คูม่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษ์ฟืน้ ฟูแหลง่ น้ํา การออกแบบรายละเอียด
กรมทรพั ยากรน้าํ
max = wdS
bend = Kbmax
Kb = 2.36e-0.082(Rc/B)
เมือ่ max = Maximum Shear Stress ของลาํ นํา้ , lb/ft2
bend = Maximum Shear Stress ของลาํ นํา้ ที่โคง้ , lb/ft2
Kb = คา่ ปรับเพิม่ ของ Shear Stress ท่โี คง้ น้ํา
w = นํ้าหนกั น้ํา = 62.4 lb/ft3
d = ความลกึ ของนา้ํ , ฟตุ
B = ความกวา้ งของท้องนํา้ , ฟุต
S = ความลาดชนั เฉล่ียของทอ้ งนํ้าหรือ Energy Slope
Rc = รัศมีของโคง้ น้ํา, ฟตุ
◊ รปู แบบของโครงสร้างท่ใี ช้ในการฟื้นฟูลําน้ําต้องมีความสอดคล้องกับความยั่งยืนของระบบ
นิเวศท่ีมีอยูใ่ นสภาพปัจจุบัน
◊ เมื่อการฟ้ืนฟูลําน้ําดําเนินการแล้วเสร็จ ต้องก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ
(Biologically Diverse System)
◊ เนน้ ใชโ้ ครงสร้างทอ่ี าจจะตอ้ งใช้เวลาให้พืชค่อยๆเจริญเติบโตแล้วทําให้ลาดตลิ่งของลํานํ้ามี
ความม่ันคง เกิดร่มเงาลดอุณหภูมิของนํ้า ใบให้พลังงาน อาหารและท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ ลดความเร็วของ
กระแสนาํ้ ท่ีก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายในฤดูน้าํ หลากและเพิม่ สารอาหารในดิน
◊ ออกแบบเสรมิ ความแข็งแรงของลาดตลิ่ง(Design Revetments)ของลํานํ้าท่ีฟืน้ ฟู
กลุม่ การวิจยั และพัฒนาแหลง่ นา้ํ ภาควิชาวิศวกรรมทรพั ยากรนา้ํ 3-131 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟืน้ ฟแู หลง่ น้ํา การออกแบบรายละเอยี ด
กรมทรพั ยากรน้ํา
◊ สามารถลดปรมิ าณตะกอน เปน็ แหลง่ ที่อยูอ่ าศัยของสัตว์นํ้าได้ลาดตลิ่งและท้องน้ําที่มีความ
มั่นคงแขง็ แรง
◊ สามารถลดความเรว็ ของกระแสนาํ้ ในฤดกู าลนา้ํ หลากได้
◊ สามารถเกบ็ กักน้าํ เพ่อื เป็นแหลง่ นํ้าต้นทุนของชมุ ชน สตั ว์และพืชในฤดแู ลง้ ได้
◊ การวเิ คราะห์ทางด้านชลศาสตรข์ องลํานาํ้ ปัจจุบันและท่อี อกแบบอยา่ งสมบรู ณ์
◊ ประสานการออกแบบฟื้นฟูลําน้ําธรรมชาติให้สอดคล้องกับระบบนิเวศและผลกระทบด้าน
สงิ่ แวดล้อมท่ีอาจเกดิ ข้ึน
● เม่ือจําเป็นต้องปรับเปล่ียนแนวลําน้ําก็ดําเนินการอย่างจํากัด(Limitations on Stream
Relocations)
6) ข้ันตอนการวเิ คราะหข์ อ้ มูลเพ่ือการออกแบบ ประกอบด้วยข้นั ตอนดงั น้ี
(1) คาํ นวณหาคา่ ความคดเคี้ยว(Sinuosity)
กลุ่มการวิจัยและพฒั นาแหลง่ น้ํา ภาควิชาวศิ วกรรมทรัพยากรน้าํ 3-132 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มือการสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษ์ฟ้ืนฟูแหล่งนา้ํ การออกแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรนํา้
(2) วดั รัศมีของความคดเค้ียว(Meandering reach) หาค่ารศั มีเฉลี่ย สูงสุดและต่ําสุด
(3) วดั รัศมีของมมุ โคง้ (Arc Angle) หาค่ารศั มเี ฉลีย่ สงู สุดและตา่ํ สดุ
กลมุ่ การวิจยั และพฒั นาแหลง่ นํ้า ภาควิชาวศิ วกรรมทรัพยากรน้าํ 3-133 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรกั ษฟ์ ้ืนฟแู หลง่ น้ํา การออกแบบรายละเอยี ด
กรมทรพั ยากรนาํ้
(4) วดั รศั มีของความยาวโคง้ (Arc Length) หาค่ารัศมีเฉลยี่ สงู สดุ และตา่ํ สดุ
(5) วดั รศั มขี องความกวา้ งของความคดเคยี้ ว(Meander Amplitude) หาค่ารศั มเี ฉลย่ี สงู สุด
และต่ําสุด
7) การออกแบบ ผู้ออกแบบต้องดําเนินการเช่นเดียวกับการออกแบบคลองดิน ให้สามารถรับ
ปริมาณน้ําหลากที่รอบปีท่ีออกแบบได้ เหมาะสมกับกายภาพของพื้นที่และขอบเขตของลําน้ํา โดยทําการ
สาํ รวจสภาพภูมปิ ระทศ สาํ รวจดนิ ทงั้ ทอ้ งน้ําและบนตลง่ิ และนําผลการทดสอบดนิ มาวิเคราะหค์ วามมนั่ คงของ
ลาดตลิง่ ตามรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้อย่างรอบคอบ เมื่อพบว่าบริเวณใดไม่มีความมั่นคง ต้องเพิ่มมาตรการ
ปอ้ งกันการกัดเซาะและการพังทลายของลาดตล่ิงด้วยมาตรการท่ีให้ค่าความปลอดภัย(Factor of Safety)ที่
เหมาะสม เช่น การรักษาตน้ ไม้ทีช่ ว่ ยยึดตล่ิง(ทําการตัดแต่งต้นไม้เพ่ือลดน้ําหนักท่ีจะทําให้โค่นล้ม) ปลูกพืช
พนั ธไ์ุ ม้ที่ช่วยยดึ ตลิ่งเพม่ิ เตมิ ออกแบบโดยการเรียงหนิ ใหญห่ รือใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหลก็ เป็นตน้
8) ตัวอย่างการออกแบบ การออกแบบเพอื่ ฟน้ื ฟลู ําน้ําธรรมชาติทีเ่ นน้ ใชโ้ ครงสรา้ งทางวิศวกรรมทมี่ ี
รูปแบบสอดคล้องกับความยั่งยืนของระบบนิเวศในปัจจุบันและก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพน้ัน
โดยทวั่ ไปมแี บบมาตรฐานเพือ่ ปอ้ งกันการกดั เซาะดินลาดตล่ิงท่ีไม่สามารถต้านทานแรงเฉือนของน้ําหลากได้
ดังนี้
กลุม่ การวจิ ยั และพัฒนาแหลง่ นาํ้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรน้าํ 3-134 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟ้นื ฟูแหลง่ นํ้า การออกแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรนํา้
กลมุ่ การวจิ ยั และพัฒนาแหล่งนา้ํ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรนํา้ 3-135 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟ้นื ฟูแหลง่ นํ้า การออกแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรนํา้
กลมุ่ การวจิ ยั และพัฒนาแหล่งนา้ํ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรนํา้ 3-136 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟ้นื ฟูแหลง่ นํ้า การออกแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรนํา้
กลมุ่ การวจิ ยั และพัฒนาแหล่งนา้ํ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรนํา้ 3-137 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
ค่มู ือการสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษฟ์ น้ื ฟแู หลง่ นํ้า การออกแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรนาํ้
9) การคํานวณหาขนาดของหินเรียง ที่บริเวณโค้งด้านนอกของลํานํ้าธรรมชาติที่คดเคี้ยวมากๆ จะ
เกิดแรงเฉอื น(Shear Stress, bend)ทีต่ ลิง่ จากการไหลของนํ้าหลากเกินกวา่ ทดี่ ินตลง่ิ เดิมจะรบั ได้ ทําใหเ้ กิดการ
กดั เซาะ(Erosion)และคา่ ความมั่นคงของลาดตล่งิ (Slope Stability)ลดลงและตล่งิ ของลํานํ้าจะพังทลายลงใน
ที่สุด การออกแบบเพื่อคํานวณหาขนาดของหินเรียงและอัตราส่วนความปลอดภัยของลาดตลิ่ง ทั้งเพื่อการ
ป้องกันหรือฟื้นฟูลาํ นา้ํ ธรรมชาติทีโ่ ค้งดา้ นนอกจงึ มคี วามจําเป็น และสามารถดําเนินการได้ดังน้ี
◊ วิเคราะหห์ าความสามารถรองรบั แรงเฉอื นของดนิ ตลง่ิ
Permissible Shear Stress ของดนิ ตลง่ิ , N/m2 (lb/ft2) = 0.047(soil-w)D50
