The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเย็น เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและแนวทางที่หลากหลาย เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน ยืดอายุอุปกรณ์ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เช่น อาหาร ยา และเวชภัณฑ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by econ energy-conservationtech, 2026-04-28 06:00:44

เรื่อง เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเย็น

เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเย็น เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและแนวทางที่หลากหลาย เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน ยืดอายุอุปกรณ์ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เช่น อาหาร ยา และเวชภัณฑ์

Keywords: อุตสาหกรรมห้องเย็น,ระบบทำความเย็น,เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 1Energy Conservation Technology Co.,ltd.เรื่อง เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเย็น (Cold Storage Industry Efficiency Technologies)ดร.ศุภชัย ปัญญาวีร์ อ.ธิปพล ช้างแย้ม อ.มนูญ รุ่งเรือง บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเย็น เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและแนวทางที่หลากหลาย เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน ยืดอายุอุปกรณ์ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เช่น อาหาร ยา และเวชภัณฑ์o แนวทางและเทคโนโลยีหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพห้องเย็น1. การออกแบบและควบคุมระบบทำความเย็นให้มีประสิทธิภาพ• เลือกขนาดเครื่องทำความเย็นให้เหมาะสม ป้องกันการเปิด-ปิดถี่ซึ่งทำให้สูญเสียพลังงาน• ระบบทำความเย็นแบบหลายขั้น (Multi-Stage Compression) ลดพลังงานที่ใช้เมื่อโหลดต่ำ• ระบบ Inverter / VSD (Variable Speed Drive) ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ตามโหลดจริง• การใช้สารทำความเย็นประสิทธิภาพสูง เช่น R-448A, R-449A แทน R-22 ที่เลิกใช้แล้ว2. ฉนวนและโครงสร้างห้องเย็น• ใช้ฉนวนกันความร้อนคุณภาพสูง เช่น PU Foam ความหนา ≥100 mm• ตรวจสอบการรั่วของอากาศ (Air Leakage) ปรับปรุงซีลรอบประตู พื้น ผนัง• ผนังสะท้อนความร้อนภายนอก (Cool Roof / Reflective Paint)3. ระบบควบคุมอัจฉริยะ (Smart Control System)• ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ PID รักษาอุณหภูมิให้นิ่ง ลดการทำงานเกินความจำเป็น• ระบบ IoT และ Cloud Monitoring ตรวจสอบพลังงานและประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์• AI สำหรับ Predictive Maintenance คาดการณ์การเสียของอุปกรณ์ล่วงหน้า4. Heat Recovery & Free Cooling• ใช้พลังงานจากคอนเดนเซอร์มาทำน้ำอุ่น สำหรับทำความสะอาดห้อง/อุปกรณ์• ระบบ Free Cooling ใช้อากาศภายนอกในช่วงอุณหภูมิต่ำแทนการทำความเย็นด้วยคอมเพรสเซอร์5. การบริหารจัดการพลังงานและโหลดสินค้า• จัดตารางโหลด/ขนถ่ายสินค้าให้เหมาะสม ลดการเปิดประตูและรบกวนอุณหภูมิภายใน• ใช้ม่านอากาศ (Air Curtain) หรือประตูฉนวนสองชั้น• ระบบแสงสว่างแบบ LED พร้อม Motion Sensor6. พลังงานทางเลือก• ติดตั้งระบบ Solar PV ลดค่าไฟช่วงกลางวัน• ใช้พลังงานทดแทนร่วมกับ Battery Storage


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 2Energy Conservation Technology Co.,ltd.o ตัวอย่าง Before/After การปรับปรุงระบบรายการ ก่อนปรับปรุง หลังปรับปรุง ผลที่ได้คอมเพรสเซอร์ On-Off แบบเดิม Inverter ประหยัดพลังงาน 15–30%ฉนวน PU หนา 50 mm เพิ่มเป็น 100 mm ลดการสูญเสียความเย็นลง 20–25%ระบบควบคุม Manual IoT + AI ควบคุมแม่นยำ + บำรุงรักษาง่ายค่าพลังงานไฟฟ้า สูง ลดลง 10–35% ลดต้นทุนอย่างยั่งยืนo รายละเอียด แนวทางและเทคโนโลยีหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพห้องเย็น1. การออกแบบและควบคุมระบบทำความเย็นให้มีประสิทธิภาพ 1.1 การเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม (Right-Sizing) 1.2 การเลือกชนิดระบบทำความเย็น 1.3 การใช้ระบบควบคุมรอบ (Inverter / VSD) 1.4 ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ PID (Proportional–Integral–Derivative) 1.5 ระบบระบายความร้อน (Condenser) ที่มีประสิทธิภาพ 1.6 การใช้สารทำความเย็นที่เหมาะสม 1.7 การออกแบบท่อสารทำความเย็นอย่างถูกต้องo เช็กลิสต์ตรวจสอบประสิทธิภาพระบบทำความเย็น (Cold Storage – Refrigeration Efficiency Checklist)หมวดตรวจสอบ รายการตรวจสอบสถานะ (✓/✗)หมายเหตุ1. เครื่องจักรและระบบหลัก1.1ตรวจสอบแรงดันและอุณหภูมิด้านดูด/อัดของคอมเพรสเซอร์1.2คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีเสียงหรือแรงสั่นผิดปกติ1.3ใช้คอมเพรสเซอร์ Inverter หรือมีการควบคุมรอบให้เหมาะกับโหลด1.4 Condenser สะอาด ไม่มีฝุ่น/ตะกรันอุดตัน1.5ตรวจสอบค่า Superheat / Subcooling อยู่ในช่วงที่เหมาะสม


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 3Energy Conservation Technology Co.,ltd.หมวดตรวจสอบ รายการตรวจสอบสถานะ (✓/✗)หมายเหตุ2. การควบคุมระบบทำความเย็น2.1ระบบควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat / Sensor) ทำงานปกติ2.2ควบคุมอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ (PID / Smart Control)2.3มีระบบแจ้งเตือนความผิดปกติ (Alarm System / IoT Alert)3. การจัดการพลังงาน3.1 มีการบันทึกและติดตามค่าการใช้ไฟฟ้า (kWh/วัน)3.2มีระบบ Energy Monitoring หรือ Dashboard ติดตามออนไลน์3.3ค่าพลังงานต่อหน่วยสินค้า (kWh/ตัน) อยู่ในระดับมาตรฐาน4. โครงสร้างและฉนวน4.1ผนัง/พื้น/เพดานมีฉนวน PU foam ≥ 100 mm หรือเทียบเท่า4.2ตรวจสอบการรั่วซึมของอากาศบริเวณขอบประตู / ช่องลม4.3 ประตูห้องเย็นปิดสนิท ไม่มีรอยรั่ว4.4มีม่านพลาสติก/ม่านอากาศ/ประตู 2 ชั้นลดการสูญเสียความเย็น5. ระบบควบแน่น (Condensing Unit)5.1Condenser ทำงานตามกำหนด ไม่มีการสะสมฝุ่น/สิ่งสกปรก5.2 พัดลมคอนเดนเซอร์ทำงานดี ไม่มีเสียงผิดปกติ5.3 มีการล้างและบำรุงรักษาตามรอบเวลา6. อื่นๆ6.1ใช้ไฟส่องสว่าง LED พร้อมเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 4Energy Conservation Technology Co.,ltd.หมวดตรวจสอบ รายการตรวจสอบสถานะ (✓/✗)หมายเหตุ6.2มีการอบรมพนักงานเกี่ยวกับการเปิด-ปิดประตู/โหลดสินค้า6.3 มีระบบสำรองข้อมูลพลังงาน/อุณหภูมิย้อนหลังo รายละเอียดการออกแบบและควบคุมระบบทำความเย็นให้มีประสิทธิภาพ1.1 การเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นที่เหมาะสม (Right-Sizing)1.1.1 หลักการทั่วไป การเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นต้องพิจารณาจาก ภาระโหลดความเย็นรวม (Total Cooling Load) เพื่อให้สามารถรักษาอุณหภูมิที่ต้องการได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำงานหนักเกินไปหรือว่างเกินความจำเป็น ซึ่งช่วยลด• การสิ้นเปลืองพลังงานจากการเปิด-ปิดเครื่องบ่อย• การสึกหรอของอุปกรณ์• ค่าบำรุงรักษาและค่าไฟฟ้าในระยะยาว1.1.2 องค์ประกอบในการคำนวณภาระโหลด (Cooling Load Components)หมวดหมู่ รายละเอียด1. ความร้อนจากสินค้า (Product Load)พลังงานที่ต้องใช้ในการลดอุณหภูมิสินค้า จากอุณหภูมิขาเข้าจนถึงอุณหภูมิที่ต้องการเก็บ2. ความร้อนจากอากาศรั่วเข้า (Infiltration Load)อากาศร้อนจากภายนอกเล็ดลอดเข้าทางประตู ผนัง หรือรอยรั่ว3. ความร้อนจากการถ่ายเทผ่านผนัง/พื้น/เพดาน (Transmission Load)ความร้อนจากภายนอกถ่ายเทผ่านฉนวนห้องเย็น4. ความร้อนจากอุปกรณ์และคน (Internal Load)ความร้อนจากเครื่องจักร แสงสว่าง และพนักงาน5. ความร้อนจากการละลายน้ำแข็ง (Defrost Load)ความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงละลายน้ำแข็งคอยล์เย็น (ถ้ามี)


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 5Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.1.3 ตัวอย่างสูตรเบื้องต้น Q = m × Cp × ΔTโดยที่• Q = ปริมาณความร้อน (kJ)• m = มวลสินค้า (kg)• Cp = ค่าความจุความร้อนจำเพาะ (kJ/kg·°C)• ΔT = อุณหภูมิที่ต้องการลด (°C) Cooling Capacity (kW) = Q / t / 36001.1.4 การเผื่อขนาด (Safety Factor)• ควรเผื่อโหลดประมาณ 10–15% จากค่าที่คำนวณไว้• ไม่ควรเกินมาก เพราะจะทำให้ระบบ Oversize → คอมเพรสเซอร์เปิด-ปิดถี่ / การควบแน่นไม่ดี / สูญเสียพลังงาน1.1.5 ตัวอย่างการเลือกขนาดเบื้องต้นรายการ ค่าน้ำหนักสินค้าเข้า 1 วัน 2,000 kgต้องการลดอุณหภูมิ จาก 30°C → 4°CCp ของเนื้อสัตว์ ≈ 3.3 kJ/kg·°Cเวลาในการทำความเย็น 12 ชั่วโมงคำนวณภาระความเย็นQ = 2,000 × 3.3 × (30-4) = 171,600 kJ→ 171,600 ÷ (12 × 3600) = 3.97 kW(ยังไม่รวม Infiltration และอื่น ๆ)• เผื่อโหลด 15% = 4.57 kW1.1.6 คำแนะนำ• ใช้โปรแกรมคำนวณภาระโหลด (เช่น CoolPack หรือ Excel Template)• เลือกเครื่องทำความเย็นที่มีCOP สูง และมีVariable Capacity• ใช้ระบบ Backup ที่มีขนาดเท่ากันหรือเล็กกว่า (N+1 หรือ N+2) สำหรับความต่อเนื่อง


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 6Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.1.7 Check Sheet การเลือกขนาดเครื่องทำความเย็นลำดับ รายการตรวจสอบ รายละเอียด / วิธีการประเมิน ✓ / ✕ หมายเหตุ1 ข้อมูลสินค้าหรือวัสดุ ชนิดสินค้า / อุณหภูมิเริ่มต้นเป้าหมาย / ปริมาณต่อวัน2 ลักษณะการใช้งานห้องเย็น เก็บสินค้าอย่างเดียว หรือโหลด-ถ่ายสินค้า (Loading/Unloading)3อุณหภูมิภายในห้องเย็นที่ต้องการ (Target Room Temp)เช่น -18°C, 0°C, 5°C เป็นต้น4 อุณหภูมิภายนอก (Ambient Temp)ใช้ค่าเฉลี่ยสูงสุดในพื้นที่ เช่น 35–40°C5 ความร้อนจากสินค้า (Product Load) ใช้สูตรQ₁ = m × Cp × ΔT(หน่วย kJ หรือ kWh)6ความร้อนแทรกซึมผ่านผนัง / พื้น / เพดาน (Transmission Load)คำนวณจาก U-value ของฉนวน7ความร้อนจากการเปิด-ปิดประตู (Infiltration Load)พิจารณาความถี่ / ขนาดประตู / การใช้ม่านลมหรือไม่8ความร้อนจากอุปกรณ์ภายในห้อง (Internal Equipment Load)พัดลม มอเตอร์ไฟ ฯลฯ9ความร้อนจากคนและกิจกรรมภายในห้อง (Occupancy Load)จำนวนคน × 400–500 W/คน10รวมโหลดความเย็นทั้งหมด (Total Cooling Load)รวมจากข้อ 5–9 → หน่วย kW11เผื่อความสามารถเครื่องทำความเย็น (Safety Factor)เผื่อไว้ประมาณ 10–20%12 เลือกขนาดเครื่องทำความเย็น ต้องมี Capacity ≥ Total Load × Safety Factor13ระบบสามารถปรับโหลดได้ (Load Matching)เช่น มี Inverter หรือแบ่งเครื่องหลายตัว (Modular)14 ตรวจสอบ COP ของเครื่อง เลือกเครื่องที่ COP สูง (≥3.5 สำหรับ Air-Cooled)


