ชอ่ื หนงั สือ แนวทางการจัดประกวดวงโยธวาทิต
ISBN ๙๗๘-๖๑๖-๒๙๗-๑๔๙-๕
จดั ทำ�โดย กลุ่มนนั ทนาการเด็กและเยาวชน
ส�ำ นักนนั ทนาการ
กรมพลศกึ ษา
กระทรวงการท่องเทีย่ วและกฬี า
๑๕๔ ถนนพระราม ๑ แขวงวงั ใหม่ เขตปทมุ วัน กรงุ เทพฯ ๑๐๓๓๐
www.dpe.go.th
พมิ พค์ ร้ังท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๕๘
จำ�นวนพมิ พ์ ๕,๐๐๐ เลม่
สถานทพี่ ิมพ์ โรงพิมพ์ เอส.ออฟเซ็ทกราฟฟคิ ดไี ซน์
๖๓ ซอยประชาอทุ ศิ ๗๕ แยก ๕ แขวงทงุ่ ครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ๑๐๑๔๐
โทรศพั ท์ ๐ ๒๘๗๓ ๖๐๙๕-๖ โทรสาร ๐ ๒๘๗๓ ๕๗๕๘
ออกแบบศลิ ป์ บรษิ ัท แอนิเมเนีย จำ�กดั
www.animania.co.th
คำ�น�ำ
กรมพลศึกษามีภารกิจหน้าที่ในการดำ�เนินการด้านการกีฬา นันทนาการ
วิทยาศาสตร์การกีฬา และพัฒนาบุคลากรด้านการพลศึกษา สุขภาพ การกีฬา
นันทนาการ และวิทยาศาสตร์การกีฬา แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในชาติ
ให้มีความสุขท้ังทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม โดยในส่วนของนันทนาการ
มีการดำ�เนินการตามแผนพัฒนานันทนาการแห่งชาติ ฉบับท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙)
ใ ห้ นั น ท น า ก า ร เ ป็ น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ใ น ก า ร พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ข อ ง ค น โ ด ย ใ ช้ กิ จ ก ร ร ม
นันทนาการ ๑๑ ประเภท ซึ่งหนึ่งในน้ัน คือ กิจกรรมการดนตรีและร้องเพลง
ดนตรีเป็นส่ิงหนึ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์เป็นส่วนสำ�คัญของชีวิต ประโยชน์ของดนตรีมีมากมาย
กรมพลศึกษาจึงจัดโครงการประกวดวงโยธวาทิตนักเรียนแห่งประเทศ ประกอบด้วย
หลายกิจกรรมมากว่า ๓๐ ปี มุ่งนำ�กิจกรรมนันทนาการประเภทดนตรี ในการพัฒนา
คณุ ภาพชีวติ เด็ก เยาวชน และประชาชน สร้างความสามคั คใี นหมูค่ ณะ
หนังสือเรื่อง “แนวทางการจัดประกวดวงโยธวาทิต” ผู้จัดทำ�ได้รวบรวม
ส่วนสำ�คัญต่าง ๆ เพ่ือใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการจัดดำ�เนินงาน ขอขอบคุณ
บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำ�กัด ที่ให้ความอนุเคราะห์ภาพเคร่ืองดนตรีวงโยธวาทิต
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเกิดประโยชน์กับผู้อ่าน
ผจู้ ดั ทำ�
สารบัญ หนา้
๖
๗
บทท่ี ๑ ประวัติความเป็นมาของวงโยธวาทิต ๙
ความหมาย ๑๑
ประวตั ิวงโยธวาทติ โลก
ประวัติวงโยธวาทิตในประเทศไทย
ประวัติการประกวดวงโยธวาทติ ของกรมพลศึกษา
บทท่ี ๒ ประเภทของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทิต ๑๔
สว่ นประกอบส�ำ คญั ของเครอ่ื งดนตรีในวงโยธวาทติ ๑๔
ประเภทของเครอื่ งดนตรีในวงโยธวาทิต
บทท่ี ๓ แนวทางการจัดประกวดวงโยธวาทิต ๔๘
การเขียนโครงการ ๔๙
ตวั อยา่ งโครงการประกวดวงโยธวาทิตนักเรียนแห่งประเทศไทย ๖๕
ระเบียบการประกวดวงโยธวาทิต ๖๖
ตัวอย่างระเบียบกรมพลศกึ ษาวา่ ดว้ ยการประกวดวงโยธวาทติ ๙๔
กรรมการผ้ตู ดั สนิ การประกวดวงโยธวาทิต ๑๐๑
กรรมการผ้ตู ัดสินในการประกวดวงโยธวาทติ ของกรมพลศึกษา ๑๑๓
ขนาดสนามและอปุ กรณข์ องการประกวดวงโยธวาทิตของกรมพลศึกษา
ภาคผนวก ๑๑๗
บทที่ ๑
ประวัตคิ วามเปน็ มาของวงโยธวาทิต
ความหมาย
วงโยธวาทิต เป็นค�ำ ศพั ทท์ ี่บญั ญตั ิขึน้ โดย นายมนตรี ตราโมท ศิลปนิ แหง่ ชาตสิ าขา
วรรณศิลป์ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซ่งึ ใช้มาจนถึงปัจจุบัน สว่ นในรากศพั ท์ภาษาองั กฤษใชค้ ำ�วา่ Military
Band โดยค�ำ ว่า Military หมายถงึ กองทัพ ส่วนคำ�วา่ Band หมายถึง วงดนตรี มาจากคำ�ว่า
Banda เป็นภาษาอิตาเลยี น
ดังนั้น วงโยธวาทิต (Military Band) หมายถึง กลุม่ ผ้เู ลน่ เคร่ืองดนตรที ปี่ ระกอบด้วย
เครื่องลมไม้ เคร่ืองแตรทองเหลืองและเครื่องประกอบจังหวะ วงดนตรีประเภทน้ีแรกเร่ิม
ตง้ั ขนึ้ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคท์ างทหารทเ่ี รยี กวา่ วงดรุ ยิ างคท์ หาร ตอ่ มาจงึ น�ำ ค�ำ นม้ี าเรยี กวงดนตรี
ทใี่ ช้เคร่อื งดนตรปี ระเภทเดยี วกนั เช่น วงดุริยางค์นกั เรียน
ปัจจบุ นั วงโยธวาทิตไดร้ ับการพฒั นาอย่างตอ่ เน่ือง จนสามารถบรรเลงในงานตา่ งๆ
นอกจากการบรรเลงในกองทัพ
วงโยธวาทิต สามารถแบ่งตามลกั ษณะของการบรรเลงไดด้ งั น้ี
๑. วงมาร์ชชิ่งแบรนด์ (Marching Band) เป็นวงโยธวาทิตท่ีมีลักษณะ
การเดินบรรเลง เป็นแถวตอนลึก อาจบรรเลงเฉพาะวงหรือนำ�หน้าขบวนต่างๆ ท่ีต้องการ
