แผนการจัดการเรียนรู้
รายวชิ านาฏศิลป์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๒
จัดทำโดย
นางสาวศุภลักษณ์ บญุ สงค์ เลขท่ี ๗
เสนอ
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พัชรีภรณ์ บางเขยี ว
แผนการจัดการเรียนรเู้ ล่มนี้เปน็ สว่ นหน่งึ ของรายวชิ า
วิทยาการจัดการเรียนรู้ (๑๑๙๐๓๐๑)
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
คํานาํ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชานาฏศิลป์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางการ
จัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑
แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วยเนื้อหาสาระดังต่อไปน้ี แผนการจัดการเรียนรู้รายปีประกอบด้วย
มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ แผนการจัดการเรียนรรู้ ายหนว่ ยจำนวน ๕ แผนการจัดการเรียนรู้
ประกอบด้วย หน่วยสืบสานงานละคร หน่วยท่าทางนาฏศิลป์ หน่วยร่ายรำอย่างไทย หน่วยทักษะทางละคร และ
หน่วยสร้างสรรค์การละคร ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ได้ระบุมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดจุดประสงค์การ
เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย อันได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ๕
Steps (GOCQF) โมเดลซิปปา (CIPPA Model) วิธีสอนแบบสาธิต กระบวนการสร้างเจตคติ แฮร์บาร์ต
กระบวนการปฏบิ ัติ เทคนคิ คู่คิด แบบใช้ชุดการสอน และกระบวนการสร้างความตระหนักซงึ่ แต่ละรปู แบบมีวิธีการ
จัดการเรยี นการสอนที่ต่างกัน แต่ทั้งหมดนำมาซึ่งบรรลจุ ดุ ประสงค์การเรียนรู้นอกจากนีย้ ังมีใบงานและเกณฑก์ าร
วัดและประเมนิ ผล เพอื่ ใช้ในการประเมินผลการเรียนรู้ของผ้เู รยี นแต่ละคนวา่ หลงั จากเสร็จสน้ิ การเรียน นักเรียนมี
ความรู้ความเขา้ ใจมากน้อยเพียงใด ผ่านเกณฑป์ ระเมินหรอื ไม่
ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พัชริภรณ์ บางเขียว เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้คำปรึกษาและ
คำแนะนำตลอดระยะเวลาการจดั ทำแผนการเรียนรู้ และหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าแผนการเรียนรูเ้ ล่มนีเ้ ป็นประโยชน์กับ
การจดั การเรียนการสอนในชั้นเรียน เพือ่ พัฒนาการเรยี นรู้ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงข้นึ
นางสาวศุภลักษณ์ บญุ สงค์
ผจู้ ัดทํา
สารบัญ
เรื่อง หน้า
แผนการจดั การเรียนรรู้ ายปี ๑
ตารางโครงสรา้ งรายวิชา ๖
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยท่ี ๑ ๘
แผนการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยท่ี ๒ ๓๘
แผนการจดั การเรยี นร้หู นว่ ยท่ี ๓ ๙๒
แผนการจัดการเรยี นรหู้ น่วยท่ี ๔
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยท่ี ๕ ๑๒๗
๑๔๘
๑
แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชา นาฏศลิ ป์
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
สาระการเรียนรู้ ศิลปะ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒
ครผู ู้สอน นางสาวศภุ ลักษณ์ บญุ สงค์
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ ถ่ายทอด ความรสู้ กึ ความคดิ อย่างอสิ ระ และประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของ
นาฏศิลปท์ ่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล
ตัวชี้วัด อธบิ ายการบรู ณาการศลิ ปะแขนงอ่นื ๆ กบั การแสดง
ศ ๓.๑ ม.๒/๑ สรา้ งสรรค์การแสดงโดยใช้องค์ประกอบนาฏศลิ ป์และการละคร
ศ ๓.๑ ม.๒/๒ วเิ คราะหก์ ารแสดงของตนเองและผอู้ ่ืน โดยใช้นาฏยศพั ทท์ างการละครที่เหมาะสม
ศ ๓.๑ ม.๒/๓ เสนอข้อคดิ เหน็ ในการปรบั ปรุงการแสดง
ศ ๓.๑ ม.๒/๔ เชือ่ มโยงการเรยี นรรู้ ะหวา่ งนาฏศิลปแ์ ละการละครกับสาระการเรียนรู้อ่นื ๆ
ศ ๓.๑ ม.๒/๕ เปรยี บเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลปจ์ ากวฒั นธรรมต่างๆ
ศ ๓.๒ ม.๒/๑ ระบหุ รอื แสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พืน้ บา้ น ละครไทย ละครพื้นบ้านหรอื มหรสพอ่ืน ท่ี
ศ ๓.๒ ม.๒/๒ เคยนิยมกนั ในอดตี
อธบิ ายอิทธิพลของวฒั นธรรมทมี่ ีผลตอ่ เนื้อหาของละคร
ศ ๓.๒ ม.๒/๓
๒
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ ความรู้ (K)
๑. อธบิ ายการสร้างสรรค์การแสดงโดยใชอ้ งคป์ ระกอบนาฏศิลปแ์ ละการละครได้
๒. อธิบายการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงโดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และการละครได้
๓. วิเคราะห์การแสดงของตนเองและผูอ้ ่นื โดยใช้นาฏยศัพทท์ างการละครท่เี หมาะสมได้
๔. วิเคราะห์ขอ้ คิดเหน็ ในการปรบั ปรุงการแสดงได้
๕. อธิบายการเชื่อมโยงการเรียนร้รู ะหวา่ งนาฏศลิ ป์และการละครกับสาระการเรยี นรู้อน่ื ๆได้
๖. อธิบายการเปรยี บเทยี บลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวฒั นธรรมต่างๆได้
๗. วเิ คราะหก์ ารแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลปพ์ นื้ บา้ น ละครไทย ละครพื้นบ้านหรอื มหรสพอ่นื ท่ีเคยนิยมกนั
ในอดตี ได้
๘. อธบิ ายอทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมท่ีมีผลตอ่ เนื้อหาของละครได้
๒.๒ ทกั ษะ (P)
๑. นำเสนอการบรู ณาการศลิ ปะแขนงอ่ืนๆกบั การแสดงได้
๒. สร้างสรรค์การแสดงโดยใช้องค์ประกอบนาฏศลิ ป์และการละครได้
๓. นำเสนอการแสดงของตนเองและผู้อนื่ โดยใช้นาฏยศัพท์ทางการละครที่เหมาะสมได้
๔. เสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรงุ การแสดงได้
๕. แสดงความคิดเห็นการเรยี นรู้ระหว่างนาฏศิลป์และการละครกบั สาระการเรียนรู้อื่นๆได้
๖. แสดงความคิดเห็นการเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวฒั นธรรมตา่ งๆได้
๗. ระบุหรอื การแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พน้ื บา้ น ละครไทย ละครพืน้ บ้านหรอื มหรสพอน่ื ทเ่ี คยนยิ มกัน
ในอดตี ได้
๘. นำเสนออิทธิพลของวัฒนธรรมทม่ี ีผลตอ่ เนื้อหาของละครได้
๒.๓ ทัศนคติ (A)
๑. เหน็ คณุ ค่าการบูรณาการศิลปะแขนงอ่นื ๆกับการแสดง
๒. เหน็ คุณค่าการสร้างสรรค์การแสดงโดยใช้องคป์ ระกอบนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
๓. เห็นคณุ ค่าของการวเิ คราะห์การแสดงของตนเองและผอู้ ื่น โดยใชน้ าฏยศพั ทท์ างการละครที่เหมาะสม
๔. เห็นคณุ ค่าการเสนอข้อคิดเห็นในการปรบั ปรุงการแสดง
๕. เหน็ คุณค่าการเช่ือมโยงการเรียนรู้ระหว่างนาฏศลิ ป์และการละครกบั สาระการเรียนรู้อ่ืนๆ
๓
๖. เห็นคุณค่าการเปรยี บเทยี บลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวฒั นธรรมต่างๆ
๗. เห็นคณุ ค่าการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ นื้ บา้ น ละครไทย ละครพ้ืนบ้านหรอื มหรสพอน่ื ทเี่ คยนยิ มกัน
ในอดีต
๘. เหน็ คุณค่าอิทธพิ ลของวฒั นธรรมทม่ี ผี ลต่อเนื้อหาของละคร
สาระสำคัญ
นาฏศิลป์และการละคร การแสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์นาฏศิลป์และการละครกับชีวิตมนุษย์น้ัน
จะต้องอธิบายความสำคัญและบทบาทของนาฏศลิ ป์ และการละครในชวี ติ ประจำวนั พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดจาก
เน้ือเรอื่ งของการแสดงที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
การแสดงออกทางนาฏศิลป์ ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางละครที่เหมาะสม บรรยายเปรียบเทียบการแสดง
อากัปกิริยาของผู้คนในชีวิตประจำวันและในการแสดง ใช้ทักษะในการแปลความและการสื่อสารผ่านการแสดงและ
ออกแบบและสรา้ งสรรค์อปุ กรณ์และเครื่องแต่งกาย เพื่อแสดงนาฏศิลปแ์ ละละครที่มาจากวฒั นธรรมต่างๆ
การวิจารณ์งานนาฏศิลป์ การวิจารณ์งานนาฏศิลป์ต้องใช้ความรู้เรื่อง องค์ประกอบนาฏศิลป์เพื่อ
ประโยชน์ในการใชค้ วามคิดในการพัฒนารปู แบบการแสดง
การจัดการแสดงละคร การจัดการออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์ และเครื่องแต่งกายเพื่อแสดง
