รายงาน รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการออกแบบการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย (1543401) จัดทำ โดย ๑.นายชัยธวัช ปู่น้อย รหัสนักศึกษา๖๔๔๑๐๑๐๐๙ หมู่เรียน๖๔/๒๒ ๒.นางสาวธัญรดา อวบอาบ รหัสนักศึกษา๖๔๔๑๐๑๐๒๓ หมู่เรียน๖๔/๒๒ เสนอ อาจารย์ ผศ.ดร.ชวนพิศ อัตเนตร์ เรื่อง การอ่านออกเสียงคำ ควบกล้ำ แท้ ร ล ว การออกแบบสื่อการเรียนการสอน
คำ นำ รายงานเรื่อง การอ่านออกเสียงคำ ควบกล้ำ แท้ ร ล ว กลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งออกแบบการเรียน การสอนโดยใช้ ADDIE MODEL และ ทฤษฎีการเสริมแรงของสกิน เนอร์ เพื่อออกแบบการเรียนการสอนรวมถึงสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะ สมกับผู้เรียน และรายงานเล่มนี้ได้รวบรวมเกี่ยวกับการอ่านออก เสียงคำ ควบกล้ำ แท้ ร ล ว เช่นความหมายคำ ควบกล้ำ แท้ การใช้คำ ควบกล้ำ แท้ คณะผู้จัดทำ จึงเห็นความสำ คัญและจัดทำ รายงานเล่มนี้ มาเพื่อ ให้ผู้เรียนที่สนใจศึกษาหาความรู้และสามารถนำ ไปปรับใช้ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะมีประโยชน์แก่ผู้ เรียน ผู้เรียน หรือบุคคลทั่วไปที่สนใจศึกษาไม่มากก็น้อย ก
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ สารบัญ ขบทนำ เอกสารที่เกี่ยวข้อง วิธีการดำ เนินงาน ข้อเสนอแนะ ภาคผนวก ข้อเสนอแนะ ๑ ๖ ๒๘ ๓๕ ๓๖ ๓๗
ที่มาและความสำ คัญ วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่มีความสำ คัญ และเป็นพื้นฐานของการเรียนใน ทุกวิชา ดังนั้นผู้เรียนจึงต้องมีพัฒนาการให้ครบทุกด้าน จากรายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่านักเรียนไม่สามารถอ่าน ออกเสียงคำ ควบกล้ำ แท้ได้ เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจและหลักการ ที่ถูกต้อง ดังนั้นคณะผู้จัดทำ จึงได้ออกแบบสื่อการสอนการเรียนรู้ เรื่อง การอ่าน ออกเสียงคำ ควบกล้ำ แท้ เพื่อเป็นแบบเสริมให้นักเรียนเกิดความรู้ความ เข้าใจ และสามารถอ่านออกเสียงคำ ควบกล้ำ ได้อย่างถูกต้อง ค
๑. คัดเลือกหัวข้อที่สนใจจะทำ โดยเรื่องที่จะนำ มาเป็นหัวข้อ มักจะได้มาจากปัญหา คำ ถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำ มาพัฒนาในรูปแบบรายงาน ควรพิจารณา องค์ประกอบที่สำ คัญ ๑.ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อที่จะศึกษา ๒. สามารถจัดหาสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ และวัสดุอุปกรณ์ที่รองรับการเรียน การสอนในชั้นเรียนและแบบออนไลน์ได้ ๓. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำ ปรึกษา ๔. มีเวลาเพียงพอ ๕. มีงบประมาณเพียงพอ บทที่ ๑ บทนำ วัตถุประสงค์ วิธีการดำ เนินงาน ๒ ๑.นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของคำ ควบกล้ำ ได้ ๒.นักเรียนสามารถจำ แนกคำ ควบกลำ้ ได้ ๓.นักเรียนเห็นถึงความสำ คัญของคำ ควบกลำ้
๒. ศึศึกศึศึษาค้ค้นค้ค้คว้ว้าว้ว้จากเอกสารและแหล่ล่งล่ล่ข้ข้อข้ข้มูมูลมูมู การศึศึกศึศึษาค้ค้นค้ค้คว้ว้าว้ว้จากเอกสารและแหล่ล่งล่ล่ข้ข้อข้ข้มูมูลมูมูซึ่ซึ่ง ซึ่ซึ่ รวมถึถึงถึถึการขอคำคำคำคำปรึรึกรึรึษาจากผู้ผู้ทผู้ผู้รงคุคุณคุคุวุวุฒิฒิวุวุจฒิฒิะช่ช่วช่ช่ยให้ห้นันัห้ห้กนันัเรีรียรีรีน ได้ด้แด้ด้นวคิคิดคิคิในการใช้ช้กช้ช้ารกำกำกำกำหนดขอบเขตของ เรื่รื่อ รื่รื่ งที่ที่จ ที่ที่ ะศึศึกศึศึษาได้ด้เด้ด้ฉพาะเจาะจงมากขึ้ขึ้น ขึ้ขึ้ รวมทั้ทั้ง ทั้ทั้ได้ด้คด้ด้วามรู้รู้เรู้รู้พิ่พิ่ม พิ่พิ่ เติติมติติในเรื่รื่อ รื่รื่ งที่ที่จ ที่ที่ ะศึศึกศึศึษา สามารถใช้ช้อช้ช้อกแบบและ วางแผนการดำดำดำดำเนินินนินิการทำทำทำทำรายงานได้ด้ด้ด้ ๓. จัจัดจัจัเค้ค้าค้ค้โครงที่ที่จ ที่ที่ ะทำทำทำทำมีมีรมีมีายละเอีอียอีอีดดัดังดัดันี้นี้ นี้นี้ ๑.ศึศึกศึศึษาค้ค้นค้ค้คว้ว้าว้ว้เอกสารอ้อ้าอ้อ้งอิอิงอิอิและรวบรวมข้ข้อข้ข้มูมูลมูมูที่ที่ไที่ที่ ด้ด้จด้ด้ากผู้ผู้ทผู้ผู้รงคุคุณคุคุวุวุฒิฒิวุวุฒิฒิ ๒.วิวิเวิวิคราะห์ห์ข้ข้ห์ห์อข้ข้มูมูลมูมูเพื่พื่อ พื่พื่ กำกำกำกำหนดขอบเขตและลัลักลัลัษณะของโครงการที่ที่จ ที่ที่ ะพัพัฒพัพันา ๓.ออกแบบพัพัฒพัพันามีมีกมีมีารกำกำกำกำหนดลัลักลัลัษณะของสื่สื่อ สื่สื่ การเรีรียรีรีนรู้รู้ที่ที่รู้รู้ใที่ที่ ช้ช้ใช้ช้นการเรีรียรีรีนการสอนและวัวัสวัวัดุดุที่ที่ดุดุต้ต้ ที่ที่ อต้ต้งใช้ช้ช้ช้ ๔.กำกำกำกำหนดตารางการปฎิฎิบับัฎิฎิติติบับังติติานของการจัจัดจัจัทำทำทำทำเค้ค้าค้ค้โครงของโครงงาน ลงมืมือมืมืทำทำทำทำและสรุรุปรุรุรายงานโครงงานโดย กำกำกำกำหนดช่ช่วช่ช่งเวลาอย่ย่าย่ย่งชัชัดชัชัเจน ๕.