค

รวม

หมายเหตุ การสอบกลางภาคและปลายภาคใช้เวลารวม 4 ชวั่ โมง

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน (แบบองิ เกณฑ์)

1. คะแนนระหวา่ งเรยี น 70 คะแนน ระดบั เกรด คะแนน 0
- การเขา้ เรียน/จิตพิสยั 10 คะแนน 0-49 คะแนน 1
- ใบงาน/แบบฝกึ หดั 40 คะแนน 50-54 คะแนน 1.5
- สอบระหว่างภาคเรยี น 20 คะแนน 55-59 คะแนน 2
30 คะแนน 60-64 คะแนน 2.5
2. คะแนนสอบปลายภาคเรยี น 65-69 คะแนน 3
รวมทั้งหมด 100 คะแนน 70-74 คะแนน 3.5
75-79 คะแนน 4
80-100



ตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2565

รหสั วิชา ว32102 วิทยาศาสตร์กายภาพ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1
เวลา 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลา 40 ชั่วโมง

สาระหลัก หนว่ ยการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด

ลำดับที่ ช่อื หน่วยการเรียนรู้

วิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน 1 การเคลือ่ นทแี่ ละแรง ว 2.2 ม.5/1, 2, 3, 4,
5

2 แรงในธรรมชาติ ว 2.2 ม.5/6, 7, 8, 9,
10,

3 หลงั งาน ว 2.3 ม.5/1, 2

4 คลน่ื กล ว 2.3 ม.5/3, 4

5 พฤติกรรมของเสียง ว 2.3 ม.5/5, 6, 7, 8

6 แสงสแี ละสารสี ว 2.3 ม.5/9, 10

7 คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า ว 2.3 ม.5/11, 12



แผนการประเมินผลการเรยี นรู้

อัตราสว่ นคะแนน

ก่อนสอบกลางปี : สอบกลางปี : ก่อนสอบปลายปี : สอบปลายปี : คุณลกั ษณะและจติ พสิ ยั

20 : 20 : 20 : 30 : 10

แผนการประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละการมอบหมายภาระงาน

1. ก่อนสอบกลางปี 20 คะแนน

1.1 สอบเก็บคะแนน 10 คะแนน

1.2 สมุดจดบันทึกและใบงานวชิ าวิทยาศาสตร์ 5 คะแนน

1.3 แบบฝกึ หดั วิชาวทิ ยาศาสตร์ 5 คะแนน

2. ประเมนิ จากการสอบกลางปี 20 คะแนน

3. กอ่ นสอบปลายปี 20 คะแนน

3.1 สอบเก็บคะแนน 5 คะแนน

3.2 สมดุ จดบนั ทึกและใบงานวชิ าวทิ ยาศาสตร์ 5 คะแนน

3.3 แบบฝกึ หดั วิชาวิทยาศาสตร์ 10 คะแนน

4. ประเมนิ จากการสอบปลายปี 30 คะแนน

5. ประเมินจากคณุ ลักษณะและจติ พสิ ัย 10 คะแนน

5.1 ตรงต่อเวลา 2 คะแนน

5.2 ความรับผิดชอบ 2 คะแนน

5.3 ซอื่ สัตย์ 2 คะแนน

5.4 ความสนใจและความต้ังใจในการเรยี น 2 คะแนน

5.5 การมสี ่วนรว่ มในการเรยี นและการทำงาน 2 คะแนน

รวม 100 คะแนน



การวเิ คราะหต์ วั ช้ีวดั เพอ่ื กำหนดน้ำหนักคะแนน

รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
จำนวน 1.0 หน่วยกจิ
รหัสวชิ า ว32102 เวลา 40 ชั่วโมง/ภาคเรียน
คะแนนเกบ็
ลำ ัดบ ีท่
ลำดับชั่วโมง ี่ทสอนตัวช้ีวดั
จำนวนชั่วโมง ี่ทสอน
คะแนน ัตวช้ีวัด
ด้านความรู้(K)
ด้านทักษะ(P)
ด้านเจตคติ(A)

กลางภาค
ปลายภาค

1 ว 2.2 ม.5/1, 2, 3, 4, 5 1-6 6 6 2 2 2
2 ว 2.2 ม.5/6, 7, 8, 9, 10, 7-12 6 6 2 2 2
3 ว 2.3 ม.5/1, 2 13-16 4 6 2 2 1

สอบกลางภาค 2 20
4 ว 2.3 ม.5/3, 4 17-22 6 6 2 2 2
5 ว 2.3 ม.5/5, 6, 7, 8 23-28 6 6 3 2 1
6 ว 2.3 ม.5/9, 10 29-32 4 5 2 2 1
7 ว 2.3 ม.5/11, 12 33-36 4 5 2 2 1

สอบปลายภาค 2 30
รวม 36 40 40 15 14 10 20 30



โครงสร้างกำหนดการสอน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
เวลา 40 ชั่วโมง
รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์กายภาพ(ว32102) ภาคเรยี นที่ 1/2565
หน่วยการเรยี นรู้ : 7 หน่วย
ครูผู้สอนกฤษณ์บดนิ ท์ ศรีจันทร์เวียง

สัปดาห์ เนื้อหา/สาระทีส่ อน ช่วั โมง คะแนน มาตรฐาน/ตัวชี้วัด หมายเหตุ
ที่สอน
บทที่ 1 ว 2.2 ม.5/1 วเิ คราะหแ์ ละแปล
1 การเคลอ่ื นทแี่ นวตรง

2 2 ความหมายข้อมูลความเร็วกบั เวลาของ
การเคลือ่ นทขี่ องวตั ถุ เพอ่ื อธิบาย

ความเรง่ ของวัตถุ

2 แรงและการเคล่ือนที่ ว 2.2 ม.5/2 สังเกตและอธบิ ายการหา

แรงลพั ธ์ที่เกดิ จากแรงหลายแรงท่ีอยใู่ น

ระนาบเดยี วกนั ที่กระทำต่อวัตถโุ ดย

การเขยี นแผนภาพการรวมแบบ

เวกเตอร์

ว 2.2 ม.5/3 สังเกต วเิ คราะห์ และ

2 2 อธิบายความสัมพนั ธร์ ะหว่างความเร่ง

ของวัตถุกับแรงลัพธท์ ี่กระทำตอ่ วตั ถุ

และมวลของวัตถุ

ว 2.2 ม.5/4 สงั เกตและอธบิ ายแรง

กริ ยิ าและแรงปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งวัตถคุ ู่

หนง่ึ ๆ

3 การเคลอ่ื นท่แี บบต่าง ๆ ว 2.2 ม.5/5 สังเกตและอธบิ ายผลของ

ความเรง่ ทมี่ ีตอ่ การเคลื่อนทแ่ี บบต่างๆ

2 2 ของวตั ถุได้แก่ การเคลอ่ื นที่แนวตรง
การเคล่อื นทแี่ บบโพรเจกไทล์ การ

เคลื่อนทแ่ี บบวงกลม และการเคล่อื นท่ี

แบบส่นั

4 บทท่ี 2 ว 2.2 ม.5/6 สืบค้นขอ้ มูลและอธิบาย
แรงโนม้ ถว่ งกบั การเคล่ือนทข่ี อง
วตั ถุต่าง ๆ รอบโลก 1 2 แรงโน้มถว่ งท่เี กี่ยวกบั การเคล่ือนที่ของ
1
สนามแมเ่ หลก็ จากเสน้ ลวดที่มี วัตถุตา่ ง ๆ รอบโลก
กระแสไฟฟ้าผ่าน
1 ว 2.2 ม.5/7 สังเกตและอธิบายการเกิด
สนามแมเ่ หล็กเนื่องจากกระแสไฟฟา้



5 แรงแม่เหล็กทีก่ ระทำกับอนุภาค ว 2.2 ม.5/8 สงั เกตและอธบิ ายแรง
ทม่ี ีประจุไฟฟ้าและเสน้ลวดตัวนำ
ทีม่ ีกระแสไฟฟ้าผ่าน แมเ่ หลก็ ที่กระทำตอ่ อนุภาคที่มีประจุ
2
ไฟฟ้าท่เี คล่ือนท่ีใน สนามแม่เหล็กและ

