ส่อื การเรยี นร้สู าระทอ้ งถ่ินโดย
สำ�นกั งานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
ชอ่ื จูงน้องทอ่ งกระบี่
เร่อื ง รัตนา คชนาท
ภาพ วิภาวี จันทรวงศ์
โครงการ สรา้ งสรรค์สือ่ การเรยี นรู้สาระทอ้ งถิน่
เลขมาตรฐานประจำ�หนงั สอื 978-616-235-255-3
บรรณาธกิ ารอำ�นวยการ
อารยะ มาอินทร์
ทัศนัย วงศ์พิเศษกลุ
ผ้ชู ่วยบรรณาธิการอ�ำ นวยการ
วราพร ตยานกุ รณ์
วภิ าศยั นิยมาภา
ฉตั ราภรณ์ กงสิน
ภัทจรีย์ จนั ทรหนู
ปาลดิ า เรือนวงค์
นนั ธนา เจริญภักดี
ทัศนยี ์ ประกอบพร
บรรณาธกิ ารดำ�เนนิ งาน
ชัยฤทธ์ิ ศรโี รจนฤ์ ทธิ์
ขอขอบคุณ
กิตติชยั เอ่งฉ้วน
ออกแบบรูปเล่มและปก
ชลาลยั บัวเพม่ิ
พิมพค์ ร้งั แรก ๒๕๕๙ จ�ำ นวน ๓,๐๐๐ เล่ม
สงวนลขิ สทิ ธ์ิ c สำ�นักงานอทุ ยานการเรยี นรู้ สำ�นักงานบริหารและพฒั นาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
สำ�นักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
เจ้าของโครงการ
สำ�นักงานอทุ ยานการเรยี นรู้ (สอร.)
สังกัดสำ�นักงานบรหิ ารและพฒั นาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
ส่วนบรกิ าร ศนู ยก์ ารคา้ เซ็นทรลั เวลิ ด์ ช้นั ๘ Dazzle Zone ถนนราชด�ำ ริ ปทมุ วนั กรงุ เทพฯ ๑๐๓๓๐
โทรศัพท์ ๐ ๒๒๕๗ ๔๓๐๐ โทรสาร ๐ ๒๒๕๗ ๔๓๓๒
สว่ นสำ�นกั งาน ๙๙๙/๙ อาคารสำ�นักงานเซน็ ทรลั เวิลด์ ชั้น ๑๗ ถนนพระราม ๑ ปทุมวนั
กรงุ เทพฯ ๑๐๓๓๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๖๔ ๕๙๖๓-๕ โทรสาร ๐ ๒๒๖๔ ๕๙๖๖
www.tkpark.or.th
คำ�นำ�
ภารกจิ ส�ำคญั ตอ่ สงั คมประการหนงึ่ ของส�ำนกั งานอทุ ยานการเรยี นรู้ คอื การปลกู ฝงั
นิสัยรักการอ่าน และการกระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้อง
กับความสนใจของเด็ก เยาวชน และประชาชน ในรูปแบบห้องสมุดมีชีวิตท่ีสร้างสรรค์บน
พน้ื ฐานการมสี ว่ นรว่ มของภาคสว่ นตา่ งๆ โดยส�ำนกั งานอทุ ยานการเรยี นรไู้ ดร้ ว่ มกบั องคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถนิ่ ในภูมภิ าคต่างๆ เพอื่ ขยายผลการด�ำเนินงานดังกล่าว
การสร้างสรรค์ส่ือการเรียนรู้สาระท้องถ่ิน ให้มีรูปแบบการน�ำเสนอท่ีทันสมัยและ
ดึงดูดความสนใจ เป็นเคร่ืองมือท่ีส�ำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งส�ำนักงานอุทยานการเรียนรู้เห็นว่า
มีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนสนใจการอ่านและใฝ่หาความรู้อย่าง
ต่อเนื่อง โดยน�ำเรื่องราวภูมิปัญญาสาระท้องถิ่นใกล้ตัวที่สอดคล้องกับวัย การด�ำรงชีวิต
พรอ้ มกบั สอดแทรกแนวคดิ ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มาเปน็ เนอ้ื หาของสอื่ การเรยี นรสู้ �ำหรบั
เยาวชนตามช่วงวัย ตั้งแต่ ๓ – ๑๒ ปี
สื่อการเรียนรู้สาระท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ชุดนี้ ส�ำนักงานอุทยาน
การเรยี นรไู้ ดร้ ว่ มกนั สรา้ งสรรคก์ บั นกั วชิ าการและนกั เขยี นในทอ้ งถนิ่ เพอื่ ใหเ้ ดก็ และเยาวชน
รวมท้ังประชาชนทั่วไปในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ ได้รับความรู้และความภาคภูมิใจ
ในวัฒนธรรมและท้องถ่ินของตน รวมทั้งก่อให้เกิดความเข้าใจและการยอมรับในวิถีชีวิต
วฒั นธรรมท่ีหลากหลายตามบริบทพ้ืนทแ่ี ละสภาพแวดลอ้ มทแ่ี ตกตา่ งกันออกไป
ส�ำนกั งานอุทยานการเรียนรู้ มงุ่ หวงั ว่าหนังสือชดุ นีจ้ ะเป็นสอ่ื การเรียนร้อู กี ชดุ หน่งึ
ทจ่ี ะส่งเสรมิ การอ่านและการเรียนรู้ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่ึงหมายถึงเปน็ หนังสือทผ่ี อู้ า่ น
อ่านอย่างมีความสุข สนุกในการอ่านและก่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของท้องถิ่น
ตนเองไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
ส�ำนกั งานอทุ ยานการเรียนรู้
ท่อจงงู กนรอ้ ะงบ่ี
เร่อื ง : รัตนา คชนาท ภาพ : วิภาวี จนั ทรวงศ์
กระบ่บี า้ นเกิด กระบี่
แต่เดมิ
“ลันตา” เกิดทก่ี ระบ่ี แต่ต้องย้ายไปอยู่กบั ปา้ เชอื่ วา่ กระบี่ เดิมเปน็ เมอื ง
ทก่ี รงุ เทพฯ ตง้ั แต่ ๙ ขวบ เพราะปะ๊ กบั มะอยากให้ บนั ไทสมอ ๑ ใน ๑๒
ลันตาได้ ไปเรยี นหนงั สือท่กี รงุ เทพและอย่เู ป็นเพอื่ นปา้ หัวเมอื งนักษตั รของเมอื ง
ป้าเปิดร้านอาหารมุสลมิ เล็กๆ ตามลำ� พงั ไม่มลี ูกหลาน นครศรธี รรมราช ใชต้ ราลงิ
จงึ อยากให้ลนั ตาไปอยู่เปน็ เพอื่ นด้วย ลนั ตาสงสยั ว่า (ปีวอก) เปน็ ตราประจ�ำเมอื ง
ทำ� ไมไม่ให้น้องไป ปะ๊ ก็ตอบว่าเพราะน้องยงั เล็ก ทำ� ให้
ลันตาอิจฉา “อนั ดา” น้องชายของตนมากท่ีได้อยู่กับ
ปะ๊ และมะ
ต้นทุ้งฟ้า ตราประจำำจังหวัด
ดอกไม้ประจ�ำ
จังหวดั
ค�ำขวญั เมืองกระบ่ี
แหล่งถา่ นหิน ถ่นิ หอยเก่า เขาตระหง่าน
ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาลม์ งามหาดทราย
ใตท้ ะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรคเ์ กาะพีพี
6
วนั เวลาผ่านไป ๖ ปี...
