บทสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร
โรงเรียนบ้านหนองปรือ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕๔ หมู่ ๒ ตำบลเบิกไพร อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต ๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนตั้งแตร่ ะดับช้ันอนุบาล ๒ ถึงชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ มีบุคลากรสายบริหาร ๑ คน มี
การจัดการศึกษา ๒ ระดับ คือ ระดับปฐมวัย มีครูจำนวน ๒ คน นักเรียนจำนวน ๓๘ คน ระดับการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน มีครูจำนวน ๗ คน นักเรียนจำนวน ๑๐4 คน ธุรการ จำนวน 1 คน รวมทั้งสถานศึกษา มีบุคลากร
จำนวน ๑๑ คน นักเรียนจำนวน ๑๔2 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่อ้อย ทำนา ทำสวนผลไม้ มีรายได้
ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี นับถือศาสนาพุทธ ระยะทางจากบ้านนักเรียนถึงโรงเรียนใกล้ที่สุดคือ ๐.๕
กิโลเมตร และไกลสุด ๗ กิโลเมตร นักเรียนเดินทางมาโรงเรียนด้วยการเดิน รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถ
ประจำ โรงเรียนอยู่ติดกับวัดหนองปรือใหญ่พลายงาม ผลการประเมินตนเองในระดับปฐมวัยภาพรวมอยู่ในระดับ
ดีเลศิ และผลการประเมินตนเองในระดับการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานภาพรวมอยู่ในระดบั ดเี ลศิ โดยจะสรุปภาพรวมของ
โรงเรยี น ๓ ด้านเพอ่ื นำเสนอในรายงานนี้คือ ดา้ นการคุณภาพผเู้ รียน กระบวนการบริหารจดั การ และกระบวนการ
จัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผ้เู รียนเป็นสำคัญ
จุดเดน่
ระดับปฐมวยั
มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพเด็ก อยู่ในระดับ ดี
นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมวัย สามารถความคุมความรู้สึก สามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนและผูอ้ ื่นใน
โรงเรียนได้ สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองในการทำกิจกรรมต่างๆ กล้าทีจ่ ะพูด ถาม ขอความชว่ ยเหลอื จากผู้อ่นื มคี วาม
กล้าแสดงออก เด็กชั้นอนุบาล 3 มีความสามารถด้านการอ่านการเขียนได้เหมาะสมตามวัย และมีความพร้อม
ทางด้านร่างกาย มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ร่าเริงแจ่มใส รู้จักช่วยเหลือ แบ่งปันเพื่อน มีจิตอาสา มีความซื่อสัตย์ต่อ
ตนเองและผู้อื่น ใช้จ่ายทรัพย์และวัสดุสิ่งของอย่างประหยัดและรู้คุณค่า มีคุณธรรมและจริยธรรม และช่วยเหลือ
ตนเองในการปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวันไดด้ ี
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การ อยู่ในระดับ ดีเลิศ
โรงเรียนมีการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบ โรงเรียนได้ใช้เทคนิคการประชุมท่ีหลากหลายวิธี
เช่น การประชุมแบบมีส่วนร่วม การประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่ม PLC เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการ
กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ที่ซัดเจน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการ
ประจำปีทสี่ อดคล้องกับผลการจัดการศึกษา สภาพปญั หา ความต้องการพัฒนาและนโยบายการปฏริ ูปการศึกษาท่ี
มุ่งเน้นการพัฒนาให้ผู้เรยี นมีคุณภาพตามมาตรฐานการ เรียนรู้ตามหลักสตู รสถานศึกษา ครูผู้สอนสามารถจัดการ
เรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ มีการดำเนินการ นิเทศ กำกับติดตาม ประเมินผล การดำเนินงาน และจัดทำรายงานผล
การจัดการศึกษา และใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพสถานศกึ ษาต่อไปส่งเสรมิ การเปน็ คนดีมคี ุณธรรมจริยธรรม
ทั้งเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ โดย
โรงเรยี นเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรยี นสุขภาวะที่นำนวัตกรรมจิตศึกษา PBL และPLC ซ่ึงเกิดผลด้านพฤติกรรม จติ ใจใน
ตัวนักเรียนและบุคลากรไดอ้ ยา่ งชัดเจน
มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณท์ ่เี นน้ เด็กเป็นสำคญั อย่ใู นระดบั ดเี ลิศ
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 2
ครูมีความตั้งใจและมุ่งม่ันทีจ่ ะพัฒนาการสอน มีการจดั ห้องเรียนให้เหมาะต่อการเรียนรู้ของเด็ก มีการจัด
มุมประสบการณ์ และจัดประสบการณ์ให้เด็ก ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากการเล่นและทำกิจกรรมต่างๆทั้งในและนอก
ห้องเรียน เด็กมีความสุขกับการได้มาโรงเรียน และอยากมาโรงเรียน มีการประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริง
และนำผลประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรับปรุงการจดั ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก
จุดควรพัฒนา
การปลูกฝังด้านสุขภาพอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร การแปรงฟัน การใช้ห้องน้ำ
การทานอาหารใหค้ รบ ๕ หมู่ ส่งเสรมิ ดา้ นการสรา้ งวินัยในตนเอง ครจู ัดกจิ กรรมสง่ เสริมให้เดก็ ได้มวี ินัย พัฒนาการ
ควบคุมตนเอง ส่งเสริมให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก เนื่องจากมีเด็กบางคนยังขาดความมั่นใจในตนเอง และจัด
กจิ กรรมสง่ เสริมเด็กด้านทักษะทางภาษาและกระบวนการคิดใหม้ ีความหลากหลายมากยิ่งขนึ้ การจัดให้มีครูพี่เล้ียง
ที่คอยช่วยเหลือดูแลนักเรียน การเอาใจใส่ดูและนักเรียนอย่างใกล้ชิดและเน้นกิจกรรมเสริมทักษะพัฒนาการทาง
สมอง การประเมินพัฒนาการเด็กควรใหผ้ ู้ปกครองและผู้เกีย่ วข้องมีส่วนร่วมในการประเมินและให้ขอ้ มูลย้อนกลบั
ในการพฒั นาการจดั ประสบการณ์ของเดก็
จดุ เด่น
ระดบั การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผเู้ รยี น อยใู่ นระดับ ดี
ผู้เรียนมีความสามารถในด้านการอ่าน ผู้เรียนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดข้ึนทุกครั้ง มี
ความกลา้ แสดงออกในการแสดงความคิดเห็น ผ้เู รยี นมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีและเคร่ืองมอื สอื่ สารในปัจจุบันได้
ดี ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ การเล่น ความสุนทรีย์ได้ดี ผู้เรียนมีความสามารถใน
การใช้ทักษะคอมพิวเตอร์ สื่อออนไลน์ได้ โรงเรียนมีกระบวนการ/วิธีการในการพัฒนาผู้เรียนโดยการให้ครูผู้สอน
ทุกคนจัดทำแผนการเรียนรู้ที่เน้นความรู้ตามหลักสูตรควบคู่คุณธรรมและคุณลักษณะที่ดี ในการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ตามแผน ครูผู้สอนจะปลูกฝังสอดแทรกคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมประเพณี
ไทยตามศาสนาที่ตนนับถือและโรงเรียนได้จดั การเรียนการสอนตามหลักสตู รสถานศึกษาในสาระสุขศึกษาและพล
ศึกษา สาระศิลปะ(ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพกายและ
สุขภาพจติ ท่ีดี เขม้ แขง็ สามารถดำเนินชวี ิตไดอ้ ยา่ งปกติสุข
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ อย่ใู นระดับ ดีเลศิ
โรงเรียนมกี ารจัดโครงการ กจิ กรรมท่ีส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นบรรลตุ ามเป้าหมายวสิ ัยทศั น์ ปรชั ญา และจดุ เน้น
ของสถานศึกษา มีกิจกรรมพิเศษเพื่อตอบสนองนโยบาย จุดเน้น ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา และมีผลการ
ดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมาย ครูได้ปฏิบัติหน้าที่ตรงกับความรู้ความสามารถหรือคุณวุฒิ ทำให้งานมีคุณภาพ
ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชนในการจัดการศึกษา ส่งเสริมและพัฒนาครูและบุคลากรให้มีสมรรถนะ
ตามมาตรฐานวิชาชีพ นำผลที่ได้จากการรับมอบหมาย มาปรับใช้ในการพัฒนาโรงเรียนจนส่งผลให้ผู้เรียน
ผู้ปกครอง และชุมชนเกิดความพึงพอใจในผลของการบริหารการจัดการศึกษาผู้บริหารให้คำแนะนำ คำปรึกษา
ทางด้านวิชาการและเอาใจใส่การจัดการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพและเต็มเวลา สภาพแวดล้อมร่มรื่น และมีแหล่ง
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 3
เรียนรู้สำหรับผู้เรียน จัดโครงการกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน จัดห้องสมุดที่
ให้บรกิ ารส่ือและเทคโนโลยสี ารสนเทศทเี่ อื้อให้ผเู้ รียนได้เรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั อยใู่ นระดบั ดเี ลิศ
โรงเรียนบ้านหนองปรือมีหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่นมีกิจกรรมลดเวลาเรียน
เพม่ิ เวลารู้ทีห่ ลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้เรียน รวมทั้งครผู สู้ อนมคี วามตั้งใจ มุ่งมัน่ ในการเรียนการสอน
โดยจัดกิจกรรมใหน้ กั เรยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากการคิด การปฏิบตั ิจรงิ มวี ิธีการและแหลง่ เรียนรทู้ หี่ ลากหลาย ซึง่ นกั เรยี นมี
ส่วนร่วมในการจดั บรรยากาศ สภาพแวดลอ้ มท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ ครมู คี วามตง้ั ใจ มุ่งม่ันในการพฒั นาการสอน โดย
จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ โดยการคิด ได้ปฏิบัติจริง มีการให้วิธีการจัดการเรียนการสอนและแหล่งเรียนรู้ที่
หลากหลาย นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ครูมีการใช้สื่อและ
เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับนักเรียน มีการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆและการศึกษาแหล่งเรียนรู้ ใน
ชมุ ชน ท้องถ่ิน
จดุ ควรพฒั นา
ควรมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดึงดูดความสนใจ โดยครูผู้สอนในแต่ละระดับชั้นร่วมกันกำหนด
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเน้นการใช้คำถามกระตุ้นการคิด ใช้แบบฝึกทักษะ และวิธีการอื่นๆ ท่ี
เหมาะสมในการพัฒนาทักษะการเขยี น การคดิ คำนวณของผู้เรยี น เปดิ โอกาสใหผ้ ูป้ กครองได้มสี ว่ นรว่ มในการเสนอ
ความคิดเห็นในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน ดำเนินการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
อย่างยั่งยืนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้ตลอดเวลาทั้งครู ผู้ปกครอง ผู้เรียน และรวมไปถึงหน่วยงาน
ราชการอนื่ ๆ ใกล้เคียง
นวัตกรรมหรือตัวอยา่ งการปฏิบัตทิ ี่ดี (Best Practice) ของสถานศึกษา
แนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาการบริหารสถานศึกษาให้มีคุณภาพและมี
ประสิทธภิ าพอย่างยงั่ ยืน สถานศึกษาควรนำผลการปฏิบตั ทิ ป่ี ระสบผลสำเร็จมาวางแผนยกระดับคุณภาพการศึกษา
ของสถานศึกษาให้มีความสำเร็จสูงยิ่งขึ้นจนเป็นการปฏิบัติที่ดี (Good Practices) และพัฒนาสู่การปฏิบัติที่เป็น
เลศิ (Best Practices) ของสถานศึกษา การปฏบิ ตั ิทีเ่ ป็นเลศิ (Best Practices) สถานศึกษาท่มี ีวธิ กี ารทำงานใหม่ๆ
ที่สถานศึกษาเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ซึ่งนำไปสู่การบรรลุผลลัพธ์ที่ตอบสนอง
ความคาดหวังของชุมชน ผู้ปกครอง และเป้าหมายของสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สถานศึกษาประสบ
ความสำเร็จ ก้าวสคู่ วามเป็นเลศิ มแี นวทางการพจิ ารณาการปฏบิ ตั ิทีเ่ ปน็ เลิศ (Best Practices)
ดังน้ี
1. มีการดำเนินงานบรรลุผลสอดคล้องกบั ปัญหา ความคาดหวังของชมุ ชนหรอื ผู้ปกครองทีม่ ีต่อ
สถานศกึ ษา หรือเป็นวิธีปฏิบัติทีส่ ร้างความพงึ พอใจใหก้ ับทุกคนในสถานศึกษาได้
2. มกี ระบวนการนำไปใชอ้ ยา่ งเป็นวงจร เห็นผลอย่างชัดเจนวา่ เกดิ คณุ ภาพสูงขน้ึ อย่างต่อเนอ่ื ง และมี
หลกั การหรือทฤษฎีรองรบั ในการปฏบิ ตั ิ
3. อธบิ ายวิธปี ฏิบัตินน้ั ได้ว่า “ทำอะไร” (what) “ทำอย่างไร” (how) และ “ทำไมจึงทำ หรือ ทำไมจึงไม่
ทำ” (why)
4. ระบปุ ัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกดิ ความสำเรจ็ ท่ชี ัดเจนและมีการปฏบิ ตั ิที่ต่อเน่อื งและยง่ั ยืน
5. มกี ารเผยแพรแ่ ลว้ ทั้งในและนอกโรงเรยี น เป็นที่ยอมรับของสังคม
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 4
สว่ นท่ี 1
ขอ้ มูลพนื้ ฐาน
1.1 ข้อมูลทัว่ ไป บ้านหนองปรือ
ชื่อโรงเรยี น
ทอ่ี ยู่ เลขที่ 154 หมู่ 2 ตำบลเบิกไพร อำเภอจอมบึง จงั หวัดราชบรุ ี รหสั ไปรษณีย์ 70150
สงั กัด สำนกั เขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
โทรศพั ท์ 0 3272 0261
E-mail [email protected]
Website https://data.bopp-obec.info/web/home.php?School_ID=1070480287
เปดิ สอนระดับชนั้ อนบุ าล 2 ถึงระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
ผู้บรหิ ารสถานศึกษา นายวาสนา โคตะขนุ
วฒุ ิการศึกษาสูงสดุ ประกาศนยี บตั รบณั ฑิต
ดำรงตำแหนง่ ทโ่ี รงเรยี นนต้ี งั้ แตว่ ันท่ี 28 มกราคม 2563 จนถึงปัจจบุ ัน
รวมระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน เดอื น
ประวตั ิโรงเรยี นบา้ นหนองปรือ
โรงเรียนบา้ นหนองปรือ ตั้งอยู่หมูท่ ่ี 2 ตำบลเบิกไพร อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบรุ ี เปิดทำการสอนครัง้
แรกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 ความเป็นมาของโรงเรยี น ผู้ริเร่ิมในการก่อตั้ง คือ นายหรุ่น นางแฉล้ม
เจริญพร และนายแย้ม อุ่นภักด์ิ ได้เป็นผู้นำชักชวนราษฎรในหมู่บ้าน ช่วยกันหาเสา และไม้ท่อนมาเลื่อยและ
รวบรวมไว้ จนเพียงพอในการก่อสร้าง ครั้นถึงเวลาในการก่อสร้างได้อาราธนานิมนต์พระครูวาปีวรคุณ (หลวงพ่อ
คูณ ) เจา้ คณะอำเภอจอมบึงในขณะนั้น มาเปน็ องคป์ ระธานในการก่อสร้าง โดยชาวบ้านไดช้ ่วยกันสละทรัพย์เพื่อ
ซื้อสังกะสีมามุงหลังคา สำหรับที่ดินของโรงเรียนได้รบั บริจาคจากนายหรุ่น นางแฉล้ม เจริญพร เป็นเนื้อที่จำนวน
5 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา โดยมีอาณาเขต ทศิ เหนือตดิ เขต วดั หนองปรือใหญ่พลายงาม ทศิ ใต้ ติดถนนหลวง ทิศ
ตะวนั ออกตดิ วัดหนองปรือใหญ่พลายงาม ทิศตะวนั ตกตดิ ทางสาธารณะ ครใู หญ่คนแรกคือนายนรา แสงอ่อน พ.ศ.
