สารจาก
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงวัฒนธรรม
ประเทศไทยภายใตก้ ารนา� ของรฐั บาลพลเอกประยทุ ธ ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตร ี ไดใ้ ชก้ ลไกการบรหิ ารราชการ
แผ่นดินตามกรอบปฏิรูปประเทศเพ่ือวางยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี และสร้างประเทศไทย 4.0 รวมถึงการสร้าง
ความปรองดอง โดยมีการบูรณาการในระดับพื้นที่เพ่ือเช่ือมโยงการพัฒนา ต้ังแต่ระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด
อ�าเภอ ต�าบล และหมู่บ้านหรือชุมชน โดยมีวิสัยทัศน์ในการท�างานเชิงรุก ทั้งภายใต้ภารกิจตามนโยบาย ตลอดจน
เน้นย�้าให้ขับเคล่ือนการท�างานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน
ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้ด�าเนินการตามกรอบนโยบายดังกล่าว โดยคัดเลือกจังหวัดที่มีศักยภาพและต้นทุน
ทางวฒั นธรรม สามารถนา� คณุ คา่ ทางวฒั นธรรมมาสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ทางสงั คมและเศรษฐกจิ และสรา้ งรายไดเ้ ขา้ สปู่ ระเทศ
จากการท่องเที่ยว เพือ่ ให้เกิดประโยชน์ทัง้ ด้านสงั คมและเศรษฐกิจอยา่ งยง่ั ยนื
กระทรวงวัฒนธรรม โดยส�านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้ศึกษาข้อมูลพ้ืนฐานและองค์ประกอบท่ีส�าคัญ
ต่อการพัฒนาให้จังหวัดในประเทศไทยเป็นเมืองศิลปะ และพบว่าจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดท่ีมีศักยภาพสูงและ
มคี วามพรอ้ มครบทกุ ดา้ น เชน่ มพี นื้ ทท่ี างศลิ ปวฒั นธรรมและหอศลิ ปท์ ม่ี คี ณุ ภาพจา� นวนมาก อาท ิ วดั รอ่ งขนุ่ ไรเ่ ชญิ ตะวนั
บ้านดา� ขวั ศลิ ปะ ฯลฯ ซงึ่ เปน็ แหล่งเรยี นรแู้ ละแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทางศิลปวัฒนธรรมทม่ี ีช่ือเสยี งระดับนานาชาติ และยังมี
ศลิ ปนิ รว่ มสมยั หลากหลายสาขา อาท ิ สาขาสถาปตั ยกรรม สาขาทศั นศลิ ป ์ สาขาเรขศลิ ป ์ สาขาการออกแบบ สาขาดนตรี
และการแสดง นอกจากนนั้ เชยี งรายยงั เปน็ จงั หวดั ทม่ี ศี ลิ ปนิ อาชพี มากทสี่ ดุ ในประเทศไทย ซงึ่ ศลิ ปนิ เหลา่ นม้ี กี ารรวมตวั
กนั อยา่ งเหนยี วแนน่ แลกเปลย่ี นเรยี นรเู้ พอ่ื เพมิ่ พนู ทกั ษะเปน็ องคก์ รเครอื ขา่ ยทมี่ ที งั้ กา� ลงั คนและพลงั ความคดิ สรา้ งสรรค ์
โดยไดร้ ว่ มมอื กนั ในการจดั กจิ กรรมทางศลิ ปะอยา่ งสมา�่ เสมอ เหลา่ นถ้ี อื เปน็ คณุ สมบตั อิ นั โดดเดน่ ทที่ า� ใหจ้ งั หวดั เชยี งราย
ได้รบั การพิจารณาใหเ้ ปน็ 1 ใน 3 เมืองศลิ ปะน�ารอ่ งร่วมกับจงั หวัดกระบแ่ี ละจงั หวดั นครราชสมี า
ในนามของกระทรวงวัฒนธรรม ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดท�าหนังสือสรุปผลการด�าเนินงาน
“พลวตั รว่ มสมยั : เชยี งรายเมอื งศลิ ปะ” และหวงั เปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ หนงั สอื เลม่ นจ้ี ะอา� นวยประโยชนแ์ กว่ งการศลิ ปวฒั นธรรม
รว่ มสมยั ของไทย
นายอทิ ธิพล คุณปลื้ม
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงวัฒนธรรม
สารจาก
ผู้อ�านวยการส�านกั งานศลิ ปวฒั นธรรมรว่ มสมยั
นับตง้ั แตป่ ี 2560 เปน็ ตน้ มา ส�านักงานศลิ ปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้ร่วมกับจงั หวดั เชยี งราย และภาคเครอื ข่าย
ด้านวัฒนธรรมในพ้ืนท่ี ร่วมกันด�าเนินโครงการพัฒนาศักยภาพจังหวัดเชียงรายให้เป็น “เมืองศิลปะ” ในมิติต่าง ๆ
รวมถึงส่งเสริมการรับรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้มีความเข้าใจเก่ียวกับประโยชน์ของงานศิลปะทั้งด้าน
เศรษฐกิจและดา้ นสงั คมทชี่ าวเชียงรายจะได้รับ โดยไดร้ บั ความร่วมมอื จากเครือข่ายศลิ ปิน เครือขา่ ยด้านศาสนาศิลปะ
และวฒั นธรรม เครือข่ายดา้ นการศกึ ษาและเครือข่ายด้านการปกครองส่วนท้องถนิ่ ด้วยดเี สมอมา
จากการดา� เนนิ กจิ กรรมทา� ใหท้ ราบวา่ จงั หวดั เชยี งราย มศี กั ยภาพในงานดา้ นศลิ ปวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ และงานศลิ ปะ
ร่วมสมัยอย่างสูง อาทิ จ�านวนศิลปินพื้นที่ศิลปะ และแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะที่มีจ�านวนมาก รวมถึงความเข้มแข็ง
ของศิลปิน และความร่วมมือของผู้คนในจังหวัด ท่ีมีความเข้าใจในวัฒนธรรมของตนเองอย่างลึกซ้ึง พร้อมท่ีจะ
ร่วมกันส่งเสริมพัฒนาและต่อยอดมรดกวัฒนธรรม ไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวและบริการ
ด้านอตุ สาหกรรมวฒั นธรรมและด้านการศึกษาอยา่ งแท้จรงิ
หนังสือ “พลวัตรว่ มสมัย : เชยี งรายเมืองศิลปะ” เลม่ นี้ จึงเปน็ การรวบรวมและบอกเล่าเร่อื งราว การด�าเนนิ
งานด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของจังหวัดเชียงราย สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของการเดินทางของงานศิลปะ
ที่ได้สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดการมองเห็น เกิดสุนทรียะ เกิดความรัก ความสามัคคี และความร่วมใจของทุกคน
ได้ร่วมกันอนุรักษ์ สบื ทอด และเผยแพร่งานศลิ ปวัฒนธรรมของจังหวดั เชียงรายใหค้ งอยตู่ ่อไป
ส�านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยขอขอบคุณหน่วยงานและองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ ที่ได้
รว่ มมอื ด�าเนินโครงการเชยี งรายเมอื งศิลปะด้วยดมี าตลอดมา และขอขอบคุณอาจารย์เฉลิมชยั โฆษติ พพิ ฒั น ์ ขวั ศิลปะ
และเหล่าศิลปินในพ้ืนท่ีทุกคน ท่ีท�าให้การจัดท�าหนังสือส�าเร็จไปด้วยดี ส�านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย คาดหวังว่า
หนังสอื เล่มน้ีจะเปน็ ประโยชน์อย่างย่ิงในด้านการศึกษา การด�าเนนิ งานด้านศลิ ปวฒั นธรรมของประเทศสบื ต่อไป
นางสาววิมลลักษณ์ ชชู าติ
ผู้อ�านวยการสา� นกั งานศลิ ปวัฒนธรรมร่วมสมยั
สารจาก
ผวู้ า่ ราชการจังหวดั เชียงราย
จังหวัดเชียงราย มีความโดดเด่นเรื่องศิลปะร่วมสมัย และมีการสืบทอดต่อเน่ืองของพัฒนาการทางศิลปะ