1 แรงแมเ่ หลก็ ท่ีกระทำต่อลวดตัวนำท่มี ี

กระแสไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหลก็

รวมทัง้ อธิบายหลกั การทำงานของ

มอเตอร์

6 การเหนีย่ วนำแมเ่ หล็กไฟฟ้า ว 2.2 ม.5/9 สังเกตและอธิบายการ

แรงอ่อนและแรงเข้ม 1 1 เกดิ อเี อม็ เอฟ รวมทงั้ ยกตวั อย่างการนำ
7 บทท่ี 3 1
ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
เซลล์สรุ ิยะ 1
1 ว 2.2 ม.5/10 สืบคน้ ข้อมูลและ
อธิบายแรงเข้มและแรงอ่อน

ว 2.3 ม.5/2 สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ าย

การเปล่ยี นพลังงานทดแทนเป็น

พลังงานไฟฟ้า รวมทง้ั สบื ค้นและ

2 อภิปรายเกีย่ วกบั เทคโนโลยีทนี่ ำมา
แกป้ ัญหาหรือตอบสนองความต้องการ

ทางด้านพลังงานโดยเน้นด้าน

ประสทิ ธภิ าพและความคุ้มค่าดา้ น

คา่ ใช้จ่าย

หลังงานนวิ เคลยี ร์ ว 2.3 ม.5/1 สืบค้นข้อมลู และอธบิ าย
8 เทคโนโลยดี า้ นหลังงาน
พลงั งานนวิ เคลียร์ ฟิชชันและฟิวชัน

1 2 และความสมั พันธ์ ระหวา่ งมวลกบั
2
พลงั งานที่ปลดปล่อยออกมาจากฟิชชนั

และฟวิ ชัน

ว 2.3 ม.5/2 สืบค้นขอ้ มลู และอธบิ าย

การเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็น

พลังงานไฟฟา้ รวมทัง้ สบื คน้ และ

2 อภปิ รายเกี่ยวกบั เทคโนโลยที ี่นำมา
แกป้ ัญหาหรือตอบสนองความตอ้ งการ

ทางดา้ นพลงั งานโดยเน้นด้าน

ประสิทธภิ าพและความคุ้มคา่ ดา้ น

ค่าใชจ้ ่าย

9 สอบกลางภาค 2 20 -
2
10 บทท่ี 4 2
คลื่นกล



11 พฤติกรรมของคลืน่ ว 2.3 ม.5/3 สงั เกตและอธบิ ายการ

12 ความถี่ธรรมชาติและการสัน่ พ้อง 2 2 สะท้อน การหกั เห การเล้ียวเบนและ
2
บทท่ี 5 2 การรวมคล่ืน
13 พฤติกรรมของเสยี ง
2 ว 2.3 ม.5/4 สังเกตและอธบิ าย ความถ่ี
การได้ยนิ
2 ธรรมชาติ การสน่ั พ้องและผลที่เกดิ ขนึ้

จากการสั่นพ้อง

2 ว 2.3 ม.5/5 สังเกตและอธิบายการ
สะทอ้ น การหักเห การเล้ียวเบน และ

การรวมคลืน่ ของคลื่น เสยี ง

ว 2.3 ม.5/6 สืบค้นข้อมูลและอธบิ าย

2 ความ สมั พันธร์ ะหวา่ งความเขม้ เสยี งกับ

ระดบั เสยี งและ ผลของความถ่กี บั ระดับ

เสยี งทีม่ ตี อ่ การไดย้ นิ เสียง

14 ปรากฏการณ์อน่ื ๆ ของเสียง 1 1 ว 2.3 ม.5/7 สงั เกตและอธิบายการเกิด
ประโยชนข์ องเสียงในด้านต่าง ๆ 1
เสยี งสะทอ้ นกลบั บตี ดอปเพลอร์ และ

การส่ันพ้อง ของเสยี ง

1 ว 2.3 ม.5/8 สบื ค้นข้อมูลและ

ยกตัวอย่างการนำความรู้เกีย่ วกบั เสยี ง

ไปใชป้ ระโยชนใ์ น ชีวิตประจำวัน

15 บทที่ 6 ว 2.3 ม.5/9 สงั เกตและอธิบายการ
การมองเห็นสีของวัตถุ
1 1 มองเห็นสีของวัตถุและความผดิ ปกตใิ น
ตากบั การเห็นสี 1
2 การมองเห็นสี
การบอดสี
16 แผน่ กรองแสงสี 2 1

การผสมแสงสี ว 2.3 ม.5/10 สงั เกตและอธิบายการ

การผสมสารสี 1 ทำงานของแผ่นกรองแสงสี การผสม

การมองเห็นสขี องวตั ถภุ ายใต้แสง แสงสี การผสมสารสี และการนำไปใช้
สีตา่ ง ๆ
การนำไปใชป้ ระโยชน์ของสารสี 1 ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
และแสงสี
1
17 บทที่ 7
ส่วนประกอบของคลน่ื ว 2.3 ม.5/11 สืบคน้ ขอ้ มูลและอธิบาย
แมเ่ หล็กไฟฟา้
1 คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า ส่วนประกอบคล่นื
18 หลักการทำงานอปุ กรณท์ ่ีใช้คลน่ื
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า แมเ่ หล็กไฟฟา้ และหลักการทำงานของ

2 อุปกรณ์บางชนิดท่ีอาศัยคล่นื
แม่เหลก็ ไฟฟา้



19 การสือ่ สารโดยอาศัยคลื่น ว 2.3 ม.5/12 สบื คน้ ข้อมูลและอธบิ าย
แม่เหลก็ ไฟฟา้
การส่ือสาร โดยอาศัยคลืน่
20 สอบปลายภาค
- จิตพสิ ัย 2 2 แม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่าน สารสนเทศ

รวม และเปรยี บเทียบการสือ่ สารด้วย

สญั ญาณแอนะล็อกกบั สัญญาณดิจิทลั

2 30 -

- 10 -

40 100 -

1

แผนการจดั การเรียนรู้

รายวชิ าวิทยาศาสตร์กายภาพ (ว32102) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 แสงสี เวลา 4 ชั่วโมง

เรอื่ งท่ี 6.1-6.3 การมองเหน็ สีของวตั ถุถึงการบอดสี เวลา 2 ช่ัวโมง

ภาคเรยี นท่ี 1 ครผู ูส้ อน นายกฤษณบ์ ดินท์ ศรีจันทร์เวียง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สาระสำคัญ

แสงเปน็ คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ ชนิดหน่ึงทีอ่ ยู่ในช่วงความยาวคลืน่ แสงทมี่ องเห็นได้ แสงขาวท่ีมา

จากดวงอาทิตยจ์ ะประกอบด้วยแสงสีทง้ั หมด 7 สี ซ่ึงเป็นแสงสที ีท่ ำใหม้ องเหน็ สขี องวัตถุ การมองเหน็

สขี องวตั ถุจะขนึ้ อยูก่ ับ 2 ปจั จัย คือ แสงสีจากแหลง่ กำเนดิ แสงและสารสขี องวตั ถุ โดยมหี ลกั การ คือ

วัตถุใด ๆ จะดูดกลนื แสงสีอื่น ๆ แลว้ สะท้อนแสงสที ี่มสี ีเดยี วกับวตั ถเุ ข้าสตู่ า จงึ ทำให้มองเหน็ วตั ถเุ ปน็

สีนั้น ๆ

2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณ์ท่ี

เกีย่ วขอ้ งกบั เสียงแสงและคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ตัวช้ีวัด ว 2.3 ม.5/9 สงั เกตและอธบิ ายการมองเห็นสีของวัตถุและความผดิ ปกติในการ