นาฏศิลปแ์ ละละครทม่ี าจากวัฒนธรรมต่างๆ นนั้ เป็นสว่ นสำคัญของการจัดการแสดง
สาระการเรยี นรู้
องค์ประกอบของบทละคร โครงเรื่อง ตัวละครและการวางลักษณะนิสัยของตัวละคร ความคิดหรือแก่น
ของเรื่อง บทสนทนา สามารถระบุโครงสร้างของบทละครโดยใช้ศัพท์ทางการละครได้ ภาษาท่าหรือภาษาทาง
นาฏศิลป์ ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติ ภาษาท่าที่มาจากการประดิษฐ์และปฏิบตั ิรําวงมาตรฐาน รูปแบบการแสดง
ทั้งรำเดี่ยว รำคู่ และรำหมู่ การประดิษฐ์ท่ารําและท่าทางประกอบการแสดง สามารถบอกองค์ประกอบของ
นาฏศิลป์ วิธีเลือกการแสดง ละครกับชีวิต การออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์และ เครื่องแต่งกายเพื่อการแสดง
นาฏศิลป์ ความสำคัญและบทบาทของนาฏศิลป์และการละครในชีวิตประจำวัน และเห็นคุณค่าการอนุรักษ์
นาฏศิลป์
รายวชิ า นาฏศิลป๑์ คำอธิบายรายวชิ า ๔
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ รหสั วชิ า ศ ๒๒๑๐๑
ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง
๐.๕ หน่วยกติ
มีทกั ษะในการใช้ความคดิ ในการพฒั นารูปแบบการแสนอ การประดษิ ฐท์ า่ รำและท่าทางประกอบเพื่อแปล
ความและสื่อสารผ่านการแสดง วิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ที่มีความแตกต่างกันโดยใช้ความรู้เรื่อง
องค์ประกอบนาฏศิลป์และนำเสนอแนวคิดละครกับชีวิตจากเนื้อเรื่องของการแสดงที่สามารถ นำไปปรับใช้ใน
ชีวิตประจำวัน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบฝึกปฏิบัติจริง การเรียนรู้แบบอภิปราย การเรียนรู้แบบศึกษาด้วย
ตนเอง การเรียนรูเ้ พื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ การศึกษาค้นคว้า การสื่อความหมายและกระบวนการที่
หลากหลายเหมาะสมกับกิจกรรมการสอน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ วิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงออกทาง
นาฏศิลป์อยา่ งสร้างสรรค์
ศึกษาวิธีการออกแบบ สร้างสรรค์ อุปกรณ์และเครื่องแต่งกายของการแสดงนาฏศลิ ป์ และละครที่มาจาก
วฒั นธรรมตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ ความสมั พันธร์ ะหว่างนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม
มีทักษะในการออกแบบ สร้างสรรค์ อุปกรณ์และเครื่องแต่งกายเพื่อแสดงนาฏศิลป์ และละครที่มาจาก
วัฒนธรรมต่าง ๆ อธิบายความสำคัญและบทบาทของนาฏศลิ ปแ์ ละละครในชีวิตกประจำวัน แสดงความคิดเหน็ ใน
การอนุรักษ์นาฏศิลป์ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบฝกึ ปฏิบตั ิจริง การเรียนรู้แบบอภิปราย การเรียนรู้แบบศึกษา
ด้วยตนเอง การเรยี นรู้เพอ่ื พัฒนาทักษะการคดิ สร้างสรรค์ การศกึ ษาค้นควา้ การสอื่ ความหมายและกระบวนการท่ี
หลากหลาย เหมาะสมกับกจิ กรรมการสอน
เห็นคณุ ค่าของนาฏศิลปท์ ี่เป็นมาตกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถน่ิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วดั
ศ ๓.๑ ม.๒/๒ ศ ๓.๑ ม.๒/๓ ศ ๓.๑ ม.๒/๔ ศ ๓.๑ ม.๒/๕
ศ ๓.๒ ม.๒/๑ ศ ๓.๒ ม.๒/๒ ศ ๓.๒ ม.๒/๓
รวม ๗ ตัวชี้วัด
รายวิชา นาฏศิลป๒์ คำอธบิ ายรายวิชา ๕
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ รหัสวิชา ศ ๒๒๑๐๒
ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง
๐.๕ หนว่ ยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ เปรียบเทียบ ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ประวัติศาสตร์และ
วัฒนธรรมลักษณะเฉพาะของการแสดงจากวฒั นธรรมต่างๆ ละครพ้ืนบา้ นหรือมหรสพอ่นื ทเี่ คยนิยมกันในอดีตการ
แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ คุณค่าการแสดงของตนเองและผู้อื่นโดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และ
ละคร นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครท่ีเหมาะสม บูรณาการและเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหวา่ งนาฏศิลป์และการ
ละครกบั สาระการเรยี นรอู้ ืน่ ๆ
โดยใช้กระบวนการศึกษาและฝึกปฏิบัติทักษะการแสดงละครและนาฏศิลป์แบบต่าง ๆ ทักษะการทำงาน
เปน็ กลมุ่ ในกระบวนการผลติ การแสดง
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจมีความชื่นชม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์และการแสดงละครที่เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากลมีความสามัคคีในการร่วมมือปฏบิ ัติงานกลุม่ และนำมาปรับ
ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ความรู้สึก ความคดิ ตอ่ ดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชื่นชมและนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตวั ช้ีวัด
ศ ๓.๑ ม.๒/๑ ศ ๓.๑ ม.๒/๓ ศ ๓.๑ ม.๒/๔ ศ ๓.๑ ม.๒/๕
ศ ๓.๒ ม.๒/๑
รวม ๕ ตัวช้วี ดั
๖
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวิชา นาฏศลิ ป์๑ รหสั วิชา ศ ๒๒๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง/ ๐.๕ หน่วยกติ
หน่วยท่ี ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ช่ัวโมง)
การเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
๑ การละครและนาฏศิลป์ไทยเบอ้ื งต้น ๔
๑.๑ ลกั ษณะละครตะวนั ตก : ละครอินเดยี ละครญปี่ นุ่ ศ ๓.๒ ม.๒/๓ ๒
ละครจนี ละครอนิ โดนเี ซีย ละครเขมร ละครพม่า ศ ๓.๑ ม.๒/๕
๑.๒ นาฏศลิ ปไ์ ทยเบ้ืองตน้ ศ ๓.๒ ม.๒/๒ ๒
๒ นาฏยศัพท์ ศ ๓.๑ ม.๒/๒ ๘
๒.๑ เข้าใจสุนทรยี ะของการแสดงนาฏศลิ ป์ตามหลักการ ศ ๓.๑ ม.๒/๔ ๑
ใช้ภาษาท่า ศ ๓.๑ ม.๒/๔
๒.๒ สร้างสรรคก์ ารแสดงโดยใชอ้ งค์ประกอบ ศ ๓.๑ ม.๒/๒ ๑
นาฏศิลป์ได้ถูกต้อง ศ ๓.๒ ม.๒/๑
๒.๓ หลักการประดิษฐ์ทา่ รำและท่าทางประกอบการ ๒
แสดง ศ ๓.๑ ม.๒/๓
๒.๔ ภาษาทา่ รำท่ีใชใ้ นการรำวงมาตรฐาน ๒
๒.๕ ภาษาทา่ หรอื ภาษาท่ารำทมี่ าจากธรรมชาติ ศ ๓.๑ ม.๒/๕ ๒
๓ การแสดงนาฏศลิ ป์ไทยและนาฏศิลปพ์ ื้นเมือง ๖
๓.๑ ปฏบิ ตั กิ ารแสดงนาฏศลิ ป์ไทย : รำอธิษฐาน รำสีนวล ๑
๓.๒ ปฏิบัติการแสดงรำวงมาตรฐาน : เพลงคืนเดอื นหงาย ๑
เพลงดอกไม้ของชาติ
๓.๓ อธิบายลักษณะการแสดงและปฏิบตั ิการแสดง ๒
พืน้ บ้าน : ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอสี าน ภาคใต้
๑
สอบกลางภาค ๑
สอบปลายภาค ๒๐
รวม
๗
รายวชิ า นาฏศิลป์๒ รหัสวชิ า ศ ๒๒๑๐๒ กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง/ ๐.๕ หนว่ ยกติ
หนว่ ยที่ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน เวลา (ชั่วโมง)
การเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
๔ วิเคราะห์และเปรยี บเทียบงานนาฏศิลป์ไทย ๑๐
๔.๑ วิเคราะห์และเปรียบเทียบนาฏศลิ ป์ไทย : ประเภทรำ ศ ๓.๑ ม.๒/๓ ๒
ประเภทระบำ ละคร ศ ๓.๑ ม.๒/๔
๔.๒ ทักษะพื้นฐานในการแสดงละครรำและละครท่ีไมใ่ ช้ ๒
ทา่ รำ ศ ๓.๑ ม.๒/๑
๔.๓ ทักษะในการพัฒนารูปแบบการแสดงละคร ๓
๔.๔ การเลอื กบทละคร ศ ๓.๑ ม.๒/๕ ๓
๕ ความสมั พนั ธข์ องนาฏศิลป์ประวตั ิศาสตร์และ ศ ๓.๒ ม.๒/๑ ๘
วัฒนธรรมท่ีเป็นภมู ิปัญญาไทย
๕.๑ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างนาฏศลิ ป์กบั วิชาอืน่ ๆ ๒
๕.๒ ความสัมพันธ์ระหวา่ งนาฏศลิ ปก์ ับประเพณี ๓
วฒั นธรรม
๕.๓ ความสมั พันธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงตา่ งๆ ๓
๑
สอบกลางภาค ๑
สอบปลายภาค ๒๐
รวม
๘
๙
สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ แผนการจดั การเรยี นรู้ รหสั วชิ า ศ ๒๒๑๐๒
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ รายวชิ า นาฏศิลป์๑ ๐.๕ หนว่ ยกติ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒ ช่ัวโมง
ผู้สอน นางสาวศุภลกั ษณ์ บญุ สงค์ เรอ่ื ง ลกั ษณะละครตะวันตก
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
เหน็ คณุ คา่ ของนาฏศลิ ป์ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
ตวั ชีว้ ัด ศ ๓.๒ ม.๒/๓ อธิบายอิทธิพลของวฒั นธรรมทมี่ ผี ลต่อเนือ้ หาของละคร