การพัพัฒพัพันาสื่สื่อ สื่สื่ การสอนทุทุกทุทุชนินิดนินิเพื่พื่อ พื่พื่ ศึศึกศึศึษาความเป็ป็นป็ป็ไปได้ด้ใด้ด้นเบื้บื้อ บื้บื้ งต้ต้นต้ต้ โดยอาจทำทำทำทำการพัพัฒพัพันาส่ส่วส่ส่นย่ย่อย่ย่ย ๆ บาง ส่ส่วส่ส่นตามที่ที่ไที่ที่ ด้ด้อด้ด้อกแบบไว้ว้ว้ว้แล้ล้วล้ล้นำนำนำนำผลจากการศึศึกศึศึษาในช่ช่วช่ช่งนี้นี้ไนี้นี้ปปรัรับรัรัปรุรุงรุรุแผนการสอนให้ห้เห้ห้มาะสมมากยิ่ยิ่ง ยิ่ยิ่ ขึ้ขึ้น ขึ้ขึ้ ๖.เสนอเค้ค้าค้ค้โครงของรายงาน เรื่รื่อ รื่รื่ ง การอ่อ่าอ่อ่นสะกดคำคำคำคำ ต่ต่อต่ต่อาจารย์ย์ที่ที่ย์ย์ปที่ที่ รึรึกรึรึษาเพื่พื่อ พื่พื่ ขอคำคำคำคำแนะนำนำนำนำและปรัรับรัรัปรุรุงรุรุแก้ก้ไก้ก้ข เพื่พื่อ พื่พื่ วางแผนพัพัฒพัพันาการดำดำดำดำเนินินนินิงานอย่ย่าย่ย่งเหมาะสมเป็ป็นป็ป็ขั้ขั้น ขั้ขั้ ตอนตั้ตั้ง ตั้ตั้ แต่ต่ต้ต้ต่ต่นต้ต้จนสิ้สิ้น สิ้สิ้ สุสุดสุสุ บทที่ ๑ บทนำ ๓
บทที่ ๑ บทนำ ประโยชน์ ๔ ๔. การลงมือทำ เมื่อเค้าโครงของรูปเล่มรายงานที่ได้รับความเห็นชอบจาก อาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ผู้จัดทำ สามารถจัดทำ รายงาน และขั้น ตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ เช่น การจัดเตรียมการเรียนการสอนให้พร้อม กำ หนดหน้าที่ ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจนแล้วจึงดำ เนินทำ รายงาน ต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อ พัฒนารายงานเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานมีการ พัฒนาขึ้น ทำ งานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ใน เป้าหมายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ๑.นักเรียนสามารถอ่านคำ ควบกล้ำ แท้ได้อย่างถูกต้อง ๒.นักเรียนสามารถเขียนคำ ควบกล้ำ ได้ถูกต้องชัดเจน
บทที่ ๒ ในการศึกษาค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง การพัฒนาการอ่านออกเสียงคำ ควบกล้ำ แท้ ร ล ว ในรูปแบบการสอน ADDIE MODEL ในการจัดการ เรียนกรสอนรายวิชาภาษาไทยได้ศึกษาค้นคว้า รวบรวมเนื้อหาและใช้ทฤษฎีต่าง ๆ ดังนี้ บทที่ ๒ เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
๑.หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ๑.๑ ความสําคัญของการศึกษาไทย ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้าง ความเข้าใจในการดํารงชีวิตเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ นําไปใช้ในการพัฒนาการประกอบอาชีพและยังสื่อถึงภูมิปัญญาวัฒนธรรมประเพณี สมบัติของประเทศไทย ต้องสืบทอดให้คงอยู่คู่ไทยตลอดไป ๑.๒ คุณภาพของผู้เรียน ๑.๒.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการสื่อสารเป็นความสามารถในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสบการณ์ รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัด แย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพ ๑.๒.๒ ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำ ไปสู่การสร้าง องค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะ สม ๑.๒.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำ กระบวนการต่าง ๆ ไป ใช้ในการดำ เนินชีวิต ประจำ วัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำ งาน และการอยู่ ร่วมกัน ในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการ ปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง เหมาะสม การปรับตัวให้พ้นกับการ เปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึง ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๑.หลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานพ.ศ.2551 บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๖
๑.๓ สาระการเรียนรู้ และ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนํา ไปใช้ตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ในการดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๔ การวัดและการประเมินผล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือการประเมิน เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพ การเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบความสําเร็จผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมิน ตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสําคัญ และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุก ระดับ การวัดประเมินผลการเรียนรู้เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผล การประเมินเป็นข้อมูล และสารสนเทศ ที่แสดงพัฒนาการความก้าวหน้าและความ สําเร็จทางการเรียนรู้ของผู้เรียนตลอดจนเป็นข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพแบ่งออกเป็นสี่ระดับได้แก่ ระดับ ชั้นเรียนระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๗
