๑. วัสดทุ ่ีใช้ • กรรไกร
• ใบลาน
๒. วิธีการทำ�
• นำ�ใบลานมาตัดเป็นเส้นยาว ๕๐ ซม. กว้าง ๒ ซม. จำ�นวน ๒ เส้น
• นำ�ใบลานเส้นที่ ๑ มาพันมือ ๒ รอบ
• นำ�ใบลานหั่นได้แล้วดึงมือที่พันออก ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับไว้
• นำ�ใบลานใบที่ ๒ มาพับครึ่ง แล้วสอดเข้าไปในใบลานท่ีพันไว้
ในรอบแรก
• เสร็จแล้วให้ใช้ใบลานเส้นที่ ๒ เส้นล่างสอดช่องใบลานเส้นที่ ๑
ห่วงแรก
• กลับด้านหลังขึ้นมา นำ�เส้นมะพร้าวเส้นที่ ๒ ปลายด้านล่างสอดช่อง
แล้วดึงจัดให้สวยงาม
• ใช้กรรไกรตกแต่ง ครีบและหาง
บทท่ี ๔ ของเล่นประดิษฐท์ ี่ดัดแปลงจากวัสดุทว่ั ไป 101
ของเลน่ นกจากใบมะพรา้ ว
นก เป็นของเล่นชนิดหนึ่ง การสานนกเป็นการสานเพื่อนำ�มาเป็นของเล่น
การสานใช้วัสดุได้หลายชนิด เช่น ใบตาล ใบลาน และใบมะพร้าว เป็นต้น
วัสดุที่นำ�มาสานกันมาก หาง่าย คือ ใบมะพร้าว ซึ่งหาได้จากต้นมะพร้าวที่มีขึ้น
ในท้องถิ่น ต้นมะพร้าวเป็นต้นไม้ยืนต้น ผลและยอดอ่อนใช้มาเป็นส่วนประกอบ
ของอาหารหวาน–คาว ลำ�ต้นนำ�มาทำ�เป็นที่อยู่อาศัย ใบนำ�มามุงเป็นหลังคา
แทนวัสดุอื่น ๆ และนำ�มาใช้เป็นวัสดุสำ�หรับงานสานต่าง ๆ
102 บทท่ี ๔ ของเล่นประดิษฐ์ทด่ี ัดแปลงจากวสั ดุทัว่ ไป
๑. วสั ดุทใ่ี ช้
• ใบมะพร้าว • กรรไกร • มีดคตั เตอร์
๒. วธิ กี ารท�ำ
• นำ�ใบมะพร้าวมาฉีกเป็นเส้นยาว ๕๐ ซม. กว้าง ๒ ซม. จำ�นวน ๒ เส้น
(ใช้สานเป็นตัวนก)
• นำ�ใบมะพร้าวใบที่ ๑ มาโค้งทับกันตามแบบแล้วนำ�ใบที่ ๒ ให้ปลายใบ
สอดช่องของใบที่ ๑
• ใบมะพร้าวใบที่ ๒ จับปลายด้านล่างโค้งลงมาใต้เส้นใบที่ ๑ ปลายแรก
แล้วทับปลายที่สอง
• จับปลายใบที่ ๒ โค้งขึ้นด้านบนอีกครั้งหนึ่ง
• จับปลายใบที่ ๒ ที่อยู่ด้านบนลงมาให้ปลายใบลงมาตรงกลาง
จับปลายใบที่ ๑ สอดขึ้นไปช่องด้านบน
• ใช้มือดึงปลายทุกเส้นให้ได้รูปที่สวยงาม ใช้มีดคัตเตอร์กรีด
ให้เป็นช่องเล็ก ๆ สำ�หรับสอดปลายใบในแนบกับตัวนก
• ตัดปลายทั้งสองข้างให้เป็นตัวนก
• นำ�ใบมะพร้าวฉีกเป็นเส้นยาว ๓๐ ซม. กว้าง ๑ ซม. จำ�นวน ๒ เส้น
เพื่อทำ�หัวนก ขั้นตอนการทำ�หัวนกเหมือนทำ�ตัวนก
• นำ�ทั้งสองชิ้นมาประกอบเป็นตัวนกที่สมบูรณ์
๓. ประโยชน์ที่ได้รับ
• ความคิดจินตนาการสร้างสรรค์ ความสนุกสนาน การบริหารกล้ามเนื้อ
มือนิ้วมือในการประดิษฐ์ของเล่น
บทที่ ๔ ของเล่นประดิษฐท์ ดี่ ดั แปลงจากวัสดทุ วั่ ไป 103
ของเล่น เครอื่ งบินจากไมห้ นีบผา้
104 บทท่ี ๔ ของเลน่ ประดิษฐ์ท่ีดัดแปลงจากวสั ดุท่วั ไป
