The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kamonwat0949868337, 2021-11-28 09:04:07

รายงานไตรภูมิพระร่วง

รูปเล่มรายงาน(1)

รายงาน

เรื่อง ถอดบทภาพยนตร์ส่กู ารวิเคราะห์ความเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ในไตรภมู ิพระรว่ ง

เสนอ

คุณครูสายฝน โหจนั ทร์

โดย

นางสาวมัชฌิมา นันทะมิ ช้นั ม.๖/๑ เลขท่ี ๓
นางสาวเพชรณฐั ฎิ า เพชรพรมมาศ ชัน้ ม.๖/๑ เลขท่ี ๑๒
นางสาวนฤมล รัตนะแพร ชนั้ ม.๖/๑ เลขที่ ๑๗
นางสาวโฉนดพทุ ธ ไทยทัตกุล ช้นั ม.๖/๑ เลขที่ ๑๙
นางสาวเอมมกิ า คำทองเขียว ชนั้ ม.๖/๑ เลขท่ี ๒๐

รายงานนี้เปน็ ส่วนหน่งึ ของวิชาภาษาไทยพื้นฐาน (ท๓๓๑๐๒)
ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔

โรงเรยี นมารีย์อุปถมั ภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม



คำนำ

รายงานเรอื่ งถอดบทภาพยนตรส์ กู่ ารวิเคราะหค์ วามเชอ่ื เร่อื งนรก-สวรรค์ในไตรภูมิพระร่วง
เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทยพื้นฐาน (ท๓๓๑๐๒) ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔มี
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อเรื่องนรก– สวรรค์จากภาพยนตร์ไทย สืบเนื่องมาจาก
คณะผจู้ ดั ทำศึกษาไตรภูมพิ ระรว่ งจากแบบเรยี นวรรณคดี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ แล้วพบประเด็นท่ี
น่าสนใจที่จะนำมาวิเคราะห์เกี่ยวกับความเชื่อในภาพยนตร์ไทยและต้องการศึกษาเพิ่มเติมใน
ประเด็นดังกล่าวจึงนำมาจดั ทำรายงาน โดยมขี อบข่ายเนอื้ หาดงั นี้ เนอื้ เรอื่ งไตรภมู ิพระร่วง ความ
เชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ในไตรภมู พิ ระร่วงบทภาพยนตร์ท่ีปรากฏความเชื่อเรือ่ งนรก-สวรรค์ และการ
วิเคราะห์ความสอดคล้องของพฤติกรรมตัวละครกับความเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ ทั้งนี้คณะผู้จัดทำ
ได้ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลโดยอาศัยกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเชื่อมโยง
จนสำเรจ็ เปน็ รายงานเล่มน้ี

คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหรือบุคคลที่กำลัง
หาข้อมูลเรอื่ งนี้อยู่ และขอยอมรบั ขอ้ เสนอแนะต่างๆ เพอื่ นำไปเพ่มิ เตมิ หรือแก้ไขตอ่ ไป

คณะผ้จู ัดทำ
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

สารบญั ข

เรอ่ื ง หนา้
คำนำ ก
สารบญั ข
บทนำ ๑
๑.เร่อื ง ไตรภูมิพระร่วง
๒-๔
๑.๑ ท่ีมาของเร่ือง
๑.๒ ประวตั ิผแู้ ตง่ ๕-๑๓
๑.๓ ลกั ษณะคำประพนั ธ์
๑.๔ เนื้อเรื่องย่อ ๑๔-๓๐
๒.ความเชอื่ เรอ่ื งนรก-สวรรคใ์ นไตรภูมิพระรว่ ง
๒.๑ สวรรค์

๒.๑.๑ ประเภทของสวรรค์
๒.๒ นรก

๒.๒.๑ ประเภทของนรก
๓.บทภาพยนตรท์ ่ีปรากฏความเชือ่ เร่อื งนรก-สวรรค์

๓.๑ นรก
๓.๑.๑ เรือ่ งยอ่
๓.๑.๒ ทม่ี าของเรื่อง
๓.๑.๓ บทวเิ คราะหก์ ารกระทำของตวั ละคร

๓.๒ 5แพรง่ ตอน หลาวชะโอน
๓.๒.๑ เรอ่ื งย่อ
๓.๒.๒ ทีม่ าของเรอ่ื ง
๓.๒.๓ บทวเิ คราะหก์ ารกระทำของตัวละคร

๓.๓ อาบัติ
๓.๓.๑ เร่ืองย่อ
๓.๓.๒ ทีม่ าของเร่ือง
๓.๓.๓ บทวเิ คราะหก์ ารกระทำของตวั ละคร



๔.การวิเคราะหค์ วามสอดคลอ้ งของพฤตกิ รรมตวั ละครกับความเชอ่ื เรอ่ื งนรก-สวรรค์ ๓๑-๓๕
๔.๑ นรก
๔.๑.๑ จากพฤตกิ รรมของตวั ละคร จา๋ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ผลดังต่อไปน้ี
๔.๑.๒ จากพฤติกรรมของตวั ละคร ชด สะท้อนให้เหน็ ผลดงั ต่อไปน้ี
๔.๑.๓ จากพฤติกรรมของตัวละคร น้าเตา๋ สะท้อนให้เห็นผลดังต่อไปน้ี
๔.๑.๔ จากพฤติกรรมของตวั ละคร เละ สะท้อนให้เหน็ ผลดงั ต่อไปน้ี
๔.๒ 5แพรง่ ตอน หลาวชะโอน
๔.๒.๑ จากพฤตกิ รรมของตัวละคร เป้ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ผลดังต่อไปนี้
๔.๒.๒ จากพฤติกรรมของตวั ละคร หลวงพ่ี สะทอ้ นใหเ้ หน็ ผลดงั ต่อไปน้ี
๔.๒.๓ จากพฤติกรรมของตัวละคร แมข่ องเป้ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ผลดงั ต่อไปน้ี
๔.๓ อาปัติ
๔.๓.๑ จากพฤติกรรมของตวั ละคร เณรซัน สะท้อนใหเ้ ห็นผลดงั ต่อไปน้ี
๔.๓.๒ จากพฤติกรรมของตัวละคร ฝ้าย สะทอ้ นใหเ้ หน็ ผลดังต่อไปน้ี
๔.๓.๓ จากพฤตกิ รรมของตัวละคร พณิ สะทอ้ นใหเ้ ห็นผลดงั ต่อไปน้ี
๔.๓.๔จากพฤติกรรมของตวั ละคร พระอาจารย์อุเทน สะทอ้ นให้เหน็ ผลดังต่อไปน้ี

๕.บทสรปุ
บรรณานกุ รม



บทนำ

ไตรภมู พิ ระร่วง หรือทเ่ี รียกกันว่า ไตรภูมิกถา เป็นวรรณคดีพทุ ธศาสนาที่แตง่ ในสมัย
สุโขทัยและเป็นวรรณกรรมที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่ง แต่งโดยพระราชดำริในพระยาลิไทรวบรวม
จากคัมภีร์ในพระพุทธศาสนา มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกสัณฐานที่แบ่งเป็น ๓ ส่วนหรือไตรภูมิ ได้แก่
กามภูมิ รูปภูมิและอรูปภูมิ ในวรรณคดีเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ คติความเชื่อของชาวไทยเป็น
จำนวนมากเนื่องจากไตรภูมิเปน็ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับนรก-สวรรค์ สอนให้คนรู้จักการทำความดีเพื่อ
จะไดข้ ึ้นสวรรคห์ ากแต่ใครทำช่วั ผดิ ศลี จะต้องตกนรก นอกจากนไี้ ตรภมู ยิ งั สง่ ผลในแงค่ วามคิด การ
ดำรงชีวิต ศิลปะต่อคนไทยทุกยุคทุกสมัย หัวใจของเรื่องก็คือ การละชั่ว ทำดี และทำจิตใจให้
บริสทุ ธิ์ เป็นคำสอนทีส่ ำคัญตามหลักของพระพทุ ธศาสนารวมถงึ ในปัจจบุ นั น้ีไตรภมู ิพระร่วงเป็นที่
สนใจอย่างมากของผู้กำกับภาพยนตร์ เรื่องนรก เรื่องอาปัติ และ เรื่อง5แพร่ง มีการประยุกต์ใช้
โดยนำความเชื่อในหลากหลายด้านจากไตรภูมิพระร่วงมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ด้วยเหตุนี้คณะ
ผจู้ ดั ทำจึงสนใจทีจ่ ะถอดบทภาพยตรไ์ ทยมาวิเคราะห์เกี่ยวกับความเช่ือเรอื่ งนรก-สวรรค์ในไตรภูมิ
พระร่วงว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร เพื่อศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวสูผ่ ู้สนใจต่อไปได้จาก
รายงานเลม่ นี้



รายงาน เรือ่ ง ถอดบทภาพยนตร์สู่การวิเคราะหค์ วามเชอ่ื เร่อื งนรก-สวรรค์ในไตรภมู ิพระร่วง
๑.ไตรภมู พิ ระรว่ ง

๑.๑ที่มาของเรือ่ ง
(มงคล สุตัญต้ังใจ,(๒๕๕๓):ออนไลน์) ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนงั สือสำคัญสมยั กรุงสุโขทยั

ตกทอดมาถึงปัจจุบัน เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่มีอิทธิพล ต่อคนไทยมาก เดิมเรียกว่า “เตภูมิ
กถา” หรือ “ไตรภูมิพระร่วง” ต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า
“ไตรภูมิพระร่วง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระร่วงเจ้ากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย (พระยาลิไท) ซ่ึง
เป็นผู้พระราชนิพนธ์ นับว่าเป็นหนังสือวรรณคดีเล่มแรกที่เกิดจากการค้นคว้าจากคัมภีร์พุทธ
ศาสนาถึง ๓๐ คัมภีร์ และมีลักษณะเป็นหนังสือที่สมบูรณ์ คือ บอกชื่อ วัน เดือน ปี และความมุ่ง
หมายในการแต่งไว้อย่างครบถ้วน หอพระสมุดวชิรญาณได้ต้นฉบับไตรภูมิพระร่วงมาจากจังหวัด
เพชรบรุ ี เปน็ ใบลาน ๑๐ ผกู จารด้วยอักษรขอม ในสมยั สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบรุ ี โดยบอกไว้
ในตอนจบว่า “พระมหาช่วยจารพระไตรภูมิกถา วัดปากน้ำ ชื่อวัดกลาง แล้วแต่ในเดือน ๔ ปี
จอ วันอาทิตย์ เมื่อเวลาตะวันบ่าย สามโมงเศษ เมื่อพระพุทธศักราชลางไปได้ ๒๓๒๑ พระ
วรรษา เศษสังขยาเดือนได้ ๙ เดือน ๒๖ วัน เป็นสำเร็จแล้วแล” พระมหาช่วยผู้คัดลอกจะได้
ตน้ ฉบับมาจากทใ่ี ดไม่ปรากฏ หอพระสมุด

๑.๒ ประวตั ิผู้แตง่
(หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิจักษ์, (พ.ศ.๒๔๖๑), น.๑๖๒)

พญาลิไทย พระผู้ทรงนิพนธ์เรื่องไตรภูมิกถา เป็นพระราชโอรสของพญาเลอไทย เป็นพระราช
นัดดาของพอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช พญาลิไทยเปน็ พระมหากษตั ริยอ์ งค์ที่ ๕ แห่งราชวงศ์พระร่วง
ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๙๐ - ๑๙๑๙ มีพระนามว่าเต็มว่า พระเจ้าศรีสุริยพงศ์รามมหา
ธรรมราชาธิราช เรียกกันเป็นสามัญว่า พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ใน พ.ศ. ๑๘๘๒ พญาลิไทยเป็น
พระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย ครั้นถึงพ.ศ. ๑๘๔๐ จึงได้เสวยราชย์เป็นกษัตริย์ครอง
กรุงสุโขทัย พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงธรรม มีพระปรีซาสามารถในศิลป
ศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น พุทธศาสตร์ดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ ในรัชสมัยของพระองค์กรุงสุโขทัย
ขยายอาณาเขตออกไปไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง มกี ารสรา้ งศลิ าจารกึ ขน้ึ หลายหลกั ทัง้ ภาษาไทย ภาษา



มคธและภาษาขอมศิลาจารึกเหล่านี้ภายหลังได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญทางปร ะวัติศาสตร์ชาติ
ไทย พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของพญาลิไทยคือการอุปถัมภ์การศึกษา
พระพุทธศาสนาและศิลปะศาสตร์ต่างๆ โดยทรงดำเนินการให้พระสงฆ์ได้เล่าเรียนพระธรรมวินัย
ศึกษาพระไตรปิฎก และให้พวกพราหมณ์ได้เล่าเรียนศิลปะศาสตร์ต่างๆ ในบริเวณพระมหา
ปราสาท อาจนับได้วา่ เป็นการตั้งโรงเรยี นสอนพระปริยัติธรรมและศลิ ปะศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรกใน
ประวัติศาสตร์ของชาติไทย เมื่อปีระกา พ.ศ. ๑๙๐๐ ได้ทรงส่งราชบุรุษไปรับพระบรมธาตุมาจาก
ประเทศลังกา แล้วโปรดให้บรรจุพระบรมธาตุไว้ในพระมหาธาตุหรือมหาเจดีย์ที่สร้างขึ้นที่เมือง
นครชุม ปัจจุบันเป็นเมืองเก่าอยู่หลังเมืองกำแพงเพชรและเมื่อปีฉลู พ.ศ. ๑๙๐๔ได้ทรงส่งราช
บัณฑติ ไปอาราธนาพระมหาสวามีสังฆราชจากประเทศลังกามาอยทู่ ่วี ัดป่ามะม่วง หรือวัดอัมพวนา
ราม พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพญาลิไทยทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกที่แท้จริง
ได้แก่การที่ได้ทรงผนวชเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระบวรพุทธศาสนา ณ วัดป่า
มะมว่ ง โดยมพี ระมหาสวามีสงั ฆราชเป็นพระอุปัชฌาย์ เม่ือ พ.ศ. ๑๙๐๕ นบั เปน็ พระมหากษัตริย์
ไทยพระองค์แรกที่ไดท้ รงผนวชเป็นพระภกิ ษุต่อมาสมเด็จพระรามาธบิ ดีท่ี ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) แห่ง
กรุงศรีอยุธยายึดเมืองชัยนาท(คือเมืองพิษณุโลก)ได้ แล้วให้ขุนหลวงพ่องั่วเจ้าเมืองสุพรรณบุรีไป
ครอง พระมหาธรรมราชาที่ ๑ทรงขอเมืองคืนจากกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ แล้วเสด็จไปครองเมือง
พิษณุโลกจนสวรรคตเมื่อ พ.ศ. ๑๙๑๑ พระปรีชาสามารถสำคัญที่สุดของพญาลิไทยที่ทำให้ทรง
ได้รับยกย่องอย่างสูงว่าเปน็ นักปราชญ์ ได้แก่ความรอนรู้เชี่ยวชาญในพระพุทธศาสนา มีพระปรีชา
แตกฉานในพระไตรปิฎก อรรถกถาฎีกา อนุฎีกา และปกรณ์พิเศษต่าง ๆ ทรงอุตสาหะศึกษาจาก
พระสงฆ์ผู้เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกในยุคนั้น เช่น พระมหาเถระมุนีวงศ์ พระอโนมทัสสีเถระเจ้า
พระมหาเถรธรรมปาลเจ้า พระมหาเถรสิทธัตเจ้า พระมหาเถรพุทธพงศ์เจ้า พระมหาเถรปัญญา
นันทเจา้ และพระมหาเถระพทุ ธโฆษาจารยแ์ หง่ เมืองหริภุญไชย นอกจากนีย้ ังได้ทรงศกึ ษาในสำนัก
ราชบัณฑิต อุปเสนราชบัณฑิต และอทรายราชบัณฑิตอีกด้วย ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญใน
พระพุทธศาสนา ประกอบกับมีพระราชประสงค์จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้แผ่ไพศาล และ
ส่งเสริมให้อาณาประชาราษฎร์ใส่ใจในการศึกษาเล่าเรียนพระพุทธศาสนา เพื่อให้เกิดความมั่นคง
และสงบสุข พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีเรื่องหนึ่งใน พ.ศ. ๑๘๘๘



ขณะเป็นพระมหาอุปราชคือไตรภมู ิกถาหรือไตรภูมพิ ระร่วงโดยแต่เปน็ ร้อยแก้ว ซึ่งเป็นผลงานการ
คันดว้าที่สำคัญทางศาสนา วรรณดีเรื่องนี้ได้รับยกยอ่ งจากคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติให้เปน็
ยอดของวรรณคดสี มัยสุโขทัยเม่ือ พ.ศ. ๒๕๕

๑.๓ เนือ้ เร่อื งย่อ
(ประคอง นมิ มานเหมินทร์:ออนไลน์) ไตรภมู พิ ระร่วง กลา่ วถงึ ลกั ษณะการเกิดหรือปฏิสนธิ

ของมนุษย์ สัตว์ และเทวดา และบรรยายลักษณะของแต่ละภูมิอย่างละเอียด เริ่มด้วยนรกภูมิ
บรรยายภาพที่น่ากลัวของนรกแต่ละขุม กล่าวถึงเหตุของการตกนรกแต่ละขุมและความทุกข์
ทรมานที่สตั วน์ รกตอ้ งได้รับ ในติรจั ฉานภูมิ กล่าวถงึ การเกิดและลักษณะของสตั ว์ชนดิ ต่าง ๆ สัตว์
ที่กล่าวถึงอย่างละเอียดได้แก่ ราชสีห์ ๔ ชนิด ช้างแก้ว ๑๐ จำพวก ปลาใหญ่ ๗ ตัว ครุฑ นาค
และหงส์ ในเรื่องเปรตภูมิ บรรยายรายละเอียดของลักษณะเปรตแต่ละจำพวก และในส่วนที่ว่า
ด้วยอสุรกายภูมิ บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเมืองของอสูรใหญ่ ๔ เมือง ส่วนในเรื่องของมนุสส
ภมู ิ บรรยายการปฏสิ นธิและการเจริญเตบิ โตของทารกในครรภจ์ นถึงเวลาคลอด บรรยายลักษณะ
ของทวีปทงั้ ๔ คอื อุตตรกรุ ทุ วีป อมรโคยานทวีป บุพวิเทหทวีป และชมพทู วปี โดยละเอยี ด กลา่ วถึง
จักรพรรดิราชและบุคคลสำคัญบางคนได้แก่ โชติกเศรษฐี พญาพิมพิสารและพญาอชาตศัตรู ใน
ส่วนที่ว่าด้วยฉกามาพจรภูมิ ได้แก่ สวรรค์ ๖ ชั้น บรรยายลักษณะของสวรรค์แต่ละชั้นให้เห็น
ความยิ่งใหญ่ งดงามและนา่ รืน่ รมย์ ในส่วนที่กล่าวถึงรูปภูมิ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพรหมที่มรี ูป ๑๖ ช้ัน
และอรูปภูมิ ที่อยู่ของพรหมที่ไม่มีรูป ๔ ชั้น ก็บรรยายลักษณะของพรหมอย่างละเอียด ใน
ตอนท้ายของหนังสือผู้นิพนธ์ทรงชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ สัตว์และเทวดาทั้งหลายตลอดจนสรรพสิ่งใน
ภูมิทั้ง ๓ แม้กระทั่งภูเขา แม่น้ำ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว ตลอดจนป่าหิมพานต์ ในที่สุดก็
ตอ้ งเสอ่ื มสลายไปท้งั สิ้น ไมม่ สี ิง่ ใดเที่ยงแทเ้ ลย กล่าวถงึ การเกิดไฟประลยั กัลป์ และกำเนดิ โลกและ
สรรพสิ่งขน้ึ ใหม่หลังจากเกิดไฟประลยั กลั ป์ นอกจากน้ียงั กล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของ
สถาบันพระมหากษตั ริย์



