จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้
ู แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
งานการเรยี นรู้ (learning task) / กจิ กรรมการเรยี นรู้
หลกั ฐานการเรยี นร
ู้ การวดั และประเมนิ การเรยี นรู้
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
กจิ กรรมที่ 2 แผนทพ่ี ศิ วง
- แ ผ น ท่ี จ า ก เ ก ม - ประเมินทักษะในการวัด
40
- เรียนรู้เกี่ยวกับการวัดระยะทางและการใช้อุปกรณ์ในการวัด ฝึกปฏิบัติ
“แผนท่ีพิศวง” โดยมี ระยะทางและการใช้อุปกรณ์
วดั ระยะทางระหวา่ งสถานทต่ี า่ ง ๆ ในโรงเรยี น
การนำความรู้และ ในการวดั
- ใหน้ กั เรยี นดแู ผนผงั และแผนที่ พรอ้ มเปรยี บเทยี บความเหมอื นตา่ ง
ทักษะในการวัดระยะ - ประเมินทักษะในการอ่าน
- ฝกึ อา่ นแผนที่ การใชส้ ญั ลกั ษณ์ ทศิ มาตราสว่ น และเรยี นรกู้ ารเขยี นแผนที
่ ทาง การใชส้ ญั ลกั ษณ์ และเขยี นแผนท
่ี
- ฝกึ เขยี นแผนทแี่ ละเขยี นแผนทจี่ ากโรงเรยี นไปบา้ นของตน
ทิศ และมาตราส่วน
- เล่นเกม“แผนท่ีพิศวง”โดยให้นักเรียนจับคู่กัน นำสิ่งของของตนไปวางไว้ใน มาใช้ในการเขียน
สถานที่ท่ีเพ่ือนไม่รู้ และเขียนแผนที่ให้เพื่อนใช้ในการเดินทางไปนำสิ่งของน้ัน
แผนท่ี
กลับมาให้ตน หลังเสร็จกิจกรรมให้นักเรียนร่วมกันสะท้อนผลในประเด็นของ
1) หลกั การเขยี นแผนท่ี การใชส้ ญั ลกั ษณ์ ทศิ และมาตราสว่ น 2) ทกั ษะในการเขยี น
และอ่านแผนที่ 3) ผลของการใช้แผนที่ สามารถหาของเจอหรือไม่ เพราะเหตุใด
4) ความรสู้ กึ ในการทำกจิ กรรม สงิ่ ทท่ี ำไดด้ ี สง่ิ ทสี่ ามารถพฒั นาใหด้ ขี นึ้
กจิ กรรมที่ 3 แผนทชี่ มุ ชน
- ทบทวนหลกั ของการอา่ นและเขยี นแผนท่ี และสนทนาเกย่ี วกบั การทำแผนท่ี - แผนดำเนินงานของ - ประเมินทักษะในการวัด
ชมุ ชน สถานทส่ี ำคญั ของชมุ ชน
กลมุ่
ระยะทางและการใช้อุปกรณ์
- ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ และรว่ มกนั ทำแผนทชี่ มุ ชน โดยจดั ทำแผนดำเนนิ งานของ - แผนทช่ี มุ ชนทแ่ี ตล่ ะ ในการวดั
กลุ่มในการกำหนดเป้าหมาย วางแผนในการทำงาน ส่ิงที่ต้องทำ ระยะเวลา
กลมุ่ เขยี น
- ประเมินทักษะในการอ่าน
ผรู้ บั ผดิ ชอบ
และเขยี นแผนท่ี
- แตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงาน รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ และสะทอ้ นผลการทำงาน
- สังเกตกระบวนการทำงาน
กลมุ่ ของนกั เรยี นและประเมนิ
แผนดำเนินงานของกลุ่มและ
ผลการดำเนินงานจากการนำ
เสนอผลงาน
การวัดและประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment)
ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้
งานปฏบิ ตั ิ (performance task) / สถานการณ์
หลกั ฐานการเรยี นรู้
การวดั และประเมนิ การเรยี นรู้
(จดุ ประสงคป์ ลายทาง)
ออกแบบและจัดกิจกรรม โครงการ Walk Rally ทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน
- โครงการ Walk Rally - สังเกตกระบวนการทำงานกลุ่มของ
ส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงเรียนรู้ - กำหนดสถานการณ์ให้นักเรียนเป็น “ทูตน้อยชุมชน” ท่องเท่ียวชุมชน แผนการ นกั เรยี น
วฒั นธรรมชมุ ชน โดยการศกึ ษา จดั กจิ กรรมเผยแพรว่ ฒั นธรรมชมุ ชน โดยนำความรู้ ทกั ษะ ดำเนินงาน และผลการ - ประเมินแผนดำเนินงานของกลุ่ม
สำรวจข้อมูล ทำแผนท่ีชุมชน และเจตคติ จากงานการเรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในการคิด ดำเนนิ งาน
และผลการดำเนินงานตามเป้าหมาย
กำหนดฐานการเรียนรู้ และ
สร้างสรรค์เส้นทาง “Walk Rally ชุมชน” เส้นทางใหม่
ของกลมุ่
ทำเส้นทางท่องเท่ียวท่ีน่าสนใจ ท่ีน่าสนใจ ดึงดูดให้บุคคลภายนอกเข้ามาท่องเท่ียว
- ความพึงพอใจของบุคคลต่าง ๆ
พร้อมประชาสัมพันธ์ให้บุคคล เชงิ เรยี นรวู้ ฒั นธรรมชมุ ชน พรอ้ มวางแผนเลอื กฐานกจิ กรรม ในชมุ ชน
ภายนอกเขา้ รว่ ม
การเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม จัดทำข้อมูลให้ความรู้และ - การเขา้ รว่ มกจิ กรรมและความพงึ พอใจ
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ออกแบบกจิ กรรมฐานตา่ ง ๆ ประสานงานกบั ชมุ ชน จดั ทำของบคุ คลภายนอก
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
แผนที่ท่องเท่ียว กำหนดเป้าหมาย ประชาสัมพันธ์
ประกาศรบั สมคั รผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม ดำเนนิ การ ประเมนิ ผล
สะทอ้ นผลการทำงาน
(41)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
42
การประเมินผลการเรยี นรูส้ มรรถนะ สถานการณป์ ระเมนิ และเกณฑ์การประเมนิ (Rubrics)
1. การประเมนิ ผลงานการเรยี นรู้ (learning task)
รายการประเมนิ
ดี (สงู กวา่ เกณฑ)์
ระดบั คณุ ภาพ
งานการเรยี นรู้ (learning task)
พอใช้ (ตามเกณฑ)์
ปรบั ปรงุ (กำลงั พฒั นา)
1. ใชก้ ระบวนการทางภมู ศิ าสตรใ์ นการเรยี นรขู้ อ้ มลู ชมุ ชน
ประเดน็ พจิ ารณา
งานเดยี่ ว : ใบกจิ กรรมการวเิ คราะหภ์ มู ศิ าสตรแ์ ละลกั ษณะทางกายภาพของชมุ ชน
งานเดย่ี ว
งานเดยี่ ว
งานเดย่ี ว
- ใชก้ ระบวนการทางภูมศิ าสตร์ในการตง้ั คำถามและหาคำตอบเกย่ี วกบั ขอ้ มลู ของชุมชน ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏบิ ตั ไิ ดใ้ นบางประเดน็
ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การและขนั้ ตอนอยา่ งชดั เจน
สมบรู ณใ์ นทกุ ประเดน็
ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ
และยังต้องให้ความช่วย
- ผลงานแสดงถึงการตั้งเป้าหมาย วางแผน ศึกษา สืบค้น และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่าง
ทกุ ประเดน็ หรอื ปฏบิ ตั ิ เหลอื หรอื ใหค้ ำแนะนำ
ชดั เจนและครอบคลมุ
ได้ทุกประเด็นแต่ยัง
งานกลมุ่ : โครงงานสำรวจชมุ ชน
ไมส่ มบรู ณ
์
- สมาชิกในกลุ่มร่วมกันเลือกหัวข้อที่สนใจและใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการ
ตงั้ คำถาม คดิ วเิ คราะห์ เพอ่ื หาคำตอบเกยี่ วกบั ขอ้ มลู ของชมุ ชนไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การและ งานกลมุ่
งานกลมุ่
งานกลมุ่
ขนั้ ตอน ในการทำโครงงานสำรวจชมุ ชน
ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏบิ ตั ไิ ดใ้ นบางประเดน็
- สมาชกิ ภายในกลมุ่ รหู้ นา้ ที่ มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ชว่ ยเหลอื และทำงานรว่ มกนั ดว้ ย สมบรู ณใ์ นทกุ ประเดน็
สมบรู ณเ์ กอื บครบ
และยังต้องให้ความช่วย
บรรยากาศทเ่ี ปน็ มติ ร มกี ารปรกึ ษาและแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กนั เปน็ ผพู้ ดู และผฟู้ งั ทด่ี ี
ทกุ ประเดน็ หรอื ปฏบิ ตั ิ เหลอื หรอื ใหค้ ำแนะนำ
ผลดั กนั เปน็ ผนู้ ำและผตู้ าม นำจดุ เดน่ ของตนมาใชใ้ นการทำงาน ชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หาเพอ่ื ให้
ได้ทุกประเด็นแต่ยังไม่
บรรลเุ ปา้ หมายรว่ มกนั
สมบรู ณ์
- แผนการดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการต้ังเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ
ขน้ั ตอน วสั ดอุ ปุ กรณท์ ต่ี อ้ งใชแ้ ละผรู้ บั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน และลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนทว่ี างไว้
จนสำเรจ็ พรอ้ มตรวจสอบผลงานวา่ ถกู ตอ้ งตามเปา้ หมายหรอื ไม่ มกี ารปรบั ปรงุ ผลงานใหด้ ี
ขน้ึ ภายในเวลาทกี่ ำหนด
- มกี ารนำเสนอผลงานโดยเรยี บเรยี งและอธบิ ายความคดิ ความรสู้ กึ ในการทำงาน และใช้
ภาษาที่เหมาะสมในการส่ือสารให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยการพูดหรือการเขียน ได้อย่างชัดเจน
ตรงประเดน็ ดว้ ยวธิ ที หี่ ลากหลาย นา่ สนใจ
รายการประเมนิ
ดี (สงู กวา่ เกณฑ)์
ระดบั คณุ ภาพ
งานการเรยี นรู้ (learning task)
พอใช้ (ตามเกณฑ)์
ปรบั ปรงุ (กำลงั พฒั นา)
2. เกดิ ความภาคภมู ใิ จในชมุ ชน วเิ คราะหจ์ ดุ เดน่ ของชมุ ชน และทำสอ่ื ประชาสมั พนั ธ์
จดุ เดน่ ของชมุ ชนดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
ประเดน็ พจิ ารณา
งานกลุ่ม : การนำเสนอผลงานในการวิเคราะห์จุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชนและ งานกลมุ่
งานกลมุ่
งานกลมุ่
ปราชญช์ าวบา้ นในชมุ ชน
ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น
- สมาชิกในกลุ่มร่วมกันนำความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์มาใช้ในการเปรียบเทียบความ
สมบรู ณใ์ นทกุ ประเดน็
ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ
และยังต้องให้ความ
แตกตา่ งของลกั ษณะทางกายภาพของชมุ ชนและวเิ คราะหจ์ ดุ เดน่ ของชมุ ชนไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล ทกุ ประเด็น หรอื ปฏบิ ัติ ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ใ ห
้
ได้ทุกประเด็นแต่ยัง
คำแนะนำ
มคี วามชดั เจน ตรงประเดน็
- สมาชกิ ภายในกลมุ่ รหู้ นา้ ที่ มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ชว่ ยเหลอื และทำงานรว่ มกนั ดว้ ย ไมส่ มบรู ณ์
บรรยากาศทเี่ ปน็ มติ ร มกี ารปรกึ ษาและแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กนั เปน็ ผพู้ ดู และผฟู้ งั ทด่ี ี
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
(43)
ผลดั กนั เปน็ ผนู้ ำและผตู้ าม นำจดุ เดน่ ของตนมาใชใ้ นการทำงาน ชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หาเพอื่ ให้
บรรลเุ ปา้ หมายรว่ มกนั
- แผนการดำเนนิ งานของกลมุ่ แสดงถงึ การตง้ั เปา้ หมายในการทำงาน กำหนดวธิ กี าร ขนั้ ตอน
วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้จน
สำเรจ็ พรอ้ มตรวจสอบผลงานวา่ ถกู ตอ้ งตามเปา้ หมายหรอื ไม่ มกี ารปรบั ปรงุ ผลงานใหด้ ขี น้ึ
ภายในเวลาทกี่ ำหนด
- มีการนำเสนอผลงานโดยเรียบเรียงและอธิบายความคิด ความรู้สึกภาคภูมิใจในชุมชน
และใช้ภาษาที่เหมาะสมในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการพูดหรือการเขียน ได้อย่าง
ชดั เจน ตรงประเดน็ ดว้ ยวธิ ที หี่ ลากหลาย นา่ สนใจ
งานกลมุ่ : ทำสอ่ื ประชาสมั พนั ธจ์ ดุ เดน่ เชงิ วฒั นธรรมของชมุ ชน
- สมาชกิ ภายในกลมุ่ รหู้ นา้ ที่ มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ชว่ ยเหลอื และทำงานรว่ มกนั ดว้ ย
บรรยากาศทเ่ี ปน็ มติ ร มกี ารปรกึ ษาและแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กนั เปน็ ผพู้ ดู และผฟู้ งั ทด่ี ี
ผลดั กนั เปน็ ผนู้ ำและผตู้ าม นำจดุ เดน่ ของตนมาใชใ้ นการทำงาน ชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หาเพอื่ ให้
บรรลเุ ปา้ หมายรว่ มกนั
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายการประเมนิ
ดี (สงู กวา่ เกณฑ)์
ระดบั คณุ ภาพ
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
งานการเรยี นรู้ (learning task)
พอใช้ (ตามเกณฑ)์
ปรบั ปรงุ (กำลงั พฒั นา)
44
- แผนการดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการต้ังเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ
ขน้ั ตอน วสั ดอุ ปุ กรณท์ ต่ี อ้ งใช้ และผรู้ บั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน และลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนทวี่ างไว้
จนสำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมายหรือไม่ มีการปรับปรุงผลงาน
ใหด้ ขี น้ึ ภายในเวลาทก่ี ำหนด
- สอื่ ประชาสมั พนั ธส์ ะดดุ ตา นา่ สนใจ มเี นอ้ื หาสอดคลอ้ งกบั หวั ขอ้ ใชภ้ าพ ภาษา และ
สัญลักษณ์ในการเชิญชวนให้ผู้อื่นเข้าใจในวัตถุประสงค์ท่ีต้องการส่ือสารและโน้มน้าวใจ
ใหเ้ ขา้ มาเรยี นรหู้ รอื มสี ว่ นรว่ มไดช้ ดั เจน ตรงประเดน็
3. ฝึกปฏิบัติภูมิปัญญาชุมชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมภูมิปัญญาชุมชนท่ีตนสนใจและ
สามารถสาธติ ใหผ้ อู้ นื่ ปฏบิ ตั ติ ามได
้
ประเดน็ พจิ ารณา
งานกลมุ่ : การจดั งาน “ปราชญช์ าวบา้ นตวั นอ้ ย” ทโ่ี รงเรยี น
งานกลมุ่
งานกลมุ่
งานกลมุ่
- สมาชิกในกลุ่มร่วมกันเสนอความคิด และวางแผนการทำงานร่วมกัน โดยแผนการ ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏบิ ตั ไิ ดใ้ นบางประเดน็
ดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการตั้งเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ ขั้นตอน วัสดุ สมบรู ณใ์ นทกุ ประเดน็
ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ
และยงั ตอ้ งให้ความช่วย
ทกุ ประเด็น หรอื ปฏิบตั ิ เหลอื หรอื ใหค้ ำแนะนำ
อปุ กรณท์ ตี่ อ้ งใช้ และผรู้ บั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน
ได้ทุกประเด็นแต่ยัง
และลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนทว่ี างไวจ้ นสำเรจ็ พรอ้ มตรวจสอบผลงานวา่ ถกู ตอ้ งตามเปา้ หมาย ไมส่ มบรู ณ์
หรอื ไม่ มกี ารปรบั ปรงุ ผลงานใหด้ ขี น้ึ ภายในเวลาทกี่ ำหนด
- สมาชกิ ภายในกลมุ่ รหู้ นา้ ท่ี มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ชว่ ยเหลอื และทำงานรว่ มกนั ดว้ ย
บรรยากาศทเ่ี ปน็ มติ ร มกี ารปรกึ ษาและแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กนั เปน็ ผพู้ ดู และผฟู้ งั ทด่ี ี
ผลดั กนั เปน็ ผนู้ ำและผตู้ าม นำจดุ เดน่ ของตนมาใชใ้ นการทำงาน ชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หาเพอ่ื ให้
บรรลเุ ปา้ หมายรว่ มกนั
- การนำเสนอผลงาน “ปราชญช์ าวบา้ นตวั นอ้ ย” โดยการสาธติ ทสี่ ะทอ้ นถงึ ความรู้ ทกั ษะ
ที่ได้ฝึกฝนจากปราชญ์ชาวบ้าน และแสดงถึงความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน
ดว้ ยการพดู หรอื การแสดงออกในรปู แบบตา่ ง ๆ เพอื่ สอื่ สารใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจ
รายการประเมนิ
ระดบั คณุ ภาพ
งานการเรยี นรู้ (learning task)
ดี (สงู กวา่ เกณฑ)์
พอใช้ (ตามเกณฑ)์
ปรบั ปรงุ (กำลงั พฒั นา)
4. เขยี นแผนทชี่ มุ ชนแสดงจดุ เดน่ ของชมุ ชน
ประเดน็ พจิ ารณา
งานเดยี่ ว : เขยี นแผนผงั หอ้ งเรยี น หรอื แผนผงั ทตี่ นสนใจ
งานเดย่ี ว
งานเดยี่ ว
งานเดยี่ ว
- ใช้ความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ในการเขียนแผนผังห้องเรียน หรือแผนผังท่ีตน ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น
สนใจไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การและขน้ั ตอน
สมบรู ณใ์ นทกุ ประเดน็
ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ
และยังต้องให้ความ
- ผลงานแสดงถงึ การตงั้ เปา้ หมาย วางแผน ศกึ ษา และวเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดอ้ ยา่ งชดั เจนและ
ทุกประเด็น หรือปฏบิ ัติ ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ใ ห
้
ครอบคลมุ
ได้ทุกประเด็นแต่ยัง
คำแนะนำ
งานเดย่ี ว : เขยี นแผนทจี่ ากเกม “แผนทพ่ี ศิ วง”
ไมส่ มบรู ณ
์
- ใช้ความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ในการวัดระยะทาง การใช้สัญลักษณ์ ทิศ และ
มาตราสว่ นมาใชใ้ นการเขยี นแผนทไ่ี ดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การและขน้ั ตอน
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
(45)
- ผลงานแสดงถงึ การตง้ั เปา้ หมาย วางแผน ศกึ ษา และวเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดอ้ ยา่ งชดั เจนและ
ครอบคลมุ
งานกลมุ่ : เขยี นแผนทช่ี มุ ชน
งานกลมุ่
งานกลมุ่
งานกลมุ่
- สมาชกิ ในกลมุ่ รว่ มกนั ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางคณติ ศาสตรใ์ นการวดั ระยะทาง การใชส้ ญั ลกั ษณ์ ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น
ทศิ และมาตราสว่ นมาใชใ้ นการเขยี นแผนทชี่ มุ ชนไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การและขน้ั ตอน
สมบรู ณใ์ นทกุ ประเดน็
ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ
และยังต้องให้ความ
- สมาชกิ ภายในกลมุ่ รหู้ นา้ ท่ี มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ชว่ ยเหลอื และทำงานรว่ มกนั ดว้ ย ทุกประเดน็ หรือปฏบิ ัติ ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ใ ห
้
บรรยากาศท่ีเป็นมิตร มกี ารปรกึ ษาและแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กนั เปน็ ผพู้ ดู และผฟู้ งั ทด่ี
ี ได้ทุกประเด็นแต่ยัง
คำแนะนำ
ผลดั กนั เปน็ ผนู้ ำและผตู้ าม นำจดุ เดน่ ของตนมาใชใ้ นการทำงาน ชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หาเพอ่ื ให้ ไมส่ มบรู ณ์
บรรลเุ ปา้ หมายรว่ มกนั
- แผนการดำเนนิ งานของกลมุ่ แสดงถงึ การตง้ั เปา้ หมายในการทำงาน กำหนดวธิ กี าร ขน้ั ตอน
วัสดุอุปกรณ์ท่ีต้องใช้และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
จนสำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมายหรือไม่ มีการปรับปรุงผลงาน
ใหด้ ขี น้ึ ภายในเวลาทกี่ ำหนด
- มกี ารนำเสนอผลงานโดยอา่ นและเขยี นระยะทาง สญั ลกั ษณ์ ทศิ และมาตราสว่ นของ
แผนท่ีได้ถูกต้อง ใช้ภาษาในการพูดหรือการเขียน เพื่อสื่อสารให้ผู้อ่ืนเข้าใจความคิด
ความรสู้ กึ ในการทำงาน ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ชดั เจน
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
46
2. การประเมินผลงานปฏบิ ัติ (performance task)
รายการประเมนิ
ดี (สงู กวา่ เกณฑ)์
ระดบั คณุ ภาพ
งานปฏบิ ตั ิ (performance task)
พอใช้ (ตามเกณฑ)์
ปรบั ปรงุ (กำลงั พฒั นา)
- ออกแบบและจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน “Walk - สามารถใชค้ วามรู้ ทกั ษะ - สามารถใชค้ วามรู้ ทกั ษะ - สามารถใชค้ วามรู้ ทกั ษะ
Rally ชมุ ชน” โดยการศกึ ษา สำรวจขอ้ มลู ทำแผนทชี่ มุ ชน กำหนดฐานการเรยี นรู้ และ
เจตคติ ทางภูมิศาสตร์ เจตคติ ทางภูมิศาสตร์ เจตคติ ทางภูมิศาสตร์
จดั ทำเสน้ ทางทอ่ งเทยี่ วทนี่ า่ สนใจ พรอ้ มประชาสมั พนั ธใ์ หบ้ คุ คลภายนอกเขา้ รว่ มได้
ทางคณิตศาสตร์ และ
ทางคณิตศาสตร์ และ ทางคณิตศาสตร์ และ
ประเดน็ การประเมนิ
การสอ่ื สาร ในการรว่ มกนั การสื่อสาร ในการร่วม การสื่อสาร ในการร่วม
1. มีเป้าหมายในการทำงาน ร่วมกันวางแผน ออกแบบ และดำเนินการจัดกิจกรรม วเิ คราะห์ วางแผน ออกแบบ กันวิเคราะห์ วางแผน กันวิเคราะห์ วางแผน
“Walk Rally ชุมชน” เพื่อส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนได้น่าสนใจ แ ล ะ ด ำ เ นิ น กิ จ ก ร ร ม
ออกแบบ และดำเนิน ออกแบบ และดำเนิน
เหมาะสมกับเวลาและระยะทาง โดยสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ส่งเสริมการท่องเท่ียว
กิจกรรมส่งเสริมการ กิจกรรมส่งเสริมการ
และรับผดิ ชอบในการทำงานร่วมกัน ปฏบิ ัติตามวิถีวฒั นธรรมของชมุ ชนและทอ้ งถน่ิ ดว้ ย เชงิ เรยี นรวู้ ฒั นธรรมชมุ ชน ท่องเท่ียวเชิงเรียนรู้ ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
ความเขา้ ใจและภาคภมู ใิ จในชมุ ชนของตน
“Walk Rally ชุมชน”
วฒั นธรรมชมุ ชน “Walk วั ฒ น ธ ร ร ม ชุ ม ช น
2. ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการตั้งคำถาม
ไ ด้ ส ำ เ ร็ จ ด้ ว ย ค ว า ม