จากรนุ่ สรู่ นุ่ เปน็ ความมง่ั คง่ั ยง่ั ยนื ของจงั หวดั เชยี งราย ในฐานะผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ไดใ้ ชเ้ รอ่ื งศลิ ปะรว่ มสมยั เปน็ ยทุ ธศาสตร์
ทส่ี า� คญั ของจงั หวดั ในการขบั เคลอื่ นการทา� งานใหส้ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมายของประเทศทจี่ ะกา้ วไปสเู่ ศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์
ที่สืบทอดตอ่ เนือ่ งจากฐานภูมิปัญญา โดยความร่วมมอื จากภาคีในส่วนต่าง ๆ
เครือข่ายศิลปินเชียงรายได้สนับสนุนกิจกรรมของจังหวัดมาโดยตลอด เช่น ความร่วมมือในเร่ืองการแข่งขัน
กีฬาแห่งชาติ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด ท�าให้เป็นที่ประจักษ์ว่ากลุ่มศิลปินได้มีจิตสาธารณะในการ
ทา� งานเพอื่ สงั คม โดยนา� ผลงานศลิ ปะเปน็ สะพานเชอื่ มโยงความงดงามรว่ มกบั ภาคประชาสงั คม โดยชใี้ หเ้ หน็ วา่ ศลิ ปะนนั้
ไม่ได้ไกลตัว แตเ่ ปน็ วถิ ีชีวิตทที่ กุ คนเข้าถงึ ได้ ศลิ ปะก�าลงั จะเปลี่ยนเมอื งเชียงรายดว้ ยศลิ ปะ ซ่ึงจะน�าไปสกู่ ารเป็นเมือง
สร้างสรรคข์ องยเู นสโก
ในนามของจังหวัดเชียงราย เห็นว่าการจัดท�าหนังสือเพ่ือแสดงถึงการเชื่อมโยงศิลปะกับรัฐและประชาชน
ได้แสดงออกให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนและจะน�าไปประกอบการด�าเนินงานด้านยุทธศาสตร์ของจังหวัด
ทเ่ี ก่ยี วข้อง ต่อไป
นายประจญ ปรชั ญส์ กุล
ผู้วา่ ราชการจงั หวัดเชยี งราย
สารจาก
อาจารยเ์ ฉลิมชัย โฆษิตพพิ ัฒน์ ศิลปินแหง่ ชาติ
ในฐานะคนเชียงรายท่ีได้สร้างสรรค์พื้นที่ทางศิลปะ อย่างวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย เพื่อมอบให้เป็นสมบัต ิ
ของชาติ เป็นตัวอย่างให้ศิลปินเชียงรายสนใจในการท�างานเพ่ือสังคม สร้างจังหวัดของตนเองให้มีสุนทรียะ และ
เชอื่ มโยงกบั โลกศลิ ปะได ้ จงั หวดั เชยี งรายไดร้ บั การประกาศเปน็ เมอื งศลิ ปะ โดยกระทรวงวฒั นธรรม และจะมเี ปา้ หมาย
เพอื่ ทา� ให้ศิลปะเป็นแนวทางการขับเคล่อื นเมืองเชียงราย
ผมและศิลปินที่ท�างานในจังหวัดเชียงรายมีความพร้อมท่ีจะท�างานให้บรรลุเป้าหมาย เพราะเป็นเป้าหมาย
รว่ มกนั เพยี งแตข่ อใหเ้ ปน็ การทา� งานแบบมสี ว่ นรว่ มอยา่ งเทา่ เทยี มกนั ระหวา่ งภาครฐั ศลิ ปนิ และภาคประชาสงั คม จงึ จะ
ส�าเร็จได้ตามวัตถุประสงค์ โดยเห็นผลส�าเร็จมาแล้วอย่างงานกีฬาแห่งชาติ งานเร่ืองการพัฒนาอุทยานถ�้าหลวง และ
กจิ กรรมอื่น ๆ ทีก่ ระทรวงวฒั นธรรมเปน็ ผู้รว่ มจัดงานกับศลิ ปนิ เชียงราย
ผมหวังว่าการท�างานเมืองศิลปะในเชียงรายจะได้รับการสนับสนุนการเสริมแรงจากทางภาครัฐเช่นที่ผ่านมา
เพ่อื สรา้ งให้เชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางมาพา� นัก เรียนรู้ และสร้างสรรค์ ของคนท่ัวโลก ต่อไป
อาจารย์ เฉลิมชยั โฆษิตพิพฒั น์
ศิลปนิ แห่งชาต ิ สาขาทศั นศิลป ์ (จิตรกรรม) พทุ ธศกั ราช 2554
สารจาก
นายกสมาคมขวั ศลิ ปะ
สมาคมขัวศิลปะจัดตั้งขึ้นเพ่ือเป็นสะพานเช่ือมศิลปินกับสังคม เป็นองค์กรที่จัดต้ังโดยกลุ่มคนท�างานศิลปะ
ในจังหวัดเชียงรายเพ่ือส่งเสริมช่วยเหลือเหล่าศิลปินและสร้างพ้ืนท่ีสุนทรียะให้กับสังคม การรวมตัวกันอย่างต่อเน่ือง
มาถึงปีท่ี 8 พร้อมกับจ�านวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นเป็น 400 คน ในปี 2563 ไม่เพียงแต่จ�านวนเชิงปริมาณเท่าน้ัน
ในเชิงคณุ ภาพนั้น ศิลปินเชียงรายไดร้ ว่ มมอื ร่วมใจในการยกระดบั คุณภาพของผลงาน และการน�าศิลปะไปพฒั นาชมุ ชน
อย่างต่อเน่อื ง
ทางสมาคมขวั ศลิ ปะไดร้ ับการสนบั สนนุ การทา� งานจากสา� นกั งานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวฒั นธรรม
ในการขับเคล่ือนเชียงรายเมืองศิลปะ ร่วมกันสร้างความรับรู้ทางสุนทรียะในภาคประชาชน กิจกรรมเผยแพร่ผลงาน
ท�าให้ศิลปะเขา้ ไปในจิตใจประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ความรว่ มมือนยี้ ังมีผลงานทส่ี �าคัญคอื การจัดกจิ กรรม
เปดิ ตวั บา้ นศลิ ปนิ เชยี งราย เพอื่ เปน็ การเสรมิ สรา้ งการรบั รแู้ ละสรา้ งพน้ื ทท่ี างศลิ ปะใหก้ ระจายตวั ไปทกุ พน้ื ทขี่ องเชยี งราย
ให้สมกบั ท่ีเปน็ เมอื งศิลปะ
สมาคมขัวศิลปะยังมีภารกิจในอนาคตอันใกล้ที่ท�างานร่วมกับส�านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวง
วฒั นธรรม ในการดา� เนนิ งานมหกรรมศลิ ปะ Thailand Biennale, Chiang Rai 2022 เพอื่ เปน็ การยกระดบั ของเชยี งราย
ไปสเู่ วทีศิลปะนานาชาต ิ ต่อไป
นายสวุ ิทย์ ใจป้อม
นายกสมาคมขวั ศิลปะ
ค�านา�
ส�านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดท�าหนังสือ
“พลวัตร่วมสมัย : เชียงรายศิลปะ” เนื่องด้วยจังหวัดเชียงรายถูกประกาศ
เป็น 1 ใน 3 เมอื งศิลปะของประเทศ และเป็นเมอื งศิลปะที่มคี วามพร้อมทุกด้าน
ทางส�านักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยได้ร่วมมือกับภาคศิลปินและภาครัฐ
ในจงั หวดั เชยี งราย ทา� งานสง่ เสรมิ และยกระดบั กจิ กรรมทางศลิ ปะในพน้ื ทเ่ี ชยี งราย
มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดท�าหนังสือเพื่อแสดงถึงพัฒนาการทางศิลปะของ
จังหวัดเชียงราย
เน้ือหาในหนังสือประกอบด้วยการแสดงถึงประวัติพัฒนาการจังหวัด
เชียงรายท่ีผ่านการออกแบบใหม่มาหลายครั้งในฐานะเมืองชายแดนซึ่งจะ
เสนอมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคลุ่มน้�าโขงตอนบน
ตามด้วยพัฒนาการทางศิลปะร่วมสมัยในจังหวัดเชียงรายโดยเริ่มต้นจาก
จ�ารัส พรหมมินทร์ ผู้ประกอบอาชีพวาดภาพและสร้างห้องแสดงภาพซ่ึงเป็น
คนแรกที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดศิลปินจ�านวนมาก และกลับมาสร้างสรรค ์
ผลงานในบ้านเกิดของตนเอง จนกลายเป็นหนว่ ยนับทางพ้นื ทส่ี รา้ งสรรค์ที่เรยี กวา่
“บ้านศลิ ปินเชียงราย” ซ่งึ จะกลายเป็นเนอ้ื หาอกี ส่วนหน่ึงทีส่ า� คัญ
นอกจากพัฒนาการทางศิลปะร่วมสมัยแล้วหนังสือยังได้น�าเสนอ
