การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 1Energy Conservation Technology Co.,ltd.เรื่อง การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานดร.ศุภชัย ปัญญาวีร์ อ.อภิวัฒน์ ปิดตะ อ.นันฐกานต์ กลิ่นสังข์บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องมือและรักษาความแม่นยำในการวัดผล เครื่องมือวัดที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ป้องกันความเสียหายที่ไม่คาดคิด และเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพของข้อมูลการวัดA1. การใช้งานเครื่องมือวัด1. การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานo ศึกษาคู่มือการใช้งานเพื่อทำความเข้าใจฟังก์ชันและข้อจำกัดของเครื่องมือo ตรวจสอบสภาพของเครื่องมือ เช่น สายไฟ แบตเตอรี่ และหน้าจอแสดงผลo ตรวจสอบว่ามีการสอบเทียบ (Calibration) เครื่องมืออย่างถูกต้องตามระยะเวลาที่กำหนด2. การใช้งานอย่างถูกต้องo ใช้งานเครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น อุณหภูมิและความชื้นที่แนะนำo เลือกช่วงการวัด (Range) ที่เหมาะสมกับค่าที่ต้องการวัดo หลีกเลี่ยงการใช้งานเกินพิกัด (Overload) ซึ่งอาจทำให้เครื่องมือเสียหายo ระมัดระวังการกระแทกหรือการตกหล่นที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำ3. การเก็บข้อมูลo บันทึกค่าที่วัดได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนo ใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่รองรับสำหรับการเก็บข้อมูลดิจิทัลในกรณีที่เครื่องมือรองรับA2. การบำรุงรักษาเครื่องมือวัด1. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดเครื่องมือหลังการใช้งานทุกครั้ง เช่น ใช้ผ้านุ่มเช็ดทำความสะอาด• เก็บเครื่องมือในกล่องหรือพื้นที่ที่ป้องกันฝุ่น ความชื้น และการกระแทก• ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊ก หรือขั้วต่อว่ายังอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยขาดหรือเสียหาย• ชาร์จแบตเตอรี่หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามคำแนะนำจากผู้ผลิต2. การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมือวัดตามรอบเวลาที่กำหนด เช่น ทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องมือ• ใช้บริการจากศูนย์สอบเทียบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น ISO/IEC 17025• ตรวจสอบว่าค่าที่วัดได้ยังคงอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ตามมาตรฐาน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 2Energy Conservation Technology Co.,ltd.3. การตรวจสอบความเสียหาย• สังเกตความผิดปกติ เช่น หน้าจอแสดงผลไม่ชัด ค่าไม่เสถียร หรืออุปกรณ์ทำงานช้ากว่าปกติ• ในกรณีที่เครื่องมือมีปัญหา ให้หยุดใช้งานทันทีและส่งซ่อมโดยผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ผลิต4. การเก็บรักษา• เก็บเครื่องมือในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ที่เก็บที่มีอุณหภูมิควบคุม• ใช้กล่องเก็บที่บุวัสดุป้องกันการกระแทกเพื่อป้องกันความเสียหายจากการขนย้าย• หลีกเลี่ยงการเก็บในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงซึ่งอาจทำให้เกิดสนิมหรือการเสื่อมสภาพA3. ข้อควรระวัง1. ห้ามถอดหรือซ่อมเครื่องมือด้วยตัวเอง หากไม่ได้รับการฝึกอบรม2. หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ใกล้แหล่งความร้อนสูงหรือในบริเวณที่มีฝุ่นมาก3. ใช้เฉพาะอุปกรณ์เสริมและอะไหล่ที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตA4. ประโยชน์ของการบำรุงรักษาเครื่องมือวัด1. ยืดอายุการใช้งาน ลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะเสียหายก่อนเวลาอันควร2. เพิ่มความแม่นยำ ช่วยรักษาคุณภาพของข้อมูลที่วัดได้3. ลดค่าใช้จ่าย ป้องกันการซ่อมแซมที่ไม่จำเป็นหรือการซื้อเครื่องมือใหม่4. เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดหรือทำงานผิดพลาดการใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยลดความเสียหายของอุปกรณ์ แต่ยังส่งเสริมความน่าเชื่อถือในผลการวัดและประสิทธิภาพของการทำงานในภาพรวม1. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้า การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้า เช่น วัตต์มิเตอร์ (Wattmeter) พาวเวอร์มิเตอร์ (Power Meter) หรือเครื่องมือวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้า (Power Quality Analyzer) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตรวจสอบและวิเคราะห์ระบบไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความแม่นยำในการวัดและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า 1.1 การใช้งานเครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้า1.1.1 การเตรียมก่อนใช้งาน• ตรวจสอบเครื่องมือo ตรวจสอบสภาพภายนอกของเครื่องมือ เช่น สายไฟฟ้าและปลั๊กเชื่อมต่อว่าปลอดภัยo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือตรวจเช็กแหล่งพลังงานที่ใช้สำหรับการทำงานo ตรวจสอบการสอบเทียบ (Calibration) ว่ายังคงอยู่ในช่วงที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตแนะนำ
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 3Energy Conservation Technology Co.,ltd.• ศึกษาเอกสารคู่มือo ทำความเข้าใจวิธีการใช้งานและการตั้งค่าฟังก์ชันต่างๆ ของเครื่องมือ เช่น การเลือกโหมดการวัดหรือช่วงการวัด (Range)• ตรวจสอบความปลอดภัยo ตรวจสอบว่าสภาพแวดล้อมการทำงานปลอดภัย เช่น ไม่มีความชื้นสูงหรือไม่มีวัสดุที่เป็นอันตรายo ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น ถุงมือหรือรองเท้ากันไฟฟ้า หากทำงานกับแรงดันไฟฟ้าสูง1.1.2 การใช้งานอย่างเหมาะสม• การเลือกโหมดและช่วงการวัด (Range)o ตั้งค่าช่วงการวัดให้เหมาะสมกับค่าที่คาดว่าจะวัด เช่น แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า, หรือกำลังไฟฟ้าo หากไม่แน่ใจ ให้ตั้งช่วงการวัดสูงสุดก่อน แล้วค่อยลดลงเมื่อปลอดภัย• การเชื่อมต่อo ใช้สายเชื่อมต่อที่เหมาะสมกับขั้วต่อของเครื่องมือo ตรวจสอบว่าขั้วต่อระหว่างเครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าติดแน่นและปลอดภัย• การบันทึกข้อมูลo บันทึกค่าที่วัดได้อย่างถูกต้อง หรือใช้ฟังก์ชันบันทึกข้อมูลในตัวเครื่อง (Data Logging) หากเครื่องมือรองรับ• การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมo หลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณที่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน (Electromagnetic Interference)o ใช้งานในพื้นที่ที่ไม่มีความชื้นหรือฝุ่นละอองที่อาจเข้าไปในเครื่องมือ1.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้า1.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• การทำความสะอาดo ใช้ผ้านุ่มหรือแปรงปัดฝุ่นทำความสะอาดเครื่องมือหลังใช้งานo หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีสารกัดกร่อน• การจัดเก็บo เก็บเครื่องมือในกล่องที่ป้องกันการกระแทกหรือพื้นที่ที่ปราศจากฝุ่นและความชื้นo เก็บในที่ที่มีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต• การตรวจสอบสายไฟและขั้วต่อo ตรวจสอบความเสียหายของสายไฟ เช่น การขาดหรือหักงอo เปลี่ยนสายไฟที่ชำรุดเพื่อความปลอดภัย
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 4Energy Conservation Technology Co.,ltd.1.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• ความถี่ในการสอบเทียบo ทำการสอบเทียบเครื่องมือวัดตามรอบเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น ทุก 6 เดือนหรือ 1 ปีo หากมีการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ควรสอบเทียบบ่อยขึ้น• ศูนย์สอบเทียบที่ได้มาตรฐานo ใช้บริการจากศูนย์สอบเทียบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น ISO/IEC 17025• การตรวจสอบหลังการใช้งานo หลังใช้งานในระบบที่มีแรงดันไฟฟ้าสูง ควรตรวจสอบความแม่นยำของเครื่องมืออีกครั้ง1.2.3 การแก้ไขปัญหาและการซ่อมบำรุง• การสังเกตความผิดปกติo หากเครื่องมือแสดงค่าที่ผิดปกติ เช่น ค่าไม่เสถียรหรือหน้าจอไม่ทำงาน ให้หยุดใช้งานทันทีo สังเกตสัญญาณเตือนบนหน้าจอ เช่น ไอคอนแบตเตอรี่ต่ำ• การส่งซ่อมo ส่งซ่อมเครื่องมือเฉพาะในศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตo หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องมือด้วยตนเองเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม1.3 ข้อควรระวังในการใช้งานและบำรุงรักษา1. ห้ามใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่เกินข้อกำหนด เช่น แรงดันไฟฟ้าเกินพิกัด2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับขั้วไฟฟ้าระหว่างการวัด3. ใช้เฉพาะอุปกรณ์เสริมที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต1.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาเครื่องมือวัด1. เพิ่มความแม่นยำ ช่วยให้การวัดผลมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ2. ลดต้นทุนการซ่อมแซม ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม3. เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดหรือไม่ผ่านการตรวจสอบ4. ยืดอายุการใช้งาน รักษาสภาพเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีในระยะยาว1.5 การเลือกใช้เครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้า การเลือกใช้เครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้าขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและค่าที่ต้องการวัด เช่น กำลังไฟฟ้า คุณภาพไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพรวมของเครื่องมือวัดที่เหมาะสมกับแต่ละลักษณะการใช้งาน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 5Energy Conservation Technology Co.,ltd.ตารางการเลือกใช้เครื่องมือวัดกำลังและพลังงานไฟฟ้าประเภทการวัด เครื่องมือที่เหมาะสม ค่าที่วัดได้ ลักษณะการใช้งานกำลังไฟฟ้า (Power)Power Meter / Energy Analyzerกำลังไฟฟ้าจริง (kW) กำลังไฟฟ้าเสมือน (kVA)กำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ (kVAR)ใช้วัดพลังงานในอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบไฟฟ้าในโรงงานหรืออาคารพลังงานไฟฟ้า (Energy)Smart Meter / Energy Analyzerพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ (kWh)ติดตามและวิเคราะห์พลังงานที่ใช้ในช่วงเวลาต่างๆคุณภาพไฟฟ้า (Power Quality)Power Quality Analyzer (PQA)แรงดันไฟฟ้า (Voltage) ความถี่ (Frequency) ฮาร์มอนิกส์ (Harmonics)วิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น แรงดันตกหรือไฟกระพริบการรั่วไหลของพลังงานClamp Meter with Leakage Detectionกระแสรั่วไหล (mA)ใช้ตรวจสอบการรั่วไหลในระบบไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดการสูญเสียพลังงานแรงดันไฟฟ้า (Voltage)Digital Multimeter / Voltmeterแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC Voltage) แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Voltage)ใช้ในงานทั่วไป เช่น ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า (Current)Clamp Meter / Ammeterกระแสไฟฟ้า (A)วัดกระแสไฟฟ้าในสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์พลังงานหมุนเวียนSolar Power Meter / Wind Power Analyzerการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ (W) พลังงานลม (kWh)ใช้สำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบพลังงานหมุนเวียนอุณหภูมิในระบบไฟฟ้าThermal Imaging Cameraอุณหภูมิ (°C/°F)ตรวจจับความร้อนในอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจเป็นจุดบกพร่องโหลดในระบบไฟฟ้า Load Analyzerโหลดไฟฟ้าในระบบ (kW, kVA, Power Factor)วิเคราะห์โหลดเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน1.5.1 คำแนะนำในการเลือกใช้1. ระบุวัตถุประสงค์การวัด เช่น ต้องการวัดค่าพลังงานที่ใช้ กำลังไฟฟ้า หรือคุณภาพไฟฟ้า2. เลือกช่วงการวัดที่เหมาะสม ตรวจสอบว่าเครื่องมือสามารถวัดค่าที่อยู่ในช่วงการใช้งานของคุณได้3. พิจารณาความแม่นยำ หากต้องการข้อมูลที่แม่นยำสูง ให้เลือกเครื่องมือที่มีการสอบเทียบตามมาตรฐาน4. ตรวจสอบคุณสมบัติพิเศษ เช่น ฟังก์ชันการเชื่อมต่อกับ IoT หรือการบันทึกข้อมูลอัตโนมัติ5. เหมาะสมกับงบประมาณ พิจารณาคุณสมบัติที่จำเป็นตามความคุ้มค่าของการลงทุน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 6Energy Conservation Technology Co.,ltd.2. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดอัตราการไหลของเหลว (Flow Meter) เครื่องมือวัดอัตราการไหลของเหลว (Flow Meter) เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในอุตสาหกรรมและระบบน้ำต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ การผลิต การบำบัดน้ำเสีย และการจัดการทรัพยากรน้ำ การใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องมืออย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์2.1 การใช้งาน Flow Meter2.1.1 การเตรียมเครื่องมือ• ศึกษาคู่มือการใช้งานo ทำความเข้าใจประเภทของ Flow Meter (เช่น Ultrasonic, Electromagnetic, Turbine) และวิธีการทำงานo ตรวจสอบข้อมูลจำเพาะ เช่น ช่วงการวัดอัตราการไหล อุณหภูมิ และความดันที่รองรับ• ตรวจสอบความพร้อมก่อนใช้งานo ตรวจสอบเซ็นเซอร์และตัวเครื่องว่าอยู่ในสภาพดีo ตรวจสอบการตั้งค่าหน่วยวัด (ลิตร/นาที, ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)2.1.2 การติดตั้ง• เลือกตำแหน่งการติดตั้งที่เหมาะสมo ติดตั้ง Flow Meter ในบริเวณที่ของเหลวมีการไหลอย่างสม่ำเสมอ และไม่มีการรบกวนจากแรงดันหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงo หลีกเลี่ยงการติดตั้งใกล้กับวาล์ว ข้อต่อ หรือบริเวณที่มีการไหลวน (Turbulence)• การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์o เชื่อมต่อเซ็นเซอร์กับท่อของเหลวอย่างแน่นหนาo ใช้อุปกรณ์ซีลกันรั่วซึมเพื่อป้องกันการรั่วของของเหลว2.1.3 การวัดผล• เปิดระบบการวัดo ตรวจสอบว่าเครื่องเปิดใช้งานและพร้อมวัดo เลือกโหมดการวัดที่เหมาะสม (ถ้ามี)• บันทึกค่าที่วัดได้o บันทึกค่าการไหลตามช่วงเวลาที่กำหนดo ใช้ซอฟต์แวร์หรือระบบบันทึกข้อมูลถ้ารองรับ2.1.4 การปิดระบบ• ปิดระบบอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสียหายกับ Flow Meter• ตรวจสอบว่าไม่มีของเหลวค้างอยู่ในตัวเครื่องที่อาจทำให้เกิดการอุดตันหรือการกัดกร่อน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 7Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.2 การบำรุงรักษา Flow Meter2.2.1 การทำความสะอาด• ทำความสะอาดเซ็นเซอร์และตัวเครื่องอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในระบบที่ของเหลวมีความหนืดหรือมีสิ่งสกปรก• ใช้สารทำความสะอาดที่ไม่กัดกร่อนและเหมาะสมกับวัสดุของ Flow Meter2.2.2 การตรวจสอบประจำ• ตรวจสอบการทำงานo ตรวจสอบค่าที่วัดได้ว่าถูกต้องและไม่มีความผิดปกติ เช่น ค่าการไหลที่ไม่สม่ำเสมอ• ตรวจสอบส่วนประกอบo ตรวจสอบสายไฟ ขั้วต่อ และหน้าจอแสดงผลว่ายังอยู่ในสภาพดีo ตรวจสอบว่าท่อและซีลไม่มีรอยรั่ว2.2.3 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบ Flow Meter เป็นระยะ (เช่น ทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี) เพื่อรักษาความแม่นยำ• ใช้บริการสอบเทียบจากศูนย์ที่ได้รับการรับรอง เช่น ISO/IEC 17025• ในกรณีที่ Flow Meter ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรสอบเทียบก่อนนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง2.2.4 การเก็บรักษา• เก็บ Flow Meter ในที่แห้งและปราศจากความชื้นเมื่อไม่ได้ใช้งาน• เก็บในกล่องหรือภาชนะป้องกันฝุ่นและการกระแทก2.2.5 การซ่อมแซม• ห้ามเปิดหรือซ่อมเครื่องด้วยตัวเองหากไม่มีความเชี่ยวชาญ• ในกรณีที่เครื่องมือเสียหาย ให้ส่งซ่อมที่ศูนย์บริการหรือผู้ผลิต2.3 ข้อควรระวังในการใช้และบำรุงรักษา1. หลีกเลี่ยงการใช้งาน Flow Meter ในอุณหภูมิหรือแรงดันที่เกินค่าที่เครื่องมือรองรับ2. หลีกเลี่ยงของเหลวที่มีความหนืดหรือมีอนุภาคที่อาจทำให้เซ็นเซอร์อุดตัน3. ห้ามใช้สารเคมีที่อาจกัดกร่อนวัสดุของ Flow Meter ในการทำความสะอาด4. ใช้อุปกรณ์เสริมที่แนะนำโดยผู้ผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย2.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษา Flow Meter• ยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม• รักษาความแม่นยำของการวัด• ป้องกันปัญหาการทำงานผิดพลาดของระบบ• เพิ่มความน่าเชื่อถือในการจัดการระบบการไหลของเหลว
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 8Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.5 การเลือกใช้เครื่องมือวัดอัตราการไหลของเหลว การเลือกเครื่องมือวัดอัตราการไหลของเหลวควรพิจารณาตามลักษณะของของเหลว สภาพการใช้งาน ความแม่นยำ และต้นทุน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะด้าน ตารางด้านล่างช่วยแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสมประเภทเครื่องมือวัด ลักษณะของเหลวช่วงอัตราการไหลความแม่นยำ ข้อดี ข้อเสียOrifice Plateของเหลวสะอาด ไม่หนืด10 - 100% ของช่วงการวัด±1.0% -±2.0%- ต้นทุนต่ำ- ติดตั้งง่าย- สูญเสียแรงดันสูง- ไม่เหมาะกับ ของเหลวหนืดVenturi Meterของเหลวสะอาด มีความหนืดต่ำ10 - 100%ของช่วงการวัด±0.5% -±1.5%- ความสูญเสียแรงดัน ต่ำ- ใช้งานได้ในอัตราการ ไหลสูง- ต้นทุนสูง- ติดตั้งซับซ้อนTurbine Flow Meterของเหลวสะอาด ไม่นำไฟฟ้า5 - 100%ของช่วงการวัด±0.1% -±0.5%- ความแม่นยำสูง- ใช้งานได้ในอัตราการ ไหลต่ำ- ไม่เหมาะกับ ของเหลวที่มีอนุภาค หรือสารแขวนลอยElectromagnetic Flow Meterของเหลวนำไฟฟ้า 0.1 - 10 m/s±0.2% -±0.5%- ไม่สูญเสียแรงดัน- ใช้งานได้กับ ของเหลวหลาย ประเภท- ใช้ได้เฉพาะของเหลว นำไฟฟ้า- ราคาสูงUltrasonic Flow Meterของเหลวสะอาดและของเหลวมีอนุภาค0.01 - 12 m/s±1.0% -±3.0%- ติดตั้งง่าย- ไม่ต้องสัมผัส ของเหลว- ความแม่นยำขึ้นกับ การติดตั้ง- ต้นทุนสูงCoriolis Flow Meterของเหลวทุกชนิด รวมถึงหนืดสูง0 - 10,000 kg/h±0.1% -±0.2%- ความแม่นยำสูงมาก- วัดความหนาแน่น และอุณหภูมิได้- ต้นทุนสูงมาก- ขนาดใหญ่และหนักRotameter (Variable Area Meter)ของเหลวสะอาด ไม่นำไฟฟ้า0.1 - 100%ของช่วงการวัด±1.0% -±2.5%- ใช้งานง่าย- ต้นทุนต่ำ- ความแม่นยำต่ำ- ไม่เหมาะสำหรับการ ควบคุมการไหลแบบ ละเอียดPositive Displacement Meterของเหลวหนืด เช่น น้ำมัน0.1 - 100%ของช่วงการวัด±0.1% -±0.5%- ความแม่นยำสูง- ใช้งานกับของเหลว หนืดได้ดี- ต้นทุนสูง- สูญเสียแรงดันสูง
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 9Energy Conservation Technology Co.,ltd.2.6 คำแนะนำในการเลือกใช้1. ลักษณะของของเหลว ตรวจสอบว่าของเหลวสะอาดหรือมีอนุภาค, หนืดหรือไม่นำไฟฟ้า2. ความต้องการความแม่นยำ เลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ความละเอียดในการวัดที่ต้องการ3. สภาพการใช้งาน พิจารณาสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ, ความดัน, และตำแหน่งติดตั้ง4. งบประมาณ เลือกเครื่องมือที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับต้นทุน3. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดความเร็วลม (Anemometer) Anemometer เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดความเร็วและทิศทางของลม มีความสำคัญในหลากหลายสาขา เช่น งานวิศวกรรม งานด้านสิ่งแวดล้อม งานอุตุนิยมวิทยา และการติดตั้งระบบพลังงานลม การใช้งานและการบำรุงรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้เครื่องมือทำงานได้อย่างแม่นยำและยืดอายุการใช้งาน3.1 การใช้งานเครื่องวัดความเร็วลม3.1.1 การเลือกประเภทของ Anemometer• Cup Anemometer เหมาะสำหรับการวัดความเร็วลมเฉลี่ยในพื้นที่กลางแจ้ง• Vane Anemometer ใช้สำหรับวัดความเร็วลมและทิศทางลมในพื้นที่เฉพาะ เช่น ระบบ HVAC• Hot-wire Anemometer ใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น ห้องทดลอง• Ultrasonic Anemometer ใช้ในงานที่ต้องการข้อมูลละเอียดและรวดเร็ว เช่น การวิเคราะห์ทางวิศวกรรม3.1.2 การเตรียมเครื่องมือ• อ่านคู่มือการใช้งาน เพื่อเข้าใจฟังก์ชันและข้อจำกัดของเครื่องมือ• ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมือo ตรวจสอบใบพัดหรือเซ็นเซอร์วัดว่าไม่มีสิ่งสกปรกหรือเสียหายo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟ3.1.3 การใช้งานในภาคสนาม• ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมo วางเครื่องมือในตำแหน่งที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้หรืออาคาร ที่อาจทำให้การวัดผิดพลาดo ติดตั้งในความสูงที่เหมาะสมกับจุดที่ต้องการวัด• การตั้งค่าการวัดo เลือกหน่วยการวัดที่เหมาะสม เช่น เมตรต่อวินาที (m/s) หรือกิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/h)o เปิดเครื่องมือและรอให้เซ็นเซอร์พร้อมทำงานก่อนเริ่มบันทึกข้อมูล• บันทึกข้อมูลo อ่านค่าความเร็วลมที่แสดงผล หรือใช้ซอฟต์แวร์สำหรับจัดเก็บข้อมูลในกรณีที่เครื่องมือรองรับ
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 10Energy Conservation Technology Co.,ltd.3.1.4 การเก็บเครื่องมือหลังใช้งาน• ปิดเครื่องและถอดส่วนประกอบ เช่น ใบพัด หรือสายต่อ อย่างระมัดระวัง• ทำความสะอาดเครื่องมือก่อนเก็บในกล่องหรือพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม3.2 การบำรุงรักษาเครื่องวัดความเร็วลม3.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดส่วนประกอบo เช็ดใบพัดหรือเซ็นเซอร์ด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เพื่อขจัดฝุ่นหรือสิ่งสกปรกo หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหรือสารเคมีที่อาจทำลายวัสดุของเครื่องมือ• ตรวจสอบการทำงานของเซ็นเซอร์o ทดสอบการหมุนของใบพัดว่ามีความลื่นไหลหรือไม่ หากมีเสียงหรือการติดขัดให้ตรวจสอบแกนหมุนo สำหรับเครื่องมือแบบ Hot-wire ให้ตรวจสอบลวดวัดอุณหภูมิว่ามีรอยขาดหรือไม่3.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมือวัดความเร็วลมเป็นประจำ เช่น ทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี• ใช้อุปกรณ์มาตรฐานในการสอบเทียบ เช่น Wind Tunnel หรือแหล่งลมมาตรฐาน• บันทึกข้อมูลการสอบเทียบเพื่อติดตามความแม่นยำของเครื่องมือ3.2.3 การจัดเก็บและดูแล• เก็บเครื่องมือในที่แห้ง ห่างจากความชื้นและฝุ่น• ใช้กล่องเก็บที่มีวัสดุป้องกันการกระแทก เพื่อป้องกันการเสียหายจากการขนย้าย• สำหรับเครื่องมือที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ให้ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือเซ็นเซอร์ก่อนใช้งานอีกครั้ง3.2.4 การซ่อมแซมและแก้ปัญหา• หากเครื่องมือไม่ทำงานo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟo ตรวจสอบการเชื่อมต่อของสายสัญญาณ• หากค่าการวัดผิดพลาดo ตรวจสอบว่าใบพัดหรือเซ็นเซอร์ทำงานอย่างอิสระและไม่มีสิ่งสกปรกo ตรวจสอบว่ามีการตั้งค่าการวัดอย่างเหมาะสมหรือไม่3.3 ข้อควรระวัง1. ห้ามใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่มีฝนตกหนักหรือมีความชื้นสูงหากไม่ได้รับการออกแบบให้กันน้ำ2. หลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องมือในพื้นที่ที่มีแรงกระแทกหรือสั่นสะเทือนสูง3. ห้ามถอดประกอบเครื่องมือหากไม่ได้รับการฝึกอบรม4. ใช้อุปกรณ์เสริมที่ตรงกับรุ่นของเครื่องมือเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหาย
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 11Energy Conservation Technology Co.,ltd.3.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษา• เพิ่มความแม่นยำ ช่วยรักษาคุณภาพและความถูกต้องของการวัด• ลดค่าใช้จ่าย ลดความจำเป็นในการซ่อมแซมหรือซื้อเครื่องมือใหม่• ยืดอายุการใช้งาน รักษาเครื่องมือให้อยู่ในสภาพดีและพร้อมใช้งาน• เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการใช้งานเครื่องมือที่ชำรุด3.5 การเลือกใช้เครื่องมือวัดความเร็วลม การเลือกเครื่องมือวัดความเร็วลม (Anemometer) ควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้งาน ความแม่นยำ ช่วงการวัด และลักษณะของสภาพแวดล้อม ตารางต่อไปนี้แสดงการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมตามประเภทการใช้งานประเภทเครื่องมือวัดความเร็วลม คุณสมบัติเด่นช่วงการวัด (m/s)การใช้งานที่เหมาะสม ข้อควรระวังCup Anemometer- วัดความเร็วลม ด้วยถ้วยหมุน- แข็งแรงทนทาน0.5 - 60- ใช้ในสถานีตรวจวัด อากาศ- การศึกษาภูมิอากาศ- ไม่เหมาะกับลม ความเร็วต่ำมากVane Anemometer- ใช้ใบพัดและ หน้จอแสดงผล- มีขนาดพกพาได้0.3 - 45- การตรวจวัดลมในอาคาร- การตรวจสอบระบบ HVAC- ต้องการลมที่มี ทิศทางคงที่Hot Wire Anemometer- ใช้ลวดร้อน ตรวจวัด ความเร็วลม- แม่นยำสูง0.1 - 20- งานวิจัย- ห้องปฏิบัติการ- การวัดลมความเร็วต่ำ- ไม่เหมาะในสภาพลม แรงหรือมีฝุ่นสูงUltrasonic Anemometer- ใช้คลื่นเสียงอัล ตราโซนิก- ไม่มีชิ้นส่วน เคลื่อนที่0 - 50- การตรวจวัดในพื้นที่ที่มี การเปลี่ยนทิศทางลม บ่อย- สภาพแวดล้อม สมบุกสมบัน- ราคาสูงและต้องการ การสอบเทียบ บ่อยครั้งThermal Anemometer- ใช้การ เปลี่ยนแปลง ความร้อน- มีความละเอียดสูง0.01 -20- การวัดลมในท่อ- การวัดในห้องสะอาด (Cleanroom)- ใช้งานในพื้นที่มี อุณหภูมิสูงไม่ เหมาะสมPitot Tube Anemometer- ใช้แรงดันลมวัด ความเร็ว- ใช้ในระบบท่อส่ง อากาศ1 - 80- การวัดในระบบท่อส่ง อากาศหรือไอเสีย- ต้องติดตั้งในจุดที่ เหมาะสม
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 12Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทเครื่องมือวัดความเร็วลม คุณสมบัติเด่นช่วงการวัด (m/s)การใช้งานที่เหมาะสม ข้อควรระวังLaser Doppler Anemometer (LDA)- ใช้แสงเลเซอร์วัด ความเร็ว- ความละเอียดสูง มาก0.01 -200- การศึกษาการไหลของ อากาศในงานวิจัย- การวิเคราะห์ในระบบ อุตสาหกรรม- ต้องการการตั้งค่าอย่างละเอียดและ พื้นที่เฉพาะ3.5.1 คำแนะนำการเลือกเครื่องมือ1. พิจารณาช่วงความเร็วลมที่ต้องการวัดo เลือกเครื่องมือที่ครอบคลุมช่วงความเร็วลมของงาน เช่น ความเร็วลมต่ำ (<1 m/s) หรือสูง (>20 m/s)2. สภาพแวดล้อมo ใช้Ultrasonic Anemometer สำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรก เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่o ใช้Hot Wire Anemometer สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำในลมความเร็วต่ำ3. การพกพาและการใช้งานภาคสนามo Vane Anemometer และ Cup Anemometer เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย4. งบประมาณo เครื่องมือแบบ Pitot Tube และ Cup Anemometer มักมีราคาประหยัดเมื่อเทียบกับLaser Doppler Anemometer5. ความแม่นยำและการตอบสนองo หากต้องการค่าที่แม่นยำในสภาพแวดล้อมควบคุม ควรเลือก Hot Wire หรือ Laser Doppler Anemometer3.5.2 ข้อควรระวังในการใช้เครื่องมือ• ตรวจสอบการสอบเทียบ (Calibration) ของเครื่องมือก่อนใช้งาน• ใช้เครื่องมือในช่วงความเร็วลมและอุณหภูมิที่เครื่องมือรองรับ• หลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำ4. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดอุณหภูมิ เครื่องมือวัดอุณหภูมิมีหลายประเภท เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัล (Digital Thermometer), เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท (Mercury Thermometer), เครื่องวัดอินฟราเรด (Infrared Thermometer),