ADDIE ดังนีํ ADDIE เป็นรูปแบบการสอนที่ ออกแบบขึํนมา เพื่อใช้ ในการออกแบบและพัฒนาระบบการเรียนการสอน โดยอาศัยหลัก ของวิธีการระบบ (SYSTEM APPROACH) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดย ทั่วไปว่าสามารถนําไปใช้ออกแบบและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ได้ เป็นอย่างดี ซึ่งการออกแบบการเรียนการสอนตามรูปแบบแอดดี ( ADDIE MODEL)ประกอบด้วยกิจกรรมใน การดําเนินงาน 5 กิจกรรม ได้แก่ การวิเคราะห์ (ANALYZE) กาออกแบบ (DESIGN)การพัฒนา (DEVELOP) การนําไปใช้ (IMPLEMENT) และการประเมินผล (EVALUATE) หลักจิตวิทยาในการออกแบบ การจัดการเรียนการสอน ทฤษฎี ADDIE MODEL บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๘
รูปแบบการสอน ADDIE (ADDIE MODEL) ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ ได้แก่ (1) การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการในการเรียนการสอนหรือ การฝึกอบรม (2) การวิเคราะห์ระบบ สิ่งแวดล้อม และสภาพขององค์กร เพื่อ พิจารณาถึงทรัพยากรและ อุปสรรค ต่าง ๆ (3) การศึกษาลักษณะของกลุ่มประชากร (4) การวิเคราะห์เป้าหมายและจุดประสงค์ว่าเป็นการเรียนรู้ใน ลักษณะใด เช่น การเรียนรู้ เนืํอหา การเรียนรู้ทักษะ ขั้นที่ 2 การออกแบบ กิจกรรมที่ปฏิบัติในขัํนนีํ ได้แก่ (1) การกําหนดเป้าหมาย จุดประสงค์ที่สามารถสังเกตได้วัดได้ (2) การจัดลําดับเป้าหมายและจุดประสงค์ให้ง่ายต่อการเรียนและการ ปฏิบัติ (3) การวางแผนการประเมินผลการเรียนรู้และการปฏิบัติ (4) การพิจารณากลวิธีการเรียนการสอนให้เหมาะกับเนืํอหา การจัด กลุ่มการทํากิจกรรม ของผู้เรียน ในลักษณะต่าง ๆ ในลักษณะกลุ่มและรายบุคคล (5) การคัดเลือกสื่อการเรียนการสอน บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๙
ขั้นที่ 3 การพัฒนา กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ ได้แก่ (1) การสร้างสื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียนการสอนตามที่ได้ ออกแบบไว้ (2) การทดสอบ (TRY OUT) สื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียน การสอนกับกลุ่มเป้าหมาย (3) การปรับปรุงสื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียนการสอน การเรียนรู้ทักษะ หรือการเรียนรู้ที่เป็นความต้องการเฉพาะ ขั้นที่ 4 การนําไปใช้กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ ได้แก่ (1) การเผยแพร่สื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียนการสอนที่ สร้างขึํน เช่น การติดตัํง การ ซ่อม บํารุงสื่อ การจัดอบรมให้ครูรู้วิธี การใช้สื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียนการสอนที่ สร้างขึํน การให้คําแนะนําและนิเทศการใช้สื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการ เรียนการสอน (2) การให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนให้ครูยอมรับสื่อ / กิจกรรมหรือ โปรแกรมการเรียนการ สอนที่ สร้างขึํนและนําสื่อไปใช้ บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๐
ขั้นที่ 5 การประเมิน กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนีี ได้แก่ (1) การสร้างเครื่องมือเพื่อประเมินสื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการ เรียนการสอนตาม จุดประสงค์ที่ กําหนดไว้ (2) การทดสอบ (TRY-OUT) สื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการเรียน การสอนและเครื่องมือวัด ประเมินผลกับกลุ่มตัวอย่าง เพื่อวินิจฉัยผล การเรียนรู้ที่เกิดจากผู้เรียน และรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับ ความสําเร็จ และความล้มเหลวในการใช้โปรแกรมการเรียนการสอนที่สร้างขึํนเพื่อ นําไปปรับปรุงให้ สมบูรณ์ (3) การประเมินภายหลังการนําสื่อ / กิจกรรมหรือโปรแกรมการ เรียนการสอนไปใช้กับกลุ่ม ประชากร บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๑
