รายงานวิชา พลศึกษา
เรื่อง แอโรบิค
จัดทำโดย
นางสาวบัณฑิตา ภักดีกิจ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/8 เลขที่ 42
เสนอ
อาจารย์ ชุติมันต์ วุฒิมานพ
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชา พลศึกษา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค ก
สารบัญ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแอโรบิค 1
2
-ประวัติความเป็นมา
-ประเภทของการเต้นแอโรบิค
อุปกรณ์และขั้นตอนการเต้นแอโรบิค 3
4
-อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเต้นแอโรบิค
-ขั้นตอนของการออกกำลังแบบแอโรบิค 5
ทักษะการเต้นแอโรบิค 7
-ท่าเต้นพื้นฐานทั้ง 16 ท่า
ประโยชน์ของการเต้นแอโรบิค
-ประโยชน์การเต้นแอโรบิค
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 1
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแอโรบิค
1. ประวัติความเป็นมา
ในปี ค.ศ.1968 นายแพทย์คูเปอร์ ได้คิดค้นวิธีการออกกำลังกาย
แบบแอโรบิกดานซ์ โดยได้เขียนหนังสือเรื่องความรู้เกี่ยวกับการออกกำลัง
กายที่ต้องอาศัยอากาศ (Aerobics Exercise) ทำให้บุคคลทั่วไปสนใจและ
นำไปฝึกปฎิบัติอย่างแพร่หลาย
ในปี ค.ศ.1969 จูดี้ เชฟฟาร์ด มิสเซตต์ได้นำการออกกำลังกายแบบ
แอโรบิกมาประยุกต์โดยทำการเต้นเเจส มาผสมผสานกับการออกกำลังกาย
แบบแอโรบิก เอกเซอร์ไซด์ใส่จังหวะการเต้นรำของจังหวะเเจสเข้าไปทำให้
เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนชาวอเมริกันกันอย่างแพร่หลาย
ต่อมาในปี ค.ศ.1979 แจ๊คกี้ โซเรนสัน ได้พัฒนาการออกกำลังกาย
แบบแอโรบิกเอกเซอร์ไซด์มาประยุกต์ให้เข้ากับจังหวะดนตรีที่สนุกสนาน
เร้าใจ รวมทั้งมีการเคลื่อนไหว ซึ่งนำหลักการของวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้า
ประกอบการออกกำลังกายจึงเป็นที่นิยมและรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อว่า แอโร
บิกดานซ์ (Aerobics Dance)
ในปี ค.ศ.1984 มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 23 ที่รัฐลอสแอนเจ
ลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในพิธีเปิดการแข่งขันได้ทำการเต้นแอโรบิกดานซ์
มาแสดงในพิธีเปิด ทำให้เป็นที่รู้จัก แพร่หลายไปทั่วโลก
สำหรับการเต้นแอโรบิกดานซ์ในประเทศไทยได้มีการทำการออกกำลังกาย
แบบแอโรบิกดานซ์เฉพาะในสถานบริหารกายของเอกชนในห้องอออกกำลัง
กายของโรงแรมเท่านั้น ผู้ที่สนใจจะเต้นแอโรบิกจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก
ต่อมาในปี พ.ศ.2519 อาจารย์ สุกัญญา มุสิกวัน ได้ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ
การบริหารประกอบดนตรี และยิมนาสติกมาประยุกต์เข้าด้วยกัน ใช้ชื่อว่า
Slimnastic ซึ่งมาจากคำว่า Slim+Gymnastic ต่อมาในปี พ.ศ.2523
อาจารย์สุกัญญา พาณิชเจริญนาม ทำการเปิดสอนวิชาแอโรบิกดานซ์ให้กับ
