The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชประวัติร.10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พระราชประวัติร.10

พระราชประวัติร.10

หอ งสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี

หองสมุดประชาชนอาํ เภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี

พระราชประวัติ

พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู ัวมหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู รชั กาลที่ ๑๐

ทรงราชย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชยเปน
พระมหากษัตริย รัชกาลใหม ตั้งแตวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒ วรรค ๒ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓ วรรค ๑ ไดบัญญัติเรื่องการสืบราชสันตติวงศวา ในกรณีท่ี
ราชบัลลังกหากวางลงและเปนกรณีที่พระมหากษัตริยไดทรงแตงต้ังพระรัชทายาทไวตามกฎมณเฑียรบาลวา
ดวยการสืบราชสันตติวงศ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แลว ใหคณะรัฐมนตรีแจงใหประธานรัฐสภาทราบ และให
ประธานรฐั สภาเรยี กประชุมรฐั สภาเพื่อรับทราบและใหป ระธานรัฐสภาอัญเชิญองคพระรัชทายาทข้นึ ทรงราชย
เปนพระมหากษัตรยิ ส ืบไป แลวใหป ระธานรฐั สภาประกาศใหประชาชนทราบ

โดยท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ไดทรงแตงต้ังสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ สยาม
มกฎุ ราชกมุ าร เปน พระรชั ทายาทไวต ามกฎมณเฑยี รบาลวาดว ยการสบื ราชสันตตวิ งศ พระพทุ ธศักราช ๒๔๖๗
แลว เมือ่ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศกั ราช ๒๕๑๕

สภานติ บิ ญั ญัตแิ หง ชาติ จงึ ไดม ีการประชุมและประธานสภานิตบิ ัญญัตแิ หงชาติไดน าํ ความกราบบังคม
ทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ข้ึนทรงราชยเปน
พระมหากษตั รยิ  และเม่ือวันที่ ๑ ธันวาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๙ ทรงมพี ระมหากรุณาธคิ ุณและยังความปลื้มปติ
แกป ระชาชนชาวไทยเปน อยางยง่ิ ดวยพระองคม พี ระราชดาํ รสั ตอบรบั การขึน้ ทรงราชยค วามวา ...

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติ ปฏิบัติหนาท่ีประธานรัฐสภาไดกลาวในนามของปวงชนชาว
ไทย เชิญขาพเจาขึ้นครองราชยเปนพระมหากษัตริย วาเปนไปตามพระราชประสงคของพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเปนไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาล วาดวยการสืบ

หองสมุดประชาชนอาํ เภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี

ราชสันตติวงศก บั รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทยนน้ั ขาพเจาขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพ่ือ
ประโยชนข องประชาชนชาวไทยทงั้ ปวง”

ณ บัดนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ท่ีทรงสถิตอยูใน
พระราชฐานะองคพระรัชทายาท มาต้ังแตพุทธศักราช ๒๕๑๕ นับเปนเวลาถึง ๔๔ ป จึงทรงเปนสมเด็จพระ
เจา อยหู วั พระมหากษัตริย รัชกาลที่ ๑๐ แหงราชวงศจักรี และมพี ระราชโองการโปรดเกลา โปรดกระหมอมให
เฉลิมพระปรมาภิไธยวา “สมเดจ็ พระเจาอยูหัวมหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”

สําหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนน้ั รชั กาลท่ี ๑๐ มีพระราชดาํ รวิ า ควรดําเนินการเมื่อเสร็จสิ้นการ
พระราชพิธถี วายพระเพลงิ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แลว

พระปรมาภไิ ธย

สมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระปรมาภิไธย อานวา สม-เด็ด-พระ-
เจา-อย-ู หัว-มะ-หา-วะ-ช-ิ รา-ลง-กอน-บอ-ดิน-ทระ-เทบ-พะ-ยะ-วะ-ราง-กนู

ภาษาอังกฤษวา “His Majesty King Maha Vajiralongkorn Bodindradebayavarangkun”
ตราพระปรมาภิไธย

ภาพประกอบจากนิทรรศการพลังแผน ดนิ อศั จรรยง านศลิ ปแ ผน ดินสยาม
(คดั ลอกจาก Seventeen Thailand)

ตราพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐
ออกแบบโดย นายสุนทร วิไล จากกรมศิลปากร ณ พระท่ีน่ังอัมพรส ถาน พระราชวังดุสิต
วันท่ี ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ซึ่งมีการออกแบบเชนเดียวกับ ตราพระปรมาภิไธยของ
พระมหากษัตรยิ ร ชั กาลกอ น ๆ ประกอบดว ย
พระมหาพิชัยมงกุฎเปลงรัศมี : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑
องคพระปฐมบรมมหากษัตริยในพระบรมมหาราชจักรีวงศ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมใหสราง
ข้ึนเปนราชศิราภรณ หน่ึงในเคร่ืองราชกกุธภัณฑ สําหรับสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจา แสดงถึงการเปน
พระมหากษัตริยโดยสมบูรณที่ไดรับการกราบบังคมทูลถวาย เมื่อเสด็จประทับเหนือพระที่น่ังภัทรบิฐ
ภายใตพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรขาว ๙ ช้ัน) ตามแบบอยางโบราณคร้ังกรุงศรีอยุธยา อันแสดงถึงพระ
บรมเดชานภุ าพ แผก ระจายไปไกลทั่วทุกหนแหง เพ่อื ปกปองคุมครองและชว ยเหลือประชาชนของพระองคท่ัว
ท้ังแผนดิน

หองสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

• เลข ๑๐ ภายใตพระมหาพิชัยมงกฎุ หมายถึง พระมหากษตั รยิ ใ นรัชกาลท่ี ๑๐
• ว . ป . ร . ย อ ม า จ า ก “ ว ชิ ร า ล ง ก ร ณ ป ร ม ร า ช า ธิ ร า ช ” อั ก ษ ร พ ร ะ ป ร ม า ภิ ไ ธ ย

“สมเด็จพระเจา อยหู ัวมหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร”
• ว. สีขาวนวล แสดงถึง วันพระราชสมภพ (วนั จันทร นบั ตามคตมิ หาทกั ษา)
• ป. สีเหลือง แสดงถงึ วนั พระราชสมภพพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัว ภูมิพลอดลุ ยเดช รัชกาลที่ ๙
• ร. สฟี า แสดงถงึ วนั พระราชสมภพสมเด็จพระนางเจา ฯ พระบรมราชนิ ีนาถ ในรัชกาลที่ ๙

พระบรมราชสมภพ

ภาพประกอบจากหนงั สือ ๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จดั ทําโดยมหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนครศรอี ยุธยา ตพี ิมพเม่ือป
๒๕๔๕

(คดั ลอกจากไทยพบี เี อส)

สมเด็จพระเจาอยูหวั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู พระราชสมภพ ณ พระทน่ี ัง่ อัมพรสถาน
พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทรท่ี ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ เวลา ๑๗.๔๕ น. ทรงเปนพระราชโอรส
เพียงพระองคเดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ี ๙ และ
สมเด็จพระนางเจาสริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ นบั เปน ปที่ ๗ แหง การเสด็จข้ึนทรงราชยข องรัชกาลที่ ๙

หองสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

พระเชษฐภคินีและพระขนิษฐา รัชกาลท่ี ๑๐

ภาพประกอบจากกาชาดสมั พันธฉบับพิเศษ โดยสภากาชาดไทย

สมเด็จพระเจาอยหู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระเชษฐภคนิ ี ๑ พระองค คือ
ทลู กระหมอมหญงิ อบุ ลรัตนราชกญั ญา สริ วิ ฒั นาพรรณวดี
และพระขนิษฐา ๒ พระองค คือ
สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า เจา ฟามหาจักรสี ริ ินธร มหาวชริ าลง
กรณวรราชภกั ดี สิรกิ ิจการณิ ีพรี ยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปย ชาติ สยามบรมราชกุมาร
สมเดจ็ พระเจานองนางเธอ เจาฟา จุฬาภรณวลยั ลักษณ อัครราชกมุ ารี กรมพระ ศรีสวางควัฒน
วรขตั ตยิ ราชนารี

หอ งสมุดประชาชนอาํ เภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี

พระราชโอรสและพระราชธิดา รชั กาลที่ ๑๐

ภาพประกอบจากเฟซบกุ Information Division of OHM

สมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชธิดา ๒ พระองค และ
พระราชโอรส ๑ พระองค ดังนี้
สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ประสูติ เมอ่ื วนั ท่ี ๗ ธันวาคม พุทธศกั ราช ๒๕๒๑ ณ พระทนี่ ั่งอมั พรสถาน พระราชวงั ดุสิต
สมเด็จพระเจาลกู เธอ เจา ฟาสริ ิวัณณวรี นารีรตั นราชกัญญา ประสตู ิ เมอื่ วนั ที่ ๘ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๐