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ตู่ ัวชว้ี ัด
๒.๑ ด้านความรู้ (K)
๒.๑.๑ อธิบายอิทธพิ ลของวัฒนธรรมท่ีมผี ลต่อเนอ้ื หาของละครได้
๒.๒ ดา้ นทักษะ (P)
๒.๑.๒ นำเสนออทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมท่ีมีผลตอ่ เนอ้ื หาของละครได้
๒.๓ ด้านคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ (A)
๒.๑.๓ เห็นคณุ ค่าอทิ ธิพลของวฒั นธรรมที่มผี ลต่อเนื้อหาของละคร
๓. สาระสำคัญ
นาฏศิลป์เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างการฟ้อนรำ การดนตรี และการขับร้อง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก
วัฒนธรรมอินเดียในเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้า และตำนานการฟ้อนรำ นาฏศิลป์ไทยแบ่งออกเป็น รำและระบำ โขน
ละคร และการแสดงพื้นเมือง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่ควรรักษาไว้ให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย
สบื ไป
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K) ละครตะวันตก คือ ละครอินเดีย ละครญี่ปุ่น ละครจีน ละครอินโดนีเซีย ละครเขมร ละครพม่า
และประเภทของละครไทย
๑๐
ทักษะ (P) – สามารถอธิบายประวตั คิ วามเปน็ มาของนาฏศิลปไ์ ทย
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั มุ่งมนั่ การทำงาน มุ่งมัน่ ตั้งใจตอ่ การเรยี นรู้ รักความเปน็ ไทย
๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. สาระการเรียนรู้สูก่ ารบรู ณาการ
๖.๑ การบูรณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลกั การความพอเพียง
- ความพอประมาณ คอื รู้จักใชส้ อย วัสดุ อปุ กรณ์ต่างๆ อยา่ งร้คู ณุ คา่ ตามทตี่ นเองมไี ม่เบยี ดเบยี นผูอ้ นื่
- ความมีเหตุผล คือ การคิดอย่างมีเหตุผลในการจัดการแสดง การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ อย่างเหมาะสม
และเกิดประโยชน์สูงสุด
- การมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตัวท่ีดี คอื มคี วามคดิ สร้างสรรค์เป็นของตนเองอย่างน่าภาคภูมิใจ และมีทัศนคติท่ีดีต่อ
นาฏศลิ ปไ์ ทย ไมว่ า่ ผลท่ตี อบกลบั มาเกีย่ วกบั การแสดงจะเปน็ แง่บวกหรอื แง่ลบกต็ ามก็เตรยี มตวั รับสถานการณไ์ ด้ดี
๒. เงือ่ นไขความพอเพียง
- ความรู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง คือ การไดเ้ รียนรูด้ ้วยตนเองจากสถานการณจ์ ริง เกิดเป็นความรู้อยา่ งย่ังยืน
- คณุ ธรรม การแบ่งปัน ช่วยเหลือ คอื มีการสอดแทรกหลักธรรมต่างๆ เข้าไปในผลงาน/ชิ้นงานของตนเอง
ได้ คนที่เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของไทยในหัวใจก็จะมีจิตใจที่ดีงามอยู่ แล้วเมื่อมีจิตใจดีสิ่งดีๆก็จะตามมา
มากมาย รวมถึงการแบ่งปันสิ่งของการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน และกันมีความอดทนพยายามทำงานงานที่ได้รับ
มอบหมายให้ลลุ ว่ งมีความเพยี รมีสติปญั ญาในการทำงาน
๖.๒ การบูรณาการกบั กล่มุ สาระการเรียนรอู้ ่นื
- กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย คอื การพูดอภิปรายแสดงความคิดเหน็ และการเขียนแสดงทัศนะ
- กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม คอื การทำงานร่วมกันเปน็ กล่มุ ดว้ ยความสามคั คี
- กลมุ่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี คือ การค้นควา้ ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ คอื คำศัพทภ์ าษาอังกฤษที่เกยี่ วขอ้ งกบั นาฏศิลป์ ประเทศอาเซียน
๑๑
- กลุม่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศึกษา คอื อารมณค์ วามรู้สกึ อารมณต์ า่ งๆทีแ่ สดงออกมากบั การแสดง
- กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คือ การสำรวจการละเล่นในท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับธรรมชาติอย่างไร การ
อธบิ ายลักษณะของธรรมชาตริ อบตัวและกระบวนการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบ
๗. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
- แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น เรอ่ื งการละครตะวันตก
๘. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
๘.๑ สอ่ื การเรียนรู้
- วดี ทิ ศั นป์ ระกอบการเรยี นการสอน
- หนงั สือ ดนตรี-นาฏศิลป์ ม.๒
- สอื่ การเรียนการสอนประกอบนำเสนอ PowerPoint
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรียน
๘.๒ แหล่งเรยี นรู้
- ครูผ้สู อน
๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
รูปแบบการจดั การเรยี นการสอน : ๕ steps GOCQF
(ชัว่ โมงท่ี ๑)
ขนั้ ที่ ๑ ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียนทักทาย (Greeting)
๑. นักเรยี นและครทู กั ทางผ่านแอพ Teams
๒. นักเรียนและครรู ่วมสนทนากันว่าเราละครไทยทน่ี กั เรยี นรูจ้ ักมีอะไรบ้าง
๓. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นโดยการเล่นเกม vonder go
ขน้ั ท่ี ๒ ขนั้ สอนออนไลนใ์ หค้ วามรู้ (Online Learning)
๓. ครูอธิบายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของนาฏศิลป์ ให้นักเรียนฟังจนทุกคนเข้าใจ โดยใส่สื่อการสอน
PowerPoint เรื่อง การละครตะวันออก และใช้สื่อวิดิทัศนก์ ารแสดงประกอบไปด้วย แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดง
ความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถาม ดังนี้
- ละครมีความเกย่ี วข้องกับมนุษย์มาช้านาน ส่วนใหญก่ ารละครของแตล่ ะชาติมักจะมาจากการบวงสรวงบูชา
เทพเจา้ และเฉลิมพระเกยี รตพิ ระมหากษตั รยิ ์
- นาฏศลิ ปไ์ ทยไดร้ ับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากชาตใิ ด (อินเดยี )
๑๒
- คัมภรี ใ์ ดทมี่ อี ิทธพิ ลตอ่ แบบแผนการสืบสานและถ่ายทอดนาฏศิลป์ ไทย (คมั ภรี ์นาฏยศาสตร)์
ข้นั ท่ี ๓ ขัน้ ตรวจสอบผลการเรยี นรู้ (Checking)
๔. ครูทบทวนความรู้
๕. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน พร้อมกับกำหนดเวลาส่ง
ข้ันท่ี ๔ ขัน้ ตอบขอ้ ซักถามสะท้อนผลการเรียนรู้ (Q&A Meeting)
๖. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนถามข้อสงสยั เก่ยี วกับการละครตะวันตก
๗. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรเู้ ก่ยี วกบั ประวตั ิทีม่ าของนาฏศลิ ป์ไทยและการละครตะวันตก
ขัน้ ที่ ๕ ขน้ั ตดิ ตามประเมนิ ผล (Following Up)
๘. ให้นักเรียนทบทวนความรู้ ทำใบงาน และทำแบบทดสอบหลังเรยี น ในรูปแบบ Google from
๑๓
๑๐. การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธวี ัด เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
๑. อธิบายอทิ ธิพลของ
วัฒนธรรมทม่ี ีผลต่อเนอื้ หา ตรวจ แบบทดสอบจาก ตอบถูก ๔ - ๕ ข้อ ระดับพอใช้ขึน้ ไป
ของละครได้ แบบทดสอบ
เกมตอบคำถาม ถือว่า ดมี าก ถือว่า ผ่าน
๒. นำเสนออิทธพิ ลของ ตรวจ
วฒั นธรรมท่ีมผี ลต่อเนอ้ื หา แบบทดสอบ ตอบถูก ๒ - ๓ ขอ้
ของละครได้
สังเกต ถือว่า ดี
๓. เห็นคณุ ค่าอิทธิพลของ พฤติกรรมของ
วฒั นธรรมท่มี ผี ลต่อเนื้อหา นักเรยี นในการ ตอบถูก ๑ - ๒ ขอ้
ของละคร ทำกจิ กรรม
ถอื วา่ พอใช้
ตอบถูก ตำ่ วา่ ๑ ขอ้
ควรปรับปรงุ
แบบทดสอบจาก ตอบถกู ๔ - ๕ ขอ้ ระดับพอใชข้ ้ึนไป
เกมตอบคำถาม ถือว่า ดีมาก ถือวา่ ผา่ น
ตอบถูก ๒ - ๓ ขอ้
ถือว่า ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
ถอื วา่ พอใช้
ตอบถูก ต่ำว่า ๑ ขอ้
ควรปรับปรุง
แบบสังเกต คะแนน ๑๑-๑๒ ดีมาก ระดับปานกลาง
พฤติกรรมของ คะแนน ๙-๑๐ ระดับ ดี ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน
นกั เรียนในการทำ คะแนน ๗-๘ ระดบั
กิจกรรม พอใช้
คะแนน ต่ำกว่า ๗ ระดบั
ควรปรบั ปรงุ
๑๔
แบบประเมนิ กิจกรรมรายบลุ คล
ชื่อ.............................................................นามสกลุ ................................ช้ัน....................เลขที.่ ......................
