The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง” ฉบับปรับปรุงใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-07-05 23:07:40

คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”

คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง” ฉบับปรับปรุงใหม่

Keywords: การบริหารจัดการ,จัดการขยะ

วสิทถยาบาลันัยพพรัฒะปนกาเกกาลร้าป
กครองท้องถ่ิน


คมู่ อื


การบริหารจดั การแบบ


ฉบับปรับปรุงใหม่


เอกสารวิชาการ
ดร.ไพบูลย์ โพธ์ิสุวรรณ

ลำดับท่ี 134

สวิทถยาบาลันัยพพรัฒะปนกาเกกาลร้าป
กครองท้องถ่ิน


คมู่ อื

การบรหิ ารจัดการแบบ


ฉบบั ปรับปรุงใหม่


ดร.ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ

คมู่ ือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยคุ ใหม่ ชุมชนไรถ้ งั ”


ดร.ไพบลู ย์ โพธสิ์ ุวรรณ


ข้อมลู ทางบรรณานุกรมของหอสมดุ แห่งชาต

National Library of Thailand Cataloging in Publication Data.

ไพบลู ย์ โพธิส์ ุวรรณ.

คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”.--กรุงเทพฯ :
สถาบนั พระปกเกล้า, 2563.

136 หน้า.

1. ขยะ--การจดั การ. 2. การกำจัดขยะ.   I. ชอื่ เร่อื ง.

363.728

ISBN = 978-616-476-122-3


วปท.63-43-1000.0


พิมพ์คร้งั ที่ 1 กนั ยายน พ.ศ. 2563

จำนวนพมิ พ์ 1,000 เล่ม


บรรณาธกิ าร รองศาสตราจารย์ ดร.อรทยั ก๊กผล

สมุ ามาลย์ ชาวนา


ออกแบบอินโฟกราฟกิ เกษณี ธนการศักด์ิ และ รัชชด์ ลธ์ รัตนวิเชยี ร


ลิขสทิ ธข์ิ องสถาบนั พระปกเกลา้


จดั พมิ พ์โดย

สถาบนั พระปกเกลา้

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ช้นั 5

เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วัฒนะ แขวงทงุ่ สองหอ้ ง เขตหลกั สี่ กรงุ เทพฯ 10210

โทรศพั ท์ 02-1419563-77 โทรสาร 02-1438175

เว็บไซต์ www.kpi.ac.th


พมิ พ์ท ่ี

บรษิ ทั ศนู ย์การพมิ พ์แก่นจนั ทร์ จำกดั

88/5 หมบู่ า้ นวฒั นานเิ วศน์ ซอย 5 สทุ ธสิ าร แขวงสามเสนนอก เขตหว้ ยขวาง กทม 10310

โทรศพั ท์ 0-2276-6713 โทรสาร 0-2277-8137

คำนำ

สถาบนั พระปกเกลา้








คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”
ฉบับปรับปรุงใหม่ โดย ดร.ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ เป็นหนังสืออีกหนึ่งเล่ม

ท่ีสถาบันพระปกเกล้าอยากแนะนำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อ่าน
คู่มือเล่มนี้มีท่ีมาจากงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ อปท.กับการบริหารจัดการขยะ
ภายใต้โครงการพลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง ผนวกกับการส่ังสม
ประสบการณ์ของผู้เขียนในการจัดอบรมโครงการพลเมืองยุคใหม่

ชุมชนไร้ถัง ซึ่งเป็นโครงการที่ทางสถาบันริเริ่มขึ้นเพ่ือส่งเสริมให้ประชาชน
ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพ้ืนท่ีร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยเฉพาะเร่ืองการบริหารจัดการขยะที่ถือเป็นวาระแห่งชาติท่ีทุกคนจะต้อง
ร่วมมือกัน ซึ่งโครงการพลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง ได้ดำเนินการมาแล้ว

ในระยะเวลาหนึ่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหลายแห่งที่ได้เข้าร่วม
โครงการได้นำหลักคิดและแนวทางของโครงการพลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง
ไปพัฒนากลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานตามบริบทของท้องถิ่นตนเอง
จนสามารถลดปริมาณขยะ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการขยะได้
อย่างชัดเจน ตลอดจนสามารถเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของประชาชน

ในท้องถ่ินให้มีความเป็นพลเมือง มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่น

มีจติ สาธารณะ และคดิ ถึงผลประโยชน์สว่ นรวม


สถาบันพระปกเกลา้
III

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
ในคู่มือเล่มนี้ นอกจากท่านผู้อ่านจะได้ศึกษาและทำความเข้าใจ

ในแนวคิดการบริหารจัดการขยะแบบ พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง แล้ว
ท่านยังจะได้รับทราบกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงาน ตลอดจน

การติดตามและประเมินผลโครงการ อีกท้ังคู่มือฉบับปรับปรุงใหม่นี

ได้เพ่ิมกรณีศึกษาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีเป็นต้นแบบของ
โครงการพลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง ที่ปฏิบัติจริง เห็นผลจริง ซึ่งม่ันใจ

ได้ว่าหลังจากอ่านคู่มือเล่มน้ีจบแล้ว ท่านจะเกิดแรงบันดาลใจที่นำไปส
ู่
การเปลี่ยนแปลงทอ้ งถน่ิ ครัง้ ใหญ่


สถาบันพระปกเกล้าขอขอบคุณ ดร.ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ ท่ีได้

สร้างสรรค์ผลงานชิ้นน้ีข้ึน และหวังเป็นอย่างย่ิงว่าคู่มือเล่มน้ีจะเป็น
ประโยชน์ต่อการขับเคล่ือนการบริหารจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมของ
ประชาชน และนำไปสูค่ วามเป็นพลเมืองทก่ี ระตอื รือรน้ ตอ่ ไป







(ศาสตราจารย์วฒุ สิ าร ตนั ไชย)

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า


สิงหาคม 2563




IV สถาบนั พระปกเกล้า

คำนำ
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”

ผเู้ ขียน




คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”

จัดทำขึ้น เพ่ือเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานบริหาร
จัดการขยะ และเป็นแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีสนใจจะนำ

ไปสู่การปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่การเป็นชุมชนไร้ถังขยะ ชุมชนไร้ถังขยะเป็นชุมชน
ท่ีประชาชนมีความสามารถในการบริหารจัดการขยะของตนเองจนปริมาณ
ขยะลดลงมาก ทำให้ถังขยะสาธารณะไม่มีความจำเป็นจึงถอนถังขยะ

ออกจากชุมชน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในการรองรับปัญหา
ไม่มีท่ีท้ิงขยะในอนาคต เพ่ือเป็นพลังและผู้นำของสังคมท่ีจะแสวงหา
ทางออกในการแกป้ ญั หาขยะด้วยตนเอง

คู่มือนี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ในส่วนแรกเป็นการนำเสนอแนวคิด

ในการบริหารจัดการขยะตามแนวโครงการพลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง
ส่วนท่ีสองเป็นการนำเสนอกระบวนการดำเนินงาน ส่วนที่สามเป็นการ

นำเสนอแนวทางการติดตามและประเมินผล ตลอดท้ังผลกระทบต่อสังคม
เศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อมและการบริหารจัดการ และปัจจัยผลสำเร็จหลัก
และส่วนท่ีสี่เป็นการนำเสนอกรณีศึกษาของหน่วยงานที่ได้นำแนวคิด

ไปดำเนินการตามบริบทพื้นท่ีของตนเอง การนำเสนอคู่มือน้ีเป็นการ

นำเสนอแบบการเลา่ เร่อื ง และเปน็ ภาษาทง่ี า่ ยไมเ่ ป็นทางการ

ขอขอบพระคุณ ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบัน

พระปกเกล้า รองศาสตราจารย์ ดร.อรทัย ก๊กผล รองเลขาธิการสถาบัน

พระปกเกล้า ท่ีกรุณาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการมาโดยตลอด

สถาบนั พระปกเกล้า

ขอบพระคุณ คุณสุมามาลย์ ชาวนา และคุณอติพร แก้วเปีย ทีมงาน
วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ท่ีร่วมกัน

ดำเนินงานโครงการมาต้ังแต่ต้น คุณเนาวรัตน์ สายชุ่มอินทร์ ที่อนุเคราะห์
ภาพกิจกรรมชุมชนไร้ถัง และสำนักงานไร้ถัง และ ดร.ศิริวรรณ หัสสรังสี
ทีก่ รุณาตรวจทานโครงเร่ืองการนำเสนอจนสำเรจ็ ลุลว่ งด้วยดี


คู่ ืมอการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
ในฐานะท่ีเป็นผู้คิด ผู้ทำ และผู้เล่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือน้ี

จะเป็นประโยชน์ในการปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาขยะในพ้ืนท่ีองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นของท่าน งานบริหารจัดการขยะเป็นงานที่ไม่มีวันแล้วเสร็จ

มีความท้าทายใหม่ ๆ ให้ต่อสู้กันอยู่เป็นนิจ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน

นำแนวคิดน้ีไปสู่การปฏิบัติและในขณะเดียวกันก็ขอความกรุณาจากท่าน
ร่วมกันคิดค้นหาทางสร้างนวัตกรรมในการดำเนินงานงาน เพื่อส่องทาง
สรา้ งเมอื งสร้างบา้ นให้รุน่ ลกู รุ่นหลานไดอ้ ย่อู าศยั อย่างย่ังยนื สืบไป


ดร.ไพบลู ย์ โพธ์สิ ุวรรณ


ผเู้ ลา่ /ผู้วิจัย








VI สถาบันพระปกเกลา้

สารบญั


หนา้


คำนำสถาบนั พระปกเกล้า III


คำนำผู้เขยี น V


ส่วนที่ 1 บทนำ 5
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”

1.1 แนวคดิ การบริหารจัดการขยะแบบชุมชนไร้ถังขยะ 7


1.2 การวเิ คราะห์บริบทพ้นื ท่ีหรอื สภาวการณ์แวดล้อม 38


ของทอ้ งถิ่น

1.3 การวิเคราะห์ความเป็นมาของปัญหาขยะของทอ้ งถ่ิน 47


ส่วนท่ี 2 กระบวนการดำเนนิ งานเพอ่ื กา้ วไปสูช่ ุมชนไรถ้ งั ขยะ 55

2.1 ข้นั ตอนหลกั ทห่ี น่ึง การตดั สนิ ใจและประกาศเปน็ 57

นโยบายของผบู้ ริหาร


2.1.1 กระบวนการตัดสินใจและประกาศนโยบาย 57


2.1.2 กระบวนการสาธิตการจัดการขยะเพ่อื ลด 60



ปรมิ าณขยะ


2.1.3 กระบวนการวางแผนการดำเนินงานในภาพรวม 70


2.2 ข้ันตอนหลกั ท่ีสอง การอบรมเพอื่ สร้างวิทยากรตวั คณู 76


ในชุมชนและจัดทำแผนปฏิบัตกิ ารชมุ ชน


2.2.1 การอบรมเพอ่ื สรา้ งวทิ ยากรตวั คณู 77


2.2.2 การจัดทำแผนการดำเนินงานในระดบั ชมุ ชน 78

2.3 ขั้นตอนหลักทส่ี าม การลงปฏิบตั ใิ นชมุ ชน 81


สถาบนั พระปกเกล้า
VII

สารบัญ


หน้า


ส่วนท่ี 3 การติดตามและประเมนิ ผลการดำเนินงาน ผลกระทบ 85

และปจั จัยผลสำเร็จ

คู่ ืมอการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
3.1 การติดตามและประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน 87

3.2 ผลกระทบของโครงการ 93

3.3 ปัจจยั ผลสำเร็จหลัก 38


ส่วนที่ 4 กรณีศกึ ษา: ต้นแบบชมุ ชนไรถ้ ัง 103

องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลประดู่ยืน 105


อำเภอลานสกั จังหวัดอุทัยธาน


องค์การบริหารสว่ นตำบลม่วงลาด 108


อำเภอจังหาร จงั หวดั ร้อยเอด็


องค์การบริหารสว่ นตำบลเหลา่ หลวง 111


อำเภอเกษตรวสิ ัย จงั หวัดร้อยเอ็ด


เทศบาลตำบลภูสงิ ห์ 114


อำเภอสหสั ขนั ธ์ จังหวดั กาฬสนิ ธุ์


เทศบาลเมืองชยั ภมู ิ 117


อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูม


เทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธุ์ 120


อำเภอเมือง จังหวดั กาฬสินธุ


โรงเรยี นอนุบาลทบั สะแก 123


อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรขี ันธ์


ประวตั ผิ ูเ้ ขียน 112


VIII สถาบนั พระปกเกล้า

สารบัญตาราง


หนา้


ตารางที่ 1 แสดงแนวคำตอบในการสาธติ การแยกและการจดั การขยะ 62


และวสั ด ุ


ตารางที่ 2 การกำหนดผู้รบั ผดิ ชอบในแต่ละภาคสว่ น 74
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ตารางที่ 3 แบบรายงานผลการดำเนนิ งานรายเดือน 88

ตารางท่ี 4 แบบรายงานผลการดำเนนิ งานรายไตรมาส 90


สถาบนั พระปกเกลา้
IX

คู่ ืมอการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”