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 13Energy Conservation Technology Co.,ltd.และ เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ (Temperature Sensor) การใช้งานและการบำรุงรักษาที่เหมาะสมช่วยให้เครื่องมือมีความแม่นยำและอายุการใช้งานที่ยาวนาน4.1 การใช้งานเครื่องวัดอุณหภูมิ4.1.1 การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม• Digital Thermometer ใช้สำหรับการวัดอุณหภูมิทั่วไปในอุตสาหกรรมหรือการใช้งานในครัวเรือน• Infrared Thermometer เหมาะสำหรับการวัดอุณหภูมิจากระยะไกลหรือพื้นผิวที่ไม่สามารถสัมผัสได้ เช่น ในงานไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรมอาหาร• Thermocouple หรือ RTD (Resistance Temperature Detector) ใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำสูงในกระบวนการอุตสาหกรรม• Mercury Thermometer ใช้สำหรับงานวิจัยหรือการวัดอุณหภูมิในห้องทดลอง (ควรใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากสารปรอทเป็นอันตราย)4.1.2 การเตรียมเครื่องมือก่อนใช้งาน• อ่านคู่มือการใช้งานเพื่อทำความเข้าใจวิธีการใช้และข้อจำกัดของเครื่องมือ• ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ (สำหรับเครื่องดิจิทัล) หรือส่วนประกอบอื่น ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน• ทำความสะอาดหัววัดหรือส่วนที่สัมผัสกับตัวอย่างวัดก่อนการใช้งาน4.1.3 การวัดอุณหภูมิ• การวัดสัมผัส (Contact Measurement)o วางหัววัดในตำแหน่งที่ต้องการวัด เช่น ของเหลว หรือพื้นผิวที่ต้องการตรวจสอบo รอให้ค่าอุณหภูมิคงที่ก่อนอ่านค่า• การวัดแบบไม่สัมผัส (Non-contact Measurement)o สำหรับ Infrared Thermometer, เล็งเครื่องมือไปยังเป้าหมายโดยตรงในระยะที่เหมาะสมo หลีกเลี่ยงการวัดพื้นผิวที่สะท้อนแสงหรือมีไอระเหยที่อาจรบกวนผลการวัด• บันทึกข้อมูลo บันทึกค่าที่อ่านได้ในสมุดบันทึกหรือระบบเก็บข้อมูลดิจิทัล (หากรองรับ)4.1.4 การเก็บเครื่องมือหลังใช้งาน• ทำความสะอาดหัววัดหลังใช้งาน• เก็บเครื่องมือในที่ปลอดภัย ป้องกันการตกหล่นหรือความชื้น
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 14Energy Conservation Technology Co.,ltd.4.2 การบำรุงรักษาเครื่องวัดอุณหภูมิ4.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดo เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกo ทำความสะอาดหัววัดด้วยสารทำความสะอาดที่เหมาะสม (เช่น แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ)• ตรวจสอบส่วนประกอบo สำหรับเครื่องดิจิทัล ให้ตรวจสอบหน้าจอแสดงผลและปุ่มควบคุมว่าทำงานได้ปกติo สำหรับเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท ตรวจสอบว่ามีรอยแตกหรือรั่วซึมหรือไม่4.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องวัดอุณหภูมิเป็นระยะตามคู่มือหรือคำแนะนำของผู้ผลิต• ใช้แหล่งอุณหภูมิอ้างอิง (เช่น Bath Calibration หรือ Ice-point Test) ในการตรวจสอบความแม่นยำ• บันทึกผลการสอบเทียบเพื่อการติดตามและตรวจสอบในอนาคต4.2.3 การจัดเก็บและการดูแล• เก็บในที่แห้งและอุณหภูมิที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความร้อนโดยตรง• ใช้กล่องเก็บที่ป้องกันการกระแทกสำหรับเครื่องวัดอุณหภูมิที่ละเอียดอ่อน• สำหรับเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท ให้จัดเก็บในแนวนอนเพื่อป้องกันการแตกหัก4.2.4 การแก้ไขปัญหา• หากเครื่องมือไม่แสดงค่าo ตรวจสอบแบตเตอรี่และเปลี่ยนใหม่หากจำเป็นo ตรวจสอบการเชื่อมต่อของสายวัด (สำหรับเครื่องมือที่มีสาย)• หากค่าที่วัดได้ผิดปกติo สอบเทียบเครื่องมือใหม่o ตรวจสอบหัววัดว่าไม่ได้ชำรุดหรือเสียหาย4.3 ข้อควรระวัง1. ห้ามใช้เครื่องวัดอุณหภูมิในสภาพแวดล้อมที่เกินช่วงอุณหภูมิที่กำหนด2. หลีกเลี่ยงการกระแทกหรือทำตกหล่น ซึ่งอาจทำให้เซ็นเซอร์เสียหาย3. สำหรับเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท ให้จัดการอย่างระมัดระวังและปฏิบัติตามข้อกำหนดในการกำจัดเมื่อชำรุด4. ห้ามใช้เครื่องมือกับสารเคมีหรือของเหลวที่อาจกัดกร่อนเซ็นเซอร์โดยไม่ได้ป้องกัน4.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• รักษาความแม่นยำในการวัด• ลดโอกาสที่เครื่องมือจะเสียหายก่อนเวลาอันควร• ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องมือใหม่• เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องมือที่สัมผัสกับอาหารหรือร่างกาย
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 15Energy Conservation Technology Co.,ltd.4.5 การเลือกใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิ การเลือกเครื่องมือวัดอุณหภูมิควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ช่วงอุณหภูมิ ความแม่นยำ วัสดุของระบบ ความเร็วในการตอบสนอง และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน ตารางด้านล่างแสดงแนวทางการเลือกใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิที่เหมาะสมประเภทเครื่องมือวัดอุณหภูมิช่วงอุณหภูมิ (°C)ความแม่นยำ ข้อดี ข้อจำกัด ตัวอย่างการใช้งานThermocouple-200 ถึง 1,800±1-2°C- ช่วงการวัดกว้าง- ทนทาน- ตอบสนองเร็ว- ต้องการการสอบ เทียบ- อาจมีสัญญาณ รบกวนเตาเผา, โรงงานอุตสาหกรรมRTD (Resistance Temperature Detector)-200 ถึง 600±0.1-0.5°C- ความแม่นยำสูง- เสถียรในระยะ ยาว- ช่วงการวัดจำกัด- แพงกว่า Thermocoupleห้องปฏิบัติการ, กระบวนการอุตสาหกรรมThermistor-50 ถึง 150±0.1-1°C- ความแม่นยำสูง ในช่วงแคบ- ตอบสนองเร็ว- ช่วงการวัดจำกัด- อาจเสื่อมสภาพเร็วอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อุปกรณ์ทางการแพทย์Infrared Thermometer-50 ถึง 3,000±2-5°C- ไม่ต้องสัมผัส- ใช้ในพื้นที่เข้าถึงยาก- อาจได้รับผลกระทบจาก พื้นผิว และสิ่งแวดล้อมเตาเผา, งานด้านอุตสาหกรรมพลังงานLiquid-in-Glass Thermometer-200 ถึง 600±1-2°C- ใช้ง่าย- ไม่ต้องการ พลังงาน- แตกง่าย- ตอบสนองช้ากว่าการศึกษา, การใช้งานทั่วไปBimetallic Thermometer-50 ถึง 500±1-2°C- ทนทาน- ใช้งานในสภาพแวดล้อม รุนแรงได้- ความแม่นยำต่ำกว่า เครื่องมืออื่นๆระบบ HVAC, เครื่องจักรอุตสาหกรรมDigital Thermometer-50 ถึง 300±0.1-1°C- อ่านค่าได้ง่าย- ความแม่นยำดี- อาจต้องเปลี่ยน แบตเตอรี่การวัดอุณหภูมิทั่วไป, ห้องทดลองGlass Thermometer with Mercury-40 ถึง 500±1-2°C- ความแม่นยำสูง- ไม่ต้องการ พลังงาน- มีความเสี่ยงจาก สารปรอทการตรวจวัดในห้องปฏิบัติการ
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 16Energy Conservation Technology Co.,ltd.4.5.1 ปัจจัยในการเลือกเครื่องมือวัดอุณหภูมิ1. ช่วงอุณหภูมิที่ต้องการวัด เลือกเครื่องมือที่รองรับช่วงอุณหภูมิของงาน2. ความแม่นยำ เลือกเครื่องมือที่เหมาะกับความต้องการด้านความแม่นยำ3. สภาพแวดล้อม เลือกวัสดุและโครงสร้างที่ทนต่อการกัดกร่อน ความชื้น หรือแรงกระแทก4. ความเร็วในการตอบสนอง ในกระบวนการที่เปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ควรเลือกเครื่องมือที่ตอบสนองไว5. ความง่ายในการใช้งาน พิจารณาการอ่านค่าและการติดตั้ง6. งบประมาณ เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับต้นทุนในระยะยาว5. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดความดัน (Pressure Gauge) เครื่องมือวัดความดัน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับความดันในของเหลว ก๊าซ หรือไอน้ำ มีความสำคัญในอุตสาหกรรมหลากหลาย เช่น การผลิต การขนส่งของเหลว และการควบคุมกระบวนการต่าง ๆ การใช้งานและการบำรุงรักษาที่เหมาะสมช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือและเพิ่มความแม่นยำในการวัด5.1 การใช้งานเครื่องมือวัดความดัน5.1.1 การเลือกเครื่องมือวัดความดันที่เหมาะสม• ชนิดของเครื่องมือo Mechanical Pressure Gauge ใช้หลักการทางกล เช่น Bourdon Tube, Diaphragm หรือ Bellows เหมาะสำหรับการวัดความดันทั่วไปo Digital Pressure Gauge มีความแม่นยำสูงและแสดงผลแบบดิจิทัล เหมาะสำหรับงานที่ต้องการข้อมูลละเอียดo Differential Pressure Gauge ใช้สำหรับวัดความแตกต่างของความดันระหว่างสองจุด• ช่วงการวัด (Range)o เลือกเครื่องมือที่สามารถวัดได้ในช่วงที่ต้องการ โดยให้เผื่อค่าความดันสูงสุดประมาณ 25-50% ของค่าความดันปกติ• วัสดุและความทนทานo เลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น สแตนเลสสำหรับของเหลวกัดกร่อน หรือพลาสติกสำหรับงานทั่วไป5.1.2 การติดตั้งเครื่องมือวัดความดัน• การเลือกตำแหน่งติดตั้งo ติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับการอ่านค่าo หลีกเลี่ยงการติดตั้งใกล้แหล่งที่มีการสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทก• การติดตั้งและเชื่อมต่อo ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ (Fittings) ที่เหมาะสม เช่น เกลียวหรือหน้าแปลนo ตรวจสอบว่าข้อต่อไม่มีการรั่วซึม โดยใช้วัสดุซีล เช่น เทปพันเกลียว (Teflon Tape)
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 17Energy Conservation Technology Co.,ltd.5.1.3 การวัดความดัน• เปิดระบบอย่างช้า ๆ เพื่อป้องกันการกระแทกของแรงดัน (Pressure Surge) ที่อาจทำให้เครื่องมือเสียหาย• อ่านค่าความดันจากหน้าปัดหรือหน้าจอแสดงผล• สำหรับงานที่ต้องการบันทึกข้อมูล ให้เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (สำหรับเครื่องวัดแบบดิจิทัล)5.1.4 การถอดและจัดเก็บ• ปิดระบบและปลดความดันก่อนถอดเครื่องมือ• ทำความสะอาดเครื่องมือและเก็บในพื้นที่แห้ง ป้องกันการกระแทก5.2 การบำรุงรักษาเครื่องวัดความดัน5.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดo ใช้ผ้านุ่มเช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องและหน้าปัดo หากมีคราบน้ำมันหรือของเหลว ให้ใช้สารทำความสะอาดที่เหมาะสม (หลีกเลี่ยงสารกัดกร่อน)• ตรวจสอบการทำงานo ตรวจสอบว่าหน้าปัดหรือหน้าจอแสดงผลยังทำงานได้ชัดเจนo ทดสอบการหมุนของเข็ม (ในกรณีเครื่องกล) ว่ายังตอบสนองตามค่าความดันหรือไม่• ตรวจสอบซีลและข้อต่อo ตรวจสอบว่าซีลและข้อต่อไม่มีการรั่วซึม5.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องวัดความดันตามรอบเวลาที่กำหนด เช่น ทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี• ใช้เครื่องสอบเทียบมาตรฐาน เช่น Deadweight Tester หรือ Digital Pressure Calibrator• ตรวจสอบว่าค่าที่วัดได้ยังคงอยู่ในช่วงความแม่นยำที่ยอมรับได้5.2.3 การซ่อมแซมและแก้ปัญหา• หากเครื่องมือไม่ทำงานo ตรวจสอบข้อต่อและระบบว่ามีการรั่วซึมหรืออุดตันหรือไม่o ตรวจสอบว่าเครื่องมือไม่ได้รับผลกระทบจากการกระแทกหรือความดันเกินพิกัด• หากค่าที่วัดได้ผิดพลาดo สอบเทียบเครื่องมือใหม่o ตรวจสอบว่ามีการติดตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่5.2.4 การจัดเก็บ• เก็บในที่แห้งและอุณหภูมิที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงความชื้นและฝุ่น• ใช้กล่องป้องกันการกระแทกสำหรับเครื่องมือที่ละเอียดอ่อน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 18Energy Conservation Technology Co.,ltd.5.3 ข้อควรระวัง1. ห้ามใช้เครื่องมือวัดความดันเกินช่วงที่กำหนด เพราะอาจทำให้เครื่องมือเสียหาย2. หลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทก3. ห้ามปรับตั้งค่าหรือถอดประกอบเครื่องมือโดยไม่ได้รับการฝึกอบรม4. ใช้เฉพาะอุปกรณ์เสริมและวัสดุซีลที่เหมาะสมกับเครื่องมือ5.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาเครื่องวัดความดัน• รักษาความแม่นยำในการวัด• ลดโอกาสที่เครื่องมือจะเสียหายก่อนเวลา• ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องมือใหม่• เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะในระบบที่มีแรงดันสูง5.5 การเลือกใช้เครื่องมือวัดความดัน การเลือกเครื่องมือวัดความดันต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของความดันที่ต้องการวัด, ช่วงการวัด, สภาพแวดล้อม และความแม่นยำที่ต้องการ ตารางด้านล่างนี้ช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือวัดความดันที่เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภทประเภทเครื่องมือวัด การใช้งานช่วงการวัด (Pressure Range)ความแม่นยำ (Accuracy)ข้อดี ข้อควรระวังBourdon Tube Pressure Gaugeวัดความดันทั่วไปในระบบของเหลวและแก๊ส0 ถึงหลายพันบาร์±1% ถึง ±3% ของช่วงการวัดราคาถูก ทนทานใช้งานง่ายไม่เหมาะสำหรับความดันต่ำมากDiaphragm Pressure Gaugeวัดความดันต่ำในระบบที่มีการกัดกร่อน0 ถึง 40 บาร์ ±1% ถึง ±2% ของช่วงการวัดเหมาะสำหรับของเหลวหรือแก๊สที่มีการกัดกร่อนอาจไม่ทนทานในระบบที่มีแรงดันสูงมากCapsule Pressure Gaugeวัดความดันต่ำมาก (Micro Pressure)0 ถึง 600 มิลลิบาร์±0.5% ถึง ±1%เหมาะสำหรับระบบแก๊สที่มีความดันต่ำใช้ไม่ได้ในระบบที่มีความดันสูงDigital Pressure Gaugeวัดความดันในงานที่ต้องการความแม่นยำสูงตั้งแต่ 0 ถึงหลายพันบาร์±0.1% ถึง ±0.5%อ่านค่าชัดเจนรองรับการส่งข้อมูลดิจิทัลแพงกว่าเครื่องมือแบบอนาล็อกDifferential Pressure Gaugeวัดความดันแตกต่างระหว่างสองจุด 0 ถึง 25 บาร์ ±1% ถึง ±2%วัดความดันในระบบกรองหรือวาล์วไม่เหมาะกับระบบที่ไม่มีความดันแตกต่างชัดเจน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 19Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทเครื่องมือวัด การใช้งานช่วงการวัด (Pressure Range)ความแม่นยำ (Accuracy)ข้อดี ข้อควรระวังPressure Transmitterใช้ในงานอุตสาหกรรมสำหรับการส่งข้อมูลความดัน-1 ถึง 700 บาร์±0.1% ถึง ±0.5%ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมอัตโนมัติ, ส่งสัญญาณได้ต้องใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าManometerวัดความดันแบบเปรียบเทียบ, ความดันต่ำ0 ถึง 1 บาร์ ±0.5% ถึง ±1%ราคาถูก, ใช้ง่ายในงานทดลองเหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูงPiezoelectric Pressure Sensorวัดความดันชั่วคราวหรือการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็วหลายพันบาร์ ±0.1% ถึง ±0.2%เหมาะสำหรับงานที่ต้องการตอบสนองเร็วต้องใช้อุปกรณ์บันทึกสัญญาณร่วมด้วยVacuum Gaugeวัดความดันในระบบสุญญากาศ0 ถึง -1 บาร์ ±0.5% ถึง ±1%เหมาะสำหรับงานในระบบสุญญากาศไม่เหมาะกับระบบที่มีความดันบวกDeadweight Testerสอบเทียบความดันที่ต้องการความแม่นยำสูง0 ถึงหลายพันบาร์±0.015% ถึง ±0.1%ใช้สอบเทียบเครื่องมืออื่นต้องการการดูแลและใช้งานที่ซับซ้อน5.5.1 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกเครื่องมือวัดความดัน1. ช่วงการวัด (Pressure Range)เลือกเครื่องมือที่มีช่วงการวัดเหมาะสมกับระบบ โดยเพิ่มช่วงเผื่อ (Overrange) ประมาณ 25% ของความดันสูงสุด2. สภาพแวดล้อมo หากใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการกัดกร่อน ควรเลือกวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อน เช่น สแตนเลสo หากใช้งานในพื้นที่เสี่ยงระเบิด ให้เลือกเครื่องมือที่ได้รับการรับรอง ATEX หรือมาตรฐานป้องกันการระเบิด3. ประเภทของความดันo ความดันสัมบูรณ์ (Absolute Pressure)o ความดันเกจ (Gauge Pressure)o ความดันแตกต่าง (Differential Pressure)