มองเห็นสี

3. สาระการเรียนรู้

3.1 เนอื้ หาสาระหลัก เม่ือแสงตกกระทบวตั ถุ วัตถจุ ะดดู กลนื แสงสีบางสี โดยขนึ้ กบั สารสีบน

ผวิ วัตถุ และสะท้อนแสงสีที่เหลือออกมา ทำใหม้ องเห็นวัตถุเป็นสีต่าง ๆ ขึน้ กบั แสงสีท่ีสะท้อนออกมา

ความผิดปกตใิ นการมองเห็นสี หรอื การบอดสีเกดิ จากความบกพร่องของเซลลร์ ปู กรวยบนจอตา

3.2 ทักษะ/กระบวนการ

- การสังเกต (สบี นวตั ถจุ ากการทำกิจกรรมการฉายแสงบางสบี นวตั ถสุ ตี ่างๆ)

- การลงความเห็นจากข้อมูล(จากการอภิปรายผลการสังเกต)

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ จบกิจกรรมการเรยี นรู้ นักเรียนสามารถ

จุดประสงคการเรียนรู้ รายละเอียด

ด้านความรู้ 1. สงั เกตและอธบิ ายการมองเห็นสขี องวัตถุ

(K: Knowledge) 2. อธบิ ายตากบั การเหน็ สีของมนุษย์

3. สงั เกตและอธิบายการบอดสี

ดา้ นทักษะกระบวนการ 4. สืบค้นข้อมูลการนำความรู้เกีย่ วกับการมองเห็นสีและการตาบอดสไี ป
ใช่ในชีวติ ประจำวันได้
(P: Process)

ดา้ นคณุ ลกั ษณะท่ีพึง 5. มคี วามสนใจใฝร่ หู้ รอื อยากรอู้ ยากเห็น และทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ อยา่ ง

ประสงค์ (A: Attitude) สรา้ งสรรค์

2

5. ขั้นจัดกจิ กรรมการเรยี นร้แู บบวัฏจกั รการเรียนรู้ 5E
ข้นั ท่ี 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนสังเกตภาพประกอบในหนังสือเรียนจะเห็นภาพวิว

ทิวทัศน์ จากธรรมชาติและภาพนกที่มีสีสันสวยงามพร้อมกับตั้งคำถามว่า นักเรียนเห็นภาพแล้วมี
ความรู้สึกอย่างไร มีสีสันสวยงามหรือไม่ให้นกั เรียนตอบอย่างอิสระ ต่อมาครูตั้งคำถามว่านักเรียนคิด
ว่าเราสามารถมองเห็นแสงสแี ละสีสนั ทีม่ ากมายหลากหลายได้อย่างไร ใหน้ กั เรียนตอบตามความคิด

2. ครถู ามนักเรียนว่าสีสันต่าง ๆ มปี ระโยชน์ต่อเราอย่างไร ครูใชค้ ำ ถามกับนักเรียนว่า การ
มองเห็น วัตถุเป็นสีต่างๆ เกี่ยวข้องกับแสงสีในแสงขาวที่ตกกระทบกับวัตถุหรือไม่ เพราะเหตุใด เช่น
เหน็ ดอก กหุ ลาบเป็นสีแดง เห็นใบไมเ้ ปน็ สเี ขียว

3. ครชู แ้ี จงจุดประสงค์การเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นกั เรียนศกึ ษาหวั ขอ้ ที่ 6.1 การมองเห็นสขี องวัตถุ(โดยครูเปน็ ผชู้ ้ีแนะ)
2. นักเรียนศึกษาหัวขอ้ ท่ี 6.2 ตากับการเหน็ สี(โดยครเู ปน็ ผชู้ แี้ นะ)
3. นกั เรียนศึกษาหวั ขอ้ ที่ 6.3 การบอดสี(โดยครเู ป็นผูช้ ี้แนะ)
4. นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 6.1 การทดสอบการบอดสี
5. ครูใหน้ กั เรียนตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมลงในสมุดให้เรียบร้อย
ขน้ั ท่ี 3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. นกั เรียนและครอู ธิบายและลงขอ้ สรุปการมองเหน็ และการบอดสี แนวทางการตอบดังนี้

แนวทางสรุป:
1. แสงเดนิ ทางเปน็ เส้นตรงและเม่ือแสงไปตกกระทบวตั ถุแล้วสะท้อนเข้าตาเราจึง
มองเห็นวัตถุนั้นได้และสเปกตรัมของแสงขาวซึ่งประกอบไปด้วยแสงสีต่าง ๆ
ไดแ้ ก่ สมี ว่ ง สีนำ้ เงิน สเี ขียว สีเหลอื ง สแี สด และสแี ดง
2. เมื่อแสงขาวตกกระทบวัตถุสารสี(pigment) ในวัตถุดูดกลืนแสงสีอื่น ๆ เอาไว้
ได้มากกว่าแสงสีที่เป็นสีเดียวกับวัตถุ ทำให้แสงสีเดียวกับวัตถุสะท้อนออกมา
เข้าตาเรามากกวา่ แสงสีอืน่ ๆ จงึ เหน็ วัตถุ เปน็ สีนัน้
3. เมื่อเราจ้องดูสีใดสีหนึ่งเป็นเวลานาน เช่น สีแดง จะทำให้เซลล์รับแสงรปู กรวย
ที่ไวต่อแสงสีแดงอ่อนล้าลงได้ ทำให้เซลล์รับแสงรูปกรวยชนิดอื่นทำงานรับรู้
แสงสีได้ดีกว่า เมื่อมองไปที่ฉากขาวซึ่งสะท้อนทุกแสงสีออกมา จึงไปกระตุ้น
การทำงานของเซลลร์ ับแสงรูปกรวยทไ่ี วต่อแสงสีนำ้ เงินและแสงสีเขียวได้ดีกว่า
จึงมองเหน็ ภาพวัตถุทม่ี องบนฉากขาวเปน็ สีน้ำเงนิ เขียว แต่เม่ือพักสายตาสักครู่
หนึง่ ก็จะกลับมามองเห็นสีได้ตามปกติเรียกว่า ตาบอดสชี ว่ั คราว
4. การทำ กิจกรรมตอนที่ 2 เป็นการตรวจสอบความบกพร่องการมองเห็นสีใน
เบอ้ื งตน้  โดยมชี ุดแผ่นตรวจสอบความบกพร่องการมองเหน็ สีมาให้อ่านตัวเลข 
ถ้าอ่านตัวเลขได้ถูกต้องแสดงว่า อาจไม่มีความบกพร่องการมองเห็นสีใน

3

เบื้องต้น แต่ถ้าอ่านตัวเลขผิดไปจากความจริงอาจมีความบกพร่องการมองเหน็

สไี ดซ้ ่ึงจะต้องไดร้ ับการวนิ จิ ฉยั จากจักษแุ พทย์

2. เปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเกี่ยวกับการมองเห็นและการบอดสี ว่ามีส่วนไหนที่

ยังไมเ่ ข้าใจและให้ความรูเ้ พิม่ เติมในสว่ นน้ัน

ข้นั ท่ี 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)

1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายตรวจสอบความเขา้ ใจและเฉลยคำตอบร่วมกนั

2. ครูใหน้ ักเรยี นสบื คน้ ความรู้เพม่ิ เติมเกยี่ วกบั การนำความรู้เรอื่ งการมองเหน็ และการบอดสี

ในการใช้ชีวตปิ ระจำวันโดยครูร่วมอภปิ ราย

ข้ันที่ 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation)

1. ครปู ระเมิณจากการรว่ มตอบคำถามของนกั เรยี น

2. ครปู ระเมิณจากการตรวจสมุด แบบฝกึ หดั ที่ 6 และจากการร่วมทำกิจกรรมในชั้นเรียน

3. ครปู ระเมนิ จากการสอบวัดความรู้ทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้

6. ส่ือการเรยี นร้/ู อปุ กรณ/์ แหล่งเรยี น

1. หนงั สือเรยี น รายวิชาวทิ ยาศาสตร์กายภาพ เล่ม 2 (สสวท.)