ปรากฏการณ์ส�าคัญทางศิลปะท่ีเชื่อมโยงกับสังคม โดยน�าเสนอการเปล่ียน
เมืองเชียงรายด้วยศิลปะที่เกิดจากการรวมตัวกันของศิลปินเชียงรายร่วมมือกับ
ภาครัฐและเอกชนในการท�างานร่วมกันแม้ในวิกฤตส�าคัญทางสังคม ท�าให้เห็นว่า
ศิลปินได้ใช้งานศิลปะเพ่ือเป็นสะพานเชื่อมความคิดและความงามกับสังคม
ไดก้ ลายเปน็ ตัวอยา่ งท่ีส�าคญั
ในเน้ือหาช่วงท้ายจะเป็นการกล่าวถึงเป้าหมายต่อไปของพัฒนาการ
ศิลปะร่วมสมัยของจังหวัดเชียงรายที่จะเดินทางไปสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของ
องคก์ ารยเู นสโก สรา้ งขอ้ เสนอเพอื่ รว่ มกนั คดิ ออกแบบเมอื งโดยใชศ้ ลิ ปะในการสรา้ ง
ความย่ังยืนในพื้นที่ และท�าให้เห็นว่าจากเมืองศิลปะไปจนถึงเมืองสร้างสรรค์นั้น
สรา้ งผลลพั ธท์ ดี่ ใี นการยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ และสรา้ งเศรษฐกจิ ใหก้ บั พนื้ ทอ่ี ยา่ งไร
สา� นกั งานศลิ ปวฒั นธรรมรว่ มสมยั กระทรวงวฒั นธรรม หวงั วา่ หนงั สอื เลม่ น้ี
จะเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองเพ่ือความยั่งยืนให้กับ
พนื้ ท่ตี า่ ง ๆ สอดคล้องกบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปขี องประเทศ ต่อไป
บทนา� สารบัญ หน้า
12
พลวตั ร่วมสมัย : เชียงรายเมอื งศิลปะ 19
ภมู ทิ ัศน์บ้านศลิ ปนิ 24
ปรากฏการณว์ ดั ร่องขุ่น 32
บ้านด�าและหลังความตายของศลิ ปิน 37
เรียนรจู้ ากประสบการณ์ : จากการผลกั ดนั หอศลิ ป์ ไปสู่ “ขวั ศิลปะ” 42
ศิลปิน พระ การกอ่ ตวั ของการปฏริ ูปล้านนาในเชียงราย 50
ศิลปินเชียงรายเปลี่ยนเมอื งดว้ ยศิลปะ 53
ภูมทิ ศั น์เมอื งเชียงรายววิ ัฒน์ดว้ ยศิลปะรว่ มสมัย 54
บ้านศิลปนิ จากพืน้ ทสี่ รา้ งงานสสู่ ถาบนั ศิลปะร่วมสมัย 58
บ้านศิลปินพื้นทส่ี รา้ งสรรคท์ ีอ่ อกแบบโดยกลมุ่ นักสรา้ งสรรค์ 60
ศิลปนิ ผสู้ ร้างล้านนารว่ มสมัย : ศิลปะท่กี ินได ้ 62
การสร้างประสบการณ์เชยี งรายเมอื งศิลปะ พ.ศ. 2560 – 2561 80
“รวมพลังศลิ ป์ : ระเบิดจากภายใน” 94
การสร้างประสบการณ์เชียงรายเมอื งศลิ ปะ พ.ศ. 2562 106
“เรยี นรู้ : เชอื่ มโยงเครือขา่ ย” 118
การสร้างประสบการณเ์ ชยี งรายเมืองศลิ ปะ พ.ศ. 2563 126
ขัวศลิ ปะ “เชื่อมคน : เชอื่ มศิลปะ : เช่ือมวฒั นธรรม” 138
รฐั กับศิลปนิ ไปส่ ู ศิลปนิ (ท่ไี ม)่ ไรร้ ัฐ 181
ความพรอ้ มของเชียงรายเมอื งศิลปะไปส่เู ครือขา่ ยเมอื งสร้างสรรค์ของยเู นสโก 188
พื้นท่ศี ิลปะการออกแบบจากจิตวิญญาณไปส่สู งั คม 189
บ้านศิลปนิ แหล่งเรยี นรู้สร้างสรรค ์ 190
ศลิ ปินเมืองเชียงราย 190
ศลิ ปนิ เวียงชัย 192
ศลิ ปินเชียงของ 193
ศลิ ปนิ เทิง 194
ศลิ ปินพาน 195
ศลิ ปนิ แม่จัน 195
ศิลปนิ เชยี งแสน 196
ศลิ ปนิ แม่สาย 196
ศิลปนิ แมส่ รวย 196
ศิลปินเวยี งป่าเปา้ 197
ศลิ ปินพญาเมง็ ราย 198
ศลิ ปนิ เวยี งแกน่
ศลิ ปินขนุ ตาล
ศิลปินแมล่ าว
ศิลปินเวียงเชยี งรุ้ง
จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองชายแดน ท่ีสัมพันธ์กับชายแดนหลายประเทศ
มกี ลมุ่ ศลิ ปนิ จ�านวนมากเรียกตนเองวา่ ศลิ ปนิ เชยี งราย ได้ใชห้ นว่ ยของจงั หวดั
เปน็ ตวั กา� หนดนยิ ามของตนเอง คา� วา่ เชยี งรายนน้ั เปน็ ความหมายทห่ี ลากหลาย
มากกว่าหน่วยนับทางการปกครองของรัฐ แต่หมายถึงเมืองที่มีพัฒนามาก่อน
รัฐด้วยเช่นกัน ท้ังยังหมายถึง กษัตริย์ผู้ก่อต้ังล้านนาประเทศ คือพญามังราย
อีกนัยหนึ่งด้วย ก่อเกิดค�าถามข้ึนว่าท�าไมกลุ่มศิลปินเหล่านี้ใช้หน่วยนับ
ทเ่ี รียกว่าเชียงรายมาใช้ ท�าไมไมใ่ ชค้ า� วา่ ศลิ ปินลา้ นนา หรอื ศิลปินไทย หรอื ใช ้
ตามเทคนิควธิ กี ารทา� งาน เชน่ จิตรกรรม ประตมิ ากรรม หรือใชต้ ามการรับร ู้
เช่น ทัศนศิลป์ การใช้ค�าว่าเชียงรายนั้นคงต้องมีที่มาท่ีไปอย่างใดอย่างหนึ่ง
นอกเหนอื จากหนว่ ยนบั ทางการปกครอง ดงั นนั้ เราคงตอ้ งหวนกลบั ไปดใู นอดตี
ของการกอ่ ตวั ศิลปะในพ้ืนท่เี ชียงรายกัน
เมอื งเชยี งรายถงึ แมว้ า่ จะมปี ระวตั ศิ าสตรท์ ยี่ าวนาน ควบคไู่ ปกบั เมอื งเชยี งแสน
(ที่ปัจจุบันนี้เป็นส่วนหน่ึงของเชียงราย) เชียงรายได้กลายเป็นส่วนหน่ึง
ของอาณาจักรล้านนาที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง เป็นการรวมศูนย์กลาง
อา� นาจและศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ไปยังเมืองเชยี งใหม่มาโดยตลอด แม้กระท่งั
ล้านนาตกเป็นประเทศราชของพม่ากว่า 200 ปี การ “ฟื้นม่าน” และ
12
พิธตี กี ลองกลอ่ มเมอื ง ในงานฉลอง 750 ปี เมืองเชยี งราย
“การเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง” ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์น้ัน ล้านนาเป็น
ส่วนหน่งึ ของสยาม ทศี่ ูนย์กลางทางศลิ ปะและวัฒนธรรมยังคงอยกู่ ับเชยี งใหม ่
เชียงรายก็เป็นส่วนหนึ่งของเชียงใหม่เช่นกัน การเปล่ียนแปลงในการพัฒนา
ประเทศท่ีรวมศูนย์กลางอ�านาจในยุคการเข้ามาของชาติตะวันตกเพื่อสร้าง
อาณานคิ มนน้ั สยามไดผ้ นวกรวมลา้ นนาเขา้ มาเปน็ สว่ นหนง่ึ ของรฐั และจดั การ
พนื้ ทท่ี างการปกครองใหมใ่ หเ้ ปน็ มณฑลเทศาภบิ าล ลดอา� นาจเจา้ ลา้ นนาลงและ
ล้านนาได้ปรับตัวให้เป็นสยามในช่วงเวลานั้น “ความเป็นสยาม” ของล้านนา
ไดส้ รา้ งศลิ ปะและวฒั นธรรมขนึ้ อาจกลา่ วไดว้ า่ เปน็ การปฏริ ปู ลา้ นนาใหมเ่ ชน่ กนั
เชยี งรายในฐานะสว่ นหนง่ึ ของเชยี งใหมก่ เ็ ปน็ พนื้ ทช่ี ายขอบของการปฏริ ปู นแ้ี ละ
ไม่มีตวั ตนทางศลิ ปวฒั นธรรมแตอ่ ยา่ งใด
13
ความพยายามที่จะมีพื้นที่ทางศิลปะของคนเชียงรายเองน้ันมีมาอย่างต่อเนื่อง
การเกิดข้ึนของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และสืบเนื่องมา
เป็นการก่อตัวของคนธรรมดาสามัญชนที่จะสร้างตัวตนข้ึนมาได้อย่างอิสระ
ส�าหรับเชียงรายแล้วคือ ผู้กล้าหาญทางศิลปะน้ันคือ “จ�ารัส พรหมมินทร์”
ท่ีท�างานศิลปะเพ่ือด�ารงชีพในเมืองชายแดน เปิดเป็นห้องแสดงภาพและ
ขายภาพเขียน ภาพของจ�ารัสนั้นเป็นภาพชีวิตของผู้คนและทิวทัศน์ทางสังคม
