The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Project G5, 2024-01-09 00:30:09

หน่วยที่ 4 การใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล

หน่วยที่ 4อินเทอร์เน็ตPDF

4.1 ความหมายของการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ 4.4 ประโยชน์ของ Search Engine 4.2 ประเภทการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ 4.5 การสืบค้นข้อมูลด้วย Google 4.3 หลักการค้นหาข้อมูลของ Search Engine โลกยุคอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนี้มีข้อมูลมหาศาล การที่จะค้นหาข้อมูลจํานวนมากมายอย่างนี้ อาจจะ กดคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลได้ไม่ง่าย จําเป็นจะต้องอาศัยการค้นหาข้อมูลด้วยเครื่องมือค้นหา ที่เรียกว่า Search Engine เข้ามาช่วย เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหา ข้อมูลมีมากมาย ทั้งที่ เป็นของคนไทย และต่างประเทศ ความหมาย/ประเภท ของ Search Engine การค้นหาข้อมูลบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ตที่มีอยู่เป็นจํานวนมาก ถ้าเปิดไปทีละหน้าจอ อาจจะต้องเสียเวลาในการค้นหา และอาจหา ข้อมูลที่ต้องการไม่พบ การที่จะค้นหาข้อมูลให้พบ อย่างรวดเร็ว จะต้องใช้เว็บไซต์สําหรับการค้นหาข้อมูล ที่เรียกว่า Search Engine Site ซึ่งทํา หน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่าง ๆ เอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อ ที่ต้องการค้นหาแล้วป้อนคํา หรือข้อความของหัวข้อนั้น Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการ และ การจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภท ของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นํามาใช้ เก็บรวบรวมข้อมูล ๆ หน่วยที่ การใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล หัวข้อเรื่อง (Topics) แนวคิดสำคัญ (Main ldea)


ใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) 1. บอกความหมายของการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศได้ 2. บอกประเภทการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศได้ 3. อธิบายหลักการค้นหาข้อมูล Search Engine ได้ 4. บอกประโยชน์ของ Search Engineได้ 5. บอกวิธีการสืบค้นข้อมูลด้วย Googleได้ 4.1 ความหมายของการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ (Information retrieval) หมายถึง กระบวนการค้นหา สารสนเทศที่ต้องการ โดยใช้เครื่องมือสืบค้นสารสนเทศที่สถาบันบริการสารสนเทศจัดเตรียมข้อมูล ไว้ให้บริการ การสืบค้นสารสนเทศ แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ 4.1.1 การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบมือ (Manual System) การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบมือ สามารถกระทําได้โดยผ่านเครื่องมือหลายประเภท เช่น บัตรรายการ บัตรดรรชนีวารสาร บรรณานุกรม เป็นต้น 4.1.2 การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System) การสืบค้นสารสนเทศด้วยระบบคอมพิวเตอร์สามารถทําได้โดยผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ในการค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ ฐานข้อมูลโอแพ็ก ฐานข้อมูลซีดีรอม ฐานข้อมูล ออนไลน์ฐานข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต สมรรถนะย่อย (Element of Competency) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) เนื้อหาสาระ (Content)


