The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Project G5, 2024-01-11 00:31:58

หน่วยที่ 6 การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตเพ่องานธุรกิจ

หน่วยที่ 6อนเทอร์เน็ตPDF

6.1 การใช้อินเทอร์เน็ตในงานธุรกิจ 6.2 วัตถุประสงค์ของการนําอินเทอร์เน็ต มาใช้ในงานธุรกิจ 6.3 ลักษณะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 6.4 ประเภทของการพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ 6.5 การให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่องานธุรกิจ การนําอินเทอร์เน็ตเข้ามามีส่วนร่วมในงานธุรกิจจะช่วยสนับสนุนการทํางานของพนักงานให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยให้การสื่อสารมีความสะดวกและรวดเร็ว และลดต้นทุนด้านการสื่อสาร การใช้อินเทอร์เน็ตในงานธุรกิจ เป็นสื่อกลางทางการค้าที่ทันสมัย ทําให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกับ ธุรกิจอื่น ได้โดยสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า ซึ่งสามารถเข้าถึงระบบการแลกเปลี่ยน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และระบบเครือข่ายได้โดยตรง ประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่องานธุรกิจ หัวข้อเรื่อง (Topics) (Topics) แนวคิดสําคัญ (Main Idea) iiiIdea) สมรรถนะย่อย (Element of Competency) Idea) หน่วยที่ การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่องานธุรกิจ


1. อธิบายการนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานธุรกิจได้ 2. บอกวัตถุประสงค์ของการนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานธุรกิจได้ 3. บอกลักษณะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ 4. บอกประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ 5. ยกตัวอย่างการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่องานธุรกิจได้ 6.1 การใช้อินเทอร์เน็ตในงานธุรกิจ 6.1.1 ความหมายของธุรกิจ ธุรกิจ (Business) หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทําให้การผลิตสินค้าและบริการ มีการซื้อขาย แลกเปลี่ยน มีการจําหน่าย มีการกระจายสินค้า และมีประโยชน์ คือ ได้กําไรจากสินค้านั้น การดําเนินธุรกิจ หมายถึง การทํากิจกรรมใด ๆ ที่ทําให้เกิดสินค้าหรือบริการ แล้วมี การ แลกเปลี่ยนซื้อขายกัน และมีวัตถุประสงค์ที่จะ ได้รับประโยชน์จากสินค้านั้น ๆ โดยผ่านช่อง ทางการ จําหน่าย ในรูปแบบของร้านค้า ฝากขาย และดําเนิน ธุรกิจผ่านระบบอินเทอร์เน็ต รูปที่ 6.1 การดำเนินธุรกิจผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (ที่มา : http://5822011105.blogspot.com/2015/11/ ) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) Idea) เนื้อหาสาระ (Content)


6.1.2 ความสําคัญของการนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานธุรกิจด้านต่าง ๆ มีดังนี้ 1.ด้านธุรกิจการศึกษา (Education) ได้แก่ (1) การเรียนรู้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (2) การรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียน (3) การดูผลการเรียน รูปที่ 6.2 การนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานด้านธุรกิจการศึกษา (ที่มา : https://tuemaster.com/blog/เทคโนโลยีกับการศึกษาB2educational-technol/ ) 2. ด้านธุรกิจการเงินและการธนาคาร (Finance) ได้แก่ (1) การให้บริการกับลูกค้าด้านการเงิน (2) การฝากเงิน การโอนเงิน และการถอนเงิน (3) การชําระค่าบริการต่าง ๆ รูปที่ 6.3 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านธุรกิจการเงินและการธนาคาร (Finance) (ที่มา : https://thaipublica.org/


3. ด้านธุรกิจโรงแรม (Hotel) ได้แก่ (1) การเข้าไปดูรายละเอียดสถานที่พัก (2) การสั่งจองที่พัก (3) การบันทึกข้อมูลการเข้าพัก และการแจ้งเตือนห้องพักของลูกค้า (4) การชำระค่าห้อง รูปที่ 6.4 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านธุรกิจโรงแรม (Hotel) (ที่มา : http://www.2madames.com/booking-com/ ) 4.ด้านธุรกิจสายการบิน (Airway) ได้แก่ (1) การตรวจดูตารางการบิน (2) การจองตั๋วเครื่องบิน (3) การยกเลิกเที่ยวบิน (4) การสํารองที่นั่งล่วงหน้า รูปที่ 6.5 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านสายการบิน (Airway) (ที่มา : https://www.mu-ku-ra.com