ป้าตดั สนิ ใจพาลนั ตากลบั ไปเยย่ี มปะ๊ ช่วง
ปิดเทอมต้น ลนั ตาจึงหวนคิดถึงกระบ่ีใน
ความทรงจำ� พร้อมกบั หาข้อมลู ดนิ แดน
บ้านเกดิ ของเธอไปด้วย
อ.ปลายพระยา เรยี กขานนาม “กระบ”่ี
ในอดีตเปน็ เพียงแขวงเมอื งปกาสยั ขนึ้ ต่อเมือง
นครศรีธรรมราช เมื่อถึงสมัยรัชกาลท่ี ๕
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหย้ กฐานะขึน้
เป็นเมอื ง และพระราชทานนามวา่ “เมอื งกระบี่”
อ.อ่าวลึก อ.เขาพนม
อ.เมืองกระบ่ี อ.ล�ำทบั
อ.เหนือคลอง
อ่าวท่าเลน• •สุสานหอย
อ่าวไร่เลย•์ อ.คลองท่อม
อ.เกาะลนั ตา
เกาะพพี ดี อน
เกาะพพี เี ล
7
ถึงกระบ่ีท่ีคิดถึง ท่าเรือเจ้าฟา้
อยู่ใกล้ ๆ น่ลี ่ะ
ป้าพาลนั ตานง่ั รถโดยสารปรบั อากาศ
กรุงเทพฯ-กระบ่ี ลันตาตนื่ เต้นแทบนอนไม่หลบั อนสุ าวรยี ์นกออกกางปีกสง่างาม
เพราะอยากจะเห็นกระบ่ตี ง้ั แต่เข้าเขตจงั หวดั ที่หลกั กิโลเมตรที่ ๐
รถมาส่งท่สี ถานีขนส่งผู้โดยสารกระบ่ี
ปา้ จงึ พาลนั ตาต่อรถสองแถวแดงเข้าเมอื ง แสดงวสิ ยั ทศั น์ว่าคนกระบี่
แล้วแวะเท่ยี วในเมืองก่อน เพราะป๊ะติดธรุ ะ “บินใหส้ ูง มองให้ไกล
จะมารบั ลนั ตาท่ที ่าเรอื เจ้าฟ้าตอนบ่ายๆ ไปใหถ้ ึง”
เขาขนาบน�ำ้
สัญลกั ษณ์
ประจำ� จงั หวดั
อนุสาวรยี ์ปูด�ำท�ำจากทองเหลือง ขนาดใหญ่ ตงั้ เด่นตระหงา่ นอยเู่ บอ้ื ง
หนา้ เขาขนาบน้ำ� ส่อื ถงึ ความอดุ มสมบรู ณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะปา่ ชายเลน
ลานแหง่ นเี้ ป็นจดุ ชมววิ ชัน้ ยอดเลย
8
ตง้ั อยู่ท่สี ีแ่ ยก อยู่หน้าสำ� นกั งาน
ใจกลางเมอื งกระบ่ี เทศบาลเมอื งกระบี่
แยกมนษุ ย์โบราณ แยกช้างชกู ระบ่ี
กระบี่เป็นชมุ ชนโบราณ กระบี่เคยมชี า้ งป่ามาก
ขดุ คน้ พบซากดึกด�ำบรรพ์ ชาวกระบ่ไี ดถ้ วายช้างเผือก
ไพรเมตชัน้ สงู อายุ ๓๕ ล้านปี
มีชื่อว่า “สยามโมพิเทคสั เชอื กแรก นามว่า
อีโอซีนสั ” และพบโครง “พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ”
กระดกู มนุษยอ์ ายุ ๔๓,๐๐๐ ปี
แด่พระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยหู่ ัว
รัชกาลท่ี ๙
ปป้ราเะคตยมิ อายกู่กรรระมบส่ีมวายกง่อานมจมะายก้ามยาไยปกแรลุง้วเปท้าพกฯพ็ าปลา้ นัจึงตเาลเ่าดในิหเ้ลทันี่ยตวาชฟมังเมว่าืองกระบเ่ี ดยี๋ วนี้มี
อยบู่ รเิ วณทางเขา้ อยู่แยกมหาราช
ตลาดสดมหาราช แยกรอดบญุ และ
ถนนหุตางกรู
แยกเสือเข้ยี วดาบ
แยกนกออก
มกี ารขดุ พบซากดกึ ด�ำบรรพ์
ของเสอื เข้ยี วดาบ อายรุ าว นกออกเปน็ นกอนิ ทรีทะเล
๓๕-๔๐ ล้านปี เปน็ คร้ังแรก ทอ้ งขาว หากินอย่แู ถวแม่น�ำ้
ในประเทศไทย ท่แี อง่ กระบี่
และเมื่อ ๖๐ ปีกอ่ น ทีน่ ี่กม็ ี กระบ่ี มลี กั ษณะนสิ ัยทนี่ า่
เสอื โคร่งด�ำเปน็ จ�ำนวนมาก เอาเยี่ยงอยา่ ง คอื “บนิ สูง
มองไกล ใจแนว่ แน่
และรักสันโดษ”
9
เรอื หวั โทงโยงสายใย ไปรับ
พีก่ นั
ทเ่ี กาะกลางป๊ะกบั อนั ดาเตรยี มตวั ไปรบั ลนั ตาด้วยความตนื่ เต้น
ส่วนมะรออยู่ทบ่ี ้านเตรยี มท�ำกบั ข้าวไว้รอรบั ปา้ กบั ลนั ตา
แต่คนตน่ื เต้นท่สี ุดเห็นจะเปน็ อนั ดา ทแ่ี ม้จะมคี วามทรงจ�ำ
เกย่ี วกับพส่ี าวไม่มากนกั แต่เขากเ็ ฝ้ารอพบลนั ตาอย่างใจจด
ใจจ่อ กระโดดขึ้นเรอื ออกไปรบั ลนั ตากบั ป๊ะทนั ที
แม่น้ำ� กระบ่ี สายน�้ำยาวราว ๕ กโิ ลเมตร หวั โทง คอื หวั เรอื
สูงงอนข้ึน มคี วามศกั ดสิ์ ทิ ธิ์
หล่อเลีย้ งชาวกระบมี่ าเนิ่นนาน ต้องขอขมาก่อนข้นึ หวั เรือ
10 เรอื หวั โทง สัญลักษณ์
คู่ทะเลอนั ดามนั
“หวั โทง” เรือประมงพน้ื บ้านทโี่ ดดเด่นดว้ ย
หัวเรอื สูงงอนขึ้น ช่วยใหเ้ รือทรงตวั ได้ดี
พรอ้ มจะโต้คลน่ื นำ้� และฝ่าลมแรงไปยังจดุ หมาย
ปลายทาง เปน็ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ของชาวประมง
เรอื หวั โทงผกู พันกับวถิ ชี ีวิตคนรมิ ฝง่ั ทะเล
อันดามนั เปน็ ทง้ั เคร่ืองมอื ท�ำมาหากนิ
วางอวน ดกั ลอบ อีกทั้งใช้เปน็ พาหนะใน
การเดินทางและการขนส่งทั้งคนและสินคา้
ในยคุ แห่งการท่องเท่ยี วนีอ้ ีกดว้ ย
ปะ๊ ดใี จมากท่ีได้เจอลนั ตา ลันตาเองก็ดใี จที่ได้เจอกบั ปะ๊ จนน�้ำตาไหล แต่กับอนั ดา
ทนั ทที เ่ี จอหนา้ กนั ทงั้ คกู่ ลบั เงยี บงนั ลนั ตาไมค่ นุ้ เคยกบั นอ้ งชายแลว้ ความหา่ งเหนิ
ทำ� ใหเ้ ธอวางตวั ไมถ่ กู จงึ เหมอื นเพกิ เฉยตอ่ อนั ดา จงึ ทำ� ใหอ้ นั ดานงิ่ ไปเชน่ เดยี วกนั
เรือหวั โทงกำ� ลงั มุ่งหน้าส่บู ้านเกิดของลนั ตา ทำ� ให้ใจของเธออมิ่ เอมต่างกบั หวั ใจ
ของอนั ดาในตอนนเ้ี หลือเกนิ
ท่าเรือเจ้าฟ้า
ปอดสเี ขยี ว ปากแม่น้ำ� กระบค่ี อื ตวั เมอื งกระบ่ี ศนู ย์ชาวนา
ข้าวสงั ขห์ ยด
แหล่งพ้นื ท่ีชุ่มน�้ำอันอดุ มสมบูรณ์
มีความหลากหลายทางชวี ภาพมาก ศนู ย์เรอื หวั โทง
เปรยี บเสมือนปอดสร้างลมหายใจ จ�ำลอง
ให้คนกระบ่ี เป็นแหลง่ อาหารของ
สัตว์นานาชนิด ชาวบ้านหากินและ ท่าเรือ
ใชป้ ระโยชน์พน้ื ท่ชี ุ่มน้�ำแห่งนี้ สวนธารา
อยา่ งอนุรักษ์
มหี ญ้าทะเลของ แผนทเ่ี กาะกลาง ศนู ย์ผ้าปาเต๊ะ
โปรดด้วยล่ะ อ�ำเภอเมอื งกระบ่ี
