The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลดโซเดียม ยืดชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-07-24 21:36:44

ลดโซเดียม ยืดชีวิต

ลดโซเดียม ยืดชีวิต

Keywords: โซเดียมคลอไรด์,เกลือแกง

การเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ้ ม (Environmental changes) ทเ่ี ออ้ื ตอ่
การเลอื กอาหารทีม่ ผี ลดีตอ่ สุขภาพ

 ในแตล่ ะประเทศควรตงั้ เปา้ หมายปรมิ าณการบรโิ ภคโซเดยี ม
ซงึ่ ควรแสดงใหป้ ระชาชนทกุ คนทราบ โดยก�ำ หนดไวใ้ นค�ำ แนะน�ำ ในการ
บรโิ ภคอาหารเพอ่ื ใหม้ ีสุขภาพทดี่ ี

 ควรมีการดำ�เนินการให้มีการแสดงข้อมูลปริมาณโซเดียม
อยา่ งชดั เจนบนฉลากโภชนาการ

 ขอ้ มูลโภชนาการที่แสดงต้อง ชัดเจน เข้าใจงา่ ย สอดคลอ้ ง
กับวัฒนธรรม ประชากรทุกกลุ่มอายุ เศรษฐานะ และการศึกษา
สามารถเข้าใจได้ ซง่ึ ข้อมูลนัน้ ตอ้ งสอดคลอ้ งกับการสร้างตระหนกั รใู้ น
กล่มุ ประชากร

 ควรกำ�หนดมาตรฐานคุณค่าทางโภชนาการของอาหารท่ี
จำ�หน่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะการจัดจำ�หน่ายที่โรงเรียนหรือ
สถานประกอบการต่างๆ นอกจากน้ีควรมีการแสดงฉลากโภชนาการ
ของอาหารทจี่ �ำ หน่าย หรือมีเมนูสขุ ภาพเปน็ ทางเลอื กใหด้ ว้ ย

นโยบาย/มาตราการในการลดการบริโภคโซเดียมในประชากร

ในช่วงทศวรรษท่ีผ่านมาประเทศต่างๆ ท่ัวโลกมีการรณรงค์ให้
ประชากรลดการบรโิ ภคเกลอื หรอื โซเดยี มลง สหภาพยโุ รปไดด้ �ำ เนนิ การ
เกบ็ และวเิ คราะหข์ อ้ มลู การบรโิ ภคโซเดยี ม ดำ�เนนิ การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์
อาหารรว่ มกบั อตุ สาหกรรมอาหารและผขู้ ายหรอื ผใู้ หบ้ รกิ ารดา้ นอาหาร
และมกี ารตดิ ตามปรมิ าณโซเดยี มในอาหาร และสรา้ งความตระหนกั ให้
กบั ผู้บริโภค ซึง่ พบวา่ จากการดำ�เนินการอยา่ งเปน็ ข้ันตอนของประเทศ
สหราชอาณาจกั รและประเทศฟนิ แลนด์ ไดร้ บั ความรว่ มมอื กบั ภาคเี ครอื
ขา่ ยหลายระดบั มกี ารใหค้ วามรผู้ บู้ รโิ ภคและรณรงคส์ อ่ื สารทงั้ จากภาค
รฐั และเอกชน มกี ารก�ำ หนดกลมุ่ เปา้ หมายทช่ี ดั เจน ตดิ ตามอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง

ลดโซเดียม ยืดชวี ติ 43

และบันทึกผลกระทบท่ีเกิดขึ้น ทำ�ให้การลดการบริโภคโซเดียมของ
ประชากรในประเทศท้ังสองประสบความส�ำ เร็จเป็นไปตามเป้าหมายท่ี
วางไว้จนได้รบั การยอมรับทวั่ โลก

จากการทบทวนวรรณกรรมของการรณรงคใ์ นการลดการบรโิ ภค
ในประชากรของประเทศตา่ ง ๆ พบวา่ มนี โยบายหรอื มาตราการทสี่ ำ�คญั
ดงั ต่อไปน้ี

 การรณรงค์เพื่อสร้างความรับรู้ในประชากร (Public
Campaign) การให้ความรู้กับผู้บริโภคมีประสิทธิผลดีในการลดการ
บริโภคโซเดียม เห็นได้ชัดในประเทศฟินแลนด์และสหราชอาณาจักร
โดยที่ในประเทศสหราชอาณาจักรนั้นการให้ความรู้กับประชากรมีการ
ดำ�เนินการท้ังโดยภาครัฐบาลและหน่วยงานท่ีไม่ใช่รัฐบาล ส่งผลให้
ประชากร 1/3 ของประเทศตระหนักรู้ว่าต้องมีการบริโภคโซเดียม
ลดลงไปสู่ปรมิ าณทีไ่ ม่เกนิ กวา่ 2400 มิลลกิ รมั 75

 การร่วมมือกับภาคอตุ สาหกรรม (Collaboration with the
food industries) การด�ำ เนนิ มาตรการลดการบรโิ ภคโซเดียมท่มี ีความ
รว่ มมอื กบั อตุ สาหกรรมอาหารพบวา่ มปี ระสทิ ธภิ าพในการลดการบรโิ ภค
โซเดียมของประชากรมากกว่าดำ�เนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว
โดยจะมีโอกาสถึงร้อยละ 98 ท่ีจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการ
จดั การปญั หาการบรโิ ภคโซเดยี มสงู ไดเ้ มอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ไมม่ คี วามรว่ ม
มือกับภาคอุตสาหกรรม

การประสบผลสำ�เร็จในการลดการบริโภคโซเดียมในประเทศ
ฟนิ แลนด7์ 6 สหราชอาณาจกั ร75 และ ฝรง่ั เศส77 สว่ นหนงึ่ เปน็ ผลมาจาก
การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมอาหารในการลดปริมาณโซเดียม
ในกระบวนการผลิต (Food Reformulation) โดยท่ีประเทศสหราช
อาณาจักรขอความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมโดยความสมัครใจ
(voluntary action) โดยมรี ะยะเวลากำ�หนดทีช่ ัดเจนในการลดปริมาณ

44 ลดโซเดยี ม ยดื ชีวิต

โซเดยี มในกลุ่มอาหารทก่ี �ำ หนดโดย Food Standards Agency ส่ง
ผลใหส้ ามารถลดปรมิ าณโซเดยี มในผลติ ภณั ฑอ์ าหารเหลา่ นน้ั ไดร้ อ้ ยละ
30 โดยไม่มีผลต่อต่อการยอมรบั ในรสชาตขิ องผบู้ ริโภค75 และท�ำ นอง
เดียวกันผลิตภัณฑ์เบเกอร่ีในประเทศฝร่ังเศสท่ีสามารถลดปริมาณ
โซเดยี มลงโดยไม่มีผลตอ่ การยอมรับของผู้บริโภค77

 การตดิ ฉลาก (Food Labeling) การแสดงโซเดยี มบนฉลาก
อาหารเปน็ อกี มาตราการหนง่ึ ทใี่ ชใ้ นการรณรงคล์ ดการบรโิ ภคโซเดยี ม
ในบางประเทศ ซ่ึงพบว่าประสบผลสำ�เร็จในประเทศฟินแลนด์และ
สหราชอาณาจกั ร โดยการใชฉ้ ลากทง่ี า่ ยตอ่ การเขา้ ใจของผบู้ รโิ ภค โดย
การแสดงปรมิ าณโซเดยี มในอาหารแปรรปู เปน็ สญั ลกั ษณส์ ี (สแี ดงแสดง
ว่ามีปริมาณโซเดียมมาก สีเหลืองมีปริมาณโซเดียมปานกลาง และสี
เขยี วมีปริมาณโซเดยี มนอ้ ย)

 การใชข้ อ้ บงั คบั ทางกฎหมาย (Regulations) ประเทศฟนิ แลนด์
เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประสบผลสำ�เร็จในการใช้ข้อบังคับทาง
กฎหมายกบั อตุ สาหกรรมอาหาร รว่ มกบั การใหค้ วามรกู้ บั ผบู้ รโิ ภคผา่ น
สอื่ ต่างๆ ตงั้ แต่ชว่ งปี ค.ศ. 1970 สง่ ผลให้ประชากรบริโภคโซเดียม
ลดลงร้อยละ 40 ความดันโลหิตสงู ลดลง 10 มลิ ลเิ มตรปรอท และ
ลดอตั ราการเสยี ชวี ติ จากโรคหลอดเลอื ดสมองและโรคหลอดเลอื ดหวั ใจ
รอ้ ยละ 7076

 การใชส้ ารทดแทนเกลือ (Salt substitution) มสี ารประกอบ
หลายชนิดท่ีอาจนำ�มาใช้ทดแทนเกลือได้บางส่วน เช่น การใช้
โปแตสเซยี มคลอไรดผ์ สมกบั เกลอื แกง (โซเดยี มคลอไรด)์ ซง่ึ มหี ลายการ
ศกึ ษาพบวา่ สามารถชว่ ยในการลดความดนั โลหติ ได้ มาตราการนไ้ี ดน้ �ำ
มาใชใ้ นประเทศฟนิ แลนดด์ ว้ ย โดยเกลอื ทใ่ี ชป้ รงุ แตง่ รสบนโตะ๊ อาหารได้
มกี ารเปลย่ี นเปน็ low sodium potassium-enriched Pansalt (Oriloa OY)76
ในประเทศจีนมีการศึกษาพบว่าการใช้ low sodium alternative

ลดโซเดยี ม ยดื ชวี ิต 45

salt มาแทนท่ีเกลือในการประกอบอาหารสามารถลดความดันโลหิต
ในประชากรได้ 5.4 มิลลิเมตรปรอท78 ซ่ึงพบว่าการดำ�เนินการ
ดังกล่าวสามารถทำ�ให้ผู้สูงอายุชาวไต้หวันลดอัตราการเป็นโรคหัวใจ
และหลอดเลือด79 ดังน้ันการใช้สารทดแทนเกลืออาจจะเป็นมาตรการ
ท่มี ปี ระสิทธผิ ลคมุ้ กบั ราคา (cost-effective) ในประเทศท่มี แี หล่งของ
โซเดียมหลักมาจากการเติมในระหว่างการปรุงหรือประกอบอาหารใน
ครวั เรอื น

มาตราการหรือกลไกต่างๆ ที่กล่าวมา ได้นำ�มาใช้ในหลาย
ประเทศในรปู แบบและการประสบผลส�ำ เรจ็ ท่ีแตกต่างกัน ตารางท่ี 14
แสดงการเปรยี บเทยี บมาตราการตา่ งๆ ทม่ี ใี ชใ้ นบางประเทศ พรอ้ มการ
ประเมินผลสมั ฤทธ์ในการลดการบรโิ ภคโซเดียม

ตารางที่ 14 การเปรยี บเทยี บมาตราการตา่ งๆ ทมี่ ใี ชใ้ นการลดการ
บริโภคโซเดียมในประชากรในบางประเทศ

ประเทศ การใ ้ช ้ขอ ับงคับ รายละเอียดของมาตราการท่สี ำ�คญั และ
ทางกฎหมาย การเปล่ยี นแปลงปริมาณการบริโภค
การ ิตดฉลาก
การ ่รวม ืมอ ักบ โซเดียม ในประชากร
ุอตสาหกรรม
ความสมัครใจ
ของอุตสาหกรรม
การปรับเปลื่ยน
ูสตรอาหาร
การใ ้หความรู้
กับประชาชน

ฟินแลนด์ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้  รัฐบาลออกกฎหมายบังคับแสดงฉลาก
โภชนาการในอาหารที่มีโซเดียมสูงเพ่ือ
เตอื นประชากร

 ใช้ potassium-enriched Pansalt
แทนท่เี กลือปกติบนโตะ๊ อาหาร

 มกี ารรณรงคอ์ ยา่ งเขม้ แขง็ ผา่ นสอ่ื ตา่ งๆ
เพ่ือเพ่ิมความตระหนักรู้ในประชากร
(anti-salt campaign)

 ปริมาณการบริโภคโซเดียมลดลงจาก
5600 มิลลิกรัม ในปี ค.ศ. 1972
เหลือ 3200 มิลลิกรัม ในปี ค.ศ.
2002 ลดความดันโลหิตในประชากร
ไดร้ อ้ ยละ 75-80

46 ลดโซเดียม ยืดชวี ติ

ประเทศ การใช้ข้อ ับงคับ รายละเอียดของมาตราการทส่ี ำ�คญั และ
ทางกฎหมาย การเปลยี่ นแปลงปรมิ าณการบรโิ ภค
การติดฉลาก
การ ่รวมมือ ักบ โซเดียม ในประชากร
ุอตสาหกรรม
ความสมัครใจ
ของ ุอตสาหกรรม
การป ัรบเปลื่ยน
สูตรอาหาร
การให้ความ ู้ร
กับประชาชน

สหราช ไมใ่ ช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้  ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมในการตั้ง

อาณาจกั ร เปา้ หมายการลดโซเดยี มรอ้ ยละ 40 ใน

กลุม่ อาหารภายใต้การดูแลของ Food

Standards Agency

 มกี ารตงั้ Consensus Action on Salt

and Health (CASH)

 การกำ�กับและประเมินปริมาณการ

บรโิ ภคโซเดยี มของประชากรอยา่ งสมาํ่

เสมอ

 การรณรงค์เพิ่มความตระหนักรู้ใน

ประชากร ร่วมกับมาตราการแสดง

ฉลากโภชนาการท่ีง่ายต่อการเข้าใจ

(ฉลากสญั ญาณไฟจราจร)

 ปริมาณการบริโภคโซเดียมลดลงจาก

3800 มิลลกิ รมั ในปี ค.ศ. 2004

เหลือ 3400 มิลลิกรัม ในปี ค.ศ.