5. ด้านธุรกิจการแพทย์ (Medical Profession) ได้แก่ (1) การให้บริการทางด้านการแพทย์ (2) การค้นหาประวัติของคนไข้ (3) การวินิจฉัยโลก (4) การเอกซเรย์ (5) การชําระเงินค่ารักษาพยาบาล รูปที่ 6.6 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านธุรกิจการแพทย์(Medical Profession) (ที่มา : https://anchittha2277.blogspot.com/2012/ ) 6. การนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานทางด้านธุรกิจบันเทิง ได้แก่ (1) การดูตารางการฉายภาพยนตร์ (2) การจองตั๋วชมภาพยนตร์ล่วงหน้า (3) การฉายภาพยนตร์ตัวอย่าง (4) การฟังเพลงและการดูละครย้อนหลัง รูปที่ 6.7 การใช้อินเทอร์เน็ตจองตั๋วชมภาพยนตร์ (ที่มา : https://www.ninethaiphone.com/how-to-buy-ticket-major/ )


7.ด้านธุรกิจการสื่อสาร (Communication) ได้แก่ (1) การรับ-ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (2) การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร รูปที่ 6.9 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านธุรกิจการสื่อสาร (Communication) (ที่มา : http://www.coachtawatchai.org/2018/08/big-data.html ) 8.ด้านธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) ได้แก่ (1) การดูข้อมูลการซื้อ-ขายหุ้น (2) การดูสถิติการขึ้น-ลงของหุ้น รูปที่ 6.10 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านธุรกิจตลาดหลักทรัพย์(Stock Exchange) (ที่มา : https://iqbroker.co/lp/mobile/th )


9. ด้านธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ (Printing Media) ได้แก่ (1) การดูข้อมูลข่าวสารประจําวัน (2) การส่งรูปภาพหรือข่าวสารให้สํานักงานข่าว รูปที่ 6.11 การใช้อินเทอร์เน็ตด้านธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์(Printing Media) ที่มา : https://www.salika.co/ 6.2 วัตถุประสงค์ของการนําอินเทอร์เน็ตมาใช้ในงานธุรกิจ 6.2.1เพื่อให้ธุรกิจของตนเองพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทางอินเทอร์เน็ต อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตจากผู้คนนับหลายล้านทั่วโลก และนับวันจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสัญญาที่บ่งบอกว่าผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลายไม่ควรมองข้าม เนื่องจากช่องทางการตลาดทาง ข้อจํากัดเรื่องสถานที่และเวลา ดังนั้น บริษัทต่าง ๆ ที่รู้จักคุณประโยชน์ข้อนี้ในการพัฒนาธุรกิจ ของตนเอง อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง มีต้นทุน ประหยัด ที่สําคัญคือไม่มีย่อมจะได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ 6.2.2 เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเครือข่ายของธุรกิจ ในการดําเนินธุรกิจการค้า การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจของตนเอง ไม่ว่า จะเป็นลูกค้า ผู้ขายวัตถุดิบ หรือผู้ให้บริการด้านต่าง ๆ แก่บริษัท เป็นสิ่งที่มีความสําคัญมาก วิธีการสําคัญ วิธีหนึ่งที่นักธุรกิจใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายทางธุรกิจของตนเอง เมื่อ ได้มีโอกาสพบผู้ที่ เกี่ยวข้องคือ การให้นามบัตรแบบทั่วไป (Business Card) โดยให้ข้อมูลว่า ตนเองเป็นใคร อยู่ที่ไหน ขายสินค้า ให้บริการอะไร แต่ในนามบัตรของนักธุรกิจที่มีเว็บไซต์ของ ตนเองนั้นจะบอกที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ของบริษัท คือ www.company-name.com ทําให้ผู้ที่มี ความสนใจในบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าใน ต่างประเทศ สามารถดูข้อมูลของบริษัท สินค้า หรือบริการได้อย่างสะดวก และติดต่อสื่อสารกับบริษัทได้ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถติดต่อได้ ทุกวันทุกเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทําให้บริษัทมีโอกาสขยาย เครือข่ายของธุรกิจได้มากขึ้น อีกด้วย