ภาพประกอบจากกรมประชาสมั พนั ธ

สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟาทีปงกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประสูติ เมื่อวันท่ี ๒๙
เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘

หอ งสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี

พระราชพธิ ีสมโภชเดือนและข้นึ พระอู

เม่ือครั้งสมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญพระชนมายุ ๑ เดือน
กับ ๑๘ วัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ให
จัดพระราชพิธีสมโภชเดือนและข้ึนพระอู เมื่อวันท่ี ๑๔-๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๕ ณ พระท่ีน่ังอัมพร
สถาน พระราชวังดุสิต โดยสมเด็จพระสังฆราชเจา กรมหลวงวชิรญาณวงศ ทรงเปนประธานเจริญพระพุทธ
มนต ในเยน็ วนั ที่ ๑๔ กนั ยายน พุทธศักราช ๒๔๙๕

วันที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๕ ไดมีพิธีสงฆและพิธีพราหมณในหองพิธี เมื่อถึงพระฤกษ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจรดพระกรรไกรไทยขริบเสนพระเกศา และ
ทรงหลั่งนํ้าพระพุทธมนตเ ทพมนตจากเตาพระราชทาน แลว ทรงผูกดายพระขวญั ทรงเจิมพระราชทาน

พระนามรชั กาลที่ ๑๐ เมอ่ื พระชนมายุ ๑ พรรษา

เม่ือครั้ง รัชกาลท่ี ๑๐ พระชนมายุ ๑ พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานพระนาม โดยสมเดจ็ พระสังฆราชเจา กรมหลวงวชิ
รญาณวงศ เปน ผูต้ังพระนามถวาย วา

“สมเดจ็ พระเจา ลกู ยาเธอ เจาฟา วชริ าลงกรณ บรมจกั รยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธํารงสบุ รบิ าล
อภคิ ุณปู ระการมหติ ลาดลุ เดช ภมู ิพลนเรศวรางกูร กติ ตสิ ิริสมบูรณส วางควัฒน บรมขัตตยิ ราชกุมาร”

ซ่งึ เปนพระมงคลนามตามพระราชตระกลู โดย “วชิราลงกรณ” มาจาก “วชิรญาณ” พระนามฉายา
ขณะทรงพระผนวชในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกลา เจาอยหู ัว ผูทรงเปนพระไปยิกาธิ
ราช ผนวกกบั “อลงกรณ” จากพระนาม “จุฬาลงกรณ” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ
พระจุลจอมเกลาเจาอยูห วั รชั กาลท่ี ๕

หอ งสมุดประชาชนอาํ เภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

การศึกษา รชั กาลที่ ๑๐

เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ ขณะที่ สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟามหาวชิราลงกรณ มี
พระชนมายุ ๔ พรรษา ทรงเขาศึกษาชั้นอนุบาลปท่ี ๑ ณ โรงเรียนจิตรลดา ที่ตั้งอยู ณ พระท่ีน่ังอุดร ใน
พระราชวงั ดุสติ

ตอมาพุทธศักราช ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงทรง
พระกรณุ าโปรดเกลาฯ ใหไปทรงเขารับการศึกษาตอระดบั ประถมศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ที่โรงเรียนคิงสมีด
เมืองซีฟอรด แควนซัสเซ็กส และในเดือนกันยายนปเดียวกัน ไดเสด็จพระราชดําเนินไปทรงศึกษาระดับ
มัธยมศึกษาทโี่ รงเรยี นมลิ ลฟ ลด เมืองสตรที แควน ซัมเมอรเ ซต จนถึงเดอื นกรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๑๓

ในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ ไดเสด็จพระราชดําเนินจากประเทศอังกฤษไปทรงศึกษา
วิชาการทหารที่โรงเรยี นคิงส เขตพารามตั ตา นครซดิ นยี  ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเปนโรงเรียนเตรียมทหาร หลงั
ทรงแสดงความสนพระราชหฤทัยในกิจการเกี่ยวกับกองทัพและกิจการทหาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเสด็จพระราชดําเนินไปศึกษาเปนเวลา
๕ สัปดาห