2008

ฝร่งั เศส ไมใ่ ช้ op- ใช้ ใช้ ใช้ ใช้  เร่ิมดำ�เนินการลดปริมาณการบริโภค

tional โซเดยี มในปี ค.ศ. 2004

 การตดิ ฉลากโภชนาการเกยี่ วกบั โซเดยี ม

เปน็ optional

 การให้ความรู้กับประชากรในการลด

การบริโภคโซเดยี มคอ่ นขา้ งจ�ำ กดั และ

ด�ำ เนนิ การภายใต้ National Nutrition

and Health Program เทา่ น้ัน

 ปริมาณการบริโภคโซเดียมท่ีลดลงยัง

ไมช่ ัดเจน ยกเว้นร้านเบเกอรต่ี า่ งๆ ท่ี

กล่าวอ้างว่ามีการลดโซเดียมร้อยละ

33

ลดโซเดียม ยืดชวี ิต 47

ประเทศ การใ ้ชข้อ ับงคับ รายละเอียดของมาตราการท่สี ำ�คัญและ
ทางกฎหมาย การเปล่ียนแปลงปริมาณการบริโภค
การ ิตดฉลาก
การร่วมมือ ักบ โซเดยี ม ในประชากร
ุอตสาหกรรม
ความสมัครใจ
ของอุตสาหกรรม
การป ัรบเปลื่ยน
สูตรอาหาร
การใ ้หความ ู้ร
กับประชาชน

สหรฐั ไมใ่ ช้ ใช้ ใช้ ใช้ ไมใ่ ช้ ใช้  หน่วยงานทางสุขภาพต่างๆ ให้คำ�

อเมริกา แนะนำ�ในการลดการบริโภคโซเดียม

อย่างสมํ่าเสมอตั้งแค่ ค.ศ. 1980

สมาคมอายุรศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา

เรยี กรอ้ งใหม้ กี ารลดการบรโิ ภคโซเดยี ม

เมอ่ื ค.ศ. 2007

 เมือง New York City ประกาศ

แผนการลดปริมาณเกลือในอาหาร

แปรรูปลงรอ้ ยละ 20 ภายใน 5 ปี

 ปรมิ าณการบรโิ ภคโซเดียมไมล่ ดลง มี

รายงานการบริโภคโซเดียม 3329

มลิ ลิกรมั ในปี ค.ศ. 2001/02 และ

เพม่ิ เป็น 3436 มิลลกิ รัม ในปี ค.ศ.

2005/06

แคนาดา ไม่ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้  จัดต้ังคณะทำ�งานเพ่ือลดการบริโภค

โซเดียมมาจากหลายภาคส่วน และมี

ยุทธศาสตร์ลดการบริโภคเกลือในปี

ค.ศ. 2009

 มีการร่วมมือกับอุตสาหกรรมอาหาร

แบบสมคั รใจ รว่ มกบั การให้ความรกู้ บั

ประชากร

 ยงั ไม่สามารถประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิ

ออสเตรเลยี ไม่ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้ ใช้  มีการตัง้ Australia World Action on

Salt and Health (AWASH- www.

awash.org.au)

 จดั ให้มี salt awareness week

 มกี ารก�ำ หนด food category action

plan ทช่ี ดั เจนในการลดปรมิ าณโซเดยี ม

ทั้งในดา้ น reformulation, consumer

message และ monitoring เป้าหมาย

ลดปริมาณเกลือในกระบวนการผลิต

อาหารในภาคอสุ าหกรรมรอ้ ยละ 25

 ยังไมส่ ามารถประเมินผลสมั ฤทธ์ิ

48 ลดโซเดียม ยืดชีวิต

ตารางท่ี 15 การต้ังเป้าหมายของการลดการบริโภคโซเดียมของ
ประเทศสหราชอาณาจักร

การบริโภคเกลือ (Salt intake) ปรมิ าณของ
โซเดยี ม
แหลง่ ปรมิ าณ ปรมิ าณที่ ท่ตี ้ัง
(กรมั /วัน) ต้องการลด เป้าหมาย
(กรมั /วัน)
การประกอบอาหารในครัว/เติม 1.4 ลดลง 0.9
เพ่มิ บนโต๊ะอาหาร 40 %
(Table/cooking) 7.5 4.5
0.6 ลดลง 0.6
อาหารที่ทำ�จากอตุ สาหกรรม 40 %
(Food industry) ไมต่ อ้ งลด

อาหารธรรมชาติ (Natural)

ดดั แปลงจาก He FJ และ คณะ WASH- World Action on Salt and Health80

การดำ�เนินโครงการหรือแนวทางเพ่ือลดการบริโภคโซเดียมมี
รายงานการศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่ามาก โดยพบว่าการลดปริมาณ
โซเดยี มในอาหารแปรรปู (Processed Food) เพยี งอยา่ งเดยี วสามารถ
ลดการสญู เสยี ปีสุขภาวะ (Disability-Adjusted Life Years - DALYs)
ท่ัวโลก 21 ล้าน64 การศึกษาโดยการประมาณในประเทศแคนาดา
พบว่าการลดการบริโภคโซเดยี ม 1600 มลิ ลิกรัมตอ่ วนั จะสามารถ
ประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในมมุ มองของสังคม (Social Perspective) 430
ลา้ นดอลลา่ รต์ อ่ ป6ี 4 และจากการศกึ ษาในสหรฐั อเมรกิ าพบวา่ ถา้ ลดการ
บรโิ ภคโซเดยี ม 1200 มลิ ลกิ รมั ตอ่ วนั จะทำ�ใหก้ ารเกดิ โรคหลอดเลอื ด
และหวั ใจลดลง 60,000 ถงึ 120,000 ราย ลดการเกดิ โรคหลอดเลอื ด
สมอง (Stroke) 32,000 ถึง 66,000 ราย ลดการเกิดโรคกล้ามเน้ือ

ลดโซเดยี ม ยืดชีวติ 49

หัวใจขาดเลือด 54,000 ถึง 99,000 ราย และลดการเสียชีวิต
44,000 ถึง 92,000 ราย และประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยทเ่ี ก่ียวกบั สขุ ภาพ
(Healthcare cost) 10 ถึง 24 ล้านลา้ นดอลลา่ ร์ต่อปี65 นอกจาก
น้กี ารศึกษาใน 23 ประเทศก�ำ ลงั พัฒนา ซง่ึ มผี ู้ปว่ ยโรคเรอื้ รังคิดเป็น
รอ้ ยละ 80 ของผูป้ ่วยทัง้ หมด เมือ่ เปรยี บเทยี บความคุ้มค่าระหวา่ ง
ความพยายามเพื่อลดการบริโภคโซเดียมและการลดการสูบบุหรี่ พบ
วา่ ในชว่ งระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2549-2559) การลดคา่ เฉลยี่ ของ
การบริโภคโซเดยี มในประชากรลงร้อยละ 15 สามารถป้องกนั การเสีย
ชีวติ ท่เี กดิ จากโรคหัวใจและหลอดเลอื ด 8.5 ลา้ นคน ซึง่ มากกว่าเม่ือ
เปรียบเทียบกับการลดความชุกของการสูบบุหรี่ในประชากรลงร้อยละ
20 จะสามารถปอ้ งกันการเสยี ชวี ติ ที่เกดิ จากโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด
3.1 ล้านคน เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำ�เนินโครงการเพื่อลด
การบริโภคโซเดียม (การลดโซเดียมในอาหารแปรรปู และการรณรงค)์
คิดเป็น 0.09 ดอลลา่ ร์ตอ่ คนตอ่ ปี สว่ นค่าใช้จา่ ยเพือ่ ลดการสบู บหุ รี่
คดิ เปน็ 0.26 ดอลลา่ รต์ อ่ คนตอ่ ปี จากขอ้ มลู ทกี่ ลา่ วมาพบวา่ การดำ�เนนิ
โครงการเพ่ือลดการบริโภคโซเดียมในประชากรมีความคุ้มค่ามากกว่า
หรอื ใกล้เคียงกับการด�ำ เนินโครงการเพอ่ื ลดการสบู บุหร7่ี 3

มาตรการลดการบรโิ ภคโซเดียมในประเทศไทย

การดำ�เนินการในการลดการบริโภคโซเดียมในประเทศไทยท่ี
ผา่ นมายังไมม่ ีการด�ำ เนินการในเรอื่ งนอี้ ยา่ งชดั เจน การลดการบริโภค
โซเดยี มในประชากรไทยโดยภาพรวมดำ�เนนิ การโดยการใหค้ วามรผู้ า่ น
ขอ้ แนะนำ�ในการบรโิ ภคอาหารเพ่อื ใหม้ ีสุขภาพดี (Thai Food Based
Dietary Guidelines) ทป่ี รากฏอยใู่ นสว่ นปลายของธงโภชนาการทก่ี ลา่ วถงึ
“นาํ้ มนั นาํ้ ตาล เกลอื กนิ แตน่ อ้ ยๆ เทา่ ทจี่ �ำ เปน็ ” ซง่ึ มมี าตงั้ แต่ พ.ศ.2541
จากข้อความดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประชากรไทยได้รับการส่ือสารให้

50 ลดโซเดียม ยืดชวี ติ

รบั ประทานเกลอื แตน่ อ้ ยเทา่ ทจี่ �ำ เปน็ ถงึ แมว้ า่ “เกลอื ” คอื โซเดยี มคลอไรด์
แตก่ เ็ ปน็ การยากทปี่ ระชาชนทว่ั ไปจะเขา้ ใจวา่ “เกลอื ” กค็ อื “โซเดยี ม”
ขณะเดยี วกนั ในประเทศไทยมโี ครงการสง่ เสรมิ ใหป้ ระชากรใชเ้ กลอื เสรมิ
ไอโอดนี ในกระบวนการผลติ หรอื ปรงุ อาหาร เพอื่ ลด/ปอ้ งกนั ปญั หาการ
ขาดสารไอโอดีน จึงทำ�ให้ประชาชนไทยเกดิ ความสับสนวา่ ควรบรโิ ภค
เกลอื มากหรือน้อย เพ่ือใหม้ สี ขุ ภาพทด่ี ี

การรณรงค์ลดการบริโภคอาหาร “เค็ม” เพื่อลด/ป้องกันการ
เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำ�คัญต่อการเป็นโรค
หัวใจและหลอดเลือด เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้มีการดำ�เนินการโดย
สำ�นกั โรคไม่ติดตอ่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และหน่วย
งานทางสขุ ภาพอน่ื ๆ ซงึ่ สว่ นใหญม่ กี ารรณรงคร์ ว่ มไปกบั การลดอาหาร
หวาน มนั เคม็ เพอื่ ลดปจั จยั เสย่ี งของการมนี า้ํ หนกั ตวั เกนิ และเปน็ โรค
ไม่ติดต่อเร้ือรัง การรณรงค์ลดอาหารเค็มกับโรคความดันโลหิตสูงท่ี
ด�ำ เนนิ การโดยกองโรคไมต่ ดิ ตอ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ การใหค้ วามรกู้ บั บคุ ลากร
ทางสาธารณสุข ให้เกดิ ความตระหนกั และสามารถถา่ ยทอดความร้ไู ป
ยงั ประชากรกลุ่มเส่ียงต่อไป อยา่ งไรกต็ ามการด�ำ เนินการท่ผี า่ นมายงั
ขาดความต่อเน่ือง และไม่สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง
การบริโภคอาหารเค็มลดลงได้ นอกจากนี้ความเค็มของอาหารเป็น
นามธรรมซง่ึ ยากตอ่ การสอ่ื กลบั ไปทป่ี รมิ าณโซเดยี มวา่ มากนอ้ ยเพยี งใด
ประชาชนไทยสว่ นใหญ่ไมท่ ราบว่าความเค็มของอาหารมีความสัมพันธ์
กับปรมิ าณโซเดียมในอาหารทีต่ ้องระมดั ระวงั ไมบ่ รโิ ภคมากเกินไป

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขมีการดำ�เนินการรณรงค์
เกี่ยวกับการลดการบริโภคโซเดียมเช่นกัน ท่ีดำ�เนินการอยู่ในขณะน้ี
คือ โครงการหมู่บ้าน/ชมุ ชน ลด หวาน มนั เค็ม ลดอ้วน ลดโรค มี
การสรา้ งกระแสสงั คม สอื่ สาธารณะเพอ่ื สรา้ งความตระหนักรแู้ ละปรบั
เปล่ยี นพฤตกิ รรม โดยการด�ำ เนินงาน ลด หวาน มนั เค็ม ลดอว้ น
ลดโรค ในกลมุ่ กจิ การตา่ ง ๆ ดังนี้

ลดโซเดียม ยืดชีวติ 51

 โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชุมชน/
โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพต�ำ บล มกี ารดำ�เนนิ การเร่อื งเมนชู ูสขุ ภาพ
เมนูไร้พุง อาหารว่างเพ่ือสุขภาพ จัดให้มีกิจกรรมออกกำ�ลังกายใน
โรงพยาบาลและในชุมชน