สารบญั ภาพ



ภาพประกอบท
่ี หน้า


ภาพท่ี 1 เชค็ สถานการณก์ ารบริหารจัดการขยะในปจั จุบนั 4

ภาพที่ 2 ภาพไหนท่ีอยากให้ชมุ ชนของท่านเปน็ 9

ภาพที่ 3 แสดงขยะรมิ ทาง 13

ภาพที่ 4 แสดงขยะตกค้างในชุมชน 15

ภาพท่ี 5 ภเู ขาขยะ 17

ภาพท่ี 6 รถดบั เพลิงทำการดบั ไฟจากกองขยะ 18

ภาพท่ี 7 ถังขยะส่ีส ี 22

ภาพท่ี 8 ถงั ขยะส่ีสีแยกประเภทใหม่ 23

ภาพที่ 9 ขยะ 4 ยคุ 25

ภาพท่ี 10 ขยะตามแนวทางชุมชนไรถ้ ัง 33

ภาพที่ 11 แสดงชุมชนไร้ถงั ในเทศบาลเมืองเขาสามยอด 34

ภาพที่ 12 คา่ นยิ มชุมชนไร้ถงั 36

ภาพที่ 13 แสดงปริ ามดิ ประชากร 41

ภาพที่ 14 แสดงขยะในชุมชนเมือง 49

ภาพที่ 15 แสดงท่ตี ้ังถังขยะกอ่ นการดำเนนิ งาน 51

ภาพที่ 16 การวเิ คราะห์ข้อมลู ขยะท้องถน่ิ 53

ภาพที่ 17 แสดงภาพเปรยี บเทียบชมุ ชนไรถ้ ังและชมุ ชนมีถัง 58

ภาพที่ 18 แสดงภาพตวั อยา่ งสถานการณ์ปจั จุบัน 59

ภาพท่ี 19 แสดงการสาธติ การจัดการถุงพลาสตกิ 64

ภาพที่ 20 แสดงการจดั การเศษพลาสติก 65

ภาพที่ 21 แสดงการจัดการเศษอาหาร 66

ภาพที่ 22 แสดงการจัดการวัสดุอนิ ทรีย์ 67

ภาพท่ี 23 แสดงจดุ จดั การขยะ 68

ภาพท่ี 24 แสดงการจดั การขยะทเ่ี ป็นพิษ 68

ภาพที่ 25 มุง่ สกู่ ารเป็นชุมชนไรถ้ งั 84

ภาพที่ 26 การติดตามและประเมนิ ผลโครงการ 92

ภาพท่ี 27 วสั ดุกับการยอ่ ยสลาย 100




สถาบันพระปกเกลา้

คมู่ อื การบริหารจัดการขยะแบบ

“พลเมอื งยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
ทนั ทีที่ท่านรองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า คือ
ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.อรทัย ก๊กผล ได้ปรารภกับ
ผมว่า เราทำโครงการพลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถังมาก็นานและม

ผลการดำเนินงานเชิงประจักษ์ และหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
สามารถพัฒนาตัวเองจนประสบผลสำเร็จในการบรรลุเป็นองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถ่ินไร้ถังขยะ และหลายแห่งก็สามารถลดปริมาณขยะได้ในปริมาณ
มากซ่ึงก็มีหลายชุมชนเป็นชุมชนไร้ถังมีช่ือเสียงในระดับชาติ แต่การให้

การสนับสนุนทางวิชาการในการลงไปร่วมปฏิบัติการในพ้ืนที่ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถให้บริการทางวิชาการ

ได้ทั่วถึงทุกองค์กรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จึงอยากให้จัดทำคู่มือ

การบริหารจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพ่ือมุ่งสู่ชุมชนไร้ถัง
เพื่อเผยแพร่เป็นแนวทางในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ด้วยตนเอง โดยให้เป็นคู่มือง่าย ๆ ปฏิบัติได้จริง และให้นำเสนอ

ในลักษณะการเล่าสู่กันฟัง เม่ือผู้ใหญ่ให้ความสำคัญผมเองและน้อง ๆ

ผู้ร่วมงานพื้นท่ีมานานก็ชักช้าไม่ได้ครับ เลยได้หารือกับน้อง ๆ ทีมงาน

ที่ขยันขันแข็งและน่ารักในโครงการเราได้แก่ น้องโอ๋ (สุมามาลย์ ชาวนา)
และน้องกลอย (อติพร แก้วเปีย) ท่ีได้ลงไปปฏิบัติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554
ถึงรปู แบบค่มู อื ท่ีนา่ จะงา่ ยวา่ จะมีหนา้ ตาเป็นอยา่ งไร


น้องเขาก็ได้ไปหารือผู้รู้และได้กำหนดประเด็นในการจัดทำคู่มือ

มาให้ผมว่า คู่มือนี้มุ่งหวังส่ือสารไปยังผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้สนใจโดยทั่วไป ให้เขียนเป็นเรื่องเหล้า..
ขออภัย..เรื่องเล่า ใช้ภาษาง่าย ๆ ที่เป็นกันเอง เหมือนนั่งคุยกันสบาย ๆ
และให้มีองค์ประกอบที่สำคัญแบ่งออกเป็นครึ่งหน้าแข้ง หรือว่าสามส่วนนั่น
แหละครับ ซ่งึ แต่ละส่วนกม็ ีองคป์ ระกอบไมม่ ากไม่น้อย ดังนีล้ ะครบั


สถาบันพระปกเกลา้

ส่วนแรกน้องเขาให้เขียนเป็นบทนำ บทนำน้ีจะเป็นบทหลักของคู่มือ คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”

นี้ครับ เพราะเป็นการปูพ้ืนฐานที่จะให้เข้าใจแนวคิดความเป็นมาและ

หลักคิดในการดำเนินงานเพ่ือมุ่งสู่ชุมชนไร้ถัง วิเคราะห์ประเด็นพ้ืนฐาน

ในบริบทหรือสภาพการณ์ของพ้ืนที่ท่ีจะส่งผลต่อการเกิดขยะในพื้นท่ีองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และวิเคราะห์ความเป็นมาของปัญหาขยะของพ้ืนท่ี
ท้องถ่ินเพ่ือจะได้เป็นฐานในการกำหนดนโยบาย เป้าหมายการดำเนินงาน
และออกแบบกระบวนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ชุมชนไร้ถังครับ ส่วนนี้
ต้องการให้เกดิ การเข้าใจเพื่อเปลี่ยนใจมามุง่ สกู่ ารเป็นชมุ ชนไร้ถังครับ


ในส่วนที่สองน้องเขาให้ผมแนะนำกระบวนการดำเนินงานท่ีจะนำ
แนวทางการเปล่ียนแปลงจากชุมชนที่มีถังขยะ ไปสู่ชุมชนท่ีไร้ถังขยะ หรือ
จากชุมชนที่ไม่มีถังขยะกำลังเรียกร้องขอให้จัดหาถังขยะ ไปสู่ชุมชนที่ไม่
เรียกร้องถังขยะและหันมาจัดการขยะของตนเอง รวมท้ังบทบาทของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและการมีส่วนร่วมของประชาชน และภาคส่วน
ต่าง ๆ ว่าจะฮ่ือยะจะใด เฮ็ดจั๊งดั๋ย ท่ำพร้ือ หรือว่าทำอย่างไร เดี๋ยวจัดให้
นะครับ ตรงส่วนน้ีต้องการชี้ให้เห็นว่าจะเปล่ียนวิธีทำจากเดิมมาทำแบบ
ใหมอ่ ยา่ งไรใหก้ ้าวสู่ชมุ ชนไร้ถัง


และแล้วก็มาถึงส่วนสุดท้ายเน่อคับ ส่วนท่ีสามก็จะว่าด้วย

การประเมินผลงานและพัฒนางานให้ยั่งยืน เพราะเขาให้แนะนำว่าเราจะ
ประเมินผลการดำเนินงาน ผลสำเร็จและผลกระทบที่เกิดข้ึน รวมท้ัง

ในส่วนปัจจัยแห่งผลสำเร็จที่จะนำไปสู่การพัฒนาให้เกิดความย่ังยืนย่ิงข้ึน
นะครับ ก็คือตรงนี้เราจะเปล่ียนการมองจากผลเพียงการทำให้เสร็จ

เป็นผลสำเร็จของการบริหารจัดการขยะของท้องถิ่นเราครับ เอาละครับ
เนื่องจากมีข้อจำกัดในจำนวนหน้ากระดาษ ต่อจากนี้ไปก็จะขออนุญาต

พาท่านผู้อ่านไล่เรียงต้ังแต่ส่วนที่หนึ่ง ตามด้วย ส่วนที่สองและสาม

ตามลำดับนะครับ


สถาบันพระปกเกล้า

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”


ภาพที่ 1 เชค็ สถานการณก์ ารบรหิ ารจดั การขยะในปัจจบุ นั

สถาบนั พระปกเกล้า

บทนำ
1
สว่ นท่ี

ในสว่ นทเี่ ปน็ บทนำซงึ่ จำเปน็ จะตอ้ งอธบิ ายความเปน็ มาของแนวคดิ
และการทำความเขา้ ใจถงึ สภาพปญั หาขยะขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
เพื่อเป็นพ้ืนฐานในการกำหนดนโยบายและกระบวนการดำเนินงาน ก็จะ
ขออนุญาตมิตรรักแฟนเพลงแบ่งเน้ือหาบทนำออกเป็น 3 ประเด็นหลัก
ละกันนะครับ ได้แก่ แนวคิดการบริหารจัดการขยะแบบชุมชนไร้ถัง

การวิเคราะห์บริบทพื้นท่ี และการวิเคราะห์ความเป็นมาของปัญหา

เราจะเริ่มจากแนวคิดในการบริหารจัดการขยะแบบชุมชนไร้ถัง

เลยนะครบั

สว่ นที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


1.1 แนวคดิ การบรหิ ารจัดการขยะแบบชมุ ชนไร้ถงั ขยะ




“อะไรกันนะ บ้าไปรึเปล่า ไร้ถังขยะ ไม่มีถังขยะ เลอะเทอะ

เขามีแต่ให้เพิ่มถัง แยกสี ไม่มีถังขยะ จะให้เอาไปท้ิงไหน” คำถามและ
ข้อสงสัยเหล่านี้ผมแอบได้ยินในห้องน้ำแทบจะทุกคร้ังท่ีจะมีการนำเสนอ
แนวคิดเร่ืองชุมชนไร้ถัง หรือก่อนการฝึกอบรมเพ่ือทำความเข้าใจ

ในแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบชุมชนไร้ถัง ก็ไม่ได้แปลกใจเลยครับ
ที่มีคำถามแบบนั้น เพราะเรามีการสอนให้ท้ิงขยะลงถัง และมีการแจกจ่าย
ถังขยะกันมากว่า 30 ปี ถังขยะไม่เพียงแต่ต้ังอยู่ริมทาง ข้างตู้โทรศัพท์
ขยับมารวมปากซอย รุกเข้าไปอยู่ในบ้าน ขยายฐานไปสำนักงานและ

ในรถ เราจึงมีความเคยชินท่ีจะอยู่กับถังขยะและรู้สึกว่ามันเป็นเรื่อง
ธรรมดาที่จะต้องมีถังและต้องท้ิงลงถังเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขนไปกำจัด แต่เอาละครับ ขอเวลานิดเดียว
ผมขอถามคืนบ้างนะครับ ถามสักห้าชุดคำถามนะครับ ถามเพื่อพาท่าน
ระลึกถงึ ผลงานการจัดการขยะในภาพรวมของบ้านเรากนั ซกั หน่อยนะครับ


คำถามทวี่ า่ นไี้ มย่ ากครบั คำถามชดุ แรกกค็ อื การบรหิ ารจดั การขยะ
เราต้องการให้ขยะลดหรือเพิ่มครับ ตอบซิ..คิคิ..ต้องการให้ลดใช่ไหมครับ
แต่ท่ีผ่านมาสถานการณ์ขยะของประเทศเราขยะลดไหมครับ ไม่ลด มีแต่
เพ่ิม น่านไง ว่าแล้ว จริงเลยครับ จากข้อมูลสถิติปริมาณขยะมูลฝอยตั้งแต่
ปี 25571 ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ แปลว่า

เป็นเร่ืองใหญ่เร่ืองสำคัญเร่งด่วนของชาติ ตอนน้ันประเทศไทยมีขยะเฉล่ีย
วันละ 7.17 หม่ืนตัน และเมื่อถึงปี 2561 ประเทศไทยมีขยะถึง 7.6

หม่ืนตันต่อวันหรือปีละ 27.8 ล้านตัน ถ้าชั่งเป็นกิโลก็ประมาณ

76 ล้านกิโลกรัมต่อวัน จากประชากรในทะเบียน 65.5 ล้านคน และ

1 www.statbbi.nso.go.th


สถาบนั พระปกเกลา้

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นที่ 1


คนนอกทะเบียน อิอิ ผมหมายถึงนักท่องเท่ียวบ้าง คนงานต่างชาติบ้าง

อีกซักล้านคน ถ้าคิดคำนวณคร่าว ๆ ว่าเอาซัก 66.5 ล้านคน เฉล่ียแล้ว
ง่าย ๆ ก็คนละประมาณ 1.14 กิโลกรัมต่อวัน สรุปข้อน้ีก่อนครับว่า

เราไม่ประสบผลสำเร็จครับ เพราะเราต้องการให้ขยะลดแต่มันเพ่ิม

ก็แสดงว่าเราประสบผลสำเรจ็ หรอื ลม้ เหลวครับ ล้มเหลวเนาะ ถูกตอ้ งครับ


คำถามชุดที่สองครับ การบริหารจัดการขยะเราอยากให้ค่าใช้จ่าย
ในการจดั การขยะลดลงเพอ่ื จะไดน้ ำงบประมาณไปพฒั นาดา้ นอนื่ ๆ ไหม
คำตอบว่าไงครับ ตรงกันครับ อยากให้ค่าใช้จ่ายลด แต่การดำเนินงาน

ท่ีผ่านมาทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการลดลงไหมครับ คำถามข้อนี้
ตอบได้ง่ายมาก ในเมื่อขยะเพิ่ม ก็จะต้องซื้อถังเพิ่ม ซื้อรถเพ่ิม จ้างคนเพิ่ม
จา่ ยคา่ นำ้ มนั คา่ ซอ่ มบำรงุ รถเพมิ่ จา่ ยคา่ กำจดั ขยะเพม่ิ เปน็ เงาตามตวั ครบั
ก็แสดงว่าส่ิงที่เราได้กับสิ่งท่ีเราปรารถนาไม่ตรงกันเลยครับ ข้อนี้เราก

ไมป่ ระสบผลสำเร็จครับ


คำถามชุดที่สาม สำหรับท่านท่ีมีท่ีทิ้งขยะนะครับ ปัจจุบันนี้เรานำ
ขยะไปทิ้งหรือนำไปกำจัดที่ไหนครับ ตรงน้ีคงจะพอตอบได้นะครับ

ท้ิงร่วมกับศูนย์จัดการขยะ หรือ cluster หรือไม่ก็มีท่ีทิ้งขยะเอง ตอบต่อ
อีกสักนิดนึงครับ ที่ท้ิงขยะที่เราใช้อยู่จะใช้ได้อีกก่ีปี อาจจะตอบได้ครับ