ครูทุกสถาบันทั่วประเทศ ณ โรงยิม มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ พลศึกษา
ในสนามกีฬาแห่งชาติ จากนั้นมาการจัดการสอนวิชาแอโรบิกดานซ์จึงได้
แพร่หลายตามสถานศึกษาทุกระดับ ทั้งในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา
ต่อมาในปีพ.ศ.2546 กระทรวงสาธารณะสุข ได้มีนโยบายให้ประชาชนได้มี
สุขภาพร่างกายแข็งแรงจึงให้มีการออกกำลังกายกันทุกหมู่บ้าน ตำบล
อำเภอ จังหวัด ทั่วประเทส จึงได้รับความนิยมแพร่หลายกันทั่วประเทศ
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 2
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแอโรบิค
2. ประเภทของการเต้นแอโรบิค
1.แบ่งตามแรงกระแทก
- การเต้นแบบย่อยืดขา โดยไม่มีการยกหรือกระโดด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหา
ทางสุขภาพและผู้สูงอายุ
- การเต้นที่มักจะให้มีขาข้างหนึ่งติดพื้นเสมอซึ่งจะลดการกระแทก เน้นการ
ใช้ร่างกายส่วนบนมากขึ้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
- การเต้นซึ่งมีการกระแทกของเท้าต่อพื้นอย่างรุนแรง ไม่เหมาะกับผู้ที่มี
สมรรถภาพร่างกายไม่ดีพอ ปัจจุบันไม่นิยมเต้นกัน
- การเต้นที่ผสมระหว่างการเต้นแบบย่อยืดขาและการเต้นซึ่งมีการกระแทก
ของเท้าต่อพื้นอย่างแรง มีการวิ่งกระโดดขย่ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกาย
แข็งแรงและวัยหนุ่มสาว
2.แบ่งตามลักษณะของผู้เต้น
- ผู้ที่ไม่เคยเต้นแอโรบิคมาก่อน การฝึกเป็นการฝึกเทคนิคการเคลื่อนไหว
ร่างกายพื้นฐาน มีการฝึกระบบประสาทและกล้ามเนื้อบ้าง เพลงช้าใช้เวลา
ประมาณ 30 นาที ความหนักของการเต้นประมาณ 60% ของชีพจรสูงสุด
- ทำการเปลี่ยนท่าทางต่างๆได้อย่างราบรื่นและซับซ้อนมากชึ้น เล่นนานขึ้น
เร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และออกกำลังกายเป็นประจำ ใช้
เวลาประมาณ 45นาที ความหนักของการเต้น 70 % ของชีพจรสูงสุด
- ขั้นผู้มีความชำนาญและมีประสบการณ์ มีความยากและซับซ้อน ใช้เวลาใน
การเล่นครั้งละ 45-60 นาที ความหนักของการเต้นประมาณ 80-90%
ของชีพจรสูงสุด
การเต้นแอโรบิคแบบอื่นๆ
- การเต้นแอโรบิคโดยมือถือแฮนด์เวท เพื่อสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ
ส่วนบน
- การเต้นแอโรบิคโดยมือถือ Xer-Tube ขณะเต้นใช้มือจับปลาย 2 ข้าง ใช้
เท้ากดลงตรงกลางเพื่อสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนบน
- การเต้นแอโรบิคด้วยการก้าวขึ้นลงบนแท่นที่เหมาะสมไปพร้อมกับเสียง
ดนตรีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหัวใจ
- การเต้นแอโรบิคโดยการนำการเดิน การวิ่ง กระโดด ทวิชและการเตะเท้า
ในน้ำมาประกอบกับเสียงดนตรี เรียกว่า Aquarobics
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 3
อุปกรณ์และขั้นตอนการเต้นแอโรบิค
อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเต้นแอโรบิค
