The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Digital Law กฏหมายดิจิทัล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-04-09 21:08:21

Digital Law กฏหมายดิจิทัล

Digital Law กฏหมายดิจิทัล

Keywords: กฏหมายดิจิทัล

๑๓

มาตรา ๓๑ ใบรับรองหรือลายมอื ช่ืออิเล็กทรอนกิ สใหถือวามผี ลทางกฎหมายโดยไมตอง
คำนึงถงึ

(๑) สถานท่ีออกใบรับรองหรอื สถานท่สี รางหรือใชล ายมอื ชอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส หรือ
(๒) สถานทที่ ำการงานของผอู อกใบรบั รองหรือเจา ของลายมือชือ่ อเิ ล็กทรอนกิ ส
ใบรับรองที่ออกในตางประเทศใหมีผลตามกฎหมายในประเทศเชนเดียวกับใบรับรอง
ท่อี อกในประเทศ หากการออกใบรับรองดังกลา วไดใชร ะบบทเ่ี ชื่อถือไดไมน อยกวาระบบท่ีเช่ือถือ
ไดต ามพระราชบัญญตั ินี้
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสที่สรางหรือใชในตางประเทศใหถือวามีผลตามกฎหมายใน
ประเทศ เชนเดียวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสที่สรางหรือใชในประเทศ หากการสรางหรือใช
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสดังกลาวไดใชระบบที่เชื่อถือไดไมนอยกวาระบบที่เชื่อถือไดตาม
พระราชบัญญัตินี้
ในการพิจารณาวาใบรับรองหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสใดมีความเชื่อถือไดตามวรรคสอง
หรือวรรคสาม ใหค ำนงึ ถงึ มาตรฐานระหวางประเทศและปจจยั อน่ื ๆ ท่เี กย่ี วของประกอบดวย

หมวด ๓
ธรุ กิจบรกิ ารเกย่ี วกับธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส


มาตรา ๓๒๒๐ บุคคลยอ มมีสทิ ธิประกอบธรุ กจิ บริการเกยี่ วกบั ธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส
แตในกรณีที่จำเปนเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย หรือเพื่อประโยชนใน
การเสริมสรางความนาเชื่อถือและยอมรับในระบบขอมูลอิเล็กทรอนิกส หรือเพื่อปองกัน
ความเสียหายตอสาธารณชน ใหมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดใหการประกอบธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใดเปนกิจการที่ตองแจงใหทราบ ตองขึ้นทะเบียน หรือ
ตอ งไดรบั ใบอนญุ าตกอ น แลว แตกรณี
ในการกำหนดใหกรณีใดตองแจงใหทราบ ตองขึ้นทะเบียน หรือตองไดรับใบอนุญาต
ตามวรรคหนึ่ง ใหกำหนดโดยพิจารณาจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจนั้น
ประกอบกับความเหมาะสมในการควบคุมดูแลและการปองกันความเสียหายตามระดับ
ความรุนแรงของผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ข้นึ จากการประกอบธุรกิจดังกลาว
ในการนี้ จะกำหนดใหหนวยงานของรัฐแหงหนึ่งแหงใดเปนผูรับผิดชอบใน
การควบคุมดูแลในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามวรรคหนึ่งก็ได หากไมมีการกำหนดใหหนวยงาน
ของรฐั แหง ใดเปนผูรับผดิ ชอบในการควบคมุ ดูแล ใหส ำนกั งานเปน ผรู ับผิดชอบในการควบคุมดูแล
การประกอบธุรกิจบริการเก่ยี วกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตามพระราชกฤษฎีกาดงั กลาว ท้ังน้ี
ใหหนวยงานของรัฐซึ่งเปนผูรับผิดชอบในการควบคุมดูแลตามพระราชกฤษฎีกาหรือสำนักงาน
แลว แตกรณี แตงตัง้ พนกั งานเจาหนา ท่ีเพื่อปฏิบัตกิ ารใหเปนไปตามพระราชกฤษฎกี าดว ย

๒๐ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั ิวาดว ยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

42 ส�ำ นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

๑๔

กอ นเสนอใหตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ตอ งจดั ใหมีการรับฟงความคิดเห็นของ
ประชาชนตามความเหมาะสม และนำขอมลู ทีไ่ ดร ับมาประกอบการพจิ ารณา

มาตรา ๓๓๒๑ ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดใหการประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับ
ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ สใดเปนกิจการทตี่ องแจงใหทราบ ผูทปี่ ระสงคจะประกอบธุรกิจดังกลาว
ตองแจงตอพนักงานเจาหนาที่กอนเริ่มประกอบธุรกิจนั้น ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข
ทก่ี ำหนดในพระราชกฤษฎกี า

เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดรับแจง ใหออกใบรับแจงเพื่อเปนหลักฐานการแจงในวันท่ี
รับแจงนั้นและใหผูแจงประกอบธุรกิจนั้นไดตั้งแตวันที่ไดรับใบรับแจงดังกลาว แตถาพนักงาน
เจาหนาที่ตรวจพบในภายหลังวาการแจงไมถูกตองหรือไมครบถวน ใหมีอำนาจส่ังผูแจงแกไขให
ถูกตองหรือครบถวนและนำผลการแกไขมาแสดงตอพนักงานเจาหนาที่ภายในระยะเวลา
ท่กี ำหนด

ในกรณีที่ผูประกอบธุรกิจไมแกไขหรือไมปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจาหนาที่ภายใน
ระยะเวลาที่กำหนด ใหพนักงานเจาหนาที่สัง่ ใหผูนั้นหยดุ การใหบรกิ ารในสว นที่เกี่ยวกบั ธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกสในการประกอบธุรกิจนั้นนับแตวันที่ครบกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง
จนกวา จะแกไ ขใหถ ูกตอ งและครบถว นตามคำสงั่ ของพนักงานเจา หนาที่

ในการประกอบธุรกจิ ผูแ จง ตองปฏบิ ัติตามหลกั เกณฑท่ีกำหนดในพระราชกฤษฎีกาและ
ตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด หลักเกณฑตามพระราชกฤษฎีกาดังกลาวใหกำหนดเรื่อง
การชดใชหรอื เยยี วยาผูไดรบั ความเสียหายจากการประกอบธุรกจิ ไวดวย

ถาผูแจงไมปฏิบัติตามหลักเกณฑการประกอบธุรกิจตามวรรคสี่ ใหพนักงานเจาหนาที่
มีคำสั่งหามมิใหผูน ้ันใหบริการในสวนที่เก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสในการประกอบธุรกิจนั้น
จนกวา จะไดป ฏิบัตใิ หถ กู ตอ งครบถว นตามหลักเกณฑท ่ีกำหนดดงั กลาว

ในกรณที ี่ผูแจงไมแกไขตามวรรคสามหรือไมปฏิบัตติ ามวรรคหาภายในระยะเวลาเกาสิบวัน
นบั แตว ันที่หยุดหรือถกู หา มการใหบริการ ใหพ นักงานเจาหนา ท่ถี อนการรบั แจงของผนู ั้นออกจาก
สารบบการรบั แจงและแจง เปน หนงั สอื ใหผ นู ้นั ทราบโดยเรว็

มาตรา ๓๓/๑๒๒ ในกรณีทีพ่ ระราชกฤษฎีกากำหนดใหการประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใดเปน กจิ การทต่ี องขึ้นทะเบยี น ผูท ีป่ ระสงคจ ะประกอบธุรกิจดังกลาว
ตองขอขึ้นทะเบียนตอ พนักงานเจาหนาท่ีกอนเริ่มประกอบธุรกจิ นั้น ตามหลักเกณฑ วิธีการ และ
เงื่อนไขท่ีกำหนดในพระราชกฤษฎีกา

เมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดรับคำขอขึ้นทะเบียนแลว ใหออกใบรับการขอขึ้นทะเบียนเพื่อ
เปนหลักฐานการขอขึ้นทะเบียนในวันที่ยื่นคำขอนั้น และหากพนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบ
เอกสารและหลักฐานการขึ้นทะเบียนแลวเห็นวาครบถวนและถูกตองตามที่กำหนดใน
พระราชกฤษฎีกา ใหรบั ขึ้นทะเบยี นและแจง เปนหนังสือใหผขู อขน้ึ ทะเบียนทราบภายในสามสิบวัน

๒๑ มาตรา ๓๓ แกไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิวาดว ยธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ 43
๒๒ มาตรา ๓๓/๑ เพิม่ โดยพระราชบญั ญัตวิ า ดว ยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

๑๕

นับแตวันที่ไดรับคำขอขึ้นทะเบียนดังกลาว และใหผูขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจนั้นไดตั้งแตวันที่
ไดร บั ขนึ้ ทะเบยี น

หากพนักงานเจาหนาที่ไมสามารถตรวจสอบใหแลวเสร็จไดภายในระยะเวลาตามวรรคสอง
ใหผูขอขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจไปพลางกอนได นับแตวันถัดจากวันที่ครบกำหนดระยะเวลา
ดงั กลาว

ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่ตรวจสอบกอนการรับขึ้นทะเบียนตามวรรคสอง หรือตรวจ
พบหลังจากที่ผูนั้นไดประกอบธุรกิจดังกลาวแลว วาเอกสารและหลักฐานการขึ้นทะเบียนของ
ผูขอขึ้นทะเบียนไมครบถวนหรือไมถูกตอง ใหแจงเปนหนังสือแกผูขอขึ้นทะเบียนหรือ
ผูขึ้นทะเบียนแลวแตกรณี เพื่อแกไขใหถูกตองและครบถวนภายในระยะเวลาที่กำหนด ในการน้ี
ถาผูขอขึ้นทะเบียนหรือผูขึ้นทะเบียนไมแกไขใหถูกตองและครบถวน หรือไมดำเนินการจนพน
กำหนดระยะเวลาที่พนักงานเจาหนาที่กำหนดโดยไมมีเหตุอันสมควร ใหสิทธิในการประกอบ
ธุรกิจของผูขอขึ้นทะเบียนตามวรรคสามเปนอันระงับและใหถือวาคำขอขึ้นทะเบียนนั้นตกไป
หรือใหมคี ำสัง่ เพกิ ถอนการขึน้ ทะเบยี นของผูป ระกอบธรุ กจิ นั้น แลว แตกรณี

ในการประกอบธุรกิจ ผูขึ้นทะเบียนตองปฏิบัติตามหลักเกณฑที่กำหนดใน
พระราชกฤษฎีกาและตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนด หลักเกณฑตามพระราชกฤษฎีกา
ดงั กลาวใหก ำหนดเรื่องการชดใชห รือเยยี วยาผูไ ดร บั ความเสยี หายจากการประกอบธรุ กจิ ไวดวย

ถาผูขึ้นทะเบียนฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑการประกอบธุรกิจตามวรรคหา
ใหคณะกรรมการพิจารณามีคำสั่งปรับผูนั้นไมเกินหนึ่งลานบาท โดยคำนึงถึงความรายแรง
แหงพฤติกรรมที่กระทำผิด หลักเกณฑในการพิจารณากำหนดคาปรับใหเปนไปตามที่
คณะกรรมการกำหนด และในกรณที ีเ่ ห็นสมควรคณะกรรมการอาจมีคำสง่ั ใหผ นู น้ั ดำเนนิ การใด ๆ
เพอื่ แกไ ขใหถ กู ตองหรอื เหมาะสมได

ถาผูถูกปรับตามวรรคหกไมชำระคาปรับ ใหคณะกรรมการมีอำนาจฟองคดีตอศาล
ที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชำระคาปรับ ในการนี้ ถาศาลพิพากษาให
ชำระคาปรับ หากผูนั้นไมชำระคาปรับภายในสามสิบวันนับแตวันที่ศาลมีคำพิพากษา ใหยึด
ทรพั ยสินของผนู ้นั เพือ่ ชดใชแทนคา ปรบั แตมใิ หน ำมาตรการกักขังแทนคา ปรับมาใชแ กผนู ัน้

ในกรณีที่ผูกระทำผิดตามวรรคหกไมดำเนินการแกไขตามคำสั่งของคณะกรรมการ หรือ
ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑการประกอบธุรกิจตามวรรคหาซ้ำอีกภายในระยะเวลาหน่ึงป
นับแตว ันที่คณะกรรมการมคี ำสัง่ ปรบั คร้ังแรก คณะกรรมการอาจมีคำสงั่ เพิกถอนการขน้ึ ทะเบียน
ของผูข้นึ ทะเบยี นนั้น ใหพ นกั งานเจาหนาทแี่ จง คำสั่งดังกลา วใหผูนัน้ ทราบโดยเรว็

มาตรา ๓๔๒๓ ในกรณีที่พระราชกฤษฎีกากำหนดใหการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใดเปนกิจการที่ตองไดรับใบอนุญาต ใหผูที่ประสงคจะประกอบธุรกิจ
ดงั กลาวย่นื คำขอรบั ใบอนญุ าตตอ พนักงานเจาหนาที่ตามท่ีกำหนดในพระราชกฤษฎีกา

๒๓ มาตรา ๓๔ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญตั ิวา ดว ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

44 สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

๑๖

คุณสมบัติของผูขอรับใบอนุญาต หลักเกณฑและวิธีการขออนุญาต การออกใบอนุญาต
การตออายใุ บอนุญาต การคืนใบอนญุ าต และการสง่ั พกั ใชหรือเพิกถอนใบอนุญาต ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑ วธิ กี าร และเงือ่ นไขที่กำหนดในพระราชกฤษฎกี า

ในการประกอบธุรกิจ ผูไดรับใบอนุญาตตองปฏิบัติตามหลักเกณฑที่กำหนดใน
พระราชกฤษฎีกา ประกาศที่คณะกรรมการกำหนด หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต หลักเกณฑ
ตามพระราชกฤษฎีกาดังกลาวใหกำหนดเรื่องการชดใชหรือเยียวยาผูไดรับความเสียหายจาก
การประกอบธุรกจิ ไวด ว ย

ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑการประกอบธุรกิจ
ตามวรรคสาม ใหค ณะกรรมการพจิ ารณามีคำสั่งปรับผูนน้ั ไมเกนิ สองลานบาท และใหนำความใน
มาตรา ๓๓/๑ วรรคหกและวรรคเจ็ด มาใชบ งั คับโดยอนุโลม

ในกรณีที่ผูกระทำผิดตามวรรคสี่ไมดำเนินการแกไขตามคำสั่งของคณะกรรมการ หรือ
ฝา ฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑการประกอบธรุ กิจตามวรรคสามซำ้ อีกภายในระยะเวลาหน่ึงป
นับแตวันที่คณะกรรมการมีคำสั่งปรับครั้งแรก คณะกรรมการอาจมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ของผไู ดรบั ใบอนุญาตนนั้ ใหพ นักงานเจา หนาที่แจง คำสัง่ ดงั กลา วใหผ นู ั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา ๓๔/๑๒๔ เพื่อประโยชนในการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตามหมวดนี้ ใหคณะกรรมการ สำนักงานหรือหนวยงานของรัฐซึ่งเปน
ผรู ับผดิ ชอบในการควบคมุ ดูแลตามมาตรา ๓๒ วรรคสาม ประกาศกำหนดรายละเอียดเพมิ่ เติมใน
เรื่องที่กำหนดไวในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๒ ได โดยไมขัดหรือแยงกับพระราชกฤษฎีกา
ดงั กลา ว

มาตรา ๓๔/๒๒๕ เพื่อประโยชนในการควบคุมดูแลและกำกับการประกอบธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใหเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามพระราชกฤษฎีกา
ตามมาตรา ๓๒ ใหพนักงานเจาหนาที่ของหนวยงานของรัฐหรือสำนักงานที่มีหนาที่ควบคุมดูแล
การประกอบธรุ กิจบรกิ ารเกีย่ วกับธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกสนัน้ มีหนา ที่และอำนาจ ดังตอไปนี้

(๑) มีหนังสือแจงใหผูใหบริการหรือเจาหนาที่ของผูใหบริการ หรือบุคคลใดมาใหขอมูล
หรอื สงเอกสารหรือหลกั ฐานใด ๆ เกีย่ วกับการประกอบธุรกิจการใหบ ริการนน้ั

(๒) ตรวจสอบและรวบรวมขอเท็จจริงเพื่อรายงานตอคณะกรรมการ ในกรณีท่ี
ผูใหบริการไดกระทำความผิดหรือทำใหเกิดความเสียหายเพราะเหตุฝาฝนหรือไมปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัตินี้หรือตามพระราชกฤษฎีกา ประกาศของคณะกรรมการ หรือเงื่อนไขใน
ใบอนุญาต

(๓) เขาไปในสถานที่ของผูใหบริการในระหวา งเวลาพระอาทิตยขึ้นจนถึงพระอาทิตยตก
หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบและรวบรวมขอเท็จจริง และยึดหรืออายัด

๒๔ มาตรา ๓๔/๑ เพ่มิ โดยพระราชบญั ญตั วิ า ดวยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ 45
๒๕ มาตรา ๓๔/๒ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญตั วิ า ดวยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

๑๗

เอกสารและหลักฐาน รวมถึงสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับการใหบริการที่สงสัยวามีไวเพื่อใชหรือไดใช
ในการกระทำความผดิ

ในการปฏบิ ัตหิ นา ที่ของพนักงานเจา หนา ทตี่ ามมาตรานี้ ใหแ สดงบัตรประจำตัวพนักงาน
เจาหนาที่ที่หนวยงานของรัฐหรือสำนักงานที่มีหนาที่ควบคุมดูแลออกให และใหผูที่เกี่ยวของ
อำนวยความสะดวกตามสมควร