เมือ่ 0.047 = Shield’s parameter
soil = Specific Weight of Soil, N/m3 (lb/ft3)
w = Specific Weight of Water, 9810 N/m3 (62.4 lb/ft3)
D50 = mean soil size, m (ft)
◊ ในกรณีท่ี bend ขณะท่ีเกิดน้ําหลากมีค่าสูงกว่า Permissible Shear Stress ของดินตล่ิงและ
ผูอ้ อกแบบต้องการใช้หินเรียง(Riprap)ป้องกนั การกัดเซาะตลิ่ง สามารถคํานวณหาขนาด Mean riprap size
ไดด้ ังนี้
D50 of Riprap = FS.bend/{0.047(S.Gstone -1)}
เมือ่ S.Gstone = Specific Gravity of Stone = 2.65
FS = Factor of Safety, มีคา่ เทา่ กบั 1 หรือมากกว่า
◊ การวิเคราะห์หาความหนาหินเรียงและความลึกหินเรียงตีนเข่ือน คํานวณได้เช่นเดียวกับการ
ออกแบบเขอ่ื นปอ้ งกนั ตลงิ่ ตาม ConnDOT Drainage Manual(2002)
ความยาวหนิ เรยี งกอ่ นเขา้ โค้งดา้ นนอก = 1.0 B
ความยาวหนิ เรียงหลงั ออกจากโคง้ ด้านนอก = 1.5 B
◊ การวเิ คราะห์หาค่าอัตราส่วนความปลอดภัยของลาดตล่ิง คํานวณได้เช่นเดียวกับการออกแบบ
คันดิน
กลุ่มการวิจยั และพัฒนาแหล่งนํา้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรน้ํา 3-138 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
ส่วนที่ 4
การเขียนแบบรายละเอียด
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟ้นื ฟแู หลง่ นาํ้ การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรพั ยากรนํา้
4. การเขียนแบบรายละเอยี ด
การจัดทาํ แบบเพื่อการกอ่ สรา้ ง เปน็ ข้นั ตอนตอ่ จากทีผ่ ู้ออกแบบไดพ้ จิ ารณาออกแบบรายละเอยี ดกอ่ สรา้ ง
เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งแบบร่างและรายการประกอบแบบต่างๆมาให้ผู้เขียนดําเนินการเขียนแบบให้
สมบูรณ์ โดยทําการเขียนแบบลงในแบบข้อมูลงานสํารวจภูมิประเทศเดิม ซ่ึงเป็นข้ันตอนการเขียนแบบงาน
วิศวกรรมท่ัวๆไป มีลําดับข้ันตอนการเขียนแบบและแสดงแบบ โดยแยกออกตามลักษณะของโครงการ
ดงั ต่อไปนี้
4.1 ประเภทโครงการพฒั นาแหล่งนาํ้
1) โครงการอ่างเก็บน้ํา แบบแปลนทจี่ ะต้องเขยี นแบบเพอ่ื ใช้ประกอบการกอ่ สร้างมดี งั นี้
(1) แผนท่ีท่วั ไปและสารบญั
◊ ชอ่ื โครงการ รหัสโครงการและสถานทต่ี ้ังโครงการ
◊ แผนทแี่ สดงอาณาเขตตดิ ตอ่
◊ แผนท่แี สดงท่ตี งั้ โครงการ โดยแสดงในแผนที่ 1:50,000 ของกรมแผนทที่ หาร
ระวางท่ี…………… และตําแหนง่ ท่ีตัง้ โครงการพกิ ดั ที่………………..
◊ สารบัญ บญั ชีหมายเลขแบบ
(2) ลักษณะโครงการและขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั แบบแปลน
◊ อักษรย่อและสญั ลักษณต์ า่ งๆท่ีใชใ้ นแบบแปลน
◊ ลกั ษณะโครงการอา่ งเก็บน้ํา
◊ เส้นกราฟแสดงค่าระดับ ความจแุ ละพน้ื ทผี่ ิวนา้ํ ของอา่ งเก็บนํา้
◊ ขอ้ กําหนดเก่ียวกับแบบแปลน
(3) ผลการสํารวจภมู ิประเทศ
◊ แสดงรายละเอยี ดของหมดุ อ้างอิง
◊ แผนท่ีแสดงตําแหน่งที่ตงั้ ของหมุดหลกั ฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดินและการทดสอบคณุ สมบัติดนิ
◊ แผนที่แสดงตําแหน่งและหมายเลขหลมุ เจาะสาํ รวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสํารวจชั้นดิน(Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ดิ นิ
(5) แผนท่ีแสดงแหล่งวัสดุ
◊ แผนท่แี สดงท่ีตั้งแหล่งวัสดุ
◊ สญั ลกั ษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคณุ สมบัตหิ นิ โรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวัสดอุ ื่นๆ เชน่ ดิน ทรายและลูกรัง ฯลฯ
(6) แผนผังทัว่ ไป
กลุ่มการวิจัยและพฒั นาแหลง่ นาํ้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรัพยากรนา้ํ 4-1 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
ค่มู ือการสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ ักษฟ์ นื้ ฟแู หลง่ นํ้า การเขียนแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรนํ้า
◊ ท่ตี ง้ั และลักษณะตัวเขือ่ น
◊ ท่ีตั้งและลักษณะอาคารระบายนํ้าลน้
◊ ทตี่ งั้ และลักษณะอาคารบงั คบั นา้ํ และแนวคลองส่งน้าํ
◊ สิ่งปลกู สร้างอ่นื ๆ พนื้ ทบ่ี รเิ วณโครงการและแนวกรรมสทิ ธ์ิท่ดี ิน
รายละเอยี ดในแบบประกอบดว้ ย
เส้นชน้ั ความสูง
เสน้ Base Line และหมุดอ้างอิงตา่ งๆของข้อมลู สํารวจ
เส้นแนวศนู ยก์ ลางแกนเข่อื น อาคารระบายนํา้ ล้นและอาคารบังคบั น้ํา
บรเิ วณพนื้ ทีน่ ้ําท่วม เครอื่ งหมายทศิ และบญั ชแี สดงขอ้ มลู โค้งต่างๆ
การจัดรูปแบบควรให้ทิศทางการไหลของน้ําจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่าง การกําหนด
หมายเลขแนวศูนยก์ ลางอาคารต่างๆต้องไม่ซํ้ากัน เช่น Sta. 0+000 เป็นหมายเลขแนวศูนย์กลางเข่ือน Sta.
2+000 เป็นหมายเลขแนวศนู ยก์ ลางอาคารระบายนาํ้ ลน้ เปน็ ตน้
(7) แปลนและรูปตดั ตามยาวแสดงชนั้ ดิน
◊ แปลนแสดงตาํ แหนง่ และหมายเลขหลมุ เจาะสาํ รวจดิน
◊ รูปตัดตามยาวแสดงช้ันดนิ ต่างๆหรือชนั้ หิน
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิดนิ ของชัน้ ดินหลุมเจาะ
(8) แปลนและรูปตดั ของเขือ่ นดนิ
◊ แปลนตวั เข่อื นดินแสดงเส้นช้ันความสูง ขนาดตวั เข่อื น
◊ รูปตดั ตามยาวเขื่อนดนิ แสดงระดบั สันเข่ือน แนวเสน้ เปิดหนา้ ดนิ แนวเส้นขดุ ร่องแกน
ระดับนํ้าเก็บกัก ระดบั นาํ้ สูงสุด ระดบั ดนิ เดมิ และระดับชนั้ หิน
◊ รปู ตัดท่วั ไปของเขอ่ื นดิน
(9) แปลนและรปู ตัดตามยาวของอาคารระบายน้าํ ลน้
◊ แปลนอาคารระบายน้ําลน้ แสดงเส้นชน้ั ความสงู ขนาดตวั อาคาร ระดบั ความสูงและ
รายละเอียดตา่ งๆ
◊ รปู ตดั ตามยาวของอาคารระบายน้ําลน้ แสดงตาํ แหนง่ ระดบั ตา่ งๆของอาคารและระดบั ดิน
เดมิ
◊ รปู ตัด รปู ขยาย แสดงสัดส่วนรายละเอยี ดต่างๆของโครงสร้าง
◊ ขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั วสั ดพุ ิเศษทใ่ี ช้ เชน่ Gabion Mattress และ Geotextile ฯลฯรวมท้ังวธิ ี
การติดต้ัง
(10) แปลนและรปู ตัดตามยาวของอาคารบังคับนา้ํ
◊ แปลนอาคารบังคับนา้ํ แสดงเส้นชัน้ ความสงู ขนาดตัวอาคาร ระดับความสูงและ
รายละเอยี ดต่างๆ
กลมุ่ การวิจยั และพฒั นาแหลง่ นํ้า ภาควชิ าวิศวกรรมทรัพยากรน้าํ 4-2 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มือการสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ ักษฟ์ ืน้ ฟูแหลง่ นํ้า การเขียนแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรนา้ํ
◊ รปู ตัดตามยาวของอาคารบังน้าํ แสดงตาํ แหน่งระดบั ต่างๆของอาคารและระดบั ดินเดิม
◊ รูปตัด รปู ขยาย แสดงสดั ส่วนรายละเอียดต่างๆของโครงสรา้ ง
◊ รปู ตัด รปู ขยาย ของประตูนา้ํ วา่ เป็นชนิดฝาปิดท่อหรอื ชนิดทนแรงดันตามมาตรฐาน มอก.
