บทบาทของพระมหากษัษั ษั ต ษั ตริริ ริย์ริย์ ย์ไย์ทย จัจั จั ด จั ดทำทำทำทำโดย สมัมั มั ยมั ยรัรั รั ต รั ตนโกสิสิสินสิ ทร์ร์ ร์ ต ร์ ตอนต้ต้ ต้ นต้ น นางสาว พรนัชชา ทองสุข เลขที่33 นางสาว พัชราภา ประไพ เลขที่34 นางสาว พาขวัญ คณโฑเงิน เลขที่36 นางสาว พรนัชชา ทองสุข เลขที่33 นางสาว พัชราภา ประไพ เลขที่34 นางสาว พาขวัญ คณโฑเงิน เลขที่36 ชั้น มัธยมศึกษาปีที่3/3 โรงเรียนพพระนารายณ์ อำ เภอเมือง จังหวัดลพบุรี สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ลพบุรี ชั้น มัธยมศึกษาปีที่3/3 โรงเรียนพพระนารายณ์ อำ เภอเมือง จังหวัดลพบุรี สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ลพบุรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราช เมื่อมื่ครั้งรั้ยังยัดำ รงพระยศเป็นป็ สมเด็จด็เจ้าจ้พระยามหากษัตริย์ริศึย์ ศึกภายหลังที่ได้ทด้รงเลิกทัพกลับจากกรุงรุกัมพูชาเพราะใน กรุงรุธนบุรีเรีกิดการจลาจลเมื่อมื่ถึงกรุงรุธนบุรีบรีรรดาขุนนางน้อน้ยใหญ่ทั้ญ่ ทั้งทั้หลายก็พากันอ่อนน้อน้ม ยอมสวามิภัมิ ภักดิ์ เรียรีกร้อร้งให้แห้ก้ไขวิกวิฤติการณ์ พร้อร้มกันนั้นนั้ก็พากันอันเชิญชิ ให้พห้ระองค์เสด็จด็ขึ้นขึ้ ครองราชย์สย์มบัติบั ติเป็นป็พระเจ้าจ้แผ่นผ่ดินดิ ไทยสืบสืต่อไป เมื่อมื่วันวัที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 รัชรักาลที่ 1 แห่งห่ราชวงศ์จักจัรี ภายหลังเมื่อมื่เหตุกตุารณ์เณ์ข้าข้สู่ภสู่ าวะปกติแล้ว รัชรักาลที่ 1 ทรงเห็นห็ว่าว่ก่อนจะประกอบพิธีพิ ธี ปราบดาภิเษกเป็นป็กษัตริย์ริเย์ห็นห็ว่าว่ควรจะย้าย้ยราชธานีไนีปอยู่ฟยู่ากตะวันวัออกของแม่น้ำม่ น้ำเจ้าจ้พระยา เสียสีก่อน โดยบริเริวณที่ทรงเลือกที่จะสร้าร้งพระราชวังวันั้นนั้เคยเป็นป็สถานีกนีารค้าขายกับชาวต่าง ประเทศในแผ่นผ่ดินดิสมเด็จด็พระนารายณ์มณ์หาราช มีนมีามเดิมดิว่าว่ “บางกอก” ซึ่งซึ่ในขณะนั้นนั้เป็นป็ที่อยู่ อาศัยของชาวจีนจีเมื่อมื่ ได้ทด้รงชดเชยค่าเสียสีหายให้พห้อสมควรแล้วทรงให้ชห้าวจีนจีย้าย้ยไปอยู่ตำยู่ ตำบลสำ เพ็งพ็แล้วโปรดเกล้าฯให้สห้ร้าร้งรั้วรั้ไม้แม้ทนกำ แพงขึ้นขึ้และสร้าร้งพลับพลาไม้ขึ้ม้ ขึ้นขึ้ชั่วชั่คราว หลังจากนั้นนั้ ในเดือดืนมิถุมินถุายน พ.ศ.2325 ขณะที่พระองค์ทรงมีพมีระชนมายุได้ 45 พรรษา ได้ทด้รงประกอบพิธีพิ ธี ปราบดาภิเษกขึ้นขึ้เป็นป็ ปฐมกษัตริย์ริแย์ห่งห่ราชวงศ์จักจัรี ทรงพระนามว่าว่ “พระบาทสมเด็จด็พระบรม ราชาธิรธิาชรามาธิบธิดีฯดี” แต่ในสมัยมั ปัจจุบันบัผู้คผู้ นนิยนิมเรียรีกพระนามว่าว่ “พระบาทสมเด็จด็พระพุทธ ยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราช” และทรงสถาปนาตำ แหน่งน่วังวัหน้าน้ (กรมพระราชวังวับวรสถานมงคล) และตำ แหน่งน่วังวัหลัง (กรมพระราชวังวับวรสถานพิมุพิมุข) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราช ทรงได้รัด้บรัอัญเชิญชิขึ้นขึ้ครองราชย์ใย์นวันวัที่ 6เมษายน พ.ศ.2325 แต่ในขณะนั้นนั้ยังยัไม่ไม่ด้สด้ร้าร้งพระราชวังวัใหม่ จึงจึทรงประทับในพระราชวังวัเดิมดิ ไปก่อน ต่อมาเมื่อมื่ก่อสร้าร้งพระบรมมหาราชวังวัและราชธานีแนีห่งห่ ใหม่ทม่างฝั่งตะวันวัออกของแม่น้ำม่ น้ำ เจ้าจ้พระยาเสร็จร็ในปี พ.