หมวด ๓/๑
ระบบการพสิ จู นแ ละยนื ยนั ตัวตนทางดิจิทัล๒๖


มาตรา ๓๔/๓๒๗ การพิสูจนและยืนยันตัวตนของบุคคลอาจกระทำผานระบบการพิสูจน
และยืนยนั ตัวตนทางดิจิทัลได
ผูใดประสงคจะอาศัยการพิสูจนและยืนยันตัวตนของบุคคลอ่ืนผานระบบการพิสูจนและ
ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลอาจแจงเงื่อนไขเกี่ยวกับความนาเชื่อถือของการพิสูจนและยืนยันตัวตน
ทางดจิ ิทลั ทีต่ อ งใชใ หบ ุคคลอนื่ นั้นทราบเปนการลวงหนา และเม่อื ไดม ีการพิสูจนแ ละยืนยันตัวตน
ทางดจิ ิทลั ตามเง่ือนไขดังกลาวแลว ใหส ันนิษฐานวาบุคคลที่ไดรับการพสิ ูจนและยืนยันตัวตนเปน
บุคคลนัน้ จริง
เงื่อนไขเกี่ยวกับความนาเชื่อถือของการพิสูจนและยืนยันตัวตนทางดิจิทัลตามวรรคสอง
ตองมีมาตรฐานไมต่ำกวาที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔/๔ วรรคสอง
แลวแตกรณี ประกาศกำหนด โดยมีหลักประกันการเขาถึงและการใชประโยชนของประชาชน
โดยสะดวกและไมเ ลอื กปฏบิ ตั ิ
มาตรา ๓๔/๔๒๘ ในกรณีที่จำเปนเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย
หรือเพื่อประโยชนในการเสริมสรางความนาเชื่อถือและยอมรับในระบบการพิสูจนและยืนยันตัวตน
ทางดิจทิ ลั หรือเพอื่ ปอ งกันความเสียหายแกสาธารณชน ใหมกี ารตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให
การประกอบธรุ กจิ บริการเกีย่ วกับระบบการพิสจู นแ ละยนื ยนั ตัวตนทางดิจทิ ัลใดเปนการประกอบ
ธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกสที่ตองไดรับใบอนุญาตกอน และใหนำบทบัญญตั ิ
ในหมวด ๓ ธรุ กจิ บริการเก่ียวกบั ธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส มาใชบงั คบั โดยอนุโลม
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึง่ อาจกำหนดใหมกี ารจัดต้ังคณะกรรมการข้ึนมาคณะหน่ึง
เพื่อทำหนาที่ประกาศกำหนดหลักเกณฑที่ผูประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจนและ
ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจะตองปฏิบัติ และใหมีอำนาจพิจารณามีคำสั่งและดำเนินการอื่นใดตาม

๒๖ หมวด ๓/๑ ระบบการพสิ ูจนและยืนยันตวั ตนทางดิจิทลั มาตรา ๓๔/๓ และมาตรา ๓๔/๔ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติ
วาดว ยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒

๒๗ มาตรา ๓๔/๓ เพิม่ โดยพระราชบญั ญตั วิ า ดว ยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
๒๘ มาตรา ๓๔/๔ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัตวิ า ดว ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒

46 ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

๑๘

มาตรา ๓๔ ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตฝาฝนหรือปฏิบัติไมถูกตองตามหลักเกณฑการประกอบ
ธรุ กิจกไ็ ด

หมวด ๔
ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สภาครัฐ


มาตรา ๓๕ คำขอ การอนุญาต การจดทะเบียน คำสั่งทางปกครอง การชำระเงิน
การประกาศหรือการดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมายกับหนวยงานของรัฐหรือโดยหนวยงานของรัฐ
ถาไดกระทำในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามหลักเกณฑและวิธีการที่กำหนดโดย
พระราชกฤษฎีกา ใหนำพระราชบัญญัตินี้มาใชบังคับและใหถือวามีผลโดยชอบดวยกฎหมาย
เชนเดียวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑและวิธีการที่กฎหมายในเรื่องนั้นกำหนด ทั้งนี้
ในพระราชกฤษฎีกาอาจกำหนดใหบุคคลที่เกี่ยวของตองกระทำหรืองดเวนกระทำการใด ๆ หรือ
ใหห นวยงานของรฐั ออกระเบียบเพือ่ กำหนดรายละเอียดในบางกรณดี ว ยก็ได
ในการออกพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง พระราชกฤษฎีกาดังกลาวอาจกำหนดให
ผปู ระกอบธรุ กจิ บรกิ ารเกย่ี วกบั ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกสต องแจงใหทราบ ตองขนึ้ ทะเบียน หรือ
ตอ งไดรบั ใบอนญุ าต แลวแตกรณี กอนประกอบกจิ การก็ได ในกรณีนี้ ใหนำบทบญั ญตั ิในหมวด ๓
และบทกำหนดโทษท่เี กยี่ วของมาใชบ งั คับโดยอนุโลม
เมื่อไดมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งแลว ศาลหรือองคกรตามรัฐธรรมนูญ
อาจพิจารณานำหลักเกณฑในเรื่องใดที่กำหนดไวตามพระราชกฤษฎีกาดังกลาวมาใชบังคับแก
การดำเนินการในสวนที่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีของศาลหรือในการวินิจฉัยชี้ขาด
ขอพิพาทแลวแตกรณี เพื่อใหเปนไปตามความเหมาะสมกับหนาที่และอำนาจของตนตาม
กฎหมายได รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑเพิ่มเตมิ ดวย ทั้งนี้ โดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา๒๙

หมวด ๕
คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส


มาตรา ๓๖๓๐ ใหมีคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสคณะหนึ่ง ประกอบดวย
ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูทรงคุณวุฒิ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคมเปนรองประธานกรรมการ และกรรมการผูทรงคุณวุฒิอื่นซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงต้ัง
จำนวนแปดคน
ใหผูอำนวยการเปนกรรมการและเลขานุการ และแตงตั้งพนักงานของสำนักงานเปน
ผูช ว ยเลขานกุ ารไดตามความจำเปนแตไ มเกนิ สองคน

๒๙ มาตรา ๓๕ วรรคสาม เพ่ิมโดยพระราชบญั ญตั วิ าดว ยธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๓๐ มาตรา ๓๖ แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัติวา ดว ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

ส�ำ นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 47

๑๙

ประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ตองเปนบุคคลที่มีความรู
ความเชี่ยวชาญ และความสามารถเปนที่ประจักษดานการเงิน ดานการพาณิชยอิเล็กทรอนิกส
ดานนิติศาสตร ดานวิทยาการคอมพิวเตอร ดานวิทยาศาสตรหรือวิศวกรรมศาสตร
ดานสังคมศาสตร หรือดานอื่นใดที่เปนประโยชนตอการดำเนินงานของคณะกรรมการ ทั้งนี้
กรรมการผูทรงคุณวุฒิตองประกอบดวยบุคคลซึ่งมิใชขาราชการหรือผูปฏิบัติงานในหนวยงาน
ของรัฐที่มีตำแหนงหรือเงินเดือนประจำรวมเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิดวยไมนอยกวากึ่งหน่ึง
ของจำนวนกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิทงั้ หมด

หลักเกณฑและวิธีการไดมาซึ่งประธานกรรมการและกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ใหเปนไป
ตามระเบียบทีร่ ฐั มนตรกี ำหนด

มาตรา ๓๗๓๑ ใหคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสมีหนาที่และอำนาจ
ดังตอ ไปนี้

(๑) พิจารณาใหความเห็นชอบแผนยุทธศาสตรเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
ทส่ี ำนกั งานเสนอตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง

(๒) สงเสริมและสนับสนุนหนวยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนใหดำเนินกิจกรรม
ตามแผนยุทธศาสตรต าม (๑)

(๓) กำหนดมาตรฐานดานเทคโนโลยีดิจิทัลในสวนที่เกี่ยวของกับธุรกรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

(๔) กำกับและติดตามการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตรตาม (๑) เพื่อรวบรวมขอมูล
และปญหาเกย่ี วกับการทำธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกสที่สงผลกระทบตอ การดำเนนิ การและพัฒนา
ทางเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพื่อเสนอตอคณะกรรมการดจิ ิทัลเพอื่ เศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ

(๕) เสนอแนะตอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติและ
คณะรัฐมนตรีในการจัดใหมีหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวของกับการพัฒนาธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส และการคุมครองทรัพยสินทางปญญาเกี่ยวกับการทำธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนกิ ส

(๖) เสนอแนะหรือใหคำปรึกษาตอรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฎีกาตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี

(๗) ออกระเบียบหรือประกาศเพื่อใหเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อประโยชน
ในการสง เสริมและสนบั สนุนการทำธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส

(๘) กำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตาม
พระราชบญั ญตั ินี้

(๙) ปฏิบัตกิ ารอ่ืนใดเพ่ือใหเปน ไปตามพระราชบัญญตั ิน้ี หรือกฎหมายอน่ื

๓๑ มาตรา ๓๗ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั วิ าดว ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

48 ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

๒๐

ในการปฏิบัติเพื่อใหเปนไปตามหนาที่และอำนาจตามวรรคหนึ่ง ใหคณะกรรมการ
มีหนังสือเรียกหนวยงานของรัฐหรือบุคคลใดมาชี้แจง ใหขอเท็จจริง หรือมาใหถอยคำหรือ
สงเอกสารหลกั ฐานที่เกี่ยวขอ งเพ่อื ประกอบการดำเนนิ งานได

ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ใหคณะกรรมการเปนเจาพนักงานตาม
ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๓๘๓๒ ประธานกรรมการและกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิมีวาระการดำรงตำแหนงส่ีป
เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการแตงตั้งประธานกรรมการและ
กรรมการผทู รงคณุ วุฒิข้ึนใหม ใหประธานกรรมการและกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิซึ่งพน จากตำแหนง
ตามวาระนั้นอยูในตำแหนงเพื่อปฏิบัติหนาที่ตอไปจนกวาประธานกรรมการและ
กรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งไดรับแตงตั้งใหมเขารับหนาที่ แตตองไมเกินเกาสิบวันนับแตวันที่
ประธานกรรมการและกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิพน จากตำแหนง ตามวาระนั้น
มาตรา ๓๙๓๓ นอกจากการพนจากตำแหนง ตามวาระตามมาตรา ๓๘ ประธานกรรมการ
และกรรมการผูท รงคุณวุฒิพน จากตำแหนง เมือ่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีใหออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพรองหรือไมสุจริต
ตอ หนา ทีห่ รอื หยอ นความสามารถ
(๔) เปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรค วามสามารถ
(๕) ไดรับโทษจำคุกโดยตองคำพิพากษาถึงที่สดุ ใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับความผิด
ท่ไี ดกระทำโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
มาตรา ๔๐๓๔ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตำแหนง
กอนวาระ ใหคณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาที่เหลืออยู และใหดำเนินการแตงตั้ง
ประธานกรรมการหรือกรรมการผูทรงคุณวุฒิแทนตำแหนงที่วางภายในหกสิบวันนับแตวันที่
ตำแหนงวางลง เวนแตวาระของกรรมการเหลือไมถึงเกาสิบวัน และใหผูที่ไดรับแตงตั้งใหดำรง
ตำแหนงแทนอยูใ นตำแหนงเทากับวาระทเี่ หลอื อยขู องผซู ึ่งตนแทน
มาตรา ๔๑ การประชุมของคณะกรรมการตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึง่ หน่ึง
ของจำนวนกรรมการทง้ั หมดจงึ เปน องคป ระชุม
ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหคณะกรรมการเลือก
กรรมการคนหน่ึงทำหนาทปี่ ระธานในท่ีประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีเสียงหน่ึง
ในการลงคะแนน ถาคะแนนเสยี งเทากันใหป ระธานออกเสียงเพ่มิ ขนึ้ อีกเสยี งหนง่ึ เปน เสยี งชี้ขาด

๓๒ มาตรา ๓๘ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ิวา ดว ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๓๓ มาตรา ๓๙ แกไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั วิ า ดว ยธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๓๔ มาตรา ๔๐ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตวิ าดว ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 49

๒๑

การประชุมของคณะกรรมการอาจกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสตามที่
คณะกรรมการกำหนดกไ็ ด๓๕

มาตรา ๔๒ คณะกรรมการมีอำนาจแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือ
ปฏบิ ัตกิ ารอยา งหน่ึงอยางใดแทนคณะกรรมการก็ได

ใหน ำความในมาตรา ๔๑ มาใชบ ังคบั แกการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนโุ ลม
มาตรา ๔๒/๑๓๖ ใหคณะกรรมการไดรับเบี้ยประชุมและประโยชนตอบแทนอื่นตาม
หลกั เกณฑท คี่ ณะรัฐมนตรกี ำหนด
คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแตงตั้งตามมาตรา ๔๒ ใหไดรับเบี้ยประชุมและ
ประโยชนตอบแทนอนื่ ตามหลกั เกณฑท ่ีคณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๔๓๓๗ ใหสำนักงานทำหนา ทเี่ ปนหนว ยงานธุรการของคณะกรรมการ
ใหสำนักงานจัดทำแผนยุทธศาสตรเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เพื่อเสนอ
คณะกรรมการใหความเห็นชอบตามมาตรา ๓๗ (๑) และจัดสงใหหนวยงานที่เกี่ยวของ
เพื่อดำเนินการตอ ไป
มาตรา ๔๓/๑๓๘ แผนยุทธศาสตรที่สำนักงานตองจัดทำตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง
ตองสอดคลองกับนโยบายและแผนระดับชาติวาดวยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ตามกฎหมายวาดวยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยอยางนอยตองกำหนดเรื่อง
ดงั ตอ ไปนี้
(๑) กลไกและมาตรการดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัล
เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พาณิชยอิเล็กทรอนิกส และธุรกิจบริการเกี่ยวกับ
ธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สแ ละธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกสภ าครัฐ
(๒) มาตรการการสงเสริมและสนับสนุนการใหมีระบบการบริการในการทำธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส พาณิชยอิเล็กทรอนิกส และการใหบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส โดยใช
เทคโนโลยีดิจทิ ัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศในดา นตา ง ๆ
(๓) กระบวนการสงเสริมใหเกิดการพัฒนามาตรฐานและกฎเกณฑการใชงาน
ทางเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อใหการทำงานของระบบมีการเชื่อมโยงกันอยางมีความมั่นคงปลอดภัย
พรอมใชงาน และมคี วามนาเชอ่ื ถือในการใหบรกิ าร
(๔) แนวทางและมาตรการเกี่ยวกับการสงเสริมการผลิตและพฒั นาบุคลากรดา นธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส พาณิชยอิเล็กทรอนิกส และธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
และธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สภาครฐั รวมทัง้ การประยุกตก ารใชง านเทคโนโลยีดิจิทลั ท่เี กย่ี วขอ ง

๓๕ มาตรา ๔๑ วรรคส่ี เพิม่ โดยพระราชบญั ญตั ิวาดว ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๓๖ มาตรา ๔๒/๑ เพิม่ โดยพระราชบญั ญัตวิ าดว ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
๓๗ มาตรา ๔๓ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตวิ าดว ยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๓๘ มาตรา ๔๓/๑ เพิ่มโดยพระราชบญั ญตั วิ า ดวยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒

50 สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

๒๒

(๕) แนวทางการสงเสริมและสนับสนุนการศึกษา คนควา และวิจัยเทคโนโลยีดิจิทัล
ดานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พาณิชยอิเล็กทรอนิกส และการใหบริการธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส รวมทั้งสงเสริมใหมีการเผยแพรความรูใหแกประชาชนเพื่อใชประโยชนจาก
เทคโนโลยีดังกลา ว

หมวด ๖
บทกำหนดโทษ

มาตรา ๔๔๓๙ ผูใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสโดยไมแจง
ตอพนักงานเจาหนาที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง โดยฝาฝน
คำสั่งของพนักงานเจาหนาที่ใหหยุดการใหบริการหรือคำสั่งหามมิใหใหบริการในสวนที่เกี่ยวกับ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสในการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๓๓ วรรคสาม หรือตามมาตรา
๓๓ วรรคหา แลวแตกรณี หรือประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
ภายหลังจากพนักงานเจาหนาที่ถอนการรับแจงตามมาตรา ๓๓ วรรคหก ตองระวางโทษจำคุก
ไมเ กนิ หน่งึ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หน่งึ แสนบาท หรือทง้ั จำทัง้ ปรับ
มาตรา ๔๔/๑๔๐ ผใู ดประกอบธุรกจิ บรกิ ารเก่ยี วกับธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส โดยไมข ้นึ
ทะเบียนตอพนักงานเจาหนาที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๓/๑ วรรคหน่ึง
หรือประกอบธุรกจิ บริการเกย่ี วกับธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกสภ ายหลังจากมีคำสั่งเพิกถอนการขึ้น
ทะเบยี นตามมาตรา ๓๓/๑ วรรคสี่ หรอื วรรคแปด แลวแตกรณี ตอ งระวางโทษจำคุกไมเ กินสองป
หรอื ปรบั ไมเกินสองแสนบาท หรือท้ังจำท้งั ปรับ
มาตรา ๔๕๔๑ ผใู ดประกอบธุรกิจบริการเกย่ี วกบั ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส โดยไมไดรับ
ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๔ หรือประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
ในระหวางท่มี คี ำส่ังพักใชใบอนุญาตหรือภายหลังจากมีคำส่งั เพิกถอนใบอนุญาตของคณะกรรมการ
ตองระวางโทษจำคุกไมเกินสามป หรอื ปรบั ไมเ กินสามแสนบาท หรอื ทัง้ จำท้ังปรับ
มาตรา ๔๕/๑๔๒ ผูใดประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจนและยืนยันตัวตน
ทางดิจิทัลโดยไมไดรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๔/๔ หรือประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบ
การพิสูจนและยืนยันตัวตนทางดิจิทัลในระหวางที่มีคำสั่งพักใชใบอนุญาตหรือภายหลังจากมี
คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของคณะกรรมการหรือคณะกรรมการตามมาตรา ๓๔/๔ วรรคสอง
ตอ งระวางโทษจำคกุ ไมเ กินสามป หรอื ปรบั ไมเ กินสามแสนบาท หรอื ทัง้ จำท้งั ปรับ

๓๙ มาตรา ๔๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญตั ิวาดว ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ 51
๔๐ มาตรา ๔๔/๑ เพิม่ โดยพระราชบญั ญัตวิ า ดวยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๔๑ มาตรา ๔๕ แกไ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตวิ าดว ยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒
๔๒ มาตรา ๔๕/๑ เพิม่ โดยพระราชบญั ญัตวิ าดวยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒

สำ�นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

๒๓

มาตรา ๔๖๔๓ ในกรณีที่ผูกระทำความผิดเปนนิติบุคคล ถาการกระทำความผิดของ
นิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผูจัดการ หรือบุคคลใด
ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลน้ัน หรือในกรณีที่บุคคลดังกลาวมหี นาที่ตองสัง่ การ
หรอื กระทำการและละเวนไมสั่งการหรือไมกระทำการจนเปน เหตุใหนิตบิ ุคคลน้ันกระทำความผิด
ผูน้นั ตองรับโทษตามทบ่ี ญั ญัติไวสำหรับความผดิ นัน้ ๆ ดว ย
ผูร ับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรฐั มนตรี

๔๓ มาตรา ๔๖ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแหงกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิด
ในทางอาญาของผูแทนนติ บิ ุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐

52 ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

๒๔

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คอื โดยที่การทำธุรกรรมในปจจุบัน
มีแนวโนมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการในการติดตอสื่อสารที่อาศัยการพัฒนาการเทคโนโลยี
ทางอิเล็กทรอนิกสซึ่งมีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แตเนื่องจากการทำธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกสดังกลาวมีความแตกตางจากวิธีการทำธุรกรรมซึ่งมีกฎหมายรองรับอยูใน
ปจจุบันเปนอยางมาก อันสงผลใหตองมีการรองรับสถานะทางกฎหมายของขอมูล
ทางอิเล็กทรอนิกสใหเสมอกับการทำเปนหนังสอื หรือหลักฐานเปนหนังสือ การรับรองวิธีการสง
และรับขอมูลอิเล็กทรอนิกส การใชลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส ตลอดจนการรับฟงพยานหลักฐาน
ที่เปนขอมูลอิเล็กทรอนิกส เพื่อเปนการสงเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใหนาเชื่อถือ
และมีผลในทางกฎหมายเชนเดียวกับการทำธุรกรรมโดยวิธีการทั่วไปที่เคยปฏิบัติอยูเดิม
ควรกำหนดใหมีคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ สทำหนาที่วางนโยบายกำหนดหลักเกณฑ
เพ่ือสงเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ติดตามดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส รวมทั้งมีหนาที่ในการสงเสริมการพัฒนาการทางเทคโนโลยีเพื่อติดตาม
ความกา วหนา ของเทคโนโลยี ซ่ึงมกี ารเปลยี่ นแปลงและพฒั นาศักยภาพตลอดเวลาใหมีมาตรฐาน
นา เชอื่ ถอื ตลอดจนเสนอแนะแนวทางแกไ ขปญ หาและอุปสรรคท่ีเก่ยี วของ อนั จะเปนการสง เสริม
การใชธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสทั้งภายในประเทศและระหวางประเทศ ดวยการมีกฎหมาย
รองรบั ในลักษณะทเี่ ปนเอกรูป และสอดคลอ งกบั มาตรฐานท่นี านาประเทศยอมรบั จงึ จำเปนตอง
ตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี

*พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอำนาจหนาที่ของสวนราชการ
ใหเ ปนไปตามพระราชบญั ญตั ปิ รับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๔๔

มาตรา ๑๐๒ ในพระราชบญั ญตั วิ า ดว ยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ใหแ กไข
คำวา “รัฐมนตรวี า การกระทรวงวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดลอม” เปน “รัฐมนตรีวาการ
กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร”

หมายเหตุ : เหตผุ ลในการประกาศใชพระราชกฤษฎกี าฉบบั นี้ คือ โดยท่พี ระราชบัญญัตปิ รับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบ ญั ญัตใิ หจดั ต้ังสวนราชการขึ้นใหมโ ดยมภี ารกจิ ใหม ซึ่งได
มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตาม
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแลว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกลา วได
บัญญัติใหโอนอำนาจหนาที่ของสวนราชการ รัฐมนตรีผูดำรงตำแหนงหรือผูซึ่งปฏิบัติหนาที่ใน
สวนราชการเดิมมาเปนของสว นราชการใหม โดยใหมกี ารแกไ ขบทบัญญัติตาง ๆ ใหส อดคลองกับ
อำนาจหนาที่ที่โอนไปดวย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติใหเปนไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติ
และพระราชกฤษฎีกาดังกลาว จึงสมควรแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหสอดคลองกับการโอน
สวนราชการ เพื่อใหผูเกี่ยวของมีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมาย

๔๔ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕

ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 53

๒๕

โอนอำนาจหนาที่วาตามกฎหมายใดไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตาม
กฎหมายน้ันไปเปนของหนวยงานใดหรือผูใดแลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมี
การเปลีย่ นชือ่ สว นราชการ รฐั มนตรผี ูดำรงตำแหนงหรือผูซง่ึ ปฏิบัตหิ นาทขี่ องสวนราชการใหตรง
กับการโอนอำนาจหนาที่ และเพิ่มผูแทนสวนราชการในคณะกรรมการใหตรงตามภารกิจที่มี
การตัดโอนจากสว นราชการเดิมมาเปน ของสวนราชการใหมรวมทง้ั ตดั สวนราชการเดิมท่ีมีการยุบ
เลกิ แลว ซ่ึงเปนการแกไขใหต รงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกลาว จงึ จำเปนตอง
ตราพระราชกฤษฎีกาน้ี

พระราชบญั ญตั ิวาดว ยธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑๔๕
มาตรา ๒ พระราชบัญญัติน้ีใหใชบ ังคับตง้ั แตว ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เปนตนไป
มาตรา ๑๑ ในระหวางที่จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส

ตามมาตรา ๔๓ แหง พระราชบัญญัตวิ าดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติม
โดยพระราชบัญญัตินี้ยังไมแลวเสร็จ ใหสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารรับผิดชอบทำหนาที่หนวยงานธุรการของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
ไปพลางกอ น

ใหปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารแตงตั้งขาราชการซ่ึงดำรงตำแหนง
ไมต่ำกวาระดับแปดหรือเทียบเทาในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่อื สาร ทำหนา ทีเ่ ปนหัวหนาสำนกั งานคณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกสไปพลางกอน
จนกวาการจดั ตั้งสำนกั งานคณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกสจ ะแลวเสรจ็

เพื่อประโยชนในการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารจะสั่งใหขาราชการในสังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอื่ สารมาปฏบิ ัตงิ านชัว่ คราวในสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
ตามความจำเปน กไ็ ด

มาตรา ๑๒ ใหนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่อื สารรักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปจจุบันกฎหมาย
วาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสยังไมมีบทบัญญัติรองรับในเรื่องตราประทับอิเล็กทรอนิกส
ซึ่งเปนสิ่งที่สามารถระบุถึงตัวผูทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสไดเชนเดียวกับลายมือช่ือ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ทำใหเปนอปุ สรรคตอการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสท ่ีตองมีการประทับตราใน
หนังสือเปนสำคัญ รวมทั้งยังไมมีบทบัญญัติที่กำหนดใหสามารถนำเอกสารซึ่งเปนสิ่งพิมพออก

๔๕ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕/ตอนท่ี ๓๓ ก/หนา ๘๑/๑๓ กมุ ภาพันธ ๒๕๕๑

54 สำ�นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

๒๖

ของขอมูลอิเล็กทรอนิกสมาใชแทนตนฉบับหรือใหเปนพยานหลักฐานในศาลได และโดยที่ไดมี
การปรับปรุงโครงสรางระบบราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕
และกำหนดใหกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปนหนวยงานที่มีอำนาจหนาที่
เกี่ยวกับการวางแผน สงเสริม พัฒนา และดำเนินกิจการเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร ประกอบกับปจจุบันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสไดมีการใชอยางแพรหลาย จำเปนที่
จะตองมีหนวยงานธุรการเพื่อทำหนาที่กำกับดูแลเพื่อใหเปนไปตามกฎหมายวาดวยธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกสและเปนฝายเลขานุการของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
โดยสมควรจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส สังกัดกระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารขึ้นทำหนาท่ีแทนศูนยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกสและคอมพิวเตอร
แหงชาติ อันจะเปนการสงเสริมความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส และเสริมสรา ง
ศักยภาพการแขงขนั ในเวทีการคา ระหวางประเทศ สมควรแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยธรุ กรรม
ทางอเิ ล็กทรอนิกสเพ่ือใหสอดคลองกบั หลักการดงั กลา ว จงึ จำเปน ตองตราพระราชบญั ญัตนิ ี้

พระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแหงกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญา
ของผแู ทนนิตบิ คุ คล พ.ศ. ๒๕๖๐๔๖

มาตรา ๒ พระราชบัญญตั ิน้ีใหใชบ งั คับตั้งแตว ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปนตนไป
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญไดมี
คำวนิ จิ ฉยั วา พระราชบญั ญัตขิ ายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ เฉพาะในสวนที่
สันนิษฐานใหกรรมการผูจัดการ ผูจัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ
นิติบุคคลนั้น ตองรับโทษทางอาญารวมกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล โดยไมปรากฏวา
มีการกระทำหรือเจตนาประการใดอันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น ขัดหรือแยง
ตอรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง เปนอันใชบ ังคบั
ไมไดตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ และตอมา
ศาลรัฐธรรมนูญไดมีคำวินิจฉัยในลักษณะดังกลาวทำนองเดียวกัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธ์ิ
พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๔ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๗๘
พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒๘/๔ และพระราชบัญญัติปุย พ.ศ. ๒๕๑๘
มาตรา ๗๒/๕ ขดั หรือแยงตอรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙
วรรคสอง เปนอันใชบังคับไมไดตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อแกไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกลาวและกฎหมายอื่นที่มีบทบัญญัติ
ในลักษณะเดียวกนั มใิ หข ัดหรอื แยงตอรฐั ธรรมนญู จงึ จำเปนตองตราพระราชบญั ญัติน้ี

๔๖ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๔/ตอนที่ ๑๘ ก/หนา ๑/๑๑ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๐ 55

ส�ำ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

๒๗

พระราชบัญญัตวิ าดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒๔๗
มาตรา ๒ พระราชบัญญตั นิ ้ีใหใ ชบังคบั ตงั้ แตวนั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

เปน ตน ไป
มาตรา ๒๕ ใหคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ สซ่ึงดำรงตำแหนงอยูในวันกอน

วันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ คงอยูในตำแหนงตอไป จนกวาจะมีการแตงตั้งคณะกรรมการ
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตามพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔
ซ่ึงแกไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัติน้ี

มาตรา ๒๖ บรรดาการใด ๆ ที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตาม
พระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ไดดำเนินการไวกอนวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับและยังมีผลใชบังคับอยู ใหยังคงใชบังคับไดตอไป และเมื่อไดมี
การแตงตั้งคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสตามพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรม
ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่งึ แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญตั นิ ี้ แลว การนน้ั ยังดำเนนิ การ
ไมแลวเสร็จ ใหการดำเนินการตอไปเปนไปตามที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสน้ัน
กำหนด

มาตรา ๒๗ ใหนายกรฐั มนตรีและรัฐมนตรวี า การกระทรวงดิจทิ ัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม
รักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปจจุบันกฎหมายวาดวย
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสมีขอจำกัดหรืออุปสรรคบางประการในการบังคับใชกฎหมาย ประกอบกับ
การทำสัญญาในรูปแบบของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสมีแนวโนมที่จะเกิดขึ้นระหวางคูสัญญา
ทีอ่ ยคู นละประเทศเปน จำนวนมาก เพอ่ื ใหกฎหมายวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสเปนไปตาม
มาตรฐานสากล รวมทง้ั ปรับปรงุ กลไกในการกำกบั ดูแลการประกอบธุรกจิ บริการเกยี่ วกับธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกสใหชัดเจนและสอดคลองกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
จงึ จำเปน ตอ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ี

พระราชบญั ญตั วิ าดวยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒๔๘
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ้ีใหใชบ ังคับตั้งแตวันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เปนตน ไป
มาตรา ๗ ผูประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจนและยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

ซึ่งประกอบธุรกิจอยูในวันกอนที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหดำเนินกิจการตอไปได
และเมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๔/๔ แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรม

๔๗ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๔๙ ก/หนา ๑๒/๑๔ เมษายน ๒๕๖๒
๔๘ ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๖๗ ก/หนา ๒๐๓/๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒

56 ส�ำ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

๒๘

ทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ซ่ึงแกไ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญัตินี้ กำหนดใหเ ปนธุรกิจบริการ
เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสที่ตองไดรับใบอนุญาต ใหผูประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับ
ระบบการพิสูจนและยืนยันตวั ตนทางดจิ ิทัลน้ันยน่ื คำขอรบั ใบอนุญาตภายในเกาสิบวันนับแตวันที่
พระราชกฤษฎีกามีผลใชบังคับ และเมื่อไดยื่นคำขอรับใบอนุญาตแลว ใหดำเนินกิจการตอไป
จนกวา จะมคี ำส่งั ไมอ นญุ าต

มาตรา ๘ บรรดาระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่ใชบังคับอยูใ นวันกอนวันที่พระราชบญั ญัตินีใ้ ชบังคบั ใหยังคงใชบังคับตอ ไปเพียง
เทาทีไ่ มขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ี จนกวาจะมรี ะเบียบตามพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรม
ทางอิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึง่ แกไ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตนิ ใ้ี ชบ งั คับ

มาตรา ๙ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการ
ตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การยืนยันตัวตนของ
บุคคลเปนขั้นตอนสำคัญในการทำธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจ แตที่ผานมาผูที่ประสงคจะ
ขอรับบริการจากผูประกอบการหรือหนวยงานใด ๆ จะตองทำการพิสูจนและยืนยันตัวตนโดย
การแสดงตนตอผูใหบริการพรอมกับตองสงเอกสารหลักฐาน ซึ่งเปนภาระตอผูใชบริการและ
ผูใหบริการ สมควรกำหนดใหบุคคลสามารถพิสูจนและยืนยันตัวตนผานระบบการพิสูจนและ
ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได โดยมีกลไกการควบคุมดูแลผูประกอบธุรกิจบริการที่เกี่ยวของ เพื่อให
ระบบดังกลาวมคี วามนา เชือ่ ถอื และปลอดภัย จงึ จำเปนตอ งตราพระราชบัญญัติน้ี

ส�ำ นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 57

58 ส�ำ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส
เร่อื ง แนวทางการจัดทาํ แนวนโยบาย (Certificate Policy)
และแนวปฏิบตั ิ (Certification Practice Statement)

ของผูใหบรกิ ารออกใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ ส
(Certification Authority) พ.ศ. ๒๕๕๒

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 59

ช่อื กฎหมาย
ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เร่ือง แนวทางการจัดทําแนวนโยบาย (Certificate

Policy) และแนวปฏิบัติ (Certification Practice Statement) ของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
(Certification Authority) พ.ศ. ๒๕๕๒
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

เลม ๑๒๖ / ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง / หนา ๒๗ / วนั ท่ี ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๕๒
เริม่ บังคบั ใช

วนั ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒

60 สำ�นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

เลม ๑๒๖ ตอนพเิ ศษ ๑๘๐ ง หนา ๒๗ ๑๖ ธนั วาคม ๒๕๕๒
ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศคณะกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส

เร่ือง แนวทางการจดั ทาํ แนวนโยบาย (Certificate Policy) และ
แนวปฏิบัติ (Certification Practice Statement)

ของผูใ หบรกิ ารออกใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส (Certification Authority)
พ.ศ. ๒๕๕๒

เพือ่ ใหการใหบริการของผูใหบ รกิ ารออกใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ สมคี วามนาเชอื่ ถือ ตลอดจน
มมี าตรฐานเปนท่ยี อมรบั ในระดบั สากล คณะกรรมการธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส จึงเห็นควรกําหนด
แนวทางในการจัดทาํ แนวนโยบาย (Certificate Policy) และแนวปฏิบัติ (Certification Practice
Statement) ของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส (Certification Authority)

อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๒๘ (๖) มาตรา ๒๙ (๗) และมาตรา ๓๗ (๔) แหงพระราชบัญญัติ
วาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสจึงออก
ประกาศไว ดังตอไปนี้

ขอ ๑ ใหผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส (Certification Authority) จัดทาํ
แนวนโยบาย (Certificate Policy) และแนวปฏบิ ตั ิ (Certification Practice Statement) ตามแนวทาง
การจัดทาํ แนวนโยบาย (Certificate Policy) และแนวปฏิบัติ (Certification Practice Statement)
ของผูใ หบรกิ ารออกใบรบั รองอเิ ล็กทรอนกิ ส (Certification Authority) ทายประกาศน้ี

ขอ ๒ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตนไป

ประกาศ ณ วนั ที่ ๘ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๒
รอยตรีหญงิ ระนองรักษ สุวรรณฉวี

รัฐมนตรวี า การกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร
ประธานกรรมการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส

สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 61

แนวทางการจัดทําแนวนโยบาย (Certificate Policy) และ
แนวปฏิบัติ (Certification Practice Statement)

ของผูใหบ ริการออกใบรับรองอิเลก็ ทรอนกิ ส (Certification Authority)

๑. บทนํา

ในการนําใบรับรองอิเล็กทรอนิกส (Electronic Certificate) ท่ีออกโดยผูใหบริการ
ออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกส (Certification Authority) เพอ่ื ใหผ ูใชบริการสามารถนําไปใชในการรับรอง
ตัวบุคคลผูถือใบรับรองสําหรับใชในการสรางลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) อันเปนลายมือช่ือ
อเิ ลก็ ทรอนิกสท ่เี ชอ่ื ถือไดประเภทหนึ่ง หรือสําหรับการรับรองความมีตัวตนของนิติบุคคล หรือรับรอง
เครื่องใหบริการหรือเซิรฟเวอร (Server) หรือเอนทิตี (Entity) อ่ืนใดก็ตาม ดวยการประยุกตใช
เทคโนโลยีโครงสรางพ้ืนฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure หรือเทคโนโลยี PKI) น้ัน
ความนาเชือ่ ถือของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส นับวามีสวนสําคัญยิ่งตอการใชบริการและ
กอใหเกิดผลผูกพันทางกฎหมายในธุรกรรมตางๆ ท่ีทําขึ้นโดยมีการนําใบรับรองอิเล็กทรอนิกสไปใช
ยืนยันหรือรับรองตัวบุคคล นิติบุคคล เคร่ืองใหบริการหรือเซิรฟเวอร หรือเอนทิตีใดก็ตาม ในการทํา
ธรุ กรรมแตล ะครงั้

เพื่อใหการใหบริการของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส มีความนาเช่ือถือ
หนวยงานท่ีช่ือวา Internet Engineering Task Force หรือ IETF ซึ่งทําการพัฒนาสถาปตยกรรมทาง
อินเทอรเน็ต (Internet Architecture) จึงไดกําหนดกรอบหรือแนวทางในการทําแนวนโยบายและ
แนวปฏิบัติของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสขึ้น เรียกวา Internet X.509 Public Key
Infrastructure Certificate Policy and Certification Practices Framework (RFC 3647) อันเปน
มาตรฐานที่ไดรับการยอมรับในระดับสากล จึงไดนํามาใชเปนแนวทางในการจัดทําประกาศฉบับน้ี
สาํ หรบั ใชป ฏิบัติในการจัดทําแนวนโยบายและแนวปฏิบัติของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
ในประเทศไทย เพื่อใหสอดคลอ งตามมาตรฐานสากล

๒. คํานิยาม (Definition) และคํายอ (Acronym)

ในสวนนี้แสดงถงึ คาํ นยิ ามและคํายอ เพอื่ ใหค วามหมายกับคําท่ีถูกใชในเอกสารนี้อยางเขาใจได
ถูกตองตรงกัน

คาํ /คํายอ คาํ นยิ าม
RFC “The Internet Request For Comments” เปนชุดเอกสารท่ีเขียนเพ่ือนิยามหรือ
บรรยายตามความเปนจริงปจจุบันและแนะนําแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเกณฑวิธี
(Protocol) และนโยบายของอินเทอรเ น็ต เปน ตน