ทีเ่ ทา่ ใด
(11) แปลนและรปู ตดั ตามยาวของคลองส่งนํา้
ในกรณที ่มี คี ลองส่งน้าํ ดว้ ย ให้ดูรายละเอยี ดการเขียนแบบโครงการคลองสง่ นํ้า
(12) แปลนและรูปตัดถนนเขา้ โครงการ
ในกรณที มี่ ีถนนเขา้ โครงการ จะตอ้ งมีรายละเอียดของแบบแปลนดังตอ่ ไปนี้
◊ แบบแปลนแสดงตําแหนง่ หลุมเจาะ ประกอบดว้ ย
แปลนและรปู ตัด
ผลการเจาะสํารวจ
◊ แปลนและรูปตัดตามขวาง
◊ รปู ตัดตามขวางแสดงงานดนิ
◊ รูปตัดทวั่ ไปถนนเขา้ โครงการ
(13) รูปตัดแสดงงานดนิ
เพอื่ ให้คิดปริมาณงานดินไดถ้ กู ต้อง ควรเขยี นแบบในมาตราส่วนแกนต้งั และแกนนอนเป็น
มาตราสว่ นเดยี วกนั เวน้ แต่วา่ รปู ไมเ่ หมาะสมกับหน้ากระดาษ
◊ รปู ตัดแสดงงานดินของเขอื่ นดิน
◊ รปู ตัดแสดงงานดินของอาคารระบายน้าํ ลน้
◊ รูปตัดแสดงงานดินของอาคารบงั คับนาํ้
◊ รูปตัดแสดงงานดนิ ของคลองสง่ นํา้
◊ รปู ตัดแสดงงานดินของถนนเข้าโครงการ
(14) แบบมาตรฐานที่ใชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเกีย่ วกับเขือ่ นดนิ
◊ แบบมาตรฐานเกย่ี วกบั อาคารระบายนํ้าล้น
◊ แบบมาตรฐานเก่ยี วกบั อาคารบังคับน้ํา
◊ แบบมาตรฐานเกีย่ วกบั คลองสง่ นา้ํ
◊ แบบมาตรฐานเกยี่ วกบั ถนนเขา้ โครงการ ประกอบด้วย
การวางทอ่ คสล.และปอ้ งกันการกดั เซาะปากท่อ
เคร่อื งหมายควบคุมการจราจร เช่น ป้ายบังคับและป้ายเตือน รูปร่างลักษณะป้ายบังคับ
และป้ายเตอื นพรอ้ มการติดตัง้ การแสดงวิธีการปักป้ายโครงการและป้ายบอกระยะทาง
การตีเสน้ จราจร หลักกิโลเมตร หลกั ทางโค้งและเขตทาง
กล่มุ การวจิ ัยและพฒั นาแหล่งนาํ้ ภาควิชาวิศวกรรมทรพั ยากรนาํ้ 4-3 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ กั ษ์ฟ้นื ฟแู หลง่ น้ํา การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรน้าํ
2) โครงการฝายน้ําล้น/ประตูระบายน้ํา แบบแปลนที่จะต้องเขียนแบบเพื่อใช้ประกอบการ
ก่อสรา้ งมีดงั น้ี
(1) แผนทท่ี ว่ั ไปและสารบญั
◊ ชอ่ื โครงการ รหสั โครงการและสถานที่ตัง้ โครงการ
◊ แผนทีแ่ สดงอาณาเขตตดิ ต่อ
◊ แผนท่แี สดงทต่ี ั้งโครงการ โดยแสดงในแผนท่ี 1:50,000 ของกรมแผนท่ที หาร
ระวางท่ี…………… และตําแหนง่ ท่ตี ัง้ โครงการพกิ ดั ท…ี่ ……………..
◊ สารบญั บญั ชีหมายเลขแบบ
(2) ลกั ษณะโครงการและข้อกําหนดเกย่ี วกับแบบแปลน
◊ อกั ษรย่อและสญั ลักษณ์ตา่ งๆท่ใี ชใ้ นแบบแปลน
◊ ตารางแสดงแหลง่ วัสดแุ ละผลการทดสอบ
◊ ลักษณะโครงการฝายนาํ้ ลน้
◊ ขอ้ กาํ หนดเกีย่ วกับแบบแปลน
(3) ผลการสาํ รวจภูมิประเทศ
◊ แสดงรายละเอียดของหมดุ อ้างอิง
◊ แผนท่แี สดงตาํ แหนง่ ท่ตี ง้ั ของหมุดหลกั ฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสาํ รวจดินและการทดสอบคุณสมบตั ิดนิ
◊ แผนที่แสดงตาํ แหนง่ และหมายเลขหลมุ เจาะสาํ รวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสํารวจช้ันดิน(Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคณุ สมบัติดนิ
(5) แผนท่แี สดงแหล่งวัสดุ
◊ แผนที่แสดงทตี่ ้ังแหลง่ วสั ดุ
◊ สญั ลักษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั หิ ินโรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวสั ดอุ นื่ ๆ เช่น ดิน ทรายและลูกรงั ฯลฯ
(6) แผนผังทว่ั ไป
◊ ท่ีตง้ั และลักษณะตัวฝาย
◊ ท่ีต้ังและลักษณะอาคารบงั คบั นา้ํ และแนวคลองสง่ น้ํา
◊ ส่งิ ปลูกสรา้ งอนื่ ๆ พื้นที่บรเิ วณโครงการและแนวกรรมสิทธท์ิ ด่ี ิน
รายละเอียดในแบบประกอบด้วย
เสน้ ชนั้ ความสูง
เส้น Base Line และหมุดอ้างองิ ต่างๆของข้อมูลสํารวจ
กลุม่ การวจิ ยั และพัฒนาแหลง่ นาํ้ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรนาํ้ 4-4 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
ค่มู ือการสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษฟ์ ื้นฟูแหลง่ น้ํา การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรพั ยากรนํ้า
เสน้ แนวศนู ยก์ ลางแกนฝายนาํ้ ล้นและอาคารบงั คบั นา้ํ
บรเิ วณพ้นื ทีน่ ํา้ ทว่ ม เครอ่ื งหมายทิศและบญั ชแี สดงข้อมูลโค้งต่างๆ
การจัดรูปแบบควรให้ทิศทางการไหลของน้ําจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่าง การกําหนด
หมายเลขแนวศูนย์กลางอาคารต่างๆต้องไม่ซํ้ากัน เช่น Sta. 0+000 เป็นหมายเลขแนวศูนย์กลางฝายนํ้าล้น
Sta. 2+000 เปน็ หมายเลขแนวศนู ย์กลางอาคารบังคับนาํ้ เป็นต้น
(7) แปลนและรปู ตดั ตามยาวแสดงชน้ั ดนิ
◊ แปลนแสดงตําแหน่งและหมายเลขหลุมเจาะสาํ รวจดิน
◊ รปู ตัดตามยาวแสดงชนั้ ดนิ ตา่ งๆหรอื ชน้ั หิน
(8) แปลนและรปู ตดั ของฝายนา้ํ ลน้
◊ แปลนตวั ฝายน้าํ ลน้ แสดงเสน้ ชัน้ ความสงู ขนาดตัวฝายนาํ้ ล้น
◊ รูปตดั ตามยาวฝายนํ้าล้น แสดงระดับสันฝายน้ําลน้ ระดับนา้ํ เกบ็ กัก ระดับนํ้าสงู สดุ
ระดบั ดินเดิมและระดบั ช้ันหิน
◊ รูปตัด รปู ขยาย แสดงขนาด สัดสว่ นและรายละเอยี ด
(9) แปลนและรปู ตดั ตามยาวของอาคารบงั คับนํ้า
◊ แปลนอาคารบังคบั น้ํา แสดงเสน้ ชั้นความสงู ขนาดตัวอาคาร ระดบั ความสูงและ
รายละเอียดตา่ งๆ
◊ รูปตดั ตามยาวของอาคารบงั คบั นํา้ แสดงตําแหน่งระดับตา่ งๆของอาคารและระดับดินเดมิ
◊ รูปตดั รปู ขยาย แสดงสัดสว่ นรายละเอยี ดต่างๆของโครงสรา้ ง
◊ ข้อกําหนดเก่ียวกบั วัสดุพเิ ศษทใ่ี ช้ เชน่ Gabion Mattress และ Geotextile ฯลฯ รวมทงั้
วิธกี ารตดิ ตง้ั
(10) แปลนและรปู ตัดตามยาวของคลองส่งนาํ้
ในกรณีทม่ี ีคลองสง่ น้าํ ด้วย ใหด้ ูรายละเอียดการเขียนแบบโครงการคลองส่งนาํ้
(11) แปลนและรูปตัดถนนเขา้ โครงการ
ในกรณที ี่มถี นนเขา้ โครงการ จะต้องมรี ายละเอยี ดของแบบแปลนดงั ตอ่ ไปนี้
◊ แบบแปลนแสดงเสน้ ชนั้ ความสูง ส่ิงก่อสร้างบริเวณแนวทาง แนวร่องนา้ํ Data Curve ฯลฯ
◊ รูปตัดตามยาวแสดงดินเดมิ และระดบั ถนน ตาํ แหนง่ วางท่อระบายน้าํ โดยจัดทาํ เป็นตาราง
ให้ชดั เจน
(12) รปู ตัดแสดงงานดนิ
เพ่ือใหค้ ิดปริมาณงานดนิ ได้ถกู ตอ้ ง ควรเขยี นแบบในมาตราสว่ นแกนตง้ั และแกนนอนเป็น
มาตราส่วนเดยี วกัน เว้นแต่ว่ารปู ไมเ่ หมาะสมกบั หนา้ กระดาษ
◊ รปู ตัดแสดงงานดินของฝายนํ้าล้น
◊ รปู ตดั แสดงงานดินของอาคารบังคับนํ้า
กลุ่มการวจิ ยั และพฒั นาแหล่งน้าํ ภาควิชาวศิ วกรรมทรัพยากรนํา้ 4-5 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ ักษฟ์ ้ืนฟแู หล่งน้าํ การเขียนแบบรายละเอยี ด
กรมทรพั ยากรนํ้า
◊ รูปตัดแสดงงานดินของคลองส่งนาํ้
◊ รปู ตัดแสดงงานดนิ ของถนนเขา้ โครงการ
(13) แบบมาตรฐานที่ใชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเก่ยี วกบั ฝายนาํ้ ลน้
◊ แบบมาตรฐานเก่ยี วกบั อาคารบังคบั นํ้า
◊ แบบมาตรฐานเก่ียวกบั คลองสง่ นํ้า
3) โครงการระบบกระจายนํ้า(คลองส่งนํ้าหรือท่อส่งนํ้า) แบบแปลนที่จะต้องเขียนแบบเพ่ือใช้
ประกอบการก่อสรา้ งมีดังน้ี
(1) แผนท่ที วั่ ไปและสารบญั
◊ ชื่อโครงการ รหสั โครงการและสถานทตี่ ั้งโครงการ
◊ แผนทีแ่ สดงอาณาเขตติดตอ่
◊ แผนท่ีแสดงที่ต้งั โครงการ โดยแสดงในแผนท่ี 1:50,000 ของกรมแผนท่ีทหาร
ระวางที่…………… และตําแหนง่ ท่ีตั้งโครงการพิกัดท…่ี ……………..