๑. วสั ดทุ ่ีใช้
• ไมห้ นีบผา้ ๑ อนั • สนี ้ำ�
• ไมไ้ อศครีม ๓ อัน • กาวลาเทก็ ซ์
๒. วธิ กี ารทำ�
• นำ�ไม้หนีบผ้ามาทาสีเหลืองให้ทั่ว พร้อมกับไม้ไอศกรีม ๑ อันทาสีแดง
รอสแี ห้ง
• น�ำ ไมไ้ อศกรีมอกี ๒ อนั มาทาสแี ดงใหท้ ั่วทั้ง ๒ ดา้ น ท้งิ ไว้ให้แห้ง
• น�ำ ไม้หนบี ผา้ มาวางไวเ้ ป็นฐาน น�ำ ไม้หนีบสีแดง มาท�ำ เป็นใบพดั ด้านหน้า
วางดา้ นบนและดา้ นลา่ งของไมห้ นบี ผา้ สว่ นหนา้ ตดิ ดว้ ยกาวลาเทก็ ซจ์ นแนน่
• นำ�ไม้ไอศกรีมสีแดงที่ตัดแต่งแล้ว มาวางไว้ตรงปลายไม้หนีบด้านบน
สำ�หรบั ทำ�สว่ นหาง
• น�ำ ไม้ไอศกรีมสแี ดงทต่ี ัดแต่งแลว้ อีกอนั หนงึ่ ท�ำ เปน็ สว่ นหางดา้ นบน
๓. ประโยชน์ทไี่ ด้รบั
• ความคิดจินตนาการสร้างสรรค์ ความสนุกสนาน การบรหิ ารกล้ามเน้อื มอื
และนิ้วมือในการประดิษฐ์ของเล่น
บทท่ี ๔ ของเลน่ ประดษิ ฐท์ ดี่ ดั แปลงจากวัสดุทั่วไป 105
ของเลน่ เคร่อื งบนิ เลก็ จากไมห้ นีบผา้
106 บทท่ี ๔ ของเล่นประดษิ ฐ์ทด่ี ัดแปลงจากวัสดทุ ่ัวไป
๑. วัสดุทใ่ี ช้ • กาว
• ไม้หนีบผ้า • สีทาไม้
• แผ่นไม้เล็ก ๆ เลื่อยตัดไม้ • สีเมจกิ
• กระดาษทราย
๒. วิธกี ารท�ำ
• น�ำ ไมห้ นบี ผา้ มาทาสตี ามชอบ
• ตดั แผน่ ไม้ ท�ำ ปกี เครือ่ งบนิ ด้านบน ด้านล่าง และหางเคร่ืองบิน
• ทาสปี กี เครอ่ื งบนิ ดา้ นบน ดา้ นลา่ ง และหางเครอ่ื งบนิ ตามชอบ แลว้ ตดิ กาว
• ตกแตง่ ปกี เครือ่ งบิน และหางเคร่ืองบินด้วยสีเมจกิ ใหส้ วยงาม
๓. ประโยชน์ที่ได้รับ
• ความคิดจนิ ตนาการสร้างสรรค์ ความสนกุ สนาน การบรหิ ารกล้ามเนื้อมอื
และนวิ้ มือในการประดิษฐ์ของเลน่ ของเลน่
บทที่ ๔ ของเล่นประดษิ ฐท์ ่ีดดั แปลงจากวัสดทุ ัว่ ไป 107
ของเลน่ รถจากไม้หนีบผา้
108 บทที่ ๔ ของเล่นประดิษฐ์ท่ดี ัดแปลงจากวัสดทุ ั่วไป
๑. วสั ดทุ ีใ่ ช้ • กาว
• ไมห้ นีบ • สกอ็ ตเทป
• หลอด • กรรไกร
• กระดุม
• ลวด (สำ�หรบั มัดถงุ ขนม)
๒. วธิ ีการทำ�
• ตดั หลอดน้ำ�ดมื่ ๒ ท่อน ส�ำ หรบั ทำ�ล้อรถ ๔ ลอ้ นำ�หลอดน�้ำ ดมื่ สอดดา้ นใน
ด้วยลวด นำ�กระดุมมาตดิ เปน็ ล้อทง้ั สองดา้ น ยดึ ตดิ ด้วยลวดท่ีเกินออกมา
ทำ�ท้ังลอ้ หนา้ และล้อหลัง
• ลอ้ หน้า นำ�ท่ีหนบี ผา้ แบบไมม้ าหนีบไว้
• ล้อหลังสอดไว้ที่หนีบผ้าดา้ นหลัง ใช้สกอ็ ตเทปปดิ รูด้านหลงั ไว้ กนั ลอ้ หลดุ
แคน่ กี้ เ็ ปน็ อันเสรจ็ ได้รถเลน่ จากไมห้ นบี ผ้ามาเลน่ สนกุ
๓. ประโยชน์ที่ได้รับ
• ความคดิ จินตนาการสรา้ งสรรค์ ความสนุกสนาน การบริหารกล้ามเนือ้ มอื