 โรงเรยี น และศนู ยเ์ ดก็ เลก็ มกี ารด�ำ เนนิ การเรอื่ ง เมนชู สู ขุ ภาพ
โรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็กปลอดนํ้าอัดลม ขนม 25% ลดน้ําตาล
ไขมัน โซเดียม และมีกิจกรรมออกกำ�ลังกายภายในโรงเรียน/
ศนู ยเ์ ดก็ เลก็

 จดั ใหม้ เี ครอื ขา่ ย แกนน�ำ จงั หวดั ตลอดจนแผนสขุ ภาพต�ำ บล
ลด หวาน มนั เค็ม ลดโรคเรอ้ื รัง

จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าหลายหน่วยงานในกระทรวง
สาธารณสขุ มกี ารด�ำ เนนิ งานในเรอ่ื งเกยี่ วกบั การลดการบรโิ ภคโซเดยี มท่ี
สอดแทรกไปกับโครงการตา่ งๆ บางครั้งเกดิ ความซาํ้ ซอ้ นในการปฏิบัติ
งาน ยงั ไมม่ กี ารบรู ณาการกจิ กรรมของแตล่ ะหนว่ ยงานเขา้ ดว้ ยกนั และ
ทสี่ �ำ คญั คอื ไมเ่ กดิ ความตอ่ เนอ่ื ง ไมม่ กี ารตดิ ตามหรอื ประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิ
ทช่ี ดั เจน โดยเฉพาะท่เี ก่ยี วกับเรือ่ งการลดการบริโภคโซเดยี ม

ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์เกลือและเครื่องปรุงรสที่ลดโซเดียม
(Reduced-sodium condiments) เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคท่ี
มีความจำ�เป็นหรือมีความต้องการที่จะควบคุมปริมาณการบริโภค
โซเดยี มใหต้ าํ่ ลง ผลติ ภณั ฑด์ งั กลา่ วพฒั นาเรม่ิ ตน้ โดยสถาบนั โภชนาการ
มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ตงั้ แต่ พ.ศ. 2540 เพอื่ ตอบสนองความต้องการ
ของผู้บริโภคท่ีเป็นผู้ป่วยที่ต้องจ�ำ กัดปริมาณโซเดียมอย่างมาก ทำ�ให้
อาหารไมม่ รี สชาติ และไมเ่ ปน็ ทยี่ อมรบั ผปู้ ว่ ยปฏเิ สธการบรโิ ภคอาหาร
ผลิตภัณฑ์เคร่ืองปรุงรสท่ีลดโซเดียมพัฒนาข้ึนโดยที่ยังคงความเค็ม
ของเครอื่ งปรุงรสเดิมอยู่ แต่ใหม้ ีปริมาณโซเดยี มลดลงจากเดมิ รอ้ ยละ
40-6081 จากการใชโ้ ปแตสเซยี มคลอไรดแ์ ทนท่ี ผลิตภัณฑ์เกลอื และ

52 ลดโซเดียม ยืดชวี ติ

เครื่องปรุงรสท่ีลดปริมาณโซเดียมที่พัฒนาเร่ิมต้นนี้ได้มีการถ่ายทอด
เทคโนโลยีให้กับบริษัทเอกชน เพื่อผลิตจำ�หน่ายเป็นทางเลือกให้กับ
ผบู้ ริโภคท่มี ีความตอ้ งการใช้ ตารางที่ 16 แสดงชนดิ ของเคร่ืองปรุง
รสทม่ี กี ารลดโซเดยี มทมี่ จี �ำ หนา่ ยในประเทศ พรอ้ มปรมิ าณโซเดยี มและ
โปแตสเซียมใน 1 หน่วยบริโภค อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เกลือและ
เครื่องปรุงรสที่ลดโซเดียมไม่ได้รับการแนะนำ�ให้ใช้อย่างกว้างขวาง
เนื่องจากโปแตสเซียมคลอไรด์ท่ีใช้แทนที่โซเดียมคลอไรด์เพื่อคง
ความเคม็ ของผลติ ภณั ฑน์ น้ั ไมเ่ ปน็ ทยี่ อมรบั ของบคุ ลากรทางสาธารณสขุ
บางทา่ น เนอื่ งจากมผี ปู้ ว่ ยบางกลมุ่ ทอ่ี าจตอ้ งระมดั ระวงั ในการใช้ เพราะ
มีการสูญเสียความสามารถในการขจัดโปแตสเซียมออกจากร่างกาย
เช่น ผู้ป่วยโรคไตในบางระยะท่ีมีโปแตสเซียมคั่ง ในความเป็นจริง
โปแตสเซียมที่เพ่ิมข้ึนจากการไปแทนท่ีโซเดียมนั้นไม่มีปัญหาหรือ
อนั ตรายกบั บคุ คลทวั่ ไปทไ่ี มม่ ปี ญั หาการคง่ั ของโปแตสเซยี มแตอ่ ยา่ งใด
การศึกษาการใช้เคร่ืองปรุงรสท่ีลดโซเดียมแทนท่ีเคร่ืองปรุงรสปกติใน
ผู้ป่วยท่มี คี วามดนั โลหติ สูงเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบวา่ ทำ�ใหก้ าร
ควบคมุ ความดนั โลหติ ดขี ้ึน โดยเฉพาะสามารถลดความดันซสิ โตลิคได้
5.7 มิลลิเมตรปรอท82 ปริมาณการบริโภคโซเดียมสามารถลดลงได้
ร้อยละ 35 โดยทีป่ รมิ าณเฉลย่ี ของการบริโภคโซเดยี มเท่ากบั 2506
± 344 มิลลิกรัม สำ�หรับปริมาณการบริโภคโปแตสเซียมที่เพ่ิมข้ึน
รอ้ ยละ 41 ปริมาณการบรโิ ภคเฉลย่ี เทา่ กบั 3568 ± 497 มลิ ลิกรัม
ซ่ึงปริมาณดังกล่าวอยู่ในช่วงความต้องการของร่างกายท่ีกำ�หนดไว้
2450 - 4100 มิลลิกรมั ตอ่ วนั 7

ลดโซเดียม ยืดชีวติ 53

ตารางท่ี 16 ปริมาณโซเดียมและโปแตสเซียมท่ีอยู่ในผลิตภัณฑ์
เคร่ืองปรงุ รสท่ีลดโซเดยี ม

โซเดยี ม โปตัสเซยี ม

เครอ่ื งปรุงรสสูตร ปริมาณ ร้อยละ ปรมิ าณ รอ้ ยละ
ลดโซเดียม (มก/1ชต) ของความ (มก/1ชต) ของความ
ต้องการ ตอ้ งการใน
นํ้าปลาผสม ใน 1 วัน* 1 วนั **
ลดโซเดียม 40%
ซีอ้วิ 770 51.3 875 27.3
ลดโซเดยี ม 40%
นา้ํ จิ้มไก่ 560 37.3 700 21.9
ลดโซเดยี ม 50%
ซอสพริก 210 14.0 350 10.9
ลดโซเดยี ม 50%
ซอสมะเขอื เทศ 140 9.3 210 6.6
ลดโซเดียม 50%
45 3.0 210 6.6

* คำ�นวณเป็นร้อยละของความต้องการโซเดียมเฉลี่ย 1500 มก/วัน
** ค�ำ นวณเป็นร้อยละของความต้องการโปแตสเซียมเฉลยี่ 3200 มก/วนั

ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมียุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย
(พ.ศ. 2550-2559) โดยกำ�หนดเปา้ หมายหลกั ในการพฒั นาลดปญั หา
โรควิถชี ีวติ ทสี่ �ำ คญั 5 โรค (เบาหวาน ความดันโลหติ สงู หวั ใจขาด
เลือด หลอดเลือดสมอง มะเรง็ ) ใน 4 ด้าน คือ ลดการเกดิ โรค
ลดภาวะแทรกซอ้ น ลดการตาย และลดภาระคา่ ใชจ้ า่ ย รว่ มกบั เพมิ่ วถิ ชี วี ติ
พอเพียงใน 2 ด้าน คือ เพ่ิมการบริโภคทเี่ หมาะสมและเพิม่ การออก

54 ลดโซเดยี ม ยืดชีวิต

กำ�ลังกายท่ีเพียงพอ โดยคาดหวังผลลัพธ์ของการพัฒนาว่าจะทำ�ให้
ประชาชนมีศักยภาพในการจัดการปัจจัยเส่ียงและสภาพแวดล้อมท่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ โรควถิ ชี วี ติ ดว้ ยการรวมพลงั ขบั เคลอื่ นจากทกุ ภาคสว่ น
อยา่ งบรู ณาการ สมดลุ ยงั่ ยนื และเปน็ สขุ บนพน้ื ฐานปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง คณะทำ�งานของยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีการกล่าวถึงแผนการ
ท่ีจะลดการบริโภคโซเดียมของประชากรด้วย โดยการดำ�เนินการ
ร่วมกับภาคีต่างๆ กิจกรรมที่ผ่านมาประกอบด้วยการขับเคลื่อน
ทางสังคมและส่ือสารสาธารณะ มีโครงการรณรงค์ลดอาหารหวาน
มัน เค็ม และตรวจสุขภาพเบาหวานและความดันโลหิตสูง เช่น
การจัดให้มีวันอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) แห่งชาติ ท�ำ ดีเข้าพรรษา
No Salt-Fat-Sugar Day ขณะนอี้ ยรู่ ะหวา่ งการพฒั นาแผนดำ�เนนิ การ
ของยุทธศาสตร์ทง้ั ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรม
รณรงค์ “ลดเค็มครึง่ หน่งึ คนไทยไตไมว่ าย” ในวนั ไตโลก ในปี พ.ศ.
2554 และ 2555 เป็นการรณรงคท์ ั่วประเทศ เพ่อื เผยแพรค่ วามรู้
สร้างความตระหนักต่อพิษภัยของการบริโภคเกลือและโซเดียมเกิน
ในการป้องกันและชะลอการเส่ือมของไตในกลุ่มประชากรทั่วไป
กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร มกี ารด�ำ เนนิ งาน
ด้านสือ่ สารประชาสัมพนั ธ์ เนน้ การให้ความรูเ้ พอื่ ลดการบริโภคเคม็ มี
การพิจารณาคำ�ที่ใช้ในการสื่อสาร และด�ำ เนินการผ่านสื่อหลายอย่าง
เชน่ จดั รายการวทิ ยทุ กุ เดือน

กระแสความเคล่ือนไหวการลดการบริโภคโซเดียมของประเทศ
ตา่ งๆ ทวั่ โลก รวมทง้ั องคก์ ารอนามยั โลกไดป้ ระกาศใหก้ ารดำ�เนนิ การ
เพอื่ ลดการบรโิ ภคโซเดยี มในประชากรเปน็ ภารกจิ หนง่ึ ในสามอนั ดบั แรก
ทป่ี ระเทศตา่ งๆ ควรด�ำ เนนิ การเพื่อลดความชกุ ของโรคเรอื้ รังสง่ ผลให้
หน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศไทยมีการต่ืนตัวมากข้ึนในการ

ลดโซเดยี ม ยืดชวี ิต 55

ด�ำ เนนิ การเพ่ือลดปริมาณการบริโภคโซเดยี มในประชากร เหน็ ได้จาก
มกี ารรวมตวั ของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และองคก์ รอสิ ระตา่ งๆ ใน
การวางมาตราการต่างๆ เพ่ือลดการบริโภคโซเดียมที่มีกลุ่มเป้าหมาย
ทงั้ ประชาชนทวั่ ไป ผทู้ ่เี ป็นโรคไตหรือโรคความดนั โลหติ สูง โดยเน้น
ใหค้ วามรู้ และเพม่ิ การมสี ว่ นรว่ มจากทกุ ภาคสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ทง้ั ภาครฐั
ธุรกจิ ประชาสังคม และสอ่ื สาร

ขณะน้ีประเทศไทยมีเครือข่ายลดการบริโภคเค็มเกิดขึ้น ซึ่ง
ประกอบดว้ ย 1) กระทรวงสาธารณสขุ โดยสำ�นกั งานบรหิ ารยทุ ธศาสตร์
สขุ ภาพดีวิถีชวี ิตไทย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ กรมอนามัย
สำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมพัฒนาพัฒนาการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 2) ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่ง
ประเทศไทย 3) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล 4) สมาคม
โรคไตแหง่ ประเทศไทย และ 5) นกั วชิ าการ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิจากหลาย
ภาคสว่ น ไดร้ ว่ มกนั วางแผนในการขบั เคลอื่ นรณรงคเ์ พอ่ื ลดการบรโิ ภค
เกลือ (โซเดยี ม) ในประเทศไทย (ปงี บประมาณ 2556-2557)83 โดย
วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการทพี่ ฒั นาร่วมกันประกอบดว้ ย

 พฒั นาและสงั เคราะหอ์ งคค์ วามรู้ ขอ้ มลู วชิ าการและหลกั ฐาน
เชงิ ประจกั ษ์ (Evidence Base) ทเ่ี ปน็ ปจั จบุ นั ทส่ี ามารถนำ�ไปประยกุ ต์
ใช้ในการปฏิบัติงานลดการบริโภคเกลือ (โซเดียม) ในประเทศไทย
ท่ีสอดคล้องกับข้อจำ�กัด สภาพปัญหา และบริบทของพฤติกรรมการ
บรโิ ภคอาหารในแต่ละพน้ื ที่

