The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โรคหัวใจ อาจจะรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับอาการของคุณ เพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นี่คือสิ่งสำคัญหากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคหัวใจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 007 Chetniphat Pangthai, 2023-12-21 10:38:43

โรคหัวใจ (Heart Disease)

โรคหัวใจ อาจจะรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับอาการของคุณ เพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นี่คือสิ่งสำคัญหากคนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคหัวใจ

Keywords: โรคหัวใจ,Heart Disease

น ำเสนอโดย เจตนิพัทธ์ แพงไทย


คำนำ โรคหัวใจเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์มากมาย โรคหัวใจ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในทุกวัย การทำความเข้าใจถึงปัจจัย ที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจ และการรักษาและป้องกันมีความสำคัญอย่างมากในการรักษาคนที่เป็นโรคหัวใจ นอกจากนี้ การเสริมสร้างสุขภาพทั้งกายและใจยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจอีกด้วย โรคหัวใจมักเกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือดทำให้เกิดการตีบตันขึ้น ซึ่งทำให้การไหลเวียนของ เลือดถูกขัดขวางและทำให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ การรักษาโรคหัวใจอาจเป็นไปตามความรุนแรงของการเจ็บ รวมถึงประยุกต์ให้กับสภาพร่างกายและสุขภาพของ ผู้ป่วยแต่ละราย การป้องกันโรคหัวใจมีหลายวิธี ซึ่งรวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมที่เสี่ยง การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก รวมถึงการรักษาโรคร่วมที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ การบริหารและ การตรวจสุขภาพประจำตัวเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ รายงานเล่มนี้จะมีความสำคัญต่อการนำไปใช้ประกอบการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI ทุกคนได้รับปฏิบัติการฉุกเฉินที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและมีประสิทธิผลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นำไปสู่การลดอัตราการตาย และพิการลงได้ การเข้าใจโรคหัวใจและมีการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และเพิ่ม โอกาสในการมีชีวิตที่สมบูรณ์และมีคุณภาพ เจตนิพัทธ์ แพงไทย ผู้จัดทำ ก


สารบัญ เนื้อหา หน้า คำนำ ก สารบัญ ข สารบัญภาพ ค เนื้อหา 1.1 หัวใจ 1 1.2 โรคหัวใจมีอาการอย่างไร 2-3 1.3 โรคหัวใจ ควรพบแพทย์เมื่อใด 4 1.4 ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ 5 1.5 ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ 6 1.6 การป้องกันโรคหัวใจ 7 1.7 การวินิจฉัยโรคหัวใจ 8-9 1.8 ชนิดการรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของโรคหัวใจ 10-11 1.9 โรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม 12 1.10 ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ เกิดจากอะไรได้บ้าง 13 1.11 โรคหัวใจที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้นั้น มีตัวอย่างดังนี้ 14 1.12 ใครบ้างที่ควรตรวจยีนโรคหัวใจทางกรรมพันธุ์ 15 1.13 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 16 บรรณานุกรม 17 ข


สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 1 รูปหัวใจโฮโลแกรม 1 ภาพที่ 2 หัวใจและหลอดเลือด 1 ภาพที่ 3 หัวใจจำลอง 3 ภาพที่ 4 แพทย์ดูแลคนป่วย 4 ภาพที่ 5 ที่ฟังเสียงหัวใจ 4 ภาพที่ 6 แสดงภาวะการเกิดโรคหัวใจ 6 ภาพที่ 7 แสดงภาวะการเกิดโรคหัวใจ 6 ภาพที่ 8 โรคหัวใจกำเริบ 7 ภาพที่ 9 คำแนะนำป้องกัน 7 ภาพที่ 10 แสดงการเต้นของหัวใจ 9 ภาพที่ 11 เรื่องเกี่ยวกับโรคหัวใจ 11 ภาพที่ 12 การทำงานของหัวใจ 13 ภาพที่ 13 จุดบาดเจ็บเมื่อเกิดโรคหัวใจ 13 ภาพที่ 14 หมอตรวจหัวใจ 14 ภาพที่ 15 ภาพเช็กสัญญาณเตือน 14 ภาพที่ 16 เช็คด่วนโรคหัวใจ 15 ค