3 ปี 5 ปี 15 ปี ทีน้ีลองตอบต่อประเด็นท่ีสุดยอดนะครับ ถ้าทิ้งตรงน้ี

ตอ่ ไปไมไ่ ดอ้ กี เราจะไปทงิ้ ไหนครบั มนั เปน็ อุ๊ ๆ อะ๊ ๆ ตอบยากใชไ่ หมครบั
ถ้าเราตอบไม่ได้ก็แสดงว่าเรากำลังเดินสู่ทางตันในเวลาอีกไม่นาน

นกึ ภาพขยะตกคา้ งในวนั ทร่ี ถขยะเราเสยี ไมไ่ ดไ้ ปเกบ็ ขยะในชมุ ชนดนู ะครบั
วา่ จะเละเทะขนาดไหน แลว้ ทส่ี ำคัญตำบลกระสุนตกน่าจะไปอยทู่ ไ่ี หนครับ


คำถามชุดที่สี่ สำหรับท่านท่ียังไม่มีถังขยะให้ชุมชน และชุมชน

ก็เรียกร้องจะให้มีถังขยะนะครับ ถ้าท่านวางถังลงในชุมชน ท่านมีรถ

มีพนักงานเก็บแล้วหรือยังครับ แล้วที่สำคัญคือท่านจะนำไปท้ิงไหน


สถาบนั พระปกเกล้า

ส่วนที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


จะทิ้งได้นานเท่าใด ถ้าตอบไม่ได้ก็อย่าเพิ่งซื้อถังนะครับ เพราะท่ีเขามีถัง
แล้วเขาก็กำลังปวดหัวในเรื่องท่ีท้ิงนี่แหละ คำถามต่อมาครับ ตอนนี้
ประชาชนจัดการขยะอย่างไร ถ้าตอบว่าเผาหรือฝังเองก็น่ากลัวครับ

เพราะอาจจะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ท่านจะยอมให้เกิดมลพิษต่อไป

หรือไม่ครับ ขอถามต่อนะครับว่า แล้วมีการนำขยะไปทิ้งในท่ีสาธารณะ

ไหมครับ ถ้ามี เราอยากจะหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ไหมครับ ถ้าตอบว่า
“อยาก” เราก็จะถามกนั ต่อนะครับ


คำถามชุดท่ีห้า ระหว่างภาพซ้ายกับภาพขวา ท่านอยากให้ชุมชน
ของท่านเปน็ ไปตามภาพไหนครบั


ภาพที่ 2 ภาพไหนท่อี ยากให้ชมุ ชนของทา่ นเป็น




ภาพซ้ายมือเป็นภาพของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเขาสามยอด
อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ครับ ส่วนภาพขวามือเป็นพื้นที่เขตองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืนครับ เอาแบบไหนดีครับ เลือกหน่อย ตอบว่า

ซ้ายมือนะครับ ตรงกันกับผมเลย จากภาพท่านว่าภาพไหนน่าจะได้มาจาก
วิธีการด้ังเดิมคือตั้งถัง ตอบได้เลยครับเพราะภาพมันฟ้อง คำตอบคือ

ภาพขวา แล้วภาพข้างซ้ายน่าจะมาจากการดำเนินการตามแนวคิดใดครับ
ตอบตรง ๆ วา่ แนวคิดแบบชมุ ชนไร้ถงั ทเี่ ปน็ หัวข้อคู่มือเราไงครบั


สถาบันพระปกเกลา้

่คู ืมอการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นที่ 1


ทำไมจะต้องเป็นวิธีน้ีล่ะ ทำไมต้องไร้ถัง แล้วไร้ถังจะอยู่ได้อย่างไร
ย่ังยืนไหม น่ีเป็นเรื่องท่ีเราจะได้เสวนาพาเพลินกันต่อไปละครับ ก่อนจะไป
ลงในรายละเอียดของเร่ืองถังรองรับขยะ หรือถังขยะ ผมว่าเรามาทำ

ความเข้าใจและรู้จักขยะก่อนนะครับ เพราะท่ีจริงแล้วเราสู้เร่ืองขยะ

จึงจำเป็นต้องรู้เร่ืองขยะเสียก่อน ทำนองเดียวกับที่ท่านปรมาจารย์ซุนวู
เคยวา่ เอาไวว้ ่าร้เู ขารเู้ รารบร้อยครง้ั กช็ นะรอ้ ยครั้งละครับ


ขอเหล้า...ขออภัยครับ..ดื่มเหล้าไม่ดีครับ ขอเล่าความย้อนหลัง
ประวัติของขยะไปสกั ครึง่ ศตวรรษ และจะขอแบ่งขยะออกเป็นยคุ ๆ ช่วง ๆ
ไม่เป็นหลินปิงและหลินฮุ่ย นะครับ เพราะถ้าไกลไปกว่านั้นเล่าไม่ได้เพราะ
ยังไม่ได้เกิด เอาที่พอจำความได้นะครับ ตอนเป็นเด็กผมจะดีใจมากถ้า

พ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาพี่ญาติซ้ือขนมมาฝาก แบบว่าตระกูลใหญ่ครับ
เลยญาติเยอะ วัสดุที่ห่อของมาส่วนใหญ่เป็นใบตองครับ ไปงานวัดซื้อ

ถ่ัวลิสงต้มก็ใช้กระทงใส่ใบตองกล้วย ท้ิง ๆ ไว้ข้างทางหรือริมร้ัวบ้าน

ก็หายไป เวลามีงานใบไม้ใบตองกวาดกองรวมกันขุดหลุมฝังบ้าง รอให้แห้ง
แล้วก็เผาบ้าง ตามตลาดก็มีเพียงเข่งรับใบตองแล้วก็ขนไปท้ิงข้างป่า

ก็จบแล้วครับ มีรถเข็นหรือรถบรรทุกเล็ก ๆ บรรทุกไปก็พอ เม่ือเวลา

ผ่านไปก็จะมีการเน่าเป่ือยย่อยสลายไปตามธรรมชาติเป็นปุ๋ยเป็นดินไป

ยคุ แรกนี้ ผมเรียกวา่ เป็นยุคใบตองครบั


ต่อเน่ืองจากยุคใบตอง ยุคท่ีสองเป็นยุคกระดาษครับ แต่ก็ไม่ได้
หมายความว่าเลิกใช้ใบตองนะครับ แต่ก็มีกระดาษเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต
ประจำวันมากขนึ้ ตอนเรียนหนังสอื ช้ันประถมโรงเรียนวัด ผมก็ลูกครึ่งครบั
คร่ึงใบตองคร่ึงกระดาษ จำได้ว่าเวลาห่อพริกเกลือไปกินกับมะขามอ่อน

ถ้าสมุดเขียนหมดแล้ว นอกจากจะฉีกมาพับทำว่าวแล้วยังห่อพริกเกลือ

ได้อีก แต่ถ้าไม่มีกระดาษก็จะยังคงใช้ใบตอง เรียนหนังสือประถมหนึ่ง

ยงั ไม่ได้ใช้กระดาษครบั ใช้กระดานชนวน ประถมสองลูกครึง่ คร่งึ กระดาน

10 สถาบนั พระปกเกลา้

ส่วนที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ชนวนครง่ึ กระดาษ มาประถมสามคอ่ ยกระดาษล้วน ๆ กระดาษกเ็ ปือ่ ยง่าย
และเผาได้ง่ายกว่าใบตอง เร่ิมมีกล่องกระดาษ และมีคนเอาลูกกวาด

มาแลก ลูกกวาดบ้านผมเรียกว่าไข่ข้ีเกี้ยมครับ แลกมากินกันทั้งวัน

แลบลิ้นให้เพื่อนดูลิ้นเป็นสามสีเลย การจัดการกับเศษกระดาษและใบตอง
กไ็ ม่ยากใชไ่ หมครับ


ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การจัดการขยะของบ้านเราในภาพรวมเมื่อสัก

ส่ีซ้าห้าสิบปีย้อนหลังซึ่งเป็นยุคใบตองและยุคกระดาษ จึงมีความเรียบง่าย
ไม่ซับซ้อน ไม่พูดภาษาหรูให้สับสน ในระดับครัวเรือนสามารถจัดการ

ได้เองง่าย ๆ เน่ืองจากสังคมส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม ทำไร่

ทำสวน ขยะส่วนใหญ่มาจากบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุที่เป็นธรรมชาติ เช่น

เศษอาหาร ใบตอง หวาย ไม้ ไม้ไผ่ หรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระดาษ

ในชนบทสามารถจัดการได้ด้วยการเผา ฝัง หรือกองให้ย่อยสลายตาม
ธรรมชาติสบาย ๆ


ไม่เพียงแต่ว่าสบาย ๆ ในชนบทนะครับ การจัดการขยะในเมือง

ก็ง่าย เพียงเก็บรวบรวมแล้วนำไปกองในที่ท่ีจัดไว้เป็นท่ีท้ิงขยะตาม

ป่าสาธารณะหรือท่ีที่มีไว้สำหรับทิ้งขยะเป็นการเฉพาะ วัสดุอินทรีย์ก็ม

การย่อยสลายตามธรรมชาติ หากแห้งแล้วถ้ามีปริมาณที่จะล้นท่ีท้ิงก็เผา
หรือไม่ก็มีการขุดหลุมเพื่อท้ิง การท่ีโครงสร้างของขยะเป็นวัสดุธรรมชาติ

ที่ย่อยสลายได้ง่าย การบริหารจัดการขยะจึงไม่มีปัญหาในการดำเนินงาน
เน่ืองจากประชากรยังไม่หนาแน่น ทำให้มีปริมาณน้อย และโครงสร้างขยะ
ประกอบด้วยวัสดุอินทรีย์จึงย่อยสลายได้ทัน ไม่เหลือกองหรือกระจาย

ออกไปนอกบรเิ วณ


ในสองยุคแรกน้ีคงจะพอเห็นกันได้ชัดเจนนะครับการบริหารจัดการ
ในเขตชนบทก็ง่าย ๆ แค่ปล่อยทิ้งไว้ หรือไม่ก็ฝัง บางครั้งก็เผา ก็จบ

ส่วนในเมืองก็แค่ทำคอก หรือท้ิงลงเข่งแล้วก็ขนไปท้ิงในที่ที่ไกลไปจาก

สถาบนั พระปกเกลา้
11

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
ส่วนท่ี 1


ชมุ ชน อาจเปน็ ทว่ี า่ ง หรอื ขา้ งปา่ คอื สรปุ งา่ ย ๆ วา่ ขยะคอื สง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งทง้ิ ครบั
และเราก็ไม่ได้แยกประเภทขยะที่ซับซ้อนอะไรมากครับ ผมจำได้ว่า

เข้าค่ายลูกเสือ ท้ังลูกเสือนักเรียน และลูกเสือชาวบ้าน และไทยอาสา
ป้องกันชาติ หรือ ทสปช. วิทยากรให้ขุดหลุมสองหลุมเรียกว่าหลุมแห้ง
และหลุมเปียก หลุมแห้งไว้เผาส่ิงของท่ีแห้ง หลุมเปียกไว้ฝังส่ิงท่ีเปียก

ซึ่งเผาไม่ได้เม่ือฝังแล้วก็ปรับระดับดินให้เสมอ หลุมแห้งเผาแล้วก็ฝังกลบ
ปรับระดับดินให้เรียบร้อยเหมือนกันกับหลุมเปียก เลิกค่ายไร้ขยะ

เลยครับ บ้านผมเรียกว่าแปนเอิดเติดครับ ฉะอาดเนียน ๆ เบยยย... แล้ว
กย็ งั สอนให้นำไปใช้จดั การขยะในบ้านของตนเองดว้ ย


ยุคใบตองและยุคกระดาษเรายังชนะอยู่ครับ เทคโนโลยีท่ีใช้ก็เข่ง
คอก รถเขน็ รถบรรทุกขนาดเลก็ ปลาย ๆ ยุคกม็ สี อนให้ทิ้งลงถัง เพื่อหวัง
เอาไปทิ้งบ้านคนอื่น แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกันนะครับ ยุคน้ีก็มีพลาสติก
แล้วนะครับแต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทิ้ง ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ล้างแล้วล้างอีก

ถงุ พลาสตกิ เปน็ ของหายาก พลาสตกิ ไมถ่ กู ทง้ิ เลย กระปอ๋ ง ขวดบรรจภุ ณั ฑ์
น้ำปลา เหลา้ ก็จะเกบ็ คนื หมด เริม่ จะมปี ญั หาในยคุ ต่อมานแี่ หละครับ


ยุคที่สาม ผมว่าเด่นชัดในสมัยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แห่งชาติฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2525-2529) ซ่ึงมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ
ชนบทและการพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กัน โดยมีการกระจาย
อุตสาหกรรมไปสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างย่ิงโครงการพัฒนาพื้นท่ีชายฝ่ัง
ตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด ท่ีได้มีการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตพลาสติกเพื่อใช้ประโยชน์เป็นบรรจุภัณฑ์
หรือหีบห่อ เคร่ืองอุปโภค เคร่ืองมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันท่ีเคยทำจากวัสดุ
ธรรมชาติได้ถูกแทนท่ีด้วยพลาสติก โดยเฉพาะถุงพลาสติกและโฟมที่ถูก
นำมาใช้อย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ยุคที่สามนี้ผมจึงเรียกว่าเป็น

ยุคพลาสติก ครับ พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์มีอายุในการย่อยสลาย


12 สถาบันพระปกเกล้า

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ก็ประมาณส่ีร้อยห้าสิบปี ส่วนโฟมก็อยู่ได้พอ ๆ กับฮ่องเต้ในหนังจีน คือ
เป็นหมื่น ๆ ปี คือไม่มีวันย่อยสลาย การทิ้งในลักษณะเดิมจึงก่อให้เกิด
ปัญหาขยะรมิ ทาง ขา้ งปา่ รมิ น้ำ ในคลอง อยา่ งท่เี ราเห็นกนั ละครับ