2507 นายบุญมา เกิดทรัพย์ รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ ได้ร่วมกันกับทางวัดหนองปรือและประชาชน จัด
ทอดผ้าปา่ สามคั คี โดยนำรายไดไ้ ปซ้ือสังกะสีมงุ หลังคาท่คี ้างอยู่และทำการกนั้ ฝาห้องโดยใชฝ้ าไม้ไผ่ชั่วคราว
พ.ศ. 2514 นายถาวร อาศน์สุวรรณ รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ ได้ของบประมาณเพื่อซ่อมแซม
และจดั ทำฝาอาคารเรียนใหถ้ าวรมากขน้ึ ตดิ ประตู หน้าต่าง และเทพ้นื ปนู จนเสรจ็ เรียบรอ้ ย
พ.ศ. 2516 นายเชาว์ สุขหงษ์ ครูใหญ่ เห็นว่าอาคารเรียนไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ต้อง
ไปอาศัยเรียนที่ศาลาวัด จึงทำรายงานของบประมาณเพื่อสร้างอาคารเรียนใหม่ และได้งบประมาณพิเศษจาก
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 5
กระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2518 เปน็ อาคารแบบ ป1ก 5 ห้องเรียน สร้างบา้ นพักครู 1 หลงั พรอ้ มทั้งหอ้ ง
ส้วมสำหรบั นกั เรยี น 2 หลงั
พ.ศ. 2520 นายวิเชียร อร่ามเวชวรนันท์ รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ ได้รับงบประมาณสร้าง
บ้านพักครูอกี 1 หลัง
พ.ศ. 2522 นายวิลัด ลิมทโรภาส รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ ได้ของบประมาณจากชุมชน
จำนวน 20,000 บาท สร้างอาคารช่ัวคราว เปน็ อาคารไมไ้ ผ่มุงหญ้าคา
พ.ศ. 2523 ได้รับงบประมาณจาก สปช. จำนวน 130,000 บาท สร้างบ้านพักครู 1 หลัง
อาคารอเนกประสงค์ 1 หลงั สำหรบั ใช้เปน็ หอ้ งประชุมและโรงอาหาร
15 มิถุนายน 2524 นายพิพัฒน์ พนั ธุ์โชติ รักษาการฯครูใหญ่ และได้รับการแต่งต้ังเป็นครใู หญ่ 1 ตลุ าคม
2524
พ.ศ. 2525 จำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้นจึงได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนอีก 1 หลัง เป็น
อาคาร แบบ สปช. 017 มี 2 ช้นั 4 ห้องเรยี น ช้นั ล่างโลง่ สรา้ งแล้วเสรจ็ เม่ือ 2 กรกฎาคม 2525
พ.ศ. 2528 จัดทำป้ายชื่อโรงเรียนโดยก่ออิฐมอญ ทาสี มีพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับด้านหน้า
สนบั สนุนโดยคุณสายหยุด สงสวุ รรณ เป็นจำนวนเงิน 1,500 บาท
พ.ศ. 2529 นายพพิ ัฒน์ พนั ธโุ์ ชติ ไดร้ ับการแต่งตั้งใหด้ ำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ( 1 ก.พ. 2529)
พ.ศ. 2530 กรมทรัพยากรธรณี ขุดเจาะบอ่ น้ำบาดาลพร้อมติดต้งั เครื่องสบู น้ำแบบท้ิงจมให้กับโรงเรยี น
พ.ศ. 2531 ไดร้ ับงบประมาณต่อเตมิ อาคาร สปช.017 ช้ันล่าง 4 หอ้ งเรยี น
พ.ศ. 2540 ได้รับงบประมาณ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และ
ห้องปฏบิ ตั ิการวทิ ยาศาสตร์
พ.ศ. 2544 ได้รับงบประมาณ 90,000 บาท สรา้ งสนามกีฬาอเนกประสงค์
พ.ศ. 2546 อาจารย์ใหญ่ พระครูรัตนกิตติวัฒน์ และกรรมการสถานศึกษาฯร่วมกันสร้างห้องเรียน
ธรรมชาติ
1 เมษายน 2547 นายพิพัฒน์ พันธุ์โชติ อาจารย์ใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถานศึกษา ลาออก
จากราชการ นายมานะ โทสูงเนนิ อาจารย์ 2 ระดบั 7 รักษาการฯ
9 พฤศจิกายน 2547 นางนิตยา ทองประเสริฐ มาเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในตำแหน่ง ผู้ช่วย
หวั หนา้ การประถมศกึ ษาอำเภอสวนผง้ึ รกั ษาการในตำแหน่งครใู หญ่ ปฏิบตั หิ นา้ ที่ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านหนอง
ปรือ และดำรงตำแหน่งครูใหญ่ เม่ือวันที่ 11 พฤศจิกายน 2547 และให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
สถานศกึ ษา เมอื่ วันที่ 24 ธันวาคม 2547
21 มกราคม 2548 ไดร้ ับจัดสรรเคร่อื งคอมพิวเตอร์ จากสพท.รบ. 1 จำนวน 2 เครือ่ ง
10 – 12 กุมภาพันธ์ 2548 ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ผลการประเมินในภาพ
รวมอยใู่ นระดบั ดี
18 - 19 มิถุนายน 2548 ดำเนินการรื้อถอนบ้านพักครูหลังที่ 1 ,2 และส้วม 1 หลัง โดยได้รับ
ความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษา และประชาชน หมทู่ ่ี 2 หมูท่ ี่ 8 ช่วยดำเนินการ
8 กรกฎาคม 2548 สรา้ งทจี่ อดรถ โดยใชไ้ มจ้ ากการรื้อถอนบ้านพกั ครแู ละส้วม
18 กรกฎาคม 2548 สร้างร้ัวคอนกรีตด้านหน้าโรงเรยี น โดยได้รบั การสนบั สนุนจากการจดั กิจกรรม
ผา้ ป่าการศึกษา
29 กันยายน 2548 สร้างศาลาแปดเหลี่ยมเพ่ือเป็นศาลาแหล่งเรยี นรูข้ องโรงเรียน และสรา้ งร้วั ลวด
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 6
หนามตลอดแนวดา้ นข้างโรงเรยี น โดยใชไ้ ม้จากการร้ือถอนบา้ นพกั ครูและงบประมาณจากการบริจาค
19 – 20 ธันวาคม 2548 ไดร้ ับการสนบั สนุนจากมลู นธิ ศิ ุภนิมติ แหง่ ประเทศไทย และบคุ คลในชุมชน
ชว่ ยสร้ างและปรบั ปรงุ อาคารส่งเสริมวิชาชีพ เพ่อื ใชเ้ ป็นแหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชน
12 - 14 ธันวาคม 2552 ได้รบั การประเมนิ สมศ.รอบท่ี 2 ผลการประเมนิ อยู่ในระดับ ดี
12 ตลุ าคม 2553 นางนติ ยา ทองประเสรฐิ ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นหนองปรือเสียชวี ิต นางอำไพ
พันธุ์โชติ ครู อันดับ คศ. 3 รกั ษาการ
13 มิถนุ ายน 2554 นางกาญจนา จนั ทร์นาค มาเปน็ ผู้อำนวยการสถานศกึ ษาจนถงึ ปี พ.ศ.2562
1 กุมภาพนั ธ์ 2564 นายวาสนา โคตะขุน เขา้ รับตำแหน่งผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านหนองปรือ จนถึง
ปจั จุบนั
ปัจจุบัน โรงเรียนบ้านหนองปรือ มีนักเรียนจำนวน 142 คน ครู 7 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน จัด
การศึกษาต้ังแต่ระดับอนุบาล 2 จนถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนในโครงการวิถีพุทธ บริหารจัด
การศึกษาโดยใชร้ ูปแบบการบริหารโดยใชโ้ รงเรยี นเปน็ ฐาน (School Based Management )
1.2 แนวทางการจัดการศกึ ษา
วิสัยทศั น์ (VISION)
“โรงเรียนบ้านหนองปรือ เป็นโรงเรียนท่ีมุ่งส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพให้มีความรู้
ความสามารถสู่มาตรฐานการศึกษา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม รักความเป็นไทย
และมที กั ษะการดำเนนิ ชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง”
พันธกจิ (MISSION)
1) จัดการศึกษาท่ีมีคุณภาพสู่มาตรฐาน และใชเ้ ทคโนโลยเี พือ่ การแสวงหาความรู้
2) สรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
3) พฒั นาครูและบคุ ลากรสนบั สนุนทางการศึกษาให้มีความร้คู วามสามารถในการจัดการเรยี นการสอนที่มี
ประสทิ ธภิ าพและเนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคญั
4) พัฒนาหลักสตู รท่เี หมาะสมกบั ผเู้ รยี นและท้องถิ่น
5) พฒั นาระบบการบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเป็นฐาน ส่งเสริมการมสี ่วนร่วมของชมุ ชนและองค์กรตา่ งๆ
6) พัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม อนุรกั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมไทย
7) เสรมิ สร้างทักษะการดำเนินชวี ติ ตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง
8) สง่ เสรมิ การอนรุ ักษ์พฒั นาสิ่งแวดลอ้ ม
กลยุทธ์การพัฒนาโรงเรียน
1. ยุทธศาสตรด์ า้ นการพัฒนาผ้เู รียน
ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง ครอบคลุมผเู้ รยี น ให้ได้รบั โอกาสในการพฒั นาเต็มศักยภาพ
2. ยุทธศาสตรด์ ้านการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
พฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ใหส้ ามารถจดั การเรยี นการสอนได้อย่างมีคุณภาพ
3. ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการพฒั นาหลกั สูตรกระบวนการเรียนการสอนการวัดและประเมนิ ผล
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 7
ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สำนึกในความเป็นชาติไทย และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี
ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมและสิ่งแวดลอ้ ม
4. ยทุ ธศาสตร์ด้านการพฒั นาระบบสอ่ื และเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพอ่ื การศกึ ษา
พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตร และส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยี
เพอื่ เปน็ เครื่องมอื ในการเรยี นรู้
5. ยุทธศาสตร์ด้านการบรหิ ารจดั การ
พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา ตามแนวทางการกระจายอำนาจทางการศึกษาหลักธรร
มาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมและ
สนบั สนนุ การจัดการศึกษา
1.3 ข้อมลู บคุ ลากรของสถานศึกษา
1) จำนวนบคุ ลากร จำแนกตามตำแหน่ง เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณใ์ นตำแหน่ง
เพศ (คน) ระดบั การศึกษา (คน) ประสบการณ์
ประเภทบคุ ลากร ชาย หญงิ รวม ตำ่ กว่า ป.ตรี ป.โท ป.เอก ในตำแหน่ง
ป.ตรี (ปี)
ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา 1 - 1 - -1- ๓
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา - - - - - - - -
10
ข้าราชการครู 2 5 7 - 52 - 3
-
ครอู ตั ราจ้าง - 2 2 - 11 - -
3
พนักงานราชการ - - - - --- -
-
พเี่ ลย้ี งเด็กพิการ - - - - ---
ธุรการ - 1 1 - 1- -
นักการภารโรง - - - - ---
บคุ ลากรทางการศึกษาอืน่ - - - - - - -
- จำนวนครูทีส่ อนวิชาตรงเอก 7 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 77.77
- จำนวนครทู ่ีสอนตรงความถนดั 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 22.22
- สาขาทข่ี าดแคลนครู ภาษาไทย วทิ ยาศาสตร์ คอมพวิ เตอร์ การศกึ ษาปฐมวยั
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 8
กราฟ / แผนภมู ิ วุฒิการศึกษาสงู สุดของบคุ ลากร
๒) จำนวนครูผสู้ อนแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรแู้ ละคา่ เฉล่ยี จำนวนชัว่ โมงในการสอนของครู 1 คน
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ จำนวน (คน) ช่ัวโมงสอนเฉล่ยี /คน/สปั ดาห์ หมายเหตุ
ภาษาไทย -- -
คณติ ศาสตร์ 1 25 -
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี - - -
สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 2 25 -
สุขศึกษาพลศึกษา 1 25 -
ศิลปะ 1 25 -
การงานอาชีพ 1 25 -
ภาษาตา่ งประเทศ 1 25 -
ปฐมวัย 2 30 -
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 9
1.๔ ขอ้ มูลนักเรียน (ขอ้ มูล ณ วนั ที่ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔)
๑) จำนวนนักเรียนจำแนกตามระดบั ชั้นเรียน เพศ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ จำนวน 142 คน
จำนวนนักเรียน
ระดบั ชน้ั เพศ รวม(คน)
ชาย หญิง
ช้ันอนุบาลปที ี่ 2 13 7 20
ช้นั อนุบาลปที ี่ 3 7 11 18
รวม 20 18 38
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 14 6 20
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 14 12 26
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 45 9
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 12 11 23
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 8 5 13
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 5 8 13
รวม 57 47 104
รวมทั้งสิ้น 77 65 142
1.๕ ข้อมลู ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
๑.๕.๑ ระดับปฐมวัย
๑) รอ้ ยละของนักเรยี นท่มี ีผลการประเมินพัฒนาการแต่ละด้าน ระดับ ๓ ข้นึ ไป
ระดับช้นั ผลการประเมินพัฒนาการนกั เรียนด้าน ครบท้ัง ๔
ด้าน
อนุบาลปีที่ 2 ร่างกาย อารมณ์ สงั คม สติปัญญา
อนุบาลปที ่ี 3 จิตใจ 13
4
รวม 16 16 15 13 17
คดิ เป็นร้อยละ 44.73
11 10 4 4
27 26 19 17
71.05 68.42 50 44.73
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 10
๑.๕.๒ ระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
๑) ร้อยละของนักเรียนที่มีเกรดเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ถงึ ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 ปีการศกึ ษา 256๔
จำนวนนกั เรียนทีไ่ ด้ระดับ 3 ข้ึนไป
วิชา
ภาษาไทย
ค ิณตศาสตร์
วิทยาศาสตร์และเทค
โนฯ
สังคมศึกษา ฯ
ประ ัว ิตศาสตร์
สุขศึกษาและพล
ึศกษา
ิศลปะ
การงานอาชีพ
ภาษา ัองกฤษ
หน้า ่ทีพลเ ืมอง
รวมเฉล่ียร้อยละ
ป.1 14 12 13 19 18 - 16 18 2 19 65.5
ป.2 21 24 5 25 26 21 24 23 2 25 75.38
ป.3 7 8 8 7 7 5 8 8 5 7 77.77
ป.4 19 4 21 19 19 2 12 21 12 19 64.34
ป.5 7 5 9 5 13 13 9 10 6 5 63.07
ป.6 9 5 12 10 12 13 10 12 5 10 77.69
รวม 77 58 68 85 95 81 79 92 32 85
คดิ เปน็ 74.03 55.76 65.38 81.73 91.34 77.88 75 88.46 30.76 81.73 75.2
รอ้ ยละ
๒) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และการเขียน ในระดับดีขึ้นไป
ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถึงระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ปีการศึกษา ๒๕๖๔
ระดบั ชั้น ผลการประเมิน ร้อยละ
จำนวน ระดับ
นักเรยี น ไมผ่ ่าน ผา่ น ดี ดเี ยยี่ ม ดีขนึ้ ไป
ประถมศึกษาปีที่ 1 20 - 14 3 3 6 30.00
ประถมศกึ ษาปีที่ 2 26 - - 22 4 26 100.00
ประถมศกึ ษาปีที่ 3 9 - - 5 4 9 100.00
ประถมศึกษาปที ่ี 4 23 - 7 12 4 16 69.56
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 13 - 6 5 2 7 53.84
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 13 - - 3 10 13 100.00
104 - 22 50 27 77 72.11
รวม
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 11
๓) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับดีขึ้นไประดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถึงระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ระดบั ช้นั ผลการประเมนิ ระดบั รอ้ ยละ
จำนวน
ประถมศึกษาปีที่ 1 100
ประถมศึกษาปีท่ี 2 นักเรยี น ไมผ่ า่ น ผ่าน ดี ดเี ยย่ี ม ดีขนึ้ ไป 100
ประถมศกึ ษาปีที่ 3 100
ประถมศึกษาปที ่ี 4 20 - - 5 15 20 100
ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 26 - - - 26 26 100
ประถมศึกษาปีท่ี 6 9 - - -9 9 100
23 - - 15 8 23 100
รวม 13 - - 5 8 13
13 - - - 13 13
104 - - 24 80 104
๔) ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ ของผู้เรียนระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ ในระดับดีขน้ึ ไป
ผลการประเมนิ ระดบั
สมรรถนะสำคัญ ไมผ่ ่าน ผ่าน ดี ดเี ยีย่ ม ดีขึน้ ไป ร้อยละ
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร - 3 5 5 10 76.92
๒. ความสามารถในการคิด - 3 6 4 10 76.92
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา - 1 4 8 12 92.30
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต - - 4 9 13 100.00
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - - 7 8 13 100.00
รวม - 7 26 34 58 89.23
๑.6 รางวัลทโ่ี รงเรยี นได้รับ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ประเภท ชื่อรางวัล/ระดบั รางวัลทีไ่ ด้รับ หนว่ ยงานทีม่ อบรางวัล
(สถานศึกษา/คร/ู นักเรยี น)
ครูดีเด่นกลมุ่ สาระการเรียนรู้ เครอื ข่ายโรงเรยี นเพื่อพัฒนา
ครูผู้สอน คณิตศาสตร์ คณุ ภาพการศึกษาเครือขา่ ยท่ี 7
นายสนั ตสิ ุข จนั ทรว์ ัฒนาเดชา
กลุ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 12
ประเภท ชื่อรางวัล/ระดบั รางวลั ท่ีได้รับ หนว่ ยงานท่มี อบรางวลั
(สถานศึกษา/ครู/นักเรยี น)
นางสาวกญั ญาญฐั ฐ์ ศรีเคลือบ ครูดเี ด่นกลุม่ สาระการเรียนรู้สังคม เครือข่ายโรงเรียนเพื่อพัฒนา
ศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม คุณภาพการศึกษาเครือข่ายท่ี 7
นางสาวนฤมล ศรอี ู๋ เครือข่ายโรงเรยี นเพ่ือพฒั นา
ครดู เี ดน่ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คม คณุ ภาพการศึกษาเครือข่ายที่ 7
นายวาสนา โคตะขนุ ศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
นายวาสนา โคตะขนุ 10,000 คุรชุ นคนคุณธรรม สพป. รบ.1
นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี สพป. รบ.1
นกั เรยี น
เด็กชายนภัส แอ่นดอย เหรียญผู้บำเพ็ญประโยชน์ช้ันที่ 1 สำนักงานลูกเสือจังหวดั ราชบุรี
๑.7 ข้อมลู อาคารสถานที่
ข้อมูลอาคารสถานท่ี ประกอบดว้ ย จำนวนอาคาร จำนวนหอ้ งประกอบ
อาคารเรยี น จำนวน 2 หลัง
อาคารอเนกประสงค์ จำนวน 2 หลงั
หอ้ งน้ำ จำนวน 9 หอ้ ง
หอ้ งสมุด จำนวน 1 ห้อง
สนามเด็กเล่น จำนวน 1 สนาม
สนามกฬี า จำนวน 1 สนาม
บ้านพักครู จำนวน 1 หลงั
๑.8 แหล่งเรยี นรู้
ข้อมูลแหลง่ เรียนรู้ภายใน/ภายนอกโรงเรยี น จำนวนการเข้าใชห้ อ้ งสมุดของผเู้ รียนเฉลย่ี ต่อปีการศึกษา
ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ปราชญ์ชาวบ้าน
แหล่งเรยี นรู้ภายในโรงเรียน ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
ลำดบั ท่ี แหลง่ เรียนรู้
1 ห้องสมุด
2 ห้องพยาบาล
3 สนามเด็กเล่น
4 สนามฟุตบอล
5 โรงอาหาร
6 ศาลาแหง่ การเรียนรู้
7 แปลงเกษตร
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 13
แหลง่ เรียนรู้ภายนอกโรงเรยี น ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ลำดับท่ี แหล่งเรียนรู้
1 วัดหนองปรือใหญพ่ รายงาม
2 โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลเบกิ ไพร
3 โรงเหล็กผสมผสานขนาดเลก็
4 โรงปนู ปั้นดินของนายสิทธิ์ สงั ขท์ อง
5 สวนผกั ปลอดสารพษิ ของนายทินกร ผง้ึ บำรุง
6 สำนกั สงฆธ์ รรมญาณราศีวิสุทธิ์
7 โรงรบั ซ้ือของเก่าโชคชนากานต์
จำนวนการเข้าใชห้ อ้ งสมดุ ของผู้เรยี นเฉลี่ยตอ่ ปกี ารศึกษา คอื ร้อยละ50%
ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ปราชญ์ชาวบ้าน ปกี ารศึกษา 256๔