6.2.3 เพื่อให้ข้อมูลของบริษัทพร้อมให้ลูกค้าเข้ามาค้นหาได้ การเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลบริษัทได้และทําธุรกิจกับตนเอง โดยทั่วไปมักจะลงโฆษณาในสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง หรือ Directory ต่าง ๆ ซึ่งให้ข้อมูลของ บริษัท อาทิ ชื่อ ที่อยู่ เวลาดําเนินการ สินค้า หรือบริการ ในพื้นที่โฆษณาที่จํากัด และข้อมูลอาจไม่ ทันสมัย ตาม สถานการณ์ของบริษัท แต่ในระบบอินเทอร์เน็ตธุรกิจลูกค้าสามารถเข้ามาค้นหา ข้อมูลของบริษัทได้อย่าง ง่ายดาย สามารถโฆษณาสินค้าหรือบริการได้มากเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงข้อมูลได้ ตลอดเวลา อาทิ การเสนอส่วนลดพิเศษสําหรับลูกค้าวันนี้ หรือสัปดาห์นี้ การจัดรายการพิเศษเพื่อส่งเสริม การขาย เช่น การตอบปัญหา หรือการร่วมเล่น เกมต่าง ๆ ที่จูงใจลูกค้า ซึ่งหากบริษัทมีโอกาสให้ข้อมูล เหล่านี้แก่ลูกค้า จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้า ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทได้มากขึ้น 6.2.4 เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า ด้วยคุณสมบัติของระบบคอมพิวเตอร์ (Hardware & Software) อินเทอร์ให้ไว้ในงานยุท และคุณสมบัติของเครือข่าใยแมงมุม (www) ทําให้หลายธุรกิจสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยระบบที่ให้ลูกค้าสินค้าและเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วยตนเองตลอดเวลา ทําให้ลูกค้ามี ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสิน หรือบริการที่ตรงตามความต้องการ เช่น สินค้าราคาเท่าไร มีจํานวนมากน้อยเพียงใด จะจัดส่งให้โดยวิธี อย่างไร มีเงื่อนไขและส่วนลดพิเศษหรือไม่ ? นอกจากนั้น ลูกค้ายังสามารถตรวจสอบได้อีกว่า สินค้าที่สั่งซื้ มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเท่าไร จะ ได้รับสินค้าเมื่อไร จะชําระเงินโดยวิธีใด มีข้อควรระวังเกี่ยวกับสิน จะได้รับการจัดส่งเมื่อไหร่ อย่างนี้ เป็นต้น 6.2.5 ขยายผลและขอบเขตการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น ในยุคของการสื่อสารแบบไร้พรมแดน ทําให้ข้อมูลการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษั สามารถกระจายไปได้ทั่วโลกภายในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อ - นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ จะจํากัดอยู่ในวงของผู้ที่เป็นสมาชิก หรือเครือข่ายการรับส่งของวิทยุ (จังหวัด) หรือ ง ๆ อาทิ โทรทัศน์ (ประเทศ) และยังถูกจํากัดด้วยขนาดของคอลัมน์ เวลา ออกอากาศ (30 วินาที หรือ 1 นาที) ที่มี ค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น การใช้สื่ออินเทอร์เน็ตจะทําให้ธุรกิจ สามารถเข้าสู่ตลาดและเจาะตลาดได้อย่างรวดเร็ว และยังทําให้ผู้สนใจหรือลูกค้าสามารถเข้าไปดู ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของบริษัทได้โดยตรงและหากมีข้อสงสัยหรือมีคําถามก็ สามารถติดต่อผ่านเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าในต่างประเทศที่เห็นข้อความ โฆษณาในนิตยสาร สามารถดูรายละเอียดจากเว็บไซต์ของบริษัทได้ตามสะดวก