พุทธศักราช ๒๕๑๕ ทรงเขาศึกษาในวิทยาลัยการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุง
แคนเบอรรา ประเทศออสเตรเลีย ซ่ึงหลักสูตรของวิทยาลัยการทหารแหงน้ีแบงออกเปน ๒ ภาค คือ ภาควิชา
การทหาร รับผิดชอบและดําเนินการโดยกองทัพบก ออสเตรเลีย นักเรียนท่ีสําเร็จตามหลักสูตรน้ีจะไดเปน
นายทหารยศรอยโท สวนอีกภาคหน่ึงเปนการศึกษาวิชาสามัญ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนิวเซาทเวลส
รับผิดชอบการวางหลักสูตร แบงออกเปนสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร อักษรศาสตร และวิทยาศาสตร นักเรียน
นายรอ ยทผ่ี า นหลักสูตรดังกลาวจะไดรบั ปริญญาตรีตามสาขาวิชาทเี่ ลือกศึกษา โดยพระองคทรงเลือกศึกษาใน
สาขาวิชาอักษรศาสตร ทรงสาํ เร็จการศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๑๙

เมอ่ื เสด็จนวิ ัตประเทศไทย ทรงรับราชการทหารและทรงศึกษาตอท่ีโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุน ที่
๔๖ พุทธศักราช ๒๕๒๐ ทรงเขาศึกษาในสาขาวิชานิติศาสตร รุนที่ ๒ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
พุทธศกั ราช ๒๕๒๕ ทรงสาํ เรจ็ การศกึ ษานิติศาสตรบณั ฑติ (เกยี รตินยิ มอนั ดบั ๒)

นอกจากน้ี ยังทรงศึกษาตอยังวิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร และทรงรับการฝกอบรมหลักสูตร
ทางการทหาร การบินอีกหลายหลักสูตร ทรงผานการฝกอบรมเครื่องบินรบจนมีพระปรีชาสามารถและมี
จํานวนชั่วโมงบินสูงมาก รวมท้ังทรงศึกษาหลักสูตรนักบินพาณิชย จากสถาบันการบินพลเรือน ทรงสอบได
ใบอนญุ าตนกั บินพาณิชยตรี

เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๗ ทรงเขาศึกษาหลักสูตรนักบินพาณิชยเอก จากบริษัท การบินไทย และทรง
สําเร็จการศึกษาและการบินดวยเคร่ืองบินพาณิชยจริง ทรงไดรับใบอนุญาตเปนกัปตันเคร่ืองบินโบอิ้ง ๗๓๗
ดวยความสนพระราชหฤทัยและวิริยอุตสาหะทําใหพระองคทรงมีพระปรีชาชาญดานการบิน รอบรูทั้ง
ภาคทฤษฎี และภาคปฏบิ ตั ิ จนไดรับพระนามใหเปน “เจาฟานักบิน”

หองสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

สมเด็จพระยุพราช

ภาพประกอบจากกาชาดสมั พนั ธฉบับพิเศษ โดยสภากาชาดไทย

วันท่ี ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ขณะทรงดํารงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ
เจาฟาวชิราลงกรณ พระชนมายุ ๒๐ พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหต้ังการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย ใหดํารง
พระอิสริยยศเปนสมเด็จพระยุพราชมกุฎราชกุมาร หรือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ
สยามมกุฎราชกุมาร ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ทรงหลั่งน้ําพระมหาสังขทักษิณาวัฏพระราชทานแด สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ
สยามมกุฎราชกุมาร จากน้ันพระราชทานพระสุพรรณบัฏ พระนามาภิไธย พระราชลัญจกร พระแสงดาบ
ฝก ทองเกลย้ี ง เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ และเครอ่ื งราชอสิ ริยยศ ตามลําดับ และในพระสพุ รรณบัฏจารึกพระนาม
ไววา

“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณ
สวางควฒั น วรขตั ติยราชสนั ตติวงศ มหติ ลพงศอดลุ ยเดช จกั รีนเรศยพุ ราชวิสุทธิ สยามมกฎุ ราชกุมาร”

ซ่ึงเปน พระรัชทายาทตามกฎมณเฑยี รบาลวาดวยการสบื ราชสันตติวงศ พระพทุ ธศักราช ๒๔๖๗ และ
ในมงคลวาระนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไดทรงมีพระราชดํารัสถวายสัตยปฏญิ าณ
ในการพธิ ีถอื น้าํ พพิ ัฒนสตั ยา ณ พระอุโบสถ วดั พระศรีรตั นศาสดาราม ซึ่งแสดงถึงพระราชปณิธานที่ทรงมุงม่ัน
จะบาํ เพญ็ พระราชกรณียกิจเพือ่ ชาติบานเมืองและประชาชนชาวไทย ดงั ความสาํ คญั วา