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 20Energy Conservation Technology Co.,ltd.4. ความแม่นยำที่ต้องการเลือกระดับความแม่นยำตามความสำคัญของงาน เช่น งานควบคุมคุณภาพอาจต้องการความแม่นยำสูงกว่า5. รูปแบบการแสดงผลo แบบอนาล็อก เหมาะสำหรับการตรวจสอบทั่วไปo แบบดิจิทัล เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความละเอียดและการเก็บข้อมูล6. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดอุณหภูมิและความชื้น การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดอุณหภูมิและความชื้น เช่น เทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer), ไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer), หรือเครื่องวัดแบบดิจิทัลที่รวมทั้งสองฟังก์ชันในเครื่องเดียว (Temperature and Humidity Monitor) มีความสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตุนิยมวิทยา เกษตรกรรม ห้องปฏิบัติการ และการจัดเก็บสินค้า การใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องมือเหล่านี้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้เครื่องมือทำงานได้แม่นยำและยืดอายุการใช้งาน6.1 การใช้งานเครื่องมือวัดอุณหภูมิและความชื้น6.1.1 การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน• ศึกษาคู่มือ ทำความเข้าใจวิธีใช้งานและข้อจำกัดของเครื่องมือ• ตรวจสอบเครื่องมือo ตรวจดูสภาพภายนอก เช่น หน้าจอแสดงผลและหัวเซ็นเซอร์ว่าปกติo หากเป็นเครื่องมือดิจิทัล ให้ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือการเชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟ• การสอบเทียบเบื้องต้นo ตรวจสอบว่าเครื่องมือได้รับการสอบเทียบล่าสุดเพื่อความแม่นยำในการวัด6.1.2 การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม• ใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่ระบุไว้ในคู่มือ เช่น อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการทำงานของเครื่อง• ติดตั้งเครื่องวัดในตำแหน่งที่เหมาะสมo สำหรับวัดอุณหภูมิ หลีกเลี่ยงการวางใกล้แหล่งความร้อนหรือความเย็นที่รบกวนการวัดo สำหรับวัดความชื้น หลีกเลี่ยงการวางในพื้นที่ที่มีลมแรงหรือไอระเหยสูงเกินไป6.1.3 การเก็บข้อมูล• หากเครื่องมือมีฟังก์ชันบันทึกข้อมูล ให้ตรวจสอบว่าหน่วยความจำเพียงพอ• ใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่รองรับเพื่อบันทึกข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล6.1.4 ข้อควรระวัง• หลีกเลี่ยงการสัมผัสเซ็นเซอร์โดยตรง เพราะอาจทำให้เซ็นเซอร์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น• หากเป็นเครื่องมือแบบพกพา ให้จับถือด้วยความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการตกหล่น
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 21Energy Conservation Technology Co.,ltd.6.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดอุณหภูมิและความชื้น6.2.1 การทำความสะอาด• ใช้ผ้านุ่มแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดภายนอกเครื่องมือ• ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนกับเซ็นเซอร์หรือหน้าจอ• ทำความสะอาดเซ็นเซอร์อย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของผู้ผลิต6.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมือเป็นประจำ เช่น ทุก 6 เดือนหรือปีละครั้ง ขึ้นอยู่กับการใช้งาน• ใช้บริการจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น ISO/IEC 17025• สำหรับการสอบเทียบเบื้องต้นo ใช้น้ำแข็งผสมกับน้ำกลั่นเพื่อตรวจสอบอุณหภูมิที่ 0°Co ใช้สารละลายอิ่มตัว (เช่น โซเดียมคลอไรด์) เพื่อสร้างความชื้นสัมพัทธ์มาตรฐาน6.2.3 การตรวจสอบความเสียหาย• ตรวจสอบสายไฟ ขั้วต่อ และหน้าจอแสดงผลว่ายังทำงานได้ปกติ• หากเครื่องมือมีการทำงานผิดปกติ เช่น ค่าที่แสดงไม่เสถียรหรือไม่แสดงผล ให้หยุดใช้งานทันทีและส่งซ่อม6.2.4 การเก็บรักษา• เก็บเครื่องมือในพื้นที่ที่แห้งและมีอุณหภูมิที่เหมาะสม• ใช้กล่องเก็บหรือซองที่มีวัสดุป้องกันการกระแทก หากเป็นเครื่องมือแบบพกพา• หลีกเลี่ยงการเก็บในพื้นที่ที่มีไอระเหยของสารเคมีหรือความชื้นสูง6.2.5 การเปลี่ยนอุปกรณ์เสริม• เปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อพลังงานต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการวัด• หากเซ็นเซอร์เสื่อมสภาพ ให้เปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต6.3 ข้อควรระวัง• ห้ามใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่เกินขอบเขตการทำงาน เช่น อุณหภูมิหรือความชื้นที่สูงเกินไป• หลีกเลี่ยงการเปิดหรือถอดชิ้นส่วนเครื่องมือ หากไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม• ใช้อุปกรณ์เสริมและอะไหล่ที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตเท่านั้น6.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม1. รักษาความแม่นยำ ให้ค่าการวัดที่ถูกต้องในระยะยาว2. ยืดอายุการใช้งาน ลดความเสียหายและความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องมือบ่อยครั้ง3. เพิ่มความน่าเชื่อถือ ช่วยให้การวัดและการตัดสินใจตามข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือ4. ลดค่าใช้จ่าย ลดความจำเป็นในการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 22Energy Conservation Technology Co.,ltd.6.5 การเลือกใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ด้านล่างเป็นตารางแนะนำการเลือกเครื่องมือวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเภท โดยพิจารณาจากคุณสมบัติ ความแม่นยำ และสภาพแวดล้อมที่ใช้งานประเภทเครื่องมือการวัดอุณหภูมิ (°C)การวัดความชื้นสัมพัทธ์ (%RH)ความแม่นยำ การใช้งานที่แนะนำ ตัวอย่างเครื่องมือHygrothermometer (ดิจิทัล) -10 ถึง 50 10 ถึง 99±0.5°C, ±3%RHการวัดในห้องทั่วไป เช่น บ้าน สำนักงาน ห้องเก็บสินค้าเครื่องมือดิจิทัลแบบตั้งโต๊ะหรือพกพาThermo-hygrometer แบบพกพา-20 ถึง 60 0 ถึง 100±0.3°C, ±2%RHการวัดในภาคสนาม การตรวจสอบสภาพอากาศเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นแบบมือถือData Logger (ดาต้า ล็อกเกอร์) -40 ถึง 85 0 ถึง 100±0.1°C, ±1.8%RHการบันทึกข้อมูลระยะยาว เช่น การควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็นData Logger พร้อมซอฟต์แวร์บันทึกข้อมูลInfrared Thermometer (แบบอินฟราเรด)-50 ถึง 800ไม่รองรับ ±2°Cการวัดอุณหภูมิพื้นผิวที่เข้าถึงยาก เช่น งานอุตสาหกรรมเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดWeather Station -40 ถึง 50 0 ถึง 100±0.3°C, ±2%RHการตรวจสอบสภาพอากาศกลางแจ้ง เช่น การเกษตร การวิจัยเครื่องวัดสภาพอากาศแบบตั้งโต๊ะHygrometer แบบผนัง -10 ถึง 50 20 ถึง 90±1°C, ±5%RHใช้ในพื้นที่เฉพาะ เช่น โรงงาน หรือพื้นที่จัดเก็บสินค้าเครื่องวัดติดผนังในห้องควบคุมIndustrial Humidity Sensor-40 ถึง 1000 ถึง 100±0.1°C, ±1%RHงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น อุตสาหกรรมอาหารเซ็นเซอร์ความชื้นในกระบวนการผลิต
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 23Energy Conservation Technology Co.,ltd.6.5.1 คำอธิบายเพิ่มเติม1. ช่วงอุณหภูมิที่วัดได้ (Temperature Range)o เครื่องมือที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมหรือห้องเย็นควรมีช่วงการวัดที่กว้าง (-40°C ถึง 100°C)o การใช้งานทั่วไป เช่น บ้าน หรือสำนักงาน อาจใช้เครื่องมือที่วัดได้ในช่วง -10°C ถึง 50°C2. ช่วงความชื้นสัมพัทธ์ (Humidity Range)o การวัดความชื้นในพื้นที่ทั่วไปต้องรองรับช่วง 0-100%RHo สำหรับงานควบคุมเฉพาะ เช่น การเก็บรักษาอาหาร ควรเลือกเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงในช่วง 40-70%RH3. ความแม่นยำ (Accuracy)o เลือกเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงในงานวิจัยหรืออุตสาหกรรมo งานทั่วไปอาจเลือกเครื่องมือที่มีความแม่นยำ ±1°C และ ±3%RH4. การใช้งานที่แนะนำo สำหรับงานทั่วไป ใช้Hygrothermometer แบบดิจิทัลหรือแบบพกพาo สำหรับงานที่ต้องการบันทึกข้อมูลระยะยาว เช่น ห้องเย็น ควรใช้Data Loggero สำหรับงานตรวจสอบภาคสนามหรือพื้นที่เข้าถึงยาก ใช้Infrared Thermometer5. ตัวอย่างเครื่องมือo มีทั้งเครื่องแบบตั้งโต๊ะ ติดผนัง หรือแบบพกพา ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความต้องการ7. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดก๊าซไอเสีย (Exhaust Gas Analyzer)เครื่องมือวัดก๊าซไอเสีย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดองค์ประกอบของก๊าซไอเสียที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์หรือกระบวนการอุตสาหกรรม เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂), คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ไฮโดรคาร์บอน (HC), และออกซิเจน (O₂) เครื่องมือนี้มีความสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม7.1 การใช้งานเครื่องมือวัดก๊าซไอเสีย7.1.1 การเตรียมเครื่องมือ• อ่านคู่มือการใช้งานo ทำความเข้าใจวิธีการใช้งานและข้อจำกัดของเครื่องมือo ตรวจสอบประเภทของก๊าซที่เครื่องมือสามารถวัดได้• ตรวจสอบความพร้อมo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟว่าพร้อมใช้งานo ตรวจสอบเซ็นเซอร์และท่อดูดตัวอย่าง (Probe) ว่าไม่มีการอุดตันหรือชำรุด7.1.2 การติดตั้งและการเชื่อมต่อ• เชื่อมต่อหัววัด (Probe) เข้ากับจุดตรวจสอบก๊าซไอเสีย เช่น ท่อไอเสียของรถยนต์ หรือปล่องระบายไอเสียของเครื่องจักร• ตรวจสอบว่าแนวทางการติดตั้งเป็นไปตามคำแนะนำของผู้ผลิต
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 24Energy Conservation Technology Co.,ltd.7.1.3 การตั้งค่าและการวัด• การตั้งค่าo เปิดเครื่องและเลือกโหมดการวัดที่เหมาะสม (เช่น การวัดเฉพาะก๊าซ หรือการวัดหลายชนิดพร้อมกัน)o กำหนดช่วงเวลาการเก็บตัวอย่างตามต้องการ• การเก็บตัวอย่างo เปิดระบบไอเสียเพื่อปล่อยก๊าซออกมาในอัตราปกติo วางหัววัดในตำแหน่งที่เหมาะสม และรอจนค่าที่วัดมีความเสถียร• การบันทึกข้อมูลo บันทึกค่าที่อ่านได้จากหน้าจอ หรือส่งออกข้อมูลผ่านซอฟต์แวร์ (หากรองรับ)7.1.4 การถอดและจัดเก็บ• ถอดหัววัดออกจากระบบไอเสียอย่างระมัดระวัง• ปิดเครื่องและทำความสะอาดอุปกรณ์ก่อนจัดเก็บในที่ที่ปลอดภัย7.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดก๊าซไอเสีย7.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดหัววัดo ทำความสะอาดหัววัด (Probe) และท่อดูดตัวอย่างด้วยผ้านุ่มหรือแปรง เพื่อป้องกันการอุดตัน• ตรวจสอบเซ็นเซอร์o ตรวจสอบเซ็นเซอร์ว่ามีสิ่งสกปรกหรือคราบตกค้างหรือไม่o หากเซ็นเซอร์เสื่อมสภาพ ให้เปลี่ยนใหม่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต• เปลี่ยนไส้กรองo ตรวจสอบและเปลี่ยนไส้กรองตัวอย่างก๊าซเมื่อมีการสะสมของฝุ่นหรือคราบน้ำมัน7.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมือเป็นประจำ เช่น ทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี• ใช้ก๊าซมาตรฐาน (Calibration Gas) ที่มีความเข้มข้นที่กำหนด เพื่อปรับค่าให้แม่นยำ• บันทึกผลการสอบเทียบเพื่อใช้ในการติดตาม7.2.3 การจัดเก็บและดูแล• เก็บในที่แห้งและห่างจากความชื้นหรือสารเคมีที่อาจกัดกร่อนอุปกรณ์• ใช้กล่องหรือเคสที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันการกระแทกในการจัดเก็บ7.2.4 การซ่อมแซมและแก้ปัญหา• หากเครื่องมือไม่ทำงานo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟo ตรวจสอบสายสัญญาณและขั้วต่อว่ามีความเสียหายหรือไม่
