รายงานผลการดำเนินงาน
โครงการการจัดการศึกษาเพอื่ พัฒนาสงั คมและชุมชน
กจิ กรรมอบรมให้ความรูก้ ารป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์
ประจำภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
กศน.ตำบลวงั สะพงุ
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอวังสะพุง
สำนักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวัดเลย
สำนักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั
สำนกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ก
คำนำ
ตามท่ี สำนักงาน กศน. ได้ให้นโยบายเร่งด่วนเพ่ือร่วมกันขบั เคล่ือนยุทธศาสตร์การพฒั นาประเทศ ข้อที่
1 ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 1.3 พัฒนากลไกลบูรณาการระบบบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัย
คุกคามรูปแบบใหม่ (ยาเสพติด, ภัยไซเบอร์, ภัยพิบัติธรรมชาติ, โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ) ดำเนินงานสำคัญตามข้อส่ัง
การรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ นโยบายขับเคลื่อน กศน. WOW ดา้ นที่ 3
ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ: Good Activities ด้านท่ี 4 เสริมสร้างความ
ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย: Good Partnerships ภารกิจต่อเนื่อง: จัดการศึกษาต่อเน่ือง: จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนา
สังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรม การ
เรยี นทางไกล การประชมุ สัมมนาการจัดเวทแี ลกเปล่ยี นเรยี นรู้ การจดั กิจกรรมจติ อาสา การสรา้ งชุมชนนักปฏบิ ัติ
และรูแบบอื่นๆจัดท่ีเหมาะสมกบั กลุม่ เป้าหมาย จึงจัดโครงการจัดการศึกษาเพื่อพฒั นาชุมชนและสังคม กจิ กรรม
อบรมให้ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์ ซ่ึงเป็นการสรุปผลการดำเนินงานของ กศน.ตำบลวังสะพุง
อำเภอวังสะพุง จังหวดั เลย โดยดำเนินการในวนั ที่ 5 กรกฎาคม 2565
รายงานผลการดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม กิจกรรมอบรมให้ความรู้
การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์ น้ี สามารถนำมาเป็นบทเรียนและพัฒนาในการจัดกิจกรรม กศน. ต่อไปได้
อยา่ งเปน็ รูปธรรมและมีคุณภาพ ซ่งึ สามารถดำเนนิ การจัด กศน. ได้อยา่ งครบวงจร (PDCA)
กศน.ตำบลวังสะพุง จึงหวังว่าเอกสารเล่มน้ีที่จะบ่งบอกถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการและจะ
เป็นประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรม กศน. ทั้งในการบริหารงาน การพัฒนาคน และการทำงานที่ตรงตามความ
ต้องการของผู้เรียน ผู้รับบริการและชุมชนและสามารถเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ และขอขอบคุณผู้มีส่วน
เกย่ี วขอ้ งและให้ความรว่ มมือในการตอบแบบสอบถามทุกทา่ นไว้ ณ โอกาสน้ีด้วย
จัดทำโดย
กศน.ตำบลวังสะพุง
ข
สารบญั
คำนำ หน้า
สารบญั ก
บทท่ี 1 บทนำ ข
บทที่ 2 เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง 1
บทท่ี 3 วิธีการดำเนินการ 3
บทท่ี 4 ผลการดำเนนิ งาน 8
บทที่ 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 12
ภาคผนวก 15
- โครงการจัดการศกึ ษาเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม กิจกรรมอบรมให้ความร้กู ารปอ้ งกันภัยคุกคาม
ในยุคไซเบอร์
- บัญชีลงเวลาผู้เข้าร่วมโครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาชมุ ชนและสังคม กิจกรรมอบรมใหค้ วามรู้
การปอ้ งกนั ภัยคุกคามในยุคไซเบอร์
- แบบประเมินความพึงพอใจโครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม กิจกรรมอบรมให้
ความรู้การป้องกนั ภัยคกุ คามในยุคไซเบอร์
- รูปภาพกิจกรรมโครงการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาชุมชนและสังคม กิจกรรมอบรมให้ความรู้การ
ป้องกันภัยคุกคามในยคุ ไซเบอร์
คณะผจู้ ดั ทำ
1
บทที่ 1 บทนำ
1.1 ความเป็นมา
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่ างรวดเร็ว
ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “อินเตอร์เน็ต” ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาด
ใหญ่ที่ทำให้รูปแบบของการสื่อสารเกิดการเปล่ียนแปลงเป็นยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน นำไปสู่การเกิด
เครือข่ายสังคมใหม่ท่ีเรียกว่า “เครือข่ายสังคมออนไลน์” (Social Network) เกิดเป็นพ้ืนที่สาธารณะที่สมาชิก
ทุกคน ทุกเพศสภาพ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ทุกระดับการศึกษา ทุกสาขาอาชีพ เป็นผู้ส่ือสารหรือเขียน
เล่าเน้ือหาเร่ืองราว ประสบการณ์ บทความ รูปภาพ และวิดีโอ ของตนผ่านส่ือสังคมออนไลน์(Social Media)
ในขณะท่ีความรุนแรงหลากหลายรูปแบบท่ีเกิดข้ึนใน ปัจจุบัน จำนวนมากมาจากสื่อออนไลน์ ซ่ึงเป็นภัยเงียบท่ี
สรา้ งความสูญเสียและผลกระทบมาก โดยเฉพาะกับ เด็กและเยาวชน จงึ จำเป็นต้องร่วมกันปอ้ งกันและแกป้ ัญหา
โดยเฉพาะการสร้างการเรียน รู้เท่าทันสื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อส่ือออนไลน์ เพราะสื่อออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียง
เครื่องมือในการสื่อสาร แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีสำคัญในยุคปัจจุบัน ดังน้ันการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนใน
สังคมซ่ึงเร่ิมจากวัยเด็กจนถึงวัยทำงานโดยเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเป็นช่องทางในการสื่อสารที่มีความ
หลากหลายรูปแบบ โดยมีท้ังสื่อท่ีช่วยพัฒนาและสื่อที่เสริมสร้างความรุนแรงปะปนกันอยู่ในการใช้อินเทอร์เน็ต
ซึ่งไม่ได้ทำให้เด็กและคนในสังคมเกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้ส่ืออินเทอร์เน็ต
เพื่อฝึกทักษะทางสมองและทักษะทางความคิดได้อีกด้วย โดยจำเป็นต้องมีการแนะนำวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตได้
อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกดิ ปัญหาทางพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์อกี ท้ังยงั เป็นการส่งเสริมทักษะสำคัญท่ี
จำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ ที่มีคณุ ภาพตอ่ ไป
กศน.ตำบลวงั สะพุง ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวทีอ่ าจจะเกดิ กับประชาชนอำเภอวังสะพุง เพ่อื ป้องกันและ
สร้างความรู้ ความเขา้ ใจ ให้กับประชาชนให้ถูกตอ้ งจึงได้จัดโครงการการจดั การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาสังคมและชมุ ชน
กิจกรรมอบรมใหค้ วามรู้การปอ้ งกนั ภัยคุกคามในยุคไซเบอร์น้ีข้ึน
1.2 วตั ถุประสงค์
1. เพ่อื ใหป้ ระชาชนในพ้นื ท่ีตำบลวงั สะพงุ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์
2. เพ่ือให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลวังสะพุง สามารถนำความรู้ท่ีได้ในการอบรมไปปรับใช้ใน
ชวี ิตประจำวันได้
1.3 กลุ่มเปา้ หมาย
เชงิ ปรมิ าณ
ประชาชนในพ้ืนทต่ี ำบลวงั สะพงุ จำนวน 2 คน
เชิงคณุ ภาพ
ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์และสามารถนำความรู้ที่
ได้ในการอบรมไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
2
1.4 ขอบเขตในการทำกจิ กรรม
กิจกรรมหลกั วตั ถุประสงค์ กลุม่ เปา้ หมาย เปา้ หมาย พน้ื ทดี่ ำเนนิ การ ระยะเวลา
บคุ ลากร 26 คน
1.ประชุมบุคลากรผู้ที่ ขอมติทป่ี ระชมุ กศน.อำเภอ 13 ม.ิ ย.
