150
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ท่ีเป็นกาลกิณีน้ัน โดยแบ่งกันออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ
๕๐๐ คน กลุ่มครอบครัวท่ีหญิงมีครรภ์ผู้นี้ไปอยู่ท�ามา
หากินไมข่ ้นึ สว่ นกลมุ่ หนง่ึ ทแ่ี ยกออกไปกลบั เจรญิ ขนึ้
พวกทแ่ี ยล่ งกแ็ บง่ กนั ออกเปน็ ๒ กลมุ่ อกี ครงั้ แยกกนั
โดยทา� นองนไ้ี ปเรอ่ื ยๆ จนกระทงั่ เหลอื ครอบครวั ของหญงิ
มีครรภเ์ พยี งครอบครัวเดยี ว
ชาวบ้านท้ังหลายจึงพากันขับไล่ครอบครัวของนาง
ออกจากหมู่บ้านไป เพราะถือว่าเป็นกาลกิณี ครอบครัว
ของนางจึงมีความเป็นอยู่ยากแคน้ แสนสาหัสขึน้ ไปอกี
หญิงน้ันเมื่อคลอดบุตรแล้ว ก็พยายามอดทน
เลย้ี งลกู จนเติบโตว่งิ เล่นได ้ แตค่ รอบครัวของนางตอ้ งอยู่
อยา่ งอดอยากยากแคน้ ยงิ่ นกั ในทส่ี ดุ วนั หนงึ่ นางจงึ พดู กบั
ลูกชายวา่
“ลูกเอ้ย...เจ้าจงไปหากินเอาเองเถอะนะ พ่อกับแม่
เลีย้ งเจา้ ต่อไปไมไ่ หวแล้ว”
พรอ้ มกนั นนั้ กเ็ อาชามดนิ เผาใบหนง่ึ ยดั ใสม่ อื ลกู แลว้
หนีไปอยเู่ สยี ทอ่ี น่ื
ตง้ั แตน่ น้ั มา เดก็ คนนก้ี ต็ อ้ งรอ่ นเรไ่ ปเรอ่ื ยๆ มคี วาม
อดอยากหิวโหยตลอดเวลา ไม่เคยได้กินอาหารเป็นม้ือ
สกั คร้ัง ได้แต่เกบ็ เศษอาหารที่เขาท�าตกหล่นหรอื สาดทง้ิ
๑๙. โลสก 151
www.kalyanamitra.org
มากิน ตกค�่าก็อาศัยนอนตามศาลาวัดบ้าง ชายคาบ้าน
หรือตามใต้สะพานบ้าง น�้าท่าไม่เคยได้อาบ ร่างกาย
ซบู ผอม สกปรก มสี ภาพเหมอื นปศิ าจคลกุ ฝนุ่ เปน็ เชน่ นน้ั
จนอายปุ ระมาณได้ ๗ ขวบ
วันหน่ึงขณะที่พระสารีบุตรก�าลังบิณฑบาตอยู่
ในนครสาวัตถี ได้เห็นเด็กน้ันก�าลังเก็บเมล็ดข้าว ท่ีเขา
สาดท้งิ จากการล้างหมอ้ ลา้ งชาม มากินทีละเมด็
ท่านรู้สึกสงสารยิ่งนัก จึงเข้าไปสอบถาม แล้วพา
มายังเชตวันมหาวิหาร ให้บรรพชาเป็นสามเณร ท�าให้
เด็กน้ันมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คร้ันอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์
ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษไุ ดร้ ัยฉายาวา่ ‘โลสกตสิ สะ’
ถึงแม้ว่าจะบวชเป็นพระภิกษุแล้วก็ตาม แต่ท่าน
โลสกตสิ สะไม่เคยไดฉ้ นั อ่ิมเลย ไดฉ้ ันเพยี งแค่พอประทงั
ชีวิตไปวันหนึ่งๆ เท่าน้ัน เพราะเมื่อใครใส่บาตรให้ท่าน
ทัพพีเดียว คนอื่นๆ ที่จะใส่ให้อีก ก็จะเห็นเสมือนว่า
‘บาตรน้ันมีอาหารเต็มจนล้นขอบบาตรแล้ว’ จึงใส่ให้
องค์อ่ืนแทน แม้กระนั้นก็ตาม ท่านก็มีความเพียรในการ
ปฏิบัติธรรมเปน็ เลศิ
ในที่สุด ก็บรรลุพระอรหันต์ได้หมดกิเลสได้
แต่อย่างไรก็ตามท่านก็ยังคงมีลาภน้อย ไม่ได้ฉันอ่ิม
152
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
อยู่ตามเคย ร่างกายจึงทรุดโทรมตลอดมา จนกระทั่ง
ใกลว้ ันเข้านิพพาน
วันหนึ่งพระสารีบุตรพระเถระทราบว่า ‘ใกล้เวลาที่
พระโลสกติสสะเถระจะเขา้ นพิ พานแล้ว’
จึงคิดอนุเคราะห์ให้ท่านได้ฉันอาหารเต็มอิ่มสักม้ือ
หนึ่ง จึงพาท่านไปบิณฑบาตด้วย แต่ปรากฏว่าเม่ือท่าน
ไปด้วย พระสารีบุตรกลับไม่ได้อะไรเลย แม้เพียงการ
ยกมอื ไหว้จากชาวบา้ น ท่านเห็นเชน่ นั้น จงึ ให้พระโลสก-
ติสสะเถระกลับไปรอที่หอฉนั ก่อน แล้วท่านกย็ อ้ นกลบั ไป
บณิ ฑบาตใหม่
คราวนชี้ าวบา้ นทง้ั หลายตา่ งพากนั นมิ นตท์ า่ นใหน้ งั่
ในทีอ่ นั ควรแล้วถวายภตั ตาหารมากมาย
พระสารีบุตรจึงให้คนน�าอาหารไปถวายพระโลสก-
ตสิ สะ แตค่ นนา� อาหารไปนน้ั กลบั ลมื ไปวา่ จะนา� ไปใหใ้ คร
จงึ กนิ เสยี เอง
เมื่อพระสารีบุตรกลับมาถึงวัด ทราบว่า ‘ท่านยัง
ไม่ได้ฉันจึงสลดใจย่ิงนัก’ แต่เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่
จงึ เขา้ ไปในพระราชวงั
พระเจา้ ปเสนทิโกศลจงึ รับส่งั ใหน้ �าบาตรมา แต่ทรง
เห็นว่าไม่ใช่เวลาถวายของคาว จึงถวายของหวานให้
๔ อยา่ ง คือเนยใส เนยข้น น้�าผ้งึ และออ้ ย
๑๙. โลสก 153
www.kalyanamitra.org
พระสารบี ตุ รนา� ของหวานทไี่ ดก้ ลบั ไปหอฉนั จงึ เรยี ก
พระโลสกติสสะให้มาฉัน แต่พระโลสกติสสะรู้สึกเกรงใจ
จะไม่ฉัน พระสารบี ุตรจึงคะยัน้ คะยอให้มาฉนั แล้วยนื ถอื
บาตรไว ้ เพราะเกรงวา่ หากปลอ่ ยบาตรออกจากมอื เมอ่ื ไหร่
อาหารในบาตรกจ็ ะหายไปหมด
ม้ือนน้ั พระโลสกตสิ สะจึงนง่ั ฉันของหวานนั้น จนอ่มิ
เปน็ ครงั้ แรกในชวี ติ หลงั จากนนั้ ทา่ นกน็ พิ พานในวนั นน้ั เอง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงส่ังให้ปลงสรีระของท่าน
แลว้ เก็บพระธาตุไว้ในเจดีย์
ต่อมาพระภิกษุทั้งหลายสนทนากันในธรรมสภา
ถึงพระโลสกติสสะเถระว่า
“ท่านเปน็ ผู้มีลาภน้อย มคี วามเปน็ อยอู่ ดๆ อยากๆ
อย่างน้ัน แต่ก็ยังบรรลุพระอริยธรรมได้ช่างน่าอัศจรรย์
ยงิ่ นัก”
พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เสดจ็ ไปยงั ธรรมสภา ทรงทราบ
ข้อสนทนานั้น แล้วจึงทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสา-
นุสตญิ าณ แลว้ ตรสั ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระโลสกติสสะเถระผู้น ี้
มีลาภนอ้ ย เพราะเคยประกอบกรรมท�าลายลาภของผ้อู น่ื
154
ศษิ ย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
และการได้อภิญญาก็ด้วยผลบุญท่ีบ�าเพ็ญเพียรมาดีแล้ว
ในอดีตชาตนิ น่ั เอง.”
