The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคโนโลยีสารทำความเย็น (Refrigerant Technology) เป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการใช้สารที่ช่วยในการถ่ายเทความร้อนในระบบทำความเย็น เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by econ energy-conservationtech, 2026-03-30 23:20:56

เรื่อง เทคโนโลยี สารทำความเย็น

เทคโนโลยีสารทำความเย็น (Refrigerant Technology) เป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการใช้สารที่ช่วยในการถ่ายเทความร้อนในระบบทำความเย็น เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Keywords: สารทำความเย็น,เครื่องปรับอากาศ,ระบบทำความเย็น,ตู้เย็น

เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 1Energy Conservation Technology Co.,ltd.เรื่อง เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)ดร.ศุภชัย ปัญญาวีร์ อ.ปฏิญญา จีระพรมงคล อ.นันฐกานต์ กลิ่นสังข์บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด เทคโนโลยีสารทำความเย็น (Refrigerant Technology) เป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการใช้สารที่ช่วยในการถ่ายเทความร้อนในระบบทำความเย็น เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเนื้อหาสำคัญของเทคโนโลยีนี้มีดังนี้1. ประเภทของสารทำความเย็น• สารทำความเย็นแบบดั้งเดิม เช่น R-22 (Chlorodifluoromethane) ซึ่งเคยใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันลดการใช้งานเพราะมีผลกระทบต่อชั้นโอโซน• สารทำความเย็น HFC (Hydrofluorocarbon) เช่น R-134a ที่ลดผลกระทบต่อโอโซน แต่ยังมีผลต่อการเพิ่มความร้อนโลก (Global Warming Potential หรือ GWP)• สารทำความเย็นธรรมชาติเช่น แอมโมเนีย (NH3), คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และโพรเพน (C3H8) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม• สารทำความเย็น HFO (Hydrofluoroolefin) เช่น R1234yf ซึ่งมีค่า GWP ต่ำและเริ่มได้รับความนิยมในอุตสาหกรรม2. เทคโนโลยีล่าสุดในสารทำความเย็น• สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเพื่อลดการปล่อยสารที่มีค่า GWP สูงและการทำลายชั้นโอโซน• สารผสม (Blends) การผสมสารทำความเย็นเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม• การปรับปรุงการทำงานของระบบ การใช้ระบบระบายความร้อนแบบสองขั้น (Cascade Systems) หรือระบบทำความเย็นที่ใช้นวัตกรรมใหม่ เช่น การใช้ของไหลที่เป็น Supercritical Fluids3. กฎหมายและข้อบังคับ• Prohibition on HCFCs การห้ามใช้สาร HCFC เช่น R-22 ในหลายประเทศ ตามพิธีสารมอน ทรีออล (Montreal Protocol)• F-Gas Regulations ข้อกำหนดในยุโรปที่จำกัดการใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP สูง• การรับรองระบบ เช่น การรับรอง Energy Star ที่ช่วยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 2Energy Conservation Technology Co.,ltd.4. แนวโน้มในอนาคต• สารทำความเย็นธรรมชาติความนิยมที่เพิ่มขึ้นของสารทำความเย็นที่ปลอดภัยและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ• การวิจัยและพัฒนา มุ่งเน้นการพัฒนาสารใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและลดการปล่อยคาร์บอน• การใช้ IoT และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบทำความเย็น และการลดพลังงานที่สูญเปล่า❖ รายละเอียดเทคโนโลยีสารทำความเย็น1. ประเภทของสารทำความเย็น ประเภทของสารทำความเย็น สามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ดังนี้1.1 สารทำความเย็นแบบดั้งเดิม (CFCs และ HCFCs)• CFCs (Chlorofluorocarbons)ตัวอย่าง R-11, R-12o คุณสมบัติ มีเสถียรภาพสูง ใช้งานง่าย แต่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซนสูง (ODP สูง)o ข้อเสีย ถูกห้ามใช้ในหลายประเทศตามพิธีสารมอนทรีออล• HCFCs (Hydrochlorofluorocarbons)ตัวอย่าง R22o คุณสมบัติ ODP ต่ำกว่ากลุ่ม CFC แต่ยังมีผลกระทบอยู่บ้างo ข้อเสีย ยังถูกจำกัดการใช้งาน และจะถูกเลิกใช้ในอนาคต1.2 สารทำความเย็น HFCs (Hydrofluorocarbons)• ตัวอย่าง R-134a, R-410A, R-404Ao คุณสมบัติ ไม่มีคลอรีน จึงไม่ทำลายชั้นโอโซน แต่มีค่า GWP สูงo การใช้งาน นิยมใช้ในเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น1.3 สารทำความเย็น HFOs (Hydrofluoroolefins)• ตัวอย่าง R-1234yf, R-1234zeo คุณสมบัติ ค่า GWP ต่ำมาก และไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซนo การใช้งาน ใช้แทนสาร HFC ในเครื่องปรับอากาศรถยนต์และอุตสาหกรรม