1 1.1 หัวใจ อวัยวะที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อและภายในแบ่งออกเป็น 4 ห้อง มี 2 ห้องบน และ 2 ห้องล่าง อยู่ บริเวณส่วนกลางใต้กระดูกหน้าอกค่อนข้างไปทางซ้ายเล็กน้อย หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดโลหิต นำพาออกซิเจนและ สารอาหารไปยังทุกส่วนของร่างกาย หัวใจซีกขวารับโลหิตที่ใช้แล้วจากร่างกาย แล้วสูบฉีดไปยังปอดเพื่อรับ ออกซิเจน โลหิตที่มีออกซิเจนสูงก็จะไหลกลับไปยังหัวใจด้านซ้าย และก็จะถูกสูบฉีดโลหิตผ่านเส้นเลือดใหญ่ไปยัง ทุกส่วนของร่างกาย หัวใจเริ่มเต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา กล้ามเนื้อหัวใจมีลักษณะพิเศษกว่ากล้ามเนื้ออื่น ๆ คือ สามารถปล่อย สัญญาณไฟฟ้าได้เอง ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะเริ่มต้นจากหัวใจห้องขวาบน (Sinus Node) กระจายออกไปตามเซลล์นำ ไฟฟ้าในหัวใจ เริ่มจากห้องบนขวาไปห้องบนซ้ายและลงหัวใจห้องล่าง เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจถูกกระแสไฟฟ้านี้ก็ จะเกิดการหดสั้นลง ทำให้เกิดการบีบตัวของห้องหัวใจ สภาวะต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อหัวใจ • โรคหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ • ปัญหาจังหวะการเต้นของหัวใจ (ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ) • ภาวะบกพร่องของหัวใจแต่กำเนิด • โรคลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว • โรคของกล้ามเนื้อหัวใจ • การติดเชื้อที่หัวใจ • โรคของผนังหุ้มหัวใจ ภาพที่ 1 หัวใจโฮโลแกรม ภาพที่ 2 หัวใจและหลอดเลือด


2 1.2 โรคหัวใจมีอาการอย่างไร อาการของโรคหัวใจขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจ • อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ • เจ็บแน่นหน้าอก มักมีอาการแน่น อึดอัด เหมือนมีสิ่งกดทับกลางอก อาจมีอาการปวดร้าวไปกราม ไหล่ หรือแขนซ้าย มักเป็นมากขึ้นเมื่อออกกำลังและหากมีอาการรุนแรงอาจมีอาการเมื่ออยู่เฉย ๆ • เหนื่อยง่ายหายใจถี่ • นอนราบไม่ได้ • บวม • หัวใจเต้นผิดจังหวะ • หน้ามืดหมดสติ • อาการของโรคหัวใจที่เกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Heart Arrhythmias) หัวใจของคุณอาจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือไม่สม่ำเสมอ อาการของหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจรวมถึง • หัวใจเต้นสะดุด หรือเต้นเร็ว ๆ รัวๆ (Heart Palpitations) • เจ็บหน้าอกหรือรู้สึกไม่สบาย (Chest pain or discomfort) • หายใจถี่ (Shortness of breath) หอบง่าย (Dyspnea on exertion) • มึนศีรษะ (Lightheadedness) • วิงเวียนศีรษะ (Dizziness) • เป็นลมหมดสติ (Syncope) • อาการของโรคหัวใจที่เกิดจากหัวใจพิการแต่กำเนิด (Heart Defects) ความบกพร่องของหัวใจพิการแต่กำเนิด มักจะสังเกตเห็นได้หลังคลอดไม่นาน โดยมักมีสัญญาณและอาการผิดปกติ ของหัวใจในเด็กอาจรวมถึง • สีผิวซีดเทา เขียว • อาการบวมที่ขา หน้าท้อง หรือบริเวณรอบดวงตา • ในทารกมักมีอาการหายใจถี่ระหว่างการให้น้ำนม ทำให้น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น • นิ้วปุ้ม (Clubbing of fingers)


