The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้เยาวชนดี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-05-19 03:14:18

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้เยาวชนดี

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้เยาวชนดี

Keywords: ปลูกฝังคุณธรรมเด็ก

อีก ๓ ข้อที่เหลือเป็นความเคารพในการอีกษาของลูกสืษย์

ถ้าหากไม่ครบองค์ประกอบ ๔ ข้อนี้ ลูกจะไม่มีทางเรียนเก่งขึนมา

Vl ^

เด

เช่น ถ้าได้ครูดี แต่เราไม่เคยสืกลูกไห้เคารพครู คือ ไม่เคยสอน
ไห้รู้จักฟังคำครู ตรองตามคำครู และทำตามคำครู ต่อไห้ครูดีขนาดไหน

เด็กก็จะไม่ได้วิชาความรู้จากครูไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อุปมา

เหมีอนฝนตกลงมาห่าไหญ่จากท้องฟ้า แต่เอาขวดปากแคบมารองนี้าฝน

ถึงจะจุนํ้าได้มากเท่าไร แต่เมื่อปากขวดแคบเลืยแล้ว ก็ย่อมรองรับนี้า

ฝนได้น้อย ฉันนั้น

ตรงกันข้าม ถ้าได้ครูไม่ดี ถึงแม้ว่าลูกเราอาจจะเป็นเด็กที่เคารพครู
รู้จักสังเกตเฉลืยวฉลาดไนการคิด และทำอะไรก็ทำด้วยความตั้งไจจริง

แต่ทักษะดีๆ เหล่านี้ไนตัวลก จะถกดึงออกมาไช!นทางที่เป็นประโยชน์

illเม่เด้เลย

เลื้ยงคูกอย่างไร ให้เมีองไทยได้เยาวชนด เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้ "ไม่โง่'

www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น การที่เด็กจะฉลาดขึ้นมาได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องหาครู

ดีให้ลูก และฝึกให้ลูกเคารพในครูดี เด็กจึงจะใต้ดี

อะไรบ้างที่จัดว่าเป็นครูดีที่เด็กควรให้ความเคารพ?

๑) เคารพครูบาอาจารย์ เพราะเป็นผู้มีพระคุณในการถ่ายทอด
ความรู้ให้แถ่ลูกดีษย์

๒) เคารพตำราเรียน เพราะเป็นเครื่องมือที่รเวยให้การดีกษาของ
เราสะดวกขึ้น จำ ใต้ง่าย ทบทวนใต้ง่าย และเป็นแหล่งความ

รู้ที่เราย้อนกลับมาอ่านใต้เสมอ

๓) เคารพการเล่าเรียน เพราะเป็นการแสดงความเคารพต่อ

อาจารย์ แสะไม่เป็นการดูถูกวิชาความรู้

๔) เคารพตัวเอง เพราะมืหน้าที่เป็นนักเรียนที่ดี และต้องรู้จัก

สอนตัวเองให้เป็นคนดี

ทั้ง ๔ข้อนี้ ดีอสิงที่คุณพ่อคุณเฌ่จะต้องฝึกให้ลูกเคารพ ลูกจึงจะ

มืปัญญาขึ้นมาใต้

แต่อย่างใรก็ตาม มืเงื่อนไขอยู่ว่า การที่จะฝึกให้ลูกเคารพในการ
ดีกษานัน คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจถ่อนว่า บางครั้งแม้ว่า เราจะหาครูดี

มาให้ลูกใต้ และลูกของเราก็มืความเคารพในการดีกษาด้วย แต่ครูดีคน
เดียว จะต้องดูแลเด็กนักเรียนห้องหนึ่ง ขึ้งประมาณสามสิบคน การดู

นักเรียนให้ทั่วถึงนั้น ทำ ใต้ยาก

เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่เอง ต้องมืส่วนช่วยครูที่โรงเรียนด้วย

นันคือ หลังจากคุณพ่อคุณแม่เสิกงานกลับมาบ้านแล้ว ต้องแปงเวลามา
ทำ การบ้าน มาอ่านหนังสือกับลูกด้วย ลูกก็จะรู้สืกว่า คุณพ่อคุณแม่

๑๐๒

เลื้ยงดูกอย่างไรไห้เมืองไทยใต้Iยาวซนด ร|__ เพาะนสัยลูกอย่างไรไห้-ไม่โง่"

www.kalyanamitra.org

ใส่ใจและให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ลูกก็จะกระตือรือร้นในการเส่าเรียน

เขียนอ่าน ทำ ให้ผลการเรียนออกมาตี เพราะเขาเห็นว่า คุณพ่อคุณเฟ
เคารพในการตีกษานั่นเอง

ทำ ไมเคารพในการทำสมาธิจึงไม่โง่

สมาธิ แปลว่า ตั้งมั่นแห่งจิต รื่งหมายถึง อาการของใจที่มีอารมณ์
รวมกันเป็นหนึ่ง มีความมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปกับสิงทีมากระทบใจ หรีอ

สิงที่มาส่อใจ อันเป็นเหตุให้ใจขุ่นมัว '^งซ่าน ไม่ปลอดโปร่ง อึดอัด คับ

แคบ ทำ ให้อารมณ์เสีย วินิจฉัยเสีย เรียนหนังสีอไม่ได้ตี และทำงาน

ผิดพลาด

ความเคารพในการทำสมาธิ หมายถึง การหมั่น่ฝ็กสมาธิเป็นประจำ

ทุกวันเพื่อให็ใจตั้งมั่นไม่'^งซ่านมีคุณภาพในการคิด การไตร่ตรองอย่าง

มีเหตุผล เป็นคนอารมณ์ตี มีความจำตี เส่าเรียนเขียนอ่านได้ตี และ

ทำ งานได้มีประสิทธิภาพ เพราะไม่มัวเสียเวลาไปวอกแวกกับเรีองอึน

๑0€ท

เลื้พลูกอย่างไร ให้น)องไทยได้นภาซนด 1พาะนิสัยลูกอย่างไรให้ •ไม่โง่"

www.kalyanamitra.org

อาการของใจที่เป็นสมาธินั้น ก็เหมือนกับเราเอาเลนส์นูน มารวม
แสงจากดวงอาทิตย์ที่กระจัดกระจายให้เป็นจุดเดียวกัน ก่อให้เกิดเป็น

พลังงานความร้อนเผาไหม้วัตถุให้ติดลุกเป็นเปลวไฟขึ้นมาได้ จิตใจที่
เป็นสมาธิก็เช่นกัน ย่อมเกิดจากการรวมใจที่ชัดส่ายไปกับเรื่องราวต่างๆ
นอกตัว หรือชัดส่ายไปกับความคิดฟ้งซ่านต่างๆ นานา ให้กลับมาหยุด

รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำ ให้เกิดการตั้งมั่นของใจขึ้นมา ซึ่งในพระพุทธ

ศาสนา ก็มืวิธีฝึกสมาธิที่เหมาะกับจริตอัธยาตัยให้เลือกถึงตั้ง ๔0 วิธี

คนที่ใจเป็นสมาธินันหากบางครั้งบังเอิญจะต้องให้เผชัญกับปัญหา

ก็จะมืสภาพใจที่ร้บกับภาวะความกดดันได้นึ่งกว่าคนที่ไม่มืสมาธิ ทำ ให้

ไม่เครืยดง่าย หรือหวั่นกลัวต่อปัญหา กลับสามารถตั้งหลักรับมือกับ
ปัญหาได้อย่างรอบคอบ แก้ปัญหาได้ถูกวิธี ไม่เป็นการเพิ่มปัญหาให้

ย่งยากยิ่งขึ้นอีก

การที่คุณพ่อคุณแม่ให้เด็กฝึกสมาธิเป็นประจำ จะช่วยให้ลูกมื

ความมั่นคงทางอารมณ์ไม่เป็นคนสมาธิลันมืความจำดี มืจิตใจที่แจ่มใส

มืๅฒิภาวะทางอารมณ์ สอนตัวเองได้ รู้คิดอย่างมืเหตุมืผส เมื่อโตขึ้น
เขาก็จะเป็น^หญ่ที่ดี รู้รับผิดชอบกับสิงต่างๆ ได้ดี แสะเผชัญโลก
กว้างได้อย่างมั่นใจ สมกับที่เป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่

การฝึกลูกให้ทำสมาธิเป็นนั้น ทำ ได้ง่ายๆ โดยเรื่มต้นที่ฝึกให้ทำ
สมาธิก่อนนอน ๕ นาที แสะตอนตื่นนอนใหม่ๆ อีก ๕ นาที เป็นประจำ

ทุกวันจนกลายเป็นนิสัยของเด็ก

วิธีการทำสมาธิแบบง่ายๆ สำ หรับเด็กนั้น ทำ ได้ด้วยการหลับตา

เบาๆ สบายๆ พอเปลือกตาปีดสนิท แล้วอาจจะบริกรรมภาวนาว่า

๓ยงลูกอย่างไรไห้เมืองไทยไล้เยาวชนดี เพาะนํสัยลูกอย่างไรไห้"ไม่โง่-

www.kalyanamitra.org

"พุทโธ ๆ ๆ" หรือ "สัมมา อะระหัง" ใหใจเกาะไปกับคำภาวนา สัก ๕

นาที หรือถ้าไม่อยากภาวนาอะไร ก็ทำ ใจเฉยๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลยสัก ๕
นาที ก็ย่อมได้ เพียงเท่านี้ ใจก็จะกสับมารวม ณ ที่ตั้งตามธรรมชาติ

เติมของใจ ซึ่งอยู่บริเวณกลางท้อง แล้วก็ปล่อยใหใจหยุดนิ่งเป็นสมาธิ

ไปตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องไปบังคับบัญชาใจแต่อย่างใด นิ่ก็เป็นการ
ฝึกสมาธิแบบง่ายๆ อย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา และเป็นการฝึกจิตใจ

ให้สงบอีกวิธีหนึ่งที่เหมาะสำหร้บเด็ก

นอกจากวิธีดังกล่าวแล้ว ถ้าหากจะปลูกฝังความฌตตาให้แก่เด็ก ก็
ต้องสอนให้เด็กทำสมาธิแผ่ฌตตาอยู่ ๒ ช่วงเวสา คือ ก่อนนอน และ
ตื่นนอนตอนเช้าใหม่ๆ เช่นกัน ว่า

"สัตว์ตั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิด แก่ เจ็บตายด้วยกันหมตตั้งเน

จงเป็นสัซ เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย

จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียน ซึ่งกันและกันเลย

จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีดวามทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

จงมีดวามสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยตั้งสินเถิด"

เพียงเท่านี้ จิตใจของเด็กก็จะละเอียดอ่อน ละทุนละไม การฝึก
ให้ลูกแผ่เมตตาอย่างนี้เป็นประจำ นอกจากจะฝึกสมาธิแล้ว ยังเป็นการ

ปูพื้นฐานจิตใจให้เป็นคนมีความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหสาย

ตสอดจนเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่มีจิตใจโหดร้าย และรู้จักมองโสกใน

แง่สร้างสรรค์ ไม่ทำสายกันอีกด้วย

โดยสรุปแล้ว ถ้าหากคุณพ่อคุณเฝต้องการให้ลูกมีจิตใจที่มั่นคง

เป็นสมาธิ มีความจำดี มีจิตใจที่แจ่มใส เล่าเรืยนเขียนอ่านได้ดี มี

ปัญญาเฉลียวฉสาดว่องไว มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคงสอนตัวเองเป็น

เลื้ยงลูกอย่างไร ใฟ้เมีองไทยได้เยาวชนดี เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้ ■ไม่โร่"
www.kalyanamitra.org

เติบโตเป็น!^หญ่ที่ดี มีเหตุมีผล รู้รับผิดชอบ ทำ งานได้มีประสิทธิภาพ
ก็ต้องฝึกให้ลูกรักการทำสมาธิอยู่เป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัยตามที่

อธิบายมานี้นั่นเอง

ทำไมเคารพในความไม่ประมาทจึงไม่โง่

"คนที่ประมาท แม้ยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่ต่างจากคนที่ตายแล้ว"

การผ่านความสำเร็จมาร้อยครั้งไม่ใช่หลักประกันว่า ครั้งที่หนึ่งร้อย

หนึ่งจะสำเร็จ เพราะหัวใจของความสำเร็จอยู่ที่ "ความไม่ประมาท"

คนที่ประมาทแล้ว เขาก็จะต้องเจอแต่ความผิดพลาดอยู่รํ่าไป

เมื่อผิดพลาดปอยๆ ก็จะขาดความมั่นใจ และไม่กล้าทำอะไร เมื่อไม่

กล้าทำอะไรก็จะไม่มีผลงาน เมื่อไม่มีผลงานก็จะมีปมต้อย เมื่อมีปมต้อย

ก็จะริษยาผู้อึ่น ชอบจับผิดผู้อื่น และในที่สุด ก็จะเป็นคนขี้น้อยใจ และ

หมดอาลัยตายอยากในชีวิต

เลื้ยงดูกอย่างไรให้เมองไทยได้พาวซนดี เพาะนิสัยดูกอย่างไรให้-ไม่โง่-

www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น ถ้าเราต้องการความสำเร็จ เราก็จะต้องเคารพในความ
ไม่ประมาทให้มากๆ

ความไม่ประมาท คือ อะไร ?

ความไม่ประมาท คือ การมีสติอยู่กับตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคืค จะ
พูค จะทำเงใดย่อมไม่ถสำสงไปในทางแอมเสิย

สติ คือ อะไร ?

สติ คือ ความระลึกนึกไตัถึงความผิด-ชอบ•ชั่ว-ดี เป็นสิงที่

กระตันเดือนใฬ้คืด พูด ทำ ในสิงที่ถูกตัอง ทำ ให้Iม่ลืมตัว ไม่เผสอตัว

ใต้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญในสิงต่างๆ ได้

ตัดรูของสติ คือ อะไร?

ตัดรูของสติ คือ อบายมุข ซึ่งเป็นเสมือนปากทางแห่งความวิบัติ
เสียหาย ได้แก่ สุรายาเสพติด การเที่ยวผู้หญิง การเที่ยวกสางคืน การ

พนัน การคบคนพาส แสะการเกียจคร้านการงาน

สิงเหล่านี้ต้องปลูกฝังให้เด็กไม่ข้องแวะตั้งแต่เล็ก ต้อง!โทษให้มาก

และต้องปลูกฝังวินัยทางธรรมให้เข้มแข็ง โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ดู

เป็นตัวอย่างก่อน

อะไรบ้างที่ไม่ควรประมาท ?