“ขาพระพุทธเจา ขอพระราชทานกระทําสัตยปฏิญาณ ตอประเทศชาติและประชาชนชาวไทย
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทามกลางสันนิบาตนี้วา ขาพเจาผูเปน
สยามมกฎุ ราชกุมาร จะรักษาเกียรตยิ ศและอริยศกั ดิ์ ซึ่งทรงพระกรณุ าโปรดเกลา โปรดกระหมอ ม พระราชทาน

หองสมุดประชาชนอาํ เภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี

ไวดวยชีวิต จะภักดีตอชาติบานเมือง จะซ่ือสัตยตอประชาชน จะปฏิบัติภาระหนาที่ทุกอยาง โดยเต็ม
กําลังสติปญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ เพ่ือความเจริญสงบสุข และความม่ันคงไพบูลย ของ
ประเทศไทย จนตราบเทาชีวิตรา งกายจะหาไม”

ทรงผนวช

ภาพประกอบจากหนงั สือการพระราชพธิ ีทรงผนวช
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าช เจาฟา มหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พุทธศกั ราช ๒๕๒๑

(คัดลอกจากสาํ นกั ขา วเจาพระยา)

วันท่ี ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๑ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจาฟามหาวชิราลงกรณ
สยามมกุฎราชกุมาร ทรงผนวชเพ่ือบําเพ็ญพระราชกุศลในพระศาสนา และสนองพระเดชพระคุณ
สมเด็จพระบรมราชบุพการีตามจารีตนิยม ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน วาสโน) วัดราชบพิธ เปน
พระราชอุปธยาจารย และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
(เจริญ สุวฑฺฒโน) เปนพระกรรมวาจาจารย ไดรับถวายสมณนาม วา “วชิราลงกรโณ” ประทับ ณ
วัดบวรนเิ วศราชวรวิหาร เม่อื ครบ ๑๕ วนั ทรงลาสกิ ขา

หองสมุดประชาชนอาํ เภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

พรรณไมป ระจาํ รชั กาล

“รวงผึ้ง” หรือช่ือภาษาพ้ืนเมือง “นํ้าผ้ึง” หรือ “สายนํ้าผึ้ง” ตนไมมงคลอันทรงคุณคาและมีเกียรติท่ี
ถูกยกใหเปนพรรณไมประจําพระองค สมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลท่ี
๑๐ เนอื่ งจากผลดิ อกในชวงเดือนพระบรมราชสมภพ เดอื นกรกฎาคม-สิงหาคม สว นสเี หลืองของดอกรวงผ้ึงยัง
เปนสีประจําวันพระบรมราชสมภพ (วันจันทร ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕) รวมถึงยังทรงปลูกตน
รวงผึ้งไวตามสถานท่ีตาง ๆ ที่เสด็จพระราชดําเนินไปประกอบพระราชกรณียกิจ เพ่ือพระราชทานไวใหเปน
ตัวแทนพระองคและเปนสริ มิ งคลแกป ระชาชน

สําหรับ “รวงผึ้ง” ไมยืนตนขนาดกลาง ท่ีมีถิ่นกําเนิดในประเทศไทย พบมากในปาทางภาคเหนือ
ทนแดดและชอบขน้ึ ในท่แี ลง ลําตนแตกก่งิ ตาํ่ ลกั ษณะลาํ ตน เปน ทรงพมุ มน ออกใบเด่ียวเรยี งสลับกนั ดานหนา
ใบจะเปนสีเขียวและหลังใบเปน สนี ้ําตาลนวล ดอกรวงผ้ึงผลิดอกนาน ๗-๑๐ วัน สงกล่ินหอมตลอดท้ังวนั และ
มสี เี หลอื งอรา มดโู ดดเดน ออกดอกเปนชอตามซอกใบ ลกั ษณะดอกมีกลบี เลย้ี ง ๕ แฉกตดิ กบั โคนกลีบและเปน
ฐานรองกระจุกเกสรตวั ผู ไมมกี ลีบดอก สวนผลของตน รวงผง้ึ มีลกั ษณะเปน ทรงกลม ผลแหง และมขี น