4.2 ประเภทการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต สามารถแบ่งตามลักษณะการทํางานได้ 3 ประเภท ดังนี้ 4.2.1 Crawler Based Search Engines Crawler Based Search Engines เป็นเครื่องมือการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตแบบอาศัย การบันทึกข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นจําพวก Search Engine ที่ได้รับความนิยม สูงสุด เนื่องจากให้ผลการค้นหาแม่นยําที่สุด และการประมวลผลการค้นหาสามารถทําได้อย่าง รวดเร็ว จึงทําให้มี บทบาทในการค้นหาข้อมูลมากที่สุดในปัจจุบัน โดยมีองค์ประกอบหลักเพียง 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1. ฐานข้อมูล โดยส่วนใหญ่แล้ว Crawler Based Search Engine เหล่านี้จะมีฐานข้อมูล เป็นของตัวเองที่มีระบบการประมวลผล และการจัดอันดับที่เฉพาะ เป็นเอกลักษณ์ของตนเองอย่าง มาก 2. ซอฟต์แวร์คือ เครื่องมือหลักสําคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งสําหรับ Search Engine ประเภทนี้ เนื่องจากต้องอาศัยโปรแกรมเล็ก ๆ ทําหน้าที่ในการตรวจหาและทําการจัดเก็บข้อมูล หน้าเพจ หรือเว็บไซต์ ต่าง ๆ ในรูปแบบของการทําสําเนาข้อมูลเหมือนกับต้นฉบับทุกอย่าง ซึ่งจะรู้จักกันใน ชื่อ Spider หรือ Web Crawler หรือ Search Engine Robots ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ได้แก่ Google, Yahoo, MSN, Live, Search, Technorati (สําหรับ Blog) ส่วนลักษณะการทํางาน และ การเก็บข้อมูลของ Web Crawler หรือ Robot หรือ Spider นั้น แต่ละแห่งจะมีวิธีการเก็บข้อมูล และการจัดอันดับข้อมูลที่ต่างกัน 4.2.2 Web Directory wa Blog Directory Web Directory หรือ Blog Directory คือ สารบัญเว็บไซต์ที่ให้สามารถค้นหาข่าวสาร ข้อมูล อ้างอิง เพื่อหาข้อเท็จจริงได้ ในขณะที่ค้นหาข้อมูลเพราะว่าจะมีเว็บไซต์มากมาย หรือ Blog มากมายที่มี เนื้อหาคล้าย ๆดรรชนี ระบุหมวดหมู่อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การค้นหาข้อมูลตาม หมวดหมู่นั้น ๆ ได้รับการเปรียบเทียบ ด้วยหมวดหมู่ข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน ในปริมาณมาก ๆ คล้ายกับสมุดหน้าเหลือง โดยจะมีการสร้าง กันในหมวดหมู่เดียวกัน ให้เลือกที่จะหาข้อมูลได้ ตรงประเด็นที่สุด ได้แก่ 1. ODP หรือ Dmoz เป็น Web Directory ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Search Engine หลาย แห่ง การบันทึกข้อมูลประมาณ 80 ภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยด้วย (URL : http://www.dmoz.org) 2. สารบัญเว็บไทย SANOOK เป็น Web Directory ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ในเมืองไทย (URL : http://webindex.sanook.com )