(ประเพณแี ละการทา� งาน) ไมไ่ ดเ้ ขยี นทางพทุ ธศาสนาและผมู้ อี า� นาจแตอ่ ยา่ งใด
การเขยี นภาพเชน่ นก้ี ลา่ วไดว้ า่ เปน็ ยคุ ของผคู้ นธรรมดาทมี่ คี วามหวงั จากผลของ
การเปลยี่ นแปลงการปกครอง เปน็ จิตส�านกึ แหง่ ผ้ปู ระกอบการ
ภาพจากหนังสอื พพิ ธิ ภัณฑศ์ ิลปะไทยร่วมสมยั (2555) หน้า 90-91
โดย บรษิ ทั พพิ ธิ ภณั ฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย จ�ากัด
14
การพัฒนาประเทศนั้นท�าให้ผู้คนถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางประเทศ การพัฒนา
อุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการน�าเข้าในช่วงทศวรรษท ่ี 2500 – 2520 ดึงดูด
ผู้คนจากท้องถ่ินและชายขอบเข้าสู่ศูนย์กลางประเทศ ทั้งการท�างานและ
การเรียนหนังสือเพ่ือความก้าวหน้า ดังนั้นกลุ่มคนที่สนใจในงานศิลปะก็ได้
เดินทางไปศึกษาศิลปะที่กรุงเทพฯ เป็นจ�านวนมาก อาทิ ด�ารง วงศ์อุปราช
ถวลั ย์ ดชั น ี เฉลมิ ชยั โฆษติ พพิ ฒั น ์ ฯลฯ และอีกหลายคนในชว่ งเวลาตอ่ มา เชน่
สมลกั ษณ ์ ปณั ตบิ ญุ สมพงษ ์ สารทรพั ย ์ และอกี กลมุ่ หนงึ่ ไดเ้ ดนิ ทางเขา้ เชยี งใหม่
เพ่ือศึกษาศิลปะในเบื้องต้น แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพ ในเวลาต่อมาเช่นกัน
ท้ังหมดน้ีเป็นกลุ่มที่ท�างานศิลปะร่วมสมัยและเป็นก�าลังทางการเปลี่ยนแปลง
ภูมิทศั นท์ างศิลปกรรมในเชยี งรายในเวลาต่อมา
15
ในขณะทกี่ ลมุ่ หนมุ่ สาวผตู้ งั้ ใจเดนิ ทางชวี ติ ดว้ ยศลิ ปะไดเ้ ดนิ ทางเขา้ ศนู ยก์ ลางนนั้
เมืองเชียงรายก็ได้กลายเป็นเป็นพื้นท่ีในการพัฒนาของรัฐและองค์กรพัฒนา
ของเอกชนมาโดยตลอด และเป็นพื้นท่ีที่ใช้ในการต่อสู้ทางอุดมการณ์ทาง
การเมืองในยุคสงครามเย็น ส่ิงท่ีเรียกว่า “การพัฒนา” นั้นเป็นเคร่ืองมือท่ีใช้
ในการสร้างการแปรรูปชนบทหรือเมืองชายขอบ เชียงรายก็เป็นส่วนหนึ่งของ
การกระท�าการโดยเครื่องมือนน้ั เชน่ กัน การเกิดขน้ึ ของโครงการไรแ่ มฟ่ ้าหลวง
และโครงการพัฒนาดอยตุงในเวลาต่อมาได้สร้างพ้ืนที่ทางศิลปวัฒนธรรม
ทเี่ รยี กวา่ การปฏริ ปู ลา้ นนาในพน้ื ทเี่ ชยี งราย ทไ่ี มเ่ พยี งแต ่ การ “รอ้ื ฟน้ื ศลิ ปะและ
วฒั นธรรมของคนเมอื ง” เท่านั้น หากยงั รื้อฟนื้ “ความเปน็ ชาตพิ ันธ์”ุ ในฐานะ
เมืองท่ีมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ให้กลุ่มคนเหล่าน้ันมีชีวิตชีวาขึ้นมา
อย่างน่าภาคภูมิใจ การร้ือฟื้นน้ันใช้เวลาต่อเน่ืองยาวนานนับเป็นทศวรรษได ้
และมีการจัดงานแสดงทางศิลปวัฒนธรรมท่ีเรียกว่า งานไหว้สาแม่ฟ้าหลวง
5 คร้ัง1 ระหวา่ งปี พ.ศ. 2527 - 2535 นัน้ ท�าให้เชยี งรายไดก้ ลายเป็นจุดหมาย
ของ “การจาริกทางศลิ ปวัฒนธรรม” ของประเทศไทยในเวลาตอ่ มา
1 ครัง้ ที่ 1 วนั ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2527 เนอื่ งในโอกาสทรงเจริญพระชนมาย ุ 7 รอบ เพ่ือแสดงความสา� นึกในพระเมตตาของสมเด็จ
พระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี
ครั้งที่ 2 วนั ท่ี 11-12 มกราคม พ.ศ. 2529 มีการแสดงแสง สี เสียง เรอื่ ง “ขนุ หลวงวิรังคะ” และ “เอือ้ งแซะ” อันเปน็ เรื่องราว
เกี่ยวกับชาวเขาเผา่ ลวั ะ ซึง่ ไมค่ ่อยมีผู้รู้จกั แพร่หลายเท่าเผ่าอืน่ เปน็ การแสดงเพื่อเทิดพระเกยี รติและหาทนุ กอ่ สรา้ งหอคา� และทุนดา� เนนิ
โครงการสง่ เสรมิ อบรมผู้น�าเยาวชนและพัฒนาหม่บู ้านให้มกี จิ กรรมต่อเนื่อง
คร้ังท่ี 3 วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 มีการแสดงเร่ือง “ศิขรินทร์รัญจวน” เร่ืองราวเก่ียวกับพระเมตตาของสมเด็จ
พระศรีนครินทราบรมราชชนนีท่ีมีต่อต�ารวจตระเวนชายแดนและครูชนบทห่างไกลคมนาคม หารายได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จ
พระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาส
เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ
ครง้ั ที่ 4 วนั ท่ี 10 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2533 มกี ารแสดงชดุ “คา� หยาดฟา้ ” เพอ่ื เฉลมิ ฉลองเนอื่ งในโอกาสทรงเจรญิ พระชนมาย ุ 90 พรรษา
ครั้งที่ 5 วันท่ี 21 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ณ ต�าหนักดอยตุง น�าโบราณราชประเพณีของล้านนาท่ีมีการจดบันทึกไว้มาใช้
ดว้ ยความจงรักภกั ดแี ละความสามคั คขี องชนชาวไทยทกุ หมเู่ หล่า
16
ไรแ่ มฟ่ ้าหลวง สถานทจ่ี ัดงานไหว้สาแมฟ่ า้ หลวง โดยวัตถุประสงค์แรกเรม่ิ คอื การอบรมผนู้ า� เยาวชนชาติพนั ธุ์ในพ้ืนที่เชยี งราย
ปจั จบุ นั เปน็ สถานทเ่ี กบ็ วัตถทุ างวฒั นธรรมทที่ รงคุณค่าในเขตภาคเหนือและลมุ่ แม่น�้าโขงตอนบน
บ้านดา� คือ สถานทเ่ี กบ็ จติ วญิ ญาณของศลิ ปิน ภายในบ้านแตล่ ะหลงั น้นั จดั เก็บวัตถทุ างวฒั นธรรมทท่ี รงคณุ คา่ ไว้เปน็ จา� นวนมาก
17
18
ภมู ทิ ศั นบ์ า้ นศลิ ปิน
การกลับบ้านของเหล่าศิลปินเชียงรายเป็นปรากฏการณ์ที่ส�าคัญนับต้ังแต่
ทศวรรษที่ 2530 เป็นต้นมา2 นับว่าเป็นเรื่องท่ีน่าสนใจว่าท�าไมในช่วงที่
เศรษฐกิจของไทยมีความเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก การสะสมผลงานศิลปะ
เป็นรสนิยมใหม่ของผู้คนจ�านวนมาก แต่เหล่าศิลปินชาวเขียงรายจ�านวนหน่ึง
กลับมาสร้างบ้านยังถ่ินเกิดของตนเองและสร้างสรรค์งานศิลปะท่ีเชียงราย
เมืองชายแดน ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ซึ่งในขณะนั้นมหาวิทยาลัย
เชียงใหม่ได้มีการจัดตั้งคณะวิจิตรศิลป์ขึ้นมา และศิลปินเชียงรายหลายคน
จบการศกึ ษาที่น่นั
2 การกลับมาสร้างบ้านของศิลปินเชียงรายเร่ิมต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 โดย ถวัลย์ ดัชนี แล้ว แต่การเกิดข้ึนของกระบวนการ
กลับบ้านของเหล่าศิลปนิ เชยี งรายเดน่ ชัดข้นึ ในช่วงทศวรรษท่ ี 2530 เปน็ ต้นมา
19
เสงยี่ ม ยารังษี
การกลับมายังบ้านเกิดน้ีเหล่าศิลปินได้สร้างพ้ืนท่ีทางศิลปะของตนเองข้ึนมาเป็นจ�านวนมาก ที่เรียกกัน
ในเวลาต่อมาว่า “บ้านศิลปินเชียงราย” ซ่ึงได้กลายเป็นที่สร้างงานศิลปะ สะสมผลงานศิลปะของเจ้าของ