จากนั้นพระพุทธองค์ทรงน�าโลสกชาดกมาตรัสเล่า
ดงั นี้
เนอ้ื หาชาดก
ในอดีตกาลนานมา ในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า
กฎุ มุ พเี ศรษฐผี ใู้ จบญุ ทา่ นหนง่ึ ไดน้ า� พระอรหนั ตท์ ผี่ า่ นทาง
มาพกั ยงั วดั ทตี่ นเปน็ ผอู้ ปุ ฏั ฐากอย ู่ ซงึ่ พระภกิ ษเุ จา้ อาวาส
กต็ อ้ นรบั เปน็ อนั ด ี เศรษฐไี ดก้ ราบพระอรหนั ตอ์ าคนั ตกุ ะแลว้
กน็ ั่งฟงั ธรรมจากทา่ นจนมดื ค่�า เมือ่ จะกลับก็ได้อาราธนา
ท้ังพระภิกษุเจ้าอาวาสและพระอาคันตุกะให้ไปรับบิณฑ-
บาตรในวนั ร่งุ ขึ้น
พระภิกษุเจ้าอาวาสเห็นกุฎุมพีเอาใจพระเถระ
อาคันตุกะมาก จึงบงั เกิดความรษิ ยา
‘เน่ีย...ถ้าเรานิมนต์พระรูปน้ีไปพร้อมกัน กุฎุมพี
เศรษฐกี ็จะไม่สนใจเรา ไมไ่ ด้การแลว้ อย่างนต้ี อ้ งหาทาง
กีดกัน’
ดังนั้นในตอนเช้าแทนท่ีจะตีระฆังเป็นสัญญาณ
เจ้าอาวาสก็ใช้หลงั เลบ็ เคาะเอาพอเป็นพิธี
๑๙. โลสก 155
www.kalyanamitra.org
“อา้ ...กระผมเรยี กแล้วนะ...ท่านนะไมไ่ ดย้ ินเอง”
เมื่อได้เวลาก็น�าพระในวัด ไปบ้านเศรษฐีตามท่ีรับ
นมิ นต ์ โดยไมร่ วู้ า่ พระอาคนั ตกุ ะไดอ้ อกบณิ ฑบาตแยกไป
อกี ทางอย่างสงบกอ่ นแล้ว
พอไดเ้ วลาฉนั อาหาร มโี อกาสกร็ บี ใหร้ า้ ยพระอาคนั -
ตกุ ะตามที่จิตคิดรษิ ยา
“อาตมาตีระฆงั กแ็ ลว้ เคาะประตูกแ็ ล้ว ก็ยังไมเ่ หน็
ทา่ นต่นื เลย เมอื่ วานนะ คงจะฉันอาหารเสยี จนอมิ่ เกินไป
วนั นเ้ี ลยเอาแตน่ อนลกุ ไมข่ น้ึ พระขเ้ี กยี จเชน่ น ี้ โยมเคารพ
นับถอื อยไู่ ด้อย่างไรเนี่ย...”
เมื่อถวายพรลา เศรษฐีผู้ใจบุญจึงน�าบาตรมารม
ด้วยของหอมแล้วบรรจุข้าวปายาสลงไป ฝากไปถวาย
พระอาคันตกุ ะ
แตพ่ ระภิกษเุ จ้าอาวาสกลับน�ามาเททิง้
“อะ่ ...กองไฟ คงมใี ครสมุ ทงิ้ ไวเ้ ปน็ แน ่ เนย่ี ขา้ วปายาส
ทีเ่ ศรษฐใี หม้ า เททงิ้ ซะเลย แล้วกก็ ลบด้วยเถา้ ถ่าน เทา่ นี้
ก็ไมม่ ใี ครรู้ใครเหน็ แลว้ ...กลบั วัดดีกว่า”
ต่อมาพระภิกษุก็ได้ส�านึกผิดบังเกิดความเสียใจ
อยา่ งใหญห่ ลวง ในบาปกรรมทปี่ ดิ บงั ทา� ลายลาภของผอู้ น่ื
ท�าให้ร่างกายรับอาหารใดๆ ไม่ได้ จนถึงแก่มรณภาพ
156
ศิษย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
ในที่สุด และตกนรกหมกไหม้นับแสนปี เม่ือพ้นจากนรก
เศษกรรมไดน้ �าไปเกิดเปน็ ยกั ษ์
แล้วมาเกิดเป็นสุนัขอีกราว ๕๐๐ ชาติ แต่ละชาติ
ก็ตอ้ งหิวโซ อดอยากจนตายไมเ่ คยไดก้ ินอ่ิม ชาตสิ ดุ ท้าย
ของการเปน็ สนุ ขั จงึ ไดโ้ อกาสกนิ อม่ิ เปน็ ครงั้ แรกกอ่ นตาย
โดยได้กินอาเจียนของมนุษย์เท่าน้ัน พ้นเวรจากภพชาติ
สุนัขจึงได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นบุตรคนยากจนในแคว้น
กาส ี มีช่ือว่า ‘มิตตพนิ ทกุ ะ’
ซึ่งท�าให้พ่อแม่ยากจนซ�้าลงไปอีกมาก เกิดมา
มิตตพินทุกะ ก็ไม่เคยได้กินอิ่มแม้แต่ม้ือเดียวเช่นเดิม
ซ้�ารา้ ยยงั ถกู ขบั ไล่ไสส่งออกจากบ้าน
“ไปขอเค้ากินเถอะลกู พ่อนะเล้ยี งเจา้ ไม่ไหวแล้ว”
“แมไ่ มม่ เี รี่ยวแรงทีจ่ ะเลี้ยงเจ้าได้อีกแลว้ ...ลูกเอ๊ย”
เดก็ ผเู้ กดิ มาใชก้ รรมเรร่ อ่ นเขา้ ไปในพาราณส ี ครงั้ นน้ั
ผใู้ จบญุ ไดจ้ ดั ทนุ การศกึ ษาใหเ้ ดก็ ยากจนไดม้ โี อกาสศกึ ษา
เลา่ เรยี น มติ ตพนิ ทกุ ะจงึ ไดร้ บั อปุ การะใหเ้ รยี นศลิ ปะศาสตร์
ในสา� นกั ของอาจารยท์ ศิ าปาโมกข ์ ดว้ ยความมนี สิ ยั แกะกะ
เกเร หยาบคาย ดอื้ รนั้ ไมฟ่ งั ใคร จงึ มเี รอ่ื งทะเลาะววิ าทกบั
ศิษย์อ่ืนๆ เปน็ ประจ�า
๑๙. โลสก 157
www.kalyanamitra.org
วันหน่ึงมิตตพินทกุ ะ กม็ ีเร่ืองทะเลาะวิวาทกับศษิ ย์
อน่ื ๆ อีก จงึ ถกู อาจารย์ว่ากลา่ วอย่างรนุ แรง เขาไมพ่ อใจ
มาก จึงหนอี อกจากส�านกั เทยี่ วระเหเร่ร่อนไป
“ฮ.ึ ..ข้าไมผ่ ดิ สกั หน่อย ทา� ไมอาจารย์ต้องลงโทษขา้
ดว้ ย ข้าไมอ่ ยู่กบั อาจารยแ์ ลว้ ไปตายเอาดาบหนา้ ดีกวา่ ”
เม่ือมิตตพินทุกะหนีออกจากส�านักทิศาปาโมกข์
ไปแลว้ ชวี ติ ของเขา กต็ กระกา� ลา� บากระเหเรร่ อ่ นไปจนถงึ
หมบู่ า้ นชายแดนแหง่ หนงึ่
ต่อมาก็ได้หญิงยากจนหมบู่ า้ นนัน้ เป็นภรรยา
“เร็วๆ เข้า เจ้ารบี ไปท�างานไดแ้ ลว้ สว่ นขา้ จะไปขอ
ขา้ วชาวบา้ นกนิ โอย๊ ...หิว หวิ หิว จนไส้จะกิ่วอยูแ่ ลว้ น”่ี
“พ.่ี ..ขอมาเผอื่ ขา้ ดว้ ยนะ ขา้ กห็ วิ เหมอื นกนั ตง้ั แตเ่ ชา้
ขา้ ยงั ไม่ไดก้ นิ อะไรเลย”
แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่อาจารย์ทิศาปาโมกข์
จะลงไปยังแม่น�้า ก็เห็นคนเล้ียงแพะ ก�าลังท�าร้ายและ
ฉุดลากศษิ ยข์ องทา่ นอยู่
“นแ่ี นะ่ ..”
“โอย๊ ๆ...อยา่ ท�าอะไรขา้ เลย”
“นแ่ี นะ่ ...”
“โอย๊ ...”
158
ศิษย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
“โอ้...ทา่ นทั้งหลายหยดุ กอ่ น ชายคนนเ้ี ป็นศษิ ย์เรา
มอบให้เราไปอบรมสั่งสอนเถดิ ”
คนเลี้ยงแพะเคารพอาจารย์ทิศาปาโมกข์ จึงยอม
มอบมิตตพนิ ทกุ ะให้
“ศิษย์ท่านนะ ขโมยแพะของพวกเรา บัดนี้ควรแก่
โทษแลว้ ขา้ จะยอมมอบใหท้ า่ นกไ็ ด ้ แตข่ ออกี สกั ทเี หอะ...