คำชี้แจง ใหท้ ำเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการประเมนิ ตามคณุ ภาพการปฏิบตั ิงานของนกั เรียน
รายการการประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ตั งิ าน รวม
๑. เน้อื หาครบถ้วน ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๒. ส่งงานภายในเวลาทกี่ ำหนด
๓. ความสวยงาม
ลงช่อื ...................................ผปู้ ระเมนิ
()
//
๑๕
การประเมินชิน้ งานรายบุคคล
รายการการประเมิน เกณฑ์คณุ ภาพ
๑. เนอื้ หาครบถ้วน
ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
เนือ้ หาถูกต้อง เนอ้ื หาผดิ ไม่เกนิ ๓ เนือ้ หาผดิ ไม่เกนิ เนื้อหาผดิ มากกว่า
ครบถว้ น ขอ้ ๔ ข้อ ๕ ข้อ
ข้นึ ไป
๒. ส่งงานภายในเวลาท่กี ำหนด สง่ งานภายในเวลา สง่ งานล่าชา้ ๑ วัน สง่ งานล่าช้า ส่งงานล่าชา้ ๓ วัน
ขน้ึ ไป
ที่กำหนด ๒ วนั
๓. ความสวยงาม ช้ินงานมคี วาม ชิน้ งานมีความ ช้ินงานไมม่ ีความ ชนิ้ งานไมม่ ีความ
เรยี บรอ้ ย อ่านง่าย เรยี บร้อย แตอ่ ่าน เรยี บรอ้ ยและ เรียบร้อยและ
สวยงาม ยาก อา่ นยาก ตวั หนงั สอื อ่านไม่
ออก
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ ๑๒
ระดบั ๔ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ดมี าก คะแนน ๑๑ - ๑๒ หมายถึง ดีมาก
ระดบั ๓ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ดี คะแนน ๙ - ๑๐ หมายถงึ ดี
ระดบั ๒ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั พอใช้ คะแนน ๗ - ๘ หมายถงึ พอใช้
ระดับ ๑ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ ปรบั ปรงุ คะแนน ตำ่ กว่า ๗ หมายถึง ควรปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ๗ คะแนน
๑๖
แบบบันทกึ การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล
คำชแี้ จง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องรายการประเมนิ ตามคณุ ภาพการปฏบิ ัติงานของนักเรียน
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ที่ ช่อื - สกลุ ความสนใจ การมีสว่ น การตอบ การยอมรับ ทำงานตามท่ี
ในการทำ รว่ มในการ คำถาม ฟงั ความ ได้รบั มอบหมาย
กจิ กรรม แสดงความ คิดเห็นผอู้ ่นื รวม
คิดเหน็
๓๒ ๑๓๒ ๑ ๓๒๑๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเตม็ ๑๕ คะแนน
คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถงึ ดี
ระดับ ๓ หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง พอใช้
คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรบั ปรงุ
ระดับ ๒ หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดบั ปานกลาง
ลงชอื่ ...................................ผปู้ ระเมนิ
ระดับ ๑ หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับ ปรบั ปรงุ ()
เกณฑ์การผ่าน ๙ คะแนน //
๑๗
๑๑. กิจกรรมเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
๑๒. บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นักเรยี นทัง้ หมดจำนวน......................คน
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ น จำนวนนักเรยี นท่ไี ม่ผา่ น
จุดประสงค์การเรียนรู้ จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ
๑
๒
๓
๑๓. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. .......................................................
๑๔. ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงชือ่ ……….....…….……………………......
()
ตำแหนง่ ครู
๑๘
ลงช่อื ……………......……………………......
()
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ลงช่ือ……………......……………………......
()
รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
ความคิดเห็นของหวั หน้าสถานศกึ ษา
ไดร้ บั การตรวจแผนการเรียนรู้ของ.........................................................................................แลว้ มีความคิดเหน็ ดังน้ี
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
๒. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยังไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
๓. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ……………......……………………......
()
ผู้อำนวยการโรงเรียน......................................
๑๙
แบบทดสอบหลังเรียน
คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคําตอบที่ถกู ต้องเพียงขอ้ เดียว
๑. ใครคือผูจ้ ดบันทึกคมั ภีร์นาฏยศาสตร์
ก. พระพริ าพ ข. พระภรตมุนี ค. พระวศิ นกุ รรม ง. พระนารายณ์
๒. มูลเหตุของการเกดิ นาฏศลิ ปไ์ ทยคอื ข้อใด
ก. การเลียนแบบธรรมชาติ
ข. ความเชอ่ื และการรา่ ยรำบูชาเทพเจา้
ค. รับอิทธิพลมาจากอินเดีย
ง. ถกู ทกุ ขอ้
๓. พระอศิ วรลงมารา่ ยรำครง้ั แรกในโลก ณ เมอื งใด
ก. มมุ ไบ ข. มัทราส ค. เดลี ง. ศรีนคร
๔.นาฏศิลป์ไทยมีการแก้ไขปรับปรงุ หรอื ประดิษฐ์ข้ึนใหม่ในสมัยใด
ก. อยธุ ยา ข. รตั นโกสนิ ทร์ ค. ธนบรุ ี ง. สุโขทยั
๕. รำไทยทด่ี ดั แปลงมาจากอินเดยี ในครั้งแรกจงึ เป็นความคดิ ของนกั ปราชญ์ ในสมยั ใด
ก. สุโขทยั ข. อยุธยา ค. รตั นโกสินทร์ ง. ธนบรุ ี
๖. ผสู้ รา้ งตาํ รานาฏยเวทของอินเดยี คอื ใคร
ก. พระศวิ ะ ข. พระพรหม ค. พระนารายณ์ ง. พระวษิ ณกุ รรม
๗. ตามตำนานท่วี า่ พระศวิ ะทรงฟอ้ นรำท้งั สนิ้ ก่ีท่า
๒๐
ก. ๑๐๖ ข. ๑๐๗ ค. ๑๐๘ ง. ๑๐๙
๘. นาฏศิลปไ์ ทยมลี ักษณะอยา่ งไร
ก. ขงึ ขงั ข. อ่อนช้อย ค. รวดเรว็ ง. แข็งกระดา้ ง
๙. ตำราฟอ้ นรำ มีช่อื เรยี กวา่ อย่างไร
ก.ตำรานาฏยศพั ท์ ข. ตำรานาฏยศิลป์ ค. ตำรานาฏยศาสตร์ ง. ตำรานาฏยการฟอ้ นรำ
๑๐. ใครคอื บรมครูแห่งการฟ้อนรำ
ก. พระศวิ ะ ข. พระพรหม ค. พระนารายณ์ ง. พระวิษณุกรรม
๒๑
สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวชิ า ศ ๒๒๑๐๒
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ รายวิชา นาฏศิลป์๑ ๐.๕ หน่วยกติ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๒ ชว่ั โมง
ผูส้ อน นางสาวศุภลกั ษณ์ บญุ สงค์ เรอื่ ง นาฏศิลปไ์ ทยเบอ้ื งตน้
๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้ ศ ๓.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์
คุณคา่ นาฏศิลป์ ถา่ ยทอด ความรสู้ ึก ความคิดอยา่ งอสิ ระ และประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
มาตรฐานการเรียนรู้ ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
เห็นคณุ คา่ ของนาฏศิลป์ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล
ตัวช้ีวดั ศ ๓.๑ ม.๒/๕ เชื่อมโยงการเรียนรูร้ ะหว่างนาฏศิลป์และการละครกับสาระการเรยี นรอู้ ื่นๆ
ตวั ชว้ี ัด ศ ๓.๒ ม.๒/๒ ระบุหรือแสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศิลป์พน้ื บา้ น ละครไทย ละครพ้นื บา้ นหรือมหรสพอื่น
ที่เคยนิยมกันในอดีต
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ตู่ ัวชวี้ ัด
๒.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๒.๑.๑ อธิบายการเชื่อมโยงการเรยี นรรู้ ะหวา่ งนาฏศิลปแ์ ละการละครกับสาระการเรียนร้อู ืน่ ๆได้
๒.๑.๒ วิเคราะห์การแสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย ละครพื้นบ้านหรือมหรสพอื่น ที่เคยนิยม
กันในอดีตได้
๒.๒ ด้านทกั ษะ (P)
๒.๒.๑ แสดงความคิดเหน็ การเรียนรรู้ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์และการละครกับสาระการเรยี นร้อู ่นื ๆได้
๒.๒.๒ ระบุหรือการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบา้ น ละครไทย ละครพื้นบ้านหรอื มหรสพอื่น ที่เคยนิยม
กันในอดีตได้
๒.๓ ดา้ นคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ (A)
๒.๓.๑ เหน็ คุณค่าการเชอื่ มโยงการเรียนรู้ระหวา่ งนาฏศิลปแ์ ละการละครกบั สาระการเรียนรอู้ ่นื ๆ
๒๒
๒.๓.๒ เห็นคุณค่าการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย ละครพื้นบ้านหรือมหรสพอื่น ที่เคย
นยิ มกนั ในอดตี