2. วีดทิ ศั น์เก่ยี วกบั การกระจายแสงของแสงขาวตากับการมองเหน็

3. อุปกรณท์ ดลองในกิจกรรมที่ 6.1 ตามหนงั สือเรียน

หมายเหตุ: หากได้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ ครูจัดการเรียนการสอนผ่านโปรแกรม Google

meet

7. การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวดั เครอ่ื งมือที่ใช้ เกณฑก์ ารประเมนิ

1. สังเกตและอธบิ ายการมองเห็นสี - การถาม-ตอบ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม

ของวัตถุ (K) - การรว่ มทำกจิกรรม รายบุคคล

2. อธิบายตากับการเห็นสขี องมนษุ ย์ - การแสดงความคดิ เห็น - แบบตรวจแบบฝึกหดั

(K) - ตรวจแบบฝึกหัด

3. สงั เกตและอธิบายการบอดสี (K)

4. สบื คน้ ข้อมูลการนำความรเู้ กี่ยวกับ - การถาม-ตอบ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม

การมองเหน็ สแี ละการตาบอดสีไป - การรว่ มทำกจกิ รรม รายบุคคล ผา่ นเกณฑ์การ

ใช่ในชีวิตประจำวันได้ (P) - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบตรวจแบบฝึกหัด ประเมนิ ร้อยละ 70

5. มีความสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรอู้ ยาก - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม

เหน็ และทำงานรว่ มกับผอู้ ืน่ อย่าง - การสง่ งานตรงเวลา รายบคุ คล

สร้างสรรค์ (A) - แบบตรวจแบบฝกึ หัด

การสังเกต การลงความเห็นจากขอ้ มูล - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม

ทำงาน รายบคุ คล

- การถาม-ตอบ

4

บนั ทึกหลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ผลการจดั การเรียนรู้
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ......

ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...................................................
(นายกฤษณ์บดินท์ ศรีจันทร์เวยี ง)
ครผู ู้สอน
............/............./.............

5

ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชอื่ ...........................................ผู้ตรวจสอบ
( นางดลกาญจน์ พรหมพลจร)
หวั หนา้ กลุ่มสาระ ฯ

ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................... .................
.................................................................................................................. ..............................................

ลงช่อื ...........................................ผตู้ รวจสอบ
( นายสรุ ชยั ทองทิพย์ )

รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ความคดิ เห็นของผ้อู ำนวยการโรงเรยี นเตรยี มอุดมศึกษาพัฒนาการ อดุ รธานี
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่อื ...........................................ผู้ตรวจสอบ
( นายคมสนั ต์ ถานกางสุ่ย )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน

6

เกณฑ์การตรวจแบบฝึกหดั ของนักเรียนช้นั ม.5/1

แก้ปัญหา ความ ความ ความ ตรงต่อ รวม
เลขที่ ช่อื - สกลุ ดว้ ยตวั เอง สะอาด รบั ผดิ ชอบ ถกู ตอ้ ง เวลา
2222 2 10
2 10
1 นาย เตชพัฒน์ บุญแสง 2222 2 10
2 10
2 นาย ธนวัฒน์ ผลทิพย์ 2222 2 10
2 10
3 นาย พรี ะพัฒน์ ศรีสวสั ด์ิ 2 2 2 2 2 10
2 10
4 นางสาว กนกพร พาแสง 2222 2 10
2 10
5 นางสาว จารกุ ิตติ์ กาวี 2222 2 10
2 10
6 นางสาว ณัชธดิ า ไชยสงค์ 2222 2 10
2 10
7 นางสาว ณฏั ฐา วงคเ์ พ็ญ 2 2 2 2 2 10
2 10
8 นางสาว บุศรนิ ทร์ เสนารกั ษ์ 2 2 2 2 2 10
2 10
9 นางสาว พัชราภรณ์ เพียงตา 2222 2 10
2 10
10 นางสาว เมธาวี เปยี งงาม 2 2 2 2 2 10
2 10
11 นางสาว รัชดาภรณ์ ศรอี อน 2222 2 10
2 10
12 นางสาว รุ่งนภา บุญเรือง 2 2 2 2 2 10
2 10
13 นางสาว วชริ าภรณ์ นอ้ ยอว๋ิ 2222 2 10
2 10
14 นางสาว สพุ รรษา วงษ์ศรีจันทร์ 2 2 2 2 2 10
2 10
15 นางสาว อาทติ ยา พนิ ิจ 2222 2 10
2 10
16 นาย อัมรินทร์ ชาวดร 2222 2 10
2 10
17 นางสาว กัญญาพัชร โล 2222 2 10
2 10
18 นางสาว ญาดา ตรีโยธา 2222

19 นางสาว ณภัทร ปัญญากลุ 2 2 2 2

20 นางสาว ดอกคูณ ศรีจนั ทะวงษ์ 2 2 2 2

21 นางสาว ธิดารตั น์ เพียรใจ 2222

22 นางสาว นราทพิ ย์ สารก้ง 2222

23 นางสาว น้ำฝน แนวงาม 2 2 2 2

24 นางสาว พรณกิ า จันภูงาม 2 2 2 2

25 นางสาว เยาวพา ปญั ญาเเสง 2 2 2 2

26 นางสาว วรวรรณ วรรณภักดี 2 2 2 2

27 นางสาว วีรินทร์ อินทะราช 2 2 2 2

28 นางสาว ศศกิ านต์ วิชยั 2222

29 นางสาว กินนรี สุตตาลัย 2 2 2 2

30 นาย พีระพฒั น์ ผิวเงิน 2222

31 นางสาว กาญสุดา จันทะสี 2222

32 นางสาว ชลิดา ชว่ ยแสง 2 2 2 2

33 นางสาว ปภาดา บญุ แสง 2222

34 นางสาว ปวิชญาดา ผลทพิ ย์ 2222

35 นางสาว ภัทรธิดา ศรสี วสั ดิ์ 2 2 2 2

7

36 นางสาว จนั ทกานติ์ พาแสง 2 2 2 2 2 10

37 นางสาว จรี ะดา กาวี 2 2 2 2 2 10

38 นาย ณัฐภูมิ ไชยสงค์ 2 2 2 2 2 10

39 นาย ธีรภทั ร วงค์เพญ็ 2 2 2 2 2 10

40 นางสาว ปภาดา เสนารกั ษ์ 2 2 2 2 2 10

41 นาย ภาณุพงศ์ เพยี งตา 2 2 2 2 2 10

42 นางสาว วันใหม่ เปียงงาม 2 2 2 2 2 10

43 นาย ศิริวัฒน์ ศรอี อน 2 2 2 2 2 10

44 นางสาว สพุ ัตรา บุญเรอื ง 2 2 2 2 2 10

45 นาย จักรภทั ร นอ้ ยอว๋ิ 2 2 2 2 2 10

เกณฑ์การตรวจแบบฝกึ หดั ของนักเรียนชั้นม.5/2

แก้ปญั หา ความ ความ ความ ตรงตอ่ รวม
เลขท่ี ช่อื - สกุล ดว้ ยตวั เอง สะอาด รบั ผิดชอบ ถูกตอ้ ง เวลา
2222 2 10
2 10
1 นาย ธนกร ทปี สวา่ ง 2 2 2 2 2 10
2 10
2 นาย ธัญพสิ ษิ ฐ์ จุนเด็น 2222 2 10
2 10
3 นาย พุฒิพงศ์ ประสานสุข 2 2 2 2 2 10
2 10
4 นาย ภูรภิ ทั ร พนั นารตั น์ 2 2 2 2 2 10
2 10
5 นาย ศุภกร จันทุมมา 2 2 2 2 2 10
2 10
6 นางสาว พรพรรณ สุริยะวงศ์ 2 2 2 2 2 10
2 10
7 นางสาว ศศวิ ิมล เสียงใส 2222 2 10
2 10
8 นางสาว ศริ ินยา กอมขุนทด 2 2 2 2 2 10
2 10
9 นางสาว สิริยากร นาพา 2222 2 10
2 10
10 นางสาว อรจริ า ภาคพรม 2 2 2 2 2 10
2 10
11 นาย อนพุ งษ์ หาระพดั 2 2 2 2 2 10
2 10
12 นางสาว คุณญั ญา ศรีชัย 2222 1 7