ลำดบั ท่ี ช่ือ – สกุล เร่อื ง
ปั้นกระถาง ปูนปนั้
๑ นายสิทธ์ิ สงั ขท์ อง ขา้ วไรเบอรี่ โอทอป หมู่บ้านโครงการโคกหนองนา
นักประดิษฐ์ เครือ่ งดักแมลงวนั
๒ นายวิจิตร เสถียรธีราภาพ ดนตรไี ทย
3 นายมานพ จลุ มานพ
4 ครูสริ ิ พมุ เรียง
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 14
๑.9 โอกาสและข้อจำกดั
การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก (C-PEST)
สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาส(Opportunities : O) อปุ สรรค(Threats : T)
1.ลูกค้าหรอื ผู้รับบริการ 1. โรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชนทำให้การ 1. ผู้ปกครองมีค่านิยมในการส่งบตุ รหลาน
(Customer)
เดินทางมาค่อนข้างสะดวก เขา้ เรยี นในเมือง
2. ผู้ปกครองให้ความสำคัญและให้ 2. สถิติการเกิดของประชากรวัยเรียน
ความร่วมมือเป็นอย่างดี นอ้ ยลงในเขตพืน้ ทบี่ ริการ
3. ผู้ปกครอง นักเรียน มีความเชื่อม่ัน 3. นักเรียนส่วนใหญ่ครอบครัวมีฐานะ
และยอมรับในการบริหารจัดการของ ยากจน ทำให้ไม่สามารถสนับสนุนการ
โรงเรียน เรียนของนกั เรียนได้อยา่ งเต็มที่
4. หน่วยงานราชการและเอกชนมี 4. นักเรียนบางส่วนเป็นนักเรียนต่างด้าว
สัมพนั ธภาพที่ดกี บั โรงเรียน อาศัยอยู่ในฟาร์มสื่อสารยาก ขาดเรียน
บอ่ ย
2.สถานการณท์ าง 1. นโยบายต้นสงั กัดมีการกำหนดแนว 1. นโยบายรัฐบาล และคณะรัฐบาลที่
การเมือง (Politics)
การปฏบิ ตั งิ าน เปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้แนวทางการจัด
3.สภาพแวดลอ้ ม
(Environment) หรือ 2. องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั ให้การ การศึกษาไมแ่ น่นอน
สภาพเศรษฐกจิ
(Economics สนบั สนนุ การป้องกันโรคเปน็ อยา่ งดี
3. การเมืองส่วนท้องถิ่นมีส่วน
สนับสนุนในด้านการศกึ ษา
4. การสนับสนนุ ของผู้ปกครองและครู
และศษิ ย์เกา่
1. ชุมชนมคี วามสามคั คี ปลอดยาเสพ 1. รายไดข้ องชมุ ชน ผ้ปู กครองไม่แน่นอน
ตดิ ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง
2. ชมุ ชนมคี วามรกั และรว่ มอนรุ กั ษใ์ น 2. มสี ง่ิ แวดล้อมทม่ี สี ื่อย่ัวยเุ ช่น การใช้
ศิลปะวฒั นธรรมประเพณที ้องถิน่ โทรศัพท์มือถือ ทำให้นักเรียนมีความเสี่ยง
3. ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา ในการดำรงชีวติ ทดี่ ี
องค์กรเอกชนต่าง ๆ ร่วมกับทาง 3. ปีการศึกษา 2564 เป็นช่วงแพร่
โรงเรียนได้บริจาคทุนทรัพย์สนับสนุน ระบาดโรคโควิด 19 ทำให้ผู้ปกครองขาด
การศึกษา ส่งผลให้การศึกษาของ รายได้ ไมส่ ามารถสนับสนนุ โรงเรียน
โรงเรียนพัฒนามีประสิทธิภาพเพิ่มมาก
ขนึ้
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 15
สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาส(Opportunities : O) อปุ สรรค(Threats : T)
4.สภาพสังคม (Society) 1. สภาพสังคมในชุมชนอยู่อย่างสงบ 1. มีปญั หาการหยา่ ร้างมาก
วฒั นธรรม(Culture)
คา่ นิยม (Value) สขุ ช่วยเหลือเกอื้ กลู กนั 2. ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่มีเวลาดูแลบุตร
2.ผู้นำชุมชนมองเห็นความสำคัญของ หลานเทา่ ทคี่ วรเนอื่ งจากตอ้ งทำงาน
การศึกษา 3. ผู้ปกครองบางส่วนขาดความรู้ความ
3. แหล่งการเรียนรู้หลากหลายที่ เขา้ ใจในการเรียนการสอน
โรงเรียนสามารถนำนักเรียนไปใช้ 4. นักเรียนอาศัยกับปู่ย่าตายาย
5. นักเรียนบางส่วนเป็นคนต่างด้าวไม่
ประโยชน์ได้ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริม สามารถสื่อสารและขาดความเข้าใจด้าน
ภาษา
สุขภาพตำบลเบิกไพร โรงเหล็ก วัด
หนองปรือใหญพ่ ลายงาม ฯลฯ
4. ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดี มีส่วนร่วม
ในการช่วยเหลือการจดั การศกึ ษา
5.เทคโนโลยี 1. โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจาก 1. สือ่ ท่ไี ดร้ ับไมเ่ พยี งพอกบั ความต้องการ
(Technology)
ชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลเบิก ของจำนวนนักเรียน
ไพร สกสช. และหนว่ ยงานอ่ืนๆ 2. วัสดุอุปกรณ์ด้านการจัดการเรียนการ
2. ความเจริญของเทคโนโลยีส่งเสริมให้ สอน ไม่พร้อมทุกห้องเรียน ชำรดุ บอ่ ย
นักเรียนสามารถเรียนได้เรียนรู้ด้วย 3. การใช้เทคโนโลยีในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็
ตนเอง สามารถส่งผลเสยี กับผู้ใช้ได้ เชน่ การใช้มือ
3. รัฐบาลให้การสนับสนุนด้าน ถือเล่นเกม เล่นอนิ เตอรเ์ นต็ มากกว่าการใช้
เ ท ค โ น โ ล ย ี เ ช ่ น โ ค ร ง ก า ร แ จ ก ในการหาความรู้ เลียนแบบพฤติกรรมไม่ดี
อินเตอร์เน็ตฟรีเพื่อใช้ในการเรียน จากสื่อออนไลน์เปน็ ตน้
อ อ น ไ ล น ์ ก า ร ต ิ ด ต ั ้ ง สั ญ ญ า ณ 4. โรงเรียนไมม่ ีคอมพวิ เตอรใ์ นการจดั การ
อนิ เตอรเ์ นต็ ภายในโรงเรยี น เรยี นการสอน ขาดแคลนคอมพิวเตอร์
ขาดบุคลากรด้านเทคโนโลยี ไม่มีเครื่อง
คอมพิวเตอร์ทำงานบริหารจัดการใน
โรงเรียน
ผลการวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก
1. ปัจจยั ดา้ นลูกค้าหรือผ้รู ับบริการ (Customer)
จากการวิเคราะห์ปัจจัยด้านลูกค้าหรือผู้รับบริการ พบว่า มีโอกาสมากกว่าอุปสรรค ที่ตั้งของโรงเรียนอยู่
ในเขตชมุ ชนที่สามารถเดนิ ทางไดส้ ะดวก ผปู้ กครองส่วนใหญ่ที่ส่งบุตรหลานมาเรยี นให้ความร่วมมือในการส่งเสริม
แสะสนับสนุนเป็นอย่างดี โรงเรียนมีแหล่งการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและบริเวณใกล้เคียงโรงเรยี นมากมาย เช่น วัด
หนอปรือใหญ่พลายงาม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเบิกไพร และอื่นๆ ผู้ปกครองสว่ นใหญ่มีความเชื่อมัน่ ใน
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 16
การบริหารจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน รวมทั้ง
หนว่ ยงานตา่ งๆในชุมชนยังช่วยสนับสนนุ การพัฒนานักเรยี นอยา่ งสม่ำเสมอ แต่เน่ืองจากในระแวกรอบขา้ งโรงเรียน
มีหลายโรงเรียนที่เปิดทำการเรียนการสอน และมีโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่เป็นทางเลือกของนักเรียน
จึงทำให้ผู้ปกครองบางสว่ นเลือกส่งนักเรยี นไปโรงเรียนท่ีมีขนาดใหญ่กว่า สถิติการเกิดของประชากรในบริเวณเขต
พื้นที่บริการมีจำนวนลดน้อยลง ชาวบ้านท่ีเคยอาศยั ทำงานอยูก่ ็ย้ายออกไปทำงานที่อ่ืนมากขึ้น และมีนักเรียนต่าง
ด้าวจำนวนมากทพ่ี กั อาศยั อยู่ในฟาร์ม ทำให้การส่อื สารพูดคยุ ลำบาก
2. ปจั จยั ด้านสถานการณท์ างการเมือง (Politics)
จากการวิเคราะห์ปัจจัยด้านสถานการณ์ทางการเมือง พบว่า มีโอกาสมากกว่าอุปสรรค รัฐธรรมนูญและ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ จะเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมจัดการศึกษาและรับ
โอกาสทางการศกึ ษาอย่างทว่ั ถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีโครงการสนับสนนุ ค่าใชจ้ า่ ยในการจดั การศึกษาตั้งแต่
ระดบั อนุบาลจนจบการศึกษา สง่ ผลตอ่ การลดภาระคา่ ใชจ้ ่ายผปู้ กครอง องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลให้การสนับสนุน
เปน็ อยา่ งดี การเมืองส่วนท้องถ่ินมีสว่ นสนบั สนนุ ในด้านการศึกษา และยงั มีการสนบั สนุนของผู้ปกครองและครูและ
ศษิ ย์เก่า แตเ่ น่ืองจากการเปล่ยี นแปลงนโยบายการจัดการศึกษาบ่อยคร้ัง ส่งผลต่อการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ปฏิรูป
การศึกษาที่เป็นไปอย่างล่าช้าเกิดความสับสนในการปฏิบัติ เนื่องจากนโยบายมีมาก และซ้ำซ้อนหลายประเด็น
นอกจากน้ีการออกกฎหมายไม่เปน็ ไปตามระยะเวลาทีก่ ำหนดทำให้การกำหนดทิศทางไมช่ ัดเจน
3. ปจั จยั ดา้ นสภาพแวดล้อม(Environment) หรือสภาพเศรษฐกิจ (Economics)
จากการวิเคราะห์ปัจจัยปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม(Environment) หรือสภาพเศรษฐกิจ (Economics)
พบว่า มีโอกาสมากกว่าอุปสรรคพบว่า มีหลายหน่วยงานที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนให้การสนับสนุนและส่งเสริม
โรงเรยี นเปน็ อย่างดี ผูป้ กครอง กรรมการสถานศึกษา วัดหนองปรือใหญ่พลายงาม องคก์ รเอกชนตา่ ง ๆ ได้บริจาค
ทุนทรัพย์สนับสนุนการศึกษา ส่งผลให้การศึกษาของโรงเรียนพัฒนามีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แต่มีอุปสรรคใน
เรื่องของสภาพเศรษฐกิจของชุมชนส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรต่ำส่งผลกระทบต่อการ
ระดมทรพั ยากรเพือ่ จดั การศกึ ษา นักเรยี นท่ีมาจากครอบครวั ทีย่ ากจน มีส่ือ วัสดุ อปุ กรณ์ในการศกึ ษาไม่เพียงพอ
นักเรียนสว่ นใหญ่เปน็ ต่างดา้ วทำใหส้ ื่อสารยาก ยา้ ยทีอ่ ยู่ตามผ้ปู กครองบอ่ ย
4. ปัจจยั ดา้ นสภาพสังคม (Society) วฒั นธรรม (Culture) ค่านิยม (Value)
จากการวิเคราะห์ปัจจัยด้านปัจจัยด้านสภาพสังคม (Society) วัฒนธรรม (Culture) ค่านิยม (Value)
พบว่า มีโอกาสมากกว่าอุปสรรค พบว่าสภาพสังคม การเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความ
สามัคคี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ซึ่งกันและกัน ผู้นำและผู้ปกครองในชุมชนเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงทำให้มี
การร่วมมอื ชว่ ยเหลอื ใหก้ ารส่งเสรมิ และสนบั สนุนนักเรยี นในการเรยี น แตม่ ผี ลกระทบที่สำคัญก็คือในพื้นท่ีประสบ
ปัญหาการหย่ารา้ งค่อนขา้ งสูง ครอบครวั แตกแยก ทำให้นกั เรียนต้องอาศัยอยู่กับญาติ ขาดการดแู ลเอาใจ ใส่จาก
ผู้ปกครอง ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กนักเรียน เช่น การเลียนแบบพฤติกรรมไม่ดีจากสื่อออนไลน์
นักเรียนอาจเข้าถึงสื่อลามกอนาจาร การพนัน สารเสพติด อาวุธความรุนแรง ลิทธิความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรมที่
ไม่เหมาะสม เด็กอาจเลียนแบบ ครอบครองหรือเผยแพรเ่ นอื้ หาท่ีผดิ กฎหมาย
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 17
5. ปัจจยั ดา้ นเทคโนโลยี (Technology)
จากการวิเคราะห์ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technology) พบว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทั่วถึง และ
ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และสืบค้นข้อมูล ความรู้ ได้ด้วย
ตนเองอย่างหลากหลาย ภาครัฐและเอกชน เข้ามาส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ส่งผลให้มีส่ือ
เทคโนโลยีที่ทนั สมยั และบุคลากรไดร้ บั การพฒั นาองค์ความรู้อยา่ งทัว่ ถึง นอกจากนัน้ ความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยี
ส่งผลให้วัสดุอุปกรณ์ที่รองรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงทำให้อุปกรณ์ไม่เพียงพอ
สำหรับนักเรียน เด็กขาดวิจารณญาณในการใช้สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสมและผู้ปกครองขาดความรู้ ทักษะ
ความสามารถในการแนะนำแก่บุตรหลาน โรงเรียนไม่มีคอมพิวเตอร์ในการจัดการเรียนการสอน ขาดแคลน
คอมพวิ เตอร์ ขาดบุคลากรดา้ นเทคโนโลยี ไม่มเี คร่อื งคอมพิวเตอร์ทำงานบรหิ ารจัดการในโรงเรียน
การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายใน 7S(S,W)
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 18
สภาพแวดลอ้ มภายใน จดุ แข็ง (Strengths : S) จดุ ออ่ น (Weaknesses : W)
1. ยุทธศาสตร์(Strategy) 1. สถานศึกษามีการกำหนดวิสัยทัศน์ 1. ขาดการกำกบั ตดิ ตามอย่างตอ่ เนื่อง
ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายที่ชัดเจน
และสอดคล้องกับแนวทางของ
กระทรวงศึกษาธิการ
2. มีการกำกับ ติดตาม ประเมิน
โครงการทกุ ระดับชน้ั
3. มกี ารประชุมทั้งภายนอกและ
ภายในสถานศกึ ษา
4. มีการกระจายงานและความ
รับผิดชอบไปสู่บคุ ลากรทกุ ระดับ
สภาพแวดลอ้ มภายใน จดุ แขง็ (Strengths : S) จดุ ออ่ น (Weaknesses : W)
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 19
2.โครงสรา้ งองค์การ 1. โรงเรียนกำหนดนโยบายและ 1. ภาระงานมหี ลายหนา้ ท่ีทำให้ขาด
(Structure) แผนงานครอบคลุมทุกสายงานของ ความชดั เจนในการปฏิบัติงาน
บุคลากรทุกฝ่าย ส่งผลทำให้ได้รับ 2. ครูมีภาระงานพิเศษมาก การ
3.ระบบงาน (Systems) ความร่วมมือจากบุคลากรทุกคนเป็น เตรยี มการสอนไม่เต็มประสิทธิภาพ
อยา่ งดี 3. การวางตัวบุคคลในโครงสร้างการ
2 . ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ส ถ า น ศ ึ ก ษ า ปฏิบัติงานไม่เหมาะสมกับความรู้
เครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชนมีส่วนร่วม ความสามารถของบุคคลในบาง
ในการกำหนดนโยบาย สอดคล้องกับ ตำแหน่ง
การปฏบิ ตั งิ านของโรงเรยี น
3. มีการประเมนิ การปฏิบัติงานตาม
กำหนดทกุ ปี
4. มกี ารกำหนดบทบาทหนา้ ทอ่ี ย่าง
ชัดเจน
1. สถานศกึ ษามีกฎระเบียบและ 1. อุปกรณด์ า้ น ICT ไมเ่ พียงพอกับครู
หลกั เกณฑ์ในการปฏบิ ตั ิงานท่ีชัดเจน และนกั เรียน
2. ความรว่ มมือของบคุ ลากรเขม้ แข็ง 2. การยา้ ยของบุคลากรครูในการ
3. โรงเรยี นมกี ารประสานกับ จดั การเรียนรทู้ ำให้งานขาดความ
หนว่ ยงานอ่นื ในการพัฒนาโรงเรยี น ต่อเนอื่ ง
4. โรงเรียนมีระบบการประกัน 3. หอ้ งปฏิบตั ิการยังไม่เพยี งพอต่อการ
คณุ ภาพภายในท่ชี ัดเจน ใชง้ าน เชน่ ขาดห้องคอมพิวเตอร์
5. โรงเรยี นมกี ารจดั โครงการ/งาน ห้องปฏบิ ัติการทางคณติ ศาสตร์ สงั คม
กจิ กรรมพเิ ศษตามแผนปฏบิ ตั ิการเพ่ือ ศกึ ษาฯ เป็นต้น
ส่งเสรมิ คุณภาพผู้เรียนอย่าง 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
หลากหลาย ไม่ตรงตามแผนเนื่องจากมีกจิ กรรมมา
แทรก
สภาพแวดลอ้ มภายใน จดุ แขง็ (Strengths : S) จดุ ออ่ น (Weaknesses : W)
หนา้ 20
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔
4.ทักษะ(Skills) 1. บคุ ลากรมีประสบการณ์ในการ 1. ครบู างสว่ นขาดความรู้ความ
จดั การเรยี นการสอน ชำนาญดา้ น ICT
5.คา่ นิยมรว่ ม 2. ครูนำความรทู้ ไี่ ดร้ บั จากการอบรม 2. ครขู าดการนำเทคโนโลยี แหลง่
(Shared values) มาพัฒนาการเรยี นการสอนให้เกดิ เรยี นรู้ และภูมิปญั ญาท้องถนิ่ มา
ประสิทธภิ าพและจัดทำสอื่ การเรยี น จดั การเรียนการสอน
6. บุคลากร (Staff) การสอนท่ีทันสมยั
3. มีการนิเทศการจัดการเรียนการ
7. รปู แบบของการ สอน
บรหิ ารจัดการองคก์ าร
(Style) 1. ครูมีจิตสำนกึ ในความเปน็ ครู 1. ความแตกตา่ งระหวา่ งช่วงอายุ และ
ปฏบิ ัติหน้าทอ่ี ยา่ งเต็มความสามารถ วัย ทำให้ความคดิ ต่างกนั
2. บคุ ลากรสว่ นใหญ่ปฏิบัตติ าม
กฎระเบยี บและข้อกำหนดของ
โรงเรียน
3. บคุ ลากรมีความรักและความ
สามคั คี
1. มกี ารทำงานเป็นทีม ชว่ ยเหลือซ่ึง 1. บุคลากรในสถานศึกษาบางคนขาด
กนั และกนั ทกั ษะในการพฒั นางานอย่างตอ่ เนื่อง
2. บุคลากรมีความร้คู วามสามารถ 2. มกี ารเปลี่ยนแปลงบุคลากร
ประสบการณเ์ หมาะสมกบั การ บ่อยครง้ั ทำให้การเรยี นการสอนไม่
ปฏิบัติงานตามหนา้ ที่ และพร้อมรับ ตอ่ เนือ่ ง
ความรทู้ ่ีทันสมยั 3. ครูส่วนใหญ่สอนไมต่ รงตามวชิ าเอก
3. บุคลากรทกุ คนมคี วามศรัทธาใน และความถนดั
วชิ าชีพครู
1. ผู้บริหารเปน็ ผู้นำในการทำงาน 1. งบประมาณในการดำเนนิ งานไม่
2. ผูบ้ ริหารเปน็ แบบอย่างที่ดีในการ เพียงพอ
ทำงาน 2. การสร้างเครอื ข่ายทางสงั คมมีน้อย
3. ผู้บรหิ ารมอบหมายงานบคุ ลากร
ตามความถนัด ไมห่ ลากหลาย
4. มีการทำแผนพฒั นาฯ แผนปฏบิ ตั ิ
งานประจำปี มปี ฏทิ ินการปฏิบัตงิ าน 3. การกำกบั ติดตามงานขาดความ
ตอ่ เน่อื ง
ผลการวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายใน หนา้ 21
1. ปัจจัยทางด้านยทุ ธศาสตร์ (Strategy)
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
จากการวเิ คราะหพ์ บวา่ ปจั จยั ทางด้านยทุ ธศาสตร์มีจดุ แข็งมากกวา่ จุดอ่อนกลา่ วคือโรงเรยี นมกี ารกำหนด
วสิ ยั ทศั น์ยุทธศาสตร์ และมีเป้าหมายทชี่ ดั เจนและสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงศึกษาธกิ าร มีการประชมุ ท้ัง
ภายนอกและภายในสถานศึกษา และกระจายงานและความรบั ผิดชอบไปส่บู ุคลากรทุกระดบั โดยสามารถพฒั นา
จุดอ่อนโดยต้องมีการกำกบั ติดตามงานพัฒนาอย่างต่อเนือ่ ง
2. โครงสร้างองคก์ าร (Structure)
จากการวิเคราะห์พบว่าโครงสร้างองค์กรของโรงเรียนบ้านหนองปรือมีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน โรงเรียน
บ้านหนองปรือมีการกำหนดนโยบายและแผนงานครอบคลุมทุกสายงานของบุคลากรทุกฝ่าย ส่งผลทำให้ได้รับ
ความร่วมมือจากบุคลากรทุกคนเป็นอย่างดี คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชนมีส่วนร่วมใน
การกำหนดนโยบาย สอดคลอ้ งกับการปฏิบัติงานของโรงเรยี น มกี ารประเมนิ การปฏิบตั ิงานตามกำหนดทุกปี มกี าร
กำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน สามารถพัฒนาโรงเรียนได้โดยควรต้องมีการปรับปรุงบูรณาการการวิเคราะห์
นโยบายสู่การปฏิบัติ และการทำงานของบุคลากรเป็นทีม ความเชื่อมโยงนโยบาย ลดภาระงานของครูที่ไม่จำเป็น
ออกแบ่งสัดส่วนงานให้เหมาะสม และจัดวางตัวบุคคลในโครงสร้างการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับความรู้
ความสามารถของบุคคล
3. ระบบงาน (Systems)
จากการวิเคราะห์พบว่าระบบงานของโรงเรียนบ้านหนองปรอื มีจุดแข็งมากกวา่ จุดอ่อน ในด้านโรงเรียนมี
การกำหนดกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติงานท่ีชัดเจน ความรว่ มมือของบคุ ลากรเข้มแข็ง โรงเรียนมีการ
ประสานกับหน่วยงานอื่นในการพัฒนาโรงเรียนและมีระบบการประกันคุณภาพภายในที่ชัดเจน โรงเรียนยังมีการ
จัดโครงการ/งานกิจกรรมพิเศษตามแผนปฏิบัติการเพ่ือส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลายจึงช่วยให้การ
ทำงานของบคุ ลากรมีความร่วมมือกนั เป็นอยา่ งดี สามารถพัฒนาจุดออ่ นได้
4. ทักษะ (Skills)
จากการวิเคราะห์พบว่าทักษะของโรงเรียนบ้านหนองปรือมีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน คือบุคลากรใน