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 3Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.4 สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants)• แอมโมเนีย (NH3)o คุณสมบัติ มีค่า GWP และ ODP เท่ากับศูนย์ มีประสิทธิภาพสูง แต่เป็นพิษและติดไฟo การใช้งาน ใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่• คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)o คุณสมบัติ มี GWP ต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมo การใช้งาน ใช้ในระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์• โพรเพน (R-290) และไอโซบิวเทน (R-600a)o คุณสมบัติ GWP ต่ำ มีประสิทธิภาพ แต่ติดไฟง่ายo การใช้งาน ใช้ในตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก1.5 สารทำความเย็นผสม (Refrigerant Blends)• ตัวอย่าง R-407C, R-410Ao คุณสมบัติ ผสมสารทำความเย็นหลายชนิดเพื่อให้ได้คุณสมบัติเฉพาะ เช่น การควบคุมอุณหภูมิที่ดีo การใช้งาน ใช้แทนสารเดี่ยวในระบบที่ต้องการสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความปลอดภัยการเลือกใช้สารทำความเย็นขึ้นอยู่กับการใช้งาน ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนวโน้มในอนาคตจะเน้นสารทำความเย็นธรรมชาติและสารที่มีค่า GWP ต่ำเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)❖ รายละเอียดประเภทของสารทำความเย็น1.1 สารทำความเย็นแบบดั้งเดิม (CFCs และ HCFCs) สารทำความเย็นในกลุ่มนี้เคยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอดีต เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและใช้งานง่าย แต่ภายหลังพบว่ามีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการทำลายชั้นโอโซน (Ozone Depletion) และการเพิ่มภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential) ทำให้การใช้งานถูกจำกัดหรือเลิกใช้ในปัจจุบัน1.1.1 CFCs (Chlorofluorocarbons)• ตัวอย่างสารo R-11 (Trichlorofluoromethane)o R-12 (Dichlorodifluoromethane)


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 4Energy Conservation Technology Co.,ltd.• คุณสมบัติo เสถียรภาพสูง ไม่ติดไฟ และไม่เป็นพิษo ใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิหลากหลายo เหมาะกับระบบทำความเย็นในอดีต เช่น ตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศ• ข้อเสียo มีค่า ODP (Ozone Depletion Potential) สูงมากo มีค่า GWP (Global Warming Potential) สูงo การสะสมในบรรยากาศทำให้ชั้นโอโซนบางลง• สถานะปัจจุบันo ถูกแบนในหลายประเทศภายใต้พิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) เนื่องจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง1.1.2 HCFCs (Hydrochlorofluorocarbons)• ตัวอย่างสารo R-22 (Chlorodifluoromethane)o R-123 (Dichlorotrifluoroethane)• คุณสมบัติo ค่า ODP ต่ำกว่ากลุ่ม CFCs แต่ยังมีผลกระทบต่อชั้นโอโซนo มีประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนสูงo ถูกนำมาใช้แทน CFCs ในระบบทำความเย็นและปรับอากาศ• ข้อเสียo ยังคงมีค่า GWP สูงo ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังคงมีอยู่ แม้จะน้อยกว่ากลุ่ม CFCs• สถานะปัจจุบันo การผลิตและใช้งานถูกจำกัดในหลายประเทศo HCFCs เช่น R-22 อยู่ในระยะเลิกใช้ตาม ข้อกำหนดของพิธีสารมอนทรีออลo คาดว่าจะถูกแทนที่ด้วย HFCs, HFOs หรือสารทำความเย็นธรรมชาติ1.1.3 การใช้งานในอดีต• CFCs และ HCFCs เคยใช้ในo เครื่องปรับอากาศo ตู้เย็นo ระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมo สเปรย์กระป๋องและโฟมพลาสติก


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 5Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.1.4 ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม• สาร CFCs และ HCFCs เมื่อถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ จะทำลายโอโซนในชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) โดยโอโซนมีหน้าที่กรองรังสีอัลตราไวโอเลต (UV-B) จากดวงอาทิตย์• การลดชั้นโอโซนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น มะเร็งผิวหนัง และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ1.2 สารทำความเย็น HFCs (Hydrofluorocarbons) สารทำความเย็นกลุ่ม HFCs เป็นรุ่นต่อมาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนสารในกลุ่ม CFCs และ HCFCs โดยมีข้อดีคือไม่มีคลอรีนในโมเลกุล ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (Ozone Depletion Potential หรือ ODP = 0) แต่ยังมีค่า GWP (Global Warming Potential) สูง ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อน1.2.1 คุณสมบัติของสาร HFCs1. ไม่มีคลอรีน ไม่ทำลายชั้นโอโซน2. ค่า GWP สูง ยังคงส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ3. เสถียรภาพ มีความเสถียรทางเคมี และมีประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนสูง4. การใช้งานที่หลากหลาย เหมาะสำหรับระบบทำความเย็นตั้งแต่ตู้เย็นในครัวเรือนถึงระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์1.2.2 ตัวอย่างสาร HFCs ที่ใช้งานทั่วไป• R-134ao การใช้งาน ระบบปรับอากาศในรถยนต์, ตู้เย็น, และระบบทำความเย็นขนาดเล็กo คุณสมบัติ ไม่มีผลกระทบต่อโอโซน แต่ GWP ประมาณ 1,430• R-410Ao การใช้งาน เครื่องปรับอากาศภายในอาคาร และปั๊มความร้อน (Heat Pumps)o คุณสมบัติ ประสิทธิภาพสูงในการถ่ายเทความร้อน GWP ประมาณ 2,088• R-404Ao การใช้งาน ระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ เช่น ในซูเปอร์มาร์เก็ตo คุณสมบัติ GWP ประมาณ 3,922 ทำให้มีผลต่อสิ่งแวดล้อมสูง• R-32o การใช้งาน เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่o คุณสมบัติ GWP ต่ำกว่า R-410A ประมาณ 675 แต่ยังสูงเมื่อเทียบกับสารทำความเย็นธรรมชาติ


