รายงานวิจัย ภูมิศาสตร์กายภาพท้องถิ่น จัดท าโดย นางสาวกนกพร สนแย้ม 6640111101 นางสาวจีรนันท์ อยู่คง 6640111104 นางสาวแฟนลิตา พรหมเกษ 6640111113 นางสาวลภัส สงไพล 6640111115 นางสาวศศิธร แสงเลิศ 6640111118 เสนอ อาจารย์ ดร.ศันสนีย์ มณีโชติ คณะครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา หมู่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ชื่อโครงงานวิจัย : ภูมิศาสตร์กายภาพท้องถิ่น ผู้ท าวิจัย : นางสาวกนกพร สนแย้ม 6640111101 นางสาวจีรนันท์ อยู่คง 6640111104 นางสาวแฟนลิตา พรหมเกษ 6640111113 นางสาวลภัส สงไพล 6640111115 นางสาวศศิธร แสงเลิศ 6640111118 อาจารย์ที่ปรึกษา : ศันสนีย์ มณีโชติ สถานศึกษา : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โทรศัพท์ : 044-009-009 ระยะเวลาในการท าวิจัย : 2ตุลาคม 2566 – 2 พฤศจิกายน 2566
(1) บทคัดย่อ การศึกษาภูมิศาสตร์กายภาพท้องถิ่นภายในหมู่บ้านของตนเอง มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบค้นข้อมูลทางด้าน ภูมิศาสตร์ภายในหมู่บ้านของตน โดยการศึกษาพบว่าหมู่บ้านของเรานั้นมีประวัติความเป็นมาที่ช้านานมี สถานที่ส าคัญภายในหมู่บ้าน มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว และที่มนุษย์ท าขึ้นมาแล้วยังเป็นพื้นที่ที่- หลากหลายให้ศึกษาจากที่ที่น่าสนใจเป็นของหมู่บ้าน อ าเภอ จังหวัดนั้นๆ บอกได้ถึงความแตกต่างด้านป่าไม้ ดิน ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ที่ส าคัญของสถานที่นั้นด้วย
(2) กิตติกรรมประกาศ ในการศึกษาโครงงานวิจัยภูมิศาสตร์กายภาพในท้องถิ่นส าเร็จลุล่วงด้วยความช่วยเหลืออย่างดีจาก ผู้ปกครองบ้านและชาวบ้านในท้องถิ่นที่ได้ให้ข้อมูล ขอขอบคุณเพื่อนทุกคนที่คอยช่วยเหลือ ทั้งหาข้อมูล รวบรวมข้อมูล และวิธีการด าเนินการและขอบคุณ ก าลังใจดีๆ จากผู้ที่ความเมตตากรุณา เช่น บิดา มารดา ทุกท่าน ที่มีส่วนผลักดันให้มีแรงบันดาลใจในการที่จะท าโครงงานวิจัยภูมิศาสตร์กายภาพท้องถิ่นต่อไป ซึ่งผู้จัดท าโครงงานนี้มีความซาบซึ้งอย่างยิ่ง และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดท า
(3) สารบัญ หน้า บทคัดย่อ (1) กิตติกรรมประกาศ (2) สารบัญ (3) สารบัญรูปภาพ (5) อ าเภอเมืองจังหวัดพิจิตร 7 ประวัติความเป็นมาของอ าเภอ 7 ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ 7 ลักษณะภูมิประเทศ 8 ขั้นตอนการศึกษา 8 วิถีชีวิตของอ าเภอ 8 สถานที่ส าคัญของอ าเภอ 9 ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในอ าเภอ 10 แผนที่ 10 หมู่บ้านเขื่องค า 11 ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน 11 ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ 12 ลักษณะภูมิประเทศ 12 ขั้นตอนการศึกษา 12 วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน 13 สถานที่ส าคัญของหมู่บ้าน 13 ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในหมู่บ้าน 14 ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน 15 แผนที่ 16 หมู่บ้านหนองหว้า 17 ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน 17 ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ 17 ลักษณะภูมิประเทศ 17
(4) สารบัญ (ต่อ) หน้า ขั้นตอนการศึกษา 18 วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน 18 สถานที่ส าคัญของหมู่บ้าน 19 ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในหมู่บ้าน 20 ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน 21 แผนที่ 22 หมู่บ้านหนองขี้เห็น 23 ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน 23 ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ 23 ลักษณะภูมิประเทศ 23 ขั้นตอนการศึกษา 24 วิถีชีวิตของหมู่บ้าน 24 สถานที่ส าคัญของหมู่บ้าน 25 ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในหมู่บ้าน 25 ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน 26 แผนที่ 26 ต าบลหนองจะบก 27 ประวัติความเป็นมาของต าบล 27 ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ 27 ลักษณะภูมิประเทศ 27 ขั้นตอนการศึกษา 28 วิถีชีวิตของต าบล 28 สถานที่ส าคัญของต าบล 29 ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในต าบล 30 ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในต าบล 30 แผนที่ 31 บรรณานุกรม 32