Rally ชมุ ชน” ไดส้ ำเรจ็ “Walk Rally ชุมชน”
เชงิ ภมู ศิ าสตร์ สำรวจ รวบรวม วเิ คราะหข์ อ้ มลู เพอ่ื นำมากำหนดและออกแบบฐานกจิ กรรม ภาคภูมิใจได้ตามเกณฑ์ท่ี ด้วยความภาคภูมิใจ
ได้ตามเกณฑ์ท่ีกำหนด
การเรยี นรวู้ ฒั นธรรมในชมุ ชนและทำเสน้ ทางทอ่ งเทย่ี วไดอ้ ยา่ งนา่ สนใจ สมเหตสุ มผล
กำหนดครบ 5 ประเด็น ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
น้อยกว่า 3 ประเด็น
3. ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางคณติ ศาสตรใ์ นการทำแผนทเ่ี สน้ ทาง Walk Rally พจิ ารณา
3 - 4 ประเดน็ พจิ ารณา
พจิ ารณา
ได้อย่างถูกต้อง สวยงาม น่าสนใจ โดยมีการใช้สัญลักษณ์ แผนภูมิ แผนภาพ อย่างง่าย
เพอื่ สอ่ื สารใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจในความคดิ ของตนเอง ไดอ้ ยา่ งหลากหลายและเหมาะสม
4. จดั ทำสอ่ื ประชาสมั พนั ธ์ “Walk Rally ชมุ ชน” เพอื่ เชญิ ชวนใหบ้ คุ คลภายนอกเขา้ รว่ ม
ไดอ้ ยา่ งนา่ สนใจและมคี วามหลากหลาย ใชภ้ าพ ภาษา และสญั ลกั ษณใ์ นการเชญิ ชวนและ
โน้มน้าวใจให้ผู้อ่ืนเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม สามารถสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูล
ความรู้ ความรสู้ กึ ความคดิ เหน็ ประสบการณ์ เกยี่ วกบั ภมู ปิ ญั ญาและวฒั นธรรมชมุ ชนให้
ผอู้ น่ื เขา้ ใจในวตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี อ้ งการไดต้ รง และมรี ปู แบบทด่ี งึ ดดู ใจ มคี วามนา่ สนใจ
5. บคุ คลภายนอกทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการ “Walk Rally” ไดเ้ รยี นรวู้ ฒั นธรรมในชมุ ชนและ
มคี วามพงึ พอใจในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสูห่ ลักสูตรฐานสมรรถนะ
3. การประเมนิ สมรรถนะหลัก
การประเมินสมรรถนะหลักด้านคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
สมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดข้ันสูงและนวัตกรรม สมรรถนะหลักด้าน
การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ สมรรถนะหลักด้านทักษะ
ชีวิตและความเจริญแห่งตน สมรรถนะหลักด้านพลเมืองที่เข้มแข็ง/ต่ืนร
ู้
ที่มีสำนึกสากล และสมรรถนะหลักด้านภาษาไทยเพ่ือการส่ือสาร ในหน่วย
การเรียนหน่วยนี้ สามารถประเมินสมรรถนะหลักแต่ละสมรรถนะเพิ่มเติม
ได้จากการใช้เกณฑ์ระดับคุณภาพตามโครงการวิจัยพัฒนากรอบสมรรถนะ
ผู้เรียน สำหรับหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของสำนักงานเลขาธิการ
สภาการศกึ ษา ดงั ตวั อย่าง
(47)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
48
สมรรถนะหลกั ดา้ นทกั ษะการคดิ ขนั้ สงู และนวตั กรรม (Higher Order Thinking Skills and Innovation)
ระดบั คณุ ภาพ การคิดแกป้ ัญหา
ระดับ 1 สามารถระบุปัญหาท่ีเกิดข้ึน และอธิบายผลกระทบของปัญหาได้คร่าว ๆ สามารถระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาได้ และลงมือ
แก้ปญั หาโดยต้องอาศัยความชว่ ยเหลอื จากผู้อ่นื
ระดบั 2 สามารถระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และอธิบายผลกระทบของปัญหาท่ีเกิดข้ึนต่อตนเองได้อย่างชัดเจน สามารถระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไข
ปัญหาท่ีหลากหลายและมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการท่ีคัดเลือกไว้ โดยดำเนินการ
ตามข้นั ตอนที่ได้วางแผนไว้
ระดบั 3 สามารถระบุปัญหาที่เกิดข้ึน และอธิบายผลกระทบของปัญหาท่ีเกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่นได้สามารถระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไข
ปัญหาท่ีหลากหลายและมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และสามารถอธิบายผลที่จะเกิดขึ้นจากวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่าน้ัน และ
ลงมอื แกป้ ัญหาด้วยตนเอง ดว้ ยวธิ ีการทค่ี ดั เลือกไว้และดำเนินการตามขนั้ ตอนของวธิ ีการจนปญั หาไดร้ บั การแกไ้ ข
ระดับคุณภาพ การพัฒนานวัตกรรม
ระดบั 1 ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาส่ิงที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐานของข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ
นวัตกรรมท่พี ฒั นาขึ้นตามความคิดหรือจนิ ตนาการไดโ้ ดยมีเหตผุ ลประกอบ
ระดับ 2 ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐานของข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ
นวัตกรรมที่พัฒนาข้ึนตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผลประกอบ สามารถระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและ
นำเสนอแนวทางในการปรับปรงุ พฒั นานวตั กรรมโดยมีพื้นฐานของแนวคดิ รองรบั อยา่ งมีเหตมุ ีผล
ระดบั 3 ออกแบบนวัตกรรมเพ่ือแก้ปัญหาสิ่งท่ีพบเห็นรอบตัวบนพื้นฐานของข้อมูลที่เก่ียวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ
นวัตกรรมท่ีพัฒนาข้ึนตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผลประกอบระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและนำเสนอแนวทาง
ในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของแนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล และปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามที่นำเสนอได
้
โดยมพี ื้นฐานของแนวคิดรองรับอยา่ งมีเหตุมผี ล
สมรรถนะหลกั ดา้ นการทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทมี และมภี าวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership)
สมรรถนะหลกั ดา้ นการทำงานแบบรวมพลงั เปน็ ทีม และมีภาวะผูน้ ำ
(Collaboration Teamwork and Leadership)
สมรรถนะที่ 1
สมรรถนะที่ 2
สมรรถนะที่ 3
สมรรถนะท่ี 4
สมรรถนะท่ี 5
ภาวะผนู้ ำและการพฒั นาตนเอง
การส่อื สารที่มปี ระสิทธิผล
การทำงานรว่ มกนั
การแก้ปญั หาด้วยสนั ติวธิ ี
การสรา้ งและรกั ษาความสมั พนั ธ์
1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก 2. เปดิ ใจ รบั ฟงั ยอมรบั และ 3. ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย
4. ปรับและประสานความ 5. สร้างและรักษาความ
ที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้ เคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง มกี ระบวนการทำงานกลมุ่ ทส่ี อดคลอ้ ง คิดในการแก้ไขปัญหาด้วย สมั พนั ธอ์ นั ดใี นกลมุ่ ใหค้ วาม
ระดับ
อยา่ งเหมาะสม มแี รงบนั ดาลใจ ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือ
กบั เปา้ หมาย และรบั ผดิ ชอบตาม สนั ตวิ ธิ ี
ไว้วางใจ และยอมรับผล
ในการพัฒนาตนเองให้เป็น
โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น บทบาทหน้าท่ีด้วยความใส่ใจ
ที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน
ทไ่ี วว้ างใจ
อยา่ งมเี หตผุ ล
มีความพยายามเพ่ือให้เกิดความ ดว้ ยความเตม็ ใจ
สำเร็จในการทำงาน อย่างเตม็ ใจ
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ชว่ ยเหลอื กนั ประเมนิ การทำงาน
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
รว่ มกนั เปน็ ระยะ เพอ่ื นำไปปรบั ปรงุ
ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทก่ี ำหนด
(49) เปน็ ผนู้ ำหรอื สมาชกิ ทดี่ ใี นบาง ทำงานกลมุ่ ดว้ ยการกระทำที่
สถานการณ์ จะแสดงออกได้ มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ รว่ มกนั กำหนดเปา้ หมาย มกี ระบวน
รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
อยา่ งเหมาะสม โดยตอ้ งอาศยั และสมาชิกในกลุ่มโดยต้องม
ี การทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับ
จากสถานการณไ์ ด้ หรอื รบั ฟงั หรือช่วยรักษาความสัมพันธ
์
ระดับ 1
ผชู้ แ้ี นะในบางครงั้
เป้าหมาย และรับผิดชอบตาม และร่วมวิเคราะห์ปัญหาโดย ท่ีดี โดยมีผู้ช้ีแนะบ้างเป็น
ผชู้ แ้ี นะทกุ ครง้ั
บทบาทหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมายได้ อาจยงั ไมเ่ ขา้ ใจปญั หาหรอื ตอ้ ง บางครง้ั
โดยตอ้ งมผี ชู้ แ้ี นะ
อาศยั ผชู้ แ้ี นะ
เปน็ ผนู้ ำหรอื สมาชกิ ทดี่ ใี นบาง มมี ารยาทในการรบั ฟงั ผนู้ ำและ รว่ มกนั กำหนดเปา้ หมาย มกี ระบวนการ รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา ทำงานกลมุ่ ดว้ ยการกระทำท่ี
สถานการณ์ จะแสดงออกได้ สมาชิกในกลุ่ม และสามารถ ทำงานกลมุ่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมาย จากสถานการณ์และร่วมกัน ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ท่ีดี
อย่างเหมาะสมโดยต้องอาศัย
สนับสนุนข้อมูลเพ่ือใช้ในการ และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าท่ี วเิ คราะหป์ ญั หาได
้ หรือช่วยรักษาความสัมพันธ
์
ระดับ 2
ผชู้ แ้ี นะเปน็ บางครงั้
ทำงานได
้ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย มคี วามพยายาม ทด่ี ใี นกลมุ่ ไดด้ ว้ ยตนเอง
เพ่ือให้เกิดความสำเร็จในการ
ทำงาน ชว่ ยเหลอื กนั โดยมผี ชู้ แี้ นะ
บา้ งเปน็ บางครงั้
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผา่ นสู่หลกั สตู รฐานสมรรถนะ
50
สมรรถนะหลกั ด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมีภาวะผ้นู ำ
(Collaboration Teamwork and Leadership)
สมรรถนะที่ 1
สมรรถนะที่ 2
สมรรถนะที่ 3
สมรรถนะที่ 4
สมรรถนะที่ 5
ภาวะผนู้ ำและการพฒั นาตนเอง
การสอื่ สารที่มีประสิทธผิ ล
การทำงานร่วมกัน
การแกป้ ญั หาดว้ ยสันติวธิ ี
การสรา้ งและรกั ษาความสมั พนั ธ์
