The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-05-31 00:34:56

Post-Modern Architecture

Post-Modern Architecture

Keywords: Post-Modern Architecture

Post-Modern Architecture
อา้ งองิ จาก http://slideplayer.in.th/slide/2994474/
Post-modern Christianity thinking อา้ งองิ จาก
https://www.gotquestions.org/post-modern-
Christianity.html

http://www.zaha-hadid.com/architecture/guangzhou-opera-house/
โครงสรา้ งสถาปัตย์ ทผ่ี สมรวมกบั ธรรมชาต-ิ การกัดกรอ่ นทางธรณีวทิ ยา





Post – Modern
Architecture

801321 History, Theory & Philosophy
of Architecture

Modern = Modern Functional Style

(before 1960)

modern = Up to date (Present)



พวกต่อตา้ นมองว่า
Functionalism
International Style
กร้าว กระด้าง เยน็ ชา

Konstantin Melnikov, Russakov Club, Moscow, 1928

มองหาแนวทางทต่ี รงกนั ขา้ ม
เรยี กวา่

“Post – Modern” หรอื
“หลงั สมยั ใหม”่

คานก้ี าเนดิ ในปี ค.ศ. 1975
โดย Charles Jencles
(สถาปนกิ และนักวจิ ารณช์ าว
USA)

โพสตโ์ มเดริ น์ แบบนโี อ-โมเดริ น์
(Neo- Modern Post-Modern)

เป็ นแนวทางทเ่ี พงิ่ เรม่ิ มงุ่ สนใจ
ประวัตศิ าสตรส์ ถาปัตยกรรมเฉพาะชว่ ง
เรม่ิ ตน้ ของศตวรรษที่ 20 รวมทงั้ ยังสนใจ
รปู แบบสถาปัตยกรรมโบราณ โดยเฉพาะ
รปู แบบกรกี -โรมัน แตม่ ลี ทั ธคิ วามเสมอ

ภาคแฝงอยู่

• ผังอาคารตรงไปตรงมา สว่ นใหญม่ ี
ลกั ษณะสมดลุ (Symmetry) หรอื มลี าน

(Court)
• อาคารมลี กั ษณะเกลยี้ งๆ ดมู หี ลักการ

อยา่ งพถิ พี ถิ ัน
• มรี ายละเอยี ดแตไ่ มฉ่ าบฉวย ยอมรับการ

ประดบั ประดาแตไ่ มใ่ ชเ่ ปรอะไปหมด
• เนน้ การกอ่ สรา้ งและใชว้ ัสดทุ เี่ หมาะสม

• เป็ นแนวทางของสถาปนกิ ยคุ ใหมท่ ี่
แสดงออกอยา่ งยับยงั้ ชง่ั ใจ

School at San Sabba

Architect : Aldo Rossi



The New York 5

• Richard Meier
• Michael Graves

• John Hejduk
• Charls Gwathmey

• Peter Eisenman

ความเขา้ ใจเบอื้ งตน้ ตอ่ Post – Modern Architecture

 เป็ นสถาปัตยกรรมทป่ี ระกอบไปดว้ ยหลายแนวทาง
 องิ รปู แบบสถาปัตยกรรมโมเดริ น์ แตบ่ วกภาษาอนื่ เขา้ ไป (Double-Coding)

 ไมม่ รี ปู แบบสถาปัตยกรรมใหมอ่ ยา่ งแทจ้ รงิ



อาคารสานักงานใหญ่ มูลนิธิป่ อเต็กตึ๊ง

บริษทั แปลน แอสโซซิเอทส์ จากดั

TWA Building, New York, 1962 : Eero Saarinen



ขอ้ สรปุ เปรยี บเทยี บระหวา่ ง
สถาปตั ยกรรม

Modern & Post – Modern

1.แนวคดิ มลู ฐาน
2.แบบอยา่ งอาคาร
3.ความสมั พนั ธก์ บั สภาพแวดลอ้ ม

Modernism Post - Modernism
 ตอบสนองสงั คม  ตอบสนองแตล่ ะกลมุ่

อตุ สาหกรรม สงั คม วฒั นธรรม
 อาคารมแี บบซ้าๆกนั  อาคารมหี ลากหลายตาม

(International Style) ปัจจัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
 Form ไมส่ อื่ ความหมาย  เนน้ สอื่ ความหมายทาง