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 7Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.2 การเลือกชนิดระบบทำความเย็น1.2.1 ระบบทำความเย็นที่พบในอุตสาหกรรมห้องเย็นมี 3 แบบหลัก ได้แก่ประเภทระบบ ลักษณะเด่น เหมาะกับการใช้งาน จุดเด่น จุดควรพิจารณา1. Direct Expansion (DX System)สารทำความเย็นไหลตรงเข้าสู่คอยล์ระบายความเย็นห้องเย็นขนาดเล็ก-กลาง (เช่น < 500 ตร.ม.)ติดตั้งง่าย ควบคุมได้เร็วท่อสารทำความเย็นยาวไม่ได้ / มีโอกาสเกิด flash gas ถ้าท่อออกแบบไม่ดี2. Chilled Water System (น้ำเย็น)ใช้เครื่องทำน้ำเย็น + ปั๊มน้ำจ่ายไปยัง AHU หรือ FCUระบบห้องเย็นหลายโซน / ขนาดใหญ่ / โรงงานดูแลง่ายปลอดภัยกว่า ท่อน้ำเดินไกลได้ใช้พลังงานมากถ้าควบคุมไม่ดี / ต้องดูแลปั๊มน้ำและระบบน้ำ3. Centralized System (Ammonia / CO₂)ใช้สารทำความเย็นประสิทธิภาพสูงผ่านระบบท่อกระจายทั่วโรงงานโรงงานอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ / cold chain / ห้องแช่แข็งลึกCOP สูง ค่าดำเนินการต่ำเหมาะกับ long runลงทุนสูง ต้องดูแลด้านความปลอดภัย ต้องมีผู้เชี่ยวชาญ1.2.2 เปรียบเทียบทางเทคนิคเบื้องต้นรายการ DX Chilled Water Ammoniaขนาดระบบ < 500 ตร.ม. 500–2,000 ตร.ม. > 2,000 ตร.ม.ประสิทธิภาพ (COP) ปานกลาง (2.5–3.5) ปานกลาง (3.0–4.5) สูงมาก (5.0–8.0)ความซับซ้อน ต่ำ ปานกลาง สูงความปลอดภัย สูง สูง ต้องระวังพิเศษต้นทุนติดตั้ง ต่ำ ปานกลาง สูงมากเหมาะกับ ห้องเดียว / ควบคุมง่าย หลายห้อง / อาคาร โรงงาน ระบบ scale ใหญ่1.2.3 การตัดสินใจเลือกชนิดระบบ1. ขนาดพื้นที่ห้องเย็นรวม (m² หรือ m³)2. ประเภทสินค้า (แช่แข็ง แช่เย็น ของสด ฯลฯ)3. ต้องการอุณหภูมิที่คงที่มากน้อยแค่ไหน4. จำนวนโซนควบคุม (โซนเดียวหรือหลายโซน)5. งบประมาณลงทุน6. ทีมช่าง / การดูแลระยะยาว


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 8Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.3 การใช้ระบบควบคุมรอบ (Inverter / Variable Speed Drive - VSD)1.3.1 หลักการทำงาน• Inverter/VSD คืออุปกรณ์ที่ปรับความเร็วรอบของมอเตอร์ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับโหลดจริง• ใช้ได้กับ คอมเพรสเซอร์พัดลมระบายความร้อน ปั๊มน้ำเย็น• ลดการทำงานแบบ On-Off ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและเสื่อมสภาพเร็ว1.3.2 จุดที่นิยมติดตั้ง Inverter/VSDอุปกรณ์ วัตถุประสงค์คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ลดพลังงานเมื่อโหลดต่ำ เช่น กลางคืน / หลังโหลดสินค้าเสร็จพัดลม Condenser ควบคุมความดันหัวสูงให้คงที่ ลดพลังงานในช่วงอุณหภูมิภายนอกต่ำปั๊มน้ำเย็น ลดการไหลเวียนเกินจำเป็น ปรับตามความต้องการจริง1.3.3 ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น• ลดพลังงานได้15–40% โดยเฉพาะเมื่อระบบทำงานในช่วง Partial Load (ไม่เต็มกำลัง)• ช่วย ยืดอายุการใช้งาน ของมอเตอร์ / คอมเพรสเซอร์ / คอนแทคเตอร์• ลดกระแสไฟกระชาก (Inrush Current) ขณะสตาร์ท1.3.4 ตัวอย่างการเปรียบเทียบพลังงานโหลดระบบ ระบบ On-Off ระบบ InverterFull Load 100% 100% 100%75% Load 90–95% พลังงาน 70–80% พลังงาน50% Load 80–90% พลังงาน 50–60% พลังงาน25% Load 70–80% พลังงาน 30–40% พลังงานหมายเหตุพลังงานลดลงไม่เป็นเส้นตรง เพราะมอเตอร์มีสมการ P ∝ f³ (พลังงานแปรตามรอบกำลังสาม)1.3.5 แนวทางติดตั้ง Inverter ให้ได้ผลสูงสุด• เลือก Inverter ให้พอดีกับกำลังมอเตอร์ (±10%)• ตรวจสอบระบบระบายความร้อนของ Inverter ให้ดี• ใช้ร่วมกับระบบควบคุมแบบ PID เพื่อให้คงอุณหภูมิได้แม่นยำ• ตั้งค่าความเร็วต่ำสุด-สูงสุดให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ปลายทาง


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 9Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.3.6 Checksheet การติดตั้ง Inverter ในห้องเย็นหัวข้อการตรวจสอบ / ติดตั้ง Inverter สถานะ / หมายเหตุ1. ระบุอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง Inverter (คอมเพรสเซอร์พัดลม ปั๊มน้ำ ฯลฯ)2. ตรวจสอบกำลังมอเตอร์ (kW/HP) ของอุปกรณ์นั้น3. เลือก Inverter ให้ตรงกับกำลังมอเตอร์ (เผื่อ ±10%)4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า (แรงดัน เฟส ค่า Protection)5. มีระบบระบายความร้อนของ Inverter ที่เพียงพอหรือไม่6. โปรแกรม Inverter ให้รองรับ PID Control ได้หรือไม่7. ตั้งค่าความเร็วรอบสูงสุด-ต่ำสุดให้เหมาะกับการใช้งาน8. ตรวจสอบการรบกวนสัญญาณ (EMI/EMC) และ Grounding ที่ดี9. วางแผนตำแหน่งติดตั้งให้ห่างจากความชื้น / ความร้อนสูง10. ทดสอบการทำงานร่วมกับระบบควบคุมอุณหภูมิ (เช่น Thermostat, BMS)11. มีมาตรการป้องกันการ Overload / Overheat ของ Inverter12. ตรวจสอบสัญญาณ Feedback (เช่น Pressure Sensor, Temp Sensor)13. มีการอบรมพนักงาน/ช่างเกี่ยวกับการใช้งาน Inverter14. มีการบันทึกการใช้พลังงานก่อน-หลังติดตั้ง (Energy Baseline)1.3.7 ตารางเปรียบเทียบ Before/After การใช้ Inverterรายการเปรียบเทียบ ก่อนใช้ Inverter หลังใช้ Inverter ผลลัพธ์ / ความเห็นกำลังไฟฟ้าเฉลี่ยที่ใช้ (kW) 12.5 8.0 ลดลง 36%ค่าไฟฟ้ารายเดือนโดยเฉลี่ย (บาท) 45,000 29,000 ลดลง ~36%ระยะเวลาเปิด-ปิดคอมเพรสเซอร์ (ครั้ง/ชั่วโมง) 10 2 ลดลงอย่างมากอุณหภูมิเฉลี่ยภายในห้องเย็น (°C) -18 -18 คงที่ช่วงสวิงของอุณหภูมิ (°C) ±2.5 ±0.5 แม่นยำขึ้นเสียงรบกวนจากระบบ (dB) 70 60 เงียบลงการสึกหรอของอุปกรณ์ (เช่น คอมเพรสเซอร์) สูง ต่ำ ลดการสึกหรอจำนวนครั้งที่ต้องซ่อมบำรุงต่อปี 4 1 ลดค่า PMการสึกหรอของอุปกรณ์ (เช่น คอมเพรสเซอร์) สูง ต่ำ ลดการสึกหรอจำนวนครั้งที่ต้องซ่อมบำรุงต่อปี 4 1 ลดค่า PMอายุการใช้งานโดยประมาณของระบบ 8 ปี 12 ปี ยืดอายุระบบระยะเวลาคืนทุนของ Inverter (ROI - ปี) - 1.8 ปี คุ้มค่าการลงทุน


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 10Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.4 ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ PID (Proportional–Integral–Derivative)1.4.1 ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ PID คืออะไร? PID คือ ระบบควบคุมแบบฟีดแบ็ก (Feedback Control) ที่คำนวณและควบคุมผลลัพธ์โดยอิงจากค่าความคลาดเคลื่อน (Error) ระหว่างค่าอุณหภูมิที่ตั้งไว้ (Set Point) กับค่าที่วัดได้ (Measured Value) โดยใช้ 3 ส่วนร่วมกันส่วนประกอบ ทำหน้าที่ ผลต่อระบบP –Proportionalตอบสนองตามขนาดของ error ปัจจุบันควบคุมเร็ว แต่หากมากเกินไปจะเกิด overshootI – Integral รวม error สะสมในอดีต ช่วยกำจัด error คงค้าง (offset)D – Derivative พิจารณาแนวโน้มของ error ในอนาคต ลด overshoot และทำให้การควบคุมนุ่มนวล1.4.2 ทำไมระบบ PID ดีกว่า On-Off?รายการเปรียบเทียบ ระบบ On-Off ระบบ PIDการควบคุมอุณหภูมิ สวิงสูง (±2–3°C) แม่นยำมาก (±0.3–0.5°C)การทำงานของคอมเพรสเซอร์ เปิด-ปิดถี่ ทำงานต่อเนื่องที่รอบต่ำการใช้พลังงาน สูญเสียพลังงานมาก ประหยัดพลังงานกว่า 10–20%อายุอุปกรณ์ สึกหรอเร็ว อายุใช้งานยาวขึ้นเหมาะกับ ระบบง่ายๆ ไม่ต้องการความแม่นยำ ห้องเย็นอุตสาหกรรม ห้องแช่ยา ห้องแปรรูป1.4.3 ตัวอย่างผลลัพธ์การใช้งานจริงรายการ ก่อนใช้ PID หลังใช้ PIDความคลาดเคลื่อนของอุณหภูมิ ±2.5°C ±0.4°Cจำนวนครั้งที่คอมเพรสเซอร์เปิด-ปิด/ชม. 10 3อายุคอมเพรสเซอร์โดยเฉลี่ย 8 ปี 12 ปีค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน 45,000 บาท 38,000 บาท1.4.4 ข้อควรพิจารณาในการใช้งาน• ต้องมีการ จูนค่า P, I, D ให้เหมาะสมกับลักษณะระบบ (บางระบบใช้ Auto-tune ได้)• Sensor ที่ใช้ควรมีความแม่นยำและวางตำแหน่งถูกต้อง• ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับระบบ Inverter (VSD) → ควบคุมรอบตาม PID Output


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 11Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.4.5 Checksheet สำหรับการติดตั้งระบบควบคุม PIDหัวข้อการตรวจสอบ / ติดตั้งระบบ PID สถานะ / หมายเหตุ1. ระบุอุปกรณ์ที่จะควบคุมด้วย PID (เช่น คอมเพรสเซอร์วาล์ว ฮีตเตอร์)2. ตรวจสอบความแม่นยำของ Temperature Sensor ที่ใช้3. ตำแหน่งติดตั้ง Sensor เหมาะสมหรือไม่ (ใกล้จุดควบคุม)4. ระบบควบคุมที่ใช้รองรับ PID หรือไม่ (เช่น PLC, Controller)5. มีฟังก์ชัน Auto-Tuning หรือไม่6. ตั้งค่าเบื้องต้นของ P, I, D (ตามคู่มือหรือวิศวกร)7. ทดสอบการตอบสนองเมื่อมี Error (อุณหภูมิเพี้ยน)8. ตรวจสอบการทำงานร่วมกับ Inverter (ถ้ามี)9. มีการ Log ข้อมูลการควบคุมและ Error10. มีการอบรมพนักงานด้านการจูนค่า PID11. มีคู่มือการตั้งค่าและการดูแลรักษา Controller12. ระบบมีการสำรองหรือ Bypass Control ในกรณีฉุกเฉิน13. มีแผนการตรวจสอบและ Calibrate Sensor เป็นระยะ14. มีระบบแจ้งเตือนเมื่อ PID ควบคุมผิดปกติ1.5 ระบบระบายความร้อน (Condenser) ที่มีประสิทธิภาพ1.5.1 บทบาทของ Condenser• Condenser ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็นที่ถูกอัดจากคอมเพรสเซอร์ (จากแก๊สร้อน → ของเหลว)• ยิ่ง Condenser ระบายความร้อนได้ดี → ความดันหัวสูงต่ำลง → คอมเพรสเซอร์ทำงานเบาขึ้น → ประหยัดพลังงานมากขึ้น1.5.2 ประเภทของ Condenser ที่ใช้ในห้องเย็นประเภท คุณสมบัติ เหมาะกับระบบ ข้อดี ข้อควรพิจารณาAir-Cooled Condenserใช้อากาศพัดผ่านฟินเพื่อระบายความร้อนห้องเย็นขนาดเล็กกลางติดตั้งง่าย ไม่ใช้น้ำ ประสิทธิภาพลดลงเมื่ออากาศร้อนWater-Cooled Condenserใช้น้ำไหลผ่านท่อภายใน โรงงานหรือระบบกลางขนาดใหญ่ประสิทธิภาพสูงกว่า air-cooledต้องมี cooling tower และระบบน้ำEvaporative Condenserผสานข้อดีของ air- และ water-cooled (ใช้น้ำพ่นผ่านคอยล์)ห้องเย็น/โรงงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงลดแรงดันหัวสูงได้ดีประหยัดพื้นที่ต้องดูแลเรื่องตะกรันและน้ำสะอาด