11
ออ้ มกอดอนุ่ ในหมู่บ้านมแี ค่
กรุ่นกลน่ิ กบั ข้าว ถนนปนู เลก็ ๆ
เราจึงใช้จกั รยาน
รถมอเตอร์ ไซค์
หรือไม่กร็ ถสามล้อ
พ่วงจ้ะ
เมอื่ มาถึงเกาะกลาง ปะ๊ กพ็ าลงจากเรอื แล้วถือกระเป๋าไปใส่รถสามล้อพ่วง
ลนั ตาจำ� รถสามลอ้ พว่ งของทบี่ า้ นคนั น้ีได้ เพราะลนั ตาชอบนงั่ หนา้ รบั ลม แตว่ นั นี้
ท่ีน่ังด้านหน้าเป็นของอันดาแล้ว ไม่เป็นไรลันตาคิดแล้วย้ายไปน่ังด้านหลังแทน
ลนั ตาเกอื บจะหงดุ หงดิ แตเ่ มอ่ื เขา้ หมบู่ า้ น ผคู้ นผา่ นไปตา่ งรอ้ งทกั ถามปะ๊ วา่ พาใคร
มา อนั ดารบี ตอบเสียงใสว่าไปรบั พส่ี าวกลับบ้าน ชาวบ้านต่างบอกยินดตี ้อนรบั
ตลอดทาง ลนั ตาร้สู กึ เป็นคนพิเศษอย่างไรก็ไม่รู้
ยินดี
ต้อนรบั
ทนั ทที ถ่ี งึ บ้าน มะโผเข้ากอดลนั ตาอย่างดใี จ
พร้อมพรง่ั พรถู ้อยค�ำถามไถ่ทุกขส์ ขุ อย่าง
คิดถงึ ลนั ตาเองก็ร้สู ึกอบอุ่นเมอ่ื อยู่ในอ้อม
กอดท่คี ุ้นเคยของมะ มะบอกลนั ตากบั ปา้ ว่า
เตรยี มกบั ข้าวของโปรดของลนั ตาและป้าไว้
รอรบั แล้วมะก็ชวนทกุ คนข้ึนบ้านกนั
12
ปูเสื่อกนิ ข้าว อาหารการกนิ ของ หุงยงั ไงให้อร่อยล่ะ ซาวข้าวเบาๆ เรว็ ๆ
แค่ครง้ั เดยี ว เตมิ น�้ำ
คนเมืองกระบไี่ ม่ต่างไปจากคนใต้ทั่วไป ให้ท่วมข้าวสงู ๑ ข้อ
นยิ มกินข้าวเจา้ เปน็ หลัก ส�ำหรบั กับขา้ ว
กม็ ีท้งั ต้ม แกง และทอด แกงของคนกระบ่ี นว้ิ มือก็พอจ้ะ
มีรสชาติค่อนขา้ งเผ็ด น้�ำแกงเขม้ ข้น
และทขี่ าดไมไ่ ด้เลยคอื น�้ำพริกต่างๆ และ
ผักเหนาะท่ีนยิ มกนิ เป็นเครื่องเคยี ง
เมนูอร่อยชวนลม้ิ ลอง หอยรากต้มกะทิ
หอยชกั ตีนลวก ข้าวยำ�
แกงส้ม หอยหวานต้มตะไคร้ ข้าวสงั ขห์ ยด
ข้าวอร่อยขึ้นชอ่ื
ของเกาะกลาง หุงขนึ้ หม้อ
หอม และนุ่มละมนุ ล้นิ
13
กระบม่ี ภี เู ขาสงู สลับ
ซบั ซ้อนราว ๒๕๗ ลกู
แล้วก็มหี มู่เกาะน้อยใหญ่
ตง้ั ๑๕๔ เกาะแน่ะ
ท่กี รุงเทพฯ
มรี ถวง่ิ พอๆ
กับปลาทท่ี ะเล
กระบล่ี ะม้งั
14
งดงาม ๓ ชั้น
หลังกินข้าว ทุกคนก็มาน่ังล้อมวงคุยกันที่ชานบ้าน อันดาขอให้
ลนั ตาเลา่ เรอื่ งกรงุ เทพฯ ใหฟ้ งั ลนั ตาไมอ่ ยากเลา่ ใหอ้ นั ดาฟงั เลย แตม่ ะ
บอกว่าอยากฟังด้วย ลันตาจำ� ใจต้องเล่าอย่างเสยี ไม่ได้ พอเล่าจบ
ลันตากข็ อให้ป๊ะเล่าเรอ่ื งกระบ่ีให้เธอฟังบ้าง
ป๊ะบอกว่ากระบ่เี ป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนก็น่ารกั แถมยังมคี วามงดงาม
สามชนั้ เลย แตอ่ นั ดากค็ อยแทรกปะ๊ เลา่ ตลอด ยง่ิ ทำ� ใหล้ นั ตารำ� คาญ
อนั ดามากข้นึ ต่างจากอนั ดาทย่ี ิ่งรู้สึกสนุกเมอื่ มพี ม่ี าอย่ดู ้วย
ชัน้ ที่ ๑ งามขุนเขาตั้งตระหง่าน มโี ถงถ�ำ้ ซ่อน
หินงอกหินยอ้ ยงามตา มหี น้าผาปีนปา่ ย
ชั้นที่ ๒ งามนำ้� ทะเลใส หาดทรายขาวนวลตา
มีชายฝง่ั ตดิ กบั ทะเลอันดามัน
ยาวประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร
ชั้นทฝี่งู ๓ปลงาามหโลลากกใสตสี ท้ นั ะเสลวรแรนคว์ขปอะงกนากั รดังส�ำนวยำ้�
มแี นวปะการงั กระจายอยู่ตามเกาะตา่ งๆ สภาพสมบรู ณ์
ปานกลาง ส่วนใหญอ่ ยใู่ นเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรตั น์ธารา
หมูเ่ กาะพีพี และอุทยานหมู่เกาะลนั ตา
15
ป๊ะกับมะต้งั ใจพาลนั ตาไปเทย่ี วและให้ลูกๆ สนทิ กัน จึง
วางแผนพาลกู ๆ ตระเวนเท่ยี วให้ทว่ั กระบ่ี อยากให้ลนั ตา
รกั และเอ็นดอู นั ดา หวงั ให้พน่ี ้องจงู มือกนั ท่องกระบ่ี
อย่างมคี วามสุข เช้ามดื ปะ๊ จึงออกเรือหวั โทงพาทกุ คนไปดู
พระอาทติ ย์ขน้ึ ท่สี ุสานหอย เพอ่ื เป็นเช้าวนั ใหม่ทส่ี ขุ สันต์
แผ่นหนิ ฟอสซิล
ขนาดใหญ่ หนาราว
๔๐ เซนติเมตร
ฟอสซลิ สสุ านฟอสซิลหอยน้�ำจืด อายุราว
หอยดกึ ด�ำบรรพ์ ๔๐ ล้านปี พบได้เพียง ๓ แหง่ ใน
โลก คอื ญป่ี ุ่น อเมรกิ า และไทย
16 เทา่ นัน้
หาดทราย
และทะเลท่ี
นก่ี ็สวยน่า
เล่นน้ำ� นะ
เร่มิ วันใหม่ ในถ่ินเก่า
เย็นน้ีป้าจะกลับกรุงเทพฯ ทุกคนจึงมาส่ง
ป้าที่ขนส่ง ป้าบอกว่าจะกลับมารับลันตา
ตอนโรงเรียนใกล้เปิดเทอม ส่งป้าเสร็จป๊ะก็
พามาเท่ียวท่ีด้านหลังของศาลากลางจังหวัด
กระบี่ ท่ีมีก�ำแพงประวัติศาสตร์ทอดยาว
๒๕๐ เมตร เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่
ง่ายและงดงาม ลนั ตาอยากได้ภาพสวยๆ ให้
ป๊ะกับมะถ่ายให้ก็ไม่ถูกใจ เลยต้องให้อันดา
มาถ่ายให้แทน
ศาลากลาง
จังหวดั กระบ่ี
สร้างขนึ้ ในโอกาสครบรอบ
๑๔๑ ปี เมอื งกระบ่ี แบ่งเป็น
๒๘ ช่อง
แต่ละช่องแสดงภาพนนู ตำ่� บอกเล่าเรอื่ งราว 17
เมืองกระบต่ี ้งั แต่อดตี ถงึ ปัจจบุ ัน
เปดิ ใจทะเลแหวก เกาะปอดะ มหี าดทรายขาวนมุ่
เอาให้ อนั ดาอาสาถ่ายรปู ให้ นำ�้ ทะเลใสแจ๋ว หนา้ เกาะมองเหน็
สวยๆ ล่ะ ลนั ตา พน่ี ้องจงึ ได้พดู จา แทง่ หนิ ใหญ่ต้งั ตระหงา่ นคล้ายกบั
และใกล้ชดิ กันมากข้ึน เกาะตะปใู นอ่าวพงั งา
เกาะทบั
เกาะหม้อ
วันนี้อากาศดีป๊ะจึงชวนไปล่องทะเลอันดามัน
ลนั ตานกึ ไม่อยากไปเลย เพราะชอ่ื เหมือนกบั
ชื่อของอันดา เหมือนเป็นพื้นที่ของอันดาท่ี
ลันตาจะล่วงล้�ำเข้าไป แต่มะก็เตรียมกับข้าว
กับปลาใส่เรือพร้อมแล้ว ลันตาได้แต่คิดใน