บ้านและศลิ ปินทา่ นอน่ื ๆ เปน็ การแลกเปลีย่ นเรยี นร้รู ะหวา่ งกัน เป็นท่ีน่าสงั เกตว่าเชยี งรายมจี า� นวนศลิ ปนิ
กิจกรรมทางศิลปะ รวมถึงพ้ืนที่ทางศิลปะน้อยกว่าในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ กลุ่มศิลปิน
เชียงรายจึงเดินทางกลับมายังบ้านเกิด เพื่อสร้างงานศิลปะของตนและเดินทางไปแสดงงานในต่างพ้ืนท่ี
ทง้ั ในและตา่ งประเทศ การกระจายตวั ของบา้ นศลิ ปนิ มนี ยั สา� คญั ทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถงึ พฒั นาการการเคลอ่ื นตวั ของ
ภูมิทศั น์บา้ นศลิ ปนิ ในสามรูปแบบ คอื
อภริ ักษ์ ปันมลู ศลิ ป์
20
แบบแรก คอื ในระยะเร่มิ แรกน้ัน การต้งั บา้ นในพ้ืนที่ท่ีเปน็ บา้ นบรรพบรุ ุษหรือ
บ้านพ่อแม่ แบบที่สอง คือการต้ังบ้านในพ้ืนที่ที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน เช่น
ดอยแมส่ ลอง หรอื พนื้ ทที่ มี่ คี วามเหมาะสมกบั การทา� งาน เนอ่ื งจากแบบแรกนนั้
ไม่สามารถขยับขยายได้ แบบท่ีสาม คือการสร้างบ้านที่เป็นแรงดึงดูด
ซงึ่ กนั และกนั ระหวา่ งศลิ ปนิ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การเคลอ่ื นทข่ี องภมู ทิ ศั นบ์ า้ นศลิ ปนิ
และการรวมตัวกันของศิลปินเชียงรายเป็นอย่างมาก กลุ่มที่ส�าคัญ ได้แก ่
กลุ่มต�าบลนางแล ท่ีอยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยสองแห่งในเชียงราย โดยม ี
ถวัลย์ ดัชนี และสมลักษณ์ ปัณติบุญ เป็นแรงดึงดูด อีกกลุ่มหนึ่งคือแม่ค�า
กลมุ่ ทสี่ ามคอื ตา� บลแมข่ า้ วตม้ ทางทศิ ตะวนั ออกของเชยี งราย และกลมุ่ สดุ ทา้ ย
คอื แมล่ าว แมส่ รวย เวยี งปา่ เปา้ ทางทศิ ใตข้ องเชยี งราย การรวมกลมุ่ นไี้ มเ่ พยี งแต ่
เป็นภูมิทัศน์ของการรวมกลุ่มเชิงพื้นท่ีเท่าน้ัน หากยังหมายถึงการรวมกลุ่ม
ในเชงิ กิจกรรมด้วยเช่นกนั
21
มีงานศึกษาเรื่องกระบวนการบ้านศิลปินเชียงราย ได้กล่าวว่า ผู้คนที่สนใจ
งานศิลปะและนักสะสมผลงานศิลปะได้เดินทางมาช่ืนชมผลงานและเพื่อ
การสะสมผลงานศิลปะในพ้ืนท่ีจังหวัดเชียงราย โดยเดินทางไปพบปะพูดคุย
ยังบ้านศิลปินได้อย่างหลากหลายสถานที่และกลายเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ
อย่างหน่ึง สง่ ผลใหพ้ ื้นที่เชยี งรายนน้ั กลายเปน็ จุดหมายการเดนิ ทางเพ่ือศลิ ปะ
ในเวลาต่อมา ช่วงจุดเปล่ียนที่ส�าคัญของการท่องเท่ียวเพ่ือพักผ่อนหย่อนใจ
ไดเ้ กดิ โครงการทางศลิ ปะขน้ึ ในป ี พ.ศ. 2540 ทเี่ รยี กวา่ “วดั รอ่ งขนุ่ ” กลายเปน็
พ้ืนที่เพ่ือการเดินทางท่องเที่ยวและเกิดการขยายตัวของกลุ่มผู้สนใจศิลปะ
ในวงกว้างมากกวา่ นกั สะสมและผู้สนใจเร่ืองศิลปะรว่ มสมัยเท่านั้น
22
23
ปรากฏการณ์วดั รอ่ งขนุ่
ส�าหรับเชียงรายน้ัน ถ้าจะไม่กล่าวรายละเอียดของปรากฏการณ์วัดร่องขุ่น
อาจท�าให้ภาพของการเคลื่อนไหวทางศิลปกรรมของเชียงรายและภาคเหนือ
ไม่สมบูรณ์ การท�างานของเฉลิมชัยนั้นเป็นสิ่งท่ีรื้อสร้างระบบทางศิลปะที่
สืบทอดมาในศิลปะรว่ มสมยั ของไทย ในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสลู านนท ์
ขณะที่ศิลปะแนวอเมริกันได้รับความนิยมมากข้ึน ในด้านศิลปะไทยก ็
เกิดสิง่ ทเี่ รียกว่า “การร้อื ฟืน้ ความเป็นไทย” ข้ึนมา มกี ารสร้างปที ่องเท่ียวไทย
การฉลอง 200 ป ี กรงุ รตั นโกสนิ ทร ์ การสรา้ งชดุ ไทยทเ่ี รยี กวา่ “ชดุ พระราชทาน”
และความเป็นไทยในรูปแบบอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเปน็ จ�านวนมาก
เฉลมิ ชยั ผเู้ รยี นจบศลิ ปะไทยรนุ่ แรกจากมหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากรนน้ั ไดร้ บั อทิ ธพิ ล
บางสว่ นจาก กระแส “การรอื้ ฟน้ื ความเปน็ ไทย” น ี้ เชน่ กนั งานของเขาในชว่ งแรก
เป็นเรื่องราวของวิถีชีวิตคนในชนบทท่ีศรัทธาในพุทธศาสนา ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้
ไม่เคยปรากฏเป็นประธานหลักของภาพมาก่อน แตกต่างจากในสมัยก่อนที่
ภาพเขยี นมกั มเี รอื่ งราวเกยี่ วกบั พระพทุ ธเจา้ ภาพของเฉลมิ ชยั สะทอ้ นเรอื่ งราว
ของผู้คน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยสมัยก่อนในรูปแบบท่ีแตกต่าง
ไปจากเดิม นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคการใช้สีฝุ่นบนกระดาษสา ซ่ึงถือว่าเป็น
เร่ืองแปลกใหม่ในยุคนั้น การสร้างผลงานของเฉลิมชัยจึงเสมือนกับเป็น
การบุกเบกิ ใหง้ านศลิ ปะถกู น�าเสนอในรปู แบบทหี่ ลากหลายมากขึน้ ยังคงไวซ้ ง่ึ
ความเปน็ ไทย แตใ่ นขณะเดียวกนั ก็สามารถกา้ วไปสู่สากลได้
24
25
26
การทเี่ ฉลมิ ชยั ไดไ้ ปทา� โครงการจติ รกรรมฝาผนงั ทวี่ ดั พทุ ธประทปี กรงุ ลอนดอน นน้ั
ถือเป็นจุดส�าคัญท่ีสร้างช่ือเสียงให้กับเฉลิมชัยเป็นอย่างมาก หลังวิกฤต
เศรษฐกิจ ปี พ.ศ. 2540 โครงการวัดร่องขุ่นได้เกิดข้ึนจากการสร้างกระแส
หวนกลับคืนท้องถิ่น จากการสร้างสรรค์ผลงานภาพเขียนท่ีมีมูลค่าสูงในช่วง
เศรษฐกิจดี ได้กลายมาเป็นการสร้างสถาปัตยกรรมทางศาสนา เป็นวัดสีขาว
ขนาดเล็ก ซึ่งในเวลาต่อมาได้ถูกน�าไปเปรียบเทียบกับบ้านด�าของ ถวัลย์ ดัชน ี
วัดแห่งน้ีมีรูปแบบท่ีเปล่ียนแนวทางของศิลปะไทยออกไปเป็นแนวทางของ
เฉลิมชัยเอง ในระยะเวลา 5-6 ปี ท่ีวัดแห่งน้ีเร่ิมมีช่ือเสียงขึ้นมา วัดอื่น ๆ ใน
เชยี งรายกเ็ รม่ิ มกี ารสรา้ งรปู แบบสถาปตั ยกรรมแนวเฉลมิ ชยั ขน้ึ มา ทงั้ น ้ี รวมไปถงึ
การสร้างปราสาทศพและศาลพระภูมิ ก็ยังได้รับอิทธิพลจากศิลปะแนวน้ี
มาด้วยเช่นกัน จากวัดเล็ก ๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก ได้ขยายออกไปเป็นโครงการท่ี
ท�างานร่วมกับชุมชน และผลิตช่างฝีมือออกมามากมาย นอกจากน้ี ภาพเขียน
ที่ผลิตซ�้าของเฉลิมชัยก็เร่ิมกลายเป็นของสะสมที่นิยมในหมู่ชนชั้นกลางมากข้ึน
มีงานวิจัยหน่ึงกล่าวถึงผู้ที่มาชมงานศิลปะและซ้ือภาพพิมพ์ของเฉลิมชัย
โดยระบเุ หตผุ ลในแบบสอบถามวา่ เพอื่ นา� ผลงานไปสะสม งานวจิ ยั ดงั กลา่ วยงั พบวา่
การสะสมผลงานศลิ ปะไมไ่ ดเ้ กดิ ขนึ้ เฉพาะในคนรวยเทา่ นน้ั ชนชน้ั กลางกเ็ รมิ่ หนั มา
