อาณาจกั รสัตว์ (Kingdom Animalia)
นางสาวธนาภรณ์ จันทรบ์ ัวลา
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6/4 เลขท่ี 14
อาณาจกั รสตั ว์ (Kingdom Animalia)
ส่ิงมชี วี ติ ทีจ่ ัดอยใู่ นอาณาจกั รมมี ากกว่า 1.7 ลา้ นสปีชสี ์ ในจำนวนนเ้ี ป็นแมลงประมาณ
6 แสนชนิดสตั ว์ถือเป็น สิ่งมชี วี ิตทม่ี ีความสำคัญตอ่ ระบบนิเวศในแงข่ องผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลทำใหม้ ีการ
ถ่ายทอดพลงั งานไปยังผู้บรโิ ภคระดับต่างๆนอกจากนสี้ ัตวย์ งั เปน็ ตัวทำใหเ้ กดิ แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
ซง่ึ มคี วามสำคัญในการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื และกอ่ ใหเ้ กิดความสมดลุ ในธรรมชาติ สัตวเ์ ปน็
สง่ิ มีชีวติ หลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟลิ ล์จงึ ไม่สามารถสรา้ งอาหารไดเ้ องและมรี ะยะตวั อ่อน (EMBRYO)
สง่ิ มีชีวิตในอาณาจักรสัตว์แบ่งออกเป็นไฟลัมต่างๆดังนี้
1. ไฟลมั พอรเิ ฟอรา (Phylum Porifera)
2. ไฟลมั ซเี ลนเทอราตา (Phylun Coelenterata)
3. ไฟลมั แพลทเิ ฮลมนิ ทีส (Phylum Platyhelminthes)
4. ไฟลัมเนมาโทดา (Nematoda)
5. ไฟลัมแอนเนลดิ า (Phylum Annelida)
6. ไฟลมั มอลลสั กา (Phylum Mollusca)
7. ไฟลมั อารโ์ ทรโพดา (Phylum Arthropoda)
8. ไฟลัมอีไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata)
9. ไฟลมั คอรด์ าตา (Phylum Chordata)
1. ไฟลัมพอรเิ ฟอรา(PHYLUM PORIFERA) เปน็ สตั ว์หลายเซลล์ ไม่มสี มมาตรลำตัวเปน็ รู
พรนุ มชี ่องนำ้ เข้าและช่องนำ้ ออก มโี ครงรา่ งแข็งหรอื เปน็ เสน้ ใยโปรตีน เชน่ ฟองนำ้ แก้ว สกลุ
Euplectella ฟองน้ำนำ้ จดื สกลุ Spongilla ฟองน้ำถตู วั สกลุ Spongia
ลกั ษณะสำคญั ของสัตว์ใน Phylum Porifera
- เป็นสัตวท์ มี่ ีววิ ัฒนาการตำ่ สดุ และ ไม่มเี นือ้ เย่อื แท้จริง (Parazoa)
- ตวั เตม็ วัยเกาะกบั ที่ จงึ ไมม่ ี nervous system และ sense organ
- มีท้ังอาศยั ในนำ้ จดื และนำ้ เคม็
- มสี สี ดใส (แดง ส้ม เหลือง มว่ ง) เกิดจากรงควตั ถุทีอ่ ยใู่ นเซลลผ์ ิว
- ฟองนำ้ ทม่ี ีรูปรา่ งซับซ้อนน้อยท่สี ุดจะมสี มมาตรรศั มี แต่ฟองน้ำสว่ นใหญไ่ มม่ สี มมาตร