๑) ไม่ประมาทในเวลา คือ สอนลูกให้มืสติเตือนตนอยู่เสมอว่า

"วันคืนล่วงไปแล้ว จะไม่ย้อนกล้บ บ้ดนี้เรากำล้งทำอะไรอยู่" เพื่อที่จะ

ได้ไม่มัวเมาอยู่ในสิงไร้สาระ เช่น เล่นไพ่ คุยโม้ ดูคอนเสิร์ต แต่จะเอา

เวสามาเร่งรีบคืกษาเล่าเรียนให้สำเร็จ เอาเวลามาทำงานให้เต็มที่ เพื่อ
แข่งกับเวสาที่กลืนกินชีวิตไปแล้ว เรียกกลับมาไม่ได้

เลื้ยงลูกอย่างไร ให้เมองไทยได้เยาวรนคื _ เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้ ■ไมโง่"

www.kalyanamitra.org

๒) ไม่ประมาทในวัย คือสอนลูกให้มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า"อย่า

คิดว่าตนเองยังเป็นเด็กอยู่ จึงเที่ยวเล่นเพลิดเพลินไปวันหนึ่งๆ เพราะ
ถ้านับอายุตั้งแต่ชาติแรกจนถึงบัดนี้ แต่ละคนก็มีอายุหสายกัปหลาย

กัสป็แล้ว"

ฅ) ไม่ประมาทในความไม่มีโรค คือ สอนลูกให้มีสติเตือนตน

อยู่เสมอว่า "อย่าคิดว่าเราจะแข็งแรงอยู่อย่างนี้ตลอดไป"ถ้าวิบากกรรม

ชั่วในอดีตตามมาทัน วันหนึ่งเราอาจปวยใช้ ไม่สบายเมื่อไรก็ใด้

เพราะฉะนั้น ในขณะที่สุขภาพยังดีอยู่นี้ ต้องรีบขวนขวายทำความดีให้
เต็มที่ เป็นลูกที่ดีของคุณพ่อคุณแม่ ตั้งอกตั้งใจทำทุกลิงทุกอย่างใน
ขณะที่เรายังแข็งแรงอยู่นี้ ให้ดีที่สุด

๕) ไม่ประมาทในข็วิต คือ สอนลูกให้มีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า

อย่าคิดว่า "อายุจริงๆ ของคนเรานั้นนาน เพราะจริงๆ แล้ว ล้นแค่ลม
หายใจเข้าออก ความตายจะมาเอาข็วิตเราเมื่อไรก็ไม่มีใครรู1ด้"

พระล้มมาล้มพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนว่า อายุมนุษย์จริงๆ ล้นแค่ลม

หายใจเช้าออก เพราะถ้าหายใจออกอย่างเดียว ไม่หายใจเช้า ก็ตาย หรีอ
หายใจเช้าอย่างเดียว แต่ไม่หายใจออก ก็ตาย และถ้าไม่หายใจเช้า และ

ไม่หายใจออก ยิ่งตายไวใหญ่ อายุมนุษย์จริงๆ จึงมีแค่ ๕ วินาที ตาม

เวลาที่ใซ[นการหายใจเช้า-ออกนั่นเอง

ความตายจึงไม่มีเครื่องหมายบอกล่วงหน้าว่า เราจะตายเมื่อไรตาย
ที่ไหน และตายอย่างไร เราจึงควรสร้างความดี และทำจิตใจให้ฝองใส

ให้เต็มที่ทุกรูปแบบ ทุกโอกาส

๔)ไม่ประมาทในการงาน คือ สอนให้ลูกมีสติเตือนตนอยู่เสมอว่า

เลื้แงลูกอย่■เงไร ให้เมีองไทยได้เยาวชนด เพาะนสืยลูกอย่างไรให้ ■ไม่โง่"

www.kalyanamitra.org

"งานทุกอย่างทึ่มาลึงมือต้องทำให้ดีทึ่สุด" คือ ทำ ให้ถูกวัตถุประสงค์ ทำ
อย่างทุ่มเทไม่ออมมือ ทำ อย่างทุ่มเทไม่คั่งค้าง ไม่ท้อถอยกับอุปสรรค
น้อยไหญ่ แสะไม่ผัดวันประกันพรุ่ง มิฉะนั้น จะไม่ได้งานที่มืคุณภาพ

แสะยังต้องตามแกไขไปอีกไม่รู้จบสิน

๖) ไม่ประมาทในการสืกษา คือ สืกไห้ลูกมิสติเตือนตนอยู่เสมอ

ว่า "จะต้องขวนขวายหาครามเอย่างเต็มทึ่" อะไรที่ควรอ่านควรทํอง ก็

จงรีบอ่านรีบท่องโดยไม่แชเชือน ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญ

ของการคืกษาหาความรู้ ซึ่งเป็นกุญแจไขไปส่ความสำเร็จของชืวัต แสะ
เป็นเครื่องมือพิชืตปัญหาชืวิตทุกๆ อย่าง

๗) ไม่ประมาทในการปฏิบัติธรรม คือ ฝึกลูกหสานไห้มิสติเตือน

ตนอยู่เสมอว่า จะต้องหมั่นเคารพไนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ การ

คืกษา การฝึกสมาธิ ความไม่ประมาท แสะการต้อนรับปฏิสันถารอย่าง

สมํ่าเสมอ และปฏิบัติตามอย่างไม่ย่อท้อ เพราะเป็นทางนำมาซึ่งปัญญา
ที่ทำ ไห้รู้คิดไต้ว่า อะไรถูก-ผิด ดี-ซึ่ว บุญ-บาป ควร-ไม่ควรทำ เป็นผส

ไห้กสายเป็นคนดี มิความคิดถูก พูดถูก แสะทำถูกต้องตามทำนอง
คลองธรรม และควรเรื่มตั้งแต่บัดนี้ ไม่ควรรอจนแก่เฒ่าจึงค่อยมา

ปฏิบัติธรรม เพราะจะฟังเทศน์ก็ทุตืง จะนั่งสมาธิก็ปวดเมื่อยขัดยอก
จะอ่านหนังสือตาก็มัว ลุกก็โอย นั่งก็โอย เมื่อระลึกไต้เช่นนี้ จึงมิความ

เพียรไส่ไจไนการปฏิบัติธรรม เพราะจะทำไห้ไต้รับความสุขไนชาตินี
และความสุขไนชาติหน้าด้วย

เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณเฌ่คนไหนก็ตาม เมื่อฝึกลูกไห้ตั้งอยู่ไน
ความไม่ประมาทเช่นนี้แล้ว ลูกก็จะมิสติปัญญามาก เฉลียวฉสาด ทำ
อะไรก็ทำดีที่สุด ทำ อะไรก็ทำด้วยความรอบคอบ มิความเข้าไจโลก ไม่

เลี้ยงดูกอย่างไรให้เมืองไทยไค้เยาวชนดี _เ^^ร!)!^ เพาะนิสัยดูกอย่างไรไห้"ไมโง่'

www.kalyanamitra.org

เสียflครได้ง่ายๆ และไม่เสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระแต่จะงหน้าทำความ
ดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อแข่งกับเวลา และความตายที่มองไม่เห็นตัว ทุกย่าง

ก้าวของเขาจึงมีเงาของความสำเร็จติดตามตัวไปตลอดเวลา

ตรงกันข้ามถ้าคุณพ่อคุณแม่ฝึกให้ลูกมีความประมาทในสิงเหล่านี้

ต้องบอกว่าพลาดแล้ว เพราะได้ฝึกให้ลูกเป็นคนเผลอสติอย่างหน้ก

ขาดความรอบคอบในการดำเนินซีร็ตเมื่อเกิดความผิดพสาดในซี■วิตขึ้นมา

ก็จะมองหาสาเหตุไม่เจอว่า เกิดความผิดพสาดที่ตรงไหน ผิดพสาด
เพราะอะไร แสะไม่รู้จะแก็ไขอย่างไรจึงถูกวิธี ตลอดทั้งซีวิต จึงยากที่จะ
ประสบความสำเร็จอะไรในซีวิต เพราะลูกจะมองซีวิตตื้นๆ และมักง่าย

เกินไป จึงเอาดีไต้ยาก ชึ่งก็เท่ากับว่า "คนประมาท คือคนที่ตายแล้ว"
นั่นเอง

ทำ ไมเคารพในการต้อนรับปฏิสันถารจึงไม่โง่

การปฏิสันถาร แปลว่า การต้อนรับ ซึ่งหมายถึง การรู้จักต้อนรับ

คนดีไว้เป็นสมัครพรรคพวก

จากประสบการเน์ของปูย่าตายาย ท่านบอกว่า การต้อนรับปฏิสันถาร

จะให้ประโยชน้Iหญ' ๓ ประการต่อไปนี้ คือ

ประการที่ ๑ เป็นบทฝึกปฏิภาณไหวพริบให้แก่ลูก
มีคุณพ่อคุณเฒ่หลายท่านมักตั้งคำถามในเรื่องนี้ว่า "เราก็มีลูกรัก

อยู่ แต่จะฝึกอย่างไรให้ลูกมีปฏิภาณไหวพริบ ?"

ในพระทุทธศาสนามีบทฝึกปฏิภาณง่ายๆ แต่ส่วนมากไม่รู้ว่านี่คือ

บทฝึกปฏิภาณไหวพริบ

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เมีองไทยไล้เยาวซนคื เพาะนํสืยลูกอย่างไรให้ ■ไม่โง่-

www.kalyanamitra.org

แกปฏิภาณทำอย่างไร? ก็สืกการต้อนรับปฏิสันถารนี่เอง

ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากแกปฏิภาณไหวพริบให้กับลูก ต้อง

เริ่มมาตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ คือเมื่อเวลาลุงป้าน้าอา หรือครูบาอาจารย์ที่
โรงเรืยนมาเยี่ยมที่บ้าน สิงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือ ไม่ว่าลูกจะไปเล่น
อยู่ที่ไหนก็ตาม จะต้องไชให้คนไปตาม พอมาถึงแล้ว ก็ไห้ไปกราบ ไป
ไหว้ตามสมควรแก่ฐานะของแขก ตักนํ้าดื่มไห้แขก แล้วไห้รายงานตัวว่า
ผมชื่อนั้น นามสกุลนั้น เรืยนอยู่ที่โรงเรืยนนั้น อยู่ชั้นนั้น ครูประจำชั้น

ชื่ออะไร สอบเทอมที่แล้วเป็นอย่างไร

นี่เป็นสิงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องแกไห้ลูกรายงาน

ดูผิวเผินเหมือนไม่ไต้อะไร แต่จริงๆ แล้วไต้ เพราะตรงนี้ถ้าผู้ไหญ่
ที่เขาเอ็นดูเด็ก เขาจะชักเรื่องการเรืยน ตอนนี้ปฏิภาณของลูกจะเริ่มเกิด

เลื้ยงลูกอย่างไร ไห้เมืองไทยได้เยาวชนด็ . .เพาะนสืยลูกอย่างไรไห้"ไม่โง่"

www.kalyanamitra.org

มาแล้วบางทีผู้ใหญ่ก็มีปัญหาเรื่องสนุกอะไรก็ไม่รู้เอามาแหย่สารพัดเรื่อง

เด็กก็ต้องตอบให้เป็น และแสดงให้เห็นว่าเราให้ความเคารพเกรงใจท่าน

อยู่ด้วย ปฏิภาณของลูกจะมาจากตรงนี้

เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณเฒ่คนไหนยังไม่ได้สอนลูกให้รับแขก ต้อง
เตือนว่าพลาดแล้ว เพราะปฏิภาณของเด็กมาจากตรงนี้ ข้อมูลทั้งหลาย
ในตัวจะถูกดึงออกมาใข้ก็มาจากตรงนี้

ยิ่งกว่านั้น ปูย่าตาทวดของเรา ท่านทำดีมากๆ คือหลังจากที่เด็ก
ถูกแขกชักถามแล้ว เดี๋ยวท่านจะบอกเสยว่า คุณลุงคนนี้ คุณป้าคนนี้มี
คุณสมบัติคือย่างไร เชันเป็นนายอำ๓อชันเยี่ยม เป็นผู้พิพากษาชันเยี่ยม
เป็นนายแพทย์ชันเยี่ยม แต่สะท่านมีความคือย่างนั้นๆ แล้วภาพเหล่านี้

จะประทับสงไปในใจของเด็ก

ประทับในใจอย่างไร ก็ประทับสงไปว่า ถ้านายอำ๓อชั้นคื ผู้
พิพากษาชั้นคื นายแพทย์ชั้นคื ต้องมีบุคลิกอย่างนั้น ถึงแม้รายสะเอียด

เด็กจะยังไม่ได้ แต่จะไต้ภาพจริงๆ ภูมิปฏิภาณไหวพริบ จะถูกม้กกัน

ตั้งแต่ตรงนี้

ในทางตรงข้าม ถ้าเวสาแขกที่เป็นพวกตัวแสบๆ มาเยี่ยมบ้าน ไม่
ว่าเด็กจะทำอะไรอยู่ก็ตาม จะกำลังอ่านหนังสืออยู่ หรือกำลังเล่นอยู่ใกล้
ก็ตามที จะต้องทำเสืยงดุขึ้นมาเสย เชัน "ลูก ผู้ใหญ่เขาจะคุยธุระกัน
ไปเล่นที่อื่นลูก !" ลูกก็เลยต้องรีบไป อยู่ไม่ได้ วันหลังพอลูกโตขึ้นมา
อีกหน่อย เห็นคนท่าทางแสบๆ อย่างนี้เข้ามาในบ้าน เด็กก็จะรีบไป
กํอนที่จะโดนไล่ แต่ว่าถ้าวันไหนเห็นแขกที่เป็นคนดีๆ มา ไม่ว่าเล่นอยู่
ที่ไหน ท่านก็ให้คนไปตาม ให้ริบมายกนั้า มารายงานตัว เด็กจะเรื่มดู

คนออกก็ตั้งแต่ตรงนี้

๓ยงดูกอย่างไรให้ฒ&งไทยได้เยาวชนดื §1_ เพาะนิสัยดูกอย่างไรให้•ไมโง่'

www.kalyanamitra.org

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนนั้นอยากจะให้ลูกของเรา มีไหวพริบปฏิภาณ