๓. สาระสำคญั
ละครเป็นศิลปะการแสดงทีเ่ ป็นเรื่องราวมมี าต้ังแต่สมยั โบราณ แล่งเป้นประเภทใหญ่ๆ ได้ ๒ ประเภท คือ
ละครรำและละครทีไ่ ม่ใชล่ ะครรำ ซง่ึ ละครแตล่ ะประเภทมลี กั ษณะการแสดงท่ีเปน็ เอกลกั ษณข์ องตนเอง
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K) ประวตั ิทม่ี าของละครไทย และลักษณะของละครไทย
ทกั ษะ (P) สามารถอธบิ ายประวตั ิท่ีมาของละครไทยและลักษณะของละครไทยได้
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน มีความรบั ผิดชอบ รกั ความเปน็ ไทย
๕. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖. สาระการเรียนรสู้ กู่ ารบรู ณาการ
๖.๑ การบรู ณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑. หลักการความพอเพยี ง
- ความพอประมาณ คอื รู้จักใชส้ อย วสั ดุ อปุ กรณต์ ่างๆ อยา่ งรู้คณุ คา่ ตามท่ีตนเองมไี ม่เบียดเบยี นผอู้ นื่
- ความมีเหตุผล คือ การคิดอย่างมีเหตุผลในการจัดการแสดง การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ อย่างเหมาะสม
และเกิดประโยชน์สูงสดุ
- การมภี มู คิ มุ้ กนั ในตัวท่ีดี คือ มีความคดิ สรา้ งสรรคเ์ ป็นของตนเองอยา่ งน่าภาคภูมิใจ และมีทัศนคติท่ีดีต่อ
นาฏศลิ ป์ไทย ไม่ว่าผลทต่ี อบกลบั มาเกยี่ วกบั การแสดงจะเป็นแงบ่ วกหรือแงล่ บกต็ ามก็เตรยี มตวั รบั สถานการณไ์ ด้ดี
๒. เงือ่ นไขความพอเพยี ง
- ความรู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง คือ การไดเ้ รียนร้ดู ว้ ยตนเองจากสถานการณจ์ ริง เกิดเป็นความรู้อย่างย่งั ยนื
๒๓
- คณุ ธรรม การแบง่ ปนั ช่วยเหลอื คือ มีการสอดแทรกหลักธรรมต่างๆ เขา้ ไปในผลงาน/ชิ้นงานของตนเอง
ได้ คนที่เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของไทยในหัวใจก็จะมีจิตใจที่ดีงามอยู่ แล้วเมื่อมีจิตใจดีสิ่งดีๆก็จะตามมา
มากมาย รวมถึงการแบ่งปันสิ่งของการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน และกันมีความอดทนพยายามทำงานงานที่ได้รับ
มอบหมายใหล้ ลุ ่วงมคี วามเพยี รมสี ติปญั ญาในการทำงาน
๖.๒ การบรู ณาการกับกลมุ่ สาระการเรยี นรูอ้ นื่
- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยคือการพูดอภิปรายแสดงความคิดเห็นการเขียนแสดงทัศนะวรรณคดี
วรรณกรรมและการแต่งคำประพันธ์
- กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม คือการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มด้วยความสามัคคี
ประวตั คิ วามเปน็ มาของการแสดงนาฏศิลป์แต่ละชุดหนา้ ที่พลเมืองและวฒั นธรรม เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์
- กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี คอื การค้นคว้าขอ้ มลู จากอนิ เทอร์เนต็ การออกแบบเสอ้ื ผ้า
เคร่ืองแตง่ กายและประดษิ ฐอ์ ปุ กรณป์ ระกอบฉาก
- กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ คือคำศัพทภ์ าษาองั กฤษทเ่ี ก่ียวข้องกับนาฏศิลป์ประเทศอาเซยี น
- กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา คืออารมณ์และความรู้สึกอารมณ์ต่างๆ ที่แสดงออกมากับการ
แสดงและการเคลอื่ นไหวร่างกาย
- กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คือการสำรวจการละเล่นในท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ การอธิบาย
ลักษณะของธรรมชาติรอบตัวและกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ และแสง สี เสยี ง ประกอบการแสดง
๗. ช้ินงานหรือภาระงาน
- แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เร่อื งนาฏศลิ ป์ไทยเบอ้ื งต้น
๘. ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
๘.๑ ส่อื การเรยี นรู้
- วีดทิ ัศนป์ ระกอบการเรยี นการสอน
- หนังสอื ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ม.๒
- สอ่ื การเรยี นการสอนประกอบนำเสนอ PowerPoint
- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรียน
๘.๒ แหล่งเรยี นรู้
- ครผู สู้ อน
๙. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการจัดการเรยี นการสอน : ๕ steps GOCQF
๒๔
(ชว่ั โมงท่ี ๑)
ขั้นท่ี ๑ ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียนทกั ทาย (Greeting)
๑. นกั เรยี นและครทู กั ทางผา่ นแอพ Teams
๒. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ยี วกบั ประสบการณ์เร่อื งนาฏศลิ ปไ์ ทยจากประสบการณ์แลกเปล่ียนความคดิ เห็น
๓. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรยี น
ข้ันท่ี ๒ ขัน้ สอนออนไลน์ให้ความรู้ (Online Learning)
๓. ครใู ห้ความรูเ้ รือ่ งละคร
๔. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 4-5 คนจับฉลากตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้
ละครโนรา - ชาตรี ละครนอก ละครใน
ละครดกึ ดำบรรพ์ ละครพนั ทาง ละครเสภา
เพอ่ื ศึกษาคน้ ควา้ ความรู้เร่อื งละครจากแบบเรียนเอกสารผรู้ อู้ นิ เทอรเ์ น็ต ฯลฯ โดยมีครูคอยใหค้ ำแนะนำ
๕. ครูคอยสงั เกตขณะนักเรียนปฏิบัติงาน และเสนอแนะ เพือ่ แกไ้ ขข้อบกพร่องดงั ต่อไปนี้
- การวางแผนการทำงาน
- ปฏิบตั งิ านตามแผน
- ประเมินผลการทำงานของกลุ่ม
นกั เรียนรว่ มกนั ประเมนิ ผลการทำงานเป็นกลมุ่ แลว้ รายงานผลต่อไปนี้
- การวางแผนการทำงานเปน็ อยา่ งไร
- ทำงานตามข้นั ตอนหรือไม่
- ทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่ืนได้หรือไม่มปี ญั หาอย่างไร
- ลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงานเปน็ อยา่ งไร
- ผลงานเป็นอยา่ งไรควรปรบั ปรุงแกไ้ ขอยา่ งไร
๖. นกั เรียนออกมานำเสนอผลงานกลมุ่
ขั้นที่ ๓ ขน้ั ตรวจสอบผลการเรยี นรู้ (Checking)
๗. ครูทบทวนความรู้
๘. ครมู อบหมายงานให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น พร้อมกบั กำหนดเวลาสง่
ขั้นท่ี ๔ ข้ันตอบข้อซกั ถามสะทอ้ นผลการเรยี นรู้ (Q&A Meeting)
๙. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนถามข้อสงสยั เกยี่ วกับนาฏศิลป์ไทยเบอื้ งตน้
๒๕
๑๐. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปประเด็นสำคัญเรื่อง ละครรำ เพื่อให้เข้าใจร่วมกัน ครูสังเกตสมรรถนะของ
นักเรยี นและสังเกตคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์นักเรยี นทำกจิ กรรมหรือใบงานตามท่คี รูแนะนำ
ขน้ั ท่ี ๕ ขน้ั ตดิ ตามประเมนิ ผล (Following Up)
๑๑. ให้นกั เรียนทบทวนความรู้ และทำกจิ กรรมตามทค่ี รูแนะนำ
(ชัว่ โมงที่ ๒)
ขนั้ ที่ ๑ ข้ันนำเข้าส่บู ทเรยี นทักทาย (Greeting)
๑๒. นักเรียนและครูทกั ทางผ่านแอพ Teams
๑๓. ครูทบทวนเรือ่ งละครรำ
ขน้ั ท่ี ๒ ขน้ั สอนออนไลนใ์ ห้ความรู้ (Online Learning)
๑๔. ครูใหค้ วามรเู้ ร่อื งละครทไี่ ม่ใชล่ ะคร
๑๕. ครูให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๔-๕ คน จับฉลากตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
ละครร้อง ละครสงั คตี ละครพดู
เพื่อศึกษาค้นคว้าความรู้เรื่องละครทีไ่ ม่ใช่ละครรำจากแบบเรียนเอกสารผู้รู้อินเทอร์เน็ต ฯลฯ โดยมีครูคอยให้
คำแนะนำ
๑๖. ครคู อยสงั เกตขณะนกั เรยี นปฏิบตั งิ านและเสนอแนะเพื่อแก้ไขขอ้ บกพร่องดังต่อไปนี้
- การวางแผนการทำงาน
- ปฏบิ ัติงานตามแผน
- ประเมนิ ผลการทำงานของกลุม่
นกั เรียนร่วมกันประเมนิ ผลการทำงานเปน็ กลุม่ แลว้ รายงานผลตอ่ ไปนี้
- การวางแผนการทำงานเปน็ อยา่ งไร
- ทำงานตามขัน้ ตอนหรอื ไม่
- ทำงานรว่ มกบั ผู้อืน่ ได้หรือไมม่ ปี ญั หาอย่างไร
- ลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงานเป็นอยา่ งไร
- ผลงานเป็นอยา่ งไรควรปรับปรงุ แกไ้ ขอย่างไร
๑๗. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานกลุม่
ขัน้ ท่ี ๓ ขน้ั ตรวจสอบผลการเรียนรู้ (Checking)
๑๘. ครูทบทวนความรู้
๒๖
๑๙. ครมู อบหมายงานให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น พรอ้ มกบั กำหนดเวลาสง่
ขน้ั ที่ ๔ ข้ันตอบขอ้ ซักถามสะทอ้ นผลการเรียนรู้ (Q&A Meeting)