โรงเรียนบ้านหนองปรือมีทกั ษะและความสามารถที่หลากหลาย ทำใหม้ ีการจัดการเรียนการสอนทมี่ ีคุณภาพ ส่งผล
ทดี่ ตี อ่ นกั เรยี น แตเ่ นอื่ งจากยังมบี ุคลากรบางคนที่ยังไม่เช่ียวชาญในด้านของเทคโนโลยี และยังขาดการพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่องจงึ ทำให้การดำเนินงานบางอยา่ งไมเ่ ชย่ี วชาญ
5. คา่ นยิ มรว่ ม (Shared values)
จากการวเิ คราะหพ์ บวา่ ค่านิยมรว่ มของโรงเรยี นบา้ นหนองปรอื มีจุดแขง็ มากกว่าจุดอ่อนในด้านบุคลากร ที่
มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในระเบียบวินัยในการทำงานเป็นแบบอย่างที่ดี มีความมุ่งม่ัน มีความกระตือรือร้น ใน
การพฒั นาตนเองส่งผลต่อการความกา้ วหนา้ ทางวชิ าชีพ และคณุ ภาพการศึกษา
6. ปัจจัยดา้ นบุคลากร(Staff)
จากการวิเคราะห์พบว่าปัจจัยด้านบุคลากรของโรงเรียนบ้านหนองปรือมีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อนในเรื่อง
ของการช่วยกันทำงานเป็นทีม มีความสามารถและมีเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน มีความรู้ ความสามารถ และ
ประสบการณใ์ นการทำงานเปน็ อยา่ งดี ช่วยให้การทำงานมีคุณภาพมากยงิ่ ขน้ึ
7. รูปแบบของการบรหิ ารจัดการองค์การ (Style)
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 22
จากการวิเคราะห์พบว่ารปู แบบของการบริหารจดั การองคก์ รของโรงเรียนบ้านหนองปรือมีจดุ แข็งมากกว่า
จุดอ่อนในเรื่องของผู้บริหารที่มีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ การแบ่งฝ่ายงานในการ
ทำงานใหค้ รอบคลุม สามารถเปน็ ตัวอย่างที่ดใี ห้แกบ่ ุคลากรในโรงเรียน แต่เน่ืองจากการจัดงบประมาณในโรงเรียน
ท่ีได้รับไม่เพียงพอต่อการบริหารจดั การจึงทำใหอ้ าจะมีความลา่ ช้าในการบรหิ ารงาน
สรุปได้ว่า โรงเรียนบ้านหนองปรือ มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ โรงเรียนบ้านหนองปรือมีโครงสร้าง
การบริหารงานทช่ี ัดเจน มกี ารกระจายอำนาจการบรหิ ารงานอย่างเป็นระบบ โดยใชห้ ลกั การมีส่วนร่วม มอี ิสระใน
การนำนโยบายการบริหารงานร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครอง และองค์กรต่าง ๆ ในชุมชน จนงานบรรลุผลอย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุตามเป้าหมายหลักสูตร สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางครอบคลุม
กบั ความตอ้ งการของผู้เรียน ชมุ ชนและสังคม สถานศึกษามีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาท่ีได้มาตรฐาน
ครูมีความสามารถในการปฏิบัติงานเป็นทีม ครูมีการพัฒนาตนเองเพิ่มพูนความรู้ เทคนิควิธีการใหม่ ๆ เพื่อ
พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สถานศึกษามีอาคารเรียน ห้องเรียน และวัสดุอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการจัด
การศกึ ษา สถานศกึ ษามีการบริหารบุคลากรอย่างเป็นระบบ สถานศกึ ษาจึงสามารถพฒั นาการศึกษาอย่างต่อเน่ือง
นอกจากนี้สถานศึกษาให้บริการชุมชนด้านอาคารสถานที่ พัสดุ ครุภัณฑ์ สิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรแก่
องคก์ รและชมุ ชนต่างๆ ทำให้เกิดความสัมพันธ์อนั ดี จนเป็นทีย่ อมรบั และให้การสนับสนุนเปน็ อย่างดี จุดอ่อนของ
สถานศกึ ษา ไดแ้ ก่ การนำผลการนเิ ทศภายในมาปรับปรงุ แก้ไขพัฒนางานยงั ไม่บรรลุผลตามเกณฑ์ที่กำหนด อีกท้ัง
ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ คิดสงั เคราะหแ์ ละประเมินคา่ ของผู้เรียนยงั ไม่บรรลุตามเป้าหมาย บุคลากรในสถานศึกษา
บางคนขาดทักษะในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ครูผู้สอนมีภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน ทำให้ครูมีเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่เต็มท่ี การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงไม่
หลากหลาย ผลจากการวิจัยในชั้นเรียนไม่ได้นำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง การใช้จ่ายเงิน
ของสถานศึกษาเกิดความล่าชา้ และไม่คล่องตัว เนอ่ื งจากต้องใช้จ่ายเงินตามระเบียบของทางราชการ สถานศึกษา
มีสือ่ เทคโนโลยที างการศึกษาไมเ่ พยี งพอต่อการใช้งาน รวมไปถงึ การจดั การขอ้ มลู สารสนเทศไมท่ ันต่อการใช้งาน
ผลการประเมินสถานภาพของสถานศกึ ษา
จากการศึกษาสภาพของโรงเรียน ทั้งปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในโดยนำมาวิเคราะห์การประเมิน
สภาพองค์กร พบว่าสามารถประเมินสถานภาพของโรงเรียนได้อยู่ในลักษณะ “เอื้อและแข็ง” (STAR) กล่าวคือ
โรงเรียนมีโอกาสที่จะขยายภารกจิ ในการจัดการศกึ ษา และให้บริการทางการศึกษากับชมุ ชนหรอื กลุ่มเป้าหมายได้
อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตรงตามความรู้ความสามารถของตนเอง และมีการพัฒนา
ตนเองอย่างสมำ่ เสมอ กอ่ ให้เกิดการปฏิบัตหิ น้าท่ีที่มีประสทิ ธภิ าพ การบรหิ ารการจดั การท่เี ป็นระบบชดั เจน และมี
คุณภาพ ด้านผลผลิตและการให้บริการที่ดีมีชื่อเสียง เป็นจุดแข็งในการพัฒนาภายใต้การส่งเสริม สนับสนุนจาก
ปัจจัยภายนอก ซ่ึงไดแ้ ก่ ปจั จัยดา้ นสงั คม และวฒั นธรรม ดา้ นการเมืองและกฎหมาย ซงึ่ มีระเบยี บพระราชบัญญัติ
ทเ่ี อือ้ ตอ่ การดำเนินการ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 23
ส่วนท่ี ๒
ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา
สรปุ ผลการประเมินมาตรฐานการศกึ ษาของผบู้ ริหารสถานศึกษา
ระดับปฐมวัย
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวยั
มาตรฐานการศกึ ษา : ดีเลิศ (มี ๕ ระดับ คอื กำลังพัฒนา ปานกลาง ดี ดีเลิศ ยอดเยยี่ ม)
มาตรฐานการศึกษา ระดับคุณภาพ
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก ดี
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ ดเี ลศิ
มาตรฐานท่ี 3 การจดั ประสบการณ์ท่ีเน้นเด็กเป็นสำคญั ดเี ลศ
มาตรฐานการศึกษาระดบั ปฐมวยั
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพเด็ก อยู่ในระดับ ดี
ผลการพฒั นาการเด็กในดา้ นรา่ งกาย ด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านสงั คม และดา้ นสติปญั ญา ดังน้ี
๑.๑ มพี ัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสขุ นิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้
เดก็ ปฐมวัย จำนวน 38 คน ร้อยละ 71.05 มีผลการพฒั นาการทางด้านร่างกาย ในระดับ 3 ขน้ึ
ไป มีความแข็งแรงเหมาะสมตามวัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บรรลุตาม
เป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดประกอบด้วย มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน มีสุขนิสัยที่ดีล้างมือก่อนและ
หลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (covid 19)
สวมหน้ากากอนามยั ทุกวัน เดก็ ๆเคลือ่ นไหวรา่ งกายคล่องแคลว่ ทรงตัวไดด้ ี ใช้มือและตาประสานสัมพนั ธ์ได้ดี เด็ก
ทกุ คนไดเ้ ข้าร่วมกิจกรรมสง่ เสริมพัฒนาทางด้านรา่ งกาย เชน่ โครงการสง่ เสริมพัฒนาการการจัดการศึกษาปฐมวัย
โครงการทัศนศกึ ษาเพ่ือพัฒนาความรู้ปฐมวัย โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงงานเพาะต้นออ่ นทานตะวนั
การตรวจสุขภาพนักเรียน กิจกรรมกลางแจ้ง โครงการอาหารเสริมนม โครงการอาหารกลางวัน ได้ร่วมปฏิบัติ
กจิ กรรมทุกคน ทำใหเ้ ด็กมรี ่างกายเจรญิ เตบิ โต แขง็ แรงเหมาะสมตามวยั
๑.๒ มพี ัฒนาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้
เดก็ ระดบั ปฐมวยั จำนวน 38 คน ร้อยละ 68.42 มผี ลการพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ ใน
ระดบั 3 ขน้ึ ไป เดก็ ทกุ คนได้เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ พัฒนาการทางดา้ นอารมณ์ จิตใจ ไดแ้ ก่ โครงการบา้ น
นกั วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย บนั ทกึ ความดี กจิ กรรมเลน่ บทบาทสมมตุ ิ กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมวันสำคัญ
ทางศาสนา เดก็ ได้รว่ มปฏิบตั ิกจิ กรรม ทำใหเ้ ด็กมสี ุขภาพจิตท่ีดี มีอารมณร์ ่าเริงแจ่มใส อยู่ร่วมกันสังคมได้ มีจิตใจ
ดีรู้จักช่วยเหลือ แบ่งปัน มีน้ำใจ ยอมรับและพอใจในความสามารถของตนเองและผู้อื่น มีความซื่อสัตย์ สุจริต มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม และมคี วามสุขกับศลิ ปะ ดนตรี มกี ารแสดงออกทางอารมณ์ มีความรู้สกึ ท่ีดีกับตนเอง และมี
ความเช่ือมนั่ ในตนเอง
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 24
๑.๓ มพี ัฒนาการดา้ นสงั คม ชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของสังคม
เด็กระดับปฐมวัย จำนวน 38 คน ร้อยละ 50.00 มีผลการพัฒนาการทางด้านสังคมในระดับ 3
ขึ้นไป ทุกคนได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสังคม ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพเด็ก
ปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนสอบแบบบูรณาการเน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กมี
ส่วนร่วมและทำงานเป็นกลุ่มกิจกรรมสร้างสรรค์และเสรี กิจกรรมเล่นบทบาทสมมุติ กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรม
เคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมวันสำคัญต่างๆ โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เด็กๆได้ร่วมปฏิบัติกิจกรรมทำ
ให้เดก็ มีระเบยี บวนิ ยั ร้จู ักการรอคอยและการแบง่ ปัน รู้จกั รับผดิ ชอบ และปรับตวั เขา้ กบั สังคมได้ ช่วยเหลือตนเอง
ในการปฏบิ ัตกิ ิจวัตรประจำวัน รูจ้ ักประหยัด มีส่วนรว่ มดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมในและนอกห้องเรียน มีมารยาทตาม
วัฒนธรรมไทย เล่น และทำงานร่วมกับผู้อ่ืนได้ มีปฏิสัมพันธก์ ับบคุ คลอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัว มีการใช้
ชีวิตประจำวัน และได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการเล่นอย่างเป็นอิสระ สามารถเล่นร่วมกลุ่มกับผู้อื่นได้ รู้จัก
แบ่งปันหรือให้ และรู้จักการรอคอย นักเรียนรู้จักการรอคอยตามลำดบั ก่อน-หลัง ยอมรับในความคิดเหน็ ของผู้อนื่
รู้บทบาทของผู้นำ ผู้ตาม ทิ้งขยะ วางรองเท้า เก็บเครื่องใช้ประจำตัว ได้ถูกที่ ปฏิบัติตามข้อตกลงของห้อง รู้จัก
การกลา่ วคำทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ ยนื ตรงเมอื่ ได้ยินเสียงเพลงชาติ ปฏิบตั ติ นตามประเพณีวฒั นธรรมตามโอกาส
เล่นและทำกจิ กรรมรว่ มกับครูและเพอื่ นได้ดี
1.4. มีพัฒนาการด้านสติปญั ญา ส่ือสารได้ มี ทกั ษะการคดิ ขั้นพ้ืนฐาน และแสวงหาความรไู้ ด้
เด็กระดับปฐมวัย จำนวน 38 คนร้อยละ 44.73 มีผลการพฒั นาการทางดา้ นสติปัญญาในระดับ
3 ขนึ้ ไป เด็กไดร้ ับการสง่ เสริมพฒั นาการทงั้ สี่ด้านตามแนวทางขับเคลื่อนคณุ ภาพการศึกษา ส่งเสรมิ พัฒนาการเด็ก
ปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และพัฒนาเด็กอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 เด็กทุกคนได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมท่ีส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ได้แก่
โครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย กิจกรรมเล่นบทบาทสมมุติ
กิจกรรมเล่านิทาน กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมเกมการศึกษา บันทึกออมทรัพย์ บันทึกการทำความดี
เด็กๆได้ร่วมปฏิบัติกิจกรรม ทำให้เด็กมีความคิดและจินตนาการ รู้จักสังเกต สามารถคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง
สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเขา้ ใจและสร้างสรรค์ผลงานตามความคิดและจินตนาการในงานศิลปะการเลน่
อิสระได้ รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 และใช้ภาษาสื่อความหมายและความคิด รู้จัก
สังเกต สามารถสนทนาโต้ตอบสื่อความหมายได้มากขึ้น สามารถ ใช้ภาษาบอกความต้องการของตนเองได้
สามารถคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง และสามารถคิดตัดสินใจได้ ด้วยตนเอง แสดงความคิดและจินตนาการได้อย่าง
สรา้ งสรรค์ สามารถบอกเลา่ เรื่องราวต่าง ๆ ของตนเองได้
จดุ เดน่
นกั เรยี นมีสุขภาพรา่ งกายแขง็ แรงสมวัย สามารถความคมุ ความรู้สึก สามารถอยรู่ ว่ มกับเพือ่ นและผู้อื่นใน
โรงเรยี นได้ สามารถช่วยเหลอื ตนเองในการทำกจิ กรรมตา่ งๆ กลา้ ทจี่ ะพูด ถาม ขอความชว่ ยเหลือจากผูอ้ ่ืน มีความ
กล้าแสดงออก เด็กชั้นอนุบาล 3 มีความสามารถด้านการอ่านการเขียนได้เหมาะสมตามวัย และมีความพร้อม
ทางด้านร่างกาย มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ร่าเริงแจ่มใส รู้จักช่วยเหลือ แบ่งปันเพื่อน มีจิตอาสา มีความซื่อสัตย์ต่อ
ตนเองและผู้อื่น ใช้จ่ายทรัพย์และวัสดุสิ่งของอย่างประหยัดและรู้คุณค่า มีคุณธรรมและจริยธรรม และช่วยเหลือ
ตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันไดด้ ี
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 25
ข้อจำกัดของการดำเนนิ งาน จุดทคี่ วรพัฒนา
การปลูกฝังด้านสุขภาพอนามัยท่ีดี เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร การแปรงฟัน การใช้ห้องน้ำ
การทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ สง่ เสรมิ ดา้ นการสรา้ งวินัยในตนเอง ครูจัดกิจกรรมสง่ เสริมใหเ้ ดก็ ไดม้ ีวินัย พัฒนาการ
ควบคุมตนเอง ส่งเสริมให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก เนื่องจากมีเด็กบางคนยังขาดความมั่นใจในตนเอง และจัด
กจิ กรรมส่งเสริมเด็กดา้ นทักษะทางภาษาและกระบวนการคิดให้มีความหลากหลายมากย่งิ ขึ้น
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ อยใู่ นระดับ ดเี ลศิ
ผลกระบวนการบริหารและการจดั การ ดังน้ี
๒.๑ มหี ลกั สตู รครอบคลุมพัฒนาการท้ัง ๔ ด้าน สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของท้องถน่ิ
โรงเรียนบ้านหนองปรือมีหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่เน้นพัฒนาการทั้ง 4 ด้านโดยบูรณาการ
สอดแทรก ความตอ้ งการของท้องถ่ิน เพ่ือจัดประสบการณ์แบบบรู ณาการการเรียนการสอนครบทั้ง 6 กิจกรรมให้
เดก็ ไดเ้ รยี นรู้ผ่านการเล่น เรยี นปนเลน่ การปฏบิ ตั ิจรงิ ทม่ี งุ่ พัฒนาเด็กทุกคนใหไ้ ด้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์
จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและ
เหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึก
ความเปน็ ไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทกุ ฝา่ ยทีเ่ ก่ยี วข้องกับการพัฒนา
เด็ก การฝึกทักษะด้านต่าง ๆ ตรงตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มีการออกแบบการจัดประสบการณ์ ที่เตรียม
ความพร้อมและไม่เรง่ รดั วิชาการ เนน้ การเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติจริง
๒.๒ จัดครูใหเ้ พียงพอกับช้นั เรียน
โรงเรียนมีครูสอนระดับปฐมวัย 2 คน มีครูเพียงพอกับชั้นเรียน มีเด็กระดับปฐมวัยจำนวน 38
คน มีครูรับผิดชอบ 2 คน ประจำชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 1 คน ต่อจำนวนเด็ก 20 คน และประจำชัน้ อนบุ าลปี
ที่ 3 จำนวน 18 คน ต่อเดก็ จำนวน 8 คน รวมจำนวนทั้งหมด 38 คน
๒.๓ สง่ เสรมิ ใหค้ รูมคี วามเชย่ี วชาญดา้ นการจดั ประสบการณ์
ได้ส่งเสริมครูด้านการจัดประสบการณ์ พัฒนาโดยการนิเทศการสอน ศึกษาดูงานการเข้ารับการ
อบรม สัมมนาเชิงปฏบิ ัตกิ าร การอบรมออนไลน์ การแลกเปลย่ี นเรียนรู้กบั ครทู งั้ ในและนอกสถานศึกษา ครูปฐมวัย
เข้ารับการอบรมพัฒนาตนเองเกี่ยวกับวิชาชีพ และการจดั การเรียนรู้สำหรบั เด็กปฐมวัย นำความรคู้ วามสามารถใน
การวิเคราะห์และออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาทักษะในการจัดประสบการณ์ สังเกตและประเมินพัฒนาการเด็ก
เปน็ รายบคุ คล มีปฏิสมั พันธ์ท่ีดีกับเด็ก ผปู้ กครองและชุมชน โรงเรียนจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเครือข่ายครู
ปฐมวยั ทางสอ่ื อินเทอร์เน็ตเพือ่ แลกเปลยี่ นเรียนรซู้ ึง่ กนั และกัน
๒.๔ จดั สภาพแวดล้อมและส่ือเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภยั และเพยี งพอ
มีการจดั สภาพแวดล้อมให้เอ้ือต่อการเรียนรู้ทงั้ ในและนอกห้องเรียนรวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อม
ใหส้ ะอาด ถกู สขุ ลกั ษณะเพ่ือป้องกันการแพรร่ ะบาดของโรคติดต่อ มีการใช้ บริหารทรพั ยากร อาคาร สถานทอี่ ยา่ ง
คุ้มค่า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกห้องเรียนสะอาด เป็นระเบียบ อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีห้องน้ำ
เฉพาะสำหรับเด็กใกล้ห้องเรียน มีโรงอาหารสำหรับเด็กอนุบาลเพียงพอและเหมาะสมกับเด็ก มีการจัด
สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนให้มีความปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 26
จัดทำสื่อเพื่อการเรียนรู้ อย่างพอเพียงและหลากหลาย ห้องเรียนทุกห้องมีการจัดมุมประสบการณ์ มีสื่อต่าง ๆ
อย่างหลากหลายเชน่ มุมของเลน่ มมุ หนงั สอื นิทาน มุมเกมการศกึ ษา มุมบทบาทสมมตุ ิ มมุ แปรงฟัน มมุ นำ้ ดม่ื เป็น
ตน้ เหมาะต่อการจดั จัดการเรียนรู้เดก็ ปฐมวยั
๒.๕ ใหบ้ รกิ ารส่อื เทคโนโลยสี ารสนเทศ และสือ่ การเรยี นรเู้ พื่อสนับสนนุ การจัดประสบการณ์สำหรับ
ครู
มกี ารใหบ้ ริการเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรเู้ พื่อสนบั สนุนการจัดประสบการณ์สำหรับ
ครู โดยโรงเรียนได้รับการสนับสนุนคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ตจาก กสทช. เพื่อให้บริการประชาชน ครู