ดูดนออกว่า คนนั้นดี คนนั้!ม่ดี ก็อยากจะให้ลูกรู้ แต่สิงเหล่านั้!ม่ได้
สอนลูก แล้วก็มักมาปนว่า "ลูกของเรา มันโง่จังเลย" 4งจริงๆ แล้ว

ไม่ใช่ความผิดของเด็ก แต่เป็นเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ยอมสอนลูก

บทฝึกง่ายๆ เหล่านี้ !|Jย่าตายาย ไม่ได้ฝึกให้เฉพาะลูก แต่ฝึกแม้
กระทั่งลูกสะใภ้ หสานสะใภ้ แม้กระทั่งคนรับใช้ ท่านก็สอน แล้วคนใน
บ้านจะดูคนเป็น รู้จักรับแขก ไม่ไล่แขก แล้วบ้านก็จะมีโปสเตอร์

เคลื่อนที่ประกาศความดีไปทั่วเมีอง ขณะเดียวกัน ถ้ามีอะไรดี ไม่ว่าจะ

เป็นความรู้ หรือข่าวสารอะไรก็ตามที บ้านนี้ก็จะได้รับการบอกกล่าวไม่

ขาดสาย ท่าให้มีทัศนะกว้างไกลตามมา

พระล้มมาล้มพุทธเจ้าทรงเห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงทรงมีบทฝึก
ปฏิภาณไหวพริบไวให้ที่ความเคารพในการปฏิล้นถารต้อนรับนี้เอง

ประการที่ ๒ เป็นการเพิ่มดวามดี

ถ้าท่านผู้นั้นไม่ใช่คนใจบอด ก็จะกสายเป็นโปสเตอร์ประกาศคุณ

ศวามดีให้กับเราไปตลอดชาติ ใครอย่าได้มาด่าเราว่าเราเลว ท่านผู้นีจะ

ยืนยันว่า

"ไม่จริงหรอก ผมเคยไปถึงที่ท่างานของเขานะ เขาไม่ได้เป็นอย่าง

ที่คุณว่า คุณอย่าเพิ่งไปโจมตีเขาสํมลื่ล่มห้า เขาเป็นคนดีคนหนึ่งเท่าที่

ผมเคยไปเจอมา"

นึ่ก็เป็นเพราะอำนาจของการปฏิล้นถารต้อนรับ

เลื้ยงดูกอย่างไรให้ฟ้องไทยได้เ๓วชนดี เพาะนิสืยลูกอย่างไรให้ "ไมโง่"
www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ฝึกให้ลูกรับแขกเป็น หรือ

รับแขกเป็นเหมือนกัน แต่ยังไม่ทุกระดับ ก็ต้องฝึกลูกให้รับแขกให้เป็น

เพราะถ้าผิดพลาดตรงนี้ แขกที่มาหาก็จะเป็นโปสเตอร์เคลื่อนที่ ด่าเรา
ไปชาติหนึ่งเหมือนกัน

คนเรานันมืความแปลกอยู่ว่า บางทีเจอกันวันนี้ แต่ไม่แน่ว่าตลอด

ชาตินี จะได้เจอกันอีกหรือไม่ ? เพราะฉะนั้น ลื่งใดก็ตามที่เราทำให้

ประทับใจ ถ้าถูกใจ ก็ชื่นชมกันไปชาติหนึ่ง แต่ถ้าไม่ถูกใจก็ด่ากันไป
ชาติหนึ่ง การจะสร้างมิตรหรือสร้างดัตรูก็อยู่ตรงที่รัปแขกนี้

ประการที่ ฅ เป็นการเพิ่มเดรดิตซองเรา

การรู้จักแอเ?ญคนดีมาถึงบ้าน หรือที่ทำงาน ก็จัดเป็นบุญของเรา
อย่างหนึ่ง เพราะเป็นเครื่องประกันให้เราอย่างดีว่า ถ้าเราไม่ดีจริงๆ

^หญ่ก็คงมาไม่ถึงบ้านของเรา

ยกตัวอย่าง ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้วมืพระกรุณาธิคุณ

เสด็จมาในเขตอำ๓อที่เราอยู่ยังไม่ต้องถึงกับเสด็จมาที่บ้านของเราหรอก

เพียงแค่นี้ ก็เป็นความชื่นใจอย่างหนึ่งของไพร่ฟ้าประชาชนแล้ว

การต้อนรับเชื้อเชิญมิความดีงามในตัวมหาศาลอย่างนี้

เพราะฉะนั้น เมื่อปูย่าตายายมองเห็นประโยชน์ของการต้อนรับ
ปฏิสันถารว่า เป็นการเพิ่มพูนความรู้ และเพิ่มพูนเครดิตของเราเช่นนี้

ทำ นจึงบอกว่า การเคารพในปฏิสันถาร คือ ทางมาของปัญญา

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงเหตุผลของการเคารพในลื่งที่ควร

เลื่ยงลูกอย่างไร ให้เมืองไทยได้เยาวชนดี เทาะพสัยลูกอย่างไรให้•ไมโง่"

www.kalyanamitra.org

เคารพ ทั้ง ๗ ประการแล้ว อย่างไรก็ตาม การจะสร้างแรงจูงใจให้ลูก
ปฏิบัติตามนั้น จำ เป็นต้องเล่าผ่านประสบการณ์ของคุณพ่อคุณแม่เอง

หรือจะเป็นนิทานก็ทำใต้ โดยเฉพาะนิทานชาดก เลือกเรื่องที่ตรงกับ

ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ และเล่าออกมาในรูปแบบที่ลูกชอบ
พอเล่าจบแล้ว คุณพ่อคุณเฌ่ก็ต้องชวนลงมือปฏิบัติทันที และเมื่อลูกทำใต้
ก็ต้องรู้จักให้รางวัลลูก ลูกจะใต้รู้ว่า ทำ ดีต้องใต้ดี เมื่อคุณพ่อคุณแม่
เล่านิทานปลูกฝังคุณธรรมอย่างนี้ปอยๆ คุณธรรมที่ดีงาม ก็จะเกิดขึ้น

ในจิตใจ ปมเพาะให้เด็กมืนิสัยจับดีเป็น มืเหตุมืผล ลอนตัวเองใต้ และ

มืปัญญามากขึ้นมาตามล่าดับ

โดยสรุปแล้ว ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกของตนมืนิสัยจับดี มื
ปัญญามากมืความจำดี เรืยนหนังลือเก่ง รู้จักแยกแยะดีจัวลอนตัวเองใต้

และตัดสินใต้ว่า อะใรถูก-ผิด ดี-ขึ้ว บุญ-บาป ควร-ใม่ควรทำ ลามารถ
ผึเกฝนอบรมตนเองให้เติบโตมาเป็นผู้ที่มืความรู้ดี ความลามารถดี และ
มืคุณธรรมที่ประเสริฐยิ่งๆ ขึ้น ก็ต้องฝ็กผ่านความเคารพ ๗ ประการนิ
คือตั้งแต่ การเคารพในพระทุทธ พระธรรม พระสงฆ์ การคืกษา การ
ผึเกสมาธิ ความใม่ประมาท และการต้อนรับปฏิสันถารนี้เอง

เลิ้ยงดูกอย่างใรไห้เมืองไทยไล้พาวชนดี เาทะนิสืยดูกอย่างไร่ไห้"ไม่โง่*

www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

เมื่อคุณพ่อคุณแม่จะเพาะนิสัยใหไม่แสบ
ก็ต้องเพาะผ่านระเบียบวินัย ต่อมาเมื่อคุณ

พ่อคุณแม่จะเพาะความเจ้าปัญญาให้แก่ลูก

ก็ต้องเพาะผ่านความเคารพ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่

จะเพาะความไม่แล้งนํ้าใจให้แก่ลูกแล้ว

มีทางเดียว คือ ต้องเพาะผ่านความอดทน

แยงรูกอย่างไร ใพ้ฟ้รงไทยไสัเยาวmพ! . .เพาะนิสืยดูกรย่างไรไฟ้ "ไม่นสังนาใจ■

www.kalyanamitra.org

ความอดทน คือ อะไร ?
อด หมายถึง อยากได้ แต่ไม่ได้
ทน หมายถึง ไม่อยากได้ แต่ต้องได้

อดทนหมายถึง การรู้จักรักษาปกติภาวะของตนเอาไว้ได้ไม่ว่าจะ

ฉูกกระทบด้วยiงที่อยากได้หรือไม่อยากได้ก็ดาม

ความอดทนก่อให้เกิดนิสัยไม่แล้งนํ้าใจอย่างไร ?

คำ ตอบ คือ ถ้าใครก็ตาม ลองไม่อดทนเสียแล้ว เขาจะช่วยตัวเอง

ษได้ และเมื่อช่วยตัวเองไม่ได้ เขาก็จะต้องแล้งนํ้าใจต่อคนอื่น เพราะ
ไปช่วยคนอื่นไม่ไหว

ทำ อย่างไรลูกจึงจะมีความอดทน?

คำ ตอบ คือ ต้องฝึกความอดทน ๔ รูปแบบ ต่อไปนี้

๑) อดทนต่อความลำบากตรากตรำ

๒) อดทนต่อทุกขเวทนา

๓) อดทนต่อการกระทบกระทั่ง

๔) อดทนต่อความเย้ายวนของกิเลส

๑) อดทนต่อความลำบากตรากดรำ คือ การอดทนต่อสภาพดิน

ฟ้าอากาศต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าหนาวไป หรือร้อนไป พื้นที่จะลุ่ม ดอน อ่อน

แข็งแค่ไหน ก็สามารถอดทนได้ไม่ทำสำออย หรือสำอาง

คนที่ขาดความอดทนต่อความสำบากตรากตรำ มักจะอ้างเอา

สภาพดินฟ้าอากาศมาเป็นเหตุที่จะไม่ต้องทำงาน เช่น มักอ้างว่าร้อนไป
หนาวไป ยังเช้าอยู่ เย็นแล้ว เพื่อจะไดิไม่ต้องทำงาน ซึ่งนี่เป็นอาการของ

คนขี้เกียจ

แยงลูกอย่างไร ให้เมองไทยได้เยาวชนดี _ เพาะนิสืยลูกอย่างไรให้ "ไม่นล้งนํ้าใจ"

www.kalyanamitra.org

คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่เมื่อลูกไปเจออุปสรรคอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็
โอ๋ลูกตั้งแต่เด็ก เมื่อลูกโตขึ้นจะเสียคน เพราะไม่อดทน จะเป็นคนชอบ

เอาเปรียบ เกียจคร้านการทำงาน เหยียบขึ้ไก่ไม่ฝ่อ

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้เด็กรู้จักอดทนต่อความลำบาก
ตรากตรำโดยเริ่มจากง่ายๆ เช่นถ้าเด็กวิ่งไปหกล้ม ก็ต้องสอนให้ลุกขึ้นเอง
ห้ามโอ๋เด็ดขาด เด็กอาจจะร้องไห้สักพัก เมื่อไม่มีใครสนใจ แกก็จะลุก
ของแกเอง เมื่อเด็กล้มแล้วรู้จักลุก ความอดทนจะยิ่งเติบโตขึ้นมาในใจ

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องสนับสนุนให้ลูกเล่นกีฬาด้วย ไม่ว่า

จะเป็นฟุตบอล ตะกร้อ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน่า เป็นต้น การ

เล่นกีฬาจะช่วยให้กล้ามเนี้อของเด็กเจริญได้เต็มที่ ร่างกายก็จะแข็งแรง

เด็กจะไม่กสัวความเหนื่อยยากลำบากกาย และจะมีธาตุทรหดเกิดขึ้น

เลิ้ยพูกอย่างไร ไท้เมืองไทอไค้เยาวชนคิ _ _ เพา!น็เสืยลูกอย่างไรไท้ "ไม่แล้งางํ้าใจ'

www.kalyanamitra.org

1

มาในใจ เมื่อเด็กโตขึ้น ก็จะเป็นคนหนักเอาเบาสั ไม่ใช่พวกไม่หลบไม่อู้

อู้ไม่ไหว กินแรงชาวบ้านเรื่อยไป

การเพาะความอดทนต่อความลำบากตรากตรำไห้เด็กก็ถูกเพาะมา

จากเรื่องใกล้ตัวอย่างนี้

๒) อดทนต่อทุกขเวทนา คือ การอดทนต่อความเจ็บไขได้ปวยที่

เข้ามาเบียดเบียนร่างกาย เช่น อาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้

การฝึกเรื่องเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องเรื่มจากการฝึกไห้ลูกรู้จัก

ดูแลสุขภาพตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกไปโดนมีดบาดมา คุณพ่อคุณ

แม่ก็ต้องฝึกไห้ลูกรู้จักทำแผลเอง เดี๋ยววันหลัง เมื่อลูกไปเล่นชนจน

เกิดบาดแผล ลูกจะได้รู้จักอดทนต่อความเจ็บปวด และสามารถหา
หยูกยามาทำแผลไห้ตัวเองเป็น

คุณพ่อคุณเฌ่คนไหน ไม่ฝึกไห้ลูกรู้จักอดทนไนเรื่องพวกนี้ เด็ก

จะเป็นคนเจ้ามารยา เช่น บางทีแค่ไอนิดๆ หน่อยๆ ไม่ถึงกับเป็นไข้ปวด

พื้นงลูกอย่างไรให้ฌองไทยได้พาวซนด _ เพะนิสัยลูกอย่างไรให้ •ไม่แล้งนํ้าไจ-

www.kalyanamitra.org

หัวตัวร้อน คุณแม่ก็ไปโอ๋ บอกไห้ลูกหยุดพัก ไม่ต้องไปโรงเรียน ลูท

เลยกลายเป็นเด็กสำออย วันหลังขี้เกียจไปโรงเรียน ก็เลยทำเป็นปวย

หลอกเฒ่ สุดท้ายก็เสียคน เพราะว่าคุณแม่ฝ็กใหัไม่อดทนต่อทุกเวทนา

นั่นเอง

มีอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งที่ไปสืกษาต่อ ณ ประเทศ

ออสเตรเสีย วันหนึ่งได้มีโอกาสไปค้างที่บ้านอาจารย์ ก็เห็นลูกอาจารย์อายุ
๓-๔ขวบ ยังไม่เข้าอนุบาล แต่เด็กฝรั่งค่อนข้างจะตัวโตลักหน่อย

เจ้าลูกชายก็บอกว่า "แม่ ไอ (I) จะเล่นมีด"

เฟบอกว่า "ไม่ได้ เดี๋ยวมันบาดเอา"

เด็กก็บอก "ไอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่บาดหรอก"

แม่ก็พยายามบอกว่ามีดจะบาด แต่บอกเท่าไรเด็กก็ไม่เขี้อ

เฌ่ก็ถามเลยว่า"ลูกสัญญากับแม่ก่อนนะ ถ้ามีดบาด ลูกจะต้องไม่

ร้องไห้ แล้วจะต้องท่าแผลเอง ตกลงไหม ?"