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 12Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.5.3 เปรียบเทียบประสิทธิภาพประเภท Condenser ค่า COP โดยประมาณ การระบายความร้อนในหน้าร้อน (40°C)Air-Cooled 2.5 – 3.5 ปานกลาง → ต่ำWater-Cooled 4.0 – 5.0 ดีEvaporative 5.0 – 6.5 ดีมาก1.5.4 แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ Condenser1. ล้างฟิน/คอยล์สม่ำเสมอ → ลดฝุ่นและสิ่งอุดตัน2. ติดตั้งระบบพ่นหมอกน้ำ (Fogging System) สำหรับ Air-Cooled เพื่อช่วยลดอุณหภูมิอากาศขาเข้า3. ใช้ Inverter ควบคุมพัดลมระบายความร้อน ให้ปรับตามโหลดจริง4. ตรวจสอบและล้างตะกรันในระบบ Water-Cooled เป็นประจำ5. ติดตั้ง Pressure Sensor ที่ High Side เพื่อวิเคราะห์แรงดันคอนเดนเซอร์แบบเรียลไทม์1.5.5 ตัวอย่างผลการปรับปรุงรายการ ก่อนปรับปรุง หลังปรับปรุงแรงดันหัวสูง (Head Pressure) 22 bar 17 barกำลังคอมเพรสเซอร์ 14.5 kW 10.8 kWค่าไฟเฉลี่ย/เดือน 48,000 บาท 39,000 บาทCOP ของระบบ 3.1 4.51.5.6 Checklist การตรวจสอบ Condenserหัวข้อการตรวจสอบ Condenser สถานะ / หมายเหตุ1. ตรวจสอบชนิดของ Condenser (Air, Water, Evaporative)2. วัดแรงดัน High Side (Head Pressure) และบันทึก3. ตรวจสอบอุณหภูมิอากาศหรือน้ำเข้า-ออก4. ตรวจสอบและล้างฟิน/คอยล์ของ Air-Cooled Condenser5. ตรวจสอบการทำงานของพัดลมระบายความร้อน6. พัดลมมีเสียง/สั่นผิดปกติหรือไม่7. ตรวจสอบความสะอาดของน้ำในระบบ Water/Evaporative8. มีคราบตะกรันหรือการอุดตันในท่อหรือคอยล์หรือไม่9. ตรวจสอบการทำงานของระบบ Inverter (ถ้ามี)10. ตรวจสอบระบบระบายน้ำหรือการพ่นน้ำ (ใน Evaporative)


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 13Energy Conservation Technology Co.,ltd.หัวข้อการตรวจสอบ Condenser สถานะ / หมายเหตุ11. ตรวจสอบการไหลของน้ำในระบบ Water-Cooled (Flow Rate)12. มีการบันทึกข้อมูลและแนวโน้ม COP อย่างสม่ำเสมอ13. ตรวจสอบตำแหน่งติดตั้งว่ามีการระบายอากาศดีหรือไม่14. ตรวจสอบอัตราการเปลี่ยนแปลงแรงดันเมื่อโหลดเปลี่ยน15. มีแผนการล้าง / PM / Calibrate อุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง1.5.7 ตารางเปรียบเทียบก่อน-หลังติดตั้ง Evaporative Condenserรายการเปรียบเทียบก่อนติดตั้งEvaporative Condenserหลังติดตั้ง Evaporative Condenserผลลัพธ์ / ความเห็นประเภท Condenser Air-Cooled Evaporative ระบบระบายดีขึ้นแรงดันหัวสูง (Head Pressure) 22 bar 17 bar ลดภาระคอมเพรสเซอร์อุณหภูมิน้ำยาออกจากคอมเพรสเซอร์ (°C)65°C 50°C ลดแรงดันภายในกำลังไฟฟ้าที่ใช้โดยรวม (kW) 14.5 10.2 ประหยัดพลังงาน ~30%COP ของระบบทำความเย็น 3.2 4.8 COP เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนค่าไฟฟ้าต่อเดือนโดยเฉลี่ย (บาท) 48,000 36,500 ลดค่าไฟเฉลี่ย ~24%อุณหภูมิในห้องเย็น (คงที่/ผันผวน) ผันผวน ±2°C คงที่ ±0.5°C ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำขึ้นอัตราการสึกหรอของคอมเพรสเซอร์ สูง ต่ำ ลดสึกหรอจำนวนครั้งซ่อมบำรุงต่อปี 3 1 ลดงานซ่อมอายุการใช้งานโดยประมาณของระบบ 8 ปี 12 ปี ยืดอายุระบบค่าลงทุนเพิ่มเติม - 120,000 บาท ลงทุนครั้งเดียวระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (ปี) - 2.5 ปี คุ้มทุนในระยะสั้น1.6 การใช้สารทำความเย็นที่เหมาะสม (Refrigerant Selection)1.6.1 หลักเกณฑ์ในการเลือกสารทำความเย็น• ประสิทธิภาพพลังงาน (COP สูง)• ค่าการทำลายโอโซน (ODP) = 0• ค่าศักยภาพในการเกิดโลกร้อน (GWP) ต่ำ• ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์เดิม (Retrofit vs New System)• ความปลอดภัย (Flammability / Toxicity)• ความพร้อมในการจัดหา / ราคา / การบำรุงรักษา


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 14Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.6.2 กลุ่มสารทำความเย็นที่นิยมใช้ในห้องเย็นชื่อสาร ประเภท GWP ODP ความปลอดภัย หมายเหตุR-22 HCFC 1,810 0.05 ต่ำ เลิกใช้แล้วในหลายประเทศR-404A HFC 3,922 0 ปานกลาง ประสิทธิภาพต่ำเมื่อเทียบกับ HFOR-448A / R449AHFO blend~1,300 0 ปานกลาง เหมาะสำหรับ Retrofit R-404AR-134a HFC 1,430 0 ปลอดภัยสูง ใช้ใน Chiller หรือ Cooling UnitR-290 (Propane)HC 3 0 ติดไฟง่าย (A3) ประหยัดพลังงานสูงมากR-744 (CO₂) Natural 1 0 ไม่ติดไฟ (A1) ต้องใช้ระบบแรงดันสูงR-717 (Ammonia)Natural 0 0เป็นพิษ ไม่ติดไฟ (B2L)ประสิทธิภาพสูงมาก เหมาะกับระบบขนาดใหญ่1.6.3 เปรียบเทียบประสิทธิภาพพลังงานสารทำความเย็น COP โดยเฉลี่ย (ในห้องเย็น -20°C) หมายเหตุR-404A 2.5 – 2.8 ใช้กันแพร่หลายในอดีตR-448A / 449A2.9 – 3.3 COP สูงกว่า R-404A ถึง 5–10%R-290 3.5 – 4.5 เหมาะกับระบบขนาดเล็ก ค่าพลังงานต่ำมากR-744 (CO₂) 3.0 – 4.0 ต้องการออกแบบระบบเฉพาะR-717 (Ammonia)4.5 – 6.0เหมาะกับโรงงานขนาดใหญ่ ต้องการความเชี่ยวชาญสูง1.6.4 แนวทางการเปลี่ยนสารทำความเย็น (Retrofit)หัวข้อ ตัวอย่างสารเดิม R-404Aสารใหม่ R-448A หรือ R-449Aสิ่งที่ต้องทำ เปลี่ยนน้ำมันคอมเพรสเซอร์ซีล ฟิลเตอร์ปรับ Pressure Settingผลที่ได้ COP สูงขึ้น ~10%, GWP ลดลง >60%


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 15Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.6.5 ตารางเปรียบเทียบสารทำความเย็นแบบละเอียดสารทำความเย็น ประเภท GWP ODPR-22 HCFC 1810 0.05R-404A HFC 3922 0.0R-134a HFC 1430 0.0R-448A HFO Blend 1273 0.0R-449A HFO Blend 1397 0.0R-290 (Propane) Hydrocarbon 3 0.0R-744 (CO₂) Natural 1 0.0R-717 (Ammonia) Natural 0 0.01.6.6 Checklist การเปลี่ยนสารทำความเย็นหัวข้อการตรวจสอบ / ขั้นตอนการเปลี่ยนสารทำความเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. ระบุสารทำความเย็นเดิมและสารใหม่ที่ต้องการเปลี่ยน2. ตรวจสอบความเข้ากันได้ของคอมเพรสเซอร์กับสารใหม่3. ตรวจสอบชนิดน้ำมันที่ใช้ (POE / MO / AB)4. ล้างระบบเดิมเพื่อขจัดคราบน้ำมันหรือเศษสารเดิม5. เปลี่ยนไส้กรอง/ไดเออร์ (Filter/Drier)6. ตรวจสอบและเปลี่ยนซีล/โอริง หากไม่เข้ากันกับสารใหม่7. ตรวจสอบวาล์วปรับแรงดัน (Expansion Valve) ว่าใช้กับสารใหม่ได้หรือไม่8. ตรวจสอบและ Calibrate เซนเซอร์แรงดัน / อุณหภูมิ9. ชั่งน้ำหนักสารใหม่ที่เติมให้แม่นยำ (ตาม % ของระบบเดิม)10. ทำการรันทดสอบระบบและจดบันทึกค่าพลังงาน / ความดัน / อุณหภูมิ11. สังเกตการทำงานในช่วง 24–48 ชม. แรกอย่างใกล้ชิด12. บันทึกค่า COP ก่อน-หลังเปลี่ยน และเปรียบเทียบประสิทธิภาพ13. อบรมทีมงานเรื่องสารทำความเย็นใหม่ (ความปลอดภัย / การจัดเก็บ)14. อัปเดตเอกสารระบบทำความเย็นให้สอดคล้องกับสารใหม่15. วางแผนการตรวจสอบระยะยาว / PM สำหรับระบบใหม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 16Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.6.7 ROI จากการเปลี่ยนสารทำความเย็นเป็น HFO หรือธรรมชาติรายการเปรียบเทียบ ข้อมูลสารทำความเย็นเดิม R-404Aสารทำความเย็นใหม่ (HFO/Natural) R-448ACOP ของระบบเดิม 2.6COP ของระบบใหม่ 3.2ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน (เดิม) 48000ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน (ใหม่) 39000ค่าลงทุนรวมในการเปลี่ยน (บาท) 120000ส่วนต่างค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้/เดือน 9000ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (ROI - ปี) 1.111.7 การออกแบบท่อสารทำความเย็นอย่างถูกต้อง (Refrigerant Piping Design)1.7.1 วัตถุประสงค์ของการออกแบบที่ดี• ให้สารทำความเย็นไหลเวียนได้อย่างเหมาะสม• ป้องกันการสูญเสียแรงดัน (Pressure Drop)• ป้องกันการเกิด “Flash Gas” ก่อนเข้าวาล์วควบคุม• รักษาการไหลกลับของน้ำมันหล่อลื่น (Oil Return) ไปยังคอมเพรสเซอร์1.7.2 ประเภทท่อหลักในระบบทำความเย็นประเภทท่อ หน้าที่ ลักษณะสำคัญในการออกแบบSuction Lineดูดไอสารทำความเย็นกลับสู่คอมเพรสเซอร์ต้องมีความชันกลับคอมเพรสเซอร์ / ป้องกันน้ำมันค้างDischarge Lineส่งไอร้อนจากคอมเพรสเซอร์ไปยัง Condenserทนแรงดันสูง ป้องกันการสูญเสียแรงดันLiquid Lineส่งสารทำความเย็นเหลวไปยัง Expansion Valveต้องป้องกันการเกิด Flash Gas และมี ReceiverHot Gas Bypass Lineใช้ควบคุมโหลดในระบบบางประเภท ต้องควบคุมการไหลอย่างแม่นยำ