(5) สารบัญรูปภาพ หน้า สถานีรถไฟ จังหวัดพิจิตร 9 โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม จังหวัดพิจิตร 9 บึงสีไฟจังหวัดพิจิตร 9 วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร 9 เรือนจ าจังหวัดพิจิตร 9 พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินท์ จังหวัดพิจิตร 9 แม่น้ าน่าน 10 ลักษณะดินในอ าเภอ 10 แผนที่อ าเภอเมืองพิจิตร 10 วัดบูรพา 13 วัดปัจฉิมมาวาส 13 เจดีย์วัดบ้านเขื่องค า 14 โรงเรียนบ้านเขื่องค า 14 พืชพรรณป่าไม้บ้านเขื่องค า 14 ลักษณะดินในหมู่บ้านเขื่องค า 14 ล าน้ ากว้างบ้านเขื่องค า 14 สะพานล าน้ ากว้างบ้านเขื่องค า 15 ฝายหมู่บ้านเขื่องค า 15 น้ าประปาหมู่บ้านเขื่องค า 15 แผนที่หมู่บ้านเขื่องค า 16 ศาลาประชาคมหมู่บ้านหนองหว้า 19 โรงเรียนชุมชนหนองแวงสุวิทย์ 19 วัดหนองแวง 19 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหนองหว้า 20 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองแวง 20 สระหนองหว้า 20 โนนหนองหว้า 20
(6) สารบัญรูปภาพ (ต่อ) หน้า ลักษณะดินในหมู่บ้านหนองหว้า 20 หนองน้ าหมู่บ้านหนองหว้า 21 ประปาหมู่บ้านหนองหว้า 21 แผนที่หมู่บ้านหนองหว้า 22 วัดสว่างโนนงาม 25 โรงเรียนหนองขี้เห็น 25 แม่น้ าล าคลองในหมู่บ้านหนองขี้เห็น 25 ป่าไม้ในหมู่บ้านหนองขี้เห็น 25 ลักษณะดินในหมู่บ้านหนองขี้เห็น 25 คาเฟ่ในหมู่บ้านหนองขี้เห็น 26 ประปาหมู่บ้านหนองขี้เห็น 26 แผนที่หมู่บ้านหนองขี้เห็น 26 โรงพยาบาลส่วนต าบลหนองปรู 29 องค์การบริหารส่วนต าบลหนองจะบก 29 วัดภายในต าบลหนองจะบก 29 โรงเรียนบ้านหนองปรู 29 ป่าไม้ในต าบลหนองจะบก 30 ลักษณะดินในต าบลหนองจะบก 30 หนองน้ าภายในต าบลหนองจะบก 30 ประปาภายในต าบลหนองจะบก 30 แผนที่ต าบลหนองจะบก 31
7 อ าเภอเมืองจังหวัดพิจิตร 1.ประวัติความเป็นมา จังหวัดพิจิตรเป็นจังหวัดเก่าแก่มากจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราช ธานี เชื่อกันว่าเจ้ากาญจนกุมาร (พระยาโคตระบอง) โอรสพระยาโคตมเทวราช เป็นผู้สร้างเมือง เหนือฝั่งแม่น้ า น่านในปี พ.ศ. 1601 เดิมมีหลายชื่อ คือ เมืองสระหลวง เมืองโอฆะบุรี เมืองชัยบวรและเมืองปากยม ดินแดน อันเป็นเขตจังหวัดพิจิตรอยู่ในที่ราบลุ่มตอนใต้ของภาคเหนือในดินแดนสุวรรณภูมิบริเวณนี้เป็นบริเวณที่ล าน้ า ยมและล าน้ าน่านไหลผ่าน ลักษณะพิเศษของดินแดนจังหวัดพิจิตรเดิมเต็มไปด้วยห้วย หนอง คลอง บึง พื้นดิน จังหวัดพิจิตร เป็นดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตร เพราะเป็นดินตะกอนที่เกิดจากน้ าท่วมทับถมทุกปีมี ปลาชุกชุม ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบจตุสดมภ์และ แบ่งหัวเมืองออกเป็นหัวเมือง เอก โท ตรี จัตวา เมืองพิจิตรมีฐานะเป็นเมืองตรี มีความส าคัญทางทหารและ การปกครองมาก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์ค ากลอนเรื่อง "ไกรทอง" โดยใช้เมืองพิจิตรเป็นแหล่งก าเนิดของเรื่องราว เนื่องจากเมืองพิจิตร เป็นเมืองที่มีแหล่งน้ ามากมายและมี จระเข้ชุกชุมนั่นเอง ในปี พ.ศ. 2435 กรมพระยาด ารงราชานุภาพ ได้น ารูปแบบการปกครองระบบ เทศาภิบาล มาใช้และได้จัดตั้งมณฑลพิษณุโลก เป็นมณฑลแรกประกอบด้วย 5 เมือง คือ เมืองพิษณุโลก เมืองพิชัย เมือง สวรรค์โลก เมืองสุโขทัย และเมืองพิจิตร 2. ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ จังหวัด พิจิตรอยู่ในบริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา 50 ลิปดา กับ 16 องศา และเส้นแวงที่ 99 องศา กับ 101 ตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 4,531.013 ตาราง กิโลเมตร หรือประมาณ 2,831,883 ไร่ มีความกว้างประมาณ 72 กิโลเมตร ความยาวประมาณ 77 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ 346 กิโลเมตร และรถไฟระยะทางประมาณ 351 กิโลเมตร อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับอ าเภอบางระก า และอ าเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ทิศใต้ ติดต่อกับอ าเภอชุมแสง และอ าเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ าเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอ าเภอไทรงาม จังหวัดก าแพงเพชร และอ าเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์
8 3.ลักษณะภูมิศาสตร์ประเทศ พิจิตรเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ ายม และแม่น้ าน่านไหลผ่าน ทั้ง 2 สายไหลผ่านจังหวัดเกือบเป็นลักษณะ เส้นขนานจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ โดยมีแม่น้ าพิจิตร(แม่น้ าเดิม) อยู่ระหว่างกลาง ความยาวของแม่น้ าน่านที่ไหล ผ่านจังหวัดมีระยะทาง 97 กิโลเมตร และความยาวของแม่น้ ายมที่ไหลผ่านจังหวัดมีระยะประมาณ 128 กิโลเมตร 4. ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการศึกษา 4.1. ก าหนดหมู่บ้านที่จะศึกษา 4.2. ศึกษาผ่านอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ 4.3. สัมภาษณ์ สอบถาม จากชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล 4.4. เรียบเรียงข้อมูลแล้วจัดท าเป็นแผนที่ 4.5. สรุปข้อมูล แล้วจัดท าเล่มรายงาน ข้อมูล และแหล่งข้อมูล ข้อมูลและแหล่งข้อมูล - ข้อมูลจากเว็บไซต์ google เครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ศึกษา 1.โทรศัพท์ 2.notebook 3.iPad 4.Google earth 5.วิถีชีวิตของหมู่บ้าน วิถีชีวิตของคนพิจิตรความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ส่วนใหญ่ท าการเกษตรแบบยังชีพท าไร่ท านาท าสวนและ น าไปขายในท้องตลาดใช้ชีวิตแบบธรรมดา
9 6. สถานที่ส าคัญในหมู่บ้าน สถานีรถไฟ จังหวัดพิจิตร โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม จังหวัดพิจิตร บึงสีไฟจังหวัดพิจิตร วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร เรือนจ าจังหวัดพิจิตร พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินท์ จังหวัดพิจิตร
10 7. ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในอ าเภอ แม่น้ าน่าน ลักษณะดิน 8. แผนที่ แผนที่อ าเภอเมืองพิจิตร
11 บ้านเขื่องค า ต าบลเขื่องค า อ าเภอเมือง จังหวัดยโสธร 1.ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน บ้านเขื่องค า เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดยโสธร เดิมชื่อบ้านเหล่าคา ตั้งเมื่อ พ.ศ.เท่าไรไม่ปรากฏ บ้านเหล่าคา มีครัวเรือนประมาณ 24 ครัวเรือน มีวัด 1 วัด เพื่อให้ชาวบ้านไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาว พุทธ ชื่อวัดเหล่าคา เหมือนชื่อหมู่บ้าน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดบ้านเขื่องค า พื้นที่ของบ้านเหล่าคาเป็นพื้นที่ๆไม่ เหมาะเท่าไหร่ ประกอบด้วยพวกโจรปล้นบ่อย ชาวบ้านจึงปรึกษาหารือย้ายมาตั้งหมู่บ้านใหม่ในพื้นที่ๆ เหมาะสม ประมาณสมัยรัชกาลที่5 ประมาณ พ.ศ.2396-2453 อยู่ในประมาณนี้ ในสมัยนั้นชาวบ้านท านาท าไร่ ตามวิถีของชีวิตชาวบ้าน เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวและพื้นที่ นาที่ใกล้หมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกว่า “หนองเขื่อง” เป็นพื้นที่ท านาอุดมสมบูรณ์ นาข้าวงามเป็นแหล่งปลาเยอะ เพราะสมัยก่อนการท านาไม่มีปุ๋ย ต้องท าตามธรรมชาติ นาข้าวที่ท าที่หนองเขื่องงามกว่าเพื่อน อุดมสมบูรณ์ไป ด้วยข้าวปลา อาหาร จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านเขื่องค า ผู้ปกครองคนแรกของบ้านเขื่องค า พอตั้งบ้านเขื่องค าขึ้นมาใหม่ ทางราชการให้ตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้น ปกครอง ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ นายค าผา ชื่นบาน หมู่ที่9 ต าบลตาดทอง อ าเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาคือ นายฮอง ประสมศรี เป็นผู้ใหญ่บ้านคนที่2 และได้ลงสมัคร ก านันของต าบลตาดทอง และได้รับ เลือกตั้งเป็นก านันต าบลตาดทอง และได้ตั้งชื่อวัดขึ้นมาใหม่ คือ วัดบูรพา บ้านเขื่องค า และทางราชการมีค าสั่ง ให้เรียนหนังสือ จึงเปิดสอนที่วัดบูรพาบ้านเขื่องค า ต่อมาได้ตั้งโรงเรียนขึ้นมาใหม่ เป็นโรงเรียนบ้านเขื่องค าใน ปัจจุบัน และต่อมายังได้ตั้งวัดขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งวัด คือ วัดปัจฉิมมาวาส เมื่อ พ.ศ.2515 ได้แยกจากจังหวัด อุบลราชธานี มาเป็นจังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2515 และแยกจากต าบลตาดทองมาเป็นต าบล เขื่องค า เป็นบ้านเขื่องค า ต าบลเขื่องค า อ าเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร การแยกต าบลเขื่องค าเมื่อ พ.ศ.2501 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านเขื่องค า หมู่ที่5 ต าบลเขื่องค า อ าเภอเมือง จังหวัดยโสธร นายผา เวชกามา เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ต่อมา นายดุสิต ชาละพุทธาพงศ์ ในสมัยของนายดุสิต ชาละพุทธาพงศ์ ได้แยกบ้านเขื่องค าออกเป็นสองหมู่บ้าน เนื่องจากมีประชาการมากและครัวเรือนก็เพิ่มมาก เกินเขต ความสามารถในการปกครอง โดยแยกออกจากหมู่5 มาเป็นหมู่ที่10 เมื่อ พ.ศ.2526 ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันของ บ้านเขื่องค า หมู่ที่5 นายสมศรี อยู่คง ในปัจจุบันบ้านเขื่องค า หมู่ที่5 มีวัดอยู่ 3 วัด มีโรงเรียน 1 โรงเรียนบ้านเขื่องค าทั้งหมู่5 และหมู่10 ก านันต าบลเขื่องค าคนแรก เมื่อแยกออกจากต าบลตาดทอง มาเป็นต าบลเขื่องค า ก านันคน แรก คือ นายวิง แสนวงศ์ ต่อมา นายสมาน สุนทรา, นายรักชาติ มีสนาม หมายเหตุ : สมัยของก านันสงวน วอทอง ได้แยกต าบลออกไปอีก คือ ต าบลขุมเงิน เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆใหญ่มี หลายหมู่บ้าน จึงแยกตามความเหมาะสม
12 2.ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทางเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น ข้าว มันส าปะหลัง กล้วย และพืชผักสวนครัวต่างๆ เป็นต้น บ้านเขื่องค า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดยโสธร ห่างจากนครราชสีมา เป็นระยะทาง 352กิโลเมตรและห่างจากกรุงเทพมหานครเป็นระยะทาง531กิโลเมตร บ้านเขื่องค ามีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือติดกับต าบลตาดทอง ทิศใต้ติดกับต าบลขุมเงิน ทิศตะวันตกติดกับต าบลเขื่องค า (บ้านกว้างท่าเยี่ยม) ทิศตะวันออกติดกับพื้นที่นาเป็นส่วนใหญ่ 3.ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มมีป่าไม้กระจายอยู่ทั่วไป ล าน้ ากว้างและแม่น้ าชีไหลผ่าน ท าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเป็นแบบมรสุมโดยทั่วไปมี 3 ฤดู - ฤดูร้อน ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม - ฤดูฝน ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม - ฤดูหนาว ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ 4. ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการศึกษา 4.1.ก าหนดหมู่บ้านที่จะศึกษา 4.2.ศึกษาผ่านอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ 4.3.สัมภาษณ์ สอบถาม จากชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล 4.4.เรียบเรียงข้อมูลแล้วจัดท าเป็นแผนที่ 4.5. สรุปข้อมูล แล้วจัดท าเล่มรายงาน 4.6.เก็บพิกัดและต าแหน่งที่ต้องการ รวมถึงสถานที่ส าคัญที่ต้องการใส่ในวิจัย ข้อมูลและแหล่งข้อมูล 1.สัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ซึ่งเป็นข้อมูลปฐมภูมิ 2.หาข้อมูลผ่านเว็บไซต์อินเทอร์เน็ต 3.เก็บพิกัดและต าแหน่งที่ต้องการ รวมถึงสถานที่ส าคัญที่ต้องการใส่ในวิจัย