เด็กก็ตอบตกลง แม่ก็หยิบมีดให้ลูกไป

ตอนแรก อาจารย์ท่านที่เล่าเรื่องนี้ท่านก็ยังไม่เข้าใจ แถมยังขัดเคือง

คุณแม่ท่านนี้อยู่ด้วยว่า ท่าไมถึงท่าแบบนี้ เมื่อข้กไช!ล่เสียงเข้า คุณแม่

เด็กก็ไห้เหตุผลว่า"ลูกจะต้องเข้าโรงเรียนแล้ว ต้องหัดท่าแผลด้วยตัวเอง"

ฝานไปลัก ๕นาที เสียงเด็กก็ร้องไห้จ้า วิ่งกลับมาหาแม่ "แม่ๆ มัน

บาดนี้วไอ"

แม่ก็ถามเลย "เมื่อกี้ ยู(You)สัญญากับแม่ว่ายังไง"

เด็กเงียบ แม่ถามต่อ "ยูสัญญาว่าจะไม่ร้องใช่ไหม"

"ก็ ไอยังไม่ได้ร้องนึ่" เด็กตอบเสียงอ่อยเลยเที่ยวนี้

^ยงดูกอย่างไรให้พิองไทยได้นภวซาพเ _ เพาะนํสืยลูกอย่างไรให้ •ไม่แล้งาเาไจ"

www.kalyanamitra.org

ความจริงมีดได้บาดไปนิดเดียว มีเลือดซิบๆ ออกมาแค่ ๒-๓หยด

เพราะเป็นมีดที่ทึ่อที่สุดในครัว แต่ว่าเด็กไม่เคยเห็นเลือดก็ร้องออกมา
เฒ่ก็ทวงสัญญาต่อ "เมื่อกี้ ยูบอกว่าถ้ามีดบาดจะทำแผลเอง อ้าว นี่ทิงเจอร์"

เด็กรู้ว่าทิงเจอร์แสบ ก็เอานิ้วช่อนไว้ข้างหสัง แม่ก็i"ถ้าไม่ทำแผลเอง
เฟจะเอานิ้วแช่ไว้ในทิงเจอร์นะ นั่นสำลื เอาชุบทิงเจอร์แล้วป้ายลงไปบน

แผลของยู ถ้าทำไม่ดี แผลมันจะเน่า ถ้าเน่าก็จะต้องตัดนิ้วทิ้ง"

เจอเฌ่ขู่อย่างนิ เด็กก็ต้องทำ แต่พอเด็กพันแผล ก็ขยุ้มๆ ไปตาม
ภาษาเด็ก แม่ก็ขู่อีก "ถ้าพันไม่เรียบร้อย ฝ่นมันเข้า แผลจะเน่า แล้วก็
ต้องตัดนิ้วทิ้งนะ"

ลูกก็พยายามพัน พอไช!ด้แล้ว แม่ก็ปล่อยไปเล่น แล้วแม่ก็สังอีก
"อย่าไปเล่นให็โดนนิ้านะ ถึงฝ่นไม่เข้า แต่ถ้านํ้าเข้า แอแบคทีเรียเข้า

แผลจะเน่า ถ้าเน่าก็ต้องตัดนิ้วของยูทิ้งนะ"

เด็กก็ต้องระรังตอนอาบนิ้า พอพี่สาวจะไปช่วยอาบให้ แม่ไม่ยอม
บอกว่าอย่าไปยุ่ง ให้เขาช่วยตัวเอง เขาอยากซน

ความจริงแผลก็เทำแมวข่วน แต่เด็กกลัวแผลเน่า เวลาอาบนํ้า

เด็กก็เชือแม่ ก็ยกมีอเสียสูง เพราะกลัวเปียกน่า เด็กจะอาบนํ้าเกลี้ยงบ้าง

ไม่เกลี้ยงบ้าง ก็กล้อมแกล้มไปวันหนี่ง

ตกกลางคืน คุณแม่ก็มาพันแผลให้ลูกดู พอพันแผลเสร็จ แม่ก็

ถามอีก "พันอย่างนิ้!ดีไหม"

เด็กบอก "ได้ ง่าย" ตามภาษาเด็ก

แม่เอากรรไกรตัดผ้าพันแผลฉับ แล้วบอกให้ลูกพันให้ดู เด็กก็
พยายามพันอยู่หลายเที่ยว ในที่สุดก็พันได้เหมีอนกัน

เลี้ยงดูกอย่างไรให้เมองไทยได้เยาวชนด เพาะนิสัยดูกอย่างไรให้■ไม่แล้งนํ้าใจ-

www.kalyanamitra.org

คุณเฌ่ชาวออสเตรเลี่ยนฝึกลูกอย่างนี้แต่ถ้าเป็นแม่ไทยอาจจะตีซํ้า

เพราะมีดบาดตรงนื้!ปแล้ว

การฝึกลูกให้รู้จักอดทนต่อทุกขเวทนานี้เอง จะเพาะนิสัยให้ลูก

รู้จักดูแลสุขภาพตนเอง ช่วยเหลือตัวเองเป็น

ค) อดทนต่อการกระทบกระทั่ง คือ การอดทนต่อความโกรธ ความ

ไม่พอใจ ความขัดใจ อันเกิดจากการล่วงเกินของผู้อื่น เช่น คำ พูดทีไม่
ขอบใจ กิริยามารยาทที่ไม่งาม การบีบคั้นกดดันต่างๆ และความ

อยุติธรรมต่างๆ ในสังคม

มีความจำเป็นว่า วันหนึ่งลูกจะต้องไปอยู่ร่วมกับคนอึนในสังคม

คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเตรียมความอดทนต่อการกระทบกระทัง หรือความ

รู้สืกเจ็บใจให้ลูกด้วยเพราะคนในโลกนี้แตกต่างกันมากโดยอัธยาต้ยใจคจ

โอกาสที่จะไม่กระทบกระทั่งกับใครนัน เป็นไปได้ยาก

เมื่อมีการขัดแย้งกับคนอื่นเกิดขึ้น แล้วตอบโต้กสับไปทันทีทันใด

ด้วยอารมณ์[กรธนัน ทำ ได้ง่าย แต่ไม่เกิดประโยขน์ ชำ ร้ายยังทำใหเปน

คนเจ้าอารมณ์ และเป็นการเพาะต้ตรูโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

จ® ®

เลื้ชงลูกอย่างไร ให้เมีองไทยได้พาวชนคื . _ เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้"ไฝแล้งนํ้าใจ"

www.kalyanamitra.org

ส่วนการสะกดใจ ให้อภัย ไม่ผูกเวรตอบ ทำ ได้ยากในตอนแรก

แต่จะนำมาซึ่งปัญญา วุฒิภาวะทางอารมณ์ และประโยชน์อื่นๆ อย่างยิ่ง

ในภายหลัง เพราะเป็นการฝึกควบคุมตัวเอง ไม่ให้โกรธ และหนักแน่น

ในเหตุผล ซึ่งเป็นการเอาชนะใจตนเองที่ทำได้ยาก แต่ถ้าฝึกให้ลูก

ควบคุมอารมณ์ได้ ในทีสุด ลูกจะเป็นคนรูได้และรู้เสียตามมา ซึ่ง

พึนฐานตรงนีจะเกียวเนืองกับการฝึกวินัยต่อเวลา และพัฒนาความ
อดทนขึ้นไปด้วย

ในการฝึกความอดทนต่อความกระทบกระที่งนื ไม่มีอะไรเกินการ

ฝึกให้ลูกรู้จักทำงานเป็นทีม

คนเรานัน ไม่ว่าเด็กหรือ หญ่ ถ้าหากขาดการฝึกความอดทนมา

ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ก็จะมีนิลัยเอาแต่ใจตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อ

ต้องมาทำงานเป็นกลุ่ม หรือเป็นทีม ก็คูกบังคับว่า จะต้องรับผิดชอบ
ร่วมกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ต้องทำงานให้เสร็จจนได้

ในการทำงานเป็นทีม ก็มีความจำเป็นอยู่ว่า ทุกคนในทีมจะต้อง
ช่วยกันคิดหาเกณฑ์ในการทำงานว่า คุณภาพที่ดีที่สุดของงานนั้นคืออะไร

ตรงนี้เองที่เป็นการบังคับให้ต้องรู้จักแปงหน้าที่กันรับผิดชอบ ช่วยกัน

คิดเพือให้งานออกมาดีทีสุดช่วงนืเองทีเป็นการฝึกควบคุมอารมณ์ตน!,อง
ฟังเหตุผลผู้อื่น และให้เกียรติที่ประชุม ซึ่งใหม่ๆ ก็อาจจะมีการทะเลาะ
กันบ้าง งอนกันบ้าง ไม่พอใจกันบ้าง ก็เป็นธรรมชาติของคนที่ยังไม่คุ้น

กับการทำงานเป็นทีม

แต่ถ้าเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ และไม่ถือตัวจนเกินไปนัก

ก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน เรืยนรู้อัธยาคัยต่อกัน เพื่อทำงานให้สำเร็จตาม

เลี้ยงรูกอย่างไรให้เมองไทยไล้เยาวชนคื เทาะนสัยลูกอย่างไรให้■ไม่แล้งนํ้าใจ-

www.kalyanamitra.org

เป้าหมาย ในที่สุด งานก็จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เพราะความใจกว้าง

ของทุกคน

ปัญหาโดยมากที่ทำให้ทีมแตกแยก ก็คือทิฐิมานะหรือความฉือตัว
ทำ ให้เกิดนิสัยชอบดูถูกคนอื่น ชอบแสดงปมเขื่อง ชอบค่อนแคะ
ปมด้อยของคนอื่น เป็นเหตุให้!ม่มีใครอยากอยู่ร่วมด้วย

ความถือตัวของคนมี ๓ ประ๓ท

๑) ถือว่าเหนือกว่าเขา

บางคนเป็นลูกจ้าง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เทำๆ กับเขา หรือแย่กว่าเขา แต่

กสับใปถือว่าเหนือกว่า พวกนี้ปมเขื่องเยอะเกินไป เป็นพวกหสังแข็งก้ม

ไม่ลง

๒) ถือว่าเท่ากับเขา

บางคนเหนือกว่าเขา แต่ไปตีตัวว่าเท่ากับเขาก็มี คุณนายบางคน
ทำ ตัวอย่างกับเป็นคนรับใช้ ส่วนคนรับใช้กสับทำตัวเหมีอนกับคุณนาย
จึงยุ่งทั้งคู่เลย

บางคนแย่กว่าเขา แต่ไปตีตัวว่า เท่ากับเขา ก็เลยกลายเป็นตี
เลมอไป

๑) ถือว่าแย่กว่าเขา

บางพวกจับปมด้อยมาใส่ตัว เลยคิดว่า ตัวเองมีปมด้อย ให้ไปทำ

โน่นก็ไม่ไหว ทำ นั่นก็ใม่ไหว เรามันลูกคนรับใช้ พวกนี้เป็นพวกหลัง

ค่อมยืดไม่ขึ้น

เลี้ยงดูกอย่างไร ให้เ)3องไทยได้เยาวซไพ็เ เพาะพิสัยดูกอย่างไรให้ "ไม่แด้งนํ้าไจ"
www.kalyanamitra.org

เป็นอันว่า ไม่ว่าจะถือตัวแบบไหน ก็ยํ่าแย่ทั้งนั้น พระสัมมา-

สัมทุทธเจ้าจึงทรงสังสอนว่า ให้ทำตัวเหมือนอย่างกับผ้าขี้ริ้ว คืออดทน

ต่อการกระทบกระทั่งจากของหอมและของเหม็นได้ และพยายามจับ

จ้องมองดูความดีของผู้อื่นรํ่าไป

ในกรณีที่เป็นคนถือตัวไปแล้วจะมืวิธีสืกแกัไขอย่างไร ?

วิธีลดความถือตัวผู้ที่ถือว่าตนเองเหนือกว่าเขานั้น ทำ ได้ง่ายๆ คือ
คุณพ่อคุณแม่ต้องจับลูกไปขัดล้วมปอยๆ ลูกคนไหนชอบดูถูกเพื่อน
ดูถูกงาน ยิ่งต้องจับขัดล้วมให้มากๆ เพราะพอโดนจับขัดส้วมแล้ว
เดี๋ยวทิฐิมานะก็จะคลายลงมาได้ เพราะเริ่มคุ้นกับความอดทนในสิงที่
ตนไม่ชอบใจ และวันหลังเมื่อไปทำงานร่วมกับเพื่อน เริ่องที่ไปดูถูก

ใครๆ เขาไวัก็จะลดลง และก็ขักจะได้คิดว่า"ความจริง เพื่อนๆ ก็มือะไรดีๆ
เหมือนกันนะ" เด็กก็จะลามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมืความสุข

ส่วนผู้ที่ถือตัวว่าแย่กว่าเขานั้น จะต้องค่อยๆ เชียร์ให้ทำงานจาก

ง่ายไปหายาก ต้องให้เกียรติแก ให้กำลังใจแก จนกว่าแกจะมั่นใจ และ

รู้จักตัวเองขึ้นมา

ส่วนผู้ที่ถือตัวว่าเทำกับเขาซึ่งความจริงอาจจะเท่าหรือไม่เท่ากับเขา
ก็จัดให้มืลนามลอบขึ้นมา เดี๋ยวแกก็จะรู้เองว่า เท่าหรือไม่เท่า

บทฝึกเหส่านี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องมืในใจ การกระทบกระทั่งก็จะ

ไม่เกิด แต่จะมืความยอมรับกันเข้ามาแทน

ตรงกันข้ามถ้าหากคุณพ่อคุณเฟไม่รู้สังเกตลูกในสิงเหส่านี้จะทำให้
ไม่ได้ฝึกความอดทนต่อการกระทบกระทั่งแกํลูก เมื่อลูกไปทำงานร่วม

แยงดูกอย่างไรให้เมืองไทยได้เยาวชนดี เพาะนิสัยดูกอย่างไรไห้-ไม่แล้งนี้ๆไจ"
www.kalyanamitra.org

กับใครสักพักหนึ่ง จะต้องมีปัญหากับคนอื่นๆ ทุกทีไป พอกสับบ้านมาทีไร
เดี๋ยวต้องมีเรื่องมาฟ้อง มาปนไห้คุณพ่อคุณแม่ฟังว่า คนโน้นที่ทำงาน
เป็นอย่างนั้นคนนั้นที่ทำงานเป็นอย่างนี้เป็นต้องหงุดหงิดพ่อดแพ่ดทุกทีไป

แล้วก็เลยพาลไม่มาทำงาน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่สืกความอดทนต่อการ

กระทบกระทั่งไห้แก่ลูกไว้ลูกก็จะเป็นคนไจกว้างไม่ถือต้ว รู้จักจับดีคนอื่น
เรื่องทำนองนี้ ก็จะไม่ค่อยเกิดขึ้นแก่ลูก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

อย่างมีความสุข

๔) อดทนต่อความเย้ายวนของอำนาจกิเลส คือ การอดทนต่อ

อารมรน์อันน่าไคร่น่าเพลิดเพลินไจ และการอดทนต่อลิงที่เราอยากทำ
แต่ไม่ควรทำ เช่น อดทนไม่เที่ยวเตร่ ไม่เล่นการพน้น ไม่เสพลิงเสพติด
ไม่รับสินบนไม่คอร์ร้ปซํ่น่ไม่เห่อยศไม่บ้าอำนาจไม่เโอ่ไม่ขึ้อวด เป็นต้น

ความเย้ายวนอะไรบ้างที่ต้องแกให้ลูกอดทน?