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 6Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.2.3 ข้อดีของ HFCs1. ไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (ODP = 0)2. ประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนสูง3. เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม1.2.4 ข้อเสียของ HFCs1. ค่า GWP สูง แม้จะไม่มีผลกระทบต่อโอโซน แต่ HFCs มีศักยภาพในการกักเก็บความร้อนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มอุณหภูมิโลก2. การถูกจำกัดการใช้งาน หลายประเทศเริ่มจำกัดการใช้สาร HFCs โดยมีกฎระเบียบที่กำหนดให้ลดการใช้งานลง เช่น F-Gas Regulations ในยุโรป1.2.5 การใช้งานของ HFCs1. ระบบปรับอากาศo ใช้ในเครื่องปรับอากาศภายในอาคารและยานพาหนะ2. ตู้เย็นและเครื่องทำความเย็นo นิยมใช้ในตู้เย็นครัวเรือนและระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์3. อุตสาหกรรมo ระบบทำความเย็นในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงแช่แข็ง1.2.6 สถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต• การเปลี่ยนแปลงสู่สารทำความเย็นที่มี GWP ต่ำกว่าหลายบริษัทเปลี่ยนมาใช้สาร HFOs (Hydrofluoroolefins) หรือสารธรรมชาติ เช่น CO2 และแอมโมเนีย• กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นกฎระเบียบอย่าง Kigali Amendment ภายใต้พิธีสารมอนทรีออล กำหนดให้ลดการใช้ HFCs ทั่วโลก• เทคโนโลยีใหม่การผสมสารทำความเย็น (Blends) และระบบที่ออกแบบให้รองรับสารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น1.3 สารทำความเย็น HFOs (Hydrofluoroolefins) สารทำความเย็นกลุ่ม HFOs เป็นรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสาร HFCs โดยเน้นที่การลดค่า GWP (Global Warming Potential) ให้ต่ำลงมาก และยังคงประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อน ทำให้ HFOs กลายเป็นตัวเลือกสำคัญในอุตสาหกรรมทำความเย็นยุคใหม่


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 7Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.3.1 คุณสมบัติของ HFOs1. ค่า GWP ต่ำมาก มักอยู่ในช่วง 1-10 ซึ่งใกล้เคียงกับสารทำความเย็นธรรมชาติ เช่น CO22. ไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (ODP = 0) ไม่มีคลอรีนในโครงสร้างโมเลกุล3. ความเสถียรสูง ใช้งานได้ในอุณหภูมิที่หลากหลาย4. ติดไฟในระดับต่ำถึงปานกลาง เป็นสารกลุ่ม A2L ตามมาตรฐาน ASHRAE (ไม่เป็นพิษและติดไฟเล็กน้อย)1.3.2 ตัวอย่างสาร HFOs1. R-1234yfo การใช้งาน ระบบปรับอากาศในรถยนต์ (แทนที่ R-134a)o คุณสมบัติค่า GWP ต่ำ (น้อยกว่า 1) และมีประสิทธิภาพสูงo ข้อดีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม2. R-1234zeo การใช้งาน ระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ เช่น เครื่องทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตo คุณสมบัติค่า GWP ต่ำ (ประมาณ 7)o ข้อดีเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม3. R-1233zdo การใช้งาน ใช้ในระบบทำความเย็นแบบแรงดันสูง (High-Pressure Systems) และเครื่องผลิตน้ำเย็น (Chillers)o คุณสมบัติมีประสิทธิภาพสูงและไม่ติดไฟ1.3.3 ข้อดีของ HFOs1. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมo ค่า GWP ต่ำมาก จึงช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ2. เข้ากันได้กับระบบ HFC เดิมo สามารถใช้แทน HFC ในระบบที่ออกแบบให้รองรับได้3. ประสิทธิภาพสูงo ให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นใกล้เคียงหรือดีกว่า HFC1.3.4 ข้อเสียของ HFOs1. ราคาแพงกว่า HFCso เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่และยังอยู่ในช่วงพัฒนา2. ติดไฟในบางกรณีo แม้จะติดไฟน้อย (กลุ่ม A2L) แต่ยังต้องมีมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม3. ความพร้อมใช้งานo การเปลี่ยนไปใช้ HFOs ต้องใช้เวลาในหลายอุตสาหกรรมเพื่อปรับระบบให้รองรับ