ทฤษฎี การเรียนรู้ของสกินเนอร์ (SKINNER) การเสริมแรง (REINFORCEMENT) สกินเนอร์กล่าวว่า พฤติกรรมส่วนมากของมนุษย์เป็นพฤติกรรมประเภท OPERANT BEHAVIOR ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้ ผู้เรียนต้องลงมือกระทำ เอง เปรียบดังเช่นหนูต้องกดคาน จึงจะได้รับอาหารมิใช่เป็นการแสดงพฤติกรรมเนื่องมาจากสิ่งเร้าภายนอกมากระตุ้นเหมือน กับการเรียนรู้แบบ CLASSICAL CONDITIONING ได้แก่ สุนัขน้ำ ลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง สกินเนอร์ พบว่า ถ้าต้องการให้ OPERANT BEHAVIOR คงอยู่ตลอดไป จำ เป็นที่จะต้องให้ การเสริมแรง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ๑. การเสริมแรงทางบวก (POSITIVE REINFORCEMENT) หมายถึง คำ พูดหรือ สภาพการณ์ที่จะช่วยให้พฤติกรรมโอเปอร์แรนท์เกิดขึ้นอีก หรือสิ่งที่ทำ ให้เพิ่มความน่าจะเป็น ไปได้ ของการเกิดพฤติกรรมโอเปอร์แรนท์ หรืออาจกล่าวได้ว่า การเสริมแรงทางบวกจะสามารถกระตุ้นให้คน แสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆอีก และมีการแสดงพฤติกรรมนั้นอย่างถาวร ๒. การเสริมแรงทางลบ หมายถึง การเปลี่ยนสภาพการณ์ หรือการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม บางอย่างก็อาจจะทำ ให้อินทรีย์แสดงพฤติกรรมโอเปอร์แรนท์ได้ หรือกล่าวได้ว่า สามารถช่วย เพิ่มความคงทนของการแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ โดยการงด หรือไม่ให้ หรือดึงเอาสิ่งเร้า ที่ผู้เรียนพึงพอใจออกไป ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่ชอบคุยและแหย่ เพื่อเวลาครูให้ทำ งาน จึงถูก ครูจับแยกไปนั่งคนเดียว ที่มุมห้องและต้องนั่งทำ งานคนเดียว หลังจากที่นักเรียนตั้งใจ ทำ งานครูก็อนุญาตให้กลับมานั่งที่ตามเดิม ของตนรวมกับเพื่อนได้ การแยกนักเรียนออกไป จากเพื่อนเป็นการเสริมแรงทางลบ บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๒
ทฤษฎี การเรียนรู้ของสกินเนอร์ (SKINNER) ความหมายของเบี้ยอรรถกร (TOKEN ECONOMY) เบี้ยอรรถกร (TOKEN ECONOMY) เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งมี ลักษณะหรือรูปแบบหลายอย่างอาจอยู่ ในรูปของคะแนน เบี้ย ดาว คูปอง แสตมป์เป็นต้น ซึ่งนักเรียนได้รับ สามารถนำ ไปแลกสิ่งต่างๆได้ตามความ ต้องการของแต่ละบุคคลภายใต้อำ นาจการแลกเปลี่ยนของแต่ละชนิด มอริส (MORIS. 1976) ได้เสนอว่า ลักษณะของเบี้ย (TOKEN) ที่จะใช้เป็นสิ่งเสริมแรงในโปรแกรมการปรับพฤติกรรม ควรมีลักษณะมองเห็นได้จับ ต้องได้และนับได้ เก็บไว้ได้โดยไม่เสื่อมคุณภาพและนำ ไปแลกเป็นสิ่งของที่ต้องการได้ ไม่สามารถได้รับจาก แหล่งอื่นๆนอกรับจากครูผู้สอน กล่าวว่า การเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรควรนำ ไปปรับใช้ใน ห้องเรียนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เรียนที่เป็น อุปสรรคต่อการเรียนการสอน อาจสรุปได้ว่า การเสริมแรง ทางบวกด้วยเบี้ยอรรถกรจึงจำ เป็นต่อการจัดกิจกรรม โดยสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้น่าสนใจและตอบสนอง ความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยเฉพาะรายวิชาการงาน อาชีพที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะจากการฝึกปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ ภายในชั้นเรียนเป็นรายบุคคล บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๓
การในเนื้อหาแบบบรรยายนั้น หมายถึง การให้เนื้อหาที่ผู้สอนเป็นผู้ถ่าย ทอดเนืํอหาสาระต่างๆ ที่จะให้ความรู้ แก่ผู้เรียนโดยที่ ลักษณะของเนื้อหา ที่ใช้บรรยายจะเป็นเนื้อหาที่อยู่ในลักษณะที่เป็นทฤษฎี หลักการที่ให้ในเชิง ความรู้ โดยปกติทั่วไปของการบรรยายผู้สอนจะให้เนืํอหาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบโดยที่จะ ไม่มีการตรวจปรับความเข้าใจของผู้เรียนใน ระหว่างการบรรยายเลยนอกจากผู้สอนจะเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้ สอบถามปัญหาภายหลังการบรรยายในเรื่องนัํนๆ จบลง แนวคิดการสอน (๑) การบรรยาย บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๔
การสอนโดยใช้โสตทัศนูปกรณ์ (AUDIOVISUAL MEDIA) หมายถึง การสอนโดยใช้อุปกรณ์ การสอนต่างๆ เช่น รูปภาพ สไลด์ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ หุ่นจําลอง เทป บันทึกเสียง เครื่องฉายภาพ ข้าม ศีรษะ เป็นต้น เนื่องจากโสตทัศนูปกรณ์ แต่ละชนิดต่างก็มีจุดเด่น ข้อจํา กัด เฉพาะตัว จึงไม่ขอกล่าวถึงจุดเด่นและข้อจํากัดโดยรวมในที่นี้ (๒) การสอนโดยใช้ โสตทัศนูปกรณ (๓)การสอนโดยใช้เกม เป็นวิธีการที่ช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้เกมเป็นฐาน ในการจัดการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ซึ่งครูผู้ สอนจะต้องออกแบบเกมให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำ หนดไว้ จึงจะทำ ให้ การเรียนรู้บรรลุตามเป้าหมายที่กำ หนด บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๕