รูปแบบทเ่ี ปน็ ระเบียบ เขม้ แข็ง เรา้ ใจ ส่วนมากจะนยิ มบรรเลงเพลงมาร์ช
๒. วงนั่งบรรเลง (Concert Band) หมายถึง การนำ�วงโยธวาทิตมานั่งบรรเลง
เปน็ ลกั ษณะของคอนเสริ ต์ โดยน�ำ บทเพลงทเี่ รยี บเรยี งเสยี งประสานส�ำ หรบั โยธวาทติ มาบรรเลง
ลกั ษณะคลา้ ยวงออรเ์ คสตรา (Orchestra) หรอื อาจน�ำ เอาบทเพลงบรรเลงของวงออรเ์ คสตรา
มาเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ เพ่ือให้เหมาะสมกับวงโยธวาทิต จึงทำ�ให้มีอีกช่ือเรียกว่า
วงซิมโฟนิค (Symphonic Band)
๓. ว งแปรขบวน (Display) หมายถึง หมายถึง การนำ�วงโยธวาทิตมาบรรเลง
ประกอบการแปรแถว โดยผู้บรรเลงต้องเดินแปรรูปขบวนเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปสี่เหลี่ยม
รูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม เป็นต้น ซึ่งเพลงที่ใช้บรรเลงต้องเหมาะสมกับรูปแบบ
ที่แปรขบวนด้วย วงแบบนี้อาจมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า โชว์แบนด์ (Show Band)
6 บทที่ ๑ ประวัตคิ วามเป็นมาของวงโยธวาทิต
ประวตั วิ งโยธวาทติ โลก
แตรวงเปน็ วงดนตรขี นาดยอ่ มทป่ี ระกอบดว้ ยเครอ่ื งดนตรปี ระเภทแตร และเครอ่ื งดนตรี
ประเภทตีกระทบที่เกิดมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ส่วนเครื่องเป่าทองเหลืองได้รับ
การพัฒนาให้มีกระเด่ืองบังคับเสียง ทำ�ให้สามารถสร้างเสียงดนตรีที่ยากที่จะบังคับ
ดว้ ยรมิ ฝปี ากโดยล�ำ พงั แตรชนดิ นสี้ ามารถบงั คบั ใหเ้ กดิ เสยี งตา่ ง ๆ ไดเ้ กอื บจะครบ การน�ำ เอา
แตรตา่ ง ๆ ทม่ี ีท้งั เสียงสูง เสยี งกลาง และเสียงต�ำ่ มาเลน่ รวมกัน จงึ สามารถทำ�ได้กวา้ งขวาง
ฝา่ ยทหารเอาดนตรพี วกแตรและขลยุ่ ไปใชใ้ นการเดนิ ทพั และท�ำ ศกึ สงคราม โดยใชร้ ว่ มกบั กลอง
เป็นการเร่งเร้าความรู้สึก ว่ากันว่าเสียงของกลองแต๊ก กลองหนังสองหน้า และเสียงของ
ขลยุ่ พคิ โคโลท่ีทหารเลน่ นำ�หนา้ กองทหารที่เดินอยนู่ ้นั เมือ่ เข้าจังหวะกันกบั กา้ วทเ่ี ดินทกุ ก้าว
จะชว่ ยให้ทหารเดนิ ไดไ้ กลโดยไม่ร้สู กึ เหน่อื ยง่าย
ในยุโรปสมัยกลางฝ่ายทหารใช้ปี่ชอร์ม (Shawms) และทรัมเป็ต ร่วมกับกลอง
ในการเดินทัพออกสมรภูมิ ซึ่งนับว่าเอามาจากพวกแซกซาราเชน ต่อมาก็เกิดแบ่งกัน
เปน็ สองพวก ทหารราบใช้ขลุ่ยพคิ โคโลกับกลอง ส่วนทหารมา้ นัน้ ใชท้ รัมเปต็ กับกลองหนัง
จนกระทัง่ เม่อื เกดิ สงคราม ๓๐ ปี ในยโุ รป (ค.ศ. ๑๖๑๘-๑๖๔๘) เจ้านายเยอรมนั
แหง่ แบรนแดนเบิร์ก ให้จัดวงโยธวาทติ ทหารข้ึน มปี ี่ชอรม์ ๓ คัน แตร ทรัมเป็ต แตรฝร่งั เศส
และเคร่ืองตี กลายเป็นวงโยธวาทิตท่ีใช้ได้ ทั้งการเดินทัพและการตั้งบรรเลงกับท่ี ต่อมา
ท้ังฝรงั่ เศสและอังกฤษมกี ารใชแ้ ละดัดแปลงให้มีความครึกครนื้ มากข้นึ โดยมกี ารแตง่ เพลงข้นึ
เฉพาะสำ�หรับการบรรเลงด้วยวงโยธวาทิต หลังศตวรรษที่ ๑๘ มีเคร่ืองดนตรีที่เกิดข้ึนใหม่
โดยเฉพาะเครื่องเป่า เช่น โอโบ คลาริเน็ต บาสซูน เข้ามามีบทบาทมากข้ึนและเพลงท่ี
วงโยธวาทติ ใชบ้ รรเลงกไ็ มจ่ �ำ กดั แตเ่ ฉพาะเพลงไทยเดมิ หรอื มารช์ เทา่ นน้ั เสยี งของเครอ่ื งลมไม้
และเคร่ืองลมทองเหลืองสามารถนำ�ไปเปรียบเทียบกับเคร่ืองสายท่ีมีเสียงสูง เช่น ไวโอลิน
วิโอลา และเชลโล ได้ การเอาบทเพลงของวงดุริยางค์ มาดัดแปลงให้เล่นด้วยวงโยธวาทิต
โดยใหผ้ บู้ รรเลงนง่ั เลน่ กลบั กลายเปน็ ทนี่ ยิ ม โดยเฉพาะทหาร เพราะฝกึ งา่ ย ใครเปน็ ทหารแตร
จะมีโอกาสไดแ้ ตง่ ตวั สวย และใกล้ชิดเจา้ นาย
แตรวงหรือบราสแบนด์ท่ีพลเรือนเล่นกันอย่างจริงจังนั้นเกิดข้ึนในประเทศอังกฤษ
โดยมีการจัดตั้งสโมสรแตรวงแห่งชาติข้ึน ผู้เล่นเคร่ืองดนตรีในสโมสรนี้ต้องเป็นนักดนตรี
สมคั รเลน่ ลว้ น จะยอมใหม้ อื อาชพี เขา้ มาเกย่ี วขอ้ งดว้ ยเฉพาะครทู ฝ่ี กึ และวาทยกร เปน็ การจดั วง
ทม่ี ีขนาดจำ�กัดใหม้ ผี ้เู ล่นได้ไมเ่ กนิ ๒๕ คน และมกี ารแข่งขันกันเป็นประจำ�จนถงึ ปจั จบุ นั
ในสหรัฐอเมริกาแตรวงเร่ิมเป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยสงครามกลางเมืองระหว่าง
ฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ (ค.ศ.๑๘๖๔) หลังสงครามแล้วฝ่ายเหนือเป็นฝ่ายชนะ วงโยธวาทิต
บทที่ ๑ ประวัติความเป็นมาของวงโยธวาทติ 7
ของทหารฝ่ายเหนือ จึงมีการขยายวงใหญ่กว่าท่ีเล่นกันในยุโรปมาก ค.ศ. ๑๘๗๘
เมื่อแพทตริค ซารส์ฟิลด์ กิลโมร์ ผู้บังคับบัญชาการโยธวาทิตของนาวิกโญธินอเมริกัน
คนสำ�คัญ คือ จอห์น ฟิลิป ซูซา (ค.ศ. ๑๘๕๔-๑๙๓๒) เริ่มจัดวงในรูปแบบใหม่