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 8Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.3.5 การใช้งานของ HFOs1. ระบบปรับอากาศในรถยนต์o เช่น R-1234yf ซึ่งเริ่มใช้แทน R-134a ในรถยนต์รุ่นใหม่2. อุตสาหกรรมทำความเย็นo ใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ต, โรงงานผลิตอาหาร, และเครื่องทำความเย็นเชิงพาณิชย์3. เครื่องทำความเย็นแบบแรงดันสูงo ใช้ในระบบที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม1.3.6 สถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต1. ความต้องการที่เพิ่มขึ้นo อุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังหันมาใช้ HFOs เนื่องจากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Kigali Amendment2. การวิจัยและพัฒนาo มีการพัฒนาสารผสม (Blends) ที่รวม HFOs กับสารอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย3. ทดแทน HFCs และ HCFCso HFOs เป็นตัวเลือกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม1.4 สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants) สารทำความเย็นธรรมชาติ (Natural Refrigerants) เป็นสารที่เกิดขึ้นในธรรมชาติและถูกนำมาใช้ในระบบทำความเย็นโดยไม่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย และไฮโดรคาร์บอน สารกลุ่มนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีค่า GWP (Global Warming Potential) ต่ำหรือเท่ากับศูนย์ และไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (Ozone Depletion Potential หรือ ODP = 0)1.4.1 ประเภทของสารทำความเย็นธรรมชาติ1. แอมโมเนีย (Ammonia, NH₃, R-717)o คุณสมบัติ▪ มีประสิทธิภาพสูงในระบบทำความเย็น▪ ค่า GWP และ ODP เท่ากับศูนย์▪ มีความสามารถในการถ่ายเทความร้อนดีเยี่ยมo ข้อเสีย▪ เป็นพิษและติดไฟได้ในบางกรณี


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 9Energy Conservation Technology Co.,ltd.o การใช้งาน▪ ใช้ในระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ เช่น โรงงานแปรรูปอาหารและโรงงานผลิตน้ำแข็ง2. คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide, CO₂, R-744)o คุณสมบัติ▪ GWP ต่ำมาก (เท่ากับ 1)▪ ไม่ติดไฟและไม่เป็นพิษในปริมาณที่เหมาะสม▪ ความดันทำงานสูงกว่าสารทำความเย็นทั่วไปo ข้อเสีย▪ ระบบที่ใช้ CO₂ ต้องออกแบบให้ทนต่อแรงดันสูงo การใช้งาน▪ ซูเปอร์มาร์เก็ต, ตู้แช่สินค้า, และระบบทำความเย็นแบบ transcritical3. ไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbons, HC)o ตัวอย่าง โพรเพน (Propane, R-290), ไอโซบิวเทน (Isobutane, R-600a)o คุณสมบัติ▪ GWP ต่ำมาก (ต่ำกว่า 3)▪ ประสิทธิภาพสูงในการทำความเย็นo ข้อเสีย▪ ติดไฟได้ง่ายo การใช้งาน▪ ตู้เย็นขนาดเล็ก, เครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก และระบบทำความเย็นในครัวเรือน4. น้ำ (Water, H₂O, R-718)o คุณสมบัติ▪ GWP และ ODP เท่ากับศูนย์▪ ปลอดภัย ไม่ติดไฟ และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมo ข้อเสีย▪ มีข้อจำกัดในการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำมากo การใช้งาน▪ ใช้ในระบบระเหยน้ำ (Evaporative Cooling) และระบบทำความเย็นแบบเฉพาะเจาะจง5. อากาศ (Air, R-729)o คุณสมบัติ▪ ปลอดภัย ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม▪ มีความดันต่ำ