ใจว่าไปก็ได้จะได้มีรูปสวยๆ ไปฝากเพ่ือนๆ ที่
กรุงเทพฯ แต่เมื่อนั่งเรือไปเร่ือยๆ ความงาม
ของอนั ดามนั กท็ ำ� ใหจ้ ติ ใจของลนั ตาสดชน่ื ขน้ึ
ทะเลแหวก แปลกตา เกาะไก่
เป็นกลุ่มของเกาะ ๓ เกาะ ท่ีมีหาดทราย มีชะงอ่ นผารปู รา่ งแปลกตา
เช่ือมติดกนั ไดแ้ ก่ เกาะทบั เกาะหมอ้
และเกาะไก่ (เกาะปอดะนอก) เม่อื ระดับ
น้�ำทะเลลดลง จะเกดิ เป็นสนั ทรายโผลข่ ึ้น
กลางทะเล คล้ายทะเลถูกแหวก
เปดิ ทางออกใหน้ ักท่องเที่ยวเดนิ ชม
ธรรมชาตทิ ั้งสามเกาะ
18
วนั ต่อมา ป๊ะกบั มะ มองเกาะห้อง
ชวนไปเกาะห้อง ซง่ึ ได้ชอื่ ว่า จากมุมบน
มรกตแห่งท้องทะเลกระบ่ี
ลนั ตากบั อนั ดาได้ท�ำกิจกรรม
สนุกๆ มากมายเลย
ประตเู ข้า พกั ผ่อนใน “ห้อง” กลางเกาะ
ห้อง
เปน็ เกาะหินปูนทใ่ี หญท่ ส่ี ุดของป่าเกาะ
มีหาดทรายขาวสะอาดโค้งเป็นรูปคร่งึ
วงกลม โอบลอ้ มด้วยโขดเขาดูคล้าย
พระจนั ทรเ์ ส้ยี ว เปน็ เสมอื นอ่าวส่วนตวั
ทผ่ี ้คู นจากทัว่ โลกนยิ มไปพกั ผอ่ น
นอกจากนท้ี างดา้ นทศิ เหนือของเกาะ
ยังเป็นท่ตี ั้งของปเิ ละหรือทะเลใน ไดร้ ับ
ยกยอ่ งใหเ้ ปน็ ๑ ใน ๑๐ หาดหน้าเท่ียว
และสะอาดทส่ี ดุ ของโลก
ด�ำน�ำ้
ดปู ะการงั นำ้� ต้นื
พายเรือคายคั ชมความงาม 19
รอบห้องทะเลใน
แหวกว่ายท่ามกลาง
ฝงู ปลาแสนเปน็ มิตร
ชมคลองสองน�้ำ น�ำ้ ในคลอง
ก�ำเนดิ มาจาก
แอ่งน้ำ� พระแก้ว
เด๋ยี วจืด เด๋ยี วเค็ม
คลองท่าปอมหรือคลองสองน้ำ� เป็นจดุ บรรจบ
ของธารน้�ำจดื กับทอ้ งทะเลอันดามนั เกิดเป็น
พน้ื ทม่ี หศั จรรย์มสี องนำ้� ในคลองเดียว
ชว่ งน�้ำทะเลขึน้ กจ็ ะเป็นน้�ำกรอ่ ย มีสีฟ้าขุ่น
และเมอ่ื น�้ำทะเลลง กค็ นื เปน็ น้ำ� จดื ใส
สเี ขยี วมรกต เพราะมสี ารละลาย
หินปูนและก�ำมะถนั
ปนอยมู่ าก คลองนย้ี าวประมาณ
๕ กโิ ลเมตร มที างเดนิ
ชมธรรมชาติ
ท่คี ลองสองน้�ำ ๗๐๐เมตร
ยังมปี ่าสามป่าด้วย
สดุ ยอดไปเลย
ป่าชายเลน เหน็ รากต้น ปา่ พรนุ ำ�้ จดื บนท่ดี อน ป่าดบิ ชน้ื มไี ม้ยืนต้น
โกงกางระโยงระยาง มพี นั ธ์ุไม้โชว์รากน่ามอง ขนาดใหญ่ร่มคร้มึ
ป๊ะเลา่ ใหล้ นั ตากับอนั ดาฟังว่า ชาวบ้านที่นี่มคี วามเชือ่ ว่า
คลองทา่ ปอมเปน็ พื้นทศี่ กั ดส์ิ ิทธ์ิ ต้งั ชอ่ื ตาม โต๊ะครปู อม
ผมู้ าตงั้ ถิน่ ฐานเป็นครอบครวั แรกเมื่อ ๑๓๐ กวา่ ปที ่แี ลว้ และ
ยังเช่อื วา่ บรเิ วณต้นน�้ำคลองทา่ ปอม มจี ระเข้เผอื กเฝา้ ปกปักษ์
รกั ษา หากใครล่วงละเมิดจะเกดิ อาเพศ จึงไม่มใี ครกล้าบกุ รุก
พนื้ ทป่ี ่าแถบนี้
20
ออกจากท่าปอม ปะ๊ พาเข้าอำ� เภออ่าวลึก มะเลยอยากไปหาด
ทรายร้อนทเ่ี ป็นหาดทรายริมคลอง มบี รกิ ารนวดสปา ลนั ตา
แกล้งบอกให้อนั ดาเอาโคลนมาพอกหน้าจะได้มผี ิวเนยี นนุ่ม
ลนั ตาไม่คิดว่าน้องชายจะกล้าท�ำ แต่แล้วเธอกต็ ้องหวั เราะก๊าก
เสียงดงั เมอื่ อนั ดาเอาโคลนมาพอกหน้าจนด�ำป๋ี
หาดทรายร้อน
จะเห็นแนวหาดช่วงวนั ทีน่ �้ำขนึ้ และนำ้� ลงมาก
มีไอความร้อนพวยพงุ่ แทรกขน้ึ มาจากใต้พภิ พ
เน่อื งจากอยบู่ ริเวณรอยแยกของแผน่ ดนิ ท�ำให้
หาดทรายและน้�ำมีอณุ หภมู ิสงู โคลนของท่ีนี่มี
เนื้อละเอยี ดเนียนนุ่ม กจิ กรรมทไ่ี มค่ วรพลาด
คอื การท�ำสปาและพอกโคลน
ลมนั รี ตปู าหโนพง่ึสบตร์รรปู ยเกาายะวห่า้อ“นงล้องงเชฟาสยบขุ๊คองฉนั ... อนั ดา”
น้�ำตกธารโบกขรณี
อย่ใู นอทุ ยานแห่งชาตธิ ารโบกขรณี นบั เปน็ ป่า
ใจกลางเมืองแหง่ เดยี วของอ�ำเภออา่ วลึก ธารน�้ำ
สายเล็กๆ ไหลรวมลงแอง่ นำ้� ธรรมชาตินอ้ ยใหญ่
ทอี่ ยตู่ า่ งระดับกัน มพี รรณไมร้ ายลอ้ มร่มรืน่ ลง
เล่นน้ำ� ไดต้ ลอดทัง้ ปี
21
อา่ วลกึ ถ้�ำสระยวนทอง
สนุกคึกคัก
เสาหนิ เรยี งรายในโพรง
ป๊ะพาครอบครัวไปเที่ยวชม ถ�ำ้ ราวค�้ำยันไว้ มบี งึ น้�ำ
ความงามของถ้�ำมากมายท่ี ใหญ่อยู่หนา้ ปากถ้ำ�
อา่ วลกึ ลนั ตาไมช่ อบเลยทง้ั
มดื ทงั้ นา่ กลวั แตก่ ม็ มี อื เลก็ ๆ ถำ้� เพชร
เออ้ื มมาจบั มอื เธอไว้ ลนั ตา
รับรู้ ได้ว่ามือเล็กๆ นั้นเย็น มโี พรงถ้ำ� รูปหวั ใจ
เฉยี บคงกลวั ไม่ต่างจากเธอ และหินงอกหนิ ยอ้ ย
สวยงามส่องประกาย
ดุจเพชร
ถ้ำ� หนองทุ่งนา
มีสระนำ้� ครสิ ตลั สีฟา้
สดใสซอ่ นตัวอยใู่ นถ�ำ้
รวมถึงคา้ งคาวหนา้
ยักษ์กุมภกรรณ
ถำ้� ลอด
พายเรือคายัคลอดทะลุถ้�ำ
ชมความงามของหนิ งอกหนิ ย้อย
22
ถำ�้ ผหี วั โต เสาหินหลกั โคน
มีภาพเขียนสโี บราณ คล้ายเขาตะปูในอ่าวพังงา
ยุคกอ่ นประวัตศิ าสตร์ เปน็ จดุ พายคายคั ทด่ี ที ส่ี ดุ
นับรอ้ ยภาพ ในแถบน้ี เพราะมลี ักษณะ
คลา้ ยลากนู ขนาดใหญ่
สนั นิษฐานวา่ มีอายุ
ราว ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ปี
ด้วยความเปน็ พห่ี รือเปล่า ผาค้อม
ลนั ตาก็ไม่แน่ใจ แต่เธอกไ็ ด้จูงมอื
อนั ดาเข้าถำ้� โน้นออกถ�้ำน้อี ย่าง เพิงผาเพดานต่�ำ
สนุกสนาน ลนั ตาคิดว่าอยู่ใน ยาวราวรอ้ ยเมตร เมอื่ มอง
ถ้�ำมืดๆ อนั ดาคงไม่ร้หู รอกว่ามอื ออกทอ้ งทะเลจะเห็นเปน็ มา่ น
หินหอ้ ยระยา้ สวยงามมาก
ใคร และปะ๊ กับมะกค็ งไม่รู้
หรอกว่าเธอจงู มือน้อง
หุบเขาปศี าจกาโรส