ประโยชนของตนรวงผ้ึง แมจ ะไมใชไมยืนตน ขนาดใหญ แตก ช็ วยบังแดดและใหรม เงาได เปน ไมมงคล
ท่ีเหมาะจะนํามาปลูกประดับสวนภายในบานและตามสถานที่ตาง ๆ โดยเฉพาะบานท่ีมีคนธาตุไฟ
ตนรวงผึ้งก็จะชวยเสริมความเปนสิริมงคลใหมากย่ิงข้ึน รวมถึงดอกรวงผ้ึงมีกลิ่นหอมซึ่งชวยปรับ
บรรยากาศใหส ดชนื่ อกี ดวย

หองสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

วัดประจํารัชกาล

ภาพประกอบจาก Anirut Thailand / Shutterstock.com

วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร หรือ วัดทุงสาธิต วัดประจํารัชกาลที่ ๑๐ ตั้งอยู แขวงบางจาก เขตพระ
โขนง กรุงเทพฯ สรางขึ้นประมาณพุทธศักราช ๒๓๙๙ โดยคหบดีชาวลาวชื่อ นายวันดี ท่ีอพยพมาจาก
เวียงจันทน แตเมื่อคหบดีทานน้ีถึงแกกรรม รวมถึงเจาอาวาสรูปสุดทายมรณภาพ ทําใหไมมีใครสืบสานตอจน
กลายเปนวดั รา ง

ตอ มา พระอาจารยส าธิต ฐานวโร (หลวงพอ ศรีนวล) ไดรบั การนิมนตมาบรู ณะวดั ทุงสาธติ ทา นก็ไดไป
เรียนปรึกษาหารือผูท่ีเก่ียวของหลายฝาย ทั้ง เจาคณะจังหวัดพระนคร เจาคณะอําเภอพระโขนง รวมถึงฝาย
ฆราวาส เลขานกุ ารกรมศาสนา รองอธบิ ดีกรมศาสนา ซึ่งไดรบั การสนับสนุนดว ยดี และในทส่ี ดุ มหาเถรสมาคม
ไดอนุมตั ใิ หทาํ การบรู ณะวดั ทุงสาธิตขึ้นเปน วดั ท่ีมีพระสงฆ

เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖ และกระทรวงศึกษาธิการไดมีการประกาศต้ังวัดทุงเปนวัด
สมบูรณ ตัง้ แตว ันที่ ๓๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖ จากวดั รา งกลางทงุ มแี ตกองอฐิ กองปูน ซากปรกั หักพัง
ภายในเวลา ๒ ป กลับกลายเปน วดั ท่ีสวยงาม สงบ รมรน่ื ทาํ ใหเปนท่เี คารพและเลื่อมใสของชาวพระโขนงเปน
อยา งมาก

ดวย พระอาจารยสาธิต ฐานวโร มีใจเคารพใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ผูทรงเปนองคเอกอัครศาสนูปถัมภก และเพื่อเปนการถวายความจงรักภักดี ทานจึงขอ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตถวายวัดทุงสาธิต แดสมเด็จพระเจาลูกยาเธอ เจาฟาวชิราลงกรณ
(พระยศรัชกาลท่ี ๑๐ ในขณะนน้ั ) และเมื่อวนั ท่ี ๙ กนั ยายน พุทธศักราช ๒๕๐๘ รชั กาลที่ ๙ ทรงโปรดเกลาฯ
ใหสมเดจ็ พระเจา ลูกยาเธอ เจา ฟาวชิราลงกรณ ทรงรับวดั ทุง สาธติ ไวใ นพระอปุ ถมั ภ พรอมไดพ ระราชทานนาม
วัดใหมวา “วัดวชริ ธรรมสาธติ วรวิหาร”

หอ งสมุดประชาชนอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

ขอขอบคณุ ขอ มูลจาก
ราชกจิ จานเุ บกษา
สารานกุ รมไทยสําหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงคในพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู ัว
กาชาดสัมพันธฉ บับพิเศษ โดยสภากาชาดไทย
สถานวี ทิ ยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทศั นรัฐสภา
ไทยพีบีเอส
หอ งสมดุ สํานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร
กรมปา ไม
- กองพฒั นาศษิ ยเ กาสัมพนั ธ มหาวิทยาลยั นเรศวร
ประตสู ธู รรม
มหาวิทยาลัยราชภฏั รําไพพรรณี


Click to View FlipBook Version