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 10Energy Conservation Technology Co.,ltd.o ข้อเสีย▪ มีประสิทธิภาพต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสารทำความเย็นอื่นo การใช้งาน▪ ระบบทำความเย็นแบบเฉพาะทาง เช่น การระบายความร้อนในยานพาหนะ1.4.2 ข้อดีของสารทำความเย็นธรรมชาติ1. มิตรต่อสิ่งแวดล้อมo ค่า GWP ต่ำหรือเท่ากับศูนย์o ไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน (ODP = 0)2. ประสิทธิภาพสูงo ใช้งานได้ดีในหลากหลายระบบทำความเย็น3. ต้นทุนต่ำในระยะยาวo ส่วนใหญ่มาจากแหล่งธรรมชาติ ลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว1.4.3 ข้อเสียของสารทำความเย็นธรรมชาติ1. ความปลอดภัยo สารบางชนิด เช่น แอมโมเนียและไฮโดรคาร์บอน มีความเสี่ยงต่อการติดไฟหรือเป็นพิษ2. ความซับซ้อนของระบบo ต้องออกแบบระบบเฉพาะเพื่อรองรับแรงดันสูงหรือควบคุมความปลอดภัย3. การใช้งานจำกัดo ใช้ได้ในบางอุตสาหกรรมและบางสถานการณ์1.4.4 การใช้งานของสารทำความเย็นธรรมชาติ1. อุตสาหกรรมขนาดใหญ่o แอมโมเนียและ CO₂ นิยมใช้ในโรงงานอาหารและเครื่องดื่ม2. ระบบทำความเย็นในครัวเรือนo ตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศที่ใช้ไฮโดรคาร์บอน3. ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่o ใช้น้ำหรืออากาศเป็นสารทำความเย็นในระบบเฉพาะ1.4.5 แนวโน้มในอนาคต1. การเปลี่ยนแปลงเชิงกฎหมายo หลายประเทศเริ่มส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 11Energy Conservation Technology Co.,ltd.2. นวัตกรรมใหม่o การพัฒนาระบบที่สามารถใช้งานสารธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง3. ความยั่งยืนo อุตสาหกรรมทั่วโลกมุ่งสู่การใช้สารทำความเย็นที่ยั่งยืนและลดผลกระทบต่อโลกร้อน1.5 สารทำความเย็นผสม (Refrigerant Blends) สารทำความเย็นผสม (Refrigerant Blends) คือสารทำความเย็นที่เกิดจากการผสมสารทำความเย็นตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ความสามารถในการถ่ายเทความร้อน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือการใช้งานในระบบที่หลากหลาย โดยสารผสมเหล่านี้มักใช้แทนสารทำความเย็นเดี่ยวในระบบที่ต้องการประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่ดีขึ้น1.5.1 ประเภทของสารทำความเย็นผสม1. Zeotropic Blendso มีอัตราการระเหยและการควบแน่นต่างกันในส่วนประกอบของสารo อุณหภูมิการเปลี่ยนสถานะ (Temperature Glide) เปลี่ยนแปลงเมื่อระเหยหรือควบแน่นo ตัวอย่าง R-407C, R-404A2. Azeotropic Blendso ส่วนผสมของสารที่มีอัตราการระเหยและการควบแน่นใกล้เคียงกันo ทำงานเหมือนสารเดี่ยว ไม่มี Temperature Glideo ตัวอย่าง R-500, R-5021.5.2 ตัวอย่างสารทำความเย็นผสมที่สำคัญ1. R-407Co ส่วนผสม R-32, R-125, R-134ao การใช้งาน ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยo คุณสมบัติประสิทธิภาพดีสำหรับแทน R-22 แต่มี Temperature Glide2. R-404Ao ส่วนผสม R-125, R-143a, R-134ao การใช้งาน ระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตและอุตสาหกรรมo คุณสมบัติใช้แทน R-502 แต่ GWP ค่อนข้างสูง3. R-410Ao ส่วนผสม R-32, R-125o การใช้งาน เครื่องปรับอากาศและปั๊มความร้อนo คุณสมบัติประสิทธิภาพสูง ไม่มี ODP แต่ GWP ค่อนข้างสูง


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 12Energy Conservation Technology Co.,ltd.4. R-507o ส่วนผสม R-125, R-143ao การใช้งาน ใช้แทน R-502 ในระบบทำความเย็นอุตสาหกรรมo คุณสมบัติเป็นสาร Azeotropic ไม่มี Temperature Glide5. R-449Ao ส่วนผสม R-32, R-125, R-1234yf, R-134ao การใช้งาน ระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตo คุณสมบัติGWP ต่ำกว่า R-404A ใช้แทนในระบบเก่าได้ง่าย1.5.3 ข้อดีของสารทำความเย็นผสม1. ปรับปรุงคุณสมบัติo สารผสมถูกออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น ลด GWP หรือเพิ่มประสิทธิภาพ2. ใช้แทนสารทำความเย็นเก่าได้o ใช้แทน CFCs หรือ HCFCs ในระบบเดิมได้ง่าย3. ความยืดหยุ่นในการใช้งานo เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในระบบแรงดันสูงและต่ำ1.5.4 ข้อเสียของสารทำความเย็นผสม1. Temperature Glideo ใน Zeotropic Blends การเปลี่ยนอุณหภูมิระหว่างระเหยหรือควบแน่นอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ2. ต้นทุนสูงo การผลิตสารผสมอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสารเดี่ยว3. การจัดการที่ซับซ้อนo ต้องการการบำรุงรักษาและควบคุมการใช้งานที่เหมาะสม1.5.5 การใช้งานของสารทำความเย็นผสม1. ระบบปรับอากาศo เช่น R-410A ในเครื่องปรับอากาศภายในบ้านและเชิงพาณิชย์2. ระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมo เช่น R-404A และ R-507 ในโรงงานแช่แข็งและซูเปอร์มาร์เก็ต3. ระบบทดแทนสารทำความเย็นเก่าo ใช้แทน HCFCs เช่น R-22 โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมด


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 13Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.5.6 แนวโน้มในอนาคต1. การลดค่า GWPo มีการพัฒนาสารผสมที่มี GWP ต่ำ โดยใช้ส่วนประกอบ HFOs หรือสารธรรมชาติ2. การเพิ่มประสิทธิภาพo การวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม3. กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นo หลายประเทศกำหนดให้ลดการใช้งานสารผสมที่มี GWP สูง เช่น R-404A➢ ตารางเปรียบเทียบสารทำความเย็นแต่ละชนิดประเภทสารทำความเย็น ตัวอย่างสาร ODP GWP ข้อดี ข้อเสีย การใช้งานCFCs (Chlorofluorocarbons)R-11, R-12สูง (1.0)สูง (4,000-10,900)มีเสถียรภาพสูง ใช้งานง่ายทำลายชั้นโอโซน ถูกแบนในหลายประเทศเคยใช้ในตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศHCFCs (Hydrochlorofluorocarbons)R-22, R123ต่ำกว่า CFCs (<0.1)ปานกลางถึงสูง (1,700-2,000)ประสิทธิภาพดี ใช้แทน CFCs ได้ยังคงทำลายโอโซนในระดับต่ำ และมีค่า GWP สูงระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมHFCs (Hydrofluorocarbons)R-134a,R-410A0ปานกลางถสูง(1,300-4,000)ไม่มีผลต่อโอโซน ใช้งานหลากหลายGWP สูง การใช้ถูกควบคุมในหลายประเทศเครื่องปรับอากาศ รถยนต์ และตู้เย็นHFOs (Hydrofluoroolefins)R-1234yf,R-1234ze0ต่ำมาก (<10)GWP ต่ำมาก มิตรต่อสิ่งแวดล้อมราคาสูง ติดไฟในบางกรณีระบบปรับอากาศในรถยนต์และเครื่องทำความเย็นสารธรรมชาติ (Natural Refrigerants)NH₃(R-717),CO₂(R-744),R-600a0ต่ำมาก(1-3)มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพสูงบางชนิดเป็นพิษ (NH₃) หรือไวไฟ (R-600a)โรงงานอาหาร, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ตู้เย็น


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 14Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทสารทำความเย็น ตัวอย่างสาร ODP GWP ข้อดี ข้อเสีย การใช้งานสารผสม (Refrigerant Blends)R-404A,R-407C,R-410A0ปานกลางถึงสูง (1,700-3,900)ปรับปรุงคุณสมบัติได้หลากหลาย ใช้แทนสารเดิมได้ง่ายอาจมี Temperature Glide และต้นทุนสูงเครื่องปรับอากาศซูเปอร์มาร์เก็ต➢ คำอธิบาย• ODP (Ozone Depletion Potential)แสดงถึงความสามารถในการทำลายชั้นโอโซน (ยิ่งต่ำยิ่งดี)o ค่า ODP ของสารธรรมชาติและ HFOs คือ 0• GWP (Global Warming Potential)ศักยภาพในการเพิ่มความร้อนโลก (ยิ่งต่ำยิ่งดี)o สารธรรมชาติและ HFOs มี GWP ต่ำที่สุด• ข้อดีคุณสมบัติเด่นของแต่ละสาร เช่น ประสิทธิภาพ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม• ข้อเสียข้อจำกัด เช่น ต้นทุน ความปลอดภัย หรือข้อกำหนดด้านกฎหมาย• การใช้งานระบบที่เหมาะสมกับสารทำความเย็นแต่ละประเภท➢ ตารางการใช้ทดแทนสารทำความเย็นที่ถูกยกเลิกสารทำความเย็นที่ถูกยกเลิก ODP GWP การใช้งานเดิม สารทดแทนที่แนะนำ คุณสมบัติของสารทดแทนR-11 (CFC) 1.0 4,750ระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ เช่น เครื่องผลิตน้ำเย็น (Chillers)R-123 (HCFC) /R-1233zd (HFO)ODP ต่ำกว่าและ GWP ต่ำกว่า R-11, ใช้ในระบบแรงดันต่ำR-12 (CFC) 1.0 10,900ตู้เย็นเก่า ระบบทำความเย็นในรถยนต์R-134a (HFC) / R-1234yf (HFO)ไม่มี ODP, R-1234yf มี GWP ต่ำกว่า R-134a, เหมาะกับระบบทำความเย็นในรถยนต์