ศ.2328 ก็โปรดฯให้มีห้กมีารสมโภชน์พน์ระนครและกระทำ พิธีพิปธีราบดาภิเษกขึ้นขึ้ เป็นป็พระมหากษัตริย์ริอีย์ อีกครั้งรั้และพระราชทานนามพระนครใหม่นี้ม่ว่ นี้ าว่ “กรุงรุเทพมหานครฯ หรือรื ปัจจุบันบันิยนิมเรียรีกว่าว่ “กรุงรุรัตรันโกสินสิทร์”ร์นั่นนั่เอง(ครั้นรั้ ในสมัยมัแผ่นผ่ดินดิพระบาทสมเด็จด็ พระจอมเกล้าเจ้าจ้อยู่หัยู่วหั ในบริเริวณพระบรมมหาราชวังวั ได้สด้ร้าร้งวัดวัพระแก้ว เป็นป็วัดวัที่ใช้ปช้ระกอบ พระราชพิธีพิทธีางศาสนา เป็นป็วัดวัที่ไม่มีม่พมีระสงฆ์จำฆ์จำพรรษาอยู่แยู่ละเมื่อมื่สร้าร้งพระนครเสร็จร็สมบูรณ์ไณ์ด้ มีกมีารอัญเชิญชิพระแก้วมรกตมาประดิษดิฐานที่วัดวันี้ และได้พด้ระราชทานนามให้ให้หม่ว่ม่าว่พระพุทธมหา มณีรัณีตรันปฏิมากร เพื่อพื่ ให้สห้อดคล้องกับนามของพระนครใหม่ การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
รัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
หลังจากการฉลองวัดวัพระแก้วแล้ว ก็ประชวรทรงพระโสภะอยู่ 3 ปี[7] พระอาการทรุดรุลงไป เรื่อรื่ย ๆ จนกระทั่งทั่เสด็จด็สวรรคตเมื่อมื่วันวัที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2352 ณ พระที่นั่งนั่ไพศาลทักษิณ รวมพระชนมพรรษาได้ 73 พรรษา เสด็จด็อยู่ใยู่นราชสมบัติบั ติ27 ปี พระบรมศพถูกถูเชิญชิลงสู่พสู่ ระ ลองเงินประกอบด้วด้ยพระโกศทองใหญ่แล้วเชิญชิ ไปประดิษดิฐานไว้ ณ พระที่นั่งนั่ดุสิดุตสิมหา ปราสาท ภายใต้พระมหาเศวตฉัตร ตั้งตั้เครื่อรื่งสูงสูและเครื่อรื่งราชูปโภคเฉลิมพระเกียรติยศ ตามโบราณราชประเพณี พระสงฆ์สฆ์วดพระอภิธรรม โคมกลองชนะตามเวลา ดังดัเช่นช่งาน พระบรมศพพระเจ้าจ้แผ่นผ่ดินดิสมัยมักรุงรุศรีอรียุธยาทุกทุประการ จนกระทั่งทั่พ.ศ. 2354 พระ เมรุมรุาศซึ่งซึ่สร้าร้งตามแบบพระเมรุมรุาศสำ หรับรัพระเจ้าจ้แผ่นผ่ดินดิสมัยมักรุงรุศรีอรียุธยาได้สด้ร้าร้ง แล้วเสร็จร็จึงจึเชิญชิพระบรมโกศจากพระที่นั่งนั่ดุสิดุตสิมหาปราสาทขึ้นขึ้ ประดิษดิฐาน ณ พระเมรุมรุาศ แล้วจักจั ให้มีห้กมีารสมโภชพระบรมศพเป็นป็เวลา 7 วันวั 7 คืน จึงจึถวายพระเพลิงพระบรมศพ หลัง จากนั้นนั้มีกมีารสมโภชพระบรมอัฐิแฐิละบำ เพ็ญพ็พระราชกุศกุล เมื่อมื่แล้วเสร็จร็จึงจึเชิญชิพระบรมอัฐิ ประดิษดิฐาน ณ หอพระธาตุมตุณเฑียร ภายในพระบรมมหาราชวังวัส่วส่นพระบรมราชสรีรรีางคาร เชิญชิ ไปลอยบริเริวณหน้าน้วัดวั ปทุมทุคงคาราชวรวิหวิาร พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จด็พระปรโมรุรรุาชามหาจักจัรีบรีรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลก (20 มีนมีาคม พ.ศ. 2279 — 7 กันยายน พ.ศ. 2352) เป็นป็พระมหากษัตริย์ริ ไย์ทย รัชรักาลที่ 1 ใน ราชวงศ์จักจัรี และทรงเป็นป็พระมหากษัตริย์ริรัย์ชรักาลที่ 45 ตาม ประวัติวั ติศาสตร์ไร์ทย เสด็จด็พระราชสมภพเมื่อมื่วันวั พุธ เดือดืน 4 แรม 5 ค่ำ ปีมปีะโรงอัฐศก เวลา 3 ยาม ตรงกับวันวัที่ 20 มีนมีาคม พ.ศ. 2279 (นับนั แบบปัจจุบันบัพ.ศ. 2280) ปราบดาภิเษกเป็นป็ ปฐมกษัตริย์ริแย์ห่งห่กรุงรุรัตรันโกสินสิทร์ เมื่อมื่วันวัที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ขณะมีพมีระชนมายุได้ 45 พรรษา และทรงย้าย้ยราชธานีจนีาก ฝั่งธนบุรี มาอยู่ ฝั่งพระนคร และโปรดเกล้าฯ ให้สห้ร้าร้ง พระบรมมหาราชวังวัเป็นป็ที่ประทับ นอกจากนี้ พระบาท สมเด็จด็พระพุทธยอดฟ้าฟ้จุฬาโลกมหาราช ได้ทด้รงรับรัการยกย่อย่งเป็นป็ 1 ใน 8 สมเด็จด็พระบูรพ มหากษัตริย์ริผู้ย์ยิ่ผู้ งยิ่ใหญ่ใญ่นประเทศไทย พระองค์ทรงได้รัด้บรัพระราชสมัญมัญานามว่าว่เป็นป็มหาราช เพราะทรงได้รัด้บรัชัยชัชนะจากสงครามเก้าทัพ
ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรีและกรุงรัตนโกสินทร์ให้เป็นราชธานีแห่ง ใหม่ โดยทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โปรดเกล้า ฯ ให้ชำ ระกฎหมายให้ถูกต้องยุติธรรม เรียกว่า “กฎหมาย ตราสามดวง” เพราะประทับตราสำ คัญ 3 ดวง ได้แก่ ตราราชสีห์ของ สมุหนายตราคชสีห์ของสมุหพระกลาโหม และตราบัวแก้วของกรมท่า ทรงให้ขุดคลองรอบกรุง เช่น คลองบางลำ พูทางตะวันออก คลองโอ่ง อ่างทางใต้ ทำ ให้กรุงรัตนโกสินทร์เป็นเหมือนเกาะที่มีแม่น้ำ ล้อมรอบเห มือกับกรุง ศรีอยุธยา รวมทั้งสร้างกำ แพงพระนครและป้อมปราการไว้ โดยรอบปัจจุบันคงเหลือเพียงป้อมพระสุเมรุและป้อมปราการไว้โดย รอบ ปัจจุบันคงเหลือเพียงป้อมพระสุเมรุ และป้อมมหากาฬที่สะพาน ผ่านฟ้าลีลาศ ทรงเป็นจอมทัพในการทำ สงครามกับรัฐเพื่อนบ้านสงครามครั้งสำ คัญ คือ สงครามเก้าทัพกับพม่า พระราชกรณียกิจ ด้านการเมืองการปกครอง
พระราชกรณียกิจ ด้านเศรษฐกิจ ในตอนต้นรัชกาลที่ 1 เศรษฐกิจยังไม่ดีเพราะมีการทำ สงคราม กับพม่าหลายครั้ง การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศก็ลดลง มาก แต่ในปลายรัชกาลบ้านเมืองปลอดภัยจากสงคราม ทำ ให้ ประชาชนมีเวลาประกอบอาชีพ ส่วนการค้าขายกับจีนเพิ่มมาก ขึ้น ทำ ให้เศรษฐกิจดีขึ้น มีเงินใช้จ่ายในการทำ นุบำ รุงบ้านเมือง สร้างพระนคร สร้างและบูรณปฏิสังขรณ์วัด รวมทั้งสั่งซื้อและ สร้างอาวุธเพื่อใช้ป้องกันพระราชอาณาเขต ทำ ให้บ้านเมืองและ ราษฎรเกิดความมั่นคงและมั่งคั่ง หน่วยงานที่ท าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับสินค้าผูกขาด และ สินค้าต้องห้าม คือ กรมพระคลังสินค้า (ซึ่งต่อมาเรียกว่า กรมท่า) ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อกับต่างประเทศ เก็บภาษีเข้าและภาษี ออก ตรวจ ตราเรือสินค้าต่างประเทศ และเลือกซื้อสินค้าตามที่ ราชการ ต้องการ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจเรือสินค้า ก่อน เรียกว่า การ เหยียบหัวตะเภา
โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระราชวังและวัดให้มีรูปแบบเหมือนสมัยอยุธยา เพื่อ สร้างขวัญกำ ลังใจแก่ราษฎรให้เสมือนอยู่ในสมัยอยุธยาเมื่อครั้งบ้าน เมืองเจริญ รุ่งเรือง เช่น โปรดเกล้า ฯ ให้ลอกแบบพระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาทขึ้นมาใหม่ และ พระราชทานนามว่า “พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” รวมทั้งโปรดเกล้า ฯ ให้สร้าง วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วไว้ในเขตพระบรมมหาราชวังเพื่อ ใช้ในการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัย อยุธยา และทรงทำ นุบำ รุงพระพุทธศาสนา ด้วยการออกแบบกฎหมายคณะ สงฆ์เพื่อให้พระสงฆ์อยู่ในพระธรรมวินัย โปรดเกล้า ฯ ให้มีการสังคายนาพระไตร ปิฏกให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างวัดและบูรณปฏิสังขรณ์ วัดวาอารามต่าง ๆ เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) วัดสุทัศนเทพว ราราม วัดสระเกศ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดสุวรรณดารารามตลอดจนบูรณ ปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปที่ถูกทิ้งร้างตามหัวเมือง ต่าง ๆ แล้วนำ มาประดิษฐานไว้ ตามวัดวาอารามที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น อัญเชิญพระศรีศากยมุนี จากวิหารหลวง วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย มาประดิษฐานที่วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นต้น ทรง ฟื้นฟูพระราชพิธีและประเพณีสำ คัญสมัยอยุธยา เช่น จัดให้มีพระราชพิธีบรม ราชาภิเษกและพระราชพิธีสมโภชพระนคร แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของ การกอบกู้ราชธานีขึ้นมาใหม่ เป็นการสร้างขวัญกำ ลังใจให้กับราษฎรและ เป็นการรักษาพระราชพิธีโบราณ ทรงส่งเสริมงานวรรณกรรม โดยพระราช นิพนธ์วรรณคดีหลายเรื่อง เช่น รามเกียรติ์ เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง โปรด เกล้า ฯ ให้แปลหนังสือจีนเป็นภาษาไทย เช่น สามก๊ก ราชาธิราช แปลโดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ซึ่งวรรณคดีเหล่านี้ยังเป็นที่นิยมมาถึงปัจจุบัน พระราชกรณียกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรม
เป็ป็ป็ น ป็ นพระราชโอรสพระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จ พระพุพุพุทพุธยอดฟ้ฟ้ฟ้ าฟ้ าจุจุจุฬจุาโลกมหาราช และ สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระอมริริรินริ ทราบรมราชิชิชินีชินี นีนี มีมี มี พ มี พระนามเดิดิดิมดิว่ว่ว่าว่ ฉิฉิฉิมฉิ พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ ล้ าล้ านภาลัลัลัยลัทรงเข้ข้ ข้ าข้ ารัรัรับรัการ ศึศึ ศึ กศึ กษาจากวัวัวัดวัระฆัฆัฆังฆัโฆสิสิสิตสิาราม โดยฝากตัตัตัวตัเป็ป็ป็ น ป็ นศิศิศิษศิย์ย์ ย์ กั ย์ กักับกั พระวัวัวันวัรัรัรัตรั (ทองอยู่ยู่ยู่)ยู่ เมื่มื่ มื่ อมื่ อพระชนมายุยุยุไยุด้ด้ ด้ด้ ๘ พรรษา พระองค์ค์ ค์ไค์ ด้ด้ ด้ ตด้ ตามเสด็ด็ ด็ จ ด็ จพระบรมชนกนาถ (พระราชบิบิบิดบิา) ไปราชการสงครามด้ด้ ด้ วด้ วย และเมื่มื่ มื่ อมื่ อพระ ชนมายุยุยุไยุด้ด้ ด้ด้ ๑๖ ต่ต่ต่อต่มาในปีปีปีปี พ. ศ. ๒๓๔๙ พระองค์ค์ ค์ ท ค์ ทรง ได้ด้ ด้ รัด้ รัรับรัสถาปนาเลื่ลื่ ลื่ อลื่ อนยศขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ นเป็ป็ป็ น ป็ น กรมพระราชวัวัวังวับวร สถานมงคล หลัลัลังลัจากนั้นั้ นั้ น นั้ นอีอี อี กอี กเพีพี พี ย พี ยง ๒ ปีปีปีปี พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จ พระพุพุพุทพุธยอดฟ้ฟ้ฟ้ าฟ้ าจุจุจุฬจุาโลกมหาราชเสด็ด็ ด็ จ ด็ จสวรรคต จึจึ จึ งจึ ง เสด็ด็ ด็ จ ด็ จเถลิลิลิงลิถวัวัวัลวัยราชสมบับับัติบัติติเติป็ป็ป็ น ป็ นพระมหากษัษัษัตษัริริริย์ริย์ ย์ ลำ ย์ ลำลำลำดัดัดับดัที่ที่ ที่ที่ ๒ แห่ห่ห่งห่ ราชวงศ์ศ์ ศ์ จั ศ์ จัจักจัรีรี รีรี พระนามว่ว่ว่าว่พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จ พระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ ล้ าล้ านภาลัลัลัยลัเมื่มื่ มื่ อมื่ อวัวัวันวัที่ที่ ที่ที่ ๗ กักักันกัยายน พ.ศ. ๒๓๕๒ ขณะมีมี มี พ มี พระชนมายุยุยุยุ๔๒ พรรษา พระราชประวัวั วั ติ วั ติ ติติ รัชกาลที่2
พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้นภาลัลัลัยลั ทรงบริริริหริารบ้บ้บ้าบ้นเมืมื มื อมื องโดยให้ห้ห้เห้จ้จ้จ้าจ้นายรัรัรับรัหน้น้น้าน้ที่ที่ ที่ใที่ นการ บริริริหริารงานราชการในกรมกองต่ต่ต่าต่ งๆ เท่ท่ท่าท่ กักักับกัเป็ป็ป็ น ป็ นการให้ห้ห้เห้สนาบดีดี ดีดี ได้ด้ด้มีด้มี มี กมี การปรึรึรึกรึษาข้ข้ข้อข้ราชการก่ก่ก่อก่นจะนำนำนำนำความขึ้ขึ้ ขึ้ น ขึ้ นกราบบับับังบัคมทูทูทูลทูทั้ทั้ ทั้ ง ทั้ ง ยัยัยังยัโปรดเกล้ล้ล้าล้ฯ ให้ห้ห้ผ่ห้ผ่ผ่อผ่นผัผัผันผัการเข้ข้ข้าข้รัรัรับรัราชการของพลเมืมื มื อมื