ฟาฎฬี า เตะ๊ เยบ็
เขาชา้ ง
ฟาฎีฬา เตะ๊ เยบ็
กาลละครง้ั หน่ึงนานมาแล้ว มีพี่นอ้ ง 2 คน พช่ี ่อื ยมดงึ เปน็ ชาย นอ้ งช่อื ยมโดย เป็นหญงิ
บา้ นอยทู่ ่ีประจวบคีรขี นั ธ์
ยมโดย : พี่ยมดึงออกไปทำไรท่ ำนากนั เถอะ(เสยี งน้องสาวเรยี กพช่ี าย)
พ่ยี มดึง : ยงั ไมอ่ ยากต่นื เลย ฉันขอเวลาอกี หนอ่ ยนะ
ยมโดย : ไมเ่ อานา่ ลุกขึน้ ไปทำงานเดี๋ยวนี(้ เสียงดุพชี่ าย)
ยมดึงไดย้ ินแบบนนั้ กร็ ีบลกุ ขนึ้ ไปอาบนำ้ แต่งตวั อยา่ งรวดเรว็
ยมโดย : นน้ั อาหารท่ีฉนั เตรยี มไว้ รีบกนิ ใหเ้ สรจ็ จะได้ไปกนั
นค้ี ือกจิ วัตรประจาํ วันของสองพี่น้องน้ี แต่ทง้ั สองกม็ ีความสุขมากในการใชช้ ีวิตแบบนี้
ตอ่ มานางยมโดยไดเ้ สยี ชีวติ
ตายมเศร้าโศกมากจึงละท้ิงถ่นิ เดมิ ไปตามยถากรรมจนมาถงึ ปลายคลองแสง
ในเขตอำเภอบา้ นตาขุน จังหวดั สรุ าษฏรธ์ านี และอาศยั อยู่กับตาโจงโดงในละแวกบ้านไกรสร
ซึง่ มอี าชพี หาน้ำมันชันจากตน้ ยาง เนื่องจากตายมดึงเปน็ คนขยนั จนตาโจงโดงพอใจมาก
ถึงกบั ยกนางทองตงึ ใหแ้ กต่ ายมดึง
ตายมึ ดงึ ก็ได้บ่นในใจกบั ตวั เองว่า :
“ชีวิตของฉันไมเ่ หลือใครแล้วแลว้ ฉันจะอยู่อย่างไร” พรอ้ มกบั ร้องไหอ้ อกมา
อยมู่ าวนั หน่งึ มโี ขลงชา้ งป่าเข้ามาทำลายไร่ข้าวและผกั ผลไมข้ องตายมดึง
ไลไ่ ปแล้วกก็ ลบั มากนิ อกี เป็นหลายคราวจนนายยมดึงโกรธแค้น จะฆ่าชา้ งทง้ั โขลงนนั้ ให้ได้
ยังมตี างุม้ เปน็ ชาวบา้ นพุมเรียง อำเภอไชยามีอาชีพคา้ ขายเดนิ ทางไปต่างเมืองอย่เู สมอ
ตางมุ้ มีชา้ งอยู่ 2 เชือก เปน็ ช้างพังและชา้ งพลายเพ่อื เป็นพาหนะในการบรรทุกสนิ คา้
คราวนนั้ ตางุ้มเดินทางจากไชยาไปค้าขายถงึ เขาพนมและจะต่อไปยงั ตะกว่ั ปา่
ขณะตางมุ้ พักช้างอยูน่ น้ั โขลงช้างทต่ี ายมดึงไลว่ ิง่ ผา่ นมา
ช้างพลายของตางมุ้ เห็นชา้ งพงั งามเขา้ ก็กระชากปลอกขาดออกวง่ิ ติดตามนางชา้ งพังปา่ นน้ั ไป
ไดอ้ าละวาดตอ่ สกู้ บั ชา้ งพลายป่าจนฝงู ช้างแตกกระจดั กระจายหนีไปคนละทศิ ละทาง
จนเป็นเหตุใหต้ ายมดึงสำคัญผิดตดิ ตามลา่ ช้างของตางมุ้ เชือกหน่ึงด้วย
ตาดึก : ฉันจะฆ่าช้างพวกน้ีใหห้ มดเลย มายุ้งกับของฉนั ไมร่ ซู้ ะแลว้ ว่าเปน็ ใคร พวกแกโดนแน่
ตายมดงึ สะกดรอยลา่ ชา้ งกับหมาตวั หน่ึง ตามมาจนถงึ คลองสก ซ่ึงนำ้ เชี่ยวมาก
ชา้ งพังเชอื กหน่งึ กำลงั ทอ้ งแก่ตกใจวง่ิ หนี จนพลาดตกลงไปในคลองนนั้
แรงกระแทกทำให้ตกลูกออกมา ลกู ช้างตัวนัน้ กลายเปน็ หินอยูก่ ลางคลองสก จึงเรยี กวา่
"หินลกู ช้าง" มาจนบัดนน้ั ตายมดงึ ยังคงตดิ ตามรอยช้างต่อไป โดยลากหอกตามไปเร่ือย ๆ
ทางทล่ี ากหอกไปน้ัน ทำให้ดนิ และหินแยกเปน็ ทางน้ำอย่ใู นเขตอำเภอพนม
จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี เรียกหมบู่ า้ นแถบนน้ั ว่า "บางลากหอก" หรอื บางตาม จนมาถึงทกุ วนั น้ี
ตายมดงึ ตามชา้ งไปจนถึงช่องเขาในป่าลึก ในตำบลคลองสก ณ
ท่ีนัน้ มีม้าตัวหนงึ่ เหลยี วมาดูตายมดงึ เขาชอ่ งน้นั จงึ ไดช้ อ่ื วา่ "ชอ่ งม้าเหลยี ว"
คร้ันไล่ตอ่ ไปจนเกอื บจะทนั ตายมดึงได้เอาดินปนื ใสก่ ระบอกปืนจ้องยิง
แต่กระสุนพลาดไปจงึ เรยี กสถานที่ท่ีกระสนุ ตก ซงึ่ อยู่ใกล้ ๆ บา้ นบางหมานว่า "ช่องลกู ปลาย"
และดว้ ยความโกรธทยี่ ิงชา้ งไมถ่ กู ตายมดึง จงึ โยนปนื ท้งิ
ปืนไปตกบนภเู ขาตรงหนา้ วัดสองพีน่ อ้ ง ตำบลคลองสก จงึ เรยี นภูเขาน้ันว่า "เขาโยน"
ตายมดงึ เหนอื่ ยมาก “ฉันเหน่อื ยจังเลย” ตาดงึ บ่น
จงึ ปลอ่ ยใหห้ มาทีต่ ามมาด้วยไล่ช้างไปกอ่ น
ช้างพลายของตางมุ้ ถกู ตายมดึงตามลา่ ไม่ลดละต้องเตลดิ หนไี ปจนถงึ แดนเมอื งตะกั่วป่า
ไปหยดุ นอน ณ ปา่ แหง่ หนง่ึ ในเขตอำเภอท้ายเหมอื ง จังหวัดพังงา จงึ ไดช้ ่ือว่า "บา้ นชา้ งนอน"
จากนั้นตาดึงได้ยงิ่ ชา้ งตวั นน้ั ‘เม่อื ยิงชา้ งตาย จึงเรยี กสถานทีน่ ้วี า่ เขาช้าง’
เจา้ ของฟอร์ม : ฟาฎีฬา เต๊เย็บ สภท.๑๑๑๒
คติชนวทิ ยา ภาษาไทย มรภ.ภูเกต็
๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๔