ทางคณะผจู้ ดั ทำเหน็ ว่า ในไตรภูมพิ ระร่วงมกี ารกล่าวถงึ ความเช่อื เรื่องนรก-สวรรค์ และยังมีการ
กล่าวถึงผลของการกระทำกรรมของมนุษย์ทั้งกรรมดีและกรรมชั่วว่าการกระทำเหล่านั้นจะส่งให้
มนษุ ย์แตล่ ะคนท่ไี ด้ทำกรรมไวต้ ้องประสบพบเจอกับนรกขุมใด หรือสวรรคช์ น้ั ใด อีกทงั้ ความเช่ือน้ี
ยังมีอิทธิพลต่อสิ่งต่างๆมากมาย ทางคณะผู้จัดทำจึงต้องการที่จะศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
ความเชือ่ เร่ืองนรก-สวรรค์ ต่อไป
๒. ความเช่ือเรื่องนรก-สวรรค์ในไตรภมู พิ ระร่วง

หนังสือไตรภูมิพระร่วง เป็นวรรณคดีพุทธศาสนา ที่พญาลิไททรงรวบรวมเนื้อหาสาระ
จากคัมภีร์ตา่ ง ๆ ในพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก อรรถกถา และอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐ คัมภีร์ จึง
จดั ได้ว่าเปน็ พระราชนิพนธ์ประเภทค้นควา้ รวบรวมที่ดเี ล่มหนงึ่ เนื้อเรอื่ งเร่ิมต้นด้วยคาถานมัสการ
เปน็ ภาษาบาลี มีบานแพนกบอกชอ่ื ผู้แตง่ วันเดอื นปที ีแ่ ตง่ ชื่อคมั ภรี ต์ ่าง ๆ บอกจุดมงุ่ หมายในการ
แต่ง แล้วจงึ กล่าวถงึ ภูมทิ งั้ ๓ คำวา่ เตภูมิ หรือ ไตรภูมิ แปลว่า สามแดน คือ กามภมู ิ รูปภมู ิ อรูป
ภูมิ ทั้ง ๓ ภูมิ แบ่งออกเป็น ๘ กัณฑ์ (กัณฑ์ = เรื่อง,หมวด,ตอน) แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลง
ของสรรพสิ่ง ความไม่แน่นอนทั้งมนุษย์และสัตว์รวมทั้งสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ภูเขา แม่น้ำ แผ่นดิน
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ความเปลี่ยนแปลงนี้กวีไทยเรียกว่า“อนิจจลักษณะ”ไตรภูมิพระร่วง เดิม
เรียกว่า ไตรภูมิกถา/ เตภูมิกถา หมายถึงเรื่องราวของโลกทั้ง ๓ ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ
ซึง่ หวั ข้อที่เราตอ้ งการจะศกึ ษาค้นคว้านนั้ อยใู่ น กามภูมิ คอื สวรรค์ภมู ิและนรกภูมิ

โดยกามภูมิ คอื โลกของผทู้ ่ยี ังตดิ อย่ใู นกามกเิ ลส แบ่งออกเปน็ ๒ ฝ่าย ได้แก่
๑. สคุ ตภิ ูมิ ได้แก่ มนสุ สภูมิ (โลกมนษุ ย)์ และสวรรค์ภูมิ (ฉกามาพจรภมู )ิ
๒. อบายภมู ิ ได้แก่ นรกภมู ิ (มี ๘ ขุม) ดิรจั ฉานภมู ิ เปรตภมู ิ และอสรู กายภมู ิ

๒.๑ สวรรค์ภมู ิ (ฉกามาพจรภูมิ)
(อติน, (๒๕๕๙): ออนไลน์) สวรรค์ในไตรภมู ิพระร่วงแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ คอื

๑.ประเภทกามาวจร คือยงั เกี่ยวขอ้ งกับความรักความใคร่ ผทู้ ีอ่ าศัยอย่บู นสวรรคป์ ระเภทน้ี
จงึ มี ๒ เพศคอื เทวดาเพศชายและนางฟา้ เพศหญิง

๒.ประเภทรปู าจร คอื พรหมท่ีมีรปู (พรหมตามคติพุทธมีมากมายหลายองค์ ตามแต่ที่
ทำบุญไว้ไมไ่ ด้เปน็ ผู้สรา้ งโลกหรือจกั รวาล แตกตา่ งจากพรหมของพราหมณ)์ มีดว้ ยกัน ๑๖ ชน้ั



อยสู่ งู ข้นึ ไปจากฉกามาวจร โดยจะมีความสงู เพ่มิ ทวีคูณข้นึ ไปเรอ่ื ยๆ จากชนั้ ต้นไปถึงช้นั สงู สุด
๓.ประเภทอรูปาวจร หรือพรหมไม่มีรูปพรหมโลกประเภทนี้มี ๔ ชั้น อยู่สูงขึ้นไปอีก

พระพรมทอ่ี ยู่ ณ ที่นี้ จะมแี ตจ่ ิต ไมม่ ีรูปร่าง
๒.๑.๑ สวรรคป์ ระเภทกามาวจร

สวรรคป์ ระเภทน้ีแบง่ ออกเป็น ๖ ชัน้ ยอ่ ยๆ ได้แก่
ชั้นแรก จตุมหาราชิกา มีความสูงน้อยที่สุด ระดับเดียวกับยอดเขายุคนธร คือ ๔๒,๐๐๐ โยชน์
จากมหาสมุทร เป็นที่อยู่ของเทพยดาชาวฟ้า มีท้าวมหาราช ๔ พระองค์ปกครอง คือ ท้าวธตรัฐ
มหาราช ทา้ ววริ ุฬหกมหาราช ทา้ ววิรปู กั ษม์ หาราช ท้าวเวสสุวณั มหาราช (ทา้ วกุเวร)
ผู้ท่ีจะได้อยู่สวรรค์ช้ันน้ี พบว่าเมื่อเป็นมนุษย์ ชอบทำความดี สันโดษ ยินดแี ตข่ องๆ ตน ชักชวนให้
ผู้อื่นประกอบการกุศล ชอบให้ทาน มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน มุ่งการสั่งสมให้ทาน
และเป็นผู้มีศีล
ชัน้ ที่สอง ดาวดงึ ส์ มคี วามสูงเหนือข้ึนไปเป็นเท่าตัว สูงเสมอยอดเขาพระสุเมรทุ ่ีเรียกว่าไตรตรึงษ์
หรือดาวดึงส์ เป็นเมืองใหญ่มี ๑,๐๐๐ ประตู มีพระเกศจุฬามณีเจดีย์ มีไม้ทิพย์ ชื่อ ปาริชาต
กัลปพฤกษ์ สมเดจ็ พระอมรินทราธริ าชหรือพระอนิ ทรเ์ ป็นผปู้ กครอง
ผู้ที่จะได้อยู่สวรรค์ชั้นน้ี พบว่าเมื่อเป็นมนุษย์ มีจิตบริสุทธิ์ยินดีในการบริจาคทาน ในการให้ทาน
เป็นผูไ้ ม่มีความหวังให้ทาน ไม่มจี ิตผูกพนั ในผลแห่งทานแล้วให้ ไม่มีการสั่งสมใหท้ าน ไม่ได้ให้ทาน
ด้วยความคิดว่า “ตายแล้วเราจักได้เสวยผลทานนี้” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “การให้ทานเป็น
การกระทำด”ี งดงามดว้ ยพยายามรกั ษาศีล ไมด่ หู มิ่นผใู้ หญ่ในตระกลู
ชนั้ ท่สี าม ยามาเปน็ ท่ีอยู่ของเทพยดาผู้มีแต่ความสขุ อันเปน็ ทิพยเ์ ปน็ ที่อยขู่ องพระสยามเทวาธิราช
ผู้ที่จะได้อยู่สวรรค์ชั้นนี้ พบว่าเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ พยามสร้างเสบียง ไม่หวั่นไหวในการ
บำเพ็ญบญุ กุศล ในการใหท้ าน เปน็ ผู้ไมม่ คี วามหวังใหท้ าน ไมม่ จี ติ ผกู พนั ในผลแห่งทานแล้วให้ทาน
ไมไ่ ดใ้ หท้ านด้วยความคดิ ว่า “การให้ทานเปน็ การกระทำทด่ี ี” แตใ่ หท้ านดว้ ยความคดิ วา่
“บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา เราก็ไม่ควรทำให้เสียประเพณี” รักษาศีล มีจิต
ขวนขวายในพระธรรม ทำความดดี ว้ ยใจจริง



ชัน้ ที่สี่ ดสุ ิต เปน็ ท่อี ยขู่ องเทพเจ้าผู้มีความยนิ ดีแช่มชืน่ เปน็ นิจ มที ้าวสันดุสิตเทวราชปกครอง เช่ือ
กนั ว่าเป็นทีป่ ระทบั ของพระโพธสิ ตั ว์ก่อนจะมาประสูติเป็นพระพุทธเจ้า
ผู้ที่จะได้อยู่สวรรค์ชั้นน้ี พบว่าเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ ยินดีมากในการบริจาคทาน ในการให้
ทานเป็นผู้ไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน
ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา เราไม่ควรทำให้เสีย
ประเพณี”แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราหุงหากินแต่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลายไม่ได้หุงหา
กิน เราหุงหากินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ผู้ไม่หุงหากิน ย่อมเป็นการไม่สมควร”
ทรงศีล ทรงธรรม ชอบฟงั พระธรรมเทศนา หรือเปน็ พระโพธสิ ตั วร์ ูธ้ รรมมาก
ชั้นที่ห้า นิมมานรตีภูมิ เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าผู้ยินดีในกามคุณอารมณ์ ซึ่งเนรมิตขึ้นมาตามความ
พอใจ มที า้ วสนุ ิมมิตเทวราชปกครอง
ผู้ที่จะได้อยู่สวรรค์ชั้นนี้ พบว่าเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตใจบริสุทธ์ิ ยินดียิ่งในการบริจาคทาน ในการให้
ทานเปน็ ผไู้ มม่ ีความหวังใหท้ าน ไมม่ จี ิตใจผูกพนั ในผลแหง่ ทานแลว้ ให้ ไมม่ ุ่งการส่งั สมใหท้ าน ไมไ่ ด้
ให้ทาน ด้วยความคดิ ว่า “เราหงุ หากนิ ได้ แต่สมณะหรอื พราหมณ์ทง้ั หลายไม่ไดห้ ุงหากนิ เราหุงหา
กินได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ ผู้ไม่หุงหากิน ย่อมเป็นการไม่สมควร” แต่ให้ทานด้วย
ความคิดว่า “เราจักจำแนกแจกท่านเช่นเดียวกับฤๅษีทั้งหลายในกาลก่อน” ประพฤติธรรม
สม่ำเสมอ พยามรักษาศีลไม่ให้ขาดได้ มีใจสมบูรณ์ด้วยศีล และมีวิริยะอุตสาหะในการบรจิ าคทาน
เปน็ อันมาก เพราะผลวิบากแห่งทาน และศลี อนั สูงเทา่ นัน้ จึงอบุ ัตเิ กิดในสวรรค์ช้ันนไ้ี ด้
ชั้นที่หก ปรนิมมิตวสวัตตี เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าซึ่งเสวยกามคุณอารมณ์ แบ่งเป็น ฝ่ายเทพยดา
มีท้าวปรนิมมิตเทวราช ปกครอง กับ ฝ่ายมารมีท้าวปรนิมิตวสวัตตีมาราธิราชเป็นผู้ปกครอง อายุ
๑๖,๐๐๐ ปที ิพย์ (๙,๒๑๖ ลา้ นปีมนษุ ย์)
ผู้ที่จะได้อยู่สวรรค์ชั้นน้ี พบว่าเมื่อเป็นมนุษย์มีจิตบริสุทธิ์ อุตส่าห์ก่อสร้างกองการกุศลให้ยิ่งใหญ่
เป็นอุกฤษฏ์ อบรมจิตใจสูงส่งไปด้วยคุณธรรม เมื่อจะให้ทานรักษาศีลก็ต้องบำเพ็ญกันอย่างจริงๆ
มากไปดว้ ยความศรทั ธาปสาทะอยา่ งยง่ิ ยวดถกู ตอ้ ง ในการใหท้ าน เปน็ ผไู้ ม่มคี วามหวังให้ทาน ไม่มี
จิตผกู พันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไมม่ ุ่งการสงั่ สมใหท้ าน ไม่ไดใ้ หท้ านด้วยความคิดว่า



“เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เช่นเดียวกับฤๅษีทั้งหลายแต่กาลก่อน” แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า
“เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตของเราจะเลื่อมใส จะเกิดความปลื้มใจและโสมนัส” เพราะวิบากแห่ง
ทาน และศลี อนั สูงสง่ ย่ิงเทา่ น้นั จึงอบุ ตั เิ กิดในสวรรค์ช้นั นไ้ี ด้

๒.๑.๒ สวรรคป์ ระเภทรปู าวจร
แบง่ ออกเปน็ ๑๖ ชน้ั นยิ มเรียกกันวา่ พรหมโลก

๑. ชั้นที่หน่ึง พรหมปริชชาภมู ิ
๒. ชน้ั ที่สอง พรหมปโรหิตาภูมิ
๓. ชน้ั ทส่ี าม มหาพรหมาภูมิ
๔. ชน้ั ทสี่ ่ี ปริตรตาภมู ิ
๕. ชั้นทีห่ า้ อัปปมาณาภูมิ
๖. ช้นั ทห่ี ก อาภสั สรภมู ิ
๗. ชั้นที่เจ็ด ปรติ ตสุภาภมู ิ
๘. ชั้นที่แปด อัปปมาณสุภาภูมิ
๙. ชั้นที่เกา้ สภุ กิณหาภมู ิ
๑o ช้นั ที่สิบ เวหับผลาภมู ิ
๑๑. ช้ันทีส่ บิ เอด็ อสญั ญภี มู ิ
๑๒. ชน้ั ทส่ี ิบสอง อวหิ าภูมิ
๑๓. ช้ันที่สบิ สาม อดับปาภูมิ
๑๔. ชน้ั ท่ีสบิ สี่ สทุ สั สาภูมิ
๑๕. ชั้นทส่ี บิ ห้า สุทัสสภี ูมิ
๑๖. ชั้นที่สบิ หก อกนฏิ ฐาภูมิ



๒.๑.๓ สวรรค์ประเภทอรปู าวจร
เป็นสวรรค์ที่อยูส่ ูงสดุ แบง่ ออกเปน็ ๔ ชน้ั ย่อย จุดเดน่ คอื พระพรหมทส่ี ถิตอยูจ่ ะมีแต่จติ ไมม่ ีรูปร่าง

๑. ชั้นที่หนึ่ง อากาสานญั จายตน
๒. ชั้นที่สอง วิญญาณนัญจายตน
๓. ช้ันทส่ี าม อากิญจัญญายตน
๔. ช้นั ทีส่ ่ี เนวสญั ญานาสัญญายตน
๒.๒ นรกภูมิ
(บทความตายแลว้ ไปไหน ชวี ติ หลงั ความตายเป็นอยา่ งไร(2564) ตามไตรภูมิพระรว่ ง นรกภูมเิ ป็นดินแดน
หนึง่ ในกามภพอนั เปน็ ภพหนึง่ ในภพทงั้ สาม คือ กามภพ รูปภพ และอรปู ภพ รวมเรยี กวา่ “ไตรภพ” หรือ
“ไตรภูมิ”ตามจักรวาลวิทยาในศาสนาพุทธ นรกเป็นดินแดนหนึ่งซึ่งอยู่ใต้ชมพูทวีปหรือมนุษยโลกลงไป
และมี ๘ ชั้นหรอื ท่เี รยี กวา่ “ขมุ ” สำหรับลงทณั ฑ์ต่างๆ แก่สตั วบ์ าปทไี่ ปเกิด ประกอบไปด้วยมหานรก ๘
ขุม ยมโลก ๓๒๐ ขุม อยู่รอบ ๔ ทศิ ๆละ ๑๐ ของมหานรกแตล่ ะขมุ และ อุสสทนรก ๑๒๘ ขมุ อยู่รอบๆ
๔ ทศิ ทิศ ละ ๔ ของมหานรกแตล่ ะขมุ สตั ว์นรกเม่อื ถูกลง ทณั ฑท์ รมานแล้วกจ็ ะเกิดขึ้นใหมถ่ กู ทรมานซ้ำ
แล้วซ้ำเลา่ จนกว่าจะหมดกรรม

๒.๒.๑ มหานรกขุมที่ ๑ สญั ชีวมหานรก
สัญชีวมหานรก หมายถึง มหานรกที่ไม่มีวันตาย นรกขุมน้ี เป็นนรกขุมแรกที่อยู่ใต้เขาตรีกูฏ มีขนาดเล็ก
ที่สุดในบรรดามหานรกทั้งหมดสัตว์นรกในขุมนี้แม้ถูกลงโทษจนตายจะฟื้นมีชีวิตรับโทษใหม่อีกเป็นอยู่
ดังนี้โดยตลอด ผู้ลงโทษคือนายนริ ยบาลมมี ือถืออาวธุ มีแสง ไล่ฆ่าฟันสัตว์นรกทั้งหลายให้ตาย ตายแล้วก็
กลับเป็นขึ้นใหม่ดังนี้ (สัญชีวะ แปลว่า ชีวิตที่เป็นขึ้นมาใหม่) ผู้ที่จะต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรกขุมที่หนึ่งนี้
ส่วนใหญ่ ได้แก่ พวกที่ชอบทำกรรมปาณาติบาตเป็นส่วนมาก เช่น ชอบบี้มดตบยุงเป็นประจำ หรือฆ่า
มนุษย์ด้วยกัน รวมทั้งฆ่าตัวตายด้วยเป็นส่วนมาก ผู้ที่เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์มีอำนาจมาก ใช้อำนาจน้ัน
เบียดเบียนบุคคลที่ต่ำกว่าตนโดยไม่เป็นธรรม หรือพวกมหาโจรที่ปล้นทำลายบ้านเมือง ตลอดถึงฆ่าคน
เอาทรพั ย์ชวี ิตในสัญชีวมหานรก นรกขุมน้เี ป็นนรกทีเ่ มือ่ ใครตกลงไปแล้ว จะได้รับทุกขท์ รมานอยา่ งสาหัส
เช่น ถูกนายนิรยบาลจับมัดแล้วบังคับให้นอนลงเหนือแผ่นเหล็กแดงที่ร้อนด้วยไฟนรก ถูกฟันด้วยดาบ
นรกอนั คมกลา้ จนร่างกายขาดเป็นท่อนๆ ถกู ถาก ถกู เฉือนเนื้อจนหมดร่างกาย เหลอื แต่เพยี งโครงกระดูก

๑๐

เมื่อสิ้นใจตายจะมี ลมกรรม พัดมาต้องกายให้กลับฟื้นขึ้นมาอีก แล้วก็รับทุกข์ทรมานจากนายนิรยบาล
เหมือนเช่นเดิม โดยมอี ายขุ ัยของสัญชีวมหานรกเท่ากับ ๕๐๐ ปนี รก ๑ วนั ในมหานรกขุมนี้ เม่ือเทียบกับ
เวลาในมนุษยโลกแล้ว เท่ากับ ๙ ล้านปีของมนุษยโลก ถ้า ๕๐๐ ปีนรก ก็เท่ากับ ๑,๖๒๐,๐๐๐ ล้านปี
ในเมืองมนุษย์