นี่แน่ะ”
“โอ๊ย ไม่ได้ยินที่อาจารย์ข้าขอหรือไง ปล่อยข้าไป
ได้แล้ว”
“ขา้ ลงโทษจนหนา� ใจแลว้ ทา่ นอาจารยโ์ ปรดนา� กลบั
ไปอบรมตามใจท่านเถดิ พวกเราขอลาก่อน”
“โอ๊ย...โดนตซี ะนว่ มเลยเรา”
“เฮ้อ...เวรกรรมจรงิ ๆ มติ ตพินทกุ ะเอย๊ ”
มิตตพินทุกะถูกน�ากลับมายังส�านักท่ีเคยให้วิชา
ความร ู้ และเขากไ็ ดเ้ ลา่ เรอ่ื งราวหลงั จากนไ้ี ปใหอ้ าจารยฟ์ งั
“เม่ือศิษย์จากไปก็เร่ร่อนรับจ้างเขาไปท่ัว จนมี
ภรรยาคนหน่ึงและได้อาศัยบ้านเธอกินอยู่ แต่ก็เกิด
เหตุร้ายไฟไหม้บ้านถึง ๗ ครั้ง ศิษย์กับภรรยาต้อง
ถูกขับไล่ไปหาที่อยู่ใหม่ แต่ไม่ว่าศิษย์จะอยู่ท่ีไหน
ก็มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นท่ีน้ัน ในท่ีสุดก็พรากจากภรรยา
๑๙. โลสก 159
www.kalyanamitra.org
160
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ตอ้ งหนเี อาตวั รอดไปตามลา� พงั ศษิ ยห์ นมี าถงึ เมอื งคมั ภลี ะ
กไ็ ด้สมัครเป็นกรรมกรบนเรือเดนิ ทะเลล�าหน่งึ
เรือก็ถกู พายุบา้ ง หยดุ แล่นโดยหาสาเหตไุ ม่ได้บา้ ง
ทุกคนบนเรือก็หาว่า ‘ศิษย์เป็นตัวกาลกิณี’ ถูกเขาขับไล่
ลงโทษเอาลอยแพ เรอื กแ็ ลน่ ต่อไปได.้
ด้วยผลท่ีได้รักษาศีลไว้ในศาสนาของพระกัสสปะ
สมั มาสมั พทุ ธเจา้ จงึ ไดพ้ บเทพธดิ า ๔ นาง อนั อยใู่ นวมิ าน
แก้วผลึก หลังหนึ่งในทะเล เสวยสุขส�าราญอยู่ในส�านัก
เทพธดิ าเหล่าน้ันตลอด ๗ วนั .
กน็ างเหลา่ นนั้ เปน็ เปรตมวี มิ านอย ู่ เสวยสขุ ได ้ ๗ วนั
เสวยทกุ ข ์ ๗ วนั หมุนเวียนไป.
เมอื่ นางจะไปเสวยทุกข์ ๗ วนั กส็ ่งั เขาไวว้ ่า
“อยา่ ไปไหน จนกว่าพวกฉันจะมา.”
ครั้นนางพากันไปแล้ว มิตตพินทุกะก็ลงนอนในแพ
ไมไ้ ผ่ ลอยต่อไปขา้ งหนา้ ได้เทพธิดา ๘ นางในวิมานเงนิ
เทพธิดาเหลา่ นัน้ กเ็ ป็นเปรต มีวมิ านเชน่ เดียวกนั .
เขาลอยตอ่ ไปได้เทพธิดา ๑๖ นางในวิมานแกว้ มณี
แล้วก็ลอยต่อไป ได้เทพธิดา ๓๒ นางในวิมานทอง
เขามิได้ฟังค�าของเทพธิดาเช่นเดียวกัน. จึงลอยต่อไป
ขา้ งหนา้ กไ็ ด้พบเมอื งยักษเ์ มอื งหนึ่งอยูใ่ นระหวา่ งเกาะ
๑๙. โลสก 161
www.kalyanamitra.org
ในเมืองน้ัน มียักษินีตนหน่ึงแปลงกายเป็นแม่แพะ
เที่ยวอยู่. มิตตพินทุกะไม่ทราบว่า ‘แม่แพะเป็นยักษินี’
คดิ แต่ว่า ‘เราจกั กินเนื้อแพะ’ โดดจับมนั ที่เทา้ .
นางยกั ษก์ ย็ กมติ ตพนิ ทกุ ะขนึ้ สลดั ไป ดว้ ยอานภุ าพ
ของยักษ์. มิตตพินทุกะถูกนางยักษ์สลัดข้ามทะเลไป
ตกทพ่ี ่มุ ไม้หนามพ่มุ หนึง่ ขา้ งคูเมืองพาราณสี แล้วกก็ ลิ้ง
ตกลงไปที่แผ่นดิน.
ก็ในคร้ังน้ัน แม่แพะของพระราชาหลายตัว เที่ยว
หากนิ อยู่เหนือคนั คูนั้น ถูกพวกโจรลักไป
พวกคนเลี้ยงคิดกันว่า ‘พวกเราต้องจับโจรให้ได้’
พากันซุ่มอยู่ ณ ทแ่ี หง่ หน่งึ .
มิตตพินทุกะกล้ิงตกลงมา ยืนอยู่ท่ีพ้ืนดินได้แล้ว
เหน็ แมแ่ พะเหลา่ นน้ั กค็ ดิ วา่ ‘เราจบั แมแ่ พะตวั หนงึ่ ในเกาะ
แห่งหน่ึงกลางทะเล ถูกมันดีดกระเด็นมาตกท่ีนี่ คราวน้ี
ถ้าเราจับแม่แพะตัวหนึ่งที่เท้า มันคงดีดเรากระเด็นกลับ
ไปถงึ สา� นกั เทพธิดาผู้มวี ิมานอย่ใู นทะเล ดังก่อน’
เขาเขา้ ใจเอาเองอยา่ งน ี้ โดยไมไ่ ตรต่ รองใหแ้ ยบคาย
ดังนี้ แล้วก็โดดจับแม่แพะตัวหนึ่งท่ีเท้า พอมันถูกเขา
จบั เทา้ เทา่ น้ัน ก็รอ้ งเอด็ อึง
พวกคนเลย้ี งแพะกพ็ ากนั กรเู ขา้ มาโดยรอบ ตา่ งรอ้ งวา่
162
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
“คอยมานานแล้ว ไอ้ขโมยกินแม่แพะในราชสกุลน้ี
ไอน้ ีเ่ อง” ดังนี้แล้วรุมซ้อม แลว้ จบั มดั พาไปสู่พระราชวัง.
ในขณะนั้น พระโพธิสัตว์แวดล้อมไปด้วยมาณพ
๕๐๐ ออกจากเมืองไปอาบน�้า เห็นมิตตพินทุกะก็จ�าได้
จึงพดู กะคนเหลา่ นนั้ วา่
“พอ่ คณุ ทงั้ หลาย คนผนู้ เ้ี ปน็ ลกู ศษิ ยข์ องเรา พวกทา่ น
จบั เขา เพราะเหตไุ ร ?”
คนเหลา่ นน้ั ตอบว่า
“พระคุณท่านขอรับ เขาเป็นคนร้ายขโมยแม่แพะ
ของหลวง จับแมแ่ พะตวั หนึ่งที่เทา้ เหตุน้นั พวกผมจึงจับ
เขา.”
พระโพธสิ ัตว์ขอรอ้ งวา่
“ถ้าเช่นน้ัน จงให้เขาเป็นทาสของพวกเราเถิด เขา
จกั ไดอ้ าศยั พวกเราเลี้ยงชีวิตไป.”
คนเหลา่ นัน้ รับค�าวา่
“ดีแล้วขอรับ พระคณุ ทา่ น”
พลางปล่อยเขา แลว้ กพ็ ากันไป.
ลา� ดบั นั้น พระโพธิสัตวจ์ ึงไตถ่ ามมติ ตพนิ ทุกะวา่
“ตลอดเวลาทห่ี ายหนา้ ไปนน้ั เจา้ ไปอยทู่ ไี่ หนเลา่ ?”
มิตตพนิ ทกุ ะก็เลา่ เรอื่ งที่ตนกระท�าท้ังหมดให้ฟัง.
๑๙. โลสก 163
www.kalyanamitra.org
พระโพธสิ ตั วจ์ งึ กลา่ ววา่ “คนทไ่ี มก่ ระทา� ตามถอ้ ยคา�
ของผู้ทีห่ วงั ดี ย่อมได้ทกุ ขอ์ ย่างน้ี.”
แลว้ กลา่ วคาถานี ้ ความวา่
มติ ตพนิ ทกุ ะเอย๋ บคุ คลใดเม่ือท่านหวงั ดี
เอน็ ดู เกอ้ื กูล สั่งสอน ก็มไิ ด้กระท�าตามทที่ ่านสอน
บคุ คลน้นั กย็ อ่ มเศรา้ โศกอยูเ่ ป็นนิจ
เหมือนมติ ตพินทกุ ะ จับขาแพะแล้ว
โศกเศร้าล�าบากอยฉู่ ะนั้นแล
ก็พระโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ และมิตตพินทุกะ
ในครัง้ นน้ั กไ็ ปตามกรรม.
พระบรมศาสดาตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย พระโลสกติสสเถระนั้น
ได้กระท�าความเป็นคนมีลาภน้อย และความเป็นผู้ได้
อริยธรรมให้แก่ตนด้วยตนเอง อย่างนี้แล.”
คร้ันทรงน�าพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงสืบ
อนุสนธิ
ประชุมชาดก
มิตตพินทกุ ะ ได้มาเป็น พระโลสกติสสะ ในกาลนี้
อาจารย์ทศิ าปาโมกข์ คือ เราตถาคต
164
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ลูกศษิ ย์ดือ้ ไม่เช่ือค�าเตือน ๑
๒๐) เวฬุกชาดก๔๐
วา่ ด้วย คนท่นี อนตาย
สถานทตี่ รสั พระเชตวันมหาวิหาร
ทรงปรารภ ภกิ ษุผู้ว่ายากรปู หน่ึง
สาเหตุท่ีตรัส
มเี รอ่ื งยอ่ ๆ วา่ พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ตรสั ถามภกิ ษนุ น้ั วา่
“ดกู อ่ นภิกษ ุ จริงหรอื ? ท่วี า่ เธอเปน็ ผ้วู ่ายาก.”
