[ทฤษฎสี ีกบั การเลือกจับคสู่ ผี า้ ในการทาผลิตภัณฑ์งานผ้า] ครูภรู ิชภูมิ สิงห์ด้วง
ทฤษฎสี ีกับการเลอื กจับคู่สีผ้า ในการทาผลิตภณั ฑ์งานผ้า
รจู้ ักวงจรสี
(วงจรสี 12 สี)
วงจรสี คือ สที ี่เกดิ จากการผสมกนั เปน็ คู่ เริ่มตั้งแต่ แม่สี 3 สี ผสมกันแล้วเกิดเป็นสีใหม่ข้ึนมา แล้วนาสี
ใหม่ที่เกดิ ขึ้น มาจับค่ผู สมกันอกี ก็จะไดส้ ใี หมเ่ กิดขึ้นมาอีก มีการจบั คผู่ สมกนั จนครบวงจรสดี งั ภาพด้านบน จะได้
สีทัง้ หมด 12 สี โดยมีการแบง่ ขัน้ ของสี เปน็ 3 ขนั้ ดงั น้ี
1.แมส่ ี หรอื สขี น้ั ท่ี 1 (primary colors) มี 3 สี
ได้แก่ สเี หลือง สแี ดง สนี ้าเงิน
[ทฤษฎสี ีกบั การเลือกจับคสู่ ผี ้า ในการทาผลิตภัณฑ์งานผา้ ] ครภู ูรชิ ภมู ิ สิงหด์ ้วง
2.สีข้ันท่ี 2 (secondary colors) คอื การนาแม่สี 2 สมี าผสมกัน จะออกมาเป็นสขี น้ั ที่ 2 ได้อกี 3 สี ดงั นี้
สีเหลือง ผสมกับ สแี ดง = สีสม้
สีแดง ผสมกบั สีน้าเงิน = สมี ่วง
สนี า้ เงิน ผสมกับ สเี หลือง = สเี ขียว
3.สขี นั้ ที่ 3 (tertiary colors) เกดิ จากการผสมสีขั้นที่ 2 เข้ากับแม่สี ก็จะได้ สีขั้นที่ 3 อกี 6 สี ได้แก่
ส้มเหลอื ง ส้มแดง
ม่วงแดง ม่วงน้าเงิน
เขยี วนา้ เงิน เขียวเหลือง
[ทฤษฎีสกี ับการเลือกจับคู่สผี า้ ในการทาผลิตภัณฑ์งานผ้า] ครภู รู ชิ ภมู ิ สงิ หด์ ้วง
การใช้ทฤษฎสี ีมาจบั ค่สู ี และความรสู้ ึกของกลุ่มสี
1. จับคสู่ ีโดยใชท้ ฤษฎี วรรณะของสี (Tone)
วรรณะสีร้อน ให้ความรู้สึกตามช่ือของวรรณะสี คือ ให้ความรู้สึก ร้อนแรง อบอุ่น สดใส ร่างเริง
และสนุกสนาน
ได้แก่ สีม่วง
สีม่วงแดง
สีแดง
สีแดงส้ม
สีส้ม
สีส้มเหลือง
สีเหลือง
วรรณะสีเย็น ให้ความรู้สึกตรงกันข้ามกับวรรณะสีร้อน คือ ให้ความรู้สึก สุภาพ สงบ ลึกลับ
หรูหรา สดชื่น เย็น สบาย
ได้แก่ สีเหลอื ง
สีเหลืองเขียว
สีเขยี ว
สีเขยี วนา้ เงิน
สีน้าเงิน
สีนา้ เงนิ มว่ ง
สมี
[ทฤษฎสี ีกับการเลือกจับคูส่ ผี ้า ในการทาผลิตภณั ฑ์งานผา้ ] ครูภรู ชิ ภมู ิ สงิ หด์ ้วง
สีที่เปน็ ไดท้ ั้งวรรณะรอ้ นและวรรณะเยน็
ได้แก่ สีเหลือง และ สีมว่ ง จะอยไู่ ด้ท้งั สองวรรณะ ขนึ้ อยกู่ ับสแี วดล้อม เชน่