ภาพท่ี 3 แสดงขยะรมิ ทาง




หลุมแห้งหลุมเปียกแบบเดิมท่ีเคยใช้ในขยะยุคท่ีหน่ึงและสองรองรับ
ความอึดความทนของพลาสติกไม่ไหวละครับ ก็มีพลาสติกกองให้เห็น
เกล่ือนกลาด เม่ือเป็นเช่นนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้เริ่มตระหนักถึง
การเปลี่ยนแปลงและความเสียหายจากปัญหาขยะ เช่น โครงการตาวิเศษ
โดยชมรมสร้างสรรค์ไทย ท่ีมีแนวความคิดที่จะกระตุ้นเตือนให้คนไทย
ตระหนักถึงปัญหาส่ิงแวดล้อม และร่วมกันป้องกันมิให้มีการท้ิงขยะ

ที่ไม่ถูกต้อง ร้องเพลงตาวิเศษเห็นนะ และในภาครัฐก็ได้ให้ความสำคัญ

เช่นเดียวกัน ได้มีการก่อสร้างหลุมฝังกลบขยะท่ีถูกสุขลักษณะ มีการจัด

ถังขยะรองรับขยะในที่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนนำไปทิ้ง มีรถจัดเก็บขยะ

ท่ีทันสมัย มีการรณรงค์ให้ลดขยะท่ีต้นทางโดยใช้หลัก 3Rs ได้แก่ Reduce
Reuse และ Recycle มีการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน ปลูกจิตสำนึก

ทอดผ้าป่าขยะ ธนาคารขยะ ขยะแลกไข่ ขยะทองคำ การประดิษฐ์สิ่งของ
จากขยะ กิจกรรมแยกก่อนทิ้ง การประกวดรางวัลการจัดการขยะและ

สิ่งแวดล้อม การรวมกลุ่มกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์จากขยะ รวมท้ัง

สถาบันพระปกเกล้า
13

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


แสวงหาเทคโนโลยีเพื่อจัดการขยะ อย่างแพร่หลายทั้งในส่วนกลาง

ส่วนภมู ิภาค และสว่ นท้องถิ่น


พูดถึงเร่ืองถังรองรับขยะน่ีเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตก็เยอะครับ เมื่อมี
การสอนให้ท้ิงลงถัง ชาวบ้านชาวช่องอย่างผมก็อยากได้ถังครับ แต่มีอยู่
อย่างหนึ่งอะครับ ไม่อยากพูดแต่ว่าขอหน่อยนะ...คือว่าไม่อยากซ้ือเองครับ
อิอิ..ใครบอกคนน้ันหามา ดังน้ันเร่ืองแรกท่ีจะคุยหากว่ามีการประชาคม

ทำแผนพัฒนาท้องถ่ินคือ ขอถังขยะมาไว้ในชุมชนครับ บางท่ีก็ตัดพ้อต่อว่า
แกมขู่สมาชิกสภาหรือนายกต่อหน้าท่ีประชุมว่า แค่ถังขยะยังหามาให้
ชุมชนไม่ได้ก็ลาออกซะ ให้คนอ่ืนเขามาเป็น เร่ืองง่าย ๆ แค่น้ีเอง ท่ีผมรู้
เพราะว่าผมเคยว่าเขาเองครับ ต้องขออภัยย้อนหลัง ถังในยุคแรกก็เป็นถัง
ทำจากยางรถยนต์เป็นรูปกลม ๆ แต่ก็พัฒนากันเร่ือยมาทั้งมีขา มีล้อ มีฝา
มีโซ่ล่าม และก็รุ่นเกือบล่าสุดคือรุ่นถังกลมมีเชือกหูหิ้วตรงกลางถังครับ
ส่วนรุ่นสี่สีอยู่ในขยะยุคที่ส่ี ซึ่งอดใจรอสักนิดนึงนะครับ เด๋ียวจะย้อนกลับ
มาเล่าใหฟ้ ัง ขอลยุ ในยคุ ทส่ี ามให้จบกอ่ น


ก็เป็นสิ่งท่ีดีครับท่ีทุกคนหันมาช่วยกัน บ้านเมืองเราจะได้สะอาด

เป็นระเบียบ ขยะจะได้ไม่กระจัดกระจาย แต่ว่าพอผ่านไปประมาณ

3 ทศวรรษหรือสักสามสิบปี ผลที่ได้กลับเป็นอีกอย่าง เพราะว่าในชุมชน
กลับเต็มไปด้วยถังขยะและชุมชนก็พ่ึงตนเองไม่ได้ต้องรอรถขยะมาเก็บ
อย่างเดยี ว จงึ มภี าพเมอื งน่าอย่ขู องแมลงสาบและหนูดงั ท่เี หน็ นแี่ หละครบั


14 สถาบันพระปกเกล้า

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ภาพที่ 4 แสดงขยะตกค้างในชมุ ชน




เม่ือถึงตอนน้ี ท่านว่า ถ้ายืนใกล้ถังจะได้กลิ่นเหม็นเปร้ียวหรือ

กลิ่นลาเวนเดอร์ครับ ฮ่า ๆๆๆ ติดตัวมาถึงบ้าน ลูกถามว่าพ่อไปนอนหนุน
หมามาจากไหน ถามอีกหน่อย หลุมเปียกหลุมแห้ง และทิ้งในป่าละเมาะ
แบบเดมิ ยงั จะสามารถใชแ้ กป้ ญั หาขยะแบบนไี้ ดอ้ ยไู่ หมครบั แนน่ อนวา่ ไมไ่ ด้
เพราะยุคพลาสติกมันปนกัน ท้ังใบตอง กระดาษ พลาสติกและโฟม

พวกเศษอาหาร ก่ิงไม้ ใบหญ้า ใบตอง กระดาษ อาจจะเน่าเป่ือย

ย่อยสลายได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน แต่ถุงพลาสติกและโฟมไม่ใช่ครับ ใช้เวลา
นานมาก ถึงแม้ว่าวิธีการเดิมใช้ไม่ได้ผลในยุคท่ีสามแล้ว แต่หลายองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่มีทางเลือกครับยังต้องท้ิงแบบเดิม จึงมีกองขยะ
สะสมสูงขน้ึ หลายแหง่ กเ็ ต็มหรือถูกคำส่ังใหป้ ดิ


บางองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อสร้าง
เตาเผาและหลมุ ฝงั กลบ ทัง้ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ อลงั การงานสรา้ ง ถงึ กบั
ต้องเชิญรัฐมนตรีไปเป็นประธาน บางแห่งก็ใจกว้างเปิดให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นอื่นมานำขยะมาร่วมกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล พูดง่าย ๆ

ก็คือเอามาทิ้งด้วยแต่เก็บตังค์ครับ ยกเว้นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นั้น ๆ เป็นท่ีตั้งของที่กำจัดขยะ ก็ให้ใช้ร่วมกันโดยไม่เก็บค่าทิ้งครับ

สถาบนั พระปกเกลา้
15

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


อิอิ...เกรงใจอ่ะ.. เป็นอันว่าพ่ึงพาอาศัยกันครับ ปัจจุบันหลายแห่งก็ถูก
กำหนดให้เป็นศูนย์กำจัดขยะรวมของพ้ืนท่ีหรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า
Cluster อ่านว่า คล้ัสเถ่อร์ แบบท่ีเราพูดกันว่าเป็นคัดเต้อ น้ันแหละครับ
ส่วนตัวผมคัดเต้ออันนี้แหละแปลว่าที่ทิ้งขยะของเพื่อน ๆ ครับ ในส่วน

รถขนก็ท้ังแบบเปิดข้างอัดท้ายขนไปท้ิงท้ังสี่ล้อหกล้อ ทั้งเงียบ ๆ และติดต้ัง
เคร่ืองเสียง แต่ท่ีเหมือนกันคือเหม็นครับ ส่ิงที่เจ้าของบ้านคิดก็คือเมื่อไหร่
รถขยะจะมา ขยะบ้านเราเน่าแล้ว เงินค่าขยะก็จ่ายแล้วทำไมช้าจัง พอ

รถขยะมาก็ปิดบ้านปิดแอร์ช่ัวขณะ แล้วก็ภาวนาใหม่ว่าเม่ือไหร่รถขยะจะไป
ซะที ....ตรแู ละครอบครวั เหมน็ ...


กจิ กรรมหลกั ๆ ทใี่ ชจ้ ดั การขยะโดยตรงกอ็ ยภู่ ายใตแ้ นวคดิ นแี่ หละครบั
“สอนให้ทิ้งลงถัง และหวังไปท้ิงบ้านคนอ่ืน” ถึงแม้ว่าจะช่วยกันท้ิงลงถัง
และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจะพยายามเก็บไม่ให้ตกค้างในบ้านเรา

ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ถึงแม้จะมีถังและปริมาณขยะท่ีมากข้ึนก็ตาม

ส่วนใหญ่ก็ยังขนไปท้ิงบ้านคนอ่ืนได้ทัน แต่ด้วยระยะเวลาในการย่อยสลาย
ของส่ิงที่เรานำไปท้ิงแต่ละอย่างใช้เวลานานเป็นหลายร้อยปี ถึงหม่ืน ๆ ปี
บ้านคนอ่ืน เน้นว่า “บ้านคนอ่ืน” นะครับ ซ่ึงเป็นสถานที่ที่เราขนขยะ

ไปทิ้งจึงมีส่ิงประดิษฐ์แบบใหม่ในยุคปัจจุบันซ่ึงเจ้าของชุมชนเดิมเขา

ไม่อยากได้ ที่เห็นได้ท่ีสามารถมองเห็นจากนอกโลกได้เลยละครับ มันคือ
ภูเขาขยะ ดภู าพนแี้ ล้วทา่ นอยากไดไ้ ปตัง้ ไวท้ างเข้าหมบู่ า้ นทา่ นไหมครับ


16 สถาบันพระปกเกล้า

ส่วนที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ภาพท่ี 5 ภูเขาขยะ




เมื่อมีการนำขยะของยุคที่สามคือยุคพลาสติกไปทิ้ง ณ สถานท
่ี
ท้ิงขยะซึ่งเคยทิ้งวัสดุอินทรีย์ท่ีมาจากธรรมชาติในยุคท่ีหนึ่งและสองคือ

ยุคใบตองและยุคกระดาษ ขยะในยุคท่ีสามย่อยสลายช้า จึงยุบลงไม่ทันกับ
ปริมาณขยะท่ีเพิ่มเข้ามาใหม่ ทำให้สภาพที่ท้ิงขยะเดิมท่ีเป็นหลุมเต็มล้น

และเม่ือนานวันเข้าก็สะสมสูงข้ึนจนเป็นภูเขาขยะละครับ และท่านลอง

นึกดูครับ หากเกิดฝนตกและพายุเข้าก็จะก่อให้เกิดมลพิษจากน้ำชะขยะ

ที่ทั้งซึมลงไปในดินไปผสมกับน้ำใต้ดิน และไหลออกข้างนอกเข้าสู่ชุมชน
หรอื ไหลไปรวมกับนำ้ ในแหลง่ น้ำธรรมชาติซ่งึ เปน็ แหลง่ น้ำกนิ นำ้ ใช


เล่ามาถึงตอนน้ีท่านคงเห็นความแตกต่างแห่งยุคได้ชัดแล้วนะครับ
ในยุคที่ยังใช้วัสดุท่ีเป็นธรรมชาติ คือยุคใบตองและยุคกระดาษ ประชาชน
ในชนบทสามารถทิ้งข้างทางหรือในบริเวณพ้ืนที่เกษตรกรรม ส่วน
ประชาชนในเมืองก็ท้ิงลงภาชนะที่หน่วยงานเตรียมไว้ในแต่ละพ้ืนท่ี ก็ไม่ได้
มีปัญหาความเดือดร้อนมากนักเพราะไม่นานก็ย่อยสลายใช่ไหมล่ะ แต่ใน
ยุคที่ใช้วัสดุสังเคราะห์โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกและโฟม หากยังทิ้งขยะ
กระจัดกระจายจากทั้งการทิ้งไม่เป็นท่ี สัตว์คุ้ยเขี่ย หรือลมพัด มีบางส่วน
อยู่ใกล้แม่น้ำลำคลองก็โยนลงคลองทำให้เกิดมลพิษทางน้ำและมีภูมิทัศน

ที่ไม่สวยงาม จึงต้องให้ทิ้งลงถังและขนไปทิ้งข้างนอก แต่เม่ือมีมากข้ึน


สถาบนั พระปกเกล้า
17

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
ส่วนที่ 1


กองเยอะข้ึนก็ได้นำวิธีการเก่าในยุคท่ีหนึ่งที่สองคือการเผามาใช้ด้วยความ
เคยชิน ทำให้ก่อเหตุมลพิษทางอากาศ เม่ือเผากองขยะที่โตก็คือกองไฟ

ท่ีโตข้ึนครับ พระเอกของเราต้องออกมาละครบั รถดบั เพลิง


ภาพที่ 6 รถดับเพลิงทำการดบั ไฟจากกองขยะ




ท่านท่ีรัก มาถึงตรงนี้แล้ว งง ๆ อยู่เหมือนกันละครับว่าเรามาถึง
ตรงนี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เราก็ช่วยกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชา
สังคม ก็ช่วยกันอยากจะให้เป็นเมืองสะอาด เราทำในต้นน้ำคือชุมชน

ก็รณรงค์เร่ืองความสะอาด ให้ท้ิงลงถัง ดังน้ัน ชุมชนท่ีไม่มีถังก็..อิอิ..