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 25Energy Conservation Technology Co.,ltd.• หากค่าที่วัดผิดปกติo สอบเทียบเครื่องมือใหม่o ตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์ไม่ได้เสื่อมสภาพ7.3 ข้อควรระวัง1. ห้ามใช้เครื่องมือวัดก๊าซไอเสียในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรืออุณหภูมิสูงเกินไป2. หลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณที่มีสารเคมีรุนแรงหรือก๊าซไวไฟ3. ห้ามดัดแปลงหรือถอดประกอบเครื่องมือโดยไม่ได้รับอนุญาต4. ใช้เฉพาะอะไหล่และเซ็นเซอร์ที่แนะนำโดยผู้ผลิต7.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• รักษาความแม่นยำในการวัด• ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ• ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอุปกรณ์• เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานและความน่าเชื่อถือของข้อมูล7.5 ตารางการเลือกใช้เครื่องมือวัดก๊าซไอเสีย (Exhaust Gas Analyzer) ตารางด้านล่างแนะนำการเลือกเครื่องมือวัดก๊าซไอเสียตามลักษณะการใช้งาน ความต้องการในการวัด และประเภทของก๊าซที่ต้องการตรวจสอบประเภทเครื่องมือวัดก๊าซไอเสียประเภทก๊าซที่ตรวจวัดได้ความแม่นยำการใช้งานที่เหมาะสมตัวอย่างการใช้งานคุณสมบัติเด่นInfrared Gas Analyzer (NDIR)CO, CO₂, HC ±1-2%การตรวจสอบไอเสียเครื่องยนต์, การวิจัย, การควบคุมการปล่อยก๊าซตรวจวัด CO และ CO₂ ในไอเสียรถยนต์แม่นยำสูง ไม่ถูกรบกวนจากก๊าซอื่นElectrochemical Gas AnalyzerCO, O₂, NOx ±2-3%การตรวจสอบกระบวนการอุตสาหกรรมตรวจวัด NOx ในโรงงานอุตสาหกรรมใช้งานง่ายราคาประหยัดPhotoionization Detector (PID)VOCs (สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย)±5%การวิเคราะห์ในงานด้านสิ่งแวดล้อมตรวจสอบการปนเปื้อน VOC ในอากาศตรวจวัด VOCs ได้หลากหลายชนิดFlue Gas AnalyzerCO, CO₂, O₂, NOx, SO₂±0.5-2%การวิเคราะห์การเผาไหม้ในเตาเผาหรือหม้อไอน้ำตรวจสอบประสิทธิภาพการเผาไหม้ในอุตสาหกรรมทนต่ออุณหภูมิสูง ใช้งานกับระบบเผาไหม้ได้
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 26Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทเครื่องมือวัดก๊าซไอเสียประเภทก๊าซที่ตรวจวัดได้ความแม่นยำการใช้งานที่เหมาะสมตัวอย่างการใช้งานคุณสมบัติเด่นPortable Exhaust Gas AnalyzerCO, CO₂, HC, O₂, NOx±2-3%การตรวจสอบไอเสียยานพาหนะ, การบำรุงรักษาตรวจไอเสียรถยนต์ในสถานีตรวจสภาพรถขนาดเล็กเคลื่อนย้ายสะดวกFixed Gas Analyzer (ระบบติดตั้งถาวร)CO, CO₂, O₂, NOx, SO₂, VOCs±0.5%การตรวจสอบก๊าซในระบบอุตสาหกรรมแบบต่อเนื่องการตรวจสอบไอเสียในโรงงานติดตั้งถาวรบันทึกข้อมูลระยะยาวFour-Gas AnalyzerCO, CO₂, HC, O₂±1-2%การวิเคราะห์ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ตรวจสอบระบบจ่ายเชื้อเพลิงในรถยนต์แสดงผลรวดเร็วใช้งานง่ายLaser Gas AnalyzerCO, CO₂, CH₄, O₂, NH₃, H₂O±0.1-0.5%การวิเคราะห์ในงานวิจัยและการควบคุมมลพิษการตรวจวัด CO และ CH₄ ในระบบเผาไหม้แม่นยำสูงมากทนต่อการรบกวน7.5.1 คำอธิบายเพิ่มเติม1. ประเภทก๊าซที่ตรวจวัดได้o เลือกเครื่องมือที่สามารถตรวจวัดก๊าซเป้าหมาย เช่น CO₂, NOx, HC หรือ VOCs ตามความต้องการในการใช้งานo หากต้องการวัดหลายชนิดในเวลาเดียวกัน ให้เลือกเครื่องมือแบบ Multi-gas Analyzer2. ความแม่นยำo งานวิจัยหรือการควบคุมมลพิษที่ต้องการความแม่นยำสูง ควรเลือกเครื่องมือที่มีค่าความแม่นยำ ±0.1-1%o งานตรวจสอบทั่วไป เช่น การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ อาจใช้ความแม่นยำ ±2-3%3. การใช้งานที่เหมาะสมo งานตรวจสอบรถยนต์ เลือก Portable Exhaust Gas Analyzer หรือ Four-Gas Analyzero งานอุตสาหกรรม เลือก Flue Gas Analyzer หรือ Fixed Gas Analyzero งานวิจัย เลือก Laser Gas Analyzer หรือ NDIR Gas Analyzer4. คุณสมบัติเด่นo เครื่องมือแบบพกพาเหมาะสำหรับงานตรวจสอบในสถานที่ต่างๆo เครื่องมือแบบติดตั้งถาวรเหมาะสำหรับการตรวจสอบระบบต่อเนื่องในโรงงาน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 27Energy Conservation Technology Co.,ltd.7.5.2 ข้อควรพิจารณาในการเลือก• งบประมาณ เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงมักมีราคาสูงกว่า• การบำรุงรักษา ตรวจสอบความถี่ในการสอบเทียบและอายุการใช้งานของเซ็นเซอร์• ความง่ายในการใช้งาน เลือกเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและเหมาะสมกับระดับทักษะของผู้ใช้งาน8. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ ใช้สำหรับตรวจสอบค่าต่าง ๆ เช่น pH, ความนำไฟฟ้า (Conductivity), ความขุ่น (Turbidity), ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (DO), และปริมาณสารเคมีในน้ำ (เช่น คลอรีนหรือไนเตรต) เครื่องมือเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการประเมินคุณภาพน้ำในกระบวนการอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการควบคุมสิ่งแวดล้อม การใช้งานและบำรุงรักษาที่เหมาะสมช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความแม่นยำ8.1 การใช้งานเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ8.1.1 การเลือกเครื่องมือวัดที่เหมาะสม• pH Meter ใช้สำหรับวัดค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำ (pH)• Conductivity Meter วัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ เพื่อประเมินปริมาณสารละลายในน้ำ• Turbidity Meter วัดระดับความขุ่น เพื่อประเมินปริมาณของแข็งแขวนลอยในน้ำ• Dissolved Oxygen (DO) Meter วัดปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ• Multi-parameter Meter วัดหลายค่าพร้อมกัน เช่น pH, DO, และ Conductivity8.1.2 การเตรียมเครื่องมือ• ศึกษาคู่มือการใช้งานo ตรวจสอบความสามารถและข้อจำกัดของเครื่องมือo อ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการตั้งค่าและการใช้งาน• ตรวจสอบสภาพเครื่องมือo ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานo ตรวจสอบเซ็นเซอร์หรือหัววัด (Probe) ว่าไม่มีรอยแตกหรือสิ่งสกปรก8.1.3 การวัดคุณภาพน้ำ• การเตรียมตัวอย่างน้ำo ใช้ภาชนะสะอาดในการเก็บตัวอย่างน้ำo หลีกเลี่ยงการปนเปื้อน เช่น ไม่ใช้นิ้วสัมผัสกับตัวอย่างโดยตรง• การสอบเทียบก่อนวัด (Calibration)o สอบเทียบ pH Meter ด้วยสารบัฟเฟอร์มาตรฐาน (pH 4, 7, และ 10)o สอบเทียบ Conductivity Meter ด้วยสารละลายมาตรฐาน• การวัดo จุ่มหัววัดลงในตัวอย่างน้ำจนถึงระดับที่แนะนำo รอจนค่าบนหน้าจอมีความเสถียรก่อนบันทึกผล
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 28Energy Conservation Technology Co.,ltd.• การบันทึกข้อมูลo บันทึกค่าที่วัดได้หรือส่งข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ (ในกรณีที่เครื่องมือรองรับ)8.1.4 การเก็บเครื่องมือหลังใช้งาน• ล้างหัววัดด้วยน้ำกลั่นหรือสารทำความสะอาดที่เหมาะสม• เก็บเครื่องมือในกล่องหรือที่จัดเก็บที่ป้องกันการกระแทกและความชื้น8.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ8.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดหัววัดo ใช้น้ำกลั่นล้างหัววัดหลังการใช้งานทุกครั้งo ใช้สารทำความสะอาดเฉพาะ (เช่น สารทำความสะอาด pH Electrode) เพื่อลดคราบที่สะสม• เก็บรักษาหัววัด (Storage)o สำหรับ pH Meter เก็บหัววัดในสารเก็บรักษา (Storage Solution) เพื่อป้องกันหัววัดแห้งo หลีกเลี่ยงการเก็บหัววัดในน้ำกลั่นเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เซ็นเซอร์เสียหาย• ตรวจสอบสายไฟและตัวเครื่องo ตรวจสอบสายไฟและขั้วต่อว่ามีรอยขาดหรือหลุดหรือไม่8.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• pH Metero สอบเทียบอย่างน้อยทุกวันก่อนใช้งาน หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนหัววัด• Conductivity Metero สอบเทียบด้วยสารละลายมาตรฐานทุกสัปดาห์ หรือเมื่อค่าที่วัดได้ผิดปกติ• Turbidity Metero ใช้สารมาตรฐาน (Formazin Solution) ในการสอบเทียบ• DO Metero สอบเทียบด้วยอากาศอิ่มตัวหรือน้ำปราศจากออกซิเจน8.2.3 การซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่• เปลี่ยนหัววัดo เปลี่ยนหัววัดเมื่อเสื่อมสภาพหรือไม่สามารถสอบเทียบได้• ซ่อมแซมเครื่องมือo หากเครื่องมือมีปัญหา เช่น ไม่แสดงผลหรือค่าที่อ่านได้ผิดพลาด ให้ส่งซ่อมกับผู้ผลิตหรือศูนย์บริการที่ได้รับการรับรอง
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 29Energy Conservation Technology Co.,ltd.8.2.4 การจัดเก็บและดูแล• เก็บเครื่องมือในพื้นที่แห้งและอุณหภูมิที่เหมาะสม ห่างจากความชื้นและแสงแดดโดยตรง• ใช้กล่องเก็บที่ป้องกันการกระแทกสำหรับการขนย้าย8.3 ข้อควรระวัง1. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิหรือความชื้นเกินขอบเขตที่กำหนด2. ห้ามใช้สารเคมีที่ไม่ได้แนะนำสำหรับทำความสะอาดหัววัด3. ห้ามดัดแปลงหรือถอดเครื่องมือหากไม่ได้รับการฝึกอบรม4. ใช้เฉพาะหัววัดและสารมาตรฐานที่แนะนำโดยผู้ผลิต8.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• เพิ่มความแม่นยำในการวัดคุณภาพน้ำ• ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือและหัววัด• ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง• สนับสนุนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ8.5 ตารางการเลือกใช้เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ ตารางแนะนำการเลือกใช้เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำตามลักษณะการวัด ค่าที่ต้องการตรวจสอบ และลักษณะการใช้งานประเภทเครื่องมือวัด ค่าที่ตรวจวัดได้ ช่วงการวัด (Range)ความแม่นยำการใช้งานที่เหมาะสมตัวอย่างการใช้งานคุณสมบัติเด่นpH MeterpH (ความเป็นกรด-ด่าง) 0 - 14 pH ±0.01 pHใช้ในห้องปฏิบัติการอุตสาหกรรมอาหาร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำวัดความสมดุลกรดด่างในน้ำความแม่นยำสูง ใช้งานง่ายConductivity Meterความนำไฟฟ้า (Conductivity), TDS (Total Dissolved Solids)0 - 200 mS/cm±0.5%ใช้ในงานบำบัดน้ำอุตสาหกรรมและการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มตรวจวัดสารละลายในน้ำรองรับการวัดในน้ำจืดและน้ำเค็ม
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 30Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทเครื่องมือวัด ค่าที่ตรวจวัดได้ ช่วงการวัด (Range)ความแม่นยำการใช้งานที่เหมาะสมตัวอย่างการใช้งานคุณสมบัติเด่นTurbidity Meterความขุ่น (Turbidity)0 - 4000 NTU±2%การตรวจสอบน้ำดื่ม น้ำเสียและน้ำในอุตสาหกรรมประเมินปริมาณของแข็งแขวนลอยในน้ำอ่านค่าเร็ว, รองรับการสอบเทียบDissolved Oxygen Meterปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (DO)0 - 20 mg/L±0.1 mg/Lการตรวจสอบน้ำในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและระบบบำบัดน้ำประเมินระดับออกซิเจนที่จำเป็นในน้ำใช้ในสนามหรือในห้องทดลองChlorine Meterปริมาณคลอรีน (Free/Total Chlorine)0 - 10 mg/L±0.05 mg/Lตรวจสอบน้ำดื่ม น้ำสระว่ายน้ำ น้ำบำบัดวัดคลอรีนในกระบวนการบำบัดน้ำใช้งานง่ายรองรับการวัดอย่างรวดเร็วMultiparameter MeterpH, DO, Conductivity, TDS, Salinity, Temperatureขึ้นอยู่กับประเภทของแต่ละพารามิเตอร์±1% (ขึ้นอยู่กับพารามิเตอร์)ใช้ในงานที่ต้องวัดหลายค่าพร้อมกัน เช่น วิจัยหรืออุตสาหกรรมตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติวัดค่าหลายค่าในอุปกรณ์เดียวORP Meter (OxidationReduction Potential)ศักย์ไฟฟ้ารีดอกซ์ (ORP)-2000 ถึง +2000 mV±2 mVการตรวจสอบกระบวนการออกซิเดชันหรือรีดักชันตรวจคุณภาพน้ำในกระบวนการบำบัดน้ำเสียใช้ในงานเฉพาะทาง เช่น อุตสาหกรรมเคมีIon Selective Electrode (ISE)ความเข้มข้นของไอออนเฉพาะในน้ำ เช่น แอมโมเนีย ไนเตรตขึ้นอยู่กับไอออนที่วัด ±1-5%งานวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการตรวจสอบปริมาณไนเตรตในน้ำความแม่นยำสูง ใช้กับสารละลายเฉพาะ8.5.1 คำอธิบายเพิ่มเติม1. ค่าที่ต้องการตรวจวัดo ระบุค่าที่ต้องการวัด เช่น pH, DO, หรือความขุ่น เพื่อตัดสินใจเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมo หากต้องวัดหลายค่าพร้อมกัน ควรเลือก Multi-parameter Meter