ลิงที่เย้ายวนไจไห้คนเราเสียผู้เสียคนมามากต่อมากนั้น ยู่ย่าตา

ยายกำหนดไห้จำง่ายๆ ว่า ๔ ส.ได้แก่

เลื้ยงลูกอย่างไร ให้เมองไทยไต้พาวซนดี เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้•ไฝแต้งนํ้าใจ"
www.kalyanamitra.org

ส. ที่ ๑ สุรายาเสพติด
ส. ที่ ๒ สุภาพสตรี หรีอสุภาพบุรุษ

ส. ที่ ๓ สตางค์

ส. ที่ ๔ สรรเสริญเยินยอ

สอนลูกให้อดทนต่อความเย้ายวนของสุรายาเสพติด

สำ หรับ ส.ตัวแรกนี้ มิได้หมายเอาเฉพาะสุรายาเสพติดเท่านั้น แต่
หมายรวมถึง"อบายมุข"ทุกประ๓ท เพราะมุ่งผลที่ความขาดสติเป็นใหญ่
ซึ่งเป็นเหตุให้มีวินิจฉัยเสียตามมา

อบายมุข แปอว่า ปากทางแห่งครามเสีอม ห่รือโฉมทนาแห่งความ

วิบัติเสียหาย

ปูย่าตายายท่านบอกชัดเจนว่าใครก็ตามที่เข้าใปข้องแวะกับอบายมุข
จะท่าให้วินิจฉัยผิดเพี้ยน เชัน บางครั้งเมาสุราขึ้นมา ก็ทุบตีเฌ่ ต่อยเตะ
พ่อจนถึงกับต้องส่งโรงพยาบาล หริอหามเข้าโลงก็มี ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมี
ให้เห็นปอยๆ ตามที่ท่านเล่ามา

ประ๓ทของอบายมุข มีอย่างน้อย ๖ ประ๓ท คือ

๑) เสพสุรายาฒา

๒) เที่ยวกลางคืน
๓) หมกมุ่นในสิงบันเทิงเริงรมย์

๔) เล่นการพน้น

๕) คบคนชั่วเป็นมิตร

๖) เกียจคร้านการงาน

แยงดูกอย่างไร ให้ฒองไทยได้เยาวชไเคื เพาะนิสัยดูกอย่างไรให้ ■ไม่นล้งนํ้าไจ'
www.kalyanamitra.org

อบายมุขเหล่านี้ เป็นสิงมอมเมา ผลาญสติ ผลาญความเป็นคน เป็น
ผลให้ความคิดมีความวิปริตผิดเพี้ยนไปจากความถูกต้องเห็นผิดเป็นชอบ

ไม่ละอายหรือเกรงกลัวต่อบาปกรรม

การจะป้องกันลูกให้รอดพ้นจากสิงเหล่านี้1ด้ มีความจำเป็นว่า

๑) สอนลูกให้รู้จักโทษของอบายมุข
๒) คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวอย่างดีๆ ให้ลูกดู

๓) สอนให้ลูกออกห่างเพื่อนที่ชอบจักซวนไปเสพอบายมุขต่างๆ
๔) ส่งเสริมลูกและเพื่อนของลูกทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการ

เรืยนและสุขภาพ

โทษของอบายมุขมีอะไรบ้าง ?

๑)โทษของสุรายาเสพติด มี ๖ ประการ ดือ

๑.๑) เสียทรัพย์ทันตาเห็น

๑.๒) เสียอารมณ์เป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท และสร้างต้ตรู
ไม่หยุดหย่อน

๑.๓) เสียสุขภาพ เป็นปอเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมา

๑.๔) เสียชื่อเสียงของตนเองแสะวงส์ตระกูล เพราะเมื่อคุมสติ
ไม่อยู่ ไปทำในสิงที่ไม่ควรทำ ย่อมถูกติเตียน หรือถูก

ติฉินนินทา

๑.๕) เสียคน เพราะหมดความละอาย พร้อมที่จะฆ่า พร้อมที่

จะชิงทรัพย์ พร้อมที่จะส่วงละเมิดทางเพศผู้อึ่น พร้อมที่

จะโกหกทุกคน

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เมองไทยไต้เยาวชนดี เพาะนิสัยลูกอย่างไรไห้"ไม่แล้งนํ้าใจ'

www.kalyanamitra.org

๑.๖) เสียปัญญา เพราะฤทธี้ของสุรายาเมาไปทำลายระบบ

ประสาทของร่างกาย ทำ ให้สมองเสือม

๒)โทษของการเที่ยวกลางคืน มี ๖ ประการ คือ

๒.๑) ได้เอว่าไม่รักษาตนเอง

๒.๒) ได้ชื่อว่าไม่ห่วงใยในครอบครัว

๒.๓) ได้ชื่อว่าไม่คุ้มครองรักษาทรัพย์สมบัติของตนเองและวงส์

ตระกูล

๒.๔) เป็นที่หวาดระแวงของผู้อื่น

๒.๕) มักถูกใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นานา
๒.๖) ทำ ให้เกิดปัญหาเดือดร้อนต่างๆ นานาอย่างนับไม่ถ้วน

ฅ)โทษของการหมกมุ่นในสีงบันเทิงเริงรมย์ มี ๖ ประการ คือ

๓1..๑) ไม่ลนใจการทำมาหาเลี้ยงชีวิต

๓า..๒) เสียทรัพย์โดยไม่จำเป็น

๓า..๓) เสียเวลาที่ต้องไปดู

๓.๔) เสียงาน

๓.๕) หมกมุ่นในกามตลอดเวลา

๓.๖) ติดนิสัยเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ ขาดเหตุผลที่ดื

๔)โทษของการเล่นการพนัน มี ๖ ประการ คือ

๔.๑) ผู้ชนะย่อมก่อเวร เพราะทำให้ผู้แพ้เสียหนัา

๔.๒) ผู้แพ้ย่อมจองเวร เพราะเสียดายทรัพย์อยู่รํ่าไป

๔.๓) ผู้แพ้ย่อมเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ
๔.๔) ไม่มีความน่าเชื่อถือ

เลื้ยงลูกอย่างไร ให้เมีองไทยไล้เยาวชนคื เทาะนสัยลูกอย่างไรไห้ "ไม่แล้งนํ้าไจ"

www.kalyanamitra.org

๔.๕) เพื่อน!yงหมิ่นประมาท
๔.๖) ไม่มีคนดีๆ ที่ไหนต้องการแต่งงานด้วย

สำ หร้บข้อนี้ปูย่าตายายยังเคยพูดไว้อีกว่าไฟไหม้สิบหนไม่เท่าเสีย

พนันครั้งเดียว เพราะไฟไหม้สิบหน ยังเหสีอที่ดิน แต่เสียพนันครั้งเดียว

เสียทั้งบ้าน เสียทั้งที่ดิน เสียทั้งญาติมิตร เสียทั้งซื่อเสียง และนำความ

ล่มสลายมาส่วงด้ตระกูล คุณฟอคุณแม่จึงต้องกำชับลูกหลานให้เห็น

โทษภัยของข้อนี้ และตนเองจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานดูด้วย

๔)โทษซองการคบคนชัวเป็น>มิดร มี ๖ ประการ คือ

๕.๑) ชักนำให้เป็นนักเลงพนัน

๕.๒) ชักนำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
๕.๓) ชักนำให้เป็นนักเลงสุรา
๕.๔) ชักนำให้เป็นพวกท่าของปลอม ลอกเลียนแบบ เพื่อ

หลอกลวงผู้อื่น

๕.๕) ชักนำให้มีนิสัยฉ้อโกงเขาซื่งหน้า

๕.๖) ชักนำให้เป็นนักเลงอันธพาล

อบายมุขทุกชนิดเกิดขึ้นจากคบคนชั่วเป็นมิตร เพราะฉะนั้น เพื่อน
ที่ลูกคบ คุณฟอคุณแม่ก็ต้องกลั่นกรองให้ดี และควรจะสอนด้วยว่า
เพื่อนที่ชักชวนไปในทางเสือมอย่างอบายมุขนี้ ให้ห่างๆ ไว้เป็นดีที่สุด
เพราะถึงแม้ลูกของเราไม่ได้ข้องเกี่ยว แต่ถ้าเข้าไปอยูใกล้ ก็อาจติดนิสัย
เสียๆ มาได้ และถ้าตำรวจมาจับ ลูกของเราเกิดรู!ม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม
เพื่อนชั่ว ก็จะตกเป็นแพะรันบาปไป ซื่งทุกวันนี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่ปอยๆ

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เฟ้องไทยได้เยาวชนด เพาะนิสืยลูกอย่างไรไห้"ไฝแล้งนํ้าไจ"

www.kalyanamitra.org

๖)โทษของความเกียจคร้านการงาน

คนที่เกียจคร้านการงานนั้น มีอยู่ ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มแรก
เกียจคร้านเป็นนิสัย และกลุ่มที่ ๒ เกียจคร้านเพราะไปข้องแวะกับ
อบายมุขทั้ง ๕ ประการข้างต้น

พฤติกรรมของคนที่เกียจคร้านการงานนั้น มักอ้างสิงต่างๆ ต่อไป

นี้ เพื่อเป็นข้อแม้ที่จะไม่ต้องทำงาน

๖.๑) มักอ้างว่าหนาวนัก แล้วไม่ทำงาน
๖.๒) มักอ้างว่าร้อนนัก แล้วไม่ทำงาน
๖.๓) มักอ้างว่าเย็นแล้ว แล้วไม่ทำงาน

๖.๔) มักอ้างว่ายังเข้าอยู่ แล้วไม่ทำงาน
๖.๕) มักอ้างว่าหัวคํ่านัก แล้วไม่ทำงาน

๖.๖) มักอ้างว่ากระหายนัก แล้วไม่ทำงาน

คนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งมักจะมีคำอ้างพวกนี้อยู่ปอยๆ และถ้า
เกียจคร้านการงาน ก็จะไม่มีทรัพย์ บวกกับชอบมั่วสุมกับอบายมุข ก็จะ
ก่อปัญหาหนี้สิน และปัญหาสุขภาพ ในที่สุด ถ้าไม่กลายเป็นโจร ก็เป็น
โรคประสาท หรือไม่ก็คิดสัน ฆ่าตัวตาย และบรรดาผู้ที่รอดตายออกมา

จากอบายมุขได้ ต่างก็บอกตรงกันว่า ถ้าเขาย้อนเวลากสับไปได้ เขาจะ

ไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขอย่างเด็ดขาด

เป็นอันว่า ส.ที่ ๑ สุรายาเสพติด ที่หมายรวมถึงอบายมุขทุกประการ
นี้ เป็นสิงที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องไม่เข้าไปข้องแวะ เพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกดู

ต้องชีโทษของอบายมุขให้ลูกฟัง และสอนให้ลูกอยู่ห่างและรู้เท่าทัน

เล่ห์เหลี่ยมของเพื่อนที่ข้กชวนให้มั่วสุมอบายมุขว่า นั่นคือ มิตรชั่วที่ไม่

ควรคบ

เลี่ยงดูกอย่างไร ให้เมีองไทยไล้เยาวชนด เทาะนิสัยดูกอย่างไรไห้'ไม่แล้งนํ้าใจ-

www.kalyanamitra.org

สอนลูกให้อดทนต่อความเย้ายวนของสุภาพสตรี

หรีอสุภาพบุรุษ

ความจริงแล้ว ส. ที่สองนี้ กั๊คือ ความอดทนต่อความเย้ายวนใน

เรื่องเพศนั่นเอง สำ หรับเรื่องนี้ มีสิงที่อยากจะเล่าเตือนคุณพ่อคุณแม่

สมัยนี้ให้ระมัดระวังสักนิด เพราะถ้าจับประเด็นผิดไป ก็อาจจะกสาย

เป็นการฆ่าลูกแบบเลือดเย็นได้

มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ลูกยังเล็กอยู่ กำ สังจะเข้าเรียนระดับอนุบาล

แต่คนที่นำอันตรายมาส่เด็ก ไม่ไชใคร กสับเป็นแม่ของเด็กเอง

เนึ่องจาก แม่ของเด็กมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย ขายพวก

เครื่องสำอางต่างๆ ลูกของเขาเป็นเด็กผู้หญิง แม่ก็เสยเขียนคิว ทาปาก
ทาเล็บ แต่งหน้าไห้ลูกเต็มที่ เด็กยังไม่เข้าอนุบาลแต่งไห้แกถึงขนาดนิ ดู