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 17Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.7.3 แนวทางการออกแบบท่อ1. ขนาดท่อ (Pipe Sizing)• ต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับอัตราการไหล (Flow Rate) และระยะทาง• ใช้Chart/Software มาตรฐาน เช่น ASHRAE หรือผู้ผลิต (Danfoss Emerson)2. ความเร็วการไหล (Velocity)ประเภทท่อ ความเร็วแนะนำSuction Line 8 – 12 m/sDischarge Line 10 – 20 m/sLiquid Line 1 – 2 m/s ความเร็วต่ำเกินไป → น้ำมันไม่ไหลกลับ ความเร็วสูงเกินไป → แรงดันตกมาก เสียงดัง3. แนววางท่อ• ท่อดูดควรมีความลาดเอียงกลับคอมเพรสเซอร์ (1-2%)• กรณีท่อตั้งสูง ควรมี Oil Trap ทุก 2–3 เมตร• หลีกเลี่ยงการโค้งหักมุมฉับพลัน4. การรองรับท่อ (Pipe Support)• ใช้แคลมป์ยางกันสะเทือน• ระยะห่างการรับน้ำหนักต้องเหมาะกับขนาดท่อและความยาว1.7.4 ตัวอย่างผลกระทบจากการออกแบบผิดปัญหา สาเหตุ ผลกระทบน้ำมันค้างในท่อ ความเร็วต่ำ / ไม่มี Oil Trap คอมเพรสเซอร์เสียหายFlash Gas ก่อนเข้าวาล์ว ท่อน้ำยาเหลวเล็ก / ยาวเกิน ค่าความเย็นต่ำลง / COP ลดลงแรงดันตกมาก ท่อยาวเกิน / หักมุม คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก1.7.4 ตารางเลือกขนาดท่อสารทำความเย็นตามระยะและโหลด (kW)ภาระโหลดความเย็น (kW)ขนาดท่อดูด(Suction Line) นิ้วขนาดท่อส่งน้ำยาเหลว(Liquid Line) นิ้ว ระยะท่อแนะนำ (ไม่เกิน) เมตร5 5/8 3/8 1510 7/8 3/8 2015 1-1/8 1/2 25


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 18Energy Conservation Technology Co.,ltd.ภาระโหลดความเย็น (kW)ขนาดท่อดูด(Suction Line) นิ้วขนาดท่อส่งน้ำยาเหลว(Liquid Line) นิ้ว ระยะท่อแนะนำ (ไม่เกิน) เมตร20 1-3/8 5/8 3030 1-5/8 5/8 3540 2-1/8 7/8 4050 2-5/8 7/8 501.7.5 Checksheet การตรวจสอบระบบท่อหน้างานหัวข้อการตรวจสอบระบบท่อสารทำความเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. ตรวจสอบขนาดท่อดูดและท่อน้ำยาเหลวตามภาระโหลด (kW)2. ตรวจสอบทิศทางการวางท่อ → จากจุดต่ำไปสูงมี Oil Trap หรือไม่3. ท่อดูดมีความชันกลับคอมเพรสเซอร์อย่างน้อย 1–2% หรือไม่4. มีการใช้ข้อต่อ/โค้งหักมุมมากเกินไปหรือไม่5. ระยะห่างของการรองรับท่อ (Pipe Support) เหมาะสมหรือไม่6. ตรวจสอบว่าท่ออยู่ห่างจากแหล่งความร้อนหรือพื้นที่เปียก7. มีการหุ้มฉนวนกันความร้อนที่ท่อดูดครบถ้วนหรือไม่8. ตรวจสอบรอยเชื่อม/ข้อต่อว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ (ใช้ฟองสบู่/เครื่องตรวจรั่ว)9. มีการรองรับท่อที่จุดต่อกับคอมเพรสเซอร์และคอยล์เย็นหรือไม่10. ตรวจสอบว่าไม่มีท่อตกค้างน้ำมัน (Oil Trap ขาด/ติดตั้งผิด)11. ตรวจสอบวาล์วที่ติดตั้งว่าสามารถเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้หรือไม่12. ตรวจสอบการเดินท่อว่าเป็นแนวราบ/ตั้งฉาก เรียบร้อยหรือไม่13. ระบบมีช่องว่างเพียงพอสำหรับการระบายอากาศและการเข้าถึงบริการ14. มีแผนผังการเดินท่อ (As-built Drawing) ครบถ้วนหรือไม่15. มีแผน PM/ตรวจสอบระบบท่อในระยะยาวหรือไม่2. ฉนวนและโครงสร้างห้องเย็น (Insulation & Cold Room Structure)o วัตถุประสงค์ของฉนวน• ป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก → ภายในห้องเย็น• ป้องกันการเกิดหยดน้ำ / การควบแน่น (Condensation)• ลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ → ประหยัดพลังงาน


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 19Energy Conservation Technology Co.,ltd.o รายละเอียดฉนวนและโครงสร้างห้องเย็น2.1 วัสดุฉนวนที่นิยมใช้ในห้องเย็น2.1.1 หลักเกณฑ์ในการเลือกวัสดุฉนวน• ค่านำความร้อนต่ำ (λ ยิ่งต่ำยิ่งดี)• ไม่ดูดซับความชื้น• ไม่ลามไฟ• อายุการใช้งานยาวนาน• มีความแข็งแรงทางโครงสร้าง2.1.2 ตารางเปรียบเทียบวัสดุฉนวนวัสดุฉนวน ค่า λ(W/m·K)ความหนาแนะนำ (ห้องเย็น -18°C)คุณสมบัติเด่น ข้อจำกัด เหมาะกับPU Foam (Polyurethane)0.016 – 0.022 100–150 mmฉนวนยอดนิยมค่า λ ต่ำมากไม่ทนไฟ ติดไฟได้ ห้องเย็นทั่วไปPIR Foam (Polyisocyanurate)~0.020 100–150 mmทนไฟดีกว่า PU โครงสร้างแข็งแรงแพงกว่า PU 10–20%ห้องแช่ยา / อาหารEPS Foam (Expanded Polystyrene)0.030 – 0.040 150–200 mm ราคาถูก ผลิตง่าย ค่า λ สูงกว่าดูดซึมน้ำห้องแช่เย็นราคาประหยัดXPS Foam (Extruded Polystyrene)0.029 – 0.035 125–175 mmไม่ดูดซึมน้ำแข็งแรงกว่า EPSค่า λ ยังสูงกว่า PUห้องเย็นพื้นที่เปียกVIP (Vacuum Insulated Panel)< 0.005 25–30 mmบางมาก λ ต่ำมากราคาแพงมากห้ามเจาะตู้แช่ / Transport BoxPhenolic Foam ~0.020 100–150 mmไม่ลามไฟ น้ำหนักเบาเปราะง่าย ใช้น้อยในไทยห้องสะอาด / อาคารเขียว


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 20Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.1.3 ตัวอย่างการใช้งานลักษณะห้องเย็น วัสดุแนะนำ เหตุผลห้องเย็นทั่วไป PU Foam ค่า λ ต่ำ คุ้มค่าที่สุดห้องแช่แข็งลึก PIR / PU หนา ≥ 150 mm ลดการสูญเสียพลังงานห้องแช่ยา PIR Foam + Vapor Barrier ต้องการความเสถียรสูงตู้แช่เคลื่อนที่ VIP + XPS น้ำหนักเบาและประหยัดพื้นที่2.1.4 แบบฟอร์มวิเคราะห์ต้นทุนรวมของฉนวนวัสดุฉนวนค่านำความร้อน (λ, W/m·K)ความหนา (mm)ราคาวัสดุ (บาท/ตร.ม.)ค่าติดตั้ง (บาท/ตร.ม.)อายุการใช้งานโดยประมาณ (ปี)ค่าความสูญเสียพลังงาน/ปี (บาท)ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (บาท)PU Foam 0.021 100 950 250 15 9000PIR Foam 0.02 100 1100 270 20 7800EPS Foam 0.035 150 600 200 10 13000XPS Foam 0.03 125 700 220 12 115002.2 ความหนาฉนวนที่แนะนำ สำหรับห้องเย็นแต่ละประเภทประเภทห้องเย็น / ระดับอุณหภูมิ วัตถุประสงค์ ความหนาฉนวนแนะนำ (PU / PIR)EPS เทียบเท่าโดยประมาณ หมายเหตุห้องเก็บสินค้าแช่เย็นทั่วไป +5°C ถึง +10°C 75 – 100 mm 100 – 150 mm ใช้ PU หรือ EPS ได้ห้องเย็นทั่วไป 0°C ถึง -18°C 100 – 125 mm 150 – 180 mm ควรใช้ PU หรือ PIRห้องแช่แข็งลึก (Deep Freeze)ต่ำกว่า -30°C 150 – 200 mm 200 – 250 mm ต้องมี Vapor Barrierพื้นห้องเย็น ป้องกัน Cold Bridge≥ 100 mm + Vapor Barrier≥ 150 mmควรมี slope และฉนวนกันไอน้ำเพดานห้องเย็น ป้องกันความร้อนจากบนหลังคา ≥ 125 mm ≥ 175 mmรับรังสีและ convection สูง


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 21Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.2.1 ปัจจัยที่มีผลต่อความหนาฉนวน1. อุณหภูมิภายในห้องเย็น2. อุณหภูมิภายนอก (Ambient Temp) เช่น พื้นที่ภาคใต้ หรือแสงแดดแรง3. ชนิดของวัสดุฉนวน – PU, PIR, EPS, XPS4. ตำแหน่งของฉนวน – ผนัง เพดาน พื้น5. ความต้องการประหยัดพลังงานระยะยาว2.2.2 ตัวอย่างเปรียบเทียบการสูญเสียความร้อน (Heat Gain) ตามความหนาความหนา PU (mm) ความร้อนผ่านผนัง (W/m²) ที่ ΔT = 30°C50 mm ~24 W/m²75 mm ~16 W/m²100 mm ~12 W/m²150 mm ~8 W/m²200 mm ~6 W/m² เพิ่มความหนา → ลด Heat Gain → ลดภาระคอมเพรสเซอร์2.2.3 ตารางเปรียบเทียบการประหยัดพลังงานจากความหนาฉนวนความหนาฉนวน (PU Foam, mm)ค่าการนำความร้อน (U-value, W/m²·K)Heat Gain (W/m²)ที่ ΔT = 30°Cพลังงานที่ใช้ต่อปี (kWh/m²)ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปี (บาท/m²) ที่ 4.5 บ./kWhประหยัดเมื่อเทียบกับฉนวน 50 mm (%)50 0.48 14.4 126.1 567 0%75 0.32 9.6 84.1 378 33%100 0.24 7.2 63.0 284 50%150 0.16 4.8 42.0 189 67%2.2.4 ตัวอย่างงานออกแบบห้องเย็นแต่ละประเภท ตัวอย่างงานออกแบบห้องเย็นแต่ละประเภท ซึ่งแสดงถึงลักษณะการใช้งานทั่วไป วัสดุฉนวนที่ควรใช้ ความหนาที่เหมาะสม และระบบประกอบอื่น ๆ เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับมาตรฐานพลังงานและอุณหภูมิที่ต้องการอย่างยั่งยืน


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 22Energy Conservation Technology Co.,ltd. 1. ห้องเก็บสินค้าแช่เย็น (Chilled Room) อุณหภูมิใช้งาน +2°C ถึง +10°C การใช้งาน ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม เบเกอรี่รายการ รายละเอียดวัสดุฉนวน PU Foam / PIR Foamความหนาผนัง/เพดาน 75–100 mmพื้น ≥100 mm พร้อม Vapor Barrierระบบพื้น พื้นซีเมนต์ + ฟิล์มกันไอน้ำ + PU Foam + แผ่นปิดอลูมิเนียมระบบทำความเย็น DX System / Split Typeพัดลมคอยล์เย็น แบบพัดลมหมุนช้า ไม่เกิดละอองน้ำ 2. ห้องแช่แข็ง (Freezer Room) อุณหภูมิใช้งาน -18°C ถึง -25°C การใช้งาน เนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็งรายการ รายละเอียดวัสดุฉนวน PU หรือ PIR Foamความหนาผนัง/เพดาน 125–150 mmพื้น 150 mm + Heater pipe กันน้ำแข็งระบบพื้น ป้องกัน Frost Heave ด้วยฮีตเตอร์ใต้พื้นระบบทำความเย็น Medium-High Capacity DX หรือ CO₂ Cascadeพัดลมคอยล์เย็น ครีบกว้าง ป้องกันน้ำแข็งเกาะ 3. ห้องควบคุมอุณหภูมิสำหรับยา / ห้องแล็บ (Pharmaceutical Cold Room) อุณหภูมิใช้งาน 2°C – 8°C หรือ -20°C การใช้งาน วัคซีน ยา อุปกรณ์การแพทย์รายการ รายละเอียดวัสดุฉนวน PIR Foam / VIPความหนา ≥100 mm พร้อมผิว Food Gradeระบบพื้น ไม่มีรอยต่อ ป้องกันเชื้อราระบบควบคุม ควบคุมอุณหภูมิ + บันทึกข้อมูล 24 ชม.ระบบสำรองไฟ UPS + Genset + Alarm Notification