 พัฒนารูปแบบแนวทางที่จะใช้ในการรณรงค์การลดการ
บริโภคเกลือหรือโซเดียมของประเทศไทยที่สอดคล้องกับสภาวะสังคม
วัฒนธรรมและบริบทของแต่ละพนื้ ที่

56 ลดโซเดียม ยดื ชวี ิต

 ถอดบทเรียนของกระบวนการพัฒนาคน และระบบงาน
โดยเฉพาะในพนื้ ท่ี Model เพอ่ื จัดทำ�คู่มือการปฏิบัตงิ าน การส่อื สาร
ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดทำ�ข้อเสนอเพื่อขับเคล่ือนงานเชิง
นโยบาย

ส�ำ หรบั กล่มุ เป้าหมายการขับเคลอ่ื นประกอบด้วย 2 กลมุ่ หลัก
คอื 1) ประชาชนท่วั ไปโดยเฉพาะเยาวชนคนรนุ่ ใหม่ รวมถึงครอบครวั
และชุมชน และ 2) ผบู้ ริหารองค์กรปกครองทอ้ งถิ่น ผ้บู ริหารราชการ
สว่ นทอ้ งถนิ่ และ สว่ นกลาง ผบู้ รหิ ารและผใู้ หบ้ รกิ ารตามหนว่ ยบรกิ าร
สาธารณสุขท้ังภาครัฐและเอกชน ผู้บริหารและลูกจ้างหน่วยงานภาค
เอกชน

จากวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่กำ�หนดไว้ แนวทางการ
ขบั เคลือ่ นเพื่อลดการบรโิ ภคเกลือ (โซเดียม) สามารถเขียนออกมาเปน็
กรอบแนวคดิ ในการด�ำ เนนิ การโครงการดงั แผนภาพที่ 5

ลดโซเดยี ม ยืดชีวิต 57

58 ลดโซเดยี ม ยืดชวี ติ แผนภาพท่ี 5 กรอบแนวคิดการขับเคล่ือนรณรงค์เพ่ือลดการบริโภคเกลือ (โซเดียม) ในประเทศไทย
(ปงี บประมาณ 2556-2557)83

ประชาชนมศี ักยภาพในการจัดการปจั จยั เส่ยี งและสภาพแวดล้อมทีส่ ่งผลกระทบตอ่ โรควถิ ีชวี ติ ด้วยการรวมพลังขบั
เคล่ือนจากทกุ ภาคส่วนอยา่ งบรู ณาการ สมดุลยั่งยืนและเปน็ สขุ บนพ้ืนฐานปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ประชาชนมีศักยภาพในการจัดการปจั จัยเสีย่ งและสภาพแวดลอ้ ม
ท่สี ง่ ผลกระทบตอ่ โรควิถชี วี ิตที่เกิดจากพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารเคม็

ปัจจัยนำ�เข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลติ (Output) ผลลพั ธ์ (Outcome) Impact

ข้ันเตรียมการ ด�ำ เนนิ การตาม Action Plan โครงการยอ่ ย 1. ม/ี เกิด base line Data Diet (หวาน 1. ระบบฐานข้อมลู Nutrient Profile 1. คนไทยมีการบริโภคเกลือไม่เกิน
การวิเคราะหส์ ภาพปัญหา/ กลุ่มเป้าหมายร่วม :1) ผู้บริโภคเน้นกลุ่ม มนั เค็ม) ได้รับการพัฒนารองรับมาตรา 7 กรมั ตอ่ วนั ในปี พศ. 2568
สถานการณป์ ัจจบุ ันเกย่ี วกับ วัยทำ�งาน /เยาวชน 2) ผู้ประกอบการ/ผู้ผลิต การลดการบริโภคเค็มของคนไทย (30% relative reduction from
1. ส�ำ รวจการบรโิ ภคเกลอื และ อตุ สาหกรรม 3) ผ้ปู รงุ อาหาร 4) ผกู้ �ำ หนดนโยบาย 2. มี/เกดิ ชุดขอ้ มลู (2.1) บทเรียนการ ภายในปี 58 base line ในปี 2025)
โซเดยี มเปน็ baseline data 5) บคุ ลากรสาธารณสุข ดำ�เนินงานตามมาตรการรณรงค์
 Dietary assessment โครงการ:1.เครือข่ายความร่วมมือพัฒนา/ปรับสูตร ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม ทั้ง 2. ปริมาณการบริโภคเกลือของคน 2. อัตราป่วย ตาย จากผลกระทบ
 urine sodium อาหารลดความเคม็ 2. ลดการบรโิ ภคโซเดยี มผา่ นการ นวตั กรรม รูปแบบ วธี ีการ จดุ อ่อน ไทยลดลง 1, 2, และ 3 กรมั ตอ่ ของการบริโภคเกลือหรือโซเดียม
2. ประเมนิ Consumer อ่านฉลาก 3.การ รณรงคส์ ่ือสารลดเค็ม 4.ประเมนิ ผ จดุ แข็ง (2.2) ข้อเสนอเชงิ นโยบายฯ คนตอ่ วนั ภายในปี 2559, 2562, ลดลงจาก baseline
ลมาตรการรณรงคล์ ดการบรโิ ภคเกลือ 5.การสร้างฐา และ 2565 จากขอ้ มลู baseline
นข้อมลู วัตถดุ บิ อาหาร/เครอ่ื งปรุงรส อาหารท้องถ่ิน 3. 90% ของกลุ่มเป้าหมายได้รับ date ในปี 2556
Empowerment เข้าถึงขอ้ มลู ข่าวสาร
ตามแผนการจัดกิจกรรม 3. จัดท�ำ ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย เพื่อลด
การบริโภคเกลือ (โซเดียม) ของ
ประชาชน

ข้ันการปฏบิ ัติ ขนั้ ตดิ ตามประเมินผล ขอ้ มลู ปอ้ นกลบั เพ่อื การปรับปรงุ
ระยะสนั้ : Media advocacy/public  ประเมินปริมาณการบริโภค พัฒนา/จัดท�ำ ขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย
education and food labeling เพ่อื ลดการบรโิ ภคเกลอื (โซเดียม)
ระยะกลางและยาว: Regulation โซเดียม
(voluntary)/Food Reformula-  Re–Dietary assessment ของประชาชนไทย
tion/maintain advocacy and  Urine sodium และ ประเมิน
education
effectiveness and cost of
all projects

แนวทาง ขน้ั ตอนในการด�ำ เนินงาน

แนวทาง/ขนั้ ตอนหลกั ในการด�ำ เนนิ การประกอบดว้ ย 4 ขนั้ ตอน
ดังน้ี

ขนั้ ที่ 1 ขนั้ เตรยี มการ ประกอบดว้ ย
1. ทบทวนวรรณกรรม ศกึ ษาเอกสาร แนวคดิ ทฤษฎี งานวิจยั
ทเี่ กย่ี วขอ้ งและทบทวนมาตรการการรณรงคเ์ พอ่ื ลดการบรโิ ภคเกลอื และ
โซเดียมท้ังในประเทศและต่างประทศ
2. การวเิ คราะหส์ ภาพปญั หา/สถานการณป์ จั จบุ นั ประกอบดว้ ย
กิจกรรม
2.1 สำ�รวจการบริโภคเกลือและโซเดียมของกลุ่มเป้าหมาย
จากวิธกี าร Dietary Surveys หรือ 24-hour urine sodium
2.2 การประเมินConsumer Behavior awareness
2.3 ส�ำ รวจและสร้างฐานข้อมูลอาหาร ที่จะท�ำ ให้รปู้ ริมาณ
เกลอื หรือโซเดียมในเมนูอาหารตา่ งๆ ท่ัวประเทศเพอ่ื เป็นประโยชนใ์ น
การขับเคลื่อนเพ่ือลดการบริโภคเกลอื หรอื โซเดยี มต่อไป
2.4 Strengthening advocacy process (capacity building)
มกี ารพฒั นาก�ำ ลงั คนใหม้ คี วามสามารถในการรณรงคเ์ พอ่ื ลดการบรโิ ภค
เกลอื (โซเดยี ม) ทั้งดา้ นนโยบาย และการสอ่ื สารสาธารณะ
2.5 พฒั นากลยุทธ์ และ Action Plan ในการขบั เคลอ่ื น
ร่วมกับภาคีเครอื ขา่ ย โดยมีรายละเอยี ดในแต่ละประเดน็ ดงั นี้
 Health Education/Social Marketing ผา่ น mass
media ด�ำ เนนิ การรณรงคด์ ว้ ยส่อื ตา่ งๆเช่น สอ่ื วทิ ยุ สือ่ สิ่งพิมพ์ สื่อ
โทรทศั น์ ปา้ ย ประกาศและของท่รี ะลึกตา่ งๆ กระจายไปทั่วประเทศ
ไปในระดับชุมชนต่างๆ

ลดโซเดียม ยดื ชีวิต 59

 Food Reformulation ประเมินปัญหาอุปสรรค
เชน่ ผลการลดปริมาณโซเดยี มในอาหารต่อความปลอดภัยของอาหาร
ปริมาณโซเดียมที่สามารถลดได้โดยไม่ส่งผลต่อคุณลักษณะต่างๆของ
ผลิตภณั ฑอ์ าหารทเี่ ป็นอยู่ รวมทง้ั ไมส่ ง่ ผลต่อรสชาติ และการยอมรับ
ของผ้บู ริโภค

 การดำ�เนินการเรื่องฉลากโภชนาการ ประเมิน
ปญั หาอปุ สรรคของการดำ�เนนิ การเร่อื งฉลากอาหาร

 ประเมนิ มมุ มองของผผู้ ลติ ตอ่ การลดโซเดยี ม ตลอด
จนการหารูปแบบการสนบั สนนุ ใหผ้ ผู้ ลิตสมคั รใจเข้ารว่ มการรณรงค์

ขน้ั ที่ 2 การด�ำ เนินการ การด�ำ เนนิ งานโครงการรณรงคเ์ พื่อ
ลดการบรโิ ภคเกลือโดยแบง่ เปน็ 2 ระยะ คอื

ระยะเริม่ ตน้ : เน้นกลยุทธ์ Health Education /Social Mar-
keting ผ่าน mass media และ ส่อื ทเี่ ปน็ วสั ดตุ ่างๆ กระจายไปทัว่
ประเทศในทุกหมู่บา้ น

ระยะตอ่ มา: เนน้ กลยทุ ธส์ รา้ งความรว่ มมอื กบั ผปู้ ระกอบการเกย่ี ว
กบั อาหาร (Voluntary involvement) เชน่ สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารปรบั เปลยี่ น
สตู รอาหารใหเ้ หมาะสมกับสุขภาพของประชาชน (Food Reformula-
tion) และมมี าตรการควบคมุ สดั สว่ นเกลอื (โซเดยี ม) ในอาหารโดยทาง
กฎหมาย (Regulation) เชน่ การติดตามเพือ่ ให้มฉี ลากตามกฎหมาย
(Food Labeling) รวมถึงการส่งเสรมิ ให้ประชาชนสามารถอ่านฉลาก
ไดอ้ ยา่ งเขา้ ใจ

60 ลดโซเดยี ม ยืดชวี ติ

ขนั้ ที่ 3 การตดิ ตาม สรุปและประเมินผล
1. ประเมินการรับรู้ของประชาชนถึงการลดการบริโภคเกลือ
(โซเดียม)
2. ประเมนิ ผลของ voluntary approach ตอ่ ความเปลยี่ นแปลง
รูปแบบอาหารสำ�เร็จรูป และพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการติดตาม
ปริมาณโซเดียมในอาหารและสามารถประเมินถึงสัดส่วนของโซเดียมที่
ไดจ้ ากแหลง่ อาหารแตล่ ะชนิด
3. ติดตามข้อมูลการประเมินรูปแบบการติดฉลากเพ่ือลดการ
บริโภคโซเดียมและผลของฉลากต่อพฤตกิ รรมการเลือกซอ้ื
4. ประเมินปริมาณการบริโภคโซเดียมต่อวันของประชาชนไทย
โดย 24-hr urine sodium และ/หรอื dietary survey

ขั้นท่ี 4 การน�ำ เสนอผลการด�ำ เนินงานเผยแพร่
เสนอทางเลือกเชิงนโยบายจากผลของมาตรการต่างๆที่ดำ�เนิน
การในโครงการและจากความรู้จากแหล่งต่างๆ (Developing the
policy option)
มาตราการลดการบริโภคโซเดียมท่ีเสนอโดยเครือข่ายลดการ
บรโิ ภคเคม็ ดงั กลา่ วอยใู่ นระยะแรกของการด�ำ เนนิ การ จงึ ยงั ไมส่ ามารถ
ประเมนิ ผลสมั ฤทธิ์ ตลอดจนปัญหา อปุ สรรค ทเ่ี กดิ ข้ึนในระหว่างการ
ด�ำ เนินการได้

แนวทางการลดการรับประทานเกลอื /โซเดยี ม/อาหารเค็ม

การประกอบอาหารรับประทานเองให้บ่อยท่ีสุดเท่าท่ีจะทำ�ได้
เป็นวิธีท่ีดีในการควบคุมปริมาณเกลือ/โซเดียมไม่ให้มากเกินต่อความ
ต้องการของร่างกาย การรับประทานอาหารสด ตามธรรมชาติ โดย
ไมม่ กี ารปรงุ แตง่ รสใดๆ ท�ำ ใหร้ า่ งกายไดร้ บั แรธ่ าตโุ ซเดยี มทเ่ี พยี งพอตอ่
ความต้องการของรา่ งกายแล้ว ดังนั้นจงึ ควรปรุงอาหารโดยเตมิ เกลอื