◊ สารบัญ บญั ชหี มายเลขแบบ
(2) ลกั ษณะโครงการและขอ้ กาํ หนดเก่ียวกับแบบแปลน
◊ อกั ษรยอ่ และสญั ลักษณ์ตา่ งๆทีใ่ ชใ้ นแบบแปลน
◊ แบบและขนาดคลองส่งน้ําหรือทอ่ สง่ นา้ํ ทีใ่ ช้
◊ ลกั ษณะโครงการคลองสง่ นา้ํ หรือทอ่ สง่ นา้ํ
◊ ข้อกาํ หนดเกย่ี วกบั แบบแปลน
(3) ผลการสํารวจภมู ปิ ระเทศ
◊ แสดงรายละเอียดของหมดุ อา้ งองิ
◊ แผนทแี่ สดงตาํ แหนง่ ท่ตี ั้งของหมุดหลักฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดินและการทดสอบคุณสมบตั ดิ นิ
◊ แผนทแี่ สดงตําแหนง่ และหมายเลขหลมุ เจาะสํารวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสาํ รวจชั้นดนิ (Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบัติดิน
(5) แผนทแ่ี สดงแหล่งวัสดุ
◊ แผนทแี่ สดงที่ตั้งแหลง่ วสั ดุ
◊ สัญลักษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิหินโรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวัสดุอืน่ ๆ เชน่ ดนิ ทรายและลูกรงั ฯลฯ
(6) แผนผงั ทว่ั ไป
กลมุ่ การวจิ ยั และพฒั นาแหล่งนํา้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรน้าํ 4-6 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษฟ์ ื้นฟแู หลง่ น้าํ การเขียนแบบรายละเอยี ด
กรมทรพั ยากรนํ้า
◊ แปลนท่ัวไปทัง้ หมดของแนวคลองสง่ นํา้ หรือทอ่ สง่ นา้ํ แสดงใหเ้ หน็ แนวคลองหรอื ทอ่ พรอ้ ม
กับตําแหนง่ อาคารที่ กม.น้นั ๆ
◊ ตารางแสดงตําแหนง่ และมติ ิของอาคารประกอบคลองสง่ น้าํ หรือท่อสง่ นํา้
(7) รูปตัดตามยาวแนวท่อสง่ นํา้ แสดง Hydraulic Grade Line, H.G.L(กรณรี ะบบสง่ น้าํ ด้วยท่อ)
◊ รปู ตดั ตามยาวทงั้ หมดของแนวท่อส่งนํ้า แสดงใหเ้ ห็นระดับของ H.G.L ระดับดนิ เดิมและ
ระดับก่อสร้าง
◊ ขนาดเสน้ ผ่าศูนย์กลางของท่อจาก กม…………ถงึ กม…………เมอื่ มีการเปลยี่ นแปลงขนาดท่อ
(8) แปลนและรปู ตัดตามยาวคลองสง่ น้าํ หรือท่อสง่ นํา้
◊ แปลนแนวคลองสง่ น้ําหรอื ท่อส่งน้ํา แสดงเส้นชั้นความสงู ส่ิงก่อสรา้ ง รอ่ งน้าํ ทางเดิน
ถนนและพนื้ ท่ีเพาะปลูกท่แี นวคลองตดั ผ่าน นอกจากน้ียงั แสดงตําแหนง่ ขนาดและชนดิ
ของอาคารประกอบคลองส่งนํา้
◊ รูปตดั ตามยาวแสดงระดับดินเดมิ ระดับทอ้ งคลองสง่ นํ้าหรอื ท่อส่งนาํ้ ตาํ แหนง่ ขนาดและ
ชนิด ของอาคารประกอบคลองส่งน้าํ การจัดรูปแบบแปลนแนวคลองควรใช้มาตราสว่ น
1:1,000 และรปู ตดั ตามยาวใช้มาตรส่วนแกนตงั้ 1:100 แกนนอน 1:1,000
ทแี่ นวตาํ แหนง่ ของอาคารตา่ งๆให้ระบุรายละเอียดดังนี้(ควรเขียนในแนวดิ่งและให้อยู่เหนือ
เส้นระดับหลงั คันข้นึ ไป)
o ตาํ แหนง่ ของอาคาร
o ช่ือประเภทของอาคาร
o Head Losses(ถา้ มี)
o ปรมิ าณนาํ้ (ถ้ามี)
o หมายเลขแบบของอาคาร
บนเส้นแสดงระดับท้องคลองหรือท่อส่งนํ้า ระดับส่งน้ําสูงสุดและระดับหลังคัน ให้ใช้เส้น
ลูกศรช้บี อกคา่ ระดับท่จี ุดดังตอ่ ไปน้ี
o ท่ีจุดเรม่ิ ต้นและสิน้ สุดของคลอง
o ท่จี ุดเรมิ่ ต้นและส้นิ สดุ ของแบบแผน่ ตอ่
o ทีจ่ ดุ ตาํ แหน่งของอาคารในคลอง ซ่ึงระดับจะเปล่ียนแปลงหรือไม่ก็ตาม
o ท่ีจดุ ซงึ่ ค่าระยะ กม. ของคลองเปลี่ยนแปลงมี Equation
o ทจ่ี ุดคลองแยกตา่ งๆ
(9) แปลนรปู ตัดและรายละเอยี ดตา่ งๆของอาคารประกอบ
◊ แปลนแสดงขนาดสดั ส่วน ระดบั ความสงู และรายละเอยี ดต่างๆ
◊ รปู ตัดและรูปขยาย แสดงสดั สว่ นรายละเอยี ดต่างๆของโครงสร้าง
(10) รปู ตัดแสดงงานดิน
กลุ่มการวจิ ยั และพฒั นาแหล่งน้าํ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรพั ยากรนาํ้ 4-7 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คูม่ ือการสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรักษฟ์ ้นื ฟูแหล่งนาํ้ การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรน้ํา
เพ่ือใหค้ ิดปรมิ าณงานดนิ ไดถ้ ูกต้อง ควรเขยี นแบบในมาตราสว่ นแกนตั้งและแกนนอนเป็น
มาตราสว่ นเดียวกนั
◊ รปู ตัดแสดงงานดินของคลองหรือทอ่ สง่ นํา้
(11) แบบมาตรฐานทใี่ ชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเกย่ี วกับคลองส่งนํ้าหรอื ท่อส่งนํา้
4) โครงการระบบเครอื ข่ายนํา้ /ผนั นา้ํ แบบแปลนท่ีจะต้องเขยี นแบบเพื่อใชป้ ระกอบการก่อสร้าง
มดี งั นี้
(1) แผนทีท่ ่วั ไปและสารบญั
◊ ช่ือโครงการ รหัสโครงการและสถานที่ตัง้ โครงการ
◊ แผนทีแ่ สดงอาณาเขตติดต่อ
◊ แผนทแี่ สดงทีต่ ั้งโครงการ โดยแสดงในแผนที่ 1:50,000 ของกรมแผนท่ที หาร
ระวางท…่ี ………… และตาํ แหน่งท่ีต้งั โครงการพิกัดท…ี่ ……………..