1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก 2. เปดิ ใจ รบั ฟงั ยอมรบั และ 3. ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย
4. ปรับและประสานความ 5. สร้างและรักษาความ
ที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้ เคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง มกี ระบวนการทำงานกลมุ่ ทสี่ อดคลอ้ ง คิดในการแก้ไขปัญหาด้วย สมั พนั ธอ์ นั ดใี นกลมุ่ ใหค้ วาม
ระดบั
อยา่ งเหมาะสม มแี รงบนั ดาลใจ ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือ
กบั เปา้ หมาย และรบั ผดิ ชอบตาม สนั ตวิ ธิ
ี ไว้วางใจ และยอมรับผล
ในการพัฒนาตนเองให้เป็นท่ี โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น บทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ
ท่ีเกิดจากการทำงานร่วมกัน
ไวว้ างใจ
อยา่ งมเี หตผุ ล
มีความพยายามเพ่ือให้เกิดความ ดว้ ยความเตม็ ใจ
สำเรจ็ ในการทำงาน อย่างเต็มใจ
ชว่ ยเหลอื กนั ประเมนิ การทำงาน
รว่ มกนั เปน็ ระยะ เพอ่ื นำไปปรบั ปรงุ
ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทกี่ ำหนด
เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกท่ีดี มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ รว่ มกนั กำหนดเปา้ หมายมกี ระบวนการ รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา ทำงานกลมุ่ ดว้ ยการกระทำที่
ของกลุ่มแสดงออกได้อย่าง และสมาชกิ ในกลมุ่ และสามารถ ทำงานกลมุ่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมาย จากสถานการณ์ ร่วมกัน ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
ระดบั 3
เหมาะสม ขาดแรงบันดาลใจ โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ วเิ คราะหป์ ญั หา แลว้ หาวธิ กี าร หรือช่วยรักษาความสัมพันธ
์
ในการพฒั นาตนเอง
ไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล
ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย มคี วามพยายาม แกไ้ ขปญั หาโดยประสานความ ทด่ี ใี นกลมุ่ ไดด้ ว้ ยตนเอง โดยจะ
เพ่ือให้เกิดความสำเร็จในการ คิดได้ โดยต้องมีผู้ชี้แนะบ้าง ไว้วางใจต่อสมาชิกในกลุ่ม
ทำงาน ชว่ ยเหลอื กนั อยา่ งเตม็ ใจ
เปน็ บางครงั้
เมอ่ื มผี ชู้ แี้ นะบา้ งเปน็ บางครง้ั
เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกท่ีดี มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ รว่ มกนั กำหนดเปา้ หมาย มกี ระบวนการ รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา ทำงานกลมุ่ ดว้ ยการกระทำที่
ของกลุ่มแสดงออกได้อย่าง และสมาชิกในกลุ่ม สามารถ ทำงานกลมุ่ ทส่ี อดคลอ้ งกบั เปา้ หมาย จากสถานการณ์ ร่วมกัน ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
เหมาะสม มีแรงบันดาลใจใน สนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการ และรับผิดชอบตามบทบาท
วเิ คราะหป์ ญั หา แลว้ หาวธิ กี าร หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่
ระดับ 4
การพฒั นาตนเองเมอ่ื มผี ชู้ แี้ นะ
ทำงาน และสามารถโต้แย้ง หน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความ แก้ไขปัญหาโดยประสาน
ดี ใ น ก ลุ่ ม ไ ด้ ด้ ว ย ต น เ อ ง
ความคิดเห็นของผู้อื่นได้อย่าง พยายามเพื่อให้เกิดความสำเร็จ
ความคดิ ได้
แสดงออกถงึ ความไวว้ างใจตอ่
มเี หตผุ ล
ในการทำงาน อยา่ งเตม็ ใจ ชว่ ยเหลอื สมาชิกในกลุ่มอย่างชัดเจน
กัน ประเมินการทำงานร่วมกัน
แต่ยังไม่เต็มใจยอมรับผล
เป็นระยะ แต่ยังไม่ได้นำผลไป ทเี่ กดิ จากการทำงานรว่ มกนั
ปรบั ปรงุ กระบวนการทำงาน
สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผนู้ ำ
(Collaboration Teamwork and Leadership)
สมรรถนะท่ี 1
สมรรถนะท่ี 2
สมรรถนะที่ 3
สมรรถนะท่ี 4
สมรรถนะที่ 5
ภาวะผนู้ ำและการพฒั นาตนเอง
การส่ือสารท่มี ปี ระสิทธิผล
การทำงานร่วมกัน
การแก้ปญั หาด้วยสนั ตวิ ธิ
ี การสรา้ งและรกั ษาความสมั พนั ธ์
1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก 2. เปดิ ใจ รบั ฟงั ยอมรบั และ 3. ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย
4. ปรับและประสานความ 5. สร้างและรักษาความ
ท่ีดีของกลุ่ม แสดงออกได้ เคารพความคดิ เหน็ ในมมุ มอง มกี ระบวนการทำงานกลมุ่ ทส่ี อดคลอ้ ง คิดในการแก้ไขปัญหาด้วย สมั พนั ธอ์ นั ดใี นกลมุ่ ใหค้ วาม
ระดบั
อยา่ งเหมาะสม มแี รงบนั ดาล ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือ
กบั เปา้ หมาย และรบั ผดิ ชอบตาม สนั ตวิ ธิ
ี ไว้วางใจ และยอมรับผล
ใจในการพฒั นาตนเองใหเ้ ปน็ โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อ่ืน บทบาทหน้าท่ีด้วยความใส่ใจ
ที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน
ทไ่ี วว้ างใจ
อยา่ งมเี หตผุ ล
มีความพยายามเพ่ือให้เกิดความ ดว้ ยความเตม็ ใจ
สำเรจ็ ในการทำงาน อย่างเต็มใจ
ชว่ ยเหลอื กนั ประเมนิ การทำงาน
รว่ มกนั เปน็ ระยะ เพอ่ื นำไปปรบั ปรงุ
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายทก่ี ำหนด
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดี มีมารยาทในการรับฟังผู้นำรว่ มกนั กำหนดเปา้ หมาย มกี ระบวนการ วเิ คราะหป์ ญั หา แลว้ หาวธิ กี ารทำงานกลมุ่ ดว้ ยการกระทำท่ี
ของกลุ่ม แสดงออกได้อย่าง และสมาชิกในกลุ่ม สามารถ ทำงานกลมุ่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมาย แก้ไขปัญหาโดยปรับและ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
ระดับ 5
(51)เหมาะสม มีแรงบันดาลใจ
สนับสนุนข้อมูลเพ่ือใช้ในการ และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ ประสานความคดิ ในการแกไ้ ข หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่
ในการพัฒนาตนเองให้เป็นท่ี ทำงาน และสามารถโต้แย้ง ด้วยความใส่ใจ มีความพยายาม ปญั หาดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี
ดี ใ น ก ลุ่ ม ไ ด้ ด้ ว ย ต น เ อ ง
ไวว้ างใจ
ความคิดเห็นของผู้อื่นได้อย่าง เพ่ือให้เกิดความสำเร็จในการ แสดงออกถงึ ความไวว้ างใจตอ่
มีเหตุผลโดยเปิดใจ รับฟัง ทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือกัน สมาชิกในกลุ่มอย่างชัดเจน
ยอมรบั และเคารพความคดิ เหน็ ประเมนิ การทำงานรว่ มกนั เปน็ ระยะ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการ
ในมมุ มองทแี่ ตกตา่ ง
เ พื่ อ น ำ ไ ป ป รั บ ป รุ ง ใ ห้ บ ร ร ล
ุ ทำงานรว่ มกนั ดว้ ยความเตม็ ใจ
ตามเปา้ หมายทกี่ ำหนด
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในชว่ งเปลีย่ นผา่ นสหู่ ลักสตู รฐานสมรรถนะ
การออกแบบหน่วยบูรณาการ “ท่องเที่ยวชุมชน” เป็นอีกหนึ่ง
ตัวอย่างของโรงเรียนปรัชชาธรท่ีออกแบบการจัดการเรียนการสอนโดยม
ี
“จดุ เนน้ ” ในการสรา้ งผเู้ รยี นใหเ้ ปน็ “ทตู นอ้ ยชมุ ชน” เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสำนกึ รกั
บา้ นเกดิ และสบื สานวฒั นธรรมชมุ ชน รจู้ กั ชมุ ชนและเขา้ ไปเรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญาชมุ ชน
สามารถประชาสัมพันธ์จุดเด่นของชุมชนและเชิญชวนให้บุคคลอ่ืนมา
ร่วมกิจกรรมภายในชุมชนได้ จากนั้นนำสมรรถนะในความฉลาดรู้พ้ืนฐานและ
สมรรถนะหลัก มาวิเคราะห์เช่ือมโยงและวางแผนการจัดการเรียนการสอน
แบบบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้
ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะผ่าน “งานเพ่ือการเรียนรู้ (learning task)”
ที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติผ่านประสบการณ์จริงจากสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงมีการ
ประเมินสมรรถนะของผู้เรียนจากนำความรู้ ทักษะ เจตคติ ไปประยุกต์ใช
้
ในสถานการณ์ผ่าน “งานปฏิบัติ (performance task)” ที่ครูออกแบบ
ในลักษณะของ “ภารกิจ” จาก “โครงการ Walk Rally ท่องเที่ยวชุมชน”
หนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้ จงึ เปน็ ตวั อยา่ งหนงึ่ ของการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รยี นตามจดุ เนน้
ของสถานศึกษาและบริบทของชุมชน ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเรียนรู้
โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจชุมชนและได้เลือกเรียนรู้ส่ิงที่ตนสนใจ
จาก “งาน” ที่ครูออกแบบไว้ เพ่ือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน
จากประสบการณ์จริง ได้พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติ
ในสถานการณ์ต่าง ๆ จนเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้สำคัญในการพัฒนาสมรรถนะ
ผู้เรียนตามเปา้ หมายของสถานศึกษา
52
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผา่ นส่หู ลกั สูตรฐานสมรรถนะ
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและตัวอย่างแผนการจัด
การเรียนการสอนตามแต่ละแนวทางเพิ่มเติมได้จากคู่มือ การนำกรอบ
สมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 ไปใช้ในการ
พฒั นาผ้เู รยี น
(53)
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผา่ นสหู่ ลักสูตรฐานสมรรถนะ
จ ากจไมดุ ร่ ไจู้หะนเรดม่ิ ี ต?น้
คดิ ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะ
● ในการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียนน้ันสามารถเร่ิมต้นจากหลักการหรือ
คำถามใดคำถามหนึ่งดงั ต่อไปนี้
1. ชวี ติ จรงิ /วถิ ชี วี ติ /ชวี ติ ประจำวนั ของนกั เรยี นเปน็ อยา่ งไร เขาควรทำอะไรได้