ลดโซเดยี ม ยืดชวี ิต 61

นํ้าปลา หรอื ซอสปรุงรสต่างๆ ใหน้ อ้ ยทีส่ ุดเทา่ ที่จะทำ�ได้ เพอื่ ปอ้ งกนั
ไม่ให้ไดโ้ ซเดียมมากเกนิ ไป จนเปน็ อนั ตรายกบั ร่างกาย

ขอ้ แนะนำ�ลดการบริโภคโซเดียม
1. รบั ประทานอาหารสด ปรงุ อาหารโดยเตมิ เกลอื นาํ้ ปลา หรอื
ซอสปรงุ รสต่างๆ ใหน้ ้อยท่สี ุด เพือ่ ใหค้ ุ้นเคยกับอาหารรสจืด
2. อาหารที่ขาดรสเคม็ จดื ชดื อาจท�ำ ใหไ้ ม่ชวนกนิ แกไ้ ขโดย
การปรงุ ใหม้ รี สเปรย้ี วหรอื เผด็ หรอื ใสเ่ ครอื่ งเทศสมนุ ไพรตา่ งๆ ชว่ ยให้
มีกลนิ่ หอมนา่ รับประทานมากขึน้ หรอื ปรุงให้มีสีสันสวยงาม
3. ลด เลิกการใสผ่ งชรู สในอาหาร
4. หลีกเลี่ยงการใช้อาหารแปรรูป อาหารสำ�เร็จรูปและ
กง่ึ ส�ำ เรจ็ รปู ตา่ งๆ อาหารหมกั ดอง อาหารกระปอ๋ ง อาหารอบแหง้ หรอื
แช่อ่ิมในกระบวนการเตรยี ม/ปรุงอาหาร
 หลีกเลยี่ งอาหารหมกั ดองเคม็ เชน่ กะปิ เตา้ ห้ยู ้ี ปลาร้า
ไตปลา ไข่เคม็ ผักดอง ผลไมด้ อง แหนม ไส้กรอกอสี าน
 หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม เช่น หมูเค็ม เบคอน ไส้กรอก
ผักดอง มัสตารด์ และเนยแข็ง
 หลีกเลี่ยงอาหารตากแห้ง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม
หอยเค็ม กุ้งแห้ง ปลาแหง้
 หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ปรุงรส ได้แก่ หมูหยอง หมูแผ่น
กนุ เชยี ง
 หลกี เลยี่ งอาหารกงึ่ ส�ำ เรจ็ รปู เชน่ บะหมส่ี �ำ เรจ็ รปู โจก๊ ซอง
ซุปซอง
 หลีกเลี่ยงอาหารสำ�เร็จรูปบรรจุถุง เช่น ข้าวเกรียบ
ขา้ วตังปรงุ รส

62 ลดโซเดยี ม ยดื ชวี ิต

5. ลดความถี่ของการบริโภคอาหารท่ตี ้องมีนํ้าจม้ิ เช่น สกุ ้ี หมู
กระทะรวมทงั้ ลดปรมิ าณของนา้ํ จ้มิ ทบี่ ริโภคดว้ ย

6. หลีกเล่ียงการรับประทานอาหารทะเลที่มีโซเดียมสูง เช่น
หอยแครง หอยแมลงภู่

7. เพ่ิมการรับประทานผัก ผลไม้ มากข้ึนให้ได้รวมวันละ
8-10 สว่ น

8. ปรับเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารให้กินจืดลง ไม่เติม
เพ่ิมบนโต๊ะอาการ เช่น ไม่ใส่น้ําปลาพริก หรือจ้ิมพริกเกลือเมื่อรับ
ประทานผลไม้ ท่ีสำ�คัญควรชิมอาหารก่อนเติมเครื่องปรุงรสต่างๆ
จำ�ไว้เสมอว่านา้ํ ปลาหรอื ซอี ้วิ โดยท่วั ๆ ไป 1 ชอ้ นชามีโซเดยี ม 350-
500 มก.

9. ไมค่ วรมเี กลอื นา้ํ ปลา หรอื ซอสปรงุ รสตา่ งๆ บนโตะ๊ อาหาร
ถ้าจ�ำ เป็นตอ้ งมเี ครอ่ื งปรงุ รสเหล่านี้ ควรเลอื กใช้ผลติ ภัณฑเ์ ครอื่ งปรุง
รสที่มีโซเดียมต่ําแทนท่ีเครื่องปรุงรสปกติ กรณีที่เป็นเกลือวางบนโต๊ะ
อาหาร ควรเลือกใช้ที่เหยาะเกลือแบบมีรูเดียวแทนชนิดท่ีมีหลายรู
สำ�หรบั เคร่ืองปรงุ รสอื่นๆ ท่เี ป็นของเหลว ควรใส่ในภาชนะท่มี ีรูแคบ

10. การซื้ออาหารสำ�เร็จรูปควรอ่านฉลากโภชนาการและเลือก
ชนิดท่ีมีปริมาณเกลอื หรอื โซเดียมนอ้ ยท่ีสุดกรณีทไ่ี ม่มฉี ลากโภชนาการ
ควรดูทีส่ ว่ นประกอบทอ่ี ยู่ในฉลากอาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารทีม่ โี ซเดียม
มากกวา่ 0.5 กรมั หรอื เกลอื 1.25 กรมั ตอ่ นาํ้ หนกั อาหาร 100 กรมั
ถือวา่ มีเกลอื /โซเดียมอยู่มาก ขณะทโ่ี ซเดยี มนอ้ ยกว่า 0.1 กรมั (เกลอื
0.25 กรัม) ถือว่ามเี กลือ/โซเดียมอยนู่ อ้ ย

ลดโซเดยี ม ยดื ชวี ิต 63

ปริมาณโซเดียมในอาหาร 1 หน่วยบริโภค

ตารางที่ 17 ปริมาณโซเดียมในอาหารปรุงสำ�เร็จพร้อมบริโภค
(Ready to eat) 1 หนว่ ยบริโภค

ชอ่ื อาหาร หนว่ ย นํา้ หนัก* ปริมาณ
บริโภค (กรมั ) โซเดียม**
ขนมจีนซาวนาํ้ 84 (มิลลิกรมั )
ขนมจีนน้ําเง้ยี ว84
ขนมจนี น้าํ พรกิ 84 จาน 364 775
ขนมจนี นา้ํ ยา84
ขนมจนี นา้ํ ยาปกั ษใ์ ต8้ 4 จาน 364 1128
ขา้ วต้มหม8ู 4
ข้าวต้มไก8่ 5 จาน 364 655
ข้าวต้มปลา85
ข้าวไขต่ นุ๋ 86 จาน 364 1525
ข้าวไข่พะโล8้ 4
ขา้ วหมูกรอบ87 จาน 364 1259
ขา้ วคลุกกะป8ิ 8
ขา้ วหน้าเปด็ ย่าง85 ชาม 334 755
ขา้ วหนา้ ไก8่ 6
ขา้ วหนา้ หม8ู 5 ชาม 334 855
ขา้ วหนา้ เนื้อ85
ข้าวหมกไก8่ 4 ชาม 334 805

64 ลดโซเดยี ม ยืดชีวติ จาน 318 623

จาน 320 976

จาน 318 700

จาน 283 1412

จาน 307 1231

จาน 360 1066

จาน 307 1154

จาน 307 1176

จาน 316 1018

ชอื่ อาหาร หนว่ ย น้าํ หนกั * ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรมั ) โซเดียม**
ขา้ วหมูแดง84 (มลิ ลกิ รัม)
ข้าวหมูทอด84 จาน
ขา้ วผดั ฮ่องกง85 จาน 320 909
ขา้ วผัดหมใู สไ่ ข8่ 5 จาน
ขา้ วมันไก่ทอด87 จาน 307 682
ข้าวหนา้ ไกท่ อด85 จาน
ข้าวมนั ส้มต�ำ 88 จาน 324 1186
ขา้ วยำ�ปกั ษ์ใต8้ 4 จาน
ขา้ วราดแกงปา่ ปลาดกุ 86 จาน 324 1257
ข้าวราดแกงมัสม่นั เนอ้ื 84 จาน
ขา้ วราดพะแนงไก8่ 6 จาน 283 934
ขา้ วราดตม้ ข่าไก8่ 6 จาน
ข้าวราดมัสมั่นไก8่ 6 จาน 283 357
ขา้ วราดไกผ่ ัดใบกะเพรา86 จาน
ขา้ วราดผดั เปร้ียวหวาน86 จาน 220 1120
ข้าวราดสะเดานํ้าปลาหวาน+ จาน
ปลาดกุ ย่าง86 230 1090
ข้าวราดแกงสม้ มะละกอ+ไขเ่ จยี ว86 จาน
ข้าวราดน้าํ พรกิ กะปผิ ักตม้ + 360 1829
ปลาททู อด86 จาน
320 790
จาน
267 641

324 988

320 746

265 1299

322 673

308 474

405 822

338 1122

ลดโซเดียม ยืดชวี ิต 65

ช่ืออาหาร หน่วย นํา้ หนัก* ปริมาณ
บริโภค (กรัม) โซเดียม**
ข้าวราดต้มย�ำ กงุ้ +หมทู อด86 (มิลลิกรมั )
ขา้ วราดแกงเลียง+หมทู อด86
ข้าวราดแกงขีเ้ หล็กปลาย่าง86 จาน 386 865
ขา้ วราดน้าํ พรกิ ออ่ ง+ผัก+ไขต่ ม้ 86
ขา้ วราดผดั สะตอ86 จาน 410 685
ขา้ วเหนยี ว+ลาบหมู+ผกั 86
ขา้ วเหนียว+นา้ํ ตกเน้อื +ผัก86 จาน 386 799
ก๋วยจ๊บั 84
บะหมี่นํ้าหมแู ดง84 จาน 500 1890
บะหม่แี ห้งหมูแดง84
เสน้ เลก็ แห้งลูกชิ้นเนื้อวัว84 จาน 298 682
เสน้ เล็กนาํ้ ลกู ชน้ิ เนือ้ วัว
เนอ้ื สดเน้อื เปอื่ ย84 จาน 284 389
เสน้ เล็กแห้งหม8ู 4
เส้นหมีแ่ ห้งลกู ช้นิ เนอ้ื ววั 84 จาน 257 460
เส้นหมีแ่ ห้งลูกช้ินเนือ้ วัว
เนอื้ สดเน้ือเป่อื ย84 ชาม 346 1204
เสน้ ใหญ่แห้งลกู ชนิ้ เน้ือววั
เนอื้ สดเนอ้ื เปอ่ื ย84 ชาม 420 1777
เส้นใหญน่ ้าํ หม8ู 4
ชาม 220 675

ชาม 225 788

ชาม 470 1786

ชาม 225 700
ชาม 225 925

ชาม 225 988

ชาม 225 857
ชาม 436 1596

66 ลดโซเดียม ยืดชวี ิต

ช่ืออาหาร หน่วย นาํ้ หนกั * ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดยี ม**
กว๋ ยเตย๋ี วเสน้ เลก็ แหง้ หม8ู 4 (มิลลิกรัม)
กว๋ ยเตย๋ี วเส้นใหญน่ ้ําเยน็ ตาโฟ84
กว๋ ยเตี๋ยวเสน้ ใหญร่ าดหน้ากุ้ง84 จาน 225 700
ก๋วยเตี๋ยวเสน้ ใหญผ่ ัดซอี ๊ิวหม8ู 4
กว๋ ยเต๋ียวแหง้ ลกู ชิ้นปลา85 ชาม 450 1076
ผัดมักกะโรนหี ม8ู 4
ผดั ไทย86 จาน 390 788
หม่กี ะท8ิ 6
จาน 325 1242

จาน 220 1107

จาน 325 819

จาน 286 1181

จาน 280 974

* นา้ํ หนักอาหารต่อ 1 หนว่ ยบริโภคได้มาจากหนงั สือนาํ้ หนักอาหาร
และรหัสสำ�หรับ INMUCAL. นครปฐม: สถาบันวิจัยโภชนาการ
มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล 255389

** ปริมาณโซเดียมในอาหารเมนูเดียวกันอาจมีความแตกต่างกันได้
เนื่องจากการปรงุ อาหารอาจใช้ส่วนประกอบที่แตกต่างกัน ค่าทีน่ ำ�
เสนอในตารางนมี้ าจากการคำ�นวณเปน็ ปรมิ าณตอ่ 1 หนว่ ยบรโิ ภค
ตามปรมิ าณของโซเดยี มทมี่ ใี นเอกสารอา้ งองิ ทแ่ี สดงปรมิ าณโซเดยี ม
ต่ออาหาร 100 กรัม

ลดโซเดียม ยดื ชวี ิต 67

ตารางท่ี 18 ปริมาณโซเดียมในอาหารจานด่วน (Fast foods) 1
หนว่ ยบริโภค

ชื่ออาหาร หน่วย นา้ํ หนกั * ปริมาณ
บริโภค (กรัม) โซเดียม**
(มลิ ลกิ รัม)

แซนวชิ ทนู า่ 90 ชิ้น 53 260
ชน้ิ
แซนวิชไส้แฮม91 ชน้ิ 43 253
ชิ้น
แซนวชิ ไก่หยองและแฮม91 ชน้ิ 49.4 175
ชิ้น
แซนวิชไสห้ มหู ยอง91 ชิน้ 45 69
ชน้ิ
แซนวชิ ไส้แยม91 ชนิ้ 44 64