๒.๒.๒ มหานรกขุมท่ี ๒ กาฬสตุ ตมหานรก
กาฬสุตตมหานรก หมายถึง มหานรกด้ายดำ นรกขุมนี้ เป็นนรกขุมที่ ๒ อยู่ถัดลงมาจากขุมสัญชีวมหา
นรก มีขนาดใหญ่กว่าสัญชีวมหานรก สัตว์นรกในขุมนี้จะถูกตีหรือขงึ ด้วยเส้นเชือกสีดำ (เหมือนที่ช่างไม้
ใช้เชือกชุบสีดำตลี งเป็นแนวในเนือ้ ไม้ เพื่อสะดวกในการเล่ือยหรือไส) นายนิรยบาลจะใช้เครื่องมือที่มคี ม
ถากหรอื ตัดสัตว์นรกตามแนวเส้นสดี ำทตี่ ไี ว้ เคร่อื งประหารตา่ งๆ เหลา่ น้ันมขี วาน จอบ มีด เลอ่ื ย เป็นต้น
(กาฬะ แปลว่า ดำ สุตตะแปลว่า เชือก) สัตว์นรกที่เกิดอยู่ในมหานรกขุมที่สองนี้มาจากพวกที่ชอบ ลัก
ขโมย ลักทรัพย์ ฉ้อโกงเปน็ ส่วนมาก ชีวติ ในกาฬสุตตมหานรก สัตว์ในกาฬสุตตมหานรกน้ี จะถกู นายนิรย
บาลจับมัดให้นอนเหนือแผ่นเหล็กแดงที่ร้อนแรงด้วยไฟนรก แล้วเอาด้ายดำซึ่งทำด้วยเหล็กนรกใหญ่โต
เทา่ ลำตาล มาตีบนร่างของสตั ว์นรกซึ่งเป็นร่างกายที่ใหญ่โตมาก จนทำใหเ้ ปน็ รอยเส้น แลว้ ก็ทำการเลื่อย
ด้วยเลื่อยนรกอันลุกแดงด้วยแสงไฟ ค่อยๆ เลื่อยไปจนกายขาดเป็นท่อนๆ สัตว์นรกก็ดิ้นรนกระวน
กระวาย บางทีถึงกับทะลึ่งลุกดิ้นพลาดๆ นายนิรยบาลก็บังคับจับมัดให้แน่นเข้าไปอีก แล้วเลื่อยตัด
ร่างกายของสตั ว์นรกเหล่านั้นตอ่ ไป จนกว่าจะถงึ อายขุ ัยตายไปจากนรกขุมนี้ โดยมอี ายุขัยของกาฬสุตตม
หานรกเท่ากับ ๑,๐๐๐ ปีนรก วันหนึ่งคืนหนึ่งในมหานรกขุมนี้ เมื่อเทียบกับเวลาในมนุษยโลกแล้ว
เทา่ กบั ๓๖ ล้านปีของมนุษยโลก ถ้า ๑,๐๐๐ ปนี รก ก็เทา่ กบั ๑๒,๙๖๐,๐๐๐ ล้านปใี นเมืองมนุษย์

๒.๒.๓ มหานรกขมุ ท่ี ๓ สังฆาฏมหานรก
สังฆาฏมหานรก หมายถึง มหานรกที่ถูกภูเขาเหลก็ บดขย้ีร่างกาย นรกขุมนี้ เป็นนรกขุมที่ 3 อยู่ถัดลงมา
จากกาฬสุตตมหานรก มีขนาดใหญ่กว่ากาฬสตุ ตมหานรก มีภูเขาเหลก็ สงู ใหญ่ ลุกโพลงด้วยไฟ กลิ้งบด
ทับเหล่าสัตว์นรกให้จมลงไปในแผ่นดินเหล็ก มีประมาณแค่สะเอว แหลกจน เป็นจุณเป็นสถานที่สำหรับ
พวกที่ชอบประพฤติผิดในกามเป็นส่วนมากชีวิตในสังฆาฏมหานรก สัตว์ในสังฆาฏมหานรกนี้มีร่างกาย
พกิ ลพิการตา่ งๆ และมีรปู ร่างแปลก พลิ ึก เช่น บางตนมีหวั เป็นควาย มตี ัวเปน็ คน บางตวั มีหัวเป็นคน มี
ตัวเปน็ ควาย บางตัวมหี วั เป็นหมา หมู เปด็ ไก่ แต่มีตัวเป็นคน มีความวปิ รติ แห่งกายพิกลสดุ ท่ีจะ

๑๑

พรรณนาให้ถูกต้องหมดสิ้นได้นายนิรยบาลในมือถือศัสตราวุธเที่ยวเดนิ ไป ร้องคำรามว่า กูจะฆ่ามึง กูจะ
ฆ่ามงึ กจู ะฆา่ มึง สัตว์นรกได้ยินเสยี งนั้นตา่ งก็วง่ิ หนีอยา่ งไมค่ ิดชวี ิต แตด่ ้วยอำนาจกรรมบันดาลทำให้เกิด
กองไฟกองใหญ่ขวางหน้าสัตว์นรกนั้นไว้ พอจะหันหลังวิ่งหนีกองไฟนั้น หันหลังกลับมาก็เจอไฟอีกกอง
หนึ่ง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนกม็ ีกองไฟปรากฏเกดิ ขึ้น เผาสัตว์นรกเหล่านั้นใหไ้ ด้รบั ทุกขเวทนาแสนสาหสั
ไฟนรกน้ีรอ้ นแรงกว่าไฟในโลกมนุษยม์ ากมายนกั แม้จะถูกไฟเผาไหมแ้ ล้วสัตวน์ รกนน้ั ก็ไมไ่ ด้ตายง่ายๆ ใน
ไม่ช้าจะมีภูเขาเหล็กนรก ๒ ลูก กลิ้งมาบีบขยี้ร่างกายของสัตว์นรกนั้นให้แหลกลาญ เปรียบเหมือนหีบ
อ้อยท่บี ดออ้ ยใหแ้ หลกละเอียดฉะนนั้ โดยมอี ายุขยั ของสังฆาฏมหานรกเท่ากับ ๒,๐๐๐ ปนี รก วันหนึ่งคืน
หน่งึ ในมหานรกขมุ น้ี เม่อื เทียบกบั เวลาในมนษุ ยโลกแล้ว เทา่ กบั ๑๔๔ ลา้ นปขี องมนุษยโลก ถา้ ๒,๐๐๐
ปนี รก กเ็ ทา่ กับ ๑๐๓,๖๘๐,๐๐๐ ลา้ นปใี นเมอื งมนุษย์

๒.๒.๔ มหานรกขมุ ท่ี ๔ โรรุวมหานรก
โรรุวมหานรก หมายถึง มหานรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องระงมครวญครางอย่างน่าเวทนา นรกขุมนี้ เป็น
นรกขุมที่ ๔ อยู่ถัดลงมาจากสังฆาฏมหานรก มีขนาดใหญ่กวา่ สังฆาฏมหานรก ชวี ติ ในโรรุวมหานรก สัตว์
นรกขุมนี้ต้องรับทุกขเวทนาในดอกบัวเหล็ก โดยวิธีที่แปลกประหลาด คือ ต้องนอนคว่ำหน้ าอยู่กลาง
ดอกบัวเหล็กอันโตใหญ่ ศรี ษะมิดเข้าไปในดอกบัวแค่คาง ปลายเท้าจมมดิ เขา้ ไปในดอกบัวเหล็กแค่ข้อเท้า
มือทั้งสองข้าง ก็กางจมมิดเข้าไปในดอกบัวเหล็กแค่ข้อมือ นอนคว่ำหน้าอยู่ด้วยอาการพิลึกพิกลเช่นน้ัน
เปลวไฟก็ปรากฏขึ้น เผาไหม้ดอกบัวเหล็กพร้อมกับสัตว์นรกเหล่านั้น เปลวไฟแลบเข้าหูซ้ายออกหูขวา
แลบเข้าหูขวาออกหซู า้ ย เข้าปาก ตา จมูก สัตวน์ รกได้แตร่ อ้ งครวญครางเสียงสนัน่ หวัน่ ไหวอ้อื อึง จะตาย
ก็ไม่ตาย มีกายลำบากอย่างแสนสาหัส ต้องทนทุกขเวทนาอยอู่ ย่างน้ี จนกว่าจะถงึ อายขุ ัยตายไปจากนรก
ขุมนี้ เป็นสถานที่สำหรับพวกที่ชอบ พูดโกหก พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ มีวจีกรรมชั่วหยาบ
เป็นส่วนมาก โดยมีอายุขยั ของโรรวุ มหานรกเท่ากับ ๔,๐๐๐ ปีนรก วันหนึ่งคืนหน่ึงในมหานรกขุมน้ี เม่ือ
เทียบกับเวลาในมนุษยโลกแล้ว เท่ากับ ๕๗๖ ล้านปีของมนุษยโลก ถ้า ๔,๐๐๐ ปี นรก ก็เท่ากับ
๘๒๙,๔๔๐,๐๐๐ ลา้ นปใี นเมืองมนุษย์

๑๒

๒.๒.๕ มหานรกขุมที่ ๕ มหาโรรวุ มหานรก
มหาโรรุวมหานรก หมายถึง มหานรกที่เตม็ ไปด้วยเสียงรอ้ งระงมครวญครางมากมาย นรกขุมนี้ เป็นนรก
ขุมที่ ๖ อยู่ถัดลงมาจากโรรุวมหานรก มีขนาดใหญ่กว่าโรรุวมหานรก สัตว์นรกในมหานรกขุมนี้ร้องดัง
กว่าในขุมโรรุวะเพราะถูกเปลวไฟร้อนแรงไหม้อยู่มิใช่ควันเผาไหม้อยู่ตลอด ชีวิตในมหาโรรุวมหานรก
สัตว์ทั้งหลายที่ต้องตกไปอยู่ในนรกขุมนี้ ต้องเข้าไปยืนอยู่ในดอกบัวเหล็กนรกซึ่งมีกลีบคมเป็นกรด
มหิ นำซำ้ ยังรอ้ นแรงแดงฉานไปด้วยไฟนรก ซ่งึ ลุกโพลงอยใู่ นดอกบัวเป็นเนอื งนติ ย์ เผาไหม้สัตว์นรกซ่ึงอยู่
ในดอกบวั นน้ั ต้งั แตศ่ รี ษะจรดพนื้ เท้า เปลวไฟแลบเข้าทวารท้งั ๙ เผาไหม้ท้งั ข้างในขา้ งนอก นรกขุมนี้จึง
มีชื่ออีกอย่างว่า “ชาลโรรุวมหานรก”นรกที่เต็มไปด้วยเสียงครวญคราง เพราะเปลวไฟ จะตายก็ไม่ตาย
ถูกไฟไหม้ขนาดนี้ยังไม่พอ ยังถูกนายนิรยบาลถือกระบองเหล็กอันมีไฟลุกโชน ตีกระหน่ำลงบนศีรษะซ้ำ
เข้าไปอีกจนแตกยับ ถึงขนาดน้ีแล้วก็ยังไมต่ าย ดว้ ยอำนาจของกรรมทำให้มีชีวิตได้รับทกุ ข์ต่อไป จนกว่า
จะหมดอายุขยั ไปจากนรกขุมนี้ เป็นสถานทีส่ ำหรบั พวกทช่ี อบ ดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรอื เสพสิง่ มนึ เมา ยาเสพ
ตดิ เป็นสว่ นมาก โดยมีอายขุ ยั ของมหาโรรุวมหานรกเท่ากับ ๘,๐๐๐ ปนี รก วันหน่งึ คืนหนึง่ ในมหานรกขุม
น้ี เม่อื เทียบกับเวลาในมนุษยโลกแล้ว เทา่ กบั ๒,๓๐๔ ล้านปีของมนุษยโลก ถา้ ๘,๐๐๐ ปนี รก ก็เท่ากับ
๖,๖๓๕,๕๒๐,๐๐๐ ลา้ นปใี นเมอื งมนุษย์

๒.๒.๖ มหานรกขุมท่ี ๖ ตาปนมหานรก
ตาปนมหานรก หมายถึง มหานรกที่ทำสตั ว์ให้เร่ารอ้ น นรกขุมนี้ เป็นนรกขุมที่ ๖ อยู่ถัดลงมาจากมหาโร
รุวมหานรก มีขนาดใหญ่กว่ามหาโรรวุ มหานรก ชีวิตในตาปนมหานรก สัตว์ทั้งหลายที่ตกไปอยูใ่ นนรกขุม
นี้ จะถูกนายนิรยบาลไล่ให้ขึ้นไปบนปลายหลาวเหล็กซึ่งโตเท่าลำตาล และแดงฉานด้วยเปลวไฟ เสียบ
สัตว์นรกบนปลายหลาวนั้น ไฟไหม้สัตว์นรกนั้นเป็นนิจนิรันดร์ เนื้อหนังของสัตว์นรกนั้นก็สุกพองไปด้วย
อำนาจไฟนรก พอสุกแล้วจะมีสุนขั นรกรปู รา่ ง แปลกประหลาดมีขนาดตวั เท่าชา้ ง ร้องเสียงดังกึกกอ้ งด้วย
ความหิวกระหาย ว่ิงเขา้ มาหาสัตว์นรกน้ัน กระชากลากสตั วน์ รกออกมาจากเหล็กหลาว เคย้ี วกินจนเหลือ
แต่กระดูก แล้วต้องกลับไปมีชีวิตใหม่ เป็นอย่างนี้จนกว่าจะหมดอายุขัยของตาปนมหานรกเป็นสถานที่
สำหรับพวกที่ชอบ เล่นการพนัน หรือเกี่ยวกับการพนันเป็นส่วนมาก โดยมีอายุขัยของตาปนมหานรก
เท่ากับ ๑๖,๐๐๐ ปีนรก วันหนึ่งคืนหนึ่งในมหานรกขุมน้ี เมื่อเทียบกับเวลาในมนุษยโลกแล้วเท่ากับ
๙,๒๑๖ ล้านปีของมนุษยโลก ถ้า ๑๖,๐๐๐ ปีนรก กเ็ ท่ากับ ๕๓,๐๘๔,๑๖๐,๐๐๐ ล้านปใี นเมืองมนุษย์

๑๓

๒.๒.๗ มหานรกขมุ ที่ ๗ มหาตาปนมหานรก
มหาตาปนมหานรก หมายถึง มหานรกที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนอย่างมากมาย นรกขุมนี้ เป็นนรกขุมท่ี
๗ อยู่ถัดลงมาจากตาปนมหานรก มีขนาดใหญ่กว่าตาปนมหานรก ชีวิตในมหาตาปนมหานรก สัตว์นรก
ขุมนี้ อยู่ที่ลึกและกว้าง มีกำแพงเหล็กลุกเป็นไฟล้อมรอบ ภายในกำแพงกว้างขวางใหญ่โต มีภูเขาเหล็ก
ลกุ เป็นไฟตัง้ อย่เู ป็นลกู ๆ ตามพน้ื ข้างๆ ภูเขานั้นมีขวากเหล็ก แหลมคม ปักเรยี งรายอยู่เหนือพ้นื เหล็กแดง
ซึ่งร้อนแรงด้วยไฟมากมาย นายนิรยบาลทั้งหลายต่างถืออาวุธ หอก ดาบ แหลน หลาว ลุกแดงด้วยแสง
ไฟไล่ทิ่มแทงสัตว์นรก บังคับให้ขึน้ ไปบนภูเขาไฟอันแดงฉานพอนายนิรยบาลไล่ท่ิมแทงทุบตี สัตว์นรกพา
กันตกใจ วิ่งหนีขึ้นไปบนยอดเขานรก และแล้วในไม่ช้าก็มีลมกรด อันร้อนแรง พัดมาด้วยกำลังแห่งลม
นรก ให้สัตว์นรกพลัดตกมาจากยอดเขา ตกลงมาถูกลวดหนาม ซึ่งมีอยู่ในเบื้องล่าง เสียบร่างกายทะลุ
เลือดแดงฉาน บางตนตกลงมาถูกบดขยี้กายข้างซ้ายทะลขุ ้างขวา เป็นอย่างนี้ตลอดจนหมดเวลาของอายุ
ในนรกขุมน้ี มหานรกขุมนี้เป็นสถานที่สำหรับพวกที่ชอบ เที่ยวกลางคืน มัวเมาในอบายมุข เป็นนักเลง
อบายมุขเป็นส่วนมาก โดยมีอายขุ ัยของมหาตาปนมหานรก มอี ายปุ ระมาณครึ่งอนั ตรกัป

๒.๒.๘ มหานรกขุมท่ี ๘ อเวจมี หานรก
อเวจีมหานรก หมายถึง มหานรกที่ปราศจากคล่ืน คือ ความเบาบางแห่งความทกุ ข์ ระหว่างแห่งเปลวไฟ
และความทุกข์ไม่มีว่างเว้นเลย เป็นมหานรกขุมสุดท้าย ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีโทษแห่งการกระทำหนัก
ที่สุด และมอี ายขุ ยั นานท่ีสดุ ชีวิตในอเวจีมหานรก สตั ว์นรกในขมุ นี้จะได้รับความทกุ ขแ์ สนสาหัส เป็นนรก
ท่ขี ุมใหญท่ ส่ี ดุ ราวกบั เมืองใหญ่ทีล่ ้อมรอบดว้ ยกำแพงเหล็กอันร่งุ โรจน์ ภายในมีเปลวไฟรอ้ นระอุไหม้สัตว์
นรกอย่ตู ลอดเวลาท้งั กลางคืนกลางวันไม่มีว่างเวน้ สตั วท์ ่ีต้องไปอบุ ัติในอเวจีมหานรกนี้มีมากกว่าขุมอื่นๆ
แออัดยัดเยียดเบียดเบียนกันอยู่ ทั้งการเสวยทุกข์โทษในมหานรกขุมนี้ก็แตกต่างกันไปหลายอิริยาบถ
หลายท่าหลายทาง เช่น ถ้าเคยยืนทำบาปอกุศลกรรมไว้ ก็ต้องมาทนทุกข์อยู่ในอิริยาบถยืน เคยเดินทำ
บาปไว้ ก็ต้องเดินทนทุกข์อยู่ เคยนั่งเคยนอนทำบาปไว้ ก็ต้องมานั่งมานอนเสวยทุกขอ์ ยูใ่ นอเวจีมหานรก
น้ี เป็นสถานที่สำหรับพวกที่ทำอนันตริยกรรม เช่น ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้แตกกนั
หรือทำพระพุทธเจ้าให้ห้อพระโลหิต (ถึงแม้จะทำเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ก็ถือเป็น
กรรมที่หนักมาก ต้องตกอเวจีมหานรกไดร้ ับโทษทัณฑ์ทรมานแสนสาหัสมีอายุยาวนานกว่านรกขุมอื่นๆ)
โดยมีอายุขยั ของสัตวน์ รกขุมนีม้ ีประมาณ ๑ อนั ตรกปั

๑๔

จากการศึกษาความเชื่อ เรื่องนรก-สวรรค์ พบว่ามีอิทธิพลต่อสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านวรรณกรรม
ศิลปกรรม วัฒนธรรมประเพณีและสิ่งต่างๆอีกมากมาย รวมถึงบทภาพยนตร์ซึ่งได้รับอิทธิพลทางด้าน
ความเชื่อ เรื่องนรก-สวรรค์ จากไตรภูมิพระร่วงเช่นกัน โดยศึกษาเฉพาะภาพยนตร์บางเรื่องเท่านั้นคือ
เรอื่ ง นรก, ๕ แพรง่ ตอน หลาวชะโอน และ อาปตั ิ ซึ่งจะใช้กรอบความคดิ เก่ียวกับเรอื่ งนรกเท่านัน้
๓. บทภาพยนตรท์ ี่ปรากฏความเช่อื เรื่องนรก-สวรรค์

๓.๑ นรก
๓.๑.๑ เรือ่ งย่อ

(สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ๒๕๔๘)ทีมงานสารคดีโทรทัศน์ที่มุง่ ตีแผ่ความเลวและลงโทษเหล่าคน
ชวั่ ในสังคม พวกเขากำลงั ไดร้ ับความนยิ มมากในวงการทีมงานประกอบไปด้วย“อารต์ ”(วุฒนิ ันท์ ไหมกัน)
ช่างภาพหนุ่มอารมณ์ร้อน“จ๋า”(ณัฐวรรณ วรวิทย์) ครีเอทีฟสาวอนาคตไกล “น้าเต๋า” (ค่อม ชวนชื่น)
หนุ่มรุ่นใหญ่ฝ่ายข้อมูลตัวกลั่นและเชี่ยวในการหาโลเคชั่นของรายการ “ชด” (ปัญญาพล เดชสงฆ์)
ผกู้ ำกบั รายการสารคดีหนมุ่ ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน“คิม” (ดลยา โพธิพภิ ทั รกลุ ) เด็กสาวลูกคร่ึง
องั กฤษท่ีชวี ติ แทบจะไม่เคยทำบาป รบั หนา้ ท่ีเป็นนกตอ่ ในการถ่ายทำสารคดีแต่ละคร้ัง“อน้ ”(สิทธิชัยเสรี)
เด็กฝึกงานที่อายุน้อยท่ีสุดในทีมแต่ฝันที่จะเป็นผู้กำกับ และ “เละ” (บวรฤทธิ์ ฉันทศักดา) โชเฟอร์หนุ่ม
จิตอ่อนนิสัยขี้กลัวที่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองชะตาขาด ทั้งหมดเดินทางมุ่งหน้าไปถ่ายทำรายการตามปกติ
เหมือนเคย กลับต้องมีเหตุให้ตัวเองและพรรคต้องเผชิญหน้าและรับกรรมไปกับโทษมหันต์จากการตก
“นรก” เมื่อรถตู้ของกองถ่ายเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำเสียหลักจนทุกคนหมดสติไป หลังจากที่พวกเขาฟื้น
ขึ้นมาก็ต้องพบและฝ่าฟันกับความน่าพรึงกลัวของนรก ทั้งที่จริงแล้วมีเพียงเละซึ่งเป็นคนขับที่ชะตาถึง
ฆาต ส่วนคนอื่นๆ ติดสอยห้อยตามมา เพราะอุบัติเหตุที่ทั้งหมดร่วมเดินทางมาด้วยกันเท่านั้น ทุกคนมี
กรรมหนักกรรมเบากันคนละแบบจงึ ถูกส่งไปอยูใ่ นขุมที่ตา่ งกัน 5ขุม “นรกลักทรัพย”์ (ถูกตัดแขนตัดขา)
“นรกขุมฆ่าสัตว์”(ได้รบั ผลกรรมชดใชต้ ามท่ีเคยทำไวก้ ับสัตวอ์ ่ืน) “นรกพูดปด คดิ ไม่ดี ทำร้ายบุพพการี”
(ถูกทรมานโดยการทบุ ฝ่ามือ)“นรกสุรา” (เอานำ้ กระทะทองแดงกรอกปาก) “นรกกาเม”(ปีนป่ายนต้นง้ิว
และอีกาปากเหล็ก) พวกเขาตา่ งระลกึ กรรมในอดีตที่เคยทำกันมา โดยในแตล่ ะขมุ จะมียมทูตคนละชุดกัน
คอยควบคุมดแู ล และพวกเขาจะมองเหน็ แตเ่ ฉพาะคนที่มีบาปอย่ใู นขมุ ของตนเท่านน้ั เมื่ออารต์ ได้รู้ว่าตน
และเพื่อนยังไม่ถึงฆาต พวกเขาจึงยังไม่ใช่คนตายที่ยมทูตจะมองเห็น ดังนั้นพวกเขาจึงพากันหลบหนีไป