๒๐. ครูแนะนำเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั ผลงานที่นกั เรยี นนำเสนอ
๒๑. ครูและนักเรยี นช่วยกันสรุปประเดน็ สำคญั เร่ืองละครทีไ่ ม่ใชล่ ะครรำเพ่อื ใหเ้ ข้าใจร่วมกันครสู งั เกต
สมรรถนะของนักเรยี นและสังเกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ขน้ั ท่ี ๕ ขน้ั ตดิ ตามประเมินผล (Following Up)
๒๒. ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน /หลังเรียน
๒๓. ครูเฉลยและบอกคะแนน
๑๐. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
แบบทดสอบจาก ระดับพอใชข้ ้นึ ไป
๑. อธิบายการเชื่อมโยงการ ตรวจ เกมตอบคำถาม ตอบถูก ๔ - ๕ ข้อ ถอื ว่า ผ่าน
เรยี นรรู้ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์และ แบบทดสอบ ถือว่า ดีมาก
การละครกบั สาระการเรียนรู้ แบบทดสอบจาก ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ ระดบั พอใชข้ ึน้ ไป
อื่นๆได้ เกมตอบคำถาม ถือวา่ ดี ถือว่า ผ่าน
ตอบถูก ๑ - ๒ ขอ้
๒. วิเคราะห์การแสดง ตรวจ ถอื ว่าพอใช้
นาฏศิลป์ นาฏศิลปพ์ นื้ บา้ น แบบทดสอบ ตอบถูก ต่ำวา่ ๑ ขอ้
ละครไทย ละครพื้นบ้านหรือ ควรปรับปรงุ
มหรสพอ่นื ทเ่ี คยนยิ มกนั ใน ตอบถูก ๔ - ๕ ข้อ
อดตี ได้ ถอื ว่า ดีมาก
ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ
ถือวา่ ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ขอ้
ถือว่าพอใช้
ตอบถูก ตำ่ ว่า ๑ ข้อ
ควรปรบั ปรงุ
๒๗
๓. แสดงความคดิ เห็นการ ตรวจ แบบทดสอบจาก ตอบถกู ๔ - ๕ ขอ้ ระดับพอใช้ข้นึ ไป
เรยี นรูร้ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์และ แบบทดสอบ ถอื ว่า ผา่ น
การละครกับสาระการเรียนรู้ เกมตอบคำถาม ถือว่า ดมี าก
อืน่ ๆได้ ตรวจ ระดบั ปานกลาง
แบบทดสอบ ตอบถูก ๒ - ๓ ขอ้ ขน้ึ ไป ถือว่า ผา่ น
๔. ระบหุ รอื การแสดง
นาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ ืน้ บา้ น สงั เกต ถือวา่ ดี ระดับปานกลาง
ละครไทย ละครพ้ืนบ้านหรือ พฤติกรรมของ ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
มหรสพอน่ื ทเี่ คยนิยมกันใน นักเรยี นในการ ตอบถูก ๑ - ๒ ขอ้
อดีตได้ ทำกิจกรรม ระดบั ปานกลาง
ถือวา่ พอใช้ ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น
๕. เหน็ คุณคา่ การเชอ่ื มโยง สังเกต
การเรียนรรู้ ะหว่างนาฏศิลป์ พฤติกรรมของ ตอบถูก ตำ่ ว่า ๑ ขอ้
และการละครกับสาระการ นกั เรียนในการ
เรียนรอู้ ่ืนๆ ทำกจิ กรรม ควรปรับปรงุ
๖. เหน็ คุณคา่ การแสดง แบบทดสอบจาก ตอบถูก ๔ - ๕ ขอ้
นาฏศิลป์ นาฏศิลป์พนื้ บา้ น
ละครไทย ละครพ้ืนบา้ นหรือ เกมตอบคำถาม ถอื วา่ ดมี าก
มหรสพอนื่ ทเ่ี คยนยิ มกันใน
อดีต ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ
ถอื ว่า ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ขอ้
ถอื วา่ พอใช้
ตอบถูก ตำ่ วา่ ๑ ข้อ
ควรปรบั ปรุง
แบบสงั เกต ตอบถูก ๔ - ๕ ขอ้
พฤติกรรมของ ถือวา่ ดีมาก
นักเรยี นในการทำ ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ
กจิ กรรม ถือว่า ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
ถือวา่ พอใช้
ตอบถูก ต่ำวา่ ๑ ขอ้
ควรปรับปรงุ
แบบสงั เกต คะแนน ๑๑-๑๒ ดมี าก
พฤติกรรมของ คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดี
นกั เรียนในการทำ คะแนน ๗-๘ ระดบั
กิจกรรม พอใช้
๒๘
คะแนน ต่ำกวา่ ๗ ระดับ
ควรปรับปรุง
๒๙
แบบประเมนิ กิจกรรมรายบลุ คล
ชื่อ.............................................................นามสกลุ ................................ช้ัน....................เลขที.่ ......................
คำชี้แจง ใหท้ ำเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการประเมนิ ตามคณุ ภาพการปฏิบตั ิงานของนกั เรียน
รายการการประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ตั งิ าน รวม
๑. เน้อื หาครบถ้วน ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๒. ส่งงานภายในเวลาทกี่ ำหนด
๓. ความสวยงาม
ลงช่อื ...................................ผปู้ ระเมนิ
()
//
๓๐
การประเมินชิน้ งานรายบุคคล
รายการการประเมิน ดมี าก (๔) เกณฑ์คณุ ภาพ ปรับปรุง (๑)
๑. เนอื้ หาครบถ้วน
เน้ือหาถูกตอ้ ง ดี (๓) พอใช้ (๒) เนื้อหาผดิ มากกว่า
ครบถว้ น เนอ้ื หาผดิ ไม่เกนิ ๓ เนือ้ หาผดิ ไม่เกนิ ๕ ข้อ
ขอ้ ๔ ขอ้ ข้นึ ไป
๒. ส่งงานภายในเวลาที่กำหนด สง่ งานภายในเวลา สง่ งานล่าชา้ ๑ วัน สง่ งานล่าช้า ส่งงานล่าชา้ ๓ วัน
ขน้ึ ไป
ที่กำหนด ๒ วนั
๓. ความสวยงาม ช้ินงานมีความ ชิน้ งานมีความ ช้ินงานไมม่ ีความ ชนิ้ งานไมม่ ีความ
เรยี บรอ้ ย อ่านง่าย เรยี บร้อย แตอ่ ่าน เรยี บร้อยและ เรียบร้อยและ
สวยงาม ยาก อา่ นยาก ตวั หนงั สอื อ่านไม่
ออก
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ ๑๒
ระดบั ๔ หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ดมี าก คะแนน ๑๑ - ๑๒ หมายถึง ดีมาก
ระดบั ๓ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๙ - ๑๐ หมายถงึ ดี
ระดบั ๒ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ พอใช้ คะแนน ๗ - ๘ หมายถงึ พอใช้
ระดับ ๑ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรบั ปรงุ คะแนน ตำ่ กว่า ๗ หมายถึง ควรปรับปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ๗ คะแนน
๓๑
แบบบนั ทกึ การสังเกตและประเมินผลพฤตกิ รรมรายบุคคล
คำชี้แจง ให้ทำเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการประเมนิ ตามคุณภาพการปฏบิ ตั ิงานของนักเรียน
พฤตกิ รรม / ระดับคะแนน
ที่ ช่ือ - สกลุ ความสนใจ การมสี ่วน การตอบ การยอมรับ ทำงานตามท่ี
ในการทำ ร่วมในการ คำถาม ฟงั ความ ได้รบั มอบหมาย
กจิ กรรม แสดงความ คิดเหน็ ผอู้ ื่น รวม
คิดเห็น
๓๒ ๑๓๒ ๑ ๓๒๑๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเตม็ ๑๕ คะแนน
ระดับ ๓ หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน ๑๓ - ๑๕ หมายถงึ ดี
ระดับ ๒ หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถึง พอใช้
ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรงุ คะแนน ๕ - ๘ หมายถึง ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผ่าน ๙ คะแนน ลงชอ่ื ...................................ผปู้ ระเมนิ
()
//
๓๒
แบบประเมนิ กจิ กรรมกลุ่ม
คำชี้แจง ใหท้ ำเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการประเมินตามคณุ ภาพการปฏิบตั ิงานของนักเรยี น
รายการการประเมนิ คณุ ภาพการปฏิบตั ิงาน รวม
ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
๑ เนือ้ หาครบถ้วน
๒. ส่งงานเวลาภายในที่กำหนด
๓. มีความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย
๔. ความคิดสรา้ งสรรค์
๕. การนำเสนอ
ลงชือ่ ...................................ผปู้ ระเมนิ
()
//
สมาชิกในกลุ่ม
ชอ่ื .............................................................นามสกลุ ................................ เลขท.่ี ......................
ชอื่ .............................................................นามสกลุ ................................ เลขท.่ี ......................
ช่อื .............................................................นามสกุล................................ เลขท่ี.......................
ชอ่ื .............................................................นามสกุล................................ เลขท.่ี ......................
ช่อื .............................................................นามสกุล................................ เลขที่.......................
ชอ่ื .............................................................นามสกลุ ................................ เลขที่.......................
ชั้น......................................................