13 นางสาว จณสิ ตา ทองออ่ น 2 2 2 2

14 นางสาว ชชั ฎาภรณ์ พิกลู น้ำเท่ยี ง 2 2 2 2

15 นางสาว ชชั ฎาภรณ์ ดสี ม 2222

16 นางสาว มนัสนนั ท์ พลสงคราม 2 2 2 2

17 นางสาว ยลดา บัวศรี 2222

18 นางสาว สโรชา แสนไชย 2 2 2 2

19 นางสาว จฑุ ารตั น์ สีหปญั ญา 2 2 2 2

20 นางสาว อรปรียา กลุ สวุ รรณ 2 2 2 2

21 นางสาว จิภาพร เหลาวงษ์ 2 2 2 2

22 นาย ภูรชิ ภาคย์ แวงแกว้ 2 2 2 2

23 นางสาว กัญญาณฐั ทองเทพ 2 2 2 2

24 นางสาว นรินธาร คำพธิ รรม 1 2 1 2

8

25 นางสาว พัชราภรณ์ โคตะมะ 2 2 2 2 2 10

26 นางสาว พณิ ทพิ ย์ ผายแกว้ 2 2 2 2 2 10

27 นางสาว อนุรักษ์ พวงระย้า 2 2 2 2 2 10

28 นางสาว กฤษณา สวุ รรณเพชร 2 2 2 2 2 10

29 นางสาว กัญญาวีร์ ขนั ออ่ น 2 2 2 2 2 10

30 นางสาว กญั ญาณัฐ บุดดี 2 2 2 2 2 10

31 นางสาว กัณฐาภรณ์ ไชยศรี 2 2 2 2 2 10

32 นางสาว ชยาภรณ์ แจ่มศรี 2 2 2 2 2 10

33 นางสาว นทที พิ ย์ พันชัย 121217

34 นางสาว นบชลุ ี วงษ์พรม - - - - - -

35 นางสาว ปภาวดี ปนุ ากรณ์ 2 2 2 2 2 10

36 นางสาว ปิยานุช นามคุณ 2 2 22 2 10

37 นางสาว พรชติ า ทีปสว่าง 2 2 2 2 2 10

38 นางสาว พิรดา จนุ เดน็ 2 2 2 2 2 10

39 นางสาว มกุ มณีนลิ ประสานสขุ 2 2 2 2 2 10

40 นาย วายพุ ล พนั นารตั น์ 2 2 2 2 2 10

41 นางสาว ศิรสทิ ธ์ิ จันทุมมา 2 2 2 2 2 10

42 นางสาว สารติ า สุรยิ ะวงศ์ 2 2 2 2 2 10

43 นางสาว สมุ ณฑา เสียงใส 2 2 2 2 2 10

44 นางสาว โสภติ รตรี กอมขนุ ทด 2 2 2 2 2 10

45 นางสาว หทัยภทั ร นาพา 2 2 2 2 2 10

46 นางสาว อนญั ญา ภาคพรม 2 2 2 2 2 10

47 นางสาว นศิ าชล หาระพัด 2 2 2 2 2 10

เกณฑก์ ารตรวจแบบฝึกหดั ของนกั เรียนช้ันม.5/3

เลขท่ี ชอื่ - สกุล แกป้ ญั หา ความ ความ ความ ตรงต่อ รวม
ดว้ ยตวั เอง สะอาด รับผดิ ชอบ ถกู ต้อง เวลา
1 นาย กำชัย ขานดอ่ น 2 10
2222 2 10
2 นาย ธฏี ภทั ร์ พนั ธ์ชยั 2222 2 10
2222 2 10
3 นาย ประทกั ษ์ษิณ ขรุ ดิ ี 2222 2 10
2222 2 10
4 นาย พงษ์อมร สรุ ภักด์ิ 2222 2 10
2222 2 10
5 นาย สรุ เชษฐ์ สอนอินทร์ 2222 2 10
2222 2 10
6 นาย พพิ ฒั น์ ใจบุญ 2222 2 10
2222 2 10
7 นางสาว กุลณัฐ โวหารเดช 2222

