The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ploypilai, 2022-07-07 04:09:13

มุมฮาภาษาเซฟตี้ 2014

มุมฮาภาษาเซฟต
ี้






Funny Safety Talk


2014














































Page 1 of 37

Contents





3
2014 .........................................................................................................................................................


3
อโบลา ...................................................................................................................................................
6
บล็อกเจ้าปัญหา......................................................................................................................................
คริสตอลไลน์ซิลิกาคืออะไร .................................................................................................................
6

9
ี้
ถ้าถามว่า อาชีพไหนมั่ง ที่จะมโอกาสได้เป็นโรคนกะเค้ามั่ง ก็นี่เลย ......................................................

แล้ววสดุประเภทไหนมั่งล่ะ ที่พอจะมีซิลิกาให้สดกนได้มั่ง (อยากลองมงง่ะ) ...........................................


ั่
9

โรคปอดจากซิลิกา ............................................................................................................................ 10
ซิลิโคซิส อาการเป็นอย่างไร.............................................................................................................. 12


อธิบายสูตรฟสกส์ให้กรรมกรฟัง ............................................................................................................ 14

ทำผิด กับทำพลาด เหมือนหรือต่างกนตรงไหน ..................................................................................... 17

รูปนี้ผมถ่ายเองกับมือ... ...................................................................................................................... 17

เรื่องลิงห้าตัว ....................................................................................................................................... 20


ี้
ภาษาไทยก็ไม่ด ภาษาเซฟตก็ไม่ได้...เมื่อไอแคมเจอไอฟาย ......................................................................... 21

ไอแคม-ICAM .................................................................................................................................... 21

Amputation ฉับเดยว เสยวไปนาน ...................................................................................................... 23


ไม่ต้องบรรยายต่อแล้วใช่มั๊ย วา Amputation แปลว่าอะไร .................................................................. 23

Entanglement ฉุดกระชากงั่บๆ ............................................................................................................. 25

Entanglement .................................................................................................................................. 25


อีสามตัว .............................................................................................................................................. 28

ทฤษฎีอีสามตัว ................................................................................................................................. 29

ยางระเบิดดงปุ ..................................................................................................................................... 33


กระทำการโดยประมาท ใครทำไว้วะ ...................................................................................................... 35




Page 2 of 37

2014





อโบลา

Posted 21st October 2014



ื่
การสอสารยุคปัจจุบัน ถาม
ใครๆก็คงรู้จัก “อโบลา” กน



หมดทกคน เพยง แต่ว่าบาง

คนอาจจะกำลังสงสยอย ู ่

ตะหงิดๆว่า ไวรัสต้นเหตุของ
โรคนี้ มันทำไมถึงเป็นเพศ

หญิง ทำไมถึงเรียกมันว่า อี

ทำไมไม่เรยกว่า คุณโบลา เพราะอีนั่นอีนี่ ตามธรรมเนียมไทยมันไมสุภาพ





Ebola-อีโบลา หรือนงโบลา คุณโบลา แล้วแต่จะเรยก มันเป็นชื่อโรคที่รู้จักกนว่า โรคไขเลือดออกอีโบลา มัน




เป็นโรคหายาก ใครมีไว้ในครอบครองละก็ทำใหถึงตาย มันเป็นเชื้อไวรสสายพันธุ์หนึ่ง ที่ทำให้เกดโรคใน
มนุษย์และสัตว์จำพวก ลิง กอริลล่า และชิมแพนซี (หน้าตาหล่อเหลาคล้ายๆกัน บางคนหล่อเหมือนลิง ลิง


บางตวหล่อเหมอนคน)



จากผลการชันสตรโรค พบว่า โรคอีโบลา เกิดจากเชื้อไวรส ในตระกูล ฟิโลวิริเด (คล้ายๆ ตระกูล ดงๆ

อย่าง เวชชาชีวะ ลิ้มทองกุล เทือกสุบรรณ ชินวัตร อะไรทำนองนน ) พวกมนมีทั้งหมด 5 สปีชี่ส์ (อย่าไป
ั้

ื่

รู้มันเลยว่ามีอะไรมั่ง) เอาแควา โรคอโบลาถูกพบครงแรก เมื่อปี ค.ศ. 1976 ซึ่งนนกคอ เมอสามสิบแปดปีที่


ั่

ั้
ี้

แล้วใกล้ๆแม่น้ำ อโบลา ในแอฟริกาแถวๆประเทศคองโกในปัจจุบัน แล้วทำไมถึงมาฮือฮาเอาตอนน

คำตอบง่ายๆก็คอ เมอก่อน กว่าไอ้มืดจากทวีปแอฟรกาจะบุกป่าฝ่าดงออกมานอกประเทศ หรือกว่าฝรั่งตัวขาว

ื่
จะบุกป่าฝ่าดงไปเดินเล่นในป่าแอฟรกา แล้วมานอนอาบแดดแก้ผ้า ให้ถกฉดไปกระทำมิดีมร้ายในบ้านเรา เมื่อ





ี้
ี๋

สามสิบแปดปีก่อน มันไม่ง่าย แต่เดยวน เดนไปไหน ไอ้มด (ตัวมันดำ ตาขาวจั๊วะ) มาเดินช็อบปิ้งตามโลตส

แถวจันทบุรี อุดร สระบุรี ชลบุรี เยอะแยะไปหมด แถมการเดินทางเข้าออกประเทศต่างๆ สมัยนี้ นง
ั่



เครื่องบินแป๊บเดยวถึงแล้ว นนแหละคอที่มาของภาษาด้านสาธารณสุขศาสตร ที่เรียกว่า อีพิเดมิโอโลยี –
ั่
Epidemiology หรือ ระบาดวทยา โดยเฉพาะ คำว่า Pandemic การระบาดของโรคตดเชือในวงกว้าง




Page 3 of 37

บางคนดูแผนที่แล้วยังงงๆ ว่า ประเทศไทย (ประเทศสาระขัน อยู่ไหนฟะ ) อยู่ ปู๊น ทางขวามือของแผนที่ใน



กรอบเล็กๆ มองไมเหน เพราะโลกใบนีมนใหญ ่


ื่
เหลือเกิน พน้องเอ๊ย อย่ามัวตีกันอยู่เลย ประเทศอน
ี่
เค้าไปถึงไหนกันหมดแล้ว ใครๆเค้าก็มอีโบลาแล้ว


เรายังไมมีเลย เชยจัง


ถ้ามันเป็นเชื้อไวรส ที่เป็นแล้ว แค่ทำให้ มีขี้มกโป่ง

เป็นขีกลาก เกากนแกรกๆๆๆ ทั้งประเทศ แต่ไมตาย



ก็คงไมมีใครตื่นเต้น จริงมั๊ย แต่ อีนี่ อีโบลา เป็น
แล้ว อัตราการเสยชีวิต สูงมาก 50% ของผู้ที่ติดเชื้อ ไมรอด อัตราการตายสูงมาก พอๆกับคนที่ไดรับ



กระสุนเอ็มสิบหก ยังงัยยังงั้นเลย รอดยาก

ภาพประกอบ สมยกอน คนไทยตายเพราะโรค

หา หรืออหวาหตกโรคอยูบ่อยๆ แตจำนวนไม ่





น้อย ถูกซ้อมถกทุบตีตายมากกว่า เพราะยังไม ่

เลิกทาส
Ebola อาการเป็นยังงัย อยากลองเป็นดูมั่ง

บางคนกระตอรือร้น อยากรูอยากเหน



โดยเฉพาะ นางสาวเนตรทรายของเรา อาการของโรคนี กคือ (จำไว้นะ)

• มีไข้สูง

• ปวดหวอย่างรุนแรง
• ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง


• อ่อนเพลีย ไมมีเรี่ยวมีแรง
• ท้องเสีย
• อาเจียน

• ปวดท้อง

• มีเลือดออกหรือผิวถลอกโดยอธิบายไม่ได้ บางคนพออ่านมาถึงบรรทัดนี้ ร้องอ๋อ ว่าเคยเป็นแบบนี้มา


ก่อนนี่หว่า มีเลือดออกแบบอธิบายไม่ได้ บางทียังอธิบายไมจบ โดนตบเลือดกลบปาก มนคนละอย่าง


กัน ตดออกไปก่อนเลย








Page 4 of 37




คราวนคงสงสยกนอกละซีว่า แล้วจะติดเชื้อได้ยังงัย (อยากลองง่ะ)
ี้


มีหลายวิธีที่จะติดเชื้อโรคชื่อดงนี่ ได้แก

1. สัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย น้ำอะไรสาระพัดที่ออกมาจากตวผู้ป่วย ตดหมด น้ำมูก

ี้
น้ำลาย อาเจียน เลือด เหงื่อ อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำกาม (ใครไปติดมาด้วยเหตุนก็บ้าแล้ว)


2. สัมผัสกับสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น เขมฉีดยา ผ้าก็อส ถุงมือ สวนใหญ่พวกหมอ พยาบาลจะ

ี้
ติดเชื้อเพราะเหตน
ี้
ี้
ื้
ึ้
3. สัมผัสกับสัตว์ที่เป็นโรคนี้ เช่น เนอ เลือด อะไรพวกน คราวนคงพอจะนกออกว่า โรคนี้เกิดขนจาก

คนไปสัมผัสโรคจากลิง ที่บอกตอนแรก เอาเนื้อลิงมากิน แอบไปจีบลิง มีอะไรๆ กะลิง (วิ่งเล่นกัน

ในป่า อย่าคิดมาก) แล้วมาตดคนที่บ้าน


โรคนี้มีอาการในระยะตั้งแต่ 2-21 วน ไม่ต้องรอนาน ไม่ตองรอส่งฝาชิงโชค ได้เห็นผลในเวลาไมเกนสอง



สัปดาห






































Page 5 of 37

บล็อกเจ้าปัญหา


Posted 21st October 2014



CRYSTALLINE SILICA


“ถ้ามันเป็นซิลิกา มันก็ไม่ใช่แค่ฝุ่นธรรมดา”



นั่นคือความหมายของตัวอักษรที่ติดอยู่บนฉลากรณรงค์ใหความร ู้
เกี่ยวกับซิลิกา ที่ออกโดยกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา เพื่อ

เตือนให้ผู้ใช้แรงงานมความตระหนกถึงอนตรายและวิธีป้องกนโรคที่





เกดจากการสดหายใจเอาครสตอลไลน์ซิลิกาเข้าไป



คริสตอลไลน์ซิลิกาคืออะไร
ก่อนจะถึงตรงนั้น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ซิลิกาที่เราพดถึงอยนี้ คือ ซิลิกอนไดออกไซด์ (SiO2) ซึ่งจะม ี
ู่




อยู่สองรูปแบบคือ อะมอรฟัส และแบบครสตอลไลน์ ซึ่งแบบหลังนี้จะมีการเรยงตัวของโมเลกุลในรูปแบบซ้ำๆ

กนเป็นโครงสร้างของผลึก (คนโบราณอานว่าผะหลึก สวนเดกรุนแอนดรอย์ อานว่า ผอลึก- ครูภาษาไทย





ปัญญาอ่อนสอนกันมาแบบนี้แหละ)

ครสตอลไลน์ซิลิกา เป็นองคประกอบที่พบได้ในดิน ทราย หินแกรนิต และแร่อื่นๆมากมาย ตามธรรมชาตจะ


พบไดใน 3 รูปแบบ คือ

1. ควอร์ทซ์ – Quartz เป็นรูปแบบที่พบได้มากที่สุดบนผิวโลก ที่เราเรียกมันว่า ทราย
2. คริสโตบาไลท์- Crystobalite


3. ทริดิไมท์ – Tridymite





ทั้งสามรูปแบบนี้จะไมเกดอันตรายใดๆเลยถ้าไม่ทำให้มนกลายเป็นฝุ่นแล้วสูดดมเข้าไป



คุณมโอกาสได้รับคริสตอลไลน์ซิลิกาเข้าไปในปอดบ้างหรอยง








Page 6 of 37





บางคนที่ชักจะสงสยว่าตวเองจะมีโอกาสไดสัมผัส สูดดมเอาฝุ่นซิลิกาเข้าไปในปอดบ้างหรอยัง บ้างก็เกิดคำถาม
ต่างๆตามมาติดๆ เช่นว่า
· คริสตอลไลน์ซิลิกา อยู่ในอุตสาหกรรมประเภทไหนบ้าง