- จะสรา้ ง Gemmule (แตกหนอ่ )เวลาสภาวะแวดลอ้ มไมเ่ หมาะสม
- มโี ครงรา่ งแข็งค้ำจนุ (Spicule ท่เี ป็นหินหรอื แกว้ , Spongin ท่ีเป็นเสน้ ใยโปรตีน)
โครงสร้างของฟองนำ้
ฟองนำ้ น้ำจืด ฟองนำ้
2. ไฟลมั ซีเลนเทอราตา(PHYLUM COELENTERATA) เป็นสัตว์ที่มีเนอื้ เยือ่ สองชน้ั มี
สมมาตรแบบ รศั ม(ี radial symmetry)มที ่อทางเดินอาหาร แตไ่ มม่ ีชอ่ งตัว มเี ซลล์ไนโดไซต์
(cnidocyte)สร้างเขม็ พิษ(nematocyst) แบ่งเป็นสามช้ัน(Class)
ลกั ษณะสำคัญของสัตวใ์ น Phylum Coelenterata
- รา่ งกายประกอบดว้ ย เนอื้ เย่ือ 2 ชน้ั คือ Epidermis เเละ Gastrodermis
- ระหว่างชัน้ เนอ้ื เยอ่ื มสี ารคลา้ ยวุ้นเรยี กว่า Mesoglea เเทรกอยู่
- ลำตวั กลวงลักษณะเปน็ ถุงตันมีช่องเปิดช่องเดียวเรยี กว่า gastrovascula cavity ทำหนา้ ท่ี
เป็นทางเดนิ อาหารอาหารเขา้ เเละกากอาหารออกทางชอ่ งเปดิ เดียวกัน
- มีหนวดอยู่รอบปากเรียกว่า เทนทาเคิล ( tentacle )ใช้สำหรบั จับเหย่อื
- ทหี่ นวดมเี ซลล์สำหรับตอ่ ยเรยี กว่า cnidocyte เเละมเี ข็มสำหรบั ต่อยเรยี กว่า nematocyst
- มีวงจรชีพสลบั
- สบื พันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหนอ่
- มี 2 เพศในตัวเดยี วกนั
2.1 ชั้นไฮโดรชัว (Class Hydrozoa) ไดแ้ ก่ ไฮดรา (Hydra) แมงกะพรุนไฟ
(Physalia)
ไฮดรา
2.2 ชนั้ ไซโฟซัว ( Class Scyphozoa) ได้แก่ แมงกะพรุนหนงั (Aurelia) แมงกะพรนุ
ไฟ (Chironex)
แมงกะพรุน
2.3 ช้ันแอนโทซวั (Class Anthozoa) ได้แก่ ปะการงั (coral) ปะการงั เขากวาง
(Acrepora) กัลปงั หา(sea fan)
สง่ิ มชี ีวติ ในชน้ั แอนโทซวั
3. ไฟลัมแพลทเิ ฮลมนิ ทสิ (PHYLUM PLATYHELMINTHES) ไดแ้ ก่ หนอนตวั แบนมเี นื้อเย่อื สามชั้น
ไม่มชี ่องตวั มีสมมาตรแบบดา้ นขา้ ง (bilateralsymmetry)มีระบบยอ่ ยอาหาร (บางชนิดไม่ม)ี แบง่ เป็น
สามชนั้
ลกั ษณะสำคัญของสัตวใ์ น Phylum Platyhelminthes
- มสี มมาตรเป็นแบบครง่ึ ซีก (Bilateral symmetry)
- ไมม่ ชี อ่ งว่างในลำตวั (Acoelomate animal) เนื่องจากเนือ้ เยอ่ื ชนั้ กลางมีเนื้อเย่ือหย่นุ ๆ
บรรจอุ ยเู่ ต็มไปหมด
- ไม่มรี ะบบหมุนเวียนโลหติ ไม่มเี ส้นเลือด ไม่มหี วั ใจ สารอาหารไปเลย้ี งเซลลโ์ ดยการแพรจ่ าก
ทางเดินอาหารเข้าสูเ่ ซลลโ์ ดยตรง