นิดนึง..ส่วนหน่ึงก็จัดการเอง บางส่วนก็ขอฝากไปทิ้งถังบ้านคนอ่ืน ใส่ถุงดำ
ใหญ่ ๆ มัดปากไปท้ิงในตลาด หรือโยนข้างทางบ้าง ...ฮ่า ๆๆๆๆ ในส่วน
กลางน้ำ เราก็ไม่ได้ดำน้ำ เราทำตามมาตรฐานจัดเก็บได้หมดจดทันเวลา
ตกค้างบ้างเวลารถขยะยางร่ัวหรือเข็นแล้วสตาร์ทไม่ติดต้องหารถอื่นมาลาก
และส่วนปลายน้ำ คือท่ีทิ้งขยะก็ทำงานทั้งแยกทั้งกองท้ังกลบทั้งฝังกัน

หามรุ่งหามค่ำ แต่ผลที่ออกมาขยะกลับเพ่ิมขึ้น ๆ และมีแนวโน้มว่า

ทท่ี ง้ิ ปลายน้ำ จะกลายเปน็ ท่เี ราจะจมนำ้ แล้วละสิ เพราะอะไรหรือครับ


18 สถาบนั พระปกเกล้า

ส่วนท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ที่ว่าเช่นน้ันก็เพราะว่าอยู่ ๆ จู่ ๆ ก็มีจังหวัดใหญ่ในภาคเหนือ

แห่งหนึ่งประสบกับปัญหาไม่มีที่ท้ิงขยะเม่ือปี 2537 และ 2541 ซึ่งส่งผล
ให้มีขยะตกค้างเน่าหอมเน่ากระเทียม สรุปว่าเน่าเหม็นนะครับ ก่อให้เกิด
ความเดือดร้อนแก่ประชาชน เน่ืองจากมีขยะตกค้างอยู่ในครัวเรือนและ
ชุมชน นอกจากน้ันยังส่งผลถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมือง

หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องทุ่มเท
กำลังกันสุดความสามารถกว่าจะได้ที่ทิ้งขยะแห่งใหม่ไกลออกไปเป็น

ร้อยกิโลเมตร ไปกลับก็ร่วมสองร้อยกิโลเมตร ท่านท่ีเคารพ นอกจาก

ความเสียหายที่ขยะตกค้างแล้ว ยังมีความเสียหายอ่ืนท่ีจะตามมาก็คือ

ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายและกำจัดจะต้องเพิ่มขึ้นมาแหง ๆ ละครับ แล้วที่
สำคัญไปกว่านั้น แล้วถ้าท่ีที่เขานำขยะไปทิ้งแห่งใหม่เต็มหรือมีเหตุที่ทำให้
ไม่สามารถนำไปท้ิงได้ แล้วจะนำไปทิ้งที่ไหนได้อีกล่ะครับ จะมีให้ไหมหนอ
ใครหนอจะให้ทีเ่ ราเปน็ ท่ีท้งิ ขยะอีก


ท่านท่ีเคารพครับ สิ่งที่ผมกังวลเพิ่มอีกก็คือ พอหันมาดูรอบข้างทุก
พื้นท่ีได้แก่จังหวัดอื่น ๆ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ก็ทำ

เช่นเดียวกันกับจังหวัดท่ีว่าน้ีแหละ ดังน้ันก็น่าจะเดินไปสู่จุดที่ไม่มีท่ีทิ้งขยะ
เช่นเดียวกัน และจะต้องหาท่ีท้ิงใหม่ไกลออกไปกว่าเดิม มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
และอนาคตก็มืดมนในการหาที่ท้ิงขยะใหม่ ผมว่าในยุคท่ีสามนี่เราออก
อาการเป๋แล้วละครับ ฮ่ี ๆๆๆๆๆ แต่วิธีการยังสอนให้ทิ้งลงถัง หวังขนไปท้ิง
บ้านคนอื่นอยู่เช่นเดิมนะครับ ผมเองก็เริ่มตั้งข้อสงสัยว่า เราน่าจะเดินมา
ผิดทางซะแระ นึกถึงปรมาจารย์ผู้ล่วงลับมาเป็นพัน ๆ ปีอีกรอบ ท่านว่า
ในการยุทธ์ เป้าหมายมั่นคง วิธีการไม่แน่นอน กลยุทธ์ย่อมแปรเปลี่ยนไป
ตามสภาวการณ์แวดล้อม


พอพิจารณา ในเร่ืองขยะแล้ว เอ๊ะ เป้าเราม่ันคงหรือยัง เออก็ชัดนะ
เก็บให้หมด แต่เอ๊ะ ไม่ใช่นี่เก็บแล้วไม่มีท่ีท้ิง เออ เป้าเราคือหาที่ท้ิงเหรอ

สถาบันพระปกเกล้า
19

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


อ้าวก็ยังไม่ชัด แต่อุ๊ย!!! วิธีการกลับชัดแฮะ ให้ท้ิงลงถัง เน้น 3Rs
(Reduce Reuse and Recycle) จำได้ ๆ เคยออกข้อสอบเล่ือนระดับ
ข้าราชการมาแล้ว แต่สำเร็จไหม ไม่เลย เรามีภูเขาขยะแล้ว จะไม่มีที่ท้ิง
แล้ว ประชาชนพึ่งตนเองไม่ได้แล้ว ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มข้ึนแล้ว มีถังขยะเป็น
แถว ๆ แล้ว ทำไงดีละครับ ผมเองก็รอคำตอบ ในระหว่างรอก็ทำตามท่ี

เขาบอกละครบั ตอ่ มาไดม้ โี อกาสศกึ ษาแนวคดิ การบรหิ ารงานเชงิ ยทุ ธศาสตร์
จึงทราบว่าถ้าจะทำงานให้สำเร็จต้องตั้งเป้าผลสำเร็จให้เป็นก่อน แล้วค่อย
ไปคิดวิธีทำ อ้าว! มิน่าล่ะเราท่องและทำตามวิธีทิ้งลงถังนั่งท่องสามอาร์เป็น
มหาคาถามหานิยมมาตั้งนาน ตอนน้ีรู้แล้วทำไมจึงไม่สำเร็จซะทีก็เพราะ

เราไม่มีเป้าน่ีเองครับ เป้าการดำเนินงานนะครับ ไม่ใช่เป้าสายันห์ สัญญา

พี่เขาสบายไปแลว้


เอาไงดีครับ ก็เลยลองมาคิดว่า ลองคิดใหม่ซิว่าเป้าเราคืออะไร

ฮ่า ๆๆๆๆๆ ง้ายง่ายครับ คำถามง่ายมาก แต่คิดไม่ออกครับว่าเป้าหมาย
ผลสำเรจ็ ของการจัดการขยะคอื อะไร นานพอสมควรครับ นานจนจำไมไ่ ด้
ว่านานเท่าใด มีวันนึงเป็นวันหวยออก ที่แผงลอตเตอรี่...คิคิ..ผมเห็นเขา

เต็ง ๆ โต๊ด ๆ กลับหน้ากลับหลัง ก็เลยนึกได้ เออ!!! เขาสอนให้ทิ้งลงถัง
หวังขนไปทิ้งบ้านคนอ่ืน แล้วขยะเยอะขึ้น เรามาลองโต๊ดดูซิ ว่าถ้าไม่สอน
ให้ท้ิงลงถัง ไม่หวังขนไปท้ิงบ้านคนอ่ืน ขยะจะลดลงไหม อืมมม์! ถ้าไม่ให้
ท้ิงลงถัง ถ้ามีถังอยู่ก็ยังคงทิ้งต่อ เฮ้!!!! ต้องเอาถังออก ถ้าจะเอาถังออกไป
เลยถกู รมุ สกรมั แน่เลยตรู ฮา่ ๆๆๆ !!! นกึ ออกแล้ว ต้องทำให้ไม่เหลอื ขยะ
ในบ้านสิ เม่ือไม่มีขยะไปทิ้ง ถังก็ไม่จำเป็น หมดขยะ ก็หมดถัง ขยะเกิด
จากคน ถ้าคนไม่ผลิตก็ไม่มีขยะ ฮ่า ๆๆ ฮิ ๆๆ แก้ท่ีคน ผลก็คือไม่มีขยะ
เม่ือไม่มีขยะ ก็ไม่ต้องมีถัง อ้าว เย้! นึกออกแล้วเป้าหมายเราคือ ชุมชน
ไร้ถังขยะ ชุมชนไทยไร้ถังขยะๆๆๆๆ แนวคิดนี้จึงเกิดตอนน้ีแหละ

ท่านผู้ชม ทำอย่างไรจะได้กลับมาเล่ารายละเอียดต่อในส่วนท่ีสองนะครับ
ขอวกมาประวัติขยะต่อครับผม เราถึงยุคท่ีเท่าใดแล้วนะ อ๋อ ยุคที่สามครับ

20 สถาบนั พระปกเกลา้

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ทวนอีกที ยุคแรกใบตอง ยุคที่สองกระดาษ ยุคท่ีสามพลาสติก เราเริ่ม
ออกอาการเปจ๋ ะแพใ้ นยคุ ทีส่ ามนะครับ ลองเดาครับยุคทส่ี ค่ี ือยคุ อะไร


มิตรรักแฟนเพลงครับ ลองเข้าไปแผนกเคร่ืองใช้ไฟฟ้าในห้างนะครับ
ง่าย ๆ นะครับ เขายังขายโทรทัศน์หลังยาว ๆ อยู่ม้ัยครับ ไม่มีเนาะ มีแต่
สี่เหลี่ยมแบน ๆ แขวนผนังห้องได้ยังกะกรอบรูป ลองดูใกล้ ๆ ตัวเรา

สิครับมีอะไรท่ีต้องใช้ไฟฟ้าและเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บ้าง เยอะแยะ

ไปหมด แปรงสีฟันไฟฟ้าก็มี หม้อหุงข้าว กาต้มน้ำร้อน กระทะไฟฟ้า

เตาไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า เคร่ืองล้างจาน โทรทัศน์ พัดลม เครื่องปรับ
อากาศ หลอดไฟ รีโมท ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ โทรศัพท์มือถือ
เครอื่ งสญั ญาณกนั ขโมย เครอื่ งเสยี ง วทิ ยุ อปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ โอย๊ เยอะแยะ
ไปหมด ของพวกนี้เขาผลิตมาแข่งกันครับ แป๊บเดียวก็ตกรุ่น ใครจะไป

คิดละครับว่าเราจะต้องทิ้งของเหล่านี้ ของเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถนำมา
รีไซเคิลได้ครับ เพราะมีส่วนประกอบของโลหะ จะมีบางส่วนท่ีเป็นสารหรือ
โลหะที่มีพิษและเป็นอันตรายต่อเราและสิ่งแวดล้อมเป็นองค์ประกอบ ที่จะ
ต้องนำไปสู่การกำจัด เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ ถ่านไฟฉาย
ซ่ึงของมีพิษเหล่านี้เร่ิมปนเข้ามากับขยะท้ังสามยุคมากข้ึน ๆ และเริ่มมี
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ทิ้งปนมา ในยุคที่สี่เป็นยุคของ
เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ผมจึงเรียกขยะในยุคที่ส่ีว่ายุคอิเล็กทรอนิกส์
ครับ


ความท้าทายของยุคอิเล็กทรอนิกส์ คือ มันเป็นสิ่งอันตรายท่ีจะต้อง
นำไปกำจัดให้ตรงกับเทคโนโลยีเฉพาะ ดังน้ัน ในยุคนี้ส่ิงท่ีเป็นอันตรายใน
อุปกรณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ สารเคมีและโลหะ ท้ังนี้ไม่ได้
หมายความว่าในยุคท่ีหน่ึงสองและสามไม่มีสารเคมีและขยะที่มีอันตราย

นะครับ ท่ีต้องจัดแยกมาเป็นพิเศษก็เพราะสัดส่วนของขยะชนิดน้ีเร่ิมมี

มากข้นึ


สถาบนั พระปกเกล้า
21

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


คนไทยเราไม่ได้กินแกลบ ฮ่า ๆๆๆ เห็นครับ ว่าเราเอาขยะท้ังส่ียุค
ท้ิงปนกันในถังเดียว ไม่สามารถนำไปกำจัดได้ตามเทคโนโลยีท่ีควรจะไป
และยังคงนำไปถล่มลงหลุมฝังกลบ หรือที่ ๆ เคยนำไปท้ิงตามท่ีสาธารณะ
ป่าละเมาะ ท่ีลับตาคนบ้าง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปประเทศไทยจะอุดมไปด้วย
สิ่งอันตราย ดินก็อันตราย น้ำก็จะอันตราย และอากาศก็จะอันตราย

แล้วเราจะไปอยู่ท่ีไหน เลยเอางี้ดีกว่า ทดลองทำ ให้แบ่งถังขยะเป็น

ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะอันตราย และขยะอินทรีย์ ผมก็ไปอบรมครับ

งงกลับมา เพราะเขาบอกว่าขยะเปียก คือเศษอาหาร เพราะผมมีปลาแห้ง
แล้วผมก็แยกไม่ออกว่าแห้ง เปียก และอินทรีย์ ต่างกันอย่างไร มีหลาย
อย่างกึ่งแห้งกึ่งเปียก ท้ังสองอย่างก็เป็นขยะอินทรีย์ ผมไม่กล้าท้ิง กลัวทิ้ง
ผิดถังอายเด็ก แต่พอท้ายสุด เขาก็รวบใส่รถคันเดียวกัน ผมแอบดูทั้งส่ีถัง
เหมือนกันครับ มีแก้วน้ำ หลอดดูด กระดาษ ขวดน้ำ ไม้จ้ิมฟัน และ
เอกสารประกอบการฝกึ อบรมทอี่ ธบิ ายหลกั 3Rs


ภาพท่ี 7 ถังขยะส่ีส




ตอ่ มาผมกเ็ หน็ การเปลยี่ นแปลงอกี รอบครบั ถงั สส่ี เี หมอื นกนั คราวน้ี
แบ่งขยะเป็น 4 อย่างเท่าเก่าครับ แต่ประเภทแตกต่างจากเดิม คือ มีขยะ

22 สถาบันพระปกเกลา้

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ท่ัวไป ขยะอินทรีย์หรือขยะเปียก ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย มีหลายขนาด
ใหเ้ ลอื ก มาพรอ้ มกบั ระเบยี บและหนงั สอื สงั่ การวา่ ใหม้ ขี ยะเปน็ 4 ประเภทน้ี
แหละครบั


ภาพที่ 8 ถังขยะสีส่ แี ยกประเภทใหม่




ผมเองก็พยายามไปดูภายในถังที่ตั้งอยู่ก็เห็นว่าท้ังสี่ถังที่พยายามให้
แยกก็เหมือน ๆ กัน และก็เห็นคนมาเก็บก็เทรวมกันเหมือนถังสีเดียว