นวิ้ มอื ในการประดิษฐข์ องเลน่
บทท่ี ๔ ของเล่นประดิษฐท์ ด่ี ัดแปลงจากวสั ดุทั่วไป 109
ของเลน่ ตะแลป้ แก๊ป
ตะแล้ปแก๊ป เป็นของเล่นพ้ืนบ้านของไทยที่ทำ�จากกระป๋องนม ๒ ใบ
ใช้ในการสื่อสารเหมือนโทรศัพท์
110 บทที่ ๔ ของเลน่ ประดษิ ฐท์ ี่ดดั แปลงจากวัสดทุ ่วั ไป
๑. วัสดทุ ี่ใช้ • ไม้กลัด
• กระปอ๋ งนม ๒ ใบ
• ดา้ ย
๒. วธิ ีการทำ�
• นำ�ประป๋องนมข้นหวานที่เปิดใช้แล้วมา ๒ ใบ แล้วเลาะเอาฝากระป๋อง
ทีเ่ ปดิ ทิ้งพรอ้ มกับใช้ฆ้อนเลก็ ๆ ทุบขอบกระปอ๋ งสว่ นที่เอาฝาออกใหเ้ รียบ
• สำ�หรับด้านก้นของประป๋องนม ให้เจาะเป็นรูเล็ก ๆ ด้วยตะปู แล้วนำ�
ปลายด้ายท่ีมีความยาวตาม่ีต้องการสอดเข้าในรูที่ก้นกระป๋องนม
แล้วผูกไว้ด้วยไม้กลัดเล็ก ๆ โดยไม้กลัดอยู่ภายในกระป๋อง เพื่อกันไม่ให้
ด้ายหลุด จากนัน้ น�ำ ปลายดา้ ยอีกขา้ งหน่งึ ไปทำ�ในลักษณะแบบเดียวกัน
๓. วธิ กี ารเลน่
• ผเู้ ลน่ ๒ คน จับกระป๋องคนละ ๑ ใบ แลว้ ดึงเชอื กให้ตงึ
• ให้ผู้ฟังเอากระป๋องจ่อที่หู
• ผู้พูด พูดใส่ในกระป่อง
• โต้ตอบกัน โดยให้สลับกันเป็นผู้ฟังและผู้พูด
๔. ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับ
• ความสนุกสนานเพลิดเพลิน เสริมทักษะความเป็นนักประดิษฐ์
สร้างพัฒนาการด้านอารมณ์สังคม และภาษา และเสริมสร้างความเข้าใจ
ในการเคลื่อนที่ของเสียงตะแล้ปแก๊ป
บทที่ ๔ ของเลน่ ประดิษฐ์ท่ีดดั แปลงจากวัสดทุ ว่ั ไป 111
ของเล่น เป่ากบ
เป่ากบ เป็นการเล่นอยา่ งหนึ่งของเดก็
112 บทท่ี ๔ ของเลน่ ประดษิ ฐท์ ่ีดัดแปลงจากวัสดุท่วั ไป
๑. วสั ดทุ ใ่ี ช้
• ยางวง (ยางเส้น) วงใหญ่ หรือวงเล็กก็ได้ แล้วแต่ความชอบและความถนัด
๒. วธิ กี ารเล่น
• เล่นกันได้ ท้ังเด็กชายและหญิง ผู้เล่นมีจำ�นวน ๒ คน หรือเป็นทีมก็ได้
สถานที่เล่นในท่ีร่ม ใช้พื้นที่เรียบ ๆ เช่น พื้นซีเมนต์ พื้นกระดาน
หรือพื้นโต๊ะ ซึ่งผู้เล่นจะเอายางเส้น (ยางวง) จะเป็นวงเล็กหรือวงใหญ่
หรืออาจจะเป็นวงสีต่าง ๆ อยู่ที่ความชอบ ได้แก่ สีน้ำ�ตาล สีเขียว
สแี ดง เปน็ ต้น น�ำ มาวางบนพ้นื คนละ ๑ เส้น ใหอ้ ยูห่ ่างกันประมาณ ๑ ฟุต
ผู้เล่นจะผลัดกันเป่ายางเส้น (ยางวง) ของตนไปข้างหน้าทีละน้อย ๆ
จนยางเส้นทั้งสองมาอยู่ใกล้กัน ผู้เล่นคนใดเป่าให้ยางเส้นของตน
ไปทบั ยางเสน้ ของฝา่ ยตรงขา้ มไดก้ จ็ ะเปน็ ผูช้ นะ ฝา่ ยแพจ้ ะตอ้ งจา่ ยรางวลั
ใหก้ บั ผชู้ นะ ซง่ึ สว่ นใหญจ่ ะเปน็ ยางเสน้ (ยางวง) แตอ่ าจใหร้ างวลั อนื่ ๆ กไ็ ด ้