แซนวชิ ไส้สังขยา91 ชิน้ 53 77

แซนวิชไสห้ มูหยองแฮม91 ชิ้น 49.4 89

แซนวิชไกท่ อดกรอบ91 ช้ิน 122 793

พซิ ซ่า ซพู รีม91 ช้ิน 112 696
ชนิ้
พิซซา่ ทะเล 103 583
ขนาด (11x11x2 ซม.)84 ชิ้น
126 565
พิซซ่าชีส (แป้งบางกรอบ)92
136 1117
พิซซา่ หน้าเนอ้ื สตั ว์
(แปง้ บางกรอบ)92 135 990
135.5 1113
พิซซ่าหนานุ่ม มที ถาดกลาง92
102 640
พซิ ซ่าหน้าเนือ้ สตั ว9์ 3

พซิ ซา่ หนานุม่ เปป๊ เปอโรนี
ถาดกลาง93

68 ลดโซเดียม ยดื ชวี ิต

ชอ่ื อาหาร หน่วย น้ําหนกั * ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดียม**
(มลิ ลกิ รัม)

พิซซ่าบางกรอบ เป๊ปเปอโรนี ชน้ิ 77 640
ถาดกลาง93
ชิ้น 89.5 653
พิซซ่าเป๊ปเปอโรน9ี 3
ชน้ิ 119 530
พซิ ซ่าฮทั _พิซซา่ หนานุ่ม
มงั สวริ ตั ิ ถาดกลาง93 ชน้ิ 101 550

พิซซา่ ฮัท_พิซซา่ บางกรอบ ชิ้น 110 544
มังสวริ ตั ิ ถาดกลาง93 ชิ้น 107.5 728
ชิ้น 90.5 391
พซิ ซา่ มังสวิรัต9ิ 3 ชน้ิ 138.5 423
ชน้ิ 145 280
ชสี เบอรเ์ กอร9์ 4 ชิ้น 99.5 402
ชิ้น 165 1150
แฮมเบอร์เกอร์เนอ้ื 94 ชิ้น 214 1040
ชิ้น 159 760
เบอร์เกอร์ปลา94 ชิ้น 159 650

แฮมเบอร์เกอรไ์ ก9่ 4 ที่ 74 1060

แฮมเบอรเ์ กอร์หม9ู 4 ที่ 74 990

ดับเบลิ้ ชสี เบอร์เกอร9์ 4

บิกแมค94

ซามูไรเบอร์เกอร9์ 4

เบเกอรไ์ ก่เปปเปอร9์ 4

เพรทเซลรสตน้ ตำ�รบั
อานตีแ้ อนส9์ 5

เพรทเซลรสงา อานต้แี อนส9์ 5

ลดโซเดียม ยดื ชีวิต 69

ชือ่ อาหาร หน่วย น้ําหนกั * ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรมั ) โซเดยี ม**
(มลิ ลกิ รมั )

เพรทเซลรสซาวครมี และหวั หอม ที่ 74 1180
อานตีแ้ อนส9์ 5 ที่
ท่ี 74 990
เพรทเซลรสกระเทยี ม ท่ี
อานตีแ้ อนส9์ 5 ท่ี 74 400
ชน้ิ
เพรทเซลรสอัลมอนด์ ชนิ้ 74 390
อานตี้แอนส9์ 5 ชิน้
ช้นิ 74 400
เพรทเซลรสลูกเกดน้ําตาลเกลซ ชน้ิ
อานตี้แอนส9์ 5 163 1080

เพรทเซลรสชินเนมอน 52 310
อานตแี้ อนส9์ 5
62.7 56
เคเอฟซี_อกสันในไก่ทอดสูตร
ต้นต�ำ รับ95 96 730

เคเอฟซี_น่องไก่ทอดสูตรต้น 51 470
ต�ำ รบั 95

น่องไก่ ขนาดกลาง
ชบุ แป้งทอด91

เคเอฟซ_ี สะโพกไกท่ อด
สตู รต้นต�ำ รับ96

เคเอฟซี_ปกี ไกท่ อดกรอบ
สูตรฮอทแอนด์สไปซ9่ี 6

70 ลดโซเดียม ยืดชีวติ

ชื่ออาหาร หนว่ ย น้ําหนัก* ปริมาณ
บริโภค (กรัม) โซเดียม**
(มลิ ลิกรมั )

เคเอฟซี_อกสันในไก่ทอดกรอบ ชน้ิ 178 1250
สตู รฮอทแอนด์สไปซ9ี่ 6
ช้นิ 55 440
เคเอฟซ_ี นอ่ งไก่ทอดกรอบ
สูตรฮอทแอนด์สไปซ9ี่ 6 ช้นิ 111 1010

เคเอฟซี_สะโพกไก่ทอดกรอบ ชิ้น 94 520
สตู รฮอทแอนดส์ ไปซ9่ี 6 ชนิ้ 17 543
ชิ้น 117 270
แมคโดนลั ส_์ แมคนกั เกต็ 6 ชน้ิ 94 ช้ิน 154 350
ท่ี 48.5 650
นักเก็ตไก9่ 2 ท่ี 45 32
ท่ี 150 1169
แมคโดนลั ส_์ เฟรนชฟ์ ราย กลาง94
ชิ้น 13.5 77
แมคโดนลั ส_์ เฟรนชฟ์ ราย ใหญ9่ 4
ท่ี 123 770
เคเอฟซี_เฟรนชฟ์ ราย เลก็ 96 50 230
ชน้ิ 85 270
เคเอฟซ_ี ทารต์ ไข9่ 6
ชน้ิ
เคเอฟซี_ไก่ปอ๊ บ96

ไก่ไม่มีกระดูกชุบแป้งขนมปัง
ทอด ขนาดกลาง91

แมคโดนัลส์_สไปซ่ี แมควิงส์
4 ชนิ้ 94

พิซซ่าฮทั _เบรดสต๊ิก 1 ช้ิน93

พิซซ่าฮัท_ซอสเบรดสติ๊ก
(3 ออนซ์) 93

ลดโซเดียม ยืดชีวิต 71

ชือ่ อาหาร หน่วย นาํ้ หนกั * ปรมิ าณ
บริโภค (กรัม) โซเดียม**
(มิลลกิ รมั )
เคเอฟซี_บาร์บีคิวซอส96 ที่ 9
15 180
เคเอฟซ_ี ซอสเปรีย้ วหวาน96 ท่ี 392 150
610
แดรค่ี วนี ส_์ บลสิ สาทชอ็ คโกแลต ถว้ ยกลาง 397
เอก็ ซต์ รีม97 334 618
382 530
แดร่คี วีนส_์ เอม็ แอนดเ์ อ็ม ถว้ ยกลาง 230
บลิสสาท97 199
140
แดร่ีควนี ส_์ โอรีโอ บลิสสาท97 ถ้วยกลาง 199
160
แดรค่ี วนี ส_์ บานาน่า สปลิท ถ้วยกลาง 220
บลสิ สาท97 84 150
97 95
แดร่คี วนี ส์_วานลิ ลา โคน ที่ 318 95
ขนาดกลาง97 170

แดรี่ควีนส์_ช็อคโกแลต โคน ท่ี
ขนาดกลาง97

แดรค่ี วีนส_์ ดปิ โคน ที่
ช็อคโกแลต ขนาดกลาง97

แมคโดนัลส_์ ไอศกรีมโคน94 ที่

แมคโดนลั ส์_ไอศกรีมโคนดิพ94 ที่

แดรีค่ วนี ส์_ช็อกโกแลต โคเวอร์ ท่ี
สตรอเบอร์รี่ ในวาฟเฟิลโบว9์ 7

72 ลดโซเดียม ยืดชีวติ

ช่ืออาหาร หนว่ ย นา้ํ หนกั * ปรมิ าณ
บริโภค (กรัม) โซเดียม**
(มิลลิกรมั )
แดรค่ี วนี ส_์ ซอฟเซริ ฟ์ ในวาฟเฟลิ ที่ 226
โคน97 135
469
แดรี่ควีนส์_คาปูชิโน่ มูลาเต้97 แกว้ 210
ขนาดกลาง 483
270
แดรีค่ วีนส์_คาราเมล มลู าเต้97 แกว้ 489
ขนาดกลาง 234 260
234
แดรี่ควีนส์_มอคค่า มูลาเต้97 แก้ว 161 210
ขนาดกลาง 234 170
234 180
แดร่ีควนี ส์_คาราเมล ซันเด97 ถ้วยกลาง 248 390
178 140
แดรค่ี วนี ส_์ ชอ็ คโกแลต ซนั เด97 ถว้ ยกลาง 140
110
แมคโดนลั ส_์ ซนั เด ชอ็ คโกแลต94 ที่

แดร่ีควีนส์_พนี ทั ซนั เด97 ถ้วยกลาง

แดรี่ควนี ส์_สับปะรด ซนั เด97 ถว้ ยกลาง

แดรค่ี วนี ส_์ สตรอเบอรร์ ี ซนั เด97 ถว้ ยกลาง

แมคโดนลั ส_์ ซนั เด สตรอเบอรร์ 9ี 7 ที่

* น้ําหนักอาหารของในแต่ละเมนูท่ีชื่อเดียวกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับ
การเตรยี มและจ�ำ หนา่ ยของแตล่ ะร้าน

** ปริมาณโซเดียมอาจมีความแตกต่างจากท่ีแสดงในตารางท้ังนี้ข้ึนอยู่กับ
สว่ นประกอบและปรมิ าณ/ขนาดของอาหาร

ลดโซเดียม ยดื ชีวติ 73

ตารางท่ี 19 ปริมาณโซเดียมในขนมอบ (Bakery) 1 หน่วยบริโภค

ช่อื อาหาร หนว่ ย น้าํ หนัก* ปริมาณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดียม**
(มิลลกิ รมั )

บราวน9่ี 2 ชน้ิ 56 178

เคก้ มไี ส/้ แยมโรล91 ชน้ิ 40 65
(ขนาด 8x2 ซม.)
ชิ้น 71 272
โรลไส้หวาน92 ชน้ิ 71 99
ช้ิน 14 45
โรลรสช็อกโกแลต85 ชิ้น 14 51
ช้นิ 14 53
คุกก้ีชอ็ กโกแลตชิพ98 ชิ้น 25 96
ช้ิน 15 62
คกุ กช้ี อ็ กโกแลตชพิ (ใชม้ าการนี )98 ชิ้น 10 60
ชิ้น 10 35
คกุ กช้ี อ็ กโกแลตชพิ (ไขมนั ตา่ํ )98 ชน้ิ 12 41
ชน้ิ 12 43
คุกกี้ขา้ วโอต๊ 98
ชน้ิ 26 80
คกุ กีเ้ นยถว่ั 98
ชน้ิ 14 41
คุกกช้ี อ็ กโกแลต98

คุกกี้วนลิ า98

คุกก9ี้ 2

คุกกเ้ี นย99

คกุ กบ้ี ราวน9่ี 9
(ขนาด 7.3x8.2x1.9 ซม.)

คุกกม้ี ะมว่ งหิมพานต8์ 5
(ขนาด 6.3x5.4x0.5 ซม.)

74 ลดโซเดียม ยืดชีวิต

ชอ่ื อาหาร หนว่ ย นา้ํ หนกั * ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดยี ม**
(มลิ ลกิ รมั )

คุกก้ีคอรน์ เฟลกส8์ 5 ชิ้น 14 38
(ขนาด 6.3x5.4x0.5 ซม.)
ชนิ้ 11 24
คุกกี้ไส้ครีม91 ชน้ิ
(ขนาด 4.2x0.7 ซม.) ชน้ิ 57 200
ชิน้ 64 300
คกุ ก้ีขา้ วโอต๊ และลูกเกด100
ชนิ้ 61 420
ชอ็ ตเบรดคกุ ก1้ี 00
ชิ้น 69.5 517
ครวั ซองไข่ ชสี เบคอน98
(ขนาด 7.6x13x4.4 ซม.) ชิ้น 61 425
ชิ้น
ครวั ซองเนย91 ชน้ิ 110 782
(ขนาด 5.9x14x3.7 ซม.) ช้นิ
ชิ้น 106 210
ครัวซองไข่ ชีส ไส้กรอก91 ช้ิน 113 320
(ขนาด 7.6x13x4.4 ซม.) ชนิ้ 141 300
109 160
ครวั ซองไข่ ชีส แฮม91 106 280
(ขนาด 13x9x.5 ซม.) 122 580

ครัวซองชอ็ คโกแลต100

ครัวซองสวที ชีส100

ครวั ซองอัลมอนด1์ 00

ครวั ซองแอปเปิ้ล100

ครัวซองราสเบอร1ี่ 00

ครัวซองแฮมและสวที ชีส100

ลดโซเดยี ม ยดื ชวี ติ 75

ชื่ออาหาร หน่วย นํ้าหนัก* ปริมาณ
บริโภค (กรัม) โซเดยี ม**
ครวั ซองผกั โขมและสวีทชสี 100 (มิลลกิ รมั )
โดนทั เคลอื บนา้ํ ตาล92 ชน้ิ
ขนมปังหน้าช็อกโกแลต91 ชิน้ 104 330
(ขนาด 8.3x9.5x2 ซม.)
เวเฟอร์รสชอ็ กโกแลต85 60 205
(ขนาด 1.5x4.5x9 ซม.)
ขนมปังเวเฟอร9์ 9 ชน้ิ 50 137
(ขนาด 1x2.5x9 ซม.)
เคก้ เนย99 ชน้ิ 25 38
(ขนาด 5.5x5x3.5 ซม.)
เค้กชิฟฟอน99 ชิน้ 14 20
(ขนาด 5.5x5x5 ซม.)
เค้กกลว้ ยหอม98 ชิ้น 35 0
(ขนาด 5x8x4 ซม.)
ชสี เคก้ 98 ชน้ิ 31 100
(ขนาด 7.5x5x1.5 ซม.)
เคก้ ผลไม9้ 9 ชิ้น 81 244
แครกเกอรช์ ีส98
(ขนาด 7x7x0.5 ซม.) ชิ้น 80 288
ช้นิ 29 78
ชิ้น 10 100