หน้าผาสงู ชันที่เปลี่ยน
เป็นหนา้ ยม้ิ และ
เศรา้ ตามทศิ ทาง
แสงแดดสอ่ ง
ถำ�้ คลงั มโี ถงถ�ำ้ ถึง ๑๓ ห้อง 23
เป็นท้งั ถ้ำ� บกและถ�ำ้ น�้ำ
ขอไก่ทอด
เพม่ิ อกี ชิ้นครบั
ตระเวนเทย่ี วเกาะ และเล่นนำ�้ ทะเล
มาหลายหาด ป๊ะกบั มะจงึ พาลนั ตากบั อนั ดา
มาแวะกินขนมจนี ไก่ทอดเจ้าอร่อยทอ่ี ำ� เภอ
เหนอื คลอง พออมิ่ ท้องกนั แล้ว ทกุ คนก็มาชม
มรดกทางวฒั นธรรมอนั รุ่งเรืองของกระบ่ที ่ี
พพิ ิธภณั ฑสถานวัดคลองท่อม และชมความ
มหศั จรรยท์ างธรรมชาติกลางปา่ ของอ�ำเภอ
คลองท่อม แล้วสองพน่ี ้องกต็ นื่ ตาตนื่ ใจกับ
ลกู ปัดหลากสแี ละธรรมชาตแิ สนสวยท่ี
คลองท่อม
ลกู ปัดสุริยะเทพ
สดุ ยอดแห่งลกู ปดั โบราณ
พิพธิ ภณั ฑสถานวดั คลองท่อม ขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง
ประมาณ ๑ เซนตเิ มตร
กอ่ ตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. ๒๕๐๙ จัดแสดงโบราณวตั ถุ มีลวดลายคลา้ ยรปู หนา้ ตา
ขา้ วของเครอื่ งใช้ทีข่ ดุ ได้ที่ควนลูกปดั หลงั วดั คลองท่อม ของสรุ ิยเทพ คาดว่ามอี ายุ
ท้งั เครอื่ งมือหิน หม้อไห ถ้วยโถโอชาม เครื่องประดับ ประมาณ ๒,๐๐๐ ปี
นอกจากนี้ก็ยงั มีขา้ วของเคร่อื งใช้พ้นื บา้ นที่ชาวบ้านน�ำมา
บรจิ าคตัง้ แต่เมอ่ื ครัง้ เปน็ พพิ ิธภณั ฑ์วดั ดั้งเดมิ รวมถงึ มซี าก
กระดกู ชา้ ง กระดูกวาฬ ไมก้ ลายเป็นหิน ท่นุ โบราณที่ท�ำ ชั้น ๒ จัดแสดงลกู ปัด
จากแก้ว และเครอ่ื งสงั คโลก
ชัน้ ล่าง เกบ็ เครอื่ งมือเครอื่ งใช้โบราณ ฟอสซลิ ต่างๆ
เหรยี ญกษาปณ์ เงนิ โบราณ และเครอ่ื งประดบั โบราณ
24
เมียงมอง แช่แล้วผ่อนคลาย
คลองทอ่ ม เชื่อว่าช่วยบ�ำบดั
อาการไขข้ออกั เสบ
น้ำ� ตกร้อน และโรคผวิ หนังได้
แสนผ่อนคลาย
เปน็ สายธารบนรอยแยกของเปลือกโลก
มีความรอ้ นและแร่ธาตไุ หลผุดขน้ึ มาผสม
กับสายนำ้� เบือ้ งบน เกิดเปน็ ธารนำ�้ ร้อน
ไหลลดหลนั่ เป็นช้ันตา่ งๆ ของนำ้� ตกร้อน
และไปส้ินสดุ ท่ีคลองท่อม ซงึ่ เปน็ น้�ำเย็น
สระมรกต
สวยสะกดใจ
สระน�้ำสเี ขยี วใสดจุ มรกต ซอ่ นตัวอยู่ใจกลางผนื ป่าทุ่งเตยี ว
มตี น้ ก�ำเนดิ มาจากสระนำ�้ ผดุ กลางปา่ ไหลมาผสมกบั ธารนำ้�
รวมตัวกันในแอง่ ทรง(เกอื บ)กลมขนาดใหญ่ เกิดเปน็ สระ
มรกตอนั สวยงาม ลงเล่นน�้ำอ่นุ ๆ ไดเ้ พลนิ ใจ
ปา่ ทุ่งเตยี ว เป็นปา่ ท่รี าบตำ่� ทส่ี มบรู ณผ์ นื สุดท้ายในไทย
คงความหลากหลายทางชวี ภาพและเป็นท่อี ยู่อาศยั ของ
นกแต้วแร้วท้องดำ� ทห่ี ายากของโลก
25
ป๊ะพากลบั บ้านแล้วบอกว่าพรุ่งน้จี ะต่ืนเต้นกว่าน้ี
เกาะลันตาเพราะเราจะไปเกาะลนั ตากนั ทนั ทที ่ลี นั ตาได้ยินชอ่ื
เกาะลนั ตา เธอกต็ น่ื เต้นมาก ยงิ่ มะเล่าให้ฟังว่าต้งั
ชื่อของเธอมาจากเกาะลนั ตาด้วยแล้ว ลนั ตาอยาก
สู่ “ลันตา”ไปเกาะลันตาเร็วๆ จัง โชคดปี ะ๊ มเี พอ่ื นอยู่ทน่ี ่นั
จงึ ขอให้เพอ่ื นนำ� เทย่ี วเกาะลนั ตา
ท่าเทยี บเรือ ชุมชน เกาะลนั ตาน้อย
โต๊ะบาหลิว เกาะลนั ตาน้อยเปน็
หาดคลองดาว บ้านศาลาด่าน ท่ตี ้งั ของตัวอ�ำเภอและ
สถานทีร่ าชการต่างๆ
หาดพระแอะ
หาดคลองโข่ง ลเใกันหาตญะา่ เกาะลนั ตาใหญ่
หาดคลองโตบ
เมอื งเก่าลนั ตา มแี นวเทอื กเขายาวจรดใต้
หาดคลองนนิ พาดกลางเกาะ ฝงั่ ตะวันตก
มีหาดทรายสวยงามไลเ่ รยี ง
หาดบากนั เตยี ง บ้านศรรี ายา ไปจนสุดเกาะท่แี หลมโตนด
อ่าวนุ้ย บ้านสงั กาอู้ แตล่ ะหาดมคี วามงามเฉพาะตัว
ฝงั่ ตะวนั ออกเป็นเส้นทางสูช่ ุมชน
ชาวบา้ นท่นี มี่ ีวถิ ชี ีวติ และ
วฒั นธรรมเกา่ แก่น่าเรยี นรู้
หาดคลองจาก
อ่าวไม้ ไผ่
หาดหินงาม
แหลมโตนด
26
เพอื่ นป๊ะเล่าวา่ ที่เกาะลนั ตา มีคนไทย 3 เช้อื ชาติ อูรักลาโวย้ แปลวา่ คนทะเล
อาศัยอย่รู วมกัน ท้ังชาวเล ชาวมสุ ลิม และชาวจีน เกาะลนั ตาถอื เป็นเมอื งหลวง
ทีน่ ่จี งึ มเี ร่อื งเลา่ ของวิถีชีวิตหลากสีสนั เปน็ มนต์ ของชาวเล มชี าวอรู กั ลาโวย้
เสน่หห์ นึ่งที่ดึงดูดใหผ้ ู้มาเยือนหลงรกั เกาะลนั ตา อยู่ ๔ ชุมชน คอื โตะ๊ บาหลิว
ในไร่ คลองดาว และสังกาอู้
ไม้ยันต์กนั ภยั
รปู แกะสลัก อ๊ะเก๊ะตะงงั
บรรพบรุ ษุ ยมึ ่ะ สวัสดีๆ
ชุมชนโต๊ะบาหลวิ
เป็นชมุ ชนชาวเลอรู กั ลาโวย้
มีศาลเจา้ โตะ๊ บาหลวิ เป็น
ศนู ย์รวมจิตใจของชาวเล
กอ่ นถึงหมู่บ้านจะเห็นไม้
ลักษณะคล้ายคน เปน็ ไม้ยันต์
คุ้มกันภยั เพราะชาวบ้านทีน่ ่นี ับถอื
ผีบรรพบรุ ุษ
เพอื่ นป๊ะพาอนั ดากบั ลนั ตามาเล่น
น�้ำทะเลทห่ี าดพระแอะทม่ี หี าดทราย
ขาวยาวละเอยี ด ปะ๊ กับมะยิ้มอย่างมี
ความสขุ ทเ่ี ห็นสองพ่นี ้องเล่นน้�ำทะเล
ด้วยกนั อย่างสนกุ สนาน ท�ำให้ปะ๊ คดิ
ว่าการพาลนั ตามาเท่ยี วเกาะลนั ตา
ครง้ั น้คี ุ้มจรงิ ๆ
27
เมืองเกา่ ลันตา
คืนน้ลี ันตานอนทบ่ี ้านของเพอ่ื นป๊ะ เพอื่ จะได้ดพู ธิ ลี อยเรือปาจก๊ั ลันตา
นอนกบั มะ ส่วนป๊ะนอนกบั อนั ดาอกี มุ้ง ลนั ตาได้ยนิ ปะ๊ บอกอนั ดาว่า
อนั ดาเปน็ ทะเลอนั ดามนั ส่วนลันตาเปน็ เกาะลนั ตาในทะเลอนั ดามนั
ปะ๊ กับมะต้งั ชอื่ ลกู แบบน้เี พราะโตข้ึนลกู เป็นผู้ชายจะได้ช่วยดแู ลพี่ลนั ตา