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 15Energy Conservation Technology Co.,ltd.สารทำความเย็นที่ถูกยกเลิก ODP GWP การใช้งานเดิม สารทดแทนที่แนะนำ คุณสมบัติของสารทดแทนR-22 (HCFC) 0.05 1,810เครื่องปรับอากาศ, ระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมR-407C, R-410A (HFC) / R-290 (HC)ไม่มี ODP, R-410A ประสิทธิภาพสูง, R-290(โพรเพน) มี GWP ต่ำมากแต่ติดไฟR-502 (CFC/HCFC Blend)0.33 4,657ระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตR-404A (HFC) / R-449A (HFO Blend)R-404A ไม่มี ODP แต่ GWP สูง, R-449A GWP ต่ำกว่าและเหมาะกับการแทนที่ในระบบเก่าR-123 (HCFC) 0.02 77เครื่องผลิตน้ำเย็น (Chillers)R-1233zd (HFO)ODP = 0, GWP ต่ำ (ประมาณ 1), เหมาะสำหรับระบบแรงดันต่ำR-717 (Ammonia, NH₃) (ยกเลิกเฉพาะในบางการใช้งาน)0 0โรงงานอาหาร, ระบบทำความเย็นในอุตสาหกรรมไม่มีสารทดแทนหลัก (ยังใช้ได้)มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ต้องมีมาตรการความปลอดภัยเนื่องจากเป็นพิษและติดไฟในบางกรณี➢ คำอธิบายสารทดแทน1. HCFCs เช่น R-123 ยังคงใช้งานในบางพื้นที่แต่มีข้อจำกัดตามกฎหมาย2. HFCs เช่น R-134a และ R-410A ใช้แทนสารเก่าที่ถูกยกเลิก แต่กำลังถูกจำกัดในหลายประเทศเนื่องจาก GWP สูง3. HFOs เช่น R-1234yf และ R-1233zd เป็นตัวเลือกที่มีค่า GWP ต่ำมากและมิตรต่อสิ่งแวดล้อม4. สารธรรมชาติ (Natural Refrigerants) เช่น R-290 (โพรเพน) และ R-744 (CO₂) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากไม่มี ODP และมี GWP ต่ำ➢ ข้อควรพิจารณา1. กฎระเบียบ ตรวจสอบข้อกำหนดในพื้นที่ เช่น F-Gas Regulations หรือ Kigali Amendment2. ความเข้ากันได้ของระบบ บางระบบต้องปรับปรุงเพื่อรองรับสารทดแทน เช่น การใช้งาน R-290 ต้องออกแบบเพื่อความปลอดภัยจากการติดไฟ3. ต้นทุนและประสิทธิภาพ HFOs และสารธรรมชาติอาจมีต้นทุนสูงในระยะแรก แต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 16Energy Conservation Technology Co.,ltd.2. เทคโนโลยีล่าสุดในสารทำความเย็น เทคโนโลยีสารทำความเย็นมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนและการทำลายชั้นโอโซน รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น2.1 สารทำความเย็น HFOs (Hydrofluoroolefins)o สารทำความเย็นกลุ่ม HFOs เช่น R-1234yf และ R-1234ze ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนสาร HFCs ที่มีค่า GWP สูง โดย HFOs มีค่า GWP ต่ำมาก (น้อยกว่า 1) และไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน ทำให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจุบัน HFOs ถูกนำมาใช้ในระบบปรับอากาศในรถยนต์และเครื่องทำความเย็นเชิงพาณิชย์2.2 สารทำความเย็นธรรมชาติo การใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂, R-744), แอมโมเนีย (NH₃, R-717) และไฮโดรคาร์บอน เช่น โพรเพน (R-290) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีค่า GWP ต่ำหรือเท่ากับศูนย์ และไม่มีผลกระทบต่อชั้นโอโซน อย่างไรก็ตาม การใช้งานสารเหล่านี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เนื่องจากบางชนิดอาจเป็นพิษหรือไวไฟ2.3 สารทำความเย็นผสม (Refrigerant Blends)o การพัฒนาสารทำความเย็นผสมที่มีค่า GWP ต่ำ เช่น R-513A ซึ่งเป็นสารผสมของ R-1234yf และ R-134a ถูกนำมาใช้เพื่อทดแทน R-134a ในระบบที่มีอยู่เดิม สารผสมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ดีและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม2.4 เทคโนโลยีการทำความเย็นแบบ Solid-Stateo นวัตกรรมใหม่ในการทำความเย็นที่ไม่ใช้การอัดไอ เช่น เทคโนโลยีเทอร์โมอิเล็กทริก (Thermoelectric Cooling) และการทำความเย็นด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic Cooling) กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีเหล่านี้มีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานและไม่มีการปล่อยสารทำความเย็นที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม2.5 การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็นo การพัฒนาระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น การใช้คอมเพรสเซอร์แบบ Turbocor ที่มีการสูญเสียพลังงานต่ำ และการออกแบบระบบที่ลดการรั่วไหลของสารทำความเย็น ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 17Energy Conservation Technology Co.,ltd.3. กฎหมายและข้อบังคับ ประเทศไทยได้ดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศในการควบคุมและลดการใช้สารทำความเย็นที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการออกกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ดังนี้3.1 การควบคุมสาร HCFCso ตามประกาศของกรมการค้าต่างประเทศ ได้กำหนดให้เครื่องปรับอากาศที่ใช้สาร HCFC-22 (R-22) ที่มีขนาดทำความเย็นต่ำกว่า 50,000 บีทียูต่อชั่วโมง เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 3.2 มาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียo กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัยสำหรับระบบทำความเย็นที่ใช้แอมโมเนียเป็นสารทำความเย็นในโรงงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งครอบคลุมการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การใช้งาน การบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยของและสิ่งแวดล้อม3.3 การลดการใช้สาร HFCso ประเทศไทยได้เข้าร่วมการแก้ไขเพิ่มเติมพิธีสารมอนทรีออล (Kigali Amendment) ซึ่งมุ่งเน้นการลดการใช้สาร HFCs ที่มีค่า GWP สูง โดยมีแผนการลดการใช้สาร HFCs อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ3.4 การส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมo มีการส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นทางเลือกที่มีค่า GWP ต่ำหรือไม่มีเลย เช่น สาร HFOs และสารทำความเย็นธรรมชาติ เช่น แอมโมเนีย (R-717), คาร์บอนไดออกไซด์ (R-744), โพรเพน (R-290) และไอโซบิวเทน (R-600a) เพื่อทดแทนสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้สารทำความเย็น โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล4. แนวโน้มในอนาคต แนวโน้มในอนาคตของเทคโนโลยีสารทำความเย็นมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมีการพัฒนาสารทำความเย็นรุ่นใหม่ที่มีค่า GWP ต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 18Energy Conservation Technology Co.,ltd.4.1 การลดการใช้สาร HFCso ตามการแก้ไขคิกาลี (Kigali Amendment) ประเทศต่าง ๆ ได้ตกลงที่จะลดการใช้สาร HFCs ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่มีค่า GWP สูง โดยกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทย จะเริ่มควบคุมปริมาณการใช้สาร HFCs ตั้งแต่ปี 2024 และลดลงเหลือ 20% ภายในปี 2045 4.2 การพัฒนาสารทำความเย็นรุ่นใหม่o มีการพัฒนาสารทำความเย็นรุ่นใหม่ที่มีค่า GWP ต่ำ เพื่อทดแทนสารที่มีค่า GWP สูง เช่น• เครื่องปรับอากาศ (Air Conditioning) สารทำความเย็น R-454C, R-454B, และ R-452B กำลังถูกพัฒนาเพื่อทดแทน R-410A และ R-22• ชิลเลอร์ (Chiller) สารทำความเย็น R-514A และ R-513A ถูกพัฒนาเพื่อทดแทน R-134a และ R-123• ยานยนต์ (Automotive) สารทำความเย็น R-1234yf กำลังถูกนำมาใช้แทน R-134a ในระบบปรับอากาศรถยนต์• ระบบทำความเย็น (Refrigeration) สารทำความเย็น R-454C และ R-454A กำลังถูกพัฒนาเพื่อทดแทน R-404A 4.3 การใช้สารทำความเย็นธรรมชาติo สารทำความเย็นธรรมชาติ เช่น R-290 (โพรเพน) และ R-600a (ไอโซบิวเทน) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีค่า GWP ต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การใช้งานต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เนื่องจากสารเหล่านี้ติดไฟได้4.4 การพัฒนาเทคโนโลยีทำความเย็นใหม่o มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทำความเย็นที่ไม่ใช้สารทำความเย็นแบบเดิม เช่น การทำความเย็นด้วยเทอร์โมอิเล็กทริก (Thermoelectric Cooling) และการทำความเย็นด้วยสนามแม่เหล็ก (Magnetic Cooling) ซึ่งมีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานและไม่มีการปล่อยสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม➢ ตารางการทดแทนสารทำความเย็นในอนาคต ในอนาคต การทดแทนสารทำความเย็นที่มีค่า GWP สูงจะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตารางต่อไปนี้แสดงสารทำความเย็นที่ใช้งานในปัจจุบันและสารทดแทนที่มีค่า GWP ต่ำกว่า