ี่
· อาชีพอะไรที่เสยงต่อการสดดมซิลิกา

· ผลิตภัณท์อะไรในชิวตประจำวัน ชีวิตไม่ประจำวัน ชีวิตสุข ชีวิตบัดซบ แล้วแต่ชีวิตใครชีวิตมัน

· แล้วมันอนตรายอย่างไร


ั๊
· ถึงตายมย

· เป็นมะเร็งเก็งกอยมย
ั๊



· ตายเร็วมย ทรมานรึเปล่า
ั๊
· รักษาได้มย

· จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเผชิญกับซิลิก้า


· จะป้องกันอย่างไร



บางคนก็ไม่ได้สนใจในคำถามพวกนั้นเลยแมแต่น้อย เผลอยงแอบคิดว่า ทุกวนนี้ เสยงเป็นเสี่ยงตายกับอย่าง

ี่





อื่นเยอะแยะ แค่ฝุ่นทราย มันจะอะไรกนนกกนหนา ว่าแล้วก็อัดบุหรี่บุ๋ยๆๆๆ เอนจอยกับมะเร็งจากนิโคตินกน


ต่อไป ถ้าคุณเป็นหนึ่งในกลุ่มหลังนี่ ก็อย่าเสยเวลาอ่านต่อเลย เสียเวลาสูบบุหรี่เปล่าๆ เอาตามสบายเลยท่าน


แต่ถ้าใครอยากรู้ ลองถามตัวเองต่อไปนี้ ถ้าคุณตอบว่าใช่ ในข้อใดขอหนึ่ง ขอแนะนำให้อานบทความนี้จนจบ

















Page 7 of 37


คุณทำงานหรือเคยทำงานประเภทนี้ หรือเคยใช้ของพวกนี้ ใช่หรือไม

• พนทราย

• ทำถนน ราดยางมะตอย
• เตาเผา

• ผลิตปูนซิเมนต
• เซรามิค โถสวม อ่างล่างหน้า ดินเผา ทำอิฐ ทำกระถางดน


• ผสมปูน
• งานกรรมกร โดยเฉพาะที่เกยวกับการผสมปูน ฉาบ ก่อ
ี่
• รื้อถอนสงก่อสร้าง อาคาร
ิ่

• อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส
• โรงหล่อ โรงหลอม ที่มีการหล่อแบบโลหะ การขัดแตงชิ้นงาน งานรื้อถอดแบบไล่ทรายออกจะเสี่ยง

มากเป็นพิเศษ
• งานทำโมลด์ งานหล่อแบบ งานขึ้นรูป

• เจาะพื้น กำแพง ด้วยเครื่องเจาะ

• ผลิตกระดาษทราย ผ้าเบรก สบู่ แกว ส


• งานเหมองแร่

• ซ่อม เปลี่ยน ไลนนิ่งในเตาเผา ในโรตารีคิลน์
• งานรีดโลหะ

• งานติดตั้ง วาง ซ่อมรางรถไฟ

• งานโลหะ เชื่อม เจีรย ขัดตัด


ื้
• ก่ออิฐ เทคอนกรีต ขัดพื้น ขดกระเบื้อง เลื่อย ตดพน

• งานขุดเจาะอโมงค





















Page 8 of 37


ถ้าถามว่า อาชีพไหนมั่ง ที่จะมโอกาสได้เป็นโรคนกะเค้ามั่ง ก็นี่เลย
ี้
• อาชีพคนงานก่ออิฐ ฉาบปูบ โบกตึก
• กรรมกรเต็มขั้น

• คนขับเครน



• คนคุมเครื่องขดเครื่องเจียร เครื่องบดแร
• คนคุมเตาอบ เตาเผาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร
• คนงานขัด แต่งผิวงาน
• คนงานขึ้นรูป ทำแบบหล่อโลหะ เซรามิค



• คนขับเพยโลดเดอร์ แบคโฮ รถขุด รถตัก รถบด รถเกรดดิน แร
• แม่บ้าน คนทำความสะอาด
• ช่างยนต

• พนักงานคุมเครื่องโลหะ พลาสติค
ื่
• คนแกะแบบและคุมเครองหล่อแบบ

• คนงานคุมเครืองจักรในเหมองแร่

• ช่างเชื่อม ช่างประกอบ


ั่
แล้ววสดุประเภทไหนมั่งล่ะ ที่พอจะมีซิลิกาให้สดกนได้มั่ง (อยากลองมงง่ะ)


• ผลิตภัณฑ์ขัดผิว เช่นกระดาษทราย ผ้าเบรค คลัทช์
• ฝุ่นถ่านหิน

• คอนกรีต
• เศษดิน เศษผง
• ทรายกรอง

• กราไฟต


• ไมกา

• ผลิตภัณฑ์จากแร
• สี
• แผ่นปูพื้น

• ปูนซิเมนต


• เพอร์ไลต
• สารประกอบขัดผิวชินงาน

• ทราย
• ซิลิเกต
• ตะกรน

• หินสบู่
• ดิน

Page 9 of 37


มาถึงตอนนี้ บางคนที่ตอบเยสไปหลายขอ


อาจจะเริ่มกงวล แตอย่าเพิ่งตกใจกระต่าย

ตื่นตูมไป ลองมาฟังคำโฆษณาเหล่านี้กน

เสยก่อนที่จะกลัวจนเกินเหต

 โรคปอดจากฝุ่นซิลิกา สามารถ


ป้องกันได 100% ไม่ได้โม เพราะ

การป้องกันเป็นเพียงทางเดียวเท่านั้น

 ในประเทศสหรัฐอเมริกาทมระบบ


สาธารณสข และการป้องกนการ


เจ็บป่วย มระบบการรายงานที่ดีมากๆ


เมื่อเทียบกับประเทศสารขนธ์อย่างเรา

มีคนเสยชีวิตจากโรคซิลิโคซิส ปีละ
300 ราย (เอง)


 จากสถตของอเมริกา เขายอมรับว่าม ี
ผู้ใช้แรงงานราว 2 ล้าน (เอง) คน
ี้
สูดดมและรอจะเป็นโรคนในแต่ละปีอย่างกระวนกระวาย
 ประเทศสารขนธ์ที่ระบบต่างๆกระปรกกระเปลี้ย รายงานมั่ง ไม่รายงานมั่ง มรัฐมนตรีสาธารณสุขที่เป็น



ตำรวจ เป็นทหาร เป็นวิศวกร เป็นมาเฟีย เป็นที่ปรึกษาพรรค ยกเวนคนที่มีความรู้ทางด้านสาธารณสุข




จริงๆ ประเทศนี้ มีผู้ใช้แรงงานราวๆ 3 ล้านคน ไมแน่ใจว่ามใครเคยเป็นโรคนีบ้างหรือเปล่า สวนมาก

ไม่มีใครโวย ป่วยก็รกษา ตายมาก็เอาไปเผา ที่จะไปชันสูตรโรคหาสาเหตุนั้นอย่าฝัน รอให คสช.สั่งกอน






อาจจะมความสขกนในไมช้า ความสขจะคืนมา ปาเทศสารขันธ์ ฮมๆๆๆ


 ถ้าไม่ได้สดดมเอาฝุ่นขนาดเล็กที่เรียกว่า ฝุ่นที่เข้าถึงระบบทางเดินหายใจ/ถุงลมปอด –Respirable dust ก ็

ไม่น่าจะกังวลอะไรนัก แต่ถ้าไม่รู้ว่าสดเข้าไปแล้วจะเป็นอย่างไร อ่านต่อให้จบ


โรคปอดจากซิลิกา
คริสตอลไลน์ซิลิกา ได้รับการจัดลำดับโดยสถาบันมะเร็งโลก – International Agency for Research on
Cancer


ั่


ว่าเป็นสารกอมะเร็งในปอดมนษย์ ชัวร์ ไม่มกั๊ก ไม่มีอกอัก กึ่กกก แบบกระทรวงสาธารณสขประเทศสารขันธ์

ที่ เป็นก็บอกว่าอาจจะเป็น แบบว่า ครือ...เออ อ้า ผมยังไม่ได้รับรายงาน..


ลักษณะของโรคปอดจากครสตอลไลน์ซิลิกามสามแบบ คือ


1. ซิลิโคสส - Silicosis
2. ทูวเบอร์ควโลซส – Tuberculosis


3. มะเรงปอด-Lung Cancer

Page 10 of 37

ั่
ทีนี้กเลือกเอา ว่าจะเริ่มตนแบบไหนก่อน ตามแต่กำลังทรัพย์ และความมุ่งมนที่จะเป็นโรคจากการทำงาน ด้วย


ุ่
การทำงานแบบสมเสี่ยง หูหนวก ตาบอด ใจปิด ไมคิดจะเปิดรับฟังขอมูลอันใด เกิดมาชาตินี้ ขอพลีชีวิตเพื่อ


นาย ตายเพื่อบริษัท ว่างั้นเซฟตี้อย่าพูดมาก หุบปาก


ั๊
ู้
อยากรมั๊ย ว่ามันเกิดอย่างไร และจะมีอาการอย่างไร ทรมานมั๊ย ตายเรวมย ค่ารกษาแพงมั๊ย ส่วนที่ว่าบริษัทจะ


จ่ายมั๊ย จ่ายเท่าไหร่ จ่ายนานมั๊ย ตอบไม่ได ว่ากนไปตามกฎหมาย
ี๋
จากรูปบนที่เห็นไอ้ตนั่งหอบแฮ่กๆอยู่ เนื้อตว

มอมแมมไปดวยฝุ่นซึ่งมส่วนผสมของคริสตอล



ไลน์ซิลิกา โดยที่ไมสามารถจะมองเห็นได ้
ด้วยตาเปล่า ฝุ่นซิลิกาขนาอเล็กมากๆ (

เล็กกวา 0.5 ไมครอน ) ไดถูกสูดเข้าไป


ทางรูจมูก เดินทางผ่านขนจมก ฝุ่น
บางส่วนถูกเยื่อเมือกที่ผนังในโพรงจมกจับไว ้

ได้โดยละมอม และจะกลายเป็นขมกในเวลา
ี้




ต่อมา สวนที่เล็ดลอดไปถงทางเดินหายใจ




บริเวณคอ ก็จะถกดกไว้ดวยเซลล์ที่มีขนและเยื่อเมือก จับฝุ่นไว้ได้บางสวนและจะกลายเป็นเสลดในเวลาต่อมา
ส่วนที่รอดไปได้จะเข้าสู่ท่อทางเดินหายใจสวนล่างในปอด และเข้าสถุงลมปอด ซึ่งเป็นถุงที่มีขนาดเล็กมากๆ ม ี

ู่


เส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำหุ้มอยู่ เรยกว่า อัลวโอไล (Alveoli)
ในถุงลมปอดนี่เอง ที่เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปทางลม
หายใจออก แต่ผลึกของซิลิกานี่สิมีปัญหา เพราะความที่มนเป็นผลึกที่มีความคม มันบาดผิวของถุงลมปอดให้เกิด

แผล และนี่กระตุ้นการโต้ตอบของระบบภูมิคมกนในร่างกาย กองกำลังเซลล์ที่เรียกว่า มาโครฟาร์จจะพรกัน
ุ้




ื่
ออกมา เข้าเขมือบสิ่งแปลกปลอมเพอกำจัดทำลาย แต่น่าอนาจ ฝุ่นซิลิกาไม่ไดถูกทำลายโดยมาโครฟาร์จแตกลับ

ทำให้พวกมนล้มตาย แล้วปล่อยสารเคมออกมานอกเซลล์ เป็นกลไกการทำให้เกิดการอกเสบ สารเคมีนี้ไปเรียก


เอาเซลล์อกพวกหนึ่งที่มรูปร่างเหมือนพระจันทร์เสี้ยว พวกมนไม่กน ผู้บุกรก แต่จะใช้วิธี รุม แบบขอคืนพื้นที่





พวกมันกลุ้มรุมล้อมผลึกซิลิกาไว้ กลายเป็นเส้นใยผังผืด และนั่นทำใหถุงลมปอด เต็มไปด้วยเซลล์และเส้นใย

แลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่ได้ แถมยังเกดอาการอักเสบ

ื่
เปลี่ยนสภาพจากสารที่มาโครฟาร์จหลั่งออกมา และนี่คือเรองราวแบบย่อของโรคปอดที่เรยกว่า ซิลิโคซิส