ตามแต่จะตกลงกัน
บทท่ี ๔ ของเลน่ ประดิษฐ์ท่ีดดั แปลงจากวสั ดทุ ว่ั ไป 113
๓. ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
• การเล่นเป่ากบ เป็นการเล่นที่ให้ความสนุกสนานแล้ว ยังเป็นการฝึก
การรู้กำ�หนดจังหวะ และกะระยะด้วย
• การเล่นเป่ากบเป็นการฝึกสังเกต ไหวพริบในการเป่าของคู่ต่อสู้
ซึ่งจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำ�ให้เด็กรู้จักคิดให้รอบคอบก่อนที่จะเป่า
ถ้าเป่าโดยไม่คิด อาจจะผิดพลาดจนทำ�ให้ต้องแพ้ได้
• เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักความรัก ความสามัคคี
• เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดความเพลิดเพลิน เพราะเมื่อเล่นเป่ากบแล้ว
เด็ก ๆ ก็จะได้ไม่ไปรบกวนผู้ใหญ่
• อุปกรณ์ก็หาง่าย ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะเล่นได้ทุกเมื่อ
114 บทที่ ๔ ของเล่นประดษิ ฐ์ทดี่ ัดแปลงจากวัสดุทว่ั ไป
บทท่ี ๔ ของเล่นประดิษฐท์ ี่ดดั แปลงจากวัสดทุ ั่วไป 115
ของเล่น กงจักร
กงจักร จากฝาจีบหรือฝาน้ำ�อัดลม
116 บทท่ี ๔ ของเลน่ ประดษิ ฐ์ท่ดี ัดแปลงจากวสั ดทุ ่วั ไป
๑. วัสดทุ ่ีใช้ • เชือก ๑ เส้น
• ฝาจีบหรอื ฝานำ้�อัดลม
๒. วิธีการท�ำ
• นำ�ฝาจีบหรือฝาน้ำ�อัดลมมาทับหรือตีให้แบน แล้วเจาะรูตรงกลางฝา ๒ รู
• นำ�เชือกรอ้ ยเข้าไปในรู โดยให้ฝาจบี อยู่ตรงกลางเชือก
๓. วธิ ีการเล่น
• ใช้มือทั้ง ๒ ข้างจับปลายเชือกทั้ง ๒ ข้างเอาไว้ ให้ฝาอยู่ตรงกลาง
• แกว่งเชือกให้เป็นเกลียวมากที่สุดเท่าที่จะทำ�ได้
• ดึงเชือกให้ตึง ฝาจีบจะหมุนอย่างรวดเร็ว และปล่อยให้หย่อน เพื่อให้เชือก
หมุนเป็นเกลียวแล้วดึงเชือกให้ตึง เล่นอย่างนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ
๔. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั
• ความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นการบริหารกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ
ข้อควรระวงั
เดก็ ห้ามนำ�ไปเลน่ แกลง้ เพื่อน ๆ โดยเด็ดขาด
บทที่ ๔ ของเลน่ ประดษิ ฐท์ ด่ี ัดแปลงจากวสั ดทุ ว่ั ไป 117
118
บรรณานุกรม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๓๙). ภูมิปญั ญาท้องถ่ินกบั การจดั การเรียนการสอนในระดบั
ประถมศกึ ษาและมธั ยม. กรงุ เทพมหานคร : กระทรวงฯ
กิตติคณุ จันทกรณ.์ ทรงวุฒ ิ จติ รประเสรฐิ . ธรรมรตั น ์ ใจกล้า. (๒๕๕๕). ประวตั ิของเลน่ ไทย.