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 31Energy Conservation Technology Co.,ltd.2. ช่วงการวัด (Range)o ตรวจสอบว่าช่วงการวัดของเครื่องมือเหมาะสมกับค่าที่คาดการณ์ว่าจะพบo เช่น น้ำทะเลต้องการเครื่องวัด Conductivity ที่รองรับค่าความนำไฟฟ้าสูง3. ความแม่นยำ (Accuracy)o สำหรับงานวิจัยหรือกระบวนการที่ต้องการค่าที่แม่นยำ เช่น การตรวจสอบน้ำดื่ม ควรเลือกเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงo งานภาคสนามหรือการใช้งานทั่วไปอาจยอมรับความแม่นยำในระดับ ±2-5%4. ลักษณะการใช้งานo ภาคสนาม เลือกเครื่องมือที่ทนทาน พกพาง่าย เช่น pH Meter หรือ DO Meter แบบมือถือo ห้องปฏิบัติการ เลือกเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงและรองรับการสอบเทียบอย่างละเอียด5. ตัวอย่างการใช้งานo การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ใช้ DO Meter เพื่อวัดออกซิเจนที่ละลายในน้ำo การบำบัดน้ำเสีย ใช้ pH Meter และ Conductivity Meter เพื่อควบคุมกระบวนการ8.5.2 ข้อควรพิจารณาในการเลือกเครื่องมือ• งบประมาณ เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงมักมีราคาสูงกว่า• ความทนทาน เลือกเครื่องมือที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน เช่น ทนต่อน้ำหรือสารเคมี• การสอบเทียบและบำรุงรักษา เลือกเครื่องมือที่รองรับการสอบเทียบได้ง่ายและมีอะไหล่ทดแทน9. การใช้และบำรุงรักษากล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging Camera) กล้องถ่ายภาพความร้อน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจจับความร้อนและแสดงผลในรูปแบบภาพสีที่แสดงอุณหภูมิของพื้นผิวหรือวัตถุ มีการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การตรวจสอบระบบไฟฟ้า การวิเคราะห์อาคาร การตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องจักร และการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน9.1 การใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อน9.1.1 การเตรียมอุปกรณ์• ศึกษาคู่มือการใช้งานo ทำความเข้าใจการตั้งค่าพื้นฐาน เช่น การปรับความไว (Sensitivity) และช่วงอุณหภูมิ (Temperature Range)o ตรวจสอบประเภทการใช้งานที่เหมาะสม เช่น การตรวจสอบไฟฟ้า หรือการวิเคราะห์อาคาร• ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์o ตรวจสอบแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับพร้อมใช้งานo ทำความสะอาดเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อป้องกันฝุ่นและคราบน้ำมัน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 32Energy Conservation Technology Co.,ltd.9.1.2 การตั้งค่ากล้อง• ตั้งค่าช่วงอุณหภูมิ (Temperature Range)o เลือกช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น 0-100°C สำหรับการตรวจสอบทั่วไป หรือสูงถึง 500°C สำหรับการตรวจสอบในงานอุตสาหกรรม• ปรับค่าการแผ่รังสี (Emissivity)o ตั้งค่าตามวัสดุของพื้นผิวที่ต้องการตรวจสอบ (วัสดุต่างชนิดมีค่าการแผ่รังสีต่างกัน เช่น โลหะมันวาวมีค่า Emissivity ต่ำ)• ปรับโฟกัสo ใช้ฟังก์ชันปรับโฟกัสเพื่อให้ภาพชัดเจนและอ่านค่าที่แม่นยำ9.1.3 การถ่ายภาพความร้อน• เลือกมุมที่เหมาะสมo วางกล้องในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นพื้นที่เป้าหมายได้อย่างชัดเจน• ตรวจจับจุดความร้อนo ค้นหาพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติหรือไม่สม่ำเสมอ• บันทึกภาพo บันทึกภาพในรูปแบบไฟล์ที่กล้องรองรับ เช่น JPEG หรือ RAW และแนบข้อมูลอุณหภูมิที่เกี่ยวข้อง9.1.4 การวิเคราะห์และรายงานผล• ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์o ถ่ายโอนภาพไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์เพิ่มเติม เช่น การสร้างกราฟหรือรายงาน• สร้างรายงานo ระบุข้อมูลสำคัญ เช่น วันที่ เวลา พื้นที่ที่ตรวจสอบ และข้อสังเกตในรายงาน9.2 การบำรุงรักษากล้องถ่ายภาพความร้อน9.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดเลนส์o ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือสารทำความสะอาดเฉพาะสำหรับเลนส์o หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลนส์ด้วยมือเปล่า• ตรวจสอบแบตเตอรี่o ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนใช้งาน และหลีกเลี่ยงการใช้งานจนแบตเตอรี่หมดo เก็บแบตเตอรี่ในที่แห้งและอุณหภูมิที่เหมาะสม• อัปเดตซอฟต์แวร์o ตรวจสอบว่าเฟิร์มแวร์ของกล้องเป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ไขข้อผิดพลาด
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 33Energy Conservation Technology Co.,ltd.9.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบกล้องถ่ายภาพความร้อนเป็นประจำตามคำแนะนำของผู้ผลิต (เช่น ทุก 1 ปี)• ใช้บริการจากศูนย์สอบเทียบที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้แน่ใจว่าค่าที่วัดได้ยังคงแม่นยำ9.2.3 การจัดเก็บ• เก็บกล้องในกล่องหรือกระเป๋าที่ป้องกันการกระแทก• หลีกเลี่ยงการเก็บในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือมีฝุ่นละออง• ถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวกล้องหากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน9.2.4 การตรวจสอบและแก้ไขปัญหา• หากกล้องไม่แสดงภาพo ตรวจสอบแบตเตอรี่และสายเชื่อมต่อo รีเซ็ตกล้องหรือตรวจสอบซอฟต์แวร์• หากค่าที่แสดงผิดปกติo ตรวจสอบการตั้งค่า Emissivity และช่วงอุณหภูมิo สอบเทียบกล้องใหม่9.3 ข้อควรระวัง1. ห้ามใช้กล้องในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูงเกินขอบเขตที่กำหนด2. หลีกเลี่ยงการใช้กล้องในที่ที่มีฝุ่นหรือความชื้นโดยไม่มีการป้องกัน3. ห้ามดัดแปลงหรือถอดประกอบกล้องหากไม่ได้รับการฝึกอบรม4. ใช้อุปกรณ์เสริมที่แนะนำโดยผู้ผลิตเท่านั้น9.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม• รักษาความแม่นยำในการตรวจวัด• ยืดอายุการใช้งานของกล้อง• ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่• เพิ่มความน่าเชื่อถือในการวิเคราะห์และรายงานผล9.5 ตารางการเลือกใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging Camera) ด้านล่างเป็นตารางแนะนำการเลือกกล้องถ่ายภาพความร้อนตามลักษณะการใช้งาน ข้อกำหนดที่สำคัญ และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 34Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทกล้องความละเอียดภาพ (IR Resolution)ช่วงอุณหภูมิที่ตรวจวัด (°C)ความแม่นยำการใช้งานที่เหมาะสมตัวอย่างการใช้งานคุณสมบัติเด่นกล้องถ่ายภาพความร้อนสำหรับงานทั่วไป80x60 ถึง 160x120-20 ถึง 350±2°C หรือ ±2%การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและเครื่องจักรทั่วไปตรวจหาความร้อนผิดปกติในสายไฟหรือมอเตอร์ราคาย่อมเยาน้ำหนักเบาใช้งานง่ายกล้องถ่ายภาพความร้อนสำหรับงานอุตสาหกรรม320x240 ถึง 640x480-40 ถึง 650±1°C หรือ ±1%งานซ่อมบำรุงในโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบระบบท่อ เตาเผา หรือแผงวงจรทนทานรองรับช่วงอุณหภูมิสูงกล้องถ่ายภาพความร้อนความละเอียดสูง640x480 ขึ้นไป -40 ถึง 2000±1°Cงานวิจัยวิศวกรรมขั้นสูงการวิเคราะห์วัสดุงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ความละเอียดสูง รองรับการบันทึกวิดีโอกล้องถ่ายภาพความร้อนแบบมือถือ (Compact)120x90 ถึง 320x240-20 ถึง 400±2°Cงานตรวจสอบแบบเคลื่อนที่ตรวจสอบอาคารระบบ HVAC และหลังคารั่วขนาดเล็ก, พกพาง่ายเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกล้องถ่ายภาพความร้อนแบบติดตั้งถาวร640x480 ขึ้นไป -40 ถึง 1200±1%การตรวจสอบระบบต่อเนื่องการตรวจสอบระบบเผาไหม้ในโรงงาน เตาหลอมรองรับการเชื่อมต่อระบบอัตโนมัติ (IoT)กล้องถ่ายภาพความร้อนสำหรับงานก่อสร้าง120x90 ถึง 320x240-20 ถึง 150±2°Cการตรวจสอบโครงสร้างอาคารตรวจหาความร้อนรั่วในผนังประเมินฉนวนกันความร้อนใช้งานง่ายแสดงผลภาพในแบบ Overlayกล้องถ่ายภาพความร้อนแบบโดรน320x240 ถึง 640x480-20 ถึง 150±2°Cการสำรวจพื้นที่ระยะไกลตรวจสอบสายไฟฟ้าแรงสูงวัดอุณหภูมิในพื้นที่กว้างติดตั้งกับโดรนรองรับการสำรวจทางอากาศ9.5.1 คำอธิบายเพิ่มเติม1. ความละเอียดภาพ (IR Resolution)o กล้องที่มีความละเอียดสูงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำและการแสดงรายละเอียด เช่น งานวิจัยหรือการวิเคราะห์ในห้องทดลองo กล้องความละเอียดต่ำเหมาะสำหรับงานตรวจสอบทั่วไป เช่น ระบบไฟฟ้าหรือเครื่องจักร
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 35Energy Conservation Technology Co.,ltd.2. ช่วงอุณหภูมิที่ตรวจวัด (Temperature Range)o เลือกช่วงที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เช่น งานซ่อมบำรุงทั่วไป (-20 ถึง 350°C) หรืออุตสาหกรรมที่มีอุณหภูมิสูง (-40 ถึง 2000°C)3. ความแม่นยำo งานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การตรวจสอบระบบในโรงงานอุตสาหกรรม ควรเลือกกล้องที่มีความแม่นยำ ±1%o งานตรวจสอบทั่วไป เช่น อาคาร หรือระบบไฟฟ้า ความแม่นยำ ±2% ก็เพียงพอ4. ลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมo งานตรวจสอบระบบไฟฟ้า เลือกกล้องที่ตรวจจับความร้อนผิดปกติในแผงไฟฟ้าo งานก่อสร้าง เลือกกล้องที่สามารถตรวจสอบความร้อนรั่วในอาคารหรือระบบ HVAC5. คุณสมบัติเด่นo กล้องแบบมือถือเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการพกพาสะดวกo กล้องแบบติดตั้งถาวรเหมาะสำหรับงานที่ต้องตรวจสอบต่อเนื่อง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม9.5.2 ข้อควรพิจารณาในการเลือก• งบประมาณ กล้องความละเอียดสูงและช่วงอุณหภูมิที่กว้างมักมีราคาสูง• ความทนทาน หากใช้งานในพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ควรเลือกกล้องที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม• ฟีเจอร์เสริม เช่น การบันทึกวิดีโอ การเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Bluetooth และการวิเคราะห์ภาพด้วยซอฟต์แวร์10. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัด Ultrasonic Flow Meter Ultrasonic Flow Meter เป็นเครื่องมือที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิกเพื่อตรวจวัดการไหลของของเหลวในท่อ โดยใช้หลักการวัดเวลาที่คลื่นเสียงเดินทางในทิศทางการไหลและย้อนกลับ เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับของเหลวที่ไม่กัดกร่อนหรือมีสิ่งสกปรกน้อย เช่น น้ำ อากาศ และแก๊สบางประเภท การใช้งานและบำรุงรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้เครื่องมือทำงานได้อย่างแม่นยำและยืดอายุการใช้งาน10.1 การใช้งาน Ultrasonic Flow Meter10.1.1 การเตรียมเครื่องมือ• อ่านคู่มือการใช้งาน เพื่อเข้าใจหลักการทำงานและข้อจำกัดของอุปกรณ์• ตรวจสอบความพร้อมo ตรวจสอบตัวเครื่องและเซ็นเซอร์ว่าอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยเสียหายo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟว่ายังใช้งานได้
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 36Energy Conservation Technology Co.,ltd.10.1.2 การติดตั้งเซ็นเซอร์• เลือกตำแหน่งติดตั้งo เลือกตำแหน่งที่ท่อมีการไหลสม่ำเสมอและไม่มีการรบกวน เช่น ห่างจากวาล์วและข้อต่ออย่างน้อย 10 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางท่อo ท่อควรมีของเหลวเต็มท่อเพื่อให้การวัดแม่นยำ• ติดตั้งเซ็นเซอร์o ทำความสะอาดผิวท่อในจุดที่ติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งสกปรกที่อาจรบกวนคลื่นเสียงo ใช้สารหล่อลื่นคลื่นเสียง (Coupling Gel) ระหว่างเซ็นเซอร์และผิวท่อเพื่อปรับปรุงการส่งสัญญาณo ติดตั้งเซ็นเซอร์อย่างแน่นหนาตามประเภทการติดตั้ง ( Clamp-on, In-line หรือ Insertion)10.1.3 การตั้งค่าและการวัด• เลือกโหมดการวัดo ตั้งค่าตามประเภทของของเหลวและข้อมูลท่อ เช่น เส้นผ่านศูนย์กลาง วัสดุ และความหนาของท่อ• ตั้งค่าการวัดo เลือกหน่วยการวัด (เช่น ลิตร/นาที หรือ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)o ตรวจสอบและปรับแต่งค่าที่วัดเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน• บันทึกข้อมูลo บันทึกค่าที่ได้ลงในอุปกรณ์ หรือส่งออกข้อมูลไปยังระบบจัดเก็บข้อมูลผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ เช่น USB หรือ Wi-Fi10.1.4 การเก็บอุปกรณ์หลังใช้งาน• ปิดเครื่องและถอดเซ็นเซอร์ออกจากท่ออย่างระมัดระวัง• ทำความสะอาดเซ็นเซอร์และจัดเก็บในกล่องป้องกันการกระแทก10.2 การบำรุงรักษา Ultrasonic Flow Meter10.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดเครื่องมือo เช็ดตัวเครื่องและเซ็นเซอร์ด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกo หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่อาจทำลายวัสดุของเครื่องมือ• ตรวจสอบสภาพเครื่องมือo ตรวจสอบเซ็นเซอร์ว่ามีรอยขีดข่วนหรือความเสียหายหรือไม่o ตรวจสอบขั้วต่อและสายไฟว่ายังอยู่ในสภาพดี
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 37Energy Conservation Technology Co.,ltd.10.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ ตามรอบที่ผู้ผลิตแนะนำ (เช่น ทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี)• ใช้ของไหลมาตรฐานและอุปกรณ์สอบเทียบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเพื่อความแม่นยำ10.2.3 การจัดเก็บและดูแล• เก็บเครื่องมือในที่แห้งและอุณหภูมิที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงความชื้นและอุณหภูมิที่สูงเกินไป• ใช้กล่องเก็บที่มีวัสดุป้องกันการกระแทกในกรณีที่ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องมือ10.2.4 การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น• หากค่าไม่เสถียรo ตรวจสอบว่ามีฟองอากาศหรือสิ่งสกปรกในของเหลวที่วัดหรือไม่o ตรวจสอบการติดตั้งเซ็นเซอร์ว่าถูกต้องและแน่นหนาหรือไม่• หากไม่สามารถวัดค่าได้o ตรวจสอบการเชื่อมต่อของเซ็นเซอร์และตัวเครื่องo ตรวจสอบการตั้งค่าของเครื่องมือว่าเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่10.3 ข้อควรระวัง1. ห้ามใช้ Ultrasonic Flow Meter กับของเหลวที่มีสิ่งเจือปนมาก หรือมีของแข็งแขวนลอยที่อาจรบกวนคลื่นเสียง2. หลีกเลี่ยงการใช้งานในพื้นที่ที่มีการสั่นสะเทือนสูงหรือมีสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า3. ห้ามถอดหรือซ่อมแซมเครื่องมือด้วยตนเอง หากไม่ได้รับการฝึกอบรม4. ใช้เฉพาะสารหล่อลื่นคลื่นเสียงที่แนะนำโดยผู้ผลิต10.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• รักษาความแม่นยำในการวัด• ลดความเสียหายและยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ• ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและการซื้อเครื่องมือใหม่• เพิ่มความน่าเชื่อถือในผลการวัดและประสิทธิภาพของระบบ10.5 ตารางการเลือกใช้เครื่องมือวัด Ultrasonic Flow Meter Ultrasonic Flow Meter เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการวัดอัตราการไหลของของเหลวหรือแก๊สในท่อ เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยมีหลายประเภทที่สามารถเลือกใช้ได้ตามคุณสมบัติของของไหลและสภาพแวดล้อม