3. Blog Directory หรือ BlogFlux Directory สําหรับการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบล็อกตาม หมวดหมู่ต่าง ๆ หรือ Blog Directory อื่น ๆ ที่สามารถหาค้นหาข้อมูล 4.2.3 Meta Search Engine Meta Search Engine คือ Search Engine ที่สามารถสืบค้นข้อมูลจาก Search Engine และหรือ Web Directories ได้มากกว่า 1 ตัวในเวลาเดียวกัน และแสดงผลการสืบค้นที่ได้รับจาก Search Engine เหล่านั้นในเวลาเดียวกัน โดยเสนอผลการสืบค้นในรูปแบบที่สะดวก ซึ่งบางครั้ง จะมีการปรับแต่งผล การสืบค้นที่ได้รับทั้งหมดให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน และบูรณาการผลการ สืบค้นเหล่านี้เข้าเป็นชุดเดียวกัน ลักษณะของ Meta Search Engine เป็นเครื่องมือสําหรับใช้สืบค้นข้อมูลบนเว็บ โดยจะ ประกอบด้วย Search Engine และหรือ Web Directories หลายตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะรวม Search Engine ที่ สําคัญ ๆ เหล่านี้ไว้ ได้แก่ Yahoo, Goto, Northern Light, Google, Direct Hit, Alta Vista, Lycos, Excite, Infoseek, Hot Bot, Web Crawler และอื่น ๆ Meta Search Engine เหมาะสําหรับการดําเนินการสืบค้นข้อมูลแบบง่าย (Simple Search) การสืบค้นข้อมูลด้วยคําค้นที่เป็นคําหรือวลีที่มีลักษณะเฉพาะ หรือการสืบค้นที่ต้องการ ทดสอบคําค้น (เพียง 1 หรือ 2 คําค้น) ว่าจะให้ผลการสืบค้นเป็นอย่างไร Meta Search Engine ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มี ประโยชน์สําหรับการสืบค้นข้อมูลในกรณีที่รีบเร่ง และต้องการดูผลลัพธ์ โดยภาพรวมอย่างรวดเร็วในหัวข้อ เรื่องหรือคําค้นที่มีความเฉพาะเจาะจง นอกจากนี้ ยังมีค่า สําหรับการส่งข้อคําถามไปยังแหล่งการสืบค้น หลายแห่งในครั้งแรกอีกด้วย สําหรับจุดเด่นของ Meta Search Engine มีดังนี้ คือ ยอมให้มีการเข้าถึง Search Engine หลายตัวในเวลาเดียวกัน มีความเร็วในการสืบค้นข้อมูลสูง และมีการเสนอผลการสืบค้นในรูป บูรณาการ และเป็นรูปแบบเดียวกัน ส่วนจุดด้อยของ Meta Search Engine อาจสรุปได้ดังนี้ 1. มี Meta Search Engine จํานวนน้อยที่ไปค้นข้อมูลจาก Search Engine ตัวที่มี ประโยชน์ I และ Search Engine ที่มีขนาดใหญ่ เช่น Northern Light และ Fast Search เป็นต้น 2. Meta Search Engine ไม่ได้ให้ทางเลือกในการสืบค้นมากเท่ากับที่ Search Engineแต่ ละตัวมี 3. การที่ Meta Search Engine ส่งข้อคําถามที่มีกฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์ (Syntax) และ การเชื่อมประสานในรูปแบบเดียวกันไปยัง Search Engine แต่ละตัวซึ่งมีความแตกต่างกันนั้น จึง เป็นไป ไม่ได้ที่ Meta Search Engine จะได้รับประโยชน์จากลักษณะทั้งหมดที่ Search Engine แต่ละตัวมี ดังนั้น ผลการสืบค้นที่ได้รับจึงอาจผันแปรไป


4. Meta Search Engine มีข้อจํากัดในการใช้เทคนิคการสืบค้น กล่าวคือ ส่วนใหญ่จะ ยอมรับการใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (" ") แต่มีส่วนน้อยที่ยอมรับการใช้ตรรกะบูลีน และมีเพียง บางตัว เท่านั้นที่ยอมรับการใช้เครื่องหมายต่างเหล่านี้ คือ เครื่องหมายวงเล็บ ( ) เครื่องหมายบวก + (OR) เครื่องหมายลบ – (AND) และเครื่องหมายดอกจัน * (Truncate) เป็นต้น 5. Meta Search Engine จะไม่นําผลการสืบค้นที่ Search Engine แต่ละตัวสืบค้นได้ ทั้งหมดมาแสดง ปกติจะนําเอาเฉพาะผลการสืบค้นที่ปรากฏในลําดับต้น ๆ ของรายการผลการ สืบค้นของ แต่ละ Search Engine มาแสดงเท่านั้น ตัวอย่างของ Meta Search Engine • AskJeeves (http://askjeeves.com) • Beaucoup Search Engines (http://www.beaucoup.com/engines.html) • Cyber411 (http://cyber411.com) •Debriefing (http://www.debriefing.com) • Dogpile (http://www.dogpile.com) • Finder Seeker (http://www.finderseeker.com) Highway61 (http://www.highway61.com) • Inference Find (http:///infind.com) •Internet Sleuth (http://www.isleuth.com) • Mamma (http://www.mamma.com) • MetaCrawler (http://www.metaclawler.com) • Metafind( http://www. Metafind.com ) • MetaGopher (http://www.metagopher.com) • ProFusion (http://www.profusion.com) • SavvySearch (http://www.savvysearch.com) •Search Spaniel (http://www.searchspaniel.com) • Ixquick (http://ixquick.com) • Starting Point (http://www..stpt.com) • SurfWax (http://www.surfwax.com)