เมือ่ ภิกษนุ ัน้ กราบทูลวา่
“จริง พระเจา้ ขา้ .”
ก็ตรสั วา่
“ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดน้ีเท่านั้นท่ีเธอเป็นคน
ว่ายาก แม้ในกาลก่อน เธอก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน
เพราะความที่เป็นคนว่ายากน่ันแหละ จึงไม่กระท�าตาม
ถ้อยคา� ของบณั ฑติ ทัง้ หลาย แล้วถูกงกู ดั ตาย” ดังนี.้
แล้วทรงน�าเอาเร่ืองในอดีตมาสาธก ดังต่อไปน ้ี :-
๔๐ ชาตกฏั ฐกถา อรรถกถาชาดก เอกนบิ าตชาดก, ล.๕๖, น.๒๒,
มมร.
๒๐. เวฬกุ 165
www.kalyanamitra.org
166
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
เน้ิอหาชาดก
ในอดีตกาล คร้ังพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ
ณ กรงุ พาราณส.ี พระโพธสิ ตั วเ์ กดิ ในตระกลู ทม่ี สี มบตั มิ าก
ในแคว้นกาสี ครั้นถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว ก็เล็งเห็น
โทษ ในกามคุณ และอานิสงส์ในการออกบวช จึงละกาม
ทั้งหลาย แล้วเข้าป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤๅษี บ�าเพ็ญ
กสณิ บรกิ รรม ท�าอภิญญา ๕ และสมาบัต ิ ๘ ใหเ้ กิดแลว้
ยบั ย้งั อยูด่ ้วยความสขุ อันเกิดแตฌ่ าน.
ในกาลตอ่ มา มบี ริวารมาก มีดาบส ๕๐๐ แวดลอ้ ม
เป็นศาสดาของหมูอ่ ยู่แล้ว.
ครั้งน้ัน มีลูกอสรพิษตัวหน่ึง เที่ยวเลื้อยไปตาม
ธรรมดาของตน จนถงึ อาศรมบทของดาบสรูปหนึ่ง.
ดาบสเหน็ แลว้ เกดิ ความรกั มนั เหมอื นบตุ ร จงึ จบั มนั
เล้ียงไว้ ใหน้ อนในกระบอกไมไ้ ผ่ปลอ้ งหนึง่ . เพราะเหตุท่ี
มันนอนในกระบอกไม้ไผ่ ดาบสทั้งหลายจึงให้ชื่อมันว่า
“เวฬุกะ”. และเพราะเหตุที่ดาบสน้ัน เล้ียงดูมันด้วย
ความรัก เหมือนมันเป็นบุตร ดาบสทั้งหลายจึงให้ช่ือว่า
“เวฬุกบดิ า”.
คร้ังนั้น พระโพธิสัตว์ได้ยินข่าวว่า ‘ดาบสคนหนึ่ง
เลย้ี งอสรพษิ ’ จึงเรยี กมาถามวา่
๒๐. เวฬุก 167
www.kalyanamitra.org
“ข่าววา่ คุณเลยี้ งอสรพษิ จรงิ หรอื ?”
เมื่อดาบสน้ันตอบว่า “จริง”.
ก็กล่าวเตอื นวา่
“ข้ึนชื่อว่าอสรพิษ วางใจไม่ได้เลย คุณอย่าเล้ียง
มนั นะ.”
ดาบสตอบว่า
“ข้าแต่อาจารย์ มันเหมือนลูกของผม ผมไม่อาจ
พรากมันได.้ ”
พระโพธิสตั วเ์ ตอื นซ�้าว่า
“ถ้าเช่นนั้น ท่านจักต้องถึงตาย เพราะใกล้ชิดมัน
แนน่ อน.”
ดาบสน้ันไม่เช่ือถือถ้อยค�าของพระโพธิสัตว์ และ
ไมอ่ าจปลอ่ ยอสรพิษ.
ต่อจากนั้น ล่วงมา ๒-๓ วันเท่าน้ัน ดาบสท้ังหมด
พากันไปหาผลาผล คร้ันถึงที่แล้วก็เห็นว่า ‘ผลาผลหา
ได้งา่ ย’ เลยพักอยูใ่ นท่นี นั้ เอง ๒-๓ วัน.
แม้ดาบสเวฬุกบิดา เม่ือไปกับหมู่ดาบสน้ัน ก็ให้
อสรพิษนอนในปล้องไม้ ปดิ ไว้แลว้ จึงไป ลว่ งไป ๒-๓ วนั
จึงกลับมาพร้อมกับหมู่ดาบส คิดว่า ‘เราจะให้อาหารแก่
เวฬุกะ เปดิ กระบอกไมไ้ ผ่’ แล้วพูดวา่
168
ศษิ ย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
“มาเถิดลูก เจ้าหวิ ละซ.ี ”
พลางสอดมอื เขา้ ไป. อสรพษิ โกรธ เพราะอดอาหาร
มาตั้ง ๒-๓ วัน จึงฉกมือท่ีสอดเข้าไป ท�าให้ดาบส
ถึงสน้ิ ชีวติ อยูต่ รงน้นั เอง แล้วก็เลอื้ ยเข้าปา่ ไป.
ดาบสทัง้ หลายเหน็ ดงั นัน้ ก็บอกแกพ่ ระโพธสิ ัตว.์
พระโพธิสัตว์สั่งให้ท�าสรีรกิจของดาบสผู้เสียชีวิต
แล้วน่ังท่ามกลางหมู่ฤๅษี กล่าวคาถาน้ี สอนหมู่ฤๅษี
ความวา่ :-
บุคคลใด เม่ือทา่ นผู้หวังดี มีความเอ็นดู
จะเก้อื กูลกล่าวสอนอยู่ มิได้กระท�าตามที่สงั่ สอน
บคุ คลผนู้ ั้น ยอ่ มถูกพิบัตกิ า� จดั เสยี นอนอยู่
เหมอื นบิดาของงูเวฬกุ ะ นอนตายอยู่ ฉะนนั้ ดังนี้.
พระโพธิสัตว์กล่าวสอนหมู่ฤๅษีอย่างนี้แล้ว อบรม
พรหมวิหาร ๔ ให้เจริญแล้ว เมื่อสิ้นอายุ ก็ไปอุบัติใน
พรหมโลก.
แมพ้ ระบรมศาสดากต็ รัสวา่
“ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดนี้เท่าน้ัน ที่เธอเป็น
ผู้ว่ายาก แม้ในกาลก่อน เธอก็เป็นผู้ว่ายากเหมือนกัน
๒๐. เวฬกุ 169
www.kalyanamitra.org
และเพราะความเป็นผู้ว่ายาก จึงต้องถึงความเน่าเปื่อย
เพราะปากอสรพษิ เปน็ เหต.ุ ”
ครน้ั ทรงนา� พระธรรมเทศนานม้ี าแลว้ ทรงสบื อนสุ นธิ
ประชมุ ชาดก
ดาบสเวฬกุ บดิ าในกาลนน้ั เปน็ ภกิ ษวุ า่ ยาก ในบดั น ี้
บรษิ ัทที่เหลือ คอื พุทธบรษิ ทั
ศาสดาของคณะฤๅษ ี คอื เราตถาคต ฉะน้แี ล.
170
ศิษย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
ลูกศษิ ย์ดอื้ ไมเ่ ช่อื ค�าเตือน ๒
๒๑) อนิ ทสมานโคตตชาดก๔๑
ว่าด้วย การสมาคมกบั สตั บรุ ุษ
สถานที่ตรัส พระเชตวนั มหาวิหาร
ทรงปรารภ ภกิ ษผุ ้วู า่ ยากรูปหน่งึ
สาเหตทุ ตี่ รัส
พระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า
“ดูก่อนภิกษุ แม้เม่ือก่อนเธอก็ไม่เช่ือฟังค�าของ
บัณฑิตท้ังหลาย เพราะเธอเป็นผู้ว่ายาก จึงเหลวแหลก
เพราะเทา้ ช้างตกมนั ”
แล้วทรงน�าเรือ่ งในอดีตมาตรสั เลา่
เน้ือหาชาดก
ในอดตี กาลครง้ั เมอื่ พระเจา้ พรหมทตั เสวยราชสมบตั ิ
อย่ใู นกรงุ พาราณสี พระโพธสิ ัตวเ์ กดิ ในตระกลู พราหมณ์
๔๑ ชาตกฏั ฐกถา อรรถกถาชาดก ทกุ นิบาตชาดก, ล.๕๗, น.๗๖,
มมร.
๒๑. อนิ ทสมานโคตต 171
www.kalyanamitra.org
172
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
คร้ันเจริญวยั ละฆราวาส ออกบวชเปน็ ฤๅษ ี เป็นครู
ของเหลา่ ฤๅษี ๕๐๐ อาศยั อยใู่ นหิมวนั ตประเทศ.
ในคร้ังนั้น บรรดาดาบสเหล่านั้น ได้มีดาบสช่ือ
‘อินทสมานโคตร’ เป็นผู้ว่ายากไม่เชื่อฟัง ดาบสนั้น
เลีย้ งลกู ช้างไวเ้ ชือกหนง่ึ .
พระโพธสิ ตั วไ์ ดท้ ราบขา่ ว จงึ เรยี กดาบสนน้ั มาถามวา่
“เขาว่าเธอเลี้ยงลูกช้างไว้จริงหรอื ?”