3 ความบกพร่องของหัวใจพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงน้อยกว่ามักไม่ได้รับการวินิจฉัยจนกว่าจะถึงในวัยเด็กหรือในวัย ผู้ใหญ่ สัญญาณและอาการของความบกพร่องของหัวใจพิการแต่กำเนิดมักไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตในทันที ได้แก่ • หายใจไม่ออกระหว่างออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ • เหนื่อยง่ายระหว่างออกกำลังกายหรือทำกิจกรรม • อาการบวมที่มือ ข้อ หรือเท้า • ปากและเล็บเขียวคล้ำ • อาการของโรคหัวใจที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy) ในระยะแรกของโรคกล้ามเนื้อหัวใจ อาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่ออาการรุนแรงขึ้น สามารถสังเกตได้จาก • หายใจไม่ออกขณะทำกิจกรรมหรือพักผ่อน • อาการบวมที่ขา ข้อ และเท้า • อาการเหนื่อยล้า เหนื่อยง่าย หายใจถี่ • นอนราบไม่ได้ • การเต้นของหัวใจผิดปกติ • เวียนศีรษะ มึนงง และเป็นลม • อาการของโรคหัวใจที่เกิดจากการติดเชื้อ (Heart Infection) เยื่อบุหัวใจอักเสบ คือการติดเชื้อที่มีผลต่อเยื่อบุด้านในของห้องหัวใจและลิ้นหัวใจ (Endocardium) สัญญาณและ อาการของการติดเชื้อที่หัวใจอาจรวมถึง • มีไข้หายใจถี่ • อ่อนแอ เหนื่อยล้า • มีอาการบวมที่ขาหรือหน้าท้อง • การเต้นของหัวใจผิดปกติ • อาการไอแห้ง • มีผื่นขึ้นหรือมีจุดที่ผิวหนัง เล็บ ขึ้นผิดปกติ • อาการของโรคหัวใจที่เกิดจากลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว (Valvular Heart Disease) ภาพที่ 3 หัวใจจำลอง


4 1.3 โรคหัวใจ ควรพบแพทย์เมื่อใด ควรไปพบแพทย์หากคุณมีอาการเหล่านี้ • เจ็บหน้าอก • หายใจถี่ เหนื่อยง่าย • เป็นลม โรคหัวใจจะรักษาได้ผลดีหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับอาการของคุณ หาก คนในครอบครัวของคุณมีประวัติเป็นโรคหัวใจ นี่คือสิ่งสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจ สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ สาเหตุของโรคหัวใจขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจนั้น ๆ สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจจากภาวะการเสื่อมของหลอด เลือด มีสาเหตุไม่ชัดเจนแต่พบว่าสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยปัจจัยเสี่ยงแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ • ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้และสามารถปรับเปลี่ยนได้ • ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลง เช่น อายุ เพศ หรือประวัติสุขภาพของคนใน ครอบครัว แต่สามารถชะลอโรคด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่บริหารเองได้เพื่อป้องกันโรคหัวใจที่จะ เกิดขึ้นในอนาคตได้ ภาพที่ 4 แพทย์ดูแลคนป่วย ภาพที่ 5 ที่ฟังเสียงหัวใจ


5 1.4 ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ • อายุ - การมีอายุมากขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเลือดแดงที่เสียหาย ตีบและกล้ามเนื้อหัวใจอ่อน แรง • เพศ - ผู้ชายทั่วไปมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่า แต่สำหรับผู้หญิงจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังหมดประจำเดือน • ปัจจัยทางพันธุกรรม - ครอบครัวที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจจะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรค หลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพ่อแม่เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อนอายุ 55 ปีสำหรับ ผู้ชาย และ 65 สำหรับผู้หญิง) • สูบบุหรี่ - สารนิโคตินทำให้หลอดเลือดของคุณมีสภาวะหดตัว และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์สามารถ ทำลายเยื่อบุชั้นในได้ จึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่ายขึ้น โดยอาการหัวใจวายพบ ได้บ่อยในผู้สูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ • การกินอาหารแบบผิด ๆ - อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เกลือ น้ำตาล และคอเลสเตอรอลสูง สามารถทำให้ เกิดโรคหัวใจได้ • ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวและ หนาขึ้นทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง • ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง - ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงโดยเฉพาะชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDL-cholesterol) สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ • โรคเบาหวาน – โรคเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ • โรคอ้วน - น้ำหนักส่วนเกินมักทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้น • การขาดการออกกำลังกาย - มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ • ความเครียด - ปัจจัยเสี่ยงทางด้านจิตใจ อาจส่งผลไปกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติที่กระตุ้นหัวใจ และหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการของโรคหัวใจมากขึ้น


6 1.5 ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ • ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดของโรคหัวใจ เกิดขึ้นเมื่อหัวใจของคุณไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอต่อ ความต้องการของร่างกาย ภาวะหัวใจล้มเหลวอาจเป็นผลมาจากโรคหัวใจหลายประเภท รวมถึงความบกพร่องของ หัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจ การติดเชื้อที่หัวใจ • หัวใจวาย หากเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันกระทันหัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ไฟฟ้าหัวใจ ผิดปกติจนเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรงจนหัวใจหยุดเต้น (cardiac arrest) • โรคหลอดเลือดสมอง คือ ปัจจัยเสี่ยงสามารถนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองของคุณแคบลง หรือถูกปิดกั้นทำให้เลือดเข้าสู่สมองไม่เพียงพอ ส่งผลให้สมองขาดเลือด • หลอดเลือดแดงโป่งพอง เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกายโดยหากหลอดเลือดโป่งพองแตก จะทำให้เกิด ภาวะเลือดออกภายในอย่างมากและรวดเร็ว เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ • โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หากเป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลาย สิ่งนี้ทำให้เกิดอาการปวดแขนหรือขาเมื่อออกแรง เหตุเพราะเลือดไปเลี้ยงได้ไม่ เพียงพอ (Claudication) และหากอุดตัน จะทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อส่วนปลาย เช่น เท้า ได้ • ภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน คือ การสูญเสียการทำงานของหัวใจ การหายใจและหมดสติอย่างกะทันหันโดยไม่คาดคิด ซึ่งมักเกิดจากหัวใจเต้น ผิดจังหวะร้ายแรง ภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันเป็นภาวะฉุกเฉิน หากไม่ได้รับการรักษาทันทีจะส่งผลให้เกิดภาวะ หัวใจตายอย่างกะทันหัน ภาพที่ 6 แสดงภาวะการเกิดโรคหัวใจ ภาพที่ 7 หัวใจและกรรมพันธุ์


7 1.6 การป้องกันโรคหัวใจ ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจ สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจแม้ไม่มีสาเหตุเฉพาะเจาะจงชัดเจน แต่ก็มีปัจจัยสิ่งหลาย อย่างที่หากเราควบคุมได้ดีจะช่วยลดโอกาสโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้มาก เช่น • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ • ควบคุมความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินมาตรฐาน ควบคุมคอเลสเตอรอล และเบาหวาน • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน • รับประทานอาหารที่มีเกลือและไขมันอิ่มตัวต่ำ • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน • ลดความเครียด • ฝึกสุขอนามัยที่ดี ภาพที่ 9 คำแนะนำป้องกัน ภาพที่ 8 โรคหัวใจกำเริบ


8 1.7 การวินิจฉัยโรคหัวใจ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและสอบถามประวัติของคนไข้และครอบครัว นอกจากการสอบถามประวัติโดย ละเอียด การตรวจร่างกายการตรวจเลือด และเอกซเรย์ทรวงอกแล้ว การทดสอบพิเศษทางหัวใจต่างๆจะช่วยใน การวินิจฉัย เช่น • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG หรือ EKG) คลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจทดสอบที่รวดเร็วและไม่เจ็บปวด • เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง หรือ Ambulatory ECG Monitoring หรือ Holter ECG เป็นอุปกรณ์ ECG แบบพกพาที่สามารถใส่เพื่อบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องโดยปกติจะใช้เวลา 24 ถึง 72 ชั่วโมง การตรวจสอบ โดยใช้เพื่อตรวจจับปัญหาจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่พบในระหว่างการตรวจ คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือ Echocardiogram เป็นการทดสอบแบบใช้คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ เพื่อสร้างภาพและตรวจวัดโครงสร้างหัวใจโดยละเอียด ขนาดของ หัวใจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจลิ้นหัวใจผนังกั้นและผนังหุ้มหัวใจ • Stress Test เป็นการทดสอบการเพิ่มอัตราการเต้นและบีบตัวของหัวใจด้วยการออกกำลังกาย หรือยา และวัดการตอบสนองทั้ง ชีพจรความดันโลหิตความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจและบางรายวัดความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจโดยการ ตรวจ Echocardiogram (Stress Echocardiogram) ช่วยในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจภาวะหัวใจเต้น ผิดจังหวะบางครั้งประเมินหลอดเลือดและสมรรถภาพการบีบตัวของกล้ามเนื้อที่ผนังหัวใจ • การสวนหัวใจ เป็นการใส่ท่อสั้น ๆ เข้าไปในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดงบริเวณขาหรือแขน เพื่อตรวจวัดภายในห้องหัวใจ โดยตรงหรือการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ หรือผนังกั้นหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด


9 • การสแกนเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ หรือ CT SCAN เป็นการทดสอบแบบใช้เอ็กซเรย์เพื่อสร้างภาพโครงสร้างโดยละเอียด เพื่อวัดคะแนนหินปูนของหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score) และหากฉีดสารทึบรังสีด้วย จะได้ภาพของหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดแดง ใหญ่ หลอดเลือดปอด เพื่อวินิจฉัยโรคหลอดเลือดต่าง ๆ ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ ผนังหัวใจ การรักษาโรคหัวใจ ภาพที่ 10 แสดงการเต้นของหัวใจ


10 1.8 ชนิดการรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของโรคหัวใจ โดยทั่วไปมักประกอบด้วย: • การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ด้วยการรับประทานอาหารสุขภาพ เช่น ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล สูง เกลือโซเดียมสูง ไขมันอิ่มตัวสูง คอเลสเตอรอลสูง รับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า 3 แทน เพิ่มการ รับประทานผักและผลไม้หลากหลายชนิด ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ • ยา หากการปรับเปลี่ยงวิถีชีวิตเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจจ่ายยาเพื่อควบคุมโรคหัวใจหรือปัจจัยเสี่ยง ซึ่ง จะขึ้นอยู่กับประเภทของโรคหัวใจ การรักษาอื่น ๆ นอกจากการรับประทานยา • การรักษาด้วยหัตถการหลอดเลือดหรือการผ่าตัด • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด • การขยายลิ้นหัวใจที่ตีบด้วยบอลลูน • การใส่ลิ้นหัวใจเทียมแทนลิ้นหัวใจที่ตีบจากการเสื่อมสภาพ โดยการสอดใส่ผ่านทางหลอดเลือด • การปิดกั้นผนังกั้นหัวใจที่รั่วด้วยอุปกรณ์พิเศษผ่านทางหลอดเลือด • การจี้หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดด้วยคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงโดยการใส่สายผ่านทางหลอดเลือด • การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจชนิดถาวร • การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ • การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้สามารถกลับมาแข็งแรงใช้ชีวิตประจำวันได้ และหากเป็นไปได้ให้สามารถออกกำลังกายได้มาก ขึ้น เพื่อช่วยในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงลดอาการโรคหัวใจได้ดีขึ้น โดยในช่วงแรกอาจอยู่ภายใต้การดูแลใกล้ชิดของ แพทย์และนักกายภาพบำบัด และค่อย ๆ ปรับเพิ่มโปรแกรมที่สามารถทำได้เองมากขึ้นจนสามารถปฏิบัติเองได้ที่ บ้านทั้งหมด


11 ภาพที่ 11 เรื่องเกี่ยวกับโรคหัวใจ


12 โรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม Highlight: • โรคหัวใจเป็ นกรรมพันธุ์หรือไม่ ? ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจโดยส่วนใหญ่ คือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันใน เลือดสูง การสูบบุหรี่ พักผ่อนน้อย และ ขาดการออกก าลังกาย แต่ในบางคนที่สุขภาพดี ออกก าลังกายเป็ นประจ า และ ไม่มีโรคประจ าตัว แต่ก็อาจเป็ นโรคหัวใจที่ถ่ายทอดจากพันธุกรรมได้เช่นกัน • เพื่อเป็ นการป้ องกันโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมภายในครอบครัวที่มีประวัติผู้ป่ วยโรคหัวใจ การเข้ารับการ ตรวจยีนต้งัแต่ยงัไม่มีอาการ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรค และเขา้รับการดูแลที่เหมาะสมต้งัแต่ระยะเริ่มแรกจะ ช่วยป้ องกันการเกิดโรค หรือบรรเทาอาการรุนแรงของโรคและป้ องกันความเสี่ยงการเสียชีวิตฉับพลันจากโรคหัวใจ ได้ ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ เกิดจากอะไรได้บ้าง โรคหัวใจที่เราไดย้นิกนัน้นัจริงๆ แลว้มีความหมายกวา้งมากเราอาจจะสามารถจดัหมวดหมู่ของโรคหัวใจอย่างคร่าวๆ เช่น โรคที่มคีวามผิดปกติของ กลา้มเน้ือและ/หรือลนิ้หัวใจโรคที่มีความผิดปกติของหลอดเลอืดหัวใจโรคที่มีความผิดปกติของการนา กระแสไฟฟ้าในหัวใจ หรือโรคที่มีความ ผิดปกติของเยื่อหุ้มหัวใจเป็นตน้ซ่ึงโรคหัวใจบางชนิดอาจจะมีความผิดปกติมาต้งัแต่กา เนิด หรือเป็นความผิดปกติที่เกิดข้ึนภายหลงั โดยปัจจัยและ ความเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ ได้แก่ • โรคเบาหวาน • ความดันโลหิตสูง • ไขมันในเลือดสูง • โรคไตเร้ือรัง • การสูบบุหรี่ โรคหัวใจเป็ นกรรมพันธุ์หรือไม่ หลายๆ คร้ังโรคหัวใจต่างๆ ก็เกิดข้นึเองโดยไม่ทราบสาเหตุอย่างไรก็ตามสาเหตุส่วนหน่ึงของโรคหัวใจคือปัจจยัทางพนัธุกรรม ซ่ึงคนที่ดูแข็งแรงดี ออกกา ลงักายเป็นประจา และไม่มีอาการผิดปกติน้นัก็อาจเป็นโรคหัวใจที่ถ่ายทอดจากพนัธุกรรมไดเ้ช่นกนั โดยพบว่าโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางชนิดพบได้สูงถึง 1 ใน 200 ของประชากรทวั่ ไป ซ่ึงถือว่าพบไดค้อ่นขา้งมากทีเดียว ทา ให้เกิด ความสูญเสียจากโรคหัวใจได้ในผู้ป่ วยที่อายุยังน้อย และสามารถถ่ายทอดทางสายเลือดต่อไปยังบุตรหลานได้