8 นางสาว จันทรเ์ พ็ญ สงิ คำ

9 นางสาว พรภิมล หนรู าช

10 นางสาว จารวี ผาบหนูดำ

11 นางสาว ธญั ญาลกั ษณ์ เอกสมบญุ

9

12 นางสาว ศศมิ าภรณ์ ไชยแสง 2 2 2 2 2 10

13 นางสาว สมัญญา ศรอี ัฒชา 2 2 2 2 2 10

14 นาย ธนากร ชะวางกลาง 2 2 2 2 2 10

15 นาย อัษฎา หลักม่นั 2 2 2 2 2 10

16 นางสาว กติ ติพร เหมือดแกว้ 2 2 2 2 2 10

17 นางสาว ธนาพร งอกโพธิ์ 2 2 2 2 2 10

18 นางสาว ภัทรลภา จ่างจนั ทา 2 2 2 2 2 10

19 นาย ธรี ภัทร วรรณวงค์กา 2 2 2 2 2 10

20 นางสาว ธนญั ญา ชาติคำดี 2 2 2 2 2 10

21 นางสาว วรรณพร ช่วยแสง 2 2 2 2 2 10

22 นาย ณฐั ชยั สดุ สี 2 2 2 2 2 10

23 นาย ภัทรพงษ์ ริวงศา 2 2 2 2 2 10

24 นางสาว นภาพร ราชวงษ์ 2 2 2 2 2 10

25 นางสาว ปณิดา ชาวดร 2 2 2 2 2 10

26 นางสาว อรสิ รา บริบูรณ์มังสา 2 2 2 2 2 10

27 นางสาว ชมพนู ุท ภาวงค์ 2 2 2 2 2 10

28 นางสาว พรพริ ณุ วงศ์คำมว่ ง 2 2 2 2 2 10

29 นาย กิตติภพ สงิ ห์วงษ์ 2 2 2 2 2 10

30 นางสาว พิชญ์รดา จันทะวงษ์ 2 2 2 2 2 10

31 นางสาว ภิญญาพชั ญ์ คำแจม่ 2 2 2 2 2 10

32 นาย อนุชยั บุญพงษ์ 2 2 2 2 2 10

33 นางสาว พรธติ า ตะวงษา 2 2 2 2 2 10

34 นาย ภทั รนนั ท์ ทองศรีเพชร 2 2 2 2 2 10

35 นาย กิตติพงศ์ แย้มเดช 2 2 2 2 2 10

36 นางสาว จารุภทั ร ภขู ำ 2 2 2 2 2 10

37 นางสาว ณิชกาณฑ์ คันธี 2 2 2 2 2 10

38 นางสาว ธัญวรัตน์ ทิพเสนา 2 2 2 2 2 10

39 นางสาว นชุ นาถ ทองสำลี 2 2 2 2 2 10

40 นางสาว เนตรนภา มงคลศาสตร์ 2 2 2 2 2 10

41 นางสาว ปานตะวัน ภูพันนา 2 2 2 2 2 10

42 นางสาว ภัทธิรา ผลพฤติ 2 2 2 2 2 10

43 นางสาว ภรี ดา ทองบุดดา 2 2 2 2 2 10

44 นางสาว มนชนก แสนสิทธิ์ 2 2 2 2 2 10

45 นางสาว รงั สิมา ชนิ วงค์ 2 2 2 2 2 10

10

เกณฑก์ ารตรวจแบบฝึกหดั ของนักเรยี นชนั้ ม.5/4

แก้ปญั หา ความ ความ ความ ตรงต่อ รวม
เลขท่ี ชอื่ - สกลุ ดว้ ยตวั เอง สะอาด รับผิดชอบ ถูกตอ้ ง เวลา
2222 2 10
2 10
1 นาย ณัฐวุฒิ ไม้แดง 2222 2 10
2 10
2 นาย ยรุ นนั ท์ ไชยมาตร 2 2 2 2 2 10
2 10
3 นาย ศิรสทิ ธ์ิ ยกั ษา 2222 2 10
2 10
4 นาย สรนันท์ ช่วยแสง 2 2 2 2 2 10
2 10
5 นางสาว กญั ญาพัชร ไขแสงจนั ทร์ 2 2 2 2 2 10
2 10
6 นางสาว ศริ ิลกั ษณ์ หนิ แรง 2222 2 10
1 6
7 นาย กติ ตนิ ันท์ บงุ้ แปน้ 2222 2 10
2 10
8 นาย นฐั ภมู ิ แวงคำ 2222 2 10
2 10
9 นาย รงั ศธิ ร ชาวดร 2222 2 10
2 10
10 นางสาว ปิ่นทอง อบมา 2222 2 10
2 10
11 นาย วชริ ะ นรทดั 2222 2 10
2 10
12 นาย ศวิ ัฒน์ แก้วกำ 2222 2 10
2 10
13 นางสาว นภาพร พลสงคราม 1 1 2 1 2 10
2 10
14 นางสาว วนดิ า พิมเสน 2222 2 10
2 10
15 นางสาว วมิ าดา พรมสุวรรณ์ 2 2 2 2 2 10
2 10
16 นาย ปวรรัชดล บวรโชตเิ ดชาคณุ 2 2 2 2 2 10
2 10
17 นางสาว ธนาภร หว้ ยชะนาง 2 2 2 2 2 10
1 6
18 นางสาว ธัญวรตั น์ ปะระคะ 2 2 2 2

19 นางสาว นารรี ตั น์ ชาวดร 2222

20 นางสาว เบญจมาศ ปราบพาล 2 2 2 2

21 นางสาว อรปรียา ยะไวย์ 2222

22 นาย ภาณวุ ฒั น์ ชาวดร 2222

23 นางสาว อาริสา นามไชย 2 2 2 2

24 นางสาว ณิชารีย์ ชนูนันท์ 2222

25 นางสาว พรนภา ชัยสงค์ 2222

26 นางสาว สทุ ตั ตา คันธี 2222

27 นาย จักรี พงศ์ศุภกจิ 2 2 2 2

28 นางสาว กานต์ธดิ า สขุ แสวง 2 2 2 2

29 นางสาว ไผ่ทอง แก่นจนั ทร์ 2 2 2 2

30 นาย จริ านุวฒั น์ สีอ่อน 2222

31 นางสาว ชนิดาภา จันธิราช 2 2 2 2

32 นางสาว ชนิตา แสนภวู า 2 2 2 2

33 นางสาว ทีละนิด ดวงศรี 2222

34 นางสาว ธนิสสรา แสงกระจ่าง 2 2 2 2

35 นาย นนทิวชั ร์ คนดี 1121

11

36 นาย ผดุงเดช เพง็ จันทา 2 2 2 2 2 10

37 นาย พรี พล ดวงปดั สี 2 2 2 2 2 10

38 นางสาว ภกั จิรา ไชยคำ 2 2 2 2 2 10

39 นางสาว รัญชดิ า คำมะคณู 2 2 2 2 2 10

40 นาย วีระพน มะรังศรี 2 2 2 2 2 10

41 นางสาว ศศนิ ิภา เนตรน้อย 2 2 2 2 2 10

42 นางสาว สโรชา ปฐมโอสถ 2 2 2 2 2 10

43 นางสาว อารดา เป้งชยั โม 2 2 2 2 2 10

44 นาย พงศกร จารุนัย 2 2 2 2 2 10

ลงชือ่ ................................................ผู้ประเมนิ
(.......................................................)

เกณฑ์การประเมนิ 0 – 4 ปรบั ปรงุ
คะแนน 5 – 6 พอใช้
คะแนน 7 – 8 ดี
คะแนน 9 – 10 ดีมาก
คะแนน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ของนกั เรียนชั้นม.5/1

คำช้แี จง ใหค้ รูผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้ว / ลงใน

ช่องท่ตี รงกับระดบั คะแนน

มคี วามใฝ่รู้ มีความมงุ่ ม่ันใน มีสว่ นรว่ มในการ รวม

เลขท่ี ช่อื - สกลุ ใฝ่เรยี น การทำงาน ทำกิจกรรม 15
คะแนน

5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 15

1 นาย เตชพัฒน์ บญุ แสง / / / 15

2 นาย ธนวฒั น์ ผลทิพย์ / / / 15

3 นาย พรี ะพัฒน์ ศรสี วสั ด์ิ / / / 15

4 นางสาว กนกพร พาแสง / / / 15

5 นางสาว จารกุ ติ ติ์ กาวี / / / 15

6 นางสาว ณัชธิดา ไชยสงค์ / / / 15

7 นางสาว ณัฏฐา วงค์เพ็ญ / / / 15

8 นางสาว บุศรนิ ทร์ เสนารักษ์ / / / 15

9 นางสาว พัชราภรณ์ เพยี งตา / / / 15

10 นางสาว เมธาวี เปยี งงาม / / / 15

11 นางสาว รชั ดาภรณ์ ศรอี อน / / / 15

12

12 นางสาว รุ่งนภา บญุ เรือง / / / 15
15
13 นางสาว วชิราภรณ์ นอ้ ยอว๋ิ / / / 15
15
14 นางสาว สุพรรษา วงษศ์ รีจนั ทร์ / / / 15
15
15 นางสาว อาทติ ยา พินิจ / / / 15
15
16 นาย อมั รนิ ทร์ ชาวดร / / / 15
15
17 นางสาว กญั ญาพชั ร โล / / / 15
15
18 นางสาว ญาดา ตรโี ยธา / / / 15
15
19 นางสาว ณภัทร ปญั ญากลุ / / / 15
15
20 นางสาว ดอกคูณ ศรจี ันทะวงษ์ / / / 15
15
21 นางสาว ธิดารตั น์ เพยี รใจ / / / 15
15
22 นางสาว นราทพิ ย์ สารก้ง / / / 15
15
23 นางสาว นำ้ ฝน แนวงาม / / / 15
15
24 นางสาว พรณิกา จันภูงาม / / / 15
15
25 นางสาว เยาวพา ปัญญาเเสง / / / 15
15
26 นางสาว วรวรรณ วรรณภักดี / / / 15
15
27 นางสาว วรี นิ ทร์ อินทะราช / / / 15
15
28 นางสาว ศศิกานต์ วิชยั / / / 15
15
29 นางสาว กินนรี สตุ ตาลยั / / /