และไดอ้ อกแบบแตรซูซาซึ่งให้เสยี งเบสท่ีต�ำ่ มาก เรียกกนั วา่ “ซูซาโฟน” เมอื่ ออกจากราชการ
ทหารใน ค.ศ. ๑๘๙๒ แล้วซูซาก็จัดต้ังวงบราสแบนด์ข้ึนเอง (ระยะนั้นดนตรีแจ๊สยังไม่เกิด)
อิทธิพลของวงบราสแบนด์ท่ีซูซาสร้างข้ึน ทำ�ให้มีการขยายวงของผู้นิยมฟังเพลง
จากการบรรเลงของ โดยเฉพาะเมื่อมีบทเพลงที่แต่งข้ึนเฉพาะในการบรรเลงท่ีถูกใจผู้ฟัง
เชน่ เพลงมารซ์ ตา่ ง ๆ ของซซู า แตรวงเกดิ ขน้ึ ตามทต่ี า่ ง ๆ ทว่ั สหรฐั อเมรกิ าโดยเฉพาะโรงเรยี น
และวทิ ยาลยั ทมี่ ีนกั ศึกษาสามารถรวมกลุ่มกันได้
การสร้างวงดนตรีเพื่อบรรเลงดนตรีแบบบราสแบนด์ เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า
การต้ังวงดุริยางค์ซิมโฟนีมาก ตั้งแต่การฝึกหัดนักดนตรีให้เล่นเครื่องเป่า ฝึกง่าย
และใชเ้ วลาสน้ั กวา่ การฝกึ นักดนตรใี ห้เลน่ เครือ่ งสาย โดยเฉพาะนักเลน่ ไวโอลนิ และเซลโลน้นั
ใชเ้ วลาฝึกกอ่ นทีจ่ ะเล่นในวงดุริยางค์ไดเ้ ปน็ สองเท่าของเวลาท่ใี ชฝ้ ึกนักเปา่ เครื่องลม
ประการสำ�คัญต่อมาก็คือ เครื่องดนตรี เช่น แตรและปี่ ต่าง ๆ น้ัน สามารถ
สร้างคุณภาพเสียงได้ใกล้เคียงกันทุกช้ิน ไม่ยากต่อการคัดเลือก เม่ือเปรียบเทียบ
พวกซอไวโอลินแลว้ ไวโอลินสร้างไดย้ ากกว่า และที่จะใหไ้ วโอลินกว่า ๒๐ คนั หรือ เซโล ๖ คัน
มีเสียงที่สามารถเล่นร่วมกันต้องคัดเลือกคุณภาพค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าจากแตรวงที่เกิดขึ้นต้ังแต่สมัยกลางในยุโรป ทำ�ให้เกิด
วงดนตรีที่สร้างชีวิตชีวาแก่ผู้คนในศตวรรษที่ ๒๐ เป็นอย่างมาก นั่นคือการบรรเลงดนตรี
แบบแจ๊สซ่ึงเกิดจากนักดนตรีนิโกรในแตรวง ของเมืองนิวออร์ลีนส์ ในสหรัฐอเมริกา
เบอื่ ทจี่ ะเลน่ ดนตรตี ามทกี่ �ำ หนด เมอื่ คนใดคนหนง่ึ อยากจะเลน่ ดนตรเี พอ่ื แสดงอารมณข์ องตน
ก็นึกทำ�นองแล้วเป่าออกมาตามอารมณ์และจังหวะโดยอัตโนมัติ ได้ทำ�นองเป็นที่ถูกใจ
ของนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีอย่างอ่ืน ก็จะเอาเคร่ืองดนตรีท่ีตนถนัดเล่นตามไป
โดยยึดกุญแจเสียงเดิมท่ีมีผู้ข้ึนต้นไว้ แล้วก็แตกทำ�นองให้ต่างกันไปตามอารมณ์สร้างสรรค์
เมื่อเล่นไปได้จนพอใจแล้วก็ย้อนกลับมาหาทำ�นองเดิม โดยโยนลูกให้นักดนตรีอย่างอื่น
แสดงฝีมือบ้าง ดนตรีแจ๊สจึงเกิดขึ้นเม่ือต้นศตวรรษท่ี ๒๐ แล้วขยายออกไปจนมีรูปแบบ
เป็นบิกแบนด์ เช่น วงดนตรีของ เบนนี กู๊ดแมน วงดนตรีของ เกลน มิลเลอร์ วงดนตรี
ของ หลุยส์ อาร์สตรอง วงดนตรีของ ดุคแอลลิงตัน เป็นต้น วงดนตรีพวกนี้ล้วนแต่แตกลูก
จากบราสแบนด์ ท้งั น้ัน
8 บทที่ ๑ ประวัตคิ วามเปน็ มาของวงโยธวาทติ
ประวตั วิ งโยธวาทติ ในประเทศไทย
วงดุริยางค์ในประเทศไทยมีประวัติยาวนานมาก คือ ต้ังแต่สมัยรัชกาลท่ี ๔
ว ง ดุ ริ ย า ง ค์ ใ น ส มั ย น้ั น ไ ม่ ไ ด้ มี รู ป ร่ า ง ห น้ า ต า เ ช่ น ปั จ จุ บั น แ ต่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ริ่ ม แ ร ก
เปน็ แตรวง (Brass Band) โดยในสมยั รชั กาลท่ี ๔ การทหารของไทยไดร้ บั การฝกึ อยา่ งตา่ งชาต ิ
ซึ่งมีนายทหารจากต่างชาติเข้ามาทำ�การฝึกให้ จากจุดน้ีเองทำ�ให้ก่อกำ�หนิดแตรวงขึ้น
ในประเทศไทย ครูฝึกทหารที่เข้ามาช่วยในการฝึกน้ันเป็นนักเป่าแตรคือ ร้อยเอกอิมเปย์
(Impey) และ น๊อกซ์ (Thomas G. Knox) ซ่งึ ได้นำ�แตรเดีย่ วเขา้ มาและสอนให้กบั ทหารไทย
จึงท�ำ ให้เกิดแตรวงในยคุ แรกข้นึ
ต่อมาในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ได้มีสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศเป็นอย่างดี บ่อยคร้ัง
ไดเ้ สดจ็ พระราชด�ำ เนนิ ไปเจรญิ สมั พนั ธไมตรกี บั มติ รตา่ งประเทศดว้ ยพระองคเ์ อง เมอ่ื พระองค ์
เสดจ็ ไปตา่ งชาตมิ เี พลงบรรเลงเคารพหรอื เพลงชาติ เชน่ God Save The Queen ขององั กฤษ
แต่ของไทยยังไม่มีเพลงทีแสดงเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย พระองค์จึงมีรับส่ังให้จัดหา
เพลงเคารพหรือเพลงชาติข้ึน ตั้งแต่น้ันมาเพลงสรรเสริญพระบารมีจึงใช้เป็นเพลงเคารพ
ใน พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช
เป็นผู้บังคับการและก่อต้ังแตรวงทหารหน้าข้ึนเป็นคร้ังแรก ซ่ึงต่อมาแตรวงทหารน้ี
ได้เจริญร่งุ เรอื งมาเป็นกองดรุ ยิ างคท์ หารบก ในปจั จบุ ันพระองค์ได้สนบั สนนุ ใหเ้ จ้านายเล็ก ๆ
ทรงเลน่ ละครและการละเลน่ ตา่ ง ๆทม่ี ดี นตรปี ระกอบอยเู่ สมอ ท�ำ ใหเ้ จา้ นายเลก็ ๆ เปน็ ผรู้ กั ศลิ ปะ
และการดนตรี เป็นผลสืบเน่ืองทำ�ให้วงการศิลปะและดนตรีในประเทศเจริญขึ้นอย่างมาก