13 โรคหัวใจที่สามารถถ่ายทอดทางพนัธุกรรมไดน้ ้นัมีตวัอยา่งดงัน้ี 1. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy) เป็นไดท้ ้งัโรคกลา้มเน้ือหัวใจหนาผิดปกติและโรคหัวใจชนิดห้องหัวใจขยายใหญ่ผิดปกติส่งผลต่อความสามารถใน การคลายตวัและการหดตวัของกลา้มเน้ือหวัใจ ทา ให้เลอืดไปเล้ียงร่างกายไดน้อ้ยลง บางกรณีอาจพบกลา้มเน้ือหัวใจ หนาผิดปกติจนเลือดไม่สามารถไปเล้ียงร่างกาย ส่งผลให้หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตฉับพลัน อาจเกิดการน าไฟฟ้ า ภายในหัวใจผิดปกติทา ให้เกิดอาการใจสั่น วูบ หมดสตหิรือเสียชีวิตได้ซ่ึงสามารถเกิดข้ึนไดใ้นคนที่มีร่างกายแข็งแรง และไม่เคยมีอาการใดๆ 2. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) เกิดจากการก าเนิดกระแสไฟฟ้ าหรือการน าไฟฟ้ าในหัวใจผิดปกติ ท าให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นสะดุด ส่งผลต่อการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ท าให้หัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมองอุดตัน หรือเสียชีวิตเฉียบพลนั โดยคนไขอ้าจมีอาการใจสั่น วิงเวียนศีรษะ เป็ นลม หรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย 3. มาร์แฟนซินโดรม (Marfan Syndrome) เกิดจากความผิดปกติของเน้ือเยื่อเกี่ยวพนัทา ให้มีความยืดหยุ่นที่มากกว่าปกติในหลายอวยัวะ ภาวะแทรกซ้อนทพี่บได้ เช่น เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพองจนอาจส่งผลให้เกิดภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดและทา ให้เสียชีวิตไดใ้นที่สุด ลิ้น หัวใจไมตรัลหย่อนทา ให้เกิดภาวะลิ้นหวัใจรั่ว มีอาการเหนื่อยง่ายร่วมดว้ย นอกจากน้ียงัอาจมีอาการอื่นๆ เช่น เลนส์ตา เคลื่อน เยื่อหุ้มปอดรั่วไดอ้ีกดว้ย 4. โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease) เกิดจากหลอดเลือดแดงที่เล้ียงกลา้มเน้ือหัวใจตีบหรือตนั โดยปัจจยัเสี่ยงทางพนัธุกรรมที่พบบ่อยคือ ภาวะไขมนั ใน เลือดสูงจากพนัธุกรรม ทา ให้หลอดเลือดเสื่อมและตีบตนัต้งัแต่อายุยงันอ้ยๆ (นอ้ยกว่า 45 ปี ในเพศชาย และ 55 ปี ในเพศหญิง)โดยคนไขอ้าจมีอาการเจ็บแน่นหนา้อกเหนื่อยง่าย ท้งัขณะพกัและขณะออกแรง มีภาวะหัวใจลม้เหลวท้งั แบบเฉียบพลนัและเร้ือรังความดนัโลหิตต่า เฉียบพลนัหมดสติหรือหัวใจหยุดเตน้ ได้ 5. โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด (Aortic dissection) ส่งผลให้เกิดเลือดไหลอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตทันที ซึ่งเป็ นโรคที่อันตรายมาก พบในผู้ป่ วยความดันโลหิตสูง ที่ไม่ สามารถคุมความดนัโลหิตได้ท้งัน้ียงัเกิดจากยีนพนัธุกรรมที่มีการกลายพนัธุ์ได้ดงัเช่นกลุ่มอาการมาร์แฟนที่ได้กล่าว ไปข้างต้น โดยส่วนใหญ่อาการของโรคมักเกิดข้ึนแบบเฉียบพลนัรวดเร็วเจ็บหนา้อกรุนแรงร้าวทะลุไปที่หลงัและ เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ภาพที่ 12 การทำงานของหัวใจ ภาพที่ 13 จุดบาดเจ็บเมื่อเกิดโรคหัวใจ