- มีระบบทางเดนิ อาหารเป็นแบบไม่สมบรู ณม์ ปี ากแต่ไมม่ ที วารหนกั และในพวกพยาธติ วั ตืดไม่
มีทางเดินอาหาร
- มีระบบประสาทอย่ทู างด้านหนา้ และแตกแขนงออกไปทางดา้ นขา้ งของลำตวั
- มีท้งั สองเพศในตัวเดยี วกัน สามารถผสมพนั ธ์ไุ ด้ภายในตวั เอง (Self fertilization) และผสม
พันธข์ุ ้ามตัว (Cross fretilization)
3.1 ช้ันเทอรเ์ บลลาเรีย (Class Turbellaria) ไดแ้ ก่ พลานาเรยี (Dugesia)
พลานาเรีย
4. ไฟลัมนมี าโทดา(PHYLUM NEMATOD) ได้แก่ หนอนตัวกลม มีเนื้อเยือ่ สามช้นั มี
สมมาตรแบบดา้ นข้าง มีช่องตวั เทยี ม (pseudocoet) เชน่ พยาธไิ สเ้ ดอื น(Ascaris lumbricoides)
โรคเทา้ ช้าง (Brugia malayi)
ลกั ษณะสำคัญของสตั ว์ใน Phylum Nemetoda
- ลำตวั กลมยาวหวั ทา้ ยเเหลม ไมม่ ีรยางค์
- มีเปลือกเป็นคิวตเิ คิลหนาปกคลุม
- สมมาตรครง่ึ ซกี
- มีทางเดินอาหารสมบรู ณ์ มที งั้ ปากเเละทวารหนกั
- ร่างกายมีเนือ้ เยอ่ื 3 ชน้ั
- มชี ่องลำตวั เทียม ( pseudocoelom )อยรู่ ะหว่างมโี ซเดริ ์มเเละเอนโดเดริ ม์ ซงึ่ มีของเหลว
บรรจุอย่เู ต็ม
- ระบบประสาท เป็นวงเเหวนรอบคอ ตอ่ กับเส้นประสาททีย่ าวตลอดลำตัว
- ไมม่ รี ะบบไหลเวียนเลอื ดเเละระบบหายใจ
- การสบื พันธุ์เเบบอาศยั เพศ มีตัวผูต้ วั เมยี คนละตวั กัน ไขม่ สี ารไคตินหุ้มจงึ ทนทานตอ่ สภาพ
เเวดล้อมไดด้ ี
5. ไฟลัมแอนนลิ ิดา (PHYLUM ANNILIDA) หนอนปล้อง ลำตัวแบง่ เปน็ ปลอ้ งชดั เจน มี
เนื้อเยอ่ื สามชนั้ มสี มมาตรแบบด้านข้าง มีชอ่ งตวั ที่แท้จริง (coelom) มรี ะบบไหลเวยี นและระบบ
ประสาทแบ่งเปน็ สามชนั้
ลกั ษณะสำคญั ของสัตว์ใน Phylum Annilida
- มลี ำตัวกลมยาวเป็นปล้องๆ มองเหน็ ภายนอกเป็นวงเเละภายในมีเน้อื เย่อื กัน้ ระหวา่ งปล้อง
เรียกว่า เซปตา ( septa )
- เเตล่ ะปลอ้ งมอี วยั วะ คอื เดอื ย ( saeta ) 4 คู่ เนฟรเิ ดีย ( อวัยวะขับถา่ ย )1 คู่ เสน้ ประสาท
3 คู่ ทางเดินอาหารเเละชอ่ งลำตัวส่วนหนงึ่ ยกเว้นปลอ้ ง
- ทีม่ ีหวั ท่ีซงึ่ มอี วยั วะสำคญั ( สมอง คอหอย หัวใจ )
- ร่างกายมีสมมาตรคร่ึงซกี
- มีเนื้อเยือ่ 3 ชัน้
- มีชอ่ งลำตัวเเท้จรงิ ( coelom ) ซึ่งเปน็ ชอ่ งลำตวั ในเนอ้ื เย่อื มีโซเดิร์ม
- ระบบประสาทประกอบด้วย ปมสมองท่หี ัว 1 คู่ และ เสน้ ประสาทใหญด่ า้ นทอ้ ง