13 เครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ในการศึกษา 1.โทรศัพท์มือถือ 2.notebook 3.iPad 4.โปรแกรม Google earth 5. วิถีชีวิตของหมู่บ้าน วิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับเกษตรกรรม เช่น การปลูกข้าวนาปีข้าวนาปลัง การปลูก อ้อย การปลูกมันส าปะหลัง เป็นต้น อาชีพเสริมจะเป็นการจักสาน การเลี้ยงสัตว์ในแต่ละปีจะมีการท าบุญ ตักบาตรเป็นประจ า เช่นวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา หรือวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมการ เวียน เทียน บุญข้าวสากหรือบุญข้าวประดับดิน การตักบาตรหมู่บ้าน และที่ส าคัญจะมีประเพณีที่ส าคัญ คือ บุญบั้งไฟเป็นหนึ่ง ในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสานท ากันในเดือน 6หรือเดือน7 ของทุกปี อันเป็นช่วงฤดูฝนเข้าสู่การ ท านา ตกกล้า หว่านไถ เพื่อเป็นการบูชาพญาแถนขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล 6. สถานที่ส าคัญของหมู่บ้าน วัดบูรพา วัดปัจฉิมมาวาส
14 เจดีย์วัดบ้านเขื่องค า โรงเรียนบ้านเขื่องค า 7. ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในหมู่บ้าน พืชพรรณป่าไม้ ลักษณะดินในหมู่บ้าน ล าน้ ากว้าง
15 8. ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน สะพานล าน้ ากว้าง ฝายหมู่บ้าน น้ าประปาหมู่บ้าน
16 9. แผนที่ แผนที่บ้านเขื่องค า
17 หมู่บ้านหนองหว้า ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา 1. ประวัติหมู่บ้านหนองหว้า ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา บ้านหนองหว้าเดิมเป็นชุมชนเดียวกันกับบ้านหนองแวง ต.บัวลาย อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2475 มีราษฎรกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาจาก อ าเภอวาปีประทุม จังหวัดมหาสารคาม ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพท า การเกษตร โดยอาศัยน้ า ฝนจากธรรมชาติ ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ประเพณี นับถือศาสนาพุทธ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมไปมาหาสู่ระหว่างหมู่บ้านและ ต าบลเป็นการเดิน น้ า อุปโภคและบริโภคใช้น้ า จากแหล่งธรรมชาติคือหนองหว้า ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 85 ไร่ ต่อมาการขยายชุมชนโตขึ้น การดูแลทุกข์สุขของราษฎรไม่ทั่วถึง อ าเภอบัวใหญ่จึงเสนอเรื่อง ขอแยกหมู่บ้านไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณา ปีพ.ศ. 2479 กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือค า สั่งให้อ าเภอบัวใหญ่ด า เนินการแยกหมู่บ้าน ออกจากบ้านหนองแวง เป็นบ้านหนองหว้า หมู่ที่ 38 ต าบลบัวลาย อ าเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่ตั้งชื่อว่าหนองหว้าเพราะในหมู่บ้านมีหนองน้ า ขนาดใหญ่และต้นหว้าขนาดใหญ่อยู่ในหนองน้ าซึ่งนับตั้งแต่ ก่อตั้งมามีผู้ใหญ่บ้านปกครองทั้งหมด7คน และปัจจุบันเป็นบ้านหนองหว้า หมู่ 7ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา 2. ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านหนองตาดน้อย ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านแฝก ต าบลสามเมือง อ าเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันออก ติดต่อกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองแวง บ้านหนองแวง ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านแดงน้อย ต าบลเมืองพะไล อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา 3. ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่บ้านหนองหว้ามีลักษณะเป็นที่ราบสูงโดยทั่วไปแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีป่าไม้เบญจพรรณ บ้างเล็กน้อยและป่าโปร่งตามไร่ปลายนา พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะส าหรับการท าเกษตรควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์ ภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น โดยแบ่งเป็น 3 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ท้องฟ้าโปร่งอากาศร้อนถึงร้อนจัด ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลาง เดือนตุลาคม มีฝนตกน้อยและทิ้งช่วงยาว ส่วนฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือน กุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวแห้ง