องชาย เหลืลื ลื อลื อเพีพี พี ย พี ยงปีปีปี ลปี ละ ๓ เดืดื ดื อดื อน (เข้ข้ข้าข้รัรัรับรัราชการ ๑ เดืดื ดื อดื อน แล้ล้ล้วล้ไปพัพัพักพั ประกอบอาชีชี ชี พ ชี พส่ส่ส่วส่นตัตัตัวตัอีอี อี กอี ก ๓ เดืดื ดื อดื อน สลัลัลับลักักักันกัไป) นอกจากนี้นี้ นี้ ยั นี้ ยัยังยั ทรงรวบรวมพลเมืมื มื อมื องให้ห้ห้เห้ป็ป็ป็ น ป็ นปึปึปึกปึแผ่ผ่ผ่นผ่มีมี มี หมี หน่น่น่วน่ยราชการสัสัสังสักักักัดกัแน่น่น่น่ อน โดยพระราชทานโอกาสให้ห้ห้ปห้ ระชาชนสามารถเลืลื ลื อลื อกหน่น่น่วน่ย ราชการที่ที่ ที่ สัที่ สัสังสักักักัดกัได้ด้ด้พด้ระองค์ค์ ค์ไค์ ด้ด้ด้ทด้รงส่ส่ส่งส่เสริริริมริข้ข้ข้าข้ราชการที่ที่ ที่ มี ที่ มี มี คมี ความรู้รู้รู้รู้ ความสามารถให้ห้ห้มีห้มี มีโมีอกาสปฏิฏิฏิบัฏิบับัติบัติติหติน้น้น้าน้ที่ที่ ที่ ตที่ ตนถนันันัดนัและด้ด้ด้วด้ยความที่ที่ ที่ที่ พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้นภาลัลัลัยลัมีมี มี พ มี พระราชประสงค์ค์ ค์ค์ให้ห้ห้ห้ พลเรืรื รื อรื อนของพระองค์ค์ ค์ เ ค์ เป็ป็ป็ น ป็ นคนดีดี ดีดีจึจึจึงจึได้ด้ด้ทด้รงออกพระราชบับับัญบัญัญัญัติญัติติติ เรื่รื่ รื่ อรื่ อง ห้ห้ห้าห้มเลี้ลี้ ลี้ ย ลี้ ยงไก่ก่ก่ก่นก ปลากักักัดกั ไว้ว้ว้ชว้น กักักัดกัหรืรื รื อรื อทำทำทำทำการอื่อื่ อื่ น อื่ นๆ เพื่พื่ พื่ อพื่ อ การพนันันันัและออกพระราชกำกำกำกำหนดห้ห้ห้าห้มสูสูสูบสูฝิ่ฝิ่ฝิ่ น ฝิ่ น ขายฝิ่ฝิ่ฝิ่ น ฝิ่ น ซื้ซื้ ซื้ อซื้ อฝิ่ฝิ่ฝิ่ น ฝิ่ น พร้ร้ร้อร้มทรงกำกำกำกำหนดบทลงโทษสำสำสำสำหรัรัรับรัผู้ผู้ผู้ฝ่ผู้ฝ่าฝืน ทำ ให้ประเทศไทยไม่ฝ่าฝืน ทำ ให้ประเทศไทยไม่ เกิกิกิดกิสงครามฝิ่ฝิ่ฝิ่ น ฝิ่ นแบบต่ต่ต่าต่ งชาติติติติ พระราชกรณียกิจ รัชกาลที่2 ด้านการเมืองการปกครอง
พระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้นภาลัลัลัยลัทรง ประกอบพระราชกรณีณีณียณีกิกิกิจกิด้ด้ด้าด้นเศรษฐกิกิกิจกิ ที่ที่ ที่ สำที่ สำสำสำคัคัคัญคัคืคืคือคื การรวบรวมรายได้ด้ด้จด้าการค้ค้ค้าค้กักักับกัต่ต่ต่าต่ งประเทศ ซึ่ซึ่ ซึ่ งซึ่ งในสมัมัมัยมันี้นี้ นี้ไนี้ด้ด้ด้มีด้มีมีกมีาร เรีรีรียรีกเก็ก็ ก็ บ ก็ บภาษีษีษีอษีากรแบบใหม่ม่ม่คืม่คืคือคื การเดิดิดินดิ สวนและการเดิดิดินดินา การ เดิดิดินดิ สวนเป็ป็ป็ น ป็ นการแต่ต่ต่งต่ตั้ตั้ ตั้ ง ตั้ งเจ้จ้จ้าจ้พนันันักนังานไปสำสำสำสำรวจพื้พื้ พื้ น พื้ นที่ที่ ที่ เ ที่ เพาะปลูลูลูกลูของ ราษฎร เพื่พื่ พื่ อพื่ อคิคิคิดคิอัอัอัตอัราเสีสีสียสีภาษีษีษีอษีากรที่ที่ ที่ ถูที่ ถูถูกถูต้ต้ต้อต้ง ทำทำทำทำให้ห้ห้เห้กิกิกิดกิความยุยุยุติยุติติธติรรม แก่ก่ก่เก่ จ้จ้จ้าจ้ของสวน ส่ส่ส่วส่นการเดิดิดินดินาคล้ล้ล้าล้ยกักักับกัการเดิดิดินดิ สวน แต่ต่ต่ใต่ ห้ห้ห้เห้ก็ก็ ก็ บ ก็ บ หางข้ข้ข้าข้วแทนแทนการเก็ก็ ก็ บ ก็ บภาษีษีษีอษีากรเลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้นภาลัลัลัยลั อัอัอันอัเนื่นื่ นื่ อนื่ องมาจากพระบาทสมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระพุพุพุทพุธ เลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้นภาลัลัลัยลั ทรงกระทำทำทำทำสัสัสัมสัพัพัพันพัธไมตรีรีรีกัรีกักับกันานาประเทศ ทำทำทำทำให้ห้ห้ตห้ลาดการค้ค้ค้าค้ของ ไทยในรัรัรัชรัสมัมัมัยมัของพระองค์ค์ ค์ ก ค์ กว้ว้ว้าว้งขวางกว่ว่าในสมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ว่าในสมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ ส่ส่ส่วส่นใหญ่ญ่ญ่เญ่ ป็ป็ป็ น ป็ นการค้ค้ค้าค้ขายกักักับกั ประเทศจีจีจีนจี ทำทำทำทำให้ห้ห้ให้นรัรัรัชรักาลของ พระองค์ค์ ค์ มี ค์ มีมีเมีครื่รื่ รื่ อรื่ องถ้ถ้ถ้วถ้ยชามเบญจรงค์ค์ ค์ค์ และมีมีมีเมีครื่รื่ รื่ อรื่ องลายครามต่ต่ต่าต่ งๆ เป็ป็ป็ น ป็ น จำจำจำจำนวนมาก พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านนภาลัย พระราชกรณียกิจ รัชกาลที่2 ด้านการเมืองการปกครอง สมัยนี้เป็นสมัยที่เครื่องถ้วยเฟื่องฟูที่สุด ทั้งเบญจรงค์และลายน้ำ ทอง เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรม ราชินี ทรงสนพระทัยในเครื่องถ้วยได้ทรงคิดรูปแบบและลวดลายด้วยพระองค์ เอง แล้วส่งไปผลิตในประเทศจีน พร้อมช่างศิลป์ไทย เครื่องเบญจรงค์
พระบาทสมเด็ด็ด็จด็พระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้นภาลัลัลัยลัทรงให้ห้ห้คห้วาม สำสำสำสำคัคัคัญคัต่ต่ต่อต่ การฟื้ฟื้ฟื้ น ฟื้ นฟูฟูฟูพฟูระพุพุพุทพุธศาสนามาก ในรัรัรัชรัสมัมัมัยมัของพระองค์ค์ค์ค์ มีมีมีกมีารส่ส่ส่งส่คณะสงฆ์ฆ์ฆ์ไฆ์ปยัยัยังยัศรีรีรีลัรีลัลังลักา และพระองค์ค์ค์ทค์รงโปรดเกล้ล้ล้าล้ฯ ให้ห้ห้มีห้มีมีกมีาร ปฏิฏิฏิสัฏิสัสังสัขรณ์ณ์ณ์วัณ์วัวัดวัต่ต่ต่าต่ งๆ ได้ด้ด้แด้ ก่ก่ก่ก่ วัวัวัดวัแจ้จ้จ้งจ้และพระราชทานนามใหม่ม่ม่ว่ม่ว่ว่าว่ วัวัวัดวัอรุรุรุณรุ ราชวราราม เป็ป็ป็นป็วัวัวัดวัประจำจำจำจำรัรัรัชรักาล และโปรดเกล้ล้ล้าล้ฯ ให้ห้ห้ปห้ ฏิฏิฏิสัฏิสัสังสัขรณ์ณ์ณ์วัณ์วัวัดวัอีอีอีกอี คืคืคือคืวัวัวัดวั ท้ท้ท้าท้ยตลาด และพระราชทานนามใหม่ม่ม่ว่ม่ว่ว่าว่ วัวัวัดวัพุพุพุทพุไธสวรรค์ค์ค์ค์ รวมทั้ทั้ ทั้ ง ทั้ งทรงจำจำจำจำหลัลัลักลับานประตูตูตูพตูระวิวิวิหวิารศรีรีรีศรีาสกยมุมุมุนีมุนีนีที่นีที่ ที่ วัที่ วัวัดวัสุสุสุทัสุทัทัศทัน์น์น์ฯน์ อีอีอีกอีทั้ทั้ ทั้ ง ทั้ งยัยัยังยัทรงปฏิฏิฏิสัฏิสัสังสัขรณ์ณ์ณ์วัณ์วัวัดวัหงส์ส์ส์รัส์รัรัตรันาราม วัวัวัดวัหนันันังนัวัวัวัดวับวรมงคล วัวัวัดวัราชาธิธิธิวธิาส วัวัวัดวัราชบูบูบูรบูณะ และวัวัวัดวัโมลีลีลีโลีลยาราม นอกจากนี้นี้ นี้ พ นี้ พระองค์ค์ค์ยัค์ยัยังยัทรงปั้ปั้ปั้ น ปั้ นหุ่หุ่หุ่นหุ่ พระพัพัพักพัตา พระพุพุพุทพุธธรณิณิณิศณิราชโลกนาถดิดิดิลดิ ก พระประธานในวัวัวัดวัอรุรุรุณรุฯ และทรงปั้ปั้ปั้ น ปั้ นหุ่หุ่หุ่นหุ่ พระ พัพัพักพัตร์ร์ร์พร์ระปฏิฏิฏิมฏิา พระประธานในวัวัวัดวัราชสิสิสิทสิธาราม นอกจากนี้นี้ นี้ พ นี้ พระองค์ค์ค์ยัค์ยัยังยัทรง โปรดเกล้ล้ล้าล้ฯ ให้ห้ห้มีห้มีมีกมีารแก้ก้ก้ไก้ขปรัรัรับรั ปรุรุรุงรุการสอนพระปริริริยัริยัยัติยัติติธติรรม และโปรดเกล้ล้ล้าล้ฯ ให้ห้ห้มีห้มีมีกมีารแปลบทสวดมนต์ต์ต์จต์ากภาษาบาลีลีลีเลีป็ป็ป็นป็ภาษาไทย รวมถึถึถึงถึซ่ซ่ซ่อซ่มแซมพระ ไตรปิปิปิฎปิ กฉบับับับัที่ที่ ที่ ขที่ ขาดหายไป นอกจากนี้นี้ นี้ แ นี้ แล้ล้ล้วล้พระบาทสมเด็ด็ด็จด็พระพุพุพุทพุธเลิลิลิศลิหล้ล้ล้าล้ นภาลัลัลัยลัโปรดเกล้ล้ล้าล้ฯ ให้ห้ห้มีห้มีมีกมีารรื้รื้ รื้ อรื้ อฟื้ฟื้ฟื้ น ฟื้ นพระราชต่ต่างๆ ได้แก่ พระราชพิธีวิสาขบูชา ที่ต่างๆ ได้แก่ พระราชพิธีวิสาขบูชา ที่ เคยทำทำทำทำในสมัมัมัยมัสุสุสุโสุขทัทัทัยทัให้ห้ห้กห้ ลัลัลับลัมามีมีมีคมีวามสำสำสำสำคัคัคัญคัอีอีอีกอีพระราชพิพิพิธีพิธีธีลธีงสรงและพระราช พิพิพิธีพิธีธีอธีาพาธพิพิพินพิาศ เมื่มื่ มื่ อมื่ อเกิกิกิดกิอหิหิหิวหิาตกโลกระบาด พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านนภาลัย พระราชกรณียกิจ รัชกาลที่2 ด้านสังคมและวัฒนธรรม หุ่หุ่หุ่นหุ่ พระพัพัพักพัตร์ร์ร์พร์ระพุพุพุทพุธธรณิณิณิศณิราชโลกนาถดิดิดิลดิ ก พระประธานในพระอุอุอุโอุบสถวัวัวัดวัอรุรุรุณรุราชวรารามราช วรมหาวิวิวิหวิาร เขตบางกอกใหญ่ญ่ญ่ญ่ กรุรุรุงรุเทพมหานคร เป็ป็ป็นป็ พระพุพุพุทพุธรูรูรูปรูปางมารวิวิวิชัวิชัชัยชั