คําควบกลํ้า คําควบกลํ้า (อักษรควบ) หมายถึง พยัญชนะสองตัวเขียนเรียงกัน อยู่ต้นพยางค์ และใช้สระเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงกลํําเป็น พยางค์เดียวกัน เสียงวรรณยุกต์ของพยางค์นัํนจะผัน เป็นไปตาม เสียงพยัญชนะตัวหน้า ข้อสังเกตว่าเป็นคําควบกลํ้า (๑) คําควบกลํําเวลาสะกดต้องมีพยัญชนะต้นสองตัว โดยจะมี ร ล ว รวมอยู่ในพยัญชนะต้น เช่น กราบ สะกดว่า กร + อา + บ อ่านว่า กราบ แปรง สะกดว่า ปร + แอ + ง อ่านว่า แปรง กลาง สะกดว่า กล + อา + ง อ่านว่า กลาง ควาย สะกดว่า คว + อา + ย อ่านว่า ควาย แขวน สะกดว่า ขว + แอ + น อ่านว่า แขวน เนื้อหาการออกแบบการจัดการเรียนการสอน เรื่อง คำ ควบกลำ้ แท้ ร ล ว บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๖
(๒) เมื่อมีพยัญชนะต้นสองตัวแล้วแต่ต้องไม่อ่านออกเสียง อะกึ่งเสียงที่พยัญชนะต้น เช่น ตลาด สะกดว่า ตล + อา + ด อ่านว่า ตะ - หลาด สวาย สะกดว่า สว + อา + ย อ่านว่า สวาย สว่าง สะกดว่า สว + อา + ง+ ่อ่านว่า สว่าง (๓) ต้องไม่ใช่คําที่มี ห นํา เช่น หรอก สะกดว่า หร + ออ + ก อ่านว่า หรอก หลับ สะกดว่า หล + อะ + บ อ่านว่า หลับ แหวน สะกดว่า หว + แอ+ น อ่านว่า กราบ (๔) ระวังคําที่มีสระอัวเพราะจะไม่ใช่คําที่มีวควบกลํํา เช่น สวย สะกดว่า ส + อัว + ย อ่านว่า สวย ควร สะกดว่า ค +อัว + ร อ่านว่า คว บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๗
(๑) พยัญชนะต้นควบกับ ร ได้แก่ ครูเพราะ ครัว กรน ปรวนแปร ขรุขระ พระ ตรง ครัํง กราบ โปรด ปรักปรํา ครืํน เครง เคร่งครัด ครอบ ปรอย กรอง คำ ควบกลำ้ แท้ ร ล ว คําที่มีร เป็นคําควบ คําควบกลํําคือคําที่อ่านออกเสียงพยัญชนะต้น ทัํงสองตัวหน้า เป็นเสียงกลํําพร้อมกันมี กร- ขร- คร- ตร- ปร- พร- เช่น เต่า กระ มะกรูด ปลากราย กราบพระ ครีบปลา หอยแครง พรุกไทย เครื่องบิน แปรงฟัน เสือโคร่ง คำ ควบกล้ำ กร เช่น กราบ โกรธ กรอง ไกร คำ ควบกล้ำ ขร เช่น ขรุขระ ขรัว คำ ควบกล้ำ คร เช่น ครอบครัว ครู ครอง ใคร ครบ คำ ควบกล้ำ ตร เช่น ตรวจ ตรา ตรึง ตรอก ตรง ตรี คำ ควบกล้ำ ปร เช่น เปรียบ เปรี้ยว ประปราย ปรบ ปรกติ คำ ควบกล้ำ พร เช่น พริก พรม พรวด พรุ่งนี้ พราย พราน ตัวอย่างคำ ควบกล้ำ ร บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๘
(๒) พยัญชนะต้นควบกับ ล ได้แก่ เปล่า ปลีก คลาน คลุก เคล้า เปลี่ยนแปลง กลบ กลม เพลิดเพลิน เกลีํยกล่อม เกลียว คลื่น คล่องแคล่ว เกล คําที่มีล เป็นคําควบ คําควบกลํําคือคําที่อ่านออกเสียงพยัญชนะต้น ทัํงสองตัวหน้า เป็นเสียงกลํําพร้อมกันมี กล- ขล- คล- ปล- พล- เช่น ของ กลาง เป่าขลุ่ย กล่องนม เปลวไฟ ลําคลอง ปลีกล้วย พลอย แปลงผัก เกล็ดปลา ตี กลอง คำ ควบกล้ำ กล เช่น กล่อง กล้อง กลุ่ม กลุ้ม กลมเกลียว คำ ควบกล้ำ ขล เช่น ขลาด เขลา ขลัง โขลก คำ ควบกล้ำ คล เช่น คลำ คล้าย คลอง คลาย คลาดเคลื่อน คำ ควบกล้ำ ปล เช่น ปลา ปลอด ปลอก ปล่อย ปลื้ม คำ ควบกล้ำ ผล เช่น ผลาญ โผล่ เผลอ ผลีผลาม คำ ควบกล้ำ พล เช่น พลาด พลอย พลิกแพลง ตัวอย่างคำ ควบกล้ำ ล บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๑๙
(๒) พยัญชนะต้นควบกับ ว ได้แก่กวาด ขวาน ควาย ขวิด แคว่ งคว้าง แขวน ขวนขวาย คว่ํา ควาญ แกว่ง ไกว ความ แคว้น ขวัญ ค คําที่มีว เป็นคําควบ คําควบกลํําคือคําที่อ่านออกเสียงพยัญชนะต้น ทัํงสองตัวหน้า เป็นเสียงกลํําพร้อมกันมีกว- ขว- คว- เช่น แตงกวา ไม้แขวน เสือ ขวาน ควันไฟ กวาง นอนคว่ํา ไขว่ห้าง สูงกว่า ควาย ไม้ กวา คำ ควบกล้ำ กว เช่น เกวียน กวาด กวาง กวัดแกว่ง คำ ควบกล้ำ ขว เช่น ขวาน ขวักไขว่ ขวัญ ขวา คำ ควบกล้ำ คว เช่น ความ ควาย ควัน ควัก คว้า ตัวอย่างคำ ควบกล้ำ ว บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๐
บทเรียนสําเร็จรูปชุดพัฒนาทักษะการอ่าน เรื่องคําควบกล้ําเป็นแบบฝึกที่พัฒนาทักษะ ด้านการอ่าน และการออกเสียงของคําควบ กล้ําใช้ในการอ่านเพื่อเปรียบเทียบความ ก้าวหน้าในการอ่านของนักเรียนก่อน และหลัง การอ่านโดยใช้แบบฝึกการอ่านคําควบกล้้า สื่สื่สื่ อ สื่ อและประยุยุ ยุ กยุ กต์ต์ต์ใต์ ช้ช้ช้ใช้ นการสอน แแบบบบฝึฝึฝึ ก ฝึ กกกาารรอ่อ่ อ่ า อ่ านน บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๑
เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการจัดทําสไลด์เพื่อนํา เสนอหรือฉายภาพ ใช้ประกอบการสอนใน ห้องเรียนเพื่อให้ นักเรียนเกิดความรู้ความ เข้าใจ สื่สื่สื่ อ สื่ อและประยุยุ ยุ กยุ กต์ต์ต์ใต์ ช้ช้ช้ใช้ นการสอน PPoowweerrPPooiinntt บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๒
เป็นเกมที่ตอบสนองต่อการเรียนการสอน ช่วยให้นักเรียนสนุกกับการเรียนโดยเป็น เครื่องมือช่วย ในการประเมินผล โดยผ่านการ ตอบคําถาม การอภิปราย หรือการสารวจ ความคิดเห็น ใช้เป็นเครื่องมือช่วยใน การวัด หลังเรียน สื่สื่สื่ อ สื่ อและประยุยุ ยุ กยุ กต์ต์ต์ใต์ ช้ช้ช้ใช้ นการสอน Kahoot บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๓
เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สุรัสวดีจันทพันธ์(๒๕๕๖) จากการศึกษาการวิจัยปฏิบัติการเพื่อ ส่งเสริมการอ่านและการเขียนคําควบกล้ํา ของนักเรียนระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านโพนสว่าง โดยใช้ชุด กิจกรรมการอ่านและการเขียนคําควบกล้ํา ร่วมกับการเสริม แรงด้วยเบี้ยอรรถกร การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ ๑) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและการเขียนคําควบ กล้ํา ของนักเรียนก่อนและหลังการส่งเสริมโดยใช้ชุดกิจกรรม การอ่านและการเขียนคําควบกล้ําร่วมกับการเสริมแรงด้วยเบี้ย อรรถกรและเปรียบเทียบหลังการส่งเสริมกับเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม และ ๒) เปรียบเทียบความก้าวหน้าในการอ่านและการเขียน คําควบกล้ํา ของนักเรียนหลังการส่งเสริมโดยใช้ชุดกิจกรรมการ อ่านและการเขียนคําควบกล้ําร่วมกับการเสริมแรงด้วยเบี้ย อรรถกรกับเกณฑ์ดัชนีความก้าวหน้าที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้าน โพนสว่าง บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๔
ประพินท์สังขา (2563). สภาพปัญหาในการออกเสียง ร ล ว และคําควบกล้ําดังกล่าว หากเยาวชนไทยมีจิตสํานึกและ ตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองที่ต้องรักษามรดกทาง วัฒนธรรมทางภาษา ของชาติแล้ว ปัญหาการใช้ภาษาที่วิบัติก็ จะค่อย ๆ หมดไป สิ่งสําคัญในการแก้ไขปัญหา คือ ความ ศรัทธา ความตั้งใจ การฝึกฝนและการประยุกต์ใช้สื่อ รวมถึงรูป แบบวิธีการต่าง ๆ ที่นําเสนอมา เพื่อนํามาใช้ใน การแก้ไข ปัญหาของตนเอง หากเยาวชนรู้จักประยุกต์การฝึกฝนภาษากับ สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุคโลก ไร้พรมแดนหรือยุคโลกาภิวัต น์(GLOBALIZATION) ไม่ว่าจะเป็นสื่อทางอินเทอร์เน็ต โทรทัศน์และเครื่องมือวีดิ ทัศน์ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว การฝึกฝนทักษะการออกเสียง ร ล ว และคําควบ กล้ํา จะน่าสนใจ เพราะสามารถฝึกฝนได้ตลอด เวลา ดังนั้น เยาวชนไทยในฐานะที่มีหน้าที่สืบสานมรดก ทาง ภาษา ต้องตระหนักถึงความสําคัญของการใช้ภาษาด้วยการออก เสียงให้ชัดเจน อันจะเป็นเสน่ห์ต่อตนเอง ในการสื่อสารภาษา ไทยและปัญหาการออกเสียง ร ล และคําควบกล้ําที่ไม่ถูกต้องก็ จะหมดไป ทั้งเป็นการรักษา มรดกวัฒนธรรมด้านภาษาของ ประเทศชาต บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๕
นางสาวกาญจนา เรืองมนตรี(2553). ส่วนใหญ่อ่านและเขียน คําที่ ควบกล้ํา ร ล ว ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เพราะ เมื่อตรวจสมุด งานในวิชาต่างๆ จากการตรวจงานการเขียนเรียงความ และ สอบถามจากครูผู้สอน ท่านอื่น ต่างก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ผู้สอนได้ใช้แบบประเมินการอ่าน - เขียน ภาษา ไทย ตรวจสอบพบว่าคําที่นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ส่วน ใหญ่เป็นคําควบกล้ํา ร ล ว ซึ่งเป็นสาเหตุให้นักเรียน ไม่กล้า พูด ไม่กล้าแสดงออก และขาดความมั่นใจ เวลาให้นักเรียนสรุป หรือรายงานหน้าชั้นเรียน จะรู้สึกว่าเป็น ตัวตลกให้เพื่อน หัวเราะเวลาพูดผิดหรือออกเสียงผิด เวลาเขียนก็เกิดความ ลังเลไม่มั่นใจ มีลักษณะการขีดฆ่า และลบบ่อย ดังนั้นหาก นักเรียนได้รับการแก้ไขโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่าน - เขียน คําภาษาไทย ที่เป็น คําควบกล้ํา ร ล ว จะช่วยพัฒนา ความสามารถการอ่าน - เขียน คําควบคล้ํา ร ล ว ของ นักเรียนได้ดีขึ้น ดังนั้น การพัฒนาการอ่านออกเสียงควบกล้ํา ร ล ว สามารถ ฝึกฝนได้โดยใช้แบบฝึก ทักษะและวิธีการสอนของผู้สอนสมัย ใหม่ประยุกต์กับการฝึกฝนภาษาผ่านสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ใน ยุคโลกไร้ พรมแดนหรือยุคโลกาภิวัตน์เป็นตัวช่วยในการแก้ไข ปัญหาการอ่านออกเสียงควบกล้ํา ล ร ว และการไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก และขาดความมั่นใจของนักเรียน บทที่ ๒ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ๒๖