6.2.6 ขจัดปัญหาด้านเวลาดําเนินการของธุรกิจ เนื่องจากเวลาดําเนินการของสํานักงานของบริษัททั่วไป คือ 8.00 - 17.00 น. แต่ใน ความ เป็นจริง ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ที่บางครั้งต้องการติดต่อ และขอบริการจาก บริษัท นอกเวลาเปิดทําการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ทําธุรกิจการค้าระหว่างประเทศที่มีปัญหา เรื่องของเวลา ทํางานที่แตกต่างกัน ซึ่งระบบอินเทอร์เน็ตสามารถขจัดปัญหาดังกล่าวได้ โดย สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อาทิ การตอบปัญหาเกี่ยวกับ การใช้สินค้า การรับเรื่องร้องเรียน ของลูกค้า (Electronic Mail) การส่งเอกสารการซื้อ-ขายสินค้า เป็นต้น ซึ่งระบบการแจ้งเตือนอีเมลผ่าน โทรศัพท์มือถือจะทําไม่พลาดการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า หรือผู้ร่วมธุรกิจเลย โดยมีเว็บไซต์ของบริษัทเป็น ศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารทั้งภายใน และ ภายนอกบริษัท 6.2.7 การขายสินค้าหรือบริการ อินเทอร์เน็ต นอกจากจะเป็นสื่อในการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับลูกค้าแล้ว ยังเป็น ช่องทางการตลาด และเป็นวิธีการในการขายสินค้าแก่ลูกค้าที่ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้ คําแนะนําและให้ ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้า การตกลงเงื่อนไขทางการค้า การต่อรองราคาสินค้า การ เลือกวิธีการขนส่ง จนกระทั่ง การชําระเงินค่าสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วยบัตรเครดิต หรือ ระบบ Telebanking ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งแม้ว่าการขายสินค้าสามารถจะกระทําได้โดยวิธี อื่น ๆ อาทิ การขายหน้าร้าน การขายผ่านไปรษณีย์ การขายทางโทรศัพท์ การขายแบบ Direct Sales ก็ตาม แต่วิธีการขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นวิธีการขาย มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่น้อย ที่สุด และมีโอกาสในการขยายตลาดได้มากที่สุด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นวิธีที่ สะดวกที่สุดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ในการสื่อสารข้อมูลการค้าซึ่งกันและกัน 6.2.8 การนําเสนอข้อมูลของธุรกิจแบบ Multi-media ข้อดีของระบบอินเทอร์เน็ต สําหรับบริษัทที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเองสามารถนําเสนอ เรื่องราว เกี่ยวกับบริษัท สินค้า หรือบริการของบริษัทที่เตรียมพร้อมไว้สําหรับลูกค้าที่เข้ามาชม เว็บไซต์ของบริษัท ที่เป็นตัวหนังสือ ภาพนิ่ง เสียง และภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียงได้ตามสะดวก ทําให้ลูกค้าสามารถหา ข้อมูลในส่วนที่ตัวเองสนใจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือก สินค้า หรือใช้บริการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการ อาทิ วีดิทัศน์นําเสนอ คุณสมบัติของสินค้า ข้อมูล Multi-media ที่ช่วยลูกค้าเลือกซื้อสินค้าอย่างเสื้อผ้า เพลง หนังสือ ของประดับตกแต่งบ้าน เป็นต้น


6.2.9 การเข้าสู่ตลาดที่ลูกค้ามีความต้องการบริโภคสินค้าสูง (Highly Desirable Demographic Market) โดยส่วนใหญ่แล้วกลุ่มคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตจะเป็นกลุ่มคนที่มีเงินเดือน/รายได้อยู่ในเกณฑ์ ที่มีอํานาจในการซื้อ/บริโภคสินค้าค่อนข้างสูง และในอนาคตกลุ่มคนดังกล่าวจะเป็นผู้บริโภคที่มี ความสําคัญมาก อีกทั้งยังมีพฤติกรรมการบริโภคที่จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางอย่างหนึ่งในการ บริโภค สินค้า ตั้งแต่การค้นหาข้อมูลของสินค้า/บริการ การเปรียบเทียบ คุณสมบัติ ราคาสินค้า/ บริการของแต่ละ บริษัท การซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงการบริการหลังการขายทาง อินเทอร์เน็ต ดังนั้น ธุรกิจต่าง ๆ ควรตระเตรียมความพร้อมและปรับปรุงช่องทางการทําธุรกิจ ประเภทนี้ ให้สามารถตอบสนองความต้องการ ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ทันท่วงที เพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้าและเพิ่มสมรรถภาพ การแข่งขันทางธุรกิจในอนาคตต่อไป 6.2.10 การตอบคําถามของลูกค้าที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ (Frequently Asked Questions) คุณสมบัติอย่างไร มีวิธีใช้สินค้าอย่างไร เมื่อสินค้าเสียหายจะติดต่อใคร จะซ่อมแซมสินค้า ได้ที่ไหน สินค้ามี เหมือนกัน เช่น บริษัทก่อตั้งเมื่อไร ใครเป็นผู้บริหาร/เจ้าของ มีวัตถุประสงค์ของ บริษัทอย่างไร สินค้ามี ลูกค้าหรือผู้ทําธุรกิจร่วมกันของบริษัทต่าง ๆ มักจะมีคําถามเกี่ยวกับบริษัท หรือสินค้า อายุการใช้งานนานเท่าไร จะซื้อสินค้าได้ที่ไหนบ้าง ฯลฯ ซึ่งพนักงานที่มีหน้าที่ตอบ คําถามเหล่านี้ จะต้องใช้ เวลามากกับการตอบคําถามประเภทเดียวกันนี้ และบางครั้งทําให้ไม่ สามารถทํางานอื่นที่ได้รับมอบหมาย บ่อย ๆ อย่างนี้ เอาไว้คอยให้บริการลูกค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดเวลาในการตอบคําถามดังกล่าวของ ให้ลุล่วงไปได้ ดังนั้น บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต บริษัท สามารถสร้างระบบสําหรับการตอบคําถามที่เกิดขึ้น พนักงานและประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สําคัญ คือสามารถให้บริการได้ตลอดเวลา ไม่มีการเบื่อหน่ายในการ ตอบคําถามดังกล่าว และยังจะช่วย รวบรวมคําถามดังกล่าว หรือคําถามใหม่ ๆ เพื่อนํามาปรับปรุงการ ให้บริการของบริษัทได้อีกด้วย รูปที่ 6.12 ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีข้อมูลครบถ้วน ที่มา : https://www.dga.or.th/