(Authentic Learning - การเรียนรูต้ ามสภาพจริง)
2. มีงานใดบ้างที่นักเรียนควรทำได้ หรือมีสถานการณ์ใดบ้างท่ีนักเรียนควร
ได้เรยี นรู้ (Task - Based Learning/ Situated Learning)
3. สิ่งใดที่นักเรียนกำลังสนใจ ช่ืนชอบ และให้ความสำคัญ กระหายใคร่รู้
(Meaningful Learning การเรียนร้อู ย่างมีความหมาย)
4. ในโรงเรียนหรือในชุมชนมีทรัพยากร สิ่งแวดล้อม หรือแหล่งเรียนรู้สำคัญ
ใดบ้างที่ใช้เป็นพ้ืนที่พัฒนานักเรียนได้ (Resource - Based Learning)
หรือมีกิจกรรมชุมชน/งานประเพณี/หรือเทศกาลใดท่ีสามารถใช้เป็น
พนื้ ที่เรียนรไู้ ด้ (Event/ Festival)
5. ในโรงเรียน/ในชุมชน/ในสังคม/ในโลก ขณะน้ีมีปรากฏการณ์ ประเด็น
ความเคล่ือนไหวใดท่ีสำคัญ หรือมีปัญหาใดที่ควรศึกษา/ได้รับการแก้ไข
(Problem - Based Learning/ Phenomenon - Based Learning/
Issues & Trend/ Community - Based Learning)
6. โรงเรียนมีจุดเด่น/จุดเน้น/โครงการ/กิจกรรมสำคัญใดที่ใช้เป็นประเด็น
และพน้ื ท่กี ารเรยี นรูข้ องนักเรยี นได้ (School Focus)
7. นักเรียนมีศักยภาพหรือความสามารถใดท่ีโดดเด่น ควรได้รับการส่งเสริม
สนับสนุน
54
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสู่หลกั สตู รฐานสมรรถนะ
หลกั การเริ่มต้นคดิ ออกแบบการเรยี นการสอนฐานสมรรถนะ
ในการเร่ิมต้นคิดออกแบบการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ สามารถ
ดำเนินการได้ดงั น
้ี
1) การวิเคราะห์สภาพชีวิตจริง/วิถีชีวิต/ ชีวิตประจำวัน ของ
นักเรียนว่าเป็นอย่างไร เขาควรทำอะไรได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้
ตามสภาพจรงิ (Authentic Learning) ตวั อยา่ งเชน่ โรงเรยี น ก. วเิ คราะหว์ า่
นักเรียนควรที่จะสามารถพ่ึงพาดูแลตนเองในการทำอาหารสำหรับตนเอง
และดูแลเพ่ือนหรือบุคคลในครอบครัวได้ จึงได้กำหนดหน่วยการเรียนรู้
“อาหารดี มีประโยชน์” ขึ้น เพอื่ ใหน้ กั เรียนได้เรยี นร้ตู ั้งแตก่ ารคิดเมนอู าหาร
การหาสูตรการทำอาหาร การจัดซ้ือ/การจัดเตรียมวัตถุดิบ การวางแผน
การปรุงอาหาร การประเมินผลและสะท้อนคิดการทำงานของตน ซึ่งช่วยให้
นักเรียนได้พัฒนาสมรรถนะหลักด้านทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ
และสมรรถนะการทำงานแบบรวมพลังเป็นทมี และมภี าวะผนู้ ำ หรอื ตัวอย่าง
เช่น โรงเรียน ค. ท่ีวิเคราะห์แล้วพบว่า นักเรียนมีการใช้ภาษาถิ่นของแต่ละ
ภูมิภาคแตกต่างกันมากในชีวิตประจำวัน ท้ังในโรงเรียนและบริเวณชุมชน
เน่ืองจากนักเรียนในโรงเรียนและคนในชุมชนมาจากภูมิภาคที่หลากหลาย
จึงได้ออกแบบบทเรียนว่าด้วยภาษาถิ่นท่ีต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ซ่ึงถือเป็น
การส่งเสรมิ สมรรถนะการสื่อสารแก่นกั เรียน
2) การวเิ คราะหว์ า่ มงี านใดบา้ งทนี่ กั เรยี นควรทำได้ หรอื มสี ถานการณ์
ใดบ้างที่นักเรียนควรได้เรียนรู้ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้จากงาน
(Task - based/ Work - based Learning) และหลักการเรียนรู้ผ่าน
สถานการณ์ (Situated Learning) เช่น โรงเรียน ข. นักเรียนทุกระดับชั้น
(55)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
จะมีงานออกแบบผลิตภัณฑ์และลงมือผลิตมาจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียน
เพ่ือเป็นรายได้ จึงได้ใช้งานนี้เป็นพ้ืนที่ในการฝึกสมรรถนะแก่ผู้เรียน
ท้ังสมรรถนะหลกั ด้านทักษะอาชีพและการเปน็ ผูป้ ระกอบการ และสมรรถนะ
หลกั ด้านคณิตศาสตรใ์ นชีวติ ประจำวนั
3) การวิเคราะห์ความสนใจ ความช่ืนชอบ สิ่งที่ผู้เรียนกระหาย
ใคร่รู้และให้ความสำคัญ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการออกแบบกิจกรรม
ตามความสนใจของผเู้ รยี นและหลกั การเรยี นรอู้ ยา่ งมคี วามหมาย (Meaningful
Learning) เช่น นักเรียนโรงเรียน ค. มีความช่ืนชอบและสนใจการเล่นเกม
เป็นอย่างมาก ครูจึงนำความสนใจน้ีมาใช้ออกแบบบทเรียนให้นักเรียน
ได้สร้างเกมจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เพื่อนได้เล่น ซ่ึงทำให้นักเรียน
ได้พัฒนาสมรรถนะหลักด้านการรู้เท่าทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล
สมรรถนะหลักด้านการคิดข้ันสูงและการพัฒนานวัตกรรม และสมรรถนะ
หลักด้านภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร (การใช้และการออกแบบโปรแกรม
ต้องใชภ้ าษาอังกฤษ)
4) การวเิ คราะหว์ า่ ในโรงเรยี นหรอื ในชมุ ชนมที รพั ยากร สงิ่ แวดลอ้ ม
หรือแหล่งเรียนรู้สำคัญใดบ้างท่ีใช้เป็นพื้นที่พัฒนานักเรียนได้ ซึ่งสอดคล้อง
กับหลักการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ (Resource - based Learning)
หรือมีกิจกรรมชุมชน/งานประเพณี/หรือเทศกาลใดที่สามารถใช้เป็นพ้ืนท่ี
เรยี นรไู้ ด้ (event/ festival) เชน่ โรงเรยี น ก. ใชเ้ ทศกาลสงกรานตเ์ ปน็ theme
ในการออกแบบบทเรียน โดยให้นักเรียนได้สืบค้นประวัติความเป็นมาว่า
เทศกาลนี้ถือเป็นเทศกาลของไทยใช่หรือไม่ ซ่ึงทำให้พบข้อถกเถียง
ในหลายประเดน็ ทนี่ า่ สนใจ ตลอดจนออกแบบกจิ กรรมงานสงกรานตใ์ นโรงเรยี น
เพอื่ ใหค้ ณุ ครแู ละนกั เรยี นไดเ้ ขา้ รว่ ม ทำใหเ้ รยี นรตู้ ง้ั แตเ่ รอื่ งดนตรี การละเลน่ ไทย
56
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
วัฒนธรรมประเพณีของไทยและเอเชีย มารยาทไทย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม
สมรรถนะหลักดา้ นการเปน็ พลเมอื งตื่นร้ทู ่ีมีสำนกึ สากล สมรรถนะการทำงาน
แบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ และสมรรถนะหลักด้านการสืบสอบ
ทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในสมรรถนะย่อยท่ี 4 การโต้แย้ง
ในประเด็นสำคัญ หรือโรงเรียน ข. มีตลาดสดท่ีอยู่ในพื้นท่ีใกล้เคียงกับ
โรงเรียน คุณครูจึงได้ออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนได้ไปเลือกซ้ือสินค้าต่าง ๆ
ในตลาด หรือโรงเรียน ค. ท่ีมีสวนผักบริเวณดาดฟ้าอาคารเรียน (Rooftop
Garden) ที่โรงเรียนวางแผนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชผักสวนครัว
ในพนื้ ทจ่ี ำกดั แกน่ กั เรยี น
5) การวิเคราะห์ว่าในโรงเรียน/ในชุมชน/ในสังคม/ในโลก ขณะนี
้
มีปรากฏการณ์ ประเด็นความเคล่ือนไหวใดท่ีสำคัญ หรือมีปัญหาใดท
่ี
ควรศึกษา/ได้รับการแก้ไข ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้โดยใช้ปัญหา
เป็นฐาน การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน การเรียนรู้ผ่านประเด็น
ทางสังคม และการเรียนรู้โดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Problem - based
Learning/ Phenomenon - based Learning/ Issues & Trend/
Community - based Learning) เช่น โรงเรียน ก. ที่พบว่ามีปัญหาเร่ือง
ขยะและพลังงานไฟฟ้า ท้ังในโรงเรียนและครัวเรือน จึงได้ออกแบบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ “พลงั งานไฟฟา้ ใกลต้ วั ” และ “การจดั การขยะ” ซงึ่ นกั เรยี น
ได้รับการพัฒนาสมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองต่ืนรู้ท่ีมีสำนึกสากล
สมรรถนะหลักด้านการคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม และสมรรถนะ
การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ รวมท้ังได้นำสถานการณ
์
การแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสมาให้นักเรียนได้ออกแบบอุปกรณ์และนวัตกรรม
ต่าง ๆ ในการป้องกันตนเอง
(57)
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผา่ นสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ
6) การวิเคราะห์ว่าโรงเรียนมีจุดเด่น/จุดเน้น/โครงการ/กิจกรรม
สำคัญใด ท่ีใช้เป็นประเด็นและพ้ืนท่ีการเรียนรู้ของนักเรียนได้ (School
focus) เช่น ในโรงเรียน ข. มีโครงการยุวเกษตร และโครงการสหกรณ์
โรงเรียนท่ีมีความโดดเด่น เน่ืองจากเป็นพ้ืนท่ีในการส่งเสริมทักษะแก่ผู้เรียน
ในหลายด้าน มีนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านโครงการเหล่าน้ีเป็นจำนวนมาก
ในทุกระดับชั้น และยังถือเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ปกครองและชุมชน โรงเรียน
จึงใช้โครงการเหล่านี้เป็นพ้ืนท่ีในการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียน หรือ
โรงเรียน ค. ท่ีมุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำแก่นักเรียน ซึ่งถือเป็นจุดเน้น
สำคัญของโรงเรียน โรงเรียนจึงใช้กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา
สมรรถนะแก่นักเรียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงสมรรถนะหลักด้านการทำงาน
แบบรวมพลงั เปน็ ทีมและมีภาวะผู้นำ
7) การวิเคราะห์ศักยภาพหรือความสามารถที่โดดเด่นของ
นักเรียนว่า มีสิ่งใดท่ีควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุน เช่น โรงเรียน ก.
มีนักเรียนท่ีมีศักยภาพทางดนตรีไทย จึงสร้างพื้นท่ีในการฝึกและแสดง
ความสามารถน้ันทั้งในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนและเวทีภายนอกโรงเรยี น
ซ่ึงทำให้ได้ฝึกสมรรถนะหลักด้านทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน
ในการรู้จักตนเอง การตระหนักรู้ การเห็นคุณค่าในตนเอง และการจัดการ
ตนเอง รวมถงึ สนุ ทรยี ะ
58
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
ตอนท่ี 3
การประเมนิ สมรรถนะ
(59)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสู่หลกั สตู รฐานสมรรถนะ
การประเมินสมรรถนะ
มีลักษณะอย่างไร ?