บุคคลท่ีทำ�ให้วงการดนตรีสากลเจริญรุ่งเรืองในยุคนั้น คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรคว์ รพนิ จิ ทรงเปน็ พระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ฯ และสมเดจ็ พระปิตุจฉาหม่อมเจ้าหญงิ สุขมุ าลมารศรี
ทลู กระหมอ่ มบรพิ ตั รครง้ั ยงั ทรงพระเยาว์ ไดศ้ กึ ษาวชิ าการทหารในพระบรมมหาราชวงั
ตอ่ มาไดเ้ สด็จไปศกึ ษา ณ ทวปี ยุโรป พระองคเ์ ปน็ ผทู้ ร่ี กั และสนใจในการดนตรีเปน็ อยา่ งมาก
หลังจากทรงสำ�เร็จการศึกษาด้านการทหารจากประเทศอังกฤษและวิศวกรรมช้ันสูง
จากประเทศเยอรมีแล้ว จึงเสด็จกลับประเทศไทย ทรงเข้าดำ�รงตำ�แหน่งเสนาธิการทหารบก
อยปู่ ระมาณ ๙ เดอื น พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ใหด้ �ำ รงต�ำ แหนง่
ผู้บัญชาการทหารเรือ จากจุดนี้เองทูลกระหม่อมบริพัตรได้ทรงสร้างผลงานทางดนตรีขึ้น
ใน พ.ศ. ๒๔๔๘ ไดท้ รงนพิ นธเ์ พลงซง่ึ มแี นวบรรเลงแบบของไทยและแนวบรรเลงแบบสากลขน้ึ
นับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่มีการเรียบเรียงเสียงประสานตามแบบอย่างของดนตรีสากล
บทเพลงท่ีสำ�คัญๆ ซ่ึงทรงนิพนธ์ขึ้นได้แก่ วอลท์ซเมขลา วอลท์ซประชุมพล มณฑาทอง
บทที่ ๑ ประวัติความเปน็ มาของวงโยธวาทิต 9
(เพลงในจงั หวะ Polka ซ่งึ เปน็ จังหวะเตน้ ของพวกยุโรป) มาร์ชด�ำ รง ตลอดจน มารช์ บริพัตร
ซึ่งนับว่าเป็นเพลงมาร์ชที่มีความสง่างามและไพเราะมากเพลงหนึ่ง นอกจากนี้พระองค์
ทรงนิพนธ์เพลงไทยเดมิ ข้นึ โดยเฉพาะใหก้ บั วงดรุ ยิ างคอ์ าทิ เพลงโหมโรงมะลเิ ล้ือย เพลงแขก
มอญบางขนุ พรหม และเพลงแขกสาย เปน็ ตน้ มนี กั ดนตรเี ครอ่ื งเปา่ ทม่ี คี วามสามารถเกดิ ขน้ึ มาก
ในสมยั น้ี เชน่ นายสดุ ศรชี า เปน็ ผทู้ เ่ี ปา่ แตร Cornet ไดไ้ พเราะ และนายเคย้ี ง ซง่ึ มคี วามช�ำ นาญ
ในการเป่าโอโบ (Oboe) ภายหลังได้พระราชทานนามสกุลว่า “โอบายวาท” ในสมัย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นสมัยที่ศิลปะและการดนตรีเจริญรุ่งเรือง
เปน็ อยา่ งมาก ผทู้ ีม่ บี ทบาทต่อการพฒั นาวงดรุ ิยางค์ในสมยั นค้ี ือ “พระเจนดุริยางค์”
พระเจนดุริยางค์ เกิดเมื่อวันท่ี ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ นามเดิมของท่านคือ
Peter Feit บิดาเป็นชาวเยอรมันชื่อ Jacob Feit มารดามีเชื้อสายมอญช่ือ นางทองอยู่
ภายหลังพระเจนดุริยางค์ได้เปลี่ยนช่ือเป็นไทยว่า “ปิติ” และได้รับพระราชทานนามสกุลว่า
วาทยะกร พระเจนดุริยางค์เริ่มเรียนดนตรีต้ังแต่อายุ ๑๐ ขวบ โดยมีบิดาคอยดูแลส่ังสอน
เมื่อท่านจบการศึกษาจากอัสสัมชัญก็เข้ารับราชการในกรมรถไฟหลวง ในราว พ.ศ. ๒๔๖๐
วงดนตรีภายใต้การดูแลของพระเจนดุริยางค์น้ีได้บรรเลงเพลงช้ันสูงพวก Symphony
ตลอดจนแสดงมหาอุปรากร (Opera) ขึ้น จนนักวิจารณ์ชาวต่างประเทศในเวลาน้ันยกย่อง
วงดนตรีของท่านว่าเป็นวงดนตรีท่ีดีท่ีสุดในภูมิภาคตะวันออกไกล ใน พ.ศ. ๒๔๗๕
เ กิ ด จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ใ น เ มื อ ง ไ ท ย ทำ � ใ ห้ ว ง ด น ต รี น้ี ไ ด้ ซ บ เ ซ า ล ง
อันเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ใน พ.ศ. ๒๔๗๗ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยู่หัวทรงสละพระราชสมบตั ิ
กิจการของวงดนตรีสากลก็ถูกย้ายเข้ามาอยู่ในสังกัดกรมศิลปากร คณะรัฐมนตรีมีมติให้
ตัดงบประมาณของวงดนตรีลงครึ่งหนึ่ง โดยให้ ๒ ทางเลือก คือปลดนักดนตรีลงเหลือเพียง
ครึ่งเดียวหรือคงจำ�นวนไว้เช่นเดิมแต่ลดเงินเดือนลงคร่ึงหนึ่งของที่เคยได้รับ วงดนตรีของ
พระเจนดรุ ยิ างคไ์ ดเ้ ผชญิ กบั วกิ ฤตการณต์ า่ งๆ นานปั การ จนมาถงึ ในชว่ งหลงั ๆ นี้ วทิ ยาศาสตร ์
เทคโนโลยเี จรญิ กา้ วหนา้ มกี ารสอ่ื สารถงึ กนั วทิ ยาการตา่ งๆ สามารถถา่ ยทอดกนั ไดร้ วดเรว็ ขน้ึ
วงการดรุ ิยางคใ์ นบ้านเราจึงไดม้ ีการพฒั นาขึ้นเป็นล�ำ ดับจนเปน็ ดังท่ีเห็นกนั อย่ทู กุ วันนี้
10 บทที่ ๑ ประวตั ิความเปน็ มาของวงโยธวาทิต
พระเจนดรุ ยิ างคม์ สี ว่ นในการพฒั นาวงโยธวาทติ โดยไดจ้ ดั ตงั้ วงโยธวาทติ กองดรุ ยิ างค์
ทหารอากาศ พ.ศ. ๒๔๘๓ กอ่ ตงั้ วงดรุ ิยางคส์ ากล (วงโยธวาทติ ) ของกรมต�ำ รวจ พ.ศ. ๒๔๙๓
เป็นผู้วางรากฐานวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา พ.ศ. ๒๕๐๐ และมีผลงานการเรียบเรียง
เสียงประสานส�ำ หรบั วงโยธวาทิตหลายเพลง ไดแ้ ก่
๑. เพลงชาตไิ ทย
๒. เพลงสรรเสริญพระบารมี
๓. เพลงมาร์ชราชวัลลภ
๔. เ พลงสายฝน