5.1 ช้นั โพลีคตี า (Class Polychaeta) ได้แก่ แม่เพรยี ง (Nereis) หนอนฉตั ร (tube worm)
แมเ่ พรียง หนอนฉัตร
5.2 ชั้นโอลโิ กคตี า (Class Oligochaeta) ได้แก่ ไส้เดือนดนิ (Pheretima)
วงชวี ิตไส้เดือนดนิ
5.3 ชั้นไฮรดู ิเนีย (Class Hirudinea) ไดแ้ ก่ ปลงิ (leech) ทากดดู เลอื ด (landleech)
ทากดดู เลอื ด ปลงิ นำ้ จดื
6. ไฟลัมอารโ์ ทรโปดา ((PHYLUM ARTHROPODA) ลำตวั นิ่มมักมเี ปลือกหมุ้ เนื้อเยือ่ สาม
ชนั้ มีสมมาตรดา้ นขา้ งมีชอ่ งตวั ลดรูปจนมีขนาดเล็กมรี ะบบไหลเวยี นและระบบประสาทแบง่ เปน็ หา้ ช้นั
ลักษณะสำคญั ของสัตว์ใน Phylum Arthropoda
- มีลำตวั เปน็ ปลอ้ งและมรี ยางค์เปน็ ขอ้ ๆต่อกัน (jointed appendage) ยื่นออกมาจากแตล่ ะ
ปลอ้ งของลำตวั
- มีจำนวนชนิดมากทสี่ ุดในอาณาจกั รสตั ว์ ประมาณวา่ มีถึงกวา่ 9 แสนชนิดทมี่ นษุ ย์เราได้
คน้ พบ
- สามารถอาศัยอยไู่ ดใ้ นแทบทุกสภาพภูมปิ ระเทศบนโลก นบั วา่ ประสบความสำเรจ็ ในการ
ดำรงชวี ติ บนโลกเปน็ อยา่ งมาก เหน็ ไดจ้ ากการทเ่ี ราพบสัตว์เหลา่ นีไ้ ด้แทบทุกหนทุกแหง่ ทุกฤดูกาล
และพบเป็นจำนวนมาก
- มีโครงสร้างของรา่ งกายท่ีแข็งแรง
- มีระบบประสาทที่เจรญิ ดี มอี วัยวะรบั ความรู้สกึ หลายชนิด
- มีการแบ่งสัดสว่ นของร่างกายเป็นขอ้ ปลอ้ งชัดเจน 3สว่ น คอื หวั (Head) , อก(Thorax) และ
ทอ้ ง(Abdomen)
- ระบบหมนุ เวียนเปน็ ระบบเปดิ ประกอบไปด้วยหวั ใจ เลือด และแอง่ เลอื ด (Hemocoel)
6.1 ช้นั แอมฟนิ วิ รา (Class Amphineura) ได้แก่ ล่ินทะเล (chiton)
ล่นิ ทะเล
6.2 ชั้นแกสโทรโพดา (Class Gastropoda) ได้แก่ หอยกาบเดย่ี ว (snail) หอยทาก (slug)
ทากทะเล (nudibranch)
7. ไฟลมั มอลลัสกา(PHYLUM MOLLUSCA) สัตว์ทม่ี ีลำตวั แบ่งเปน็ ปล้องมีโครงรา่ ง
ภายนอกหรอื เปลอื กปกคลุม ขาต่อเปน็ ข้อๆ สมมาตรแบบดา้ นข้างมีระบบไหลเวยี นและระบบ
ประสาทแบง่ เปน็ สองซับไฟลมั คือ เคลเิ ซอราตา (Chelicerata) ได้แก่ แมงดาทะเล และแมงมุม และ
ซบั ไฟลมั แมนดิบูลาตา (Mandibulata)เชน่ กุ้งู ปู ตะขาบ กิง้ กอื
ลกั ษณะสำคญั ของสตั ว์ใน Phylum Mollusca
- ร่างกายจะแบ่งเป็น 3 สว่ นหลัก ได้แก่
1. head and foot
2. visceral mass