เจ้าหน้าท่งี าน 1 คน วงั สะพงุ 2565
เก่ียวข้อง กศน.อำเภอ 17 ม.ิ ย.
บคุ ลากร 20 คน วังสะพงุ 2565
2.เขียนโครงการเสนอ ขออนุมัตโิ ครงการ กศน.อำเภอ 20 มิ.ย.
วงั สะพุง 2565
ขออนุมัติ กศน.อำเภอ 4 ก.ค.
วังสะพุง 2564
3.แตง่ ตั้งคณะทำงาน มอบหมายงาน
4.จดั เตรียมสถานท่ี จดั เตรียมเอกสารท่ีใชใ้ น บคุ ลากร 20 คน
2 คน
วัสดุ สอ่ื และอปุ กรณ์ โครงการฯ สถานที่ วัสดุ ประชาชน
ในพน้ื ที่ 3 คน
อปุ กรณ์ ตามหน้าท่ี ตำบลวังสะพงุ
5.ดำเนินการตาม 1.เพอ่ื ใหป้ ระชาชนในพืน้ ท่ี - ผนู้ ิเทศตดิ ตาม วัดศรีชมชน่ื 5 ก.ค.
- ครู กศน.ตำบล ตำบลวังสะพุง 2565
โครงการฯ ตำบลวังสะพุง มีความรู้ - ครู ศรช. อำเภอวังสะพงุ
จงั หวดั เลย
ตามกำหนดการทแ่ี นบ ความเข้าใจ ในการป้องกัน
ภัยคุกคามในยคุ ไซเบอร์
2.เพือ่ ใหป้ ระชาชนในพน้ื ที่
ตำบลวังสะพุง สามารถนำ
ความรูท้ ีไ่ ด้ในการอบรมไป
ปรบั ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้
6.ติดตามประเมินผล ประเมนิ ผลการดำเนินงาน กศน.ตำบล 8 ก.ค.
วังสะพุง 2565
/ สรปุ รายงาน เม่ือแลว้ เสร็จ
1.5 ขอบเขตพ้นื ท่ีการจัดกจิ กรรม
วดั ศรชี มชื่น ตำบลวงั สะพงุ อำเภอวงั สะพุง จงั หวดั เลย
1.6 ขอบเขตระยะเวลาการจัดกจิ กรรม
วนั ที่ 5 กรกฎาคม 2565 เวลา 08.00 น. - 17.00 น.
1.7 เครอื ขา่ ย
1) สถานตี ำรวจภูธรวงั สะพงุ
2) วดั ศรีชมช่ืน
3) ผูน้ ำชมุ ขน
ฯลฯ
3
บทท่ี 2 เอกสารทเี่ ก่ยี วข้อง
2.1 ความหมายของความม่ันคงปลอดภยั ทางไซเบอร์ (Cyber Security)
Cyber Security หรือ ความม่ันคงปลอดภัยทางไซเบอร์ คือ การนำเคร่ืองมือทางด้านเทคโนโลยี และ
กระบวนการท่ีรวมถึงวิธีการปฏิบัติท่ีถูกออกแบบไว้เพ่ือป้องกันและรับมือท่ีอาจจะถูกโจมตีเข้ามายังอุปกรณ์
เครือข่าย, โครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศ, ระบบหรือโปรแกรมท่ีอาจจะเกิดความเสียหายจากการท่ีถูกเข้าถึง
จากบคุ คลท่ีสามโดยไมไ่ ด้รบั อนญุ าต
ในปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนได้เริ่มให้ความสำคัญในเร่ืองของความม่ันคงปลอดภัยทาง
ไซเบอร์มากย่ิงขึ้น เน่ืองจากเป้าหมายในการโจมตีมีความหลากหลายมากย่ิงขึ้น รวมถึงรูปแบบของการโจมตี
ทางด้านไซเบอร์มคี วามหลากหลายมากยงิ่ ข้นึ และสรา้ งความเสยี หายใหก้ บั องคก์ รเพ่ิมมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ภัยคุกคามทางไซเบอร์” หมายความว่า การกระทำหรือการดำเนินการใด ๆ โดยมิชอบโดยใช้
คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้ายต่อระบบ
คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นท่ีเกี่ยวข้อง และเป็นภัยอันตรายที่ใกล้จะถึงท่ีจะก่อให้เกิดความ
เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรอื ข้อมลู อื่นทเี่ กย่ี วขอ้ ง
“ไซเบอร์” หมายความรวมถึง ข้อมูลและการส่ือสารท่ีเกิดจากการให้บริการหรือการประยุกต์ใช้
เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต หรือโครงข่ายโทรคมนาคม รวมท้ังการให้บรกิ ารโดยปกตขิ องดาวเทยี ม
และระบบเครอื ข่ายทค่ี ล้ายคลึงกันทเ่ี ช่อื มต่อกันเป็นการท่ัวไป
2.2 ความม่ันคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) มคี วามสำคัญอยา่ งไร
จาก ความก้ าวห น้ าท างเท คโน โล ยีสารสน เท ศ ซึ่งถู กน ำมาใช้ ป ระโยช น์ ใน ก ารท ำธุรกรรมห รือ การ
ติดต่อส่ือสาร จึงก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ืออำนวยต่อภัยคุกคามและการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ท่ี
สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วและปัจจุบันยิ่งทวีความรุนแรงมากข้ึน สร้างความเสียหายทั้งใน
ระดบั บุคคลและระดับประเทศ การป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามหรือความเส่ียงบนไซเบอร์จึงต้องอาศัยความ
รวดเรว็ และการประสานงานกับทกุ หน่วยงานท่เี ก่ียวข้อง เพ่ือป้องกันและรับมือได้ทันสถานการณ์ และมีการดูแล
รกั ษาความม่ันคงปลอดภยั ไซเบอรอ์ ย่างต่อเน่อื ง
2.3 รปู แบบภยั คุกคามของ Cyber Security
1. Malware คือ ซอฟต์แวร์หรอื Code ประเภทหนึ่งที่มีจดุ ประสงค์ในการผลิตออกมาเพ่ือสง่ ผลกระทบ
ต่อระบบคอมพิวเตอร์ ท่ีเมื่อถูกติดตั้งหรือเปิดในระบบคอมพิวเตอร์ Malware จะทำให้สามารถเข้าถึงทรัพยากร
ของระบบคอมพิวเตอร์ และอาจแชร์ข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เคร่ืองอื่น ๆ ในเครือข่าย รวมถึงเซิร์ฟเวอร์
ต่าง ๆ ได้ โดยมีพฤติกรรมแตกต่างกันตามท่ีผู้ไม่ประสงค์ดีท่ีทำการผลิตออกมา ชื่อเรียก Malware นั้น
ครอบคลมุ ถึง ไวรสั (Virus) เวริ ม์ (Worms) และโทรจัน (Trojans)
4
2. Web based attacks คือ วิธีการโจมตีเหยื่อโดยผ่านช่องทางเว็บไซต์ โดยทำเว็บไซต์ หรือ Hack
เวบ็ ไซต์ที่มีช่องโหว่เพ่ือแก้ไขเว็บไซต์ โดยการใส่ code ทท่ี ำให้เหยือ่ เม่ือเข้าเว็บไซต์ดงั กลา่ วแล้ว จะนำเหยื่อไปท่ี
เป้าหมายปลายทางทเี่ ป็น เว็บไซต์ท่ีทำการวาง Malware ไวเ้ พ่อื ทำให้เคร่ืองคอมพวิ เตอรข์ องเหย่ือตดิ Malware
เว็บ ไซต์ส่วน ให ญ่ ที่โดน Hack เพื่ อแก้ไข Code ส่วนมากจะเป็ นเว็บไซต์ประเภ ท CMS (Content
Management System)
3. Phishing คือ วิธีการโจมตีเหยื่อผ่านทางช่องทางต่าง ๆ เช่น E Mail, SMS, เว็บไซต์ หรือ ช่องทาง
Social โดยใช้วิธีการหลอกล่อเหยื่อด้วยวิธีการต่าง ๆ ท่ีทำให้เหย่ือหลงเช่ือและให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น
Username, Password หรือ ขอ้ มูลสำคัญอ่ืน ๆ เพ่ือนำขอ้ มูลดังกลา่ วของเหยอื่ ไปใชใ้ นการทำธรุ กรรม
4. Web application attacks คือ วิธีการโจมตีเว็บไซต์เป้าหมายโดยอาศัยช่องโหว่ต่าง ๆ เช่น Code
ของเว็บไซต์เช่น CMS, Web Server หรือ Database Server วิธีการโจมตีที่นิยมใช้ Cross Site Scripting,
SQL Injection, Path Traversal
5. Spam คือ วิธีการท่ีผู้ส่ง หรือผู้ไม่ประสงค์ดีทำการส่งข้อมูล, ข้อความ, หรือโฆษณาต่าง ๆ ผ่าน
ช่องทางต่าง ๆ ไปยังผู้รับ เช่น E Mail, SMS, เว็บไซต์ หรือ ช่องทาง Social โดยเป็นการส่งจำนวนมาก หรือส่ง
โดยทไี่ ม่ได้ขออนุญาตไปยงั ผู้รับเพื่อสร้างความรำคาญ หรอื ก่อกวน