สะสมผลงานศลิ ปะมากข้นึ และยังเชื่อว่าผลงานศลิ ปะท่ตี นเองซอื้ มาเปน็ ของจริง
เพราะมาจากวัดร่องขุ่น แต่ในความเป็นจริง ผลงานต้นฉบับก็ยังอยู่กับศิลปิน
ในขณะที่มูลค่ารวมของการจ�าหน่ายภาพพิมพ์น้ันคาดว่าสูงกว่ามูลค่าของผลงาน
ตน้ ฉบบั อย่างมหาศาล
27
การสรา้ งพระเครื่อง
การเข้าไปสู่วงการพระเคร่ืองของเฉลิมชัยเป็นเรื่องท่ีน่าสนใจย่ิง เมื่อเฉลิมชัย
เขา้ ไปในวงการไหนกต็ อ้ งเปลย่ี นแปลงโครงสรา้ งระบบของวงการนน้ั เสมอ และ
เปน็ ไปในแนวทางทเี่ ปดิ เผยมากขน้ึ ชดั เจนมากขนึ้ เออ้ื ประโยชนต์ อ่ ผคู้ นมากขน้ึ
แม้กระท่ังเรื่องการท่องเที่ยวท่ีไม่ได้ตามใจนักท่องเท่ียวมากนัก ดังนั้นการจัด
ระบบเพ่ือการท่องเที่ยวในวัดร่องขุ่นจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจในการน�าไปประยุกต์
ใช้กับการบริหารจัดการในพ้ืนท่ีต่าง ๆ ได้ สิ่งท่ีสร้างขึ้นนี้เกิดจากตัวตนของ
เฉลิมชัย ท่ีเรียนรู้ประสบการณ์จากการท�างานด้านศิลปะไทย และท่ีวัด
พุทธประทีป มาใชท้ า� งานท่ีเชยี งราย และเปน็ ตวั อยา่ งให้ศิลปินอืน่ ๆ ในการ
เข้าไปมีส่วนร่วม กับวัดท่ีตนเองศรัทธา เช่น วัดแม่ค�าสบเปิน วัดพระสิงห์
วดั ปา่ ออ้ รม่ เยน็ วดั พระแก้ว วัดพระธาตุนางคอย ฯลฯ ทา� ให้เกิดส่ิงท่ีเรียกว่า
การปฏริ ปู ลา้ นนาขน้ึ ในเชยี งราย หลงั ป ี พ.ศ. 2555 วาระ 750 ป ี เมอื งเชยี งราย
28
29
การเปลย่ี นแปลงภูมิทศั นเ์ มืองเชยี งรายด้วยศิลปะ
การเปลี่ยนพ้ืนที่ของใจกลางเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางของความทันสมัย คือ
สถาปตั ยกรรมทเ่ี รยี กวา่ “หอนาฬกิ า” ทสี่ รา้ งขนึ้ เกอื บทกุ จงั หวดั ในประเทศไทย
ในสมัยหน่ึงคือ แหล่งนัดพบและการแสดงถึงภาวะทันสมัยที่ร่างกายและชีวิต
ถกู จดั การโดยเวลา หอนาฬกิ าจงึ กลายเปน็ สญั ลกั ษณค์ วามทนั สมยั ของจงั หวดั
ในช่วงเวลานั้น เม่ือสังคมเปลี่ยนไปหอนาฬิกาแทบจะหมดความส�าคัญไป
กลายเป็นส่ิงกีดขวางทางสัญจร ดังน้ันศิลปินเชียงรายจึงได้มีการปรับเปลี่ยน
หน้าท่ีของหอนาฬิกาเดิม ให้กลายมาเป็นสถานท่ีที่ทุกคนต้องมาเย่ียมชม
ในระหว่างการกอ่ สรา้ งนน้ั กม็ ีการพูดกันวา่ ทา� ไมมาสร้างสง่ิ กดี ขวางทางสญั จร
แตใ่ นทสี่ ดุ กพ็ บวา่ พน้ื ทน่ี กี้ ลายเปน็ จดุ ทน่ี กั ทอ่ งเทย่ี วตอ้ งมาถา่ ยรปู และเปน็ พน้ื ท ี่
จัดกิจกรรมของเมือง ในตอนแรกสถาปัตยกรรมของหอนาฬิกาจะดูขัดกับ
ภมู ทิ ศั นต์ า่ ง ๆ โดยรอบ แตเ่ ฉลมิ ชยั กลา่ ววา่ สกั วนั หนงึ่ พนื้ ทโ่ี ดยรอบจะเปลยี่ น
ตามหอนาฬกิ าและขณะนีก้ ็เกดิ การเปลยี่ นแปลงนน้ั แล้ว
30
ทุกวันน้ี หอนาฬิกาท่ีเฉลิมชัยออกแบบกลายมาเป็นพ้ืนท่ีนัดพบของ
นักท่องเท่ียวในยามค่�าคืน ความเปล่ียนแปลงของพ้ืนที่โดยรอบหอนาฬิกา
เป็นไปตามกิจกรรมของนักท่องเท่ียว รูปแบบหอนาฬิกาได้ส่งผลต่อ
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของเสาไฟ โคมไฟประดับ ราวสะพาน ทางลอด
และสะพานลอย ท่ีกระจายตัวขยายออกไปจากหอนาฬิกา ไม่เพียงเท่านั้น
ศาลพระภมู ิ ปราสาทศพ และซ้มุ ประตวู ัดในเชยี งรายก็เปลย่ี นแปลงไปเชน่ กนั
31
บ้านดำาและหลงั ความตายของศลิ ปิน
กรณีของ ถวัลย์ ดัชนี เป็นการสร้างภูมิทัศน์ที่แตกต่างออกไป บ้านด�าเป็น
พ้ืนท่ีส่วนตัวของศิลปินแต่เปิดให้ทุกคนเข้าชมได้ จึงเป็นพ้ืนท่ีทางศิลปะ
ท่ีส�าคัญของเชียงรายและกลายเป็นต้นแบบของบ้านศิลปินที่เป็นพื้นท่ีส่วนตัว
เชน่ กนั พน้ื ทข่ี องบา้ นดา� เปน็ สว่ นขยาย ชวี ติ และประสบการณข์ องตวั ศลิ ปนิ เอง
เปน็ พื้นที่รับรองเพ่ือนและอาคนั ตกุ ะตา่ ง ๆ ทัง้ คนธรรมดา ระดบั ประเทศ และ
นานาชาต ิ บา้ นดา� ในชว่ งทา้ ยชวี ติ ของเจา้ ของบา้ นนน้ั กลายเปน็ พน้ื ทเ่ี ปดิ กวา้ ง
ของการเข้ามาเย่ียมชมบ้านด�า เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว
ท่ีต้องการมีสุนทรียภาพแตกต่างจากการท่องเที่ยวท่ัวไป จากเดิม บ้านด�า
เปรียบเสมือนพื้นที่ท่ีนักศึกษาและคนท�างานศิลปะใช้เป็นพื้นท่ีของ
การจารกิ เดนิ ทาง เพอื่ สรา้ งแรงบนั ดาลใจในการเรม่ิ ตน้ ทา� งานศลิ ปะหรอื ใชช้ วี ติ
ในการเริ่มต้นเป็นศิลปิน นอกจากน้ันแล้วบ้านด�ายังเป็นพ้ืนท่ีท�ากิจกรรมของ
หน่วยงานที่สนับสนุนศิลปะ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงาน
ภาคเอกชน บา้ นด�าและผลงานศลิ ปะของ ถวลั ย ์ ไดส้ ร้างแรงบันดาลใจให้เกิด
สกุลช่างแนว ถวัลย์ ดัชนี ขึ้น และแตกแขนงออกไปอย่างมาก ไม่เพียงแต่
ช่างฝีมือทางทัศนศิลป์เท่านั้น ยังรวมไปถึงศิลปะการแสดงการฟ้อนร�าอีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่าบ้านด�าได้สร้างสกุลช่างรูปแบบใหม่ขึ้นมาและเติบโตไป
อย่างอิสระบ้านด�าจึงกลายเป็นสถาบันทางสังคมที่มีผู้สืบทอด ท้ังทางทายาท
และ ผู้สืบทอดทางแนวทางศลิ ปะอย่างยั่งยืน
32
ความตายของ ถวัลย์ ดชั นี เป็นส่ิงที่สรา้ งความส่นั สะเทอื นให้กับวงการศลิ ปะ
รว่ มสมัยของไทย แสดงใหเ้ ห็นถึงการใหเ้ กียรติทางสงั คมทีม่ ตี ่อศลิ ปินรว่ มสมยั
อย่างท่ีศิลปินคนใดไม่เคยได้รับมาก่อน เช่น การติดตั้งป้ายขนาดใหญ ่
แสดงความเสียใจจากผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น มีการจัดงานท่ีจังหวัดเชียงราย หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพ
ทก่ี รงุ เทพฯ มขี บวนแหท่ จี่ ดั รปู ขบวนแตล่ ะอา� เภอทเ่ี ชอื่ มโยงกบั ระบบการสงั่ การ
จังหวัดและการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ หลากหลายพ้ืนท่ี หลากหลายกลุ่มคน
การที่มนุษย์คนหน่ึงจะได้รับการเฉลิมฉลองในระดับจังหวัด คนธรรมดา
ท่ีไม่ได้เป็น ข้าราชการข้าหลวง พระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ หรือชนชั้นสูง
แต่อย่างใด การได้รับเกียรติเช่นนี้ นับได้ว่าศิลปินกลายเป็นอีกชนช้ันหน่ึง
เมอื่ ไดก้ ลบั บา้ นและสรา้ งผลงานและสรา้ งชอ่ื เสยี งใหก้ บั จงั หวดั จงึ ไดร้ บั พธิ กี รรม
เชน่ นี ้ เมื่อเปรียบเทียบกับความตายของศลิ ปนิ แหง่ ชาต ิ และศลิ ปนิ คนอ่ืน ๆ