ตั้งแต่ยุคท่ีสาม ถามว่าดีข้ึนไหมที่มีถังขยะมากข้ึน ผมก็ยังงงกับการแบ่ง

อยู่ครับว่าจะท้ิงอันไหน ถุงพลาสติก เอากลับมาใช้ได้อีก ทำไมจึงเรียกว่า
ขยะทั่วไป ทำไมไม่ไปอยู่ในรีไซเคิล เศษอาหารก็มีประโยชน์ ทำไมจึงจัดว่า
เป็นขยะ ขยะรีไซเคิล เป็นขยะหรือ ในเม่ือสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้
และ ขยะอันตราย คงหมายถงึ สงิ่ ท่ีมพี ษิ แต่ที่เปน็ อนั ตรายไมใ่ ชแ่ ค่สารเคมี
นี่นา ยังมีส่ิงท่ีติดเชื้อ เช่น ผ้าอนามัย ผ้าพันแผล เข็มฉีดยา จะให้ท้ิง

รวมกับท่ีเป็นพิษหรือ ทำไมผมโง่อย่างน้ี มะเค่าจัย.... นี่เขาแบ่งตามเกณฑ์
อะไรกนั เนีย่ แล้วกแ็ บง่ ทำไม แบ่งแลว้ แตล่ ะประเภทจะเอาไปไหน


สถาบันพระปกเกล้า
23

่คูมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


เอาเถอะ ๆ ไม่เป็นไร เผื่อมันได้ผล ทำให้ขยะลดลงบ้าง ลองไปดู
สถิติภาพรวมของประเทศไทยซิว่า เม่ือเพ่ิมถังลงทุนลงแรงโฆษณา 3Rs
และซื้อถังสี่สีมาเพ่ิมเติมจากถังกลมสีน้ำเงินมีหูหิ้วตรงกลางจากยุคที่สาม
ขยะลดลงไหม คำตอบคือไม่ลดเลยครับ ตั้งแต่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ
เม่ือปี พ.ศ. 2557 ปรากฏว่าปริมาณขยะในภาพรวมของประเทศเพิ่มข้ึน
ตามท่ีผมเคยเล่าให้ฟังไว้ตอนต้น ๆ คือ ปี 2557 เรามีขยะ 7.17 หมื่นตัน
ต่อวัน พอถึงส้ินปี 2561 ประเทศเรามีขยะเพิ่มขึ้นมาเป็น 7.6 หม่ืนตัน

ต่อวันครับ ยุ่งละสิครับคราวน้ี ขยะก็เพิ่ม แต่ท่ีท้ิงขยะก็น้อยลงไปทุกขณะ
ถา้ ยงั เปน็ อยแู่ บบเดมิ ทำอยเู่ หมอื นเดมิ เราจะรอดไปไดซ้ กั กเี่ พลาละครบั ทา่ น


เกรงว่าท่านจะลืมก็จะขอทวนยุคของขยะอีกทีครับ มีกี่ยุคนะ

เก่งมากครับ 4 ยุค ยุคอะไรบ้าง ตอบ ใบดาษ กระตอง ผิดครับ ใบตอง
แล้วก็กระดาษ แล้วก็พลาสติก และสุดท้ายอิเล็กทรอนิกส์ ในยุคใบตอง
และกระดาษเราเผาและฝัง หรือรวบรวมไปทิ้ง ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเน่ืองจาก
ย่อยสลายได้ ท่ีเริ่มเป็นปัญหาตั้งแต่ยุคพลาสติก เพราะเราสอนให้ท้ิงลงถัง
แล้วหวังเอาไปทิ้งบ้านคนอ่ืน และเทคโนโลยีที่ใช้คือแบบเดียวกันกับ

ยุคใบตองและกระดาษ คือ เผาและฝัง ปัญหาคือพลาสติก ใช้เวลาหลาย
ร้อยปีในการย่อยสลาย ทำให้ท่ีฝังกลบใกล้จะเต็ม ในขณะท่ีแก้ปัญหาในยุค
พลาสติกยังแก้ไม่ได้ ก็เกิดปัญหาขยะท่ีเป็นอันตรายในยุคอิเล็กทรอนิกส์
เราจึงมีการรณรงค์ให้แยกขยะเป็นส่ีถังครับ แต่ผลท่ีได้ก็คือ ปริมาณขยะ
ภาพรวมไม่ลดเลยครบั











24 สถาบันพระปกเกล้า

คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


่สวนที่ 1

ภาพ ่ที 9 ขยะ 4 ุยค


สถาบันพระปกเก ้ลา
25

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


เราจะไปยังไงดีต่อครับ จากปัญหาการเพิ่มขึ้นของขยะและถังขยะ

ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ก็จะสวนทางกันกับท่ีระยะเวลาการใช้ของสถานที่
กำจัดขยะโดยเฉพาะอย่างย่ิงหลุมฝังกลบท่ีมีอยู่ที่นับวันจะลดน้อยถอยลง
และนับถอยหลังไปทุกวัน และทุกวันนี้แม้จะมีการรณรงค์เร่ือง 3Rs และ
ต้ังถังขยะเพ่ิม ตลอดทั้งมีกฎหมายกำหนดโทษเอาไว้ ผมว่าทุกท่าน

น่าจะเห็นนะครับว่าทุกวันน้ีก็ยังมีการลักลอบทิ้งขยะแบบตุ๊บแล้วจรในที่
สาธารณะ รวมท้ังที่ขา้ งถังขยะเองด้วย ซง่ึ แนน่ อนการทิ้งแบบนนั้ ย่อมก่อให้
เกิดมลพิษและการทำลายทัศนียภาพของพื้นที่ในทันทีท่ีมีการทิ้ง ท่านที่รัก
นก่ี แ็ สดงใหเ้ หน็ คาตาและยนื ยนั ดว้ ยหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษว์ า่ การดำเนนิ งาน
บริหารจัดการขยะในภาพรวมท่ีผ่านมาไม่ประสบผลสำเร็จ และวิธีการ

ท่ีดำเนินการอยู่ (การส่ังการให้รณรงค์ให้ท้ิงลงถังเพ่ือขนไปทิ้งที่อ่ืน และ

การรณรงค์คัดแยก ตลอดท้ังการรณรงค์เร่ือง 3Rs) ไม่น่าจะเพียงพอ

ในการแก้ไขปัญหา ด้วยเหตผุ ลหลกั 3 ประการครบั


ไล่เรียงทีละประเด็นตามลำดับต่อไปนี้ครับ ประการแรก การ
ดำเนินงานที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ปริมาณขยะที่จะต้องนำไปกำจัดลดลงซึ่งจะ
ส่งผลต่ออายุการใช้งานของที่กำจัดขยะ ประการที่สอง การมีถังขยะต้ัง
เรียงรายในที่สาธารณะไม่ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามและก่อให้เกิด
ความสกปรก ซ่ึงตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์ของการจัดการขยะท่ีต้องการ
ให้เกิดความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย และการแบ่งประเภทของขยะ

ไม่ได้สอดคล้องกับเทคโนโลยีท่ีจะนำไปกำจัด การนำเสนอแนวทางขาดมิติ
เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ประการที่สาม การดำเนินงานท่ีผ่านมาประชาชน
ไม่สามารถพ่ึงตนเองได้ในการบริหารจัดการขยะ ไม่มีภูมิคุ้มกันในวันที่ไม่มี
ท่ีท้ิงขยะเพราะต้องรอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมาเก็บขนไปท้ิงท่ีอื่น
นอกชุมชนของตนเอง ในกรณีที่รถขยะไม่มาเก็บขนจะปรากฏมีขยะตกค้าง
และเน่าส่งกล่ินเหม็นในชุมชน เพราะท่ีผ่านมาเราได้แต่บ่น ๆๆ ว่าทำไม

ไม่มา อิอิ


26 สถาบันพระปกเกลา้

สว่ นที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


เพ่ือหาทางแก้ไขปัญหาในการจัดการขยะตามท่ีได้กล่าวขานนาน

มาแล้วข้างต้น ผมจึงเห็นว่ามีประเด็นในการพิจารณาเพื่อดำเนินงาน

3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นแรก การหาทางลดปริมาณขยะท่ีจะต้องนำ
ไปกำจัด ณ สถานที่กำจัดอย่างมีนัยสำคัญเพื่อยืดอายุการใช้งานเทคโนโลยี
ที่ใช้จัดการขยะให้สามารถอยู่ได้นานท่ีสุด ประเด็นที่สอง การหาทาง
จัดการวิธีการจัดเก็บขยะที่ไม่ต้องมีถังตั้งในที่สาธารณะหรือตามแนวถนน
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาด ไม่ทำลายทัศนียภาพของชุมชน
และไม่เป็นภาระด้านงบประมาณแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัด
ซื้อถัง และการแยกประเภทขยะและการขนส่งเพื่อนำขยะไปสู่การกำจัดจะ
ต้องให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีท่ีจะใช้ในการกำจัด ประเด็นท่ีสาม การหา
ทางให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกัน ลดการพึ่งพาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและ
สามารถพึ่งตนเองในการจัดการขยะได้มากท่ีสุดเพื่อเตรียมความพร้อม

ในกรณีท่ีไม่มีสถานที่ท้ิงขยะในอนาคต แนวความคิดเร่ืองชุมชนไร้ถังก็ม

จดุ เรม่ิ ตน้ มาจากประเดน็ การดำเนนิ งานทั้งสามต้งั แตข่ ยะในยุคที่สามตามท่ี
ได้กล่าวมาแล้วน้ี โดยมีเป้าประสงค์รวมที่แสดงออกตรงไร้ถังน่ีแหละ

ครับผม


ดังน้ัน แนวคิดเรื่องชุมชนไร้ถัง เป็นแนวคิดที่ได้จากการวิเคราะห์
โดยวิธีร้ือโครงสร้างการดำเนินงานแบบที่ผ่านมา (Deconstruction)

เพ่ือหาแนวทางการดำเนินงานใหม่ จากการวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง

การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าโครงสร้างทางความคิดหลัก ๆ ในการ

ดำเนินงาน คือ คงจำได้นะครับ “สอนให้ทิ้งลงถัง แล้วหวังขนไปทิ้ง

บา้ นคนอนื่ ” และ “เปา้ หมายดำเนนิ งานไมช่ ดั ถนดั แตว่ ธิ กี าร” ในสว่ นแรก
ยังคงจำได้นะครับ เม่ือสอนให้ทิ้งลงถัง ประชาชนก็อยากได้ถังขยะ

และนำส่ิงของมาทิ้ง หน่วยงานท่ีรับผิดชอบขนไปท้ิงนอกพ้ืนที่ เมื่อขน
ไม่ทันขยะก็ค้างในชุมชน หากที่ท้ิงขยะเต็มจึงมีขยะตกค้าง เม่ือขยะตกค้าง
ในชุมชนก็ช่วยตนเองไม่ได้ ในส่วนท่ีสอง การดำเนินงานผูกติดอยู่กับ


สถาบนั พระปกเกลา้
27

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นที่ 1


วิธีเดิม คือ ให้ท่องและสะกดคำ 3Rs และระยะต่อมาให้แยกขยะออกเป็น
4 ชนิด ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย

และมีถังขยะ 4 ถัง 4 สี แต่ผลการดำเนินงานพบว่าขยะในถังท้ัง 4

มีองค์ประกอบเดียวกัน จึงมีการเทรวมกันและนำไปท้ิงในที่เดียวกัน ส่งผล
ให้มีขยะทั่วไปในปริมาณมาก และนำไปสู่หลุมฝังกลบ ส่งผลให้ปริมาณ
ขยะท่ีจะนำไปกำจัดไม่ลดลง การประเมินผลการดำเนินงานเน้นที่ได้มี
การนำวิธีการที่แจ้งให้ดำเนินการไปดำเนินการหรือไม่ ไม่ได้เน้นหนักท
ี่
เป้าหมายในการดำเนินการว่าจะต้องให้ขยะลดได้อย่างมีนัยสำคัญเท่าใดจึง
จะถอื ว่าประสบผลสำเรจ็ กลา่ วคอื เนน้ ที่วิธี มากกวา่ ผลงานตามเปา้


แนวคิดชุมชนไร้ถัง ถึงแม้จะมีเป้าประสงค์เดียวกันกับวิธีการ

กระแสหลกั คอื ลดปรมิ าณขยะ ยดื อายกุ ารใชง้ านทก่ี ำจดั ขยะ ใหป้ ระชาชน

พ่ึงตนเองได้ในการจัดการขยะ และลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะของ
หน่วยงานที่เก่ียวข้อง กล่าวคือ “มีเป้าในการดำเนินการเดียวกัน แต่

ต่างกันที่วิธีการดำเนินงาน” วิธีการของแนวคิดของชุมชนไร้ถังย้อนแย้ง
กับวิธีการกระแสหลัก โดยแนวคิดชุมชนไร้ถังเห็นว่า หากจะประสบ

ผลสำเร็จ ลดขยะได้และสะอาดได้ การดำเนินงานงานจะต้องมุ่งไปสู่การ
ลดปริมาณขยะ แล้วลดปริมาณถังขยะ และท้ายสุดต้องไร้ถังขยะครับ
การลดปริมาณถังเพ่ือบรรลุการเป็นชุมชนไร้ถัง จะมาจากการมีส่วนร่วม

ในการจัดการขยะของครัวเรือนและทุกภาคส่วนจนลดปริมาณขยะให้เหลือ
เพียง “ขยะจริง ๆ” ท่ีจะนำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักและตรงกับ
เทคโนโลยี และสามารถเก็บไว้ในบริเวณบ้านอย่างมิดชิด แล้วส่งมอบแก่
หน่วยงานรับผิดชอบเพ่ือนำไปกำจัดอย่างปลอดภัยครับ ท้ังน้ีการลด
ปริมาณถังลดโดยการที่ประชาชนจัดการขยะได้เองจนไม่มีความจำเป็นต้อง
มีถังขยะในท่ีสาธารณะแล้วจึงนำถังขยะท่ีไม่ใช้แล้วมาส่งคืน “ไม่ใช

การเปลี่ยนจากถังเป็นถุง” เด้อ แบบนั้นไร้ถังแบบปลอม ๆ ครับ ไม่ใช่
สภาวะไร้ถังแบบท่ีผมกำลังอธิบาย คือไร้ถังของผม ไม่ได้หมายความว่า


28 สถาบนั พระปกเกลา้

ส่วนที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


มีขยะไม่ได้ มีได้ครับ แต่จะเหลือน้อยมาก จนไม่ต้องมีถังก็อยู่ได้แบบ
สะอาด ๆ เนยี น ๆ ครับ