◊ สารบัญ บญั ชหี มายเลขแบบ
(2) ลกั ษณะโครงการและขอ้ กาํ หนดเก่ยี วกบั แบบแปลน
◊ อักษรย่อและสัญลักษณ์ตา่ งๆที่ใชใ้ นแบบแปลน
◊ แบบและขนาดคลองสง่ นาํ้ หรือท่อส่งนํา้ ทใี่ ช้
◊ ลักษณะโครงการคลองสง่ นาํ้ หรือทอ่ สง่ น้าํ
◊ ขอ้ กาํ หนดเกีย่ วกบั แบบแปลน
(3) ผลการสาํ รวจภมู ปิ ระเทศ
◊ แสดงรายละเอียดของหมุดอ้างอิง
◊ แผนทีแ่ สดงตําแหนง่ ท่ตี ้ังของหมุดหลักฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดนิ และการทดสอบคณุ สมบัติดิน
◊ แผนทแ่ี สดงตําแหนง่ และหมายเลขหลมุ เจาะสํารวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสาํ รวจชน้ั ดิน(Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิดนิ
(5) แผนที่แสดงแหล่งวัสดุ
◊ แผนที่แสดงท่ตี ้ังแหล่งวสั ดุ
◊ สัญลักษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบัตหิ นิ โรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวัสดอุ น่ื ๆ เช่น ดนิ ทรายและลกู รงั ฯลฯ
(6) แผนผังทัว่ ไป
◊ แปลนทั่วไปทงั้ หมดของแนวคลองส่งน้ําหรอื ท่อสง่ นาํ้ แสดงให้เห็นแนวคลองหรือทอ่ พร้อม
กลมุ่ การวิจัยและพัฒนาแหลง่ นาํ้ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้าํ 4-8 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คูม่ อื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษฟ์ ื้นฟแู หลง่ นํ้า การเขยี นแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรน้าํ
กบั ตําแหน่งอาคารท่ี กม.นั้นๆ
◊ ตารางแสดงตาํ แหนง่ และมิติของอาคารประกอบคลองส่งน้าํ หรือทอ่ สง่ นํ้า
(7) รปู ตัดตามยาวแนวทอ่ ส่งนํ้าแสดง Hydraulic Grade Line, H.G.L(กรณีระบบสง่ นํ้าด้วยท่อ)
◊ รูปตดั ตามยาวท้ังหมดของแนวทอ่ ส่งนํา้ แสดงให้เหน็ ระดับของ H.G.L ระดับดนิ เดมิ และ
ระดบั กอ่ สร้าง
◊ ขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลางของท่อจาก กม…………ถงึ กม…………เมือ่ มีการเปลี่ยนแปลงขนาดท่อ
(8) แปลนและรปู ตัดตามยาวคลองส่งนํ้าหรอื ท่อสง่ น้ํา
◊ แปลนแนวคลองส่งนาํ้ หรอื ท่อสง่ นาํ้ แสดงเสน้ ชั้นความสูง สงิ่ กอ่ สร้าง รอ่ งน้าํ ทางเดนิ ถนน
และพ้ืนท่ีเพาะปลูกทแี่ นวคลองตัดผ่าน นอกจากน้ียังแสดงตาํ แหนง่ ขนาดและชนดิ ของ
อาคารประกอบคลองส่งนํ้า
◊ รูปตดั ตามยาวแสดงระดบั ดนิ เดิม ระดับท้องคลองส่งนาํ้ ตาํ แหน่ง ขนาดและชนิดของ
อาคารประกอบคลองส่งนํ้า การจดั รปู แบบแปลนแนวคลองควรใช้มาตราส่วน 1:1,000
และรูปตดั ตามยาวใช้มาตรส่วนแกนตง้ั 1:100 แกนนอน 1:1,000
ท่แี นวตาํ แหนง่ ของอาคารตา่ งๆใหร้ ะบุรายละเอยี ดดังน(้ี ควรเขียนในแนวด่ิงและให้อยู่เหนือ
เส้นระดับหลังคนั ขนึ้ ไป)
o ตําแหน่งของอาคาร
o ชอ่ื ประเภทของอาคาร
o Head Losses(ถ้าม)ี
o ปริมาณน้ํา(ถ้าม)ี
o หมายเลขแบบของอาคาร
บนเส้นแสดงระดับท้องคลองหรือท่อส่งนํ้า ระดับส่งนํ้าสูงสุดและระดับหลังคัน ให้ใช้เส้น
ลูกศรชบี้ อกคา่ ระดับที่จุดดังตอ่ ไปนี้
o ท่จี ดุ เร่ิมต้นและสิน้ สุดของคลอง
o ทีจ่ ุดเริม่ ตน้ และสน้ิ สดุ ของแบบแผน่ ต่อ
o ทจี่ ุดตาํ แหนง่ ของอาคารในคลอง ซง่ึ ระดับจะเปลยี่ นแปลงหรอื ไม่กต็ าม
o ทีจ่ ดุ ซง่ึ ค่าระยะ กม. ของคลองเปล่ยี นแปลงมี Equation
o ท่จี ดุ คลองแยกต่างๆ
(9) แปลนรูปตัดและรายละเอียดต่างๆของอาคารประกอบ
◊ แปลนแสดงขนาดสัดสว่ น ระดับความสงู และรายละเอียดต่างๆ
◊ รูปตดั และรูปขยาย แสดงสดั สว่ นรายละเอียดตา่ งๆของโครงสร้าง
(10) รูปตัดแสดงงานดิน
เพือ่ ให้คดิ ปริมาณงานดนิ ได้ถกู ตอ้ ง ควรเขียนแบบในมาตราสว่ นแกนต้งั และแกนนอนเปน็
กลมุ่ การวิจัยและพฒั นาแหลง่ น้าํ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรนํา้ 4-9 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มือการสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ กั ษ์ฟ้ืนฟแู หล่งน้ํา การเขยี นแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรน้ํา
มาตราส่วนเดียวกนั
◊ รปู ตดั แสดงงานดนิ ของคลองหรือท่อส่งน้าํ
(11) แบบมาตรฐานทีใ่ ชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเก่ยี วกบั คลองสง่ นํา้ หรอื ทอ่ ส่งนํา้
4.2 ประเภทโครงการอนรุ กั ษฟ์ ้ืนฟแู หลง่ นํ้า
1) โครงการอนรุ ักษ์ฟ้นื ฟแู หล่งนํา้ (หนอง บึง) แบบแปลนที่จะต้องเขยี นแบบเพอื่ ใช้ประกอบการ
ก่อสรา้ งมีดงั น้ี
(1) แผนท่ีทวั่ ไปและสารบัญ
◊ ชอ่ื โครงการ รหสั โครงการและสถานท่ีตงั้ โครงการ
◊ แผนทแี่ สดงอาณาเขตตดิ ต่อ
◊ แผนทแ่ี สดงทต่ี ง้ั โครงการ โดยแสดงในแผนท่ี 1:50,000 ของกรมแผนทที่ หาร
ระวางท…่ี ………… และตําแหนง่ ท่ีต้ังโครงการพกิ ัดท…่ี ……………..