6.3 ลักษณะของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 6.3.1 การขายตรงไปยังผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก หรือธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business: B-to-B) การขายตรงไปยังผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก หรือธุรกิจกับธุรกิจ เป็นการค้าขนาดใหญ่ระหว่าง องค์การกับองค์การ ผู้ผลิตกับผู้ผลิต ผู้ผลิตกับผู้ส่งออก เป็นต้น จะมีการสั่งซื้อสินค้าจํานวนมาก และมี มูลค่าสูงในการซื้อขายแต่ละครั้ง ซึ่งการชําระเงินจะผ่านระบบธนาคาร เช่น T/T L/C ฯลฯ รูปที่ 6.13 ตัวอย่าง Business to Business:B-to-B (ที่มา : https://www.tesco.com/ ) 6.3.2 การขายตรงไปยังผู้บริโภค หรือธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer B-to-C) การขายตรงไปยังผู้บริโภค หรือธุรกิจกับผู้บริโภคเป็นการค้าปลีกไปยังผู้บริโภคทั่วโลก หรือ ภายใน ท้องถิ่นของตนจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค จากพ่อค้าขายส่งไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งปริมาณการขายจะมี ปาน กลาง หรือพอประมาณ ในส่วนนี้รวมการค้าแบบล็อตใหญ่ หรือเหมาโหล หรือการค้าส่งขนาดย่อย ไว้ ด้วย ซึ่งการชําระเงินโดยส่วนใหญ่จะเป็นการชําระผ่านทางระบบบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม การค้าแบบ B-to-C นี้ก็มักทําให้เกิดการค้าแบบ B-to-B ในอนาคตได้ และหลายบริษัทมักทํา กิจกรรมสองอย่างนี้ในคราวเดียวกัน รูปที่ 6.14 ตัวอย่าง Business to Consumer B-to-C (ที่มา : https://www.1112.com/ )


6.3.3 การขายตรงสู่ผู้บริโภคด้วยกันเอง หรือผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer : C-to-C) การขายตรงสู่ผู้บริโภคด้วยกันเอง หรือผู้บริโภคกับผู้บริโภคเป็นการค้าปลีกระหว่างบุคคล ทั่วไป หรือระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยกัน อาจจะเป็นการขายสินค้าหรือเครื่องใช้ที่ใช้งานแล้ว เช่น การขาย โทรศัพท์ การขายแสตมป์ การขายของที่ระลึก เป็นต้น รวมทั้งการขายซอฟต์แวร์ ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีหลายแห่งที่เปิดเว็บไซต์มาเพื่อขายซอฟต์แวร์ที่ตนเองพัฒนาขึ้น รูปที่ 6.15 ตัวอย่าง Consumer to Consumer : C-to-C (ที่มา : https://www.ebay.com/ ) 6.3.4 การขายตรงให้หน่วยงานราชการ หรือธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government: B-to-G) การขายตรงให้หน่วยงานราชการหรือธุรกิจกับรัฐบาลเป็นการค้าระหว่างธุรกิจกับหน่วยงาน ของรัฐบาล เช่น กระทรวง กรม กอง ซึ่งเป็นการค้าที่มีมูลค่าสูง รูปที่ 6.16 ตัวอย่าง Business to Government: B-to-G (ที่มา : http://www.gprocurement.go.th/