การประเมินฐานสมรรถนะ
(Competency - based Assessment)
การประเมินสมรรถนะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและถือเป็น
เนื้อเดียวกันกับการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียน เพราะการพัฒนาสมรรถนะ
จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการประเมินในการค้นหาศักยภาพและช้ีทิศทาง
การพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนต่อไป การประเมินสมรรถนะน้ีมีลักษณะ
เป็น “การประเมินการเรียนรู้ (Assessment)” ท่ีมุ่งเน้นการรวบรวม
สารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน มากกว่าท่ีจะเป็นการ
ประเมินในลักษณะของการประเมินผลที่มุ่งตัดสินคุณค่า กำหนดเกณฑ
์
การปฏบิ ัติทมี่ คี วามชัดเจน (Performance Criterion)
60
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสหู่ ลักสตู รฐานสมรรถนะ
การประเมินสมรรถนะ มุ่งเน้นการประเมินความสามารถที่เป็น
องค์รวมของการใช้ความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) ของผู้เรียน
ในลักษณะ การประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment) ว่า
ผเู้ รยี น “ทำได้” บรรลุตามเกณฑ์ความสำเร็จ (Performance Criteria)
ทกี่ ำหนดไว้หรอื ไม่ โดยใชแ้ บบประเมนิ การปฏิบัติ (Performance Test)
การประเมินสมรรถนะในท่ีน้ี มักเกิดข้ึนในลักษณะของการประเมิน
ผลรวม/การประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment) ในช่วง
ท้ายบทเรียนหรือท้ายหน่วยการเรียนรู้ ภายหลังจากท่ีผู้เรียนได้เรียนรู้ความรู้
ทักษะ และคุณลักษณะต่าง ๆ ท่ีสำคัญจำเป็นหรือหลอมรวมเป็นพื้นฐานของ
สมรรถนะน้ัน ๆ แล้ว ซึ่งในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือส่งเสริม
ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะต่าง ๆ เหล่าน้ัน ผู้สอนก็สามารถออกแบบ
การประเมินสมรรถนะ ความรู้ ทกั ษะ และคณุ ลักษณะตา่ ง ๆ ในลักษณะของ
การประเมนิ ระหวา่ งเรยี น (Formative Assessment) โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื /วธิ วี ดั
ต่าง ๆ ไดต้ ามปกติ ไม่วา่ จะเปน็ แบบทดสอบ แบบวดั การตรวจแบบฝกึ ฯลฯ
หรืออาจมีการวัดสมรรถนะย่อย ๆ ในระหว่างการเรียนการสอนก็ได้เช่นกัน
ซ่ึงมักอยู่ในลักษณะของ การประเมินตามสภาพจริง (Authentic
Assessment)
การประเมินผลรวมเน้นการประเมินองค์รวมของสมรรถนะด้วย
เครื่องมือประเมินตามความเหมาะสมและประเมินเมื่อผู้เรียนพร้อมท่ีจะรับ
การประเมิน หากประเมินผ่าน ผู้เรียนจะสามารถก้าวสู่จุดประสงค์การเรียนรู้
ขน้ั ตอ่ ไปได้ หากยงั ไมผ่ า่ น ผเู้ รยี นจะไดร้ บั การสอนซอ่ มเสรมิ จนกระทงั่ บรรลผุ ล
ผู้เรียนแต่ละคนจะก้าวหน้าไปตามความสามารถของตน อาจก้าวหน้าไปได้เร็ว
ในบางสาระ และอาจไปได้ช้าในบางสาระตามความถนัดของตน
(61)
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในชว่ งเปลีย่ นผา่ นสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
ลักษณะสำคญั ของการประเมินสมรรถนะ
1. การประเมินการเรียนรู้เป็นกิจกรรม 2. ใ ช้ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ส ภ า พ จ ริ ง
ท่ีเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรียน (Authentic Assessment) จากส่ิงท่ีผู้เรียน
การสอนตามปกติ มีลักษณะเป็นการ ได้ปฏิบัติจริง และความก้าวหน้าในการ
ประเมนิ แบบ Formative Assessment ปฏิบัติงาน เช่น การประเมินจากการปฏิบัติ
ซึ่งมีการเก็บข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียน (Performance Assessment) หรือการ
เพื่อให้ความช่วยเหลือตามปัญหาและ ประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio
ความตอ้ งการของผู้เรียนแต่ละคน
Assessment) รวมถึงการประเมินตนเอง
(Student Self - Assessment) และการ
7. การรายงานผล เป็นการให้ข้อมูล ประเมนิ โดยเพอ่ื น (Peer Assessment)
พั ฒ น า ก า ร แ ล ะ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง
3. การประเมนิ ทเ่ี ปน็ การตดั สนิ ผลการเรยี นรู้
ผู้เรียนตามลำดับข้ันที่ผู้เรียนทำได้ตาม จะมุ่งวัดสมรรถนะอันเป็นองค์รวมของ
เกณฑ์ที่กำหนด
ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ลกั ษณะตา่ ง ๆ
6. ผู้เรียนจะได้รับการประเมินเมื่อพร้อม 4. ใช้วิธีการวัดจากพฤติกรรม/การกระทำ/
และเป็นการประเมินความก้าวหน้าตาม การปฏิบัติ (Performance Test)
อัตราของตนเอง ด้วยเครื่องมือวัดท่ีเข้าถึง ท่ีแสดงออกถึงความสามารถในการใช้ความรู้
ความเช่ียวชาญของผู้เรียน การประเมินจะ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะต่าง ๆ
เป็นไปตามลำดับข้ันของสมรรถนะท่ีกำหนด ตามเกณฑก์ ารปฏบิ ตั ิ (Performance Criteria)
ห า ก ไ ม่ ผ่ า น จ ะ ต้ อ ง ไ ด้ รั บ ก า ร ซ่ อ ม เ ส ริ ม
ท่ีกำหนดเป็นการวัดอิงเกณฑ์ มิใช่อิงกลุ่ม
จนกระทง่ั ผา่ นจึงจะกา้ วไปสู่ลำดบั ขน้ั ต่อไป
และมีหลักฐานการปฏิบัติ (Evidence)
ใชต้ รวจสอบได
้
5. ใช้สถานการณ์เป็นฐาน เพื่อให้บริบท
การวัดและประเมินเป็นสภาพจริงมากขึ้น
เช่น อาจเตรียมบริบทเป็นข้อความ รูปภาพ
ภาพเคล่ือนไหว สถานการณ์จำลอง หรือ
สถานการณ์เสมือนจริงในคอมพิวเตอร ์
ซึ่ ง ส า ม า ร ถ ป ร ะ เ มิ น ไ ด้ ห ล า ย ป ร ะ เ ด็ น
ในสถานการณเ์ ดียวกนั
62
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสหู่ ลักสตู รฐานสมรรถนะ
การประเมินสมรรถนะ ทำไดอ้ ยา่ งไร
ขั้นตอนการประเมนิ สมรรถนะ
การประเมินสมรรถนะมขี ั้นตอนสำคัญดังน้ี
1. กำหนดสมรรถนะ
กำหนดเกณฑก์ ารปฏบิ ตั ทิ มี่ คี วามชดั เจน (Performance Criterion)
ใหม้ คี วามชดั เจนในระดบั
สง่ิ ทจ่ี ะประเมนิ ทอี่ าจเปน็ กระบวนการ (Process) หรอื ผลงาน (Product)
พฤตกิ รรมทสี่ งั เกตได
้ กำหนดลกั ษณะกลมุ่ เปา้ หมายในการประเมนิ ทง้ั ใน ระดบั รายบคุ คล
(Personal Level) หรอื เปน็ รายกลมุ่ (Group Level)
2. ออกแบบกิจกรรม
ออกแบบกิจกรรมทีพ่ ัฒนาสมรรถนะและสามารถประเมินสมรรถนะขณะทำ
เพื่อประเมนิ สมรรถนะ
กิจกรรม หรือกำหนดสถานการณ์ในการประเมินสมรรถนะจากพฤติกรรม
ทีเ่ กิดข้นึ แบบองคร์ วม
3. กำหนดลกั ษณะ กำหนดวิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมินหรือเกณฑ์การให้คะแนน และ
การประเมนิ (Assessment
กำหนดน้ำหนักคะแนน โดยกรอบการประเมินต้องเป็นตัวแทนของ
Specification)
พฤติกรรมท่ีใช้ในการวัดสมรรถนะได้อย่างครบถ้วนครอบคลุม รวมถึง
กำหนดผ้มู ีส่วนรว่ มในการประเมินการเรยี นร
ู้
4. ดำเนนิ การประเมิน
ดำเนนิ การประเมนิ ตามสถานการณก์ ารประเมนิ ทกี่ ำหนดเพอื่ ใชเ้ ปน็ หลกั ฐาน
ตามสถานการณ์
(Evidence) ในการสะท้อนระดับการพัฒนาของสมรรถนะที่ต้องการ
การประเมินทกี่ ำหนด
ประเมิน เช่น ภาพ การบันทึกเสียง วีดิทัศน์ ช้ินงาน ใบงาน โครงการ
รายงาน และรายงานวจิ ยั เปน็ ต้น
5. แปลผล
แปลผลการให้คะแนนรวมถึงการสะท้อนข้อมูลเพ่ือให้ข้อมูลย้อนกลับในการ
การให้คะแนน
พัฒนาผู้เรียน และการพัฒนากิจกรรมการพัฒนาและการประเมินน้ัน เช่น
รวมถงึ การ
การสะท้อนผลถงึ ความรจู้ ำเปน็ ในการลงมือปฏิบตั ิการนนั้ ทั้งความรูพ้ ้ืนฐาน
สะทอ้ นข้อมูล
และความรู้ในเชิงวิธีดำเนินการ และความสามารถย่อยปฏิบัติในการนำ
ความรู้ไปใช้โดยปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ รวมถึงการลงมือปฏิบัติด้วย
การบูรณาการความรู้ ทักษะความสามารถ และกรอบของคุณลักษณะ
การปฏิบัติที่ดี เจตคติต่อการปฏิบัติหรือค่านิยมที่ดีเป็นเคร่ืองกำกับในการ
ปฏิบตั ทิ ี่ซับซ้อนในชีวติ ประจำวันได้ เป็นต้น
(63)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในชว่ งเปลี่ยนผ่านสูห่ ลักสตู รฐานสมรรถนะ
วิธีการวัดและประเมนิ สมรรถนะ
การวัดและประเมินฐานสมรรถนะจำเป็นจะต้องใช้เทคนิค/วิธีการท่ีใช้ในการ
ประเมินตามสภาพจริง เพื่อสังเกตการการกระทำ รวมถึงการแสดงออกของนักเรียน
ตามสภาพความเป็นจริง ทั้งในและนอกห้องเรียน รวมถึงเลือกวิธีการท่ีหลากหลาย
ในการประเมินการเรยี นรู้ ดังตัวอยา่ ง
1. การสงั เกตการทำงานเดย่ี วและการทำงานกลมุ่
2. การสอบถาม สัมภาษณ์
(Observation)
(Interview, Questioning)
การประเมินได้ทั้งท่ีเป็นทางการและไม่ทางการ ใช้การมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้
เป็นการประเมินร่วมด้วยกับการประเมินภาค รวมถึงการประเมินการเรียนรู้ในกระบวนการ จุดดี
ปฏิบตั แิ ละการประเมินตามสภาพจริง
คือตรวจสอบความเข้าใจได้ลึกซึ้งกว่าการวัด
ประเมินผลที่สอื่ สารทางเดียว
3. การประเมินผลงาน (Assignment)
4. การทดสอบ (Testing)
การประเมินที่เกิดจากการมอบหมายงาน
เป็นการประเมินที่เป็นทางการ โดยใช้รูปแบบ
เพ่ือทำให้ได้ข้อมูลว่าผู้เรียนยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง การทดสอบที่เป็นปรนัยและอัตนัย สามารถใช้ใน
ชว่ ยเหลอื อยา่ งไร รวมถงึ การสะทอ้ นการเรยี นรขู้ อง การตรวจสอบความเข้าใจ ประเมินพัฒนาการ
ผเู้ รยี นเพอื่ เปน็ ประโยชนใ์ นการปรบั การจดั การเรยี น การเรียนรู้ และวินิจฉัยการเรียนรู้ของผู้เรียนเพ่ือ
การสอน
ตรวจสอบความคลาดเคลอ่ื นในการเรยี นรู้ โดยทว่ั ไป
การทดสอบใช้ในการวัดคุณลักษณะด้านพุทธิพิสัย
เชน่ การคดิ ขน้ั สงู
5. การบนั ทกึ การเข้ารว่ มกิจกรรม
6. การใชแ้ ฟม้ สะสมงาน (Portfolio)
(Attendance)
การประเมินท่ีมีเป้าหมายในการเก็บรวบรวม
การประเมินการมีส่วนร่วมในการดำเนิน ชิ้นงาน ทราบถึงพัฒนาการแต่ละชิ้นงาน มีการ
กิจกรรมการเรียนรู้ การสะท้อนผลการเรียนรู้จาก
สะท้อนผลการจัดทำชิ้นงานผ่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ผเู้ รียนในการรว่ มกจิ กรรมไดเ้ พ่ิมเตมิ
ตา่ ง ๆ เพอ่ื นำไปสกู่ ารพฒั นาชน้ิ งานใหด้ ยี ง่ิ ขนึ้ ตอ่ ไป
7. การประเมนิ ภาคปฏบิ ัติ
8. การประเมนิ ผลตามสภาพจริง
(Performance Assessment)
(Authentic Assessment)
การประเมนิ ทตี่ อ้ งอาศยั การสงั เกต การวางแผน การประเมินที่มีความใกล้เคียงกับการประเมิน
กำหนดสถานการณ์จำลองที่กระตุ้นให้ผู้เรียน
ภาคปฏิบัติ โดยท่ัวไปเป็นการบูรณาการสมรรถนะ
ได้แสดงพฤติกรรมที่ผ่านการฝึกฝนเรียนรู้มาแล้ว ที่สำคัญจากการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อแสดงออก
โดยมกี ารกำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ วา่ มเี ปา้ หมายในการ ในสถานการณ์ความเป็นจริง หรือสถานการณ์ท
่ี
ประเมนิ ผลลัพธก์ ารเรียนรขู้ องผู้เรียนในด้านใดบ้าง
ผู้เรยี นตอ้ งเผชญิ ในชวี ติ ประจำวัน
64
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสหู่ ลกั สูตรฐานสมรรถนะ
9. การประเมนิ ผลในสถานท่ีทำงานจริง
10. การประเมนิ แบบศนู ย์การประเมิน
(Workplace Assessment)
(Assessment Center)
การประเมินภายหลังจากการฝึกฝนผู้เรียนให้มี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ส ม ร ร ถ น ะ ท่ี ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย
ความพร้อมทั้งด้านความรู้พื้นฐาน ทักษะ
สถานการณ์จำลองท่ีออกแบบกิจกรรมเพ่ือให
้
ความสามารถ และเจตคตติ อ่ การทำงานท่ดี ีเพ่ือให้ ผู้ประเมินได้แสดงออกถึงสมรรถนะแฝงที่อยู่ในตัว
สามารถทำงานในสถานการณ์จริงในสถานที่ ของผู้เรียนรู้ในลักษณะฐานปฏิบัติกิจกรรม
ทำงาน ชมุ ชน หรอื สถานประกอบการ เปน็ ตน้
โดยท่ัวไปนิยมในการประเมินหลายสมรรถนะ
มีผปู้ ระเมินมากกว่าหนงึ่ ขนึ้ ไป
11. การประเมนิ ตนเอง (Self - Assessment)
12. การประเมนิ เพือ่ น (Peer Assessment)
การประเมินที่ผู้รับการฝึกฝนเรียนรู้ ได้มี การประเมินท่ผี ้รู ่วมทำกจิ กรรมฝกึ ฝนเรยี นรู้ ไดม้ ี