18 4. ขั้นตอนการศึกษา การวิจัยเป็นการส ารวจพื้นที่ในการตั้งขอบเขตของหมู่บ้านซึ่งอาจเป็นไปตามลักษณะกายภาพ เช่น การแบ่งขอบเขตพื้นที่หมู่บ้านตามถนน ล าน้ า เป็นต้น โดยผู้วิจัยได้ด าเนินขั้นตอนดังต่อไปนี้ 4.1.ก าหนดพื้นที่ที่จะศึกษา 4.2.ลงพื้นที่จริงเพื่อดูที่ตั้งของหมู่บ้าน 4.3.เก็บรวบรวมข้อมูลที่จะศึกษา 4.4.สอบถามผู้น าชุมชน 4.5.ศึกษาจากหนังสือประวัติหมู่บ้าน 4.6.เก็บพิกัดและต าแหน่งที่ต้องการ รวมถึงสถานที่ส าคัญที่ต้องการใส่ในวิจัย 4.7.แผนที่ประกอบ ข้อมูลและแหล่งที่มา การจัดเตรียมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งข้อมูลที่น ามาศึกษานั้น ได้แก่ ข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลขอบเขตบ้านหนองหว้า ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา สอบถามผู้น าชุมชน และลงพื้นที่ส ารวจด้วยตนเอง ข้อมูลประวัติความเป็นมาและการตั้งถิ่นฐาน สอบถามผู้น าชุมชน และลงพื้นที่ ส ารวจด้วยตนเอง ข้อมูลเส้นทางคมนาคม สอบถามผู้น าชุมชน และลงพื้นที่ส ารวจด้วยตนเอง ข้อมูลทุติยภูมิ ภาพถ่ายจากดาวเทียม เครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ในงานวิจัย -iPad -โทรศัพท์มือถือ -โปรแกรม Google Earth -โปรแกรม Canva 5. วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน ชาวบ้านหนองหว้าส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ท านาเป็นหลัก มีการเลี้ยงสัตว์และ ปลูกพืชสวน เพื่อการบริโภคในครัวเรือนมากกว่าท าการค้า มีการท าหัตถกรรมในครัวเรือน การทอเสื่อ ทอผ้า ไหม นอกจากนี้ยังมีอาชีพรับจ้างทั่วไปอาชีพค้าขาย มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายมีวัฒนธรรม ประเพณี เฉพาะตนแบบคนอีสาน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีประชากรส่วนหนึ่งอพยพไปท างานที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามา การด ารงชีวิตแบบเดิมเริ่มจางหายไป
19 6. สถานที่ส าคัญของหมู่บ้าน ศาลาประชาคมหมู่บ้านหนองหว้า โรงเรียนชุมชนหนองแวงสุวิทย์ วัดหนองแวง
20 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหนองหว้า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองแวง 7. ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในหมู่บ้าน สระหนองหว้า โนนหนองหว้า ลักษณะดิน
21 8. ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน หนองน้ า ประปา
22 9. แผนที่ แผนที่หมู่บ้านหนองหว้า
23 บ้านหนองขี้เห็น ต าบลบ้านหัน อ าเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น 1.ประวัติหมู่บ้านหนองขี้เห็น ต าบลบ้านหัน อ าเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น จากค าบอกเล่าของนายอ าพร สุดโลก ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองขี้เห็นหมู่ที่ 6 ต าบลบ้านหัน อ าเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น เล่าว่าเดิมบ้านหนองขี้เห็นหมู่ที่ 6 ต าบลบ้านหัน เดิมขึ้นอยู่กับการปกครองของต าบลแคน เหนือ อ าเภอบ้านไผ่ และแยกตัวออกมาขึ้นกับต าบลบ้านหัน เมื่ออ าเภอโนนศิลา ได้แยกออกมาเป็นกิ่งอ าเภอ โนนศิลา บ้านหนองขี้เห็น ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2475 โดยมีบุคคลที่รวมกันมาจัดตั้งบ้านหนองขี้เห็นครั้งแรกมี ทั้งหมด 9 คน บ้านหนองขี้เห็นครั้งแรกมีชื่อเรียกว่า บ้านน้อยสามเซียง เนื่องจาก มีบุคคล 3 คน จากที่มา พร้อมกัน 9 คน ที่ไม่ได้บวชเป็นพระ คือบวชแค่เป็นสามเณร พอสึกออกมาก็เรียกว่า “เซียง” พออยู่กันต่อ มาถึงปี พ.