เฉพาะ สญั ลกั ษณ์
 Machine Aesthetics  เนน้ สนุ ทรยี ภาพทแี่ ปร

Art+Techno ผันตามบรบิ ท
(Contextualism) +
 สถาปนกิ =พระเอก เป็ น องิ ตามการใชส้ อย
ปัจเจกชน  สถาปนกิ +เจา้ ของ
งาน+สงั คม
(Pluralism)

1. แนวคดิ มูลฐาน

เป็ นศนู ยก์ ลางชมุ ชนของชาวอติ าเลยี น หรอื เป็ นหวั ใจของ
ชมุ ชนตามแนวทางโพสตโ์ มเดริ น์
เป็ นสถานทท่ี ม่ี ชี วี ติ ชวี า สอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ของ
อเมรกิ นั เชอื้ สายอติ าเลยี น
มลี านโลง่ สาหรบั การชมุ ชมุ ในประเพณีตา่ งๆ
มนี ้าพุคลา้ ยกบั น้าพุเทรวใิ นกรงุ โรม
ใชเ้ สาตามระเบยี บการจดั เสาแบบอติ าเลยี น (5 แบบ)
มสี ว่ นทแ่ี สดงเป็ นผังประเทศอติ าลี
เป็ นการเลอื กเฟ้นลกั ษณะเดน่ จากอดตี อยา่ งมเี หตผุ ล
(Radical Eclecticism)
มกี ารคานงึ ถงึ อาคารขา้ งเคยี ง
คานงึ ถงึ วัฒนธรรมผใู ้ ชท้ ต่ี อ้ งการความหลากหลายในหนา้ ท่ี
ใชส้ อยของอาคาร
สะทอ้ นถงึ แนวทางประวัตศิ าสตรน์ ยิ ม (Historicism) บรบิ ท
นยิ ม (Contextualism) และพหนุ ยิ ม (Pluralism)

Modernism Post - Modernism

 เรยี บงา่ ย ตรงไปตรงมา  ซบั ซอ้ น หกั เห
โปรง่ สะอาด ผสมผสาน (Pluarlism)

 ตอ่ ตา้ นการตกแตง่ ประดบั  ตกแตง่ ประดบั ประดา
ประดา  อาคารมลี กั ษณะ

 อาคารมลี กั ษณะบรสิ ทุ ธิ์ หลากหลาย โดยเลอื กมา
เนน้ รปู ทรงเชงิ นามธรรม จากสงิ่ เดน่ ๆในอดตี
(Eclecticism)
 เป็ นกลอ่ ง ไมใ่ ห ้  ความหมายของรปู ทรง
ความสาคญั กบั เป็ นสว่ นสาคญั ไดจ้ าก
ความหมายของรปู ทรง การอปุ มา หรอื งานใน
อดตี (Metaphor &
 รปู แบบจดื ชดื เย็นชา Analogy)
จากดั  รปู แบบหลากหลาย
สนุกสนาน นยิ มการรวม
2. แบบอย่างอาคาร องคท์ แ่ี ตกตา่ งไวด้ ว้ ยกนั
(Collage)

AT & T Building
นวิ ยอรค์ ปี 1978 – 1983 โดย ฟิลปิ

จอหน์ สนั รว่ มกบั จอหน์ เบอรก์ ี
ตวั อาคารประกอบดว้ ย 3 สว่ นคอื
สว่ นฐาน สว่ นลาตวั และสว่ นยอด
สว่ นฐานคลา้ ยกบั Pazzi Chapel ใน

ฟลอเลนซ์
สว่ นลาตวั คลา้ ยกบั โครงสรา้ งอาคาร

สงู ของหลยุ ส์ ซลั ลแิ วน
สว่ นยอด เอารปู แบบมาจากหวั ตขู ้ า
สงู แบบชปิ เปนเดล (Chippendale
Highboy) ของอังกฤษในศตวรรษท่ี