6. DDoS (Distributed Denial of Service) คือ วิธีการโจมตีเป้าหมายที่เป็นเว็บไซต์, ระบบการ
ให้บริการ หรือระบบเครือข่าย โดยใช้เครื่องโจมตีท่ีเป็นต้นทางจำนวนมากยิงมาท่ีเป้าหมายเดียว ภายในเวลา
เดียวกันจุดประสงค์ที่ทำเพ่ือให้เว็บไซต์, ระบบการให้บริการ หรือระบบเครือข่ายไม่สามารถใช้งานได้หรือระบบ
ลม่
7. Data breach คือ เกดิ การรั่วไหลของข้อมูลทอี่ าจเกิดจากช่องโหว่ หรือการโจมตีเพ่ือขโมยข้อมูลของ
เว็บไซต์, ข้อมูลของแอปพลิเคชัน หรือระบบท่ีให้บริการต่างๆ โดยท่ีเจ้าของข้อมูลหรือผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน
หรือผู้ให้บริการระบบไม่ทราบ ซึ่งผู้โจมตีต้องการนำข้อมูลไปขาย หรือเพ่ือเรียกค่าไถ่ของชุดข้อมูลน้ันๆ โดยมี
ผลกระทบ คือ ข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือขององค์กรโดนนำไปเผยแพร่ ในบางกรณีมีการเรียกค่าไถ่ของข้อมูล
สรา้ งผลกระทบตอ่ ชอื่ เสยี งและความนา่ เชื่อถอื ขององค์กร
8. Insider threat คือ ภัยท่ีเกิดจากภายใน บุคลากรภายในขององค์กร ซึ่งอาจจะเกิดจากความต้ังใจ
หรือไม่ต้งั ใจ ผ่านช่องทางการใช้งานปกติของบุคลากร เชน่ เครือ่ งคอมพิวเตอร์ของบริษัท หรือ สมาร์ทโฟน เป็น
ต้น ซ่ึง Insider threat เป็นภัยประเภทที่มีความรุนแรงเนื่องจากภายในองค์กร อาจจะมีการป้องกันในระดับต่ำ
ทำให้เกดิ การโจมตปี ระเภทนไ้ี ดง้ า่ ย และผลลพั ธข์ องภัยนี้มีความรุนแรง
9. Botnets หรือ Robot Network คือ โปรแกรมท่ีถูกเขียนข้ึนโดยผู้ไม่ประสงค์ดี ท่ีทำการติดตั้ง
โปรแกรมแบบแฝงตัวอยู่ในเครือ่ งคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรอรับคำส่ังให้ทำการโจมตีเป้าหมายหรือ
ดำเนินการบางอย่างที่ถูกโปรแกรมไว้ ซ่ึงส่วนมากเครื่องที่ Botnets แฝงตัวบนเครื่องของเหย่ือจะไม่ทราบว่ามี
การติด Botnets เน่ืองจาก Botnets จะไม่ทำงานตลอดเวลา จะทำงานก็ต่อเม่ือมีการเรียกจากผู้ผลิต (ผู้ไม่
ประสงค์ดี)
5
10. Ransomware คือ Malware ประเภทหน่ึงที่เม่ือถูกติดต้ังที่เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะทำการล็อค
ไฟล์ โดยวิธีการเข้ารหัสไฟล์ข้อมูลทั้งหมดในเคร่ือง ทำให้ข้อมูลท่ีอยู่ในเคร่ืองไม่สามารถเปิดเพ่ือใช้งานได้ ซ่ึง
จุดประสงค์ของ Ransomware ทำการล็อคไฟล์ เพื่อที่จะเรียกค่าไถ่ของรหัสผ่านที่ใช้ในการปลดล็อคไฟล์เพอื่ ให้
ไฟลท์ อ่ี ยภู่ ายในเครอื่ งคอมพิวเตอรน์ ัน้ กลบั มาใชง้ านได้อกี คร้งั
11. Cryptojacking คือ วิธีการที่ Hacker เข้าเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของเหย่ือโดยวิธีการต่าง ๆ และแอบ
ทำการติดต้ังโปรแกรมที่ใช้เพื่อการขุดเหรียญ Cryptocurrency โดยอาศัย CPU หรือ GPU บนเคร่ือง
คอมพิวเตอร์ของเหย่อื ประมวณผลเพื่อสร้างรายได้กลบั ไปท่ี Hacker
2.4 พรบ. คมุ้ ครองข้อมลู ส่วนบุคคล (PDPA)
PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองส่วนบุคคล คือ พระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเม่ือ 27 พฤษภาคม 2562 โดยระบุ
ให้องค์กรหรือหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องท่ีเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชน หรือ
หน่วยงานภาครัฐ ต้องไม่นำเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ในกิจกรรมอ่ืน ๆ ท่ีเราไม่ยินยอม เพื่อไม่ให้ถูกละเมิด
สิทธคิ วามเป็นสว่ นตัว และเพ่อื ให้มีมาตรการเยยี วยาเจา้ ของข้อมลู ในกรณีท่ีถูกละเมิดข้อมูลส่วนบคุ คล
ข้อมูลเก่ียวกับบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้น ได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจะเป็นรูปแบบใดก็
ตาม เช่น รูปกระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์ ตัวหนังสือรูปภาพหรือเสียง โดยครอบคลุมต้ังแต่ ชื่อ นามสกุล
หมายเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล์ นอกจากนี้กฎหมายยังคุ้มครองไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มี
ความอ่อนไหว (Sensitive Data) เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเห็นทางการเมือง ความเช่ือ ลัทธิ ศาสนา
พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลทางด้านสุขภาพ ข้อมูลทางพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ Cookies ID
EMEI หรือ Device ID ที่สามารถเช่ือมต่อ Server ได้เพื่อระบุตัวอุปกรณ์แม้ไม่เปิดเผยชื่อ – นามสกุลผู้ใช้เลยก็
ตาม
เอกชนและภาครัฐ (บุคคลหรือนิติบุคคล) รวมไปถึงนิติบุคคลท่ีจัดตั้งในต่างประเทศ ซ่ึงทำการเก็บรวม
รวม ใช้ เปิดเผยและหรือ โอนขอ้ มลู สว่ นบคุ คลของบุคคลในประเทศไทย
- เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) คือ ข้อมูลส่วนบบุคคลที่สามารถเช่ือมโยงถึงบุคคลที่มี
ชีวติ ท่ีสามารถระบตุ ัวตนได้ บุคคลดังกลา่ วเรยี กว่า เจา้ ของขอ้ มลู สว่ นบคุ คล
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซ่ึงมีอำนาจหน้าที่
“ตัดสินใจ” เก่ยี วกบั การเกบ็ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมลู ส่วนบคุ คล
- ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) คือ บุคคลหรือนิติบุคคลซ่ึงดำเนินการเก่ียวกับ
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล “ตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ท้ังน้ี
บคุ คลหรือนติ บิ ุคคลซึ่งดำเนนิ การดงั กล่าว ตอ้ งไม่เป็นผคู้ วบคุมข้อมลู สว่ นบคุ คล
บทลงโทษของ PDPA ได่แก่ โทษทางอาญา จำคุกไมเ่ กิน 1 ปี และหรือ ปรับสูงสดุ 1 ลา้ นบาท โทษทาง
แพง่ จา่ ยค่าสนิ ไหมไม่เกิน 2 เทา่ ของคา่ สินไหมท่ีแท้จริง และโทษทางปกครองปรบั ไมเ่ กิน 5 ลา้ นบาท
6
สงิ่ ที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมกับ พระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคล คือ ทำ Privacy policy และ
บันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคลโดยต้องจัดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่าง
เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปล่ียนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจาก
อำนาจโดยมิชอบ เช่น
- มีนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภยั ขอ้ มลู สว่ นบุคคล (Privacy Policies)
- มีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (Consent
Management)
- มกี ารประเมินความเส่ียงของขอ้ มลู ส่วนบุคคล (Personal Data Risk Assessment)
ดังนน้ั การบริหารจดั การข้อมูลส่วนบคุ คลจงึ เป็นเร่ืองท่ีเก่ียวข้องกับทกุ ภาคส่วนในองคก์ รและจำเป็นต้อง
ดำเนินการอย่างต่อเน่ือง การบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีน้ันข้ึนอยู่กับ
ดงั ต่อไปนี้
- การกำกับดูแลของกรรมการและผูบ้ รหิ ารและการมีส่วนร่วมของบุคคลในองค์กร
- การออกแบบกระบวนการทีม่ กี ารสอดแทรกมาตรการการคุม้ ครองข้อมูลสว่ นบุคคล
- การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัตงิ าน การฝ่าฝนื นโยบาย และมาตรการ
ท่ีกำหนดไว้ รวมถึงการวเิ คราะห์ ตรวจสอบ คน้ หาและตอบสนองตอ่ ภัยคกุ คามจากภายนอก
7
บทที่ 3 วธิ ีการดำเนนิ การ
3.1 วธิ กี ารดำเนินการตามระบบการดำเนนิ งานครบวงจร (PDCA)
การวางแผน (Plan)
1. ประชมุ รบั นโยบายการดำเนินงาน
บุคลากร กศน.ตำบลวังสะพุง ประชุมเพ่ือวางแผนจัดโครงการตามแผนการดำเนินงาน กำหนดช่ือ
โครงการ กำหนดกลุ่มเปา้ หมาย เพื่อดำเนนิ การสำรวจความตอ้ งการของกลุ่มเปา้ หมาย
2. สำรวจความต้องการของกลมุ่ เป้าหมายในพน้ื ท่ี
กศน.ตำบลวังสะพุง สำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพื้นท่ี โดยการใช้แบบสำรวจความ
ต้องการในการเข้าร่วมโครงการ และไดก้ ลุ่มเปา้ หมายตามเปา้ หมายที่กำหนดไว้
3. วเิ คราะห์ข้อมลู เพอ่ื นำไปใชใ้ นการดำเนินงาน
กศน.ตำบลวงั สะพงุ วิเคราะหข์ อ้ มลู จากการสำรวจความต้องการสของกลุ่มเปา้ หมายในพ้ืนที่ และนำ
ขอ้ มูลท่วี เิ คราะหด์ ำเนินการจัดเตรียมขอ้ มูล เพอื่ จดั ทำสือ่ ตา่ ง ๆ
4. จัดเตรียมข้อมลู รายละเอยี ดและส่ือตา่ งๆเพ่ือนำไปใช้ในการประชาสัมพนั ธ์รับสมคั ร
กศน.ตำบลวังสะพุง นำข้อมูลที่วิเคราะห์ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูล เพื่อจัดทำส่ือต่าง ๆ และ
ประชาสมั พันธร์ บั สมคั รใหป้ ระชาชนในพื้นทีเ่ ขา้ ร่วมโครงการ
การนำไปปฏิบัติ (DO)
1. สรุปขอ้ มลู พ้ืนฐานและความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมาย
กศน.ตำบลวังสะพุง ได้นำข้อมูลจากการสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในพ้ืนท่ี สรุปข้อมูล
พนื้ ฐานและความต้องการของกล่มุ เป้าหมาย เพอ่ื จดั ทำโครงการ
2. จดั ทำโครงการเพอ่ื ขออนุมตั ิ
กศน.ตำบลวงั สะพุง จัดทำโครงการ หลักการและเหตุผล กำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ขอบเขตใน
การทำกิจกรรม ขอบเขตพน้ื ท่ีการจดั กจิ กรรม ขอบเขตระยะเวลาการจดั กจิ กรรม และเครือข่าย
3. ประสานเครือขา่ ย / วิทยากร
กศน.ตำบลวังสะพุง ดำเนินการจัดทำหนังสือเชิญวิทยากรเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ และ
ประสานเครอื ข่ายในการขอความความอนเุ คราะหใ์ ช้สถานทีใ่ นการจดั โครงการ
4. ดำเนนิ การฝกึ อบรมตามโครงการ
กศน.ตำบลวังสะพุง ดำเนินการจัดโครงการตามแผนที่กำหนดไว้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชน
ในตำบลวงั สะพงุ เขา้ อบรมในโครงการ
5. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน
กศน.ตำบลวังสะพุง จัดทำรายงานผลการดำเนินงานโดยการสรุปผล อภิปรายผล หลังเสร็จสิ้น
โครงการ และนำเสนอรายผลการดำเนนิ งานตอ่ ผู้บริหารสถานศึกษา
8
การตรวจสอบ (Check)
1. ดำเนนิ การประเมินผลความพงึ พอใจของผู้เข้าร่วมโครงการท่ีมีต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้
กศน.ตำบลวังสะพุง ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีต่อการจัด
กระบวนการเรยี นรู้ โดยใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มโครงการทำแบบประเมนิ ความพงึ พอใจในการเขา้ รว่ มโครงการ
2. ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของวิทยากรที่มีต่อความสำเร็จของโครงการและกระบวนการ
บริหารจัดการของสถานศกึ ษา
กศน.ตำบลวังสะพุง ดำเนินการประเมินผลความพึงพอใจของวิทยากรที่มีต่อความสำเร็จของ
โครงการและกระบวนการบริหารจัดการของสถานศึกษา โดยให้ผเู้ ข้าร่วมโครงการทำแบบประเมินความพึงพอใจ
ในการเขา้ ร่วมโครงการ
3. นเิ ทศติดตามผลโครงการ
กศน.ตำบลวังสะพุง ได้ลงพ้ืนท่ีเพ่ือนิเทศติดตามผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากการจัดโครงการเสร็จสิ้น
โดยใชแ้ บบนิเทศตดิ ตามผเู้ ขา้ ร่วมโครงการหลงั จากการจดั โครงการเสร็จส้ิน
ปรบั ปรงุ แก้ไข (Act)
1. วิเคราะห์ปัญหา/ข้อเสนอแนะ
กศน.ตำบลวังสะพุง นำปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการมาวิเคราะห์ข้อมูล
จากแบบประเมินความพึงพอใจในการเขา้ รว่ มโครงการ
2. สรุปปญั หา/ขอ้ เสนอแนะ
กศน.ตำบลวังสะพุง สรุปปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการมาวิเคราะห์ข้อมูล
จากแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ
3. หาวธิ กี ารดำเนนิ การปรบั ปรุง แก้ไข โครงการ/กิจกรรมต่อไป
กศน.ตำบลวังสะพุง นำปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อดำเนินการ
ปรบั ปรุง แกไ้ ข โครงการ/กิจกรรมตอ่ ไป โดยการจดั กิจกรรมใหเ้ หมาะสมกับกลุม่ เปา้ หมายให้มากข้ึน
3.2 ดัชนชี ้ีวดั ผลสำเร็จของโครงการ
ตัวชว้ี ัดผลผลติ
รอ้ ยละ 90 ของผู้เข้าร่วมกจิ กรรม ผ่านการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันภยั คุกคามในยุคไซ
เบอร์
ตวั ชวี้ ดั ผลลพั ธ์
ผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรมสามารถนำความรู้ ความเข้าใจในเรือ่ งการป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์นำไปปรับใช้
ในชวี ิตประจำวนั ได้
9
3.3 วธิ ีการดำเนินการ
กิจกรรมหลกั วตั ถปุ ระสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พน้ื ทดี่ ำเนนิ การ ระยะเวลา
ขอมติทปี่ ระชุม บุคลากร 26 คน
1.ประชุมบคุ ลากรผู้ท่ี กศน.อำเภอ 13 ม.ิ ย.