หากนาสีเหลืองไปไวก้ บั สีแดงและสม้ กก็ ลายเป็นสีวรรณะรอ้ น แต่หากนามาไวก้ บั สี
เขียวก็จะเปน็ สีวรรณะเย็นทนั ที
สกี ลาง
เปน็ สที ่ีเข้ากบั สีอื่นได้ทกุ สี ได้แก่ สนี ้าตาล สีขาว สเี ทาและดา สเี หลา่ น้ี (ภาพการแบง่ วรรณะสี จากวงจรส)ี
เมือ่ นาไปใช้งาน จะลดความรนุ แรงของสอี ่นื และจะเสริมใหง้ านดูเด่นย่งิ ขึ้น
2. จับคูส่ โี ดยใช้ทฤษฎี สีค่ตู รงขา้ ม (Complementary Colors)
สคี ูต่ รงขา้ ม คอื สีทอ่ี ยตู่ รงขา้ มกนั บนวงจรสี เปน็ สีทม่ี ีคา่ สตี ดั กันอยา่ งชัดเจน โดยสีคู่น้จี ะให้ความรู้สึก
รุนแรง จัดจ้าน ฉดู ฉาด การใช้สคี ู่ตรงข้าม จะทาใหภ้ าพสะดดุ ตา สมี ีความตัดกนั อยา่ งมาก สรา้ งความร้สู กึ เปน็
เอกลักษณ์ในการอยเู่ คียงคู่กัน เช่น หาดทราย สีส้ม กบั น้าทะเล สีฟ้า เปน็ ต้น
(ตวั อยา่ งการจับคู่สีตรงข้าม สีสม้ กับ สีฟ้า) (ตวั อย่างการจบั คูส่ ตี รงขา้ ม สเี ขยี วเหลอื ง กบั สมี ว่ งแดง)
[ทฤษฎสี ีกบั การเลือกจับคสู่ ีผ้า ในการทาผลิตภัณฑ์งานผ้า] ครูภรู ิชภมู ิ สงิ ห์ด้วง
3. จบั คูส่ โี ดยใชท้ ฤษฎี สตี รงกนั ขา้ มเย้อื ง (Split Complementary Colors)
เป็นการเลือกสีเพ่ิมอีก 2 สี ท่ีอยู่เยื้องมาทางซ้ายและทางขวาของสีคู่ตรงกันข้าม จะได้ท้ังหมด 3 สี
ใหค้ วามรู้สึกเป็นสที ่ตี ัดกัน แตค่ วามรุนแรงของความตัดกันจะนอ้ ยกวา่ การใชส้ ีคตู่ รงกนั ข้ามโดยตรง และได้ความ
หลากหลายของสีมากข้ึน
[ทฤษฎสี ีกบั การเลอื กจับคสู่ ีผา้ ในการทาผลิตภัณฑ์งานผ้า] ครภู รู ชิ ภมู ิ สงิ หด์ ้วง
4. จับคสู่ ีโดยใชท้ ฤษฎี สีท่ีใกลเ้ คยี งกนั (Analog Colors)
คอื การเลอื กใชส้ ที เ่ี รียงตดิ กันในวงจรสี จานวน 4 สี หรือ 3 สี จะให้ความรู้สึกกลมกลืน มีความสัมพันธ์
กนั ดูเรียบง่ายและเข้ากนั ไดอ้ ยา่ งดี
[ทฤษฎสี ีกับการเลือกจับคสู่ ีผา้ ในการทาผลิตภณั ฑ์งานผ้า] ครภู รู ชิ ภูมิ สงิ ห์ด้วง
5. จบั คูส่ โี ดยใชท้ ฤษฎี สไี ตรสัมพนั ธ์ (Triad Colors)
คือการใช้สีสามสีท่ีอยู่ห่างกัน โดยจะอยู่ท่ีมุมของสามเหล่ียมเเต่ละมุม จะได้ท้ังหมด 3 สี เป็นกลุ่ม