๕. เ พลงยามเย็น
๖. เพลงเทวาพาคู่ฝนั
๗. เ พลงมาร์ชธงชัยเฉลมิ พล
๘. เพลงอาทติ ย์อบั แสง
๙. เ พลงแก้วตาขวญั ใจ
๑๐. เพลงชะตาชวี ิต
๑๑. เ พลงมหาจุฬาลงกรณ์
พระเจนดุริยางค์เป็นผู้ริเริ่มนำ�เพลงไทยเดิมมาเรียบเรียงเสียงประสานบรรเลง
ในวงโยธวาทิตเพื่อให้ท�ำ นองเดมิ คงอยู่ ไดแ้ ก่
๑. เพลงพม่าร�ำ ขวาน
๒. เ พลงต้นบรเทศ
๓. เ พลงแขกเชิญเจ้า
ประวัตกิ ารประกวดวงโยธวาทติ ของกรมพลศึกษา
กรมพลศึกษา มีภารกิจหลักในการสง่ เสริม สนับสนุนใหเ้ ดก็ เยาวชนและประชาชน
ไดเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมการออกก�ำ ลงั กาย กฬี า และนนั ทนาการ โดยเฉพาะทางดา้ นดนตรี เนอื่ งจาก
ดนตรีสามารถชว่ ยกล่อมเกลาจิตใจใหเ้ ด็ก เยาวชนมีอารมณ์และจิตใจทอ่ี อ่ นโยน สขุ มุ มสี มาธิ
ตลอดท้ังสามารถช่วยสร้างเสริมความมีระเบียบวินัย ความสามัคคีในหมู่คณะ และรู้จัก
ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ทง้ั ต่อตนเอง ครอบครัวและสงั คม
พ.ศ. ๒๕๒๔ กรมพลศกึ ษา สงั กดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยศาสตราจารย์ นายแพทย ์
บญุ สม มารต์ นิ ไดร้ เิ รม่ิ ใหม้ กี ารจดั ประกวดวงดรุ ยิ างคข์ น้ึ โดยมธี นาคารทหารไทย จ�ำ กดั (มหาชน)
บทท่ี ๑ ประวตั ิความเป็นมาของวงโยธวาทติ 11
รว่ มสนบั สนนุ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๕ เพือ่ เป็นการเฉลมิ ฉลองกรุงเทพมหานคร อายุครบ ๒๐๐ ปี
และงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ จึงได้จัดการประกวดวงโยธวาทิตนักเรียน นิสิต นักศึกษา
ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งท่ี ๑ และ พ.ศ. ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ พ.ศ. ๒๕๓๒ สมเด็จพระเทพ-
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลสำ�หรับการประกวด
วงโยธวาทิต ประเภทผู้หญิงล้วน พ.ศ. ๒๕๔๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ-
ราชกุมาร ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลสำ�หรบั วงที่ก่อตง้ั ใหม่ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ปฏิรปู
ระบบราชการใหม่ กรมพลศึกษาได้เปลี่ยนเป็นสำ�นักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ
กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ก็ยังคงดำ�เนินการจัดประกวดอย่างต่อเนื่อง พ.ศ. ๒๕๔๙
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลประเภท
นั่งบรรเลง พ.ศ. ๒๕๕๒ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ไดท้ รงพระราชทานถว้ ยรางวลั ประเภทระดบั ประถมศกึ ษา และบรษิ ทั สยามดนตรี ยามาฮา่ จ�ำ กดั
รว่ มสนบั สนนุ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ วงโยธวาทติ โรงเรยี นสรุ นารวี ทิ ยาซง่ึ ไดค้ รองถว้ ยพระราชทาน
จากพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั ประเภท ก เปน็ ผแู้ ทนในนามประเทศไทย ในการประกวด
ดนตรีโลก คร้ังที่ ๑๖ (16th World Music Contest 2009) ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์
และได้รับรางวัล Top of the world Championship ประเภทดนตรีสนาม (Display)
สามารถทำ�สถิติคะแนนสูงสุดของประเภทการประกวด และจากผลงานดังกล่าวคณะ
อนุกรรมการคัดเลือกและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของชาติในคณะกรรมการการเอกลักษณ์ของ
ชาติสำ�นักนายกรัฐมนตรีได้ยกย่องโครงการประกวดวงโยธวาทิตนักเรียน นักศึกษา
ชิงถ้วยพระราชทานฯเป็นโครงการเด่นของชาติ สาขาเผยแพร่เกียรติภูมิของไทย
ประจำ� พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๕๓ สำ�นักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ
ได้เปล่ยี นเปน็ กรมพลศึกษาตามพระราชกฤษฎีกา ลงวันท่ี ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากศักยภาพในการจัดดำ�เนินการประกวดวงโยธวาทิตและผลผลิตที่วงโยธวาทิต
ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติอย่างต่อเน่ือง กรมพลศึกษาจึงได้จัดประกวดวงโยธวาทิต
ในระดับนานาชาตใิ นปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ขึน้ อกี กิจกรรมหนึง่ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมพลศึกษา
ได้เพิ่มการประกวดประเภทเดินแถวมาร์ชช่ิงข้ึนอีกประเภทหนึ่ง โดยสมเด็จพระเทพรัตน-
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัล ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้มีการเพ่ิม