ศ.2479 ก็มีหลายครอบครัวที่ย้ายมาสร้างครอบครัวเพิ่มเติม เช่น ย้ายมาจากบ้านหนองคูน บ้านห้วย ซัน บ้านแคนใต้ บ้านแคนเหนือ เมื่อมาอยู่รวมกันหลายครอบครัวมากขึ้นจึงได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจากบ้านน้อย สามเซียงเป็นบ้านหนองขี้เห็นเนื่องจากมีต้นขี้เห็นใหญ่อยู่บริเวณทางด้านทิศใต้ของหมู่บ้าน 2.ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทางเศรษฐกิจหลาย อย่าง เช่น ข้าว มันส าปะหลัง อ้อย กล้วย และพืชผักต่างๆ เป็นต้น อาณาเขตรอบข้างเป็นที่ดินท านาโดยส่วนใหญ่ 3.ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มมีป่าไม้กระจายอยู่ทั่วไป ล าน้ ามาศและล าน้ ามูลไหลผ่าน ท าให้เกิด ความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเป็นแบบมรสุมโดยทั่วไปมี 3 ฤดู - ฤดูร้อน ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม - ฤดูฝน ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม - ฤดูหนาว ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์
24 4. ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการศึกษา 4.1.ก าหนดหมู่บ้านที่จะศึกษา 4.2.ศึกษาผ่านอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ 4.3.สัมภาษณ์ สอบถาม จากชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล 4.4.เรียบเรียงข้อมูลแล้วจัดท าเป็นแผนที่ 4.5. สรุปข้อมูล แล้วจัดท าเล่มรายงาน ข้อมูลและแหล่งข้อมูล -สัมภาษณ์คุณยายชาดา พันโนน ซึ่งเป็นข้อมูลปฐมภูมิ เครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ในการศึกษา 1.โทรศัพท์มือถือ 2.Notebook 3.iPad 4.โปรแกรม Google earth 5. วิถีชีวิตของหมู่บ้าน วิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับเกษตรกรรม เช่น การปลูกข้าวนาปี การปลูกอ้อย การปลูกมันส าปะหลัง เป็นต้น อาชีพเสริมจะเป็นการจักสาน การเลี้ยงไหม ในแต่ละปีจะมีการท าบุญ ตักบาตร เป็นประจ า เช่นวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา หรือวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมการ เวียนเทียน บุญ ข้าวสากหรือบุญข้าวประดับดิน การตักบาตรหมู่บ้าน และที่ส าคัญจะมีประเพณีที่ส าคัญ คือ สงกรานต์หินช้าง จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ า เดือน 5 ของทุกปี จะมีการบวงสรวงและท าบุญเป็นประเพณี เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข ตามความเชื่อของชาวบ้าน
25 6.สถานที่ส าคัญในหมู่บ้าน วัดสว่างโนนงาม โรงเรียนหนองขี้เห็น 7. ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในหมู่บ้าน แม่น้ าล าคลองในหมู่บ้าน ป่าไม้ในหมู่บ้าน ลักษณะดินภายในหมู่บ้าน
26 8. ทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน คาเฟ่ในหมู่บ้าน ประปา 9.แผนที่ แผนที่บ้านหนองขี้เห็น
27 ต าบลหนองจะบก อ าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 1. ประวัติความเป็นมาของต าบล ต าบลหนองจะบก ตั้งอยู่เลขที่ 1302 บ้านหนองปรู หมู่ที่ 4 ถนนมหาวิทยาลัย ต าบลหนองจะบก อ าเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ต าบลหนองจะบก ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของอ าเภอเมือง นครราชสีมา อยู่ห่างจากที่ว่าการอ าเภอเมืองนครราชสีมา ประมาณ 10 กิโลเมตร ในสมัยก่อนตรงบริเวณนี้ เป็นที่ตั้งของสถานีประมงจังหวัดในปัจจุบัน มีต้นจะบกขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ริมหนองน้ า แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมให้ ร่มเงาไปทั่วบริเวณ คาราวาน กองเกวียนราษฎรที่สัญจรผ่านไปมา ค้าขายต่างบ้านต่างเมืองได้พักหุงหาอาหาร ปล่อยสัตว์พาหนะ พักผ่อนหลับนอนก่อนเดินทางไปยังจุดหมาย จึงเรียกว่าหนองจะบก ปัจจุบันต าบลหนองจะ บกยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนต าบล มีพื้นที่ทั้งหมด 23.56 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 14,725 ไร่ โดย แบ่งการปกครอง 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้าน หมู่ 1 บ้านต่างตา หมู่ 2 บ้านกรีน หมู่ 3 บ้านถนนหัก หมู่ 4 บ้านหนองปรุ หมู่ 5 บ้านบุญเรือง มีนางสาวฉาฑิญา เสาวกุล เป็นนายกองค์การบริหารส่วนต าบลหนองจะ บก และจ่าสิบเอกสมนึก พรมหมื่นไวย (สมาชิกสภาอบต.