76 ลดโซเดยี ม ยืดชวี ิต

ชื่ออาหาร หน่วย นํ้าหนกั * ปริมาณ
บริโภค (กรัม) โซเดียม**
(มิลลิกรมั )

บิสกิทสอดไสส้ บั ปะรด ช้นิ 14 52
(แครกเกอร์สอดไส้สับปะรด)
(ขนาด Ø 4x1.5)91 ชิ้น 10 46
ชิ้น 50 212
ขนมปังปง้ิ ทาเนย นํา้ ตาล91 ชน้ิ 80 339
(ขนาด 9.5x5x0.8 ซม.)
ชน้ิ 80 72
ขนมปงั ทามาการนี โรยนาํ้ ตาล91
ชน้ิ 80 70
ขนมปงั ไส้คัสตาส91
(ขนาด 8.3x9.5x2 ซม.) ชน้ิ 80 128
ช้นิ 56 280
ขนมปังไส้ถวั่ แดง91 ชน้ิ 159 510
(ขนาด 10x4.5 ซม.) ชน้ิ 57 251
ชิ้น 34 179
ขนมปงั ไสเ้ ผอื ก91 ชิ้น 57 297
(ขนาด 10x4.5 ซม.)

ขนมปังไสส้ ังขยา91
(ขนาด 10x4.5 ซม.)

แมคโดนลั ส์_องิ ลชิ มฟั ฟนิ 94

โอบองแปง_บลเู บอรร์ ม่ี ฟั ฟนิ 100

มัฟฟนิ บลูเบอรร์ ี่ (ไขมนั ตํา่ )98

มัฟฟินรำ�ขา้ วและลกู เกด98

มัฟฟนิ ขา้ วโพด98
(ขนาด 6.4x5.7 ซม.)

ลดโซเดยี ม ยดื ชวี ิต 77

ชือ่ อาหาร หนว่ ย น้ําหนกั * ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรมั ) โซเดยี ม**
(มิลลิกรัม)

มัฟฟนิ ข้าวโอต๊ 98 ชิ้น 57 224
(ขนาด 6.4x5.7 ซม.)
ชน้ิ 137 729
มฟั ฟนิ องั กฤษไสไ้ ข่ ชสี เบคอน98 ชน้ิ 156 540
ชิ้น 137 820
มัฟฟนิ ดับเบ้ิลชอ็ คโกแลต100 ชิ้น 111 850
ชน้ิ 162 920
มัฟฟนิ ไส้ไข9่ 4 ชน้ิ 65 311
ชิ้น 117 311
มฟั ฟินไส้กรอก94
ชน้ิ 117 380
มัฟฟนิ ไส้ไข่ และไส้กรอก94
ชิ้น 117 288
เฟรนชโ์ ทส98 (ขนาด Ø 3.5 ซม.)
ชน้ิ 109 307
พายแอปเป้ิล98
ชน้ิ 80 140
พายบลูเบอร9่ี 8
(ขนาด Ø 3.5 ซม.) ชิ้น 113 154

พายเชอรร์ 9่ี 8 ชิน้ 117 300
(ขนาด Ø 3.5 ซม.) ชน้ิ 80 209

พายฟักทอง98
(ขนาด Ø 3.5 ซม.)

แมคโดนัลส_์ พายสับปะรด94

พายช็อกโกแลต98
(ขนาด Ø 3.5 ซม.)

พายผลไม9้ 2

พายคัสตารด์ 92

78 ลดโซเดยี ม ยืดชวี ิต

ช่อื อาหาร หน่วย นา้ํ หนัก* ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรมั ) โซเดียม**
(มลิ ลกิ รัม)

พายไก9่ 1 (ขนาด 12x5x3 ซม.) ชน้ิ 35.5 135

พายขา้ วโพด94 ชิ้น 80 220

พายเผอื ก94 ชิ้น 80 160

ขนมปังลกู เกด98 ชนิ้ 60 230

ขนมปังไสก้ รอก85 ชิ้น 49.2 258
(ขนาด 5.63x8.34x4.23 ซม.)

วอฟเฟิลธรรมดา98 ชิ้น 75 42
(ขนาด Ø 17.7 ซม.)
91 319
เดนชิ ไส้ชีส98 ชนิ้ 94 333
284 298
เดนิชไส้ผลไม9้ 8 ชิ้น 280 448
136 763
ช็อกโกแลตพดุ ดิ้ง98 ถว้ ยตวง 80 331

พดุ ดิง้ รสวนิลา98 ถ้วยตวง 82 307

ซูเฟล่ผักโขม98 ถ้วย 48 162
38 239
ชสี บัน85 (ขนาด10x4.5 ซม.) ช้นิ 116 552
116 545
ขนมปังไสก้ ระหรี่ไก่ ชน้ิ
(ขนมปงั ไสไ้ ก่)85

คัพเคก้ 92 ชิน้

แพนเคก้ 98 (ขนาด Ø 10 ซม.) ชิ้น

แพนเค้กราดน้าํ เช่อื ม98 ชิ้น

แพนเคก้ ไสช้ ีส85 ชิ้น

ลดโซเดียม ยดื ชีวิต 79

ชื่ออาหาร หน่วย นํา้ หนัก* ปริมาณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดยี ม**
แพนเคก้ ไส้ถ่ัวแดง85 (มลิ ลกิ รมั )
เอแคลร์ไส้ช็อกโกแลต91 ชน้ิ
กะหรีป่ ั๊บไสห้ วาน91 ชนิ้ 116 325
(ขนาด4.8x7x4.5)
ขนมปงั ทาเนย91 16 48
(ขนาด 8.3x9.5x2 ซม.)
ชน้ิ 45 22

ชิ้น 50 223

* น้ําหนักอาหารของในแต่ละเมนูที่ช่ือเดียวกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้ึนอยู่กับ
การเตรียมและจ�ำ หนา่ ยของแต่ละร้าน

** ปริมาณโซเดียมอาจมีความแตกต่างจากที่แสดงในตารางท้ังนี้ข้ึนอยู่กับ

ส่วนประกอบและปรมิ าณ/ขนาดของอาหาร

80 ลดโซเดยี ม ยดื ชีวติ

ตารางที่ 20 ปรมิ าณโซเดยี มในขนมขบเคีย้ ว (Snack foods) 1
หน่วยบริโภค

ช่ืออาหาร หน่วย น้ําหนกั ปรมิ าณ
บริโภค (กรัม) โซเดยี ม
(มลิ ลกิ รัม)

ถว่ั ลิสงทอด101 ทัพพี 50 8

ถั่วลิสงอบเกลอื 84 ทพั พี 50 88

มนั ฝรง่ั ทอดกรอบ รสธรรมชาต8ิ 4 ถ้วยตวง 15 66

มันฝรัง่ ทอดกรอบ ถ้วยตวง 15 121
เคลือบเนยคาราเมล102

ขนมถว่ั ลนั เตา อบกรอบ103 ถ้วยตวง 18 106
60 261
ถว่ั ลนั เตาเคลอื บอบกรอบ84 ทัพพี 50 147
50 113
ถั่วลสิ งอบนา้ํ ผึ้ง84 ทพั พี 45 125
28 83
ถ่ัวโกแ๋ ก1่ 03 ทพั พี 14 112
14 82
เมลด็ ทานตะวันอบนํา้ ผ้ึง84 ทพั พี 14 12
14 104
ธัญพืชชนิดแทง่ 92 แท่ง

ข้าวเกรยี บกุ้ง102 ถว้ ยตวง

ขา้ วโพดอบกรอบปรงุ รสเค็ม102 ถ้วยตวง

ขา้ วโพดอบกรอบปรงุ รสหวาน102 ถ้วยตวง

ขนมอบกรอบรสต่าง ๆ102 ถ้วยตวง

ลดโซเดียม ยืดชีวติ 81

ตารางท่ี 21 ปรมิ าณโซเดยี มในกลุ่มเคร่ืองดื่ม (Beverages, non
alcoholic) 1 หน่วยบริโภค

ชอ่ื อาหาร หน่วย นํ้าหนัก ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดียม**
(มลิ ลกิ รมั )

นํ้าสม้ 25%104 แกว้ 250 65
กลอ่ ง
นํา้ เสาวรส 25%84 แก้ว 250 28
แก้ว
นํ้าองุ่น 25%104 แกว้ 250 13
กลอ่ ง
นํ้าฝรัง่ 25%104 แกว้ 250 50
แกว้
นํ้าลิ้นจี่ 25%84 แก้ว 250 30
กลอ่ ง
น้าํ องนุ่ 100%84 แกว้ 250 30
กลอ่ ง
นํ้าแอปเปิ้ล 100%103 กลอ่ ง 250 45

นา้ํ ฝร่งั 100%104 กลอ่ ง 250 95

นา้ํ มะเขอื เทศ 100%104 กล่อง 250 498

นํา้ สบั ปะรด104 250 210

นํ้าสตรอเบอรร์ 9ี 5 420 35

นา้ํ แครอทผสมผลไม้รวม 100%103 200 150

นํ้าแครอทม่วงผสมผักผลไม้รวม 200 65
100%103
100 23
น้ําผักผลไม้รวมผสมบลัดออเร้นจ์
100%103 200 45

น้ําผักผลไม้รวมผสมบลัดออเร้นจ์
100%103

82 ลดโซเดียม ยืดชีวิต

ช่อื อาหาร หน่วย น้ําหนกั ปรมิ าณ
บรโิ ภค (กรัม) โซเดียม**
(มลิ ลกิ รมั )

นา้ํ ผกั ผลไม้รวม 100%103 กลอ่ ง 200 75

นา้ํ เชอร์ร่เี บอรร์ ผี่ สมนํา้ องนุ่ กล่อง 200 55
100%103

นํ้ามังคุดผสมนาํ้ ผลไม้รวม กลอ่ ง 200 45
100%103

นาํ้ ทับทิมผสมนํา้ ผลไมร้ วม กล่อง 200 65

100%103

น้ําสม้ เขยี วหวาน 100%103 กล่อง 200 10
300 80
มินิทเมดพลั พ1ิ 03 ขวด 350 10
350 5
นํา้ เกก๊ ฮวย ตราไอว1่ี 03 ขวด 250 25
250 35
นํ้าเกก๊ ฮวยผสมหลอ่ ฮังกว๊ ย103 ขวด 250 63
250 5
นา้ํ กระเจยี๊ บ84 กลอ่ ง 250 65
250 55
นา้ํ มะพรา้ ว84 แกว้ 42 15
42 15
นา้ํ พนั ช9์ 8 แก้ว 250 4

นาํ้ ลกู พรนุ 98 แก้ว

นา้ํ ตาลสด85 แกว้

น้าํ ว่านหางจระเข8้ 5 แกว้

วีต้าพรุนสกดั เขม้ ข้น พลสั 103 ขวด

วตี า้ บาลานซ์ ควนิ ซส์ กดั เขม้ ขน้ ผสม103 ขวด

แฟนต้านํา้ เขยี ว103 ขวดเลก็

ลดโซเดียม ยดื ชวี ิต 83

ช่ืออาหาร หน่วย น้ําหนกั ปริมาณ
บริโภค (กรมั ) โซเดยี ม**
(มลิ ลกิ รมั )

แฟนต้าน้ําแดง103 ขวดเล็ก 250 4

โค้ก103 ขวดเล็ก 250 15

ไวท์ที เก๊กฮวยขาว103 ขวด 350 10

ชานม103 ขวด 200 50

แมคโดนัลส_์ กาแฟเย็น94 ขวด 480 125

เอม็ 150103 ขวด 150 160

กระทงิ แดง103 ขวด 150 170

คาราบาว แดง103 ขวด 150 200

สปอนเซอร์ ออริจินลั 103 ขวด 250 200

สปอนเซอร์ กลิ่นสม้ 103 ขวด 250 120

เอม็ สปอร์ตพลัส103 ขวด 250 230

ชาเย็น85 แกว้ 250 45

เชค รส ชอ็ กโกแลต98 แกว้ 333 323

(16 ออนซ์)

เชค รส วนิลา98 (16 ออนซ์) แกว้ 333 273

คาเฟล่ าเต1้ 03 แก้ว 360 86

ชอ็ คโกแลตป่ัน103 แก้ว 420 390

** ปริมาณโซเดียมในผลติ ภณั ฑ์เดยี วกันอาจมีความแตกตา่ งกันได้ เนอ่ื งจากส่วน
ประกอบทีม่ ีอยู่ในผลิตภัณฑ์แตกตา่ งกัน ตามแตช่ อ่ื ทางการคา้ ค่าท่นี �ำ เสนอ
ในตารางน้มี าจากการค�ำ นวณเป็นปรมิ าณต่อ 1 หน่วยบริโภค ตามปริมาณ

ของโซเดยี มทม่ี ใี นเอกสารอา้ งองิ ทแ่ี สดงปรมิ าณโซเดยี มตอ่ อาหาร 100 กรมั

84 ลดโซเดียม ยดื ชีวิต

เอกสารอ้างอิง

1. Ferbes GB, Lowis AM. Total sodium, potassium and
chloride in adult man. J Clin Invest 1956; 35: 596-
600.

2. Luft FC, Zemel MB, Sowers JA, Fineberg NS, Weinberger
MH. Sodium bicarbonate and sodium chloride: Effects on
blood pressure and electrolyte homeostasis in normal
and hypertensive man. J Hypertens 1990; 8:663-670.