การประกวดประเภท ง และประเภทน่ังบรรเลง ชิงถ้วยเกียรติยศกรมพลศึกษา
เพื่อเป็นการเปิดโอกาสและ เพ่ือการพัฒนาวงโยธวาทิตที่เร่ิมก่อต้ังวงและเป็นวงโยธวาทิต
ท่ีมีขนาดเลก็ สามารถเข้ารว่ มกิจกรรมได้
12 บทท่ี ๑ ประวัตคิ วามเปน็ มาของวงโยธวาทิต
บทที่ ๑ ประวตั คิ วามเป็นมาของวงโยธวาทติ 13
บทท่ี ๒
ประเภทของเครอ่ื งดนตรใี นวงโยธวาทติ
วงโยธวาทิตเป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเคร่ืองเป่าและมีเคร่ืองประกอบจังหวะ
เข้าเสริมเพ่ือควบคุมจังหวะ จึงเป็นวงดนตรีท่ีเหมาะสมสำ�หรับการเดินสวนสนามของทหาร
การเดินพาเหรดของนักกีฬา เพราะเสียงดนตรีที่ทุกคนได้ยินจะทำ�ให้เกิดความเข็มแข็ง
เตม็ เปย่ี มไปด้วยพลงั ปลุกเร้าให้ทุกคนมีความฮึกเหิมทจ่ี ะตอ่ สู้และแสดงถึงความเปน็ ระเบียบ
ของหมูค่ ณะดว้ ย
ส่วนประกอบสำ�คัญของเครอ่ื งดนตรีในวงโยธวาทิต
วงโยธวาทติ เปน็ วงดนตรที ป่ี ระกอบดว้ ยเครอ่ื งดนตรปี ระเภทเครอ่ื งเปา่ เปน็ หลกั ไดแ้ ก่
เครื่องเป่าหรือเครื่องลมท่ีทำ�ด้วยไม้ เคร่ืองเป่าหรือเคร่ืองลมท่ีทำ�ด้วยทองเหลือง
และเครอื่ งประกอบจังหวะ
ประเภทของเครอ่ื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
วงโยธวาทิตเปน็ วงดนตรีที่ประกอบดว้ ยเคร่ืองดนตรี ๓ ประเภท ดังน้ี
๑. เครอ่ื งเปา่ หรอื เครอื่ งลมทท่ี �ำ ดว้ ยไม้ (Woodwind Instruments) ไดแ้ ก่ พคิ โคโล
(Piccolo) โอโบ (Oboe) บาสซูน (Bassoon) คลาริเน็ต (Clarinet) เบสคลาริเน็ต
(Bass Clarinet) อัลโตแซกโซโฟน (Alto Saxophone) เทเนอร์แซกโซโฟน (Tenor
Saxophone) บารโิ ทนแซกโซโฟน (Baritone Saxophone) ฟลตุ (Flute) และอลั โตคลารเิ นต็
(Alto Clarinet)
๒. เครื่องเป่าหรือเคร่ืองลมท่ีทำ�ด้วยทองเหลือง (Brass Instruments) ได้แก่
ทรัมเปต็ (Trumpet) คอร์เน็ต (Cornet) ทรอมโบน (Trombone) เฟรนซ์ฮอรน์ (French
Horn) บารโิ ทน (Baritone) ยโู ฟเนยี ม (Euphonium) ทบู า (Tuba) และซซู าโฟน (Susaphone)
๓. เ ครื่องประกอบจังหวะ (Percussion Instruments) ได้แก่ กลองเล็ก
(Snare Drum or Side Drum) กลองเทเนอร์ (Tenor Drum) กลองใหญ่ (Bass Drum)
ฉาบ (Cymbals) ไซโลโฟน (Xylophone) กลอคเคิ่นสปีล (Glockenspiel) ทรัยแองเก้ิล
(Triangle) กลองทอมบา (Tomba) และกลองทมิ ปานี (Timpani)
14 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
เคร่อื งลมท่ที �ำ ดว้ ยไมห้ รอื เครื่องเป่าท่ที �ำ ดว้ ยไม้
(Woodwind Instruments)
บทที่ ๒ ประเภทของเคร่ืองดนตรีในวงโยธวาทติ 15
Piccolo
16 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
Oboe
บทท่ี ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรีในวงโยธวาทิต 17
Bassoon
18 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
Clarinet
บทท่ี ๒ ประเภทของเคร่ืองดนตรีในวงโยธวาทิต 19
Alto Saxophone
20 บทท่ี ๒ ประเภทของเครอื่ งดนตรีในวงโยธวาทิต
Soprano Saxophone
บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรีในวงโยธวาทติ 21
Tenor Saxophone
22 บทท่ี ๒ ประเภทของเครอ่ื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
Baritone Saxophone
บทท่ี ๒ ประเภทของเครอ่ื งดนตรีในวงโยธวาทติ 23
Flute
24 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
เครื่องลมท่ที ำ�ด้วยทองเหลอื ง
หรอื เครือ่ งเปา่ ทีท่ �ำ ดว้ ยทองเหลือง
(Brass Instruments)
บทที่ ๒ ประเภทของเครอ่ื งดนตรีในวงโยธวาทิต 25
Horn
26 บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรีในวงโยธวาทติ
Trumpet
บทที่ ๒ ประเภทของเคร่ืองดนตรีในวงโยธวาทิต 27
Cornet
28 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
Trombone
บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรีในวงโยธวาทิต 29
Baritone
30 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
Flugelhorn
บทท่ี ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรีในวงโยธวาทติ 31
Euphonium
32 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทิต
Tuba
บทท่ี ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรีในวงโยธวาทิต 33
เครือ่ งกระทบ
(Percussion Instruments)
34 บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรีในวงโยธวาทติ
Timpani
บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรีในวงโยธวาทติ 35
Concert Bass Drum