กราบเรียนท่านต่อนะครับ ส่ิงท่ีจะต้องดำเนินการในอันดับแรก

ในการบริหารจัดการขยะเพื่อไปสู่การลดขยะ คือ จะต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือ
ขยะ อะไรไม่ใช่ขยะ แต่ที่ผ่านมาอยู่ ๆ ก็บอกว่าขยะมีอยู่ 4 ประเภท
โดยไมไ่ ด้บอกวา่ มันคืออะไร ทำไมจงึ แบ่งแบบนน้ั บ้างกอ็ ธิบายวา่ แบง่ ตาม
สภาพทางกายภาพ แต่แบ่งแล้วก็ไม่ตรงกับเทคโนโลยีที่จะไปกำจัด แล้วก็
ไม่ทราบว่าทำไมจึงให้แบ่งประเภทเยอะแยะแต่แล้วก็กลับเทรวมแล้วขนไป
หลุมฝังกลบเหมือนกันกับไม่แบ่ง ถ้างั้นผมว่าเราก็ถึงเวลาท่ีจะเร่ิมต้นมาคิด
กันใหม่ครับ ตามแนวทางชุมชนไร้ถัง ขยะ คือ สิ่งที่จะต้องนำไปกำจัด
เน่ืองจากว่าไม่มีประโยชน์แล้ว และหากมีไว้ก็จะเป็นโทษ การกำจัดขยะ

ดังกล่าว หากมีวิธีการจัดการได้เองอย่างปลอดภัยในบริเวณบ้านก็สามารถ
ทำได้ หากจัดการไม่ได้เองต้องแยกประเภทให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี

ท่ีจะนำไปกำจัด เก็บให้มิดชิดและปลอดภัย แล้วส่งมอบให้หน่วยงาน

รบั ผดิ ชอบนำไปกำจัดให้ถกู ต้องตามเทคโนโลยี ตามประเภทของขยะนั้น ๆ


เทคโนโลยีที่ใช้ในการกำจัดขยะท่ีแพร่หลายในประเทศไทยนะครับ
มีหลัก ๆ อยู่ 3 แบบ ได้แก่ หลุมฝังกลบ โรงงานกำจัดวัสดุที่เป็นพิษ และ
เตาเผาขยะติดเช้ือ ดังน้ัน “ประเภทของขยะตามแนวคิดชุมชนไร้ถัง

จึงมี 3 อย่าง ตามเทคโนโลยี ได้แก่ ใช้ไม่ได้ เป็นพิษ และติดเช้ือ”

ส่ิงที่ใช้ไม่ได้ไปสู่เทคโนโลยีฝังกลบ ส่วนที่เป็นพิษไปสู่โรงงานกำจัดวัสด

ที่เป็นพิษ และส่วนท่ีติดเชื้อไปสู่เตาเผาขยะติดเช้ือ แน่นอนครับ เม่ือ
ประเภทขยะของเราแบ่งเพ่ือไปกำจัดตามเทคโนโลยี หากเทคโนโลย

การกำจัดขยะมีเพิ่มมาเราก็จะเพ่ิมประเภทขยะอีกนะครับ หากมันลดลง
เราก็จะลดตามประเภทเทคโนโลยี ท่ีมีคนเคยเขียนในโซเชียลมีเดียว่า
แนวคิดแบบชุมชนไร้ถัง เป็นไปไม่ได้เพราะสนใจแต่คนไม่เน้นเทคโนโลยี

สถาบนั พระปกเกลา้
29

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
ส่วนที่ 1


ข้อนี้ไม่จริงนะครับ เราทำส่งต่อกัน เร่ิมการจัดการโดยคน ส่วนท่ีเหลือ
กำจัดโดยเทคโนโลยี ส่วนสิ่งอ่ืน ๆ มิใช่ขยะจะถูกจัดให้เป็น “วัสดุ”
โดยท่ีเจ้าของวัสดุจะต้องแสวงหาช่องทางนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย
ตนเอง จำหน่ายเป็นรายได้ บริจาคหรือมอบให้แก่บุคคลหรือองค์กรอื่น ๆ
นำไปใชป้ ระโยชนค์ รบั ผม


ขอย้อนกลับมาในส่วนท่ีเป็นขยะอีกทีครับ คือ สิ่งท่ีใช้ไม่ได้ เป็นพิษ
และติดเชื้อ จะดำเนินการ “แยกและจัดการก่อนส่งมอบ ให้หน่วยงาน

ที่รับผิดชอบไปกำจัดให้ถูกต้องตามเทคโนโลยี มิใช่แยกก่อนท้ิง” ส่วนท่ี
ใช้ไม่ได้ เช่น เส้ือผ้าเก่าที่ระบุว่าจะต้องกำจัดด้วยการฝังกลบ ขอให้
ประชาชนรวบรวมและเก็บให้มิดชิดเพ่ือนำไปส่งหลุมฝังกลบหรือเตาเผา
ส่วนที่เป็นพิษ เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ยาหมดอายุ สารเคมี กระป๋อง
ยาฆ่าแมลง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ จะนำไปส่งมอบให้องค์การ
บริหารส่วนจังหวัดไปดำเนินการ ส่วนที่ติดเช้ือ ได้แก่ ผ้าพันแผล

เข็มฉีดยา ให้แยกประเภท เก็บให้มิดชิดและปลอดภัย แล้วส่งมอบองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินรวบรวมไปกำจัด หรือส่งมอบหน่วยงานสังกัด
กระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ

โรงพยาบาลประจำอำเภอครบั


มีคำถามตามมาประจำว่าแล้วในส่วนท่ีเป็น “ขยะทั่วไป” ตาม
แนวคิดกระแสหลักเราคิดอย่างไรหรือครับ แนวคิดแบบชุมชนไร้ถัง เห็นว่า
ไม่ใช่ขยะ ตามแนวคิดชุมชนไร้ถัง ไม่มีขยะท่ัวไป แต่จะนำขยะท่ัวไปจาก
แนวคิดเดิมมาคัดแยกและจัดการ ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก แก้วกระดาษ
แก้วพลาสติก หลอดดูด ขวดแก้ว ถ้าเปื้อนจะล้างด้วยน้ำเก่าท่ีใช้ล้างจาน
แลว้ ถา้ เปยี กจะทำให้แห้ง แลว้ นำไปบรจิ าค หรือขาย หรอื ไมก่ ็เกบ็ ไวใ้ ช้เอง
พูดอีกนัยหน่ึง ว่า “ถ้าเปื้อนให้ล้าง ถ้าเปียก ให้ตาก ถ้าไม่บริจาคก็เก็บ
ไว้ขายหรือไม่ก็ใช้เอง” ส่วนเปลือกผลไม้ เศษวัตถุดิบจากการประกอบ

30 สถาบนั พระปกเกล้า

ส่วนที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


อาหาร เป็นวัสดุอินทรีย์ท่ีย่อยสลายได้ นำไปเล้ียงสัตว์ หรือพรวนดิน

ฝังกลบ (ทั้งในกระถางหรือพุ่มไม้) หรือทำปุ๋ยหมัก ส่วนจำพวกโลหะ

กระป๋อง แก้ว กระจก เป็นวัสดุรีไซเคิลก็จะเก็บสะสมไว้บริจาคหรือ
จำหน่าย ส่วนเศษพลาสติก เปลือกลูกอม ซองขนม ซองกาแฟ เป็นวัสดุ
พลงั งาน RDF หรือทำ Eco-brick


ส่วนท่ีเป็นขยะอินทรีย์ หรือขยะเปียก หรือเศษอาหาร ตามแนว
ความคิดกระแสหลัก แนวคิดแบบชุมชนไร้ถัง จะจัดให้เป็นวัสดุอินทรีย์หรือ
วัสดุย่อยสลายและไม่จัดอยู่ในประเภทขยะ ให้ผู้ก่อให้เกิดวัสดุเหล่านี้

หาทาง วางแผนและดำเนินการจัดการด้วยตนเองให้จบในระดับครัวเรือน
หรือหากมีปริมาณมากให้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการ
จัดการ ไม่มัดใส่ถุงไปทิ้งหรือเทรวมกับวัสดุอื่น ๆ ในระดับครัวเรือน

อาจจะพรวนดินฝังกลบ หรือ ทำน้ำหมัก เลี้ยงไส้เดือน หรือ ทำถังหมัก
กรีนโคน หรอื นำไปเล้ยี งสตั ว์ หรืออาจจะทำป๋ยุ หมกั


แล้วขยะรีไซเคิลทำอย่างไร แนวความคิดการจัดการขยะแบบไร้ถัง
ไม่มีขยะรีไซเคิล แต่จะจัดให้เป็นวัสดุ เรียกว่าวัสดุรีไซเคิล จะไม่นำวัสดุ
รีไซเคิลไปท้ิง จะนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ท้ังหมด โดยจะเก็บให้สะอาด
และมิดชิด ก่อนบริจาค หรือจำหน่าย หรือเก็บไว้ใช้เอง ท้ังน้ี พลาสติก

ทุกประเภทรวมท้ังโฟม โลหะทุกประเภท และผลิตภัณฑ์จากกระดาษ

ทกุ ชนิดเปน็ วสั ดรุ ไี ซเคลิ


แ ล้ ว ส่ ว น ท่ี เ ข า เ รี ย ก ว่ า ข ย ะ อั น ต ร า ย จ า ก แ น ว คิ ด ก ร ะ แ ส ห ลั ก

ทำอย่างไร แนวคิดแบบไร้ถังเห็นว่าจะต้องแยกให้เป็น 2 อย่าง ตาม
เทคโนโลยีท่ีจะต้องนำไปกำจัด ได้แก่ ขยะเป็นพิษ ได้แก่ สารเคมี ยา
หมดอายุ หรือวัสดุที่ระบุว่าเป็นสารพิษ จะต้องนำส่งไปกำจัดในสถานท่ี
เฉพาะคือโรงงานกำจัดสารพิษ ซึ่งปัจจุบันในระดับจังหวัด องค์กรปกครอง

ส่วนท้องถ่ินภายในจังหวัดช่วยกันรวบรวมส่งต่อให้องค์การบริหาร


สถาบันพระปกเกล้า
31

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นที่ 1

ส่วนจังหวัดนำไปส่งโรงงานกำจัดสารพิษ และขยะติดเชื้อ ได้แก่ ส่ิงท่ีปน
เป้ือนหรือสัมผัสกับเช้ือโรคหรือจุลินทรีย์ท่ีเป็นอันตราย โดยให้เก็บไว้ในที่
มิดชิดแยกกันต่างหาก ไม่ทิ้งรวมกัน และ “ไม่ต้องมีถังสีแดงต้ังในท่ี
ชุมชน” เพ่ือรวบรวม แต่ให้แต่ละบ้านเก็บไว้ให้มิดชิดและปลอดภัย

ห่างจากมือเด็ก แล้วนำส่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจะส่งให้รถขน
ขยะตามรอบปกติ หรือนำไปมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด้วยตนเอง
ในกรณีเร่งดว่ นครับ


32 สถาบันพระปกเกลา้

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ภาพที่ 10 ขยะตามแนวทางชุมชนไรถ้ งั

สถาบันพระปกเกลา้
33

่คูมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


ท่านท่ีรักครับ การดำเนินการในลักษณะของการ “คัดแยกและ
จัดการก่อนส่งมอบ” ตามแนวคิดชุมชนไร้ถังจะทำให้ปริมาณขยะที่จะต้อง
นำไปกำจดั ณ หลมุ ฝงั กลบเหลอื นอ้ ยลงมากเลยละครบั เพราะสงิ่ ทใี่ ชไ้ มไ่ ด้
สิ่งท่ีเป็นพิษ และติดเชื้อจะมีปริมาณท่ีน้อยมาก ในการทดลองดำเนินงาน
ตามแนวคิดชุมชนไร้ถังในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งแรกเม่ือปี

พ.ศ. 2549 ทเี่ ทศบาลเมืองเขาสามยอด จงั หวัดลพบุรี ได้นำขยะทั่วไปจาก
แนวคิดกระแสหลัก จำนวน 1 ถัง ได้น้ำหนัก 51 กิโลกรัม หักน้ำหนักถัง
ออก 5 กิโลกรัม เหลือน้ำหนักขยะจำนวน 46 กิโลกรัม และเม่ือนำ
แนวคิดการจัดการขยะแบบชุมชนไร้ถัง มีขยะติดเชื้อคือผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบ
ใช้ครั้งเดียวทิ้งเท่านั้นท่ีเป็นขยะ ช่ังน้ำหนักขยะติดเช้ือได้ 2.6 กิโลกรัม
และต่อมาได้นำขยะดังกล่าวไปขุดหลุมฝังกำจัดเอง จึงไม่เหลือขยะท่ีจะนำ
ไปท้ิงที่หลุมฝังกลบแต่อย่างใด เม่ือชุมชนร่วมกันทำจนไม่เหลือขยะไปท้ิง

ลงถงั กห็ ารอื กนั เพ่ือคนื ถงั เพราะต้งั ต่อไปก็ไมม่ ปี ระโยชน์ แต่จะมีแตโ่ ทษคอื
กีดขวางการจราจร และท่ีสำคัญมีคนจ้องจะเอามาทิ้งเป็นภาระให้แก่เรา
เม่ือเอาถังไปคืนเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลท้ังหมดเราก็จะได้
ชุมชนไร้ถัง แปนเอิดเติด หรือโล่งตาเหมือนภาพที่เห็นในเทศบาลเมือง

เขาสามยอดครบั


ภาพท่ี 11 แสดงชุมชนไร้ถงั ในเทศบาลเมืองเขาสามยอด


34 สถาบนั พระปกเกล้า

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


การดำเนินการเพ่ือมุ่งสู่ชุมชนไร้ถังท่ีสวยงาม จะต้องสร้างและอาศัย
ความร่วมมือด้วยความสมัครใจในการดำเนินงานจากทุกภาคส่วนในการ
จดั การขยะของตนเองครบั หลักงา่ ย ๆ คอื แยกวสั ดุออกจากขยะ นำวสั ดุ
ไปหาช่องทางใช้ประโยชน์ครับ แล้วก็หันมาจัดการขยะให้มิดชิดปลอดภัย
ก่อนส่งมอบเพ่ือไปกำจัดให้ตรงกับเทคโนโลยี ผลสำเร็จจะเร่ิมชัดเจน