Page 11 of 37

ซิลิโคซิส อาการเป็นอย่างไร


โรคนี้แบ่งอาการออกเป็นสามแบบ คือแบบเรื้อรังซึ่งคลาสสิคมาก แบบเรงรีบและสุดท้ายแบบเฉียบพลัน พูด
มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะหาว่ากวนประสาท คือหยั่งงี้






 แบบเรื้อรังหรือคลาสสิคนั้น เป็นกนมากที่สุด เรยกว่าฮ็อตฮิตที่สดสำหรับคนที่ทำงานในที่ตรวจวดฝุ่น

เจอมั่ง ไมเจอมั่ง มแต่น้อยจนคิดกันเอาเองว่าไม่มีฝุ่นซิลิกา เลยไม่ทำอะไร ไม่ป้องกัน ถ้าเทียบกับการ

ี่

ผ่อนไฟแนนซ์ คือดาว์นน้อยผ่อนนาน กว่าจะเกิดอาการก็ราวๆ 15-20 ปี เช่นบางคนตอนนี้อายสสิบ


ปี กว่าจะออกอาการให้เห็นก็ใกล้เกษียนนู่นแหละ พอเกษยนก็ตายพอดี ไม่มีใครสงสยว่าตายเพราะ



อะไร นอกจากเข้าใจว่าแก่ตายเอง เพราะพวกนี้จะไมเหนอาการง่ายๆ เจออกทีกเอ็กซเรย์แล้วพบว่าปิด

เป็นจุด ถงตอนนั้นก็มีอาการหายใจไม่เตมอิ่ม เหนอยง่าย หอบง่าย เจ็บหน้าอก เพราะปอด

ื่

แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้น้อย เนื่องจากถุงลมปอดกลายเป็นสุสานสำหรับมาโครฟาร์จและเต็มไปด้วย

ุ่
ิ้


ผังผืด ผลการตรวจความจุและความยดหยนของปอดตอนสนปีจะบอกใหรู้ แต่บรษัทไหนที่ไม่ตรวจ
หรือตรวจแต่ไมมีคนมีความรู้มาแจ้งผล ก็แย่หน่อย (แบบว่าผลตรวจอยู่ในลิ้นชักแผนกไหนซักแห่ง)




 ส่วนอาการแบบที่สองที่เรียกวา Accelerated Silicosis หรอแบบเร่งรีบเกิดอาการป่วย กคือพวกที่
ทำงานแล้วสดดมฝุ่นที่มีปริมาณมากๆ ประเภทที่ว่า ฟนคลุ้งทั้งวี่ทั้งวน ระบบดูดฝุ่นมีแต่ไม่เวิรค


ุ่

หน้ากากมีแต่ไม่ใส่ พวกนี้รับฝุ่นเข้าปอดเต็มๆ แน่ละ ไอ้พวกมาโครฟาร์จทำงานหนก ตายเป็นเบือ ถุง

ลมปอดอุดตันไม่ใช่แค่ถงสองถง เกดอาการให้เห็นในระยะ 5-10 ปี ทันใจไม่ต้องรอนาน พวกน ี้



ั๊
หายใจไม่สะดวก หอบ เหนื่อย น้ำหนักตัวลด ใครไมรู้กหาว่าเป็นอย่างอน เป็นเอดส์มง เพราะยัง

ื่

หนุ่มยังแนน หารู้ไม่ ปอดเป็นจุดขาวเต็มไปหมด



ี้
 ส่วนพวกสุดท้ายหนกกว่าเพื่อน เพราะใช้เวลาแค่ไมกี่เดือน หรือสองปี ไดเหนผลแน่นอน พวกนเจอ



ฝุ่นแบบไม่มีอะไรป้องกัน ฝุ่นที่มีซิลิกามากๆ อย่าพ่นทรายแล้วไม่ใช้อะไรป้องกัน พ่นทั้งวน พวกปอด

เหล็ก แบบนี้ ไม่ต้องรอนาน ได้ฟังพระสวดเร็วหน่อย ไมลำบากญาติพี่น้อง เฝ้าไข้ไม่นาน

โรงพยาบาลไม่เปลืองยา ถ้าคณเป็นจำพวกนี้ ท่องรอไวเลย กุสะลาธรรมมา อกสะลาธรรมมา อัพพะ


ยากะตา...

แง่มุมทางกฎหมาย
แต่ละประเทศกำหนดค่ามาตรฐานที่เรียกว่า PEL- Permissible Exposure Limit หรือแปลเป็นไทยว่า



ค่าความเข้มขนของสิ่งที่เจือปนในบรรยากาศที่อนุญาตใหมีได (โดยที่กฎหมายบอกว่าปลอดภัย นายจ้าง

ไม่ต้องกังวล ลูกจ้างหามโวย)

Page 12 of 37





ประเทศออสเตรเลีย กำหนดวา ห้ามมีฝุ่นครสคอลไลน์ซิลิกาขนาดที่เข้าถึงถงลมปอดได้ไมเกิน 0.1
มิลลิกรัมตอลูกบาศก์เมตรตลอดระยะเวลาทำงาน 8 ชัวโมง






NIOSH ของสหรัฐ กำหนดใหไมเกน 0.05 มิลลิกรมต่อ ลบม.






ประเทศสารขนธ์ กำหนดให้มฝุ่นขนาดเล็กที่เข้าถงถุงลมปอด เจือปนให้ลูกจ้างสดดมได้ตามสบาย ไม ่
เกน 5 มิลลิกรัมต่อลูกบาศกเมตร คงเป็นเพราะว่าท่านผู้ปกครองประเทศเล็งเหนว่าคนไทยมีความอึด







ทนทานต่อการเกิดโรคมากกวาชาติอื่นๆ จึงกำหนดค่าความสกปรกของอากาศไว้สง นับเป็นเกยรตของ


ผองเราชาวกรรมกรไทยเป็นอย่างยิง สวนฝุ่นควอทซ์ประเทศเรากำหนดไว้ เป็นสูตรคำนวณ คือ 10
mg/M3 % SiO2+ 2

รู้ได้อย่างไรว่าไม่เกินมาตฐานตามกฎหมาย
ี้


ั้
ก็ต้องทำการตรวจวัดและวิเคราะห์ ซึ่งจะไม่ขอกล่าวรายละเอยดไว้ในส่วนน แต่ง่ายๆสนๆกคือ ต้องมีผู้
ที่มีความรู้ทางด้านสุขศาสตรอตสาหกรรม จึงจะเข้าใจเทคนค วิธีการเก็บ วิเคราะห์ตัวอยางอากาศ






ว่าแต่ว่า คณรู้หรือไมว่ามีอะไรบ้างที่เป็นฝุ่นที่อาจจะมครสตอลไลน์ซิลิกา เจือปนอยู่ อะไรบ้างที่เป็น



ส่วนผสมที่ของวัตถุดิบ ในกระบวนการผลิตของเราที่น่าจะมคริสตอลไลน์ซิลิกา



ฉบับหน้าจะมาเล่าให้ฟง เพราะฉบับนี้ก็ปาเข้าไปเจ็ดหน้ากระดาษ เวลาเขาปรินท์ไปให้อ่าน เขาจะเย็บ



รวมกัน เอาไปติดบอร์ดเป็นปึกเดยว บางที่บอรดมีกระจกล็อคกญแจ อ่านไดหน้าเดียว (เขียนเกือบ




ตาย ถย) ซึ่งสวนใหญ่ ไมคอยมีใครอ่าน ถึงอ่านก็ไมค่อยมีใครเอาไปเล่าต่อ ถึงเล่าต่อกไม่มีใครสนใจ



ชีวิตมันก็แบบนแหละ อยกันไป ขำๆ
ู่
ี้













Page 13 of 37

อธิบายสูตรฟิสิกส์ให้กรรมกรฟัง


Posted 21st October 2014



ี้
ี้
ผู้บริหารบางคนอาจจะคดว่า พวกเซฟตนี่มันเงินเดือนแพง ก็แหงละ งานที่พวกเซฟตทำ มันโคตรยาก ขอบอก

 ทำให้คนไมขึ้นไปทำงานบนที่สง โดยไม่จำเป็น ถือเป็นเรองยากในลำดับที่หนึ่ง


ื่
 ทำให้เขาเชื่อว่า การขึ้นไปทำงานบนที่สงนั้นมีความเสยงต่อการตกจากที่สูง เป็นความท้าทายใน
ี่

ลำดับที่สอง

 ทำให้เขาเชื่อว่าการตกจากที่สูงแล้วจะนำมาซึ่งการบาดเจ็บที่รนแรง อาจพิการ แขนขาหก หรือถึง

ตาย ถือเป็นความยากในลำดบที่สาม

ี่
 ทำให้เขาใส่อุปกรณ์ป้องกันตกแล้วกระแทกพื้น ถือเป็นความยากอันดับที่ส

 ทำให้เขาใส่อุปกรณ์แล้วคล้องเกี่ยวกับจุดรับน้ำหนกตลอดเวลาถือเป็นความยากอันดับที่ห้า


บริษัททั้งหลาย ที่มีนโยบายความปลอดภัย เขียนเป็นท่วงทำนองที่ว่า เราจะถอว่าเรื่องความปลอดภัยเป็นเรองที่ม ี
ื่


ความสำคัญสูงที่สุด อะไรทำนองนี้ ต้องถอว่ากล้าหาญชาญชัยมาก ผู้บรหารที่เขียนและเซ็นลงนามในนโยบาย
นั้นสมควรไดรับการยกย่อง ช่างกล้ามาก เพราะเขียนแบบนี้ พอเอาเข้าจริง ไอ้คนที่อยู่รองๆลงมา มนไม่เอาไป


ั้

ปฏิบัติหรอก อย่างในรูป ถามว่าที่กำลังทำอยู่นนปลอดภัยหรือไม่ คำตอบที่ไดก็จะมีหลากหลายมาก ถ้าไปถาม

ผู้จัดการที่เป็นคนสั่งให้ไอ้กร๊วกนี่ขนไป เขาก็คงจะตอบว่า โฮ่ย แค่นี้ ไมตายหรอก หรือไม่ก็ โฮ่ย ขึ้นไปแป๊บ
ึ้
เดียว หรือไมก็ เสียเวลาตายห่า มัวแต่ไปหาบันดงบันได ไม่ต้องทำมาหาแดกกนแล้ว ครับ นันแหละ เพราะ



เซฟตี้ไม่ใช่เรื่องสำคญที่สุดของเขา แม้มนจะเป็นเรื่องสำคญที่สุดของซีอีโอของบรษัทก็ตาม เรื่องของมึง




ื่
จะว่าไป ที่ผู้จัดการคนนี้ตอบก็ไม่ใช่เรองแปลก
เพราะว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่มอุปกรณ์ ไม่มสิ่ง


อำนวยความสะดวก จะไปหาบันได หรือแพลท



ฟอร์มที่มีบันได มราวกนตก มีล้อเขนไปมาได้
มันก็ไมมี ของบประมาณไปกถกตัดเหี้ยน




เพราะฉะนัน ความปลอดภัยในการทำงานบนที ่
สูงมันต้องต่อยอดจากนโยบายที่ว่านั่น แล้วลง

มือตรวจสอบดว่า มีงานตรงไหน แบบไหน ที่
คนต้องทำงานบนที่สูง แล้วจัดให้มีอุปกรณ ์

หรือสิ่งป้องกัน เช่น ทำทางขนทางลง มีราวกนตก มีแท่นยืนทำงาน ที่ปลอดภัย เพราะการมสิ่งเหล่านี้จะทำ
ึ้


ให้การตองทำงานบนที่สูงมความปลอดภัยมากที่สุด

Page 14 of 37

ี่


ี้

คนสวนใหญ่ มักจะโต้แย้งว่า ขึ้นไปทำแป็บเดียว ไมเสยงหรอก ไม่ตกหรอก เรื่องนต้องอธิบายกนยาวครับ
ั้
สิ่งแรกที่ต้องทำให้เข้าใจก็คอ ที่ว่าแป็บเดียว ไม่ตกหรอก นนไม่จริง ความจริงก็คอ การตกจากที่สูง ใช้เวลา