๓ บทที่ วิธีการดำ เนินการสอน ในการจัดการเรียนการสอน เรื่องการอ่านออกเสียงคำ ควบกล้ำ ร ล ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเรียนการสอนที่ ยังไม่ได้มีความยืดหยุ่นมากนักทำ ให้รูปแบบในการเรียนการสอนดู เคร่งเครียด เพื่อความยืนหยุ่นและเป็นการเน้นผู้เรียนเป็นสำ คัญคณะผู้จัด ทำ รายงานจึงมีวิธีการดำ เนินงานตามขั้นตอนหลักการออกแบบ กระบวนการเรียนรู้ของADDIE Model โดยแบ่งการจัดการเรียนการสอน ออกเป็น ๒ รูปแบบ ดังต่อไปนี้ ๑.การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน โดยใช้หลักการออกแบบ กระบวนการเรียนรู้ของADDIE MODEL มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่๑ การวิเคราะห์กิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการในการเรียนการสอน นักเรียนอ่านออกเสียงคำ ควบกล้ำ ไม่ได้ เนื่องจากขาด ความฝึกฝนในการทำ แบบฝึกหัด ฝึกอ่าน
การศึกษาลักษณะประชากร เนื่องจากเนื้อหาที่นำ มาสอน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการอ่านคำ ควบกล้ำ ดังนั้นจึงต้องศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ วิชาภาษาไทย เพื่อพิจารณาว่าคำ ใดเหมาะสมกับผู้เรียนในชั้น ประถมศึกษาปีที่๓ และอยูู่ในมาตรฐานตัวชี้วัดใด จากการ พิจารณาพบว่าเรื่องการอ่านคำ ควบกล้ำ อยู่ในมาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำ ไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดำ เนินชีวิต การวิเคราะห์ระบบ สิ่งแวดล้อม และสภาพขององค์กร อุปสรรค์ต่าง ๆเนื่องจากผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 อยู่ในช่วงวัยที่ข้ามจากชั้นประถมศึกษามาเป็นระดับ ชั้นมัธยมศึกษา ในบางสิ่งบางอย่างเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ใหม่และอาจทำ ให้ผู้เรียนขาดทักษะหรือน้อยลงไปดัง ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผู้เรียนอ่านคำ พื้นฐานไม่ได้ดังนั้นผู้สอน จึงต้องมีวิธีสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนสนใจในเนื้อหา โดย การนำ สื่อที่ดึงดูดความสนใจผู้เรียนเพิ่มเข้ามา ดังนั้นสื่อ การเรียนการสอนต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและ ต้อสอดคล้องกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างระหว่างบุคคล บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๒๘
ขั้นที่๒ การออกแบบกิจกรรมที่ปฏิบัติในขั้นนี้ ได้แก่ (๑) การกำ หนดเป้าหมาย จุดประสงค์ที่สามารถสังเกตได้ และวัดได้ ๑.๑ อธิบายลักษณะของคำ ควบกล้ำ แท้ (K) ๑.๒ จำ แนกคำ ควบกล้ำ แท้จากคำ อื่น (P) ๑.๓ เห็นความสำ คัญของคำ ควบกล้ำ แท้ (A) (๒)การวางแผนการสอน ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นนำ (๑๕นาที) ๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของบท เรียน และบอกกติกาในห้องเรียนว่านักเรียนคนใดที่ตอบคำ ถาม ถูกในชั่วโมงนี้ จะได้ดาว 1 ดวง เป็นรางวัล นักเรียนที่ได้ดาว เยอะที่สุด ท้ายคาบครูจะมีรางวัลให้ ๒. นักเรียนร่วมกันสนทนาจากความรู้เดิม โดยตอบคำ ถามผ่าน โปรแกรม KAHOOT บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๒๙
ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นสอน (๓๐นาที) ๑. ครูแสดงบัตรภาพ จาก POWERPOINT ให้นักเรียนร่วมกัน ทายคำ จากบัตรภาพที่กำ หนดให้ เพื่อกระตุ้นความคิด ครูเขียน คำ เฉลยบนกระดาน สังเกตการเขียนสะกดคำ พริก กล้วย ขวาน จากนั้นนักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน ครูสังเกตนักเรียนที่ ออกเสียงผิดและแก้ไขนักเรียนออกเสียงใหม่ให้ถูกต้องทันที และร่วมกันสนทนา โดยตอบคำ ถาม ดังนี้ - คำ ว่า พริก กล้วย ขวาน มีพยัญชนะต้นกี่ตัว (๒ ตัว) - พยัญชนะต้นทั้ง ๒ ตัว ออกเสียงพร้อมกันหรือไม่ (พร้อมกัน) - พยัญชนะต้นตัวที่ ๒ มีพยัญชนะตัวใดบ้าง (ร ล ว) บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๓๐