1.Google:https://www.google.com 2.YAHOO:https://search.yahoo.com รูปที่ 4.3 Search Engine ที่มีผู้เข้าไปสืบค้นข้อมูลเป็นจำนวนมาก


3.Yandex:https://Yandex.com 4.Aol.:https://search.aol. com 5.Ask.:https://www.ask.com รูปที่ 4.3 (ต่อ) Search Engine ที่มีผู้เข้าไปสืบค้นข้อมูลเป็นจำนวนมาก


6.Baidu:https://www.baidu.com 7.Bing:https://www.bing.com รูปที่ 4.3 (ต่อ) Search Engine ที่มีผู้เข้าไปสืบค้นข้อมูลเป็นจำนวนมาก


4.3 หลักการค้นหาข้อมูลของ Search Engine หลักในการค้นหาข้อมูลของ Search Engine จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ ศูนย์บริการ ต้องการจะเก็บข้อมูลแบบได โดยมีหลักการค้นหาข้อมูล ดังนี้ 1. การค้นหาจากชื่อของตําแหน่ง URL ในเว็บไซต์ต่าง ๆ 2. การค้นหาจากคําที่มีอยู่ใน Title (ส่วนที่ Browser ใช้แสดงชื่อของเว็บเพจอยู่ทางด้านซ้าย บนของ หน้าต่างที่แสดง 3. การค้นหาจากคําสําคัญหรือคําสั่ง keyword (อยู่ใน tag คําสั่งใน html ที่มีชื่อว่า meta) 4. การค้นหาจากส่วนที่ใช้อธิบายหรือบอกลักษณะ site lugnion troultery) 5. ค้นหาคําในหน้าเว็บเพจด้วยบราวเซอร์ ซึ่งการค้นหาคําในหน้าเว็บเพจนั้นจะใช้ในกรณีที่เข้า ไป ค้นหาข้อมูลที่เว็บเพจใดเว็บเพจหนึ่ง แล้วภายในมีข้อความปรากฏอยู่เต็มไปหมด การที่จะมาดู รายละเอียด ทีละบรรทัดคงไม่สะดวก ในลักษณะนี้ให้ใช้บราวเซอร์ช่วยค้นหา โดยขั้นแรกให้นํา เมาส์ไปคลิกที่ Menu Edit แล้วเลือกบรรทัดคําสั่ง Find in Page หรือกดปุ่ม Ctrl + F ที่ keyboard ก็ได้ จากนั้นใส่คําที่ต้องการค้นหา ลงไปแล้วก็กดปุ่ม Find Next โปรแกรมก็จะวิ่งหา คําดังกล่าว หากพบข้อมูลมันก็จะกระโดดไปแสดงคํานั้น ๆ ซึ่งสามารถกดปุ่ม Find Next เพื่อ ค้นหาต่อได้ อีกจนกว่าจะพบข้อมูลที่ต้องการ เทคนิคในการค้นหาข้อมูล 11 ประการ 1. เลือกรูปแบบการค้นหาให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการมากที่สุด เช่น ถ้าต้องการจะค้นหาข้อมูลที่มี ลักษณะทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจง ควรเลือกบริการสืบค้นข้อมูลแบบ Index ของ yahoo เพราะ โอกาสที่จะ Onions Ceยกลัง นาดแคบลงและ ค้นพบนั้นมีมากกว่าการสุ่มหาโดยใช้วิธีแบบ Search Engine 2. ใช้คํามากกว่า 1 คําที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกันช่วยค้นหา เพราะจะไ ชี้เฉพาะมากขึ้น 3. ใช้บริการของผู้ให้บริการเฉพาะด้าน เช่น การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของภาพยนตร์ก็ ควร เลือกใช้ Search Engine ที่ให้บริการใกล้เคียง เพื่อผลลัพธ์ที่ได้จะน่าเชื่อถือมากกว่า 4. ใส่เครื่องหมายคําพูดครอบคลุมกลุ่มคําที่ต้องการ เพื่อบอกกับ Search Engine ว่า ต้องการ ผล การค้นหาที่มีคําในกลุ่มนั้นครบและตรงตามลําดับที่พิมพ์ทุกคํา เช่น "free shareware" เป็น ต้น