คน้ เมือ่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗. จาก http://siamtoy.wordpress.com
ฉวีวรรณ จงึ เจรญิ . (๒๕๒๘) การใชส้ ือ่ อปุ กรณ์ของเลน่ เพื่อพฒั นาการเรียนการสอน
เดก็ ออ่ นวยั ประถมศกึ ษา. เอกสารนิเทศการศกึ ษา ฉ.๒๒๗ หน่วยศกึ ษานเิ ทศก์
กรมการฝึกหดั ครู กรุงเทพฯ:อกั ษรไทย.
ธนวดี ศุกระกาญจน์. (ม.ป.ป.). ของเลน่ จากวสั ดธุ รรมชาติ. คน้ เมือ่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗.
จาก http://www.la-orutis.dusit.ac.th/research3.php
ประดิษฐข์ องเลน่ จากไมห้ นีบผา้ . (มปป) ค้นเม่อื ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗. จาก p-dit.com
ประภาศิร ิ กลางพอน. (ม.ป.ป.). ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ภูมิปัญญาไทย.
คน้ เม่ือ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗.
จาก http://www.ipesp.ac.th/learning/thaistory/content1.html
พชั รี มีสคุ นธ์. ของเลน่ เด็กไทย เล่ม ๑. พิมพ์คร้ังที่ ๑. กรงุ เทพฯ :
บริษัท พงษ์วรนิ การพมิ พ ์ จำ�กดั , ๒๕๕๓.
พชั รี มสี ุคนธ.์ ของเล่นเดก็ ไทย เล่ม ๒. พิมพ์ครั้งท่ี ๑. กรุงเทพฯ :
บริษทั พงษ์วรนิ การพมิ พ์ จ�ำ กดั , ๒๕๕๓.
พันธิยา. (๒๕๕๔). ความหมายของคำ�วา่ ของเล่น, หลักการเลอื กของเล่น,
ลักษณะของของเลน่ ท่ดี ,ี ประโยชน์ ของของเล่น. คน้ เมอื่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗.
จาก www.center2toys.blogspot.com
ลัดดาวลั ย์ กัณหสวุ รรณ. (๒๕๔๘). ๓๙ กลวิทยาศาสตร.์ พิมพ์คร้งั ที่ ๗. กรงุ เทพฯ : นานมบี คุ ส.์
สายพิณ. (ม.ป.ป.). ความสำ�คญั ของการเลน่ . คน้ เมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗.
จาก https://www.gotoknow.org./posts
สุชานนั . (๒๕๕๕). ของเลน่ พื้นบ้านไทย / ของเล่นไทย / ของเล่นไทยโบราณ /
การละเล่นพ้ืนบ้านไทย. คน้ เม่ือ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗.
จาก www.khonglenthai.blogspot.comออ
119
คณะผจู้ ัดทำ�
ทปี่ รึกษา อธิบดีกรมพลศึกษา
รองอธิบดกี รมพลศกึ ษา
ดร.พฒั นาชาติ กฤดิบวร รองอธิบดีกรมพลศึกษา
ดร.ชาญวทิ ย์ ผลชีวนิ ผู้อ�ำ นวยการส�ำ นกั นันทนาการ
นายธวัช ถาวรสวสั ด ิ์
ดร.กิตตพิ งษ์ โพธิมู
นายวชิ ติ ชเ้ี ชิญ
นายชลิต เขยี วพ่มุ พวง
รองศาสตราจารย์ ดร.ก�ำ โชค เผอื กสุวรรณ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ พนมศักดิ์ สวัสด์ิพงษ ์
ผู้เรียบเรียง
นางสาวพิรณุ ณี สขุ เกษม
บรรณาธิการ
นางภูษิตา เจนจิตต์
นางสาวปาจรีย์ บุตรกินรี
วา่ ที่รอ้ ยตรีวิทวัส ศรโี นนยางค์
หนว่ ยงานทีร่ ับผิดชอบ
กลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน
สำ�นกั นนั ทนาการ
กรมพลศึกษา
กระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกฬี า
120
แบบประเมนิ ผลความพงึ พอใจทม่ี ีตอ่ หนงั สอื
“เลา่ เรอ่ื งของเล่นไทย”
ค�ำ ช้ีแจง โปรดแสดงระดบั ความพึงพอใจท่มี ตี อ่ หนังสือ “เลา่ เร่อื งของเลน่ ไทย”เลม่ น้ี เพื่อนำ�ไปปรับปรุง
และพัฒนาในโอกาสต่อไป
(กรุณาใสเ่ ครอ่ื งหมาย √ ในกรอบ และเติมขอ้ มลู ในช่องวา่ งเพื่อความสมบรู ณ์ของแบบประเมนิ ผล)
ตอนท่ี ๑ ขอ้ มูลเบ้ืองตน้ ของผ้ตู อบแบบประเมินผล
๑. สถานภาพ ชาย หญิง อายุ (โปรดระบุ) ...............................ปี
๒. ระดับการศกึ ษา ต่�ำกวา่ ปริญญาตรี ปริญญาตร ี สงู กวา่ ปริญญาตรี
๓. สถานะ (๑) บุคลากรในหน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
สังกดั ..................................... จงั หวดั ......................................