๓๓
รายการการประเมนิ ดมี าก (๔) การประเมนิ ชิน้ งานนำเสนอ ปรับปรุง (๑)
๑ เนือ้ หาครบถ้วน เน้ือหาถูกตอ้ ง เกณฑค์ ณุ ภาพ เน้อื หาผดิ มากกวา่ ๕
ครบถว้ น แหง่ ขน้ึ ไป
ดี (๓) พอใช้ (๒)
เนอ้ื หาผิดไม่เกนิ ๓ แห่ง เนอื้ หาผดิ ไม่เกิน ๕ แหง่
๒. ส่งงานเวลาภายในท่ีกำหนด สง่ งานภายในเวลา สง่ ช้ินงานภายในเวลาที่ ส่งงานช้ากว่าเดิม ๑ วนั สง่ งานชา้ กว่า ๓ วนั ขึ้น
ทก่ี ำหนดและรักษา กำหนด แต่ใช้เวลาใน ไป
เวลาในการนำเสนอ การนำเสนอมากหรือ
น้อยเกนิ ไป
๓. มีความเปน็ ระเบียบ ชิ้นงานมคี วาม ชน้ิ งานค่อนข้างมีความ ชิ้นงานไม่ค่อยมีความ ช้ินงานไมม่ ีความ
เรียบรอ้ ย ระเบียบเรียบร้อย ระเบียบเรียบรอ้ ย แต่ลบ ระเบยี บเรียบรอ้ ย ระเบยี บเรียบรอ้ ย
อ่านงา่ ย ไม่สะอาด ตวั อักษรอ่านยาก ตวั อกั ษรอา่ นไมอ่ อก
๔. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ออกแบบชิ้นงาน ออกแบบชิ้นงาน ออกแบบชิน้ งาน ไมม่ ีความคดิ
อย่างสร้างสรรค์ สร้างสรรคแ์ ต่ยังจัดไม่ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ ไม่ตกแต่ง
แบง่ ชัดเจนและ เหมาะสม ชนิ้ งาน
สวยงาม
๕. การนำเสนอ มีความพร้อมใน มคี วามพร้อมในการ นำเสนอไดช้ ดั เจนแตใ่ ช้ ไม่มีความพร้อมในการ
การนำเสนอ ใช้ นำเสนอ ใชภ้ าษา ภาษาไม่คอ่ ยเหมาะสม นำเสนอ
ภาษาได้เหมาะสม เหมาะสม
ชดั เจนตรงประเดน็
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเต็ม ๒๐
ระดับ ๔ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ดมี าก คะแนน ๒๐ - ๑๘ หมายถึง ดมี าก
ระดบั ๓ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๑๗ - ๑๕ หมายถึง ดี
ระดบั ๒ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั พอใช้ คะแนน ๑๔ - ๑๒ หมายถงึ พอใช้
ระดบั ๑ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรับปรุง คะแนน ตำ่ กว่า ๑๒ หมายถงึ ควรปรับปรุง
เกณฑก์ ารผ่าน ๑๒ คะแนน
๓๔
๑๑. กิจกรรมเสนอแนะ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
๑๒. บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นักเรยี นทัง้ หมดจำนวน......................คน
จำนวนนักเรียนทผ่ี า่ น จำนวนนักเรยี นท่ไี ม่ผา่ น
จุดประสงค์การเรียนรู้ จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ
๑
๒
๓
๑๓. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. .......................................................
๑๔. ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงชือ่ ……….....…….……………………......
()
ตำแหนง่ ครู
๓๕
ลงชอ่ื ……………......……………………......
()
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ลงชือ่ ……………......……………………......
()
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
ความคิดเห็นของหวั หน้าสถานศกึ ษา
ไดร้ บั การตรวจแผนการเรียนรู้ของ.........................................................................................แลว้ มี ความคดิ เห็นดงั น้ี
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
๒. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
๓. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ......................................
ลงชื่อ……………......……………………......
()
ผู้อำนวยการโรงเรยี น......................................
๓๖
๓๗
๓๘
๓๙
สาระการเรียนรู้ ศิลปะ แผนการจดั การเรยี นรู้ รหสั วชิ า ศ ๒๒๑๐๒
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ รายวชิ า นาฏศลิ ป๑์ ๐.๕ หน่วยกิต
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒ ชว่ั โมง
ผู้สอน นางสาวศุภลกั ษณ์ บญุ สงค์ เร่ือง นาฏยศัพทแ์ ละภาษาทา่
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
๑.๑ มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้ ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์
คุณคา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอด ความร้สู กึ ความคิดอย่างอสิ ระ และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน
ตวั ช้วี ัด ศ ๓.๑ ม.๒/๒ สร้างสรรค์การแสดงโดยใช้องคป์ ระกอบนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร
ตวั ชวี้ ดั ศ ๓.๑ ม.๒/๔ เสนอขอ้ คดิ เหน็ ในการปรบั ปรุงการแสดง
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรูส้ ตู่ วั ชว้ี ัด
๒.๑ ดา้ นความรู้ (K)
๒.๑.๑ อธิบายการสรา้ งสรรค์การแสดงโดยใชอ้ งค์ประกอบนาฏศิลป์และการละครได้
๒.๑.๒ วิเคราะห์ขอ้ คดิ เหน็ ในการปรับปรงุ การแสดงได้
๒.๒ ดา้ นทกั ษะ (P)
๒.๒.๑ สร้างสรรคก์ ารแสดงโดยใชอ้ งคป์ ระกอบนาฏศลิ ปแ์ ละการละครได้
๒.๒.๒ เสนอขอ้ คิดเหน็ ในการปรับปรงุ การแสดงได้
๒.๓ ด้านคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ (A)
๒.๓.๑ เหน็ คณุ ค่าการสรา้ งสรรคก์ ารแสดงโดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลป์และการละคร
๒.๓.๒ เห็นคุณค่าการเสนอขอ้ คิดเหน็ ในการปรับปรงุ การแสดง
๓. สาระสำคัญ
นาฏยศพั ท์ หมายถงึ ศพั ทท์ ่ใี ชเ้ กยี่ วกับลักษณะทา่ รำ ท่ใี ชใ้ นการฝึกหดั เพ่ือแสดงโขน ละคร เป็นคำที่ใช้ใน
วงการนาฏศิลป์ไทย สามารถสื่อความหมายกันไดท้ ุกฝ่ายในการแสดงต่างๆ "นาฏย" หมายถึง เกี่ยวกับการฟ้อนรำ
เกี่ยวกับการแสดงละคร "ศัพท์" หมายถึง เสียง คำ คำยากที่ต้องแปล เรื่อง เมื่อนำคำสองคำมารวมกัน ทำให้ได้
ความหมายขึ้นมา รวมถึงนาฏภาษาหรือภาษาท่าทาง (เป็นสาร)ที่ใช้ในการสื่อสารอย่างหนึ่งที่ท้ังผู้ถ่ายทอดสาร (ผู้
๔๐
รำ) และผู้รับสาร (ผู้ชม) จำเป็นจะต้องเข้าใจตรงกัน จึงจะสามารถเข้าใจในความหมายของการแสดงออกนั้นได้
อยา่ งถกู ตอ้ ง
๔. สาระการเรียนรู้
ความรู้ (K) - เข้าใจสนุ ทรยี ะของการแสดงนาฏศิลป์ตามหลักการใช้ภาษาทา่
- สรา้ งสรรคก์ ารแสดงโดยใช้องคป์ ระกอบนาฏศิลป์
ทกั ษะ (P) สามารถอธบิ ายเขา้ ใจสุนทรยี ะ ภาษาท่าและสรา้ งสรรค์การแสดงของนาฏศิลป์ได้
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทำงาน มคี วามรบั ผดิ ชอบ รกั ความเป็นไทย
๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. สาระการเรยี นรู้ส่กู ารบรู ณาการ
๖.๑ การบูรณาการกบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๑. หลักการความพอเพยี ง
- ความพอประมาณ คือ รู้จกั ใชส้ อยวัสดุอปุ กรณต์ ่างๆ อยา่ งรูค้ ุณค่าตามท่ตี นเองมไี ม่เบยี ดเบยี นผู้อน่ื
- ความมีเหตผุ ล คอื การคดิ อย่างมเี หตุผลในการจัดการแสดงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างเหมาะสม และ
เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ
- การมภี ูมคิ มุ้ กันในตัวท่ีดี คือ มีความคิดสรา้ งสรรค์เป็นของตนเองอย่างน่าภาคภูมิใจ และมีทัศนคติท่ีดีต่อ
นาฏศิลป์ไทยไม่ว่าผลทีต่ อบกลับมาเกี่ยวกับการแสดง จะเป็นแงบ่ วกหรอื แง่ลบก็ตามกเ็ ตรยี มตัวรบั สถานการณไ์ ด้ดี
๒. เงอ่ื นไขความพอเพียง
- ความรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง คอื การได้เรียนรู้ด้วยตนเองจากสถานการณ์จรงิ เกดิ เปน็ ความรูอ้ ยา่ งยั่งยนื
- คุณธรรม การแบ่งปัน ช่วยเหลือ คือ มีการสอดแทรกหลักธรรมต่างๆเข้าไปในผลงานชิ้นงานของตนเอง
ได้คนที่เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของไทยในหัวใจก็จะมีจิตใจที่ดีงามอยู่แล้ว เมื่อมีจิตใจดีสิ่งดีๆก็จะตามมา
มากมายรวมถึงการแบ่งปันสิ่งของการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน และกันมีความอดทนพยายามทำงานงานที่ได้รับ
มอบหมายใหล้ ลุ ่วง มีความเพยี รมสี ติปญั ญาในการทำงาน
๔๑
๖.๒ การบรู ณาการกบั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ื่น
- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คือ การพูดอภิปรายแสดงความคิดเห็นการเขียนแสดงทัศนะวรรณคดี
วรรณกรรมและการแตง่ คำประพนั ธ์
- กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม คือ การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มด้วยความสามัคคี
ประวัตคิ วามเป็นมาของการแสดงนาฏศลิ ป์แต่ละชุดหน้าที่พลเมืองและวฒั นธรรมเศรษฐศาสตร์และภมู ศิ าสตร์