◊ สารบัญ บญั ชีหมายเลขแบบ
(2) ลักษณะโครงการและขอ้ กําหนดเกีย่ วกบั แบบแปลน
◊ อักษรย่อและสญั ลักษณ์ตา่ งๆทใี่ ช้ในแบบแปลน
◊ ลักษณะโครงการอนุรกั ษ์ฟื้นฟูแหลง่ นาํ้
◊ ข้อกาํ หนดเกี่ยวกบั แบบแปลน
(3) ผลการสาํ รวจภูมปิ ระเทศ
◊ แสดงรายละเอยี ดของหมุดอ้างองิ
◊ แผนทีแ่ สดงตาํ แหน่งทตี่ ัง้ ของหมุดถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดนิ และการทดสอบคุณสมบตั ิดนิ
◊ แผนที่แสดงตาํ แหน่งและหมายเลขหลมุ เจาะสํารวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสาํ รวจชนั้ ดนิ (Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิดิน
(5) แผนท่แี สดงแหลง่ วสั ดุ
◊ แผนทแ่ี สดงท่ตี ั้งแหลง่ วัสดุ
◊ สญั ลักษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิหินโรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวัสดอุ ืน่ ๆ เชน่ ดนิ ทรายและลูกรงั ฯลฯ
(6) แผนผงั ท่ัวไป
◊ ที่ตัง้ และลกั ษณะองคป์ ระกอบ
กลุ่มการวจิ ัยและพฒั นาแหลง่ นํา้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรัพยากรนา้ํ 4-10 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คูม่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรกั ษฟ์ นื้ ฟแู หลง่ น้าํ การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรพั ยากรนา้ํ
◊ ท่ีตั้งและลักษณะทางรับนํ้าเข้าหนอง/บึง ทางระบายนํ้าล้นและบันไดลงหนอง/บึงและ
อาคารประกอบอ่ืนๆ
◊ ส่งิ ปลกู สร้างอน่ื ๆ พื้นทโี่ ครงการและแนวกรรมสทิ ธ์ิท่ีดินบริเวณโครงการ
◊ เสน้ ชนั้ ความสงู
◊ เส้น Base Line และหมุดอ้างองิ ต่างๆของขอ้ มูลสาํ รวจ
◊ เส้นแนวศูนย์กลางของหนอง/บึง แนวอาคารรบั นาํ้ เขา้ แนวอาคารระบายนา้ํ ล้น
◊ เครื่องหมายทศิ
การจัดรูปแบบควรให้ทิศทางการไหลของนํ้าจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่าง การกําหนด
หมายเลขแนวศนู ย์กลางอาคารต่างๆต้องไม่ซา้ํ กนั เชน่ Sta. 0+000 เปน็ หมายเลขแนวศูนยก์ ลางหนอง/บึง
Sta. 2+000 เป็นหมายเลขแนวศนู ย์กลางอาคารระบายนา้ํ ลน้ เปน็ ต้น
(7) แปลนและรปู ตัดตามยาวแสดงช้ันดิน
◊ แปลนแสดงตาํ แหน่งและหมายเลขหลมุ เจาะสาํ รวจดนิ
◊ รูปตดั ตามยาวแสดงชน้ั ดนิ ตา่ งๆ
(8) แปลนและรปู ตัดหนอง/บึงและอาคารต่างๆ
◊ แปลนและรูปตัดท่ัวไปของหนองบึง แสดงระดับดินเดิม ระดับขุดลอก ระดับน้ําเก็บกัก
ระดบั นาํ้ สงู สดุ และระดับคันดิน
◊ รูปตัดตามยาวของอาคารรบั น้ําเข้า แสดงขนาด สัดสว่ นและระดับตา่ งๆ
◊ รปู ตดั ตามแนวศูนย์กลางอาคารระบายนํา้ ลน้ แสดงขนาด สัดสว่ นและระดับต่างๆ
◊ ตารางแสดงมติ ติ ่างๆของอาคารประกอบ(กรณีใชแ้ บบมาตรฐาน)
(9) แปลน รปู ตดั และรายละเอยี ดตา่ งๆของอาคารประกอบ(กรณีไม่ใช้แบบมาตรฐาน)
◊ แปลนและรูปตัด แสดงขนาด สัดสว่ น ระดับความสูงและรายละเอียดตา่ งๆ
(10) รูปตัดแสดงงานดนิ
เพ่อื ให้คดิ ปรมิ าณงานดนิ ได้ถูกตอ้ ง ควรเขยี นแบบในมาตราสว่ นแกนตัง้ และแกนนอนเป็น
มาตราสว่ นเดยี วกนั
(11) แบบมาตรฐานทใ่ี ชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเกีย่ วกับหนอง/บงึ
2) โครงการอนุรักษ์ฟ้ืนฟูทางนํ้า(แม่นํ้า ลําคลอง) แบบแปลนท่ีจะต้องเขียนแบบเพื่อใช้
ประกอบการก่อสร้างมีดังนี้
(1) แผนที่ท่วั ไปและสารบญั
◊ ชือ่ โครงการ รหสั โครงการและสถานท่ตี ง้ั โครงการ
◊ แผนท่แี สดงอาณาเขตตดิ ตอ่
◊ แผนทแ่ี สดงที่ต้งั โครงการ โดยแสดงในแผนท่ี 1:50,000 ของกรมแผนทท่ี หาร
กลุ่มการวจิ ยั และพฒั นาแหล่งน้ํา ภาควิชาวิศวกรรมทรพั ยากรนํา้ 4-11 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คูม่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ ักษ์ฟื้นฟแู หลง่ นาํ้ การเขยี นแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรน้ํา
ระวางท่…ี ………… และตาํ แหนง่ ทีต่ ้ังโครงการพิกัดท่ี………………..
◊ สารบญั บัญชีหมายเลขแบบ
(2) ลักษณะโครงการและข้อกาํ หนดเกย่ี วกับแบบแปลน
◊ อักษรยอ่ และสัญลกั ษณ์ตา่ งๆทใี่ ช้ในแบบแปลน
◊ ลกั ษณะโครงการอนุรักษฟ์ ้นื ฟูแหลง่ นา้ํ (แมน่ ้ํา ลาํ คลอง)
◊ ขอ้ กําหนดเกี่ยวกบั แบบแปลน
(3) ผลการสาํ รวจภมู ิประเทศ
◊ แสดงรายละเอยี ดของหมุดอา้ งอิง
◊ แผนท่แี สดงตําแหนง่ ทีต่ ง้ั ของหมดุ หลกั ฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดินและการทดสอบคุณสมบตั ดิ นิ
◊ แผนทแ่ี สดงตาํ แหน่งและหมายเลขหลุมเจาะสาํ รวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสํารวจชน้ั ดิน(Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบัติดิน
(5) แผนท่แี สดงแหลง่ วัสดุ
◊ แผนที่แสดงท่ีตั้งแหล่งวัสดุ
◊ สัญลกั ษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคณุ สมบัตหิ นิ โรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวัสดอุ ืน่ ๆ เช่น ดิน ทรายและลูกรงั ฯลฯ
(6) แผนผงั ท่วั ไป
◊ ทต่ี ง้ั และลักษณะองคป์ ระกอบ
◊ ทต่ี ง้ั และลกั ษณะทางรบั น้ําเขา้ และบนั ได
◊ สิง่ ปลูกสรา้ งอน่ื ๆ พน้ื ทีโ่ ครงการและแนวกรรมสิทธท์ิ ีด่ ินบริเวณโครงการ
◊ เสน้ ชัน้ ความสูง
◊ เสน้ Base Line และหมดุ อ้างองิ ต่างๆของข้อมูลสํารวจ
◊ เส้นแนวศนู ย์กลางของแม่นา้ํ /ลาํ คลอง แนวอาคารรับนา้ํ เขา้ อาคารระบายน้ําล้น
ประตูระบายนํา้
◊ เคร่อื งหมายทิศ
การจัดรูปแบบควรให้ทิศทางการไหลของน้ําจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่าง การกําหนด
หมายเลขแนวศูนย์กลางอาคารต่างๆต้องไม่ซํ้ากัน เช่น Sta. 0+000 เป็นหมายเลขแนวศูนย์กลางแม่นํ้า/ลํา
คลอง Sta. 2+000 เป็นหมายเลขแนวศูนยก์ ลางอาคารระบายนํา้ ล้น เปน็ ต้น
(7) แปลนและรปู ตัดตามยาวแสดงช้นั ดนิ
◊ แปลนแสดงตาํ แหนง่ และหมายเลขหลุมเจาะสาํ รวจดนิ
กลุ่มการวิจัยและพัฒนาแหล่งนาํ้ ภาควิชาวิศวกรรมทรพั ยากรนา้ํ 4-12 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษฟ์ ้ืนฟแู หล่งน้ํา การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรน้าํ
◊ รูปตดั ตามยาวแสดงชน้ั ดนิ ต่างๆ
(8) รปู ตดั แม่นํ้า/ลําคลองและอาคารตา่ งๆ
◊ แปลนและรปู ตัดทว่ั ไปของแม่นํา้ /ลําคลอง แสดงระดับดนิ เดมิ ระดบั ขุดลอก
ระดบั นํ้าเกบ็ กกั
ระดบั น้ําสูงสุดและระดบั คันดิน
◊ รูปตัดตามยาวของอาคารรับน้าํ เข้า แสดงขนาด สดั ส่วนและระดบั ตา่ งๆ
◊ รปู ตัดตามแนวศูนย์กลางอาคารระบายนา้ํ ล้น ประตูระบายนาํ้ แสดงขนาด สัดส่วน
และระดับ ต่างๆ
◊ ตารางแสดงมิติต่างๆของอาคารประกอบ(กรณใี ชแ้ บบมาตรฐาน)
(9) แปลน รปู ตดั และรายละเอียดต่างๆของอาคารประกอบ(กรณีไมใ่ ชแ้ บบมาตรฐาน)
◊ แปลนและรปู ตัด แสดงขนาด สดั ส่วน ระดับความสูงและรายละเอยี ดตา่ งๆ
(10) รปู ตัดแสดงงานดิน
เพือ่ ให้คิดปริมาณงานดินไดถ้ ูกต้อง ควรเขียนแบบในมาตราส่วนแกนต้ังและแกนนอนเปน็
มาตราสว่ นเดยี วกัน
(11) แบบมาตรฐานที่ใช้ในโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเก่ยี วกับแม่นา้ํ /ลาํ คลอง
3) โครงการปรับปรุงฟืน้ ฟแู หลง่ น้ํา แบบแปลนทจ่ี ะต้องเขยี นแบบเพ่ือใช้ประกอบการกอ่ สรา้ ง.
มดี ังนี้
(1) แผนทีท่ ่ัวไปและสารบัญ
◊ ชอ่ื โครงการ รหัสโครงการและสถานทตี่ ้งั โครงการ
◊ แผนทแ่ี สดงอาณาเขตติดตอ่
◊ แผนท่แี สดงทีต่ ั้งโครงการ โดยแสดงในแผนที่ 1:50,000 ของกรมแผนทท่ี หาร
ระวางท…ี่ ………… และตําแหนง่ ที่ตงั้ โครงการพิกดั ท่…ี ……………..