18

Chippendale Chair

AT&T Building 1978-1983

Philip Johnson

Portland Public Service Building 1980-1982
Michael Grave

“Pop - Surrealism” ใช้องค์ประกอบคราสสิคอย่างบิดเบือน

Pluralism Franklin Israel, Goldberg-Bean Residence, Hollywood
Hills, 1991

Modernism Post - Modernism

 โดดเดยี่ ว ขดั แยง้  กลมกลนื กบั บรบิ ท เป็ น
กบั บรบิ ท เพอื่ ให ้ สว่ นหนง่ึ ของผงั และ
อาคารดโู ดดเดน่ ชมุ ชน
(Contextualism)
 แยกอาคารเป็ น
หลงั ๆ ตามหนา้ ทใ่ี ช ้  ผสมผสานสว่ นใชส้ อย
สอยเฉพาะ ตา่ งๆ ไวด้ ว้ ยกนั ในอาคาร
มกั อยรู่ มิ ถนน เกดิ การใช ้
สอยทต่ี อ่ เน่อื ง มชี วี ติ ชวี า

3. ความสัมพนั ธ์กบั สภาพแวดล้อม

Constructed of glass,
concrete and steel

Carre d’ Art : Norman Foster

The Garcia House by John
Lautner

The Garcia House
by John Lautner

Neo-Vernacular

เป็ นรปู แบบทผ่ี สมกนั ระหวา่ ง Modern กบั อาคารกอ่ อฐิ ใน
ศตวรรษท่ี 19 เป็ นรปู แบบทใ่ี หค้ วามรสู ้ กึ ถงึ ความอบอนุ่
เหมอื นบา้ นดว้ ยผนังอาคารจะเนน้ การกอ่ อฐิ โชวแ์ นวเป็ นหลัก

“Brick is Humanist”

• ใหค้ วามรสู ้ กึ ทบึ หนา หนัก แสดงถงึ ความอบอนุ่ และ
ปลอดภัย
• หลงั คามี Slope แสดงถงึ ตอ้ นรับ
• มกี ารทอน Scale ของรปู ทรงอาคาร สอ่ื ใหถ้ งึ การไมข่ ม่ คน
• มี Semi-Private Space
• สว่ นใหญม่ ักเป็ นอาคารประเภททอ่ี ยอู่ าศยั (Housing) ทมี่ ี
กอี่ อกแบบสวนเล็กๆ (Semi-Private Space)

ตลอดจนถงึ การออกแบบภมู ทิ ัศนเ์ พอื่ ชว่ ยแกไ้ ขปัญหา
ชมุ ชนเมอื งทแ่ี ออดั





The Dancing House in Prague by
Frank Gehry – a typically playful work of Postmodernism.

and attempted harmony of
form and function, and
dismissal of "frivolous
ornament."

Post-Modern Christianity
Thinking

experience over reason,
ประสบการณอ์ ยเู่ หนอื เหตผุ ล
• subjectivity over objectivity,
มมุ มองหรอื ความคดิ เห็นของบคุ คลอยเู่ หนอื ขอ้ เท็จจรงิ
• spirituality over religion,
อารมณ์ ความรสู้ กึ อยเู่ หนอื หลกั การ-หลกั ขอ้ เชอื่
• images over words,
ภาพมคี วามสาคญั มากกวา่ คาพดู
• outward over inward
สว่ นทเ่ี ห็นภายนอกสาคญั มากกวา่ สว่ นลกึ ภายใน