ดาบสตอบว่า
“จรงิ ขอรบั อาจารย ์ ขา้ พเจา้ เลยี้ งลกู ชา้ งไวเ้ ชอื กหนง่ึ
แมม่ ันตาย.”
พระโพธสิ ัตว์พดู เตือนวา่
“ขน้ึ ชื่อว่า ‘ช้าง’ เมอ่ื เติบโตมักฆา่ คนเล้ียง เธออย่า
เล้ียงลูกชา้ งนัน้ เลย.”
ดาบสกลา่ ววา่
“ท่านอาจารย์ขา้ พเจา้ ไม่อาจทง้ิ มนั ได้.”
พระโพธิสัตว์กลา่ วว่า
“ถา้ เช่นนนั้ เธอจกั ได้รู้เอง.”
ดาบสเลยี้ งดชู ้างนน้ั ต่อมามนั มรี า่ งกายใหญโ่ ต.
คราวหนึ่ง พวกฤๅษีพากันไปในท่ีไกล เพ่ือหา
รากไมแ้ ละผลาผลในป่า แลว้ พักอยู่ ณ ท่นี ้นั ๒-๓ วนั .
๒๑. อนิ ทสมานโคตต 173
www.kalyanamitra.org
ชา้ งกต็ กมนั รอ้ื บรรณศาลาเสยี กระจยุ กระจาย ทา� ลาย
หม้อน้�าดื่ม โยนแผ่นหินทิ้ง ถอนแผ่นกระดานแขวนทิ้ง
แล้วเข้าไปยังท่ีซ่อนแห่งหน่ึง ยืนคอยมองดูทางมาของ
ดาบส ด้วยหวังวา่ ‘จกั ฆ่าดาบสนั้น แลว้ ไป’.
ดาบสอินทสมานโคตรหาอาหารไว้ให้ช้าง เดินมา
ก่อนดาบสทั้งหมด คร้ันเห็นช้างน้ัน จึงเข้าไปหามันตาม
ความร้สู ึกท่ีเป็นปกติ.
ครั้นแล้วช้างน้ันออกจากที่ซ่อน เอางวงจับฟาดลง
กับพน้ื เอาเท้าเหยยี บศีรษะขยีใ้ ห้ถึงความตาย แล้วแผด
เสียงดงั เข้าป่าไป.
พวกดาบสท่ีเหลือจึงแจ้งข่าวน้ันให้พระโพธิสัตว์
ทราบ.
พระโพธสิ ตั ว์กลา่ วว่า
“ไมค่ วรท�าความคลกุ คลีกบั คนชั่ว”
แล้วกลา่ วคาถานีว้ ่า:-
บคุ คลไม่พึงทา� ความสนทิ สนมกบั คนช่ัว
ทา่ นผเู้ ป็นอรยิ ะ รู้ประโยชน์อยู่
ไม่พงึ ท�าความสนิทสนมกับอนารยชน
เพราะอนารยชนนั้น แม้อยรู่ ว่ มกนั เป็นเวลานาน
ก็ย่อมท�าความชัว่ ดุจช้างผ้ทู �าลาย
174
ศษิ ยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ดาบสอินทสมานโคตร ฉะน้นั
บคุ คลพึงรูบ้ คุ คลใดวา่ ผนู้ ี้เชน่ เดียวกับเรา
ดว้ ยศลี ดว้ ยปัญญา และแม้ด้วยสตุ ะ
พึงท�าไมตรกี บั บคุ คลผู้น้ันนน่ั แหละ
เพราะการสมาคมกบั สตั บรุ ษุ นา� มาซง่ึ ความสขุ แท.้
พระโพธสิ ัตว์สอนหม่ฤู ๅษวี ่า
“ธรรมดาคนเราไม่ควรเป็นผู้สอนยาก ควรศึกษา
ใหด้ ี”
แล้วให้จัดการเผาศพอินทสมานโคตรดาบส เจริญ
พรหมวิหาร ไดเ้ ขา้ ถึงพรหมโลก.
พระศาสดาทรงน�าพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว
ประชุมชาดก.
อนิ ทสมานโคตรในครั้งน้นั
ไดเ้ ป็นภิกษุสอนยากนีใ้ นคร้งั น.้ี
สว่ นครปู ระจ�าคณะไดเ้ ป็น เราตถาคต นีแ้ ล.
๒๑. อินทสมานโคตต 175
www.kalyanamitra.org
176
ศษิ ยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ลกู ศิษย์หาอบุ ายเตือนอาจารย์
๒๒) การันทิยชาดก๔๒
ว่าดว้ ย การท�าทเ่ี หลือวิสยั
สถานท่ีตรัส พระวิหารเชตวนั
ทรงปรารภ พระธรรมเสนาบดี
สาเหตุท่ตี รัส
ได้ยินมาว่า พระเถระให้ศีล แก่คนทุศีลทั้งหลาย
มีพรานเน้ือและคนจับปลาเป็นต้น ท่ีผ่านๆ มา ซึ่งท่าน
ได้พบไดเ้ หน็ เทา่ น้ันว่า
“ท่านท้ังหลายจงถอื ศีล ทา่ นทั้งหลายจงถอื ศลี .”
ชนเหลา่ นนั้ มคี วามเคารพในพระเถระ ไมอ่ าจขดั ขนื
ถอ้ ยคา� ของพระเถระนนั้ จงึ พากนั รบั ศลี กแ็ หละครน้ั รบั แลว้
ก็ไม่รกั ษา คงกระทา� การงานของตนๆ อย่อู ยา่ งเดิม
พระเถระเรียกสัทธิวิหาริกทั้งหลายของตนมาแล้ว
กลา่ วว่า
๔๒ ตน้ ฉบบั ชาตกฏั ฐกถา อรรถกถาชาดก จตกุ กนบิ าตชาดก,
ล.๕๘, น.๗๕๑, มมร.
๒๒. การันทยิ 177
www.kalyanamitra.org
“อาวุโสท้ังหลาย คนเหล่านี้รับศีลในส�านักของเรา
กแ็ หละครนั้ รบั แล้ว ก็ไม่รกั ษา.”
สทั ธิวิหาริกท้งั หลายกลา่ ววา่
“ท่านขอรับ ท่านให้ศีลโดยความไม่พอใจของชน
เหลา่ น้นั พวกเขาไม่อาจขัดขืนถอ้ ยค�าของทา่ น จึงรบั เอา
ตงั้ แตน่ ไ้ี ป ขอทา่ นอยา่ ไดใ้ หศ้ ลี แกช่ นทงั้ หลายเหน็ ปานน.ี้ ”
พระเถระไมพ่ อใจตอ่ ถอ้ ยค�าของสัทธวิ ิหาริก.
ภิกษุท้ังหลายได้สดับเรื่องราวน้ันแล้วก็สนทนากัน
ข้นึ ในโรงธรรมสภาว่า
“อาวโุ สทงั้ หลาย ไดย้ ินวา่ พระสารบี ตุ รให้ศีลแกค่ น
ท่ีท่านไดป้ ระสบพบเห็นเท่านนั้ .”
พระศาสดาเสดจ็ มาแล้วตรสั ถามว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอน่ังสนทนากัน
เรื่องอะไรหนอ ?”
เมอื่ ภกิ ษทุ งั้ หลายกราบทลู ใหท้ รงทราบวา่ เรอื่ งชอ่ื น้ี
พระเจา้ ขา้ จงึ ตรสั ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดน้ีเท่านั้น แม้ใน
กาลก่อน พระสารีบุตรนี้ก็ให้ศีลแก่คนที่ตนได้ประสบ
พบเหน็ ซงึ่ ไม่ขอศลี เลย”
แลว้ ทรงน�าเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดงั ตอ่ ไปน.้ี
178
ศิษย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
เนือ้ หาชาดก
กาลครงั้ หนงึ่ นานมาแลว้ พระโพธสิ ตั วเ์ กดิ ในตระกลู
พราหมณ์เมอื งพาราณสี มชี ่อื วา่ ‘การนั ทยิ ะ’
เม่ือเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว ได้ไปศึกษาศิลปวิทยาที่
เมืองตกั กศลิ า ได้เป็นหวั หนา้
คณะศิษย์อาจารย์ของเขาได้ให้ศีลแก่คนพบเห็น
ทุกคนไม่ว่าจะเปน็ ชาวประมงชาวนาผไู้ มข่ อศีลเลยว่า
“ท่านท้งั หลายจงรับศีล รกั ษาศีลนะ”
ปรากฏวา่ คนเหล่านน้ั รับศลี
เมอื่ อาจารยท์ ราบเรอ่ื งแลว้ กม็ กั บน่ ใหล้ กู ศษิ ยฟ์ งั อยู่
เปน็ ประจ�าวา่
“อา้ ยพวกน้ี ไม่รจู้ ักท�าคุณงามความด ี รบั ศีลไปแล้ว
ก็ไม่รจู้ กั รักษา”
อยูม่ าวนั หนง่ึ มีชาวบ้านแห่งหนึ่งมาเชิญใหไ้ ปสวด
พธิ พี ราหมณ ์ อาจารยจ์ งึ เรยี กการนั ทยิ ะมาพบ แลว้ มอบให้
เปน็ หวั หนา้ คณะไปแทนตน และกล่าวกา� ชับว่า
“การันทิยะ ฉันจะไม่ไปนะ มอบให้เธอเป็นหัวหน้า
พากันไป แตอ่ ยา่ ลืมน�าส่วนของฉันมาด้วยละ”
เมื่อการันทิยะพาคณะไปแล้ว ขากลับมาได้พากัน
นง่ั พกั ผอ่ นอยขู่ า้ งเขาลกู หนงึ่ ใกลส้ า� นกั เรยี น เขาคดิ หาวธิ ี
๒๒. การันทิย 179
www.kalyanamitra.org
ท่ีจะเตือนสติอาจารย์ให้เลิกให้ศีลคนท่ัวไป ให้รู้จักให้ศีล
แก่ผู้ท่ีขอเท่าน้ัน เดินไปเห็นซอกเขา ฉุกคิดข้ึนมาได ้
จึงจับกอ้ นหนิ โยนลงไปทซ่ี อกเขาน้นั
พวกศษิ ยค์ นอ่ืนๆ ถามวา่ “ท�าอะไร ?”