3. Holbrook JT, Patterson KY, Bodner JE, Douglas LW’
Veillon C. Kelsay JL, Mertz W, Smith JC. Sodium and
potassium intake and balance in adults consuming self-
selected diets. Am J Clin Nutr 1984; 40:786-793.

4. Dahl LK. Possible role of salt intake in the development
of essential hypertension- An international symposium.
Berlin: Springe; 1960. p. 52-65.

5. Valtin H, Schafer JA. Renal function: Mechanisms preserv-
ing fluid and solute balance in health. 3rd ed. Boston:
Little Brown; 1995.

6. Institute of Medicine. Dietary Reference Intakes for water,
potassium, sodium, chloride and sulfate. Washington, DC:
National Academy Press; 2004.

7. คณะกรรมการจัดทำ�ข้อกำ�หนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำ�วัน
ส�ำ หรบั คนไทย กองโภชนาการ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ .
ป ริ ม า ณ ส า ร อ า ห า ร ท่ี ค ว ร ไ ด้ รั บ ป ร ะ จำ � วั น สำ � ห รั บ ค น ไ ท ย
พ.ศ. 2546. กรุงเทพ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและ
พัสดุภณั ฑ;์ 2546.

ลดโซเดียม ยืดชวี ิต 85

8. ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ (ฉบบั ที่ 182) พ.ศ. 2541 เร่อื ง
ฉลากโภชนาการ ตพี มิ พใ์ นราชกจิ จานเุ บกษาฉบบั ทวั่ ไป เลม่ 115
ตอนท่ี 47 ง. ลงวนั ท่ี 11 มิถุนายน พ.ศ. 2541.

9. Proposed Draft General Principles for establishing Nutri-
ent reference Values for nutrients associated with risk
of diet-related noncommunicable diseases for General
Population (NRVS-NCD) Codex Committee on Nutrition
and Foods for Special Dietary Uses, 33rd Session, Bad
Soden am Taunus, 14 - 18 November; 2011.

10. U.S. Department of Agriculture and U.S. Department of
Health and Human Services. Dietary Guidelines for Ameri-
cans, 2010. 7th ed., Washington, DC: U.S. Government
Printing Office, December 2010.

11. Estimating dietary sodium intake in individuals receiving
a randomly fluctuating intake. Hypertension 1982; 4:
805-808.

12. Yoshita K, Miura K, Okayama A et al. A validation study
on food composition tables for the international coop-
erative INTERMAP study in Japan. Environ Health Prev
Med 2005; 10: 150-156.

13. Bingham S, Cummings, JH. The use of 4-aminobenzoic
acid as a marker to validate the completeness of 24 h
urine collections in man. Clin Sci. 1983; 64: 629-635.

14. Kawasaki T, Delea CS, Bartter FC, Smith H. The effect
of high-sodium and low-sodium intakes on blood pres-
sure and other related variables in human subjects with
idiopathic hypertension. Am J Med 1978; 64: 193-198.

86 ลดโซเดยี ม ยืดชีวติ

15. Fujita T, Ando K, Ogata E: Systemic and regional
hemodynamics in patients with salt-sensitive hypertension.
Hypertension 1990; 16: 235-244.

16. de Wardener HE, MacGregor GA: Harmful effects of
dietary salt in addition to hypertension. J Hum Hypertens
2002; 16: 213-223.

17. Tumilehto J, Jousilahti P, Rastenyte D, et al: Urinary
sodium excretion and cardiovascular mortality in Finland:
a prospective study. Lancet 2001; 357: 848-851.

18. Nagata C, Takatsuka N, Shimizu N, Shimizu H. Salt intake
and risk of death from stroke in Japanese men and
women. Stroke 2004; 35: 1543-1547.

19. He J, Ogden LG, Bazzano LA, Vupputuri S, Loria C,
Whelton PK. Dietary sodium intake and incidence of
congestive heart failure in overweight US men and
women: First National Health and Nutrition

20. Ito K, Kuroda K, Tsuchiya M. Gradient salt reduction
and its antihypertensive effect in patients with essential
hypertension. Magnesium 1982; 1: 224-231.

21. The Trials of Hypertension Prevention Collaborative
Research Group: The effects of nonpharmacologic
interventions on blood pressure and hypertension
incidence in overweight people with high-normal blood
pressure. JAMA 1992; 267: 1213-1220.

22. Kawamura M, Kusano Y, Takahashi T, Owada M, Sugawara
T. Effectiveness of a spot urine method in evaluating

ลดโซเดียม ยืดชวี ติ 87

daily salt intake in hypertensive patients taking oral
antihypertensive drugs. Hypertens Res. 2006; 29: 397-
402.
23. Arcand J, Floras JS, Azevedo E, Mak S, Newton GE,
Allard JP. Evaluation of 2 methods for sodium intake
assessment in cardiac patients with and without heart
failure: the confounding effect of loop diuretics. Am J
Clin Nutr. 2011; 93:535-541.
24. Kawano Y, Ando K, Matsuura H, Tsuchihashi T, Fujita
T, Ueshima H; Working Group for Dietary Salt
Reduction of the Japanese Society of Hypertension.
Report of the Working Group for Dietary Salt Reduction
of the Japanese Society of Hypertension: (1) Rationale
for salt restriction and salt-restriction target level for
the management of hypertension. Hypertens Res. 2007;
30: 879-86.
25. กองโภชนาการ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . รายงานการ
ส�ำ รวจภาวะอาหารและโภชนาการของประเทศไทย ครงั้ ที่ 3 พ.ศ.
2529. กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2529.
26. กองโภชนาการ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . รายงานการ
ส�ำ รวจภาวะอาหารและโภชนาการของประเทศไทย ครงั้ ท่ี 4 พ.ศ.
2538. นนทบรุ ี: กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ ; 2538.
27. กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงาน
การสำ�รวจภาวะอาหารและโภชนาการของประเทศไทย ครั้งที่
5 พ.ศ. 2546. กรุงเทพฯ: องคก์ ารรบั สง่ สินคา้ และพสั ดภุ ัณฑ์
(รสพ); 2549.

88 ลดโซเดยี ม ยืดชวี ติ

28. กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ และองคก์ าร
ยูนิเซฟ ส�ำ นักงานประเทศไทย รายงานการส�ำ รวจปริมาณการ
บรโิ ภคโซเดียมคลอไรดข์ องประชากรไทย; 2552.

29. สำ�นักงานสำ�รวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบ
สาธารณสขุ รายงานการส�ำ รวจการบรโิ ภคอาหารของประชาชน
ไทย การสำ�รวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายคร้ัง
ที่ 4 พ.ศ. 2551-2552; มถิ นุ ายน 2554.

30. ลือชัย ศรีเงินยวง, ธนิตา วงษ์จินดา, ฐนิดา อภิชนะกุลชัย.
สถานการณก์ ารบรโิ ภคเกลอื โซเดยี มในประชากรไทย: การศกึ ษา
เชงิ ปรมิ าณ รายงานเสนอตอ่ ส�ำ นกั โรคไมต่ ดิ ตอ่ กองควบคมุ โรค
กระทรวงสาธารณสขุ ; 2550.

31. Khaw KT, Bingham S, Welch A, Luben R, O’Brien E,
Wareham N, Day N. Blood pressure and urinary sodium
in men and women: The Norfolk Cohort of the European
Prospective Investigation into Cancer (EPIC-Norfolk). Am
J Clin Nutr 2004;80: 1397-1403.

32. Stamler J, Elliott P, Dennis B, Dyer AR, Kesteloot H,
Liu K, Ueshima H, Zhou BF; INTERMAP Research Group.
INTERMAP: background, aims, design, methods, and de-
scriptive statistics (nondietary). J Hum Hypertens 2003;
17: 591-608.

33. Henderson L, Irving K, Gregory J, et al. National Diet and
Nutrition Survey: adults aged 19 to 64 Years. Vitamin
and Mineral Intake and Urinary Analytes. London: HMSO;
2003.

ลดโซเดยี ม ยืดชีวิต 89

34. UK: Food Standards Agency. National Centre for Social
Research. An assessment of dietary sodium levels among
adults (aged 19-64) in the UK general population in
2008, based on analysis of dietary sodium in 24 hour
urine samples; 2008.

35. du Cailar G, Mimran A, Fesler P, Ribstein J, Blacher J,
Safar ME. Dietary sodium and pulse pressure in normo-
tensive and essential hypertensive subjects. J Hypertens
2004; 22: 697-703.

36. Laatikainen T, Pietinen P, Valsta L, Sundvall J, Reinivuo
H, Tuomilehto J. Sodium in the Finnish diet: 20-year
trends in urinary sodium excretion among the adult
population. Eur J Clin Nutr 2006; 60: 965-970.

37. Pavan L, Casiglia E, Pauletto P, Batista SL, Ginocchio
G, Kwankam MM, Biasin R, Mazza A, Puato M, Russo
E, Pessina AC. Blood pressure, serum cholesterol and
nutritional state in Tanzania and in the Amazon: com-
parison with an Italian population. J Hypertens 1997;
15: 1083-1090.

38. Geleijnse JM, Witteman JC, Hofman A, Grobbee DE.
Electrolytes are associated with blood pressure at old
age: The Rotterdam Study. J Hum Hypertens 1997; 11:
421-423.

39. Schroder H, Schmelz E, Marrugat J. Relationship between
diet and blood pressure in a representative Mediterranean
population. Eur J Nutr 2002; 41: 161-167.

90 ลดโซเดยี ม ยดื ชีวิต

40. Wright JD, Wang C-Y, Kennedy-Stephenson J, Ervin RB.
Dietary intake of ten key nutrients for public health. Adv
Data Vital Health Stat 2003;334:1-4.

41. Cooper R, Rotimi C, Ataman S, McGee D, Osotimehin
B, Kadiri S, Muna W, Kingue S, Fraser H, Forrester T,
Bennett F, Wilks R. The prevalence of hypertension in
seven populations of west African origin. Am J Public
Health 1997; 87: 160-168.

42. Hollenberg NK, Martinez G, McCullough M, Meinking T,
Passan D, Preston M, Rivera A, Taplin D, Vicaria-Clement
M. Aging, acculturation, salt intake, and hypertension in
the Kuna of Panama. Hypertension 1997; 29: 171-176.

43. Moraes RS, Fuchs FD, Dalla CF, Moreira LB. Familial
predisposition to hypertension and the association be-
tween urinary sodium excretion and blood pressure in
a population-based sample of young adults. Braz J Med
Biol Res 2000; 33: 799-803.

44. Bisi Molina MdC, Cunha RdS, Herkenhoff LF, Mill JG.
Hypertension and salt intake in an urban population.
Rev Saude Publica 2003; 37: 743-750.

45. Negretti de Bratter VE, Bratter P, Oliver W, Alvarez N.
Study of the trace element status and the dietary intake
of mineral and trace elements in relation to the gastric
cancer incidence in Táchira, Venezuela. In: Collery P,
Bratter P, Negretti de Bratter VE, Khassanova L, Etienne
J-C, editors. Metal Ions in Biology and Medicine. Paris:
John Libbet Eurotext; 1998. p. 557-565.

ลดโซเดียม ยดื ชีวิต 91

46. Cappuccio FP, Kerry SM, Micah FB, Plange-Rhule J,
Eastwood JB. A community programme to reduce salt
intake and blood pressure in Ghana. BMC Public Health
2006; 6:13.

47. Charlton KE, Steyn K, Levitt NS, Zulu JV, Jonathan D,
Veldman FJ, Nel JH. Diet and blood pressure in South
Africa: intake of foods containing sodium, potassium,
calcium, and magnesium in three ethnic groups. Nutrition
2005; 21: 39-50.

48. Kaufman JS, Owoaje EE, James SA, Rotimi CN, Cooper
RS. Determinants of hypertension in West Africa: contribu-
tion of anthropometric and dietary factors to urban-rural
and socioeconomic gradients. Am J Epidemiol 1996;
143: 1203-1218.

49. Beard TC, Blizzard L, O’Brien DJ, Dwyer T. Association
between blood pressure and dietary factors in the dietary
and nutritional survey of British adults. Arch Intern Med
1997; 157: 234-38.

50. Galanis DJ, McGarvey ST, Quested C, Sio B, Afele-
Fa’amuli SA. Dietary intake of modernizing Samoans:
implications for risk of cardiovascular disease. J Am
Diet Assoc 1999; 99: 184-90.

51. Liu L, Mizushima S, Ikeda K. Comparative studies of
diet-related factors and blood pressure among Chinese
and Japanese: results from the China-Japan Cooperative
Research of the WHO-CARDIAC Study. Cardiovascular

92 ลดโซเดียม ยืดชีวติ


Click to View FlipBook Version