- กลุม่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี คอื การคน้ คว้าขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ นต็ การออกแบบเส้ือผ้า
เครือ่ งแตง่ กายและประดษิ ฐอ์ ุปกรณ์ประกอบฉาก
- กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ คือคำศพั ท์ภาษาองั กฤษทเี่ กย่ี วข้องกบั นาฏศลิ ป์ประเทศอาเซยี น
- กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา คือ อารมณ์และความรู้สึกอารมณ์ต่างๆ ที่แสดงออกมากับการ
แสดงและการเคลอื่ นไหวร่างกาย
- กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คือการสำรวจการละเล่นในท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ การอธิบาย
ลักษณะของธรรมชาตริ อบตวั และกระบวนการคิดอย่างเปน็ ระบบ และแสง สี เสยี ง ประกอบการแสดง
๗. ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
- แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน เร่อื งนาฏยศพั ทแ์ ละภาษาทา่
๘. ส่ือการเรยี นร้/ู แหลง่ เรียนรู้
๘.๑ สอ่ื การเรียนรู้
- วดี ทิ ศั น์ประกอบการเรยี นการสอน
- หนังสือ ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ม.๒
- สอื่ การเรียนการสอนประกอบนำเสนอ PowerPoint
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน
๘.๒ แหลง่ เรยี นรู้
- ครผู ู้สอน
๙. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
รปู แบบการจดั การเรยี นการสอน : ๕ steps GOCQF
(ช่ัวโมงที่ ๑)
ขนั้ ที่ ๑ ขั้นนำเข้าส่บู ทเรียนทกั ทาย (Greeting)
๑. นกั เรียนและครทู กั ทางผ่านแอพ Teams
๔๒
๒. ครูสนทนากบั นกั เรยี นถึงเรื่อง นาฏยศัพท์ท่ีนกั เรยี นรจู้ ัก แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็
๓. ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ข้นั ที่ ๒ ขน้ั สอนออนไลน์ใหค้ วามรู้ (Online Learning)
๓. ครใู หค้ วามรูเ้ รือ่ ง นาฏยศพท์ท่ีใช้ในวงการนาฏศิลป์
๔. ครูให้นักเรียนแบง่ กลุ่มกล่มุ ละ 4-5 คนจับฉลากตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
การจีบลอ่ แก้ว การม้วนมอื การโบกมือ
การสอดมือ การส่ายมือ การจรดเท้า ถัดเท้า ถอนเท้า
ภาษาท่า
เพื่อศึกษาค้นคว้าความรเู้ รื่อง นาฏยศัพท์ จากแบบเรยี น เอกสาร อนิ เทอรเ์ น็ต ฯลฯ โดยมีครคู อยให้คำแนะนำ
๕. ครูคอยสังเกตขณะนักเรยี นปฏบิ ัติงาน และเสนอแนะ เพอื่ แก้ไขข้อบกพรอ่ งดงั ต่อไปน้ี
- การวางแผนการทำงาน
- ปฏิบตั งิ านตามแผน
- ประเมนิ ผลการทำงานของกลุ่ม
นักเรยี นรว่ มกันประเมนิ ผลการทำงานเปน็ กลุ่มแลว้ รายงานผลตอ่ ไปน้ี
- การวางแผนการทำงานเป็นอยา่ งไร
- ทำงานตามขั้นตอนหรือไม่
- ทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนได้หรือไม่มปี ัญหาอยา่ งไร
- ลักษณะนิสัยในการทำงานเปน็ อยา่ งไร
- ผลงานเปน็ อย่างไรควรปรบั ปรุงแกไ้ ขอย่างไร
๖. นักเรยี นออกมานำเสนอผลงานกลุ่ม
ขัน้ ที่ ๓ ขนั้ ตรวจสอบผลการเรยี นรู้ (Checking)
๗. ครทู บทวนความรู้
๘. ครมู อบหมายงานให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น พรอ้ มกบั กำหนดเวลาสง่
ขนั้ ที่ ๔ ขัน้ ตอบข้อซักถามสะท้อนผลการเรยี นรู้ (Q&A Meeting)
๙. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนถามข้อสงสัยเกย่ี วกับนาฏศลิ ปไ์ ทยเบ้อื งตน้
๑๐. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรปุ ประเดน็ สำคญั เรื่อง นาฏยศพั ท์ทใ่ี ชใ้ นวงการนาฏศิลป์ เพอื่ ให้เข้าใจรว่ มกัน ครู
สงั เกตสมรรถนะของนักเรยี นและสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคน์ ักเรยี นทำกิจกรรมหรือใบงานตามทค่ี รแู นะนำ
๔๓
ขนั้ ท่ี ๕ ขัน้ ตดิ ตามประเมนิ ผล (Following Up)
๑๑. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบ หลังเรียน
๑๒. ครเู ฉลยและบอกคะแนน
๑๐. การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวดั เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ
แบบทดสอบจาก ระดับพอใช้ขึ้นไป
๑. อธบิ ายการสร้างสรรค์การ ตรวจ เกมตอบคำถาม ตอบถกู ๔ - ๕ ข้อ ถือว่า ผา่ น
แสดงโดยใชอ้ งค์ประกอบ แบบทดสอบ ถือว่า ดมี าก
นาฏศลิ ปแ์ ละการละครได้ แบบทดสอบจาก ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ ระดบั พอใชข้ ึ้นไป
เกมตอบคำถาม ถือวา่ ดี ถอื ว่า ผ่าน
๒. วเิ คราะห์ขอ้ คิดเห็นในการ ตรวจ ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
แบบทดสอบจาก ถือวา่ พอใช้ ระดับพอใชข้ ้นึ ไป
ปรบั ปรงุ การแสดงได้ แบบทดสอบ เกมตอบคำถาม ตอบถูก ตำ่ วา่ ๑ ขอ้ ถอื วา่ ผ่าน
ควรปรบั ปรงุ
๓. สร้างสรรค์การแสดงโดยใช้ ตรวจ ตอบถูก ๔ - ๕ ข้อ
องคป์ ระกอบนาฏศิลปแ์ ละ แบบทดสอบ ถอื วา่ ดมี าก
การละครได้ ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ
ถอื วา่ ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
ถือวา่ พอใช้
ตอบถูก ต่ำวา่ ๑ ข้อ
ควรปรับปรงุ
ตอบถูก ๔ - ๕ ขอ้
ถอื ว่า ดีมาก
ตอบถูก ๒ - ๓ ขอ้
ถือวา่ ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
ถอื วา่ พอใช้
ตอบถูก ต่ำว่า ๑ ข้อ
๔๔
ควรปรับปรงุ
๔. เสนอขอ้ คิดเห็นในการ ตรวจ แบบทดสอบจาก ตอบถกู ๔ - ๕ ข้อ ระดับปานกลาง
ปรับปรุงการแสดงได้ แบบทดสอบ
เกมตอบคำถาม ถือวา่ ดีมาก ขึ้นไป ถือว่า ผา่ น
ตอบถูก ๒ - ๓ ข้อ
ถือว่า ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
ถอื วา่ พอใช้
ตอบถูก ต่ำวา่ ๑ ขอ้
ควรปรับปรุง
๕. เห็นคุณคา่ การสร้างสรรค์ สงั เกต แบบสงั เกต ตอบถกู ๔ - ๕ ขอ้ ระดบั ปานกลาง
การแสดงโดยใชอ้ งค์ประกอบ พฤติกรรมของ
นาฏศลิ ป์และการละคร นกั เรยี นในการ พฤติกรรมของ ถือว่า ดีมาก ขน้ึ ไป ถือว่า ผา่ น
ทำกจิ กรรม
นกั เรียนในการทำ ตอบถูก ๒ - ๓ ขอ้
กจิ กรรม ถอื ว่า ดี
ตอบถูก ๑ - ๒ ข้อ
ถือว่าพอใช้
ตอบถูก ตำ่ วา่ ๑ ขอ้
ควรปรบั ปรงุ
๖. เหน็ คุณค่าการเสนอ สังเกต แบบสงั เกต คะแนน ๑๑-๑๒ ดีมาก ระดับปานกลาง
ขอ้ คิดเห็นในการปรับปรงุ การ พฤติกรรมของ
แสดง นกั เรียนในการ พฤติกรรมของ คะแนน ๙-๑๐ ระดบั ดี ขึ้นไป ถือว่า ผา่ น
ทำกิจกรรม นกั เรยี นในการทำ คะแนน ๗-๘ ระดับ
กจิ กรรม พอใช้
คะแนน ต่ำกว่า ๗ ระดับ
ควรปรบั ปรงุ
๔๕
แบบประเมนิ กิจกรรมรายบลุ คล
ชื่อ.............................................................นามสกลุ ................................ช้ัน....................เลขที.่ ......................
คำชี้แจง ใหท้ ำเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการประเมนิ ตามคณุ ภาพการปฏิบตั ิงานของนกั เรียน
รายการการประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ตั งิ าน รวม
๑. เน้อื หาครบถ้วน ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๒. ส่งงานภายในเวลาทกี่ ำหนด
๓. ความสวยงาม
ลงช่อื ...................................ผปู้ ระเมนิ
()
//
๔๖
การประเมินชิน้ งานรายบุคคล
รายการการประเมิน เกณฑ์คณุ ภาพ
๑. เนอื้ หาครบถ้วน
ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
เน้ือหาถูกตอ้ ง เนอ้ื หาผดิ ไม่เกนิ ๓ เนือ้ หาผดิ ไม่เกนิ เนื้อหาผดิ มากกว่า
ครบถว้ น ขอ้ ๔ ขอ้ ๕ ข้อ
ข้นึ ไป
๒. ส่งงานภายในเวลาที่กำหนด สง่ งานภายในเวลา สง่ งานล่าชา้ ๑ วัน สง่ งานล่าช้า ส่งงานล่าชา้ ๓ วัน
ขน้ึ ไป
ที่กำหนด ๒ วนั
๓. ความสวยงาม ช้ินงานมีความ ชิน้ งานมีความ ช้ินงานไมม่ ีความ ชนิ้ งานไมม่ ีความ
เรยี บรอ้ ย อ่านง่าย เรยี บร้อย แตอ่ ่าน เรยี บร้อยและ เรียบร้อยและ
สวยงาม ยาก อา่ นยาก ตวั หนงั สอื อ่านไม่
ออก
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเตม็ ๑๒
ระดบั ๔ หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ดมี าก คะแนน ๑๑ - ๑๒ หมายถึง ดีมาก
ระดบั ๓ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน ๙ - ๑๐ หมายถงึ ดี
ระดบั ๒ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดับ พอใช้ คะแนน ๗ - ๘ หมายถงึ พอใช้
ระดับ ๑ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรบั ปรงุ คะแนน ตำ่ กว่า ๗ หมายถึง ควรปรับปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น ๗ คะแนน