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 23Energy Conservation Technology Co.,ltd.4. ห้องเย็นแบบเคลื่อนที่ (Mobile Cold Room / Reefer Box) อุณหภูมิใช้งาน -20°C ถึง +10°C การใช้งาน รถขนส่งสินค้าแช่เย็นรายการ รายละเอียดวัสดุฉนวน PU Foam / VIP (สำหรับพื้นที่จำกัด)ความหนา 50–100 mm ตามอุณหภูมิระบบพื้น น้ำหนักเบา ทนแรงกระแทกโครงสร้าง Sandwich Panel + โครงอลูมิเนียมระบบทำความเย็น Direct Expansion + DC Inverter2.2.5 Checklist สำหรับออกแบบห้องเย็นตามประเภทสินค้าหัวข้อการออกแบบห้องเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. ประเภทสินค้า (ผัก เนื้อ อาหารแช่แข็ง ยา ฯลฯ)2. อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษา (°C)3. ขนาดพื้นที่ห้องเย็น (กว้าง x ยาว x สูง)4. ปริมาณสินค้าเฉลี่ยต่อรอบการเก็บ (kg)5. ความหนาฉนวนที่เลือกใช้ (mm) และชนิด (PU, PIR, EPS)6. ผิวฉนวนภายใน (อลูมิเนียมลายนูน แผ่นเหล็กเคลือบ)7. การป้องกันความชื้น / ไอน้ำ (Vapor Barrier, Drain Slope)8. โครงสร้างพื้นห้องเย็นรองรับน้ำหนักได้หรือไม่9. ระบบทำความเย็นที่เลือก (DX, Chiller, CO₂, Ammonia)10. กำลังคอมเพรสเซอร์ที่เลือก (kW หรือ HP)11. ระบบควบคุมอุณหภูมิ (On-Off, PID, Inverter)12. ระบบแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ13. ระบบพลังงานสำรอง (UPS / Genset)14. ระบบไฟฟ้าและแสงสว่างภายใน15. ความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า (ประตูราวเลื่อน พื้นลาด)16. ระบบบันทึกอุณหภูมิ (Data Logger / Cloud Monitoring)17. มาตรฐานความสะอาด (GMP, HACCP, อย. ฯลฯ)18. การป้องกันแมลง/ฝุ่นเข้า (ม่านลม ซีล Positive Pressure)


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 24Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.3 โครงสร้างผนัง / เพดาน / พื้นห้องเย็น (Cold Room Wall, Ceiling & Floor Structure)2.3.1 วัตถุประสงค์หลักของโครงสร้าง• รองรับน้ำหนักและความดันจากอากาศและสินค้า• ป้องกันการรั่วไหลของอากาศและความร้อน• ป้องกันการควบแน่น น้ำแข็งเกาะ และเชื้อรา• เพิ่มอายุการใช้งานและความง่ายในการบำรุงรักษา2.3.2 โครงสร้างผนัง / เพดานห้องเย็นรายการ รายละเอียดแผ่นฉนวน (Panel) ใช้PU Foam หรือ PIR Foam แบบ Sandwich Panelระบบต่อรอยแผ่น แบบ Tongue & Groove + Silicone Sealantผิวแผ่นภายนอก/ภายใน เหล็กเคลือบ (PPGS) อลูมิเนียมลายนูน สแตนเลส (GMP)ความหนาแผ่นฉนวน 75–200 mm ตามอุณหภูมิโครงแขวนเพดาน กรณีขนาดใหญ่ ใช้เหล็ก Box Beam หรือ I-Beam แขวนเสริมซีลทุกขอบมุม ใช้Silicone เกรด Food Grade ป้องกันเชื้อราและไอน้ำเข้าวัสดุรองรับมุม/ขอบผนัง ใช้ PVC Corner หรือสแตนเลสโค้ง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกสะสม2.3.3 โครงสร้างพื้นห้องเย็นรายการ รายละเอียดพื้นคอนกรีต เทพื้นพร้อมเหล็กเสริม และ slope ระบายน้ำ 1–2%ชั้นกันไอน้ำ (Vapor Barrier) วางฟิล์ม PE หรือแผ่นกันไอน้ำ HDPE ด้านล่างฉนวนฉนวนพื้น PU Foam หรือ XPS ≥100–150 mm (มากขึ้นสำหรับห้องแช่แข็ง)ระบบป้องกันน้ำแข็ง (Frost Heave) ใช้Heater Wire หรือ Hot Gas Pipe ใต้พื้นพื้นผิวบนสุด ปูด้วย อลูมิเนียมหรือสแตนเลสกันลื่น / ปูกระเบื้องชนิดทนเย็น2.3.4 ตัวอย่างโครงสร้างพื้นห้องแช่แข็งลึก (Deep Freezer Floor)1. พื้นคอนกรีตโครงสร้าง2. ฟิล์มกันไอน้ำ (Vapor Barrier)3. Heater Wire ป้องกัน Frost Heave4. ฉนวน PU Foam 150 mm5. แผ่นอลูมิเนียมกันลื่น / กระเบื้องทนเย็น


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 25Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.3.5 ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม• อย่าลืม Slope พื้น 1–2% ไปยังท่อระบายน้ำ• ทุกจุดเชื่อมต่อควรมีการ ซีลกันอากาศรั่ว อย่างดี• หากเป็นห้องเก็บยา/อาหารแปรรูป ควรใช้สแตนเลสหรือผิวที่ทำความสะอาดง่าย2.3.6 Checksheet ตรวจสอบความเรียบร้อยของงานติดตั้งห้องเย็นหัวข้อการตรวจสอบความเรียบร้อยของงานติดตั้งห้องเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. ตรวจสอบระดับพื้นและความลาดเอียง (Slope 1–2%) ถูกต้องหรือไม่2. มีการติดตั้ง Vapor Barrier ที่พื้นหรือไม่3. ความหนาของฉนวนพื้น/ผนัง/เพดาน ตรงตามแบบหรือไม่4. ตรวจสอบการต่อรอยแผ่น Sandwich Panel ว่าแนบสนิทหรือไม่5. มีการซีลรอยต่อด้วย Silicone หรือ PU Sealant ครบถ้วนหรือไม่6. ใช้วัสดุฉนวนชนิดที่ถูกต้อง (PU, PIR, EPS) ตามสเปคหรือไม่7. ตรวจสอบระบบ Heater Wire หรือ Hot Gas ใต้พื้น (กรณีแช่แข็ง)8. ระบบโครงสร้างแขวนเพดานแข็งแรง และยึดตามตำแหน่งหรือไม่9. ผิวภายใน (เช่น อลูมิเนียม PPGS สแตนเลส) เรียบและไม่มีรอยต่อเกิน 1 มม.10. มีการติดตั้ง Corner Cover หรือแผ่นปิดมุมเพื่อความสะอาดหรือไม่11. ประตูห้องเย็นปิดสนิท ไม่รั่วอากาศ และซีลประตูอยู่ในสภาพดี12. ระบบระบายน้ำทำงานได้ ไม่มีการขังน้ำบริเวณพื้น13. ไม่มีช่องว่างหรือรูรั่วที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของความเย็น14. มีเอกสารการรับรองวัสดุและฉนวนตรงตามสเปคหรือไม่15. ตรวจสอบความสะอาดหลังติดตั้ง และความพร้อมก่อนใช้งานจริง2.4 การตรวจสอบจุดรั่วฉนวน (Cold Room Insulation Leakage Detection)2.4.1 สาเหตุของการรั่วฉนวนที่พบบ่อยจุดรั่วที่พบบ่อย สาเหตุรอยต่อระหว่างแผ่นฉนวน ต่อไม่สนิท / ไม่มีซีลขอบประตู / ซีลยางเสื่อม เปิด-ปิดบ่อย / การบำรุงรักษาน้อยจุดร้อยท่อ / ทะลุผนัง ไม่มีการซีลกันไอน้ำรอยเจาะติดตั้งอุปกรณ์ ไม่มี PU Sealant หรือเทปปิดรอยต่อพื้นห้องเย็นไม่มี Vapor Barrierความชื้นจากใต้พื้นซึมขึ้นมา


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 26Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.4.2 วิธีการตรวจสอบจุดรั่วฉนวนวิธีการ รายละเอียด ข้อดี ข้อจำกัด1. Thermal Imaging Cameraใช้กล้องอินฟราเรดสแกนหาจุดร้อน/เย็นผิดปกติแม่นยำ เห็นภาพทันทีกล้องราคาสูง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญใช้2. Smoke Test พ่นควันและดูการรั่วซึมออกจากรอยต่อ ใช้ง่าย เห็นการรั่วทันทีเหมาะกับห้องที่เป็นบวก3. Pressure Testเพิ่ม/ลดความดันในห้อง แล้วตรวจแรงดันตก วัดได้ละเอียด ต้องปิดห้องสนิท และมีเซนเซอร์4. UV Leak Detectionใช้น้ำยา UV ที่ปลอดภัยฉีดตามจุดเสี่ยง → ใช้ไฟ UV ส่องดูตรวจจุดรั่วขนาดเล็ก ต้องเตรียมระบบน้ำยา5. ฟองสบู่ / น้ำยาตรวจรั่ว ใช้กับรอยต่อประตู / วาล์ว / ข้อต่อ ประหยัด ใช้ทั่วไปใช้กับอุปกรณ์ไม่กับฉนวนแผ่น2.4.3 เช็กลิสต์จุดที่ควรตรวจสอบการรั่วฉนวน• รอยต่อระหว่างแผ่น Sandwich Panel• ขอบประตู / Seal รอบประตูห้องเย็น• จุดร้อยท่อ วาล์ว เซนเซอร์ที่เจาะผ่านผนัง• รอยเจาะ/ยึดอุปกรณ์ เช่น พัดลม ไฟ กล้อง• พื้นห้องเย็นที่ไม่มี Vapor Barrier• เพดานห้องที่มีน้ำหยดหรือไอน้ำเกาะ2.4.4 Checklist ตรวจสอบจุดรั่วฉนวนหัวข้อการตรวจสอบจุดรั่วของฉนวน สถานะ / หมายเหตุ1. ตรวจสอบรอยต่อระหว่างแผ่นฉนวนทุกแนว (แนวนอนและแนวตั้ง)2. ตรวจสอบรอยซีลที่มุมห้องและขอบผนัง/เพดาน3. ตรวจสอบขอบประตูห้องเย็นว่าซีลแน่น ไม่มีช่องว่าง4. ตรวจสอบรอยต่อรอบขอบประตูที่ติดกับแผ่นฉนวน5. ตรวจสอบจุดเจาะท่อหรือเซนเซอร์ว่ามีการซีลแน่นหรือไม่6. มีการติดตั้ง Vapor Barrier ที่พื้นครบทุกจุดหรือไม่7. ใช้กล้อง Thermal ตรวจหาจุดร้อน/เย็นผิดปกติที่ผนัง/เพดาน8. ใช้ Smoke Test ตรวจสอบการรั่วของอากาศบริเวณประตูและรอยต่อ9. ใช้ฟองสบู่หาจุดรั่วบริเวณท่อ/ข้อต่อที่เชื่อมกับระบบทำความเย็น


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 27Energy Conservation Technology Co.,ltd.หัวข้อการตรวจสอบจุดรั่วของฉนวน สถานะ / หมายเหตุ10. ตรวจสอบว่าผนังหรือเพดานไม่มีหยดน้ำ / การควบแน่นผิดปกติ11. ตรวจสอบจุดที่ยึดอุปกรณ์กับแผ่นฉนวน (เช่น ไฟ กล้อง พัดลม)12. ตรวจสอบระบบ Drain ว่ามีจุดที่อาจทำให้ไอน้ำรั่วเข้าสู่ฉนวนหรือไม่13. บันทึกผลการตรวจจุดที่พบ และวางแผนการซ่อมแซมอย่างเป็นระบบ2.4.5 รายงานวิเคราะห์ค่าความสูญเสียพลังงานจากจุดรั่ว (kWh/ปี)ตำแหน่งที่พบจุดรั่วพื้นที่ที่รั่วโดยประมาณ (m²)U-value เฉลี่ยบริเวณที่รั่ว (W/m²·K)∆T (ต่างอุณหภูมิภายนอก-ใน)จำนวนชั่วโมงต่อปี (h)พลังงานสูญเสีย (kWh/ปี)ขอบประตูห้องเย็น 1.5 1.2 30 8760 473.04รอยต่อระหว่างแผ่นฉนวน (ผนัง) 2.0 1.0 30 8760 525.6เพดานเหนือคอยล์เย็น 1.0 0.9 30 8760 236.52จุดเจาะท่อแอมโมเนีย 0.3 1.5 30 8760 118.26พื้นห้องไม่มี Vapor Barrier3.0 2.2 30 8760 1734.482.4.6 แบบฟอร์มประเมินสภาพฉนวนรายเดือน/ไตรมาสหัวข้อการประเมินสภาพฉนวน สถานะ (✓ / ✗)หมายเหตุเพิ่มเติม1. ตรวจสอบสภาพแผ่นฉนวนภายใน (รอยบุบ รอยแตก คราบน้ำ)2. ตรวจสอบรอยต่อแนวฉนวนว่ามีการแยก/เปิดหรือไม่3. ตรวจสอบซีลขอบมุม ขอบพื้น ขอบเพดานว่ายังแน่นหรือไม่4. ตรวจสอบการควบแน่น / หยดน้ำบริเวณผนังหรือเพดาน5. ตรวจสอบผิวอลูมิเนียมหรือเหล็กเคลือบว่ามีสนิมหรือไม่6. ตรวจสอบฉนวนพื้นว่ามีการยุบตัวหรือไม่7. ตรวจสอบกลิ่นอับหรือกลิ่นผิดปกติภายในห้อง8. ตรวจสอบความร้อน/เย็นผิดปกติด้วย Thermal Camera (ถ้ามี)9. ตรวจสอบระบบระบายน้ำว่าสะอาด ไม่มีการอุดตัน10. ประเมินประสิทธิภาพการเก็บอุณหภูมิ (±°C จาก Set Point)11. สภาพภายนอกของฉนวนที่สัมผัสแดดหรือฝนโดยตรง12. มีการทำความสะอาดแผ่นฉนวนตามรอบที่กำหนดหรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 28Energy Conservation Technology Co.,ltd.3. ระบบควบคุมอัจฉริยะ (Smart Control System)3.1 เป้าหมายของระบบควบคุมอัจฉริยะ• ควบคุมอุณหภูมิ / ความชื้น / แรงดัน อย่างแม่นยำ• ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ / พัดลม / ปั๊มน้ำ ตามโหลดจริง• แจ้งเตือนความผิดปกติแบบเรียลไทม์• วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน• เชื่อมต่อกับระบบ Cloud หรือ BMS ได้3.2 ส่วนประกอบหลักของระบบควบคุมอัจฉริยะอุปกรณ์ หน้าที่ หมายเหตุController (PLC / DDC / Smart Thermostat)ประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์รองรับ PID / Inverter / Auto-tuneTemperature & Humidity Sensors วัดอุณหภูมิ / ความชื้น แบบ Digital, ±0.1°CPressure Sensors ตรวจสอบแรงดันน้ำยา ช่วยควบคุมภาระคอมเพรสเซอร์Energy Meter / kWh Meter วัดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ ติดตามค่าไฟรายอุปกรณ์HMI / Touch Screen Display แสดงผลและตั้งค่าหน้าห้อง รองรับหลายภาษาGateway/Cloud Module เชื่อมต่อระบบกับ Cloudรองรับ MQTT, Modbus, BACnetAlarm Systemแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ / ไฟดับ ส่ง SMS, LINE, Email ได้3.3 ฟีเจอร์เด่นของระบบ Smart Controlฟีเจอร์ ประโยชน์Auto PID + Inverter Control ปรับโหลดแบบ Real-time ประหยัดพลังงานสูงสุดCloud Dashboard ดูสถานะระบบจากมือถือ/เว็บ 24/7Data Logging เก็บข้อมูลย้อนหลัง 1–12 เดือน วิเคราะห์แนวโน้มAI Optimization (อัปเกรด) ใช้ AI เรียนรู้พฤติกรรมโหลดเพื่อวางแผนล่วงหน้าFault Detection ตรวจจับความผิดปกติของระบบและแจ้งเตือนก่อนเสีย