◊ สารบญั บัญชหี มายเลขแบบ
(2) ลักษณะโครงการและข้อกาํ หนดเกยี่ วกบั แบบแปลน
◊ อักษรยอ่ และสัญลกั ษณต์ ่างๆทใ่ี ชใ้ นแบบแปลน
◊ ลักษณะโครงการปรับปรุงฟ้ืนฟแู หล่งน้าํ
◊ ขอ้ กําหนดเกย่ี วกบั แบบแปลน
(3) ผลการสาํ รวจภมู ปิ ระเทศ
◊ แสดงรายละเอียดของหมดุ อ้างองิ
◊ แผนที่แสดงตําแหนง่ ทต่ี ง้ั ของหมุดหลกั ฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดินและการทดสอบคุณสมบัตดิ ิน
กลมุ่ การวิจัยและพฒั นาแหลง่ นา้ํ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรน้าํ 4-13 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
ค่มู ือการสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษฟ์ น้ื ฟูแหล่งนา้ํ การเขยี นแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรน้าํ
◊ แผนท่แี สดงตําแหน่งและหมายเลขหลมุ เจาะสาํ รวจดนิ
◊ กราฟแสดงผลการสํารวจชัน้ ดิน(Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิดิน
(5) แผนทแี่ สดงแหลง่ วัสดุ
◊ แผนทีแ่ สดงที่ตั้งแหล่งวสั ดุ
◊ สญั ลักษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั ิหนิ โรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวัสดอุ ืน่ ๆ เช่น ดิน ทรายและลูกรงั ฯลฯ
(6) แผนผงั ท่ัวไป
◊ ทต่ี ง้ั และลกั ษณะองคป์ ระกอบ
◊ ทตี่ งั้ และลักษณะทางรับนํา้ เข้าและบนั ได
◊ ส่งิ ปลกู สรา้ งอนื่ ๆ พืน้ ท่ีโครงการและแนวกรรมสทิ ธท์ิ ่ดี ินบริเวณโครงการ
◊ เสน้ ชนั้ ความสงู
◊ เสน้ Base Line และหมุดอ้างอิงตา่ งๆของข้อมูลสาํ รวจ
◊ เส้นแนวศนู ย์กลางของแหล่งนํ้า แนวอาคารรบั นา้ํ เขา้
◊ เคร่อื งหมายทศิ
การจัดรูปแบบควรให้ทิศทางการไหลของนํ้าจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่าง การกําหนด
หมายเลขแนวศูนยก์ ลางอาคารต่างๆต้องไมซ่ าํ้ กนั เชน่ Sta. 0+000 เปน็ หมายเลขแนวศูนย์กลางแหล่งนาํ้
Sta. 2+000 เปน็ หมายเลขแนวศูนย์กลางอาคารระบายนา้ํ ลน้ เป็นตน้
(7) แปลนและรูปตดั ตามยาวแสดงชั้นดนิ
◊ แปลนแสดงตาํ แหนง่ และหมายเลขหลุมเจาะสํารวจดิน
◊ รปู ตัดตามยาวแสดงชนั้ ดนิ ตา่ งๆ
(8) แปลนและรูปตดั แหล่งน้าํ และอาคารตา่ งๆ
◊ แปลนและรปู ตดั ท่วั ไปของแหลง่ น้าํ แสดงระดับดนิ เดิม ระดับขดุ ลอก ระดับน้ําเก็บกกั
ระดบั นาํ้ สงู สุดและระดับคนั ดนิ
◊ รูปตัดตามยาวของอาคารรบั น้าํ เข้า แสดงขนาด สดั ส่วนและระดับต่างๆ
◊ รปู ตัดตามแนวศูนย์กลางอาคารระบายน้ําลน้ แสดงขนาด สัดสว่ นและระดับตา่ งๆ
◊ ตารางแสดงมิติต่างๆของอาคารประกอบ(กรณใี ช้แบบมาตรฐาน)
(9) แปลน รูปตัดและรายละเอยี ดต่างๆของอาคารประกอบ(กรณไี ม่ใช้แบบมาตรฐาน)
◊ แปลนและรูปตดั แสดงขนาด สัดส่วน ระดบั ความสงู และรายละเอยี ดตา่ งๆ
(10) รปู ตัดแสดงงานดิน
เพอ่ื ใหค้ ดิ ปริมาณงานดนิ ไดถ้ ูกตอ้ ง ควรเขยี นแบบในมาตราส่วนแกนต้งั และแกนนอนเปน็
กลมุ่ การวิจัยและพฒั นาแหล่งนาํ้ ภาควิชาวิศวกรรมทรพั ยากรนํ้า 4-14 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มือการสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษฟ์ ้ืนฟูแหล่งน้ํา การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรน้าํ
มาตราส่วนเดยี วกัน
(11) แบบมาตรฐานทีใ่ ชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเกยี่ วกับปรบั ปรงุ ฟนื้ ฟูแหล่งนา้ํ
4.3 ประเภทโครงการซ่อม ปรับปรงุ แหลง่ นํา้
โครงการซ่อม ปรบั ปรงุ แหล่งนาํ้ แบบแปลนท่ีจะต้องเขยี นแบบเพือ่ ใช้ประกอบการกอ่ สรา้ งมดี ังนี้
(1) ผนทที่ วั่ ไปและสารบัญ
◊ ช่อื โครงการ รหสั โครงการและสถานทีต่ ั้งโครงการ
◊ แผนท่แี สดงอาณาเขตตดิ ตอ่
◊ แผนท่แี สดงทต่ี ัง้ โครงการ โดยแสดงในแผนที่ 1:50,000 ของกรมแผนท่ีทหาร
ระวางท่ี…………… และตําแหน่งทีต่ ้งั โครงการพิกัดที…่ ……………..
◊ สารบัญ บัญชหี มายเลขแบบ
(2) ลกั ษณะโครงการและขอ้ กาํ หนดเก่ียวกับแบบแปลน
◊ อักษรยอ่ และสัญลกั ษณต์ า่ งๆท่ีใช้ในแบบแปลน
◊ ลักษณะโครงการซ่อม ปรบั ปรุงแหลง่ น้ํา
◊ ขอ้ กาํ หนดเกี่ยวกับแบบแปลน
(3) ผลการสาํ รวจภูมปิ ระเทศ
◊ แสดงรายละเอียดของหมดุ อ้างอิง
◊ แผนท่แี สดงตําแหนง่ ท่ตี ้ังของหมดุ หลกั ฐานถาวรโครงการ
(4) ผลการเจาะสํารวจดนิ และการทดสอบคุณสมบตั ิดนิ
◊ แผนทแ่ี สดงตําแหน่งและหมายเลขหลุมเจาะสํารวจดิน
◊ กราฟแสดงผลการสํารวจชน้ั ดิน(Boring Log)
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบัตดิ นิ
(5) แผนทแ่ี สดงแหล่งวัสดุ
◊ แผนท่แี สดงทีต่ ้ังแหล่งวสั ดุ
◊ สญั ลักษณ์
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบคุณสมบตั หิ ินโรงโม่
◊ ตารางแสดงผลการทดสอบวสั ดุอื่นๆ เชน่ ดิน ทรายและลูกรัง ฯลฯ
(6) แผนผงั ทัว่ ไป
◊ ทตี่ งั้ และลกั ษณะองค์ประกอบ
◊ ท่ตี งั้ และลักษณะทางรับน้าํ เขา้ แหล่งน้ํา ทางระบายน้าํ ลน้ และบันไดลงแหลง่ นาํ้
◊ ส่งิ ปลกู สรา้ งอ่ืนๆ พื้นทโี่ ครงการและแนวกรรมสิทธท์ิ ดี่ ินบรเิ วณโครงการ
◊ เสน้ ชน้ั ความสงู
กลุ่มการวิจัยและพฒั นาแหลง่ นํา้ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรพั ยากรนํ้า 4-15 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษฟ์ ืน้ ฟูแหล่งนํ้า การเขยี นแบบรายละเอยี ด
กรมทรพั ยากรนาํ้
◊ เสน้ Base Line และหมดุ อ้างองิ ต่างๆของข้อมูลสํารวจ
◊ เสน้ แนวศนู ยก์ ลางของแหล่งน้าํ แนวอาคารรบั นาํ้ เขา้ แนวอาคารระบายน้ําล้น
◊ เคร่ืองหมายทิศ
การจัดรูปแบบควรให้ทิศทางการไหลของนํ้าจากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่าง การกําหนด
หมายเลขแนวศนู ย์กลางอาคารตา่ งๆต้องไม่ซ้ํากนั เชน่ Sta. 0+000 เปน็ หมายเลขแนวศูนยก์ ลางแหลง่ น้าํ
Sta. 2+000 เปน็ หมายเลขแนวศูนย์กลางอาคารระบายน้าํ ล้น เปน็ ต้น
(7) แปลนและรูปตัดตามยาวแสดงชนั้ ดิน
◊ แปลนแสดงตาํ แหนง่ และหมายเลขหลุมเจาะสํารวจดนิ
◊ รปู ตัดตามยาวแสดงช้นั ดนิ ต่างๆ
(8) แปลนและรปู ตดั แหลง่ นํา้ และอาคารตา่ งๆ
◊ แปลนและรปู ตดั ทั่วไปของแหล่งนาํ้ แสดงระดบั ดนิ เดิม ระดบั ขดุ ลอก ระดบั นํา้ เก็บกกั
ระดับนํ้าสูงสดุ และระดบั คันดนิ
◊ รูปตัดตามยาวของอาคารรบั นํา้ เข้า แสดงขนาด สัดสว่ นและระดบั ต่างๆ
◊ รปู ตดั ตามแนวศนู ย์กลางอาคารระบายน้ําลน้ แสดงขนาด สัดสว่ นและระดบั ต่างๆ
◊ ตารางแสดงมิติตา่ งๆของอาคารประกอบ(กรณใี ชแ้ บบมาตรฐาน)
(9) แปลน รปู ตดั และรายละเอียดตา่ งๆของอาคารประกอบ(กรณไี ม่ใชแ้ บบมาตรฐาน)
◊ แปลนและรูปตดั แสดงขนาด สัดส่วน ระดบั ความสงู และรายละเอยี ดตา่ งๆ
(10) รูปตัดแสดงงานดิน
เพอ่ื ใหค้ ิดปรมิ าณงานดินไดถ้ ูกตอ้ ง ควรเขยี นแบบในมาตราสว่ นแกนตัง้ และแกนนอนเป็น
มาตราสว่ นเดยี วกัน
(11) แบบมาตรฐานทใี่ ชใ้ นโครงการ
◊ แบบมาตรฐานเก่ยี วกับปรบั ปรุงแหล่งน้ํา
4.4 ตัวอย่างการเขยี นรายละเอียดลักษณะโครงการ
(1) ลกั ษณะโครงการอ่างเกบ็ นาํ้
◊ ด้านอทุ กวิทยา
ทตี่ ้ังโครงการแผนทร่ี ะวาง…………………………………พกิ ัด…………………………………………….