(๒) เจ้าหนา้ ที่ / ประชาชนทวั่ ไป จังหวดั ......................................
ตอนที่ ๒ โปรดแสดงระดับความพึงพอใจท่ีมีต่อหนังสือ “เล่าเรื่องของเล่นไทย” โดยทำ�เครื่องหมาย √
ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั ความพึงพอใจของทา่ น
ที่ รายการ ระดับความพึงพอใจ
มาก ปานกลาง น้อย
๑. รูปเล่มภายนอก ขนาด เหมาะสม นา่ อ่าน
๒. การจดั เรียงหน้าสวยงาม และขนาดตัวอักษรเหมาะสม อา่ นสะดวก
๓. ปกและภาพประกอบมีความคมชดั สวยงาม
๔. ภาพประกอบสามารถสอ่ื ความหมาย และมคี วามสมั พนั ธก์ บั เนอ้ื หา
๕. เนอ้ื หามคี วามถกู ตอ้ งเหมาะสม และสามารถใหค้ วามรเู้ รอ่ื งนนั ทนาการ
๖. เนื้อหามคี วามยาวเหมาะสม และสมั พนั ธ์กับชื่อเรอื่ ง
๗. การเรียงลำ�ดบั เน้อื หา และการใช้ภาษาถกู ตอ้ ง เขา้ ใจงา่ ย
๘. เนือ้ หาของหนงั สอื ทันสมยั ทนั ต่อเหตกุ ารณ์
และตรงตอ่ ความตอ้ งการของทา่ น
๙. ความรู้ท่ีไดเ้ ป็นประโยชนต์ อ่ ประชาชนหรอื หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
๑๐. สามารถเผยแพรใ่ หเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ชุมชนและสังคมได้
ตอนที่ ๓ ข้อเสนอแนะ ..............................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
ขอขอบคุณที่กรณุ ากรอกแบบประเมนิ ผล
ส�ำ นกั นันทนาการ กรมพลศึกษา
ใบอ ุนญาตเลข ี่ท ปน. (ต)/4891 ปณศ. รองเ ืมอง บริการ ุธรกิจตอบรับ
้ถาฝาก ่สงในประเทศไม่ ้ตองผ ึนกตราไปรษณียากร
ำส�นักนันทนาการ
กรมพล ึศกษา
เลข ่ีท 154 ถนนพระราม 1
แขวงวังให ่ม เขตปทุมวัน
ก ุรงเทพฯ
10330
แบบตอบรบั หนังสอื
เรอ่ื ง ตอบรับหนงั สอื และแบบประเมนิ ผล
เรียน ผ้อู �ำ นวยการส�ำ นกั นันทนาการ
ตามท่ี ส�ำ นกั นนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา ไดจ้ ดั สง่ หนงั สอื “เลา่ เรอื่ งของเลน่ ไทย” เพอ่ื เปน็ สอ่ื การเรยี นร ู้
และเผยแพร่กิจกรรมนันทนาการ จำ�นวน ๑ เล่ม นั้น
ขอเรียนว่าได้รับหนังสือดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ด้วยความขอบคุณยิ่ง พร้อมนี้ ได้กรอกแบบ
ประเมนิ ผลความพงึ พอใจทม่ี ตี ่อหนงั สือดังกล่าว มาพร้อมน้ี
จงึ เรียนมาเพอ่ื โปรดทราบ
ขอแสดงความนับถอื
(ลงชือ่ ) ...................................................................
( .............................................................. )
ตำ�แหน่ง ...................................................................