ี้
ื้
เพียงแค่เสยววนาที ที่เขาจะตกถึงพน




ื้

ตามหลักฟสกส์ มีสูตรคำนวณหาความเรวในการที่นายคนนี้จะตกถึงพน เป็นเท่าไหร่ คอ
V = (V02+2gs)1/2 หรือ V = √ (V02+2gs)
V = ความเรวตอนที่นายคนนี้ตกกระแทกพื้น

V0 = ความเร็วเริ่มต้นก่อนที่เขาจะตกลงมา ซึ่งมีค่า เท่ากับ 0
g = ความเรงอันเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก มค่า = 32.2 ฟต/วินาท2





s = ระยะทางที่เขาร่วงลงมาถงพื้น
ี้
แทนค่าสูตร เอาเป็นว่า ตู้นสง 9 ฟุต กว้าง 9 ฟุต ยาวหรือลึก 20 ฟต วางอยู่บนหางพ่วง สูงประมาณ


5 ฟุต เพราะฉะนั้น ระยะที่เขาจะตกถึงพื้นก็เท่ากับ 9+5 =14 ฟุต
V= √0 +2(32.2)(14)
V = 30.01 ฟุต/วินาที

ี้
นั่นหมายความว่า แคกระพริบตา นายคนนก็ตกถึงพื้นแล้ว จะจับจะฉวยอะไรไม่ทันหรอก




ื้
แล้วถ้าตกกระแทกพน ทำให้ปูนตรงนั้นยุบไป ¼ นิว ลองคำนวณดซว่า นายคนนีกระแทกพืนดวยแรง


เทาไหร่ ตามสตรคำนวณ


F1 = Wa / g = WG
F1 = แรงที่นายคนนี้จะกระแทกกับพื้น

W = น้ำหนักตวของนายคนนี เอาเป็นว่าประมาณ 190 ปอนด



G = ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถวงของโลก เท่ากับ 32.2 ฟุต/วนาที2


a = ความหน่วง หน่วยเป็น ฟต/วินาท2

G = แรงที่เรยกว่า G-Force


ื้
ก่อนอน เราต้องรู้ค่า ความหน่วงหลังจากกระแทกพนเสียกอน อย่างที่บอก เขาตกกระแทกพน ปูนยุบไป ¼
ื่
ื้
นิ้ว เอาไปแทนค่าในสูตร
a = V2/2d


a = ความหน่วง หน่วยเป็น ฟต/วินาท2
V = ความเรวตอนที่นายคนนี้ตกกระแทกพื้น

d = ระยะทางที่เกิดความหนวง ในที่นเราประมาณว่า ¼ นิ้วที่ปูนยุบไป

ี้
เพราะฉะนัน

a = (30.1)2 / 2(1/4*1/12)
a = 21,744.24 ฟุต/วินาที2


เอาแทนค่าในสตรคำนวณแรงกระแทก จะไดเท่ากับ

F1 = Wa/g = 190 * 21744.24 /32.2 = 128,304.5 ปอนด


Page 15 of 37




แรงกระแทกมหาศาลขนาดนี้ กระดกกระเดี้ยวไม่หก ไม่แตก ก็ไม่รู้จะว่ายังงัย อยากรู้ไหมว่าเขาจะตกถึงพื้นดวย
เวลากวินาที ลองคำนวณดูครบ

ี่
t = √ 2s/g
t = เวลาที่ใช่ในการร่อนลงกระแทกพื้น

s = ระยะทางที่เขาร่วงลงมาถงพื้น มค่า 14 ฟุต





g = ความเรงอันเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก มค่า = 32.2 ฟต/วินาท2
แทนค่าด

t = √ 2*14 /32.2
t = 0.9 วินาท


พอจะขยับปีกบินทนไหม

หาแรง G = a/g = 21744.24/32.2 = 675 แรงพอจะทำให้คอหกได้ไหม
นี่คือเหตุผลว่า คนที่ใส่ฮารนเนสขนที่สูง แล้วไม่คล้องเกยวอะไร ชอบอ้างว่าแป็บเดียวเอง ส่วนใหญ่ไปเฝ้า

ี่
ึ้


ี้

ยมบาลด้วยเวลาเพียงแค่ไม่ถงวนาที สูตรนเอาไปคำนวณดูเล่นๆก็ได้ สำหรับคนที่อยากโดดตึกตาย สมมติตก
ั๊
สูงสิบชั้น ก็ประมาณ 100 ฟุต ลองแทนค่าดูว่าใช้เวลากี่วนาที คุณจะตกถึงพื้น นานพอจะส่งไลน์มย



ทสาธยายมามากมาย ก็เพื่อใหเข้าใจว่า การทำงานบนที่สงอย่างปลอดภัย มนมีหลักที่หลีกเลี่ยงไม่ไดอย ู่




ี้
ดังต่อไปน
1. ถ้าไม่จำเป็น หรือหลีกเลี่ยงที่จะต้องทำงานบนที่สูงได้ ก็ใหหลีกเลี่ยง เช่นนำงานมาเตรียมข้างล่าง

ึ้
ประกอบเสร็จแล้วค่อยยกขนไป เป็นต้น

2. ถ้าจำเป็นต้องขึ้นที่สูง ที่นั้นจะต้องมีสภาพที่เรียกว่า Safe Working Platform นนคือมทางขึ้นทางลง
ั่

ั้
ึ้


ที่ปลอดภัย กล่าวคือขึ้นลงไดอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ปีนป่ายข้างๆนั่งร้าน แบบนนเขาไมเรยกว่าการขนลง


อย่างปลอดภัย มีราวกันตก มีราวจับ เพื่อใหสามารถจับได้เวลาเดนขึ้นเดินลง ที่เรียกว่า Three
Points of Contact และต้องปูพื้นเตม ไม่มร่องมรูที่จะตกลงไปได้ พูดแบบนก็พอจะนึกออกว่า

ี้


นั่งร้านแบบไหว้เจ้า หรือขอไปที ไม่เข้าข่ายที่ว่านเลย เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าทำ
ี้


3. ถ้าเมื่อไหร่ที่ตองออกไปนอก Safe Working Platform และมีลักษณะการทำงานที่เสี่ยงตอการตก
จะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันการตกที่เรียกว่า Fall Arresting Device เช่นฮาร์นเนส และที่สำคัญต้อง



คล้องเกี่ยวกับจุดยดรับน้ำหนกที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์เหล่านี้ต้องไดรับการตรวจสอบ


4. คนที่ใช้อุปกรณเหล่านี้ตองได้รบการฝึกอบรมใหเข้าใจวิธีใช้ที่ถกต้องและปลอดภัย





สรุปง่ายๆ




คุณและลูกน้องของคณ หรือผู้รับเหมาของคุณจะไม่ตองทำในสิ่งที่ผมพูดเลยแม้แตข้อเดยว



ถ้า “คณบินได” ตามสบายเลย พ่อคุณพอทูนหัว พ่อยอดขมองอิ่ม เอาเลยคร๊าบ เต็มที่เลยคร๊าบ


Page 16 of 37



ทำผิด กบทำพลาด เหมือนหรือต่างกนตรงไหน
Posted 4th December 2014














































รูปนี้ผมถ่ายเองกับมือ...





ครั้งที่นั่งทำงานอยู่บนชั้น 31 ของตก PS Tower แถวๆอโศก มองออกไปนอกหน้าตาง กไปเหนชายคนนีเข้า
เลยรีบคว้ากล้องมาถ่ายไว้ได้ รูปนี้เลยถกเอามาใช้ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการบริหารความปลอดภัย ใน


ั่

หลักสูตร จป.บรหาร จป.หัวหน้างาน จป.เทคนค จป.วิชาชีพ สอนมันทัั้งไทย อังกฤษ เคยไปสอนให้ฝรง



คนเดยวทโรงกลันเอสโซ สอนฝรั่งสองคนบนแท่นมูบาดาลา สอนฝรั่งที่มาเรียน จป.บรหารที่เป็นหลักสูตร



สาธารณะในที่ต่างๆมากมาย สอนที่โรงกลั่นบางจาก สอนที่โตโยต้าบ้านโพธิ์ สอนทั่วราชอาณาจักร รูปน ี้
แหละ เปิดวิสยทัศน์ได้ดีนกแล








Page 17 of 37







เรืองแรก เรืองเกยวกบการค้นพบของ H.W. Heinrich เมือปี 1930 ถ้าจำไม่ผิด
































ไฮน์ริชบอกว่า ในการเกดอุบัติการณ์ที่ไม่มีคนเจ็บ ประเภทที่ว่า ทำอะไรเสยงๆบ้าๆบอๆ อย่างนายคนนกำลังทำ
ี้
ี่

ั้

อยู่ 300 ครง แล้วไม่ทำอะไรเลย จะมีอยู่ 29 ครั้งที่ต้องมเหตการณ์ประเภทเลือดตกยางออก และมี 1 ครัง


ี้
ที่ต้องหามส่งวัด จากรูปข้างบนนั่น คุณคิดว่า นี่คือครั้งแรกของนายคนนรึเปล่า ถามฝรง ส่วนใหญ่ตอบว่า
ั่

No way!... he may have been doing this so many times! เสยงสง ถามคนไทย ตอบว่า โฮ่ย!! ด ู

จากลีลาแล้ว ไม่น่าจะใช่ครั้งแรก

พอถามว่า แล้วถ้าอย่างนน คณว่า บริษัทนี่ มี Safety Harness ใหคนงานใช้มย ม Safety Procedures



ั้


ื่
ื่
สำหรับการทำงานบนที่สูงมั๊ย มีการฝึกอบรมเรองอันตรายจากการทำงานบนที่สูงมั๊ย เรอยไปจนถึงว่า ม ี
ี๊



นโยบายความปลอดภัยมย รอยทั้งรอย ทั้งฝรั่งทั้งไทย ตอบเป็นเสียงเดียวกนว่า ม



ั้
ถ้าอย่างนน หวหน้ามนเหนมย อีกแระ ร้อยทั้งร้อยตอบว่า เห็น แล้วหัวหน้ามันทำยังงัย







พูดถึงตรงนี้ ก็ต้องอธิบายใหเข้าใจถึงทฤษฎี Swiss Cheese Model ของ Reason เพื่อย้ำประเดนว่า ต่อให ้
ั่


คุณมีระบบการจัดการมากมาย แต่ระบบพวกนนมนมีรรั่ว เมื่อไหร่ที่รูรวมันตรงกัน เมอนนอุบัติเหตุกเกิดทันที

ื่
ั้
ั้

Page 18 of 37










กลับมาทีคำถาม หวหน้ามนเหนมย แล้วหวหน้ามนทำยังงย

ี่


หัวหน้าประเภทแรก แหงนไปดู เหนไอ้นอยู่ข้างบน ตะโกนถามเลย เฮย ... เสร็จยังวะ เร่งมือเข้านะโวย...


เดี๋ยวต้องยกของขึ้นชั้น 12 .. หัวหน้าแบบนี้ มีแต่หน้า คอห่วงแต่งาน เรื่องเซฟตี้ไมเอาเลย หรือไมก็ เฮ่ย...