๑๕

การติดตามไล่ล่าจากนรกได้เปิดฉากขึ้น พวกเขาจะตัดสินใจอย่างไรระหว่างความเป็นกับความตาย
ความรู้สกึ ผิดชอบชวั่ ดีในการช่วยเพ่ือนหรือเอาตวั รอด

๓.๑.๒. ทมี่ าของเรอื่ ง
(สหมงคลฟลิ ม์ อนิ เตอรเ์ นชน่ั แนล(๒๕๔๘)ภาพยนตร์เรื่องนรก ออกฉายเมือ่ วนั ท่ี ๑๓ มถิ ุนายน ๒๕๔๘
ออกจำหน่ายโดย สหมงคลฟลิ ม์ ภาพยนตรเ์ ร่ือง “นรก” น้ีได้แรงบันดาลใจมาจากคำถามทวี่ ่า “ตายแล้ว
ไปไหน ใครเคยเห็นนรกบา้ ง” เปน็ จุดเรม่ิ ต้นของการหาคำตอบตามแหล่งข้อมลู ต่างๆ ไมว่ า่ จะเป็นหนังสือ
ธรรมมะ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง คำบอกเล่าต่างๆ ของผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ พัฒนาจนมาเป็น “นรก”
ฉบับปัจจุบัน และการเดินทางในโลกภาพยนตร์ของ ๒ ผู้กำกับ “เจี๋ยน-ฑีฆายุ ธรรมนิตยกุล” และ
“บลูตัส-สาธิต ประดิษฐ์สาร” เริ่มจากการเป็นผู้กำกับศิลป์คู่กันครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง “ขุนแผน”
(๒๕๔๕) “๑๔ ตุลา สงคราม” (๒๕๔๔),“รักเอย” (๒๕๓๙) กำกับศิลป์และออกแบบงานสร้างเบื้องหลัง
ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น “สวัสดีบ้านนอก” (๒๕๔๒),“ผีสามบาท” (๒๕๔๔), และประสบ
ความสำเร็จกับรางวัลเกียรติยศกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “เสือโจรพันธุ์เสือ” (๒๕๔๑)
ภายใต้การกำกับของ “ปื๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล” และเป็นผู้ผลักดนั สนับสนุนให้เจี๋ยนและบลูตัสก้าวเข้าสู่การ
กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกอย่างเต็มตัวกับเรื่องนี้ และจากประสบการณท์ ี่ครำ่ หวอดในการกำกับศิลปแ์ ละ
ออกแบบงานสร้างภาพยนตร์มามากมาย ทำให้การใช้เทคนิคภาพ แสง สี เสียงในภาพยนตร์ที่เน้น
องค์ประกอบของอาร์ตไดเรกชันอย่างเรื่องนี้น่าจะเข้าทางผู้กำกับทั้งสองคนเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นการ
ผสมผสานจินตนาการอันหลากหลายผ่านงานด้านภาพและโปรดักชันที่เน้นความน่าสะพรึงกลัวของ
ยมโลก ซึ่ง“ทางเข้าทางออกของนรก ไม่ได้เป็นประตู หรือมีทางเข้าออกทางเดียว” มีทางเข้าออกหลาย
ทาง ทางเขา้ ทางออกจะเปน็ คล้ายๆ งวงพายุหลายอันอยู่กระจายกันไป มที งั้ ปล่องขาว ปลอ่ งแดง ถ้ามอง
ภาพกว้างในเรื่องนี้จะเห็นว่ามีงวงพายุกระจายอยู่เต็มไปหมด ทางเข้านรกจะเป็นเกลียวพายุสีแดงดู
ร้อนแรง ส่วนทางออกจะเป็นสีขาวพุ่งขึ้นไป เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ใครดูก็จะเข้าใจได้ว่า ถ้าไปสวรรค์จะ
เป็นเกลียวหมุนขึ้นสีขาว แต่ถ้าลงนรกจะหมุนลงเป็นสีแดง วิญญาณจะหลุดเข้ามาที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปที่
ห้องตัดสินรวมถึง“ภาพนรกที่เห็นเป็นเหมือนกำลังก่อสร้างอยู่ มีที่มาที่ไป” เป็นความต้ังใจของผู้กำกับท่ี
ดีไซนน์ รกเหมือนซอ่ มๆ คลา้ ยฉากท่ยี งั สรา้ งไมเ่ สรจ็ เพราะต้องการให้นรกดูเหมอื นใช้งานหนกั ซึ่งตัวนรก
เองก็ต้องซ่อมตัวเองเหมือนกัน เพราะมีคนเข้าออกเยอะ ใช้งานนรกเยอะ เหมือนวัฒนธรรมที่ล่มสลายก็

๑๖

ต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซม ให้เห็นถึงสัจธรรมแม้แต่นรกเองถึงจะเป็นสถานที่น่าเกรงกลัวสำหรับคน
ทัว่ ไปเปน็ ที่ลงโทษคนทำผิดกต็ ้องซอ่ มเช่นเดียวกัน ในภาพยนตร์เรือ่ งนี้ นรกในจินตนาการของผู้กำกับท้ัง
สองจะไม่มีวันเวลา ไม่มีพระจันทร์ ไม่มีดวงอาทิตย์ เป็นสถานที่ที่ไม่มีเวลา พวกที่อยู่ในนรกจะไม่กินไม่
นอน จะกินอะไรคนต้องทำบุญมาให้ในนรกสำหรับเรื่องนี้ คนที่ตายแล้วเลือดจะเป็นสีดำ ส่วนคนที่ยังไม่
ตายจะมีเลือดเป็นสีแดง ส่วน“สีผิวของมัจจุราชใช้สีแดงเป็นสีผิว” แทนสัญลักษณ์ของความตาย เลือด
เนื้อ วิญญาณ ให้ความรู้สึกเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะนั่งนิ่งๆ แต่ก็ดูเป็นคนที่มีอารมณ์อยู่ในตัว และ
สำหรบั “สวุ รรณ-สุวาน” มกี ารดีไซนใ์ หส้ ผี ิวตา่ งกนั เพราะตอ้ งการบ่งใหช้ ดั ถงึ ความแตกตา่ งของแต่ละตัว
แยกไปเลยว่าใครทำหน้าที่อะไร “สุวรรณเป็นฝ่ายบุ๋น” จะมีสีผิวออกเหลือง คอยเก็บบัญชีรายชื่อดวง
วิญญาณ ส่วน “สุวานเป็นฝ่ายบู๊” จะมีผิวสีเทาๆ อาวุธที่สุวานใช้ในเรื่องบางคนอาจคิดว่าเอามาจาก
ตะวันตก แต่จริงๆ แล้วทีมงานมกี ารหาข้อมูล ทำรีเสิร์ชอาวธุ ทีใ่ ชเ้ ป็นอาวธุ ไทยโบราณ ส่วนสัมพะเวสีจะ
เป็นเปรตชนิด เป็นพวกขอส่วนบุญ ในเรื่องนี้มีการแตกออกมาให้เห็นว่ามีเปรตชนิดอื่นอีกนอกจากที่คน
ทั่วไปรู้จักกันว่า เปรตต้องสูง แขนขายาว ซึ่งจริงๆ แล้วเปรตมีหลายชนิด สัมพะเวสีก็เป็นเปรตอี กชนิด
หนึ่ง จะแย่งอาหารกัน จะมีสัมพะเวสีปากเป็ด ปากไก่ หรือหน้าหมู ทางผู้กำกับมีวิธีคิดที่สื่อออกมาเป็น
รูปธรรมอย่างงา่ ยๆ คอื ใครฆา่ อะไร ตายไปกจ็ ะเป็นแบบนน้ั เช่น ฆ่าเป็ด ปากกเ็ ปน็ เป็ด ฆ่าไก่ ปากก็เป็น
ไก่ และ“หอ้ งดวงชะตา” หอ้ งที่บรรจุดวงชะตาของเหลา่ วิญญาณที่เวยี นวนอยูใ่ นนรก ใครตายดวงชะตาก็
จะตกลงสู่พื้น และจะมีพนักงานคอยเก็บแบกไป ส่งต่อให้สุวรรณ และสุวรรณรับมาดูว่าคนนั้นเคยทำ
อะไรมาบา้ ง จากนน้ั กจ็ ดบนั ทกึ ไว้ ดวงชะตาจะเหมอื นกับ Memory ท่ีเก็บขอ้ มลู ต่างๆ ของเราไว้
“เลือดในเรื่องนี้ เรียกได้ว่าทำและผลิตกันเป็นโรงงานเลือดกันเลยทีเดียว” เลือดมีหลายแบบให้ใช้ ตาม
ลักษณะการใช้งาน ทาตัวก็แบบหนง่ึ ไว้อมก็เป็นอกี แบบ ถ้าเลอื ดแบบทาตัวตอ้ งหนืดเหนยี ว เพราะไม่ง้ัน
เลือดจะเป็นปื้นๆ ไม่เหมือนของจริง แต่ถ้าเป็นเลือดแบบอมจะค่อนข้างเหลวผสมน้ำแดงและสีผสม
อาหารสำหรับรับประทานได้สุดท้ายไม่เพียงนักแสดงเลือดใหม่เท่านั้น ภาพยนตร์เรื่อง “นรก” ยังได้
นักแสดงมากฝีมือมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความเข้มข้นกับการหวนคืนจอเงินอีกครั้งของ “กาญจนาพร
ปลอดภัย” ในบท “แม่จ๋า” ซึ่งต้องใช้ความสามารถเค้นอารมณ์ในการแสดงสูง ด้วยความตั้งใจในการ
ทำงานอย่างเต็มทท่ี ำให้ “นรก” เปน็ ภาพยนตรท์ ไี่ ดอ้ รรถรสหลากอารมณใ์ นเรื่องเดยี ว

๑๗

๓.๑.๓.บทวิเคราะห์การกระทำของตัวละคร
ตวั ละครจากภาพยนตรเ์ รื่องนรก ได้แสดงใหเ้ ห็นถึงกรรมอันเกดิ จากการกระทำของตัวละครเมื่อ
ตอนทย่ี ังมีชวี ติ อยู่ ว่าไดท้ ำสิง่ ใดลงไปบ้าง และเมอ่ื ตกนรกจะตอ้ งพบเจอกบั สิ่งใดบา้ ง ดงั ตัวละครในเรื่อง
๑.จ๋า เป็นวัยรุ่นคนนึงที่รักสนุกจนพลาดท้องขึ้นมาและพอเมื่อแม่ของจ๋ารู้เข้าจึงสั่งให้ไปเอาเด็ก
ออกทำให้เกิดมีปากเสียงกัน ด้วยความที่จ๋านั้นคิดว่าแม่ไม่รักตน ไม่อยากให้ตนเกิดมาอยู่แล้วบวกกับ
ความน้อยใจในอดีต ทำให้จ๋ายิ่งอคติกับแม่ของตนมากกว่าเก่า และด้วยความโมโหนั้นทำให้จ๋าได้เผลอ
ผลักแม่ของตนให้ลม้ ลงแล้วเดินออกไปจากบ้าน ซ่ึงการกระทำของจ๋านั้นเปน็ ความผิดมหันต์ เพราะถึงจะ
เป็นความไม่ได้ตั้งใจแต่การทำรา้ ยบพุ การีนั้นเป็นความผดิ ที่ไมอ่ าจละเวน้ ได้
๒.ชด เปน็ คนทีเ่ หน็ แกต่ ัวเจ้าชู้รกั สนุกชอบมีความสมั พันธ์กบั ผู้หญิงไปท่ัว จนพลาดทำใหจ้ า๋ ท้องทั้ง
ที่ตนยังไม่พร้อม และไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตนก่อ และเมื่อตกไปอยู่ในนรกก็ยังฆ่าเพื่อนร่วมงานเพื่อให้
ตนเองรอดจากขุมนรกน้ัน ตลอดจนถึงวินาทีสัดท้ายก็ยังพยายามทำทุกวิถีทางเพ่ือให้ตนรอดออกจากขุม
นรก โดยไมส่ นวา่ เพอ่ื นจะเป็นตายรา้ ยดีอยา่ งไร
๓.น้าเต๋า เป็นคนที่ชอบดื่มสรุ าเมามายไมเ่ ว้นในแต่ละวัน พอกลับถึงบ้านก็มักจะตบตีลูกเมียเสมอ
จนตอนที่ตนตกลงไปในนรกและใกล้จะตายแล้วนั้น ถึงได้รู้สำนึกว่าทำสิ่งใดลงไปบ้าง จึงคิดที่จะอยาก
กลับไปแกไ้ ขเมื่อตนกลับไปได้ แต่ก็สายไปแลว้ ดว้ ยความท่ีตนนนั้ เคยทำรา้ ยลกู เมยี มากอ่ น พอถงึ เวลาใกล้
ตายจริงๆ เมียจึงไม่อยากที่จะช่วยเหลือเพราะคิดว่าต่อให้ช่วยไปก็เป็นภาระ กลับมาก็ดื่มแต่สุราไม่ก็ทำ
รา้ ยตน ทำใหเ้ ธอตัดสนิ ใจให้หมอถอดสายออกซิเจนออก
๔.เละ เป็นคนที่ชอบไปเล่นชู้กับเมียชาวบ้าน เมื่อถูกผัวเค้าจับได้ก็หนีแล้วปล่อยให้ผู้หญิงที่ตนไป
เล่นช้ดู ้วยนั้นถูกสามขี องเขายิงตายเพราะความหึงหวง และเละยังเปน็ คนทีด่ วงถึงฆาตเพยี งคนเดียวในรถ
ทำให้ทุกคนที่อยู่ในรถนั้นต้องพลอยรับเคราะห์กรรมด้วย ซึ่งต่อให้เละจะพยายามหนีจากนรกอย่างไร
สุดท้ายกห็ นไี ม่พน้ อยู่ดี เพราะเละนนั้ ดวงชะตาถึงฆาตแล้วนัน่ เอง

๑๘

๓.๒ 5 แพรง่ ตอน หลาวชะโอน
๓.๒.๑ เรื่องย่อ

(วรเวช,๒๕๖๓) เป้ เด็กที่อยูก่ บั พ่อหลังพอ่ แม่แยกทางกัน เป้ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา หาทางออก
แย่ๆด้วยการเป็นแก๊งปาหินกับเพื่อนอีกคน หลังจากการกระทำที่เป้ปาหิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุและมี
ผ้เู สียชีวิต แม่ก็พาเปไ้ ปบวชกบั พระธดุ งค์ในวัดป่าหา่ งไกลกฎหมาย ที่นัน่ ชาวบา้ นเพิ่งทำพิธีแผ่ส่วนบุญให้
เปรตโดยตั้งหลาวชะโอนประกอบพิธี ระหว่างที่เป้บวชเป็นเณร เป้ได้ทำกรรมที่ก่อไว้หรือการแอบขโมย
ของเปรตกินยามวิกาล เป้ก็ต้องเจอกับเสียงและบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว รุ่งขึ้นเป้ตัดสินใจจะกลับบ้าน
แต่ด้วยการทัดทานของพระที่นั่นที่หวังจะถอนกรรมให้ เป้จึงต้องทนอยู่ในถ้ำคืนนั้น พร้อมๆกับพิธีกรรม
ของพระทีห่ วังจะช่วย แต่ดว้ ยกรรมของเป้ เปท้ นไมไ่ ด้กับภาพที่พบวา่ คนท่ีถูกปาหนิ ด้วยมอื เขาคือพ่อของ
เขาเอง เป้ตัดสินใจว่ิงออกจากถำ้ เพอื่ หนอี อกจากปา่ จนตอ้ งพบเจอกับเสยี งลึกลับตามพุ่มไม้ เป้ตัดสินใจ
ปาหนิ ไปตามที่ทไี่ ดย้ นิ เสียง แต่ส่ิงทเ่ี ปไ้ ด้รับกลบั มาคือหนิ ที่พุ่งอดั เข้าที่หน้า จนหนา้ เละไปหมด วินาทีน้ัน
เป้นึกถึงแม่ และโทรไปเพื่อขอโทษ แต่สิ่งที่แม่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแหลมๆ พร้อมๆกับการที่เป้กลายร่าง
เป็นเปรตที่โหนหวนอยู่ในป่า สุดท้ายเขาจึงตกอยู่ในบ่วงกรรมที่มันไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้อีกใน
ปัจจบุ ัน “กรรม” เปน็ เรือ่ งธรรมชาติ มนั เอ้อื มเข้ามาหาชา้ ๆ ไม่หยุดย้งั นัน่ เพราะ “กรรม” ไมใ่ ชพ่ ่อ ไมใ่ ช่
แมใ่ คร มันไม่รู้จกั คำว่า “ใหอ้ ภัย” เหมือนตวั ละครในเร่อื ง เช่น เป้ การกระทำของเปท้ ีท่ ำไว้กบั พ่อ กรรม
นั้นก็ตามตอบสนองเป้เช่นเดียวกัน และ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม สุดท้าย
แล้วเนื้อเรื่องที่เล่าในตอนต้นของหนังเรื่องนี้มีที่มาจาก 4 แพร่ง (ภาคต่อ) ภาพยนตร์เรื่องได้สร้างจากผู้
กำกับทั้งหมด ๓ คน ทม่ี ปี ระสบการ์ณในการสร้างหนังผเี เนวตา่ งๆอกี ดว้ ย

๓.๒.๒ ทมี่ าของเรือ่ ง
(บรรจง, ปวีณ, ทรงยศ,๒๕๕๒) โดยเริ่มจากผู้กำกับ 3 คน เริ่มประชุมกันทั้งวันทั้งคืนอยู่หลาย
วนั เร่ืองแนวของหนัง สง่ิ ทเี่ ปน็ สาระทไี่ ม่เคยมีในหนังผีในโลกนีม้ า และได้ทำการประชุมกันโดยที่ผู้กำกับ
เดิมใน สี่แพร่ง ส่วนจาก 4 แพร่ง เพิ่มเป็น 5 แพร่ง เพราะชื่อว่าปีนี้ (๒๕๕๒) เลข 5 มาแรง โดยเรื่องท่ี
เลือกมาเพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นจุดสนใจของสังคม ณ ปัจจุบัน แล้วลองทำในมุมมองใหม่ ให้
แตกต่าง ฉากในเรอ่ื งของการหลอกผี ทางทมี งานได้ถา่ ยทำกนั ในวัดกลางปา่ ทจ่ี ังหวัดกาญจนบุรี โดยต้อง
เดินจากถนนไปไกลเกือบ 3 กิโลเมตร และต้องเลาะห้วยอย่างยากลำบากกว่าจะถึงถ้ำที่ใช้ถ่ายทำ เพื่อ