แล้วก็นำรักดี แต่ว่าแม่ได้ไปเร่งไห้ลูกเป็นสาวเร็วกว่าปกติแล้ว

เด็กที่คิดว่า ตัวเองจะเป็นสาว ไจที่จะห่วงเรื่องการเรียน ห่วงเรื่อง

การงานจะหมดไปจะห่วงเรื่องการแต่งตัวไว้ดึงดูดไจเพศตรงข้ามเป็นหลัก
คิดจะเอาแต่กรี๊ดๆ กร๊าดๆ เท่านั้น เสยท่าไห้ปัญญาลูกไม่เกิด ยิงถ้า

เป็นลูกผู้ชาย แล้วเฟไปล่งเสริมอย่างนี้เข้า แม่ก็จะได้ลูกกะเทยไป ต้อง

ปวดหัวไปอีกชาติหนึ่ง

แสะที่น่าห่วงก็คือ เกรงว่า ลูกสาวจะยังไม่ทันโตเป็นสาวดี คุณแม่
ก็อาจจะต้องมาแก้ปัญหาการตั้งครรภ์กํอนวัยอันควร แล้วก็จะต้องมา

เป็นคนรับไข้ลูก รับไข้หลานไปตลอดชาติ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่
เคยฝึกลูกท่างาน แถมยังมีหสานมาไห้เลี้ยง ลูกก็เลยทำมาหากินไม่เป็น
หนักไม่เอาเบาไม่สู้ จะเอาแต่แต่งตัวอย่างเดียว คนที่เลืยไจที่สุด ก็คงไม่

พ้นคุณพ่อคุณแม่

เลี้ยงดูกอย่างไร ให้เมีองไทยได้เยาวาณด เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้"ไม่แล้งนํ้าใจ"

www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการตัดไฟ แต่ต้นลม คุณแม่อย่าไดไปฝึกให้

ลูกหัดแต่งตัว หรือแต่งหน้าทาปากลูกก่อนวัยอันควรทีเดียว เพราะจะ

กลายเป็นฆ่าลูกแบบเลือดเย็นโดยที่คุณแม่เองก็ไม่รู้ตัว

ขณะเดียวกัน ลูกผู้ชายก็ไม่ต้องไปเร่งให้เป็นหนุ่มเกินวัย เดี๋ยวจะ

กลายเป็นคนหมกมุ่นในเพศตรงข้ามจนเลยเถิด ไม่สนใจการเรืยน เป็น

หนุ่มเจ้าสำอาง ทำ งานไม่เป็น ปัญญาไม่เกิด คิดอยู่อย่างเดียวคือ จะหา
ลูกสะใภ้ให้คุณพ่อกับคุณแม่เลืยง แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องมานั่ง
ภาวนาว่า ขออย่าให้ลูกชายของเราไปทำลูกสาวใครเขาตั้งห้องขึ้นมาเลย

ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ไม่ยู่พืนฐานตรง'นใว้ เมื่อลูกเข้าส่วัยทำงาน

ก็จะพบว่า ลูกไปทำงานที่ตรงไหน จะมีป้ญหาข้สาวตามมาอยู่รํ่าไป บวก
กับปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกเ'พียบ เพราะถ้าเป็นผู้ชาย ไปโดนจ๊ะๆ จ๋าๆ
เข้าหน่อย เดี๋ยวก็ซักเคลิ้ม ถูกซักจูงให้เลืยผู้เลืยคนไปก็มาก ส่วนถ้า
เป็นผู้หญิง สิงที่ต้องระวัง ก็คือ สามีคนอื่น ไม่อดทนต่อเรื่องพวกนี้ ลูก

ของเราอาจจะกลายเป็นภรรยาเก็บของใครโดยไม่ตั้งใจก็เป็นไต้

ดังนั้น ส. ตัวที่สอง คือ สุภาพบุ'รุษ หรือสุภาพสตรีนี้ คุณพ่อคุณ

เฌ่จะต้องไม่เร่งให้ลูกโตเป็นห'พุ่มเป็นสาวก่อนวัยและควรตัดไพ่แต่ต้นลม

ไม่ให้ลูกมาใส่ใจเรื่องการแต่งตัวมากนัก แต่ให้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการ

เรียน และการฝึกทำงานให้เป็นมากกว่า ลูกจึงจะมีความรับผิดชอบ

และเมื่อลูกเติบโตขึ้น ก็จะรู้จักควบคุมใจ และยับยั้งชั่งใจ รู้จัก

ระมัดระวังป้องกันความเสือมเลืยในเรื่องเพศตรงข้ามได้เอง

เลิ้ยงลูกอย่างไรให้เมองไทยไล้เยาวชนดี L เพาะนิสัยลูกอย่างไรให้•ไม่นล้งนํ้าใจ-

www.kalyanamitra.org

สอนลูกให้อดทนต่อความเย้ายวนของสตางค์

ใ]ย่าตายายให้คติสอนใจไว้คำหนึงว่า "เอกินไม่หมด คดกินไม่นาน"

คำ ๆ นี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกจดจำให้ขึ้นใจตังแต่เล็ก พร้อม

กับทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดู เพื่อเป็น.ภูมิต้านทานความเย้ายวนใจตังแต่เด็ก
มิฉะนั้น ถ้าลูกไปจับประเด็นผิดว่า เงินทองสามารถบันดาลทุกสิงได้ เขา
ก็จะบูชาเงินยิ่งกว่าคุณพ่อคุณแม่ เขาจะทำได้ทุกอย่าง เฟือให้!ด้เงินมา

ตั้งแต่ฉ้อโกงเอง บีบคั้นให้คนอื่นฉ้อโกงมาให้ หรือแม้แต่ขายตัวเอง เขา

ก็ทำ ได้โดยไม่ละอายใจ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เงินทองไม่สามารถชื้อได้
ทุกสิง โดยเฉพาะความบรืสุทธื้ใจนั้น เราใช้เงินชือไม่ได้

คำ ว่า "ชื้อกินไม่หมด คดกินไม่นาน" นี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝัง

คนเราโดยมากที่เสียผู้เสืยคนก็เพราะตกเป็นทาสของเงิน ตกเป็น

ทาสของความอยากรวยทางลัด บางคนใช้เงินชือตำแหน่ง ใช้เงินวิงเต้น
ล้มคดี เพื่อให้ตนเองพ้นผิด บางคนฉ้อโกงของหลวง คอร์รัปชันทังบน

โต๊ะและใต้โต๊ะ เป็นเหตุให้ประเทศไทยไปไม่ถึงไหน ทังๆ ที่มีความ

พร้อมของทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าหลายๆ ประเทศในโลก

ความไม่ชื้อ หรืออดทนต่อความเย้ายวนของเงินทุจริตไม่ได้นี้

เกิดขึ้นเพราะในวัยเด็กขาดการปลูกฝังนิลัยอดทนต่อความเย้ายวนใจมา

ดีไม่พอและแน่นอนตรงนี้รวมไปถึงคุณพ่อคุณแม่ที่ขึ้อของตามใจลูกด้วย
เพราะกำลังหัดให้ลูกแยกแยะไม่ออกว่า อะไรจำเป็นควรชือ อะไรคือ

ความมเฟือยเกินจำเป็น

ทำ ฮย่ๆงไรจึงจะปลูกฝืงความอดทนต่อความเย้ายวนของสตางคืได้?

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เมองไทยได้เยาวชนดี เพาะนัสัยลูกอย่างไรให้ "ไม่แล้งนาใจ"

www.kalyanamitra.org

คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจก่อนว่า

๑) เงินไม่สามารถข้อความสุขได้ทุกอย่าง อย่างเช่น ชื้อปัญหา
ครอบครัวไม่ได้ ชื้อความเข้าอกเข้าไจกันไม่ได้ ชื้อความจริงไจไม่ได้

๒) ความสุขของมนุษย์นัน โดยทั่วไปแล้ว ก็มาจาก ๔ เรื่อง คือ

๒.๑) สุขจากการมีทรัพย์
๒.๒) สุขจากการไข้สอยทรัพย์
๒.๓) สุขจากการทำงานไม่มีโทษ

๒.๔) สุขจากการไม่มีหนี้สิน
ความสุขทัง ๔ อย่างนี จะเกิดขึ้นได้เมื่อ ทรัพย์ที่หามาได้นั้น เป็น
ทรัพย์ที่สุจริต
๓) ถ้าไปได้ทรัพย์ทุจริตแล้ว ก็จะพบความทุกข์ทั้ง ๔ แทน คือ

๓.๑) ทุกข์จากการมีทรัพย์ เพราะเป็นของร้อนที่ได้มาโดยไม่

บริสุทธื้

๓.๒) ทุกข์จากการไข้สอยทร้พ่ย์เพราะไนขณะที่ไข้สอยออกไป

ย่อมรู้อยู่แก่ไจว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริต

๓.๓) ทุกข์จากการทำงานมีโทษ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนจับติด
คุกติดตารางเมื่อไร

๓.๔) ทุกข์จากการมีหนี เพราะอย่างน้อยก็ทุกข์จากหนี้บาปที่

ตนเองก่อ

๔) เพาะนิสัยความประหยัดไห้แก่ลูก

สิงทีเป็นสัญญาณบอกว่า ลูกจะอดทนต่อความเย้ายวนของเงิน

ทุจริตได้ และจะเป็นคนที่ตั้งหสักตั้งฐานไห้มั่นคงได้ คือ ความประหยัด

เลิ้ยงลูกอย่างไรให้เมองไทยได้เยาวชนดี ร-เพาะนํสัยลูกอย่างไรให้■ไม่แล้งนํ้าใจ'
www.kalyanamitra.org

การจะเพาะนิสัยประหยัดให้ลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องมีวิธีการที่
เหมาะสม โดยมีหสักการอยู่ว่า ลูกจะมีนิสัยประหยัดได้ เมื่อคุณพ่อคุณ
แม่ประหยัดเป็นแบบอย่างให้ลูกดูเสียก่อนโดยจะต้องทำดังนี้

๔.๑) แกลูกใพ้เจักคุณค่าของเงิน

เมื่อลูกขอเงินต้องชักถามให้ละเอียดก่อนว่า จะเอาเงินนี้

ไปทำอะไร มีความจำเป็นแค่ไหน ถึงต้องไซ้เงิน ถ้าลูกขอโดยไม่มีเหตุผล

ก็ไม่ควรไห้ ต้องชี้แจงไห้ลูกทราบด้วยว่าเพราะเหตุไดจึงไม่ไห้ แม้ลูกจะ
ไม่พอไจก็ทำไจแข็งไว้ อย่าไห้เงินลูกเพื่อต้ดความรำคาญ อย่าไห้ลูกมี

ความคิดว่า เงินได้มาอย่างง่ายๆ ต้องลอนไห้ลูกรู้ว่าเงินทุกบาททุก

ลตางค์ที่คุณพ่อคุณแม่หามาได้ หมายถึงหยาดเหงื่อแรงกายของคุณ

พ่อคุณแม่ ลูกจะได้รู้คุณค่าของเงิน และไซ้เงินอย่างคุ้มค่า

๔.๒) แกลูกให้เวันของฟุมเฟือย

สิงไดที่เป็นของ'คุ้มเฟือย ไม่จำเป็น คุณพ่อคุณเฌ่อย่า
ชี้อหาไห้ลูก ถ้าขัดไม่ได้ ก็หาอย่างอึ่นที่ราคาไม่แพง แต่ไซ้ทดแทนกัน

ได้มาไห้ หาวิธีอธิบายไห้ลูกรู้ว่าของดีไม่จำเป็นต้องราคาแพง ผึเกไห้

ลูกรู้จักไซ้ของอย่างคุ้มค่า ไ'ห้1ซ้ประโยช'น!ด้เต็มที่ ไม่ไซ้ทิ้งๆ ขว้างๆ
เมื่อของเสียหายต้องลอนไห้รู้จักซ่อมแซมของนั้นด้วยตัวเอง

๔.๓) แกใ'พ้เจักใซ้เวลาว่างให้เป็นประโยช'แ

คุณพ่อคุณแม่ควรลอนลูกไห้รู้จักทำของไซ้เอง เพื่อ

เป็นการเลวิมลร้างปัญญาไห้ลูก โดยเฉพาะของเล่น ไห้ลูกรู้จักประดิษฐ์

ขึ้นเอง หรือประกอบจากขึ้นส่วนเอง ลูกจะได้รู้จักช่วยตัวเองเป็น และมี
ความภาคภูมิไจไนความสำเร็จ มีกำ สังไจสูงขึ้น นอกจากนั้นควรสืกไห้

lit)งลูกอย่างไร ให้เมีองไทยได้เยาวชนดี เพาะนิสัยลูกอย่างไรไห้ ■•ไม่แล้งนํ้าใจ-

www.kalyanamitra.org

ลูกรู้จักวิธีตัดทอนงบประมาณค่าใช้จ่ายของลูกเอง เพื่อลูกจะได้รู้จักวิธี

อดออม และรู้จักทำงานหาเงินได้ด้วยตัวเอง

๙๔) แกลูกใฬ้เจักเก็บออมทรัพย์

คุณพ่อคุณแม่ควรหากระป๋องออมสินไห้ลูกสำหรับเก็บ

เงินที่เหลือจากค่าขนม หรือค่าไช้จ่ายประจ่า ควรพาลูกหรือสอนลูกไห้

เอาเงินที่เก็บออมได้ไปฝากเช้าบัญชีไนธนาคาร

เมื่อลูกได้เงินพิเศษจาก^หญ่ไนวันสำคัญของลูก เชีน วันเกิด วัน
ขึ้นปีไหม่ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนไห้ลูกเก็บเงินส่วนนื้!วัไนธนาคาร
เพื่อเป็นทุนการสืกษา อย่าไห้ลูกรู้สืกว่าเงินนื้!ด้มาง่าย เพราะจะเป็นเหตุ

ไห้ลูกไม่เห็นคุณค่าของเงิน

๔๕) เลือกเพื่อนที่มีนิสัยประหยัดให้ลูกคบ

เพื่อนที่มีนิสัยฟ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักค่าของเงิน
ต้องหาวิธีป้องกันอย่าไห้ลูกไปคบหาสมาคมด้วย ส่วนเพื่อนคนไหนรู้จัก