โอกาสในการพิจารณาความสามารถหรือการ โอกาสในการให้สารสนเทศหรือข้อมูลย้อนกลับ
ทำงานของตน ตระหนักหรือรับรู้ถึงจุดเด่นและ
แก่เพ่ือนร่วมการทำกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งทำให้
จุดที่ควรได้รับการพัฒนาของตนเอง จากเกณฑ์ ผู้ประเมินได้เห็นท้ังจุดเด่นและจุดท่ีควรได้รับ
การประเมินท่ีกำหนดขึน้ เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ไดส้ าระ การพัฒนาของเพื่อนร่วมการทำกิจกรรมการเรียนรู้
สนเทศในการฝกึ ฝนพฒั นาตนตอ่ ไปในอนาคต
นำมาสู่การสะท้อนกลับในการพัฒนาตนเองใน
อนาคตตอ่ ไป
นอกจากน้ี การประเมนิ สมรรถนะผลรวม (Summative Assessment)
เพื่อวัดและตัดสินกระบวนการเรียนรู้ (The End of Learning Process)
อาจใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ได้แก่ การสังเกต (Observation)
รายการประเมิน (Checklist) การสาธิตและตั้งคําถาม (Demonstration
and Questioning) การสอบปากเปล่า (Oral Test) การทําโครงงาน
(Projects) สถานการณ์จําลอง (Simulations) แฟ้มสะสมผลงาน
(Portfolios) การประเมินผลโดยการใช้คอมพิวเตอร์ (Computer - Based
Assessment) เป็นเครื่องมือในการสร้างแบบทดสอบและบนั ทกึ ผลได้
(65)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลักสตู รฐานสมรรถนะ
การประเมินสมรรถนะเป็นการรวบรวมหลักฐานผลการเรียนรู้ว่า
ผู้เรียนมีความก้าวหน้าถึงเกณฑ์ หรือระดับท่ีกําหนดในมาตรฐาน หรือ
ผลการเรียนรู้ที่กำหนดในหน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย และตัวชี้วัด
เพ่ือตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุผลตามสมรรถนะที่กําหนดหรือไม่ การประเมิน
ฐานสมรรถนะควรทาํ ควบคกู่ บั การเรยี นการสอน โดยวดั ทงั้ ความรแู้ ละทกั ษะ
และการนําไปประยุกต์ใช้ ดังนั้น การวัดและประเมินผลสมรรถนะของ
ผู้เรียนไม่ควรเน้นการประเมินผลตามตัวช้ีวัด แต่เน้นการประเมิน
เพื่อการเรียนรู้ Assessment for Learning (AFL) ท่ีจะช่วยวินิจฉัย
กระบวนการ วิธีการเรียนรู้ และให้ข้อมูล เพื่อปรับปรุงวิธีการเรียนรู้และ
การทำงานของผู้เรียน โดยการประเมินจะให้ความสำคัญกับการประเมิน
แบบย่อย (Formative Assessment) อย่างต่อเน่ือง เพื่อติดตามด
ู
ความก้าวหน้า วินิจฉัยจุดด้อย จุดเด่นของผู้เรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ และ
เป็นการประเมินการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนของผ้สู อนไปด้วย
การประเมนิ เพอื่ การเรยี นรู้ (AFL - Assessment for Learning)
อาศัยข้อมูลสารสนเทศทางการประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับ เพ่ือวินิจฉัย
ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียน ปรับปรุงวิธีการเรียนรู้หรือวิธีการทำงานของ
นักเรียน เพ่ือพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ผู้สอนวางแผนการเรียนใน
ข้ันต่อไปให้บรรลุผลสำเร็จโดยให้ข้อมูลที่มีคุณค่า ประกอบด้วย 1) การให้
ข้อมูลกระตุ้นการเรียนรู้ (Feed - up) 2) การให้ข้อมูลย้อนกลับ
(Feedback) และ 3) การให้ขอ้ มลู เพอื่ การเรยี นรูต้ ่อยอด (Feed forward)
(สำนักงานราชบัณฑติ ยสภา, 2562)
66
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผา่ นสหู่ ลกั สูตรฐานสมรรถนะ
Frey & Fisher (2011) กล่าวถึงการประเมินเพ่ือการเรียนรู้
(Assessment for Learning) ในลักษณะของ การประเมินการเรียนร้
ู
ที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน โดยเสนอว่าการให้ข้อมูล
ย้อนกลับเป็นส่วนหนึ่งของระบบการประเมินระหว่างเรียน (Formative
Assessment System) ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 4 ข้ันตอน
ทต่ี ่อเน่อื งกนั ไดแ้ ก่
ข้นั ที่ 1 การใหข้ ้อมลู กระตุน้ การเรียนรู้ (Feed - Up) เป็นการให้
ข้อมูลพ้ืนฐานของการเรียนรู้ ได้แก่ จุดประสงค์การเรียนรู้ ภาระงาน และ
วิธีการประเมินผลที่ชัดเจน นอกจากน้ียังรวมไปถึงการต้ังเป้าหมายในการ
เรยี นรู้และการสรา้ งแรงจูงใจใหแ้ ก่นกั เรยี น
ขั้นที่ 2 การตรวจสอบความเขา้ ใจ (Checking for Understanding)
เป็นการประเมินส่ิงท่ีนักเรียนได้เรียนรู้เพื่อพิจารณาความก้าวหน้าของ
นักเรียนตามเป้าหมายท่ีตั้งไว้ โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการตรวจสอบ
ความเขา้ ใจ
ขั้นท่ี 3 การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เป็นการให้ข้อมูล
สารสนเทศเกี่ยวกับความสำเร็จและสิ่งท่ีจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาหรือ
ปรับปรุงแก้ไขแก่นักเรียน โดยการให้ข้อมูลย้อนกลับมีทั้งหมด 4 ระดับ
ได้แก่ 1) การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับงาน 2) การให้ข้อมูลย้อนกลับ
เก่ียวกับกระบวนการทำงาน 3) การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการควบคุม
ตนเอง และ 4) การให้ข้อมลู ย้อนกลับเกย่ี วกับตวั ตนของนักเรียน
ข้ันที่ 4 การให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ต่อยอด (Feed - Forward)
เป็นการให้ข้อมูลภายหลังการเรียนรู้ เพ่ือให้นักเรียนทบทวนส่ิงที่นักเรียน
ยงั เขา้ ใจคลาดเคลอื่ น หรอื ทบทวนเพอ่ื แกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาดในงานของตน รวมถงึ
การใหก้ ำลังใจหรอื คำแนะนำแกน่ ักเรียนเพือ่ นำไปพฒั นาการเรยี นรู้ตอ่ ไป
(67)
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในชว่ งเปลีย่ นผ่านส่หู ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
ตวั อยา่ ง การกำหนดระดบั คณุ ภาพของสมรรถนะ
เน่ืองด้วยคำอธิบายและพฤติกรรมบ่งชี้ของสมรรถนะหลักของ
ผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานน้ันเป็นการกำหนดไว้อย่างกว้าง ๆ และมี
ความยืดหยุ่นในการนำไปใช้ สถานศึกษาแต่ละแห่งจึงสามารถกำหนด
รายละเอยี ดของเกณฑก์ ารประเมนิ ในลกั ษณะของระดบั คณุ ภาพไดด้ งั ตวั อยา่ ง
ตัวอย่างการกำหนดระดับคุณภาพสำหรับการประเมินสมรรถนะ
การพัฒนานวัตกรรม ซึ่งเปน็ สว่ นหนึ่งของสมรรถนะหลักด้านทักษะการคิด
ข้นั สูงและนวตั กรรม สำหรบั นกั เรยี นในทุกชว่ งชนั้
ระดบั ระดบั
การพฒั นานวัตกรรม
สมรรถนะ
คุณภาพ
ระดบั
ระดบั 1
ออกแบบนวัตกรรมอย่างง่าย เช่น ของเล่น ส่ิงประดิษฐ์ ของใช้
ประถมต้น
การแสดงออกทางดนตรี ศิลปะ เพ่ือแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัว
และอธบิ ายวธิ กี ารทำงานของนวตั กรรมตามความคดิ หรอื จนิ ตนาการ
ได
้
ออกแบบนวัตกรรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวและ
ระดับ 2
อธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมตามความคดิ หรือจินตนาการได้
และสามารถนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตาม
ความคิดหรือจินตนาการได้อย่างชัดเจน มรี ายละเอยี ดทเี่ ป็นไปได
้
ออกแบบนวัตกรรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาส่ิงท่ีพบเห็นรอบตัว
อธบิ ายวธิ กี ารทำงานของนวตั กรรมตามความคดิ หรอื จนิ ตนาการได้
ระดบั 3
นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามความคิด
หรือจินตนาการ และปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามที่นำเสนอ
ไดอ้ ย่างชัดเจน สมบรู ณ
์
68
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผ่านส่หู ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
ระดบั ระดบั
การพัฒนานวัตกรรม
สมรรถนะ
คุณภาพ
ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐาน
ระดับ
ระดับ 1
ของข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับสภาพปัญหา และอธิบายวิธีการทำงาน
ประถม
ของนวัตกรรมท่ีพัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการได้โดยมี
ปลาย
เหตุผลประกอบ
ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งท่ีพบเห็นรอบตัวบนพ้ืนฐาน
ของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ
ระดบั 2
นวัตกรรมท่ีพัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผล
ประกอบ สามารถระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและ
นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของ
แนวคิดรองรบั อย่างมเี หตมุ ีผล
ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาส่ิงที่พบเห็นรอบตัวบนพ้ืนฐาน
ของข้อมูลที่เก่ียวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ
นวัตกรรมท่ีพัฒนาข้ึนตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผล
ระดบั 3
ประกอบ ระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและนำเสนอ
แนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของแนวคิด
รองรับอย่างมีเหตุมีผล และปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามที่
นำเสนอไดโ้ ดยมพี ื้นฐานของแนวคิดรองรบั อยา่ งมีเหตมุ ผี ล
ออกแบบนวัตกรรมท่ีเกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่ม
บนพ้ืนฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาสภาพปัญหา
ระดับ
มีวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหา
มธั ยมต้น
ที่เหมาะสมมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของการมี
ระดบั 1
แนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับ และอธิบายวิธีการทำงานของ
นวัตกรรม ระบจุ ดุ เดน่ และข้อจำกดั ของนวัตกรรมทพี่ ัฒนาขึน้ ได
้
ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเร่ิม
บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา
มีวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที
่
เหมาะสมมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของแนวคิด
หลักการ ทฤษฎีรองรับ และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรม
ระดับ 2
ระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมท่ีพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ
แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่รองรับ ทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่ม
เป้าหมายและนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรม
โดยมพี นื้ ฐานของแนวคดิ รองรับอยา่ งมเี หตมุ ผี ล
(69)
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในชว่ งเปลีย่ นผา่ นส่หู ลกั สูตรฐานสมรรถนะ
ระดบั ระดบั
การพัฒนานวัตกรรม
สมรรถนะ
คุณภาพ
ออกแบบนวัตกรรมท่ีเกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเร่ิมบน
ระดบั 3
พื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา
มวี ธิ กี ารแกป้ ญั หาหลายวธิ แี ละเลอื กแนวทางการแกป้ ญั หาทเี่ หมาะสม
มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของแนวคิด หลักการ
ทฤษฎรี องรับ และอธบิ ายวิธกี ารทำงานของนวตั กรรม ระบุจดุ เด่น
และข้อจำกัดของนวัตกรรมที่พัฒนาข้ึนบนพื้นฐานของแนวคิด
หลักการ ทฤษฎีรองรับ ทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายและ
นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพ้ืนฐานของ
แนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล ปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตาม
ข้อค้นพบและอธิบายคุณค่าของผลงานท่ีพัฒนาขึ้นโดยมีเหตุผล
ประกอบบนพ้นื ฐานของแนวคดิ หลักการ ทฤษฎีรองรับ
ออกแบบนวัตกรรมท่ีเกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเร่ิมโดยใช้
ระดบั
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสม คุ้มค่า บนพ้ืนฐานของการ
มธั ยมปลาย
ระดับ 1