๑๙

ต้องการให้เหมือนในหนังผีโบราณ ที่จะดูไม่ตัดตอ่ เยอะ แทบจะไม่มีคัตเลย โดยนักแสดงไม่เห็นตัวผีต้อง
จินตนาการวา่ มผี ี แล้วจึงมาใส่ซจี ภี ายหลัง ตอนหลาวชะโอน ใชเ้ วลาถา่ ยทำราว 7-8 วัน โจทย์ของหนังน้ี
ทุกเร่อื งคอื ต้องเปน็ หนงั ผี นา่ กลัวดงึ ดูดความสนใจ และมคี วามแปลกใหมก่ ับเรอ่ื งราวของเวรกรรม และ
วิญญาณที่คอยตามหลอกหลอน จนเกิดหนังผี 5 แพร่ง ตอนหลาวชะโอน หลังจากที่ประสบความสำเร็จ
เป็นทร่ี จู้ กั ทำให้ทางทมี งานคิดว่านา่ จะทำเป็นภาคต่อ และทำการประชุมกัน สรา้ งหนังที่สนุกและคิดว่า
น่าจะตอบโจทย์ทกุ เรือ่ งของหนงั ผี จบในตัวเอง น่ากลัว อีกทั้งยังมีแง่แนวคิดในการสร้างหนังเรื่องนี้ อีก
ทงั้ ผ้สู ร้างไดร้ ับแรงบันดาลใจในการเขยี นบทภาพยนตรม์ าจากประเด็นขา่ วหนา้ 1 ตามหน้าหนงั สือพมิ พ์
แนวคดิ การสร้างภาพยนตร์ 5 แพรง่ ตอน หลาวชะโอน ของ กอลฟ์ -ปวีณ ภูริจติ ปัญญา

ผู้กำกับมือหลอนหนังผี 5แพร่ง ตอน “หลาวชะโอน” ดึงเอาประเด็นข่าวหน้าหนึ่งที่สร้างความ
สลดใจให้กับผู้คน เกี่ยวกับเรื่องแก๊งค์ปาหิน มาใส่ในหนัง โดยผูกเรื่องเข้ากับเรื่องราวของเวรกรรม และ
วิญญาณทค่ี อยตามหลอกหลอน จนเกดิ เร่ืองราวระทึกขวญั นา่ สะพรึงกลวั กอล์ฟ-ปวณี เผยว่า “หนังผี 5
แพร่ง ตอนหลาวชะโอน ผมเลือกที่จะย้อนกลับไปทำหนังผีที่คนไทยคุ้นเคย คือเรื่องของเวรกรรม โดยมี
ชีวติ ของคนเขา้ มาเกยี่ วขอ้ ง ตอนนน้ั ผมอา่ นข่าวเรอื่ งปาหินแล้วรูส้ ึกสลดใจ จงึ เปน็ ไอเดยี คิดพลอ็ ตน้ขี ้ึนมา
โดยเลือกให้น้องเก้า-จิรายุ ละอองมณี มารับบทเป็นเป้ เด็กหนุ่มที่ครอบครัวแตกแยก คบเพื่อนไม่ดี ทำ
อะไรไมร่ ้จู ักคิด เลยทำให้เปน็ อยู่ในกลุ่มอันธพาลท่ไี ปก่อคดปี าหินใส่รถท่ีวง่ิ ตามทางหลวง พอเกิดเรื่องแม่
พาไปบวช เพื่อหนีความผิด ถึงไปบวชก็ยังละเมิดกฎ ละเมิดศีล เลยทำให้เขา้ ไปเก่ียวพันกับเวรกรรมและ
เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัว ผมไม่ผิดหวังเลยที่เลือกน้องเก้า เพราะเล่นดีมาก ตอนเขียนบทนี้ผมต้องการ
ภาพเดก็ คนหนึ่งทม่ี แี ววตาเอาเรื่อง ดอ้ื เฮยี้ วอยู่ในตวั แต่ถ้ามองไปลึกๆ แลว้ จะพบความออ่ นแอในแววตา
ซึ่งวันที่เก้ามาแคสติ้งทุกคนทีมงานมองเห็นตรงกันว่า เก้าคือเป้ในเรื่อง และเก้าเล่นดีมาก ยิ่งได้เข้าคู่กบั
เร แมคโดนัลด์ และอาชุมพรเทพพิทักษ์ด้วยแล้ว ทำให้ตอนหลาวชะโอน ในหนังผี 5แพร่งเป็นอะไรที่ลง
ตัวมาก แนวคิดของตอน หลาวชะโอน มาจากความต้องการทำหนังผีที่หลากหลาย ให้ดูเป็นทางการ์ตูน
จัด ๆ มีแนวทางในการเล่าเรื่องเยอะ ๆ มีการสร้างภาพเทคนิคพเิ ศษเข้ามาเกี่ยวข้อง และทดลองทำหนงั
ผีที่เป็นแนวดราม่า การคัดเลือกนักแสดงที่เลือกเก้าเพราะ เห็นว่ามีแววตาที่ดื้อ แต่มีความอ่อนแออยู่ใน
แววตา ทำเลถ่ายทำคอื อทุ ยานแห่งชาตเิ ฉลิมรตั นโกสนิ ทร์ ตงั้ อยใู่ นท้องที่ อ.ศรสี วสั ด์ิ จ.กาญจนบุรี และ
ยังถ่ายทำในวดั กลางป่าท่ี จ.กาญจนบุรี ซ่งึ ห่างจากถนนกวา่ 3 กโิ ลเมตร ตอ้ งเดนิ เลาะหว้ ยบงึ เข้าไปถ่าย

๒๐

ทำหลาวชะโอน เป็นช่อื ของตน้ ไมต้ ระกลู ปาล์มท่มี ีรูปร่างสูงเรียว โดยในเรอ่ื งนีไ้ ดใ้ ชเ้ สาในการ “ตั้งเปรต”
ในประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นพิธีทำบุญแผ่ส่วนกุศลใหก้ ับบรรพบุรุษและภูตผีต่าง ๆ โดยจัดอาหารคาว
หวานไว้ที่บริเวณวัด เรียกว่า “ตั้งเปรต” ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นพิธี “การชิงเปรต” ที่เป็นขั้นตอนการอุทิศ
ส่วนกุศลแก่เปรต โดยลูกหลานจะแย่งอาหารมากิน การได้กินเดนชานจากวิญญาณบรรพบุรุษ เป็นการ
แสดงความรัก และสิริมงคล เป็นกุศลแก่ลูกหลาน จากแนวคิดในการสร้างหนังที่กล่าวมาข้างต้น ได้
แนวทางการสร้างจากหนังภาคที่แล้ว และหนังก็เข้าข่ายหนังผีดังกล่าว แต่ที่ต่างออกไปคือตัวหนังให้
อารมณ์หลากหลาย มผี ้คู นใหค้ วามสนใจอยา่ งมาก อาจเปน็ เพราะในเรอ่ื งแสดงใหเ้ ห็นถงึ การกระทำต่างๆ
ของตัวละครจากภาพยนตร์แต่ละตัวที่สื่อออกมา ดังนั้นในเรื่องนี้จึงสอนให้เราทุกคนทำดี มีสติในการ
ดำรงชวี ิต และไม่ยึดตดิ กับคา่ นิยมทางวัตถุ การกระทำของเป้สง่ ผลให้กลายร่างเป็นเปรต และการกระทำ
ของแมเ่ ป้ทท่ี ำผดิ ศีล ส่งผลใหท้ ัง้ คู่ได้รับผลกรรมทตี่ นกระทำไวจ้ ากเนอื้ หาข้างต้น ซง่ึ การกระทำผิดของท้ัง
คทู่ ำใหท้ ัง้ คู่ชดใช้กรรมในนรกและไปอย่ใู นนรกขมุ ที่ตนกระทำความผดิ

๓.๒.๓ บทวิเคราะห์การกระทำของตวั ละคร
ตัวละครในเรื่อง 5แพร่ง ตอน หลาวชะโอน นอกจากตัวละครหลักแล้วในภาพยนตร์ยังมีตัว
ละครอื่นที่ร่วมแสดง ยังแสดงบทบาทออกมาเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ควรทำอีกด้วย มีการแสดงในแง่ที่
ไม่ได้เพียงแต่ชี้ให้เห็นถงึ ผลของกรรมเท่านั้น และเรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถงึ การกระทำที่ก่อกรรมทีม่ าจาก
กิเลส และแสดงใหเ้ ห็นความนา่ กลัว โน้มนา้ วทำให้ผูช้ มรสู้ ึกกลัว เพ่ือใหผ้ ้รู ับชมไดเ้ กรงกลวั ต่อบาป
๑.เป้ เปน็ เปน็ วยั ร่นุ ท่ีคกึ คะนองทม่ี ทุ ะลุ และไรจ้ ติ สำนกึ ส่วนใหญต่ ดิ เพ่ือนและถกู ชกั จูง ครอบครัว
ของเป้แตกแยกเลยทำให้เป้ ขาดการอบรบเล้ียงดู จึงทำให้หลงไปในทางท่ีผิดเพียงเพราะความคิดท่ีง่ายๆ
ท่ีอยากไดโ้ ทรศพั ทม์ อื ถือใหม่ เปจ้ งึ ตัดสินใจลงทุนใช้หินเพยี งกอ้ นเดยี วและเขากไ็ มไ่ ดส้ นใจวา่ การกระทำ
ของเขาจะทำร้ายหรือพรากชีวิตใคร การกระทำของเป้ ได้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับประเพณีไทยที่มีอยู่ใน
ปจั จบุ นั น่ันคอื ชงิ เปรต โดยใหต้ วั ละครทไ่ี มเ่ คยกลัวสงิ่ ใดไดเ้ จอเปรต จนไมอ่ าจทนอย่ใู นวดั ไดอ้ ีก กอ่ นท่ี
เขาจะหนไี ป การกระทำของเปส้ ่งผลให้ตกนรกและได้กลายรา่ งเป็นเปรต
๒.หลวงพี่ เป็นพระสงฆ์ที่จิตใจดี คอยช่วยเหลือเป้ตลอดเวลา และช่วยในวิธีของท่าน ทัดทานเป้
หวังจะถอนกรรมให้ หลวงพี่ได้พูดประโยคที่เป็นหัวใจหลักของเรื่องนั่นคือ “ไม่ว่าเณรจะเห็นอะไร ทั้งที่
เคยเห็น และยังไมไ่ ดเ้ ห็น มนั มี แตไ่ มจ่ รงิ ” ท้ังนีใ้ นภาพยนตร์ การกระทำของหลวงพ่ีรูปน้ีไม่ได้ระบุเอาไว้

๒๑

ว่าก่อนหน้านั้น เขาได้ทำบาปหรือกระกรรมอะไรไว้ เเต่ภาพยนตร์ก็ได้เเสดงให้เห็นว่า ในตอนหลาว
ชะโอน หลวงพี่นั้นได้คอยช่วยเหลือเป้อยู่ตลอด ถึงเเม้จะโดนเป้ทำร้าย เขาก็ไม่เคยโกรธ เเละให้อภัยเป้
เสมอเเละคอยหาทางช่วยเป้ ส่งผลใหเ้ ขาได้รบั ผลกรรมดีทท่ี ำ เหมอื นกับเราทำอะไรเเล้วได้อยา่ งน้ัน การ
กระทำของเขานั้นอาจจะส่งผลใหเ้ ขานนั้ ไดร้ บั ผลตอบเเทนท่ีดี เเละได้ไปเกดิ ในสวรรคใ์ นภพภูท่ีดี

๓.แม่ของเป้ เป็นคนที่รักลูกมาก แต่การกระทำของแม่เป้นั้นประพฤติผิดในศีล การประพฤติใน
กามถ้าประพฤติผิด แยง่ แฟนคนอ่ืน เข้าไปเป็นชูช้ าวบ้านนั้นส่งผลใหต้ กนรก ต้องปีนตน้ งิ้ว หรือ ที่เราไม่
สามารถจะรู้ได้ และกว่าจะได้กลับมาเป็นมนุษย์ก็ต้องทนกับวิบากกรรมที่ทุกข์ทรมานทุคติ ศีลข้อ3
กาเมสุมิจฉาจาร ความประพฤติผิดในกามทั้งหลาย, ความผิดประเวณีในลูกเมียเขา นั้นมีความ
ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งต้องยอมรับว่า เรื่องราวความรักของสองหญิงหนึ่งชาย ที่ตกลงกันไม่ได้ อย่างไรก็
ตาม ความเชื่อของคนไทย ก็ไม่ถูกต้องในเรื่องของศีลธรรม ถึงแม้จะบอกว่าเมียหลวงและเมียน้อย
สามารถตกลงกันได้ก็ตาม คนส่วนใหญ่ประพฤติผิดในกามเพราะความไม่รู้ มีกิเลสที่บังตาทำให้หลงผิด
ปัญญามืดบอด และส่งผลตามมาด้วยปัญหาอีกมาก จากการกระทำของเเม่เป้ทำให้ตนได้สร้างกรรมจาก
การผดิ ศลี เเละตนก็ไดร้ บั ผลกรรมนน้ั เเละตกนรก

๓.๓. อาปตั ิ
๓.๓.๑ เรื่องย่อ

(สหมงคลฟิล์ม อินเตอรเ์ นชัน่ แนล,(๒๕๕๘)ภาพยนตร์เร่ือง อาปตั ิ เป็นเรอื่ งราวของ“ซนั ” (ชาลี ปอทเจส)
เด็กหนุม่ วยั ๑๙ ปีผู้เอาแตใ่ จตนเอง ไม่สนใจใคร และใช้ชีวิตคึกคะนองอยา่ งสุดข้ัว เขาจึงถูกพ่อบังคับให้
มาบวชเณรเพื่อดัดนิสัย การบวชอย่างไม่เต็มใจ ไร้ศรัทธา และด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิด
อะไรนักหนา จึงทำให้ซันยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไปแม้จะอยู่ในผ้าเหลืองแล้วก็ตาม รวมถึงการแอบ
คบหากับ “ฝ้าย” (พลอย ศรนรินทร์) สาววัยรุ่นท้องถิ่นผู้โหยหาในความรักซึ่งเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว
เดียวที่ทั้งคู่มีให้แกก่ นั และเช่ือมั่นว่าไมใ่ ช่เรื่องผิดแต่อยา่ งใด ทุกการกระทำที่ท้าทายการ “อาบัติ” นี้ ทำ
ให้เณรซันต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับชวนขนหัวลุกที่ถูกปกปิดไว้ภายในวัด ทั้งเรื่องราว
ความสัมพันธ์ของสีกากับพระ, การเผชิญหน้ากับผีเปรตที่ตามมาขอส่วนบุญและทวงคืนชีวิตที่ต่าง
เชื่อมโยงกันอย่างคาดไม่ถึง รวมทั้งความผิดที่เขากำลังวิ่งหนี ก็เข้ามาตอกย้ำให้เขาต้องชดใช้อย่าง
หลีกเล่ยี งไมไ่ ด.้ .. กรรมใดใครกอ่ กรรมนั้นตามสนอง

๒๒

๓.๓.๒ ทม่ี า
(หอภาพยนตร์ ,(๒๕๕๘) อาปตั ิ เป็นผลงานเรื่องแรกของผกู้ ำกับหญิงขนษิ ฐา ขวัญอยู่ เดิมมชี อ่ื วา่ อาบัติ
แต่ด้วยแก่นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระธรรมวินัยและความเชื่อเรื่องบาปกรรม ทำให้ อาบัติ ถูกกล่าวหาว่า
“หมิ่นศาสนา” ตั้งแต่ยังไม่ทันออกฉาย ก่อนที่คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์จะมีมติสั่ง
หา้ มฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อวันท่ี ๑๒ ตลุ าคม ๒๕๕๘ ด้วยเหตุผลสป่ี ระการคอื ภาพยนตร์ปรากฏภาพ
สามเณรเสพของมึนเมา ภาพสามเณรใช้ความรุนแรง การพูดถึงความสัมพันธ์และใช้คำพูดเชิงชู้สาวที่ไม่
เหมาะสม และการแสดงความไม่เคารพต่อพระพทุ ธรปู ในขณะทส่ี ำนกั งานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาติซ่ึงได้
รว่ มพจิ ารณาภาพยนตร์ด้วย ไดก้ ลา่ ววา่ ภาพยนตรแ์ สดงออกถงึ ภาพลกั ษณท์ ่ไี มด่ ตี ่อศาสนาพทุ ธ หากนำ
ออกฉาย ชาวพุทธอาจรับไม่ได้และเกิดความวุ่นวายตามมา ทำให้ อาบัติ ต้องเลื่อนการฉายรอบ
สอื่ มวลชนในวันรุ่งขึน้ และรอบปฐมทศั น์ทีว่ างไว้ในวันท่ี ๑๕ตุลาคมออกไป จนกวา่ ภาพยนตร์จะผ่านการ
พิจารณา การ “แบน” อาบัติ จุดชนวนให้ประเด็นเรื่องพระพุทธศาสนาและกระบวนการพิจารณา
ภาพยนตร์ที่เปิดโอกาสให้งานศิลปะพูดถึงแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว กลับมาเป็นหัวข้อถกเถียงและ
วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมไทยอีกครั้ง ทั้งในโลกออนไลน์และชีวิตจริง จนกระทั่งทีมผู้สร้าง
ได้ตัดสินใจตัดทอนเนื้อหาบางฉากออกไป และเปลี่ยนชื่อจาก อาบัติ เป็น อาปัติ เพื่อส่งให้พิจารณาใหม่
ในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ ซึ่งคณะกรรมการฯ และพระสงฆ์ที่เคยได้ร่วมพิจารณาเมื่อคราวแรก ได้ใช้
เวลาพิจารณากว่า ๓ ชั่วโมง ก่อนจะมีมติให้ อาปัติ ออกฉายได้ในเรต “น18+” หรือเหมาะสมสำหรับ
ผู้ชมที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป และภาพยนตร์ได้ออกฉายทันทีในวันดังกล่าว แม้จะถูกพิพากษาจนต้องผ่าตัด
ตกแต่งและแจ้งชื่อใหม่ จึงจะได้รับโอกาสให้คลอดหลังกำหนด แต่ อาปัติ ซึ่งในขณะนั้นไม่มีพิษภัยต่อ
พระพุทธศาสนาแล้ว ก็ยังได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชม จนสามารถประสบความสำเร็จทางรายได้ และ
ได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ
ยอดเยี่ยม ต่อมา ขนิษฐาได้นำฉากต่าง ๆ ทั้งที่ไมไ่ ด้ใช้ตั้งแต่ใน อาบัติ และถูกตัดออกไปใน อาปัติ มาตัด
ต่อเพื่อขยายเนื้อเร่ืองใหม่ในชือ่ ว่า เปรต อาบัติ เมื่อส่งให้พจิ ารณาปรากฏวา่ ฉากที่เคยตัดออกไปแล้วใน
อาปัติ นั้น ก็ยังถูกขอให้ตัดออกไปเช่นเดิม แต่ฉากที่เพิ่มมาใหม่ยังสามารถคงไว้ได้ อาปัติ ฉบับที่เธอ
เรียกว่าเป็นฉบับ Director’s Cut นี้ จึงได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์ เมื่อวันท่ี ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐
ปรากฏการณ์เหล่านี้ จึงสง่ ผลให้ อาปัติ หรอื อาบตั ิ เปน็ เสมอื นปรอทวัดอุณหภูมิความออ่ นไหวของ