62 ส�ำ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

-๒-

คํา/คาํ ยอ คาํ นิยาม
บุคคล บุคคลธรรมดา หรือนิตบิ คุ คล
เอนทติ ี บุคคลและรวมถึงเคร่ืองใหบริการ (Server) หรือเว็บไซต หรือหนวยปฏิบัติงาน
(Operating Unit/Site) หรอื เคร่ืองมืออื่นใด (Device) ที่อยภู ายใตการควบคุมของ
Certificate บคุ คล
Revocation List รายการเพิกถอนใบรับรองอิเล็กทรอนิกส คือ รายการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
(CRL) ทถ่ี ูกเพิกถอนการใชง าน
Online
Certificate เกณฑวิธี (Protocol) สําหรับตรวจสอบสถานะของการเพิกถอนใบรับรอง หรือ
Status Protocol วันเวลาท่เี รมิ่ ตนและสิน้ สุดการใชใบรบั รอง
(OCSP)
Object Identifier คาสัมพันธซึ่งบงบอกถึงขอมูลสารสนเทศของวัตถุ (Information Object) ใดๆ
(OID) โดยเปน คา ท่ีสามารถบง ชีไ้ ดถ งึ ความเปน หนึง่ เดียวของ Object นนั้ ๆ
กญุ แจสาธารณะ กญุ แจทใี่ ชในการตรวจสอบลายมือชื่อดจิ ทิ ลั และสามารถนําไปใชในการเขารหัส
Public Key ลับขอมูลอิเล็กทรอนิกส เพ่ือมิใหสามารถเขาใจความหมายของขอมูล
อเิ ลก็ ทรอนกิ สท ี่มีการเขารหัสลับนั้นได เพ่ือประโยชนในการรักษาความลับของ
กญุ แจสว นตวั ขอมลู อเิ ลก็ ทรอนิกสนน้ั
Private Key กญุ แจท่ใี ชใ นการสรางลายมือช่ือดิจิทัล และสามารถนําไปใชในการถอดรหัสลับ
เมื่อมีการเขารหสั ลับขอมูลอิเล็กทรอนิกส เพ่ือใหสามารถเขาใจความหมายของ
คกู ุญแจ ขอ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สท่มี ีการเขา รหัสลบั น้ันได
Key Pair กุญแจสวนตัวและกุญแจสาธารณะในระบบการเขารหัสลับแบบอสมมาตรท่ีได
สรางข้ึนโดยวิธีการท่ีทําใหกุญแจสวนตัวมีความสัมพันธในทางคณิตศาสตรกับ
กุญแจสาธารณะในลักษณะท่ีสามารถใชกุญแจสาธารณะตรวจสอบไดวา
ลายมอื ชอื่ ดจิ ิทัลไดสรางข้ึนโดยใชกญุ แจสวนตวั นัน้ หรือไม และสามารถนํากุญแจ
สาธารณะไปใชในการเขารหัสลับขอมูลอิเล็กทรอนิกส ทําใหไมสามารถเขาใจ
ความหมายของขอมูลอิเล็กทรอนิกสไดเพ่ือประโยชนในการรักษาความลับของ
ขอมูลอิเลก็ ทรอนิกส เวนแตบ คุ คลทถ่ี ือกญุ แจสวนตัวซึ่งสามารถนาํ กุญแจสวนตัว
ของตนใชในการถอดรหัสลับของขอมูลอิเล็กทรอนิกส เพื่อใหเจาของกุญแจ
สว นตวั สามารถอา นหรือเขาใจความหมายของขอ มูลอเิ ล็กทรอนกิ สน ้ันได

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 63

-๓-

คาํ /คาํ ยอ คํานยิ าม
ผซู งึ่ ทาํ หนา ทีร่ บั ลงทะเบียนเม่ือมีการยื่นคําขอใชบริการ แจงเพิกถอนใบรับรอง
เจาหนา ท่ีรบั อิเล็กทรอนิกส หรือตออายุใบรับรองอิเล็กทรอนิกส โดยทําการตรวจสอบและ
ลงทะเบยี น ยืนยนั ความถูกตอ งของขอมลู ที่ผใู ชบริการใหไว
Registration
Authority (RA) หมายถึง การท่ีขอมูลสูญหาย ถูกทําลาย ถูกแกไข ถูกเปดเผยโดยมิชอบ หรือ
ถูกลวงรูโดยไมสอดคลองกับวัตถุประสงคของการเก็บรักษาขอมูลนั้น รวมทั้ง
พฤตกิ ารณท ี่ กรณีท่ีมเี หตุอันควรสงสัยวาจะมพี ฤตกิ ารณด ังกลาว
กระทบตอความ
มน่ั คงปลอดภัย
ของขอ มูล
(Compromise)

๓. หวั ขอทตี่ อ งกําหนดไวใ นแนวนโยบาย และ แนวปฏบิ ตั ิ

บทที่ ๑ บทนาํ (Introduction)
บทท่ี ๒ ความรบั ผดิ ชอบในการเผยแพรข อ มูลและการเกบ็ รกั ษาขอมูล

(Publication and Repository Responsibilities)
บทที่ ๓ การระบุและการยืนยนั ตวั บุคคล (Identification and Authentication)
บทท่ี ๔ ขอ กําหนดเกย่ี วกบั การดําเนนิ การตลอดอายขุ องใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ ส

(Certificate Life-Cycle Operation Requirements)
บทท่ี ๕ การควบคมุ ความมั่นคงปลอดภยั ของเครื่องมอื อุปกรณ การบรหิ ารจดั การ และ

การดาํ เนนิ งาน (Facility, Management, and Operational Controls)
บทที่ ๖ การควบคุมความมนั่ คงปลอดภยั ดานเทคนคิ (Technical Security Controls)
บทท่ี ๗ การกําหนดรปู แบบของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส รายการเพกิ ถอน และสถานะของ

ใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส (Certificate, CRL, and OCSP Profiles)
บทที่ ๘ การตรวจสอบการปฏบิ ัติตามกฎขอ บังคบั ตา งๆ และการประเมนิ ความเส่ยี งอน่ื ๆ

(Compliance Audit and Other Assessment)
บทท่ี ๙ ขอกาํ หนดอน่ื ๆ และประเดน็ กฎหมาย (Other Business and Legal Matters)

64 สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

-๔-

๔. เนื้อหาท่ีตอ งกาํ หนดไวในแนวนโยบาย และแนวปฏบิ ตั ิ

บทที่ ๑ บทนํา (Introduction)
เนื้อหาในบทนี้ จะกลาวถึงประเภทของบุคคลหรือเอนทิตีท่ีเก่ียวของและการนําแนวนโยบาย

หรือแนวปฏบิ ัตไิ ปใชง าน
๑. ขอมลู เบื้องตนทวั่ ไป (Overview)
สาระสําคญั ของเน้อื หาในขอนี้ คือ การกลาวถึงแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ โดยท่ัวๆ ไป และ

การนําแนวนโยบายและแนวปฏิบัติที่จัดทําข้ึนไปปรับใชเมื่อมีการประยุกตใช PKI เชน กรณีท่ีมีการ
กําหนดระดับความนาเชือ่ ถอื ของใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ สท แี่ ตกตา งกัน ใบรบั รองซงึ่ แตกตา งกันนัน้ อาจมี
ความซับซอนหรอื อาจมกี ารกําหนดขอบเขตการใช PKI ที่แตกตางกัน ดังนั้น การแสดงขอมูลเก่ียวกับ
โครงสรา งของ PKI จงึ มีประโยชนตอการทาํ ความเขา ใจเน้ือหาในสวนนี้

๒. ช่ือเอกสาร (Document Name and Identification)
เนือ้ หาในสว นน้จี ะกําหนดเกยี่ วกบั “ชือ่ ” สําหรบั ใชเ รียกแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ หรือเรียก

สงิ่ หนึง่ สิง่ ใด (Other Identifier) ทง้ั น้ี รวมถงึ การเรียกชือ่ เอกสารหรือสิ่งที่ระบุถงึ เชน วานน้ั ในทางเทคนิค
ดว ย กลาวคอื จําเปนตอ งมีการจดทะเบียนเลข OID ซ่ึงมีชื่อเรียกอยางเปนทางการวา “ASN.1 Object
Identifier ” ในทางปฏิบัติการกําหนดเลข OID ของแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ หรือสิ่งหนึ่งส่ิงใดน้ัน
ก็เพือ่ ใหส ามารถตรวจสอบไดวาแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ หรือส่ิงอ่ืนท่ีถูกระบุถึงและกํากับดวยเลข
OID น้ัน มีอยูจริง เนื่องจากเลข OID จะเปนตัวเลขซึ่งมีความสัมพันธหรือเชื่อมโยงถึง Information
Object ใดๆ ลักษณะการกาํ หนดเลข OID จะมีการจัดเรียงลําดับตัวเลขกันและคั่นตัวเลขดวยจุด โดยมี
หนว ยงานรบั จดทะเบยี นเลข OID จํานวนหลายหนว ยงานดวยกัน ไดแก American National Standard
Institute (ANSI) สหรัฐอเมรกิ า, ISO เปนตน

๓. บคุ คลทเี่ ก่ียวของ (PKI Participants)
เนื้อหาในบทนี้ควรจะกําหนดลักษณะ (Identity) ประเภทของบุคคลหรือเอนทิตี (Entity)

ท่ีเกย่ี วของ รวมท้ังกําหนดบทบาทและหนา ท่ีของบุคคลหรือเอนทิตเี หลา น้นั ดว ย
๓.๑ ผใู หบ รกิ ารออกใบรับรองอิเลก็ ทรอนิกส (Certification Authority)
คือ ผูใหบริการออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกส ซงึ่ สรา งและออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกสเ พอื่ รับรอง

กุญแจสาธารณะใหกบั ผใู ชบ ริการ
๓.๒ เจาหนาท่ีรับลงทะเบียน (Registration Authority)
คอื บุคคลหรือเอนทติ ี ทท่ี าํ หนา ทใี่ นการตรวจสอบตวั บคุ คลผูสมัครขอใชบริการ ทั้งในข้ันตอน

ที่มีการะบตุ ัวบคุ คลผูสมัครขอใชบริการ (Identification) วาผูสมัครขอใชบริการเปนใคร หรือเอนทิตีใด
และขั้นตอนการยืนยันหรือพิสูจนตัวบุคคล (Authentication) วา ผูสมัครขอใชบริการหรือเอนทีตีอ่ืนใด

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 65

-๕-

เปนบุคคลหรือเอนทิตีนั้นจริง นอกจากน้ันผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส หรือเจาหนาที่รับ
ลงทะเบียน จะทําหนาท่ีทํานองเดียวกันในการเพิกถอนใบรับรอง หรือตออายุใบรับรอง โดยทําการ
ตรวจสอบและยืนยันความถูกตองของขอมูลท่ีผูสมัครขอใชบริการไดใหไวในขั้นตอนตางๆ หลังจาก
ตรวจสอบความถูกตอ งของขอ มูลผูสมัครขอใชบ รกิ ารเรียบรอยแลว จึงแจงใหผูใหบริการออกใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกส ออกใบรับรองใหกับผูสมัครขอใชบริการตอไป ท้ังนี้เจาหนาท่ีรับลงทะเบียน อาจเปน
บุคลากรของผูใหบริการออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส หรอื อาจเปนบคุ ลากรของผสู มคั รขอใชบริการ หรือ
อาจเปนหนว ยงานหรือเอนทติ อี นื่ ท่ไี ดท ําขอ ตกลงกับเจา หนา ทรี่ บั ลงทะเบียน เพอ่ื ทาํ หนาทด่ี ังกลาว

๓.๓ ผูใชบ ริการ (Subscriber)
คอื บคุ คล หรอื เอนทติ ใี ดๆ ทไี่ ดรบั ใบรับรองจากผูใ หบ รกิ ารออกใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ ส

๓.๔ คูกรณที ่เี ก่ียวของ (Relying Party)
คอื บุคคล หรอื เอนทิตีอื่นใดทเี่ ชือ่ ถอื ลายมือชื่อดิจิทัล อนั เปน ลายมอื ช่อื อเิ ล็กทรอนกิ สช นดิ หน่ึง

หรือเชื่อถือใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ดังนั้น คูกรณีที่เกี่ยวของอาจเปนผูใชบริการจากผูใหบริการออก
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส หรืออาจไมใชผูใชบริการจากผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสก็ได
แตเ ปนผซู ึ่งกระทาํ การหรืองดเวนกระทําการใดๆ เพราะเช่ือถือใบรับรองอิเล็กทรอนิกสหรือลายมือช่ือ
ดิจิทลั โดยการใชก ญุ แจสาธารณะทีอ่ ยใู นใบรับรองนนั้ ในการตรวจสอบตวั ตนทีแ่ ทจ รงิ ของผูขอใชบริการ
ซ่ึงเปน เจาของลายมือชอ่ื ดิจิทัลและมีช่อื ปรากฏอยูในใบรับรองอิเลก็ ทรอนกิ ส

๓.๕ บคุ คลซง่ึ เก่ยี วของอน่ื ๆ (Other Participants)
คอื บุคคล หรอื เอนทิตีอ่ืน นอกจากท่ีกลาวถึงขางตน เชน ผูใหบริการในการเก็บรักษาขอมูล

(Providers of Repository Services) หรือผูไดรับการวาจางโดยการ Outsource ใหเปนผูใหบริการ
ออกใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ ส เปนตน

๓.๖ การใชใ บรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส (Certificate Usage)
เน้ือหาในสวนน้ีควรกําหนดเกี่ยวกับลักษณะหรือประเภทของใบรับรองอิเล็กทรอนิกสที่มีการ

นําไปใชในทางปฏิบัติ เชน ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสเพื่อรับรองตัวบุคคล ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสเพ่ือ
รับรองตัวนิติบุคคล ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสเพื่อรับรองเว็บไซต ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสเพ่ือรับรอง
เครื่องใหบริการหรือเซิรฟเวอร ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสเพ่ือใชกับจดหมายอิเล็กทรอนิกสหรืออีเมล
ใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ สส าํ หรบั ใชก ับสัญญาหรือการทําขอ ตกลง เปน ตน

ทั้งนี้ ในกรณีท่ีมีขอจํากัดการใชงาน หรือกรณีที่มีการจัดระดับความนาเช่ือถือของใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกส ก็ควรระบุไวใหชัดเจนดวย และหากลักษณะการใชงานหรือชนิดของใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกสมีความแตกตางกันจนจําเปนตองจัดทําแนวนโยบายหรือแนวปฏิบัติสําหรับการใชงาน
แตละลกั ษณะหรอื ตามชนดิ ของใบรบั รอง ก็จาํ เปน ตองใหขอมลู ในเรื่องดังกลา วเอาไวช ดั เจนดว ยเชน กัน

66 ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

-๖-

๓.๗ การบรหิ ารจัดการเก่ียวกับแนวนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิ (Policy Administration)
เน้ือหาในสวนนี้ควรกลาวถึงชื่อ ท่ีอยูของหนวยงานท่ียกราง จดทะเบียน ดูแลและปรับปรุง

เอกสารแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ นอกจากน้ันยังรวมถึง ชื่อ ที่อยูของจดหมายอิเล็กทรอนิกส
หมายเลขโทรศัพท หมายเลขโทรสารของผูที่สามารถติดตอได ทั้งนี้ โดยอาจกําหนดเปนตําแหนง
ท่ีรับผดิ ชอบในการตอบขอ ซกั ถามหรือติดตอกับผูใชบ ริการของผูใหบ รกิ ารออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส กไ็ ด

นอกจากนั้น เพื่อสรางความนาเช่ือถือใหกับการใหบริการของผูใหบริการออกใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกสเอง ในกรณีที่ผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ไดจัดทําแนวนโยบายและ
แนวปฏิบัติ ตามแนวทางที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสประกาศกําหนดแลว ควรระบุถึง
คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส และที่อยูของหนวยงานธุรการของคณะกรรมการไวใ นขอน้ีดวย

๓.๘ คาํ นิยามและคํายอ (Definitions and Acronyms)
โดยทีใ่ นการจดั ทาํ แนวนโยบายและแนวปฏิบัติ จาํ เปน ตองมีการกลาวถงึ คาํ ศพั ท และคาํ ยอเปน

จาํ นวนมาก ดังนนั้ ในบทนี้จึงควรมกี ารใหความหมายของคาํ ศัพทห รือคาํ ยอเหลา น้ันไวดว ย เชน การให
ความหมายของคําวาผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เจาหนาท่ีรับลงทะเบียนผูใชบริการ
แนวนโยบายและแนวปฏิบัติ ลายมือชื่อดิจิทัล ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส คูกุญแจ กุญแจสวนตัว กุญแจ
สาธารณะ เอนทติ ี เปน ตน เพอื่ เปน ขอ มูลใหก บั ผใู ชบ ริการตอไป

บทท่ี ๒ ความรบั ผดิ ชอบในการเผยแพรขอมลู และการเกบ็ รักษาขอ มูล (Publication and
Repository Responsibilities)
สําหรับเนื้อหาในสวนน้ี ควรจะตองระบุเก่ียวกับบุคคลซ่ึงทําหนาท่ีในการเก็บรักษาขอมูล

(Repository) ในการใหบริการของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ไมวาผูใหบริการออก
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสจะทําหนาที่ดังกลาวนั้นเอง หรือเปนการใชบริการจากผูใหบริการรายอ่ืน
และความรับผิดชอบของบุคคลหรือหนวยงานทท่ี ําหนาท่ใี นการเผยแพรข อ มลู เกี่ยวกบั แนวนโยบาย และ
แนวปฏิบัติ รวมทั้งเนื้อหาท่ีจะมีการเผยแพร เชน การควบคุมมาตรการในการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัย (Security Controls) การรักษาความลับทางการคา (Trade Secret) สําหรับขอมูลสําคัญที่มี
ความออ นไหว เปนตน

นอกจากนั้น ควรใหขอมูลเก่ียวกับความถ่ีหรือความบอยในการเผยแพรขอมูล การควบคุม
การเขาถึงขอมูลที่มีการเผยแพรนั้น (Access Control) รวมท้ังแนวนโยบายและแนวปฏิบัติใบรับรอง
อเิ ล็กทรอนกิ ส หรือสถานะของใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส รวมทั้งการเพกิ ถอนใบรับรองอิเลก็ ทรอนิกส

บทที่ ๓ การระบุและการยนื ยนั ตัวบคุ คล ((Identification and Authentication (I&A))
สําหรับเน้ือหาในบทนี้ควรใหขอมูลเก่ียวกับขั้นตอนในการยืนยันหรือพิสูจนตัวบุคคล หรือ

เอนทติ ีของผสู มคั รขอใชบรกิ ารกบั ผูใหบรกิ ารออกใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ ส หรือเจาหนาท่ีรับลงทะเบียน
กอ นทจ่ี ะมกี ารออกใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส รวมท้ังกําหนดขั้นตอนในการยืนยันหรือพิสูจนบุคคลของ

สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 67

-๗-

ผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส หรือเจาหนาท่ีรับลงทะเบียน หรือเอนทิตีท่ีเก่ียวของกับการ
ใหบริการหรือรวมใหบริการกับผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส นอกจากนั้น อาจใหขอมูล
เกี่ยวกับการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสใหม การตออายุใบรับรองอิเล็กทรอนิกส หรือการเพิกถอน
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสไปพรอมกันดวย อยางไรก็ตาม เนื้อหาที่พึงกําหนดไวในบทน้ีนอกจาก
ท่กี ลาวถงึ ขางตน มดี ังตอ ไปนี้

๑. การกําหนดรูปแบบของช่ือ (Naming)
สําหรับการกําหนดรูปแบบของช่ือท่ีใช (Naming Convention) เพ่ือระบุถึงผูใชบริการนั้น

ควรกําหนด ดงั นี้
๑.๑ รปู แบบของช่ือ เชน X.500 Distinguished Name หรอื RFC 822 Names สาํ หรับจดหมาย
อิเลก็ ทรอนิกสหรอื อเี มล (e-mail) และ X.400 สาํ หรบั ช่ือ
๑.๒ ช่ือนัน้ จะมคี วามหมายหรอื ไมม ีกไ็ ด
๑.๓ การกําหนดช่ือของผูใชบริการในกรณีท่ีมีการใชช่ือนิรนามหรือนามแฝงหรือปดบังช่ือ
ทีแ่ ทจรงิ (Anonymous or Pseudonymous)
๑.๔ กฎในการแปลงช่อื ในรปู แบบตางๆ เชน มาตรฐาน X.500 และ RFC 822 เปน ตน
๑.๕ ช่ือนั้นจะตองมลี ักษณะเฉพาะ (Unique Name)

๒. ความสมบูรณใ นการระบุตวั บุคคล (Initial Identity Validation)
ขอมูลในสวนนี้ ควรจะกําหนดเก่ียวกับวิธีการระบุตัวบุคคล (Identification) และยืนยันหรือ

พิสูจนตัวบุคคล (Authentication) เมื่อแรกเร่ิมลงทะเบียนกับผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
เจา หนาที่รับลงทะเบียน ผใู ชบ ริการ หรือคกู รณีท่ีเก่ยี วขอ งอนื่ ๆ ท้งั น้ี โดย

๒.๑ การยืนยันหรือพิสูจนความสัมพันธของกุญแจสวนตัวกับกุญแจสาธารณะท่ีถือหรือ
ครอบครองอยูโดยผูใชบริการ เชน การใชในการพิสูจนลายมือชื่อดิจิทัลที่ปรากฏใน
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสดวยการใชลายมือชื่อดิจิทัลในการสง Certificate Request
Message มายงั ผใู หบ ริการออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกส เปน ตน

๒.๒ การยืนยันหรือพิสูจนเงื่อนไขสําหรับการตรวจสอบความมีอยูขององคกรหรือหนวยงาน
เชน การตรวจสอบจากหนงั สอื รับรองของบรษิ ัทหรอื นิติบุคคลทีอ่ อกโดยกรมพัฒนาธุรกิจ
การคา กระทรวงพาณิชย เปน ตน

๒.๓ การยนื ยนั หรือพสิ ูจนเ งือ่ นไขสําหรับการตรวจสอบขอมูลของบุคคลซึ่งกระทําการในนาม
ขององคกรหรือหนวยงาน เชน การตรวจสอบจากหนังสอื มอบอํานาจ เปน ตน

68 สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

-๘-

๓. การระบุและยืนยันหรือพิสูจนตัวบคุ คลเม่ือมีการขอออกกญุ แจใหม (Identification and
Authentication for Re-key Requests)
สําหรับขั้นตอนนี้ จะครอบคลุมท้ังในขั้นตอนทีใ่ บรับรองอิเลก็ ทรอนกิ สห มดอายลุ งและกรณีมีการ

เพิกถอนการใชใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ดังนั้น จึงควรจะเปนขั้นตอนที่มีรูปแบบการทํางานทํานอง
เดยี วกนั กับการระบุและยืนยันหรือพสิ ูจนต ัวบคุ คลเหมอื นกับขั้นตอนแรกท่ีไดม ีการขอใชบรกิ าร

๔. การระบุและยืนยันหรือพสิ จู นต ัวบคุ คลเม่อื มีการขอเพกิ ถอนใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกส
(Identification and Authentication for Revocation Requests)
เพ่ือระบุประเภทของบคุ คลทสี่ ามารถทาํ การรอ งขอเพิกถอนใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ สและขั้นตอน

ในการยืนยนั หรือพิสจู นข อ มูลท่แี สดงตวั ตนของบคุ คลดงั กลาวรวมทัง้ สิทธิของบคุ คลนน้ั

บทท่ี ๔ ขอกาํ หนดเกีย่ วกบั การดาํ เนินการตลอดอายุของใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส (Certificate
Life-Cycle Operation Requirements)
ขอมูลในสวนน้ีใชในการระบุขอกําหนดในการดําเนินการเกี่ยวกับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส

สําหรับผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เจาหนาที่รับลงทะเบียน ผูใชบริการ และบุคคล
ท่เี กยี่ วขอ งอนื่ ๆ ใหสอดคลอ งกบั บทบาทและหนา ทข่ี องตน

๑. การยื่นคาํ ขอใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกส (Certificate Application)
สวนนีค้ วรระบุขอ กําหนดเกยี่ วกบั การสมคั รขอใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกสด ังตอ ไปน้ี
๑.๑ บุคคลท่ีสามารถสมัครขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกสได เชน ผูท่ีจะมีชื่อในใบรับรอง
อิเล็กทรอนกิ ส (Certificate Subject) หรือ RA เปน ตน
๑.๒ กระบวนการย่ืนคําขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส และภาระหนาท่ีท่ีเกี่ยวของ ตัวอยางของ
กระบวนการย่นื ขอใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส อาจเปนดังตอไปนี้
(๑) ผูสงคําขอใบรับรองสรา งคกู ุญแจและสงคําขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกสใหเจาหนาท่ีรับ
ลงทะเบียน โดยผูสงคําขอใบรับรองตองใหขอมูลที่ครบถวนและถูกตองตามระเบียบ
การขอใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ สข องผใู หบ ริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
(๒) เจาหนา ทรี่ ับลงทะเบียนตรวจคาํ ขอ และลงลายมอื ชอ่ื กํากับคําขอท่ีผานการตรวจสอบ
แลวไปใหผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เจาหนาที่รับลงทะเบียน และ
ผูใ หบรกิ ารออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกส ตองกําหนดหลักการและวิธกี ารขอใบรับรอง
อเิ ล็กทรอนิกส

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 69

-๙-

๒. การพิจารณาคําขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส (Certificate Application Processing)
เนื้อหาสว นนี้ควรใหข อ มูลเกีย่ วกับกระบวนการพิจารณาคําขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ตัวอยาง

กระบวนการ เชน
๒.๑ ผูใหบริการออกใบรับรองอิเลก็ ทรอนกิ สแ ละเจา หนา ที่รับลงทะเบียนจะดําเนินการตรวจสอบ
ความถกู ตอ งของผสู มัคร เพ่อื การระบุและยนื ยนั ตวั บุคคล
๒.๒ ผูใ หบ รกิ ารออกใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนิกสและเจาหนาท่ีรับลงทะเบียนจะพิจารณาวาจะอนุมัติ
หรือไมอนมุ ัตกิ ารสมัครขอใชบรกิ ารใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
๒.๓ การกาํ หนดระยะเวลาท่ีผใู หบ รกิ ารออกใบรับรองอิเล็กทรอนกิ ส และเจา หนาที่รับลงทะเบียน
ใชในการพิจารณาการยน่ื คาํ ขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส

๓. การออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Certificate Issuance)
เนื้อหาสวนนีค้ วรใหขอ มูลเก่ียวกบั กระบวนการออกใบรับรองอิเลก็ ทรอนกิ สในประเด็นตา งๆ ดังตอไปนี้
๓.๑ ขอปฏิบัติของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ในการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
เชน การตรวจลายมือชื่อและอํานาจกระทําการของ เจาหนาท่ีรับลงทะเบียน ตลอดจน
การสรางใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส
๓.๒ วิธีการแจงผลการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสแกผูใชบริการ เชน การแจงทางจดหมาย
อเิ ลก็ ทรอนิกส

๔. การยอมรับใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนิกส (Certificate Acceptance)
๔.๑ ขอ ปฏบิ ัตขิ องผสู มคั รขอใบรบั รองอเิ ล็กทรอนกิ สท ถ่ี ือเปนการยอมรับใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส
เชน ผูสมัครขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกสยอมรับใบรับรองอิเล็กทรอนิกสที่ผูใหบริการออก
ใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ออกใหใ นกรณที ่ี
(๑) ผใู หบ รกิ ารออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส มไิ ดร บั การแจง การใดๆ จากผสู มคั รขอใบรบั รอง
อเิ ลก็ ทรอนิกสภ ายในเวลาที่กําหนด
(๒) ผูใชบริการลงลายมือชื่อกํากับขอความแจงการยอมรับหรือไมยอมรับใบรับรอง
อิเลก็ ทรอนกิ ส
๔.๒ การเผยแพรใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกสท ไี่ ดย อมรับโดยผูสมัครขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกสแลว
ซง่ึ อาจเผยแพรโ ดยผา นทาง X.500 Directory หรอื LDAP repository
๔.๓ การแจงใหบุคคลอ่ืนทราบถึงใบรับรองอิเล็กทรอนิกสท่ีไดออกใหผูสมัครขอใบรับรอง
อิเลก็ ทรอนกิ ส เชน ผูใหบ รกิ ารออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส อาจสงใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
ทอี่ อกใหผสู มัครขอใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส แกเ จา หนาท่รี บั ลงทะเบยี น เปนตน

70 ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

-๑๐-

๕. การใชค ูกญุ แจ และใบรับรองอิเล็กทรอนกิ ส (Key Pair and Certificate Usage)

๕.๑ ความรับผิดชอบของผูใชบริการในการใชคูกุญแจและใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เชน
ผใู ชบ ริการจะตอ งใชกญุ แจสว นตัว (Private Key) และใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกสตามนโยบาย
ที่กําหนดในแนวนโยบาย และสัญญาระหวางผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสกับ
ผูใชบริการ โดยผูใชบริการสามารถใชกุญแจสวนตัวหลังจากท่ีผูใชบริการไดยอมรับ
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกสน้ันแลว และไมสามารถใชงานกุญแจสวนตัวและใบรับรอง
อิเล็กทรอนกิ สไดหลงั จากใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกสด ังกลาวหมดอายลุ งหรอื ถูกเพกิ ถอน

๕.๒ ความรับผิดชอบของคูกรณีที่เกี่ยวของในการใชกุญแจสาธารณะ หรือใบรับรอง
อิเลก็ ทรอนกิ สข องผใู ชบ ริการ เชน คูก รณที เ่ี ก่ียวของจะตอ งใชใบรบั รองอิเล็กทรอนิกสตาม
นโยบายท่ีกําหนดในแนวนโยบาย และตองตรวจสอบสถานะของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
ตามวธิ ีท่ีระบุใน แนวนโยบายภายใตเงือ่ นไขเกีย่ วกับคูกรณที ี่เกี่ยวขอ ง

๖. การตออายุใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส (Certificate Renewal)
การตอ อายุใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ ส หมายถงึ การออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกสใหมใหผูใชบริการ

โดยไมมีการเปล่ียนแปลงกุญแจสาธารณะของผูใชบริการ หรือขอมูลอ่ืนใดท่ีปรากฏในใบรับรอง
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส การตออายใุ บรบั รองอิเลก็ ทรอนิกสควรคํานึงถึงประเด็นตางๆ ดังตอไปน้ี

๖.๑ กรณีตางๆ ทีอ่ นญุ าตใหมีการตออายุใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เชน ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
หมดอายุแตนโยบายอนุญาตใหใชคูกุญแจเดิมตอไปได ใหสามารถตออายุใบรับรอง
อิเลก็ ทรอนกิ สได

๖.๒ บุคคลท่ีสามารถขอตออายุใบรับรองอิเล็กทรอนิกสได เชน ผูใหบริการออกใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกส อาจอนุญาตใหเจาหนาท่ีรับลงทะเบียน ขอตออายุแทนผูใชบริการได หรือ
ผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส อาจตออายุใบรับรองอิเล็กทรอนิกสใหผูใชบริการ
โดยอตั โนมตั เิ มอื่ ใบรับรองดงั กลาวหมดอายลุ ง

๖.๓ ควรมีการระบุกระบวนการในการขอตออายุใบรับรองอิเล็กทรอนิกสท่ีชัดเจน เชน การใช
รหสั ผาน (Password) ในการยนื ยนั ตวั บุคคลอกี ครั้งกอนการตอ อายใุ บรับรองอิเลก็ ทรอนิกส

๖.๔ ควรมีวิธกี ารแจง วา ไดตออายใุ บรบั รองอเิ ลก็ ทรอนิกสใหผ ูใ ชบ ริการแลว

๖.๕ ควรระบุวิธีการยอมรับใบรับรองอิเล็กทรอนิกสที่ผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
ตออายใุ หแ กผ ูใชบ ริการใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส

๖.๖ ควรอธิบายเกี่ยวกับการเผยแพรใ บรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ สต ลอดจนวธิ กี ารแจงบคุ คลทเ่ี ก่ยี วขอ ง
ใหทราบถงึ การตอ อายใุ บรบั รองอเิ ลก็ ทรอนิกส

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ 71

-๑๑-

๗. การรบั รองคกู ุญแจใหม (Certificate Re-key)
เนือ้ หาสว นนีค้ วรใหขอมลู เก่ียวกับการสรางคูก ญุ แจใหม รวมถงึ การออกใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ ส

ใหมเพื่อรองรบั คูก ญุ แจใหม โดยผใู ชบรกิ ารหรือบคุ คลอื่น
๗.๑ กรณตี า งๆ ที่ผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสสามารถหรือตองสรางคูกุญแจ และ
ออกใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ สเพอื่ รองรับคูก ญุ แจใหมน้ี เชน กรณขี องการเพิกถอนใบรับรอง
อเิ ล็กทรอนกิ ส หรือการหมดอายุการใชง านของคกู ญุ แจ
๗.๒ การกําหนดใหบคุ คลใดสามารถขอใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกสเพอื่ รองรับคูกญุ แจใหม
๗.๓ ควรมีวิธกี ารแจง การออกใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ หมใ หผ ใู ชบรกิ ารทราบ
๗.๔ ควรระบุวธิ ีการยอมรับใบรับรองอิเล็กทรอนิกสท ่ีผใู หบ รกิ ารออกใบรับรองอิเลก็ ทรอนิกส
เพ่ือรองรบั คกู ุญแจใหม
๗.๕ ควรอธิบายเกี่ยวกับการเผยแพรใ บรับรองอิเล็กทรอนกิ สต ลอดจนวธิ กี ารแจงบุคคล
ท่เี ก่ยี วขอ งใหทราบถงึ การออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกสเพ่ือรองรับคูก ุญแจใหม

๘. การแกไขเปล่ียนแปลงใบรบั รองอเิ ล็กทรอนกิ ส (Certificate Modification)
เนอื้ หาสวนนคี้ วรใหข อ มลู เกยี่ วกบั การออกใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ สใ หมอันเนือ่ งมาจากการแกไข

เปลย่ี นแปลงขอ มลู ในใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ สท่ีไมใชก ุญแจสาธารณะของผูใชบรกิ าร เชน
๘.๑ กรณตี างๆ ท่ผี ูใหบรกิ ารออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสอนุญาตใหผูใชบริการสามารถแกไข
เปลี่ยนแปลงขอมูลในใบรับรองอิเล็กทรอนิกสได เชน การเปล่ียนช่ือ การเปล่ียนแปลง
Distinguished Name และการเปลย่ี นบทบาทภาระหนา ท่ใี นทท่ี ํางาน
๘.๒ การกําหนดใหบุคคลใดสามารถขอแกไขเปล่ียนแปลงใบรับรองอิเล็กทรอนิกสได เชน
ผใู ชบรกิ าร เจา หนาทีฝ่ ายบุคคล หรือเจาหนาทร่ี ับลงทะเบยี น เปน ตน
๘.๓ ควรมีวธิ ีการแจงการออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ หมใหผใู ชบริการทราบ
๘.๔ ควรระบุวธิ กี ารยอมรบั ใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ สท ี่ผูใหบรกิ ารออกใหใ หม
๘.๕ ควรอธิบายเก่ียวกับการเผยแพรใบรับรองอิเล็กทรอนิกสตลอดจนวิธีการแจงบุคคล
ทีเ่ กี่ยวขอ งใหท ราบถงึ การออกใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกสใ หม

๙. การเพิกถอนและพักใชใบรับรองอิเลก็ ทรอนิกส (Certificate Revocation and Suspension)
เน้ือหาสว นนค้ี วรใหข อ มูลเกยี่ วกบั การเพกิ ถอนและการพกั ใชใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ ส
๙.๑ กรณีตางๆผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส ใหมีการพักใชหรือเพิกถอนใบรับรอง
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส เชน การเลิกจางงานผูใชบริการ การสูญหายของอุปกรณเขารหัสลับ หรือ
มีเหตอุ ันควรสงสยั วา มีการลว งรูกญุ แจสวนตวั โดยมิชอบ เปนตน

72 ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

-๑๒-

๙.๒ การกําหนดใหบุคคลใดสามารถขอเพิกถอนและพักใชใบรับรองอิเล็กทรอนิกสของ
ผูใ ชบ ริการได เชน ผใู ชบรกิ าร และเจา หนาทีร่ บั ลงทะเบยี น เปน ตน

๙.๓ ควรมีการระบุกระบวนการขอเพิกถอนและพักใชใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เชน
การกําหนดใหเ จาหนา ที่รบั ลงทะเบยี น หรือผูใชบรกิ ารตองลงลายมือช่ือกํากับคําขอเพิกถอน
ใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส เปน ตน

๙.๔ ควรมีการกําหนดระยะเวลาทผ่ี ูใชบ รกิ ารสามารถขอเพิกถอนใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกสได
๙.๕ ควรมีการกําหนดวิธีการที่คูกรณีที่เก่ียวของสามารถตรวจสอบสถานะของใบรับรอง

อิเล็กทรอนกิ สไ ด
๙.๖ ในกรณีท่ีมีการใช Certificate Revocation List (CRL) ในการเผยแพรใบรับรอง