๒. นักเรียนอ่านสะกดคำ จากบัตรคำ หน้าชั้นเรียน ดังนี้ แล้วนักเรียนช่วยกันจำ แนกส่วนประกอบของคำ เหล่านั้น ร่วมกันวิเคราะห์ว่าแต่ละคำ มีพยัญชนะใดเป็นคำ ควบกล้ำ (ตัวอย่างคำ ตอบ) ครูคอยให้คำ แนะนำ แก้ไข ๓.จากกิจกรรมนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ว่าการแจกแจง คำ ทำ ให้ทราบลักษณะของคำ ควบกล้ำ แท้ ดังนี้ - คำ ควบกล้ำ แท้ มีพยัญชนะต้น ๒ ตัว ตัวที่ ๒ ได้แก่ ร ล ว การออกเสียงของพยัญชนะต้นจะออกเสียงพร้อม กันเสมอ บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๓๑
๔. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ครูแจกแบบฝึก การอ่าน ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันศึกษาและฝึกอ่าน พร้อมกัน ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านให้เพื่อนฟังหน้าชั้น เรียน ครูคอยแนะนำ แก้ไขนักเรียนที่อ่านผิด พร้อมให้ดาว ๑ ดวง ต่อ ๑ คำ สำ หรับนักเรียนที่อ่านออกเสียงได้ถูก ต้อง กลุ่มใดได้ดาวเยอะที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ครูและนักเรียน กลุ่มอื่นร่วมกันกล่าวคำ ชมเชย ๕. จากนั้นนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และตอบคำ ถาม ดังนี้ - ลักษณะเฉพาะที่ทำ ให้คำ ควบกล้ำ แท้แตกต่างจากคำ ชนิด อื่นคืออะไร (ลักษณะเฉพาะที่ทำ ให้คำ ควบกล้ำ แท้แตกต่าง จากคำ ชนิดอื่น คือ พยัญชนะมีพยัญชนะต้น ๒ ตัวและออก เสียงพร้อมกัน) ๖. ครูแจกใบงาน เรื่อง คำ ควลกล้ำ ให้นักเรียนเป็นราย บุคคล และให้นำ ส่งในวันถัดไป บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๓๒
ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นสรุป (๑๕ นาที) ๑.นักเรียนร่วมกันสรุปเสียงพยัญชนะต้นคำ ควบกล้ำ แท้ว่ามี ทั้งหมดกี่เสียง และมีเสียงพยัญชนะต้น แบบใดได้บ้าง โดยเล่นเกมวงล้อคำ ควบกล้ำ (ตัวอย่างสุ่มนักเรียนตามเลขที่ แล้วจึงหมุนวงล้อตก ที่ตัวอักษรใดให้นักเรียนหาคำ ควบกล้ำ ที่ใช้อักษรนั้น) ได้แก่ ๒.นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดได้ว่า - คำ ควบกล้ำ แท้เป็นคำ ที่มีพยัญชนะต้น ๒ ตัว มี ร ล ว เป็น พยัญชนะตัวที่ ๒ เมื่อประสมเป็นคำ จะออกเสียงพยัญชนะต้น ๒ ตัวควบกล้ำ พร้อมกัน โดยคำ ควบกล้ำ แท้ในภาษาไทยมีทั้งหมด ๑๑ เสียง ๓.นักเรียนนับดาวของตนเอง คนที่ได้ดาวมากที่สุด ครูนำ รางวัลมามอบให้ เพื่อนในชั้นและครูร่วมกันกล่าวคำ ชมเชย บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๓๓
(๓)การคัดเลือกสื่อการเรียนการสอน สื่อที่ใช้ในชั้นเรียน - โปรแกรม KAHOOT - POWERPOINT เรื่อง คำ ควบกล้ำ แท้ ร ล ว - บัตรคำ คำ ควบกล้ำ แท้ ร ล ว - เกมวงล้อคำ ควบกล้ำ (๔)การประเมินกิจกรรมที่ปฏิบัติ 1.การสร้างแบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการเรียนการ สอนตามจุดประสงค์ที่กำ หนดไว้ บทที่ ๓ วิธีการดำ เนินงาน ๓๔
ข้อเสนอแนะ ๔ เนื่องจากปัจจุบันการอ่านและการออกเสียงภาษาไทยถูกใช้อย่างบิดเบียน เป็นอย่างมาก เนื่องจากอิทธิพลจากหลายๆด้านเช่น สื่อโซเชียล เทคโนโลยี ต่างๆ จึงทำ ให้จำ เป็นที่จะต้องนำ รายงานชิ้นนี้ไปพัฒนาต่อเรื่องการอ่านออก เสียงเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และทำ ให้ภาษาไทยในชีวิตประจำ วัน ของเราดีมากขึ้นในแต่ละด้าน เช่น ด้านการสื่อสาร การออกเสียงไม่ถูก ต้องการทำ ให้ความหมายของคำ นั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจึงจำ เป็นอย่างมาก ที่ต้องสื่อสารให้ถูกต้อง
ภาคผนวก
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัํนพืํน ฐาน พุทธศักราช 2551. ค้นเมื่อ ตุลาคม, 2566, 23 จาก HTTPS://SHORTURL.ASIA/0GZS4 กาญจนา เรืองมนตรี(2553).การพัฒนาความสามารถการอ่าน - เขียน คําควบกลํํา ร ล ว พุทธศักราช 2553. ค้นเมื่อ ตุลาคม, 2566,23จากHTTPS://WWW.GOTOKNOW.ORG/POSTS/442164 บุญชม ศรีสะอาด (2541 : 50 – 53) การพัฒนาการสอน กรุงเทพฯ: สยามสปอร์ต (ออนไลน)์ ประพินท์สังขา (2563).สภาพ ปัญหาและการแก้ไขการออกเสียง ร ล และคําควบกลํําของเยาวชน ไทยพุทธศักราช 2563 ค้นเมื่อ ตุลาคม, 2566, 23 จาก HTTPS://SHORTURL.ASIA/N3TLI พิจิตรา ธงพานิช. (2557). การออกแบบและการจัดการเรียนรู้ในชัํน เรียน (พิมพ์ครัํงที่ 5). นครปฐม: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์. สุรพันธ์ตันศรีวงษ์. วิธีการสอน. กรุงเทพฯ: สยามสปอร์ต ซินดิเคท, 2538. (ออนไลน์) สุรัสวดีจันทพันธ์(2566).การวิจัยปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการอ่านและ การเขียนคําควบกลํํา พุทธศักราช 2556 ค้นเมื่อ ตุลาคม, 2566, 23 จาก HTTPS://SHORTURL.ASIA/WKCS