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 38Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทของ Ultrasonic Flow Meterหลักการทำงาน ลักษณะการใช้งาน ข้อดี ข้อจำกัด1. Transit Time Flow Meterวัดเวลาที่คลื่นอัลตราซาวด์เดินทางผ่านของไหลในท่อไปยังเซ็นเซอร์- ใช้กับของเหลวที่มี ความโปร่งใส - เหมาะสำหรับของ เหลวที่มีของแข็งน้อย หรือไม่มีเลย- มีความแม่นยำ สูง- เหมาะสำหรับ ท่อขนาดใหญ่- ไม่เหมาะกับ ของไหลที่มี อนุภาคแขวนลอยจำนวน มาก หรือฟอง อากาศ2. Doppler Flow Meterวัดการเปลี่ยนแปลงความถี่ของคลื่นเสียงเมื่อสะท้อนอนุภาคในของไหล- ใช้กับของไหลที่มี อนุภาคแขวนลอย หรือฟองอากาศ- ใช้ในของไหลที่มี ตะกอนหรือของแข็ง- ทำงานได้ดีใน ของไหลที่มี ความขุ่น- ติดตั้งง่าย- ความแม่นยำ ลดลงเมื่อใช้ กับของไหลใส หรือไม่มี อนุภาค3. Clamp-on Flow Meterใช้เซ็นเซอร์หนีบด้านนอกของท่อโดยไม่ต้องเจาะหรือเปลี่ยนแปลงท่อ- เหมาะสำหรับการใช้ งานชั่วคราวหรือแบบ พกพา- ใช้กับท่อทุกชนิด- ติดตั้งง่าย- ไม่ต้องหยุด การไหล ระหว่างการ ติดตั้ง- อาจมีความ แม่นยำ ลดลง ในท่อที่หนาเกินไป หรือมี ของไหลไม่สม่ำเสมอ4. Inline Flow Meterติดตั้งเซ็นเซอร์ภายในท่อเพื่อวัดการไหลของของเหลวโดยตรง- ใช้ในระบบที่ต้องการ ความแม่นยำสูง- เหมาะสำหรับงาน อุตสาหกรรม- แม่นยำสูง- ใช้กับของไหล ที่หลากหลาย- ต้องหยุด ระบบเพื่อ การติดตั้ง- ต้นทุนสูง5. Portable Flow Meterแบบพกพาที่สามารถเคลื่อนย้ายและใช้งานในตำแหน่งต่างๆ ได้- ใช้ในการตรวจสอบ ชั่วคราวหรือในกรณี ฉุกเฉิน- เหมาะสำหรับการ วิเคราะห์เบื้องต้น- น้ำหนักเบา- ใช้งานสะดวก- ความแม่นยำ อาจลดลงเมื่อ ใช้งานใน สภาพแวด ล้อมที่ซับซ้อน6. Hybrid Flow Meterรวมหลักการทำงานของ Transit Time และ Doppler- ใช้ได้ทั้งของไหลใส และของไหลที่มี อนุภาค- เหมาะสำหรับงานที่ หลากหลาย- ใช้ได้ในหลายสภาพแวดล้อม- ความแม่นยำ สูง- ราคาสูงกว่า รุ่นเฉพาะทาง
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 39Energy Conservation Technology Co.,ltd.10.6 ปัจจัยในการเลือกใช้ Ultrasonic Flow Meter1. ชนิดของของไหลo ของไหลใส ใช้Transit Time Flow Metero ของไหลที่มีอนุภาคแขวนลอยหรือตะกอน ใช้Doppler Flow Meter2. ขนาดของท่อo ท่อขนาดใหญ่หรือท่อที่ไม่ต้องการการเจาะ ใช้Clamp-on Flow Metero ท่อที่ต้องการความแม่นยำสูง ใช้Inline Flow Meter3. ความถี่ในการใช้งานo งานตรวจสอบชั่วคราว ใช้Portable Flow Metero งานติดตั้งถาวร ใช้Inline Flow Meter หรือ Clamp-on Flow Meter4. สภาพแวดล้อมในการติดตั้งo พื้นที่แคบหรือเข้าถึงยาก ใช้Clamp-on Flow Metero สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงของของไหล ใช้Hybrid Flow Meter5. งบประมาณo หากต้องการต้นทุนต่ำ ใช้Doppler Flow Meter หรือ Clamp-on Flow Metero หากต้องการความแม่นยำสูง ใช้Inline Flow Meter การเลือกใช้Ultrasonic Flow Meter ควรพิจารณาทั้งประเภทของของไหล ลักษณะการใช้งาน และความเหมาะสมในแง่ของงบประมาณและความแม่นยำ การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมช่วยให้วัดค่าการไหลได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าในการลงทุน11. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดความเร็วรอบ (Tachometer) เครื่องมือวัดความเร็วรอบ (Tachometer) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดความเร็วรอบของวัตถุที่หมุน เช่น เครื่องยนต์ มอเตอร์ หรือเพลา เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์สมรรถนะหรือบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือชนิดนี้มีทั้งแบบดิจิทัลและอนาล็อก รวมถึงรุ่นที่ใช้เลเซอร์หรือเซ็นเซอร์แม่เหล็ก11.1 การใช้งานเครื่องมือวัดความเร็วรอบ11.1.1 การเตรียมความพร้อม• ศึกษาคู่มือการใช้งาน: เพื่อทำความเข้าใจการตั้งค่าและข้อควรระวัง• ตรวจสอบเครื่องมือ: ตรวจสอบว่าเครื่องมืออยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เช่น หน้าจอแสดงผลชัดเจน และแบตเตอรี่เพียงพอ• ตรวจสอบพื้นที่ทำงาน:o พื้นที่วัดต้องปลอดภัยและปราศจากสิ่งกีดขวางo วัตถุที่ต้องการวัดควรอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้สะดวก
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 40Energy Conservation Technology Co.,ltd.11.1.2. การใช้งาน• การตั้งค่า:o สำหรับ Tachometer แบบดิจิทัล ให้เลือกหน่วยการวัดที่ต้องการ (เช่น รอบต่อนาที: RPM)o หากใช้เครื่องมือที่ต้องการการตั้งระยะ เช่น แบบเลเซอร์ ให้ปรับระยะตามคำแนะนำ• การวัด:o ติดตั้ง Tachometer ในตำแหน่งที่เหมาะสม (เช่น ปลายเพลา หรือจุดศูนย์กลางของการหมุน)o สำหรับ Tachometer แบบสัมผัส (Contact Type): วางหัววัดให้แนบกับพื้นผิวของวัตถุที่หมุนo สำหรับ Tachometer แบบไม่สัมผัส (Non-contact Type): ชี้เลเซอร์หรือเซ็นเซอร์ไปยังจุดที่กำหนด เช่น จุดสะท้อนแสง• การอ่านค่า:o รอให้ค่าแสดงผลนิ่งก่อนบันทึกค่าo หากต้องการบันทึกค่าต่อเนื่อง ให้ใช้ฟังก์ชัน \"Hold\" หรือ \"Record\" ที่มีในเครื่องมือบางรุ่น11.1.3. การหยุดใช้งาน• ปิดเครื่องหลังใช้งาน• ถอดหรือเคลื่อนย้าย Tachometer อย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสียหาย11.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดความเร็วรอบ11.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• การทำความสะอาด:o เช็ดตัวเครื่องด้วยผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆo ทำความสะอาดเลนส์เลเซอร์หรือเซ็นเซอร์ด้วยผ้านุ่ม หากใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น• การตรวจสอบสภาพ:o ตรวจสอบว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือความเสียหายที่ส่วนของหัววัดo ตรวจสอบปุ่มกด หน้าจอแสดงผล และพอร์ตเชื่อมต่อให้อยู่ในสภาพดี• การเก็บรักษา:o เก็บเครื่องมือในกล่องหรือซองที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันแรงกระแทกo เก็บในที่แห้งและปลอดภัยจากความชื้นหรืออุณหภูมิสูง
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 41Energy Conservation Technology Co.,ltd.11.2.2. การตรวจสอบความแม่นยำ• สอบเทียบเครื่องมือ (Calibration) เป็นประจำตามคำแนะนำของผู้ผลิตโดยทั่วไปทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี• ใช้บริการจากศูนย์สอบเทียบที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือยังคงวัดค่าได้แม่นยำ11.2.3. การเปลี่ยนชิ้นส่วน• เปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ต่ำ• หากหัววัดหรือเซ็นเซอร์มีการสึกหรอ ให้เปลี่ยนใหม่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต11.2.4. การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น• ปัญหา: หน้าจอไม่แสดงผล:o ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟo ตรวจสอบว่าปุ่มเปิด/ปิดทำงานปกติ• ปัญหา: ค่าแสดงผลไม่เสถียร:o ตรวจสอบว่าเครื่องมืออยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมo ทำความสะอาดเซ็นเซอร์หรือตรวจสอบพื้นผิวของวัตถุที่วัด• ปัญหา: เครื่องมือไม่ตอบสนอง:o รีเซ็ตเครื่องมือ หรือส่งซ่อมกับศูนย์บริการ11.3 ข้อควรระวัง1. หลีกเลี่ยงการใช้ Tachometer ในพื้นที่ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง2. ห้ามใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นหรือใกล้สารเคมี3. สำหรับ Tachometer แบบเลเซอร์: ห้ามมองเลเซอร์โดยตรงเพื่อป้องกันอันตรายต่อดวงตา4. หลีกเลี่ยงการกระแทกหรือการตกหล่นที่อาจทำให้เซ็นเซอร์เสียหาย11.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• ยืดอายุการใช้งาน: ลดความเสี่ยงของการเสียหาย• เพิ่มความแม่นยำ: ช่วยรักษาคุณภาพของข้อมูลการวัด• ลดค่าใช้จ่าย: ลดความจำเป็นในการซ่อมหรือซื้อเครื่องมือใหม่• เพิ่มความปลอดภัย: ลดความเสี่ยงจากเครื่องมือที่ทำงานผิดพลาด11.5 ตารางการเลือกเครื่องมือวัดความเร็วรอบ (Tachometer) การเลือก Tachometer (เครื่องมือวัดความเร็วรอบ) ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน โดยเครื่องมือแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนี้:
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 42Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทของ Tachometerหลักการทำงาน ลักษณะการใช้งาน ข้อดี ข้อจำกัด1. Digital Tachometerใช้เซ็นเซอร์ดิจิทัลหรือเลเซอร์วัดความเร็วรอบ- งานที่ต้องการ ความแม่นยำสูง- การวัดในพื้นที่ที่ สะดวก- อ่านค่าได้ง่าย บนหน้าจอ- แม่นยำสูง- ต้องการแบตเตอรี่ หรือแหล่งจ่ายไฟ2. Analog Tachometerใช้กลไกหมุนเข็มชี้เพื่อแสดงค่าความเร็วรอบ- งานที่ไม่ต้องการ ความละเอียดสูง- ทนทานและใช้ งานง่าย- ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า- อ่านค่าได้ยากเมื่อ หมุนด้วยความเร็ว สูง3. Contact Tachometerใช้หัววัดสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวของวัตถุที่หมุน- ใช้ในเครื่องจักร ที่เข้าถึงได้ง่าย- แม่นยำเมื่อใช้ กับพื้นผิวเรียบ- ต้องการสัมผัสกับ วัตถุ อาจเกิดการ สึกหรอ4. Non-contact Tachometerใช้เลเซอร์หรือแสงสะท้อนวัดความเร็วรอบโดยไม่สัมผัสกับวัตถุ- ใช้ในงานที่วัตถุ เข้าถึงยาก- วัตถุหมุนด้วย ความเร็วสูง- ไม่มีการสึกหรอ- ใช้งานได้หลาก หลาย- ราคาสูง- ไม่เหมาะกับวัตถุที่ ไม่มีพื้นผิวสะท้อน แสง5. Photo Tachometerใช้แสงเลเซอร์หรือแสงอินฟราเรดสะท้อนจากพื้นผิววัตถุเพื่อวัดความเร็ว- เหมาะสำหรับ งานที่ต้องการ ความปลอดภัย- งานที่เข้าถึงยาก- แม่นยำ- ใช้งานง่าย- ไม่ต้องสัมผัส วัตถุ- ต้องการแถบ สะท้อนแสงบน วัตถุ6. Handheld TachometerTachometer แบบพกพาที่สามารถใช้วัดได้ทั้งแบบสัมผัสและไม่สัมผัส- ใช้ในงานที่ต้อง เคลื่อนย้ายหรือ วัดในหลายจุด- พกพาสะดวก- ใช้งานได้ทั้ง สองแบบ- ความแม่นยำอาจ ลดลงเมื่อใช้งาน ต่อเนื่อง7. Stroboscopic Tachometerใช้แสงแฟลชกระพริบจับภาพวัตถุหมุนเพื่อคำนวณความเร็วรอบ- ใช้ในงาน ตรวจสอบที่ ต้องการเห็น ภาพการหมุน- เหมาะสำหรับ วัตถุหมุนความ เร็วต่ำ-ปาน กลาง- วัดแบบไม่สัมผัส- ใช้งานยากกับวัตถุ หมุนด้วยความเร็ว สูงมาก8. Panel Tachometerติดตั้งในระบบเครื่องจักรเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมและแสดงผล- ใช้ในระบบที่ ต้องการการ ตรวจวัดต่อเนื่อง- อ่านค่าได้ ตลอดเวลา- ใช้งานในระบบ อัตโนมัติ- ไม่สามารถ เคลื่อนย้ายได้- ราคาสูงกว่าแบบ พกพา
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 43Energy Conservation Technology Co.,ltd.11.5.1 ปัจจัยในการเลือก Tachometer1. ลักษณะการหมุนของวัตถุo หากวัตถุหมุนด้วยความเร็วสูงหรือมีพื้นผิวเข้าถึงยาก: เลือก Non-contact Tachometer หรือ Photo Tachometero หากวัตถุหมุนช้าและมีพื้นผิวเรียบ: เลือก Contact Tachometer2. ความต้องการความแม่นยำo งานที่ต้องการความละเอียดสูง: เลือก Digital Tachometero งานทั่วไป: เลือก Analog Tachometer3. สภาพแวดล้อมในการทำงานo งานที่ต้องการความปลอดภัย: เลือก Non-contact Tachometer หรือ Photo Tachometero งานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีฝุ่นหรือสารเคมี: เลือกเครื่องมือที่มีการป้องกันฝุ่นและความชื้น4. การใช้งานแบบพกพาหรือถาวรo สำหรับงานที่ต้องการความคล่องตัว: เลือก Handheld Tachometero สำหรับงานที่ต้องติดตั้งถาวร: เลือก Panel Tachometer5. งบประมาณo งานที่ต้องการต้นทุนต่ำ: เลือก Analog Tachometer หรือ Contact Tachometero งานที่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง: เลือก Digital Tachometer หรือPhoto Tachometer12. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Monitor) เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Monitor) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบระดับมลพิษในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง PM2.5, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂), ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ก๊าซโอโซน (O₃), และสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) การใช้งานและบำรุงรักษาที่ถูกต้องช่วยให้เครื่องมือมีความแม่นยำและใช้งานได้ยาวนาน12.1 การใช้งานเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ12.1.1 การเตรียมความพร้อม• ศึกษาคู่มือการใช้งาน: ทำความเข้าใจวิธีการตั้งค่าและข้อจำกัดของเครื่องมือ• ตรวจสอบเครื่องมือ:o ตรวจสอบแบตเตอรี่ หรือแหล่งจ่ายไฟo ตรวจสอบความสะอาดของเซ็นเซอร์ (Sensor) และหน้าจอแสดงผล• เลือกตำแหน่งติดตั้ง:o ตำแหน่งควรเป็นพื้นที่โล่ง ห่างจากแหล่งกำเนิดมลพิษโดยตรง เช่น ควันจากเครื่องยนต์ หรือควันบุหรี่o ระยะสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 - 2 เมตร เพื่อให้ได้ค่าที่สะท้อนถึงคุณภาพอากาศในระดับการหายใจ