https://www.gotquestions.org/post-modern-Christianity.html

4 CRISIS

The Crisis of

IDENTITY

In the Age of Narcissism

วกิ ฤตของตวั ตนในยคุ การหลงตวั เอง

https://health.kapook.com/view135632.html



1. คดิ แตเ่ รอ่ื งของตวั เอง แถมยงั ชอบพดู ถงึ ตวั เองในแงด่ บี อ่ ย ๆ
2. ชอบเรยี กรอ้ งความสนใจ อยากเป็ นคนสาคญั ตลอดเวลา
3. คดิ วา่ ตัวเองเป็ นบคุ คล VIP ฉันนแี่ หละสาคัญทสี่ ดุ ในโลกแลว้
4. ชอบเพอ้ ฝันถงึ เรอ่ื งเกนิ จรงิ มโนแจม่ ไปกบั สงิ่ ทเี่ ป็ นภาพลวงตา คดิ วา่ ตวั เองเกง่ สารพัดอยา่ ง
และตอ้ งไดร้ ับแตส่ ง่ิ ดี ๆ
5. อารมณแ์ ปรปรวน เหวย่ี งวนี และมกั จะไมพ่ อใจอะไรบอ่ ย ๆ
6. ไมแ่ ครใ์ คร ไมใ่ สใ่ จความรสู ้ กึ ของคนรอบขา้ ง
7. ตอ้ งการทจ่ี ะชนะทกุ สงิ่ อยา่ งบนโลกนี้ โดยไมส่ นวา่ อะไรจะผดิ จะถกู คดิ วา่ ตัวเองยง่ิ ใหญค่ บั ฟ้า
ทาอะไรกไ็ ด ้
8. คดิ วา่ ตวั เองมแี ตค่ นอจิ ฉา หรอื รสู ้ กึ อจิ ฉาคนรอบขา้ งบอ่ ยครัง้
9. ตอ้ งการมอี านาจ ตอ้ งการคาชมเชย และอยากเป็ นทร่ี ักของคนอน่ื อยเู่ สมอ
10. เอาแตใ่ จตัวเอง จนไมแ่ ครว์ า่ สง่ิ ทท่ี าจะเป็ นการเอารัดเอาเปรยี บคนอน่ื หรอื ไม่
11. มักจะแสดงพฤตกิ รรมกา้ วรา้ วรนุ แรง อวดสงิ่ ทมี่ สี ง่ิ ทไ่ี ด ้ หรอื เรยี กงา่ ย ๆ วา่ กรา่ งไปทว่ั
12. คบกับใครไมไ่ ดน้ าน อยรู่ ว่ มกับคนอนื่ ยาก
13. ออ่ นไหวงา่ ย และมักจะฟมู ฟายกบั เรอื่ งทเี่ สยี ใจแบบเกนิ เหตุ
14. ทนไมไ่ ดก้ บั การถกู วพิ ากษ์วจิ ารณ์
15. ไมย่ อมรับความผดิ ของตัวเอง และมักจะโทษวา่ เป็ นความผดิ ของบคุ คลอนื่ รา่ ไป
16. รสู ้ กึ เหมอื นตัวเองเหนอื กวา่ คนอนื่ และสามารถจะผลักใครใหพ้ น้ ทางกไ็ ด ้
17. ชอบทจี่ ะเป็ นผรู ้ ับ โดยทไี่ มค่ ดิ จะเป็ นผใู ้ ห ้

The Crisis of

TRUTH

In the Age of Pragmatism

วกิ ฤตของความจรงิ ในยคุ คน้ หาความ
จรงิ

เราเกดิ ทามาทาไม....ตายแลว้ ไปไหน



1.ปรชั ญาบรสิ ทุ ธิ์ (Pure Philosophy) คอื แนวคดิ และทฤษฎี
ทางปรชั ญาทศี่ กึ ษาตวั ความรโู ้ ดยตรง

1) สาขาอภปิ รัชญา (Metaphysics) หรอื ทฤษฎวี า่ ดว้ ยความเป็ นจรงิ เป็ น
สาขาทศี่ กึ ษาเกย่ี วกบั ความมอี ยจู่ รงิ (to exis)
2) สาขาญาณปรัชญา (Epistemology) หรอื ทฤษฎวี า่ ดว้ ยการรคู ้ วามเป็ นจรงิ
เป็ นสาขาทศ่ี กึ ษาถงึ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งมนุษยก์ บั เอกภพเกยี่ วกับความรู ้
ทเี่ ป็ นตวั ความจรงิ (to identify)