เร็วๆเข้า ไอ้ฟาย เดี๋ยวเซฟตี้มาเจอเข้าละมึง กูซวย... อ้าวไอนี่ ..หัวหน้าประเภทนี้ ภาษาพฤติกรรมเขาเรียกว่า




Dependent Behavior ไอพวกนี นายไมสง นายไมเหน ไมทำหรอก อย่าไปหวังกะมน บางคนแย่หนัก เจอ






ี้
ลูกน้องทำแบบน ตะโกนด่าลั่น ไอ้... ควาย ...มึงอยากตายรึงัย ไอ้เวร ไอระยำ ไอ้หอก สาระพัดคำด่า ด่า

ู้
เสร็จก็เดินเข้าต





หัวหน้าแบบนี้ไม่ได้ช่วยลด 300 ลงเลย มหนำซ้ำทำใหเกดไซด์เอฟเฟค ... พวกลูกสมนคนอื่นๆมันดอยู่ พอไอ ้

นี่ปีนลงมา มนขอจับไม้จับมือ พี่ค๊าบ ขอจับมือหน่อย แหมพนีระยำไดใจจริงๆ หวหน้าปากหมาขนาดนียังเอาพ ่ ี

ี่



ี่
ไม่ลง พี่นเป็นไอดอลผมเลย น่าน มันกลายเป็นต้นแบบความไม่ปลอดภัยไปแล้ว

ี้
เรื่องพฤติกรรมคนนี่มันน่าสนใจ สอนกันเรื่องนี้ ฮาขี้แตกขแตน เพราะเรื่องนี้มันเชื่อมโยงกับทฤษฎีมากมาย
อย่างทฤษฎี Reciprocal Determination ของ Albert Bundura ทฤษฎีลิงสามตัว





เสยดาย มาสาธยายในบล๊อก ไม่ค่อยมีใครอ่าน พวกที่อยากเรยนเรื่องพฤตกรรม ก็ไม่คอยเชื่อถือคนไทย ต้อง
จ้างฝรั่งมาสอน หมดไปหลายสิบล้าน ไปๆมาๆ มันมาสอนเรื่อง อะไรเรียกว่า Hazards สอนให้หัดสังเกต

ู่


สอนให้พูดกับคนอื่นเพื่อแก้ไขพฤติกรรมอนตราย แต่มนไมสอนหรอกว่าอะไรอยเบื้องหลังกิจกรรมพวกนั้น

ทฤษฎีพฤติกรรม ผมใช้มาทุกทฤษฎี ในที่ต่างๆ สร้างพฤตกรรมใหม่ เปลี่ยนวัฒนธรรม จากนายต้องสั่ง ไปสู่

Interdependent Behavior มาไม่รู้กี่ที่แล้ว
ที่น่าสนใจก็คือ การวิเคราะห์ให้ออกว่าสิ่งที่ปรากฏ เป็น Human Failure แบบไหน เรื่องนี้อธิบายกนยาว

หน่อย ต้องหยิบทฤษฎี HFAC- Human Failure Analysis and Classification มีอธิบายครับ รับรอง ถึง
บางอ้อ

อธิบายเรื่องนี้ ครึ่งวน ตาสวาง ขากรรไกรค้าง ฮาดีแต่มสาระ




ี้
ี้
เอาแค่นก่อน ขเกยจจิ้มแล้ว




Page 19 of 37

เรื่องลิงห้าตัว


Posted 8th December 2014


































































Page 20 of 37






ภาษาไทยก็ไมดี ภาษาเซฟตีก็ไมได้...เมอไอแคมเจอไอฟาย
Posted 8th December 2014



















ไอแคม-ICAM







คิดอยูหลายวันว่าจะเขียนเรืองอะไรทมนเข้ากบบรรยากาศ อร์นเดอะไรซ์ทูโกร หรือตองมีปัญญาซื้อข้าวกินเองคุณ












ถึงจะโต อนนีไมเกยวกบโปรแกรมสดฮต ( Earn The Right to Grow) อนใดทั้งสิ้น แต่บังเอิญมนออกเสียง
ั้


คล้ายๆกัน อย่ากระนนเลย เรามาเรียนภาษาเซฟตี้กนวนละคำสองคำ แล้วแต่พื้นที่จะอำนวย เริ่มกันดวยคำว่า

ไอแคม เขียนเป็นภาษาองกฤษว่า ไอ-ซี-เอ-เอ็ม ยอมาจากคำวา ncident Causal Analysis Model



I
เป็นแบบจำลองที่ฝรั่งมนคิด จะบอกว่าเราคิดเอง ไม่มีใครเชื่อหรอก ถงเป็นเรื่องจริงก็ไมมีทางเชื่อ จริงมั๊ย






ใช้อธิบายให้เหนว่า การที่จะทำให้เกดผลลัพท์ที่ดีมความปลอดภัย ก็จะต้องมเครองมือในการดักจับความผิดพลาด
ื่

ทั้งหลายทั้งปวงที่ใช้การได และกับดักที่ว่านี้จะดีไม่ดก็มาจากตัวบุคคลและทีมที่จะช่วยกันดูช่วยกนลดความ



ื้
ผิดพลาดลง ซึ่งนนก็ตองมาจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอออำนวยให้คนและทีมงานทำงานได้อย่างม ี
ั่


ประสิทธิภาพ และทั้งหมดทั้งสิ้นมนต้องมาจากความเอาจริงเอาจังขององค์กร พูดแบบนี้ คนที่เรียนสูงๆจะไม ่
เข้าใจ เพราะมันง่ายไป เอาแบบยากๆชัดๆ เช่น




พนักงานคนหนึ่ง กำลังนั่งเกบเศษวสดุออกจากใตสายพานหลังจากที่แผ่นบอรดมันเข้าไปติดค้างและช่วยกนแคะ




ช่วยกนเคลียร์เพิงเสร็จ ระหวางนั้นก็ปรากฏว่ารถฟอร์คลิฟท์ที่จอดติดเครื่องรออยู่ใกล้ๆ (ใกล้มากชนิดที่วาถอย

ั้

ปรูดเดียวเหยยบแบนเลย) สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คนขับรถถอยจริงๆ ตงใจว่าจะแค่ขยับรถ แตปรากฏว่ารถมันไถล



เพราะพื้นมนเปียก เลยไปกระแซะเอาคนที่นั่งอยู่ล้มลงไป นคือผลลัพท์ที่เป็นผลมาจากกับดักความผิดพลาดที่มน
ี่
หายไป กับดกที่ว่าก็คือ กฎความปลอดภัยในการขับรถฟอรคลิฟท์ที่กำหนดให้ ก่อนสตาร์ทรถอย่าเพิ่งปลด


เบรกมอ กอนออกรถใหมองซ้าย ขวา หน้าหลัง ถ้ามีคนอยใกล้ๆให้บอกใหเขาหลบไปไกลๆบีบแตรหรือตะโกน


ู่





เฮ่ย โฮย อะไรก็ได สวนคนที่อยู่ใกล้รถก็มกฎว่า ให้หลบไปให้พ้น เพราะฉะนนถ้ากับดกความผิดพลาดทำงาน

ั้





ครบถวน คนขับกตะโกน คนนั่งใกล้กหลบให้ เหตุมนก็ไม่เกิด แต่อนิจจังวัตตะสังขารา อุปาทะวะธรรมมิโน...

มันไม่ทำเลย คนขับก็ไม่ได้ใหสัญญาน ไอ้คนนั่งก็ไมหลบ ลงเอย รถเหยียบเข่าถลอก

Page 21 of 37

พี่น้องเอ้ย... เหตุทำนองนี้มันไม่ใช่เพิ่งเกิด มันเกิดมานาน คนไม่ทำตามกฎ คนที่ดูแลไม่เน้นย้ำกำชับกำชา ทีม






ไม่เวิรค สุดท้ายกฎที่มีมันก็คอยๆกดไป หายไปทีละข้อสองขอ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ถ้าวเคาระห์เจาะลึก ก็จะ
พบว่า สภาพงานที่เร่งรีบ ลุกลี้ลุกลนเพอเอาเครื่องจักรใหทำงานให้ได้ ไมรู้เหมือนกันว่าความรสึก
ื่
ู้



ึ้

สภาพแวดล้อมแบบนี้มนเกิดขนตอนไหน ทุกคนรู้แตว่า อยาให้เครื่องหยุดนาน กรู้แหละว่าเซฟตี้ตองมาก่อน






ิ้
แต่เอาไวก่อนได้มั๊ย ให้โปรดักชั่นแซงแป๊บเดียว เดี๋ยวสนปีไมมีโบนัส นี่ขนาดขายดเป็นเทนำเทท่า แว่วๆมาว่า



เมืองจีน เกาหลี เวียดนามขายไม่ดี เมืองไทยเลยตองรวมรบผิดชอบไม่เอาโบนัส (ข่าวลือ) นี่แหละคอ


สภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมคนให้คิด ให้ทำ ให้ทิ้งและหลงลืมความปลอดภัย โทษใครไม่ได้หรอกครับมันเกิด

ของมันโดยอตโนมัติ เป็นจิตวทยาของคนเรา ใครจะมาพร่ำพูดและทำแตเรื่องเซฟตี้จริงๆจังๆ เราอยู่ในโลก



ั่

ธุระกิจ และนนแหละคือความเป็นจริงที่บรรดาบิ๊กบอส จมกโด่ง หัวล้าน พงปลิ้น ตานำข้าวเขารับฟังไม่ได้

พวกนี้ท่องเป็นอยู่คำเดียว โอว เซฟตี้อสนมเบอรวันไพรออรที่Oh! Safety is our number one priority! แต ่




ั่
เอาเข้าจริงๆ จับต้องเป็นชิ้นเป็นอันไม่ม ไอ้ที่ขอไปก็หนงบกระจาย แบบนี้เขาเรยก ออกาไนซ์เซชั่น แฟคเธ่อร์


เข้าใจไหม


เวลาสอบสวนอุบัติเหตุนน ตวที่อยู่ท้ายๆทางขวามือนนหาไมยาก ส่วนใหญ่ แคถามไปกสารภาพหมดเปลือก ผม
ั้
ั้




รีบครับ ผมไมนึกว่าเขาจะไม่หลบ อีกคนก็บอก ผมไม่นกว่าเขาจะถอย


นี่ ไอ้น้อง ถามจริงๆเหอะ รบๆแบบนี้ เขาจ่ายตังค์เอ็งเพิ่มมั๊ย จะบอกให้นะ จะรีบจะไมรีบ เอ็งก็ได้ค่าแรงไป
ั่
ซื้อข้าวกนเท่าเดิม เอ็งจะรีบไปทำไมฟะ นนคือคนงาน




ส่วนผู้บรหาร มอยู่ที่หนึ่ง จ้างเราร่างโครงการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยน เราก็ทำให้อย่างละเอยด

ทุกทฤษฎีที่หยิบใช้ ทดสอบมากับมือ ใช้มาตั้งหลายแห่ง เปลี่ยนโรงงานนรกเป็นบ้านแห่งที่สองมาก็หลายที่



เสนอราคาไปไมถึงล้าน ไมเอา ไปจ้างฝรั่งมาทำ เสียไปสี่สบล้าน... ไอ้นี่ไม่เคยทำงานอะไรเลย มันมาท่องๆ
ถุยๆให้ฟัง...
ี้





จะบอกให้นะ เมองนอก ไม่มหลักสูตร อาชีวอนามยและความปลอดภัยผลิตเซฟตเกงๆแบบเราหรอก (ไมเก่ง
จริงไม่กล้าด่าใครออกอากาศ) พวกเซฟตี้อย่างมาก ก็มาจากพวกจบไฮสกูล พวกทหารเรือ จบอย่างมากก็แค่ใบ
ู้
ประกาศ แต่ไม่รเป็นงัย พอฝรั่งพูด คนไทยพยักหน้างึ่กงั่ก ฝรั่งมา โอ้โฮ ผู้จัดการทั้งหลาย ขยันเดนโรงงาน

กนไข่ดนบวม ไข่เหนียวเลย


เรื่องเดียวกน เซฟตี้คนไทยพดจนปากจะฉกถึงรูทวารหนก ไม่ฟัง ไม่ทำ ฝรั่งเอาตีนชี้ทีเดียว พรุ่งนี้เสร็จ เฮ้อ





ไอ้ฟาย... สอนระบบบรหารความปลอดภัย คนไทยสอนมันไม่ฟัง..จ้างฝรั่งมาสอน เสยตงค์ไปสิบสองล้าน นั่ง


ี่
พยักหน้างั่กๆ สอนเรื่องเดียวกันเลย สมน้ำหน้าดีมย ไอ้เวร (ไม่เจาะจงใคร) นแหละ บางทีเลยไม่อยากพูด
ั๊

ภาษาไทย เขยนภาษาไทย มนไม่ขลัง ตองปนภาษาฝรั่ง หรือไมกสอนเป็นภาษาอังกฤษซะเลย เอาเข้าจรง แม่ง






ฟังภาษาอังกฤษไมรู้เรื่อง ระยำจริง กูนกว่าเก่ง ไอ้หอก


ขออภัย พูดไทย(ดีๆ)ไมค่อยชัด
Page 22 of 37

Amputation ฉับเดียว เสียวไปนาน


Posted 9th December 2014




























ไม่ต้องบรรยายต่อแล้วใช่มั๊ย วา Amputation แปลว่าอะไร


เคยไปสัมภาษณ์งานอยู่ที่หนึ่ง เขาถามผมว่า คุณไมเคยทำงานในโรงงานปิโตรเคมีมาก่อน คุณจะทำงานเซฟตี้ได ้
หรือ (สมัยนั้นยังไม่อยากเข้าวงการเคมี)