33
27 กันยายน วนั ถวลั ย์ ดัชนี
วนั ท ่ี 27 กันยายน ถือเปน็ “วนั ถวัลย ์ ดัชน”ี เน่อื งดว้ ยเป็นวันคล้ายวันเกิดของ
อาจารยถ์ วลั ย ์ดชั น ีศลิ ปนิ คนสา� คญั ดา้ นจติ รกรรมไทย ซงึ่ ในทกุ ปจี ะมกี ารจดั “งาน
วนั ถวลั ย ์ ดชั น”ี ขน้ึ เพอ่ื รา� ลกึ ถงึ คโุ ณปการของศลิ ปนิ ผยู้ งิ่ ใหญข่ องประเทศไทย
ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นหลัง โดยเฉพาะศิลปินเชียงราย ในการ
สรา้ งผลงานศลิ ปะทท่ี รงคณุ คา่ และชว่ ยพฒั นาบา้ นเกดิ ของตนเอง อกี ทง้ั ยงั เปน็
จุดเริ่มต้นและจุดศูนย์รวมของผู้ท่ีรักในศิลปะและอาจารย์ถวัลย์ ได้มาร่วมกัน
ประกอบกจิ กรรมสง่ เสริมศลิ ปวฒั นธรรม เพือ่ สร้างสรรค ์ สบื สานปณิธานและ
อดุ มการณข์ องอาจารยถ์ วลั ยต์ อ่ ไป โดยงานจะจดั ขน้ึ ทพี่ พิ ธิ ภณั ฑบ์ า้ นดา� ซงึ่ เปน็
แหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่ส�าคัญของจังหวัด
เชยี งราย เปน็ ทรี่ จู้ ักของนกั ทอ่ งเทยี่ วทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ถอื เปน็
การสร้างการรับรู้ด้านกิจกรรมทางศิลปะให้กับชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังเป็น
การเตรยี มความพรอ้ มในการพฒั นาเชยี งรายไปสเู่ มอื งแหง่ ศลิ ปะ และเสรมิ สรา้ ง
ภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่สากล โดยเฉพาะอย่างย่ิงในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากน้ ี ภายในงานยังมกี ารมอบรางวลั Thawan Duchanee Arts and
Culture Prize ให้แก่บุคคลส�าคัญ และสร้างคุณประโยชน์ต่อวงการศิลปะ
อกี ดว้ ย นบั วา่ เปน็ งานเทศกาลศลิ ปะประจา� ปอี กี วาระหนง่ึ ของจงั หวดั เชยี งราย
34
35
พธิ เี ปดิ “ขวั ศิลปะ” เปน็ พ้นื ท่รี วมตัวกันของกลุ่มศลิ ปินเชียงรายในการขบั เคลอื่ นเมอื งเชยี งรายให้เป็นเมืองศิลปะ
ซงึ่ ได้รับการสนบั สนุนจากอาจารยถ์ วลั ย์ ดชั นี และ อาจารยเ์ ฉลิมชยั มาโดยตลอด
36
จเรายี กนกราจู้ ราพกลปักรดะสันบหกอาศริลณป์ ์:ไปสู่ “ขัวศิลปะ”
เหล่าศิลปินเชียงรายได้ร่วมแสดงผลงานศิลปะทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศหลายคร้ัง และได้มีการคิดว่าเชียงรายควรมีหอศิลป์ส�าหรับ
จัดแสดงงานที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน การเกิดข้ึนของแนวคิดน ้ี
ก่อร่างสร้างกลุ่มคนที่ท�ากิจกรรมทางสังคมขึ้นในกลุ่มศิลปินมีการผลักดัน
เป็นนโยบายระดับจังหวัด และจดทะเบียนขึ้นเป็นสมาคมศิลปิน
เชียงราย เพ่ือใช้ในการรณรงค์สร้างหอศิลป์ ถึงแม้ว่าวันน้ีหอศิลป์ยังไม่
บรรลุวัตถุประสงค์ แต่ก็สร้างกลุ่มก้อนของเหล่าศิลปินเชียงรายที่เรียนรู้
การท�ากิจกรรมทางสังคมมากขึ้น และไดพ้ บปะพูดคุยกนั บ่อยคร้ัง ลองผิด
ลองถูกกับการติดต่อประสานงาน ท้ังหน่วยงานของรัฐและเอกชน
การระดมทุนและการบริหารจัดการในรูปแบบองค์กรและการบริหาร
ความแตกต่างทางความคิดระหว่างศิลปินด้วยกันเอง ประสบการณ ์
อันมคี ่าน้นั สรา้ งความเขม้ แข็งใหก้ บั กลมุ่ ศิลปนิ เชียงรายเป็นอย่างมาก
37
การเพิ่มข้ึนของศิลปินเชียงรายในช่วงทศวรรษที่ 2540 ท�าให้เกิดการเคล่ือนไหวทางศิลปะร่วมสมัย
ของเชียงรายและได้ก้าวไปสู่การปฏิรูปทางศิลปวัฒนธรรมของเชียงรายในระยะท่ีสอง ซ่ึงเกิดข้ึนหลัง
จากท่เี ชยี งรายมอี ายคุ รบ 750 ป ี เมื่อป ี พ.ศ. 2555 โดยการเฉลิมฉลองน้ไี ด้กอ่ ให้เกดิ การเปลีย่ นแปลง
ภมู ทิ ศั นเ์ มอื งเชยี งรายจากการทเี่ ปน็ เมอื งชายแดนมาเปน็ “เมอื งศลิ ปนิ ” โดยกลมุ่ ศลิ ปนิ เชยี งรายทสี่ งั่ สม
ประสบการณใ์ นการจัดการ ระดบั บ้านศิลปนิ ระดบั ชุมชน การระดมทุนสรา้ งศาสนสถาน การร่วมมอื
กับชุมชน การผลักดันนโยบายทางสังคม ฯลฯ ซ่ึงมีกรณีท่ีน่าสนใจ คือ การที่ศิลปินเข้าร่วมก�าหนด
นโยบายทางศิลปะในเมืองเชียงรายผ่านทางส�านักงานวัฒนธรรมจังหวัด ท�าให้เกิดโครงการท ่ี
นา่ สนใจในการจดั กจิ กรรมทางดา้ นศลิ ปะขน้ึ ในจงั หวดั เชยี งราย และผลงานจากกจิ กรรมนไี้ ดน้ า� ไปตดิ ตง้ั
ทศ่ี าลากลางหลงั ใหม่ท่สี ร้างเสรจ็ ในชว่ งเวลาน้ัน กลุ่มศิลปินเห็นพอ้ งตอ้ งกันว่า สถานท่รี าชการไมค่ วร
เปน็ พืน้ ที่ของอ�านาจทจี่ ะมแี ต่การตดิ ปา้ ยประกาศ ค�าส่ัง หรอื แนวปฏบิ ัต ิ ที่ใหป้ ระชาชนตอ้ งทา� ตาม
อีกต่อไป จึงท�าการยึดพื้นท่ีผนังต่าง ๆ โดยต้องการที่จะให้พื้นที่แห่งอ�านาจน้ันกลายเป็นพ้ืนท่ีทาง
ศิลปะแทน และยังผลักดันให้จังหวัดรับรองการมีอยู่ของเหล่าศิลปินเชียงราย ด้วยการจัดโครงการ
เปิดบ้านศิลปินเชียงรายข้ึน และมีการประกาศบ้านศิลปินเชียงรายและการติดต้ังป้ายบ้านศิลปิน
เชียงรายทีห่ น้าบ้านศลิ ปินแต่ละคนอกี ดว้ ย กระบวนการน้ไี ดก้ อ่ ตัวขน้ึ และเหน็ วา่ ศกั ยภาพของศิลปิน
สามารถสรา้ งความเปลย่ี นแปลงเชงิ สงั คมได ้ บา้ นศลิ ปนิ หรอื พนื้ ทที่ ศ่ี ลิ ปนิ เขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มทางสงั คมนน้ั
ช่วยให้ชาวบ้านได้มีพ้ืนท่ีค้าขายและเกิดการจ้างงานขึ้น เป็นการสร้างพื้นที่ทางศิลปะกับชุมชน
อาจกล่าวไดว้ ่าเป็นการ “สรา้ งศลิ ปะทีก่ ินได”้
38
กจิ กรรมทางดา้ นศลิ ปะ ในงานเชยี งรายเมอื งศลิ ปิน ฉลอง 750 ปี เมอื งเชยี งราย พ.ศ. 2555
39
40
ศิลปินเชียงรายได้หันมาทบทวนประสบการณ์ของแต่ละคนท่ีผ่านมาและ
การมองไปยงั อนาคตทา� ใหเ้ กดิ โครงการลงทนุ ทางสงั คมทเ่ี รยี กวา่ “ขวั ศลิ ปะ”3
เพ่ือเป็นสะพานในการเช่ือมต่อระหว่างศิลปินกับสังคม เป็นพ้ืนที่กิจกรรม
ทางศิลปะ การจัดจ�าหน่ายสินค้า ร้านอาหาร และเป็นพื้นท่ีสนับสนุนศิลปิน
รุ่นใหมแ่ ละชว่ ยเหลอื ศลิ ปนิ ท่ีประสบปัญหา ขัวศิลปะเกดิ ขึ้นด้วยการระดมทนุ
จากผู้สนใจในวงกว้างและปันส่วนกา� ไรไปยังสมาชิก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ส�าคัญ
ของศลิ ปนิ เชยี งรายในการทา� หนา้ ทเ่ี ชอื่ มโยงการระดมทนุ ทา� กจิ กรรมทางศลิ ปะ
ของหน่วยงานรัฐและเอกชน และที่ส�าคัญคือการเกิดขึ้นของศิลปินเชียงราย