30 นาย พรี ะพฒั น์ ผวิ เงิน / / /

31 นางสาว กาญสุดา จนั ทะสี / / /

32 นางสาว ชลิดา ชว่ ยแสง / / /

33 นางสาว ปภาดา บญุ แสง / / /

34 นางสาว ปวิชญาดา ผลทิพย์ / / /

35 นางสาว ภทั รธิดา ศรีสวสั ด์ิ / / /

36 นางสาว จันทกานต์ิ พาแสง / / /

37 นางสาว จรี ะดา กาวี / / /

38 นาย ณฐั ภูมิ ไชยสงค์ / / /

39 นาย ธรี ภัทร วงค์เพญ็ / / /

40 นางสาว ปภาดา เสนารักษ์ / / /

41 นาย ภาณุพงศ์ เพียงตา / / /

42 นางสาว วันใหม่ เปียงงาม / / /

43 นาย ศริ ิวฒั น์ ศรีออน / / /

44 นางสาว สุพตั รา บุญเรอื ง / / /

45 นาย จกั รภัทร นอ้ ยอวิ๋ / / /

13

แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ของนกั เรียนช้นั ม.5/2

คำชแ้ี จง ใหค้ รูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้ว / ลงใน

ชอ่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน

มีความใฝร่ ู้ มคี วามมงุ่ ม่นั ใน มีสว่ นร่วมในการ รวม

เลขที่ ชือ่ - สกุล ใฝ่เรยี น การทำงาน ทำกิจกรรม 15
คะแนน

5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 15

1 นาย ธนกร ทีปสว่าง / / / 15

2 นาย ธัญพิสษิ ฐ์ จุนเด็น / / / 15

3 นาย พฒุ พิ งศ์ ประสานสุข / / / 15

4 นาย ภูรภิ ทั ร พันนารัตน์ / / / 15

5 นาย ศภุ กร จันทมุ มา / / / 15

6 นางสาว พรพรรณ สุริยะวงศ์ / / / 15

7 นางสาว ศศวิ มิ ล เสยี งใส / / / 15

8 นางสาว ศริ ินยา กอมขุนทด / / / 15

9 นางสาว สริ ยิ ากร นาพา / / / 15

10 นางสาว อรจริ า ภาคพรม / / / 15

11 นาย อนพุ งษ์ หาระพัด / / / 15

12 นางสาว คุณญั ญา ศรชี ัย / / / 15

13 นางสาว จณิสตา ทองอ่อน / / / 15

14 นางสาว ชัชฎาภรณ์ พกิ ูลนำ้ เทยี่ ง / / / 15

15 นางสาว ชัชฎาภรณ์ ดีสม / / / 15

16 นางสาว มนสั นนั ท์ พลสงคราม / / / 15

17 นางสาว ยลดา บัวศรี / / / 15

18 นางสาว สโรชา แสนไชย / / / 15

19 นางสาว จฑุ ารัตน์ สหี ปัญญา / / / 15

20 นางสาว อรปรยี า กลุ สุวรรณ / / / 15

21 นางสาว จภิ าพร เหลาวงษ์ / / / 15

22 นาย ภูริชภาคย์ แวงแก้ว / / / 15

23 นางสาว กญั ญาณฐั ทองเทพ / / / 15

24 นางสาว นรินธาร คำพิธรรม / / / 15

25 นางสาว พชั ราภรณ์ โคตะมะ / / / 15

26 นางสาว พณิ ทิพย์ ผายแกว้ / / / 15

27 นางสาว อนุรกั ษ์ พวงระยา้ / / / 15

28 นางสาว กฤษณา สวุ รรณเพชร / / / 15

29 นางสาว กัญญาวีร์ ขันออ่ น / / / 15

30 นางสาว กัญญาณัฐ บดุ ดี / / / 15

31 นางสาว กัณฐาภรณ์ ไชยศรี / / / 15

32 นางสาว ชยาภรณ์ แจ่มศรี / / / 15

14

33 นางสาว นทที ิพย์ พันชัย / / / 15
15
34 นางสาว นบชุลี วงษ์พรม / / / 15
15
35 นางสาว ปภาวดี ปนุ ากรณ์ / / / 15
15
36 นางสาว ปิยานุช นามคณุ / / / 15
15
37 นางสาว พรชิตา ทปี สวา่ ง / / / 15
15
38 นางสาว พิรดา จนุ เดน็ / / / 15
15
39 นางสาว มุกมณนี ลิ ประสานสุข / / / 15
15
40 นาย วายุพล พนั นารัตน์ / / / 15

41 นางสาว ศริ สทิ ธ์ิ จนั ทมุ มา / / /

42 นางสาว สาริตา สุรยิ ะวงศ์ / / /

43 นางสาว สุมณฑา เสียงใส / / /

44 นางสาว โสภติ รตรี กอมขุนทด / / /

45 นางสาว หทัยภัทร นาพา / / /

46 นางสาว อนัญญา ภาคพรม / / /

47 นางสาว นิศาชล หาระพดั / / /

แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ของนกั เรยี นชน้ั ม.5/3

คำชีแ้ จง ใหค้ รูผ้สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้ว / ลงใน

ชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน

มีความใฝ่รู้ มีความมุ่งมัน่ ใน มีส่วนรว่ มในการ รวม

เลขท่ี ช่อื - สกุล ใฝ่เรยี น การทำงาน ทำกจิ กรรม 15
คะแนน

5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 15

1 นาย กำชยั ขานด่อน / / / 15

2 นาย ธฏี ภัทร์ พันธ์ชัย / / / 15

3 นาย ประทกั ษษ์ ณิ ขรุ ดิ ี / / / 15

4 นาย พงษ์อมร สุรภักด์ิ / / / 15

5 นาย สรุ เชษฐ์ สอนอินทร์ / / / 15

6 นาย พิพัฒน์ ใจบญุ / / / 15

7 นางสาว กลุ ณัฐ โวหารเดช / / / 15

8 นางสาว จนั ทรเ์ พ็ญ สิงคำ / / / 15

9 นางสาว พรภมิ ล หนูราช / / / 15

10 นางสาว จารวี ผาบหนูดำ / / / 15

11 นางสาว ธัญญาลกั ษณ์ เอกสมบญุ / / / 15

12 นางสาว ศศมิ าภรณ์ ไชยแสง / / / 15

13 นางสาว สมญั ญา ศรีอฒั ชา / / / 15

14 นาย ธนากร ชะวางกลาง / / / 15

15 นาย อัษฎา หลักมนั่ / / / 15

16 นางสาว กิตติพร เหมือดแกว้ / / / 15

15

17 นางสาว ธนาพร งอกโพธิ์ / / / 15
15
18 นางสาว ภัทรลภา จา่ งจันทา / / / 15
15
19 นาย ธรี ภทั ร วรรณวงคก์ า / / / 15
15
20 นางสาว ธนัญญา ชาติคำดี / / / 15
15
21 นางสาว วรรณพร ช่วยแสง / / / 15
15
22 นาย ณฐั ชยั สดุ สี / / / 15
15
23 นาย ภทั รพงษ์ ริวงศา / / / 15
15
24 นางสาว นภาพร ราชวงษ์ / / / 15
15
25 นางสาว ปณดิ า ชาวดร / / / 15
15
26 นางสาว อรสิ รา บรบิ ูรณม์ งั สา / / / 15
15
27 นางสาว ชมพนู ทุ ภาวงค์ / / / 15
15
28 นางสาว พรพิรณุ วงศค์ ำม่วง / / / 15
15
29 นาย กิตตภิ พ สงิ หว์ งษ์ / / / 15
15
30 นางสาว พชิ ญ์รดา จันทะวงษ์ / / / 15
15
31 นางสาว ภิญญาพชั ญ์ คำแจม่ / / / 15

32 นาย อนุชัย บญุ พงษ์ / / /

33 นางสาว พรธติ า ตะวงษา / / /

34 นาย ภัทรนนั ท์ ทองศรเี พชร / / /

35 นาย กติ ตพิ งศ์ แย้มเดช / / /

36 นางสาว จารุภัทร ภขู ำ / / /

37 นางสาว ณชิ กาณฑ์ คันธี / / /

38 นางสาว ธญั วรตั น์ ทพิ เสนา / / /

39 นางสาว นชุ นาถ ทองสำลี / / /

40 นางสาว เนตรนภา มงคลศาสตร์ / / /

41 นางสาว ปานตะวัน ภพู นั นา / / /

42 นางสาว ภทั ธิรา ผลพฤติ / / /

43 นางสาว ภีรดา ทองบดุ ดา / / /

44 นางสาว มนชนก แสนสิทธ์ิ / / /

45 นางสาว รงั สมิ า ชินวงค์ / / /

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ของนกั เรียนชน้ั ม.5/4

คำชีแ้ จง ให้ครผู ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้ว / ลงใน

ชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน

มีความใฝร่ ู้ มคี วามมุ่งมนั่ ใน มสี ว่ นร่วมในการ รวม

เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ ใฝ่เรียน การทำงาน ทำกจิ กรรม 15
คะแนน