ู่



ฟังให้ดีนะไอ้น้อง งานเซฟตี้เนี่ย ต่อให้อยโรงน้ำปลา โรงงานบดขี้หมอัดเมด ถ้ามนจะเก่ง มนกเก่งไดเท่ากน






เพราะมนเรียนตำราเล่มเดียวกน บางคนอยู่โรงปิโตรเคมี ทั้งชีวิตมันไดทำอยู่เรื่องเดียว คม รปภ. คุมพนกงาน



ดับเพลิง คุมห้องพยาบาล คมห้องฝึกอบรม เหลี่ยมมุมมันยงไม่เท่าพวกที่เผชิญโลกมาหลากหลายอตสาหกรรม


เจอเครื่องจักรมาสาระพด เจอปัญหามาร้อยแปด อย่าถามคำถามโง่ๆอีก เข้าใจไหม

กลับเข้าเรื่องดกว่า ว่าแต่ว่า เอ็งรู้มั๊ยว่าการป้องกนการกุดดวนเนี่ย ตองทำยังงัย



ไม่ต้องทำท่านกนาน กูรมึงคดไม่ออก เพราะวนๆนั่งแต่ในห้องคอนโทรลรูม งานซ่อมมึงก็ไม่ทำเอง จ้าง



ู้

ผู้รับเหมาตลอด เผลอๆแอบไปตั้งบริษัทมารับเหมางานตัวเองอีกต่างหาก จะบอกให้ ลูกนองมึงนนแหละโคตร
ั่
กร่างๆ ที่โดนยึดบัตรไล่ออกไปเมื่อสามวันก่อน มันบอกมันจะมาฟ้องมึง (ขอโทษครับ ฟนไปหน่อย อดีต

ี้

วญญาณเฮยนสมัยเป็นเซฟตี้หนุ่มๆเข้าสิง)



Page 23 of 37




ิ้
การป้องกันคนถกเครื่องจักรกัดนวกุด ง่ายมากครับ ข้อแรก ก็อย่าเอานิ้วแหยเข้าไปให้มนกัดสิครับ เขาบอกให ้
หยุดเครอง ตัดพลังงาน ล็อกกญแจแขวนแท็ก ก็ทำเถดครบ ทำให้มันอยู่ในสภาพที่เรียกว่า ซีโร่อเนอร์จี้สะ

ื่




เตจ (Zero Energy Stage) น่ะ ทำงง ไหนบอกอยู่ปิโตรเคมงัย แค่นี้ทำโง่
ข้อสอง อยากแหย่ก็แหย่ไป แต่อย่าให้เข้าถึงจุด โอปะเรติ้งพอยท์ (Operating Point) หรือจุดที่เครื่องจักร

กระทำใดๆกับชิ้นงาน เช่น บด บี้ อัด ตัด เฉอน ขูด เยบ ไส ถาก ถาง กลึง เจียร์ รีด รูด ดด ดึง







ิ้
ึ่

ทึ้ง แทะ สาระพด เขาเรยกวา โอปะเรตงพ้อยท์ อกจุดหนงก็คือ พาวเวอร์ทรานสะมดชั่นพ้อยท์ (Power
transmittion point) อย่างพวกสายพาน พูลเลย์ โซ่ เฟือง เพลา ล้อ อะไรพวกนั้น และส่วนประกอบอื่นๆที่

ี้
เป็น มูฟวิ่ง แมคคานคอล พอยท์ เติมเอส ที่พูดมาขอนก็คอ เรื่องการป้องกนการเข้าถงเครื่องจักร ที่เรยกว่า







แมชีนการดดิ้งงัย เข้าใจยัง
ถ้าจะไล่เรียงไป ก็ตองเริ่มต้นตั้งแต่ออกแบบเครื่อง ออกแบบ

ื่


ระบบป้องกัน การตดตั้ง การซ่อมบำรุง เรื่อยไปจนถงเรอง
หญ้าปากคอก คือการใช้ ไม่ใช้ ถุงมือในการทำงานกับ


เครื่องจักรที่มีมูฟเม้นท์ที่เป็นอนตรายตอการฉุดดึง เอาถุงมอ



เข้าไปตดแล้วพาลทำให้มึอถูกกดถูกทับจนขาดไปด้วย

สมัยก่อน กฎหมายไทย ห่วย มีแคกว้างๆ ในประกาศ


กระทรวงมหาดไทย สมยนี้ กฎหมายดี รัดกุม แตคนบังคับ

ใช้ห่วย สรุปก็คือ ยังห่วยเท่าเดิม






พวกหวยคงเสนคงวากคือพวกประกนสงคม กองทนเงน

ทดแทน ตอนเก็บเงินเขา ขาดสลึงขาดสตางค โวยวายราวกบ


จะตาย พอเขาเจ็บป่วย เบิกยากแสนยาก



พวกนีน่าจะสงไปอยูอหร่าน ทีนัน เขามเครืองทำใหกด สำหรับพวกขีขโมย พวกชอบข่มขืนกระทำชำเรา เขาจับ









มาลงโทษ เอามือยัดเข้าเครื่อง ฉับเดียว กุดเลย
ไปดีกว่า เสียวว่ะ



Page 24 of 37


Entanglement ฉุดกระชากงับๆ

Posted 10th December 2014








































Entanglement


แปลเป็นภาษาไทยว่าฉุด ดึง รั้ง พวพน ติดอรุงตุงนัง อะไร

ประมาณนั้น คำนี้จะพบเหนตามป้ายเซฟตี้เล็กๆที่ติดอยู่ข้างเครื่องจักร



เช่นตรงฝาครอบโซ่สายพาน พูลเล่ หรือตรงจุดที่มการหมนเคลื่อนที่
ื่
ื้
ของชิ้นส่วนของเครองจักรที่อาจจะเกิดการฉุด ดึงเอาผม เสอผ้า



เครื่องประดับ เนคไทด์ เข้าไป หรือแมแต่การที่จุดเหล่านี้จะดงถุงมอ

แปรงทำความสะอาด ผ้าขริ้ว นิวมอ หรือแขนของคนงานเข้าไป

ี้

ในการทำงานตามปกตกับเครองจักรที่มีจุดหมน จุดหนีบประเภท
ื่



Running In Nip point ที่ไมมีการ์ดป้องกันและคนงานต้องมีการป้อนวัตถุดิบ เช่นกระดาษ หรือแผ่นวสดุ
หรือวตถุดิบเข้าไปในเครื่องเพอรีด บด อัด เคลือบ สาระพดจะทำ สภาพทำนองนี้จะเกดอุบัติเหตุและเกดการ




ื่
ู้

บาดเจ็บต่อคนงานที่ค่อนข้างรนแรง เช่น คำว่า Crushing ซึ่งหมายถึงการบดบี้ บดขยี้ (ฟังดูแล้วอาจจะรสึก
วาบหวาม) แตถ้าดูภาพประกอบข้างล่างอาจจะได้อีกอารมณ์หนึ่ง

Page 25 of 37

ี้
อย่างรูปนเป็นเด็กคุมเครื่องพิมพ์
กำลังป้อนกระดาษแล้วลูกกลิ้งของ

เครื่องพิมพ์มันดึงทั้งกระดาษและมือ


ของเขาเข้าไป อีตอนถกดึงมนคงไม่ได ้

รู้สกวาบหวามอะไรแต่อีตอนครัชชิ่ง

หรือบดขยีนสิ ความรสกตอนนั้นมัน
ี่
ู้

คงสุดจะบรรยาย สดท้ายเขาก็ได้รับ


การช่วยเหลือ กระดกนิ้วมือและแขน
หักหลายที่ นนคือตัวอย่างของภาษา
ั่
เซฟตสองคำที่เกยวข้องกับคำวา เอ็นแทงเกิ้ลเม้นท์ แต่ในหลายๆกรณีคนที่ถกดึงเข้าไปในเครื่องจักรอาจจะไม ่

ี้

ี่
โชคดีทุกคน เพราะเครื่องจักรบางอย่างมันมีแอ็คชั่นแบบ
Cutting, stabbing and puncturing


ซึ่งก็คือ บาด ทิ่มทะลวงและเจาะทะลุ ส่วนใหญเหยื่อมกจะกลับบ้านด้วยสภาพสุดสยองอย่างเจ้าของมอนี้เป็น


สาวอสานมาทำงาน

แถวเมืองชล โรงงานอาหารกระป๋อง คุมเครื่องบดเนื้อ ถุงมือของเธอเข้าไปติดในเครื่อง ตอนแรกก็ยังไม่ลึกมาก

ื่

เธอหยุดเครื่องทันแล้วขอใหเพอนคนงานอกคนมาช่วย แต่บังเอิญ อีนังนั่นมนเป็นคนเขมรพูดไทยไม่รเรื่อง
ู้


บอกใหกดปุ่มเดนเครื่องย้อนทาง มันดันกดปุ่มเดินเครองต่อ นิ้วของสาวเคราะหร้ายเลยกดหมดเลย
ื่































Page 26 of 37


ื้
รูปนี้ออกจะวาบหวามไปสักนิดเพราะคนเจ็บถูกถลกเสอไปหมด และเสียชีวตคาเครื่อง เหตุเกิดจากการที่เสื้อผ้า

หลวม กรยกราย ทำงานใกล้ๆเครื่องจักรที่หมุนดวยความเรว เมื่อเครื่องดึงเสื้อเข้าไปก็ติดเข้าไปทั้งตัว พวกที่




ชอบแต่งตัวแบบเพื่อชีวิต ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ใสกางเกงหลุดตูด เสื้อหลวมโครก ระวงให้ดี ส่วนพวก
ื่
หน้าตาดี มาจากออฟฟิศกรงเทพผูกไทด์ใส่สายคล้องบัตรพนักงานก็ระวัง เพราะคนหน้าตาไม่ดีที่คุมเครอง

อาจจะหมั่นใส้เอาได้ แล้วปล่อยให้ดิ้นกระแด่วๆตอนสายคล้องบัตรถกดึงเข้าเครื่อง








































วิธีป้องกนอันตรายจากเอ็นแทงเกิ้ลเมน, ครัชชิ่ง, คัตติ้ง, สะแต๊บบิ้ง, พั๊งเจอริ่ง, เทือกนี้ต้องเรมจากการ


ิ่


ออกแบบเครื่องจักรที่ปลอดภัย มการ์ดที่ดี มือ นิ้ว เข้าไปไม่ได้ มีระบบหยุดเครื่องจักรอัตโนมติเมื่อฝาครอบ


ถูกเปิดออก เมอจะมีการซ่อมแซม ต้องมการตัดไฟ ติดกุญแจ เก็บกญแจของตัวเอง ใครทำใครติด อย่าไปคิด
ื่


ื่
ว่าคนอนใสกุญแจแล้วตัวเองไมต้องใสเพิ่ม คิดแบบนี้ไมรอดมานักต่อนักแล้ว





ต้องขออภัยหากรูปประกอบมีความน่าหวาดเสียวมาก แตท่านเชื่อหรอไม่ ว่าอนตรายประเภทเอ็นแทงเกิ้ลเมนท์จะ


ไม่มีทางเกดได้เลยถ้าคนไม่เอามือแหยเข้าไประหว่างที่เครองจักรทำงาน ร้อยทั้งร้อย ไปถามดูเถอะ จะตอบเป็น
ื่

เสยงเดยวกน “ กูรีบ”





Page 27 of 37

อีสามตัว


Posted 19th December 2014



















































การทำอะไรที่ไม่ปลอดภัย หรอที่เรยกว่าอันเซฟแอกชั่น เป็นพฤติกรรม ที่คนเราเป็นกนทุกคน ที่ทำแบบนั้น ม ี
คำอธิบายได้ว่า

“ก็ทำแบบนี้มาเป็นร้อยๆพันๆครั้ง ไม่เห็นเป็นอะไร”



ปีนบันได ก็ไม่เหนต้องมีคนจับ บันไดขะโยกขะเยก ก็ใช้มาเป็นชาติแล้ว ไม่เห็นเคยตก สายไฟแบบนี้ก็ใช้กัน

ทุกที่ ไมเห็นเคยโดนไฟช๊อตสกที ลงบันได ไม่เคยจับราว แถมโทรศพท์อีกต่างหาก ไม่เคยตกบันได จะอะไร


กนนักกนหนา


เมาแล้วขับ ก็เรื่องธรรมดา ไม่เหนจะเคยชนใคร แว่นนก็เหมือนกน ใส่แล้วปวดตา ปวดหัว บีบขมับ คับจมูก

ี่


ท้องผูก คลื่นใส ใข่ดันบวม โอ๊ย รำคาญ ร้อยทั้งรอยครับ ถ้าโดนไปสักที จะไม่ทำแบบนั้นอกเลย


ทั้งหมดนัน เป็นพฤตกรรม หรือทเรียกว่า บีเฮฟวิเออร Behavior





Page 28 of 37

ุ้



ภาษาไทยแบบคนคนเคยกัน เรียกว่า สนดาน (น่าจะหมายถึงพฤตกรรมแยๆที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกแก้ไม่หาย)








นักวิชาการดานความปลอดภัย เริมหนมาสนใจเรืองพฤตกรรม กนมานานพอสมควร หลังจากทใช้ความ
พยายามป้องกนอุบัตเหตุ ด้วยมาตรการต่างๆ ไมว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือ เทคนิคทางวิศวกรรม การฝึกอบรม



การออกกฎ ข้อบังคับ
ี้

สมัยก่อน ผมเรยกวิธีพวกนว่า ทฤษฎีอีสามตว 3E

ทฤษฎีอีสามตัว
เป็นเรื่องที่ผมเขียนลงวารสารบริษัทสมยอยโรงไฟฟ้าเอกชน จั่วหัวเรื่องแบบนี้เลย ส่งใหอีนางสนมของ เจ้านาย

ู่





นังนี่เป็นผู้จัดการแผนกประชาสัมพนธ์ ปรากฏว่าไมถึงครึ่งชั่วโมง มนส่งต้นฉบับกลับมา บอกว่า หวเรื่อง ไม ่



สุภาพ อ้าว อีนี่... ก็ตัวอีสามตัวจะให้อ่านยังไง อสามตวไมสภาพตรงไหน

อีแรก คืออเอนจิเนียริง Engineering คือวิศวกรรม



อีที่สอง คืออีเอดยเคชั่น Education คือการใหความรู การศึกษา






อีที่สาม คืออีเอนฟอร์ซเม้นท์ Enforcement คอการใช้กฎกตกา

ื่

อีเวรนี่ ไม่ทันอ่าน ตีเรองกลับ จะเอาเรื่องที่เป็นวิชาการเซฟตี้ กนี่งัยอหอก นี่แหละวิชาการสำคัญเลยนะมึง


ื่
(สมัยก่อนนั้นผมปากจัดมาก จำได้ว่าอีนี่โดนผมด่าเป็นหมันไปเลย) มันไมเอาเรื่องผมไปลง ตัดเรองผมออก
แล้วไปเขียนคอลัมนเอง เลาะรวโรงงาน มีแตเรื่อง หมาเจ้านายชื่อนนชื่อนี้ อย น่ารกอยางนั้นอย่างนี้ แหวะ
ั้


ู๊
ั้









ใครอยากรูวะ ว่าหมาเจ้านายชืออะไร มนชอบแดกใสกรอกบีเคพี อควาย (ขออภัย พูดถงอนีแล้วมนเดอด




ดาล พทโธ ไว้ เย็นไว้ หายใจเข้า พธ หายใจออกโธ)







กลับเข้าเรื่องดกว่า ทฤษฎีอสามตัวเหมือนว่าจะเอาอยู่ อย่างอนตรายจากการข้ามถนน มอนตรายเกดจากรถรา



ขวักไขว่ ชนคนก็ตาย ชนกนเองก็พง แกด้วยวิธี
วิศวกรรมทำยังไง กสร้างสะพานลอย

ไง สะพานลอยนีเป็นวิธีทางวิศวกรรมทผมไมค่อย




เห็นในประเทศไหนๆ ที่เมืองไทยนี่เยอะสุดแล้ว

กะว่าสร้างสะพานลอยเสร็จ ผู้คนจะข้าม จะใช้มน
แต่เปล่าเลย วิ่งข้ามถนนเหมือนเดิม สะพานลอย

กลายเป็นทสำหรับขอทาน หรือพวกโจรขโมยใช้ทำ


มาหากน
Page 29 of 37

สะพานลอยไมเวิร์ค คนยังวิงข้ามถนนใตสะพานลอย ผูบริหาร





หัวเหม่ง ไมท้อถอย วิ่งข้ามถนนใต้สะพายลอยใช่มั๊ย ทำราวกน
ั้




เลย ทำรั้วกน ยาวไปเลย ทำเสร็จแล้วเป็นไง มนปีนข้ามรัว
วิ่งข้ามถนนใตสะพานลอยเหมอนเดิม รถชนตายท่าเดิมเลย


ทีนี้กรณรงค์กนเป็นการใหญ ใช้อีตัวที่สอง เอ็ดยเคชั่น ให ้





ความรู้ ทำป้ายโฆษณาแล้วงัย ทั้งเดกผู้ใหญ่ นักเรยนนกศกษา



ครูบาอาจารย์ ปีนรั้ว วิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอย เช่นเดิม



ใช้อีตัวสดท้าย Enforcement อาตำรวจมาไล่จับไล่ปรับ เอาจ่าเฉยมาตั้ง เอากล้องมาติด โอ้ว แมเจ้า... ประเทศ

ู่
สาระขนธ์นี่ สามอียังเอาไม่อย เลยต้องยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปประเทศกนยกใหญ่ (ไปนู่นได้ยังไง)

ทฤษฎีเขาน่ะดี ครับ แต่ไม่สามารถเข้าถึงพฤติกรรมคนไทย เมื่อสักครู่ผมแปลว่าไงนะครบ อ๋อ ไม่เข้าถึงสันดาน


ี้
คนไทย ครับๆ ทำนองนั้น พราะว่าทฤษฎีทางพฤตกรรมมนละเอยดอ่อน น่าสนใจ มาถงตรงน เลยจะเล่าให ้





ฟัง ว่า มีทฤษฎีอะไรบ้าง ที่เกี่ยวกับพฤตกรรม Behavioral Science


เอาจากเกามาหาใหมเลยนะครบ

ทฤษฏีเอ็กซ์วายแซท XYZ บางคนงงๆ ทฤษฏีอะไรวะ ฟังดูเหมือนหนังเอกซ์ ไอ้นก็เหมือนกัน เมืองนอกมันไม ่
ี่





รู้จักกนหรอก หนังเอกซ์ เอกซ์มูฟวี่ ไปหาซื้อ ฝรั่งมนงง มันคดว่ามันฝรั่งทอดกรอบ

ี้
ทฤษฎีเอ็กซ์วายนี่ ค้นพบโดยฝรั่ง (คนไทยเรียกชาวต่างชาติว่าฝรั่ง น่าจะเพยนมาจากคำว่า
ฟร้านซ (France) พวกฝรั่งเศษ หรอพวก ฟร้านเซส ทำนองนั้น ไอ้ฝรั่งนี่มันชื่อว่า ดั๊กลาสแมคเกรเกอร์

ี่
ั๊
ั้



ค้นพบเมอปี 1960 ก่อนผมเกิดห้าปี ตอนนนผมคงยังเป็นสมภเวสีอยู่มง ไอ้นมันบอกว่า คนเรามสองแบบ คือ




พวกเอกซ ป็นคนจำพวกขเกยจมาแต่อ้อนแตออก ใช้คำว่า อินเฮียรเรนทลี่ คอเกิดมากมขี้ติดมาเลย เรียกขี้ชนิด
ี้







นี้ว่าขี้เกียจ
ดั๊กลาสบอกอีกว่า พวกนี้ไม่ชอบทำงาน จะต้องคอยกำกับบังคับบัญชา กันอย่างใกล้ชิด เผลอเป็นหลับ ขยับ
ู่
เป็นแดก ทำนองนั้น เทคนิคการบริหารพวกเอ็กซ์ก็ต้องใช้การลงโทษ ถึงจะเอาอย แบบว่า ออกมาชูสามนิ้ว

ใช่มั๊ย ไปจับไปอาบน้ำกันในคายทหาร พวกนี้ต้องเจอท่าเกบสบู่ อะไรทำนองนน

ั้


Page 30 of 37






อกพวกหนึงคือพวกวาย คนแบบนีเป็นประเภททะเยอทะยาน กระเหยนกระหอ กระตอรือร้น พวกบ้าพลัง


อย่างเจ๊เนตรนี่แหละ



คนแบบวาย การทำงานมนโคตรสนุก เหมือนเล่น ไมเคยเบื่อ เลย ต่างกับพวกเอ๊กซ์ ไอ้พวกนี้ ขนาดใหเล่น

ี้

จัดงานปีใหม่ งานแฟมิลี่เดย์ ไอ้พวกนยังเบื่อเลย ขนาดไม่ได้ทำงานนะ โฮๆๆๆ โดนละด โดนหลายคนเลย
พวกวายนี่ ขืนทำโทษ โกรธจนลูกบวช แตถ้าชมนิดชมวันละหน่อย พวกนี้ทำตายเลย มนบ้ายอ






จริงๆแล้ว ไอ้ดกลาสมนค้นพบทฤษฎีนี้ทีหลังปู่ย่าตายายเราเสียอก ทฤษฎีรกววให้ผูกรักลูกให้ตรักสามีใหหยก



ั๊
รักกิ๊กให้มือถือ เราเจอก่อนมันอีก



ทฤษฎีในการสร้างแรงจูงใจของดั๊กลาสเกดขึ้นและต่อยอดมาจากทฤษฎีของ อับบราฮม มาสโลว 1943 ที่บอกว่า



มนุษยเราเนี่ย จะมีแรงจูงใจทำอะไรก็ตอเมื่อความตองการในแต่ละขั้นๆได้รับการตอบสนองก่อน




ความตองการขันตำสดของมนุษย์กคือ ความ

ต้องการทางกายภาพ ท้องตองอิ่ม มีน้ำดม ม ี

ื่
ที่หลับนอน มีที่ขับถ่าย ถ้าคนยังหว ไม่มีบ้าน

ไม่มีส้วม ไม่มเซ็กซ์ ไม่ไดสืบพันธุ์ จะไปบอก




มันบอกว่า เฮย ใส่แวนนะ ใส่เอยร์ปลั๊กดิ ใส ่


เซฟตี้ฮาร์นเนสนะ มนไมสนหรอก บริษัทก ็


เหมือนกน ยอดขายไมดี กำไรไม่มี ขาดทุนทุก



เดือน โบนสไม่มี จะใหทำเซฟตี้ ฝันไปเถอะ
ความต้องการขนแรกไดรับหมดแล้ว มีบ้าน ม ี

ั้
ี้

รถ มเมีย คราวนก็เรื่องความปลอดภัย บ้านก ็
ั๊

ต้องปลอดภัย กันฝนกนแดด ร้อนไปใช่มย ซื้อฝ้าตราช้างมาติดดิ ดีนะ ของเค้าดี มงานมีการทำ สภาพจิตใจ



สภาพร่างกาย ด พวกนี้ ใหทำเซฟตี้ เขากเอา


ี้

ขั้นต่อมา ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง พวกนเริ่มแสวงหาเพื่อนฝูง บางคนนั่งดเฟสบุคทั้งวน ใครส่งอะไรมา กูยังไม ่


อ่านเลย กดไลค์ไปก่อน เพื่อนจะได้รก พวกที่มีเมยแล้วตอนขั้นที่หนึ่ง กเริ่มหารักแท้ ความสุขสมทางเพศ






จากคูรักใหม คนไทยเรียกกกกก

มีครบหมดแล้ว ขั้นเอสตีม พวกน เรมแสวงหาความภาคภูมใจ อย่างเล่นการเมือง เป็นนายก ไปไหนมีแตคน
ี้
ิ่


ั่
ยกมือไหว้ ใครๆนับหน้าถือตา มือเป็นฝักถว(บางคนยกนิ้วกลางให้ยังคิดว่ามันยกมือไหว้เลย รับไหว้ปะลกปะลก
Page 31 of 37

ขั้นต่อมา พวกที่แสวงหาความสุขสุดยอด ทำอะไรแปลกๆ เช่น กระโดดร่มดิ่งพสุธาตอนอายุเก้าสิบแปด ดำน้ำ

แต่งงานกลางทะเลลึก แสวงหาโมกขธรรม หาทางบรรลุจุดสุดยอดทางใจ (ต่างกับพวกแรกนะครับ ไอ้พวก






แรกมวิธีถึงจุดสุดยอดเหมือนกน แตสุขไมเท่ากัน พวกนั้นมนสุขแปบเดียว)
ทฤษฎีมาสโลวนี่ ผมใช้บ่อยๆ บางทีเห็นพวกฝรั่งเอามาใช้แล้วขัดใจ เพราะเวลาจะให้รางวัลคนงาน พวกฝรง
ั่

ี๋

บอกว่า อย่าไปแจกของ แจกเงิน แจกมาม่า แจกกาแฟ เดยวจะเคยตวแบบทฤษฎีเอ็กซวาย ให้แจกเป็นใบ
ประกาศนยบัตร สงสารคนงาน รับรางวัลเซฟตี้ดเดน ไดใบประกาศไปใบหนึ่ง พอถึงบ้าน พ่อๆ ได้อะไรมา





ี่
พ่อบอก นี่งัย กระดาษน เอาไป(แดก) มันไม่ใช่ง่ะ ให้รางวัลไม่ตรงความตองการ แรงจูงใจมันไม่เกิด กูรู้
ไม่ให้โบนสแต่ให้ใบประกาศ เพราะพวกมงขี้ตืด อย่ามาอ้างสงเดช ไอฟาย (ต้องใหหลวงพสั่งสอนอกสองป๊าบ
ี่





ไอ้พวกนี้)























ความเข้าใจเกยวกับเรองพฤตกรรมอย่างชัดเจน จะทำให้เราแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยได้อยางมีประสิทธิภาพ

ื่
ี่





และสุดท้ายแล้ว พฤตกรรมที่ปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นเรือย ๆในองค์กร กจะทำใหเกดสภาพหรือบรรยากาศการ


ทำงานที่คนหมู่มากทำตามๆกัน อย่างปลอดภัย เหมือนอย่างเรื่องลิงห้าตัว ไว้วนหลังจะมาขยายความตรงนี้ต่อ
ี้

วันนีเอาไว้แค่นก่อน








Page 32 of 37

ยางระเบิดดังปุ


Posted 19th December 2014

























อุบัติเหตุที่ทำให้สถิติแตกโพละ ที่เพิ่งเกดที่โรงงานของเราที่ชลบุรี ทำให้ต้องย้อนกลับมาดสิ่งที่ซ่อนเรนอยู่ใน



กิจกรรมต่างๆที่นอกเหนอไปจากงานที่เกี่ยวกับการผลิตและการซ่อมบำรงปกติ งานพวกนี้มักไมค่อยมีใครสนใจ

ประเมินอันตรายและจัดการกบความเสี่ยง งานพวกนี้มักจะทำโดยคนไมกี่คน ทำอยู่ในมุมมืด แดนสนธยา ไม ่


ค่อยมการตรวจ การอบรม หรือมาตรการใดๆ



งานถอดเปลี่ยนยาง เตมลมยาง รถตกแร่ รถบรรทุก รถยก ที่ทั้งคนทำและคนยนดูมองข้ามอันตรายไปโดย

สิ้นเชิง
ปะยาง เติมลมยาง ถอว่าเป็นงานกระจอกสำหรับช่างทั้งหลาย พวกเก๋าๆ ไม่ทำเองส่วนใหญ่ใช้เดกใหม่ทำ



มากกวา



















รูปที่เหน เป็นการถ่ายโดยใช้กล้องความเร็วสูง 1500 ภาพต่อวินาที จับภาพของยางที่กำลังถูกเติมลม โดยมหุ่น

ุ่

เด็กปั๊มชะตาขาดยืนดูอยู่ ภาพสุดท้ายยางระเบิดสลัดกระทะล้อที่ทั้งใหญ่และหนกกระแทกใบหน้าและศีรษะหนตัว
นี้ ผลก็คือ ตายคาที่



Page 33 of 37


ี้

แล้วคุณละ เคยไปยืนดูช่างเปลี่ยนยางเติมลมใกล้ๆแบบนหรอไม่ ถ้าเคย แนะนำให้โอนมรดก หนี้สน ที่ดน









ลูกเมยใหคนอนซะ เพราะไมนานหรอก เมยจะเป็นหมาย ลูกจะกำพร้า เจ้าหนี้จะชวดไดเงินคืน





















มาตรการป้องกน



 ก่อนการเติมลมยางควรตรวจสอบสภาพยาง น็อตกระทะล้อและสภาพของกระทะล้อ ใหดีว่าอยู่ในสภาพที่
ชำรุดหรือไม

 วางยางในคอกเติมลม


 ตรวจสอบหัวเติมลม สาย และตัววัดแรงดนลม
ื้
 กันพนที่อย่าให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้
 สวมแว่นตานิรภัยทุกครั้ง เพราะแรงระเบิดจะซัดสาดเศษหินเศษดินเข้าตาแตกได้ง่ายๆ


 อยาเตมลมเกนพกดกำหนด





 อย่าใช้แกสหรอความร้อนเป่ากระทะล้อที่ใส่ยางที่เติมแล้วเด็ดขาด


 สำหรับพนักงานแวร์เฮาส อย่าเข้าใกล้ยางล้อรถทมาบรรทุกของจนเต็มแล้วโดยไม่จำเป็น อย่าใช้ฆ้อน ท่อน


เหล็กเคาะเช็คลมยางรถที่บรรทุกของ หรอยางที่วิ่งมาร้อนๆ











Page 34 of 37

กระทำการโดยประมาท ใครทำไว้วะ


Posted 19th December 2014



ั่
อยากได้แบบนี้มงจัง

กฎหมาย บิล ซี-45


ประเทศแคนาดา ออกกฎหมายแก้ไข
กฎหมายอาญา และประกาศใช้มาตั้งแต ่

ปี 2004 สิบปีมาแล้ว กฎหมายฉบับน ี้

กำหนดความรับผิดชอบเกยวกบความ




ปลอดภัยและสขภาพในสถานประกอบการ
และกำหนดโทษขั้นรุนแรงในการละเมิด


กฎหมายจนเป็นสาเหตุทำให้เกดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต กฎหมายฉบับนี้ยังเอาผิดกับองคกร รวมถึงระดับกลุ่ม
บริษัท ผู้กระทำการแทน และผู้ที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลการทำงาน




กฎหมายนีเพมข้อความลงไปในหมวดใหม ของกฎหมายอาญาเลย เป็นหมวด 217.1 ใจความว่า




บุคคลใดๆที่ทำ หรอมีหน้าที่ ในการกำกับดูแลถึงวิธีการทำงาน หรอทำหน้าที่ใดๆของบุคคล มีหน้าที่ตาม








กฎหมายที่จะตองรับผิดชอบขั้นตอนต่างๆที่สมเหตสมผลในการป้องกนไมให้เกดอนตรายจากการทำงานนันตอ



บุคคลนันหรือบุคคลอนๆ ข้อ 22.1 และ 22.2 ในกฎหมายอาญา ให้เอาผิดกับองคกร และผู้ทำการแทน สำหรับ

ื่
การละเลยและการฝ่าฝืนอนๆ
ทำไมแคนาดาออกกฎหมายในหมวดนี


กฎหมายฉบับนีเรียกอกอย่างว่า เวสตเทรย์ บิล สืบเนองมาจากเหตการณเหมืองถ่านหินเวสตเทรย์ที่เมอง โน






ื่
วาสโคเทียระเบิดเมื่อปี 1992 สงผลให้มีผู้เสยชีวิตเป็นคนงานทั้งหมด 26 ราย เหตุการระเบิดเกิดจากการติดไฟ





ของแกสมเธน ซึ่งแม้ว่าจะมการร้องเรียนจากคนงาน สหภาพแรงงาน และหน่วยงานราชการกอนหน้านน แต ่
ั้


บริษัทไม่ดำเนินการอะไรอย่างดีพอ จนเกดเหตุโศกนาฎกรรมขึ้นในที่สุด

ตำรวจและหน่วยราชการจับมอใครมาดมไม่ได้สกคน ได้แตยนกุมกระดือตาปริบๆ เหมอนเมืองไทยเลย กฎหมาย





เพียบ แต่ใช้ไม่ได้เลยซักฉบับ "นี่กเห็นร่ำๆจะเลือกนายก เลือกรัฐมนตรโดยตรง กูว่า ไม่ต้องเลือกเลยดีกว่า

อยู่กนไปแบบนี้แหละ เบื่อก็ลุกมาประท้วงกนที ปฏิวัตกันทีนึง มันส์ดีออก (ผีผู้ชุมนุมเข้าสิงครับ ผมไม่ได้พด




เองนะ)"
Page 35 of 37




ที่สหรัฐอเมริกา มการฟองในข้อหา Wrongful Death แปลเป็นไทยกคือ ผิดเต็มๆจนเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแกความ




ตาย กคือว่า สามารถฟ้องร้องเอาผิดกบคนที่ทำให้บุคคลอนเป็นที่รักของผู้ฟ้องถึงแกความตาย เนื่องมาจากการ



ปล่อยปละละเลย หรือ Negligence การฟ้องรองค่าเสยหายยงสามารถไล่เบี้ยไปถงบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่



รับผิดชอบ และหนวยงานที่รบผิดชอบสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายจนถึงตาย อย่างเช่น ไอ้พวกขุดถนน ไมตั้งป้าย




ไม่กั้นรั้ว ไมติดไฟ ไม่ให้สญญาน แล้วรถวิ่งตกลงไปตาย แบบนี้ ถ้าเป็นที่อเมริกา สามารถฟ้องเอาผิดกับคน
ึ่
ที่เกยวข้อง ยาวไปจนถึงกรมทางหลวงที่รับผิดชอบงานนั้น เรียกว่าฟ้องกันให้รวยไปข้างหนง บางคนตาลุก
ี่
โพลง แหม ช่างดีเสยนกระไร ไอ้แก่กับกกมน ขับรถไปตกหลุมตายดั่งใจแล้วยังฟ้องไดตังค์ เรียกค่าเสยหาย
ี่

ิ๊




จากการตายของบุคคลอันเป็นที่รักดวย (อุแหวะ) การฟ้องแบบนี้ยังรวมไปถึง การที่คนงานเสยชีวิต จากการ


กระทำหรือไมกระทำของนายจ้าง แหมฟังดแล้ว อยากให้เมืองไทยมีแบบนี้มั่งจัง




ยกตวอย่าง คดี เมื่อปี 2010 ศาลสั่งให้บรษัทแหงหนงจ่ายค่าเสยหายแกเด็กสองคนที่ต้องสูญเสยพ่อไปในการ


ึ่



เกิดอุบัตเหตุจากการทำงาน เป็นวงเงินถึง 1.6 ล้านเหรยญสหรัฐ หรือคดเป็นเงินไทย ที่ค่าเงินบาท ด่อก

แด่ก 30 บาทตอดอลลาร์ เท่ากับ 48 ล้านบาท ไงล่ะ



จะว่าไปแล้ว กฎหมายไทยก็มีนะ ไอ้ข้อความทำนองนี ใน พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามย และ
สภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 แต่โทษที่กำหนด อย่างมากก็แค่ตดคกหนึ่งปี ปรับไม ่



เกน 400,000 บาท ส่วนใหญ ก็ไม่เคยถึงคนใหญ่ๆโตๆใน


บริษัท อย่างมากก โฟร์แมน ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง งานก็จะ


เอาเรว เซฟตี้ก็ไม่ให้งบใหเวลา
ื่

ิ้
คนงานโดนเครองตัดนวกุด เหลือสามนิ้ว ไอนี่ ถ้าไปเดิน

เกะกะแถวอนุสาวรีย์ มหวังโดนข้อหากระทำการอนกอความ


ิ้

ไม่สงบ พกพาสามนวไปในที่สาธารณะ คสช.รับไม่ได
โดยเอาไปปรับทัศนคติแน

กฎหมายอาญาของบ้านเรานะเรอะ เฮอะ (กว่าจะตีความว่ากระทำการ
โดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ชีวิต แล้วฟ้องกันจบ กว่าจะไปต่อ
คดีแพ่ง คดีมนล้มตั้งแต่ขยับตดออกจากโรงพักแล้ว





Page 36 of 37

Page 37 of 37


Click to View FlipBook Version