1.รองเท้าและถุงเท้า เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุด เพื่อช่วยป้องกันการ
บาดเจ็บ ควรใช้รองเท้าที่ออกแบบไว้สำหรับการเต้นแอโรบิก ซึ่งช่วยลดแรง
กระแทกในแนวดิ่งแรงกดบิดส่วนต่าง ๆ ของเท้าและข้อเท้า ซึ่งเกิดจาการ
เคลื่อนที่ในแนวราบทุกทิศทางผู้เต้นไม่ควรเสี่ยงกับรองเท้าเก่าหมดอายุแล้ว
2.ชุดออกกำลังกาย ควรรัดกุม ง่ายต่อการเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่าง
เต็มที่ เนื้อผ้าระบายความร้อนและซับเหงื่อได้ดีไม่จำเป็นต้องราคาแพง ควร
เป็นผ้ายืด การสวมชุดรัดรูป หรือ เป็นชุดออกกำลังกายที่เป็นชุดกางเกงติด
กับเสื้อ ( Leotard )จะช่วยให้ผู้สวมใส่มีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว
ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายขณะบริหาร เสื้อจะไม่เลื่อนหลุดขึ้นมาเหนือเอว อีก
ทั้งช่วยให้ผู้สวมใส่มองเห็นท่าทางการ เคลื่อนไหวของร่างกายของตนเองได้
ชัดเจนหรือทำให้เห็นรูปทรงส่วนเกิน ส่วนขาดที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ให้
เข้าที่เข้าทาง
3.เสื้อชั้นใน ให้รัดพอดี รอบ ๆ ส่วนที่เป็น cup ถ้าเป็นชนิดไม่มีตะเข็บ
(seamless) ที่ผลิตออกมาโดยปั้ มจากพิมพ์ ไม่ควรใส่ เพราะยกทรงแบบ
เต็มตัว เมื่อออกกำลังกายแล้ว จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังและใต้อก
เคลื่อนไหวได้ยาก
4.กางเกงชั้นใน ไม่ควรใส่แบบที่รัดมากที่เรียกว่า สเตย์ เพราะเวลา
ออกกำลังกายกล้ามเนื้อ ส่วนนั้นจะเคลื่อนไหวได้ยาก ทำให้โลหิตบริเวณนั้น
ไหลเวียนไม่สะดวก เกิดผลเสียแก่อวัยวะสืบพันธุ์ในอุ้ง เชิงก้านด้วย ควร
เลือกใช้กางเกงชั้นในที่มีความกระชับพอดี ถ้าเป็นผ้าที่ผสมฝ้ายมากยิ่งดี
5.เพลงประกอบการเต้นหรือดนตรี เพลงที่ใช้ควรเป็นเพลงที่ชื่นชอบ
ของผู้ออกกำลังกาย มีจังหวะชัดเจน มีความเร็วพอดีกับการเปลี่ยนไปตาม
ขั้นตอนของการออกกำลังกายช่วงต่าง ๆ เพลงที่ใช้ประกอบมักมีหลายเพลง
ซึ่งควรต่อเนื่องกันตลอดระยะเวลาการเต้น (Non-Stop) หรือ (Medley)
6.สถานที่ อาจเป็นกลางแจ้งหรือในร่ม ควรมีการระบายอากาศที่ดี มี
เนื้อที่ว่างพอสมควร ไม่มีสิ่งเกะกะเกียดขวาง พื้นที่เรียบแต่ไม่ลื่น และควรมี
คุณสมบัติผ่อนแรงกระแทก เช่นพื้นไม้เนื้อแข็งที่โปร่งด้านล่าง พื้นกระเบื้อง
ยาง ไม่ควรเต้นพื้นคอนกรีตหรือพื้นคอนกรีตปูทับด้วยพรม
7.เครื่องมืออื่น ๆ ได้แก่ Step Band, Hand weight, Elastic
tubing, Elastic band ฯลฯ
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 4
อุปกรณ์และขั้นตอนการเต้นแอโรบิค
ขั้นตอนของการออกกำลังแบบแอโรบิค
1.ขั้นอบอุ่นร่างกาย หรือ วอมอัพ (Warming Up)เป็นการเตรียม
ความพร้อมของกล้ามเนื้อ หัวใจ ข้อต่อ และอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการ
เคลื่อนไหวให้พร้อมที่จะทำงาน ช่วงนี้จะใช้เวลาบริหารประมาณ 15-
25%ของเวลาฝึกทั้งหมด
ท่าที่ใช้ฝึกในขณะนี้จะเป็นการฝึกเพื่อความอ่อนตัว โดยการพับตัวไปด้าน