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 29Energy Conservation Technology Co.,ltd.3.4 ตัวอย่างผลลัพธ์หลังติดตั้งระบบควบคุมอัจฉริยะรายการ ก่อนติดตั้ง หลังติดตั้ง ผลลัพธ์ค่าความคลาดเคลื่อนอุณหภูมิ ±2.5°C ±0.4°C แม่นยำมากขึ้นการใช้พลังงาน/เดือน 45,000 บาท 35,000 บาท ลด ~22%จำนวนครั้งเปิด/ปิดคอมเพรสเซอร์ 12 ครั้ง/ชม. 3 ครั้ง/ชม. ลดสึกหรอความเร็วพัดลม คงที่ 100% แปรผันตามโหลด เงียบลง ประหยัดขึ้น3.5 Checklist การเตรียมระบบควบคุมอัจฉริยะหัวข้อการเตรียมระบบควบคุมอัจฉริยะ สถานะ / หมายเหตุ1. ระบุจำนวนโซนควบคุมอุณหภูมิ (จำนวนห้องหรือพื้นที่)2. ตรวจสอบว่าใช้เซนเซอร์อุณหภูมิ/ความชื้นแบบ Digital หรือไม่3. ตรวจสอบว่าคอมเพรสเซอร์/พัดลมมี Inverter ติดตั้งหรือพร้อมรองรับ4. มีจุดติดตั้ง HMI/จอแสดงผลที่ใช้งานสะดวกหรือไม่5. ระบบควบคุมรองรับ PID หรือไม่ (เช่น PLC, DDC)6. มี Gateway หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อ Cloud (เช่น Wi-Fi, LAN, Modbus)7. มีระบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง (Data Logging) หรือไม่8. ระบบแจ้งเตือนสามารถส่ง SMS / Email / LINE ได้หรือไม่9. ระบบไฟฟ้ามี Power Backup (UPS/Genset) สำหรับอุปกรณ์ควบคุมหรือไม่10. มีการฝึกอบรมพนักงานด้านการใช้ HMI และระบบควบคุมหรือไม่11. มีแบบผังการเชื่อมต่อ Sensor → Controller → Cloud หรือไม่12. ระบบมีการบำรุงรักษาและตรวจสอบตามรอบหรือไม่13. มีระบบแสดงสถานะการทำงานแบบ Dashboard (PC/มือถือ)14. มีการตั้งค่าการเก็บ Log อุณหภูมิอย่างต่อเนื่องหรือไม่15. ระบบรองรับมาตรฐานอุตสาหกรรม (GMP, HACCP, ISO 22000 ฯลฯ)


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 30Energy Conservation Technology Co.,ltd.3.6 ROI จากการติดตั้งระบบ Smart Controlรายการวิเคราะห์ ข้อมูลระบบควบคุมก่อนติดตั้ง Manual + On-Offระบบควบคุมหลังติดตั้ง Smart PID + Inverter + Cloudค่าใช้จ่ายระบบ Smart Control (บาท) 180000ค่าไฟฟ้าก่อนติดตั้ง (บาท/เดือน) 45000ค่าไฟฟ้าหลังติดตั้ง (บาท/เดือน) 35000ส่วนต่างค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ต่อเดือน 10000ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (ปี) 1.54. Heat Recovery ในห้องเย็นอุตสาหกรรม4.1 Heat Recovery – การนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้4.1.1 หลักการ พลังงานจาก คอนเดนเซอร์ (Condenser Heat) ที่ระบายออกจากสารทำความเย็น สามารถนำมาใช้ใหม่ได้4.1.2 การใช้งานพลังงานทิ้งการประยุกต์ ประโยชน์ใช้น้ำร้อนล้างทำความสะอาดพื้น/อุปกรณ์ ลดการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าอุ่นน้ำสำหรับระบบสุขาภิบาล ประหยัดพลังงานโดยตรงทำความร้อนในพื้นที่รอสินค้า / ห้องเปียก ใช้พลังงานเหลือโดยไม่เพิ่มค่าไฟ4.1.3 ตัวอย่างการใช้พลังงานความร้อนทิ้ง• ระบบห้องเย็นขนาด 50 kW อาจปล่อยความร้อน ~40 kW ออกผ่านคอนเดนเซอร์• หากดึงกลับมาใช้ได้ 60% → มีพลังงานใช้ฟรี ~24 kW ประหยัดค่าไฟได้มากกว่า 5,000 – 10,000 บาท/เดือน


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 31Energy Conservation Technology Co.,ltd.4.1.4 Checklist เตรียมความพร้อมติดตั้ง Heat Recovery หัวข้อการเตรียมความพร้อม สถานะ / หมายเหตุ1. ตรวจสอบว่าระบบทำความเย็นใช้ Condenser แบบไหน (Air/Water/Evaporative)2. ระบุว่ามีการใช้น้ำร้อนในกระบวนการผลิตหรือกิจกรรมภายในหรือไม่3. ตรวจสอบว่าสามารถติดตั้ง Heat Exchanger หลังคอนเดนเซอร์ได้หรือไม่4. ระบบท่อสามารถรองรับน้ำร้อนหมุนเวียนจาก Condenser ได้หรือไม่5. มีพื้นที่หรือถังสำรองสำหรับเก็บน้ำร้อนหรือไม่4.1.5 ROI Calculator สำหรับระบบ Heat Recoveryรายการวิเคราะห์ ข้อมูลพลังงานความร้อนที่กู้คืนได้จาก Condenser (kW) 25.0จำนวนชั่วโมงที่ใช้ความร้อนต่อวัน 6.0จำนวนวันใช้งานต่อปี 300ค่าพลังงานปกติที่ใช้ทำน้ำร้อน (บาท/kWh) 3.5มูลค่าความร้อนที่ประหยัดได้ต่อปี (บาท) 157,500ค่าติดตั้งระบบ Heat Recovery (บาท) 180,000ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (ปี) 1.145. การบริหารจัดการพลังงานและโหลดสินค้า (Energy & Loading Management)5.1 การบริหารจัดการโหลดสินค้า (Loading Practice)5.1.1 เป้าหมาย• ลดเวลาการเปิดประตู → ลดอากาศรั่วไหล• ลดภาระโหลดความร้อนจากสินค้า → ลดพลังงาน• จัดการขนถ่ายให้มีประสิทธิภาพ → ลดพลังงานและเวลา5.1.2 แนวทางปฏิบัติที่แนะนำแนวทาง รายละเอียด ประโยชน์ที่ได้Batch Loading (โหลดเป็นรอบ) จัดรอบการโหลดสินค้า เช่น ทุก 2 ชม. ลดการเปิดประตูบ่อยPre-Cool Room พักสินค้าที่อุณหภูมิห้องก่อนเข้าห้องเย็น ลด Thermal Shockจำกัดเวลาเปิดประตู<2 นาที/ครั้ง ใช้ระบบจับเวลา / Sensor แจ้งเตือน ลดอากาศรั่วไหล


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 32Energy Conservation Technology Co.,ltd.แนวทาง รายละเอียด ประโยชน์ที่ได้ใช้ม่านลม / ประตู 2 ชั้น กันอากาศภายนอกไหลเข้าขณะเปิดประตูเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บความเย็นติดตั้งบันทึกเวลาเปิดประตู (Data Logger)เก็บสถิติสำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมโหลด ใช้ปรับปรุงวางแผนพลังงานจัดโซนจัดเก็บสินค้าตามอุณหภูมิ สินค้าเย็นเก็บใกล้พื้น ของแห้งไว้บน กระจายความเย็นได้ดี ลดพลังงานอบรมพนักงานขนถ่ายสินค้า ให้ความรู้เรื่องพลังงาน / เวลา ลดพฤติกรรมสิ้นเปลืองโดยไม่รู้ตัว5.1.3 ผลกระทบจากการโหลดไม่เหมาะสมพฤติกรรมที่ผิด ผลกระทบโหลดสินค้าร้อนเข้าโดยตรง คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก ความชื้นสูงเปิดประตูเกิน 2 นาทีบ่อยครั้ง ความเย็นรั่วไหล การควบแน่นเกิดมากสินค้ากองปิดช่องลมเย็น เกิดจุดร้อน / อุณหภูมิไม่เสถียร5.1.4 ตัวอย่างผลลัพธ์หลังปรับพฤติกรรมรายการ ก่อนปรับ หลังปรับ ผลลัพธ์เปิดประตู/วัน 60 ครั้ง 20 ครั้ง ลดโหลดอากาศเข้า 60%เวลาโหลดสินค้า/รอบ 15 นาที 7 นาที ลดเวลารั่วไหลความเย็นอุณหภูมิสูงสุดในห้อง -16.2°C -18.0°C ควบคุมได้ดีขึ้น5.1.5 Checklist การโหลดสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพหัวข้อการตรวจสอบการบริหารจัดการโหลดสินค้า สถานะ / หมายเหตุ1. มีแผนโหลดสินค้าแบบรอบ (Batch Loading) หรือตามเวลาแน่นอนหรือไม่2. มีพื้นที่พักสินค้าก่อนโหลด (Pre-Cool Room) เพื่อลดภาระโหลดหรือไม่3. จำกัดเวลาการเปิดประตูในแต่ละรอบไม่เกิน 1–2 นาทีหรือไม่4. มีการใช้ม่านพลาสติกหรือม่านลมลดการรั่วไหลของอากาศหรือไม่5. มีบันทึกเวลาเข้า-ออกของสินค้าเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมโหลดหรือไม่6. การจัดเรียงสินค้ามีระยะห่างให้ลมเย็นไหลเวียนได้หรือไม่7. สินค้าถูกจัดวางให้เว้นช่องทางลมจากคอยล์เย็นหรือไม่8. มีโซนจัดเก็บสินค้าตามระดับอุณหภูมิหรือประเภทหรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 33Energy Conservation Technology Co.,ltd.หัวข้อการตรวจสอบการบริหารจัดการโหลดสินค้า สถานะ / หมายเหตุ9. มีฉลากหรือป้ายกำกับเพื่อให้หยิบสินค้าได้รวดเร็วหรือไม่10. พนักงานได้รับการอบรมเรื่องการโหลดสินค้าอย่างประหยัดพลังงานหรือไม่11. มีระบบตรวจสอบประตูห้องเย็นเปิด/ปิดแบบเรียลไทม์หรือไม่12. มีแผนบำรุงรักษาซีลขอบประตูเป็นระยะหรือไม่5.1.6 ตารางแนวทางปรับพฤติกรรมประหยัดพลังงานพฤติกรรมที่ควรปรับปรุง แนวทางแก้ไขที่แนะนำ ผลลัพธ์ที่คาดหวังเปิดประตูห้องเย็นบ่อยโดยไม่จำเป็นใช้ม่านลม / ประตู 2 ชั้น และกำหนดเวลาการเปิด ลดการสูญเสียอากาศเย็น ~15%โหลดสินค้าขณะยังร้อน / ไม่ผ่าน Pre-Coolจัดทำ Pre-Cool Zone สำหรับพักสินค้าก่อนโหลดลดโหลดความร้อนเข้าสู่ห้องเย็น ~20%จัดเรียงสินค้าปิดทางลมเย็น เว้นช่องว่างรอบสินค้า และอย่าบังช่องลมเย็นก ร ะ จ า ย ค ว า ม เ ย็น ไ ด้ทั่วถึ ง ประหยัดพลังงานใช้เวลาขนถ่ายสินค้านาน ตั้งเป้าหมายโหลดให้เสร็จภายใน ≤10 นาทีต่อรอบลดเวลาเปิดประตู → ลดภาระคอมเพรสเซอร์ไม่มีการจำกัดช่วงเวลาโหลด วางแผนโหลดสินค้าช่วง Off-Peak / Batch Loadingลดโหลดพีค → ลดค่าไฟฟ้าสูงสุดไม่บันทึกข้อมูลการโหลดสินค้า ใช้แบบฟอร์มบันทึกเวลาเข้า-ออกสินค้าวิเคราะห์แนวโน้มและจุดที่ควรปรับปรุงไม่ตรวจสอบสภาพซีลประตู ตรวจสอบและเปลี่ยนซีลประตูทุก 6 เดือน ป้องกันการรั่วของความเย็นไม่มีการอบรมพนักงานด้านการประหยัดพลังงานจัดฝึกอบรมประจำปีเรื่องพลังงานให้พนักงานสร้างความร่วมมือของบุคลากรในการลดพลังงาน5.2 การจัดเรียงสินค้าให้เหมาะสม5.2.1 วัตถุประสงค์• ให้ความเย็นไหลเวียนทั่วถึงทุกจุด• ป้องกันการเกิดจุดร้อน (Hot Spot)• ลดภาระของระบบทำความเย็น• ป้องกันความเสียหายต่อสินค้า