5. การขึ้นต้นของตัวอักษรตัวเล็กเท่ากันหมด Search Engine จะเข้าใจว่าต้องการให้ค้นหาคํา ดังกล่าวแบบไม่ต้องสนใจว่าตัวอักษรที่ได้จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ดังนั้น หากต้องการค้นหาคําตรง ตามแบบ ที่เขียนไว้ ควรพิมพ์ด้วยอักษรตัวใหญ่แทน 6. ใช้ตัวเชื่อมทาง Logic หรือตรรกศาสตร์เข้ามาช่วยค้นหา ได้แก่ (1) AND คําสั่งค้นหาโดยจะต้องมีคํานั้น ๆ มาแสดงด้วยเท่านั้นโดยไม่จําเป็นว่าจะต้อง ติดกัน เช่น phonelink AND pager เป็นต้น (2) OR คําสั่งค้นหาโดยจะต้องนําคําใดคําหนึ่งที่พิมพ์ลงไปมาแสดง ในกา (3) NOT คําสั่งไม่ให้เลือกคํานั้น ๆ มาแสดง เช่น food and cheese not butter คือ ให้ ทําการหา เว็บที่เกี่ยวข้องกับ food และ cheese แต่ต้องไม่มี butter เป็นต้น 7. ใช้เครื่องหมายบวกลบคัดเลือกคํา + หน้าคําที่ต้องการจริง ๆ - (ลบ) ใช้นําหน้าคําที่ไม่ ต้องการ () ช่วยแยกกลุ่มคํา เช่น (pentium+computer)cpu 8. ใช้เป็นตัวร่วม เช่น com” เป็นการบอกให้หาคําที่มีคําว่า com ขึ้นหน้า ส่วนด้านท้ายจะ เป็นอะไ ไม่สนใจ “tor เป็นการให้หาคําที่ลงท้ายด้วย tor ด้านหน้าจะเป็นอะไรไม่สนใจ 9. หลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลข พยายามเลี่ยงการใช้คําค้นหาที่เป็นคําเดี่ยว ๆ หรือเป็นคําที่มีตัวเลข ปน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ อย่าลืมใส่เครื่องหมายคําพูด (" ") ลงไปด้วย เช่น windows 10" - shirt 10. หลีกเลี่ยงภาษาพูด หลีกเลี่ยงคําประเภท Natural Language หรือเรียกง่าย ๆ ว่าคําหรือ ข้อความที่เป็นภาษาพูด หรือเป็นประโยค ควรสรุปเป็นเพียงกลุ่มคําหรือวลี ที่มีความหมายรวม ทั้งหมดไว้ Advanced Search อย่าลืมที่จะใช้ Advanced Search เพราะจะมีส่วนช่วยได้มากใน การบีบประเด็นหัวข้อ ให้แคบลง ซึ่งจะทําให้ได้รายชื่อเว็บไซต์ ที่ตรงกับความต้องการของมากขึ้น และกามเลส 11. เลือกใช้ Help แต่ละเว็บจะมีปุ่ม help หรือ Site map ไว้คอยช่วยเหลือ แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ มัก มองข้าม help/site ที่ช่วยในการอธิบายออปชัน หรือการใช้งาน/แผนผังปลีกย่อยของแต่ละ เว็บไซต์ 4.4 ประโยชน์ของ Search Engine เครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา (Search Engine) มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั่วไป เนื่องจากข้อมูลข่าวสารบนโลกอินเทอร์เน็ตมีมหาศาล และเมื่อผู้ใช้ต้องการข้อมูล สารสนเทศใด ๆ จําเป็น ต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหา เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศที่ ผู้ใช้งานต้องการ