2. ปรชั ญาประยกุ ต์ (Applied Philosophy) คอื ปรัชญาท่ี
นาเอาผลสรปุ หรอื คาตอบของปรัชญาบรสิ ทุ ธไ์ิ ปตคี วามผลสรปุ
ของวชิ าตา่ ง ๆ

ปรัชญาประยกุ ตจ์ งึ เป็ นการศกึ ษาจากสง่ิ ภายนอกตวั เรา คอื รสู ้ ง่ิ อนื่ ทไี่ มใ่ ชต่ ัว
ความรู ้ แตเ่ ป็ นการนาเอาความรู ้ แนวความคดิ ความจรงิ ทพ่ี สิ จู น์ คน้ ควา้ ทห่ี า
มาไดจ้ ากปรัชญาบรสิ ทุ ธิ์ ไปผสมผสานกบั ศาสตรแ์ ขนงตา่ ง ๆ ทแี่ ยกออกมา
จากปรัชญาเป็ นศาสตรอ์ สิ ระ เชน่ ปรัชญาศาสนา ปรัชญาสงั คม ปรัชญา
การเมอื ง ปรัชญากฎหมาย ปรัชญาวทิ ยาศาสตร์ ปรัชญาศลิ ปะ ปรัชญา
คณติ ศาสตร์ ปรัชญาภาษา ปรัชญาจติ ปรัชญาประวตั ศิ าสตร์

https://www.gotoknow.org/posts/637153

อะไรคอื ความจรงิ ....?
มคี วามจรงิ เฉพาะในพระคมั ภรี ห์ รอื ....?

The Crisis of

AUTHORITY

In the Age of Consumerism

วกิ ฤตของการควบคมุ อานาจในยคุ
ของบรโิ ภคนยิ ม

ฉันตอ้ งมสี ง่ิ น.้ี .....เพราะวา่



2550 ครัวเรอื นเป็ นหนี้เพมิ่ ขนึ้ จาก 5 ปี ทแี่ ลว้ มาก ทงั้ สดั สว่ นผเู ้ ป็ นหน้ี (รอ้ ยละ 63.3 ของครวั เรอื นทงั้
ประเทศ) และยอดหนี้ (เฉลย่ี ครัวเรอื นละ 1.16 แสนบาท) ทงั้ ภาครัฐและธรุ กจิ เป็ นหนีต้ า่ งประเทศมาก

1. สงั คมไทยพฒั นามาจากสงั คมชมุ ชนเกษตรแบบดงั้ เดมิ
ทนี่ ยิ มเลยี้ ง ดแู ล อยา่ งเหลอื กนิ

2. วฒั นธรรมศกั ดนิ า เจา้ ขนุ มลู นาย แสดงฐานะดว้ ยเครอื่ ง
แตง่ ตวั ของใช,้ การทาบญุ ทาทาน ฯลฯ

3. ทนุ นยิ มไทยเป็ นการนาเขา้ ทนุ ตา่ งชาตแิ บบสาเร็จรปู
4. รฐั บาลซง่ึ เป็ นตวั แทนของคนรวยและคนชนั้ กลางทกุ

รัฐบาลไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากการพัฒนาทนุ นยิ มอตุ สาหกรรม
5. ระบบการศกึ ษาและสอื่ มวลชนของไทยลว้ นสง่ เสรมิ ลทั ธิ

บรโิ ภคนยิ มมากกวา่ จะทาใหป้ ระชาชนฉลาดรเู ้ ทา่ ทัน
ระบบทนุ นยิ มอตุ สาหกรรม

https://witayakornclub.wordpress.com/2008/09/05 รศ.วิทยากร เชียงกลู

The Crisis of

SPIRITUALITY

In the Age of Fatique

วกิ ฤตของจติ วญิ ญาณในยคุ ของ
ความออ่ นลา้ เบอ่ื หน่าย


Click to View FlipBook Version