สงั เคราะหข์ ้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาสภาพปญั หา มีวธิ ีการแก้ปญั หา
หลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาท่ีเหมาะสม มีเหตุผล
รองรับอย่างชัดเจน และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมที่
พัฒนาขึ้นเหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมท้ัง
ความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ
สิง่ แวดลอ้ มโดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎรี องรบั อยา่ งมีเหตุมีผล
ออกแบบนวัตกรรมท่ีเกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเร่ิมโดยใช้
ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างเหมาะสมคุ้มค่าบนพื้นฐานของการ
สงั เคราะหข์ ้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาสภาพปัญหา มีวธิ กี ารแกป้ ัญหา
ระดบั 2
หลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม มีเหตุผล
รองรับอย่างชัดเจน และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรม
ที่พัฒนาขึ้นเหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้ง
ความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ
สิ่งแวดลอ้ มโดยระบแุ นวคิด หลักการ ทฤษฎรี องรบั อยา่ งมเี หตุมีผล
สามารถทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอแนวทาง
ในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมตามหลักศีลธรรม
คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้งความเช่ือและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ
สงั คม วัฒนธรรม และส่งิ แวดลอ้ มโดยระบุแนวคดิ หลักการ ทฤษฎี
รองรับอย่างมเี หตุมีผล
70
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในชว่ งเปลี่ยนผา่ นสหู่ ลักสูตรฐานสมรรถนะ
ระดับ ระดับ
การพัฒนานวัตกรรม
สมรรถนะ
คณุ ภาพ
ออกแบบนวัตกรรมท่ีเกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเร่ิมโดยใช้
ระดบั 3
ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างเหมาะสมคุ้มค่าบนพ้ืนฐานของการ
สังเคราะหข์ อ้ มูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปญั หา มีวิธีการแก้ปญั หา
หลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาท่ีเหมาะสม มีเหตุผล
รองรับอย่างชัดเจน และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมที่
พัฒนาข้ึนเหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้ง
ความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ
ส่ิงแวดล้อม โดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับอย่าง
มีเหตุมีผล สามารถทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายและ
นำเสนอแนวทางในการปรบั ปรงุ พฒั นานวตั กรรมทเ่ี หมาะสมตามหลกั
ศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมท้ังความเช่ือและบรรทัดฐานของ
เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม โดยระบุแนวคิด
หลักการ ทฤษฎีรองรับอย่างมีเหตุมีผล สามารถปรับปรุงพัฒนา
นวัตกรรมตามข้อค้นพบและอธิบายคุณค่าของผลงานที่พัฒนาขึ้น
เหมาะสม ตลอดจนสามารถเผยแพร่นวัตกรรม มีผู้นำนวัตกรรม
ไปใช้ตอ่ และเหน็ ผลที่เกดิ จากการใช้นวัตกรรม
(71)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสหู่ ลกั สตู รฐานสมรรถนะ
บรรณานุกรม
วิชัย วงใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2562). การประเมินตามสภาพจริงอิงสมรรถนะ
(Authentic competency - based assessment). กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำ
นวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนร้.ู
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2561). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย
ชุดการประเมิน การวิจัยและการประกันคุณภาพ. กรุงเทพฯ : สำนักงาน
ราชบัณฑิตยสภา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานผลการวิจัยและพัฒนากรอบ
สมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นสำหรับหลักสูตรการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน. สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงาน
เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา.
สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2562). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผ้เู รียนระดับ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้
สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). กรอบสมรรถนะหลักผู้เรียนระดับ
การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานและระดบั ประถมศกึ ษาตอนตน้ (ป.1 - 3). สำนกั มาตรฐาน
การศกึ ษาและพัฒนาการเรยี นรู้ สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). เข้าใจสมรรถนะอย่างง่าย ๆ ฉบับ
ประชาชน และเข้าใจหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างง่าย ๆ ฉบับครู ผู้บริหาร
และบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สํานักมาตรฐานการศึกษาและ
พฒั นาการเรียนรู้ สํานักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา.
72
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในช่วงเปลีย่ นผ่านสู่หลักสตู รฐานสมรรถนะ
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). การประเมินเพ่ือการเรียนรู้ : การต้ัง
คำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้. กรุงเทพฯ:
โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สวุ มิ ล วอ่ งวาณิช. (2546). “การประเมนิ การปฏิบัตงิ าน” ในการประเมนิ ผลการเรียนรู้
แนวใหม.่ กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พ์จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
Fisher, D. and Frey, N. (2011). The formative assessment action plan.
Alexandria, VA: ASCD.
National College for Teaching and Leadership. Gaining a strategic
curriculum overview. Retrieved from http://
www.inspiringleaderstoday.com/ILTMaterials/LEVEL3_CD-v4.0-
2014_08_22-14_27/curriculum-development/cd-s04/cd-s04-
t02.html
Parson, J. and Beauchamp, J. (2012). From knowledge to action:
shaping the future of curriculum development in Alberta.
Alberta Education. Planning and Standards Sector. Retrieved from
http://www.ibe.unesco.org/sites/default/files/
resources/02_future_competences_and_the_future_of_
curriculum_30oct.v2.pdf
Sanchez, A. V., & Ruiz, M. P., (2008). Competence - based learning: A
proposal for the assessment of generic competence. University
of Deusto. Bilbao. Span.
Wolf, A. (1995). Competence - based Assessment. Bristol, PA: St
Edmundsbury Press.
(73)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในชว่ งเปลีย่ นผ่านสู่หลกั สูตรฐานสมรรถนะ
เรยี บเรียงเอกสารโดยคัดสรรขอ้ มูล จาก
“ค่มู ือการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6
ไปใช้ในการพัฒนาผ้เู รียน”
โดย ดร.กณุ ฑลี บรริ กั ษ์สนั ตกิ ลุ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สุมาลี เชื้อชัย
และผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ชาริณี ตรีวรญั ญ
ู
รายชอื่ คณะผูจ้ ัดทำคมู่ ือการนำกรอบสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6
ไปใช้ในการพฒั นาผ้เู รยี น
ท่ีปรึกษา
รองศาสตราจารย์ ดร.ทศิ นา แขมมณี ราชบัณฑติ
คณะผวู้ จิ ัยในความร่วมมือของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ชาริณี ตรวี รัญญ ู สาขาวชิ าหลกั สูตรและการสอน
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศวีร์ สายฟ้า สาขาวิชาประถมศกึ ษา
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรวรรณ์ ลญั ฉวรรธนะกร สาขาวิชาประถมศกึ ษา
ภาควชิ าหลกั สูตรและการสอน
นักวจิ ัยรว่ ม คณะทำงาน วิทยากร และผูร้ ว่ มจัดทำคูม่ ือฯ
ศาสตราจารย์ ดร.บงั อร เสรรี ตั น ์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บ้านสมเดจ็ เจ้าพระยา
รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐภรณ ์ หลาวทอง คณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สมุ าลี เชือ้ ชยั คณะศกึ ษาศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.เรวณี ชัยเชาวรัตน ์ คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อดุ รธานี
ดร.เฉลมิ ชยั พนั ธเ์ ลศิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ดร.ทรงพร พนมวัน ณ อยธุ ยา ข้าราชการบำนาญ
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
74
แนวทางการพฒั นาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในชว่ งเปลีย่ นผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ดร.กณุ ฑลี บรริ ักษ์สันตกิ ุล โรงเรียนปรัชชาธร
ดร.นาฎฤดี จิตรรังสรรค์ โรงเรียนสจุ ปิ ุล
ิ
ดร.วีระชาติ ภาษีชา สำนกั การศึกษากรุงเทพมหานคร
อาจารย์ ดร.กรกนก เลิศเดชาภทั ร คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
อาจารย์กมลชนก สกนธวฒั น์ โรงเรยี นสาธติ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ฝา่ ยมธั ยม
อาจารยส์ ุทธิดา ธาดานติ ิ โรงเรียนนานาชาตเิ ซนตแ์ อนดรวู
์
นายธีระศักดิ์ จิระตราช ู นกั วชิ าการอสิ ระ
นิสิตบณั ฑิตศกึ ษา สาขาวชิ าหลกั สูตรและการสอน คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั :
นางสาวองั ค์สุมล เชอื้ ชยั นายชนัต อินทะกนก นางสาวภิชา ใบโพธิ์ และนายนวพล สาธุชน
(75)
แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลกั ของผู้เรียนระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ในช่วงเปลี่ยนผา่ นสหู่ ลักสตู รฐานสมรรถนะ
คณะผูจ้ ัดทำ
ท่ปี รกึ ษา
นายอำนาจ วชิ ยานวุ ัติ เลขาธิการสภาการศึกษา
นางสาวอุษณยี ์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธกิ ารสภาการศึกษา
นายพีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
นายสำเนา เน้อื ทอง ผอู้ ำนวยการสำนกั มาตรฐานการศกึ ษาและพฒั นาการเรยี นร
ู้
ผู้รวบรวมเรยี บเรียงรายงาน
นางประวณี า อสั โย ผูอ้ ำนวยการกลุ่มมาตรฐานการศึกษา
นางสาวอุบล ตรีรตั น์วชิ ชา นกั วิชาการศกึ ษาปฏิบตั ิการ
นางสาวภควดี เกดิ บณั ฑติ นกั วิชาการศึกษาปฏิบตั ิการ
ผู้ออกแบบปก ประสานการจัดพิมพ์ และพิสจู นอ์ ักษร
นางสาวภควดี เกิดบัณฑติ นักวชิ าการศึกษาปฏิบัตกิ าร
ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ
นางประวีณา อัสโย ผอู้ ำนวยการกลมุ่ มาตรฐานการศึกษา
นางสาวกรกมล จงึ สำราญ นกั วิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ
นางสุวรรณา สวุ รรณประภาพร นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ
นางสาววภิ าดา วานิช นักวิชาการศึกษาชำนาญการพเิ ศษ
นางสาวปยิ ะมาศ เมดิ ไธสง นกั วิชาการศกึ ษาชำนาญการ
นางสาวอุบล ตรีรัตน์วชิ ชา นักวชิ าการศกึ ษาปฏบิ ตั กิ าร
นางสาวนรู ียา วาจ ิ นกั วิชาการศึกษาปฏิบัตกิ าร
นางสาวสุชาดา กลางสอน นักวิชาการศกึ ษาปฏบิ ัติการ
นางสาวภควดี เกิดบัณฑิต นักวิชาการศึกษาปฏบิ ัติการ
กล่มุ มาตรฐานการศึกษา
สำนักมาตรฐานการศกึ ษาและพฒั นาการเรยี นร
ู้
สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
99/20 ถนนสโุ ขทัย เขตดสุ ิต กรุงเทพมหานคร 10300
Website: www.onec.go.th
76