พระราชประวัติ รัชรักาลที่3ที่ พระบาทสมเด็จด็พระนั่งนั่เกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัยู่ วหัทรงเป็นป็พระมหากษัตษัริย์ริย์ ไทยองค์ที่ค์ ที่ 3 แห่งห่ราชวงศ์จัศ์กจัรี เป็นป็พระราชโอรสในพระบาท สมเด็จด็พระพุทธเลิศลิหล้าล้นภาลัยลัและสมเด็จด็พระศรีสุรีรสุาลัยลั ( เจ้าจ้ จอมมารดาเรียรีม )ประสูติสูติณ วันวัจันจัทร์ เดือดืน 4 แรม 10 คํ่า คํ่ ปีมปีะแม ตรงกับกัวันวัที่ 31 มีนมีาคม พุทธศักศัราช 2330 มีพมีระนามเดิมดิว่าว่ "พระองค์ชค์ายทับทั " พ.ศ. 2365 พระองค์ชค์ายทับทั ได้รัด้บรัสถาปนาเป็นป็ กรมหมื่น มื่ เจษฎาบดินดิทร์กํร์ากํกับกัราชการกรมท่าท่กรมพระคลังลัมหา สมบัติบั ติกรมพระตําตํรวจว่าว่การฎีกฎีา นอกจากนี้ยั นี้ งยั ได้ทด้รงรับรัพระกรุณรุาให้แห้ต่งต่สําสํเภาหลวงออกไป ค้าค้ขาย ณ เมือมืงจีนจีพระองค์ทค์รงได้รัด้บรัพระสามัญมัญานามว่าว่ "เจ้าจ้สัวสั "ในขณะที่พ ที่ ระบาทสมเด็จด็ พระเจ้าจ้อยู่หัยู่ วหั ในรัชรัการที่ 2 ทรงพระประชวรและเสด็จด็ สวรรคต โดยมิไมิด้ตด้รัสรัมอบราชสมบัติบั ใติห้แห้ก่พก่ระ ราชโอรสองค์ใค์ด พระบรมวงศานุวนุงศ์ และบรรดาเสนาบดีผู้ดีเผู้ป็นป็ ประทานในราชการจึงจึ ปรึกรึษากันกัเห็นห็ ควรถวายราชสมบัติบัแติก่พก่ระเจ้าจ้ลูกลูยาเธอกรมหมื่น มื่ เจษฎาบดินดิทร์ อันอัที่จ ที่ ริงริแล้วล้ราชสมบัติบัคติวรตกแก่ เจ้าจ้ฟ้าฟ้มงกุฎกุ ( พระบาทสมเด็จด็พระจอมเกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัยู่ วหั ) เพราะเจ้าจ้ฟ้าฟ้มงกุฎกุเป็นป็ราชโอรสที่ปที่ ระสูติสูติ จากสมเด็จด็พระบรมราชินีชิในีนรัชรักาลที่ 2 โดยตรงส่วส่นกรมหมื่น มื่ เจษฎาบดินดิทร์ เป็นป็เพียพีงราชโอรสที่เ ที่ กิดกิ จากเจ้าจ้จอมเท่าท่นั้นนั้ โดยที่พ ที่ ระบาทสมเด็จด็พระนั่งนั่เกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัยู่ วหัตั้งตั้พระราชหฤทัยทั ไว้แว้ล้วล้ว่าว่เมื่อ มื่ สิ้นสิ้ รัชรักาลพระองค์แค์ล้วล้จะคืนคืราชสมบัติบั ติให้แห้ก่สก่มเด็จด็พระอนุชนุา ( เจ้าจ้ฟ้าฟ้มงกุฎกุ ) ดังดันั้นนั้พระองค์จึค์งจึไม่ทม่รง สถาปนาพระบรมราชินีชินีคงมีแมีต่เต่จ้าจ้จอมมารดา และเจ้าจ้จอมพระบาทสมเด็จด็พระนั่งนั่เกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัยู่ วหัขึ้น ขึ้ ครองราชย์ใย์นวันวัที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ขึ้น ขึ้ 7 คํ่า คํ่ เดือดืน 9 ปีวปีอกฉศก มีพมีระชนมายุไยุด้ 37 พรรษา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชกรณียณีกิจกิด้าด้นการปกครองที่สำ ที่ สำคัญคัของพระบาทสมเด็จด็พระนั่งนั่ เกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัยู่ วหัคือคืทรงโปรดเกล้าล้ฯ ให้นำห้นำกลองใบใหญ่ที่ญ่เ ที่ จ้าจ้พระยาพระ คลังลันำ มาถวายไปตั้งตั้ ไว้ที่ว้ทิ ที่ มทิดาบ กรมวังวัลั่นลั่กุญกุแจ พระราชทานนามว่าว่ “วินิวิจนิฉัยฉัเภรี”รีสำ หรับรั ให้ปห้ระชาชนที่ต้ ที่ อต้งการร้อร้งทุกทุข์ถวายฎีกฎีามาตี