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 44Energy Conservation Technology Co.,ltd.12.1.2 การตั้งค่าและวัดค่า• ตั้งค่าเริ่มต้น:o ตั้งหน่วยการวัด เช่น ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) หรือส่วนในล้านส่วน (ppm)o หากเครื่องมือรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Bluetooth ให้เชื่อมต่อเพื่อดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน• เริ่มการวัด:o เปิดเครื่องและรอให้เซ็นเซอร์คงที่ (ประมาณ 1-5 นาที ขึ้นอยู่กับรุ่น)o อ่านค่า PM2.5, PM10, CO₂, หรือค่ามลพิษอื่นๆ จากหน้าจอหรือแอปพลิเคชัน• การบันทึกข้อมูล:o บันทึกค่าที่วัดได้ หรือใช้ฟังก์ชัน \"Record\" ในเครื่องมือที่รองรับ12.1.3 การหยุดใช้งาน• ปิดเครื่องหลังการใช้งาน• ถอดหรือจัดเก็บเครื่องมือในพื้นที่ปลอดภัย12.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ12.2.1 การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)• ทำความสะอาดเครื่องมือ:o เช็ดตัวเครื่องและหน้าจอด้วยผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆo ใช้แปรงขนาดเล็กหรืออุปกรณ์เป่าลมทำความสะอาดเซ็นเซอร์เพื่อลดการสะสมของฝุ่น• ตรวจสอบเซ็นเซอร์:o ตรวจสอบเซ็นเซอร์ให้ทำงานปกติ เช่น การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของมลพิษo หากเซ็นเซอร์เสื่อมสภาพ ให้เปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต• ตรวจสอบแหล่งพลังงาน:o ชาร์จแบตเตอรี่หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อไฟแสดงสถานะเตือนo หากใช้ปลั๊กไฟ ให้ตรวจสอบสายไฟว่าปลอดภัยและไม่มีความเสียหาย12.2.2 การสอบเทียบเครื่องมือ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมือเป็นประจำ:o โดยทั่วไปควรสอบเทียบทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานo ใช้ก๊าซมาตรฐานหรือบริการจากศูนย์สอบเทียบที่ได้รับการรับรอง• การปรับค่าเบื้องต้น:o หากค่าที่วัดได้เบี่ยงเบน ให้ทำการปรับตั้งค่า (Zero Calibration) เพื่อคืนค่ามาตรฐาน
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 45Energy Conservation Technology Co.,ltd.12.2.3 การจัดเก็บ• เก็บเครื่องมือในที่แห้งและปลอดภัยจากฝุ่นหรือความชื้น• หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือใกล้แหล่งความร้อน12.2.4 การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น• ปัญหา: เครื่องมือไม่ทำงาน:o ตรวจสอบแบตเตอรี่ หรือแหล่งจ่ายไฟo รีเซ็ตเครื่องมือ (หากมีปุ่ม Reset)• ปัญหา: ค่าแสดงผลผิดปกติ:o ทำความสะอาดเซ็นเซอร์o สอบเทียบเครื่องมือใหม่• ปัญหา: การเชื่อมต่อไม่เสถียร:o ตรวจสอบสัญญาณ Wi-Fi หรือ Bluetootho อัปเดตเฟิร์มแวร์ของเครื่องมือ12.3 ข้อควรระวัง1. หลีกเลี่ยงการใช้งานในพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือละอองน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้เซ็นเซอร์อุดตัน2. ห้ามใช้เครื่องมือในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือมีไอระเหยสารเคมีที่อาจกัดกร่อนเซ็นเซอร์3. ห้ามกระแทกหรือทำเครื่องมือหล่น เนื่องจากอาจทำให้เซ็นเซอร์เสียหาย12.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• ยืดอายุการใช้งาน: ลดความเสี่ยงของการเสียหายหรือเซ็นเซอร์เสื่อมสภาพ• เพิ่มความแม่นยำ: ช่วยรักษาคุณภาพของข้อมูลการวัด• ลดค่าใช้จ่าย: ลดความจำเป็นในการซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องมือใหม่• เพิ่มความน่าเชื่อถือ: ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้สำหรับการวิเคราะห์คุณภาพอากาศ12.5 ตารางการเลือกใช้เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ (Air Quality Monitor) การเลือก เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของมลพิษที่ต้องการตรวจวัด สภาพแวดล้อม และลักษณะการใช้งาน ตารางด้านล่างแสดงประเภทของเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ พร้อมรายละเอียดการใช้งาน ข้อดี และข้อจำกัด:
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 46Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทของเครื่องมือ สิ่งที่วัดได้ ลักษณะการใช้งาน ข้อดี ข้อจำกัด1. PM Monitorวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น PM2.5, PM10- การตรวจสอบ มลพิษฝุ่นในพื้นที่ เมือง- อุตสาหกรรมที่ ปล่อยฝุ่น- แม่นยำสูง- ใช้ได้กับพื้นที่ ในร่มและ กลางแจ้ง- ต้องบำรุงรักษา เซ็นเซอร์เป็น ประจำ2. CO₂ Monitorวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)- ตรวจสอบ คุณภาพอากาศ ในอาคาร- ระบบระบาย อากาศ- ใช้งานง่าย- เหมาะสำหรับ พื้นที่ในร่ม- ไม่รองรับการวัด ก๊าซอื่น3. VOCs Monitorวัดสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์, เบนซีน- ใช้ในโรงงาน อุตสาหกรรม- การตรวจสอบ อาคารใหม่- ตรวจจับ สารเคมี ในปริมาณต่ำ ได้- ราคาสูง- อาจต้องใช้หลาย จุดวัด4. Gas Monitor (Multi-gas)วัดก๊าซหลากหลายชนิด เช่น CO, NO₂, SO₂, O₃- การตรวจสอบ คุณภาพอากาศ ภายนอก- การติดตั้งใน โรงงาน- วัดมลพิษได้ หลากหลาย- รองรับการใช้ งานภาค สนาม- ราคาสูง- ต้องการการสอบ เทียบอย่าง สม่ำเสมอ5. Temperature & Humidity Monitorวัดอุณหภูมิและความชื้น- ตรวจสอบสภาพ อากาศในร่มและ ระบบ HVAC- ติดตั้งง่าย- ใช้งานร่วมกับ ระบบควบคุม อัตโนมัติได้- ไม่รองรับการวัด มลพิษ6. Portable Air Quality Monitorวัด PM2.5, CO₂, VOCs หรือค่าอื่น (ขึ้นอยู่กับรุ่น)- การตรวจสอบ แบบพกพา- ใช้ในพื้นที่หลาย จุด- น้ำหนักเบา- ใช้งานสะดวก- ความแม่นยำอาจ ลดลงใน สภาพแวดล้อม ที่ซับซ้อน7. Fixed Station Air Quality Monitorวัด PM, ก๊าซต่างๆ, VOCs, อุณหภูมิและความชื้น- ใช้ในสถานี ตรวจวัดคุณภาพ อากาศ- ระบบเฝ้าระวัง อุตสาหกรรม- ครอบคลุม การวัดหลาย ชนิด- ทนต่อสภาพ แวดล้อม- ติดตั้งถาวร- ต้นทุนติดตั้งและ บำรุงรักษาสูง
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 47Energy Conservation Technology Co.,ltd.ประเภทของเครื่องมือ สิ่งที่วัดได้ ลักษณะการใช้งาน ข้อดี ข้อจำกัด8. Indoor Air Quality (IAQ) Monitorวัด PM, CO₂, VOCs, อุณหภูมิและความชื้น- ตรวจสอบ คุณภาพอากาศใน อาคาร- ระบบสมาร์ต ออฟฟิศ- ครบวงจร- เหมาะสำหรับ การปรับปรุง คุณภาพ อากาศในร่ม- ไม่เหมาะสำหรับ การใช้งานกลาง แจ้ง12.5.1 ปัจจัยในการเลือกเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ1. ประเภทของมลพิษที่ต้องการวัดo หากต้องการวัดฝุ่นละออง: เลือก PM Monitoro หากต้องการวัดก๊าซเฉพาะ เช่น CO₂: เลือก CO₂ Monitoro หากต้องการวัดหลายชนิดพร้อมกัน: เลือก Multi-gas Monitor หรือ Indoor Air Quality Monitor2. ลักษณะการใช้งานo สำหรับการใช้งานในอาคาร: เลือก Indoor Air Quality Monitoro สำหรับการตรวจสอบแบบพกพา: เลือก Portable Air Quality Monitoro สำหรับการติดตั้งถาวร: เลือก Fixed Station Air Quality Monitor3. ความแม่นยำและช่วงการวัดo หากต้องการความแม่นยำสูง: เลือกเครื่องมือที่มีระบบสอบเทียบและเซ็นเซอร์มาตรฐานo หากใช้ในพื้นที่ทั่วไป: เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับขอบเขตการวัดของพื้นที่4. สภาพแวดล้อมในการใช้งานo สำหรับกลางแจ้ง: เลือก Fixed Station Air Quality Monitor หรือ Multi-gas Monitoro สำหรับในร่ม: เลือก Indoor Air Quality Monitor หรือ CO₂ Monitor5. งบประมาณo งบประมาณจำกัด: เลือก Portable Air Quality Monitor หรือ CO₂ Monitoro หากต้องการการตรวจวัดที่ครอบคลุม: ลงทุนใน Fixed Station Air Quality Monitorการเลือก Air Quality Monitor ควรพิจารณาจากความต้องการเฉพาะ เช่น ประเภทของมลพิษ พื้นที่ใช้งาน และความแม่นยำที่ต้องการ การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมช่วยให้การวัดคุณภาพอากาศมีประสิทธิภาพและสามารถใช้ข้อมูลที่ได้ในการปรับปรุงคุณภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิผล
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 48Energy Conservation Technology Co.,ltd.13. การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือวัดความชื้นในวัตถุ (Moisture Meter) เครื่องมือวัดความชื้นในวัตถุ (Moisture Meter) ใช้สำหรับตรวจสอบปริมาณความชื้นในวัสดุต่างๆ เช่น ไม้, กระดาษ, ดิน, วัสดุก่อสร้าง หรืออาหาร เครื่องมือชนิดนี้มีหลายประเภทและใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น การเกษตร, งานก่อสร้าง, และการผลิตอาหาร การใช้งานและการบำรุงรักษาที่ถูกต้องช่วยเพิ่มความแม่นยำและยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ13.1 การใช้งานเครื่องมือวัดความชื้น13.1.1 การเตรียมความพร้อม• ศึกษาเอกสารคู่มือ: เพื่อเข้าใจหลักการทำงานและข้อจำกัดของเครื่องมือ• ตรวจสอบเครื่องมือ:o ตรวจสอบเซ็นเซอร์หรือหัววัดว่าอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยเสียหายo ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟ• สอบเทียบ (Calibration):o ตรวจสอบและสอบเทียบเครื่องมือด้วยมาตรฐานที่เหมาะสม (ขึ้นอยู่กับรุ่นและประเภทของเครื่องมือ)13.1.2 การวัดค่า• เตรียมตัวอย่าง:o ตัวอย่างควรสะอาดและไม่มีสิ่งปนเปื้อน เช่น ฝุ่นหรือคราบน้ำมันo หากต้องวัดในพื้นที่ที่แตกต่างกัน ให้เตรียมตัวอย่างจากหลายจุดเพื่อค่าเฉลี่ยที่แม่นยำ• การวัด:o แบบสัมผัส (Pin-Type Moisture Meter):▪ เสียบเข็มวัดเข้าไปในวัตถุให้ลึกพอเหมาะ▪ อ่านค่าความชื้นจากหน้าจอแสดงผลo แบบไม่สัมผัส (Pinless Moisture Meter):▪ วางหัววัดบนพื้นผิวของวัตถุและรอค่าเสถียรo แบบอินฟราเรดหรือไมโครเวฟ:▪ ใช้เทคโนโลยีคลื่นเพื่อวัดความชื้นในวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัส• การบันทึกค่า:o บันทึกค่าที่ได้เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการต่อไป13.1.3 การหยุดใช้งาน• ปิดเครื่องหลังการใช้งาน• ล้างหรือเช็ดหัววัดให้สะอาด• เก็บเครื่องมือในที่ปลอดภัย
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 49Energy Conservation Technology Co.,ltd.13.2 การบำรุงรักษาเครื่องมือวัดความชื้น13.2.1 การทำความสะอาด• ทำความสะอาดเซ็นเซอร์:o ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดเข็มวัดหรือหัววัดหลังใช้งานo ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนในการทำความสะอาด• ทำความสะอาดตัวเครื่อง:o ใช้ผ้าสะอาดเช็ดตัวเครื่องo หลีกเลี่ยงการให้เครื่องมือสัมผัสน้ำโดยตรง13.2.2 การสอบเทียบ (Calibration)• สอบเทียบเครื่องมือวัดความชื้นเป็นประจำ (แนะนำทุก 3-6 เดือน หรือก่อนใช้งานสำคัญ)• ใช้มาตรฐานสอบเทียบที่เหมาะสม เช่น การใช้ตัวอย่างที่มีค่าความชื้นที่รู้ค่าชัดเจน13.2.3 การตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วน• ตรวจสอบเซ็นเซอร์หรือเข็มวัดว่าไม่มีรอยแตกหรือสึกหรอ• หากเข็มวัดหรือหัววัดเสียหาย ให้เปลี่ยนใหม่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต• ตรวจสอบแบตเตอรี่และเปลี่ยนเมื่อมีไฟเตือน13.2.4 การจัดเก็บ• เก็บเครื่องมือในกล่องหรือซองที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องมือ เพื่อป้องกันการกระแทก• เก็บในที่แห้งและปลอดภัยจากความชื้นหรือแสงแดดโดยตรง13.2.5 การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น• ปัญหา: ค่าแสดงผลไม่เสถียร:o ทำความสะอาดเซ็นเซอร์หรือเข็มวัดo ตรวจสอบการตั้งค่าหรือสอบเทียบใหม่• ปัญหา: เครื่องมือไม่ทำงาน:o ตรวจสอบแบตเตอรี่หรือสายไฟo รีเซ็ตเครื่องมือ หรือส่งซ่อมกับศูนย์บริการ13.3 ข้อควรระวัง1. หลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้นหรือมีฝุ่นละอองมาก2. ห้ามใช้เข็มวัดในวัสดุที่แข็งเกินไป ซึ่งอาจทำให้เข็มเสียหาย3. ห้ามทำเครื่องมือหล่นหรือกระแทกแรงๆ4. หลีกเลี่ยงการเก็บเครื่องมือในที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป
การใช้และบำรุงรักษาเครื่องมือตรวจวัดด้านพลังงานบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด P a g e | 50Energy Conservation Technology Co.,ltd.13.4 ประโยชน์ของการบำรุงรักษาที่เหมาะสม• ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ• รักษาความแม่นยำในการวัด• ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์• เพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้จากการวัด13.5 ตารางการเลือกใช้เครื่องมือวัดความชื้นในวัตถุ (Moisture Meter) การเลือก เครื่องมือวัดความชื้น ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุที่ต้องการวัด ความแม่นยำที่ต้องการ และสภาพแวดล้อมของการใช้งาน ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ:ประเภทของเครื่องมือ หลักการทำงาน ลักษณะการใช้งาน ข้อดี ข้อจำกัด1. Pin-Type Moisture Meterใช้เข็มสัมผัสเจาะลงในวัสดุเพื่อวัดความต้านทานไฟฟ้า- ใช้กับวัสดุแข็ง เช่น ไม้กระดาษ และผ้า- แม่นยำในจุด ที่เจาะ- ใช้งานง่าย- ทำลายพื้นผิววัสดุ- เหมาะกับการวัด เฉพาะจุด2. Pinless Moisture Meterใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการวัดระดับความชื้นโดยไม่สัมผัสวัสดุ- ใช้กับวัสดุที่ไม่ ต้องการทำลาย เช่น พื้นไม้ผนัง- ไม่ทำลาย พื้นผิว- วัดได้รวดเร็ว- ไม่แม่นยำในวัสดุ ที่มีความหนาแน่น ไม่สม่ำเสมอ3. Grain Moisture Meterใช้การวัดความต้านทานไฟฟ้าหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในเมล็ดพืช- ใช้ในงานเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่ว- ออกแบบ เฉพาะสำหรับ เมล็ดพืช- แม่นยำสูง- ใช้งานได้กับเมล็ด พืชเท่านั้น4. Concrete Moisture Meterใช้คลื่นไมโครเวฟหรือเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ในการวัดความชื้นในคอนกรีต- ใช้ในงานก่อสร้าง เช่น คอนกรีต ปูน และอิฐ- วัดได้ลึก- ไม่ทำลายวัสดุ- ราคาสูง- ไม่เหมาะกับวัสดุ ชนิดอื่น5. Soil Moisture Meterใช้หัววัดเจาะลงในดินเพื่อตรวจสอบความชื้นในชั้นดิน- ใช้ในงานเกษตรและ การวิจัยดิน- ใช้งานง่าย- วัดความชื้นใน ดินได้ลึก- ไม่เหมาะกับดินที่ แข็งหรืออัดแน่น มากเกินไป6. Halogen Moisture Analyzerใช้หลอดฮาโลเจนให้ความร้อนเพื่อคำนวณปริมาณน้ำในตัวอย่างโดยการระเหย- ใช้ในห้องปฏิบัติการ- การทดสอบตัวอย่าง อาหาร- แม่นยำสูง มาก- ใช้ในงานวิจัย- ราคาสูง- ใช้งานซับซ้อน7. Portable Moisture Meterแบบพกพา ใช้ได้ทั้งแบบ Pin-Type และ Pinless- ใช้ในงานที่ต้องการ เคลื่อนย้ายและตรวจ หลายจุด- พกพาสะดวก- ใช้งานได้ หลากหลาย- ความแม่นยำอาจ ต่ำกว่ารุ่นเฉพาะ ทาง