ทเ่ี ปน็ ผู้หญงิ เหมอื นกบั ทะเลอนั ดามนั ท่ีโอบล้อมเกาะลนั ตาไว้ ลนั ตา
ได้ยินอนั ดารบั คำ� ปะ๊ แล้วเธอกห็ ลบั ไปพร้อมรอยยิ้มสุขใจ
พพิ ิธภณั ฑ์ชมุ ชนชาวเกาะลนั ตา
จากทีท่ �ำการอ�ำเภอปรบั ปรงุ เปน็
พิพิธภัณฑ์ชมุ ชน รวบรวมความรู้
ประวตั ศิ าสตรข์ องชาวเกาะลนั ตา
จดั แสดงเกี่ยวกบั วิถีชีวติ อาชีพ
ขนบธรรมเนยี มประเพณขี อง
คนลนั ตาแตเ่ ก่าก่อน
ภายในพิพิธภัณฑม์ สี ิ่งทน่ี า่ สนใจมากมาย ไมว่ ่าจะ
เป็นการจัดแสดงเตาเผาถ่านโกงกางขนาดใหญซ่ ึง่ เป็น
อาชีพของชาวเกาะลนั ตาในสมัยกอ่ น เรอื ปาจัก๊ ของ
ชาวอูรักลาโวย้ ทีท่ �ำจากไม้ระก�ำ จ�ำลองบ้านเรอื นที่
อยูอ่ าศัยในสมยั กอ่ น โรงหนงั โบราณบนเกาะ และสิง่
ทีน่ ่าสนใจอ่ืนๆ อีกมากมาย
เตาเผาถ่านไม้ โกงกาง บ้านเรอื นเก่าแก่บนเกาะลนั ตา
28
พิธลี อยเรือปาจ๊กั ใส่เครอ่ื งเซ่นอทุ ศิ ให้ ผู้ชายต่อเรอื
วญิ ญาณบรรพบุรษุ ผู้หญิงประดบั
เป็นการสะเดาะเคราะห์ให้สมาชิกใน ดอกไม้
หมบู่ า้ น ดว้ ยการขออ�ำนาจจากผีหรือ จัดพิธปี ีละ ๒ ครัง้
สง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธิป์ ระจ�ำหม่บู ้านให้ชว่ ยขับไล่ ในวันขน้ึ ๑๕ คำ่�
ส่ิงช่ัวรา้ ยทัง้ ปวง และคุม้ ครองให้อยู่ เดือน ๖ และ ๑๑
รอดปลอดภยั โดยจะต่อ “เรือปาจก๊ั ”
เป็นเสมือนพาหนะน�ำสง่ิ ไมด่ ีออกไป โต๊ะหมอเป็นผู้น�ำ ของทกุ ปี
ทำ� พธิ ี ใช้เวลา ๓ วนั
วนั แรก ท�ำพธิ ขี อขมาสง่ิ วนั ท่ี ๒ ต่อเรอื จนถึงช่วงบ่าย วนั ท่ี ๓ น�ำเรือปาจ๊กั ออกไป
ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิก่อนตดั ไม้ระกำ� และ แล้วแห่เรือมาไว้กลางหม่บู ้าน ลอยกลางทะเล ไม่ให้ย้อนกลบั มา
ไม้ตนี เปด็ มาต่อเรือปาจ๊กั มกี ารละเล่นสนุกสนานตลอดคนื แล้วจึงปักไม้ยันต์ก้นั ไม่ให้
จนถงึ ฟา้ สาง ส่ิงช่วั ร้ายหวนคืน
ชุมชนศรีรายา เปน็ ย่านชมุ ชนเกา่ แกด่ ัง้ เดิม
อายมุ ากกว่าร้อยปี เร่มิ ตง้ั แตช่ ่วงทช่ี าวจีนมาค้าขาย
แถวทะเลอันดามนั เพือ่ ขนถ่านไม้กลบั ไปทเี่ กาะปีนงั และเกาะนี้
เหมาะแก่การเป็นทแ่ี วะจอดเรอื ส�ำเภาเพ่ือใชห้ ลบลมมรสมุ
จนในท่ีสดุ ก็มีการต้ังรกรากกลายเป็นชมุ ชนในเวลาตอ่ มา
ชมุ ชนน้ยี ังคงรกั ษาขนบธรรมเนียมดงั้ เดิม อนรุ กั ษบ์ ้านไม้เกา่ แก่
สองชน้ั ไว้เป็นเอกลกั ษณ์ของเมอื ง
29
บ้านทุ่งหยเี พ็ง หลากหลาย
แต่กลมเกลียว
เปน็ ชุมชนดั้งเดมิ บนเกาะลันตา
ชาวบ้านสว่ นใหญ่เปน็ ชาวมสุ ลมิ ลันตาร้สู ึกดีทบ่ี นเกาะลนั ตาเกาะ
ท�ำประมงพน้ื บา้ น และปลกู ยางพารา เดยี วมผี ู้คนหลากหลายท้งั มุสลิม
เป็นหลัก วิถีชาวบา้ นผูกพันอย่กู บั ปา่ พทุ ธ ชาวเล จนี ใช้ชีวติ ร่วมกนั
สายน�้ำ และเกาะลนั ตา พงึ่ พา อย่างปรองดอง และลนั ตากร็ ้สู ึกดี
ธรรมชาติเหลา่ นัน้ หาเลย้ี งชีวิต กับอนั ดาน้องชายของเธอมากขึน้
เช่นเดยี วกัน ท่สี �ำคญั อนั ดายงั เปน็
ช่างภาพส่วนตวั ของลนั ตา ท่ถี ่าย
ภาพให้ โดยไม่บ่นและถูกใจลันตา
ทส่ี ุด
ต้องโชว์ก้าม “บ้านทุ่งหยเี พง็ ”
เรยี กตามชอื่ “โต๊ะหยีเพง็ ”
30 ผู้มาต้งั รกรากเป็นครอบครวั แรก
ประมงนน้ำต้ืน ตากเคยททำกะปิ ฝึกลิงแสดง
ชาวบา้ นทุ่งหยีเพ็ง รว่ มแรงรว่ มใจกนั อนุรักษ์และฟืน้ ฟทู รัพยากรธรรมชาติให้กลบั มาอดุ ม
สมบรู ณ์ เพอ่ื สรา้ งชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็ มีกจิ กรรมส่งเสรมิ ใหเ้ ปน็ หมู่บา้ นท่องเทย่ี วเชิงนเิ วศน์
โดยชาวบ้านยังคงใช้วถิ ีชวี ิตเรยี บงา่ ย ท�ำประมงน้�ำตน้ื หากินแต่พอเพียง สืบสานวิธีท�ำกะปแิ ท้
จากก้งุ เคยสูตรอรอ่ ยของคนรุ่นเกา่ เป็นผลติ ภัณฑข์ น้ึ ชือ่ ของชมุ ชนบ้านทุง่ หยีเพ็ง เน้อื กะปมิ ี
สชี มพอู มม่วงซึง่ เป็นสีธรรมชาติจากตวั เคย นอกจากนี้ ยงั มโี รงเรียนฝึกลงิ เพื่อการอนรุ กั ษ์
เล้ียงลงิ กังไว้ประมาณ ๒๐ ตวั ฝกึ เกบ็ มะพรา้ วและการแสดง
เพ่ือสรา้ งความสขุ และสีสันให้แกผ่ ู้มาเยอื น
ข้อปฏบิ ตั ิ เมอ่ื เข้ามาเทย่ี วในชุมชน
บ้านทุ่งหยเี พง็
๑. แต่งกายสุภาพ
๒. ห้ามดมื่ สรุ า ของมึนเมา
๓. ห้ามนำ� อาหารทม่ี เี นื้อหมมู าทานในชุมชน
๔. ห้ามส่งเสยี งดงั ในช่วงทช่ี มุ ชนประกอบศาสนกิจ
๕. เคารพและให้เกยี รตใิ นวิถแี ละวัฒนธรรมชุมชน
ปะ๊ ดใี จทีเ่ หน็
ลกู ๆ รกั กัน
31
มหัศจรรย์ “เกาะกลาง”
หลงั จากไปเท่ยี วมาทว่ั กระบ่ี ปะ๊ ตั้งใจจะให้ลันตาได้เหน็ ถึงความมหศั จรรย์
และน่าอยู่ของบ้านเกาะกลาง เพราะป๊ะกบั มะอยากขอให้ลนั ตากลบั มาอยู่
บ้านด้วยกนั เมอ่ื เรยี นหนงั สือจบ ป๊ะจึงเล่าเร่อื งของเกาะกลางให้ลนั ตาฟัง
โดยหวงั ว่าการปลกู ฝังนิสัยรกั บ้านเกดิ จะแทรกซมึ เข้าไปอยู่ในหวั ใจของลนั ตา
บ้างไม่มากก็น้อย แล้ววนั หนง่ึ ครอบครวั ก็จะกลับมาอย่พู ร้อมหน้าพร้อมตา
กันอกี ครง้ั
ง่าย งาม ตามวถิ บี ้านเกาะกลาง ถนนแค่ ๑๑
กโิ ลเมตรกไ็ ปได้
บา้ นเกาะกลางเปน็ ชมุ ชนเกา่ แกร่ าว ท่วั เกาะแล้วล่ะ
๑๐๐ กวา่ ปีมาแลว้ ชาวบ้านสว่ นใหญ่
เปน็ ชาวมุสลมิ รกั สนั ติ ด�ำเนินวิถีชวี ติ