6.3.5 การขายตรงระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล (Government to Government: G-to-G) การขายตรงระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลเป็นการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกัน เช่น การค้าระหว่างการไฟฟ้านครหลวงกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ในประเทศเดียวกัน หรือ การค้า ระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล เช่น รัฐบาลไทยส่งข้าวไปขายให้รัฐบาลของประเทศอิหร่าน หรือ รัฐบาลอิหร่าน ขายน้ำมันดิบให้รัฐบาลไทย เป็นต้น รูปที่ 6.17 ตัวอย่าง Government to Government: G-to-G ที่มา : https://www.dft.go.th/


6.4 ประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 6.4.1 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง ได้แก่ การรับจดทะเบียนโดเมนเนม ตั้งเว็บไซต์ อีเมล บริการเคาน์เตอร์ หรือซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง รูปที่ 6.18 ตัวอย่างธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง (ที่มา : https://www.ksc.net/th/ 6.4.2 ธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์ ธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การขายซอฟต์แวร์ต่าง ๆ รวมทั้งฮาร์ดแวร์ด้วย โดยเฉพาะ ร้านซอฟต์แวร์จะได้เปรียบอย่างมากในการส่งมอบสินค้า เพราะสามารถดาวน์โหลดผ่านทาง เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง รูปที่ 6.19 ตัวอย่างธุรกิจการขายซอฟต์แวร์ ที่มา : https://www.ecount.com/th/


6.4.3 ธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวถือเป็นธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ ธุรกิจแรกที่เติบโตอย่างรวดเร็วบนระบบอินเทอร์เน็ต ได้แก่ การจองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน จอง แพ็กเกจทัวร์ต่าง ๆ เป็นต้น รูปที่ 6.20 ตัวอย่างธุรกิจด้านการท่องเที่ยว การจองโรงแรมที่พัก ที่มา : https://tamadong.com/ 6.4.4 ธุรกิจด้านการส่งออก กิจด้านการส่งออกเป็นการเปลี่ยนวิธีการค้าแบบเดิมซึ่งเคยต้องส่งแคตตาล็อกสินค้าไปได้ เค้าทั่วโลกหันมาใช้การทําเว็บเพจ หรือการสมานระบบอินเทอเน็ต รูปที่ 6.21 ตัวอย่างธุรกิจด้านการส่งออก ที่มา : https://www.agoda.com/


6.4.5 ธุรกิจค้าปลีกสินค้าทั่วไป ผู้บริโภคในซีกโลกตะวันตกสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบการค้าปลีกบนเว็บได้โดยไม่ยากนัก เพราะ คุ้นเคยกับการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบไปรษณีย์ หรือแคตตาล็อกอยู่แล้ว แต่จะมีความตื่นตาตื่น ใจ มากกว่าแต่ก่อน เพราะเป็นสินค้าที่มีการเสนอขายมาจากทั่วโลก เพียงแต่ผู้ขายผ่านเว็บจะต้อง ปรับตัว สินค้าและราคาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคท่านั้น รูปที่ 6.22 ตัวอย่างธุรกิจค้าปลีกสินค้าทั่วไป (ที่มา : https://www.lazada.co.th/ )


6.5 การให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่องานธุรกิจ ความสําคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เรียกว่า ไอที (IT: Information Technology) หมายถึง ความรู้ในการประมวลผล การจัดเก็บรวบรวมเรียกใช้และนําเสนอข้อมูลด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการ สื่อสาร อาทิ สายโทรศัพท์ ดาวเทียม หรือเคเบิลใยแก้วนําแสง เครือข่ายอินเทอร์เน็ต นับเป็น เครื่องมือที่สําคัญใน การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตให้เป็นช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลที่ต้องการภายใน เวลาอันรวดเร็ว อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก เป็นศูนย์รวมการ ให้บริการและเครื่องมือที่สําคัญในการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในระดับบุคคลและ องค์กรจากการให้บริการระบบเครือข่ายที่มุ่งหวังให้ มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุดหนทาง หนึ่งก็คือ การเปิดบริการให้ผู้อื่นใช้งานร่วมด้วย อินเทอร์เน็ตจึงมี ศูนย์ให้บริการข้อมูลและข่าวสาร หลากหลายชนิด ซึ่งหากจะแยกประเภทของการให้บริการในอินเทอร์เน็ต สามารถแบ่งได้ ดังนี้ 6.5.1 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail or E-Mail) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า E-Mail เป็นวิธีติดต่อสื่อสารกันบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ทําหน้าที่ในการส่งเอกสารที่เป็นข้อความธรรมดา จนถึงการส่งเอกสารแบบมัลติมิเดีย ที่มีทั้ง ภาพและเสียง โดยผู้ใช้จะต้องผู้มี Domain name ที่แน่นอน รูปที่ 6.23 ตัวอย่างผู้ให้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) (ที่มา : https://docs.google.com/ )