หน้า ด้านหลังและด้านข้าง อาจจะทำการยืด เอน ข้อต่อ
ร่างกาย(Stretching Exercise) ซึ่งจะช่วยป้องกัน และลดการบาดเจ็บ
จากการออกกำลังกาย อย่ายืดกล้ามเนื้ออย่างรุนเเรง หรือทำด้วยจังหวะที่
รวดเร็วจนกลายเป็นการกระตุก ซึ่งจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้
2.ขั้นปฏิบัติงาน หรือ ระยะแอโรบิค (Training Heart Rate)ระยะ
แอโรบิก ในช่วงแรกเป็นการบริหารท่าเร็ว และหนักติดต่อกันส่วนมากจะ
เน้นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง สะโพก ลำตัวด้านข้าง แขน หัวไหล่ซึ่ง
จังหวะดนตรีในช่วงนี้จะอยู่ระหว่าง 140-160 จังหวะต่อนาที จะเน้นให้
บุคคลแต่ละคนสามารถพัฒนาการออกกำลังกายให้ถึงอัตราการเต้นหัวใจที่
เป้าหมายได้ ช่วงหลังจะเป็นการเบาเครื่องลงเรื่อยๆ เพื่อผ่อนคลายกล้าม
เนื้อ เวลาที่ใช้ในช่วงนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
2.1แบบ Aerobic Dance Routine เป็นการสร้างแบบแล้วเต้น
ตามรูปแบบและเวลาที่กำหนดจะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที
2.2แบบ Group Aerobic Dance เป็นแบบมีผู้นำ ผู้ที่เข้าร่วม
กิจกรรม จะต้องทำตามผู้นำ จะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
3. ขั้นคลูดาวน์ (Cool Down) ส่วนมากนิยมทำ Floor Exercise
โดยการเคลื่อนไหวช้าๆด้วยการเดิน และจบลงด้วยการทำ Stretching
Exercise ยืดกล้ามเนื้อน่อง และอาจทำการยืดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั่วร่างกาย
เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวอีกครั้งหนึ่ง ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ
การนำเอาของเสีย หรือ กรดแลกติก ที่เกิดขึ้นในขณะที่ออกกำลังกายอยู่นั้น
ออกไปจากกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการหยุดเฉยๆ ในช่วงนี้จะใช้เวลาออกกำลังกาย
5-10 นาที
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 5
ทักษะการเต้นแอโรบิค
ท่าเต้นพื้นฐาน
1. การย่ำเท้า Marching คือ การย่ำเท้าอยู่กับที่ ส่วนใหญ่แล้วจะย่ำ
เท้า 2 แบบคือ แบบกว้าง (Marching Out)และแบบแคบ (Marching In)
2. การเดิน ( Walking ) คือ การก้าวเท้าไปยังทิศทางที่เคลื่อนที่ไป มี
การถ่ายน้ำหนักตัวจากเท้าหนึ่งไปยังอีกเท้าหนึ่ง การเดินนั้นสามารถเดินไป
ข้างหน้า ข้างหลัง หรือเฉียง หรือเดินเป็นรูป
3. ก้าวรูปสี่เหลี่ยม ( Easy Walk ) คือ การก้าวเดินไปข้าง 1 ก้าว
ถอยหลัง 1 ก้าว ลักษณะคล้าย V-step แต่วางเท้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม หรืการ
ก้าวเดิน
4. การก้าวแตะ ( Step Touch สเต็ปทัช) คือ การยกเท้าหนึ่งไปด้าน
ข้างแล้วยกเท้าอีกข้างหนึ่งไปแตะแล้วทำสลับกัน ทิศทางการเคลื่อนไหวจะ
เป็นการก้าวแตะที่อยู่กับที่ หรือทำเป็นรูปตัวแอล หรือก้าวแตะหมุนรอบตัว
เองก็ได้