เก็บหอมรอมริบ ช่วยคุณพ่อคุณเฒ่ทำงานแปงเบาภาระทางบ้าน ต้องไห้

ลูกรู้จักคบหาเอาไว้ จะได้ชวนกันประหยัด แสะชวนกันไปไนทางที่ดี

๔.๖)แกให้ลูกรัว่าอะไรเป็นสิงจำเป็น และอะไรเป็นส่วนเกิน
ของชีวิตด้วยการลืเกรักษาสืล ๘ในวันพระ หรือวันหยุด

สำ หรับช้อนี้เป็นบทฝึกพิเศษที่มีอยู่ไนพระพุทธศาสนาแสะ
คุณพ่อคุณเฟนึกไม่ถึงว่า จะสามารถสอนไห้ลูกรู้ถึงความจ่าเป็นพื้นฐาน

ของชีวิตนั้น มีแค่ปัจจัย ๔ เทำนั้น

วิธีฝึก เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกโตพอสมควรแล้ว ควร
พาไปวัด หัดไห้รู้จักรักษาคัล ๘ เพื่อไห้ลูกรู้ว่า บางสิงที่เราคิดว่าจ่าเป็น

เลี้ยงลูกอย่างไา ให้เมองไทยได้เยาวชนดี ^เ— เพาะนํสืยลูกอย่างไรให้"ไม่แล้งนํ้าใจ-

www.kalyanamitra.org

สำ หรับชีวิตนั้น แท้จริงเป็นสิงv)มเหืเอย เช่น การดูหนัง ดูละคร แต่งหน้า

ทาปาก แต่งตัวตามแฟชั่น สิงเหล่านี้ เมื่อทดลองรักษาสืล ๘ สักระยะ

หนึ่ง แล้วจะรู้ด้วยตัวเองว่าไม่จำเป็นเลย และเพื่อใหได้ผลดี คุณ

พ่อคุณแม่ต้องรักษาดีล ๘ เป็นตัวอย่างให้ลูกดูด้วย การรักษาดีล ๘ จะ

ช่วยให้ลูกมีนิสัยประหยัด และรู้จักประมาณในการใช้ปัจจัย ๔ เพื่อการ

ดำ รงชีวิตได้เอง

เป็นอันว่า การฝึกให้ลูกรู้จักอดทนต่อความเย้ายวนของ ส. ที่ ๓

คือ สตางค์นั้น ทำ ได้โดย

๑) คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังให้ลูกเชื่อมั่นว่า "ชื่อกินไม่หมด คด

กินไม่นาน"

๒) สอนให้รู้ว่า ความสุชที่มนุษย์ใด้จากทรัพย์มีอะใรบ้าง
๓) สอนให้รู้ว่า ทุกข์จากการได้ทรัพย์ที่ทุจริตเป็นอย่างไรบ้าง

๔) ปลูกฝังนิสัยประหยัดให้แก่ลูก

ทั้ง ๔ ประการนี้ จะทำให้ลูกของเราฝ่าความเย้ายวนต่ออำนาจเงิน

ที่ผิดกฎหมายแสะคืสธรรมไปได้แม!ครจะเอามีดมาจ่อคอเอาปีนมาจ่อหัว
เพื่อให้ไปโกงใคร ลูกก็จะไม่ทำ แสะสามารถหาทางออกที่ดีได้ด้วย

ปัญญาของเขาเอง

สอนลูกให้อดทนต่อความเย้ายวนของเสียงสรรเส1ญเยินยอ

"ติแล้วไม่โกรธว่ายากแล้ว แด่ชมแล้วไม่ยิ้มกล้บยากยิ่งกว่า"

ในสังคมของเรามีเหตุการณ์ทำนองนี้อยู่มากพอสมควร เสยทำให้

เสียผู้เสียคนไปก็มาก

เสัพคูกอย่างไรให้เมีองไทยได้เยาวชนดี เพาะนิสัยคูกอย่างไรให้ "ไม่แล้งนํ้าใจ"

www.kalyanamitra.org

คือตอนแรกๆ ที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ยังไม่มีชึ่อเสียงอะไร พอทำงาน
สำ เร็จ ก็มักจะได้รับคำชมอยู่เสมอ ต่อมาเมื่อทำอะไรสำเร็จอีก ก็ยังได้

รับคำชมอยู่บ่อยๆ อีก พักหลังๆ ก็ชักจะติดดำชม

เมื่อติดคำชมไบ่แล้วถ้ามีไครก็ตามที่ไบ่ตำหนิข้อบกพร่องได้ถูกต้อง

และเป็นบ่ระโยชน์ไนงานชิ้นที่เขาทำ เขาจะรับไม่ได้ พร้อมจะระเบิด

อารมณ!ส่ผู้หวังดีกลับไบ่ ไนที่สุด เพื่อนดีๆ ก็ไม่มีไครกล้าเตือน เพราะ

กลายเป็นคนที่เตือนไม่ได้!บ่แล้ว เนื่องจากมีอาการหิวดำชม

คนที่เมื่อหิวคำชมอย่างหนัก ถ้าทำงานไหนสำเร็จ แล้วไม่มีคนชม

งานนั้นเขาก็ชักจะหงุดหงิดไจ คราวนี้เลยเป็นการบังคับโดยอัตโนมัติว่า

ต่อไบ่นี้ ถ้าไครมาเข้าไกล้ หรือจะไห้ฉันชัวยทำงาน หรือร่วมงานกับฉัน
ห้ามติเด็ดขาด มีหน้าที่ชิ้นชมผลงานของฉันอย่างเดียว ไม่ว่าจะดีหรือ

ไม่ดีก็ตามหลับหูหลับตาชมไบ่เถิดว่า ดีอย่างนั้นเก่งอย่างนี้วิเศษอย่างโน้น
ทั้งๆ ที่บางทีก็ไม่จริง

พักหลังๆ ก็เลยกลายเป็นคนทำอะไรฉาบฉวยไบ่ เพราะจะเอาแต่
คำ ชม และอะไรที่ไม่มีคนชม ก็จะไม่ยอมทำ กลายเป็นพวกมีนิลัย
ทำ งานเอาหน้า แต่หมกปัญหาไว้ข้างหลังไบ่

ครั้แเมื่อเข้าทำนองนี้บ่อยๆ ก็เลยไบ่ไม่รอด เพราะปัญหารุมเร้ามาก
บวกกับมุ่งทำงานเพื่อเอาหน้า สุดท้ายก็เลยได้แต่ผักชีโรยหน้า และมี

แต่ผู้ร่วมงานช่างบ่ระจบลอพลอไว้ข้างกาย แล้วคอยโยนปัญหาไห้คน

อื่นตามแก!นภายหลัง สํวนไครก็ตามที่ทำทำจะได้ผลงานดี ก็พยายาม

จะเข้าไบ่มีส่วนร่วมกับเขาด้วย ไนที่สุดก็เป็นคนไม่มีผลงาน มีแต่ลร้าง

ปัญหา

แยงดูกอย่างไรให้น!องไทยได้เยาวชนด เพะนสัยดูกอย่างไรไห้"ไม่นด้งนํ้าไจ'

www.kalyanamitra.org

จะเห็นว่า เมื่อตอนเริ่มต้นชีวิตการทำงานนั้นมีแววความสำเร็จดี แต่

ที่ไปไม่รอดก็เพราะหิวคำซม หรือติดคำสรรเสํริญเยินยอนั่นเอง

ทำ อย่างไรจะปลูกฝืงดวามอดทนต่อคำสรรเสรืญเยินยอให้แก่ลูก

ได้ ?

มีวิธีสืกง่ายๆ คือ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีลูกที่เรืยนเก่ง เรืยนค่อนข้าง

ดี ห้ามเด็ดขาดว่า อย่าไปชมให้ลูกเหลิง

เช่น "ลูกแม่เก่ง ลูกแม่ฉลาด ใครๆ ก็ถ้ลูกไม่ได้"

คุณพ่อคุณแม่อย่าชื่นชมลูกอย่างนั้นเลย เพราะเด็กจะเข้าใจว่า เขา
เป็นอย่างที่พ่อกับแม่พูดจริงๆ ประการสำคัญก็คือ กว่าคนเราจะเก่งขึน
มาได้ ■มีความรู้ความลามารถขึ้นมาได้ เขาจะต้องได้รับการฝึกอบรม

เคี่ยวเข็ญจากหลายๆ คน

กว่าเด็กคนหนึ่งจะเรืยนเก่งลอบขึ้นมาได้นี่ คุณพ่อคุณแม่ต้อง
ทุ่มเทมากเท่าไหร่ ครูบาอาจารย์ต้องทุ่มเทมากเท่าไหร่ ไม่ใช่อยู่ๆ จะเก่ง

ขึ้นมาได้

เพราะฉะนั้น พอเด็กเรืยนเก่ง คุณพ่อคุณแม่อย่ายอให้ลูกเหสิง
ต้องรืบขึ้ให้ลูกเห็นเลยว่า

"การที่ลูกเรืยนดีขึ้นมาได้อย่างนี้ รู1หมลูกเรืยนดีได้เพราะใคร
เพราะพ่อกับแม่ช่วยอุดหนุนลูกให้ได้เรืยนเต็มที่ คุณครูช่วยจํ้าจี้จํ้าไช
ลอนให้ คุณลุงก็ช่วยเอหนังสือดีๆ มาให้ลูกอ่านตั้งหลายเล่ม อุปกรณ์
กีฬาก็เอให้ลูกเล่นลูกถึงได้แข็งแรงลมองดีอย่างนี้ไปกราบขอบคุณคุณลุง

ไปกราบขอบคุณคุณครูนะลูก"

เลื้ยงดูกอย่างไร ให้เมีองไทยได้เยาวซา;ด _ เพาะ(เสัยดูกอย่างไรให้ "ไม่นด้งนาใจ"

www.kalyanamitra.org

ช!ปให้เด็กกตัญญรู้คุณ แทนที่จะมาชม มายกยอปอปันให้เด็ก

เหลิงว่า ตัวเองวิเศษเหนือกว่าคนอื่น ซึ่งจะทำให้เด็กเหลิง วันหลังเลย

เตือนไม่ได้ เพราะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคุณพ่อคุณแม่เสืยอีก

ตรงกันข้าม ถ้าเด็กเรียนอ่อน จะตกจะหล่นเอา ต้องเชียร์ ต้องให้
กำ ลังใจ

"ลูกพ่อทำได้ลิน่า"

คนเรามีจุดดีด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่เราไม่ลังเกต จึงไม่เห็นไม่รู้
เพราะฉะนั้นในยามที่ลูกใจตก ท้อแท้หมดกำลังใจ คุณพ่อคุณ
แม่ต้องจับจุดตี จับดวามสามารถที่ลูกมีเนมาให้กำลังใจ และในยามที่
ลูกประสบความลัาเร็จ ต้องเให้ลูกเห็นพระคุณซองคนอื่น ลูกจะไต้มี

ความกต้ญผูรู้คุณ

สำ หร้บลูกเก่งนั้นมีจุดอันตรายอยู่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ทันระวังคือ

ลูกบางคนเรียนดี เคยสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด คราวนี้เกิดพลาดสอบ

ได้ที่สอง ก็เลยทำท่าจะบ้าตาย

ตัวอย่างนืเคยมีมาแล้ว เป็นนักเรียนไทยคนหนึ่ง สอบได้ที่หนึ่ง
มาตลอดจนกระทั่งไปเรียนแพทย์ไนต่างประเทคก็สอบได้ที่หนึ่งตลอดอีก

หวังอย่างยิ่งว่าจะได้เกียรตินิยม แต่ว่าเทอมสุดท้ายเกิดผิดพลาด สอบ
ตกไปหนึ่งวิชา เลยไม่ได้เกียรตินิยม แกเสียไจมาก เข้าห้องนั้า ทุบขวด
น่าไห้เป็นปากฉลาม แล้วแทงไปที่เลันเลือดใหญ่ ตายอยู่ไนห้องนํ้านั่นเอง

เพราะเสียไจที่ไม่ได้เกียรตินิยม

เลื้ยงลูกอย่างไร ให้ฟ้องไทยได้เยาวimตี เพาะพิสัยลูกอย่างไรให้ ■ไม่แล้งนํ้าไจ"

www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีลูกที่เรียนอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว

หรีอทำงานมีหน้ามีตาดีแล้ว หากจะที่นชมก็รีนชมได้ แต่อย่าไปเชียร์จน

เหลิง ควรเชียร์ให้เขาเป็นคนกตัญญรู้คุณคน ให้เขาสำนึกขึ้นมาให้ได้ว่า

ที่เขาเรียนเก่งมาได้ ดีขึ้นมาได้นั้น มีมีอที่ประกอบด้วยความเมตตา

กรุณากี่มีอ ที่ช่วยโอบอุ้มประคับประคองเขาขึ้นมา เขาจึงได้มีวันนี้

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติต่อลูกเช่นนี้แล้ว ลูกจะเป็นคนไม่เหลิงไป
กับคำขม แต่พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นกลับไป เหมีอนอย่างที่เขาเคยได้

รับการประคับประคองมา

เพราะฉะนั้น ลูกที่ผ่านการสืกความอดทนทั้ง ๔ รูปแบบนี้มาจาก
คุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่อดทนต่อความสำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา

อดทนต่อการกระทบกระทั้ง และอดทนต่อความเย้ายวนของกิเลส ลูก

จะพึ่งตัวเองได้ สามารถตั้งหลักตั้งฐานได้ สามารถยืนหยัดในโลกกว้าง
นี้!ด้อย่างสมภาคภูมิ แสะเมื่อเขาพึ่งตนเองได้เขาจะเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้
แสะพร้อมที่จะตอบแทนกลับคืนไปยังผู้มีพระคุณ พร้อมที่จะช่วยเหลือ
ผู้อื่นให้พ้นจากความสำบากอย่างสุดความสามารถนั่นเอง