และบุคลากรในการสบื ค้น ข้อมูลความรตู้ า่ งๆ จัดหาคอมพิวเตอรต์ ่อพ่วง
๒.๖ มรี ะบบบริหารคุณภาพทเ่ี ปดิ โอกาสใหผ้ เู้ กี่ยวข้องทุกฝา่ ยมีส่วนร่วม
โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้บรหิ าร ครู บุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และ
ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการเรียนการสอน การกิจกรรมต่างๆ เช่น การดูแลเร่ืองสุขอนามัย
คณุ ธรรมจรยิ ธรรม วัฒนธรรมประเพณขี องท้องถน่ิ ตามโอกาสและบทบาทหน้าท่ีของแต่ละฝา่ ย
จดุ เด่น
โรงเรียนมีการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบ โรงเรียนได้ใช้เทคนิคการประชุมที่หลากหลายวิธี เช่น
การประชุมแบบมีส่วนร่วม การประชุมระดมสมอง การประชุมกลุ่ม PLC เพ่ือให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนด
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย ที่ซัดเจน มีการปรับแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีท่ี
สอดคลอ้ งกบั ผลการจดั การศกึ ษา สภาพปัญหา ความต้องการพฒั นาและนโยบายการปฏริ ูปการศึกษาท่ีมุ่งเน้นการ
พัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการ เรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษา ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้
อย่างมีคุณภาพ มีการดำเนินการ นิเทศ กำกับติดตาม ประเมินผล การดำเนินงาน และจัดทำรายงานผลการจัด
การศึกษา และใช้ในการวางแผนพฒั นาคุณภาพสถานศึกษาต่อไปส่งเสริมการเปน็ คนดีมีคุณธรรมจริยธรรมท้ังเร่ือง
ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ โดยโรงเรียนเข้า
ร่วมกจิ กรรมโรงเรียนสุขภาวะท่ีนำนวัตกรรมจิตศึกษา PBL และPLC ซึ่งเกิดผลดา้ นพฤติกรรม จิตใจในตัวนักเรียน
และบุคลากรได้อย่างชดั เจน
ขอ้ จำกดั ของการดำเนนิ งาน จุดทคี่ วรพัฒนา
- การจดั ให้มีครูพเ่ี ล้ียงที่คอยช่วยเหลือดูแลนักเรียน
- การเอาใจใส่ดแู ละนกั เรียนอยา่ งใกล้ชิดและเนน้ กจิ กรรมเสริมทกั ษะพฒั นาการทางสมอง
มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ประสบการณ์ท่เี นน้ เดก็ เป็นสำคญั อยู่ในระดบั ดีเลศิ
ผลการจดั ประสบการณท์ ี่เน้นเดก็ เปน็ สำคัญ ดงั นี้
๓.๑ จดั ประสบการณท์ ่สี ่งเสริมใหเ้ ด็กมพี ัฒนาการทุกดา้ นอยา่ งสมดุลเตม็ ศักยภาพ
ครูผู้สอนได้จัดประสบการณ์ส่งเสริมพัฒนาการโดยใช้หลักการจัดประสบการณ์ 6 กิจกรรมหลัก
ที่เดก็ ไดม้ ีโอกาสใชก้ ล้ามเนื้อใหญ่ กลา้ มเนื้อเล็ก ในการทำกจิ วตั รประจำวันหรือทำกจิ กรรมต่างๆ มีสขุ ภาพกาย ใจ
และสุขอนามัย แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส ปฏิบัติ
กิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงานกับผู้อื่น การแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง เด็กได้รับรู้
เรียนรู้ส่ิงต่างๆรอบตัวผ่าน บุคคลสิ่งแวดล้อมและส่ือต่างๆ ด้วยกระบวนการที่หลากหลาย ใช้ภาษา จินตนาการ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 27
ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา รวมทั้งการใช้การจัดการเรียนการสอนแบบโครงการที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากสิง่ ที่
ตนสนใจและไดท้ ำการทดลอง การลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ
๓.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รบั ประสบการณต์ รง เลน่ และปฏิบัตอิ ยา่ งมคี วามสุข
ได้ร่วมมือกับชุมชนบุคลากรในการสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงในโดยการจัด
ประสบการณ์โดยการสอนแบบโครงการ กิจกรรมนักวิทยาศาสตร์น้อยกิจกรรมวันสำคัญต่างๆรวมถึงการร่วมมือ
กับผู้ปกครองส่งเสริมสนับสนนุ นกั เรยี นในการจัดกจิ กรรมเสริมประสบการณ์ออนไลน์ช่วงสถานการณ์โควิด-19 มี
จัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมพัฒนาการเด็กเรียนรู้จากการได้ปฏิบัติจริง จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทั้ง 6
กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมเสรี ไดแ้ ก่ การเล่นกบั ส่ือ และเครอื่ งเลน่ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเคล่ือนไหว
ได้แก่ การเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง คำคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ อุปกรณ์อื่นๆอย่างเสรี กิจกรรมเสริม
ประสบการณ์ ได้แก่ การจัดกิจกรรมด้วยวิธีการสนทนา อภิปราย การเล่านิทาน การสาธิต การทดลอง การศึกษา
นอกสถานท่ี บทบาทสมมุติ การเลน่ เกม คำคลอ้ งจอง กิจกรรมกลางแจ้ง
๓.๓ จดั บรรยากาศที่เอื้อตอ่ การเรียนรู้ ใช้ส่อื และเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกับวยั
มีการจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ในห้องเรียนช่วงที่มีการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน
โดยมีมุมนักอ่าน มุมสบาย มุมของเล่น มุมสวย มุมของใช้ มุมความรู้ ป้ายแสดงผลงานของหนู สถิติการมาเรียน
ขาดเรียน สมาชิกในห้อง สื่อการเรียนการสอนจากอินเตอร์เน็ต และจัดบรรยากาศนอกห้องเรียนเช่น แหล่ง
เรียนรู้ สนามเด็กเล่น ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ สนามกีฬา สื่อจากธรรมชาติรอบๆโรงเรียน วิทยากรในท้องถ่ิน
การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และมีการติดตามประเมินผลพัฒนาการตามสภาพจริง โดยการสังเกต
สัมภาษณ์ โดยบันทึกข้อมูลเด็กเป็น รายบุคคล จากกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน บันทึกตรวจสุขภาพ ประเมิน
พัฒนาการเด็กรายบุคคล การจัดบอร์ดผลงานเด็ก ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ปรับปรุงการจัดประสบการณ์ และ
พฒั นาเด็กอย่างสม่ำเสมอ
๓.๔ ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรงุ การจัด
ประสบการณแ์ ละพัฒนาเดก็
มีประเมินพัฒนาการคลอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ตามสภาพจริง โดยการสังเกต การสอบถาม การ
สัมภาษณ์ แบบบันทึก ในแต่ละหน่วยการจัดประสบการณ์เพื่อนำผลการประเมินไปปรับปรุงแก้ไขในการ
ประสบการณ์ในคร้งั ต่อไปรวมท้ัง ปญั หาและหาวธิ ีการแนวทางแก้ไขพฤตกิ รรมที่ไม่พึงประสงคข์ องเดก็
จุดเด่น
ครูมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการสอน มีการจัดห้องเรียนให้เหมาะต่อการเรียนรู้ของเด็ก มีการ
จัดมุมประสบการณ์ และจัดประสบการณ์ให้เด็ก ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากการเล่นและทำกิจกรรมต่างๆทั้งในและ
นอกห้องเรียน เด็กมีความสุขกับการได้มาโรงเรียน และอยากมาโรงเรียน มีการประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพ
จริงและนำผลประเมนิ พัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพฒั นาเด็ก
ขอ้ จำกัดของการดำเนินงาน จุดท่ีควรพฒั นา
การประเมินพัฒนาการเด็กควรให้ผู้ปกครองและผู้เก่ียวข้องมีส่วนร่วมในการประเมินและให้ข้อมูล
ยอ้ นกลับในการพฒั นาการจดั ประสบการณข์ องเดก็
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 28
ระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศึกษาระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
มาตรฐานการศึกษา : ดเี ลิศ (มี ๕ ระดับ คือ กำลังพัฒนา ปานกลาง ดี ดเี ลิศ ยอดเย่ยี ม)
มาตรฐานการศึกษา ระดับคุณภาพ
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพผู้เรยี น ดี
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ดีเลิศ
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ดีเลศิ
มาตรฐานการศึกษาระดับการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพผเู้ รียน อยู่ในระดบั ดี
ด้านผลการประเมนิ ผลสัมฤทธท์ิ างวิชาการ
นักเรียนเรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียนการสื่อสาร และการคิดคำนวณ ตามหลักสูตร
สถานศึกษา เนน้ การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองหรือการเรยี นรู้แบบมีสว่ นร่วมแลกเปล่ียนความคดิ เห็นเพ่ือการเรียนรู้ ใช้ส่ือ
และแหลง่ เรียนรู้ประกอบการสอน ใช้เครือ่ งมอื และวธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผลที่มีประสทิ ธิภาพ นอกจากกจิ กรรมการ
เรียนการสอนแล้ว นักเรียนได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้และการอ่านผ่านห้องสมุด และโครงการ
พัฒนาความสามารถในการอ่านเขยี นวชิ าภาษาไทยเพื่อพฒั นาการอา่ นและการเขียนภาษาไทย
นักเรียนชั้น ป.1 – ป.6 มีผลการประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนในระดับดีและดีเยี่ยม ร้อยละ
72.11 มผี ลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ 100 นกั เรียนมีความสามารถในการอา่ นออกเขียนได้
ตามมาตรฐานในแต่ละระดับชั้น เช่น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 สามารถอ่านเรื่องสั้น นิยาย นิทาน บอก
และ แสดงความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องที่อ่านได้ ชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4-6 มีความสามารถอ่าน เขียน เรื่อง
จากประสบการณ์ เหตกุ ารณ์ ต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงเร่ืองราวไดอ้ ย่างมเี หตุผล
คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคข์ องผู้เรยี น
นักเรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในหลักสูตรสถานศึกษา ผู้เรียนมี
ความรบั ผดิ ชอบ ซื่อสัตยส์ จุ ริตในหน้าท่ีของตนเอง มคี วามมงุ่ ม่ันในการทำงาน ใฝศ่ กึ ษาหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้
ตา่ ง ๆ การใช้ภาษาไทยในการสื่อสารขณะอยู่ในโรงเรยี นและการมจี ติ สาธารณะ มีนำ้ ใจ ช่วยเหลอื เกื้อกูลผู้อ่ืนตาม
สถานการณ์และความสามารถของตนเอง นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เข้าร่วมกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ อีก
มากมาย เพอื่ เสริมสรา้ งพฒั นาคุณลักษณะที่ดีให้เกดิ ขน้ึ ในตัวผู้เรียน เชน่ กิจกรรมการเข้าแถวเคารพธงชาติในตอน
เช้าเป็นการปลุกจิตสำนกึ ในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ การมีวินัย ไม่มาโรงเรียนสาย หลังจากทำกิจกรรมหน้าเสา
ธง ผู้เรียนจะมีกิจกรรมการทำความสะอาดบริเวณโรงเรียนในเขตที่รับผิดชอบของแต่ละห้องเรียน ปลูกฝังความ
รับผิดชอบ การทำงานร่วมกันของผู้เรียนแตล่ ะห้อง การรู้จักรักษาเวลาและรู้จักใช้ส่ิงของ อุปกรณ์ในการทำความ
สะอาดอย่างคุ้มค่า ใช้แล้วรู้จักเกบ็ รักษาในที่ที่เหมาะสม ในช่วงเวลาพักกลางวันมีการฝึกระเบียบวนิ ัยการเข้าแถว
รับอาหารตามลำดับก่อนหลัง ไม่แซงคิวผู้อื่นและล้างทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารของตัวเอง การดำเนิน
โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะจากการปฏิบัตงิ านจริง สร้างความตระหนกั
ในการรู้จักอยู่อย่างพอเพียง รู้จักอดออม โดยการฝากเงินกับครูประจำชั้น และปลูกฝังการปฏิบัติตนตามค่านิยม
12 ประการ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หน้า 29
นักเรียนเรียนเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนและชุมชน เช่น กิจกรรมวันเด็ก วันพ่อ วันแม่ วันสำคัญทาง
ศาสนา ที่จัดข้ึนในชุมชนอย่างสม่ำเสมอและแต่งกายด้วยชุดขาววันศุกร์ของสัปดาห์ ผู้เรียนให้ยอมรับที่จะอยู่
รว่ มกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย มกี ารเห็นอกเห็นใจไมเ่ อาเปรียบผู้อื่น ไมร่ ังแกผทู้ ีอ่ ่อนแอกว่าการให้ความ
เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น การอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความแตกต่างทางเชื้อชาติ
ศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณี การปฏิบัติตามกฎกติกาของส่วนรวม การยอมรับมติเสียงข้างมากตามหลัก
ประชาธิปไตย เช่นกิจกรรมการเลือกตั้งประธานนักเรียนโดยใช้วิธีการตามรูปแบบประชาธิปไตย เป็นต้น ซ่ึง
คณุ ลักษณะเหล่านค้ี รจู ะปลูกฝังให้เกิดขึ้นในตวั ผเู้ รียนในขณะจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ผ่านการทำงานตามหนา้ ท่ี เชน่
การทำความสะอาดห้องเรียนของเวรประจำวัน การชว่ ยกันดแู ลความเป็นระเบยี บเรียบร้อยของห้องเรยี น กิจกรรม
การเข้าค่ายพักแรมของลูกเสือ - เนตรนารี ที่ฝึกการอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลการมีน้ำใจต่อกัน การ
แกป้ ัญหารว่ มกนั
นักเรียนมสี ุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคมโดยไดจ้ ัดการเรียนการสอนตามหลักสตู รสถานศึกษาในสาระ
สุขศึกษาและพลศึกษา สาระศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) เป็นหลัก ครูออกแบบจัดทำแผนการเรียนรู้และ
จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ดว้ ยการสรา้ งบรรยากาศทดี่ ีในการเรยี นทุกชั้น ทุกวัย ทุกกลุ่มสาระการเรียนร้เู พ่ือให้ผู้เรียนมี
ความสุขในการเรยี น รักการมาเรียน รู้จักเอาใจใส่ ชว่ ยเหลือเกื้อกลู ผ้อู ่นื ในการเขา้ ร่วมปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนด้วย
ความเต็มใจ ซื่อสัตย์ จริงใจในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น นักเรียนได้เข้าร่วมโครงการครูแดร์ (DARE) ซึ่งเป็น
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยครูที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพ้ืนที่ทำการสอนเกี่ยวกับการป้องกันยาเสพติด ให้กับ
นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 สัปดาหล์ ะ 1 ชัว่ โมง
กิจกรรม/โครงการนอกเหนอื การเรยี นการสอนปกติ ท่ีนกั เรยี นไดร้ บั การพฒั นาอย่างตอ่ เนื่องเพื่อส่งเสริม
สุขภาพนักเรียนได้แก่ โครงการสร้างสุขภาวะและส่งเสริมสุขภาพอนามัยโรงเรียน การจัดอาหารกลางวันและ
อาหารเสรมิ นมท่ีถูกสุขลักษณะให้แก่ผู้เรียนทุกวนั การชัง่ น้ำหนัก วัดสว่ นสูงของนักเรียนทุกช้ันเรียนโดยจะทำการ
วัดทุก สามเดือน แล้วบันทึกข้อมูลผู้เรียนทุกคน นักเรียนได้รับการทดสอบสมรรถภาพทางกายนักเรียนปีละครั้ง
เพ่ือดูพัฒนาการตามวัย การตรวจสุขภาพและฉีดวคั ซนี จากเจา้ หน้าทโี่ รงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพประจำตำบล เพื่อ
ป้องกันโรคติดต่อตามฤดูกาล มีการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การทำประกัน
อบุ ัตเิ หตใุ ห้แกผ่ ้เู รียนทกุ คน
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานมาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน ในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับคุณภาพดีเมื่อพิจารณา
รายประเด็น พบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนที่มากกว่าระดับ 3 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 75.20 อยู่ใน
ระดบั คณุ ภาพ ดี โดยพจิ ารณาเป็นรายประเดน็ ย่อย พบวา่ ผเู้ รียนมีความสามารถในการอา่ นการเขียน การสื่อสาร
และการคดิ คำนวณ มากกว่าระดับ 3 ข้นึ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ 72.11 อยู่ในระดบั คุณภาพ ดี ผู้เรียนมีความสามารถ
ในการคดิ วิเคราะห์ คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแกป้ ญั หา คดิ เปน็ รอ้ ยละ 75.56
อยใู่ นระดบั คณุ ภาพ ดี ผ้เู รยี นมคี วามสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม คิดเป็นรอ้ ยละ 80.00 อยู่ในระดับคุณภาพ ดี
เลิศ ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร คิดเป็นร้อยละ 80.00 อยู่ในระดับ
คุณภาพ ดีเลิศ ผู้เรียนมีมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ 75.20 อยู่ในระดับ
คณุ ภาพ ดี ผเู้ รียนมีความรู้ ทักษะพน้ื ฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพคิดเป็นร้อยละ 80.00 อยู่ในระดับคุณภาพ
ดีเลิศ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 30
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน นักเรียน ป.1-ป.6 จำนวน 104 คน ร้อยละ 100 ผ่านการ
ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคผ์ า่ นระดับดีข้ึนไป นกั เรียนชัน้ ป.1-ป.6 จำนวน 104 คนรอ้ ยละ 100 มคี วาม
ประหยัดซ่อื สัตย์สามัคคี มีภาวะผูน้ ำและมจี ิตอาสา โดยผา่ นการประเมินกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
นักเรียนทุกคน มีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างประหยัด โดยมีการฝากออมทรัพย์ นักเรียน ป.1-ป.6 ร้อยละ
91.56 มีวินัยความรับผิดชอบ มีคุณลักษณะ และค่านิยมที่ดี นักเรียนมีพฤติกรรมการแสดงออกถึงความเป็นผู้มี
คณุ ธรรม จริยธรรมอันดีงาม ได้อย่างเหมาะสม เชน่ มีความกตัญญูต่อ บดิ า มารดา ครอู าจารย์ และผู้มีพระคุณ มี
ความซื่อสัตย์สุจริต พูดความจริง ไม่หยิบฉวยของผู้อื่นมาเป็นของตน รักและสามัคคีในหมู่คณะ มีน้ำใจช่วยเหลือ
ผู้อื่น มีจิตอาสา สำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม รักความสะอาด โดยมีคณะครูสมัครจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ เป็น
ตน้ แบบที่ดีเพื่อใหน้ ักเรยี นได้ปฏบิ ัติตาม และจัดการเรียนรู้ ฝกึ ฝนทั้งในหอ้ งเรียน และนอกห้องเรียน ผ่านกิจกรรม
โครงการต่าง ๆ ที่ทางโรงเรียนจัดให้ เช่น กิจกรรมสวดมนต์นั่งสมาธิแผ่เมตตาหลังเลิกเรียน กิจกรรมวันไหว้ครู
กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ กิจกรรมวันปัจฉิมนิเทศ กิจกรรมโครงการประชาธิปไตย โครงการลูกเสือจิตอาสา
พระราชทาน
นักเรยี นชั้น ป.1-ป.6 จำนวน 104 คน รอ้ ยละ 100 มคี วามภาคภูมิใจในความเปน็ ไทย รักษาประเพณี
วัฒนธรรมของท้องถิ่น และของชาติ ร่วมกิจกรรมวันสำคัญตามประเพณี เช่นถวายเทียนพรรษา ในวันสำคัญทาง