5. ส้นเท้าแตะ ( Hell Touch ฮีลทัช) คือการแตะด้วยส้นเท้าข้างใด
ข้างหนึ่ง โดยแตะข้างหน้าหรือด้านหลังก็ได้
6. ปลายเท้าแตะด้านข้าง ( Side Tap ไซด์แทบ) คือการแตะด้วย
ปลายเท้าข้างใดข้างหนึ่งโดยแตะด้านข้างหน้าซ้าย-ขวา สลับกัน
7. การยกส้นเท้า ( Lek Curl เล็คเคอ) คือการยกส้นเท้าขึ้นไปที่
สะโพกด้านหลัง หรือการพับส้นเท้าไปด้านหลัง การทำ Hamstring Curl
หรือ Hamstring Curl Lek Curl นั้นทำได้ทั้งที่อยู่กับที่หรือหมุนรอบตัว
เอง (แฮมสตริงเคอ)
8. ก้าวไขว้ก้าวแตะ ( Grapevine เกรพวาย ) ก้าวไขว้ก้าวแตะ หรือ
เกรพวายคือการทำก้าวไขว้ขาไปหลังหรือหน้าก็ได้ การทำเกรพวายนั้น
สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น เกรพวายธรรมดา หรือเกรพวายเป็นรูป
สี่เหลี่ยมหรือเกรพวายหมุน 180 องศา
9. แมมโบ้ ( Membo ) คือการก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งไปข้างหน้าแล้วย่อ
เข่าลงแล้วนำกลับสู่ที่เดิม และเปลี่ยนข้างทำ การทำแมมโบ้สามารถทำได้ทั้ง
ข้างหน้าและด้านข้างก็ได้
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 6
ทักษะการเต้นแอโรบิค
ท่าเต้นพื้นฐาน (ต่อ)
10. ยกเข่า ( Knee Up นีอัพ) เป็นท่าการเคลื่อนไหวพื้นฐานในการ
พัฒนากล้ามเนื้อขาหรือ Knee Lift ได้อย่างดีดังนั้นแอโรบิก ด๊านซ์ทุก
ประเภทจึงมีท่าการยกเข่าทั้งการยกเข่าด้านหน้า ( Front Knee Lift )หรือ
นีลีฟ ด้านข้าง ( Side Knee Lift ) การยกเข่าเฉียง ( Knee Cross )
11. การแตะขา ( Kick คิก ) การแตะขา ไปใช้ในทิศทางต่าง ๆ ทั้ง
การแตะไปด้านหน้า ( foreward ) เฉียง ( cross ) หลัง ( backward
)และข้าง( sideward ) การแตะขาที่ถูกต้องควาเป็นการแตะขาไม่ใช่การ
สะบัดเข่า
12. ก้าวชิดก้าวแตะ ( Two Step ทูสเต็ป) คือการทำก้าวชิดก้าวแตะ
หรือการทำก้าวแตะ 2 ครั้ง
13. สควอท ( Squats ) คือการนั่งยอง ๆ หรือ ย่อ ยืด ควรนั่งให้มุม
สะโพกและเท้าเป็นมุม 90 % เท่านั้น ไม่ควรนั่งให้สะโพกชิดส้นเท้าเพราะจะ
ทำให้เอ็นหรือกระดูกอ่อนที่หัวเข่ายืดมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เข่า
เจ็บ
14. ช่า ช่า ช่า( Cha Cha Cha ) คือการก้าวใดเท้าหนึ่งไขว้ไปด้าน
หน้า ย่ำเท้าหลัง แล้วนำเท้ากลับที่ก้าวไปข้างหน้ากลับมา ย่ำ ย่ำ ย่ำ สลับเท้า
15. ส่ายสะโพก ( Twis ) คือการส่ายสะโพกซ้าย – ขวา สลับกัน
16. Step Knee คือการย่ำเท้า 1-2 ก้าวขึ้นบน 3 แล้วยกเข่า
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 7
ประโยชน์ของการเต้นแอโรบิค
ประโยชน์ของการเต้นแอโรบิค
1.ระบบกล้ามเนื้อ
ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น สามารถเกร็งและคลายตัวได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มีการทำงานที่สมดุลกัน และทำให้รูปร่างสวยงามสมส่วนขึ้น
เพราะว่าไขมันที่มาห่อหุ้มร่างกายอยู่ได้ถูกนำไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงาน
นอกจากนั้นยังจะช่วยทำให้มีการสะสมสารต้นกำเนิดพลังงานและสารที่
เกี่ยวข้อง คือไกลโคลเจน เกลือแร่ ฯลฯ อีกด้วย
2.ระบบกระดูก
ทำให้ข้อต่อและระบบประสาทสั่งงาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ระบบการไหลเวียนของโลหิต
ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น การสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี
ขึ้น หลอดเลือดต่างๆ มีความยืดหยุ่นดีขึ้น สามารถช่วยเพิ่มประมาณและ
คุณภาพของเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ยังจะช่วยทำให้ชีพจรและความดัน
โลหิตกลับเข้าสู่สภาพปกติได้อีกด้วย
4.ระบบการหายใจ
ช่วยให้ทางเดินหายใจ ปอด และ กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น
5.ระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย
ช่วยเพิ่มอัตราความเร็วของขบวนการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานของ
ร่างกาย ช่วยทำลายเซลเสื่อมสภาพต่าง ๆ เพื่อเร่งให้ร่างกายสร้างเซลใหม่ๆ
ขึ้นมาแทนที่ นอกจากนี้ ยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น นอนหลับ
สบาย เมื่อตื่นขึ้นจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ทำงานได้อย่างกระฉับกระเฉง
6.ระบบควบคุม
ช่วยทำให้ร่างกายปรับสมดุลของระบบประสาทอัติโนมัติและระบบต่อมไร้
ท่อ ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนต่างๆ ออกมาอย่างเป็นปกติ
7.การทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทสำหรับผู้ที่
เคร่งเครียดกับการทำงานหนัก
วิชาพลศึ กษา เรื่ องแอโรบิ ค 8
ประโยชน์ของการเต้นแอโรบิค
ประโยชน์ของการเต้นแอโรบิค (ต่อ)
8.บุคลิค การเคลื่อนไหว และการจัดระเบียบร่างกาย
ทำให้ควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น ร่างกายโดยรวมมีความอ่อนตัว และ
เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น ทำให้อารมณ์เบิกบานและจิตใจแจ่มใส
มีสง่าราศี
9.ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดฟีน
ซึ่งก่อให้เกิดความสุข เพราะว่าขณะออกกำลังกาย อย่างมีความสุข ไร้การ
แข่งขัน จึงไม่มีความเครียด ซึ่งต่างกับการออกกำลังกายที่เน้นการแข่งขัน
การออกกำลังกายที่เน้นการแข่งขัน ร่างกายจะหลั่งสารคนละตัว มีชื่อว่า อดี
นาลีน ซึ่งตัวนี้ จะก่อให้เกิดความเครียด ผลของการออกกำลังกายจะต่างกัน
รูปร่างหน้าตาจะสดใสต่างกัน
ประโยชน์ที่ได้รับจากการเต้นแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสม
นอกจากจะได้รูปร่างดีแล้ว ยังทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง สามารถ
ป้องกัน รักษา และฟื้ นฟูสมรรถภาพร่างกาย นอกจากจะได้สุขภาพภายนอก
ที่สมบูรณ์แบบแล้ว สุขภาพภายในก็จะดีตามมาด้วย เช่น ความดันโลหิตลด
ลง ลดระดับไขมันในเส้นเลือด และระบบย่อยอาหารขับถ่ายดีขึ้น อีกหลาย
ประโยชน์จากการเต้นแอโรบิคที่จะได้รับจาก 9 ข้อประโยชน์ข้างต้น