เก่ยี วขอ้ ง ขออนุมัตโิ ครงการ เจ้าหน้าทีง่ าน 1 คน วงั สะพุง 2565
2.เขยี นโครงการเสนอ กศน.อำเภอ 17 ม.ิ ย.
ขออนุมตั ิ มอบหมายงาน บคุ ลากร 20 คน วงั สะพุง 2565
3.แตง่ ต้ังคณะทำงาน กศน.อำเภอ 20 ม.ิ ย.
วงั สะพงุ 2565
4.จัดเตรียมสถานที่ จดั เตรียมเอกสารท่ีใชใ้ น บุคลากร 20 คน กศน.อำเภอ 4 ก.ค.
2 คน วงั สะพุง 2564
วสั ดุ สื่อ และอปุ กรณ์ โครงการฯ สถานที่ วสั ดุ ประชาชน
ในพื้นที่ 3 คน
อปุ กรณ์ ตามหนา้ ที่ ตำบลวงั สะพุง
5.ดำเนินการตาม 1.เพ่อื ใหป้ ระชาชนในพื้นที่ - ผ้นู ิเทศตดิ ตาม วดั ศรีชมชื่น 5 ก.ค.
- ครู กศน.ตำบล ตำบลวังสะพงุ 2565
โครงการฯ ตำบลวงั สะพงุ มีความรู้ - ครู ศรช. อำเภอวังสะพุง
จงั หวัดเลย
ตามกำหนดการท่ีแนบ ความเข้าใจ ในการป้องกนั
ภยั คุกคามในยุคไซเบอร์
2.เพอ่ื ให้ประชาชนในพน้ื ที่
ตำบลวงั สะพุง สามารถนำ
ความร้ทู ่ไี ด้ในการอบรมไป
ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
6.ตดิ ตามประเมินผล ประเมนิ ผลการดำเนินงาน กศน.ตำบล 8 ก.ค.
วังสะพุง 2565
/ สรุปรายงาน เมื่อแล้วเสรจ็
10
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ การ
ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไป
ตารางที่ 1 แสดงเพศผู้เข้าร่วมโครงการ
เพศ จำนวน (คน)
ชาย 2
หญิง -
รวมทั้งหมด 2
จากตารางที่ 1 ผ้เู ขา้ ร่วมโครงการเปน็ เพศชาย จำนวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ซึง่ รวมท้ังหมด 2 คน
ตารางที่ 2 แสดงอายเุ ขา้ ร่วมโครงการ
อายุ 15 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 – 60 ปี 61 ปีขึน้ ไป รวมทั้งหมด
จำนวน (คน) 2 - - - - 2
จากตารางที่ 2 ผู้เข้าร่วมโครงการมีอายุ 15 - 30 ปี จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ซ่ึงรวมช่วงอายุ
ท้ังหมด 2 คน
ตารางที่ 3 แสดงระดับการศกึ ษาเข้าร่วมโครงการ
ระดับการศกึ ษา จำนวน (คน)
ประถมศกึ ษา -
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 1
มัธยมศึกษาตอนปลาย 1
รวมทั้งหมด 2
จากตารางท่ี 3 ผู้เข้าร่วมโครงการกำลังศกึ ษาอยู่ในระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อย
ละ 50 และระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 1 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 50 ซ่ึงรวมทั้ง 2 ระดบั ชัน้ ทั้งหมด 2 คน
ตารางท่ี 4 แสดงอาชีพเขา้ ร่วมโครงการ
อาชีพ ธุรกจิ ส่วนตวั รบั จ้าง เกษตรกร อื่นๆ รวมท้ังหมด
จำนวน (คน) - - -2 2
จากตารางที่ 4 ผู้เขา้ ร่วมโครงการ ประกอบอาชีพอ่ืนๆ (ว่างงาน) จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ซ่ึง
รวมผปู้ ระกอบอาชพี ทัง้ หมด 2 คน
11
ตอนที่ 2 ระดับความพงึ พอใจ
ตารางท่ี 5 แสดงระดับความพงึ พอใจดา้ นเนื้อหา
ระดับความพึงพอใจ หมาย
ขอ้ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มากทสี่ ดุ มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย เหตุ
กลาง ที่สุด
ตอนที่ 1 ความพึงพอใจดา้ นเนอื้ หา
1 เนอ้ื หาตรงตามความต้องการ 2= 100%
2 เนอ้ื หาเพยี งพอต่อความต้องการ 2= 100%
3 เนื้อหาปจั จุบนั ทันสมัย 2= 100%
4 เนื้อหามปี ระโยชน์ต่อการนำไปใชใ้ นการพัฒนาคุณภาพชวี ิต 2= 100%
สรปุ 100%
จากตารางท่ี 5 ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการแสดงความคิดเห็นในการประเมินโครงการการจัดการศึกษาเพอ่ื พฒั นา
สังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์ โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจ
ด้านเน้ือหา ดังนี้ เน้ือหาเพียงพอและตรงตามความต้องการ มีความทันสมัย และมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ใน
การพฒั นาคุณภาพชีวติ คิดเปน็ ร้อยละ 100
ตารางที่ 6 แสดงระดับความพงึ พอใจด้านกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม
ระดับความพึงพอใจ หมาย
ขอ้ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มากทส่ี ุด มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย เหตุ
กลาง ทส่ี ุด
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการจดั กิจกรรมการอบรม
1 การเตรยี มความพร้อมก่อนอบรม 2= 100%
2 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ 2= 100%
3 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา 2= 100%
4 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ่ เปา้ หมาย 2= 100%
5 วธิ กี ารวดั ผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค์ 2= 100%
สรปุ 100%
จากตารางที่ 6 ผู้เขา้ รว่ มโครงการแสดงความคิดเหน็ ในการประเมินโครงการการจดั การศึกษาเพ่อื พฒั นา
สังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์ โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจ
ด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม ดังน้ี การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม การออกแบบกิจกรรมเหมาะสม
12
กับวตั ถุประสงค์ การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั กลุ่มเปา้ หมาย การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา และวธิ ีการวดั ผล/
ประเมินผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ คิดเปน็ รอ้ ยละ 100
ตารางท่ี 7 แสดงระดับความพงึ พอใจต่อวิทยากร
ระดบั ความพึงพอใจ หมาย
ขอ้ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มากทส่ี ดุ มาก ปาน นอ้ ย น้อย เหตุ
กลาง ทส่ี ดุ
ตอนที่ 3 ความพึงพอใจต่อวิทยากร 2=100%
1 วทิ ยากรมคี วามรู้ความสามารถในการถา่ ยทอด 2= 100%
2 วิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใชส้ ่ือเหมาะสม 2=100% 33.33%
3 วทิ ยากรเปดิ โอกาสให้มีสว่ นรว่ มและซักถาม สรปุ 66.67%