Search Engine มีประโยชน์ ดังนี้ 1. ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว 2. สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ข่าว MP3 และอื่น ๆ 3. สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทางที่จัดทําไว้ เช่น download.com เว็บไซต์เกี่ยวกับ ข้อมูล และซอฟต์แวร์ เป็นต้น 4. มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล 5. รองรับการค้นหาภาษาไทย 4.5 การสืบค้นข้อมูลด้วย Google Google Search Engine เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต โดย การ ค้นหาข้อมูลจากข้อความ หรือตัวอักษรที่พิมพ์เข้าไป แล้วทําการค้นหาข้อมูล รูปภาพ หรือ เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องนํามาแสดงผล 4.5.1 Google Search Google Search เป็นเครื่องมือที่ให้บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Search Engine) ของเว็บไซต์ Google.com โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าเว็บไซต์ www.google.com จากนั้นพิมพ์คํา หรือข้อความ (Keyword) เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการค้นหา แล้วกดปุ่ม Enter เพียงเท่านี้ Google Search ก็จะแสดงเว็บไซต์ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Keyword เหล่านั้นทันที ไม่เฉพาะแต่เพียงการ ค้นหาข้อมูลในรูปของเว็บไซต์ เท่านั้น แต่ Google Search ยังสามารถค้นหาข้อมูลที่เป็นไฟล์ รูปภาพ (Images) กลุ่มข่าว (News Groups) และ สารบบเว็บ (Web Directory) ให้อีกด้วย รูปที่ 4.4 Google Search (ที่มา : www.google.com)


4.5.2 รูปแบบการค้นหาข้อมูลด้วย Googleที่ควรทราบ การค้นหาโดยทั่วไปส่วนใหญ่แล้วจะใช้ Keyword เป็นเครื่องมือในการนําทางการค้นหา อย่างเดียว แต่ถ้าผู้ใช้รู้จักใช้เครื่องหมายบางตัวร่วมด้วย จะทําให้ขอบเขตการค้นหาของ Google แคบลง ทําให้ผู้ใช้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น เครื่องหมายที่สามารถนํามาช่วยในการ ค้นหาได้ มีดังนี้ 1. การใช้เครื่องหมายบวก (+) เชื่อมคํา โดยปกติ Google จะไม่ใส่ใจในการค้นหาข้อมูล จากการพิมพ์ Keyword ประเภท Common Word (ค้าง่าย ๆ) เช่น at, with, on, what, when, where, how, the, to, ofแต่เนื่องจากเป็นบางครั้งคําเหล่านี้เป็นคําสําคัญของประโยคที่ผู้ใช้ จําเป็นต้องค้นหา ดังนั้นเครื่องหมาย + จะช่วยเชื่อมคํา โดยมีเงื่อนไขว่า ก่อนหน้าเครื่องหมาย + ต้องมีการเว้นวรรค 1 เคาะด้วย เช่น หากต้องการค้นหาเว็บไซต์เกี่ยวกับเกมที่มีชื่อว่า Age of Empire ถ้าผู้ใช้พิมพ์ Keyword Age of Empire Google ก็จะทําการค้นหาแยกคําโดยไม่สนใจ คําว่า of และจะค้นหาคําว่า Age หรือ Empire เพียง สองคํา แต่ถ้าผู้ใช้ระบุว่า Age+of Empire แบบนี้ Google จะทําการค้นหาทั้งคําว่า Age, of และ Empire รูปที่ 4.5 ผลการค้นหาคำว่า Age+of Empire