ศาสนา ประเพณีลอยกระทง งานประเพณีสงกรานต์ ร่วมงานวดั หนองปรือ กิจกรรมวนั ภาษาไทยแหง่ ชาติ แต่งผา้
ชุดขาววันศุกร์ นักเรียนชั้น ป.1 - ป.6 จำนวน 104 คน ร้อยละ 100 แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของ
ชาติ ร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ วันพ่อแห่งชาติ ร่วมเดินรณรงค์การใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งตามระบอบ
ประชาธิปไตย นกั เรยี นสามารถเรียนรู้ ร่วมกจิ กรรมตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
นักเรียนอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างระหว่างวัยทั้งนักเรียนปกติ นักเรียนพิเศษเรียนร่วม และนักเรียน
สญั ชาตอิ ่นื ดแู ลซ่ึงกันและกนั พ่ีดแู ลนอ้ ง คอยบรกิ ารให้ความชว่ ยเหลืออำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เช่นจัดแถว
ตักอาหาร สอนการบ้าน ฯลฯ ยอมรบั ความคิดเห็นใหเ้ กียรตซิ ่ึงกันและกนั เคารพการตัดสินใจ จากการร่วมกิจกรรม
กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมเข้าค่ายพักแรม นักเรียนชั้น ป.4-ป.6 จำนวน 49 คนร้อยละ 100 มีความคิด
ทศั นคตทิ ีด่ ตี อ่ สงั คมชุมชนและประเทศชาติ จากการจัดและประเมินผลในรายวิชาหน้าทพ่ี ลเมืองเพิ่มเติม
นักเรียนชั้น ป.1-ป.6 จำนวน 104 คน ร้อยละ 90.62 มีน้ำหนัก ส่วนสูง และพัฒนาการทางร่างกาย
เจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐาน นักเรียนชั้น ป.1-ป.6 จำนวน 104 คนร้อยละ 100 ดื่มนมและรับประทาน
อาหารกลางวันครบห้าหมู่ ที่สะอาดถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย ที่ทางโรงเรียนจัดทำตลอดปีการศึกษา 2564
นักเรียนช้ัน ป.1-ป.6 จำนวน 104 คน มีสมรรถภาพทางร่างกายอยู่ในระดับคุณภาพ ปานกลาง ดี และดีมาก
ตามเกณฑม์ าตรฐานของกรมพลศึกษา ผลจากการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกิจกรรมวนั เดก็
แผนพัฒนาเพ่ือใหไ้ ดม้ าตรฐานท่ีสงู ขนึ้
1. พัฒนาให้นักเรียนมีทักษะในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณเป็นไปตามเกณฑ์ที่
โรงเรยี นกำหนดในแตร่ ะดบั ชัน้
2. พัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถในการคิดจำแนก แยกแยะ ใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจารณาอย่าง
รอบคอบโดยใชเ้ หตุผลประกอบการตัดสินใจ มีการอภิปรายแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และแก้ปญั หาอยา่ งมีเหตผุ ล
3. พัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถในการรวบรวมความรู้ได้ทั้งด้วยตนเองและการทำงานเป็นทีม
เชอื่ มโยงองคค์ วามรู้ และประสบการณ์มาใช้ในการสรา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหม่ ๆ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 31
4. พัฒนาให้นักเรียน มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อพัฒนาตนเอง
และสงั คมในดา้ นการเรียนรู้ การสอ่ื สาร การทำงาน อยา่ งสร้างสรรค์ และมีคณุ ธรรม
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การ อยใู่ นระดับ ดีเลศิ
โรงเรียนบ้านหนองปรือมีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน สอดคล้องกับ
บริบทของสถานศึกษา สามารถปฏิบัติได้จริง โรงเรียนบ้านหนองปรือใชห้ ลักการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกีย่ วข้อง
มกี ารแต่งตง้ั คณะกรรมการจดั ทำแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาที่ประกอบด้วย คณะบุคคลจากหลายฝ่ายท้ังในและ
นอกสถานศึกษา มีการจัดประชมุ คณะกรรมการจัดทำแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา มีการจัดระบบบรหิ ารจดั การ
คุณภาพของสถานศึกษาโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม โรงเรียนได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐานการศึกษา โดยการแต่งตั้ง
คณะกรรมการจัดทำมาตรฐานการศึกษาที่ประกอบด้วยคณะบุคคลจากหลายฝ่าย ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้แทนครู
คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้แทนผู้ปกครองและชุมชนจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากคณะกรรมการจัดทำ
มาตรฐานการศึกษา มาศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องในการจัดทำมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนจัดทำแผนพัฒนา
การศึกษาโดยการวิเคราะหส์ ภาพปัญหา และความจำเป็นของสถานศกึ ษาและชุมชน นำขอ้ มลู ผลการดำเนินงานใน
ปีท่ีผ่านมา เช่น รายงานผลการประเมินตนเอง รายงานผลการประกันคุณภาพภายใน ผลการสอบในระดับชาติ
เป็นต้น โรงเรียนมีการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมตามกรอบ
ระยะเวลาที่กำหนดตามปฏิทินปฏิบัติงานของโรงเรียน มีการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา โดยให้ผู้รับผดิ ชอบแต่ละโครงการประเมินและสรุปผลความสำเร็จของโครงการตามตัวช้ีวัดที่กำหนดใน
แผนงาน/โครงการและรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่
สอดคล้องกบั หลกั สูตรแกนกลางและบรบิ ทของท้องถ่ิน นอกจากนีโ้ รงเรียนได้มีการจัดวเิ คราะหห์ ลักสูตรแกนกลาง
เช่น วิเคราะห์มาตรฐาน สาระการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ และการวัดผล โรงเรียนได้จัดทำร่างหลักสูตรของ
โรงเรียนโดยการแต่งตั้งคณะกรรมการร่างหลักสูตร เพื่อกำหนดเนื้อหา กิจกรรม สื่อ การวัดผล เพื่อใช้เป็นแนว
ทางการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้โรงเรียนจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องในการรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะใน
การพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตร โดยมีการนำหลักสูตรไปใช้ด้วยการปรับปรุงหลักสูตรไปสู่การจัดการเรียนการสอน
โดยครเู ป็นผกู้ ำหนดวิธีการจดั การเรยี นการสอน รายละเอียดการสอนในแตล่ ะชัว่ โมง ส่อื วสั ดุ อปุ กรณ์ ทสี่ อดคล้อง
กับผู้เรียน โรงเรียนมีการพฒั นางานวิชาการ มีการพัฒนาครูและบคุ ลากรใหม้ ีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ โรงเรียน
ส่งเสรมิ ให้ครูใช้กระบวนการ PLC ในการแลกเปล่ียนเรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเอง ส่งเสรมิ ให้ครูพัฒนาตนเอง โรงเรียน
ส่งเสริมให้ครูเข้ารับการพัฒนาตามรูปแบบกิจกรรมตามระยะเวลาที่กำหนด และรายงานผลการอบรมพัฒนา
โรงเรียนบ้านหนองปรือได้ประเมินผลโครงการพัฒนาบุคลากร โดยให้ทุกคนร่วมกันประเมิน โดยใช้แบบประเมิน
โครงการและรายงานผลโครงการ เสนอผู้บริหารโรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาในครั้งต่อไป
นอกจากนี้โรงเรียนได้ส่งเสริมให้ครูมีการจัดทำวิทยฐานะตามความต้องการ เพื่อให้ครูได้พัฒนาตนเองและเกิด
ความก้าวหน้าในวิชาชีพ เช่น การทำวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เป็นต้น และมีการนิเทศติดตม
โครงการนิเทศของโรงเรียน มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมี
คุณภาพ ผู้บริหารโรงเรียนมีการส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้
ส่งเสริมสนบั สนุนให้ครูมีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับวฒุ ิภาวะและความแตกต่างของผู้เรยี น โดยเน้นให้มี
ความสะอาด ความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตที่ดี
และอีกทั้งทำให้ผู้เรียนมีความต้องการอยากมาเรียน และมีความรู้สึกปลอดภัยเสมือนอยู่ท่ีบ้านของตนเอง โดย
ส่งเสริมสภาพแวดลอมและสื่อเพื่อการเรียนรูอยางต่อเนื่องปลอดภัยและเพียงพอ มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อ
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 32
พัฒนาบรรยากาศในห้องเรียนท่ีเอื้อต่อการเรยี นรู้ทุกห้องเรียน มีการจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อวสั ดุ สื่อและ
เทคโนโลยีทางการศึกษาตามห้องเรียน จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมตามโครงการปรับปรุงอาคาร
เรยี น ภูมทิ ัศน์ในโรงเรยี น ได้ปรับปรงุ อาคารเรียนโดยการทาสีอาคารเรียนเพ่ือให้บรรยากาศน่าอยู่ น่าเรียนมากข้ึน
มีการจัดตกแต่งปลูกสร้างต่างๆ ของสถานศึกษาให้สวยงามและเอื้อต่อการใช้สอย มีการจัดบรรยากาศภายนอก
ห้องเรยี นที่เอื้อต่อการเรยี นรู้ เช่น การจดั สวนหย่อมในโรงเรยี น สนามเดก็ เลน่ นอกจากน้มี ีการจัดสรรวัสดุอุปกรณ์
ทางด้านกีฬา เพื่อให้บริการนักเรียนในการเรียนรู้ด้านกีฬา มีการปรับปรุงห้องน้ำห้องส้วม เพื่อให้ผู้เรียน ครูและ
บุคลากรได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง มีการส่งเสริมให้ครูผลิตสื่อและจัดหาสื่อที่มีความหลากหลาย โดยคำนึงถึงความ
ปลอดภัยความต้องการของผู้เรียนและเพียงพอต่อผู้เรียน รวมทั้งการจัดสภาพห้องเรียน บรรยากาศการเรียนการ
สอนทั้งในและนอกห้องเรียน นอกจากนี้มีการจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและ
จัดการเรียนรู้ มีการจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ โดยการ
กำหนดผู้รับผดิ ชอบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนนุ การบริหารจัดการ
และการจัดการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในชั้นเรียน สารสนเทศด้านวิชาการ สารสนเทศด้านข้อมูล
พื้นฐานของครู นักเรียน เช่น ข้อมูล DMC มีการจัดระบบข้อมลู สารสนเทศการชว่ ยเหลือนักเรียนยากจน โรงเรียน
ใช้ข้อมูลสารสนเทศในการบริหารจัดการโดยใช้ระบบข้อมูล online เช่น ข้อมูล DMC มีการรวบรวมข้อมูลและ
ประชาสมั พันธข์ อ้ มูลโรงเรยี นโดยใชเ้ ว็บไซตโ์ รงเรยี น และเครือข่ายสังคม เช่น facebook line
ผลการดำเนินงาน
โรงเรียนบ้านหนองปรือ มีเป้าหมายในการดำเนินงานที่ชัดเจน มีแผนในการดำเนินงาน และปฏิบัติงาน
ตามแผนที่ตั้งไว้ได้จริง มีการวางแผนการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิค 19
ตามตัวชี้วัด Thai stop COVID plus ตามสาธารณสุขกำหนด โรงเรียนได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองโดย
ดำเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหา ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา ศึกษาข้อมูลสารสนเทศจากผลการนิเทศ ติดตาม
ประเมินการจัดการศึกษาตามนโยบายการ ปฏิรูปการศึกษา และจัดประชุมระดมความคิดเห็น จากบุคลากรใน
โรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนเพื่อวางแผน ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ปรับวิสัยทัศน์
พันธกิจ กลยุทธ์ ในการจัดการศึกษาของสถานศกึ ษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีการปรับแผนพฒั นาคุณภาพจดั
การศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปี ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของโรงเรียน ความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
และนโยบายการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทั้งจัดหาทรัพยากร จัดสรรงบประมาณ มอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบ
ดำเนินการพัฒนา ตามแผนงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ โรงเรียนมีระบบประกันคุณภาพสถานศึกษา
ภายในอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ไดร้ ับความร่วมมอื จากคณะกรรมการสถานศกึ ษา ผ้ปู กครอง หนว่ ยงานอืน่
โรงเรียนให้การสนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาครู และบุคลากรตามโครงการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาสู่
ความเป็นเลิศของผู้เรียน ให้เข้ารับการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาตนให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ
นำความรู้ ความสามารถมาใช้ในการพฒั นางาน และการจัดการเรียนรู้ของนกั เรยี นใหม้ ีคุณภาพ
ข้อจำกดั ของการดำเนินงาน
1. มีงบประมาณอย่างจำกัดที่ใช้ในการจดั สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน
2. การแพร่ระบาดของเชอ้ื ไวรัส covid 19
3. อาคารและหอ้ งปฏบิ ัติการทไี่ มเ่ พียงพอและเหมาะสมตอ่ การจัดการเรยี นรู้
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 33
จดุ ท่ีต้องการพัฒนา
การนิเทศตดิ ตามการทำงานควรดำเนินการอยา่ งต่อเนื่อง เปน็ ระบบ และมกี ารสะท้อนกลับผลการนิเทศ
ติดตามให้ผู้ดำเนินงานรับทราบหลังการดำเนนิ การอย่างรวดเร็ว และเป็นกัลยาณมิตร เพื่อให้เกิดการพัฒนา และ
สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพของบุคลากรใน
ด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านเทคโนโลยี พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ ทาง
วิชาชพี มคี วามรู้ ความสามารถ ทักษะตาม มาตรฐานตำแหน่ง
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ อยู่ในระดบั ดีเลิศ
ครูผู้สอนมีกระบวนการพัฒนานักเรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย ประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการ
จัดประสบการณ์การเรียนรู้ และจัดกิจกรรมเสริมต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนบรรลุตามประเด็นพิจารณาของมาตรฐาน
โดยมีวิธีการพฒั นาดังน้ี
ครูผู้สอนได้ดำเนินการออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้
และตัวชี้วัด เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษา นำ
ผลการวิเคราะห์มาออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น กระบวนการคิดและปฏิบัติจริง โดยออกแบบการจัดทำ
หนว่ ยการเรียนรูอ้ งิ มาตรฐานและแผนการจดั การเรียนรู้ ท่มี เี น้ือหาทแ่ี สดงถึงการเน้นกระบวนการคดิ วเิ คราะห์การ
ปฏิบัติและการนำไปใช้ เช่น คุณลักษณะตามหลักสูตร ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และการกำหนด
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ครบท้ัง ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะ ด้านการปฏิบตั ิและด้านเจตคติ เป็นต้นสามารถนำความรู้ไป
ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม มกี ารสง่ และตรวจหนว่ ยการเรียนรู้แผนการจดั การเรียนรู้ ส่งเสริมให้
ครูใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการนำสื่อมาประกอบการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ใหผ้ ู้เรียนได้แสวงหาความร้ดู ้วยตนเองจากสอ่ื ท่ีหลากหลาย เช่น สือ่ ออนไลน์ สื่อที่ครูจดั ทำ และ
การเรยี นรู้จากแหลง่ เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
ครูผู้สอนมีการวัดและประเมินผลที่มุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน ด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย
เช่น การตอบปากเปล่า การใหน้ ักเรียนศึกษาใบความรู้ ทำใบงาน สรปุ และนำเสนอบทเรียนตามแนวความคิดของ
นักเรียนเอง การสอบวัดความรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ มีการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และ
ให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียนเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้และนำไปรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
รายบคุ คล (ปพ.6) ครูดำเนินการจดั การเรยี นการสอนตามรายวชิ าทไ่ี ดร้ ับมอบหมายอย่างเต็มเวลา เตรียมการสอน
สอดแทรกแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณธรรม จริยธรรม และมีเวลาในการให้คำแนะนำ
คำปรึกษาแก้ไขปัญหาให้แก่นักเรียนทั้งด้านการเรียน ความประพฤติ คุณภาพชีวิตด้วยความเสมอภาคเต็ม
ความสามารถ มกี ารอบรมการทำวิจัยในชน้ั เรียน เพ่ือนำไปใช้ในการพัฒนาการจดั การเรียนรู้ในวิชาทต่ี นรับผิดชอบ
และใช้ผลในการวิจยั น้นั ๆ มาปรับวิธีการเรยี น เปล่ยี นวิธกี ารสอน การประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเป็นแบบอยา่ งทีด่ ี เช่น มา
โรงเรียนให้ทันเวลา การแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย และเป็นสมาชิกที่ดีของสถานศึกษา ทำงานตามที่ได้รับ
มอบหมายอย่างเต็มใจและเต็มที่ ตลอดเวลา โรงเรียนบ้านหนองปรือมชี ุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพระหว่างครู
และผู้เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ครูและผู้เกี่ยวข้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูล
สะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรูข้ องชุมชน และเพื่อเปิดโอกาส
ให้ชมุ ชนไดเ้ ขา้ มาใชส้ ถานท่ีอบรม จดั ทำห้องแหลง่ เรียนร้ลู ูกเสอื
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 34
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานตามมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใน
ภาพรวม พบว่า ครูมีรูปแบบเทคนิค วิธีการจัดการเรียนรู้ พัฒนากระบวนการคิด สู่การปฏิบัติ และนักเรียน
สามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ โดยจะเห็นจากครูศึกษาเอกสารประกอบหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
วเิ คราะหม์ าตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ัดรายวชิ า จัดกระบวนการเรียนรูจ้ ากการวเิ คราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วดั
รายวิชาทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ
Active learning เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยการคิด ปฏิบัติจริง ฝึกทักษะ แสดงความ
คิดเห็น กล้าแสดงออกทางสร้างสรรค์ ป้อนคำถามให้นักเรียนเกิดความคิด จำแนก แยกแยะ พิจารณาอย่าง
รอบคอบ มีเหตุผล เช่น การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เช่น ปลูกพืช