แล้วล้ก รมวังวัก็จก็ะไขกุญกุแจให้ เมื่อ มื่ ตีกตีลองแล้วล้ตำ รวจเวรก็จก็ะรับรัตัวตัมาสอบถาม เรื่อ รื่ งราวแล้วล้นำ ความขึ้น ขึ้ กราบบังบัคมทูลทูจากนั้นนั้จึงจึมอบหมายให้ขุห้ขุนนาง คอยดูแดูลชำ ระความ และคอยสอบถามอยู่เยู่ สมอมิใมิห้ขห้าด ทำ ให้ขุห้ขุนนางไม่ อาจหลีกลีเลี่ย ลี่ งต่อต่หน้าน้ที่ไที่ ด้ ประชาชนจึงจึได้รัด้บรัผลประโยชน์เน์ป็นป็อย่าย่งมาก การปรับรั ปรุงรุภาษีอษีากรใหม่ ยกเลิกลิภาษีฝิ่ษีนฝิ่อากรค่าค่นํ้า นํ้ และอากรรักรัษา เกาะ พระราชกรณียกิจด้านการปกครอง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชกรณียกิจ
สมัยมัรัตรันโกสินสิทร์ตร์อนต้นต้ ประเทศมหาอำ นาจ ในยุโยุรปได้มีด้กมีารเปลี่ย ลี่ นแปลงทางการเมือมืง เศรษฐกิจกิและสังสัคมไปจากแต่เต่ดิมดิมาก ชาวตะวันวัตกได้พัด้ฒพันา ระบบการเมือมืงเป็นป็การ ปกครองระบอบประชาธิปธิไตย ผ่าผ่นการปฏิวัฏิติวัอุติตอุสาหกรรม กิจกิการอุตอุสาหกรรมและ การ พาณิชณิย์เย์จริญริก้าก้วหน้าน้มาก รับรัทฤษฎีกฎีารค้าค้เสรี ของ อดัมดัสมิธมิ (Adam Smith) ซึ่ง ซึ่ ส่งส่เสริมริ ระบบการ แข่งขันขั โดยเสรี ยกเลิกลิระบบผูกผูขาด การปฏิวัฏิติวั ติอุตอุสาหกรรมยังยัผลให้วิห้ทวิยาการ ความรู้ด้รู้ าด้นเทคโนโลยี ก้าก้วหน้าน้เหนือนืกว่าว่ชาวตะวันวัออก ทั้งทั้ ในด้าด้นการ คมนาคม และอาวุธวุ ยุทยุโธปกรณ์ มีพมีลังลัอำ นาจในการ บังบัคับคั ให้ปห้ระเทศต่าต่ง ๆ ที่ด้ ที่ อด้ยกำ ลังลักว่าว่คบค้าค้สมาคม กับกัตนตามเงื่อ งื่ นไขที่ต ที่ นต้อต้งการ พระบาทสมเด็จด็พระนั่งนั่เกล้าล้เจ้าจ้อยู่หัยู่ วหัทรงได้ ชื่อ ชื่ ว่าว่ “กษัตษัริย์รินัย์กนัการค้าค้” ด้วด้ยเหตุที่ตุพ ที่ ระองค์ ทรงมีพมีระอัจอัฉริยริภาพด้าด้นการค้าค้มาก มีคมีวามเจริญริรุ่งรุ่ เรือรืง ริเริริ่มริ่ความสัมสัพันพัธ์กัธ์บกั ประเทศ ทางตะวันวัตก แต่ใต่นระยะนั้นนั้ ประเทศไทยยังยัมีกมีารปกครองระบอบ สมบูรบูณาญาสิทสิธิรธิาชย์ การค้าค้เป็นป็ระบบผูกผูขาด โครงสร้าร้งสังสัคมเป็นป็ระบบศักศัดินดิา การปกครอง ประเทศอยู่ภยู่ ายใต้ กลุ่มลุ่ ชนชั้นชั้ผู้ปผู้ กครองจำ นวนน้อน้ย พระราชกรณียกิจด้านเศรษฐกิจ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชกรณียกิจ
พระองค์ทค์รงเลื่อ ลื่ มใสในพระพุทธศาสนามาก และได้ทด้รงสร้าร้ง พระพุทรรูปรู มากมายเช่นช่พระประรานในอุโอุบสถวัดวัสุทัสุศทันเทพว รารามราชวรมหาวิหวิาร วัดวัเฉลิมลิพระเกียกีรติ วัดวั ปรินริายก และ วัดวันางนอง ทรงสร้าร้งวัดวั ใหม่ขึ้ม่น ขึ้ 3 วัดวั คือคืวัดวับวรนิเนิวศ ราชวรวิหวิาร วัดวัเทพธิดธิารามวรวิหวิารและวัดวัราชนัดนัดาราม วรวิหวิาร ทรงบูรบูณปฏิสัฏิงสัขรณ์ วัดวัเก่าก่อีกอี 35 วัดวัเช่นช่วัดวัพระ ศรีรัรีตรันศาสดาราม ซึ่ง ซึ่ สร้าร้งมาแต่รัต่ชรักาลที่ 1 วัดวัอรุณรุราชวรารามราช วรมหาวิหวิาร วัดวัราชโอรสารามราชวรวิหวิาร ทรงบูรบูณปฏิสัฏิงสัขรณ์วัณ์ดวัวา อารามหลายแห่งห่และสร้าร้งวัดวั ใหม่ คือคืวัดวัเทพธิดธิาราม วัดวัราชนัดนัดา วัดวัเฉลิมลิ พระเกียกีรติ และวัดวัพระเชตุพตุนฯลฯได้ตั้ด้งตั้ โรงเรียรีนหลวง (วัดวัพระเชตุพตุน) ขึ้น ขึ้ เป็นป็ ครั้งรั้แรก เพื่อ พื่ สอนหนังนัสือสืไทยแก่เก่ด็กด็ ในสมัยมันี้ และได้ถืด้อถืกำ เนิดนินิกนิายธรรมยุติยุติ ขึ้น ขึ้ โดยพระวชิรชิญาณเถระ (เจ้าจ้ฟ้าฟ้มงกุฏกุ ) พระราชกรณียกิจด้านการสังคมและวัฒนธรรม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชกรณียกิจ