The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ภาวิณี, 2024-05-13 00:10:46

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2566

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2566

ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะสมอง EF โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ชื่อผู้วิจัย จินตนา แทนไธสง ตำแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านคูขาด(สถิตย์อุปถัมภ์) ปีที่วิจัย 2566 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะสมองEFซึ่งเป็นผลมาจากการสังเกตพฤติกรรมในการ ทำแบบฝึกความพร้อมทางด้านการเรียนของเด็ก ในขณะที่ครูให้เด็กทำกิจกรรมศิลปะ พบว่า มีนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 3 จำนวน 2 คน ไม่สามารถสร้างผลงานได้ส่งผลให้เด็กขาดความมั่นใจที่จะทำงานเนื่องจาก วาดภาพไม่ได้ ทำแบบฝึกหัดความพร้อมไม่ได้ทำให้เด็กไม่มีความพร้อมที่เรียน จึงควรได้รับการพัฒนาทักษะ สมอง กลุ่มประชากรเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านคูขาด(สถิตอุปถัมภ์) จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 5 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 วาดภาพและระบายสี ตามจินตนาการ กิจกรรมที่ 2 ปั้นดินน้ำมันตามจินตนาการ กิจกรรมที่ 3 วาดภาพด้วยสีน้ำ กิจกรรมที่ 4 ไม้พันสำสีสร้างรูปภาพจากสีน้ำกิจกรรมที่ 5 ฉีก ปะ ติดกระดาษ และแบบทดสอบความพร้อมทางด้านการ เรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการเปรียบเทียบแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า จากการเปรียบเทียบคะแนนความพร้อมทางด้านการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังใช้กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แล้วเทียบกับข้อมูลเต็มปรากฏผลดังนี้ ด้านนักเรียน นักเรียนมีทักษะความพร้อมทางการเรียน ด้านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ดีขึ้น ดังนี้ คนที่ 1 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 30 จากคะแนนเริ่มต้น 8 คนที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 40 จากคะแนนเริ่มต้น 10


ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ในการจัดการเรียนการสอน สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นวัยที่ควรได้รับการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนา พัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้เหมาะสมกับวัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนใน ระดับสูงต่อไป จากการสังเกตพฤติกรรมในการทำแบบฝึกความพร้อมทางด้านการเรียนของเด็ก ในขณะที่ทำ กิจกรรมศิลปะ พบว่า มีนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 2 คน ไม่สามารถสร้างผลงานได้ส่งผลให้เด็ก ขาดความมั่นใจที่จะทำงานเนื่องจากวาดภาพไม่ได้ ทำแบบฝึกหัดความพร้อมไม่ได้ทำให้เด็กไม่มีความพร้อม ที่เรียน จึงควรได้รับการพัฒนาทักษะสมอง EF ดังนั้นผู้วิจัยเห็นว่า การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ทำให้เด็ก ได้รับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จากการทำกิจกรรมที่เด็กริเริ่มและครูริเริ่ม การสร้างประสบการณ์พัฒนา EF ผ่านการจัดกิจกรรมศิลปะ ส่งเสริมทักษะสมอง EF เพราะขณะที่เด็กกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะ เด็กได้คิด อย่างอิสระ ได้ตัดสินใจด้วยตนเอง และลงมือสร้างสรรค์งานโดยไม่ต้องพะวง ถึงความสวยงาม หรือความถูกผิด ของผลงาน กิจกรรมศิลปะ ช่วยเสริมสร้างให้เด็กๆได้สร้างสรรค์ และทำให้เกิดความเข้าใจในโลกรอบตัว ผลงานจะเป็นการแสดงถึง สิ่งต่างๆรอบตัว ที่เด็กได้มีประสบการณ์เดิมอยู่ หรือบางครั้ง เป็นการแสดง ความรู้สึก และบางครั้ง เป็นการแสดงถึงความคิดใหม่ๆ ของตัวเด็กเอง สามารถส่งเสริมด้านการอ่านได้จาก ผลงานทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปธรรมมากกว่าการเขียนตัวหนังสือ นอกจากนั้นการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ยังช่วยฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีกล้ามเนื้อ มือที่แข็งแรง ส่งผลดีต่อการเขียนภาพ เขียนสัญลักษณ์ ตัวหนังสือและตัวเลขได้ดี วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาทักษะสมอง EF ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 2. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 2 คน ตัวแปรในการวิจัย ตัวแปรต้น การใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ตัวแปรตาม ทักษะสมอง EF ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3


ระยะเวลาในการดำเนินการ วันที่ 5 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 - วันที่ 22 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะสมอง 2. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาศิลปะ 3. นักเรียนสามารถนำทักษะที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน วิธีดำเนินการวิจัย การดำเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะสมอง EF ของนักเรียนชั้นอนุบาล ปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 โดยการใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยดำเนินการตามแผนที่วางไว้ดังต่อไปนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน โดยการใช้แบบทดสอบความพร้อมทางด้านการเรียน จำนวน 1 ชุด ( จำนวน 4 ข้อ 20 คะแนน ) 2. นักเรียนทำกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ สัปดาห์ละ 5 ครั้ง ครั้งละ 40 นาที เป็นเวลา 3 สัปดาห์ รวม 15 ครั้ง 3. บันทึกผลหลังการจัดกิจกรรม ในแบบบันทึกผลการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 4. ทดสอบหลังเรียน โดยการใช้แบบทดสอบความพร้อมทางด้านการเรียน จำนวน 1 ชุด ( จำนวน 4 ข้อ 20 คะแนน ) ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน จำนวน 1 ชุด 2. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ จำนวน 5 กิจกรรม กิจกรรมที่ 1 วาดภาพและระบายสีตามจินตนาการ กิจกรรมที่ 2 ปั้นดินน้ำมันตามจินตนาการ กิจกรรมที่ 3 วาดภาพด้วยสีน้ำ กิจกรรมที่ 4 ไม้พันสำสีสร้างรูปภาพจากสีน้ำ กิจกรรมที่ 5 ฉีก ปะ ติดกระดาษ 3. แบบบันทึกผลการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์


การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. นำแบบทดสอบก่อนเรียนอ่านคำชี้แจงให้เด็กฟัง และให้นักเรียนทำแบบทดสอบทีละข้อจนครบ 4 ข้อ ( 20 คะแนน ) ใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1 ชั่วโมง 2. จัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ วันละ 1 กิจกรรม ใช้เวลาในการเก็บ รวบรวมข้อมูลวันละ 1 ชั่วโมง ใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ทดสอบกับนักเรียนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมด 15 ชั่วโมง 3. นำแบบทดสอบหลังเรียนอ่านคำชี้แจงให้เด็กฟัง และให้นักเรียนทำแบบทดสอบทีละข้อจนครบ 4 ข้อ ( 20 คะแนน ) ใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1 ชั่วโมง 4. นำผลคะแนนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนบันทึกลงในแบบบันทึกผลทดสอบความ พร้อมทางด้านการเรียนและเปรียบเทียบคะแนนความพร้อมทางด้านการเรียน ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยเปรียบเทียบคะแนนความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละของคะแนนเต็ม แบบบันทึกผลทดสอบความพร้อมทางด้านการเรียน รายชื่อนักเรียน คะแนนก่อนฝึก คะแนนหลังฝึก คะแนน ความก้าวหน้า คิดเป็นร้อยละ ด.ญ. มัทนา เย็นเฉื่อย 8 16 30 ด.ช. มีนา ธรรมสุนา 10 18 40


สรุปการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีทักษะสมอง EF เพิ่มมากขึ้น และจากการเปรียบเทียบคะแนนความพร้อมทางด้านการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังใช้กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์แล้วเทียบกับข้อมูลเต็มปรากฏผลดังนี้ ด้านนักเรียน นักเรียนมีทักษะความพร้อมทางการเรียน ด้านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ดีขึ้น ดังนี้ คนที่ 1 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 30 จากคะแนนเริ่มต้น 8 คนที่ 2 ได้คะแนนเพิ่มขึ้นโดยรวมคิดเป็นร้อยละ 40 จากคะแนนเริ่มต้น 10


การอภิปรายผล จุดประสงค์ในการวิจัยครั้งนี้เพื่อพัฒนาทักษะสมองของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ ผลจากการเปรียบเทียบคะแนนความพร้อมทางด้านการเรียนของนักเรียน ก่อนและหลังใช้ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ แล้วเทียบกับข้อมูลเต็มดังปรากฏผลในตารางพบว่า นักเรียนมีทักษะสมองเพิ่มขึ้น ซึ่งผลการวิจัยครั้งนี้สอดคล้องกับทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์นไดด์ ( Edward L.Thomdike ) เกี่ยวกับกฎ การเรียนรู้ ในเรื่องของกฎแห่งการฝึก คือการฝึกหัดซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า กับการตอบสนองที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้นานและคงทนถาวร ในเรื่องของกฎแห่งความพร้อม ( Law of Readiness ) คือสภาวะของบุคคลในการเริ่มเรียนรู้ให้เกิดผลซึ่งแบ่งเป็น ทางด้านร่างกายและจิตใจ และยังแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ความพร้อมตามธรรมชาติและความพร้อมที่เกิดจากการฝึก ( วรายุทธ ทวี ลาภ , 2552 ; 94 ) ซึ่งพิจารณาจากผลของคะแนนความสามารถในการทำแบบทดสอบ ความพร้อม ทางด้านการเรียน นักเรียนมีทักษะความพร้อมทางด้านการเรียนเพิ่มขึ้น แสดงว่านักเรียนมีทักษะในการอ่าน และการเขียนดีขึ้น จากการได้ทำกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยการทำแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ ทำให้ นักเรียนเกิดความพร้อมทางการเรียนที่เกิดจากการฝึก ข้อเสนอแนะ ข้อค้นพบจากการทำวิจัยในครั้งนี้ พบว่า การเตรียมความพร้อมทางด้านการเรียนให้กับเด็กปฐมวัย เป็นสิ่งที่สำคัญ การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จากการทำ กิจกรรมที่เด็กริเริ่มและครูริเริ่ม สามารถส่งเสริมด้านการอ่านได้จากผลงานทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปธรรม มากกว่าการเขียนตัวหนังสือ นอกจากนั้นการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ยังช่วยฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อ เล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรง ส่งผลดีต่อการเขียน ภาพ เขียนสัญลักษณ์ ตัวหนังสือและตัวเลขได้ดี นอกจากจะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อมือให้กับเด็กแล้ว กิจกรรมนี้ยังทำให้เด็กมีความสุขในการเรียน เกิดความสนุกสนานในการทำกิจกรรม การที่เด็กได้ฝึกทำซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อมือดีขึ้นและที่สำคัญครูต้องคอยเป็นผู้ แนะนำดูแลเอาใจใส่เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน


กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 5 กิจกรรม


การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะสมอง EF โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ผู้ทำวิจัย นางจินตนา แทนไธสง นางสาวภาวิณี สอนศิลปพงษ์ โรงเรียนบ้านคูขาด(สถิตย์อุปถัมภ์) สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น


Click to View FlipBook Version