5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 15

1 นาย ณัฐวุฒิ ไม้แดง / / / 15

2 นาย ยุรนนั ท์ ไชยมาตร / / / 15

16

3 นาย ศิรสิทธิ์ ยักษา / / / 15
15
4 นาย สรนันท์ ช่วยแสง / / / 15
15
5 นางสาว กญั ญาพชั ร ไขแสงจนั ทร์ / / / 15
15
6 นางสาว ศิริลักษณ์ หนิ แรง / / / 15
15
7 นาย กิตตินนั ท์ บงุ้ แปน้ / / / 15
15
8 นาย นฐั ภมู ิ แวงคำ / / / 15
15
9 นาย รงั ศธิ ร ชาวดร / / / 15
15
10 นางสาว ปน่ิ ทอง อบมา / / / 15
15
11 นาย วชริ ะ นรทดั / / / 15
15
12 นาย ศิวฒั น์ แกว้ กำ / / / 15
15
13 นางสาว นภาพร พลสงคราม / / / 15
15
14 นางสาว วนดิ า พมิ เสน / / / 15
15
15 นางสาว วิมาดา พรมสุวรรณ์ / / / 15
15
16 นาย ปวรรัชดล บวรโชตเิ ดชาคณุ / / / 15
15
17 นางสาว ธนาภร ห้วยชะนาง / / / 15
15
18 นางสาว ธญั วรตั น์ ปะระคะ / / / 15
15
19 นางสาว นารรี ตั น์ ชาวดร / / / 15
15
20 นางสาว เบญจมาศ ปราบพาล / / / 15
15
21 นางสาว อรปรียา ยะไวย์ / / / 15
15
22 นาย ภาณุวฒั น์ ชาวดร / / / 15
15
23 นางสาว อารสิ า นามไชย / / /

24 นางสาว ณชิ ารยี ์ ชนนู นั ท์ / / /

25 นางสาว พรนภา ชัยสงค์ / / /

26 นางสาว สุทตั ตา คันธี / / /

27 นาย จกั รี พงศศ์ ภุ กจิ / / /

28 นางสาว กานต์ธิดา สุขแสวง / / /

29 นางสาว ไผท่ อง แกน่ จันทร์ / / /

30 นาย จริ านุวัฒน์ สีอ่อน / / /

31 นางสาว ชนดิ าภา จนั ธริ าช / / /

32 นางสาว ชนติ า แสนภวู า / / /

33 นางสาว ทลี ะนดิ ดวงศรี / / /

34 นางสาว ธนสิ สรา แสงกระจ่าง / / /

35 นาย นนทวิ ชั ร์ คนดี / / /

36 นาย ผดงุ เดช เพ็งจนั ทา / / /

37 นาย พีรพล ดวงปัดสี / / /

38 นางสาว ภักจิรา ไชยคำ / / /

39 นางสาว รญั ชดิ า คำมะคณู / / /

40 นาย วรี ะพน มะรงั ศรี / / /

41 นางสาว ศศินภิ า เนตรนอ้ ย / / /

42 นางสาว สโรชา ปฐมโอสถ / / /

17

43 นางสาว อารดา เป้งชยั โม / / / 15
44 นาย พงศกร จารนุ ยั / / / 15

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ลงชอื่ ................................................ผู้ประเมิน
(.......................................................)

เกณฑ์การให้คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั การมสี ว่ นร่วมมากที่สดุ ให้ 5 คะแนน
ระดบั การมีส่วนรว่ มมาก ให้ 4 คะแนน
13 – 15 ดีมาก ระดับการมีส่วนร่วมปานกลาง ให้ 3 คะแนน
10 – 12 ดี ระดบั การมีส่วนร่วมนอ้ ย ให้ 2 คะแนน
7–9 ระดบั การมีสว่ นร่วมนอ้ ยทส่ี ุด ให้ 1 คะแนน
4 –6 ปานกลาง
1– 3 พอใช้
ปรับปรงุ

18

แผนการจดั การเรยี นรู้

รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์กายภาพ (ว32102) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 แสงสี เวลา 4 ชัว่ โมง

เรอื่ งที่ 6.4-6.8 แผน่ กรองแสงสีและการนำไปใชป้ ระโยชน์ของสารสีและแสงสี เวลา 2 ชั่วโมง

ภาคเรียนที่ 1 ครผู ้สู อน นายกฤษณบ์ ดนิ ท์ ศรีจันทร์เวียง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สาระสำคัญ

แผ่นกรองแสงสีเป็นแผน่ โปรง่ แสงท่ยี อมให้แสงสที ่ีมสี เี ดียวกับแผ่นกรองแสงสีผา่ นออกมาได้

แสงสีอนื่ จะถกู กั้นเอาไวท้ ำให้เราไดแ้ สงสีทีต่ ้องการผ่านออกมา

แสงสีท่เี ราเห็นมมี ากมายหลากหลายซึ่งจะไปกระตุ้นเซลลร์ ูปกรวยให้ทำงานรบั ร้แู สงสี แสงสี

ปฐมภูมิ 3 สคี อื สีแดง สเี ขียว และสนี ำ้ เงนิ ซง่ึ จะไปกระตนุ้ เซลลร์ ปู กรวยทไี่ วตอ่ แสงสีนั้น ๆ ใหท้ ำ

งาน การผสมแสงสปี ฐมภูมทิ ้งั 3 สใี นสัดสว่ นทพี่ อเหมาะจะไดแ้ สงขาว เมื่อนำแสงสปี ฐมภมู ิมาผสม

กนั จะไดแ้ สงสใี หม่ที่นอกเหนือจาก 3 สนี เี้ ราสามารถมองเหน็ แสงสีอ่ืนๆได้นนั้ เกดิ จากการทำงานร่วม

กนั ของเซลลร์ ปู กรวยท้ัง 3 ชนดิ

สารสีปฐมภมู ิคือ สแี ดงม่วง สีนำ้ เงินเขียว และสเี หลือง การผสมสารสีปฐมภูมทิ งั้ 3 สีใน

สดั ส่วนทเี่ หมาะสมจะไดส้ ดี ำ เมอื่ สารสีปฐมภมู ิมาผสมกนั จะไดส้ ารสใี หม่

การมองเห็นสตี า่ ง ๆ ของวัตถุนัน้ นอกจากพจิ ารณาถึงสารสบี นวัตถุแล้วยงั ต้องพิจารณาถงึ

แสงสีทฉ่ี ายลงบนวัตถุดว้ ย ซ่ึงแสงสีตา่ ง ๆ ท่ีฉายลงบนวัตถุอาจทำให้มองเหน็ สีของวตั ถุที่ผิดไปจาก

สารสีเดิมของวตั ถเุ มื่อมองภายใต้แสงขาว

2. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลยี่ นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน

ปฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวติ ประจำวนั ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณท์ ่ี

เกี่ยวขอ้ งกบั เสยี งแสงและคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมท้ังนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

ตัวชีว้ ัด ว 2.3 ม.5/10 สังเกตและอธบิ ายการทำงานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การ

ผสมสารสี และการนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั

3. สาระการเรียนรู้

3.1 เนื้อหาสาระหลกั แผน่ กรองแสงสียอมใหแ้ สงสีบางสผี ่านออกไปได้และก้นั บางแสงสี การ

ผสมแสงสีทำให้ได้แสงสีที่หลากหลายเปลี่ยนไปจากเดิม ถ้านำแสงสีปฐมภูมิในสัดส่วนที่เหมาะสมมา

ผสมกันจะได้แสงขาว การผสมสารสีทำให้ไดส้ ารสีท่หี ลากหลายเปลยี่ นไปจากเดิม ถ้านำสารสีปฐมภูมิ

ในปริมาณทเ่ี ทา่ กันมาผสมกนั จะไดส้ ารสผี สมเปน็ สดี ำ

3.2 ทักษะ/กระบวนการ

- การสังเกต (สีบนฉากและสตี ่าง ๆ จากการผสมแสงสแี ละการผสมสารสี)

- การจำแนกประเภท (จำแนกแสงสปี ฐมภมู ิกบั สารสีปฐมภมู ิ)

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ เมอ่ื จบกิจกรรมการเรยี นรู้ นกั เรียนสามารถ

จดุ ประสงคการเรียนรู้ รายละเอยี ด


Click to View FlipBook Version