จากตารางท่ี 7 ผเู้ ข้าร่วมโครงการการจัดการศึกษาเพ่อื พฒั นาสังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้
การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์ โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจต่อวิทยากร ดังนี้ วิทยากรมีความรู้
ความสามารถในการถ่ายทอด และวิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม อยู่ในระดับมากท่ีสุด และ
วิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใชส้ อ่ื เหมาะสม อย่ใู นระดบั มาก
ตารางที่ 8 แสดงระดับความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก
ระดับความพึงพอใจ หมาย
ข้อ รายการประเมนิ ความพึงพอใจ มากท่ีสดุ มาก ปาน น้อย น้อย เหตุ
กลาง ท่สี ดุ
ตอนที่ 4 ความพึงพอใจดา้ นการอำนวยความสะดวก
1 สถานท่ี วัสดุ อปุ กรณ์และส่ิงอำนวยความสะดวก 2=100%
2 การสอื่ สาร การสร้างบรรยากาศเพ่ือใหเ้ กิดกาเรยี นรู้ 2= 100%
33.33%
3 การบรกิ าร การชว่ ยเหลือและการแก้ปัญหา 2=100%
สรุป 66.67%
จากตารางที่ 8 ผเู้ ข้ารว่ มโครงการแสดงความคิดเห็นในการประเมินโครงการการจดั การศกึ ษาเพื่อพฒั นา
สังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์ โดยมีประเด็นวัดความพึงพอใจ
ดา้ นการอำนวยความสะดวก ดงั น้ี การบริการ การชว่ ยเหลือและการแกป้ ญั หา และสถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณแ์ ละส่ิง
อำนวยความสะดวก อยู่ในระดับมากท่ีสุด และการสอ่ื สาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดกาเรียนรู้ อยู่ในระดับ
มาก
13
บทท่ี 5 สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
5.1 สรปุ ผล
ผเู้ ข้าร่วมโครงการการจัดการศกึ ษาเพื่อพัฒนาสงั คมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรูก้ ารป้องกันภัย
คุกคามในยุคไซเบอร์ เป็นเพศชาย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และมีอายุ 15 - 30 ปี จำนวน 2 คน คิด
เป็นร้อยละ 100 ซ่ึงกำลังศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นประชาชนทั่วไปในพื้นที่ตำบล
วังสะพุง พร้อมท้ังประกอบอาชีพ (ว่างงาน) จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และมีประเด็นวัดความพึงพอใจ
ในการจัดโครงการฯ ดังนี้ ความพึงพอใจด้านเน้ือหา ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการอบรม คิด
เป็นร้อยละ 100 และความพึงพอใจต่อวิทยากร ความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก คิดเป็นร้อยละ
66.67 จากผตู้ อบแบบสอบถามทัง้ หมด 2 คน
5.2 อภิปรายผล
การจัดโครงการการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัย
คกุ คามในยุคไซเบอร์ ผู้เข้าร่วมโครงการมคี วามพงึ พอใจในดา้ นเนื้อหาตรงตามความตอ้ งการและเพียงพอ มีความ
เป็นปัจจุบันและทันสมัย มีการเตรียมความพรอ้ มกอ่ นอบรม กิจกรรมเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค์และเหมาะสมกับ
กลุ่มเป้าหมาย วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอด เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม พร้อมทั้งมี
การช่วยเหลอื และการแกป้ ญั หา
การจัดโครงการการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัย
คกุ คามในยุคไซเบอร์ ได้ดำเนินการตามเป้าหมายของโครงการ โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมบรรลตุ ามวัตถุประสงค์
ของโครงการ ซ่ึงวิทยาการได้ให้ความรู้พ้ืนฐานการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(PDPA) และความรเู้ กย่ี วกบั การใชส้ ่อื Social Medial
ผู้เข้าร่วมโครงการการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัย
คุกคามในยุคไซเบอร์ ได้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมซักถามและตอบคำถามจากการฟังบรรยาย เพ่ือความเข้าใจของ
ผู้เข้ารว่ มกจิ กรรม ซึ่งผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรมสามารถตอบคำถามไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
5.3 ข้อเสนอแนะ
ผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชมุ ชน กิจกรรมอบรมใหค้ วามรู้การป้องกันภัย
คกุ คามในยคุ ไซเบอร์ ไมม่ ขี ้อเสนอแนะในการจดั กิจกรรม
ภาคผนวก
โครงการการจัดการศึกษาเพอื่ พฒั นาสงั คมและชุมชน
กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรู้การป้องกันภยั คุกคามในยุคไซเบอร์
1. ชอื่ โครงการ โครงการการจัดการศึกษาเพอ่ื พฒั นาสงั คมและชมุ ชน กิจกรรมอบรมใหค้ วามรกู้ ารป้องกันภัย
คุกคามในยคุ ไซเบอร์
2. สอดคล้องนโยบายเรง่ ด่วนเพ่อื รว่ มกันขับเคลื่อนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาประเทศ
ขอ้ ท่ี 1 ยทุ ธศาสตรด์ า้ นความมั่นคง 1.3 พัฒนากลไกลบูรณาการระบบบรหิ ารจดั การการปอ้ งกันและ
แก้ไขปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (ยาเสพติด, ภัยไซเบอร์, ภยั พบิ ตั ิธรรมชาติ, โรคอุบตั ใิ หม่ ฯลฯ)
ดำเนินงานสำคัญตามข้อสั่งการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์
นโยบายขับเคลื่อน กศน. WOW ด้านท่ี 3 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ:
Good Activiities ดา้ นที่ 4 เสริมสร้างความร่วมมอื กบั ภาคีเตรอื ข่าย : Good Partnerships
ภารกจิ ตอ่ เนือ่ ง : จดั การศึกษาตอ่ เนื่อง: จัดการศึกษาเพอ่ื พัฒนาสังคมและชุมชน โดยใชห้ ลกั สูตรและ
การจัดกระบวนการเรียนรแู้ บบบรู ณาการในรูปแบบของการฝกึ อบรม การเรียนทางไกล การประชุมสัมมนาการ
จดั เวทีแลกเปล่ยี นเรียนรู้ การจดั กจิ กรรมจติ อาสา การสร้างชุมชนนกั ปฎบิ ตั ิ และรแู บบอ่ืนๆจดั ทเี่ หมาะสมกบั
กลุ่มเปา้ หมาย
3. หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “อินเตอร์เน็ต” ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลขนาด
ใหญ่ที่ทำให้รูปแบบของการสื่อสารเกิดการเปล่ียนแปลงเป็นยุคแห่งการส่ือสารไร้พรมแดน นำไปสู่การเกิด
เครือข่ายสังคมใหม่ท่ีเรียกว่า “เครือข่ายสังคมออนไลน์” (Social Network) เกิดเป็นพื้นท่ีสาธารณะท่ีสมาชิก
ทุกคน ทุกเพศสภาพ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ทุกระดับการศึกษา ทุกสาขาอาชีพ เป็นผู้ส่ือสารหรือเขียน
เล่าเนื้อหาเร่ืองราว ประสบการณ์ บทความ รูปภาพ และวิดีโอ ของตนผ่านสื่อสังคมออนไลน์(Social Media)
ในขณะที่ความรุนแรงหลากหลายรูปแบบท่ีเกิดขึ้นใน ปัจจุบัน จำนวนมากมาจากส่ือออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยเงียบที่
สร้างความสญู เสียและผลกระทบมาก โดยเฉพาะกบั เด็กและเยาวชน จงึ จำเป็นตอ้ งร่วมกันปอ้ งกนั และแกป้ ัญหา
โดยเฉพาะการสร้างการเรียน รู้เท่าทันส่ือไม่ให้ตกเป็นเหย่ือสื่อออนไลน์ เพราะสื่อออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียง
เครื่องมือในการสื่อสาร แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีสำคัญในยุคปัจจุบัน ดังน้ันการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนใน
สังคมซ่ึงเริ่มจากวัยเด็กจนถึงวัยทำงานโดยเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเป็นช่องทางในการสื่อสารท่ีมีความ
หลากหลายรูปแบบ โดยมีท้ังสื่อท่ีช่วยพัฒนาและสื่อท่ีเสริมสร้างความรุนแรงปะปนกันอยู่ในการใช้อินเทอร์เน็ต
ซง่ึ ไม่ได้ทำให้เด็กและคนในสังคมเกิดพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้สื่ออินเทอร์เน็ต
เพื่อฝึกทักษะทางสมองและทักษะทางความคิดได้อีกด้วย โดยจำเป็นต้องมีการแนะนำวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตได้
อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาทางพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์อกี ทั้งยงั เป็นการส่งเสริมทักษะสำคัญที่
จำเปน็ ต่อการดำรงชีวติ ท่มี คี ุณภาพตอ่ ไป
ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอวงั สะพุง ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวท่ีอาจจะ
เกิดกับประชาชนอำเภอวังสะพุง เพื่อป้องกันและสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับประชาชนให้ถูกต้องจึงได้จัด
โครงการการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซ
เบอร์น้ีขน้ึ
4. วัตถุประสงค์
1. เพือ่ ให้ประชาชนอำเภอวงั สะพุง มีความรู้ ความเข้าใจ ในการปอ้ งกนั ภัยคุกคามในยคุ ไซเบอร์
2. เพอื่ ให้ประชาชนอำเภอวังสะพุง สามารถนำไปปรบั ใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
5. กลมุ่ เปา้ หมาย
เชงิ ปริมาณ
ประชาชนอำเภอวงั สะพุง ทั้ง 10 ตำบล ๆ ละ 2 คน รวมทั้งสน้ิ จำนวน 20 คน
เชิงคุณภาพ
ประชาชน อำเภอวังสะพุงท่ีเข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันภัยคุกคามในยุคไซ
เบอรแ์ ละสามารถนำไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
6. วิธดี ำเนนิ การ
กจิ กรรมหลกั วตั ถุประสงค์ กลมุ่ เป้าหมาย เป้าหมาย พนื้ ที่ ระยะเวลา งบประมาณ
บคุ ลากร 26 คน ดำเนนิ การ
1.ประชุม ขอมติทีป่ ระชุม 13 ม.ิ ย. -
เจ้าหนา้ ท่งี าน 1 คน กศน.อำเภอ 2565
บุคลากรผทู้ ่ี บุคลากร 20 คน วงั สะพงุ
20 คน
เกย่ี วข้อง บคุ ลากร
20 คน
2.เขียนโครงการ ขออนมุ ัตโิ ครงการ ประชาชนอำเภอวังสะ กศน.อำเภอ 17 ม.ิ ย. -
พุง วังสะพุง 2565 -
เสนอขออนมุ ัติ กศน.อำเภอ 20 ม.ิ ย.
วังสะพงุ 2565
3.แต่งตั้ง มอบหมายงาน กศน.อำเภอ 4 ก.ค.
วังสะพุง 2564
คณะทำงาน
4.จัดเตรียม จดั เตรียมเอกสารที่ใช้
สถานที่ วัสดุ ในโครงการฯ สถานที่
สื่อ และอุปกรณ์ วัสดุ อุปกรณ์ ตาม
หน้าท่ี
5.ดำเนนิ การ 1.เพอ่ื ให้ประชาชน ณ วัดศรชี มช่ืน 5 ก.ค. 6,000 บาท
ตำบลวังสะพุง 2565
ตามโครงการฯ อำเภอวังสะพุง มี
ความรู้ ความเข้าใจ
ตามกำหนดการ ในการป้องกนั ภยั ทัง้ 10 ตำบล อำเภอวังสะพุง
จงั หวัดเลย
ทีแ่ นบ คุกคามในยุคไซเบอร์ ตำบลละ 2 คน
2.เพือ่ ใหป้ ระชาชน กศน.ตำบล 8 ก.ค.
ทัง้ 10 แหง่ 2565
อำเภอวงั สะพงุ มี
ความรู้ ความเขา้ ใจ ใน
การปอ้ งกนั ภัยคุกคาม
ในยคุ ไซเบอรแ์ ละ
สามารถนำไปปรับใช้
ในชีวติ ประจำวันได้
6.ติดตาม ประเมินผลการ - ผ้นู เิ ทศติดตาม 4 คน
ประเมินผล / ดำเนินงานเม่ือแลว้ - ครู กศน.ตำบล ครู กศน.
สรุปรายงาน เสรจ็ ตำบล
7. วงเงนิ งบประมาณ
ใช้งบประมาณ แผน : พ้ืนฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตท่ี 4
ผู้รับริการการศึกษานอกระบบ กิจกรรมการศึกษานอกระบบ งบดำเนินงาน การศึกษาเพ่ือพัฒนาสังคมและ
ชุมชนรหัสงบประมาณ 20002360004002000000 แหล่งของเงิน 6511200 เพ่ือเป็นคา่ จ่ายในการจัดกิจกรรม
จำนวน 6,000 บาท (หกพนั บาทถ้วน ) ดงั รายละเอียดต่อไปนี้
1. ค่าอาหาร จำนวน 20 คน x 70 บาท x 1 ม้ือ จำนวนเงิน 1,400 บาท
2. คา่ อาหารว่างและเครื่องด่ืม จำนวน 20 คน x 25 บาท x 2 มอ้ื จำนวนเงิน 1,000 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน x 200 บาท x 6 ช่ัวโมง จำนวนเงนิ 1,200 บาท
4. ค่าวสั ดโุ ครงการ จำนวนเงิน 2,400 บาท
รวมเงินท้ังสน้ิ จำนวนเงิน 6,000 บาท
(หกพนั บาทถ้วน)
หมายเหตุ ทุกรายการถัวเฉล่ียจ่ายตามทจ่ี า่ ยจรงิ
8. แผนการใชจ้ ่ายงบประมาณ
กจิ กรรมหลัก ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส3 ไตรมาส 4
(ต.ค. –ธ.ค 2564) (ม.ค.–มี.ค.2565) (เม.ย.–ม.ิ ย.2565) (ก.ค. – ก.ย. 2565)
โครงการการจดั การศึกษาเพื่อพัฒนา
สังคมและชุมชน กิจกรรมอบรมให้ - - - 6,000
ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยคุ
ไซเบอร์
9.ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ
9.1 ครู
9.2 ครู อาสาสมคั ร ฯ
9.3 ครู กศน.ตำบล
9.4 ครู ศรช.