๒๓

สังคมไทยท่ีมีต่องานศลิ ปะวา่ ด้วยพระพุทธศาสนา ซึ่งพิสจู น์ให้เห็นว่ายังคงมีจุดเดือดต่ำและอนั ตรายเกนิ
กว่าจะแตะต้อง อย่างไรก็ตาม ผลงานซึ่งกำกับโดยเพศที่ยังคงไม่ได้รับโอกาสให้บวชเป็นบรรพชิตใน
เมืองไทยเรื่องนี้ ยังกล้าหาญที่จะถ่ายทอดให้เห็นถึงพระแท้และพระเทียมที่ปะปนกันอยู่ในสังคม รวมไป
ถึงประเด็นการตั้งคำถามของวัยรุ่นที่มีต่อความเชื่อและหลักปฏิบัติต่าง ๆ ของสงฆ์ นอกจากนั้น การท่ี
ภาพยนตร์ได้หลอมรวมความเป็นหนัง “พระ” และหนัง “ผี” เข้าด้วยกันอย่างไม่อาจแยกขาด จึงทำให้
อาปัติ กลายเป็นภาพอุปมาที่ดีของศาสนาพุทธแบบไทยในปัจจุบัน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเอกสารบันทึก
ความคิดและอารมณ์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ของสังคมไทยที่มีต่อศาสนาและความเชือ่ ในยุคสมัยของพวก
เขา พิชิตศักดิ์ แก่นนาคำ (๒๕๕๘) ได้กล่าวว่าคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ มีมติห้าม
ฉายภาพยนตร์เรื่อง“อาบัติ”หลังพิจารณาแล้วว่ามีเนื้อหาภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสม โดยมีภาพของ
สามเณรเสพของมึนเมา ทั้งนี้ยังมีเนื้อหาภาพความรุนแรงพูดส่อเชิงชู้สาว และไม่เคารพพระพุทธรูป
ด้านสหมงคลฟิล์ม แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่าขอเลื่อนฉายรอบสื่อมวลชนของ "อาบัติ"ในวันพรุ่งนี้ หลังหนังถูก
คณะ กก.พิจารณาสั่งระงับฉายภาพยนตร์ อาปัติ ผ่านการพิจารณาด้วยเรท 18+ เริ่มฉายแล้ววันนี้รอบ
สองท่มุ ครึ่งเป็นต้นไป หลงั จากเกดิ เปน็ กระแสดราม่าอย่างหนักสำหรับหนงั เร่ือง อาบัติ ของคา่ ยสหมงคล
ฟิล์มฯ ถูกแบนเนื่องจากมีเนื้อหาไม่เหมาะสม อาจจะส่งผลเสียต่อศาสนาพุทธได้เป็นเหตุให้ทางผู้สร้าง
ตอ้ งกลับไปแกไ้ ขบางสว่ น ท้ังน้ีเปลีย่ นช่อื จาก "อาบตั ิ" เปน็ "อาปตั ิ" ซึ่งเป็นคำทเี่ ขยี นตามภาษาบาลี แต่มี
ความหมายเหมือนเดิม นำมาส่งให้สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตรวจพิจารณาใหม่อีกครั้งใน
วันน้ี ๑๖ ต.ค.(โพสตท์ ูเดย์,๒๕๕๘)

มภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ หรือชื่อเดิมอาบัติมีกำหนดฉายในวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์สะท้อนเรื่อง บาป บุญ หรือกรรมเวรที่ปัจจุบันเราหาตัวตนของมันยาก
ภาพยนตรเ์ ร่ืองนไี้ มผ่ ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรแ์ ละวีดิทศั นก์ ระทรวงวฒั นธรรม
ด้วยเหตุผลที่ว่ามีเนื้อหาที่เป็นบ่อนทำลายขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมของประชาชนหรือ
อาจจะกระทบตอ่ ความมั่นคงของรฐั โดยฉากทีไ่ มผ่ ่านการพจิ ารณาจากกองเซ็นเซอร์คอื ๑) ปรากฏภาพ
สามเณรเสพของมึนเมา ๒) มีภาพสามเณรใช้ความรุนแรง ๓) พูดถงึ ความสัมพนั ธ์และใช้คำพูดเชิงชู้สาวที่
ไม่เหมาะสม ๔) มีการแสดงความไม่เคารพต่อพระพุทธรูป ซึ่งผู้ผลิตภาพยนตร์ได้ทำการปรับแก้และส่ง

๒๔

คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์อีกครั้งจนทำให้ออกเผยแพร่ได้ (นายฉัฐดนัย คำโต และ
ศ.ดร.สรุ พงษ์ โสธนะเสถยี ร,๒๕๕๙,น.๖)

จากการศึกษาที่มาของภาพยนตร์เร่ือง อาปัติ สรุปได้ว่า ภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ เป็นภาพยนตร์ท่ี
ไมผ่ ่านการพิจารณาให้เข้าฉายจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรแ์ ละวดี ิทศั น์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เพราะมีเนื้อหาบางส่วนที่ไม่เหมาะสม ส่งผลเสียต่อพระพุทธศาสนาซึ่งเป็น
ศาสนาประจำชาติ และส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐ จึงถูกสั่งให้ระงับการฉาย แต่ในท้ายที่สุดทางผู้ผลิต
ภาพยนตรไ์ ด้มกี ารปรบั เปลีย่ นเนื้อหาบางส่วนท่ีมีความรุนแรงออกและทำการเปลี่ยนแปลงชือ่ ภาพยนตร์
เป็น อาปัติ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างล้น
หลามทั้งที่ยังไม่เข้าฉาย
แนวคดิ การสร้างภาพยนตรเ์ รอื่ ง อาปัติ

ฝน ขนิษฐา ขวัญอยู่ (๒๕๕๘) ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ ได้กล่าวว่า แรงบันดาลใจเพียงไม่กี่
ประโยคจากเรือ่ งเล่าของนอ้ งทร่ี จู้ ักคนหน่งึ เขาได้พูดถึง “ผีเผต” (ผีเปรต) ผีผหู้ ญงิ รูปร่างสวยงามแตก่ ลับ
ไม่มีหัวที่คนเฒ่าคนแก่ตามชนบทท้องถิ่นของภาคอีสานแห่งหนึ่งมีความเชื่อกันว่า เป็นผีสีกาที่ก่อนตาย
ดันไปร่วมรักกับพระสงฆ์ หลังจากแรงบันดาลใจนี้ เรานำมาพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์อยู่หลายปี โดยรับ
โจทยจ์ าก “พ่ีปรัชญา ปิน่ แกว้ ” และ “พี่อ๊อด-บัณฑติ ทองดี” วา่ ตอ้ งเป็น “หนงั ผี”และแนน่ อนวา่ หนังผี
เป็นหนังแนวท่ีเราเคยสัญญากับตัวเองเลยว่าจะไม่เขียน เพราะเรากลัวผี.. จากการสะกดจิตตัวเองว่า
หนังผีนะหนังผี เราก็ค่อยๆ หาข้อมูลมาเรื่อยๆ และค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า เปรตไม่ใช่ผี
“เปรต คือคนที่ตายไปแล้ว และเกิดใหม่มาเป็นเปรต” จะเกิดใหม่อีกกี่ภพกี่ชาติ ก็จะต้องเกิดเป็นเปรต
ทุกข์ทรมานจนกว่าจะหมดบาปทีต่ นได้กอ่ กรรมเอาไว้ เปรตไม่เคยมาหลอกใคร ใครที่เห็นเปรต คือเปรต
ตั้งใจให้เห็นเพื่อขอส่วนบุญ จนเกิดความเชื่อกันว่าถ้าใครเห็นเปรตต้องรีบไปทำบุญให้เปรตตนน้ัน
หลังจากนั้น เปรตก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราทันที เปรตเหมือนเป็นตัวแทนของบาปที่โลกเราใน
ปัจจุบันคิดว่ามันไม่มีตัวตน ซึ่งมันก็ถูกต้องแหละ เพราะตัวเราเองก็ไม่เคยเห็นมันเช่นกัน แต่สุดท้ายเจ้า
เปรตนี่แหละท่ีช่วยให้เราขับเคลื่อนบทภาพยนตร์เรื่องนี้มาโดยตลอด อาปัติ คือภาพยนตร์ผรี ะทึกขวัญที่
เราพร้อมด้วยทีมงานและนักแสดงทุกคนตั้งใจอยากให้มันเป็นภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงและสอดสาระ
ประเดน็ ของความรู้สกึ ผดิ ชอบชวั่ ดบี างอย่างเอาไว้สำหรับผู้ชม หน้าหนังอาจดแู รงไปสำหรับใครหลายคน

๒๕

แต่บทสรุปของภาพยนตร์เรือ่ งน้ีจะตอบคำถามของหน้าหนังท้ังหมดไว้ให้ เราไม่มีเจตนาจะพิพาทใคร เรา
เพียงอยากให้หนังเป็นแรงสะท้อนกลับไปว่า บาป บุญ หรือกรรมเวรที่ปัจจุบันเราหาตัวตนของมันยาก
สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้มันกลับฝังอยู่ในตัวตนของพวกเรามาโดยตลอดต่างหาก แค่เพียงเราเรียนรู้และ
ยอมรบั มัน

จากความคดิ เห็นของผู้กำกับแสดงให้เห็นถึงแนวคดิ การสร้างภาพยนตร์เรอ่ื ง อาปัติ ว่ามีท่ีมาจาก
การศึกษาเรื่อง ผีเปรต จากความเชื่อท้องถิ่นของชาวอีสาน และมีจุดประสงค์เพื่อความบันเทิง โดยมี
สาระสำคัญเกี่ยวกับบาป บุญ และเวรกรรม เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ชมตระหนักถึงผลของการกระทำของตนเอง
จากการชมภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรอื่ ง อาปตั ิ นี้มีคำศัพท์สำคญั ท่ีตอ้ งให้คำนิยามคอื คำว่า อาบตั ิ
ความหมายของอาบัติ
(อาบตั คิ อื อะไร เจาะลกึ พระวินัยค้นความหมาย,(๒๕๕๗)พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔
ให้ความหมายไว้วา่ อาบัติ คอื โทษทีเ่ กดิ จากการล่วงละเมิดสกิ ขาบทหรือข้อห้ามแห่งภิกษุพระธรรมกิตติ
วงศ์ (๒๕๕๑) ได้กล่าวว่าอาบัติ แปลว่า การต้อง การล่วงละเมิด หมายถึงโทษที่เกิดจาการล่วงละเมิด
สิกขาบทหรือข้อหา้ มแหง่ ภิกษุ ใช้เรียกความผิดทางวินยั ของพระภิกษุว่าต้องอาบัติ อาบัติ (อาปตฺติ) เป็น
ภาษาบาลี ซึ่งแปลตามรากศัพท์วา่ การต้อง การกระทบ หรือความหมายที่เข้าใจง่าย คือ ผิดศีล ศีลขาด
(ใช้กับพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น) การมีโทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดในข้อ (พระวินัยบัญญัติ) ที่พระพุทธเจา้
ทรงตรัสห้าม โดยทั่วไปการอาบัติก็เหมือนการละเมิดข้อห้าม ศีลทั้ง ๒๒๗ ข้อของพระสงฆ์ ซึ่งก็มีทั้ง
ความผดิ สถานเบาและสถานหนัก
ประเภทของอาบัติ
(อาบัติ คือ เจาะลึกพระวินัยค้นความหมาย,(๒๕๕๗) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔
ให้ความหมายไว้ว่า อาบัติ คือ โทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบทหรือข้อห้ามแห่งภิกษุ มีโทษ
๓ สถาน คือ
๑. โทษสถานหนกั เรยี กวา่ ครโุ ทษ หรือ มหนั ตโทษ ทาํ ใหภ้ กิ ษุผูต้ ้องอาบัตขิ าดจากความเป็นภิกษุ ได้แก่
อาบัติปาราชิก ซ่ึงเรยี กวา่ ครุกาบตั ิ
๒. โทษสถานกลาง เรียกว่า มัชฌิมโทษ ทําให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติต้องอยู่กรรมก่อนจึงจะพ้นโทษ ได้แก่
อาบตั ิสงั ฆาทเิ สส

๒๖

๓. โทษสถานเบา เรียกว่า ลหุโทษ ทําให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติที่ตํ่ากว่าอาบัติสังฆาทิเสสต้องปลงอาบัติคือ
บอกอาบตั ขิ องตนแก่ภกิ ษดุ ้วยกัน ไดแ้ ก่ อาบตั ิถุลลัจจัย ปาจิตตยี ์ ปาฏิเทสนยี ะ ทุกกฏ และทพุ ภาษติ ซ่ึง
เรียกวา่ ลหกุ าบัต.ิ (ป.ส.อาปตตฺ ิ)
พระธรรมกิตติวงศ์ (๒๕๕๑) ไดก้ ล่าวว่าอาบตั ิมี ๗ อย่าง แบง่ เปน็ ๒ ประเภท
๑.ครุกาบัติ หมายถึงอาบตั ิหนัก อาบตั ิท่มี ีโทษร้ายแรง มี ๒ อย่างคือ อาบัตปิ าราชิก อาบัติสงั ฆาทเิ สส
๒.ลหุกาบัติ หมายถึงอาบัติเบา อาบัติที่ไม่มีโทษร้ายแรงเท่าครุกาบัติ มี ๕ อย่าง คือ อาบัติถุลลัจจัย
อาบตั ิปาจิตตีย์ อาบัตปิ าฏเิ ทสนยี ะ อาบตั ทิ ุกกฎ อาบัตทิ ุพภาสติ
อาบัตินัน้ มที ้งั หมด ๗ ประเภท สามารถแยกยอ่ ยเปน็ ความผิดโทษเบาและหนกั ไดด้ ังตอ่ ไปนี้
๑. ครุกาบัติ หมายถึงอาบัติหนัก อาบัติที่มีโทษร้ายแรง มี ๒ อย่างคือ อาบัติปาราชิก อาบัติสังฆาทิเสส
หากละเมิดปาราชกิ ตอ้ งขาดจากความเป็นพระสงฆ์ ส่วนสงั ฆาทเิ สส สามารถปลงอาบัติได้ตอ้ งอยู่ "ปริวาส
กรรม" (ทรมานตนตามระเบยี บ)
๒. ลหุกาบัติ หมายถึงอาบัติเบา อาบัติที่ไม่มีโทษร้ายแรงเท่าครุกาบัติ มี ๕ อย่าง คือ อาบัติถุลลัจจัย
อาบตั ิปาจิตตยี ์ อาบัติปาฏิเทสนยี ะ อาบตั ทิ กุ กฎ อาบัติทุพภาสิต เปน็ ความผดิ ทปี่ ลงอาบตั ิได้ เพยี งสำรวม
ควบคุมสติ และร่วมเข้าพิธีปลงอาบตั ิของสงฆ์ท่ีมักทำในวนั โกน
ซึ่งการอาบัติแต่ละข้อ ก็มีความหมายและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าการละเมิด
ศลี ข้อต่าง ๆ เป็นการอาบตั ิประเภทใดนั้น มาดกู นั เลยคะ่
๑. อาบตั ิปาราชิก
ปาราชิก แปลวา่ การปราชยั พา่ ยแพ้ต่อกเิ ลส ถือเปน็ อาบัติขั้นสูงสดุ ของพระสงฆ์ ทำให้ขาดจากการเป็น
พระทนั ที ไมว่ า่ มีผู้รเู้ ห็นหรอื ไม่ โดยมอี ย่ทู ั้งหมด 4 ขอ้ ดงั น้ี
๑. เสพเมถนุ หมายถึง การร่วมสังวาสกบั คนหรอื สัตว์
๒. ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน หมายถึง การขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นในราคา ๕ มาสก
ขึน้ ไป ( ๕ มาสก เท่ากับ ๑ บาท)
๓. การพรากกายมนษุ ยจ์ ากชวี ติ หมายถึง การฆา่ มนษุ ยใ์ หต้ าย

๒๗

๔. การกล่าวอวดอุตริมนุสธรรม หมายถึง การอวดอ้างคุณวิเศษที่ไม่มีในตน เช่น อ้างว่าตนเองเป็นพระ
อรหันต์ (ทั้งที่ไม่ได้เป็น) การอวดอ้างว่าไปเข้าเฝ้าพระอินทร์หรือเทวดา การอวดอ้างว่าตนเองเหาะเหิน
เดินอากาศได้ เปน็ ต้น
๒. อาบตั ิสงั ฆาทิเสส
สังฆาทิเสส ถือเป็นอาบตั ิหนักรองมาจาก ปาราชิก โดยมที ัง้ หมด 13 ข้อ ดังน้ี
๑. เตรสกัณฑ์ หมายถงึ การห้ามมิให้ใชม้ ือในการสำเร็จความใคร่
๒. ห้ามจับต้องกายหญิง
๓. ห้ามพูดเกย้ี วหญงิ
๔. ห้ามพูดลอ่ หญงิ ใหบ้ ำเรอตนด้วยกาม
๕. หา้ มชักสื่อ หมายถึง กล่าววาจาหรือแสดงท่าทชี กั นำให้ผู้ได้ยินทะเลาะววิ าท หรอื กินแหนงแคลงใจกนั
๖. ห้ามสร้างกุฎิด้วยการขอ กฏของการก่อกุฎิ ให้อยู่ในที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีชานรอบ ไม่มีใครจองไว้ เอ้ือ
ให้เป็นที่อยู่จำเพาะตนด้วยการขอ (สิ่งต่าง ๆ) เอาเอง พึงทำให้ได้ยาวไม่เกินประมาณ ๑๒ คื บ
กว้างไมเ่ กนิ ๗ คบื
๗. ถ้าที่อยซู่ ึง่ จะสร้างขน้ึ นั้น มีทายกเปน็ เจ้าของ ทำให้เกินประมาณนนั้ ได้ แต่ต้องใหส้ งฆ์ แสดงที่ใหก้ อ่ น
๘. หา้ มยยุ งและแกล้งโจทยภ์ ิกษุอ่นื ดว้ ยอาบัตปิ าราชิก
๙. หา้ มใสค่ วามโจทย์ภกิ ษอุ นื่ ดว้ ยอาบัตปิ าราชิก
๑๐. ห้ามทำให้พระสงฆ์แตกกนั
๑๑. เมื่อมีภิกษุอ่นื ตกั เตอื นใหต้ ั้งใช้ฟังสงฆส์ วด ก็มิได้ปฏิบัตติ าม ถอื เป็นความผิด
๑๒. เมือ่ มีภกิ ษุอืน่ ตกั เตือน และให้สงฆ์น้นั สวดกรรมเพอ่ื จะใหล้ ะประพฤตินน้ั ถา้ ไมย่ อมสวดกรรมแกก้ าร
ละเมดิ ถอื เป็นความผิด
๑๓. ประจบคฤหสั ถ์ หมายถึง หา้ มกล่าววาจาไมด่ ถี งึ สถาบันรวมถงึ สงฆ์ทีไ่ มไ่ ดอ้ ยู่วัดแลว้ ถือเปน็ ความผดิ
การต้องอาบัติสังฆาทิเสสถือเป็นอาบัติหนัก แต่สามารถแก้ไขการปริวาสกรรม คือ การปฏิบัติสังฆธรรม
เพื่อปลงอาบัตดิ ว้ ยการอยู่กรรม โดยปริวาสกรรมจะดำเนินพิธีกับภิกษุเพียงรูปใดรูปหนึง่ ไม่ได้ ต้องอาศัย
สงฆ์อื่นในการประพฤติช่วยไม่น้อยกว่า ๔ รูป เพื่อการออกจากอาบัตินั้น หรือหากสงฆ์ลาสิกขาออกไป
เป็นคฤหัสถ์ ให้ถือว่าไม่มอี าบัติสงั ฆาทเิ สสติดตัวแตอ่ ย่างใด แต่หากกลับเข้ามาบวชใหม่ อาบัติทีต่ ้องจาก