เรียบง่าย ท�ำมาหากินสอดคล้องกบั
ทรพั ยากรท่ีมีอยู่
มปี ลาในโปะ๊ ส่วนลูกขงั
ชาวบา้ นสรา้ งโป๊ะนำ้� ตน้ื ตามภูมปิ ัญญา ปลาจะว่ายวน
ทีถ่ า่ ยทอดกนั มา ชว่ งน�ำ้ ลงเตม็ ที่ ก็ใชส้ วิง อยู่ในนี้
ไล่ช้อนปลา ปู ก้งุ ท่ีเข้ามาติดในโป๊ะ ส่วนปกี เปน็
ทางล่อปลา
เข้าโป๊ะ
ท่หี าดแหลมสน
มหี อยมากมาย
หลายชนิดเลย สักหอยในเลนทราย
คือการขุดหอยนนั่ เอง ชาวบา้ นจะใช้ไม้ยาวๆ
ปลายแหลม เดนิ แทงลงบนพืน้ ทราย ตรงไหน
มีหอยมันกจ็ ะพน่ นำ�้ ผุดขึน้ มาจากทราย
คนสักก็จะใชเ้ ทา้ คบี หอยใสก่ ระปอ๋ ง
32
มะชวนลนั ตาไปกลุ่ม ยายประจมิ เล็กด�ำ
OTOP ผ้าปาเต๊ะ ลนั ตา ประธานกลุ่ม
ลองท�ำผ้าเช็ดหน้าอย่าง
เพลดิ เพลิน ท�ำผ้าปาเต๊ะ ผ้าปาเต๊ะสวยไม่ซำ้� ใคร
ชาวเกาะกลางมีรปู แบบการท�ำผา้ ปาเตะ๊
เฉพาะตัว ผสมผสานการท�ำผา้ ปาเต๊ะของ
ชาวมาเลยก์ ับวธิ กี ารท�ำผา้ บาติก ได้สีสนั
และลวดลายโดดเดน่ เป็นเอกลักษณ์
ฝึกลองท�ำไดด้ ้วยฝมี อื ตัวเอง
๑. ต้มน้�ำเทยี นให้ร้อน จุ่มบล๊อคโลหะ ๔. ต้มผ้าเพอ่ื เอาเทยี นออก
พมิ พ์ลวดลายลงบนผ้าขาว แล้วนำ� ไปแช่น�้ำยากนั สีตก
๒. รอลายแห้งแล้ว ๕. ซกั ผ้าให้สะอาด สีท่ีใช้
ระบายสใี ห้สวยงาม ตากให้แห้ง ก็จะได้ผ้า เป็นแม่สนี ะ
๓. เมอ่ื สีแห้งจึงพมิ พเ์ ทยี น ปาเต๊ะสสี วยสดเพยี ง
ทบั ปดิ ลายอกี คร้งั แล้วนำ� ไปย้อมสพี ้ืน ผนื เดยี วในโลก
ตกบ่าย ป๊ะก็ชวนลนั ตากบั
อนั ดาไปต่อเรือหวั โทงจำ� ลอง
สองพ่นี ้องช่วยกนั ต่อจนสำ� เร็จ ๑. ท�ำกระดกู งหู รอื มาด ๒. น�ำมาตดิ กระดานมาด ๓. น�ำช้นิ ส่วนกระดานเรือ
เอามาอวดมะกนั ใหญ่ และหน้านาง หวั เรือ ท้ายเรอื จากนน้ั ใส่กง ขนึ้ รปู ทรง
ต่อเรอื หวั โทง ๔. ตกแต่งให้เปน็ ทรงเรือ ๕. น�ำกระดานติดตาม ๖. ใส่หัวและท้ายเรือ
ตามขน้ั ตอนนเ้ี ลย รปู แบบเพอื่ เป็นหวั กง
ลุงสมบรู ณ์ หม่นั ค้า ๗. ตัดไม้คิ้ว ราทู ๘. เตรยี มทำ� แจว ๙. น�ำแจวและฐาน
ประธานกลุ่มผลติ ประกอบข้างเรือ และติดฐานตง้ั เรอื ประกอบกบั เรือ
เรอื หวั โทงจ�ำลอง
สืบสานเรอื หวั โทง
เรอื หวั โทงเปน็ พาหนะคชู่ พี ของชาวเกาะกลาง
เรอื หวั โทงแบบด้ังเดิมเริม่ หาดยู าก ชาวเกาะ
กลางจงึ รวมกลมุ่ สาธติ ท�ำเรือหัวโทงจ�ำลองท่ี
มวี ธิ ตี ่อเหมือนของจริง เพือ่ สบื สานวิถีชีวติ
และภมู ิปัญญาท้องถิน่ อันล�ำ้ คา่ ใหค้ งอยู่
33
เขาขนาบน้�ำ
จ�ำได้ไม่ลืม
ภเู ขาสองลูกสงู ตง้ั เดน่ ขนาบแมน่ ำ้�
อยู่ดา้ นหน้าตวั เมือง เป็นสญั ลักษณ์
ของกระบ่ี มโี ถงถ�ำ้ แหง่
ประวัติศาสตรน์ ่าค้นหา
ปะ๊ ออกเรอื หวั โทงพาลนั ตากบั อนั ดา
ไปเทย่ี วเขาขนาบนำ�้ สายใยแห่งความ
รกั และผูกพนั ของครอบครวั ท�ำลาย
ก�ำแพงท่ลี ันตาก่อไว้ในอดตี ความ
รู้สกึ ในวัยเยาว์หวนคืน ลนั ตาจึงจงู มือ
น้องท่องเท่ยี วอย่างสุขใจ
ทอ่ี ยู่มนุษย์โบราณ
เพงิ ผาถ้�ำเขาขนาบน�้ำพบรอ่ งรอย
การตัง้ ถิน่ ฐานของมนุษย์ยุคกอ่ น
ประวตั ิศาสตร์มาจนถึงยคุ
ประวตั ิศาสตร์สมัยสงครามโลก
ครั้งที่ ๑ และคร้งั ท่ี ๒
34
มหี ้อง มแี สงสว่าง ฟันสัตว์ เขย้ี วสัตว์ เศษถ่าน เศษภาชนะ
ดนิ เผาประเภทหมอ้ สามขา กระดูกขา
โถงใหญส่ ดุ ภายในถำ้� เขาขนาบนำ�้ มนุษย์ ฯลฯ
เต็มไปด้วยหินงอกหินยอ้ ย และ
เสาหนิ ปูนขนาดยักษ์มากมาย
อีกฝง่ั หนึ่งเปน็ โพรงช่องทะลุ
ขนาดใหญ่ ให้แสงอาทติ ยส์ ่อง
เข้ามาได้เกอื บทั่วโถงถ�ำ้
เม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ พบหลักฐาน
หลายช้นิ ทแี่ สดงวา่ เคยมมี นุษย์กอ่ น
ประวัติศาสตรอ์ าศยั อยู่ เป็นต้นว่า
เปลอื กหอย กระดกู สัตว์ ทมี่ รี ่องรอย
การเผากินเปน็ อาหาร
โครงกระดกู จ�ำลอง ภายในถ้�ำจดั แสดงจ�ำลองการใช้ชวี ิตของมนุษย์โบราณ
จำ� ลองการต้งั แคมป์ทหารญป่ี ุ่น ช่วงสงครามโลกคร้งั ท่ี ๒ ประมาณปี
พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๘ ญีป่ ่นุ ยกพล
ขนึ้ บกที่ตวั เมืองกระบี่ จอดเรอื ล�ำเลียง
อาวธุ ยุทโธปกรณ์เรยี งรายรมิ แม่น�้ำ
หนา้ เมอื งกระบี่ ตลอดแนวไปจนถงึ
เขาขนาบน�้ำและข้นึ มาตัง้ ค่ายหลาย
แห่ง ถ�ำ้ เขาขนาบน้ำ� เป็นแห่งหนงึ่ ที่
ทหารญีป่ ุ่นใช้เป็นจดุ ตรวจตราเรอื ชาว
บ้านที่เดนิ ทางผ่านไปมา ภายในถ�ำ้ จึง
มเี พิงพักของทหารญป่ี ่นุ อย่ดู ้วย
35
สญั ญาทีน่ าขา้ ว คดั เลือกเมล็ด มาปลกู ข้าว
พันธ์ุหว่านกลา้ สังข์หยด
ชาวบ้านด�ำนาข้าวสงั ขห์ ยดกนั ไปหมดแล้ว กันเถอะ
เหลอื แต่แปลงนาของป๊ะ ทเ่ี ว้นว่างรอลนั ตา
มาปลกู ข้าวด้วยกนั ลนั ตาเก้ๆ กงั ๆ
อนั ดากส็ อนพ่ีให้ท�ำตามอย่าง เพราะ
อนั ดาตามปะ๊ กบั มะมาช่วยงานท่นี าบ่อยๆ
สองพ่นี ้อง สนกุ ยำ่� โคลนปักด�ำกนั แม้จะ
เหนอื่ ยแต่กท็ �ำด้วยหวั ใจทีม่ คี วามสุข
ปกั ด�ำนา
สิงหาคม-ตุลาคม
ท�ำตามอย่างอนั ดา
นะพล่ี นั ตา
ปะ๊ บอกว่านาแปลงน้จี ะรอ
ลนั ตากลบั มาเก็บเกย่ี ว ขอให้
ลนั ตากลบั มาอย่ดู ้วยกนั
และต้องขอโทษท่ีให้ ไปอยู่
กับปา้ ในตอนน้นั
ส่วนอนั ดาไม่มคี �ำพดู ใด
เพยี งแต่ยน่ื มอื ให้พ่สี าว