36 บทท่ี ๒ ประเภทของเครอ่ื งดนตรีในวงโยธวาทิต
Concert Snare
บทที่ ๒ ประเภทของเคร่อื งดนตรใี นวงโยธวาทติ 37
Marching Bass Drum
38 บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทติ
Marching Snare Drum
บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรีในวงโยธวาทติ 39
Marching Toms Drum
40 บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทติ
Xylophone
บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรีในวงโยธวาทติ 41
Vibraphone
42 บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทติ
Marimba
บทที่ ๒ ประเภทของเครื่องดนตรีในวงโยธวาทติ 43
Glockenspiel
44 บทท่ี ๒ ประเภทของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทิต
Chimes
บทท่ี ๒ ประเภทของเคร่ืองดนตรีในวงโยธวาทิต 45
เนื่องจากในปัจจุบันวงโยธวาทิตนิยมบรรเลงแบบการแปรขบวน (Display)
ดงั นน้ั เพอ่ื ใหเ้ สยี งของวงมพี ลงั เสยี งมากขน้ึ จงึ ปรบั ปรงุ เครอ่ื งดนตรที ม่ี ปี ากล�ำ โพงหนั ขน้ึ ขา้ งบน
ได้แก่ ทบู า ยโู ฟเนียม หรอื ปากล�ำ โพงหันลงพืน้ ไดแ้ ก่ เฟรนซฮ์ อร์น เพือ่ ใหป้ ากลำ�โพงหันไป
ด้านหน้า แต่หากเปน็ เครือ่ งดนตรีที่มนี �้ำ หนักมาก ๆ เช่น ทูบาจะแบกไว้บนบ่า เคร่อื งดนตรี
เหลา่ นเ้ี รยี กวา่ “เครอ่ื งมารช์ ชง่ิ ” คอื ทบู ามารช์ ชง่ิ ฮอรน์ มารช์ ชง่ิ บารโิ ทน หรอื ยโู ฟเนยี มมารช์ ชง่ิ
เมโลโฟนมาร์ชชงิ่
ลกั ษณะของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทิต
เคร่อื งดนตรตี ่าง ๆ จะมีลักษณะการบรรเลงเฉพาะเครื่อง ซ่ึงเรียกว่า สสี นั ของเสียง
(Tone Color) เสียงของเคร่ืองดนตรีจะมีลักษณะของเสียงไม่เหมือนกัน ซึ่งจะทำ�ให้เพลง
ที่บรรเลงมีความไพเราะแตกตา่ งกันไป ได้แก่
กลมุ่ เคร่ืองเปา่ ทำ�ด้วยไม้
เครอ่ื งดนตรีที่อย่ใู นกลมุ่ เครื่องเปา่ ทำ�ดว้ ยไม้ ไดแ้ ก่ คลารเิ น็ต ฟลตู้ และแซกโซโฟน
บรรเลงเปน็ แนวทำ�นองเหมาะสมกบั ทอ่ นเพลงทมี่ ีความอบอนุ่ หรอื ท่อนเพลงในจังหวะช้า ๆ
โดยมพี ิคโคโลเปน็ ตัวเสรมิ ใหท้ ่วงท�ำ นองเดน่ ชดั ข้ึนเพราะมเี สียงสงู
กลุม่ เครอื่ งเปา่ ท�ำ ด้วยทองเหลือง จะแบ่งเป็น ๒ กลมุ่ คือ
๑. กลมุ่ บรรเลงเปน็ ท�ำ นอง (Melody) ไดแ้ ก่ ทรมั เปต็ หรอื คอรเ์ นต็ ลกั ษณะของเสยี ง
จะมีเสียงที่หนักแน่น มพี ลัง สดใส
๒. กลุม่ บรรเลงเป็นแนวคอร์ด (Chord) ได้แก่ ทรอมโบน เฟรน์ซฮ์ อร์น โดมที ูบา
หรือซูซาโฟน เป็นเสียงตำ่�ของคอร์ด หรือเป็นโทนิกทั้ง ๒ กลุ่ม กลุ่มอาจจะเปล่ียนแนว
ของการบรรเลงได้ เชน่ ทอรมโบนเปน็ แนวทำ�นอง แซกโซโฟนกบั คลารเิ นต็ เป็นคอร์ด
ลักษณะสำ�คัญของบทเพลงวงโยธวาทิต นอกจากเมโลดี้และคอร์ดแล้วยังมีทำ�นอง
คลอเสียง เรียกว่า “เคาท์เตอร์เมโลด้ี (Counter Melody)” เครื่องดนตรีท่ีบรรเลง
แนวเคาน์เตอรเ์ มโลด้ไี ดด้ ใี นวงโยธวาทติ คอื ยโู ฟเนยี ม
46 บทท่ี ๒ ประเภทของเครื่องดนตรใี นวงโยธวาทิต
กล่มุ เคร่อื งกระทบ
เป็นกลุ่มที่มีลักษณะบรรเลงเป็นจังหวะ ซึ่งเสริมให้วงมีจังหวะที่เร้าใจหรือต่ืนเต้น
กลมุ่ เครอื่ งนจี้ ะมคี วามสามารถบรรเลงใหด้ งั ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ หรอื เบาลงทลี ะนอ้ ยไดต้ ามเครอื่ งหมาย
(Crescendo) (Decrescendo)
บทที่ ๒ ประเภทของเครือ่ งดนตรีในวงโยธวาทติ 47
บทท่ี ๓
แนวทางการจัดประกวดวงวงโยธวาทติ
การเขยี นโครงการ
เรามักจะได้ยนิ ผูเ้ กยี่ วของกับการเขียนโครงการพดู อยู่เสมอวา่ เขียนโครงการไม่เปน็
เขียนโครงการไม่ชัดเจน เขียนโครงการไม่สอดคลองกับแผนงานและกรอบนโยบาย มีข้อมูล
สำ�หรับการตัดสนิ ใจในการเขยี นโครงการนอ้ ย และท่ีสำ�คญั ช่วงเวลาที่ให้เขียนโครงการนนั้ สั้น
จึงทำ�ให้เขียนโครงการแบบขอไปทีหรือนำ�เอาโครงการเดิม ๆ ท่ีเคยทำ�อยู่มาปรับเสียใหม่
ปรับเปลี่ยนบางประเด็นเทา่ น้นั
โครงการจึงไม่ผ่านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในด้านต่าง ๆ ขาดการวิเคราะห์
ตามหลัก “SWOT” และขาดการกล่ันกรองโครงการก่อนท่ีจะเสนอ ดังนั้น ในปัจจุบัน
หลายหนว่ ยงานจงึ ใหค้ วามส�ำ คญั กบั การจดั ท�ำ แผนและการเขยี นโครงการ โดยมกี ารฝกึ อบรม
เชิงปฏิบัติการเขียนแผนหรือเขียนโครงการ ภายใต้ความเช่ือท่ีว่า ถ้าเราเข้าใจองค์ความรู้
เกี่ยวกับการจัดทำ�แผนและการจัดทำ�โครงการ ตลอดจนเทคนิคและวิธีการเขียนโครงการ
แล้วจะทำ�ให้เขียนโครงการได้ถูกต้อง ครอบคลุมชัดเจน และสามารถนำ�ไปปฏิบัติได้ง่าย
(หทัยรัตน์ ลิ่มอรุณวงศ.์ มป.ป.)