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 34Energy Conservation Technology Co.,ltd.5.2.2 แนวทางปฏิบัติที่แนะนำแนวทาง รายละเอียด ผลที่ได้เว้นระยะห่างระหว่างพาเลต ~10 ซม. เพื่อให้อากาศเย็นไหลผ่านได้ทั่วถึง ป้องกันจุดร้อนอย่ากองสินค้าแนบคอยล์เย็น ปล่อยช่องอากาศให้ลมไหลเวียน คอยล์ไม่ตัน / กระจายลมดีไม่กองสูงเกินไปจนบังลมเย็นจากพัดลม โดยเฉพาะใกล้เพดาน อุณหภูมิชั้นบนไม่ร้อนเกินจัดโซนสินค้า แช่แข็งอยู่ล่าง เย็นอยู่บน แยกตามระดับความเย็น ประหยัดพลังงาน / รักษาคุณภาพสินค้าติดฉลาก/รหัสสินค้าให้เห็นได้ง่าย เพื่อให้หยิบใช้งานรวดเร็ว ลดเวลาเปิดประตูเว้นระยะห่างจากผนัง ≥ 30 ซม.ป้องกันความร้อนแทรกจากผนังเข้าสินค้าลดโหลดทำความเย็นบริเวณริมผนังทำ Shelf หรือ Rack แบบเจาะรู อากาศไหลผ่านได้ดีกว่าชั้นปิดทึบ อุณหภูมิสม่ำเสมอ5.2.3 ตัวอย่างผลลัพธ์จากการปรับการจัดเรียงสินค้ารายการ ก่อนปรับ หลังปรับ ผลที่เกิดขึ้นHot Spot > -15°C มี 4 จุด เหลือ 1 จุด อุณหภูมิคงที่ขึ้นความเร็วพัดลมคอยล์เย็น 100% ตลอดเวลา 70–85% ระบบทำงานน้อยลงความชื้นสะสมในสินค้า สูง ลดลง ลดโอกาสเกิดเชื้อราเวลาค้นหาสินค้า 8 นาที/พาเลต 3 นาที/พาเลต ประหยัดเวลา เปิดประตูน้อยลง5.2.4 Cecklist การตรวจสอบการจัดเรียงสินค้าหัวข้อการตรวจสอบการจัดเรียงสินค้าในห้องเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. เว้นระยะห่างระหว่างพาเลตอย่างน้อย 10 ซม. หรือไม่2. สินค้าถูกจัดวางห่างจากผนังห้อง ≥ 30 ซม. หรือไม่3. ไม่มีการวางสินค้าปิดช่องลมเย็นจากพัดลมหรือคอยล์หรือไม่4. ความสูงของพาเลตไม่บังทิศทางลมเย็นเพดานหรือไม่5. มีการจัดโซนสินค้าแยกตามอุณหภูมิที่ต้องการจัดเก็บหรือไม่6. ใช้ชั้นวาง/ชั้นเก็บสินค้าที่อากาศสามารถไหลผ่านได้ดีหรือไม่7. มีฉลากหรือระบบจัดเก็บที่สามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายหรือไม่8. พื้นที่จัดเก็บมีช่องเดินพอสำหรับการไหลเวียนอากาศและรถเข็นหรือไม่9. ไม่มีการกองสินค้าซ้อนสูงเกินกว่าที่ระบบห้องเย็นรองรับหรือไม่10. ตรวจสอบว่ามีจุด Hot Spot หรืออุณหภูมิไม่คงที่จากการจัดเรียงหรือไม่11. มีการทำความสะอาดและจัดระเบียบพื้นที่เก็บสินค้าเป็นประจำหรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 35Energy Conservation Technology Co.,ltd.5.2.5 แบบฟอร์มประเมินการใช้พื้นที่และการกระจายลมหัวข้อประเมินการใช้พื้นที่และการกระจายลมในห้องเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. พื้นที่ใช้เก็บสินค้าคิดเป็น % ของพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด2. พื้นที่ว่างรอบพาเลต (ซ้าย/ขวา/หน้า/หลัง) เพียงพอหรือไม่3. ช่องทางเดินหลักมีความกว้าง ≥ 1 เมตร หรือไม่4. มีการเว้นระยะห่างจากผนัง ≥ 30 ซม. หรือไม่5. พื้นที่เก็บสินค้าด้านบนมีการบังพัดลมคอยล์หรือไม่6. ความสูงของสินค้าไม่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศหรือไม่7. มีการกระจายลมทั่วถึงทุกโซน (ตรวจวัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์)8. อุณหภูมิแต่ละโซนมีความคลาดเคลื่อน ≤ ±1.5°C หรือไม่9. ไม่มีจุดร้อนหรือความชื้นสะสมในมุมหรือหลังพาเลต10. มีแผนผังโซนและระดับจัดเก็บที่อัปเดตและสอดคล้องกับสินค้า11. มีบันทึกประสิทธิภาพการไหลของอากาศ หรือการปรับจุดลม5.3 การบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management)5.3.1 เป้าหมาย• ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน• ตรวจสอบและควบคุมการใช้พลังงานรายอุปกรณ์• หาจุดใช้พลังงานมากผิดปกติเพื่อปรับปรุง• วางแผนเชิงรุก เช่น PM และ Peak Load Management5.3.2 แนวทางการบริหารจัดการพลังงานในห้องเย็นแนวทาง รายละเอียด ประโยชน์ติดตั้ง Energy Meter แยกรายอุปกรณ์ เช่น คอมเพรสเซอร์พัดลม Defrostติดตามพลังงานแต่ละส่วนแบบละเอียดเก็บข้อมูลพลังงานรายวัน / รายชั่วโมง ใช้ Smart Logger หรือระบบ Cloud วิเคราะห์แนวโน้มการใช้งานเปรียบเทียบโหลดพลังงานตามช่วงเวลา (Time-of-Use)หลีกเลี่ยงโหลดพีค (13.00–16.00 น.) ลดค่า Demand Chargeกำหนด KPI พลังงาน เช่น kWh/ตันสินค้า วัดประสิทธิภาพเชิงผลผลิต ใช้เปรียบเทียบปีต่อปี หรือระหว่างสาขาตั้งเวลา Defrost อัต โนมัติแบบ Optimalปรับตามโหลดจริง ไม่ให้ Defrost เกินจำเป็น ลดพลังงานแฝงจากฮีตเตอร์


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 36Energy Conservation Technology Co.,ltd.แนวทาง รายละเอียด ประโยชน์บำรุงรักษา Preventive Maintenance (PM)ทำความสะอาดคอยล์ / เช็กฉนวน / ซีลประตูคงประสิทธิภาพสูงสุดของอุปกรณ์วิเคราะห์การใช้พลังงานร่วมกับข้อมูลโหลดสินค้า เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการโหลด เห็นภาพรวม Load Matching5.3.3 ตัวอย่างผลการวิเคราะห์พลังงานรายการ ก่อนปรับปรุง หลังปรับปรุง ผลลัพธ์ค่าไฟเฉลี่ย/เดือน 92,000 บาท 76,000 บาท ลดลง ~17%Load Peak สูงสุด 41 kW 32 kW ลด Demand Chargeค่าเฉลี่ย kWh/ตันสินค้า 9.2 7.5 ประหยัดมากขึ้นรอบ Defrost/วัน 5 รอบ 3 รอบ ลดโหลดความร้อนแฝง 40%5.3.4 Checklist ระบบบริหารจัดการพลังงานหัวข้อการตรวจสอบระบบบริหารจัดการพลังงานในห้องเย็น สถานะ / หมายเหตุ1. มีการติดตั้ง Energy Meter แยกรายอุปกรณ์ (คอมเพรสเซอร์พัดลม ฯลฯ) หรือไม่2. มีระบบบันทึกข้อมูลพลังงานรายวัน / รายชั่วโมงหรือไม่3. มีการตั้ง KPI พลังงาน เช่น kWh/ตันสินค้า หรือ kWh/m² หรือไม่4. มีการวิเคราะห์พลังงานตามช่วงเวลา (Time-of-Use) หรือไม่5. มีการปรับเวลาการ Defrost ให้เหมาะสมกับโหลดจริงหรือไม่6. มีระบบเตือน / แจ้งเตือนเมื่อโหลดพลังงานสูงผิดปกติหรือไม่7. มีตาราง PM (Preventive Maintenance) สำหรับอุปกรณ์ทำความเย็นหรือไม่8. มีการเปรียบเทียบพลังงานย้อนหลัง (เดือน/ปี) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มหรือไม่9. มีการจัดทำรายงานพลังงานรายเดือน / รายปี หรือส่งผู้บริหารหรือไม่10. มีการฝึกอบรมพนักงานเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่11. มีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานที่ใช้กับปริมาณสินค้าโหลดหรือไม่12. ระบบควบคุม (Smart Control) รองรับการวิเคราะห์โหลดและแจ้งเตือนหรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 37Energy Conservation Technology Co.,ltd.6. พลังงานทางเลือกสำหรับห้องเย็น (Alternative Energy for Cold Storage)6.1 พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV for Cold Room)6.1.1 ข้อดีของระบบ Solar PV ในห้องเย็นข้อดี รายละเอียดลดค่าไฟช่วงกลางวัน ตรงกับช่วงที่ระบบคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักที่สุดคืนทุนเร็ว (3–5 ปี) โดยเฉพาะระบบ On-Gridลด Demand Charge หากทำ Load Matching กับระบบ Inverterใช้ได้กับทุกขนาด ตั้งแต่ห้องเย็นขนาดเล็กจนถึงศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เหมาะกับองค์กรที่มีเป้าหมาย Net Zero หรือ ESG6.1.2 รูปแบบระบบที่ใช้ได้ประเภทระบบ รายละเอียด เหมาะกับOn-Grid เชื่อมต่อกับไฟฟ้าการไฟฟ้า ไม่มีแบตเตอรี่ ห้องเย็นทั่วไป งบไม่สูงHybrid PV + Grid + Battery Backup ห้องเย็นที่ต้องการสำรองไฟบางเวลาOff-Grid ไม่มีไฟฟ้าจากภายนอกเลย ห้องเย็นในพื้นที่ห่างไกลSolar Thermal (Hot Water)แสงอาทิตย์ให้ความร้อน ใช้ Defrost หรือทำความสะอาดห้องเย็นที่มีความต้องการน้ำร้อน6.1.3 ตัวอย่างการออกแบบเบื้องต้นรายการ ค่าประมาณขนาดติดตั้ง 100 kWpพื้นที่หลังคาที่ใช้ ประมาณ 600–700 ตร.ม.ผลิตไฟฟ้าต่อปี ~145,000 kWh/ปีลดค่าไฟฟ้า ~580,000 บาท/ปี (ที่ 4.0 บ./kWh)ต้นทุนติดตั้ง ~2.5 ล้านบาทคืนทุน ~4.3 ปี6.1.4 สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนติดตั้ง• พื้นที่ติดตั้งมีเงาบังหรือไม่?• Load ห้องเย็นตรงกับเวลาผลิตไฟหรือไม่? (กลางวัน)• ระบบไฟฟ้ารองรับการเชื่อมต่อหรือไม่?• ต้องการสำรองไฟไหม? → Hybrid จะเหมาะกว่า