3. mantle, palium เกิด mantle cavity มีเหงอื กภายใน
- สตั วใ์ นไฟลัมนมี้ ลี ำตัวออ่ นนุ่ม บางชนิดอาจมีเปลอื กแขง็ หมุ้ ลำตัวเปน็ CaCO3
- แยกเพศผู้-เมีย
- ส่วนใหญ่อาศยั อยู่ในนำ้ ทัง้ นำ้ จืดและนำ้ ทะเล มีอาศยั อยบู่ นบกบ้าง
- อวัยวะในการแลกเปลีย่ นแกส๊ ประกอบดว้ ย
1. เหงอื ก (gill) อยภู่ ายในชอ่ งแมนเติล พบในมอลลัสทวั่ ไป
2. ผิวตวั ในทากทะเล (sea slug, nudibranch) ผวิ ตวั จะเปลย่ี นรูปไปเป็นแขนงอยู่
บนลำตวั เรยี กว่า เซอราตา (cerata) หรือบางชนิดมีอยู่รอบทวารหนกั (anal gill)
3. ชอ่ งแมนเตลิ หรอื ปอด หอยฝาเดียวท่ีข้นึ มาอยบู่ นบกจะมีช่องแมนเตลิ ท่มี ีผนงั ย่นื
ลงมากน้ั เป็นหอ้ ง มขี องเหลวหลอ่ เลี้ยงในชอ่ งนีท้ ำใหส้ ามารถแลกเปล่ียนแก๊สได้
7.1 ไซโฟซรู ิดา (Class Xiphosurida) ได้แก่ แมงดาจาน (Tachypleus gigas)
แมงดาจาน
8. ไฟลมั เอไคโนเดอร์มาตา (PHYLUM ECHINODERMATA) เปน็ สตั วท์ ะเลท้งั หมด ผวิ หนงั
มหี นาม ตวั ออ่ นมีสมมาตรด้านข้าง ตัวเตม็ วยั มสี มมาตรรัศมีมรี ะบบน้ำใชใ้ นการเคลือ่ นท่ีมรี ะบบ
ไหลเวยี น ระบบประสาท และระบบท่อทางเดินอาหาร จำแนกเปน็ ห้าช้นั
ลักษณะสำคญั ของสัตวใ์ น Phylum Echinoderm
- สมมาตรร่างกาย ตวั อ่อนเป็นเเบบครง่ึ ซกี ตวั เต็มวยั มเี มเเทมอร์โฟซสิ กลายเป็นสมมาตร
เเบบรศั มี
- ลำตวั เเบง่ เป็น 5 ส่วนหรือ ทวีคูณของ 5 ย่ืนออกมาจากเเผ่นกลมทเี่ ปน็ ศนู ยก์ ลาง
- มีโครงร่างเเข็งภายใน มีเเผ่นหินปนู เล็กๆ ท่ยี ึดตดิ กันด้วยกล้ามเน้อื หรือผิวหนังที่ปกคลุมอยู่
บางชนิด
- มเี ส้นประสาทเป็นวงเเหวนรอบปาก เเละเเยกเเขนงไปตามเเขน
- การเคลอ่ื นไหวใชร้ ะบบทอ่ น้ำ ( water vascula system ) ภายในร่างกาย
- การสบื พันธ์ุ แบง่ เป็นเเบบอาศัยเพศโดยมีการปฎิสนธิภายนอก และ เเบบไม่อาศัยเพศบาง
ชนิด เชน่ การขาดของเเขนใดเเขนหน่ึง สว่ นทีข่ าดกจ็ ะเจริญไปเป็นตวั เตม็ อกี ทหี น่ึง
8.1 ช้นั แอสเทอรอยเดีย (Class Asteroidea) ไดแ้ ก่ ปลาดาว หรอื ดาวทะเล (star fish)
ดาวทะเล
8.2ไคนอยเดีย (Class Crinoidea) เชน่ ดาวขนนก (feather star) พลับพลึงทะเล (sea
lilly)
ดาวขนนก พลับพลึงทะเล
9. ไฟลัมคอรด์ าตา (PHYLUM CHORDATA) สัตว์มีกระดกู สันหลงั มีสมมาตรดา้ นขา้ ง มี
ช่องตัวอย่างแท้จรงิ มีระบบตา่ งๆพฒั นาสูงสดุ จำแนกเปน็ สามซับไฟลมั
คณุ สมบัติเฉพาะของ Phylum Chordata
- มโี นโตคอรด์ (Notochord) ซึง่ เปน็ แกนคำ้ จุนหรือพยงุ กายเกดิ ขึน้ ในระยะใดระยะหน่ึงของ
ชีวิต หรือตลอดชวี ติ ในพวกสตั วช์ ัน้ สูงมีกระดกู ออ่ นหรือกระดกู แขง็ แทนโนโตคอร์ด
- มไี ขสนั หลังเปน็ หลอดยาวกลวงอยู่ทางด้านหลงั (Dorsal hollow nerve tube) เหลือ
ทางเดนิ อาหารซ่ึงแตกตา่ งจากสตั วพ์ วกไม่มีกระดูกสนั หลัง ซง่ึ มรี ะบบประสาทอยู่ทางดา้ นทอ้ ง
(Ventral nerve cord) ใต้ทางเดินอาหารและเปน็ เสน้ ตนั
- มชี ่องเหงือก (Gill slit) ในระยะใดระยะหนึ่งของชีวติ หรอื ตลอดชีวิตในพวหสตั ว์มกี ระดกู สัน
หลงั ชั้นสูง เชน่ สตั วป์ กี สตั วเ์ ล้ียงลูกด้วยน้ำนมจะมีชอ่ งเหงือกตอนเป็นตัวอ่อนเทา่ นั้น เม่อื โตข้ึนชอ่ ง
เหงอื กจะปิดส่วนปลามีช่องเหงือกตลอดชวี ิต
- มีหางเป็นกลา้ มเน้อื (Muscular post anal tail)
9.1 ซบั ไฟลัมยูโรคอรด์ าตา (Subphhylum Urochordata) ไดแ้ ก่ เพรียงหวั หอม (tunicate)
เพรียงหัวหอม
9.2. ช้ันแมมมาเลีย (Class Mammalia) สตั วเ์ ลี้ยงลกู ด้วยนม ได้แก่ แพลทปิ สั ปากเป็ด
(duck-billed platypus) สัตวม์ ีถงุ หนา้ ทอ้ ง (marsupials) เชน่ จิงโจ้ โอพอสซมั แทสมาเนียนเดวิล
สัตวม์ รี ก (placenta) เช่น กระรอก กระตา่ ย วัว ควาย ชา้ ง แรด ลิง คน
แทสมาเนียนเดวลิ แพนดา้ แดง
นกั วทิ ยาศาสตรพ์ บว่ายังมสี ่ิงมีชีวติ อีก 2 ชนิด คือ ไวรัส (Virus) กบั ไวรอยด์ (viroid) มี
ลกั ษณะแตกต่าง จากพวกโพรคาริโอตและยูคาริโอต กล่าวคือ โครงสร้างยังไมเ่ ป็นเซลล์ ไม่มที ้งั เยอื่ หมุ้
เซลลแ์ ละ ไซโทพลาซมึ เปน็ พยี งอนุภาค (virion) ทีป่ ระกอบด้วยDNA หรือ RNA และโปรตีนเท่านั้น
นักวิทยาศาสตรบ์ างคนจัดใหอ้ ย่ใู นอาณาจกั รไวรา ไวรัสประกอบดว้ ย DNAหรือ RNA ที่มีโปรตีน
(capsid) หอ่ หมุ้ และมเี อนไซม์สำหรับใช้ในเมแทบอลซิ มึ สว่ นไวรอยดม์ เี ฉพาะRNA ที่ไมม่ โี ปรตีนห้มุ
และไม่มเี อนไซมเ์ ลยโรค
บางชนิดท่ีเกดิ จากไวรสั ได้แก่
ไข้เลอื ดออกไข้หวดั ใหญ่
ไขห้ วัด
โรคตับอักเสบชนิดบี
โรคเอดส์ Arbovirus
Orthomyxovirus
Picornavirus
Hepatitis B Virus
Human Immunodeficiency Virus
เชือ้ ไวรสั HIV