กไ็ มย่ อมบอก พวกลกู ศษิ ยจ์ งึ พากนั กลบั สา� นกั เรยี น
ไปบอกอาจารย์
อาจารยพ์ อมาถึงก็ถามขนึ้ ว่า
“การันทิยะ จะมีประโยชน์อะไรกับการท้ิงก้อนหิน
ลงไปในซอกเขาน้ี เจา้ ท�าไปท�าไม ?”
การันทิยะตอบว่า
“ผมจักท�าแผ่นดินให้เรียบเสมอกัน ดังฝ่ามือครับ
อาจารย์”
“ท่านคนเดียวย่อมไม่สามารถถมหุบเหว ให้เต็ม
ทา� แผ่นดินให้ราบเรียบได้หรอก เกรงวา่ ทา่ นตายไป ก็ยัง
ท�าไม่ได”้
“ถ้าผมคนเดียวไม่สามารถท�าแผ่นดินให้ราบเรียบ
เสมอกันได้ อาจารย์ก็ไม่สามารถท�ามนุษย์ผู้มีทิฏฐิต่างๆ
กันใหม้ ศี ลี ธรรมเสมอกนั ได้เชน่ กนั นะ ขอรบั ”
อาจารยไ์ ดฟ้ งั แลว้ กลบั ไดส้ ตริ วู้ า่ ตนผดิ แลว้ จงึ กลา่ ว
เปน็ คาถาวา่
180
ศษิ ยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
การันทิยะ เจ้าได้บอกความจริงแก่เรา ข้อนี้
เป็นอย่างนั้นจริงๆ แผ่นดินน้ีมนุษย์ไม่สามารถจะท�าให้
ราบเรียบได้ ฉันใด เราก็ไม่อาจท�ามนุษย์ทั้งหลายให้มา
อยใู่ นอ�านาจของเราไดฉ้ นั นัน้
นับต้ังแต่วันนั้น อาจารย์ก็เลิกให้ศีลแก่ผู้ไม่ขอศีล
ให้เฉพาะผู้ที่ขอเทา่ นนั้
ประชุมชาดก
พราหมณใ์ นครง้ั นั้น ไดเ้ ป็น พระสารบี ตุ ร
สว่ นการนั ทิยบณั ฑติ ในคร้ังนน้ั ไดเ้ ปน็ เราตถาคต.
๒๒. การนั ทยิ 181
www.kalyanamitra.org
182
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ลูกศิษยเ์ ตือนอาจารยแ์ ล้ว ๑
๒๓) เวทัพพชาดก๔๓
วา่ ด้วย ผูป้ รารถนาประโยชน์
โดยไมแ่ ยบคายยอ่ มเดอื ดร้อน
สถานทีต่ รัส พระเชตวนั มหาวิหาร
ทรงปรารภ ภกิ ษผุ ูว้ ่ายาก
สาเหตุทต่ี รสั
ความพิสดารว่า พระศาสดาตรัสกะภิกษนุ ัน้ ว่า
“ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดนี้เท่าน้ัน ท่ีเธอเป็นคน
ว่ายาก แม้ในกาลก่อน ก็เป็นผู้ว่ายากเหมือนกัน เพราะ
เหตุน้ันแล จึงไมท่ �าตามค�าของท่านผู้เป็นบณั ฑิต ถูกฟัน
ด้วยดาบขาดสองท่อน ล้มนอนอยู่ท่ีหนทาง และเพราะ
อาศัยเธอคนเดียวแทๆ้ คนอกี พันคนต้องส้นิ ชีวติ ไปด้วย”
ดงั นี้.
แลว้ ทรงน�าเอาเร่ืองในอดตี มาสาธก ดงั ตอ่ ไปนี ้ :-
๔๓ ตน้ ฉบบั ชาตกฏั ฐกถา อรรถกถาชาดก เอกนบิ าตชาดก,
ล.๕๖, น.๔๑, มมร.
๒๓. เวทัพพ 183
www.kalyanamitra.org
เน้ือหาชาดก
กาลครงั้ หนงึ่ นานมาแลว้ ในเมอื งพาราณสมี พี ราหมณ์
ผู้รู้มนต์คนหน่ึงชื่อ ‘เวทัพพะ’ สามารถร่ายมนต์เรียก
ฝนเงินฝนทองให้ตกลงมาได้ พราหมณ์มีลูกศิษย์อยู่
คนหนึ่ง
วันหนึ่งอาจารย์และลูกศิษย์ได้เดินทางไปท�าธุระ
ทแี่ ควน้ เจต ี พอไปถงึ ปา่ ในระหวา่ งทางถกู โจรจบั เรยี กคา่ ไถ่
ธรรมเนยี มของโจรพวกนคี้ อื เมอื่ จบั ผคู้ นไดแ้ ลว้ ถา้ เปน็ แม่
กับลูกสาวจะปล่อยแม่ไป ถ้าเป็นพ่ีกับน้องจะปล่อยพี่ไป
ถ้าเป็นอาจารยก์ ับลูกศษิ ย์ จะปล่อยลูกศิษยไ์ ป
แตก่ อ่ นทลี่ กู ศษิ ยจ์ ะออกเดนิ ทางไป ไดก้ ระซบิ เตอื น
อาจารย์วา่
“ท่านอาจารย์ครับ ผมจะไปสักสองสามวันเท่าน้ัน
อาจารย์อย่าได้หว่ันไปเลย และวันน้ีจะมีฤกษ์ดี ท่าน
อย่าได้ไรค้ วามอดทน ร่ายมนตใ์ ห้ฝนเงนิ ฝนทองตกลงมา
เป็นอันขาด เพราะพวกโจรจักฆา่ ทา่ นเสยี ”
ฝ่ายพวกโจร พออาทิตย์ตกดินก็จับมัดพราหมณ์
ใหน้ อนอยู่
ขณะนน้ั พระจนั ทรเ์ ตม็ ดวงกโ็ ผลข่ น้ึ พราหมณ ์ เหน็
เช่นน้ัน ก็คิดได้ว่า ‘ฤกษ์ท่ีจะท�าให้ฝนเงินฝนทอง
184
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ตกลงมา มีแล้ว เราจะมานอนทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างน้ี
ท�าไม ? ร่ายมนต์เรยี กฝนเงินฝนทองตกลงมามอบทรัพย์
ให้โจรแล้ว ใหพ้ วกมนั ปล่อยเราไปจะดกี ว่า’
จงึ เรียกโจรมาบอกใหป้ ล่อยตนแล้ว น่งั ประกอบพธิ ี
ร่ายมนตแ์ หงนดูดาวเรียกฝนเงนิ ฝนทองให้ตกลงมา
พวกโจรพากนั เกบ็ รวบรวมทรพั ยใ์ สห่ อ่ ผา้ แบกหนไี ป
ฝ่ายพราหมณ์กเ็ ดินตามไปข้างหลัง
ขณะนนั้ ไดม้ โี จรอกี กลมุ่ หนงึ่ พากนั จบั โจรกลมุ่ ทหี่ นงึ่
ไว ้ โจรกลมุ่ ทหี่ นง่ึ จงึ บอกใหจ้ บั พราหมณท์ เี่ ดนิ ตามหลงั มา
เพราะทรพั ยน์ พ้ี ราหมณเ์ ปน็ ผเู้ รยี กมาให ้ จะเอามากเทา่ ใด
ก็ได ้
พวกโจรกลุ่มน้ัน จึงปล่อยโจรกลุ่มที่หน่ึงไป จับ
พราหมณ์แล้วบังคับให้เรียกฝนเงินฝนทองตกลงมาให้
พอไดย้ ินพราหมณ์ตอบว่า
“ไมส่ ามารถเรยี กฝนเงนิ ฝนทองไดอ้ กี ปหี นง่ึ สามารถ
เรียกไดค้ รง้ั เดยี วเทา่ นน้ั ต้องรอจนถึงปีหน้า.”