36
รอตน้ ขา้ ว เกบ็ เกีย่ ว สขี า้ วกันเอง
เติบใหญ่ ธนั วาคม-กมุ ภาพนั ธ์ ซังข้าว ฟางขา้ ว
๔-๕ เดือน และแกลบ ท�ำเป็น
ข้าวฟา้ ประทาน ปุ๋ยหมักใส่นา
ขา้ วสังขห์ ยดท่ีเกาะกลางปลูก
แบบปลอดสารพิษ อาศยั
น้�ำฝนเตบิ โต ปีหนง่ึ ปลกู ได้ฤดู
เดียว จึงเรียกข้าวสงั ขห์ ยด
ฟ้าประทาน มคี วามอร่อยเปน็
เอกลักษณเ์ ฉพาะตัว
37
หมเู่ กาะพพี ี ในทีส่ ดุ ก็ถงึ เวลาท่ลี ันตาต้องลาจากกระบ่ี ก่อนป้าจะ
มารบั กลบั กรุงเทพฯ ปะ๊ มะ ลนั ตา และอนั ดาก็ไปเท่ยี ว
ไมม่ ีวนั ลืม หมู่เกาะพพี ี แหล่งท่องเท่ยี วขน้ึ ชอื่ ระดบั โลก
เกาะพพี ดี อน
เปน็ เกาะขนาดใหญ่ มีจดุ เดน่ อยู่ทีเ่ วิ้งอา่ วคู่
ทส่ี วยงามติดอนั ดับโลกของอา่ วโละดาลมั
กับอ่าวตน้ ไทร บริเวณแหลมตงท่อี ยู่ทาง
เหนอื ของเกาะเป็นหมูบ่ า้ นชาวเล
อ่าวต้นไทรเป็นทะเลน้ำ� ลกึ
มที ่าเทยี บเรอื มสี ิ่งอำ� นวย
ความสะดวกครบครนั
จากอ่าวต้นไทรเดินข้ึนเขาไปยงั จดุ ชมวิว
38 มองเหน็ เวิ้งอ่าวค่แู ละขุนเขาท่สี วยงาม
หมู่เกาะพพี ี เดมิ ชาวเลเรียกหมู่เกาะนว้ี ่า “ปเู ลาปิอาป”ิ ค�ำวา่ “ปูเลา” แปลวา่ เกาะ ค�ำวา่
“ปอิ าปิ” แปลวา่ ต้นไมท้ ะเลชนิดหนึง่ จ�ำพวกแสม และโกงกาง ตอ่ มาเรยี กว่า “ต้นปีปี” ซ่ึง
ภายหลงั กลายเสยี งเปน็ “พพี ”ี ประกอบด้วยเกาะพพี ีดอน กบั เกาะพพี ีเล มีเกาะบรวิ ารอกี
๔ เกาะ คือ เกาะไผ่ เกาะยงุ เกาะบดิ ะนอกและเกาะบดิ ะใน
เกาะพพี เี ล
เปน็ เกาะเล็กๆ อยู่ทางทิศใตข้ องเกาะ
พพี ดี อน มีเวิ้งอา่ วสวยติดอันดับโลก
อาทิ อา่ วปิเละ อา่ วมาหยา อา่ วโละซามะ
และยังมี “ถ�ำ้ ไวกง้ิ ” พบภาพเขียนสีสมัย
ประวตั ศิ าสตร์ เป็นรูปชา้ งและรปู เรอื
ชนดิ ต่างๆ สันนษิ ฐานวา่ เป็นฝีมอื ของ
นักเดินเรือหรอื พวกโจรสลัด
ปดิ เทอมน้ี
ท่กี ระบ่ี
ลันตามคี วามสุข
จริงๆเลย
อ่าวโละดาลมั เป็นชายหาดนำ้� ตืน้
เหมาะแก่การอาบแดด
39
กระบ่ีมขี องฝาก
ในทีส่ ดุ กถ็ ึงวนั ทล่ี นั ตาต้องเดินทางกลบั กรุงเทพฯ ปา้ นง่ั รถมาถงึ ตง้ั แต่
เมอื่ วานน้ี อนั ดาถ่ายรปู ครอบครวั สีค่ นไว้เป็นทร่ี ะลึกและบอกให้พีล่ นั ตา
คิดถึงเขาบ้าง ลนั ตาซาบซึง้ ใจ นำ้� ตาไหลอาบแก้ม จบั มือน้องและให้สญั ญา
กับทุกคนว่าเมอื่ เรยี นจบมธั ยม ๓ แล้วจะกลับมาอย่บู ้านเกาะกลาง และ
มาเรยี นต่อมธั ยมปลายท่กี ระบ่ี ไม่รู้ว่าถงึ วนั น้นั น้องจะยงั ให้พ่สี าวคนนจ้ี ูง
น้องท่องกระบ่อี กี รึเปล่า อนั ดายม้ิ รบั อย่างเขินๆ สายใยครอบครวั จึงผกู พนั
แน่นแฟน้
ปะ๊ กับมะจดั ของฝากใส่ลงั ให้ปา้ กบั ลนั ตากลบั ไปด้วยนะ
นำ�้ พริกกุ้งเสยี บ
ผ้าปาเต๊ะ
สนิ ค้า OTOP
บ้านเกาะกลาง
ข้าวสงั ข์หยด เรือหวั โทงจ�ำลอง
ข้าวข้ึนชอ่ื จากเกาะกลาง สนิ ค้า OTOP
บ้านเกาะกลาง
ส้มโชกุน ปลาฉ้ิงฉางแห้ง
ของอำ� เภอเขาพนมเบญจา
ผ้าบาติก
ลูกปัด เสื่อปาหนนั
ผลิตภณั ฑจ์ ากต้นเตยหนาม
กะปิ
40 รสกลมกล่อม หรอื ปาหนนั น่นั เอง
ไปกระบี่ อย่างไรดนี ะ?
• ข้นึ เครอ่ื งบินจากท่าอากาศยานดอนเมือง
หรอื ทา่ อากาศยานสวุ รรณภมู ิ กรงุ เทพฯ ตรงไป
ท่าอากาศยานนานาชาตกิ ระบ่ี ใช้เวลา
ประมาณ ๑ ช่วั โมง ๑๕ นาที
• ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔ (เพชรเกษม) ผ่าน
เพชรบรุ ี ประจวบครี ขี นั ธ์ ชมุ พร ระนอง
พงั งา จนถึงตวั เมอื งกระบ่ี
• จากสถานรี ถไฟหวั ลำ� โพง กรุงเทพฯ ไปลง
สถานรี ถไฟพนุ พิน จ.สุราษฎรธ์ านี
แล้วต่อรถยนต์โดยสารไปกระบี่
• มรี ถบรกิ าร กรงุ เทพฯ-กระบ่ี ขน้ึ จากสถานี
ขนส่งสายใต้ใหม่ มาลงสถานขี นส่งกระบ่ี
แล้วต่อรถสองแถวแดงเข้าตวั เมอื ง
กลับมาอย่บู ้าน
แล้วจะพาไปเทย่ี วเขาพนม
นะพ่ลี ันตา เดินทางปลอดภยั นะ
บ๊ายบาย
41
ผู้เขียนเร่ือง ผวู้ าดภาพประกอบ
รัตนา คชนาท วภิ าวี จันทรวงศ์
จบการศึกษาจาก การศึกษา :
คณะอกั ษรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร ปริญญาตรี คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขา ศลิ ปศึกษา
เริ่มทำ�งานด้านหนังสือเดก็ ตั้งแตเ่ รยี นจบ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ปจั จบุ นั เปน็ นักวาดภาพประกอบ
นับวา่ เปน็ โอกาสทดี่ มี าก สนุกและมีความสุขท่ีไดค้ ิด อสิ ระ
และเขยี นหนังสอื ส�ำ หรับเด็ก รวมถงึ วาดภาพ รางวลั ที่ไดร้ ับ :
ประกอบหนงั สือเด็กดว้ ยเล็กๆ นอ้ ยๆ มุ่งม่นั ท่ีจะ - รางวลั ชนะเลศิ นทิ านภาพสง่ เสรมิ คณุ ธรรมรางวลั แวน่ แกว้
สร้างสรรคห์ นงั สอื เดก็ ดีๆ ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ เรอ่ื ง จุ๊ดจด๊ิ กบั จด๊ิ จดุ๊ ปี 2557
นกั อ่านตัวน้อยต่อไป - รางวัลชมเชยภาพประกอบหนงั สอื ประเภทสารคดสี �ำ หรับ
เดก็ เรอ่ื ง เหด็ ฟาง ในการประกวดหนงั สอื ดเี ดน่ (สพฐ)ปี 2557
- รางวลั ชมเชยภาพประกอบนทิ านเรอื่ ง ความดสี เี หลอื งสม้
จากการประกวดนิทานยอดเยีย่ มรางวลั มูลนธิ ิเดก็ ปที ่ี 15
โครงการสร้างสรรค์ส่ือการเรียนร้สู าระทอ้ งถ่นิ
จังหวัดภูเก็ตและจังหวดั กระบี่