๒๘

การบวชครั้งก่อนก็จะมีเหมือนอย่างเดิม ต้องทำการแก้ไขด้วยการอยู่ปริวาสกรรม เท่ากับจำนวนวันท่ี
ตนเองต้องอาบตั ิจนถงึ ปัจจุบนั สงฆ์ถึงจะออกจากอาบัตินนั้ ได้
๓. อาบัติถลุ ลจั จัย
ถุลลัจจัย เป็นความผิดที่มีโทษขั้นเบา ไม่ร้ายแรงเท่าอาบัติปาราชิก ถุลลัจจัยมักเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้กระทำ
เพียงแต่คิดเจตนาจะกระทำ เช่น มีความกำหนัด มีจิตปฏิพัทธ์ มีอารมณ์เพศ คิดจะร่วมเพศ
ก็จะอาบตั ถิ ลุ ลัจจยั
๔. อาบัตปิ าจิตตีย์
เป็นอาบัติทีไ่ ม่ต้องโทษรา้ ยแรง ให้โทษคือ เรียกสงฆ์มาว่ากลา่ วตักเตือน ปาจิตตีย์ มักเป็นความผิดในเชงิ
การใชค้ ำพูด เช่น พูดสอ่ เสียด กลา่ วธรรมพร้อมกับผไู้ มไ่ ด้บวชในขณะสอน
๕. อาบตั ปิ าฏเิ ทสนียะ
ปาฏเิ ทสนยี ะ แปลวา่ พึงแสดงคืน ส่วนมากเกีย่ วเน่อื งกับโภชนาสงฆ์ เชน่ ห้ามรบั ของเค้ยี วของฉนั จากมือ
ผ้หู ญิง หา้ มรบั อาหารทีเ่ ขาไม่ไดจ้ ัดไวก้ อ่ นเมอื่ อยู่ป่า
๖. อาบตั ิทุกกฏ
ทุกกฏ แปลว่า ทำไม่ดี ที่มักเกิดขึ้นจากความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนมากเกี่ยวกับมารยาทต่าง ๆ ท่ี
ไม่เหมาะสม เช่น ภกิ ษสุ วมเสื้อ สวมหมวก ใช้ผา้ โพกศรี ษะ
๗. อาบัตทิ ุพภาสติ
ทพุ ภาสิต แปลวา่ คำชั่ว คำเสยี หาย คำพูดทไ่ี มด่ ี โดยเป็นอาบัตเิ บาท่ีสดุ มกั เกิดข้นึ โดยความนึกคดิ ดไี มไ่ ด้
ส่อเจตนาร้าย เช่น ภิกษุพูดกับภิกษุที่มีกำเนิดเป็นจัณฑาล ว่าเป็นคนชาติจัณฑาล ถ้ามุ่งว่ากระทบให้
อปั ยศ ตอ้ งอาบัตทิ ุกกฎ แตถ่ ้ามุ่งเพยี งลอ้ เล่น ตอ้ งอาบัตทิ ุพภาสติ
ทั้งนี้พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติชั้นความผิดของการละเมิดสิกขาบท (ไม่ประพฤติตาม) และทรง
กำหนดการออกจากอาบัติไวต้ ามครกุ าบัติ และลหกุ าบตั ิ เพ่ือใหส้ งฆ์พงึ รู้ พงึ ปฏบิ ตั ิ และพงึ เข้าใจ พร้อม
ให้ผเู้ ลอื่ มใสในพระพทุ ธศาสนาได้ถ่องแทถ้ งึ ความหมายทวี่ ่าไว้ มิใช่เพียงใช้โดยมิได้นำพา
(พระมหาวีรชัย ตนฺติปาโล,๒๕๕๖,น.๑๑) อาบัติมี ๗ กองคือ ปาราชิก (แปลว่า ผู้พ่ายแพ้) สังฆาทิเสส
(แปลว่า อาบัติอันจำปรารถนาสงฆ์ ในกรรมเบื้องต้นและกรรมที่เหลือ) ถุลลัจจัย (แปลว่า ความล่วง
ละเมิดทหี่ ยาบ) ปาจติ ตีย์ (แปลวา่ การละเมิดท่ยี งั กุศลให้ตก) ปาฏิเทสนียะ (แปลวา่ จะพงึ แสดงคืน)

๒๙

ทุกกฏ (แปลว่า ทำไมด่ )ี ทุพภาสติ (แปลวา่ พดู ไมด่ ี) อาบตั ปิ าราชิกมีโทษหนัก ทำใหผ้ ู้ล่วงละเมดิ ขาดจาก
ความเป็นภิกษุ อาบัติสังฆาทิเสสมีโทษหนักน้อยลงมา ผู้ล่วงละเมิดต้องอยูก่ รรม คือ ประพฤติวัตรตามท่ี
ทรงบัญญัติ จึงจะพ้นจากอาบัตนิ ี้ ส่วนอาบัติ ๕ กองที่เหลือมีโทษเบา ผู้ล่วงละเมิดต้องประกาศสารภาพ
ผดิ ตอ่ หน้าภิกษุดว้ ยกัน ดังทเี่ รียกวา่ ปลงอาบัติ จงึ จะพน้ อาบตั เิ หล่านี้

๓.๓.๓ บทวิเคราะห์การกระทำของตัวละคร
ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ มีการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสม จากการชมภาพยนตร์และ
การหาข้อมูลเกี่ยวกับคำว่า อาบัติ แสดงให้เห็นว่าตัวละครในเรื่องมีการกระทำที่ผิดต่อพระวินัยของ
พระสงฆแ์ ละการกระทำทผี่ ิดบาปของพุทธสาวกอย่างชัดเจน ดงั น้ี
๑. เณรซัน ก่อนบรรพชาเป็นเณร ซันเป็นวัยรุ่นชาวกรุงเทพที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกมาจาก
สถานพินิจ หลังจากนั้นซันก็ถูกพ่อบงั คับให้มาบรรพชาชดใช้ความผิดที่วัดป่าในต่างจังหวัด แต่ด้วยความ
ที่เป็นคนเอาแต่ใจทำให้ซันบรรพชาด้วยความไม่สำนึกอีกทั้งยังมีแฟนทั้งที่บรรพชาอยู่ หลังจากที่
บรรพชาซันมีพฤติกรรมแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงและพูดจาเกี้ยวพาราสี ซึ่งเป็นอาบัติสังฆาทิเสสทึ่ถือเป็น
อาบัติหนักรองมาจากปาราชิก นอกจากนี้เณรซันยังมีพฤติกรรมพูดคำหยาบเป็นอาบัติปาจิตตีย์
พฤติกรรมการรบั ของฉนั จากมอื ผูห้ ญิง พฤตกิ รรมการอยู่ในทีล่ ับตากบั ผู้หญงิ พฤตกิ รรมการด่ืมสุราเมรัย
และพฤติกรรมการฉนั อาหารในยามวิกาล ซง่ึ เป็นอาบัติปาฏิเทสนยี ะ จากพฤติกรรมของเณรซันทำให้เห็น
ว่าเป็นพฤตกิ รรมที่นำไปสู่การตอ้ งอาบัติ
๒. ฝ้าย เป็นหญิงสาวชาวบ้านที่ไม่มีความศรัทธาในเรื่องของบาปบุญและเวรกรรม จึงทำให้ฝ้าย
แอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเณรซัน ซึ่งในขณะนั้นเณรซันมีคูค่ รองอยูก่ ่อนแล้ว พฤติกรรมของฝ้ายจึง
เป็นการกระทำที่ผิดเบญศีล คือ กาเมสุมิจฉาจารเป็นการละเว้นจากการประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศ
หรือการลักลอบมีความสัมพันธ์กับคู่ครองของผู้อื่น นอกจากนี้ฝ้ายยังมีพฤติกรรมการนัดพบกับเณรซัน
สองต่อสองและถวายของฉันใหเ้ ณรในยามวิกาล ซ่งึ ท้ังสองพฤติกรรมนี้เปน็ การชกั จงู ใหเ้ ณรซันตอ้ งอาบตั ิ
๓. พิณ เป็นหญิงสาวชาวบ้านที่ลักลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพระอาจารย์อุเทนจนตั้งครรภ์
และมีบุตรร่วมกันหนึ่งคน ซึ่งการกระทำของพิณเป็นการชักจูงให้พระอาจารย์อุเทนต้องอาบัติปาราชิกที่
เป็นอาบัติขั้นสูงสุดของพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งผลจากการลักลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพระอุเทนน้ัน
ตามควาเชื่อท่ีปรากฏในภาพยนตร์เรือ่ งอาปัติแล้วคือการไปเกิดใหม่เป็นเปรต และหลังจากการลักลอบมี

๓๐

ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับพระอาจารย์อุเทนจนคลอดบุตรแล้ว พิณก็ทนทุกข์ทรมานอยู่กับความผิดบาป
ในใจไม่ไหว จนในท้ายที่สุดต้องตัดสินใจจบชวี ิตตนเองลง เพื่อหนีความผิดบาปที่ตนได้กอ่ ขี้น ซึ่งจากการ
กระทำนี้เปน็ พฤตกิ รรมที่ผิดตอ่ หลกั เบญจศีล คือปาณาติบาต หมายถึงการละเว้นจากการเบียดเบยี นชวี ิต

๔. พระอาจารย์อุเทน ในขณะที่พระอาจารย์อุเทนเป็นเจ้าอาวาส พระอาจารย์อุเทนมีพฤติกรรมท่ี
ผิดต่อหลักพระวินัยหลายประการ เช่น การลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกาหรือที่เรียกว่าการเสพ
เมถุน และการพรากกายมนุษย์จากชีวิตหรือการฆ่าหลวงพี่ทินเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ซึ่งทั้งสอง
พฤตกิ รรมนีล้ ว้ นเป็นอาบัตปิ าราชกิ ทถี่ อื เป็นอาบตั ขิ น้ั สูงสดุ ของพระภกิ ษุสงฆ์ และหากตอ้ งอาบัติปาราชิก
จะทำใหข้ าดจากการเป็นพระภิกษุทันที ไมว่ ่ามีผู้รู้เหน็ หรือไม่ก็ตาม จากพฤติกรรมของพระอาจารย์อุเทน
แสดงให้เห็นว่าเป็นพฤติกรรมทีน่ ำไปสู่การต้องอาบัติ ซึ่งส่งผลกระทบใหพ้ ระอาจารย์อุเทนจำเปน็ ตอ้ งลา
สิกขาออกจากการเป็นพระภิกษุ รวมถึงได้รับผลกรรมโดยกลายเป็นคนวิกลจริตและต้องท่องคำปลง
อาบัติอยู่เสมอ

๓๑

๔.การวเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งของพฤติกรรมตวั ละครกับความเช่อื เรื่องนรก-สวรรค์
๔.๑ นรก

(ชมรมวัชรธาตุ,(๒๕๖๒):ออนไลน์)จากภาพยนตร์เรื่องนรกจะแสดงให้เห็นว่า การกระทำของตัวละครแต่
ละตัวมีทั้งด้านดีและด้านลบ แต่ทั้งนี้ในภาพยนตร์ เรื่องนรกนั้นจะแสดงให้เห็นถึงด้านลบของมนุษย์เรา
มากกวา่ และคนเหลา่ นัน้ ท่กี ระทำความผดิ เมือ่ ตายไปกจ็ ะไปตกนรกขมุ ต่างๆทตี่ นได้ทำกรรมเอาไวด้ งั น้ี

๔.๑.๑ตัวละคร จ๋า ที่ชอบพูดจาไม่ดีใส่บุพการีด่าว่า นินทาว่าร้ายพ่อแม่รวมถึงการทำร้าย
บุพการตี นเอง และนนิ ทา วา่ ร้าย พระ เณร เถรชี ชาวบ้าน คนจำพวกนม้ี กั จะไปตกนรกขมุ ท่ี ๙ สุนขนรก
(นรกสุนัข) นรกขุมนี้มีกำแพงเป็นเหล็กแดงทั้ง ๔ ด้าน มีไฟพวยพุ่งสัตว์นรกถูกไฟเผาวิ่งไปมา มีสุนัขตัว
ใหญ่จำนวนมากมาย วิ่งกัดแทะเลือดเนื้อและกระดูกสัตว์นรกจนหมด แล้วก็เกิดตัวตนขึ้นใหม่ เวียนไป
เช่นนี้จนหมดกรรม

๔.๑.๒ตัวละคร ชด ที่ทำกรรมหนักหนามาก ทั้งมั่วสุมในกาม และฆ่าคน คนจำพวกนี้มักจะ
ตกนรกขุมที่ ๒ สมิ พลนี รก (นรกตน้ งิว้ ) มตี ้นงิว้ ใหญ่ หนามยาว ๑๖ องคลุ ี แหลมคมเป็นกรด เคลื่อนไหว
ได้เหมือนมีชีวิต นายนิริยบาลใช้หอกไล่ทิม่ แทงสัตว์นรก ให้ปีนป่ายขึ้นไปบนต้นงิ้ว หนามงิ้วพุ่งทิม่ แทง
ทะลุหลัง เกี่ยว บาด เลือดไหลนอง เจ็บปวด ร้องครวญคราง เมื่อขึ้นถึงยอดต้นงิ้ว ถูกแร้งกา ปากเหล็ก
จิกตี ทนไม่ไหวก็ไต่ผ่านหนามงิ้วลงมา นายนิริยบาลก็คอยทิ่มแทง และมีสุนัขใหญ่ กระโจนเข้ายื้อ ฟัด
กัดกินจนเหลือแต่กระดูก แล้วก็มีเนื้อหนังเกิดขึ้นเต็มร่างอีก เวียนทรมานเช่นนี้จนหมดเศษกรรมผิดศีล
ข้อ ๓ การคบชู้ ผดิ เมยี ผวั ผ้อู ่นื ยุ่งเกย่ี วกับลกู ข้าทาสของใครโดยท่พี อ่ แม่ นายของเขาไมอ่ นญุ าต

๔.๑.๓.ตัวละคร น้าเต๋า ชอบดื่มสุราเมาไม่เว้นวัน และทำร้ายร่างกายลูกเมียเป็นประจำคน
พวกนีม้ กั จะไปตกนรกขุมท่ี ๔ ตามโพทนะนรก (นรกนำ้ ทองแดง) ตามพะ แปลว่า ทองแดง อุทกแปลว่า
น้ำ นรกขมุ น้ีมีพื้นเป็นเหลก็ เผาลุกโชน มหี มอ้ โลหะเคย่ี วน้ำทองแดงเดอื ดพลา่ นตัง้ อย่กู ลาดเกล่อื นนายนิ
ริบาลจับสัตว์นรกให้นอนลงบนพื้นเหล็กแดงถ้าขัดขืน นายนิริยบาลจะใช้หอก ดาบ ค้อน แทง ฟัน ทุบ
จับตัวไว้ไม่ให้ดิ้นหนีได้ แล้วใช้คีมงัดปาก เอาน้ำทองแดงเทกรอกปาก น้ำทองแดงไหลผ่านอวัยวะใดก็
จะพังทลาย แล้วสัตว์นรกก็จะกลับมีร่างขึ้นมาใหม่ เวียนใช้กรรมจนหมดเศษกรรม ผิดศีลข้อ ๕ ดื่มสุรา
เมรยั สิง่ เสพตดิ ทำใหม้ นึ เมาขาดสติสัมปชัญญะ ตกนรกขุมที่ ๑๐ ยนั ตปาสาณนรก (นรกเขากระทบกนั )
ยันตปาสาณนรก นรกขุมนี้สภาพเหมือนนรกขุมท่ัวไป มีกำแพงเปน็ เหล็กแดง ไฟพวยพุ่ง แต่จะมีภูเขา
เหล็กขนาดใหญ่หมุนเล่ือนมาบดกระทบกนั สัตว์นรกจะถกู นายนิริยาบาลไล่ทุบตีแทงฟันให้วิ่งหนีเขา้ ไป
ในระหว่างเขาเหล็กลุกแดงนั้น สัตว์นรกก็กูกหมุนบดขยี้จนแหลกละเอียด แล้วเกิดเป็นตัวตนขึ้นใหม่
ชดใชจ้ นหมดกรรมการขาดเมตตาปราณีตอ่ สามภี รรยา ทุบตี ชกต่อยโดยไร้เหตุ

๓๒

๔.๑.๔ตัวละคร เละ ที่ชอบไปเป็นชู้กับเมียคนอื่น ชอบเที่ยวกลางคืน มัวเมาในอบายมุข คน
จำพวกนี้มักจะไปตกนรกขุมที่ ๒ สิมพลีนรก (นรกต้นงิ้ว) มีต้นงิ้วใหญ่ หนามยาว ๑๖ องคุลีแหลมคม
เป็นกรด เคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิต นายนิริยบาลใช้หอกไล่ทิ่มแทงสัตว์นรกให้ปีนป่ายขึ้นไปบนต้นง้ิว
หนามงิ้วพุ่งทิ่มแทงทะลุหลัง เกี่ยว บาด เลือดไหลนองแดงฉาน เจ็บปวด ร้องครวญคราง เมื่อขึ้นถึงยอด
ต้นงิ้ว ถูกแร้งกา ปากเหล็ก จิกตี ทนไม่ไหวก็ไต่ผ่านหนามงิ้วลงมา นายนิริยบาลก็คอยทิ่มแทง และมี
สุนัขใหญ่ กระโจนเข้ายื้อ ฟัด กัดกินจนเหลือแต่กระดูก แล้วก็มีเนื้อหนังเกิดขึ้นเต็มร่างอีก เวียนทรมาน
เช่นนี้จนหมดเศษกรรมผิดศีลข้อ ๓ การคบชู้ ผิดเมียผัวผู้อื่น ยุ่งเกี่ยวกับลูกข้าทาสของใครโดยที่พ่อแม่
นายของเขาไมอ่ นุญาต

จากการวิเคราะห์การกระทำของตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนรก ซึ่งประกอบด้วย จ๋า ชด น้า
เต๋า และเละ ทำใหเ้ ราไดร้ ู้ผลของการกระทำท่ีแตล่ ะคนนั้นไดก้ อ่ เอาไว้ เมอื่ ตนเองยงั มีชวี ติ และไดร้ ับร้ถู ึง
โทษทณั ฑท์ ่ีตามมา ดังนน้ั เราควรหม่ันทำความดลี ะความช่ัว เพื่อทจี่ ะไมต่ อ้ งไปตกนรกขุมต่างๆเหมือนตัว
ละครดังกล่าว การกระทำของตัวละครทั้ง ๔ ตัว ล้วนกระทำความผิดและกรรมของการกระทำที่
สอดคล้องกับไตรภูมิพระร่วง คือ ผลของความผิดซึ่งจะไปตกนรกขุมที่ ๒,๔,๙ และ ๑๐ นอกจาก
ภาพยนตร์เรื่องนรกแลว้ ยังพบภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงโทษที่ตามมาจากการกระทำของตน
เช่น ภาพยนตร์เรื่อง ๕ แพร่ง ตอน หลาวชะโอน ซึ่งเนื้อเรื่องได้กล่าวถึงการกระทำผิดของตัวละคร และ
โทษของการกระทำน้นั อีกด้วย

๔.๒ 5แพรง่ ตอน หลาวชะโอน
การกระทำของตัวละครในเรื่องห้าแพร่ง ตอน หลาวชะโอน ตัวละครเป้และแม่เป้ที่มีการ

กระทำที่ไม่ควรทำหรือกระทำทำผิดศีล ทำให้เกิดกรรม กรรมที่มาจากตนเองก่อขึ้น อีกทั้งการกระทำท่ี
มัก เกิดจากทางดา้ นความโลภ โกรธ หลง เป็นการกระทำที่มักเกิด แล้วก็ดับไป ส่วนทีม่ ักมีอยู่จริงนัน้ คือ
“กรรม” ไม่มีรูปร่าง ไม่มี ลักษณะมันอยู่รอบทิศทางคอยตอบสนองการกระทำของเรา เช่น เดียวกับเป้ที่
ฆ่าพ่อ และทำร้ายพระสงฆ์ เป็นเหตุให้สุดท้าย เขาได้ ขรับผลกรรม จากตัวละครทั้ง 3 มีการกระทำท่ี
แตกต่างกนั สง่ ผลให้ตกนรกขมุ ทแ่ี ตกต่างกันออกไป

๔.๒.๑ตัวละคร เป้ ที่ได้กระทำการผิดที่มาจากความคิดที่ง่ายๆ ของตนเอง เเละยังใช้หินใน
การฆ่าพ่อของตนเอง และทำร้ายพระสงค์นั้นตรงที่หนังเปรียบความพยายามที่จะทำกรรมดี มาแก้ต่าง
หรือชดเชยบาปที่ทำไว้ ผ่าน การบวชของตัวเอกที่หวังจะเป็นการ ล้างบาปที่เคยทำในอดีต เช่น ถ้าโกง
เงินบริษัท ต่อให้เอาเงินไป ทำบุญ ก็ไม่ได้แปลว่า ทำบุญแล้วจะรอดพ้นโทษฐานขโมย เช่น เดียวกับการ
สรา้ งกรรมดีกค็ งเปน็ เหมอื นการสะสมสิ่งดีๆ แต่กรรมชว่ั ทีท่ ำไว้กต็ ้องรับผลตามมา จากการกระทำของเป้
ทำใหเ้ ป้ ได้รับผลกรรมกลายเปน็ เปรต เเละตกนรกขมุ ที่ 1 ชีวติ ในสัญชวี มหานรก นรกขมุ นเ้ี ป็นนรกท่ีเมื่อ