2. ตัดบางคําที่ไม่ต้องการค้นหาด้วยเครื่องหมายลบ (-) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตัดเรื่อง ที่ ผู้ใช้ไม่ต้องการ หรือไม่เกี่ยวข้องออกไปได้ เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการล่องแก่ง แต่ไม่ต้องการการล่องแก่งที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดตาก ให้ผู้ใช้พิมพ์ Keyword ว่า ล่องแก่ง จังหวัด ตาก (เช่นเดียวกับเครื่องหมาย + ต้องเว้นวรรคก่อนหน้าเครื่องหมายด้วย) Google จะทําการ ค้นหาเว็บไซต์ที่ เกี่ยวกับการล่องแก่ง แต่ไม่มีจังหวัดตากเข้ามาเกี่ยวข้อง รูปที่ 4.6 ผลการค้นหาคำว่า ล่องแก่ง-จังหวัดตาก 3. การค้นหาด้วยเครื่องหมายคําพูด (".") สําหรับการค้นหาคํา Keyword ที่มีลักษณะ เป็น ประโยควลีหรือกลุ่มคําที่ผู้ใช้ต้องการให้แสดงผลทุกคําในประโยค โดยไม่แยกคํา เช่น ถ้าผู้ใช้ ต้องการหา เว็บไซต์เกี่ยวกับเพลง ที่มีชื่อว่า If I Let You Go ให้พิมพ์ว่า "If I Let You Go” จากนั้น Google จะทําการ ค้นหาประโยค " If I Let You Go" ทั้งประโยคโดยไม่แยกคําค้นหามา ให้


รูปที่ 4.7 ผลการค้นหาคำว่า “IF Let You Go” 4. ไม่จําเป็นต้องใช้คําาว่า "AND" ในการแยกค่าค้นหาแต่เดิมการใช้ Keyword ทีมากกว่า 1 ค่าในการค้นหาเว็บไซต์แบบแยกคํา ผู้ใช้จําเป็นต้องใช้ AND ในการแยกค่าเหล่านั้น ปัจจุบันไม่ ต้องใช้ พิมพ์ดาแล้ว เพราะ Google จะทําการแยกค่าให้โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ทําการเว้นวรรคคํา เหล่านั้น เช่น ถ้าผู้ใช้ คําว่าคําว่า Thai Travel Nature เมื่อคลิกปุ่มค้นหา ก็จะพบว่าในรายชื่อ หรือเนื้อหาของเว็บที่ปรากฏจะมีคำว่า Thai, Travel และ Nature อยู่ในนั้นด้วย รูปที่ 4.8 ผลการค้นหาคำว่า Thai Travel Nature


5. Google จะไม่สนใจใน Common Word คําศัพท์พื้นฐาน เช่น the, where, is, how, a, to และอื่น ๆ รวมทั้งตัวเลขและตัวอักษรเดี่ยว ๆ Google มักไม่ให้ความสําคัญและใส่ใจที่จะ ค้นหา เนื่องจากเครื่องมือที่ Google ใช้จัดเก็บและรวบรวมเว็บทั่วโลกจะค่อนข้างเสียเวลาในการ เก็บรวบรวมเว็บที่ มีคําเหล่านี้ (ซึ่งมีเยอะมาก ๆ) แต่ถ้าหากจําเป็น ผู้ใช้จะต้องใช้เครื่องหมาย "+" ในการเชื่อมคําเหล่านี้ด้วย หรืออีกทางก็คือผู้ใช้อาจจะระบุคําที่ต้องค้นหาทั้งหมดในรูปของวลี ภายใต้เครื่องหมาย " 6. ค้นหารูปภาพได้ง่าย ความสามารถที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ชอบกันนัก และสร้างชื่อให้กับ Google ก็คือการค้นหารูปภาพด้วย Google Search วิธีการใช้คือ (1) คลิกเมนูลิงก์ ค้นรูป จากนั้นก็พิมพ์ชื่อภาพที่ต้องการค้นหา และคลิกปุ่มค้นหา รูปภาพ ดังรูปที่ 4.9 รูปที่ 4.9 คลิกที่เมนูลิงก์ ค้นรูป และพิมพ์ชื่อภาพที่ต้องการค้นหา คลิกที่เมนูลิงก์ ค้นรูป


(2) จะปรากฏรูปภาพทั้งหมดที่ต้องการ ดังรูปที่ 4.10 รูปที่ 4.10 ผลการค้นรูป


Click to View FlipBook Version