สมุนไพร ผักสวนครัว เป็นต้น โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาบูรณาการ
จัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน การเขียนรายงานเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ปลูกพืชผักสวนครัว โดยนำนักเรียนศกึ ษากับภูมิปัญญาท้องถิน่ ศึกษาแหล่งเรียนรูท้ ั้งในโรงเรยี นและนอกโรงเรียน
และปีการศึกษา 2564 เป็นการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิค 19 โรงเรียนได้มีการเตรียมความ
พร้อมในการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานในรูปแบบ On-hand และ On site ให้นักเรียนได้จัดกิจกรรม
ในชว่ งอยู่บา้ น ทำใบงาน
ครมู ีการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้สื่อ เทคโนโลยีที่ทนั สมยั และสามารถสร้างองค์ความรูใ้ ห้แกน่ กั เรียน และใช้
บริการสื่อจากห้องมัลติมีเดียในการจัดการเรียนการสอนส่งเสริมให้นักเรียนได้ปฏิบัติติจริงจากการใชส้ ื่อที่ทันสมยั
ครูร้อยละ 80.00 จัดการเรียนรู้ โดยนำแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เอื้อต่อการเรียนรู้มาใช้ในการจัด
การศึกษาให้กับนักเรียน ทั้งจากแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน เช่น ห้องสมุด สวนผัก โรงอาหาร ห้องเรียน(ป้าย
นเิ ทศ) แหล่งเรยี นรภู้ ายนอกโรงเรยี น เช่น วดั หนองปรือใหญพ่ ลายงาม สวนดอกไม้ลงุ ชยั เป็นตน้
ครมู ีการจัดระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรียนรายบุคคลให้มีคุณภาพ โดยการตรวจสขุ ภาพอนามัย เยี่ยมบ้าน
นักเรียน กจิ กรรมโฮมรูม บันทกึ การด่ืมนม การชัง่ น้ำหนกั วดั ส่วนสูง และคำนวณภาวะโภชนาการ การออมทรัพย์
สอนซ่อมเสริม แนะแนวนักเรียน บนั ทกึ การแปรงฟัน และเขา้ แถวเดินแถวกลับบา้ นอย่างปลอดภัย มีการคัดกรอง
นักเรียนโดยเจ้าหน้าที่จากสาธารณะสุข 100% เป็นประจำทุกปีการศึกษา เพื่อช่วยเหลือดูแลนักเรียนได้อย่าง
ถกู ต้อง จากการมปี ฏสิ ัมพนั ธ์ท่ีดี รู้จักนกั เรียนเปน็ รายบุคคล แล้วแบง่ กล่มุ นักเรียนตามความรู้ ความสามารถ เพ่ือ
นำผลไปส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้ความช่วยเหลือนักเรียนในกลุ่มเสี่ยง หรือนักเรียนที่มีความ
บกพร่องทางด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกส่งผลให้คณะครูได้รับ
เกียรติบัตร เพื่อแสดงวา่ เป็นครูผู้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนดีเด่น ได้รับยกย่องให้เป็นครดู ีเด่นเน่ืองในวันครู 3
คน จาก 9 คน คิดเป็น ร้อยละ 33.33 มีการวัดผลและประเมินผลตามสภาพจริงอย่างเปน็ ระบบ จากการที่ครูมี
แผนการจดั การเรียนรนู้ ำไปใชแ้ ละบันทึกผล มีการวดั ผลประเมินตามสภาพจรงิ บันทึกผลการเรยี นรายวิชา(ปพ.5)
รายงานผลการเรียนนักเรียนเป็นรายบุคคล (ปพ.6) ผลงาน/ชิ้นงานนักเรียน มีวิธีการวัดและประเมินผลนักเรียน
ด้วยวิธีการที่หลากหลายตามสภาพจริงให้ข้อมูลย้อนกลับนำผลมาพัฒนานักเรียน ครูทุกคนมีเครื่องมือวัดและ
วธิ กี ารประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายท่เี หมาะสมกับเปา้ หมายการเรยี นรู้
ข้อจำกัดของการดำเนินงาน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ยังไม่ค่อยเหมาะสม และท้าทายเท่าที่ควร สื่อ/อุปกรณ์มีจำนวน
จำกดั ไม่เพียงพอต่อนักเรยี น นอกจากน้ันการจัดการเรียนการสอนค่อนข้างยากลำบากเน่ืองจากมีนักเรียนต่างชาติ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 35
และนักเรียนบกพร่องมาเรียนร่วมด้วย ระบบการเรียนการสอนแบบเดิมมีความซับซ้อน ยุ่งยาก เพราะ เน้นการ
รวบรวมข้อมูลเชิง ประจักษม์ ากมายเกินความจำเป็น เน่ืองจากเน้นคณุ ภาพของผลผลิต
จุดที่ตอ้ งการพัฒนา
- ควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้สนุกท้าทายหลากหลาย ใช้สื่อ/อุปกรณ์ประกอบการจัดกิจกรรมการ
เรยี นการสอนทุกครง้ั คำนึงถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
- ควรนำภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ ใหเ้ ข้ามามีสว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้ และการใหข้ อ้ มลู
ยอ้ นกลบั แกน่ กั เรียนทันทเี พอ่ื นกั เรยี นนำไปใช้พัฒนาตนเอง
- จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ใน
ศตวรรษท่ี ๒๑
- ใช้กระบวนการวิจัยช้ันเรียนให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา และใหเ้ กิดความชัดเจนทุกช้ันเรียนนำข้อมูลจากการ
บนั ทกึ ผลหลงั การสอน โดยเน้นสภาพจรงิ ของผเู้ รยี นที่สืบเน่ืองจากการเรียนรู้ตามบริบทของสถานศึกษา ส่กู ารวิจัย
เพ่อื พัฒนาการเรยี นการสอนให้เกิดประสทิ ธิภาพ / ประสิทธิผลอยา่ งเป็นระบบยิง่ ขึน้
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 36
สรปุ ผลการประเมนิ คณุ ภาพการจัดการศึกษา ระดบั ปฐมวัย
ผลการประเมนิ
มาตรฐาน / ประเด็นการประเมนิ ๕๔๓๒ ๑
ยอด ดีเลศิ ดี ปาน กำลัง
เย่ียม กลาง พฒั นา
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพเด็ก ดี
1.1 มพี ฒั นาการด้านร่างกาย แขง็ แรง มสี ขุ นิสัยที่ดแี ละดูแลความปลอดภยั ✓
ของตนเองได้
1.2 มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณไ์ ด้ ✓
1.3 มพี ฒั นาการด้านสงั คม ช่วยเหลอื ตนเอง และเปน็ สมาชิกท่ีดขี องสงั คม ✓
1.4 มีพัฒนาการดา้ นสติปญั ญา สอ่ื สารได้ มที ักษะการคิดพื้นฐานและ ✓
แสวงหาความรไู้ ด้
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ดีเลศิ
2.1 มหี ลกั สตู รครอบคลมุ พฒั นาการทั้ง 4 ดา้ น สอดคลอ้ งกับบริบทของ ✓
ทอ้ งถ่นิ
2.2 จดั ครใู หเ้ พียงพอกับชน้ั เรยี น ✓
2.3 สง่ เสริมให้ครูมคี วามเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์
2.4 จดั สภาพแวดลอ้ มและสอ่ื เพอ่ื การเรียนรู้ อยา่ งปลอดภัยและพยี งพอ ✓
2.5 ใหบ้ รกิ ารสื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศและส่ือการเรยี นรู้เพอื่ สนับสนนุ การ ✓
จัดประสบการณ์
2.6 มรี ะบบบรหิ ารคุณภาพทเ่ี ปดิ โอกาสให้ผเู้ กีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ยมสี ่วนรว่ ม ✓
มาตรฐานท่ี 3 การจัดประสบการณท์ เี่ น้นเดก็ เปน็ สำคัญ ดเี ลศิ
3.1 จดั ประสบการณ์ทส่ี ่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ มพี ัฒนาการทุกดา้ นอยา่ งสมดลุ เตม็ ศักยภาพ ✓
3.2 สรา้ งโอกาสให้เด็กไดร้ ับประสบการณต์ รง เลน่ และปฏบิ ตั อิ ย่างมี ✓
ความสุข
3.3 จดั บรรยากาศทเี่ อ้ือตอ่ การเรยี นรใู้ ชส้ ่ือและเทคโนโลยีท่เี หมาะสม กับวยั ✓
3.4 ประเมนิ พฒั นาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนำผลการประเมินพฒั นาการ ✓
เดก็ ไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพฒั นาเดก็
สรปุ ผลการประเมินในภาพรวมของสถานศกึ ษา ดเี ลิศ
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 37
สรุปผลการประเมนิ คณุ ภาพการจดั การศึกษา ระดับการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
ผลการประเมนิ
มาตรฐาน / ประเด็นการประเมิน ๕๔๓๒ ๑
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพผูเ้ รียน ยอด ดี ดี ปาน กำลัง
เยยี่ ม เลศิ กลาง พฒั นา
๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวชิ าการของผเู้ รยี น
ดี
๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขยี น การสือ่ สารและการคดิ คำนวณ ✓
๒) มคี วามสามารถในการวเิ คราะห์และคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ อภปิ ราย ✓
แลกเปลยี่ นความคดิ เห็น และแกป้ ัญหา
๓) มคี วามสามารถในการสรา้ งนวัตกรรม ✓
๔) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ และการส่ือสาร ✓
๕) มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลักสตู รสถานศึกษา ✓
๖) มคี วามรู้ ทกั ษะพ้นื ฐานและเจตคตทิ ดี่ ตี ่องานอาชพี ✓
๑.๒ คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงคข์ องผูเ้ รียน
๑) การมีคณุ ลักษณะและคา่ นยิ มทด่ี ตี ามทสี่ ถานศึกษากำหนด ✓
๒) ความภูมิใจในทอ้ งถ่นิ และความเป็นไทย ✓
๓) การยอมรับทจี่ ะอยูร่ ว่ มกนั บนความแตกตา่ งและหลากหลาย ✓
๔) สขุ ภาวะทางรา่ งกายและลกั ษณะจติ สังคม ✓
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ดีเลิศ
๒.๑ การมเี ป้าหมาย วสิ ยั ทศั น์ และพันธกิจท่สี ถานศึกษากำหนดชดั เจน ✓
✓
๒.๒ มรี ะบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา
✓
๒.๓ ดำเนนิ งานพัฒนาวชิ าการทเ่ี น้นคุณภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาและ
ทุกกลมุ่ เปา้ หมาย
๒.๔ พฒั นาครแู ละบคุ ลกรใหม้ ีความเชย่ี วชาญทางวิชาชีพ ✓
๒.๕ จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมทเี่ อื้อต่อการจดั การเรียนรู้อยา่ งมคี ณุ ภาพ ✓
๒.๖ จดั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ สนับสนุนการบรหิ ารจัดการและการจดั การเรียนรู้ ✓
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเี่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ดีเลิศ
๓.๑ จดั การเรียนรผู้ า่ นกระบวนการคิดและปฏบิ ัติจรงิ และสามารถนำไปประยกุ ต์ในใช้ชวี ิต
✓
ได้
๓.๒ ใช้สือ่ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง่ เรียนร้ทู ่เี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้ ✓
๓.๓ มกี ารบรหิ ารจดั การชั้นเรียนเชงิ บวก ✓
๓.๔ ตรวจสอบและประเมนิ ผเู้ รยี นอยา่ งเป็นระบบ และนำผลมาพฒั นาผ้เู รยี น ✓
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 38
สว่ นที่ ๓ ✓
สรปุ ผล และแนวทางการพัฒนา
ดเี ลศิ
๓.๕ มีการแลกเปลยี่ นเรียนร้แู ละใหข้ อ้ มูลสะทอ้ นกลับเพ่อื พฒั นาและปรับปรงุ การจดั การ
เรียนรู้
สรปุ ผลการประเมินในภาพรวมของสถานศึกษา
ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคัญที่สถานศึกษาจะต้องนำไป
วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสรุปนำไปสู่การเชื่อมโยงหรือสะท้อนภาพความสำเร็จกับแผนพัฒนาการจัดการศึกษา
ของสถานศึกษา (3-5ปี) และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังนั้น จากผล
การดำเนินงานของสถานศึกษา สามารถสรุปผลการประเมินในภาพรวมของจุดเด่น จุดควรพัฒนาของแต่ละ
มาตรฐาน พร้อมท้ังแนวทางการพัฒนาเพอ่ื ใหไ้ ดม้ าตรฐานทส่ี งู ข้ึน ดังนี้
ระดบั ปฐมวยั
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเดก็ จุดควรพัฒนา ขอ้ เสนอแนะ
จุดเด่น
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 39
➢ นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ➢ การปลูกฝังด้านสุขภาพอนามัย ➢ ควรมีการจดั กิจกรรม จัดป้าย
สมวัย สามารถความคุมความรู้สึก ทีด่ ี เช่น การลา้ งมือก่อนรบั ประทาน นิเทศ ท่ีชว่ ยปลกู ฝงั เร่อื ง
สามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนและผู้อื่นใน อาหาร การแปรงฟัน การใช้ห้องน้ำ สขุ อนามัย
โรงเรียนได้ สามารถช่วยเหลือตนเอง การทานอาหารให้ ครบ ๕ หมู่
ในการทำกิจกรรมต่างๆ กล้าที่จะพูด ส่งเสริมด้านการสร้างวินัยในตนเอง
ถาม ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น มี ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กได้มี
ความกลา้ แสดงออก เดก็ ชน้ั อนุบาล 3 วินัย พัฒนาการควบคุมตนเอง
มคี วามสามารถด้านการอ่านการเขียน ส่งเสรมิ ให้เด็กกล้าคดิ กล้าแสดงออก
ไดเ้ หมาะสมตามวัย และมคี วามพร้อม เนื่องจากมีเด็กบางคนยังขาดความ
ทางด้านร่างกาย มีสุขภาพจิตดี มั่นใจในตนเอง และจัดกิจกรรม
อารมณ์ร่าเริงแจ่มใส รู้จักช่วยเหลือ ส่งเสริมเด็กด้านทักษะทางภาษา
แบ่งปันเพื่อน มีจิตอาสา มีความ และกระบวนการคิดให้มีความ
ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น ใช้จ่าย หลากหลายมากย่ิงขนึ้
ทรัพย์และวัสดุสิ่งของอย่างประหยัด
และรู้คุณค่า มีคุณธรรมและจริยธรรม
และช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตร
ประจำวันได้ดี
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ข้อเสนอแนะ
จุดเดน่ จุดควรพัฒนา
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 40
➢ โรงเรียนมีการบริหารและการ ➢ - การจัดให้มีครูพี่เลี้ยงที่คอย ➢ ควรมีการเอาใจใส่ดูและ
จัดการอย่างเป็นระบบ โรงเรียนได้ใช้ ช่วยเหลือดูแลนักเรียน นักเรียนอย่างใกล้ชิดและเน้น
เทคนิคการประชุมที่หลากหลายวิธี - การเอาใจใส่ดูและนักเรียนอย่าง กิจกรรมเสริมทักษะพัฒนาการ
เช่น การประชุมแบบมีส่วนร่วม ใกล้ชิดและเน้นกิจกรรมเสริมทักษะ ทางสมอง
เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการ พฒั นาการทางสมอง
กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย
ที่ซัดเจน มีการปรับแผนพัฒนา
คุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติ
การประจำปีท่สี อดคล้องกับผลการจัด
การศกึ ษา สภาพปญั หา ความตอ้ งการ
พัฒนาและนโ ยบ าย ก ารป ฏ ิ รู ป
การศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาให้
ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศกึ ษา มีการ
ดำเนินการ นิเทศ กำกับติดตาม
ประเมินผล การดำเนินงาน และจัดทำ
รายงานผลการจัดการศึกษา และใช้
ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพ
สถานศึกษาต่อไปส่งเสริมการเป็นคน
ดีมีคุณธรรมจริยธรรมทั้งเรื่องความ
สะอาด ความเป็นระเบยี บเรยี บร้อย มี
น้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จิตสาธารณะ
ความรับผิดชอบ โดยโรงเรียนเข้าร่วม
กิจกรรมโรงเรียนสุขภาวะที่นำ
นวัตกรรมจิตศึกษา PBLและPLC ซ่ึง
เกิดผลด้านพฤติกรรม จิตใจในตัว
นักเรยี นและบุคลากรไดอ้ ย่างชัดเจน
มาตรฐานที่ 3 การจดั ประสบการณ์ทเ่ี น้นเดก็ เปน็ สำคญั ข้อเสนอแนะ
หน้า 41
จดุ เด่น จุดควรพฒั นา
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔
➢ ครูมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะ ➢ การประเมินพัฒนาการเด็กควร ➢ ควรเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ให้
พัฒนาการสอน มีการจัดห้องเรียนให้ ให้ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วน หลากหลาย เพิ่มสื่อหลากหลาย
เหมาะต่อการเรียนรู้ของเด็ก มีการจัด ร่วมในการประเมินและให้ข้อมูล ชนิดมาประกอบการสอน
ม ุ ม ป ร ะ ส บ ก า ร ณ ์ แ ล ะ จั ด ย้อนกลับในการพัฒนาการจัด
ประสบการณ์ให้เด็ก ทำให้เด็กได้ ประสบการณ์ของเด็ก
เรียนรู้จากการเล่นและทำกิจกรรม
ต่างๆทั้งในและนอกห้องเรียน เด็กมี
ความสุขกับการได้มาโรงเรียน และ
อยากมาโรงเรียน มีการประเมิน
พัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำ
ผลประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุง
การจัดประสบการณแ์ ละพฒั นาเดก็
แผนพฒั นาเพื่อใหไ้ ดม้ าตรฐานทส่ี ูงขึ้น
แผนปฏิบัติงานท่ี ๑ โครงการวิถพี ุทธ “คุณธรรมชั้นนำ”
แผนปฏิบตั งิ านที่ ๒ โครงการส่งเสรมิ พฒั นาการจัดการศึกษาระดบั ปฐมวัย
แผนปฏิบัติงานที่ ๓ โครงการทัศนศกึ ษาเพ่อื พัฒนาความร้ปู ฐมวัย
แผนปฏิบัตงิ านท่ี ๔ โครงการบ้านนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย
ระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน หน้า 42
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรยี น
จดุ เด่น จดุ ควรพฒั นา ข้อเสนอแนะ
➢ ๑.๑ ผู้เรียนมีความสามารถในด้าน ➢ 1.1 ผู้เรียน มีความสามารถใน ➢ ควรมีการจัดกิจกรรมการ
การอ่าน ผู้เรียนให้ความสนใจเข้าร่วม ด้านการคิดคำนวณน้อยกว่าด้าน เรียนรู้ที่ดึงดูดความสนใจ โดย
อื่นๆ ขาดทักษะการคิดคำนวณท่ี ค ร ู ผ ู ้ ส อ น ใ น ส า ย ช ั ้ น เ ดี ย ว กั น
กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกคร้ัง มี เหมาะสมกับระดับช้ันที่เรียนและ ร่วมกันกำหนดแผนการจัดการ
ความกล้าแสดงออกในการแสดงความ ทักษะด้านการเขียนสื่อสารที่ยังต้อง เรียนรแู้ บบบูรณาการ
คิดเห็น ผู้เรียนมีทักษะในการใช้ เรง่ พัฒนาให้มากข้นึ เน้นการใช้คำถามกระตุ้นการคดิ
เทคโนโลยีและเครื่องมือสื่อสารใน 1.2 ผู้เรียนบางส่วนมีความ ใช้แบบฝึกทักษะ และวิธีการ
ปัจจุบันได้ดี ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ใน รบั ผิดชอบในเร่ืองการเรียนน้อยขาด อื่นๆ ที่เหมาะสมในการพัฒนา
สาระการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ การ ความมงุ่ มัน่ ในการทำงานให้สำเร็จ มี ทักษะการเขียน การคิดคำนวณ
เล่น ความสุนทรีย์ได้ดี ผู้เรียนมี ความรู้พื้นฐานตามระดับชั้นที่เรียน ของผ้เู รยี น
ค่อนข้างต่ำ ทำให้การพัฒนาเป็นไป
ความสามารถในการใช้ทักษะ ได้ช้า
คอมพิวเตอร์ สอื่ ออนไลน์ได้
๑.๒ โรงเรียนมีกระบวนการ/วิธีการใน
การพัฒนาผู้เรียนโดยการให้ครูผู้สอน
ท ุ ก ค น จ ั ด ท ำ แ ผ น ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ ท ี ่ เ น้ น
ความรู้ตามหลักสูตรควบคู่คุณธรรม
และคุณลักษณะที่ดี ในการจัดกิจกรรม
การเรยี นร้ตู ามแผน ครูผสู้ อนจะปลูกฝัง
สอดแทรกคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมประเพณี
ไทยตามศาสนาทต่ี นนบั ถอื และโรงเรียน
ได้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร
สถานศึกษาในสาระสุขศึกษาและพล
ศึกษา สาระศิลปะ(ทัศนศิลป์ ดนตรี
นาฏศิลป์) เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนา
ผู้เรียนให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพกายและ
สุขภาพจิตที่ดี เข้มแข็ง สามารถดำเนิน
ชวี ิตได้อยา่ งปกตสิ ุข
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ขอ้ เสนอแนะ
จุดเดน่ จดุ ควรพัฒนา
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 43