๓๓

ใครตกลงไปแล้ว จะได้ รบั ทกุ ข์ทรมานอยา่ งสาหัส เช่น ถกู นายนิรยบาลจับมัดแลว้ บงั คับ ให้นอนลงเหนือ
แผ่นเหล็กแดงที่ร้อนด้วยไฟนรก ถูกฟันด้วยดาบนรกอันคมกล้าจนร่างกายขาดเป็นท่อนๆ ถูกถาก
ถูกเฉือนเนื้อจน หมดร่างกาย เหลือแต่เพียงโครงกระดูก เมื่อสิ้นใจตายจะมีลมกรรม พัดมาต้องกายให้
กลับฟ้นื ขน้ึ มาอีก แล้วกร็ บั ทุกขท์ รมาน จากนายนริ ยบาลเหมือนเชน่ เดมิ โดยมอี ายขุ ยั ของสญั ชวี มหานรก
เท่ากับ 500 ปีนรก 1 วันในมหานรกขุมนี้ เมื่อเทียบกับเวลาใน มนุษยโลกแล้ว เท่ากับ 9 ล้านปีของ
มนุษยโลก ถ้า 500 ปนี รก ก็ เท่ากบั 1,620,000 ล้านปีในเมืองมนุษย์

๔.๒.๒ตัวละคร หลวงพี่ คอยช่วยเหลือเป้ตลอดเวลา และช่วยในวิธีของท่านทัดทานเป้ หวัง
จะถอนกรรมให้หลวงพ่ีนัน้ ไดค้ อยช่วยเหลือ เป้อยู่ตลอด ถึงเเม้จะโดนเป้ทำร้าย เขาก็ไม่เคยโกรธ เเละให้
อภยั เปเ้ สมอ การกระทำของหลวงพนี่ ั้นก็มีความเชื่อทว่ี ่า“ทำดีไดข้ ้ึน สวรรค์-ทำชวั่ ต้องตกนรก” น้ันเป็น
เรื่องที่สอนกันมาตั้งแต่จำความ ได้ เพื่อมุ่งให้คนเอาชนะใจตนเองให้ได้ เมื่อเกิดมาแล้วต้องทำดี ให้มาก
ทส่ี ดุ ต้องลด-ละ-เลกิ จากการทำช่วั หรอื พดู ให้เขา้ ใจงา่ ยขน้ึ ด้วยคติทีว่ า่ “ทำดีไดด้ ี-ทำชัว่ ได้ชว่ั เเละ ได้ไป
อยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ปรารถนาให้ชาวโลกมีความสุข มีความคิดที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพื่อตนเองอย่างเดียว
แต่เพื่อสงเคราะห์ โลก เพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย เมื่อละโลกแล้วก็จะไปสวรรค์ชั้นนี้ ซ่ึง
ตั้งอยู่สงู ถัดจากสวรรค์ชน้ั ยามาขนึ้ ไป

๔.๒.๓ตัวละคร แม่ของเป้ การประพฤติในกามถ้าประพฤติผิด แย่ง แฟนคนอื่น เข้าไปเป็นชู้
ชาวบ้านนั้นส่งผลให้ตกนรกต้องปีนต้นงิ้ว หรือที่เราไม่สามารถจะรู้ได้ และกว่าจะได้กลับมาเป็นมนุษย์ก็
ต้องทนกบั วิบากกรรมท่ีทุกข์ ทรมานทุคติ ศีลข้อ3 จากการกระทำทำให้เเม่ของเป้ไดไ้ ปอยูใ่ นนรกจะต้อง
ตกนรกขุมที่ 3 คือ สังฆาฎมหานรก และต้องชดใช้กรรมในนรกถึง 2,000 ปี ของนรก ซึ่งเท่ากับ
103,680,000,000,000 ปีของมนุษย์ และจะต้องปีนต้นงิ้ว และมีคนลงทัณฑ์คอยใช้หอกทิ่ม แทงจาก
ด้านล่าง และมีสัตวท์ คี่ อยจกิ ร่างกายอยดู่ า้ นบน หลงั จากท่ีผา่ นนรกมาแล้ว กจ็ ะได้เกิดเป็นเปรต อสุรกาย
หรือสัตว์เดรัจฉาน เมอื่ เกิดเปน็ มนุษยก์ ็จะเกดิ เป็นผู้หญิง และเจอเรือ่ งเดยี วกัน สว่ นคนทจ่ี ติ ใจเหมือนสัตว์
นรก เชน่ พวกฆ่าขม่ ขืน หรอื เปน็ ชเู้ พราะจติ ใจท่ีชว่ั หยาบ เจตนาหวังท่จี ะทำลาย ชอบทำรา้ ยผ้หู ญิง ตบตี
ผู้หญิงฯลฯ เมื่อจติ ใจเปน็ สัตวน์ รก เมอื่ ตายไปก็ไปเกิดในท่ีที่ ตัวเองชอบหรอื ทตี่ วั เองเปน็ อย่นู ั่นคอื ไปเกิด
เป็นสตั ว์นรก

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละครในภาพยนตร์ เรื่อง 5 แพร่ง ตอน หลาวชะโอน การ
กระทำของตัวละคร เป้และแม่ เป้ที่มีการกระทำที่ไม่ควรทำหรือกระทำทำผิดศีล ทำให้เกิด กรรม การ
กระทำทั้งสองตัวละคร ได้ชดใช้กรรมตามขุมนรกที่ ตนเองได้กระทำความผิด ทำให้ได้รู้ว่าการกระทำ
ดังกล่าวใน เรื่อง พบว่ามีการกระทำผิดที่เเตกต่างกันออกไปเเต่ตัวละคร ให้ผู้ชมได้รับชมเเละเกิดคำถาม
ตอ่ ไปว่าหากเป็นเรือ่ งจริงใน เรอ่ื ง การทำความดเี เละความผดิ จะตกนรกหรือขึน้ สวรรค์ เกิดขน้ึ กับตัวเอง

๓๔

จะเป็นอย่างไร ซึ่งอาจโยงไปถึงความนึกคิดที่เข้าสู่การสำนึกในความผิดบาปของตนเองในภาพยนตร์
ก็ได้เชือ่ มโยง กับศลี ธรรมเเละชใ้ี ห้ผูค้ นเกรงกลัวต่อบาป จากภาพยนตรท์ ีย่ กตวั อยา่ งมานน้ั ยงั สอดคล้อง
กับไตรภูมิพระร่วง ที่กล่าวถึง ลักษณะการเกิดหรือการกระทำของมนุษย์ที่ประพฤติไม่ดี ถ้าทำผิดก็ไดไ้ ป
นรกภูมิ บรรยายภาพที่น่ากลัวของนรกแต่ละขุม กล่าวถึงเหตุของการตกนรกแต่ละขุมและความทุกข์
ทรมานที่ สัตว์นรกต้องได้รับ นอกจากหนังเรื่อง 5แพร่ง ตอน หลาวชะโอน เเล้วก็ยังมีหนังประเภท
สยองขวัญ ที่ชื่อเรื่องว่า อาปัติ ในเรื่องยังมีการกระทำผิดต่างๆอีกมากมาย เเละมีผลกรรมที่เกิดจาก
ตนเองกอ่ อกี ด้วย

๔.๓ อาปัติ
จากการวิเคราะห์การกระทำของตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ แสดงให้เห็นถึง

พฤตกิ รรมท่ีไม่เหมาะสม เชน่ เณรซนั ทปี่ ระพฤติตนผิดหลักของสงฆ์ ส่งผลให้เกดิ อาบัติ ซึ่งจากภาพยนตร์
เรื่อง อาปัติ ตัวละครหลักของเรื่องท้ัง ๔ มีการกระทำที่ไม่เหมาะสมแตกต่างกันไป ส่งผลให้ตกนรกขุมที่
แตกต่างกนั ดังนี้

๔.๓.๑ ตัวละคร เณรซัน สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำความผิดมากมาย เช่น การลักลอบมี
ความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คู่ของตน ส่งผลให้เณรซันตกมหานรกขุมที่ ๓ คือ สังฆาฏมหานรก ซึ่งเป็น
สถานที่สำหรับพวกที่ชอบประพฤติผิดในกาม นอกจากนี้เณรซันยังมีพฤติกรรมพูดคำหยาบ ซึ่งส่งผลให้
ตกมหานรกขุมที่ ๔ คือ โรรุวมหานรก เป็นสถานที่สำหรับพวกที่ชอบพูดโกหก พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด
เปน็ ตน้ และยิ่งไปกว่านั้นเณรซนั มีพฤตกิ รรมดืม่ ของมึนเมาและสบู บหุ ร่ี ซ่ึงการกระทำดงั กล่าวของเณรซนั
ส่งผลใหต้ กมหานรกขมุ ที่ ๕ คือ มหาโรรวุ มหานรก เป็นสถานทสี่ ำหรบั คนท่ชี อบด่ืมสรุ า สบู บุหรี่ หรอื เสพ
สงิ่ มึนเมาและยาเสพตดิ

๔.๓.๒ ฝ้าย แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การที่ฝ้ายแอบมีความสัมพันธ์กับเณรซัน
ซง่ึ ในขณะน้นั เณรซนั มแี ฟนอย่กู ่อนแล้ว เปน็ การประพฤติผดิ ในกาม สง่ ผลให้ฝ้ายตกมหานรกขุมที่ ๓ คือ
สังฆาฏมหานรก ซ่ึงเปน็ สถานที่สำหรบั พวกท่ีชอบประพฤติผดิ ในกาม

๔.๓.๓ พิณ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การฆ่าตัวตาย ซึ่งส่งผลให้พิณตก
มหานรกขุมที่ ๑ คือ สัญชีวมหานรก เป็นนรกขุมที่มีขนาดเล็กที่สุด สัตว์นรกในขุมนี้แม้จะถูกลงโทษจน
เสียชวี ติ กจ็ ะฟนื้ ชีวิตขึ้นมาเพ่ือรบั โทษใหม่อกี ครั้ง เป็นอย่ดู ังนี้โดยตลอด

๔.๓.๔ พระอาจารย์อุเทน แสดงให้เห็นถึงการกระทำความผิดมากมาย เช่น การฆ่าหลวงพ่ี
ทนิ ซึ่งส่งผลให้พระอาจารย์อเุ ทนตกมหานรกขมุ ที่ ๘ คอื อเวจมี หานรก เป็นมหานรกขุมสดุ ทา้ ยที่มขี นาด
ใหญท่ ่ีสุด มโี ทษแหง่ การกระทำหนกั ท่สี ดุ เป็นสถานท่ีสำหรับพวกทีท่ ำอนนั ตรยิ กรรม เช่น ฆา่ บิดามารดา
ฆา่ พระ ทำให้พระสงฆ์แตกกนั หรอื ทำพระพทุ ธเจา้ ให้ห้อพระโลหิต

๓๕

จากการวิเคราะหพ์ ฤติกรรมของตวั ละครจากภาพยนตร์เรอ่ื ง อาปัติ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ การกระทำ
ที่ไม่เหมาะสมของตัวละครในด้านตา่ งๆ ทำให้เราไดต้ ระหนักถงึ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดแี ละผลการกระทำ
ของตน หรือเวรกรรมมากขึ้น โดยการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดบาปของตัวละครเหล่านี้ ส่งผลให้ตก
มหานรกในขุมทีแ่ ตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ที่พบในไตรภูมิพระร่วง โดยมหา
นรกขุมที่ปรากฏ คือ มหานรกขมุ ที่ ๑ สญั ชวี มหานรก มหานรกขมุ ท่ี ๓ สังฆาฏมหานรก มหานรกขมุ ที่ ๔
โรรุวมหานรก มหานรกขุมที่ ๕ มหาโรรุวมหานรก และมหานรกขุมท่ี ๘ อเวจมี หานรก

บทสรปุ

จากการศึกษาความเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ จากไตรภูมิพระร่วงที่พบในภาพยนตร์เรื่อง นรก
5แพร่ง ตอน หลาวชะโอน และ อาปตั ิ พบว่าตวั ละครที่ปรากฏในภาพยนตร์มีพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสมใน
ด้านทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป ซ่ึงส่งผลใหต้ ัวละครเหล่านัน้ ตกมหานรกในขมุ ท่ีต่างกนั ตามการกระทำของแต่ละตัว
ละคร ภาพยนตร์เรื่องนรก ประกอบด้วยตัวละครอย่าง จ๋า ชด น้าเต๋า และเละ ทำให้เราได้รู้ผลของการ
กระทำทแ่ี ต่ละคนน้ันไดก้ ่อเอาไว้ เมือ่ ตนเองยังมีชวี ติ และไดร้ บั รถู้ ึงโทษทณั ฑท์ ่ตี ามมา การกระทำของตัว
ละครทั้ง ๔ ตัว ล้วนกระทำความผิดสอดคล้องกับไตรภูมิพระร่วง คือ ผลของความผิดซ่ึงจะไปตกนรกขุม
ที่ ๒,๔,๙ และ ๑๐ นอกจากภาพยนตร์เรื่องนรกแล้วยังพบภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงโทษที่
ตามมาจากการกระทำของตน เช่น ภาพยนตร์เรื่อง 5แพร่ง ตอน หลาวชะโอน ซึ่งการกระทำของตัว
ละคร เปแ้ ละแมเ่ ป้มีการกระทำทีไ่ มค่ วรทำหรือกระทำผดิ ศีล ทำใหเ้ กิดกรรม การกระทำของเป้ ทำให้ตก
มหานรกขุมที่ ๑ ได้ชดใช้กรรมตามขุมนรกทีต่ นเองไดก้ ระทำความผิด และแม่ของเป้ได้ตกมหานรกขุมที่
๓ สอดคล้องกับไตรภมู ิพระร่วง ที่กล่าวถึงนรก-สวรรค์ ที่ว่าหากทำผิดก็จะตกนรกภูมิ นอกจากหนังเร่ือง
๕ แพรง่ ตอน หลาวชะโอนเเล้วกย็ ังมีหนังประเภทผี-สยองขวัญ ท่ชี ่ือเรอ่ื งว่า อาปัติ ซ่ึงจากพฤติกรรมของ
ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง อาปัติ แสดงให้เห็นถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดบาปของตัวละคร
ส่งผลให้ตกมหานรกในขุมที่แตกตา่ งกันซ่งึ สอดคลอ้ งกบั ความเชื่อเร่อื งนรก-สวรรค์ที่พบในไตรภูมิพระร่วง
เช่น การท่ีเณรซัน ลักลอบมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่ไม่ใช่คู่ของตน ส่งผลให้เณรซันตกมหานรกขุ มที่ ๓
และการที่พณิ มีพฤติกรรมการฆา่ ตวั ตาย สง่ ผลให้ตกมหานรกขุมท่ี ๑ เป็นต้น

บรรณานุกรม

[1] ม. สตุ ณั ตงั้ ใจ, 2533. [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.mtk.ac.th/
[2] อรศิร,ิ 2512. [ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก:
[3] “บทความตายแลว้ ไปไหน ชวี ติ หลงั ความตายเป็นอยา่ งไร,” 2564. [ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :https://www.dmc.tv/
[4] “ชวี ติ หลงั ความตายเป็นอยา่ งไร” 2564. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.dmc.tv/
[5] ส. พนิ จิ ภวู ดล, “ไตรภมู พิ ระรว่ ง” 2555. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://vajirayana.org/.
[6] อรศิร,ิ “ประวตั ิพระมหาธรรมราชาท่1ี ” 2562. [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://ornsirinwk.blogspot.com/.
[7] ม. พรหมสทุ ธิรกั ษ์, “ประวตั ิธรรมราชาท1่ี ” 2555. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://vajirayana.org.
[8] อ. ฤทธิก์ ลาง บ.ก.“ประวตั พิ ระมหาธรรมราชาท่1ี ” ใน หนงั สือเรยี นรายวชิ าภาษาไทย วรรณคดวี ิจกั ษ์, กรุงเทพมหานคร,

วรี ะกลุ อรณั ยะนาค, 2561, p. 162.
[9] ป. นิมมานเหมินทร,์ “เนอื้ เรอ่ื งยอ่ ไตรภมู พิ ระรว่ ง,” [ออนไลน]์

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :https://www.sac.or.th/databases/thailitdr/.
[10] อติน, “สวรรคภ์ มู (ิ ฉกามาพจรภมู )ิ ,” 2559. [ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.dek-d.com/writer/
[11] บ. ชีวิตหลงั ความตายเป็นอย่างไร, “นรกภมู ิ,” 2564. [ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.dmc.tv/.
[12] เอนเตอรเ์ ทนเมน้ ท(์ trueID), “เรอ่ื งยอ่ 5แพรง่ ตอนหลาวชะโอน,” 26 ตลุ าคม 2564. [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
[13] ว. ทรพั ยท์ วแี สง, “ท่มี าของ5แพรง่ ,” 22 กนั ยายน 2552. [ออนไลน]์

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก.: https://mgronline.com/entertainment/detail/.
[14] ป. ภรู จิ ิตปัญญา,“แนวคดิ การสรา้ งภาพยนตร,์ ” 24 สิงหาคม 2552. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.sanook.com/movie/.
[15] มลู นธิ ิอภิรรม, “วเิ คราะหก์ ารกระทาของตวั ละครจากเรอ่ื ง 5แพรง่ ตอนหลาวชะโอน,” 9 มกราคม 2555. [ออนไลน]์ .:

เขา้ ถงึ ไดจ้ ากhttps://web.archive.org/web/.
[18] ปภากร, “การวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมของตวั ละคร,” 25 กนั ยายน 2552. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.bloggang.com/.
[16] ส. อินเตอรเ์ นช่นั แนล, “เน่อื เรื่องย่อเร่อื งนรก,” 23 มิถนุ ายน 2548. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก:https://sahamongkolfilm.com/.
[17] ส. อนิ เตอรเ์ นข่นั แนล, “ท่มี าของเร่อื งนรก,” 23 มิถนุ ายน 2548. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://sahamongkolfilm.com/.
[18] “ตายแลว้ ไปไหน,” 19 เมษายน 2554. [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://xn-dmc.tv/.
[19] ชมรมวชั รธาต,ุ “วเิ คราะหต์ วั ละครจากภาพยนตรเ์ รื่อง นรก,” 8 มถิ นุ ายน 2560. [ออนไลน]์ .
[20] “นรกขมุ ตา่ งๆและอายขุ ยั ในนรกแต่ละชน้ั ,” [ออนไลน]์ .เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://watcharathath.com/.

[21] ส. อินเตอรเ์ นช่นั แนล, “เรอ่ื งยอ่ ภาพยนตรเ์ ร่ือง อาปัติ,” 2558. [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ ากhttp://sahamongkolfilm.com/.
[22] หอภาพยนตร์ , “เนอื้ เรื่องย่อ อาปัติ,” 2558. [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.fapoy.or.th/main/archive/.
[23] พ. แกน่ นาคา, “ท่มี าภาพยนตรเื รอ่ื ง อาปัติ,” 12 ตลุ าคม 2558. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: https://www.fapot.or.th/main/archive/.
[24] ฉ. ค. แ. ด. โ. โสธนะเสถียร, “ทมี้ าของเรอ่ื ง อาปัติ,” 2559.
[25] ส. อนิ เตอรเ์ นช่นั แนล, “แนวคิดการสรา้ งภาพยนตรเ์ รอื่ ง อาปัติ,” 2558. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://sahamongkolfilm.com/saha-movie/.
[26] พจนานกุ รมฉบั บราชบณั ฑิตยสถาน, “ความหมายของอาบตั ิ,” 2554. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :https://dictionary.sanook.com/.
[27] พระธรรมกติ ตวิ งศ,์ ความหมายของอาบตั ิ, 2551.
[28] “อาบตั ิคอื อะไร เจาะลกึ พระวนิ ยั คน้ ความหมาย,” 2557. [ออนไลน]์ เขา้ ถึงไดจ้ าก.: https://hilight.kapook.com/.
[29] พ. ฐ. และคณะ, หนงั สอื อรยิ วินยั , 2553, p. 14.
[30] พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน, “ประเภทของอาบตั ิ,” 2554. [ออนไลน]์ .

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: htpps;//dictionary.sanook.com/.
[31] พระธรรมกติ ตวิ งศ,์ พจนานกุ รมเพ่อื การศกึ ษาพทุ ธศาสน์ ชดุ คาวดั , 2551.
[32] “อาบตั คิ ืออะไร เจาะลกึ พระวินยั คน้ ความหมาย,” 2557. [ออนไลน]์ .เขา้ ถึงไดจ้ าก: https;//hilight.kapook.com/.
[33] พ. ตนตปิ าโล, “ประเภทของอาบตั ิ,” 2556.


Click to View FlipBook Version