เลื้ยงลูกอย่างไร ให้เมองไทยได้เยาวชนด เพาะนสืยลูกอย่างไรให้ "ไม่แล้งนํ้าใจ"

www.kalyanamitra.org

I






www.kalyanamitra.org

ทำ อย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดี

ได้ตลอดรอดฝีง

จากเนื้อหาทั้ง ๕ บทที่ผ่านมา คุณพ่อคุณแม่คงจะได้ข้อ

สรุปแล้วว่า

๑) ถ้าหากเราอยากให้ลูกไม่แสบ ต้องฝึกให้ลูกยํ้าคิด ยํ้าพูด

ยํ้าทำในเรื่องความมีวินัย

๒) ถ้าอยากให้ลูกไม่โง่ ต้องฝึกให้ลูกยํ้าคิด ยํ้าพูด ยํ้าทำใน

เรองความเคารพ

๓) ถ้าอยากให้ลูกไม่แล้งนํ้าใจ ต้องฝึกให้ลูกยํ้าคิด ยํ้าพูด

ยํ้าทำในเรื่องความอดทน

ฟ้ยงดูทอย่างไ')ใฟ้น!องไทยได้เยาทmft ทำ อย่างไรคูท^จะเ5นคนส์ใด้ตลอทรอคร่ง

www.kalyanamitra.org

แล้วลูกของเราจะมีคุณสมบัติของคนดี คือไม่โง่ไม่แสบไม่แล้งนํ้าใจ

เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะพัฒนาตนเองให้ยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยตัวเอง หากคุณ
พ่อคุณแม่เลี้ยงลูกได้คุณสมบัติเช่นนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าประเทศชาติได้
เยาวชนดีมีคุณภาพขึ้นมาแล้ว และมีโอกาสที่จะก้าวไป^การเป็นผู้นำที่ดี

ในอนาคตของสังคมอีกด้วย หากได้รับการฝึกอบรมที่ดีต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าดูไปแล้ว งานของคุณพ่อคุณแม่นำจะหมดแค่

นัน แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไตร่ตรองไปในวันข้างหน้าอีก ก็จะพบว่า คน

เราน้นไม่มีใครอยู่คำฟ้าค่าแผ่นดินได้เสยสักคนเดียว วันหนึ่ง เมื่อถึง

เวลาหมดอายุขัย ก็จะต้องตายจากโสกนี้!ปทุกคน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่

ทุกๆ คน ไม่ว่าจะรักลูกขนาดไหนก็ตาม ก็จำ เป็นต้องจากลูกไปด้วย

เงือนไขของชีวิต คือ ความแก่ ความเจ็บ และความตายที่ยังไม่มีใคร

หลุดพ้นนี้ทั้งนั้น

เมีอไตร่ตรองเช่นนีแล้ว ก็จะพบว่า งานเลี้ยงลูกที่ผ่านมานั้น คุณ
พ่อคุณแม่เพิ่งฝึกให้ลูก "รู้จักรับผิดชอบตนเอง" เท่านั้น คือ ลูกไม่แสบ
ไม่โง่ ไม่แล้งนี้าใจ แต่ถ้าลูกจะออกไปเผชิญโลกกว้าง ยังไม่แนํว่าลูกจะ

เป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง

ทำ ไมจึงพูดเช่นนีเพราะว่าในสังคมกว้างนั้นต่างละคนปนกันทั้งคน

ดีและคนชั่ว ยากจะดูออกได้ง่ายๆ โลกกว้างที่ลูกจะต้องออกไปเผชิญ

จึงไม่เหมีอนกับนิยายในหนังสือ หรือภาพยนตร็ในโทรทัศน์ ไม่มีศวาม
ลงตัว และลมบูรณ์แบบเหมีอนกับชีวิตของพระเอกนางเอกในละศร

เพราะชีวิตจริงๆ นั้น ศนชั่วมาได้หลายรูปแบบ มาในรูปของญาติ

สนิทมิตรสหายก็ได้มาในรูปของครูอาจารย์ก็ได้ มาในรูปของคู่ครองก็ได้

ชงถูกอย่างไร ให้เมองไทยได้เยาวชนดี ท่าอย่างไรถูกจึงระเป็นคนด้ได้ตลอดรอคฝ็ง

www.kalyanamitra.org

มาในรูปของเพื่อนก็ได้ มาในรูปของลูกจ้าง หรือคนรับใช้ก็ได้ ซึ่งล้วน
เป็นบุคคลใกล้ตัวที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินดีชั่วของตัวลูกทั้งสิน

เพราะฉะนั้น ถึงคุณพ่อคุณแม่จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนไม่แสบ ไม่โง่
ไม่แล้งนั้าใจได้สำเร็จก็ตาม แต่ถ้าไม่สืกลูกให้มีคุณธรรมช้ออึ่นๆ ที่ยิ่งๆ

ขึ้นไปตามมาสมทบอีกด้วยโดยเฉพาะหิริโอตตัปปะ หรือความสะอาย

ต่อบาปและความกลัวผสของบาปแล้วล่ะก็ ลูกก็มีสิทธิถูกคนชั่วชักนำ

ไปทำความผิด ต้องไปติดคุกติดตาราง ประสบความล้มเหลวในชีวิตใน

ที่สุดได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ลูกเราอาจจะไม่ใช่คนที่เรืยนเก่งที่สุดในห้องเรืยน แต่

ว่า นอกจากความไม่แสบ ไม่โง่ ไม่แล้งนํ้าใจของเขาแล้ว คุณพ่อคุณแม่
ยังสืกคุณธรรมช้ออึ่นๆ เข้ามาล่งเสริมให้ลูกดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ลูกก็จะมี

ความพร้อมในการเผชีญโลก เท่าทันกิเลสคน อดทนต่อการกระทบ

กระทั่งและความเจ็บใจได้ดี รู้จักเลือกคบคนดีเป็น และรักษานํ้าใจคนดี

เป็น เขาก็สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ แม้จะไม่ใช่คนที่เรืยน

เก่งที่สุดจนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็ตาม

เป็นอันว่า เมื่ออธิบายมาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่คงเห็นแล้วว่า
จากเดิมที่ตอนแรก ตั้งเป้าว่า "ทำอย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดี"พอเลี้ยงลูก
มาได้ตามเป้าหมายนี้แล้ว ยังมีเป้าหมายขั้นต่อไปที่ยกระดับสูงขึ้นอีก
นั่นคือ "ทำอย่างไรให้ลูกเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝืง"

มีข้อคิดอยู่ว่า คุณพ่อคุณแม่คนหนึ่งสามารถหาทรัพย์สมบัติหมื่น

ล้านแสนล้านมาให้ลูกได้กินได้1ข้อย่างสุขสบายมากมายเพียงไหนก็ตาม

แต่ถ้าลูกไปเสียคนตอนโตเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่แทบขาดใจทันที รู1ด้

เลี้ยงลูกอย่างไรไห้เมองไทยได้เยาวขนดี _เ^ ทำ อย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดีได้ตลอดรอดฝืง

www.kalyanamitra.org

ทันทีว่าแม้จะมีสมบัติล้นฟ้าแค่ไหนก็ไม่สามารถชื้อลูกที่เคยเป็นคนดี แต่
เสืยคนไปแล้วได้ ความทุกข์ใจที่มีต่อความสินหวังในตัวลูก มันชอกชํ้า
ในอก อยากจะเอาสมบัติที่หามาได้ทั้งหมดนั้น ไปแสกเอานิสัยดีๆ ของ

ลูกกสับคืนมา สมบัติที่หามาได้ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว สำ หรับพ่อกับแม่
ขอไหได้ลูกที่ดีกสับคืนมาก็พอแล้ว

ตรงกันข้าม คุณพ่อคุณแม่อีกคนหนึ่งไม่ถึงกับมีสมบัติพัสถานล้น
ฟ้าไวให้แก่ลูก ฐานะของบ้าน ก็อยู่ในระดับแค่พออยู่พอกิน ไม่มีหนี้สิน

ทิ้งไว่ให้ แต่ก็ไม่มีมรดกเป็นพันล้านหมื่นล้านเตรียมไวให้ลูก แต่ทว่า

การได้เห็นลูกของเราที่เลี้ยงมากับมือนั้น เขาสามารถยืนหยัดต่อไปได้

ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีพ่อกับแม่คอยประคับประคองเหมือนแต่ก่อน

ไม่เป็14ภาระของใคร ไม่ก่อปัญหาให้ใครเดีอดร้อน สามารถตั้งหสักตั้ง
ฐานเองได้ สามารถเผชิญโสกกว้างได้อย่างสบาย เป็นคนดีไปได้ตสอด
รอดฝ็ง แสะมีกสับมาตอบแทนพระคุณพ่อแม่ให้ชื่นใจได้อีกด้วย เพียง
เท่านิ คุณพ่อคุณแม่ก็สุฃใจมหาคาส เพราะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่

ของการเลี้ยงลูกแล้วนั่นเอง

เพราะฉะนั้นหลังจากที่เลี้ยงลูกให้มีนิสัยไม่แสบไม่โง่ไม่แล้งนี้าใจ
แล้ว เป้าหมายใหม่ในการเลียงลูกของคุณพ่อคุณแม่ จึงเกิดขึ้นมาว่า ทำ

อย่างไรลูกจึงจะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง แม้ในวันที่พ่อแม่จะไม่อย่

ๆเ,น,เrลก7นิแ2สัว7กิต;าม

แกลูกให้สามารถสร้างเครือข่ายคนดีให้เป็น

จากประสบการถ!ของปูย่าตายาย ท่านบอกไว้ชัดเจนว่า คนเราแม้
จะพึ่งตนเองได้ แต่ก็ไม่สามารถเอาดีไดีโดยสำพังตนเอง จะต้องพึ่งพา

เลี้ยงรูกอย่างไรให้เมองไทยได้เยาวชนดี 1_ ทำ อย่างไรรูกจึงจะเป็นคนดีได้ตลอดรอดฝัง
www.kalyanamitra.org

อาสัยกัน จะต้องมีการช่วยเหลือ เกื้อกูล ส่งเJ ซึ่งกันและกัน จึงจะไต้

ดี ซึ่งภาษาสมัยใหม่นี้ เรียกว่า "การสร้างเครือข่าย" นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ คนที่จะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง ก็จำ เป็นจะต้องมี
บุคคลแวดล้อมที่เป็นคนดีเหมีอนๆ กับตนเอง จึงจะสามารถทำความดี
ได้อย่างเต็มที่ เต็มอิ่ม เต็มไจ และยกระดับความดีของตนเองให้สูงขึ้นไป
ได้อย่างไม่สินสุด และนี่เองที่เป็นที่มาของ "ผู้นำประเทศที่ดีในอนาคต"

ดังนั้น การที่ลูกจะเป็นคนดีไปได้ตลอดรอดฝัง จึงมีความจำเป็น
อยู่ว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องฝึกลูกให้รู้จักสร้างเครีอข่ายคนดีให้เป็น

การสร้างเครือข่ายคนดี คือ อะไร ?

การสร้างเครือข่ายคนดี คือ การชักชวนบุคคลรอบข้างมาร่วมกัน
สร้างความคือย่างต่อเนื่องเป็นทีมแสะเป็นระบบ เพื่อสร้างสิงแวคส้อม
ที่เป็นคนคื เอื้อเพื่อต่อการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำ จิตใจให้
ผ่องใสได้อย่างต่อเนื่องตลอดชัวิต และส่งเสรืมให้เกิดลักษณะสังคม

และเศรษฐกิจที่คืชองประเทศชาติ

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดก็ตามที่เลี้ยงลูกให้มีความสามารถสร้าง

เครีอข่ายคนดีเช่นนี้แล้ว ก็เป็นอันหวังได้ว่า เขากำลังจะเติบโตขึนมา

เป็นผู้นำเยาวชนชั้นเยี่ยมของประเทศชาติ แสะนั่นหมายความว่า
ประเทศชาติของเราในอนาคต จะไม่ขาดแคสนผู้นำประเทศที่ดี มีคุณธรรม

มีความสามารถมีวิลัยทัศนั่!นการบริหารประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายี่งๆ

ขึ้นไป

แต่การจะฝึกลูกให้สร้างเครีอข่ายศนดีได้ดังกล่าวนี้ ลูกจะต้องมี
คุณสมบัติอย่างไรบ้างนั่นเป็นโจทย์ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องดีกษากันต่อไป

เอื้ยงดูกอย่างไร ไห้เมองไทยไล้พาวชนคื ทำ อย่างไรดูกจึงจะเป็นคนล้ไล้ตลอดรอดฝัง

www.kalyanamitra.org

คุณสมบัติของผู้สร้างเครือข่ายคนเ

ตอนแรกที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มลงมือเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีนั้นปูย่าตา
ยายของเรา ท่านก็แนะนำคุณสมบัติของลูกที่ดีไว้ว่า ต้องไม่แสบ ไม่โง่
ไม่แล้งนำไจ แต่มาคราวนี้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องฝึกลูกไห้เป็นผู้นำไน

การสร้างความดีไนอนาคตปูย่าตายายของเราท่านก็แนะนำไว้อีกเช่นกันว่า

ผู้ที่จะสร้ใงเครือช่ายคนดีไต้สำเร็จนั้นต้องประกอบด้วยคุณสมบัติต่อไปนี้

๑. มืคุณสมบัติของลูกที่ดีเป็นพื้นฐาน คือมีวินัย มีความเคารพ

และมีความอดทน

๒. มีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงของโลกและชีวิต
๓. มีสำ นึกแห่งความผิดชอบซั่วดี
๔. มีเป้าหมายชีวิตอันประเสริฐ
๕. มีความริบผิดชอบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติ
๖. รู้จักสักษณะของมิตรแท้และมิตรเทียม

๗. มีคุณสมบัติของนักสร้างทีมที่ดี

๘. รู้จักโศรงสร้างเศรือช่ายคนดี
๙. มีหัวไจเศรษฐี

๑๐.หมั่นปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์

คุณสมบัติทั้ง ๑๐ ข้อนี้ เป็นงานสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องไข้
เวลาอบรมปมนิสัยไห้แก่ลูก เพื่อเตริยมคุณสมบัติการเผชิญโลกกว้าง
ไห้มากที่สุด เพราะเมื่อวันที่ลูกจะต้องจากอ้อมอกของคุณพ่อคุณแม่ไป

เผชิญโลกกว้างอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ลูกก็จะพบศวามผิดพลาดน้อย
หากเขาไปเจอสิงไหนไม่ถูกไม่ต้องไนสังศม เขาก็จะเป็นกำลังสำคัญไน
การแก!ขไห้กลับคืนดี เพราะเขาสามารถปกศรองตนเองไต้ดี ปกศรองผู้

เลยงดูกอย่างไร ให้เมืองไทยไต้เยาวซนดี ทำ อย่างไรลูกจงจะเป็นคนดีไต้ตลอ?ทอดฝ็ง

www.kalyanamitra.org


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม:การเรียนรู้ผ่านตัวแบบ (Modeling)
Next Book
PANDUAN PDPR BUAT SEMUA