อิเล็กทรอนิกสท่ีไดเพิกถอนและพักใช ควรมีการกําหนดความถี่ของการเผยแพรขอมูล
ดังกลาว ระยะเวลาระหวางการสราง CRL และเวลาที่เผยแพร CRL ใหสาธารณะทราบ
และถามีการใหบ รกิ ารตรวจสอบสถานะของใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ บบออนไลน ก็ควรแจง
ใหสาธารณะทราบถึงวิธกี ารใชง าน เงอื่ นไข และขอกําหนดทีเ่ กยี่ วขอ งดวย
๙.๗ ควรกาํ หนดระยะเวลาการพักใชใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
๑๐. บริการตรวจสอบสถานะของใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ ส (Certificate Status Services)
ขอมูลสวนนี้กลาวถึงบริการตรวจสอบสถานะของใบรับรองอิเล็กทรอนิกสสําหรับคูกรณี
ท่เี กี่ยวขอ ง และควรมปี ระเดน็ ดังตอ ไปน้ี
๑๐.๑ ลกั ษณะของบรกิ ารตรวจสอบสถานะของใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกส และสภาพพรอมใชงาน
ของระบบบริการ รวมถึงนโยบายรองรับกรณีทร่ี ะบบไมสามารถใหบ ริการได
๑๐.๒ ลักษณะของบรกิ ารอ่นื ที่เกี่ยวของ
๑๑. การเลกิ ใชบ ริการใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (End of Subscription)
ขอ มูลสว นนีก้ ลาวถงึ ขั้นตอนทผี่ ใู ชบรกิ ารปฏิบัติในการเลิกใชใบรับรองอิเล็กทรอนิกสซ่ึงอาจมี
สาเหตุมาจากการหมดอายุของใบรับรองอิเล็กทรอนิกส หรือการเลิกใหบริการโดยผูใหบริการ
ออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส
๑๒. การเกบ็ รักษาและการกูคืนกุญแจ (Key Escrow and Recovery)
ผใู หบรกิ ารออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสควรระบุนโยบายเกี่ยวกับการเก็บรักษาและการกูคืน
กุญแจสว นตัว และการปอ งกัน Session Key (Session Key Encapsulation)

สำ�นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 73

-๑๓-

บทที่ ๕ การควบคุมความมั่นคงปลอดภัยของเครื่องมืออุปกรณ การบริหารจัดการ และ
การดาํ เนนิ งาน (Facility, Management, and Operational Controls)
สาํ หรบั เนือ้ หาในบทนจ้ี ะครอบคลุมการควบคุมและการรกั ษาความม่ันคงปลอดภัยทางกายภาพ

สําหรับกรณีท่ีผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสตองใชในการสรางกุญแจ (Key Generation)
การยนื ยันตวั บุคคล (Subject Authentication) การออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส (Certificate Issuance)
การเพกิ ถอนใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนิกส (Certificate Revocation) การตรวจสอบระบบและเกบ็ รักษาขอมูล
(Auditing and Archiving) ใหม น่ั คงปลอดภัย

ดังน้ัน จึงควรมีการกําหนดวิธีการในการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของบุคคลที่เก่ียวของ
เพอื่ สรางความเช่ือมน่ั ในการใชง านใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส และปอ งกนั มใิ หม ีการบกุ รุก หรือเขา ถงึ ระบบ
หรือลวงรูขอมูลในระบบการใหบริการของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส รวมท้ังปองกัน
มใิ หเกิดความผดิ พลาดในขอมลู ท่ีใชใ นการสรางใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกส หรือรายการเพิกถอนใบรับรอง
อเิ ลก็ ทรอนกิ สก รณที ีม่ ีการลว งรูก ญุ แจสวนตวั ของผใู หบรกิ ารออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ สโดยมชิ อบ

ท้ังน้ี ความม่ันคงปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security Controls) น้ัน ครอบคลุมในเร่ือง
ดังตอไปน้ี

๑. สถานทต่ี ั้งหรือการกอ สรา งสาํ นักงานในการใหบรกิ าร (Site Location and Construction)
เน้ือหาในสวนนี้ควรมีการกําหนดพื้นที่ท่ีมีการรักษาความม่ันคงปลอดภัยเปนพิเศษ (High

Security Zone) หรือการใชหองและตูนิรภัย การติดต้ังระบบโทรทัศนวงจรปด และระบบตรวจจับ
การบุกรกุ ทางกายภาพ เปนตน

๒. การเขาถงึ ทางกายภาพ (Physical Access)
ควรกําหนดเก่ียวกับการเขาออกระหวางพื้นที่สํานักงานกับพ้ืนที่ที่มีการรักษาความม่ันคง

ปลอดภัยเปนพิเศษ การเคล่ือนยายจากพ้ืนท่ีหนึ่งไปยังอีกพ้ืนท่ีหน่ึง ใหมีการปองกันการเขาถึงทาง
กายภาพ เชน การพสิ ูจนตวั บุคคลกอ นอนญุ าตใหเขา ถงึ ระบบใหบ รกิ ารได อาจทาํ ไดโ ดยการใชบ ัตรแถบ
แมเ หล็ก และการตรวจสอบลายนิ้วมอื เปน ตน นอกจากน้ี ยงั ควรมกี ารคํานึงถึงการบริหารจัดการระบบ
ไฟฟา และระบบปรบั อากาศ การปองกันภยั จากน้ํา การจัดเกบ็ Backup Media ไวในสถานท่อี น่ื ท่ีไดรับ
การปอ งกนั การเขาถึง ปอ งกนั ภยั จากไฟและน้ํา

๓. การควบคุมความมัน่ คงปลอดภยั ดา นกายภาพ (Physical Security Controls)
ผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสควรบรรยายวิธีการควบคุมดานกายภาพของสถานท่ี

ประกอบการในหัวขอดังตอ ไปนี้
๓.๑ สถานท่ีตง้ั ของผูใ หบ ริการออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกส และการจัดแบงพ้ืนท่ีตามระดับของ
ความมัน่ คงปลอดภัยทต่ี องการ
๓.๒ การควบคุมการเขาถึงพ้ืนทีท่ ตี่ อ งการระดับความม่นั คงปลอดภัยที่ตา งกนั

74 ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

-๑๔-

๓.๓ การดแู ลเรอื่ งพลังงานไฟฟา การไหลเวียนของนํ้า การควบคุมสภาพอากาศ อุณหภูมิและ
ความชื้นสัมพัทธ การปองกันการเกดิ อัคคภี ยั เพอื่ ปองกันการหยุดชะงักของการใหบริการ
จากเหตุเหลาน้ี

๓.๔ การเก็บรักษาส่ือที่ใชเก็บขอมูลของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสใหมั่นคง
ปลอดภัย ตลอดจนการกําหนดใหมีการสํารองขอมูลนอกสถานท่ีประกอบการเพ่ือปองกัน
การสูญเสยี หรอื สูญหายของขอมลู

๔. การควบคมุ กระบวนการตางๆ ในการดาํ เนนิ การ (Procedural Controls)
ผูใ หบ รกิ ารออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสควรมีการจัดบทบาทและหนาท่ีของบุคลากรในองคกร

ใหเหมาะสม และกําหนดนโยบายเกย่ี วกบั การทาํ งานของบคุ ลากรในแตละบทบาท เชน วิธีการระบุและ
ยืนยันตัวบุคคล หรือวิธีการเขาถึงขอมูลสําคัญโดยบุคคลในบทบาทตางๆ โดยการแบงแยกหนาที่
ซ่งึ ไมอนญุ าตใหบ ุคคลหน่งึ รับหนา ทใ่ี นหลายบทบาทดวยเหตุผลดา นความมน่ั คงปลอดภัยของขอ มลู

๕. การกูคืนระบบอันเกิดจากพฤติการณที่กระทบตอความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลและ
ภยั พิบัติอันเกดิ แกระบบ (Compromise and Disaster Recovery)
ผูใหบริการออกใบรบั รองอิเล็กทรอนิกสควรมีนโยบายในการกูคืนระบบอันเกิดจากพฤติการณ

ท่ีกระทบตอความมั่นคงปลอดภัยของขอมูลและภัยพิบัติอันเกิดแกระบบ เชน ขอมูลถูกทําลาย
อนั เน่ืองมาจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอืน่ ใด เพ่อื ใหก ารใหบ รกิ ารไมห ยุดชะงกั

๖. การเลิกกจิ การของผูใหบ ริการออกใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ ละเจาหนา ท่ีรับลงทะเบียน
(CA or RA Termination)
ในกรณีท่ีผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสหรือเจาหนาท่ีรับลงทะเบียนเลิกกิจการ

จะตองมีการแจงใหบุคคลท่ีเกี่ยวของทราบ รวมถึงผูที่รับผิดชอบขอมูลของผูใหบริการออกใบรับรอง
อิเลก็ ทรอนิกสแ ละเจา หนา ทรี่ ับลงทะเบียนเพอ่ื ใหเกดิ ผลกระทบตอ ผูใชบรกิ ารนอ ยทสี่ ุด

บทท่ี ๖ การควบคมุ ความมน่ั คงปลอดภยั ดา นเทคนคิ (Technical Security Controls)
สําหรบั เนือ้ หาในสวนน้เี ปนการกาํ หนดมาตรการดา นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของกุญแจ

และขอ มูลสําหรับอนญุ าตใหใ ชกญุ แจ เชน PIN และ Password และประเด็นตา งๆ ทีเ่ กย่ี วกับการบรหิ าร
จัดการกุญแจ

๑. การสรา งและตดิ ต้งั คูกญุ แจ (Key Pair Generation and Installation)
การสรางและการตดิ ตั้งคกู ญุ แจมปี ระเดน็ ทต่ี อ งพิจารณาและกําหนดเปนนโยบาย ดังตอไปน้ี
๑.๑ ใครเปนผสู รา งคกู ญุ แจใหผ ใู ชบ ริการ และสรา งโดยซอฟตแ วรห รอื ฮารด แวร
๑.๒ วิธีการทผ่ี ูใชบรกิ ารจะไดรบั กญุ แจสว นตวั ของตนแบบม่นั คงปลอดภยั เปนไปไดอ ยางไรบาง

สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 75

-๑๕-

๑.๓ วธิ กี ารท่ีผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกสจะไดรับกุญแจสาธารณะของผูใชบริการ
แบบม่นั คงปลอดภัยเปน ไปไดอ ยา งไรบา ง

๑.๔ คูกรณที เี่ กี่ยวของจะไดรบั กญุ แจสาธารณะของผูใหบ รกิ ารออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนิกสแบบ
มัน่ คงปลอดภัยเปนไปไดอ ยา งไรบาง

๑.๕ ความยาวของคกู ุญแจเปนเทาใด เชน กุญแจอาจมคี วามยาว 1,024 บติ RSA และ 1,024 บิต DSA
๑.๖ ใครเปนผูที่กําหนดพารามิเตอรของกุญแจสาธารณะ และมีการตรวจสอบคุณภาพของ

พารามเิ ตอรร ะหวา งการสรา งกุญแจหรอื ไม
๑.๗ วัตถปุ ระสงคท่ีอาจจะนําคกู ญุ แจไปใช หรอื วตั ถปุ ระสงคทค่ี วรจํากดั การใชคูกุญแจคืออะไร

สาํ หรบั ใบรับรองตาม X.509 น้นั วัตถุประสงคเหลานี้ควรจะสอดคลองกับการใชงานกุญแจ
ตามมาตรฐาน X.509 เวอรช ่ัน 3
๒. การปองกนั กุญแจสว นตัว (Private Key Protection) และการจัดการควบคมุ ช้ินสว น
สําหรบั การเขา รหัสลับ (Cryptographic Module Engineering Control)
ในสวนนี้ควรกําหนดวิธีการปอ งกันกุญแจสวนตัวและการใชงานช้ินสวนสําหรับการเขารหัสลับ
ของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เจาหนาท่ีรับลงทะเบียน ผูใชบริการ และผูใหบริการเก็บ
ขอมูล โดยคํานึงถึงความม่ันคงปลอดภัยและความเสียหายอันเกิดจากการเก็บรักษากุญแจสวนตัว
การสาํ รองกญุ แจสว นตวั และการบันทกึ ถาวรกุญแจสวนตัว ทั้งน้ี ใหพ จิ ารณาคําถาม ดังตอ ไปนี้
๒.๑ ถามีการใชงานช้ินสวนสําหรับการเขารหัสลับ (อาจเปนซอฟตแวร ฮารดแวร และ หรือ
เฟรมแวร) ควรจะอา งอิงตามมาตรฐานใด
๒.๒ จําเปนตองมีการควบคุมการเขาถึงกุญแจสวนตัว โดยผูมีสิทธิมากกวา ๑ คนหรือไม
(แบบ m out of n)
๒.๓ มนี โยบายในการเก็บรกั ษากุญแจสว นตัวหรือไม (Key Escrow)
๒.๔ มนี โยบายในการสาํ รองกญุ แจสว นตวั หรอื ไม (Private Key Backup)
๒.๕ มนี โยบายในการบันทกึ ถาวรกญุ แจสวนตัวหรอื ไม (Private Key Archival)
๒.๖ ในกรณใี ดบา งทจ่ี ะมกี ารถา ยโอนกญุ แจสวนตวั เขาไปในหรอื ออกจากช้นิ สว นสาํ หรบั เขา รหสั ลบั
๒.๗ การจดั เกบ็ กุญแจสวนตัวในชิ้นสวนสําหรับเขารหัสลับ (Private Key Storage in Cryptographic
Module) จะทําดวยวิธีใด เชน เก็บในรูปแบบขอมูลธรรมดาที่อานเขาใจได (Plaintext)
รูปแบบของขอมูลทีม่ ีการเขารหสั ลับ (Encrypted) หรอื การแยกกญุ แจ (Split Key) เปนตน
๒.๘ ใครเปนผทู ม่ี ีสทิ ธใิ นการใชง านกุญแจสว นตวั ดวยวิธีอยา งไร
๒.๙ ใครเปน ผูมสี ิทธใิ นการยกเลิกการใชง านกุญแจสว นตัว ดวยวธิ ีอยางไร
๒.๑๐ ใครมสี ทิ ธิทาํ ลายกุญแจสว นตวั ดว ยวธิ ีอยางไร

76 ส�ำ นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

-๑๖-

๒.๑๑ รายละเอียดความสามารถของชิ้นสวนสําหรับเขารหัสลับ เปนอยางไร (อาจอางถึง
มาตรฐานทเ่ี กีย่ วขอ ง เชน FIPS 140-1

๓. รายละเอยี ดอน่ื เกี่ยวกบั การจัดการและบรหิ ารคกู ุญแจ (Other Aspects of Key Pair
Management)
ในสวนนี้ควรกําหนดวิธีการในการจัดการและบริหารคูกุญแจของผูใหบริการออกใบรับรอง

อิเล็กทรอนิกส เจาหนาท่ีรับลงทะเบียน ผูใชบริการ และผูใหบริการเก็บขอมูล โดยพิจารณาคําถาม
ดังตอ ไปน้ี

๓.๑ ควรมีการเก็บบันทึกถาวรของกุญแจสาธารณะ (Public Key Archival) หรือไม ถามีใคร
จะเปนผูทําหนาท่ีเก็บบันทึกถาวร และการควบคุมความม่ันคงปลอดภัยของระบบเก็บ
บนั ทกึ ถาวร ทงั้ ในเร่ืองความจาํ เปนในการปกปองซอฟตแวร และฮารดแวรท่ีเก่ียวของกับ
การใชงานกญุ แจสาธารณะอยตู ลอดเวลา

๓.๒ ระยะเวลาใชง านของใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส และคูก ญุ แจของผูใชบ รกิ ารเปน เทาใด

๔. ขอมูลทใี่ ชใ นการติดตัง้ ใบรับรองของผูใชบริการ (Activation Data)
เนอ้ื หาในสวนน้คี วรกําหนดวิธกี ารปอ งกันขอมูลท่ีจําเปนตองใชในการติดต้ังใบรับรองของผูใช

บรกิ าร (Activation Data) ซ่ึงอาจหมายถึง รหัสอางอิง (Reference Code) และรหัสติดต้ัง (Installation
Code) เพ่ือใชในการยนื ยันตวั ผูใชบ รกิ ารในขั้นตอนการติดตงั้ ใบรับรอง ซึ่งเปน ขอมูลที่ผูใชบริการไดรับ
จากผใู หบ ริการออกใบรับรองอเิ ล็กทรอนกิ สโ ดยตรงหรือจากเจา หนา ทร่ี ับลงทะเบียน

๕. การควบคมุ ความมั่นคงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร (Computer Security Controls)
เนอ้ื หาในสวนนีค้ วรอธบิ ายการควบคุมความมน่ั คงปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร เพื่อใหเกิด

ความนาเชอ่ื ถือของระบบผใู หบรกิ ารออกใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส โดยมีการควบคุมการเขาถึง (Access
Control) มีการตรวจสอบ (Audit) ระบบของผูใหบรกิ ารออกใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกส การยืนยันตัวบุคคล
(Identification และ Authentication) การทดสอบระบบความม่ันคงปลอดภัย (Security testing) และ
ทดสอบการบุกรุกระบบ (Penetration Testing) โดยท่ีระบบการควบคุมความม่ันคงปลอดภัยน้ันตอง
ไดร ับการประเมินตามมาตรฐานสากล เชน The Trusted System Evaluation Criteria (TCSEC)

๖. การควบคมุ ทางเทคนคิ ของระบบใหบรกิ าร (Life Cycle Technical Controls)
เน้อื หาในสวนนี้ควรจะกลาวถึงการควบคุมการพัฒนาระบบและการควบคุมการบริหารจัดการ

ดานความม่ันคงปลอดภัย การควบคุมการพัฒนาระบบนั้นรวมความถึงความมั่นคงปลอดภัยของ
สภาพแวดลอ มในการพฒั นาระบบ บุคลากรทพ่ี ัฒนาระบบ และการออกแบบระบบ เปนตน

การควบคุมการบริหารจัดการดานความม่ันคงปลอดภัย หมายความถึง การใชเครื่องมือ
อุปกรณ (Tools) และกระบวนการ (procedure) เพื่อใหเกิดความม่ันใจดานความม่ันคงปลอดภัยของ
ระบบปฏบิ ตั กิ าร (Operational Systems) และระบบเครอื ขาย (Networks)

สำ�นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ 77

-๑๗-

๗. การควบคมุ ความม่นั คงปลอดภัยทางเครอื ขา ย (Network Security Controls)
เน้ือหาในสวนน้ีระบุการควบคุมความม่ันคงปลอดภัยทางเครือขายของระบบผูใหบริการออก

ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส โดยปองกันมิใหเขาถึงระบบไดโดยมิชอบดวยกลไกของอุปกรณรักษาความ
ม่ันคงปลอดภัยหลายสวนหลายลําดับช้ัน ไดแก อุปกรณเลือกเสนทาง (Router) ตัวปองกันการบุกรุก
(Firewall) ระบบตรวจสอบผูบ กุ รกุ (Intrusion Detection System: IDS)