รุ่นใหม่เป็นจ�านวนมาก ในอัตราที่ก้าวหน้ามากกว่าอดีต ท่ีกว่าเชียงรายจะมี
ศิลปินรุ่นใหม่นั้นใช้เวลานานพอสมควร และหลายคนก็ล้มเลิกไปกลางทาง
แต่เม่ือเกิดขัวศิลปะ ท�าให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้รับการสนับสนุนในการที่จะ
ก้าวไปเปน็ ศิลปนิ ได้อยา่ งมน่ั ใจ
3 คา� ว่า“ขวั ”เป็นภาษาลา้ นนาหมายถงึ “สะพาน”
41
ศขอลิ งปกินาพรปรฏะ ริกูปาลรกา้ นอ่ นตาัวในเชียงราย
ในสังคมล้านนานั้น วัดเป็นพื้นที่ทางสังคมท่ีสะสมความรู้ต่าง ๆ ไว ้
จ�านวนมาก ไม่ใช่แค่เรื่องศาสนาเท่านั้น เรื่องดนตรีศิลปะต่าง ๆ ก็เป็น
ส่วนหน่ึงของวัด วัดจึงเป็นที่เรียนรู้ของผู้คนในชุมชนวัฒนธรรมล้านนา
มาอย่างยาวนาน การน�าความรู้ออกจากวัดไปสู่สถานศึกษาส่งผลให้วัด
เหลอื แคศ่ าสนาเพยี งอยา่ งเดยี ว การหวนคนื ของการปฏริ ปู ลา้ นนาระหวา่ ง
พระและศิลปินจึงเกิดขึ้นในพื้นท่ีเมืองเชียงราย ศิลปินกับพระร่วมมือกัน
ทา� งานอย่างหลากหลายรูปแบบ ศลิ ปนิ (เกอื บ) ทุกคนจะศรัทธาในวดั ใด
วัดหน่ึง และต้องมีโครงการศิลปะกับวัดแทบทุกคน บางคนเป็นผู้ร่วม
บางคนเป็นหลักในการระดมทุนสร้างวัดใหม่และปฏิสังขรณ์วัดท่ัวเมือง
เชยี งราย ภารกจิ เหลา่ นเี้ กิดขึ้นอยา่ งชา้ ๆ เงียบ ๆ มาโดยตลอด
ไร่เชิญตะวันทีศ่ ลิ ปนิ เชียงรายได้เข้าไปมสี ว่ นร่วมในการออกแบบอาคารและภมู ิทศั น์
42
วัดท่ีศิลปินร่วมมือกันสร้างขึ้นกับชาวบ้านน้ัน ขอยกตัวอย่างกรณีวัดป่าอ้อร่มเย็น ต�าบลนางแล
เป็นวัดท่ีระดมทุนสร้างขึ้นใหม่ ตั้งแต่การซ้ือท่ีดินร่วมกับผู้คนจ�านวนมาก ไม่เพียงแต่ในเชียงราย
เท่านน้ั ทั้งน้เี พอื่ สร้างสถานท่ีสงบจติ ใจ ไมใ่ หพ้ ลุกพล่าน มขี นาดเลก็ และออกแบบให้กลมกลืนกับ
สภาพแวดลอ้ มทเี่ ปน็ ดอยทม่ี ดี นิ สแี ดง และมคี วามเรยี บงา่ ยทางสถาปตั ยกรรม การระดมทนุ สรา้ งวดั
มีหลายวาระ และสิ่งที่ส�าคัญคือการสร้างเจดีย์ไม้ไผ่ซึ่งเป็นการร้ือฟื้นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่
ใชไ้ มไ้ ผข่ องลา้ นนาขน้ึ มาใหม ่ กจิ กรรมระดมทนุ เปน็ ไปอยา่ งนา่ ตนื่ เตน้ และมศี ลิ ปะจนสามารถสรา้ ง
เจดยี ไ์ มไ้ ผส่ า� เรจ็ การสรา้ งวดั ปา่ ออ้ รม่ เยน็ นก้ี ลายเปน็ แรงกระตนุ้ ใหเ้ หน็ วา่ ศลิ ปนิ กบั การทา� งานเพอ่ื
สังคมและศาสนาท�าใหช้ มุ ชนยอมรับในตัวศิลปินมากข้นึ การเดนิ ทางเขา้ หาวัดของศลิ ปนิ จงึ เกดิ ขน้ึ
อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นพ้ืนที่ท่ีศิลปินได้พบกับพระหลากหลายรูป รวมถึงพระมหาวุฒิชัยและ
มกี ารประสานความรว่ มมอื กนั สรา้ งขวั ศลิ ปะ ขณะเดยี วกนั ศลิ ปนิ กเ็ ขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มกบั ไรเ่ ชญิ ตะวนั
ในการสร้างหอศิลป์ และสถาปัตยกรรมที่หลากหลายในวัด การเช่ือมโยงระหว่างศิลปินและพระ
ทา� ใหก้ ระทรวงวฒั นธรรมเขา้ มาทา� โครงการในจงั หวัดเชยี งรายเป็นจา� นวนมาก
43
วดั รอ่ งเสอื เตน้
44
ภาพวัดปา่ อ้อร่มเย็นทศี่ ิลปินร่วมกบั ชาวบ้านซอ้ื ทีด่ ินและออกแบบวดั รว่ มกัน
โดยสรา้ งเจดียไ์ มไ้ ผ่ที่เป็นการรอื้ ฟืน้ ภูมิปัญญาสกลุ ชา่ งของลา้ นนา
ก า ร ส ่ ง เ ส ริ ม ใ ห ้ ศิ ล ป ิ น ไ ป พ� า นั ก ยั ง ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ด ้ ว ย เ ค รื อ ข ่ า ย ข อ ง
พระมหาวุฒิชัย ส่งผลให้ศิลปินมีโอกาสไปท�างานยังต่างประเทศและกลับมา
เป็นก�าลังส�าคัญในการช่วยงานท่ีไร่เชิญตะวัน รูปแบบสถาปัตยกรรมและ
การตกแตง่ ในไรเ่ ชญิ ตะวนั นบั เปน็ รปู แบบลา้ นนาทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณข์ องเชยี งราย
ในชว่ งต้ังแต่ ปี พ.ศ. 2550 เปน็ ต้นมา ซง่ึ จะเหน็ ว่ารปู แบบจากไร่แมฟ่ า้ หลวง
เป็นลา้ นนาประยกุ ต์ที่เกดิ ขนึ้ ในทศวรรษท ่ี 2520 ศลิ ปะแบบวดั ร่องขุ่นเกิดขน้ึ
และไดร้ บั ความนยิ มมาตงั้ แตท่ ศวรรษท ่ี 2540 และศลิ ปะลา้ นนาทเี่ นน้ ความสงบ
และเรยี บงา่ ยนน้ั เรม่ิ ขนึ้ มาตง้ั แตท่ ศวรรษท ่ี 2550 แตท่ ง้ั สามรปู แบบกด็ า� เนนิ การ
สรา้ งตวั ตนขน้ึ มาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ศลิ ปะลา้ นนาทเ่ี นน้ ความสงบนนั้ อาจกลา่ วไดว้ า่
เป็นรูปแบบของเชียงรายที่แตกต่างจากเชียงใหม่และพัฒนาการล้านนา
ในพ้ืนทอ่ี ืน่ อย่างเห็นไดช้ ัด ความรว่ มมอื ระหวา่ งพระและศลิ ปินได้เข้าไปมสี ว่ น
ในการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมของรัฐ เช่น ซุ้มประตูของท่าอากาศยาน
แม่ฟ้าหลวง อีกด้วย เมืองเชียงรายก�าลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนรูปลักษณ ์
ของเมอื งด้วยการเคล่อื นไหวทางศิลปะ
45
การทศ่ี ลิ ปนิ แตล่ ะคนเรมิ่ ตน้ ทตี่ วั ตนและการกา้ วไปสหู่ นว่ ยทางสงั คมทใี่ หญข่ น้ึ
รว่ มเปน็ รว่ มตายกบั จงั หวดั แมว้ า่ ศลิ ปนิ บางคนไดไ้ ปไกลเกนิ หนว่ ยการปกครอง
ของรัฐที่เรียกว่าจังหวัดแล้ว ก็ยังหวนกลับมาพ้ืนที่แห่งน้ีในฐานะบ้านเกิด
เชอื่ มโยงศลิ ปะเขา้ กบั สงั คม ชมุ ชนศลิ ปนิ ทเี่ รมิ่ ตน้ หรอื แมก้ ระทง่ั เยาวชนกอ็ าจใช้
จังหวัดเป็นพ้ืนที่แสดงตัวตนต่อสังคมผ่านงานศิลปะ เพ่ือก้าวให้เกินจังหวัด
ออกไป เราอาจเห็นว่าจังหวัดคือส่ิงท่ีถูกประกอบสร้างขึ้น แต่จังหวัดเองก ็
กลายเป็นทุนทางสงั คม ผา่ นการสรา้ งตวั ตนทางศิลปะได้เชน่ กนั
46
ภูมิทัศน์ทางศิลปะของเชียงรายได้เปล่ียนแปลงตลอดเวลาจากประสบการณ์
ของกลุ่มศิลปินเชียงราย ซ่ึงเป็นการพลิกโฉมหน้าศิลปินข้ึนใหม่ จากท่ีสังคม
เห็นว่าศิลปินเป็นกลุ่มท่ีมีตัวตนสูงและแปลกแยกออกจากสังคม ชอบสันโดษ
ท�างานศิลปะที่ผู้คนไม่เข้าใจ กลายมาเป็นกลุ่มคนที่สนใจเร่ืองทางสังคม
ช่วยเหลือชุมชน ผลักดันนโยบายทางสังคม และเปล่ียนแปลงเมืองให้มี
สนุ ทรยี ภาพ การเคลอื่ นไหวของกลมุ่ ศลิ ปนิ เชยี งรายอาจกลา่ วไดว้ า่ เปน็ สว่ นหนงึ่
ของประวตั ศิ าสตรศ์ ลิ ปะรว่ มสมยั ของประเทศไทย และเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
47
2477 2500 2505 2520 2527 2530 2533
48