14 ใครบ้างที่ควรตรวจยีนโรคหัวใจทางกรรมพันธุ์ • ครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านเป็ นโรคหัวใจแบบเดียวกันในทุกๆ รุ่น • สมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ • สมาชิกในครอบครัวเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจลม้เหลวต้งัแต่อายุนอ้ยๆ เช่น นอ้ยกว่า 45 ปี ในเพศชาย และ น้อยกว่า 55 ปี ในเพศหญิง • สมาชิกในครอบครัวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็ นโรคหัวใจและหลอดเลือดชนิดจ าเพาะต่างๆ เช่น o ภาวะกลา้มเน้ือหวัใจหนา (Hypertrophic cardiomyopathy) o ภาวะหัวใจโต (Dilated cardiomyopathy) o โรคหัวใจชนิด Arrhythmogenic Cardiomyopathy o กลุ่มอาการใหลตาย (Brugada syndrome) o กลุ่มอาการน าไฟฟ้ าในหัวใจผิดปกติชนิดลองคิวที (Long QT Syndrome) o โรคหลอดเลือดหัวใจแข็งก่อนวัยอันควร (Premature atherosclerosis) o กลุ่มอาการมาร์แฟน (Marfan Syndrome) ข้นัตอนการตรวจโรคหัวใจทางพนัธุกรรม • ซักประวัติผู้ป่ วย และประวัติครอบครัว โดยเฉพาะประวัติโรคหัวใจ • ตรวจร่างกาย • ถา้แพทยส์งสัยว่าผูป้่วยอาจจะเป็นโรคหัวใจทางพนัธุกรรม แพทยอ์าจแนะนา ให้ตรวจเพิ่มเติม รวมถึงการตรวจยีนที่ อาจบ่งบอกถึงโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพนัธุกรรม ซ่ึงทา โดยการเจาะเลอืดหรือเก็บตวัอย่างอื่นๆ จากน้นันา ไปสกดัเป็น สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) น าไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อถอดรหัสพันธุกรรมและแปลผล โดยอาจใช้ เวลาในการแปลผลประมาณ 3-4 สัปดาห์ และจะแปลผลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ที่มีความช านาญ เพื่อผลตรวจที่ถูกต้องและแม่นย าที่สุด การรักษาโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม กรณีตรวจพบว่ามีโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพนัธุกรรมโดยทวั่ ไปแพทยจ์ะให้คา แนะนา เกี่ยวกบัตวัโรควางแผนการรักษาโรคและนดัตรวจติดตามอย่าง ต่อเนื่อง นอกจากน้นัแพทยจ์ะแนะนา ให้นา บุคคลในครอบครัวมาตรวจคดักรองว่ามีความเสี่ยงที่จะมีโรคหัวใจชนิดเดียวกนักบัผูป้่วยหรือไม่โดย ซักถามอาการ ตรวจร่างกาย ตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจยีนด้วย ภาพที่ 14 หมอตรวจหัวใจ ภาพที่ 15 ภาพเช็กสัญญาณเตือน