ก็ต่อเม่ือมีการดำเนินงานของครัวเรือนหรือสมาชิกในองค์กรมากข้ึน ก็จะ
ทำให้ปริมาณขยะในถังลดลงตามส่วน เมื่อเร่ิมมีปริมาณขยะในถังน้อยลง

ก็ค่อยลดจำนวนถังขยะในชุมชนลงจนสามารถถอนถังขยะออกจากชุมชน
ได้ทั้งหมด โดยประชาชนหรือผู้ท่ีเกี่ยวข้องจะต้องมีมติเห็นชอบที่จะคืน
ถังเอง มิใช่หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไป
ถอนถังคืนจากชุมชนโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากชุมชนนะครับ ส่วน
พ้ืนท่ีใดท่ีไม่มีถังขยะอยู่แล้ว ก็จะไม่มีการขอถังขยะไปวางในชุมชน ชุมชน
ก็จะสะอาด และเป็นชุมชนไร้ถังท่ีพ่ึงตนเองได้ ในการท่ีจะดำเนินงานไปสู่
ชุมชนไร้ถัง เราก็มีค่านิยมประจำใจสั้นๆ อยู่ 4 ข้อ ค่านิยมนี้เอาไว้ทบทวน
สตคิ รบั สว่ นสตางคไ์ มต่ อ้ งทวน ฮา่ ๆๆๆ ทวนยามทอ้ ยามงง ยามถกู เขาวา่
ยามคิดไม่ออก นะครับ เม่ือไรท่านเข้าไปในยามเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น

ยามท้อ หรือยามงงก็ลองนำคา่ นยิ มประจำใจไปแกป้ ญั หาดูครบั


ง่าย ๆ ครับ จำให้ได้นะครับ การดำเนินงานตามแนวคิดชุมชนไร้ถัง
มีค่านิยมในการดำเนินงานคือ ทุกคน “จะไม่สร้างทางตัน แต่จะหา
ทางออก, ไม่เป็นนักโทษ แต่จะเป็นนักทำ, ไม่สมมติ ไม่เขาว่า แต่จะใช้
ข้อเท็จจริง, ไม่น่ังรอคำตอบ แต่จะแสวงหาแล้วนำมาเล่า” คำว่า

ไม่สร้างทางตัน แต่จะหาทางออก หมายความว่า การดำเนินงานจะไม่หยุด
คิดเพียงว่ามีแต่ปัญหาดำเนินงานเป็นหลัก เม่ือทราบปัญหาแล้วจะต้องหา
สาเหตุ และแนวทางที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปให้ได้, คำว่า ไม่เป็นนักโทษ
แต่จะเป็นนักทำ หมายความว่า จะไม่กล่าวโทษว่าไม่มีใครทำ ให้เร่ิมต้นทำ
ที่ตัวเอง คนอื่นยังไม่ทำไม่เป็นไร เป้าหมายง่าย ๆ คือ ทำอย่างไรวันน้ี


สถาบนั พระปกเกล้า
35

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นที่ 1

จะไม่ให้มีของไปท้ิงลงถังเพ่ือหวังนำไปท้ิงบ้านคนอ่ืน, ไม่สมมติ ไม่เขาว่า
แต่จะใช้ข้อเท็จจริง หมายความว่า ไม่แก้ปัญหาด้วยการสมมติข้อมูล

จะต้องใช้ข้อมูลจริงในการดำเนินงาน เช่น ต้องทราบว่างานที่จะจัดน่าจะมี
การท้ิงส่ิงใดบ้าง จะได้มีมาตรการรองรับได้ถูกต้อง, และสุดท้าย ไม่นั่งรอ
คำตอบ แต่จะแสวงหาแล้วเอามาเล่า หมายความว่า หากใครมีปัญหา

มีคำถามในการดำเนินงาน จะไม่รอคำตอบจากใคร จะต้องทดลองแสวงหา
จนกว่าจะพบความสำเร็จ ในระหว่างที่แสวงหาให้นำมาเล่าให้เพ่ือนร่วมงาน
ฟังเพ่ือแลกเปล่ียน ยังไม่สำเร็จก็สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพ่ือเป็น
องค์กรแห่งการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ไม่ยึดติดกับ
วิธีการใดวิธีการหน่ึง โดยเฉพาะวิธีการที่ได้ดำเนินการแล้วระยะหนึ่งแต่ไม่
ประสบผลสำเรจ็ กม็ ีเทา่ นีแ้ หละครับ


ภาพที่ 12 ค่านยิ มชุมชนไร้ถัง




36 สถาบันพระปกเกลา้

สว่ นที่ 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่จะนำแนวคิดไปดำเนินงาน

นะครับ เน่ืองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานราชการ

ผู้บริหารสูงสุดมาจากฝ่ายการเมือง และประชาชนเป็นผู้มีสิทธิในการ

ออกเสียงเลือกต้ังและเข้าร่วมในการดำเนินงานตามแนวทางแห่ง
ประชาธิปไตย การประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนไร้ถังในการบริหารจัดการขยะ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จึงจำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมกันทุกฝ่าย
ได้แก่ ฝ่ายการเมือง คือผู้บริหารจะต้องประกาศเป็นนโยบาย และเป็นผู้นำ
ในการเปล่ียนแปลงที่จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นท้องถ่ิน

ไร้ถังขยะ ส่วนฝ่ายราชการจะต้องนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยแสวงหา
ช่องทางในการดำเนินงานเพ่ือนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในชุมชน
ข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินทุกคนจะต้องทำ
เนื่องจากว่าเป็นการปฏิบัติหน้าท่ี หากไม่มีความรู้และทักษะต้องพัฒนา

เพื่อเป็นวิทยากรนำการเปล่ียนแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นท่ี และ

ฝ่ า ย ก า ร เ มื อ ง แ ล ะ ร า ช ก า ร จ ะ ต้ อ ง ช้ี ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น เ ห็ น ค ว า ม จ ำ เ ป็ น

ในการดำเนินงานว่าทำไมต้องทำ ถ้าไม่ทำไม่มีท่ีทิ้งขยะแล้วเราจะไปท้ิงที่ใด
และท้ายสุดจะต้องทำการสาธิตให้ดูว่าทำอย่างไร ถ้าร่วมมือกันก็ไม่ได้ยาก
หรอกครับ รายละเอียดผมจะได้เล่าในส่วนต่อไปในคู่มือน้ีครับผม อ้าวแล้ว
ทำไมแนวคิดชมุ ชนไรถ้ งั จึงมาเปน็ สว่ นหน่ึงของพลเมอื งยคุ ใหมล่ ่ะ


วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า ได้นำ
แนวคิดชุมชนไร้ถังมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลเมืองยุคใหม่

ซ่ึงโครงการพลเมืองยุคใหม่ เป็นโครงการท่ีเสริมสร้างความเป็น
ประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนในเขตพื้นท่ีเพื่อให้ประชาชนรู้สิทธิและหน้าที่
ของตนในฐานะที่เป็นพลเมือง และมีขีดความสามารถในการเข้ามาดำเนิน
การให้บริการสาธารณะ หรือร่วมในการบริหารการให้บริการสาธารณะ

ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญ ต่อมาได้พิจารณาเห็นว่า แนวทาง
การบริหารจัดการขยะตามแนวคิดชุมชนไร้ถัง สามารถท่ีจะสร้างการมี


สถาบนั พระปกเกลา้
37

ู่คมือการบ ิรหาร ัจดการขยะแบบ “พลเ ืมอง ุยคให ่ม ุชมชนไร้ ัถง”
สว่ นท่ี 1


ส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงานสาธารณะและเกิดผลสัมฤทธิ

ในการดำเนินงาน ซ่ึงเป็นไปตามหลักการของความเป็นพลเมืองท่ีมีสำนึก
รับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย และสามารถพัฒนาประชาชนให้มี
ภูมิคุ้มกันในกรณีท่ีไม่มีท่ีท้ิงขยะ จึงได้ขยายแนวคิดโครงการพลเมือง

ยคุ ใหม่ ชุมชนไรถ้ ัง ลงมาดำเนินการสรา้ งการมสี ่วนร่วมของประชาชนและ
ภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการขยะ และได้ริเริ่มโครงการเมื่อปี

พ.ศ. 2554 ในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหลายแห่ง เร่ือยมาจนถึง
ปจั จุบันครับ


เอาละครับ เล่าความเป็นมาก็ยาวพอสมควร ท้ังน้ีก็เพื่อเคลียร์

ข้อข้องใจกันก่อนนะครับ ผมเรียนว่าการดำเนินการเพื่อมุ่งสู่ชุมชนไร้ถัง
โดยเทคนิควิธีการ ไม่ได้ยุ่งยาก ไม่ได้ซับซ้อน ที่ยากคือความเข้าใจ และ
การเปล่ียนใจ เราได้เข้าใจในหลักการและความเป็นมาในภาพกว้างแล้ว

นะครับ ต่อไปก็จะพาท่านลงมาเสวนาในประเด็นท่ีเก่ียวข้องโดยตรงกับ
พน้ื ท่ที อ้ งถ่ินครบั





1.2 การวเิ คราะหบ์ ริบทพื้นท่ีหรือสภาวการณ์แวดลอ้ ม

ของทอ้ งถิ่น




ท่านที่เคารพครับ ปัญหาการจัดการขยะมันเป็นปัญหาสังคมเพราะ
ขยะมนั ไมไ่ ดก้ ำเนดิ จากดาวองั คารแลว้ กห็ ลน่ ลงมายงั โลกครบั มนั เกดิ จากคน
คนที่พยายามจะเอาความสะดวกสบายใส่ตัวเองนี่และครับ คนน่ีคิดไป
คิดมาก็ประหลาดนะครับ ท่ีรู้เพราะว่าผมก็เป็นคน คิคิ เลยรู้อยู่ว่าคิด

อะไรอยู่ ความพยายามนี่ก็ดีนะครับ คนคิดก็เก่งครับ คิดเคร่ืองอำนวย
ความสะดวกต่าง ๆ นานา สร้างและผลิตโน่นน่ีนั่นมากมายมาให้คนใช้
เพ่ือให้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบาย เช่น คิดค้นเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก ใยสังเคราะห์ สารเคมี ยานพาหนะ แต่

38 สถาบันพระปกเกล้า

สว่ นท่ี 1
คู่มือการบริหารจัดการขยะแบบ “พลเมืองยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง”


ดูเหมือนว่าท่ีคิดอยู่ไม่ได้ดุลครับ คือ คิดแต่ผลิตเพื่อให้ใช้เป็นหลัก แต่คิด
เร่ืองเก็บคืนเพื่อไม่ให้กลายมาเป็นขยะกลับน้อยมากถ้าเทียบกับการคิดที่จะ
ผลิตท่ีให้ได้ใช้ ผมไม่ได้เก็บตัวเลขเองละครับ แต่ต้องอาศัยข้อมูลทางสถิติ
ท่ีเขาได้เก็บเอาไว้ สำหรับประเทศไทย มีของที่คนไม่ใช้แล้วถูกทิ้งมาให้เป็น
ขยะในปี 2561 ถึงวันละ 7.6 หม่ืนตันต่อวัน หรือ 27.8 ล้านตันต่อปี
แลว้ ถ้าคิดเปน็ ทั่วโลกจะมีวันละเท่าใด


ขยะกองใหญ่หลายลา้ นตนั อย่ตู รงไหน ไมเ่ คยเหน็ มี ก็ไม่เหน็ ละครบั
เพราะมันกระจายกันอยู่ท่ัวประเทศ เฉพาะท่ีกรุงเทพมหานคร ถือว่าหนัก
มาก วันหนึ่ง ๆ ก็หมื่นกว่าตันครับ มันไม่ได้กองรวมกันอยู่ท่ีเดียวมัน
กระจัดกระจายมากน้อยไปตามท่ีตั้งของท้องถิ่น ลักษณะภูมิประเทศ
ขนาดพ้ืนที่และความหนาแน่นของประชากร โครงสร้างประชากร สภาพ
ทางเศรษฐกิจ สังคม รวมท้ังลักษณะของเมืองหรือชุมชนที่อยู่รอบข้าง
เพราะคนจะไปมาหาสู่กันและกลายเป็นแหล่งผลิตขยะรวมทั้งการขนย้าย
ขยะข้ามเขตไปมา ถ้าเราเข้าใจในบริบทของท้องถ่ินในประเด็นเหล่าน้ีเราก็
จะพอประมวลได้ว่าขยะในภาพรวมของเรากระจายไปอยู่ที่ใดและเกิดจาก
แหล่งใดบ้าง ดังน้ัน ในส่วนนี้ผมจะชวนท่านวิเคราะห์ในประเด็นนี้เพ่ือเป็น
ข้อมูลพ้ืนฐานต้นทางของแหล่งกำเนิดขยะที่จะนำไปสู่การวิเคราะห์สภาพ
ปัญหาในรายละเอียดภายหลังครับ ประเด็นที่ผมแนะนำว่าจะต้องทำการ
ศึกษาบริบทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คู่มือก็ต้องแนะนำครับ
ออิ ิ...ผมวา่ ที่สำคัญ ๆ หลกั ๆ ก็มอี ยู่ 9 ประเดน็ หลักครับ


ประเด็นแรก ที่ตั้ง ครับ หลายท่านคงจะงงนะครับว่าท่ีตั้ง

จะเก่ียวข้องกับขยะอย่างไร แล้วจะเล่าให้ฟัง เราเพ่ิงคุยกันนะครับว่าขยะ

ไม่ได้มาจากดาวอังคาร มันมาจากคน การรู้ที่ตั้งของเราก็จะพอมองเห็นว่า
เราเช่ือมโยงท้องถ่ินรอบข้างใดบ้าง ทิศเหนือกลางใต้ตะวันออกตะวันตก
อะไรก็แล้วแต่ มีเส้นทางคมนาคมขนส่งเช่ือมโยงกันอย่างไร องค์กร

สถาบันพระปกเกลา้
39


Click to View FlipBook Version