➢ 2.1 มีการจัดโครงการ กิจกรรมท่ี ➢ 2.1 การพฒั นาครแู ละบุคลากร ➢ การนิเทศติดตามการทำงาน
ส่งเสริมให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย ควรมกี ารจดั ให้ครเู ข้ารับการพฒั นา ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
วิสัยทัศน์ ปรัชญา และจุดเน้นของ ตามมาตรฐานตำแหนง่ และมีการ เป็นระบบ และมีการสะท้อน
สถานศึกษา มีกิจกรรมพิเศษเพื่ อ ปรบั วทิ ยฐานะให้มากข้นึ และสรา้ ง กลับผลการนิเทศติดตามให้ผู้
ตอบสนองนโยบาย จุดเน้น ตาม ความร่วมมือแลกเปล่ียนเรียนรู้ทาง ดำเนินงานรับทราบหลังการ
แนวทางการปฏิรูปการศึกษา และมีผล วชิ าการ โดยจัดให้ครูและบคุ ลากร ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และ
การดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมาย ทางการศกึ ษาเขา้ รับการฝกึ อบรม ดู เป็นกัลยาณมิตร เพื่อให้เกิดการ
2.2 ครูได้ปฏิบัติหน้าที่ตรงกับความรู้ งาน เพือ่ เพม่ิ พนู ความรู้ พ ั ฒ น า แ ล ะ ส อ ด ค ล ้ อ งกับ
ความสามารถ ทำให้งานมีคุณภาพ 1.2 ซ่อมแซม บำรุงรักษาอาคาร นโยบายที่กำหนดไว้ เพื่อให้การ
ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและ สถานท่ี และสิ่งแวดล้อมให้มีความ ดำเนินงานมีประสิทธิภาพมาก
ชุมชนในการจัดการศึกษา ส่งเสริมและ สะอาด ร่มร่ืน และเชิญชวนนักเรียน ยิ่งขึ้น ประสิทธ ิภ าพของ
พัฒนาครูและบุคลากรให้มีสมรรถนะ ให้เข้าใช้ห้องสมุดให้มากขึ้น และมี บุคลากรในด้านตา่ ง ๆ เช่น ด้าน
ตามมาตรฐานวิชาชีพ นำผลที่ได้จาก กิจกรรมเสริมสร้างความรู้กับ การจัดการเรียนการสอน ด้าน
การรับมอบหมาย มาปรับใช้ในการ นักเรียนเพื่อสุขอนามัยท่ีดีของตัว เทคโนโลยี พัฒนาครูแล ะ
พัฒนาโรงเรียนจนส่งผลให้ผู้เรียน นักเรียนเอง มีกิจกรรมเปิดโลก บุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ
ผู้ปกครอง และชมุ ชนเกิดความพงึ พอใจ อาชีพ โดยการนำอาชีพต่าง ๆ มา ท า ง ว ิ ช า ช ี พ ม ี ค ว า ม รู้
ในผลของการบริหารการจัดการศึกษา นำเสนอให้นักเรียนได้เรียนรู้จาก ค ว า ม ส า ม า ร ถ ทั ก ษ ะ ต า ม
ผู้บริหารให้คำแนะนำ คำปรึกษา ประสบการณ์ตรง ดำเนินการพัฒนา มาตรฐานตำแหน่ง
ทางด้านวิชาการและเอาใจใส่การจัด สถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของ
การศึกษาอย่างเต็มศักยภาพและเต็ม ช ุ ม ช น อ ย ่ า ง ย ั ่ ง ย ื น ส า ม า ร ถ
เวลา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันได้
2.3 สภาพแวดล้อมร่มรื่น และมีแหล่ง ตลอดเวลา ทั้งครู ผู้ปกครอง
เรียนรู้สำหรับผู้เรียน จัดโครงการ นักเรียน และรวมไปถึงหน่วยงาน
กิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและ ราชการอื่นๆ ทใ่ี กล้เคยี ง
ความปลอดภัยของผู้เรียน จัดห้องสมุด
ท ี ่ ใ ห ้ บ ร ิ ก า ร ส่ื อ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี
สารสนเทศทเี่ อ้ือใหผ้ ู้เรียนได้เรียนรู้ด้วย
ตนเอง
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเ่ี น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
จุดเด่น จดุ ควรพัฒนา ข้อเสนอแนะ
➢ 3.1 ครูมีความต้ังใจ มุ่งมั่นในการ ➢ 3.1 ควรจัดกิจกรรมการเรียน ➢ ด ำ เ น ิ น ก า ร พ ั ฒ น า
เรียนการสอน โดยจัดกิจกรรมให้ การสอนให้สนุกท้าทายหลากหลาย สถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้
นักเรียนได้เรียนรู้จากการคิด การ ใช้สื่อ/อุปกรณ์ประกอบการจัด ของชุมชนอย่างยั่งยืนสามารถ
ปฏิบัติจริง มีวิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่ กิจกรรมการเรียนการสอนทุกครั้ง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้
หลากหลาย คำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง ตลอดเวลาทั้งครู ผู้ปกครอง
บุคคล ผูเ้ รยี น และรวมไปถึงหน่วยงาน
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 44
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนทเ่ี น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ
จุดเด่น จุดควรพฒั นา ข้อเสนอแนะ
3.2 ครูมีความตั้งใจ มุ่งมั่นในการ 3.2 ควรนำภูมิปัญญาท้องถิน่ ให้เขา้ ราชการอื่นๆ ใกล้เคยี ง
พัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมให้ มามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมให้
นักเรียนได้เรียนรู้ โดยการคิด ได้ปฏิบัติ นักเรียนไดเ้ รยี นรู้
จริง มีการให้วิธีการจัดการเรียนการ 3.3 จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนท่ี
สอนและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
นกั เรยี นมสี ่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้
สภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ครูมี ในศตวรรษท่ี ๒๑
การใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับ 3.4 ใช้กระบวนการวิจัยชั้นเรียนให้
นักเรียน มีการนำชุมชนเข้ามามีส่วน เกิดขึ้นในสถานศึกษา และให้เกิด
ร่วมในกิจกรรมต่างๆและการศึกษา ความชัดเจนทุกชั้นเรียนนำข้อมูล
แหล่งเรียนรู้ในชมุ ชน ทอ้ งถิ่น จากการบันทึกผลหลังการสอน โดย
เน้นสภาพจริงของผู้เรียนที่สืบเนื่อง
จากการเรียนรู้ตามบริบทของ
ส ถ า น ศ ึ ก ษ า ส ู ่ ก า ร ว ิ จ ั ย เ พ่ื อ
พัฒนาการเรียนการสอนให้เกิด
ประสิทธิภาพ / ประสิทธิผลอย่าง
เป็นระบบยง่ิ ขนึ้
แผนพฒั นาเพือ่ ใหไ้ ดม้ าตรฐานทีส่ งู ขึน้
แผนปฏิบัตงิ านที่ ๑ โครงการพัฒนาความสามารถในการอ่านเขียนวิชาภาษาไทย โครงการส่งเสรมิ
พัฒนาทกั ษะทางวชิ าการดา้ นตา่ งๆ โครงการสืบสานวัฒนาธรรมไทย โครงการวถิ ีพุทธ โครงการพัฒนาคุณภาพ
ภายใน โครงการพฒั นาและส่งเสริมการศึกษาต่อของนักเรียน โครงการการเรยี นรู้ในสถานการณแ์ พร่ระบาดโรคโค
วดิ 19 โครงการทัศนศกึ ษาเพือ่ ความรู้ โครงการวถิ ีพุทธ “คณุ ธรรมชัน้ นำ” โครงการจดั กิจกรรมการสอนลกู เสือ
และเนตรนารี
แผนปฏบิ ตั ิงานท่ี ๒ โครงการส่งเสริมให้บุคลากรได้พัฒนาทางวชิ าชีพ โครงการเสรมิ สรา้ งวินัย
ข้าราชการและจรรยาบรรณวชิ าชีพ โครงการพฒั นาระบบการบริหารงบประมาณท่ดี ี โครงการจดั หาบคุ ลากรเพ่ือ
ยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการศึกษา โครงการพฒั นาระบบการบริหารงบประมาณทด่ี ี โครงการควบคมุ กำกับดแู ลการ
ใชส้ าธารณูปโภค
แผนปฏบิ ัติงานท่ี ๓ โครงการส่งเสริมการมีสว่ นรว่ มของสถานศึกษากบั ผู้ปกครองและชมุ ชน
โครงการส่งเสริมและพฒั นาระบบดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน โครงการจัดหาวสั ดคุ รภุ ัณฑ์ทจี่ ำเป็นสำหรบั การจดั การ
เรียนการสอน โครงการปรับภูมิทัศนแ์ ละสภาพแวดลอ้ มทง้ั ภายในและภายนอก โครงการติดตัง้ กล้องวงจรปิดรกั ษา
ความปลอดภยั
แผนปฏิบตั ิงานท่ี ๔ โครงการสรา้ งสุขภาวะอนามัยนักเรยี น โครงการวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง โครงการ
แข่งขันกีฬา โครงการสง่ เสรมิ ระเบียบประชาธปิ ไตยในโรงเรยี น โครงการกิจกรรมวนั สำคัญ โครงการกจิ กรรม
สหกรณโ์ รงเรียน โครงการวถิ ีชีวิตเศรษฐกจิ พอเพียง
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน้า 45
ภาคผนวก
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 46
ประกาศโรงเรยี นบา้ นหนองปรือ
เรอ่ื ง กำหนดค่าเปา้ หมายตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
ระดับการศกึ ษาปฐมวยั และระดับการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
เพื่อการประกันคณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษา
___________________________
โดยที่มีประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา
พ.ศ.๒๕๕๓ นโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองท่ีกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนา
คุณภาพคนไทยและการศึกษาไทยในอนาคต นโยบายปฏริ ปู ระบบการประเมนิ และการประกันคุณภาพการศึกษา
ประกาศคณะกรรมการการประกันคุณภาพภายในระดับการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน เรอื่ งกำหนดหลักเกณฑแ์ ละ แนว
ปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน
2565 โรงเรยี นบา้ นหนองปรือและปรบั มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จากการมี
ส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งบุคลากรทุกคนในโรงเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน ชุมชนให้เหมาะส มและ
สอดคล้องกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาขัน้ พื้นฐาน การประเมินคุณภาพ
ภายในและรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานใน
การประชมุ ครงั้ ท่ี 1/2565 เมือ่ วันที่ 1 เมษายน 2565 เพอ่ื ใหก้ ารพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของ
โรงเรียนบ้านหนองปรือ มีคุณภาพและมาตรฐานจึงกำหนดค่าเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน
การศกึ ษาของสถานศกึ ษา ระดับปฐมวัย และระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
ประกาศ ณ วนั ท่ี 1 เมษายน 2565
(.................................................)
นายวาสนา โคตะขนุ
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นหนองปรอื
การกำหนค่าเปา้ หมายตามมาตรฐานการศึกษา หนา้ 47
เพือ่ การประกนั คุณภาพภายในของสถานศึกษา ปการศกึ ษา 256๔
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔
เร่ือง กำหนดคา่ เปา้ หมายตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา ระดับปฐมวยั
มาตรฐาน / ประเดน็ การพจิ ารณา ค่าเป้าหมายมาตรฐาน /
ประเด็นการพิจารณา
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของเดก็
1.1 มพี ฒั นาการด้านรา่ งกายแขง็ แรง มสี ุขนสิ ัยท่ดี ีและดูแลความปลอดภัยของ ระดบั ดี
ตนเองได้
1.2 มพี ัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารมณ์ได้ ระดับดี
1.3 มพี ฒั นาการด้านสังคม ชว่ ยเหลอื ตนเอง และเปน็ สมาชิกท่ดี ขี องสังคม
1.4 มพี ัฒนาการดา้ นสติปญั ญา สื่อสารได้ มีทกั ษะการคดิ พนื้ ฐาน และแสวงหา ระดบั ดี
ความรไู้ ด้ ระดบั ดี
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
2.1 มีหลักสูตรควบคุมพัฒนาการทั้ง 4 ดา้ น สอดคลอ้ งกับบริบทของท้องถ่นิ ระดับดี
2.2 จดั ครใู ห้เพยี งพอกบั ช้ันเรยี น
2.3 ส่งเสริมให้ครมู คี วามเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ระดบั ดี
2.4 จัดสภาพแวดล้อมและส่ือเพื่อการเรยี นรู้อย่างปลอดภัยและพอเพียง ระดับดี
2.5 ใหบ้ รกิ ารสอ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศและสื่อการเรยี นรเู้ พ่ือสนับสนนุ การจดั ระดับดี
ประสบการณส์ ำหรบั ครู ระดบั ดี
2.6 มรี ะบบบรหิ ารคณุ ภาพที่เปิดโอกาสใหผ้ เู้ กย่ี วข้องทุกฝา่ ยมีสว่ นรว่ ม ระดับดี
มาตรฐานท่ี 3 การจดั ประสบการณท์ ่ีเน้นเดก็ เปน็ สำคญั
3.1 จัดประสบการณท์ ี่ส่งเสริมใหเ้ ด็กมพี ฒั นาการทุกด้านอยา่ งสมดลุ เตม็ ศักยภาพ ระดบั ดี
3.2 สร้างโอกาสให้เดก็ ไดร้ ับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏบิ ัตอิ ย่างมีความสุข
3.3 จดั บรรยากาศทเี่ อ้ือต่อการเรียนรู้ ใช้สือ่ และเทคโนโลยที ีเ่ หมาะสมกบั วัย ระดบั ดี
3.4 ประเมินพฒั นาการเด็กตามสภาพจริง และนำผลการประเมนิ พฒั นาการเด็ก ระดบั ดี
ไปปรบั ปรงุ การจัดประสบการณแ์ ละพัฒนาเดก็ ระดบั ดี
ระดบั ดี
สรุปผลการประเมินในภาพรวมของสถานศกึ ษา ระดบั ดี
ระดบั ดี
ระดับดี
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๔ หนา้ 48
การกำหนคา่ เป้าหมายตามมาตรฐานการศึกษา
เพือ่ การประกนั คุณภาพภายในของสถานศกึ ษา ปการศึกษา 256๔
เรอื่ ง กำหนดคา่ เป้าหมายตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดบั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน
มาตรฐาน / ประเดน็ การพจิ ารณา คา่ เปา้ หมายมาตรฐาน /
ประเด็นการพจิ ารณา
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพผเู้ รียน ระดับดี
๑.๑ ผลสมั ฤทธท์ิ างวิชาการของผู้เรียน ระดบั ดี
๑) มีความสามารถในการอา่ น การเขยี น การส่อื สารและการคิดคำนวณ ระดบั ดี
๒) มีความสามารถในการวเิ คราะหแ์ ละคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ อภปิ ราย แลกเปลยี่ น ระดบั ดี
ความคิดเหน็ และแกป้ ญั หา
๓) มคี วามสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม ระดับดี
๔) มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร ระดบั ดี
๕) มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลกั สูตรสถานศึกษา ระดับดี
๖) มคี วามรู้ ทกั ษะพ้นื ฐานและเจตคติทดี่ ตี อ่ งานอาชีพ ระดบั ดี
๑.๒ คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น ระดบั ดี
๑) การมีคุณลักษณะและคา่ นิยมท่ีดตี ามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด ระดบั ดี
๒) ความภมู ิใจในท้องถ่นิ และความเป็นไทย ระดับดี
๓) การยอมรบั ทจ่ี ะอยู่รว่ มกนั บนความแตกต่างและหลากหลาย ระดับดี
๔) สุขภาวะทางร่างกายและลกั ษณะจติ สงั คม ระดับดี
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ ระดบั ดี
๒.๑ การมีเปา้ หมาย วิสยั ทัศน์ และพนั ธกิจทสี่ ถานศึกษากำหนดชดั เจน ระดบั ดี
๒.๒ มรี ะบบบรหิ ารจัดการคณุ ภาพของสถานศกึ ษา ระดับดี
๒.๓ ดำเนนิ งานพัฒนาวิชาการทเ่ี น้นคุณภาพผู้เรยี นรอบดา้ นตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาและ ระดบั ดี
ทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย
๒.๔ พฒั นาครูและบคุ ลกรใหม้ ีความเช่ียวชาญทางวิชาชีพ ระดับดี
๒.๕ จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมทเ่ี อ้อื ต่อการจดั การเรยี นรู้อย่างมคี ุณภาพ ระดบั ดี
๒.๖ จดั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ สนบั สนุนการบรหิ ารจดั การและการจดั การเรยี นรู้ ระดับดี
มาตรฐานท่ี 3 การจัดประสบการณ์ทีเ่ นน้ เดก็ เป็นสำคัญ ระดบั ดี
๓.๑ จัดการเรยี นรผู้ ่านกระบวนการคดิ และปฏบิ ตั จิ ริง และสามารถนำไปประยุกตใ์ นใช้ชวี ิต ระดบั ดี
ได้
๓.๒ ใชส้ ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง่ เรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรยี นรู้ ระดบั ดี
๓.๓ มีการบริหารจดั การช้นั เรียนเชงิ บวก ระดบั ดี
๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผเู้ รียนอย่างเปน็ ระบบ และนำผลมาพฒั นาผู้เรยี น ระดับดี
๓.๕ มกี ารแลกเปลีย่ นเรยี นรู้และใหข้ อ้ มลู สะทอ้ นกลบั เพอื่ พัฒนาและปรบั ปรุงการจดั การ ระดบั ดี
เรียนรู้
สรุปผลการประเมินในภาพรวมของสถานศกึ ษา ระดบั ดี
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 49
คำสงั่ โรงเรยี นบ้านหนองปรือ
ที่ 15 / ๒๕๖๕
เรื่อง แตง่ ตง้ั คณะกรรมการรวบรวมจัดเก็บข้อมูลและจดั ทำเอกสาร
เพื่อการประเมนิ คุณภาพภายในสถานศึกษาระดับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
(Self - Assessment Report : SAR) ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
โดยท่ีมีประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วย โดยที่มีการประกาศใช้กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ
หลักเกณฑ์ และวิธกี ารประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.๒๕๕๓ ที่ปรบั ปรงุ ใหม่ รวมทง้ั นโยบายการปฏิรปู การศกึ ษา
ในทศวรรษทีส่ องท่กี ำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนในการพฒั นาคุณภาพคนไทยและการศึกษาไทยใน
อนาคต กระทรวงศกึ ษาธิการจึงปรับมาตรฐานการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานให้เหมาะสมและสอดคล้องกัน เพอื่ นำไปสู่การ
พฒั นาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา และเพอื่ รองรบั การประเมนิ คุณภาพภายนอก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙(๓) มาตรา ๓๑ และมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติ
การศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ทแ่ี ก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มกี ารกำหนดมาตรฐานการศึกษา และ
จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา โดยให้กระทรวงมีอำนาจหน้าที่กำหนด
นโยบาย/แผนและมาตรฐานการศึกษา และให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกัน
คุณภาพภายในสถานศกึ ษาและใหถ้ อื วา่ การประกนั คณุ ภาพภายในเป็นสว่ นหนง่ึ ของกระบวนการจัดการศกึ ษา ท่ี
ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจดั ทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสงั กัด หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกัน
คณุ ภาพภายนอก
โรงเรียนบา้ นหนองปรือ จึงดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา ระดบั ปฐมวยั และระดับ
การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน โดยยดึ มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวนั ที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๑
ในการพัฒนาคุณภาพนักเรยี นจำนวน ๓ มาตรฐาน จงึ ขอแตง่ ต้ังคณะกรรมการดำเนินการตามมาตรฐาน ตัวบ่งช้ี
๑. คณะกรรมการอำนวยการ
๑.๑ นายวาสนา โคตะขุน ผู้อำนวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ
๑.๒ นางสมุ ติ รา มหาทรัพย์ ครชู ำนาญการพเิ ศษ กรรมการ
๑.๓ นางสาววรรณวมิ ล มังคะละ ครูผู้ช่วย กรรมการและเลขานุการ
มีหน้าท่ี ให้คำแนะนำ ปรึกษา และติดตามการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ รวบรวมและจัดทำ
เอกสารในแตล่ ะมาตรฐาน
/๒. คณะกรรม...
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หนา้ 50