๘. ขอกาํ หนดสาํ หรับการประทับเวลาในบนั ทกึ ตางๆ (Time-stamping)
หากกาํ หนดใหมีการประทับเวลาในบันทกึ ตางๆ ควรระบไุ วในสวนน้ี และกลาวถึงแหลง ที่มาของ

เวลาและความนาเชอื่ ถือประกอบดว ย

บทท่ี ๗ การกําหนดรปู แบบของใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส รายการเพกิ ถอน และสถานะของ
ใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Certificate, CRL, and OCSP Profiles)

๑. รูปแบบของใบรบั รองอิเลก็ ทรอนิกส (Certificate Profile)
เนือ้ หาในสว นน้กี ําหนดรายละเอียดเกีย่ วกับประเด็นดงั ตอไปนี้ (อา งองิ ตาม IETF RFC 3280)
๑.๑ เวอรช่ันของใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ สท ่สี นบั สนุน
๑.๒ ขอมูลใน Certificate Extensions และความสําคัญ (Criticality) ของขอมูลดังกลาว OID
ของข้ันตอนวธิ ีการเขา รหัสลับ (Cryptographic Algorithm Object Identifiers)
๑.๓ รูปแบบช่ือของผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส เจาหนาท่ีรับลงทะเบียน และ
ผูใชบรกิ าร
๑.๔ OID ของแนวนโยบายทเี่ กีย่ วของ

๒. รปู แบบรายการเพกิ ถอนใบรบั รอง (Certification Revocation List Profile)
๒.๑ เนือ้ หาในสว นนก้ี ําหนดรายละเอียดเก่ยี วกับประเด็นดงั ตอไปนี้ (อางอิงตาม IETF RFC 3280)
เวอรช ่นั ของรายการเพิกถอนใบรบั รองทสี่ นับสนุน และ
๒.๒ รายการเพิกถอนใบรับรอง และขอมูลใน CRL Entry Extensions และความสําคัญของ
ขอมูลดงั กลา ว (Criticality)

๓. รปู แบบโปรโตคอล OCSP (OCSP Profile)
ในสว นนี้แสดงถึงเนอื้ หาและรปู แบบของขอ มลู ทีใ่ ชในการตรวจสอบสถานะของใบรับรองโดย

ใชโ ปรโตคอล OCSP (Online Certificate Status Protocol) รวมทง้ั ขอ มูลอน่ื ๆ เชน เวอรช่นั ของ OCSP
และขอ มลู เพ่มิ เติมทีส่ ามารถระบุลงไปใน OCSP (อางอิงตาม IETF RFC 2560)

78 สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

-๑๘-

บทที่ ๘ การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎขอบังคับตางๆ และการประเมินความเส่ียงอื่นๆ
(Compliance Audit and Other Assessment)
สําหรับเน้ือหาในสวนน้ีจะตองกําหนดเกี่ยวกับรายการท่ีตองมีการประเมินความเสี่ยง หรือ

ระเบยี บวธิ ี (Methodology) ท่ใี ชในการประเมินความเสย่ี ง เชน การประเมนิ ความเสย่ี งตามแนวทางของ
WebTrust เปน ตน

นอกจากนั้น ก็อาจกําหนดความถี่ของการตรวจสอบหรือประเมินความเส่ียง ทั้งน้ี ในการ
ประเมินน้ัน ก็ตอ งประเมินตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ และประเมินท้ังกอนมีการใหบริการ เม่ือมี
การใหบริการ และการตรวจสอบกรณีมีความเปนไปไดท่ีจะมีการลวงรูโดยมิชอบอันเปนการกระทบ
ถึงความมนั่ คงปลอดภัย

ทั้งน้ี จําเปนตองระบุคุณสมบัติของบุคลากรที่ทําหนาที่ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง
การดาํ เนินการเก่ียวกบั ผลการประเมนิ เชน การระงับการดาํ เนนิ การชวั่ คราว หรอื การเพกิ ถอนใบรบั รอง
ทีอ่ อก เปนตน

บทที่ ๙ ขอ กาํ หนดอนื่ ๆ และประเดน็ กฎหมาย (Other Business and Legal Matters)
สําหรับเน้ือหาในสวนนี้ จะกําหนดเก่ียวกับการจัดเก็บคาธรรมเนียม (Fees) ความรับผิดชอบ

ทางการเงิน (Financial Responsibility) ทั้งในสวนที่เก่ียวกับการดําเนินการหรือกรณีมีการเรียกรอง
คา เสยี หายจากการใหบ ริการเกิดข้นึ รวมทัง้ ประเดน็ ขอกฎหมายตา งๆ

อยางไรก็ตาม ในการจัดทําแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ นั้น หากผูใหบริการออกใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกส ตองการใหเอกสารฉบับดังกลาวถือเปนสัญญาฉบับหน่ึงหรือเปนสวนหน่ึงของสัญญา
ในการใหบริการ ก็อาจจําเปนตองพิจารณาเพิ่มเติมเนื้อหาเก่ียวกับขอจํากัดความรับผิด (Limitation of
Liability) ไวในแนวนโยบายหรือแนวปฏิบัติ ดวย แตหากไมประสงคใหแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ
เปนสัญญาหรอื สว นหนง่ึ ของสญั ญาในการใหบริการ กอ็ าจจําเปน ตองมีการจดั ทําสญั ญาในการใหบ ริการ
ผูใชบรกิ าร หรือคูกรณที ่เี กย่ี วขอ งซ่งึ มีขอความกําหนดเก่ียวกับขอจํากัดความรับผิดของบุคคลดังกลาว
ในการใหบ รกิ ารเอาไวดวย

๑. คาธรรมเนยี ม (Fees)
สําหรบั คาธรรมเนียมในการใหบ รกิ ารนน้ั อาจกาํ หนดใหผ ใู หบ ริการออกใบรบั รองอเิ ล็กทรอนิกส

ซง่ึ ใหบ รกิ ารออกใบรบั รองอิเล็กทรอนิกส ผูใหบ ริการเกบ็ รักษาขอ มูล หรือผูใหบริการในฐานะเจาหนาท่ี
รับลงทะเบียน จัดเก็บคาธรรมเนียมไดจากกรณีที่มีการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส หรือตออายุ
ใบรับรองดังกลาว (Certificate Issuance or Renewal Fees) คาธรรมเนียมในการเขาถึงใบรับรอง
(Certificate Access Fees) การเขาถึงขอมูลเกี่ยวกับการเพิกถอนหรือสถานะลาสุดของใบรับรอง
อิเล็กทรอนิกส คาธรรมเนียมสําหรับบริการอื่นๆ เชน การเขาถึงแนวนโยบายหรือแนวปฏิบัติ ท้ังนี้
ผูใหบรกิ ารออกใบรับรองอเิ ลก็ ทรอนกิ ส อาจจัดทํานโยบายในการคืนคาธรรมเนียม (Refund Policy) ไวดว ย

สำ�นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ 79

-๑๙-

๒. ความรับผิดชอบทางการเงิน (Financial Responsibility)
เน้ือหาในสว นน้คี วรกําหนดขึน้ เกยี่ วกับความรบั ผดิ ในการดาํ เนินการที่เกิดข้ึน (Operational PKI

Responsibilities) การรักษาสถานะของผูใหบ รกิ ารใหสามารถชาํ ระหนี้และจา ยคาเสียหายในกรณีท่ีตอง
รับผิดได (to Remain Solvent and Pay Damages) ทั้งน้ี อาจมีการเพิ่มเติมเนื้อหาท่ีเกี่ยวกับวงเงิน
ประกันความเสียหายท่ีคุมครองความรับผิดท่ีเกิดขึ้น (Insurance Coverage for Liabilities) และความ
รับผิดในอนาคต (Contingencies) สินทรัพยท่ีปรากฏในงบดุล (Assets on The Balance Sheet)
หนังสือค้ําประกัน (Surety Bond) เล็ตเตอร ออฟ เครดิต (Letter of Credit) คาสินไหมทดแทน
(Indemnity) และอาจใหค วามคมุ ครองเพิม่ เติมดวยการกําหนดเกย่ี วกบั การประกันภัย (Insurance) หรือ
การใหค ํารับรอง (Warranty)

๓. การรกั ษาความลับของขอ มลู ทางธุรกิจ (Confidentiality of Business Information)
ดว ยขอมูลบางประเภทเปนความลับทางธุรกิจที่จําเปนตองเก็บไวเปนความลับ เชน แผนทาง

ธรุ กจิ (Business Plan) ขอมลู การขาย (Sales Information) ความลับทางการคา (Trade Secrets) และ
ขอมูลท่ีไดจากบุคคลท่ีสามภายใตขอตกลงไมเปดเผยความลับ (Nondisclosure Agreement)
จึงจาํ เปนตอ งกําหนดขอบเขตในการรกั ษาความลับ ขอมูลที่อยูนอกเหนือจากขอตกลงวาดวยการรักษา
ความลับ และความรับผิดของบุคคลที่เก่ียวของซ่ึงไดรับขอมูลลับนั้น ทั้งน้ี อาจตองมีกลไกทําใหเกิด
ความเชื่อม่ันวาจะมีการปกปองมิใหเกิดพฤติการณที่กระทบตอความมั่นคงปลอดภัยของขอมูล
(Compromise)

๔. นโยบายในการรกั ษาความเปนสว นตัวหรือขอมลู สว นบคุ คล (Privacy of Personal
Information)
ในการใหบริการของผูใหบรกิ ารออกใบรบั รองอเิ ล็กทรอนกิ ส เจา หนาท่รี ับลงทะเบยี น หรือบคุ คล

อ่นื ๆ ซงึ่ ใหบริการที่เกยี่ วขอ งน้ัน จาํ เปน ตอ งใหความสําคัญสําหรับการรักษาความเปนสวนตัวหรือเก็บ
ขอมลู สวนบุคคลของผูใชบ ริการไวเปนความลับ จะเปดเผยไดเพียงขอมูลบางอยางเทาน้ัน เชน ขอมูล
ท่ีตอ งเผยแพรโดยการบนั ทึกไวใ นใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส ไดแก ชื่อ ชอ่ื สกลุ ของผูใชบรกิ าร เปน ตน

ดงั นน้ั การดําเนินการเก่ียวกับขอมูลสวนบุคคลจึงตองดําเนินการตามกฎหมายวาดวยการน้ัน
หรอื กรณที ีย่ ังไมมีการใชบังคับกฎหมายเชนวานั้น ก็อาจจําเปนตองดําเนินการตามหลักเกณฑในการ
ใหความคมุ ครองในเรอ่ื งดงั กลาวตามมาตรฐานสากล เชน ตามแนวทางของ OECD Guidelines

ดวยเหตุน้ี ในการดําเนินการใดๆ เกี่ยวกับขอมูลสวนบุคคล จึงควรไดรับความยินยอมจาก
ผูใชบริการ กอนจะมีการเปดเผยขอมูลสวนบุคคลดังกลาว ทั้งน้ี จะตองกําหนดขอยกเวนกรณี
ที่จําเปนตองมีการเปดเผยขอมูลสวนบุคคลในกรณีที่ตองดําเนินการตามกฎหมายฉบับตางๆ หรือ
เมื่อมีคําสัง่ ศาล หรือเมื่อมีคาํ สั่งทางปกครอง เปนตน ไวด ว ย

๕. ทรพั ยส นิ ทางปญญา (Intellectual Property Rights)
ใหกําหนดเรื่องทรัพยสินทางปญญา อันไดแก ลิขสิทธ์ิ สิทธิบัตร เครื่องหมายการคา หรือ

ความลับทางการคาซึ่งบุคคลท่ีเกี่ยวของอาจมีหรือใชสิทธิเรียกรองตามท่ีกําหนดไวในแนวนโยบาย

80 สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

-๒๐-

แนวปฏิบตั ิ ใบรบั รองอิเล็กทรอนกิ ส ชอื่ กุญแจ หรอื ภายใตก ารอนญุ าตหรอื ที่กําหนดไวในขอตกลงใดๆ
กับบุคคลทเ่ี กย่ี วขอ ง

๖. คาํ รบั รอง (Representations and Warranties)
ในสวนน้จี ะกาํ หนดใหบคุ คลท่ีเก่ียวของทําคํารับรองในเรื่องตางๆ ท่ีกําหนดไวในแนวนโยบาย

หรือแนวปฏิบัติ เชน การกําหนดใหผ ูใหบ รกิ ารออกใบรบั รองอเิ ลก็ ทรอนิกส ตองใหการรับรองวา ขอมูล
หรอื ขอเท็จจริงทบ่ี ันทกึ ไวในใบรับรองอิเล็กทรอนิกสน น้ั ถกู ตอง ตามท่ีไดมกี ารกาํ หนดใหแ นวปฏิบตั ิเปน
ขอตกลงในการใหบริการ รวมทั้งกรณีมีการกําหนดใหมีการใหคํารับรองท่ีกําหนดไวในสัญญาหรือ
ขอตกลงอ่ืนๆ เชน ขอตกลงในการใหบริการกับผูใชบริการ (Subscriber Agreement) และขอตกลง
ในการใหบริการกบั คกู รณที เี่ กี่ยวขอ ง (Relying Party Agreement)

๗. การปฏเิ สธความรับผิดตามคาํ รับรอง (Disclaimers of Warranties)
ในเนือ้ หาของแนวนโยบายหรือแนวปฏิบัติน้ัน ใหมีการกําหนดเกี่ยวกับการปฏิเสธความรับผิด

ตามคาํ รับรองหรอื กาํ หนดเน้ือหาเกยี่ วกับเร่อื งดงั กลาวไวในสัญญาในการใหบรกิ ารฉบับตาง ๆ

๘. ขอ จาํ กัดความรับผดิ (Limitations of Liability)
ในการใหบริการน้นั อาจมีการกําหนดเกี่ยวกับขอจํากัดความรับผดิ ไวดวยกไ็ ด โดยอาจพิจารณา

จากลกั ษณะของการจํากัดความรับผิด และจํานวนเงินคาเสียหายที่จํากัดความรับผิด เชน คาเสียหาย
อันเน่ืองมาจากการผิดสัญญา (Incidental Damages) คาเสียหายจากการสูญเสียกําไรในอนาคต
(Consequential Damages)

๙. คาสนิ ไหมทดแทน (Indemnities)
สําหรับการชดใชคาสินไหมทดแทนน้ัน อาจมีการกําหนดใหคูสัญญาฝายใดตองรับผิด ทั้งนี้

โดยอาจมกี ารกาํ หนดไวใ นแนวนโยบาย แนวปฏบิ ัติ หรอื สญั ญา หรอื ขอ ตกลงตางๆ เชน การกําหนดให
ผูใชบริการตอ งรับผิดในการชดใชคาสนิ ไหมทดแทนกรณีท่ผี ใู ชบริการไดแ ถลงขอมลู หรอื ขอเท็จจริงของ
ตนท่ีตองบันทึกไวในใบรับรองอิเล็กทรอนิกสเปนเท็จหรือไมตรงกับความจริง หรือกรณีที่คูกรณี
ท่ีเก่ียวของตองรับผิดชดใชคาสินไหมทดแทนท่ีเกิดข้ึนกับผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
ในกรณีที่ไมต รวจสอบการเพกิ ถอนใบรบั รองอิเลก็ ทรอนกิ ส

สาํ หรบั ในบทที่ ๙ นี้ นอกจากหวั ขอขางตน แลว อาจมกี ารกาํ หนดเน้ือหาเกย่ี วกับการเลิกสัญญา
การติดตอส่ือสารระหวางผูใหบริการและผูใชบริการ การแกไขปรับปรุงแนวนโยบาย หรือแนวปฏิบัติ
การระงบั ขอพิพาท กฎหมายท่ีใชบังคับ รวมท้ังเนื้อหาอื่นๆ ท่ีผูใหบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส
ประสงคจ ะกําหนดเพ่มิ เติมไดอ กี ดว ย

เอกสารอา งอิง
Internet X.509 Public Key Infrastructure Certificate Policy and Certification Practices
Framework (RFC 3647)

สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ 81

82 ส�ำ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส
เรื่อง หลักเกณฑและวธิ ีการในการจัดทําหรอื แปลงเอกสาร
และขอ ความใหอ ยใู นรปู ของขอมลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๕๓

ส�ำ นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 83

ช่อื กฎหมาย
ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่อง หลักเกณฑและวิธีการในการจัดทําหรือ

แปลงเอกสารและขอ ความใหอ ยใู นรูปของขอมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๕๓
ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

เลม ๑๒๗ / ตอนพเิ ศษ ๑๒๔ ง / หนา ๔๗ / วนั ที่ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๕๓
เรม่ิ บงั คับใช

วนั ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

84 สำ�นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

เลม ๑๒๗ ตอนพเิ ศษ ๑๒๔ ง หนา ๔๗ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๕๓
ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส

เร่อื ง หลักเกณฑแ ละวธิ กี ารในการจดั ทําหรอื แปลงเอกสารและขอ ความใหอ ยใู นรปู ของ
ขอมูลอเิ ล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๕๓

โดยที่พัฒนาการทางเทคโนโลยีในปจจุบันทําใหรูปแบบและวิธีการในการติดตอส่ือสาร
การรับสงเอกสารและขอมูล ตลอดจนการทําธุรกรรมปรับเปลี่ยนไปเปนรูปแบบของธุรกรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกสมากข้ึน รวมถงึ เอกสารหรือขอ ความท่ไี ดม ีการจัดทําหรือแปลงใหอยูในรูปของขอมูล
อิเล็กทรอนิกสในภายหลัง และโดยท่ีกฎหมายวาดวยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสกําหนดใหการจัดทํา
หรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ
ที่คณะกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สก ําหนด

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒/๑ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติวาดวยธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๔๔ ซง่ึ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัตวิ า ดวยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ สจ งึ ออกประกาศไว ดังตอ ไปนี้

ขอ ๑ ประกาศน้ีเรียกวา “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส เรื่อง หลักเกณฑ
และวธิ กี ารในการจดั ทําหรือแปลงเอกสารและขอ ความใหอยใู นรูปของขอมลู อิเลก็ ทรอนิกส พ.ศ. ๒๕๕๓”

ขอ ๒ ในประกาศน้ี
“การจดั ทาํ หรือแปลงเอกสารและขอความใหอ ยใู นรูปของขอมลู อเิ ลก็ ทรอนิกส” หมายความวา
การจัดทาํ หรือแปลงเอกสารและขอ ความตามประกาศคณะกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกสฉบับนี้
“ผูจดั ทาํ หรอื แปลง” หมายความวา บุคคลผจู ดั ทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของ
ขอมูลอิเล็กทรอนิกส และใหหมายความรวมถึง บุคคลผูจัดทําหรือแปลงขอความเสียง หรือวีดิทัศน
ใหอยูในรูปของขอมลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส
“เอกสาร” หมายความวา กระดาษหรือวัตถุอ่นื ใดซึ่งไดท ําใหปรากฏความหมายดวยตัวอักษร ตัวเลข
ผัง หรือแผนแบบอยางอน่ื จะเปนโดยวธิ ีพิมพ ถายภาพหรือวธิ อี ่ืนอนั เปนหลกั ฐานแหง ความหมายนนั้
“เมตาดาตา” (Metadata) หมายความวา ขอ มลู ท่ีใชกาํ กับและอธบิ ายขอ มูลอ่ืน

ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 85

เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง หนา ๔๘ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ราชกิจจานเุ บกษา

ขอ ๓ การจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส
ใหเ ปนไปตามหลกั เกณฑและวิธีการดังตอ ไปนี้

(๑) ขอมูลอิเล็กทรอนิกสท่ีจัดทําหรือแปลงตองมีความหมายหรือรูปแบบเหมือนกับเอกสาร
และขอความเดิมซึ่งนํามาจัดทําหรือแปลงใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส โดยผูจัดทําหรือแปลง
จะตองตรวจสอบและรับรองวาขอมูลอิเล็กทรอนิกสน้ัน มีความหมายหรือรูปแบบเหมือนกับเอกสาร
และขอ ความเดมิ

(๒) ขอมูลอิเล็กทรอนิกสตองจัดทําหรือแปลงข้ึนดวยวิธีการท่ีเชื่อถือไดในการระบุตัวตน
ผูจดั ทําหรอื แปลงทรี่ ับผิดชอบในการจัดทาํ หรือแปลงนั้น

(๓) ขอมูลอิเลก็ ทรอนิกสตองจดั ทําหรอื แปลงโดยมีเทคโนโลยีและมาตรการปองกันมิใหมีการ
เปลี่ยนแปลงหรือแกไขเกิดขึ้นกับขอมูลน้ัน เวนแตการรับรองหรือบันทึกเพิ่มเติม ซึ่งไมมีผลตอ
ความหมายของขอมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส

รายละเอียดของวิธีการในการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูล
อิเล็กทรอนิกสใ หเปน ไปตามทีก่ ําหนดไวในขอ ๔ ถงึ ขอ ๙

ขอ ๔ การจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส
ใหมกี ระบวนการในการจดั ทําหรอื แปลงเอกสารและขอความอยา งนอย ดังน้ี

(๑) กระบวนการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหเปนขอมูลอิเล็กทรอนิกสดวยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกส

(๒) กระบวนการตรวจสอบและรับรองวาขอมูลอิเล็กทรอนิกสที่จัดทําหรือแปลงนั้น
มีความหมายเหมอื นกับเอกสารและขอ ความเดมิ

(๓) กระบวนการบันทึกหลักฐานการดําเนินงานการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความ
ใหอ ยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส

(๔) กระบวนการบนั ทกึ เมตาดาตาในรูปแบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สทเี่ ปนขอความบรรยายสาระสําคัญ
ของเอกสารและขอ ความ ซ่งึ ตองครอบคลุมใหสามารถสืบคนเอกสารและขอความนั้นไดถกู ตอง

86 สำ�นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์

เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง หนา ๔๙ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๕๓
ราชกิจจานุเบกษา

ขอ ๕ การจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ใหมี
ผูร บั ผดิ ชอบดาํ เนนิ งานในการจัดทําหรือแปลงในเรื่องของวธิ ีการดังกลา วอยางนอยดังตอ ไปนี้

(๑) จดั ทาํ หรือแปลงเอกสารและขอ ความใหอยใู นรูปของขอมูลอิเลก็ ทรอนกิ ส
(๒) ตรวจสอบและรับรองความถูกตองและครบถวนของขอมูลอิเล็กทรอนิกสท่ีไดจากการ
จัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส วาขอมูลอิเล็กทรอนิกส
มคี วามหมายหรอื รูปแบบเหมอื นกับเอกสารและขอ ความเดมิ
(๓) ตรวจสอบกระบวนการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูล
อิเลก็ ทรอนกิ สใหเปน ไปตามทก่ี ําหนดไว
(๔) ตรวจสอบและรับรองความถูกตองและครบถวนของเมตาดาตา ตามขอ ๔ (๔)
ขอ ๖ การจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส ใหมีการ
กําหนดมาตรการเกีย่ วกับการรักษาความมนั่ คงปลอดภยั ของขอมลู อเิ ล็กทรอนิกส ซ่ึงเปนวิธีการที่เช่ือถือได
อยางนอ ยตองครอบคลมุ หัวขอ ตอไปนี้
(๑) การระบตุ ัวตน (Identification)
(๒) การยนื ยนั ตัวตน (Authentication)
(๓) อนญุ าตเฉพาะผูมสี ทิ ธเิ ขา ถึง (Authorization)
(๔) ความรับผิดชอบตอ ผลของการกระทํา (Accountability)
ทั้งนี้ เพื่อใหสามารถยืนยันไดวา ขอมูลอิเล็กทรอนิกสท่ีมีการจัดทําหรือแปลงไดดําเนินการ
โดยผูมีสิทธิในการเขาถึงเทาน้ัน ผูมีสิทธิในการเขาถึงดังกลาวใหหมายความรวมถึงผูรับผิดชอบ
ดาํ เนนิ งานจดั ทําหรือแปลงและผทู ม่ี สี ิทธิตรวจสอบตามขอ ๕ ดว ย ซึ่งจะเปน บคุ คลเดียวกนั หรือไมกไ็ ด
ขอ ๗ การจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสน้ัน
ใหข อมลู อิเลก็ ทรอนิกสมคี วามละเอยี ดและความชดั เจนของเอกสารและขอ ความเดิม
ขอ ๘ ใหผูจัดทําหรือแปลง มีหนาท่ีรักษาและดํารงสภาพของระบบการจัดทําหรือแปลง
เอกสารไวใหสมบูรณเพื่อใหมีการกํากบั ดแู ลหรอื การตรวจสอบไดตลอดเวลาจากคณะกรรมการธุรกรรม
ท า ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ห รื อ ห น ว ย ง า น อ่ื น ท่ี ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ธุ ร ก ร ร ม ท า ง อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ม อ บ ห ม า ย
หรือหนว ยงานที่กาํ หนดไวเปนอยา งอืน่ ในประกาศฉบับนี้

สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ 87

เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง หนา ๕๐ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
ราชกิจจานเุ บกษา

ขอ ๙ การดําเนนิ การตามขอ ๔ ถึง ขอ ๘ ใหผ ูจ ดั ทาํ หรอื แปลง จัดทาํ วิธีปฏิบัติที่สอดคลองกับ
ลกั ษณะงานองคก รและประเภทของการทําธุรกรรมอยา งเหมาะสม โดยใหใชขอกําหนดวิธีปฏิบัติท่ัวไป
หรือตามขอกําหนดวิธีปฏิบัติเฉพาะธุรกรรมบางประเภท ในการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความ
ใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกสตามขอกําหนดแนบทายประกาศนี้เปนมาตรฐานข้ันต่ําในการ
ดาํ เนินงานแลว แตกรณี

ขอ ๑๐ ประกาศนีใ้ หใ ชบงั คับตง้ั แตวันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตนไป

ประกาศ ณ วนั ที่ ๓๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๓
จุติ ไกรฤกษ

รฐั มนตรวี าการกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร
ประธานกรรมการธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส

88 ส�ำ นกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์

ขอกําหนดแนบทายประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส
เรอื่ ง หลกั เกณฑแ ละวิธกี ารในการจดั ทําหรอื แปลงเอกสารและขอความ

ใหอยใู นรปู ของขอ มูลอิเล็กทรอนกิ ส พ.ศ. ๒๕๕๓
ฉบับที่ ๑

วา ดวยขอ กาํ หนดวิธีปฏิบตั ใิ นการจัดทําหรอื แปลงเอกสารและขอความ
ใหอ ยูในรปู ของขอ มลู อิเล็กทรอนกิ ส
-------------------------------

หมวด ๑
บททั่วไป

ขอ ๑ ในการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส
ใหผูจัดทําหรือแปลงปฏิบัติตามขอกําหนดน้ีเปนมาตรฐานขั้นต่ํา เวนแตมาตรฐานข้ันต่ําในบางเร่ืองน้ัน
จะมไิ ดถูกนาํ มาใช

หมวด ๒
วิธจี ดั ทําหรอื แปลงเอกสารและขอความ

ขอ ๒ ผูจัดทําหรือแปลงตองตรวจสอบเอกสารและขอความท่ีจะนําไปจัดทําหรือแปลงใหเปน
ขอมูลอิเล็กทรอนิกส โดยพิจารณาความครบถวนของขอความทั้งหมด จํานวนหนา การจัดเรียงลําดับ
เนื้อหา รูปแบบของการนาํ เสนอเอกสารและขอความ และตองบันทึกแหลงที่มาของเอกสารและขอความ
นั้น ในกรณีท่ีเอกสารหรือขอความท่ีจัดทําหรือแปลงนั้นเปนเอกสารตนฉบับ หรือสําเนา ก็ใหบันทึกและ
แสดงโดยชดั แจง ถงึ ลกั ษณะเอกสารหรือขอ ความนั้นดว ยวาเปนตน ฉบับหรือสําเนา

ขอ ๓ มาตรฐานขน้ั ตา่ํ สําหรับความละเอยี ดของภาพ (Resolution) คือ
(๑) ภาพลายเสน หรอื ภาพขาวดาํ อยา งนอย 150 จุดตอนว้ิ (dot per inch หรือ dpi)
(๒) ภาพสีเทา อยา งนอย 200 จดุ ตอนิ้ว
(๓) ภาพสี อยางนอย 300 จุดตอ นิว้
(๔) ภาพสําหรับงานเวบ็ อยา งเดียว อยางนอ ย 72 จดุ ตอ น้ิว
ขอ ๔ มาตรฐานข้ันตา่ํ สําหรบั ความละเอยี ดของสี (Bit Depth) คือ
(๑) ภาพขาว-ดาํ มคี าความละเอียดของสีเทา กบั 1 บติ (bit)
(๒) ภาพสเี ทา (grayscale) มีคา ความละเอยี ดของสีเทา กับ 8 บติ
(๓) ภาพสี มีคาความละเอยี ดของสีเทากับ 24 บิต
ขอ ๕ มาตรฐานขั้นตํ่าสําหรับการแปลงสัญญาณอนาล็อกเปนสัญญานดิจิทัล ในกรณีท่ีขอความ
เปนเสียงตองมีอัตราสุมขอมูลสัญญาณเสียงขั้นต่ําท่ี 44.1 กิโลเฮิรตซ (kHz) และจํานวนของขอมูล
สัญญาณเสยี งทีส่ ุมขัน้ ตํา่ ท่ี 16 บิต
ขอ ๖ มาตรฐานขั้นต่ําสําหรับการแปลงสัญญาณอนาล็อกเปนสัญญานดิจิทัล ในกรณีที่ขอความ
เปนวดี ิทัศน ตองมมี าตรฐานขนั้ ตาํ่ ดงั นี้

ส�ำ นกั งานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 89

-๒-
(๑) อัตราการสุมขอมูลตัวอยางความสวาง5ของแสง (Luminance) มีมาตรฐานข้ันต่ําท่ี 13.5
เมกกะเฮริ ตซ (MHz)
(๒) จํานวนขอมูลตัวอยางความสวางของแสง มีมาตรฐานข้ันตํ่าท่ี 8 บิตตอจุดภาพ (bits per
pixel: bpp)
(๓) จาํ นวนขอมลู ตวั อยางความเขมของสี (Chrominance) มีมาตรฐานข้ันต่ําท่ี 4 บิตตอจุดภาพ
(bits per pixel: bpp)
(๔) คาความสวางของแสง (Luminance Resolution) เทากับ 720 จุดตอภาพ (pixel) x 485 เสน
(active line)
(๕) คาความละเอียดของสี (Chrominance Resolution) เทากับ 360 จุดตอภาพ (pixel) x 485 เสน
(active line)
ขอ ๗ ผูจัดทําหรือแปลงตองต้ังชื่อไฟลขอมูลอิเล็กทรอนิกสที่มีความหมายสื่อถึงเนื้อหาของ
ขอ มูลเพ่ือสามารถสบื คน ได ช่อื ไฟลด งั กลาวจะตองไมซา้ํ กนั
ขอ ๘ เมื่อดําเนินการแลว ผูจัดทําหรือแปลงตองตรวจทานความถูกตอง ครบถวน ของขอมูล
อิเล็กทรอนกิ สทไี่ ดจ ัดทาํ หรอื แปลงดว ย

หมวด ๓
การตรวจสอบและรบั รอง

ขอ ๙ ผจู ัดทําหรอื แปลงตองจดั ใหมีการตรวจสอบและการรับรองคุณภาพกระบวนการจัดทําหรือ
แปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของขอมูลอิเล็กทรอนิกส และการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ
ขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ ส และจัดใหมีการรายงานการตรวจสอบและรบั รองคณุ ภาพ เพ่ือใชในการยืนยันระบบ
การจัดการของตน

ขอ ๑๐ การตรวจสอบและรับรองคุณภาพตอ งครอบคลมุ ถึงเรอ่ื ง ดังตอไปนี้
(๑) คุณภาพของเคร่อื งมือและอปุ กรณท่ีใชใ นการดําเนนิ การ
(๒) ข้นั ตอนการดําเนนิ การ
(๓) คณุ ภาพและความถกู ตอ งของขอมลู อเิ ล็กทรอนกิ สท ผ่ี านการจดั ทําหรอื แปลง
(๔) คณุ ภาพและความถูกตอ งของขอมูลอิเล็กทรอนิกสท ่ีใชในการระบุตวั ตนของผูจ ัดทาํ หรอื แปลง
ขอ ๑๑ ในกรณีการดําเนินการสําหรับขอมูลอิเล็กทรอนิกสที่มีปริมาณมาก หรือการรวมขอมูล
จํานวนมากเปนชุดเดยี ว การตรวจสอบและรบั รองอาจใชก ารสุมตัวอยางในเชิงสถติ ิ เพ่ือตรวจสอบได

หมวด ๔
การบันทกึ

ขอ ๑๒ ผูจัดทําหรือแปลงตองจัดใหมีการบันทึกการดําเนินการไวเปนหลักฐาน โดยตองบันทึก
รายการ ดงั ตอไปน้ี

(๑) ชื่อหรอื รายการขอมลู อิเล็กทรอนกิ สทจ่ี ัดทาํ หรือแปลง
(๒) ช่ือผจู ดั ทาํ หรอื แปลง

90 สำ�นักงานพฒั นาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์

-๓-

(๓) โปรแกรมและรปู แบบทีใ่ ชใ นการจัดทาํ หรือแปลง
(๔) วนั เดอื น ป และเวลาที่จัดทําหรือแปลง
(๕) หลักฐานการตรวจสอบและรับรองคุณภาพและความถูกตองของขอมูลอิเล็กทรอนิกส
วามีความหมายเหมือนกบั เอกสารและขอความเดมิ
ขอ ๑๓ ผูจัดทําหรือแปลงตองจัดใหมีการบันทึกเมตาดาตา (Metadata) ที่แสดงสาระสําคัญ
อันเปนคุณลักษณะเฉพาะและรายละเอียดของขอมูลอิเล็กทรอนิกสน้ันๆ โดยจะตองประกอบดวย
สวนประกอบสําคัญของขอมูลอิเล็กทรอนิกส ไดแก เนื้อหา (เชน ชื่อเรื่อง หัวเร่ือง ตนฉบับ/แหลงที่มา
ขอบเขต) บริบท (เชน ทรัพยสินทางปญญาหรือสิทธิในงานนั้น ผูสรางสรรคผลงาน ผูมีสวนรวม
ในผลงาน) และโครงสรา ง (เชน วนั เดอื น ป ที่สรา งผลงาน ประเภทของเน้ือหา รูปแบบของการนําเสนอ
ผลงาน ตัวบงช้ีหรือตัวระบุถึงทรัพยากร) ซ่ึงจะชวยใหสามารถสืบคนเอกสารและขอความไดอยาง
ถกู ตอ งและมปี ระสทิ ธภิ าพ

หมวด ๕
ผูร บั ผดิ ชอบ

ขอ ๑๔ ใหผ จู ดั ทาํ หรอื แปลงกําหนดตวั บคุ คลผรู บั ผิดชอบในเรอ่ื งดงั ตอ ไปนี้ ใหช ัดเจน
(๑) ผูจดั ทําหรือแปลงเอกสารและขอ ความใหอยใู นรูปของขอมลู อเิ ล็กทรอนิกส
(๒) ผูตรวจสอบคณุ ภาพของขอ มลู อิเลก็ ทรอนกิ สท ี่ผา นการจดั ทาํ หรอื แปลง
(๓) ผูตรวจสอบและรับรองกระบวนการจัดทําหรือแปลงเอกสารและขอความใหอยูในรูปของ
ขอ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส ตามขอ ๙
(๔) ผตู รวจสอบและรับรองความถูกตองและครบถวนของเมตาดาตา ตามขอ ๑๓

หมวด ๖
ความมั่นคงปลอดภัย

ขอ ๑๕ ใหผูจัดทําหรือแปลงตองกําหนดมาตรการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของขอมูล
อิเล็กทรอนิกส ดวยวิธีการท่ีเช่ือถือได โดยใหครอบคลุมมาตรการเก่ียวกับการรักษาความม่ันคง
ปลอดภยั ของขอ มลู อิเลก็ ทรอนกิ ส อยา งนอ ยตอ งครอบคลมุ หัวขอ ตอ ไปน้ี

(๑) การลงทะเบียนผูใชงาน (user registration) โดยตองกําหนดใหมีข้ันตอนการปฏิบัติ
สําหรับการลงทะเบียนผูใชงานเพ่ือแสดงตัวตนเพื่อรับการอนุญาตใหเขาถึงขอมูลอิเล็กทรอนิกส และ
การตัดออกจากทะเบยี นของผใู ชง านเมื่อมกี ารยกเลิกเพิกถอนการอนญุ าตดังกลา ว

(๒) การบริหารจัดการสิทธิของผูใชงาน (user management) โดยตองจัดใหมีการควบคุม
และจาํ กดั สทิ ธิเพื่อเขา ถึงและใชงานขอมูลอเิ ล็กทรอนกิ สแตล ะชนดิ ตามความเหมาะสม

(๓) การบริหารจัดการรหัสผานสําหรับผูใชงาน (user password management) โดยตอง
จัดใหมกี ระบวนการบริหารจดั การรหัสผานสาํ หรบั ผใู ชงานอยางรัดกมุ

(๔) การทบทวนสิทธิการเขาถึงของผูใชงาน (review of user access rights) โดยตองจัดให
มกี ระบวนการทบทวนสทิ ธิการเขาถงึ ของผใู ชง านขอมลู อเิ ล็กทรอนิกสตามระยะเวลาทก่ี าํ หนดไว

สำ�นักงานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 91


Click to View FlipBook Version