การเขยี นโครงการและความส�ำ คัญของโครงการ
โครงการ คอื การวางแผนอยา่ งเปน็ ระบบ ประกอบดว้ ยกจิ กรรมยอ่ ยหลายกจิ กรรม
ที่ต้องอาศยั ทรพั ยากรในการดำ�เนินงาน เพ่ือใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธิ์ตามวตั ถุประสงคห์ รอื เป้าหมาย
ตามท่แี ผนวางไว้
การเขียนโครงการเป็นส่วนสำ�คัญของการวางแผน ที่จะทำ�ให้องค์กรหรือหน่วยงาน
บรรลผุ ลส�ำ เร็จตามเปา้ หมาย
ความสำ�คัญของโครงการ
โครงการ (Project) เป็นสารทเี่ รียบเรยี งข้นึ เปน็ ขั้นตอน และมีแผนปฏิบัตเิ พอื่ บรรลุ
วัตถุประสงค์ ดังนนั้ โครงการจงึ เปน็ สว่ นประกอบทส่ี �ำ คญั ของแผนการด�ำ เนนิ งาน
การวางแผนโครงการ มีกระบวนการและข้ันตอนเช่นเดียวกบั การวางแผนโดยทั่วไป
คอื ประกอบดว้ ย การก�ำ หนดวตั ถปุ ระสงค์ การรวบรวม และการวเิ คราะหข์ อ้ มลู การพจิ ารณา
ถึงอุปสรรค ปัญหา ค้นหาโอกาส เลือกแนวทางการปฏิบัติท่ีเป็นไปได้ หรือวิถีทางท่ีดีที่สุด
และกระบวนการสดุ ทา้ ย คอื การตรวจสอบ ทบทวน และการประเมนิ ผลโครงการ
48 บทที่ ๓ แนวทางการจดั ประกวดวงโยธวาทิต
ตวั อย่างโครงการประกวดวงโยธวาทติ นักเรียนแห่งประเทศไทย
เลขทโี่ ครงการ /๒๕๕๗
๑. ช่ือโครงการ
โครงการประกวดวงโยธวาทิตนกั เรยี นแห่งประเทศไทย
ผลผลิต
เด็ก เยาวชน และประชาชนไดร้ บั การส่งเสริมและพฒั นาดา้ นกีฬา
นันทนาการ และวิทยาศาสตร์การกีฬา
๒. ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ
กลุ่มนนั ทนาการเดก็ และเยาวชน สำ�นกั นนั ทนาการ กรมพลศึกษา
โทรศพั ท์ / โทรสาร ๐ ๒๒๑๔ ๑๕๐๙
๓. หลกั การและเหตผุ ล
กรมพลศึกษามีภารกิจหลักในการส่งเสริม สนับสนุนให้เด็ก เยาวชนและประชาชน
ไดเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมการออกก�ำ ลงั กาย กฬี าและนนั ทนาการ โดยเฉพาะทางดา้ นดนตรี เนอ่ื งจาก
ดนตรสี ามารถชว่ ยกล่อมเกลาจิตใจให้เด็ก เยาวชนมีอารมณ์และจติ ใจทีอ่ ่อนโยน สขุ มุ มสี มาธิ
ตลอดทั้งสามารถช่วยสร้างเสริมความมีระเบียบวินัย ความสามัคคีในหมู่คณะและรู้จักใช้
เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ท้งั ตอ่ ตนเอง ครอบครัวและสังคม
พ.ศ. ๒๕๒๔ กรมพลศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธิการโดยศาสตราจารยน์ ายแพทย์
บุญสมมาร์ติน ได้ริเร่ิมให้มีการจัดประกวดวงดุริยางค์ข้ึน โดยมีธนาคารทหารไทย จำ�กัด
(มหาชน) ร่วมสนบั สนนุ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๕ เพ่อื เป็นการเฉลมิ ฉลองกรงุ เทพมหานครอายคุ รบ
๒๐๐ ปี และงานฉลองวนั เดก็ แหง่ ชาติ จงึ ไดจ้ ดั การประกวดวงโยธวาทติ นกั เรยี น นสิ ติ นกั ศกึ ษา
ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย คร้ังท่ี ๑ และ พ.ศ. ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ พ.ศ. ๒๕๓๒
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลสำ�หรับ
การประกวดวงโยธวาทิตประเภทผู้หญิงล้วน พ.ศ. ๒๕๔๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฎราชกมุ ารไดท้ รงพระราชทานถว้ ยรางวัล สำ�หรับวงทกี่ อ่ ตั้งใหม่ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๕
ได้ปฏิรูประบบราชการใหม่ กรมพลศึกษาได้เปล่ียนเป็นสำ�นักงานพัฒนาการกีฬา
และนนั ทนาการ กระทรวงการทอ่ งเที่ยงและกีฬา ก็ยงั คงดำ�เนินการจดั ประกวดอย่างตอ่ เนื่อง
พ.ศ. ๒๕๔๙ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไดท้ รงพระราชทานถว้ ยรางวลั
บทที่ ๓ แนวทางการจดั ประกวดวงโยธวาทิต 49
ประเภทน่ังบรรเลง พ.ศ. ๒๕๕๒ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อัครราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลประเภทระดับประถมศึกษา
และบริษัทสยามดนตรี ยามาฮ่า จำ�กดั รว่ มสนับสนุน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ วงโยธวาทติ โรงเรยี น
สุรนารีวิทยา ซ่ึงได้ครองถ้วยพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเภท ก
เป็นผู้แทนในนามประเทศไทยในการประกวดดนตรีโลก ครั้งที่ ๑๖ (16th World Music
Contest 2009) ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้รับรางวัล Top of the world
Championship ประเภทดนตรสี นาม (Display) สามารถทำ�สถติ คิ ะแนนสูงสดุ ของประเภท
การประกวด
จากศักยภาพในการจัดดำ�เนินการประกวดวงโยธวาทิตและผลผลิตท้ังวงโยธวาทิต
ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง กรมพลศึกษาจึงได้จัดประกวดวงโยธวาทิต
ในระดับนานาชาติข้ึนอกี กจิ กรรมหนึ่ง
พ.ศ. ๒๕๕๓ สำ�นักงานพัฒนาการกฬี าและนันทนาการไดเ้ ปลีย่ นเป็นกรมพลศึกษา
ตามพระราชกฤษฎกี า ลงวนั ที่ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๓
พ.ศ. ๒๕๕๕ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ไดท้ รงพระราชทาน
ถว้ ยรางวัลชนะเลศิ ประเภทเดินแถวมาร์ชชิง่
ปัจจบุ นั ไดแ้ บง่ ประเภทการประกวดเปน็ ๗ ประเภท ได้แก่
๑. ประเภท ก
ถว้ ยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
๒. ประเภท ข
ถว้ ยพระราชทานจากสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร
๓. ประเภท ค
ถว้ ยพระราชทานจากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
๔. ประเภท ง
ถว้ ยเกียรติยศจากกรมพลศึกษา
๕. ประเภทน่ังบรรเลง ก
ถว้ ยพระราชทานจากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ประเภทนง่ั บรรเลง ข
ถ้วยเกยี รตยิ ศจากกรมพลศึกษา
๖. ประเภทการเดินแถวมารช์ ชง่ิ
ถว้ ยพระราชทานจากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
50 บทที่ ๓ แนวทางการจดั ประกวดวงโยธวาทิต