10. เครอื ขา่ ย
10.1 สถานตี ำรวจภธู รวงั สะพุง
10.2 วัดศรีชมช่ืน
10.3 ผู้นำชุมขน
ฯลฯ
11.โครงการ/กิจกรรมที่เก่ยี วขอ้ ง
11.1 โครงการการจดั การศกึ ษาตอ่ เนื่อง
11.2 โครงการการศึกษาตามอัธยาศัย
ฯลฯ
12. ผลลัพธ์
ผเู้ ขา้ ร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ ความเข้าใจใน เรือ่ งการปอ้ งกนั ภยั คุกคามในยุคไซเบอร์นำไปปรบั
ใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้
13. ดชั นีช้ีวดั ผลสำเร็จของโครงการ
13.1 ตัวชี้วดั ผลผลิต
รอ้ ยละ 90 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันภัยคุกคาม
ในยคุ ไซเบอร์
13.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ ความเข้าใจใน เรื่องการป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์
นำไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้
14.การตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ
14.1 แบบประเมินความพงึ พอใจ
14.2 จากการสังเกต
ผ้เู สนอโครงการ
ลงช่อื ………......……………........…
(นางดวงเดือน สุขบวั )
ครู ผ้ชู ว่ ย
ผอู้ นมุ ัติโครงการ
ลงชื่อ..............................................
(นางพชิ ามณชุ์ ลำมะนา)
ผู้อำนวยการศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอวังสะพงุ
กำหนดการ
โครงการการจดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาสังคมและชมุ ชน
กิจกรรมอบรมให้ความรู้การป้องกันภัยคุกคามในยุคไซเบอร์
วนั ท่ี 5 กรกฎาคม พ.ศ.2565
ณ วัดศรชี มชนื่ ตำบลวงั สะพุง อำเภอวังสะพุง จงั หวดั เลย
ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอวังสะพุง
************************************************************************
เวลา 08.00 น. – 08.00 น. ลงทะเบยี น/ตรวจวัดอุณหภูมิไข้
เวลา 08.00 น. - 08.30 น. พิธีเปดิ โครงการ (โดย ผอ.กศน.อำเภอวังสะพงุ )
เวลา 08.30 น. – 10.30 น. เรื่อง พ้ืนฐานการป้องกนั ภยั คกุ คามไซเบอร์
(โดยวิทยากรจากสถานตี ำรวจภธู รวังสะพงุ )
เวลา 10.30 น. - 10.45 น. พกั รับประทานอาหารวา่ งและเครื่องด่ืม
เวลา 10.45 น. - 12.00 น. เรื่อง พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบคุ คล (PDPA)
(โดยวิทยากรจากสถานีตำรวจภูธรวังสะพงุ )
เวลา 12.00 น. - 13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00 น. – 14.30 น. เรือ่ ง ความรเู้ กี่ยวกับการใช้สื่อ Social Medial
(โดยวทิ ยากรจากสถานตี ำรวจภูธรวังสะพุง)
เวลา 14.30 น. – 14.45 น. พกั รบั ประทานอาหารวา่ งและเคร่ืองด่ืม
เวลา 14.45 น.- 16.30 น. ถอดบทเรยี น
เวลา 16.30 น.- 17.00 น. แลกเปลย่ี นเรยี นร/ู้ ปัญหา/วิธกี ารแก้ไข
สรปุ ผลโครงการ
(โดยวทิ ยากรจากสถานีตำรวจภธู รวงั สะพงุ )
มอบวฒุ ิบัตร/ปดิ โครงการฯ
(โดย นางพชิ ามญชุ์ ลำมะนา ผอ.กศน.อำเภอวงั สะพุง)
หมายเหตุ : กำหนดการสามารถเปลย่ี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม
เชา้ เวลา 10.30 น. – 10.45 น. พักรบั ประทานอาหารวา่ งและเครื่องด่มื
เวลา 12.00 น. - 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เวลา 14.30 น. – 14.45 น. พักรบั ประทานอาหารวา่ งและเคร่ืองดื่ม
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
โครงการการจดั การศึกษาเพอ่ื พฒั นาสังคมและชุมชน
กิจกรรมอบรมใหค้ วามร้กู ารป้องกนั ภยั คุกคามในยคุ ไซเบอร์
วันท่ี 5 กรกฎาคม พ.ศ.2565
ณ วดั ศรีชมชืน่ ตำบลวังสะพงุ อำเภอวังสะพุง จังหวดั เลย
ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
********************************************
คำชแ้ี จง : แบบประเมนิ ความพึงพอใจน้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ศกึ ษาความคดิ เห็นของนกั ศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการ ฯ
ขอให้ตอบตรงตามความเป็นจรงิ มากทส่ี ุด และผลที่ได้จะนำมาปรับปรุง และพฒั นาการดำเนนิ งานตอ่ ไป
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไป ชาย หญิง
1. เพศ 15 - 30 ปี 31 - 40 ปี
2. ช่วงอายุ 41- 50 ปี 51- 60 ปี
60 ปีขึ้นไป
3. ระดบั การศกึ ษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
4. อาชีพ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย อื่นๆ............................................
ธรุ กจิ ส่วนตัว เกษตร
ลูกจ้าง/รบั จ้าง อ่นื ๆ..............................................
สว่ นที่ 2 : ความคดิ เห็นเก่ียวกบั การดำเนินงานโครงการ ( ขีด ชอ่ งระดบั ความพงึ พอใจ )
ระดับความพึงพอใจ
ข้อ รายการประเมินความพงึ พอใจ มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย หมายเหตุ
ทส่ี ดุ กลาง
ทสี่ ุด
ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจดา้ นเนอ้ื หา
1 เนอ้ื หาตรงตามความต้องการ
2 เน้อื หาเพียงพอต่อความต้องการ
3 เน้ือหาปัจจบุ นั ทันสมยั
4 เนอ้ื หามปี ระโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ
ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจดา้ นกระบวนการจัดกจิ กรรมการอบรม
5 การเตรยี มความพร้อมกอ่ นอบรม
6 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์
7 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา
8 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั กลมุ่ เปา้ หมาย
9 วิธีการวดั ผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกับวตั ถุประสงค์
ระดับความพึงพอใจ
ข้อ รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย หมายเหตุ
ทสี่ ุด กลาง
ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจตอ่ วิทยากร ทสี่ ุด
10 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการถา่ ยทอด
11 วทิ ยากรมเี ทคนคิ ในการถ่ายทอดใช้ส่อื เหมาะสม
12 วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซกั ถาม
ตอนที่ 4 ความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก
13 สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์และสง่ิ อำนวยความสะดวก
14 การส่อื สาร การสร้างบรรยากาศเพ่ือให้เกดิ กาเรียนรู้
15 การบรกิ าร การชว่ ยเหลอื และการแกป้ ัญหา
ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
รูปภาพกจิ กรรม
โครงการการจดั การศกึ ษาเพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชน
กิจกรรมอบรมให้ความรกู้ ารปอ้ งกนั ภัยคกุ คามในยุคไซเบอร์
วนั ท่ี 5 กรกฎาคม พ.ศ.2565
ณ วัดศรชี มชนื่ ตำบลวังสะพงุ อำเภอวงั สะพงุ จังหวัดเลย
ท่ปี รึกษา ลำมะนา คณะผ้จู ัดทำ
นางพชิ ามญชุ์ เหลาสุพะ
นายทวีวัฒน์ สุขบัว ผอ.กศน.อำเภอวงั สะพุง
นางดวงเดือน จนั ทวนั ครชู ำนาญการ
นางบัวคำ อนั ทะระ ครผู ู้ช่วย
นางลำไย ครอู าสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
คณะทำงาน วไิ ลสอน
นางศศิพมิ ล ลีกระจา่ ง ครู กศน.ตำบลวังสะพงุ
นายฐาปกรณ์ ครู ศรช.ตำบลวงั สะพงุ
รวบรวม / เรียบเรียงข้อมูล ครู กศน.ตำบลวงั สะพงุ
นางศศิพิมล วไิ ลสอน ครู ศรช.ตำบลวงั สะพงุ
นายฐาปกรณ์ ลกี ระจ่าง
ครู กศน.ตำบลวงั สะพุง
ภาพประกอบออกแบบรูปเลม่ /พมิ พ์ ครู ศรช.ตำบลวงั สะพุง
นางศศิพมิ ล วไิ ลสอน
นายฐาปกรณ์ ลีกระจ่าง