6.5.2 การใช้โปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น Telnet, RemoteLogin:rlogin การใช้โปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น และถ่ายโอนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แฟ้มข้อมูลที่ถ่ายโอนมีทั้งข้อมูลทั่วไป ข่าวสารประจําวัน บทความ เครือข่ายหลายแห่งเปิดบริการ สาธารณะ ให้ผู้ใช้ภายนอกสามารถถ่ายโอนข้อมูล โดยไม่ต้องป้อนรหัสผ่า การใช้โปรแกรมบน เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นเป็นบริการอีกประเภทหนึ่งของอินเทอร์เน เข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงโปรแกรม Telnet เป็นแอปพลิเคชันที่อนุญาตให้ User สามารถ Loginหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีบริการ Telnetที่อยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งสามารถใช้บริการของเครื่องนั้น ๆ ผ่านทางเครื่องของ User เพื่อใช้งาน หรือตั้งค่าต่าง ๆ ผ่าน Command Line !และPCเป็นการให้บริการที่มีประโยชน์ ประหยัดค่าใช้จ่าย โปรแกรม Telnet ทําให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลออกไปโดยเสมือนกําลัง ใช้งานกับ คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นโดยตรง ซึ่งโปรแกรม Telnet อนุญาตให้ทํางานบนเครื่อง คอมพิวเตอร์อื่นที่อยู่บน หรือ (Work Station แบบปกติ) ได้ โดยจะต้องส่งโปรแกรมไปทํางานบน เครื่อง Super Computer ที่ใช้ อินเทอร์เน็ตได้ เช่น โปรแกรมที่มีความซับซ้อนมาก ๆ ในการ คํานวณไม่สามารถที่จะใช้เครื่องอยู่บนโต๊ะ โปรแกรม Telnet เชื่อมต่อเข้ากับเครื่อง Super Computer การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล หรือ FTP และโปรแกรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ในศูนย์บริการ รูปที่ 6.24 การใช้โปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ที่มา : https://www.facebook.com/


6.5.3 บริการสืบค้นข้อมูลข้ามเครือข่าย เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในยุคเริ่มต้นเป็นเครือข่ายที่มีคอมพิวเตอร์ต่อเชื่อมกันแบบขนาดเล็ก การโอนถ่ายแฟ้มข้อมูลจึงทําได้ง่าย แต่เมื่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขยายตัวขึ้นมาก การค้นหา แฟ้มข้อมูลจึง ยุ่งยากตามมา ดังนั้น จึงมีการพัฒนาระบบ ARCHIE อํานวยความสะดวกช่วยในการ ค้นหาแฟ้มฐานข้อมูล ว่าอยู่ที่เครื่องใด เพื่อจะใช้ FTP ขอถ่ายโอนได้ ซึ่งการบริการจะต้องใช้ โปรแกรม Archine, Gopher,VERONICA และ WAIS รูปที่ 6.25 การใช้โปรแกรมบริการสืบค้นข้อมูลข้ามเครือข่าย ที่มา : http://hk.king-may.com.cn/ 6.5.4 กลุ่มสนทนาและข่าวสาร (Usenet User News Network) Usenet ช่วยให้ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่างระบบกันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเรื่อง ต่าง ๆ เช่น การเสนอข้อคิดเห็น อภิปรายโต้ตอบตามกลุ่มย่อย เรียกว่า กลุ่มข่าว (News Group) โดยผู้ใช้ เลือกคําสั่ง RTIN ก็จะได้รับการแจ้งเตือน (Subscribe) ทันที 6.5.5 ระบบบริการสถานี (World Wide Web) เพื่อส่งระบบ Multimedia ข้ามเครือข่ายเนื่องจากระบบสืบค้นข้อมูลแบบเดิมสามารถส่งได้ เฉพาะข้อมูล อักษรและตัวเลข เนื่องจากการเชื่อมโยงข้อมูลแบบใหม่ ๆ ที่เป็นข้อมูล Multimedia และ การเชื่อมโยงของโมเด็มเป็นข้อมูลแบบ Hypertext/Hypermedia ซึ่งเชื่อมโยงแบบกราฟิกที่ ใกล้เคียงกับ ธรรมชาติ โดยใช้โปรแกรม Lynx, Mosaic และ Netscape โปรแกรมดังกล่าว สามารถทํางานผ่านระบบWindows และระบบ Xwindows ของ Unix