ดว้ ยความโกรธหวั หนา้ โจรจงึ ฟนั พราหมณต์ ายคาที่
แล้วรีบติดตามโจรกลุ่มที่หน่ึงไป ท�าการชิงทรัพย์และ
ฆ่าโจรกลุ่มที่หน่ึงตายหมดส้ิน ในระหว่างที่เก็บรวบรวม
ทรัพย์อยู่น้ัน พวกโจรเกิดแตกคอกันเร่ืองการแบ่งทรัพย ์
๒๓. เวทพั พ 185
www.kalyanamitra.org
จึงเกิดการต่อสู้กันเอง จนในที่สุดเหลือโจรเพียง ๒ คน
เท่านนั้
โจรทั้ง ๒ คน ได้น�าเอาทรัพย์ไปซ่อนไว้ในป่าใกล้
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ด้วยความหิวจึงให้โจรคนหน่ึงน่ังเฝ้า
ทรพั ย์ไว้ อีกคนเขา้ ไปหาอาหารในหมบู่ า้ น
โจรท่ีนั่งเฝา้ ทรพั ยก์ ็คิดด้วยความโลภว่า
‘ถา้ มีมนั กต็ ้องแบง่ ทรัพยเ์ ป็นสองส่วน พอมนั มาถึง
เราจะฆา่ มนั ด้วยการฟนั ครั้งเดยี ว’
ฝ่ายโจรอีกคนก็คิดเช่นเดียวกัน พอได้อาหารแล้ว
ก็รีบกินเสียก่อน ส่วนท่ีเหลือก็ใส่ยาพิษไว้ ถือเดินไปหา
โจรทเ่ี ฝ้าทรัพย์ พอก้มลงวางอาหารเทา่ น้นั ก็ถกู ฟันตาย
คาท่ ี
โจรนั้นได้น�าศพเพื่อนไปท้ิงแล้วกลับมากินอาหาร
ตนเองก็เสียชีวิตในที่นั้นนั่นเอง คนทั้งหมดได้ถึงความ
พนิ าศเพราะอาศัยทรพั ย์นน้ั ดว้ ยประการฉะน้ี
สองสามวันต่อมา ลูกศิษย์ได้ถือเอาทรัพย์กลับมา
แล้วไม่พบอาจารย์ในที่นั้น เห็นแต่ทรัพย์กระจัดกระจาย
อยู่ จึงทราบเหตุการณ์ เดินผ่านไปเห็นอาจารย์นอน
ตายอยู่ และซากศพโจรอีกจ�านวนหน่ึง จึงกล่าวเป็น
คาถาวา่
186
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ผูใ้ ด ปรารถนาประโยชน์ โดยอบุ ายอันไมแ่ ยบยล
ผู้นน้ั ย่อมเดือดรอ้ น เหมือนโจรชาวแคว้นเจตะ
ฆา่ พราหมณเ์ วทัพพะเสียแลว้
กพ็ ลอยถงึ ความพนิ าศทั้งหมด
แมพ้ ระบรมศาสดากต็ รัสว่า
“ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดน้ีเท่าน้ัน ที่เธอเป็นคน
ว่ายาก แม้ในกาลก่อน ก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน
ก็เพราะความเป็นคนว่ายาก จึงถึงความพินาศอย่าง
ใหญห่ ลวง.” ดงั นี.้
ประชมุ ชาดก
เวทัพพะพราหมณใ์ นคร้ังนนั้ ได้มาเปน็
ภิกษวุ า่ ยากในบัดนี้
ส่วนลูกศษิ ย ์ ได้แก่ เราตถาคต ฉะนแ้ี ล
๒๓. เวทัพพ 187
www.kalyanamitra.org
188
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
ลูกศิษยเ์ ตอื นอาจารยแ์ ล้ว ๒
๒๔) ทุพพจชาดก๔๔
วา่ ด้วย วา่ ดว้ ย ไดร้ ับโทษเพราะท�าเกินเหตุ
สถานทตี่ รัส พระเชตวันมหาวหิ าร
ทรงปรารภ ภิกษุผวู้ า่ ยากรูปหน่ึง
สาเหตทุ ่ตี รสั
ในชาดกน้ี พระศาสดาตรัสเรียกภกิ ษนุ น้ั มาตรสั ว่า
“ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่ในบัดน้ีเท่านั้น ท่ีเธอเป็น
ผู้วา่ ยาก แม้ในกาลกอ่ นกเ็ ปน็ ผวู้ ่ายาก เพราะความทเ่ี ป็น
ผวู้ า่ ยาก ไมก่ ระทา� ตามโอวาทแหง่ บณั ฑติ จงึ ถกู หอกแทง
ถงึ ส้ินชวี ติ ” ดงั นี้
แลว้ ทรงน�าเอาเร่อื งในอดตี มาสาธก ดังต่อไปนี ้ :-
เนื้อหาชาดก
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ
อยใู่ นพระนครพาราณส ี พระโพธสิ ตั วถ์ อื ปฏสิ นธใิ นกา� เนดิ
๔๔ ตน้ ฉบบั ชาตกฏั ฐกถา อรรถกถาชาดก เอกนบิ าตชาดก, ล.๕๖,
น.๔๓๙, มมร.
๒๔. ทพุ พจ 189
www.kalyanamitra.org
นักฟ้อนทางกระโดด เจริญวัยแล้ว ได้เป็นผู้มีปัญญา
ฉลาดในอุบาย ท่านศึกษาศิลปะในทางกระโดดข้ามหอก
ในสา� นกั แหง่ นกั โดดผหู้ นง่ึ เทยี่ วแสดงศลิ ปะไปกบั อาจารย์
แต่อาจารย์ของท่านรู้ศิลปะในการโดดข้ามหอก ๔ เล่ม
เทา่ นัน้ ไมไ่ ดถ้ ึง ๕ เล่ม
วันหน่ึง อาจารย์แสดงศิลปะในหมู่บ้านต�าบลหนึ่ง
เมาเหลา้ แล้วพูดว่า
“เราจกั โดดขา้ มหอก ๕ เล่ม ปกั หอกเรียงรายไว้.”
ครงั้ นนั้ พระโพธิสตั ว์จงึ กล่าวกะอาจารยว์ ่า
“ท่านอาจารย์ครับ ท่านไม่ทราบศิลปะการโดดข้าม
หอก ๕ เล่ม เอาหอกออกเสียเล่มหนึ่งเถิดครับ ถ้าท่าน
ข้นึ โดด จักถูกหอกเล่มท่ี ๕ แทงตายแนน่ อน.”
แต่เพราะเมาสรุ า อาจารยจ์ ึงกล่าววา่
“ถงึ ตวั เจ้าก็หารู้ขีดความสามารถของเราไม่”
มิได้ยึดถือถ้อยค�าของพระโพธิสัตว์ โดยข้ามไปได้
๔ เล่ม ถูกเล่มท่ี ๕ เสียบ เหมือนคนเสียบดอกมะทราง
ในไมก้ ลดั ฉะนน้ั นอนคร�่าครวญอยู่.
คร้ังน้ัน พระโพธิสัตว์กล่าวกะท่านอาจารย์ว่า
ทา่ นไม่เช่ือค�าของบัณฑติ จึงถึงความฉบิ หายน ี้ ดงั นีแ้ ลว้
กลา่ วคาถาน ้ี ความวา่ :-
190
ศษิ ย์อาจารย์
www.kalyanamitra.org
ทา่ นอาจารย์ ท่านกระท�าการเกนิ กวา่ ทท่ี �าได้
เรอื่ งนไี้ มถ่ กู ใจกระผมเลย ทา่ นโดดพน้ หอกเลม่ ที่ ๔
ถูกหอกเลม่ ที่ ๕ เสียบเข้าแล้ว ดงั นี้.
พระโพธิสัตว์ คร้ันกล่าวค�านี้แล้ว ก็น�าอาจารย์
ออกจากหอก กระท�ากจิ ท่ีควรท�าใหแ้ ล้ว.