เทคโนโลยี สารทำความเย็น (Refrigerant Technology)บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 19Energy Conservation Technology Co.,ltd.สารทำความเย็นปัจจุบันค่า GWPสารทดแทนที่แนะนำค่า GWP ของสารทดแทนหมายเหตุR-410A 2,088 R-32 675R-32 มีค่า GWP ต่ำกว่าและประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ติดไฟได้เล็กน้อยR-404A 3,922R-448A,R-449A1,273, 1,397สารทดแทนเหล่านี้มีค่า GWP ต่ำกว่าและสามารถใช้แทน R-404A ได้ในระบบเดิมR-134a 1,430R-1234yf,R-513A4, 631R-1234yf มีค่า GWP ต่ำมาก แต่ติดไฟได้เล็กน้อย; R-513A เป็นสารผสมที่ไม่ติดไฟR-22 1,810R-407C,R-427A1,774, 2,138สารทดแทนเหล่านี้ไม่มี ODP แต่ยังมีค่า GWP สูง ควรพิจารณาสารที่มี GWP ต่ำกว่าในอนาคตหมายเหตุ• การเลือกสารทดแทนควรพิจารณาความเข้ากันได้กับอุปกรณ์เดิม ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการทำงาน• สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำบางชนิดอาจมีความไวไฟหรือมีข้อจำกัดในการใช้งาน ควรปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับกฎระเบียบระหว่างประเทศ ควรติดตามการพัฒนาเทคโนโลยีและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น


Click to View FlipBook Version