6.5.7 สนทนาทางเครือข่าย Talk เป็นบริการสนทนาทางเครือข่ายระหว่างผู้ใช้สองคนโดยไม่จํากัดว่า ผู้ใช้ทั้งสองกําลัง ทํางานภายในระบบเดียวกัน หรือต่างระบบกัน สามารถพิมพ์ข้อความโต้ตอบกันแบบทันทีทันใด พร้อมกัน ข้อความที่พิมพ์ผ่านแป้นพิมพ์จะไปปรากฏบนหน้าจอของคู่สนทนา และการสนทนาบน เครือข่ายที่กําลัง ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คือ IRC (Internet Relay Chart) ซึ่งเป็นการ สนทนาทางเครือข่ายเป็นกลุ่ม ได้พร้อมกันหลายคน 6.5.8 ตรวจข้อมูลผู้ใช้ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันกำลังขยายตัวในวงกว้าง ทำให้มีผู้ใช้รายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง อินเตอร์เน็ตไม่มีฐานข้อมูลกลางเก็บรายชื่อผู้ใช้ทั้งหมดนี้ไว้ จึงไม่มีวิธีสำเร็จรูปแบบใดที่ รับประกันการค้นหาผู้ที่เราต้องการติดต่อด้วยโปรแกรมเบื้องต้นใน Unix ที่ใช้ตรวจหาผู้ใช้ในระบบ คือ Finger 6.5.9 กระดานข่าว BBS BBS หรือ Bulletin Board System เป็นบริการข้อมูลรูปแบบหนึ่งที่ผู้ใช้ PC โดยทั่วไปมักจะ คุ้นเคยอยู่ก่อนภายในอนเทอร์เน็ต ก็มีศูนย์บริการหลายแห่งที่ให้บริการ BBS แบบเดียวกัน เรา สามารถต่อเชื่อมไปหาศูนย์ BBS ได้โดยใช้โปรแกรม Telnet สรุป การดำเนินการทางธุรกิจโดยการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการสร้างข้อได้เปรียบในการสร้างจุด แข็ง(Core Competencies) หรือข้อได้เปรียบอื่น ทำให้ได้เปรียบในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะ เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อองค์กรมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ก็ทำให้การ ดำเนินการขององค์กรเปลี่ยนไป พนักงานสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่าย รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ รวดเร็ว ส่งผลให้การทำงานและความสัมพันธ์ภายในองค์กรมีการเปลี่ยนแปลง การจัดโครงสร้าง องค์กรที่เน้นการจัดโครงสร้างองค์กรเป็นลำดับชั้น (Hierarchy Structure) มีจำนวนชั้นไม่มาก เพื่อความสะดวกในการบริหาร และลดระยะเวลาในกระบวนการตามตำราวิชาการต่าง ๆ อาจต้อง เปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับองค์กรที่มีเทคโนโลยีเครือข่ายใช้ภายในองค์กร เช่น การจัดรูปแบบ โครงสร้างองค์กรแบบไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext Structure) เพื่อรองรับความสัมพันธ์ภายใน องค์กรที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยตรงผู้ให้บริการการ เชื่อมต่อ (Media Service Provider) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider) ผู้ ให้บริการเว็บ (Web hosting) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตย่อย (Internet Cafe) รวมถึงบริษัทที่ผลิต โทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต เนื่องจากอินเทอร์เน็ตสามารถเป็นได้ทั้งธุรกิจ และเครื่องมือในการส่งเสริมการทำธุรกิจ แต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่าง เดียว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น กลยุทธ์การทำธุรกิจ รูปแบบและความเหมาะสมใน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เป็นต้น


Click to View FlipBook Version