พระศาสดาทรงน�าอดตี นทิ านน้มี าแลว้
ประชุมชาดก
อาจารยใ์ นครง้ั น้ัน ได้มาเปน็ ภกิ ษุผูว้ า่ ยาก
๒๔. ทพุ พจ 191
www.kalyanamitra.org
บทสรปุ
ชาดก ๒๔ เรอื่ ง
l ทรงปรารภภิกษุ ๑๒ เร่ือง
ภกิ ษุบรรลุธรรม ๓ เรื่อง,
๒ เร่ืองภกิ ษบุ รรลโุ สดาบัน คอื
๑๔) อุมมาทันตีชาดก ว่าด้วย เสนาบดีถวาย
นางอมุ มาทนั ตแี ดพ่ ระราชา
๑๕) อสาตมันตชาดก ว่าดว้ ย หญิงเลวทราม
อีกเร่ืองภิกษุบรรลุอนาคามี ส่วนบุคคลอ่ืนได้บรรลุ
โสดาบัน และสกทาคามี คอื
๑๗) ติลมุฏฐิชาดก ว่าด้วย การเฆ่ียนตีเป็นการ
สง่ั สอน
l ทรงปรารภพระเจา้ อชาตศัตรู ๓ เรื่อง
๓) สัญชวี ชาดก วา่ ดว้ ย โทษที่ยกยอ่ งอสตั บุรษุ
๔) ถสุ ชาดก ว่าดว้ ย รู้จกั แกลบหรือข้าวสารในทม่ี ดื
๕) มสู ิกชาดก วา่ ด้วย ควรเรยี นทกุ อยา่ งแต่ไม่ควร
ใชท้ ุกอย่าง
192
ศษิ ยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
l ทรงปรารภพระเทวทัต ๒ เรอ่ื ง
๗) อุปาหนชาดก ว่าด้วย อนารยชนย่อมใช้ศิลปะ
ในทางผดิ
๘) คุตตลิ ชาดก ว่าดว้ ย ลกู ศษิ ย์คดิ ล้างครู
l ทรงปรารภอบุ าสก ๒ เรอื่ ง
๑๒) อนภิรตชิ าดก วา่ ดว้ ย เปรียบหญิงเหมือนของ
๕ อยา่ ง
๑๓) ทุราชานชาดก ว่าดว้ ยความรไู้ ดย้ ากของหญิง
อุบาสกได้บรรลโุ สดาบนั ทง้ั ๒ เรื่อง
l ทรงปรารภพราหมณ์ ๓ เรอื่ ง
๑๐) สาธศุ ีลชาดก ว่าดว้ ย เลอื กเอาผูม้ ศี ีล
๑๑) อนภริ ติชาดก ว่าด้วย จติ ขนุ่ มัว-ไม่ขุ่นมัว
พราหมณ์ตั้งอยใู่ นโสดาปตั ติผล ทง้ั ๒ เรือ่ ง
หนา้ ที่ของศิษยแ์ ละอาจารย์ทพี งึ มีตอ่ กันมีกลา่ วไว้
ในสงิ คาลกสตู ร เรื่อง สิงคาลกคฤหบดีบุตร - ว่าดว้ ยคหิ ิ-
ปฏิบัต ิ กถาวา่ ดว้ ยทิศ ๖ ความตอนหนึ่งว่า
ฯลฯ
บทสรปุ 193
www.kalyanamitra.org
ดกู รคฤหบดบี ตุ ร อาจารยผ์ เู้ ปน็ ทศิ เบอ้ื งขวา อนั ศษิ ย์
พึงบา� รงุ ด้วยสถาน ๕ คือ
ด้วยลกุ ข้นึ ยนื รบั ๑ ด้วยเขา้ ไปยืนคอยรบั ใช้ ๑
ดว้ ยการเชอ่ื ฟัง ๑ ด้วยการปรนนิบตั ิ ๑
ดว้ ยการเรียนศลิ ปวิทยาโดยเคารพ ๑ ฯ
ดกู รคฤหบดบี ตุ ร อาจารยผ์ เู้ ปน็ ทศิ เบอื้ งขวา อนั ศษิ ย์
บ�ารุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์ศิษย์
ด้วยสถาน ๕ คือ แนะน�าดี ๑ ให้เรียนดี ๑
บอกศษิ ย์ดว้ ยดีในศิลปวิทยาทงั้ หมด ๑
ยกยอ่ งใหป้ รากฏในเพ่ือนฝงู ๑
ท�าความปอ้ งกันในทิศทั้งหลาย ๑ ฯ
ดกู รคฤหบดบี ตุ ร อาจารยผ์ เู้ ปน็ ทศิ เบอ้ื งขวาอนั ศษิ ย์
บา� รงุ ดว้ ยสถาน ๕ เหล่าน้แี ลว้ ย่อมอนเุ คราะหศ์ ษิ ยด์ ว้ ย
สถาน ๕ เหลา่ น้ี
ทศิ เบอื้ งขวานนั้ ชอ่ื วา่ อนั ศษิ ยป์ กปดิ ใหเ้ กษมสา� ราญ
ให้ไม่มภี ยั ดว้ ยประการฉะน้ี ฯ
ความตอนหนง่ึ ใน มลิ นิ ทปญั หา นอกวรรค เมณฑก-
ปัญหา สว่ นอาจารย์กค็ วรปฏิบัตชิ อบให้ประกอบดว้ ยคณุ
ของอาจารย์ ๒๕ ประการ
194
ศษิ ยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
คณุ ของอาจารย์ ๒๕ ประการ
๑. ดูแลศษิ ย์เนือง ๆ
๒. รู้จักคนทค่ี วรคบและไม่ควรคบ
๓. รวู้ า่ ศิษย์ประมาทหรอื ไม่ประมาท
๔. รเู้ วลาทศี่ ิษยน์ อน
๕. รูเ้ วลาศิษย์เจบ็ ไข้
๖. รู้วา่ ศิษย์ไดอ้ าหารหรือยังไม่ได้
๗. รคู้ ณุ วิเศษตา่ งๆ
๘. รจู้ กั แจกแบ่งอาหารใหศ้ ิษย์
๙. รู้จักปลอบศษิ ยไ์ ม่ใหก้ ลัว
๑๐. สอนให้ศิษย์ประพฤติตามเยยี่ งอย่างคนดี
๑ ๑. ต้องรู้จกั รอบๆ บา้ น
๑๒. ตอ้ งรู้จกั รอบๆ วหิ าร
๑๓. ไมค่ วรเล่นหัวตลกคะนองกบั ศิษย์
๑๔. ควรรู้จักอดโทษศิษย์
๑๕. ควรตงั้ ใจท�าดีต่อศษิ ย ์
๑๖. ควรประพฤติใหเ้ ป็นระเบียบต่อศิษย์
๑๗. ไมค่ วรปิดๆ บงั ๆ ศิษย์
๑๘. สอนความรใู้ ห้ศษิ ยส์ ้ินเชิง
๑๙. ควรคดิ อยากให้ศษิ ยร์ ู้ศลิ ปะ
บทสรปุ 195
www.kalyanamitra.org
๒๐. ควรคิดแต่ทางทจี่ ะให้ศษิ ยเ์ จรญิ
๒๑. ควรคดิ อยากให้ศษิ ยช์ อบเรียน
๒๒. ควรมจี ติ อนั เมตตาตอ่ ศิษย์
๒ ๓. ไมค่ วรทง้ิ ศษิ ย์เวลามีอนั ตราย
๒ ๔. ไมค่ วรประมาทกิรยิ าต่อศิษย์
๒ ๕. ควรประคองศิษยผ์ พู้ ลั้งพลาด
196
ศิษยอ์ าจารย์
www.kalyanamitra.org
แนะน�าหนังสอื ธรรมะ
ของสมาคมสมาธเิ พือ่ การพัฒนาศีลธรรมโลก
ธรรมะคลายโศก (เฉพาะ e-book)
ISBN : 978-616-8103-05-0
ผูเ้ รยี บเรยี ง : สิริปณุ ฺโณ
จ�านวนหน้า : ๑๙๒
คา� บรรยาย เรยี บเรยี งเนอื้ หาจาก ๒๒ พระสตู ร
ท่ีเกี่ยวข้องกับ ความเจ็บป่วย ความทุกข์จาก
การพลดั พราก จัดทา� เป็น ๒ สว่ น คอื ธรรมะ
คลายโศกสา� หรับฆราวาส และธรรมะคลายโศก
สา� หรบั พระ
ยูกิเอะจงั (เฉพาะ e-book)
ISBN : 978-616-8103-03-6
ผเู้ รยี บเรียง : สริ ิปณุ ฺโณ
จ�านวนหน้า : ๑๐๔
ค�าบรรยาย หนูน้อยลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย อาย ุ
๓ ขวบเศษ, เธอเป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจา
เข้าใจและพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว, เข้าวัด
พร้อมม่าม้าต้ังแต่เยาว์วัย คุ้นเคยกับพระและ
การทา� บญุ ตง้ั แตเ่ ลก็ , หนงั สอื นจี้ งึ เปน็ การบนั ทกึ
เร่ืองราวและพฒั นาการของเธอ
197
www.kalyanamitra.org
ธรรมะจาก Siripunno Fanpage
สจั กิรยิ า, พลงั มวลชน (เฉพาะ e-book)
ISBN : 978-616-91637-9-4
ผเู้ รียบเรยี ง : สริ ปิ ุณโฺ ณ
จ�านวนหนา้ : ๑๑๒
ค�าบรรยาย เป็นการค้นคว้า และรวบรวมจาก
ชาดก, คาถาธรรมบทและพระสูตรในเร่ือง
สจั กิรยิ าและพลงั มวลชน
ธรรมะจาก Siripunno Fanpage
การจองเวร (เฉพาะ e-book)
ISBN : 978-616-8103-04-3
ผูเ้ รยี บเรียง : สริ ปิ ณุ ฺโณ
จ�านวนหนา้ : ๑๖๘
คา� บรรยาย เปน็ เรอื่ งราวการผกู เวรกนั ขา้ มชาติ
ทมี่ ปี รากฏอยใู่ นชาดก, คาถาธรรมบท ในตอนทา้ ย
เปน็ เรอ่ื งราวการจองเวรขา้ มชาตใิ นอดตี ระหวา่ ง
พระเทวทตั กบั พระโพธสิ ตั ว ์ ทม่ี ปี รากฏในชาดก
โดยเฉพาะ จา� นวน ๑๐ เรอื่ ง
198
www.kalyanamitra.org
e-book Free download
ผลงานหนังสือธรรมะ ของ สมาคมสมาธเิ พ่อื การพัฒนาศีลธรรมโลก
ประเภท คาถาธรรมบท
• อบุ าสิกาฉบับราชนกิ ูล-พระเถรี https://goo.gl/2xFWS1
• อุบาสกิ า ฉบบั สามญั ชน https://goo.gl/iwhkCA
ประเภท ชาดก
• ปัญญาบารมี หนทางการสร้างปญั ญา http://goo.gl/LX9xYJ
• ชาดกเรื่องปัญญา https://goo.gl/nktWh5
• ชาดกเรือ่ งโปรด https://goo.gl/gWZyTT
ประเภท พระสูตร
• ภพนภี้ พหนา้ ฉบบั เติมเต็ม http://goo.gl/KQrxIt
• ทานบารม ี สตู รลัดแหง่ ความสขุ http://goo.gl/TfPejV
• ธรรมคลายโศก http://goo.gl/q4HCu9
ประเภท เรยี บเรียง
• ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge https://goo.gl/b7kiCb
ฉบบั สัจกริ ิยา-พลังมวลชน/จองเวร https://goo.gl/LdgPfH
199
www.kalyanamitra.org