เดียวกัน ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา สร้างความเด่น และสะดุดตา เป็นสีท่ีตัดกัน แต่ตัดกันโดยน้าหนัก ไม่ใช่ตัดกัน
โดยแทจ้ รงิ แบบสคี ู่ตรงกนั ขา้ ม สีไตรสัมพันธ์จะเป็นสีท่ีอยู่ในวรรณะใดวรรณะหน่ึงอยู่ 2 สีและอยู่อีกวรรณหน่ึง
1 สี เชน่ วรรณะเย็น 2 สี และวรรณะร้อน 1 สี หรือ วรรณะร้อน 2 สี และวรรณะเยน็ 1 สี
[ทฤษฎสี กี บั การเลอื กจับคสู่ ผี า้ ในการทาผลิตภัณฑ์งานผา้ ] ครูภรู ชิ ภูมิ สงิ หด์ ้วง
6. จบั ค่สู โี ดยใชท้ ฤษฎี สีจตสุ มั พนั ธ์ (Tetradic Color)
คือการใช้รูปแบบส่ีเหลี่ยมบนวงล้อสี คล้ายกับการใช้สีไตรสัมพันธ์ แต่แตกต่างกันตรงที่ เป็นการใช้สี
4 สี เปรียบเหมือนมีรูปสี่เหล่ียม วางอยู่บนวงล้อสี และตรงมุม 4 มุม ก็จะเป็นสี 4 สี ที่เข้าชุดกัน สีจตุสัมพันธ์
ใชค้ วามตดั กันของสตี รงกนั ขา้ มผสานเข้ากับสที อี่ ยใู่ กลเ้ คียง ใหค้ วามรู้สึกน่าหลงใหลให้กับช้ินงาน สีจะไม่รุนแรง
มากและมีความหลากหลายของสีมากขนึ้
สีจตุสัมพันธ์ เป็นสีท่ีมีค่าของสีที่ตัดกันโดยน้าหนัก ไม่ใช่ตัดกันโดยแท้จริงแบบสีคู่ตรงกันข้าม
แตน่ ้าหนกั ที่ตัดกนั น้นั จะนอ้ ยกว่าสีไตรสมั พันธ์ และสีจตุสัมพันธ์นี้จะเป็นสีท่ีอยู่ในวรรณะใดวรรณะหนึ่งอยู่ 2 สี
และอยอู่ กี วรรณหน่งึ 2 สี เช่น วรรณะเย็น 2 สี และ วรรณะรอ้ น 2 สี
[ทฤษฎีสกี บั การเลอื กจับคสู่ ผี ้า ในการทาผลิตภณั ฑ์งานผ้า] ครภู รู ชิ ภูมิ สิงหด์ ้วง
จติ วิทยาของสี (colour phychology)
สแี ดง ตืน่ เต้น เรา้ ใจ
สแี ดงออ่ น ความประณีต ความเยือกเย็น ความหวาน ความสุข
สแี ดงเข้ม มีอดุ มคติสูง ยง่ิ ใหญ่ สมบูรณ์
สชี มพู สีแห่งความเป็นหนุม่ สาว สแี หง่ ความรกั ความม่ันใจ
สนี ้าเงนิ สีแหง่ ความเชือ่ ม่ัน หนกั แนน่ สภุ าพ
สฟี ้าอ่อน ราบรน่ื ร่มเยน็
สเี หลอื ง สว่างสดใส ร่าเริง
สีแสด ต่นื ตัวเรา้ ใจ สนุกสนาน
สมี ว่ ง หรูหรา ลึกลบั มฐี านะ
สเี ขียวอ่อน สดชน่ื ร่าเรงิ เบิกบาน
สีเขยี วแก่ ความเป็นผ้ใู หญ่ คลายความตรงึ เครียด มีความสมดุล
สีดา คลาสสิก มพี ลัง ลกึ ซ้งึ เป็นทางการ หรหู รา
สีน้าตาล อบอ่นุ แขง็ แรง ทนทาน เรียบงา่ ย เป็นผใู้ หญ่
สเี ทา ขรึม สุภาพ มีระเบยี บ