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 38Energy Conservation Technology Co.,ltd.6.1.5 แบบฟอร์มประเมินพื้นที่ติดตั้งและค่าใช้จ่ายสำหรับ Solar PVหัวข้อการประเมิน ข้อมูลที่ต้องกรอก1. ขนาดพื้นที่หลังคาพร้อมใช้งาน (ตร.ม.)2. ทิศทางและมุมเอียงของหลังคาเหมาะสมหรือไม่3. มีเงาจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นมาบดบังหรือไม่4. ปริมาณโหลดไฟฟ้าห้องเย็น (kWh/เดือน)5. ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อหน่วย (บาท/kWh)6. เป้าหมายการลดค่าไฟ (เช่น 30%, 50%)7. ขนาดระบบ PV ที่คาดว่าจะติดตั้ง (kWp)8. พื้นที่ติดตั้งที่ต้องการ (ประมาณ 6-7 ตร.ม./kWp)9. ต้นทุนติดตั้งต่อ kWp (ประมาณ 25,000–30,000 บาท)10. ต้นทุนรวมโดยประมาณ (บาท)11. พลังงานที่ผลิตได้ต่อปี (kWh)12. มูลค่าพลังงานที่ประหยัดได้ต่อปี (บาท)13. ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (ปี)6.1.6 Checksheet ความพร้อมของห้องเย็นต่อการติดตั้ง Solar PVหัวข้อการตรวจสอบความพร้อมของห้องเย็นสำหรับติดตั้ง Solar PV สถานะ / หมายเหตุ1. มีพื้นที่หลังคาโล่ง ≥ 100 ตร.ม. และแข็งแรงพอรองรับแผง PV ได้หรือไม่2. โครงสร้างหลังคามีองศาเอียง หรือสามารถปรับองศาได้หรือไม่3. ไม่มีเงาบดบังจากต้นไม้/อาคารข้างเคียงในช่วง 9:00–15:00 น. หรือไม่4. ระบบไฟฟ้าในอาคารรองรับการเชื่อมต่อ Inverter On-Grid ได้หรือไม่5. มีพื้นที่ติดตั้ง Inverter, AC/DC Disconnect และตู้ควบคุมหรือไม่6. มีสายไฟและเบรกเกอร์ที่เชื่อมจากหลังคาไปยังห้องควบคุมอย่างปลอดภัยหรือไม่7. มีระบบกราวด์หรือสามารถต่อสายดินได้ตามมาตรฐานหรือไม่8. มีพื้นที่เว้นระยะเพื่อการดูแล/บำรุงรักษาแผงโซลาร์เซลล์หรือไม่9. มีทีมช่างไฟฟ้าที่สามารถตรวจสอบหรือดูแลระบบเบื้องต้นได้หรือไม่10. มีแผนการเฝ้าระวัง / บันทึกการผลิตไฟฟ้าจากระบบ PV หรือไม่11. ผู้บริหาร/เจ้าของเห็นด้วยในการลงทุนระบบ PV หรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 39Energy Conservation Technology Co.,ltd.6.2 พลังงานจากไบโอแมส / ไบโอแก๊ส (Biomass / Biogas)6.2.1 ตัวอย่างแหล่งพลังงานชีวภาพที่สามารถนำมาใช้ได้ประเภทของเสีย/วัตถุดิบ พลังงานที่ได้ เหมาะกับสถานประกอบการกากอ้อย เปลือกไม้แกลบ ไอน้ำ / ความร้อน (ผ่าน Boiler) โรงงานแปรรูปอาหาร แช่แข็งผักน้ำเสียจากโรงฆ่าสัตว์ / ฟาร์ม / แป้ง ไบโอแก๊ส → ผลิตไฟฟ้า โรงฆ่าสัตว์โรงงานเกษตรเศษอาหาร / เศษเนื้อ / น้ำหมัก ไบโอแก๊ส / ปุ๋ยอินทรีย์ โรงงานผลิตอาหาร โรงแปรรูป6.2.2 ระบบพลังงานที่สามารถติดตั้งได้ระบบ ลักษณะการใช้งาน ใช้ร่วมกับห้องเย็นอย่างไรBoiler + Absorption Chillerใช้ความร้อนจากชีวมวล → ทำความเย็นแทนคอมเพรสเซอร์ไฟฟ้าบางช่วงBiogas Generator ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในห้องเย็น ลดโหลดจากการไฟฟ้าHeat Recovery จาก Boiler นำไอร้อนเหลือมาใช้ Defrost / น้ำร้อน ลดค่าใช้พลังงานแฝง6.2.3 ตัวอย่างผลลัพธ์จากระบบ Biogas 20 kWรายการ ค่าประมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ ~160,000 kWh/ปีมูลค่าพลังงานที่ลดได้ ~640,000 บาท/ปี (ไฟฟ้า 4 บ./หน่วย)ค่าใช้จ่ายลงทุน ~1.8 ล้านบาทคืนทุนโดยประมาณ ~2.8 – 3.2 ปีผลพลอยได้ ปุ๋ยหมักอินทรีย์ / การลดกลิ่นในโรงงาน6.2.4 เงื่อนไขสำคัญสำหรับการพิจารณาใช้ Biogas / Biomass• ต้องมีแหล่งของเสียอินทรีย์ / ชีวมวลสม่ำเสมอ• พื้นที่ติดตั้ง Digester / ถังหมัก หรือ Boiler• มีระบบควบคุมและดูแลคุณภาพเชื้อเพลิง• ต้องการผู้ดูแลระบบที่เข้าใจด้าน Biochemical หรือมี Outsource6.2.5 Checksheet ประเมินความเหมาะสมระบบไบโอแก๊ส / ชีวมวลหัวข้อการประเมินความเหมาะสมระบบไบโอแก๊ส / ชีวมวล สถานะ / หมายเหตุ1. โรงงานมีของเสียอินทรีย์หรือชีวมวลสม่ำเสมอ เช่น น้ำเสีย เศษอาหาร แกลบ ฯลฯ2. ปริมาณของเสียต่อวันมากพอสำหรับการผลิตพลังงาน (≥500 กก./วัน)3. มีพื้นที่ว่างสำหรับติดตั้ง Digester / Boiler / ถังพักเชื้อเพลิงหรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 40Energy Conservation Technology Co.,ltd.หัวข้อการประเมินความเหมาะสมระบบไบโอแก๊ส / ชีวมวล สถานะ / หมายเหตุ4. มีแหล่งน้ำ / ระบบน้ำหมุนเวียนสำหรับควบคุมอุณหภูมิ Digester หรือไม่5. มีการวัดค่า BOD / COD ในน้ำเสีย (สำหรับประเมินพลังงานที่ผลิตได้)6. ต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Biogas Generator หรือความร้อนจาก Biomass Boiler7. ระบบห้องเย็นมีช่วงเวลาโหลดสูงที่สามารถลดได้จากพลังงานทางเลือกหรือไม่8. มีงบลงทุนเบื้องต้น / สนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกหรือไม่9. มีทีมบำรุงรักษาหรือผู้ให้บริการดูแลระบบ Biogas / Biomass หรือไม่10. ต้องการลดกลิ่น / ลดของเสีย / ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ร่วมด้วยหรือไม่11. ผู้บริหารให้การสนับสนุนการลงทุนในพลังงานทดแทนหรือไม่6.2.6 ROI Calculator ระบบไบโอแก๊สพร้อมผลประโยชน์ร่วมรายการวิเคราะห์ ข้อมูลประเภทระบบที่ใช้ Biogas Generator 20 kWปริมาณของเสียที่ใช้ผลิตพลังงาน (kg/วัน) 800พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ (kWh/ปี) 160000มูลค่าพลังงานที่ลดได้ (บาท/ปี) 640000.0ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ (บาท) 1800000ผลพลอยได้ (ปุ๋ย ลดกลิ่น ลด COD/BOD) ปุ๋ยอินทรีย์ + ลดกลิ่นในโรงงาน + ลดค่าบำบัดน้ำเสียรายได้หรือมูลค่าเพิ่มจากผลพลอยได้ (บาท/ปี) 120000รายได้รวมจากพลังงาน + ผลพลอยได้ (บาท/ปี) 760000.0ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ (ปี) 2.376.3 ระบบพลังงานผสม (Hybrid Energy System)6.3.1 วัตถุประสงค์ของระบบ Hybrid• ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้า• ใช้พลังงานทางเลือกให้เต็มศักยภาพ (เช่น Solar กลางวัน Battery กลางคืน)• รองรับโหลดสำคัญในกรณีฉุกเฉิน• ควบคุมโหลดพีค / ช่วงใช้พลังงานสูง


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 41Energy Conservation Technology Co.,ltd.6.3.2 ตัวอย่างการจัดรูปแบบระบบ Hybrid สำหรับห้องเย็นระบบผสม องค์ประกอบหลัก จุดเด่นSolar PV + Gridแผง PV ใช้งานกลางวัน Grid รองรับตอนอื่น ลดค่าไฟทันทีลงทุนต่ำSolar PV + Battery + Grid เพิ่ม Battery เก็บพลังงานจาก PV ใช้พลังงานต่อเนื่อง ลดพีคSolar PV + Biogas Generator + Gridใช้ PV กลางวัน Biogas กลางคืน ใช้ของเสียเป็นพลังงาน พึ่ง Grid น้อยลงSolar PV + Heat Recovery Systemผลิตไฟ + ใช้พลังงานทิ้งจาก Condenserลดพลังงานซ้ำซ้อน6.3.3 ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นระบบ ขนาดติดตั้ง พลังงานที่ได้/ลด (kWh/ปี)ต้นทุน (บาท)คืนทุน (ปี)Solar PV + Grid 100 kWp 145,000 2,500,000 ~4.3Solar + Battery 100 kWp + 100 kWh Batt 145,000 + 60,000 3,800,000 ~5.5PV + Biogas 20 kW 100 kWp + 20 kW Gen 145,000 + 160,000 4,300,000 ~4.2PV + Heat Recovery100 kWp + HR 20 kW 145,000 + 90,000 3,200,000 ~3.66.3.4 ข้อพิจารณาก่อนลงทุนระบบ Hybrid• พื้นที่ติดตั้ง PV เพียงพอหรือไม่• ต้องการพลังงานสำรองในช่วงไหน (กลางคืน? ไฟดับ?)• ต้องการ ROI สั้น หรือเน้นพลังงานสะอาดระยะยาว?• ทีมงานสามารถบริหารระบบผสมหลายแหล่งพลังงานได้หรือไม่?6.3.5 Checksheet เลือกโครงสร้างระบบ Hybrid ที่เหมาะสมหัวข้อการประเมินเพื่อเลือกโครงสร้างระบบ Hybrid ที่เหมาะสม สถานะ / หมายเหตุ1. มีพื้นที่หลังคาหรือพื้นที่โล่งเพียงพอสำหรับติดตั้ง Solar PV หรือไม่2. ระบบห้องเย็นใช้ไฟช่วงกลางวันสูงกว่า 60% หรือไม่ (เหมาะกับ Solar PV)3. ต้องการสำรองไฟฟ้าในช่วงกลางคืนหรือไฟดับหรือไม่ (เหมาะกับ Battery)4. มีของเสียอินทรีย์ในโรงงานเพียงพอสำหรับระบบ Biogas หรือไม่5. มีความต้องการใช้น้ำร้อน หรือพลังงานความร้อนจาก Heat Recovery หรือไม่6. งบลงทุนสามารถรองรับระบบที่ซับซ้อน เช่น Hybrid + Battery ได้หรือไม่7. มีทีมวิศวกรรม / ช่างเทคนิคที่สามารถดูแลระบบผสมได้หรือไม่


เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมห้องเยน็บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 42Energy Conservation Technology Co.,ltd.หัวข้อการประเมินเพื่อเลือกโครงสร้างระบบ Hybrid ที่เหมาะสม สถานะ / หมายเหตุ8. ระบบมีการบันทึกโหลดพลังงานย้อนหลังเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์หรือไม่9. ต้องการลดพลังงานช่วงโหลดพีค (13:00–16:00 น.) อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่10. มีแผนต่อยอดระบบ Hybrid เพิ่มในอนาคตหรือไม่ (เช่น EV, Smart Grid)11. ผู้บริหารให้การสนับสนุนระบบพลังงานสะอาดในระดับนโยบายหรือไม่6.3.6 ตาราง ROI เปรียบเทียบระบบ Hybrid แบบรายปีปีที่ Solar PV + Grid (บาท)Solar + Battery (บาท) PV + Biogas (บาท)ปีที่ 1 580000 620000 800000ปีที่ 2 580000 620000 800000ปีที่ 3 580000 620000 800000ปีที่ 4 580000 620000 800000ปีที่ 5 580000 620000 800000 เปรียบเทียบ ROI ของระบบ Hybrid แบบรายปี (5 ปี) ซึ่งแสดงให้เห็นการคืนทุนสะสมของแต่ละระบบ เช่น• PV + Heat Recovery คืนทุนไวที่สุด (~3 ปี)• PV + Biogas มี ROI สูงสุดสะสมภายใน 5 ปี (~93%)• Solar + Battery ROI ช้ากว่าเพราะต้นทุนสูง แต่มีประโยชน์ด้านความต่อเนื่อง


Click to View FlipBook Version