15 ประโยชน์ของการตรวจยีนโรคหัวใจ • เป็ นการวิเคราะห์เชิงลึกแบบเฉพาะบุคคลเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อย่างมี ประสิทธิภาพ • ช่วยยืนยันการวินิจฉัยผู้ป่ วยโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและใช้วางแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่ วยและ ครอบครัวได้ • หากตรวจพบต้งัแต่ระยะเริ่มตน้หรืออายุยงันอ้ยผูป้่วยจะสามารถเตรียมตวัเพื่อป้องกนัหรือหลีกเลี่ยงปัจจยัที่ทา ให้เกิด อาการผิดปกติ หรือท าให้มีความเสี่ยงที่จะท าให้โรคแย่ลงได้ • หากผู้ป่ วยตรวจพบยีนความเสี่ยงโรคหัวใจแพทย์จะสามารถแนะน าให้สมาชิกในครอบครัวเข้าตรวจคัดกรองความ เสี่ยงโรคหัวใจได้ การเขา้รับการตรวจยีนต้งัแต่ยงัไม่มีอาการเมื่อทราบว่ามีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจและสงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพนธุกรรมั น้นัจะสามารถนา ขอ้มูลที่ไดม้าใชเ้พื่อประเมินความเสี่ยงของโรค และให้การดูแลที่เหมาะสมต้งัแต่ระยะเริ่มแรกเพื่อช่วยป้องกนัการเกิดโรค หรือ บรรเทาอาการรุนแรงของโรคและป้ องกันความเสี่ยงการเสียชีวิตฉับพลันจากโรคหัวใจได้ ภาพที่ 16 เช็คด่วนโรคหัวใจ


16 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 1. คำถาม: สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ คืออะไร คำตอบ: สาเหตุของโรคหัวใจขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหัวใจนั้น ๆ สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจจากภาวะการเสื่อมของ หลอดเลือด มีสาเหตุไม่ชัดเจนแต่พบว่าสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยปัจจัยเสี่ยงแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้และสามารถปรับเปลี่ยนได้ และปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลง เช่น อายุ เพศ หรือประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว แต่สามารถชะลอโรคด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่บริหารเองได้ เพื่อป้องกันโรคหัวใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ 2. คำถาม: ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ มีอะไรบ้าง คำตอบ: ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เช่น อายุมากขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเลือดแดงที่เสียหาย เพศชาย มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่า เพศหญิงจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลังหมดประจำเดือน ครอบครัวที่มี สมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่สูบบุหรี่อาการหัวใจวายพบได้บ่อยในผู้สูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ การกิน อาหารแบบผิด ๆ ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง การขาดการออกกำลังกาย ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน มาตรฐาน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น 3. คำถาม: จะรักษาโรคหัวใจอย่างไร คำตอบ: ชนิดการรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของโรคหัวใจ โดยทั่วไปมักประกอบด้วย: การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ลด ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ด้วยการรับประทานอาหารสุขภาพ ทานผักและผลไม้หลากหลายชนิด ออกกำลัง กายสม่ำเสมออย่างน้อย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากการปรับเปลี่ยงวิถี ชีวิตเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ แพทย์อาจจ่ายยาเพื่อควบคุมโรคหัวใจหรือปัจจัยเสี่ยง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภท ของโรคหัวใจ การรักษาด้วยหัตถการหลอดเลือดหรือการผ่าตัด การรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด เป็นต้น


17 บรรณานุกรม โรคหัวใจ" สัญญาณเตือน ปัจจัยเสี่ยง และวิธีรักษาป้องกัน[สืบค้นเมื่อ 20 ธ.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/ -โรคหัวใจ--สัญญาณเตือนปัจจัยเสี่ยง-และวิธีรักษาป้องกัน ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2563). “ภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดจาก ภาวะหลอดเลือด หัวใจตีบ”. [สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/850 นพ. นรศักดิ์ สุวจิตตานนท์. (28 เมษายน 2566). โรคหัวใจที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม. [สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/genetic-heart-disease นพ. ไพศาล บุญศิริคำชัย. (29 มกราคม 2021). โรคหัวใจ (Heart disease) สาเหตุ อาการ การตรวจวินิจและวิธีรักษา.[สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2566].แหล่งข้อมูล:https://www.medparkhospital.com/disease-and-


18 การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ความรู้พื้นฐาน โรคหัวใจ (Heart Disease) จัดท าโดย นายเจตนิพัทธ์ แพงไทย


Click to View FlipBook Version