หนองจะบกหมู่ที่1) นาบด ารัส ศิลปะสูงเนิน (สมาชิก สภาอบต.หนองจะบก หมู่ที่2) นายณรงค์ศักดิ์ ชัยบ ารุง (สมาชิกสภาอบต.หนองจะบก หมู่ที่4) นางสาวกรรณ์- ษะฌา เสาวกุล (สมาชิกสภาอบต.หนองจะบก หมู่ที่5) 2. ที่ตั้ง พื้นที่ อาณาเขตติดต่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทางเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น มันส าปะหลัง อ้อย กล้วย ข้าวโพด และพืชผักต่างๆ เป็นต้น อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต าบลหนองกระทุ่ม และต าบลปรุใหญ่ ทิศใต้ ติดต่อกับ ต าบลไชยมงคล ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต าบลหนองกระทุ่ม และต าบลโพธิ์กลาง ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต าบลสุรนารี และต าบลหนองปรุใหญ่ 3.ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มมีป่าไม้กระจายอยู่ทั่วไป แม่น้ ามูลเป็นแม่น้ าสายหลักที่ไหลผ่าน ท าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศเป็นแบบมรสุมโดยทั่วไปมี 3 ฤดู - ฤดูร้อน ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน - ฤดูฝน ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม - ฤดูหนาว ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม
28 4. ขั้นตอนการศึกษา ขั้นตอนการศึกษา 4.1.ก าหนดต าบลที่จะศึกษา 4.2.ศึกษาผ่านอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ 4.3.สัมภาษณ์ สอบถาม จากชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล 4.4.เรียบเรียงข้อมูลแล้วจัดท าเป็นแผนที่ 4.5. สรุปข้อมูล แล้วจัดท าเล่มรายงาน ข้อมูลและแหล่งข้อมูล 1.สัมภาษณ์นางสาวฉาฑิญา เสาวกุล และชาวบ้าน ซึ่งเป็นข้อมูลปฐมภูมิ 2.ข้อมูลจาก อบต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา เครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ในการศึกษา 1.โทรศัพท์มือถือ 2.โน้ตบุ๊ค 3.โปรแกรม Google earth 4.โปรแกรม Google Maps 5.วิถีชีวิตของหมู่บ้าน วิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับเกษตรกรรม เช่น การปลูกอ้อย การปลูกมันส าปะหลัง การปลูกข้าวโพด และพืชผักต่างๆ เป็นต้น อาชีพเสริมจะเป็นการจักสาน การเลี้ยงไหม ในแต่ละปีจะมีการ ท าบุญ ตักบาตร เป็นประจ า เช่นวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา หรือวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรม การเวียนเทียน การตักบาตรหมู่บ้าน
29 6.สถานที่ส าคัญของต าบล โรงพยาบาลส่วนต าบลหนองปรู องค์การบริหารส่วนต าบลหนองจะบก วัดภายในต าบล โรงเรียนบ้านหนองปรู
30 7. ทรัพย์กรธรรมชาติที่มีในต าบล ป่าไม้ในต าบล ลักษณะดินภายในต าบล 8.ทรัพย์กรที่มนุษย์สร้างขึ้นภายในต าบล หนองน้ าภายในต าบล ประปาภายในต าบล
31 9.แผนที่ แผนที่หนองจะบก
32 บรรณานุกรม องค์การบริหารส่วนต าบลเขื่องค า.ประวัติความเป็นมาและสภาพทั่วไป.สืบค้น 15 ตุลาคม 2566.จาก https://khueangkham.go.th/public/list/data/index/menu/1142 ส านักบริหารการทะเบียน.กรมการปกครอง.กระทรวงมหาดไทย.”จ านวนประชากร.”[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: ข้อมูลประชากร ต าบลหนองจะบก อ าเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา (ธันวาคม 2564).จาก ส านักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. ส านักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "จ านวนประชากร." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก: [1] ข้อมูลประชากร ต าบลหนองหว้า อ าเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา (ธันวาคม 2564) .จาก ส านักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต าบลหนองหว้า (อ าเภอบัวลาย) - วิกิพีเดีย (wikipedia.org)