พืน้ ทรี่ บั นา้ํ ฝนเหนือเขอ่ื น…………………………………………………………………………………..กม2
ปรมิ าณนา้ํ ฝนเฉล่ยี รายปใี นบรเิ วณพื้นทรี่ บั นํา้ ฝนเหนอื เขอื่ น………………………………..มม.
ปริมาณนาํ้ เฉล่ยี ทง้ั ปที ่ไี หลลงสอู่ ่างฯ……………………………………………………………………..ม3
ระดับนํ้าสงู สดุ ในลาํ นาํ้ จากการสํารวจ…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปริมาณนํา้ นองสงู สุด………………………………………………………………………………..ม3/วินาที
กลุม่ การวิจยั และพฒั นาแหลง่ น้าํ ภาควิชาวศิ วกรรมทรพั ยากรน้ํา 4-16 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษฟ์ ้ืนฟูแหลง่ นํา้ การเขยี นแบบรายละเอยี ด
กรมทรัพยากรน้าํ
◊ เขื่อนดนิ
ชนดิ เขื่อนดนิ ……………………………………………………………………………………………………….
เขอ่ื นดินสงู ………………………………………………………………………………………………………..ม.
เขอ่ื นดินยาว………………………………………………………………….…………………………………..ม.
ระดับสันเขือ่ น……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ระดับนํ้าเก็บกกั ในอา่ งฯ………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ระดบั น้ําสูงสดุ ในอ่างฯ…………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ความจุอ่างเกบ็ นํา้ ทร่ี ะดับเกบ็ กกั …………………………………………………………………………..ม3
ความจุทีพ่ ักตะกอน……………………………………………………………………………………………..ม3
ความจุอา่ งเก็บนาํ้ สํารองใช้งาน……………………………………………………………………………..ม3
พ้นื ทผี่ ิวนาํ้ ทร่ี ะดบั เกบ็ กกั …………………………………………………………………………………….ไร่
◊ อาคารระบายนํา้ ล้น
ชนิดของอาคารระบายน้าํ ลน้ ………………………………………………………………………………….
ความกวา้ ง.………………………………………………………………………………………………………..ม.
ความยาว…..………………………………………………………………….…………………………………..ม.
ความสูง………..……………………………….………………………………………………………………….ม.
ระบายน้ําสงู สดุ ………………….……………………………………………………………………ม3/วนิ าที
ชนิดของอาคารระบายนํา้ ลงลําน้าํ เดิม.…………………………………………………………………….
ขนาด(เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางxจาํ นวนทอ่ )……………………………………………………………………..ม.
ขนาด(บานประตxู จาํ นวนบาน)……..……………………………………………………………………..ม.
ระดับธรณที อ่ .……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปริมาณนาํ้ สงู สุด………..……….……………………………………………………………………ม3/วินาที
◊ อาคารบังคบั น้ํา
ชนดิ ของอาคาร…………………………………………………………………………………………………….
ขนาด(เส้นผ่าศูนย์กลางxจาํ นวนทอ่ )……………………………………………………………………..ม.
ขนาด(บานประตxู จาํ นวนบาน)……..……………………………………………………………………..ม.
ระดับธรณที ่อ.……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปรมิ าณนาํ้ สงู สุด………..……….……………………………………………………………………ม3/วินาที
◊ ผลประโยชน์
สง่ นาํ้ ใหพ้ น้ื ท่เี พาะปลูกในเขตโครงการ ฤดฝู น…….…………………………………………………ไร่
ฤดแู ล้ง.….…………………………………………………ไร่
นํา้ อปุ โภคบรโิ ภคของประชาชนในพืน้ ท่ี………………………………………………………ครวั เรอื น
กล่มุ การวิจยั และพัฒนาแหลง่ น้าํ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรนาํ้ 4-17 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรกั ษ์ฟืน้ ฟแู หล่งนํา้ การเขียนแบบรายละเอียด
กรมทรพั ยากรนา้ํ
ชว่ ยบรรเทาอุทกภยั สําหรับพืน้ ทีเ่ พาะปลกู ในเขตโครงการดา้ นท้ายอ่างฯ
เป็นแหล่งเพาะเล้ียงปลานํ้าจดื
◊ อ่ืนๆ
(2) ลักษณะโครงการฝายน้ําล้น/ประตูระบายน้ํา
◊ ดา้ นอุทกวิทยา
ท่ตี ้งั โครงการแผนทรี่ ะวาง…………………………………พิกัด…………………………………………….
พื้นทีร่ บั น้ําฝนเหนอื ฝายนา้ํ ลน้ …………………………………………………………………………..กม2
ปริมาณน้ําฝนเฉลีย่ รายปีในบรเิ วณพนื้ ทรี่ บั นาํ้ ฝนเหนอื ฝาย..………………………………..มม.
ปรมิ าณนํา้ เฉลีย่ ทงั้ ปที ไ่ี หลผ่านฝาย.……………………………………………………………………..ม3
ระดับน้ําสูงสุดในลาํ นํ้าจากการสาํ รวจ…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปรมิ าณนํ้านองสงู สดุ ………………………………………………………………………………..ม3/วนิ าที
◊ ฝายน้าํ ล้น
ชนดิ ของฝายฯแบบ……………………………………………………………………………………………….
ความกวา้ งสันฝาย……………………………………………………………………………………………..ม.
ความสูงสนั ฝายฯจากพืน้ ฝายฯ……………………………………….…………………………………..ม.
ระดับน้ําเก็บกัก…………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ระดับนํ้าสงู สุด………..…………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ระบายนาํ้ ได้สงู สุด…..……………………………………………………………………………...ม3/วนิ าที
◊ อาคารบงั คบั นา้ํ
ชนิดของอาคาร…………………………………………………………………………………………………….
ขนาด(เส้นผ่าศนู ย์กลางxจํานวนท่อ)……………………………………………………………………..ม.
ขนาด(บานประตxู จํานวนบาน)……..……………………………………………………………………..ม.
ระดบั ธรณที อ่ .……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปรมิ าณนาํ้ สงู สดุ ………..……….……………………………………………………………………ม3/วินาที
◊ ผลประโยชน์
ส่งน้าํ ใหพ้ นื้ ท่เี พาะปลกู ในเขตโครงการ ฤดูฝน…….…………………………………………………ไร่
ฤดแู ลง้ .….…………………………………………………ไร่
นาํ้ อุปโภคบรโิ ภคของประชาชนในพนื้ ท่ี………………………………………………………ครวั เรอื น
ช่วยบรรเทาอทุ กภยั สําหรับพ้ืนทีเ่ พาะปลูกในเขตโครงการดา้ นท้ายอ่างฯ
เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาน้ําจืด
◊ อนื่ ๆ
(3) ลักษณะโครงการระบบสง่ น้ํา
กลุม่ การวิจยั และพฒั นาแหล่งนํา้ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรนํ้า 4-18 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ ักษฟ์ ้ืนฟูแหล่งนํา้ การเขยี นแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรน้าํ
. ◊ อาคารบงั คบั นํ้า
ชนดิ ของอาคาร…………………………………………………………………………………………………….
ขนาดเส้นผ่าศนู ยก์ ลางทอ่ …………………………………………………………………………………..ม.
ขนาดบานประต…ู ……………….……..……………………………………………………………………..ม.
จํานวนบานประต…ู ……………….……..………………………………………………………………..บาน
ระดับธรณที ่อ.……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปรมิ าณน้าํ สงู สดุ ………..……….……………………………………………………………………ม3/วนิ าที
◊ คลองสง่ นาํ้
ท่ตี ้งั โครงการแผนทร่ี ะวาง…………………………………พิกัด…………………………………………….
ชนิดคลองสง่ น้ํา…………………………………………………………………………………………………….
คลองสง่ นา้ํ สาย..……………………...........กว้าง……..ม.ลึก………..ม.ยาว………………………..ม.
ลาดท้องคลอง..……………………...............ปรมิ าณนาํ้ ที่สง่ ได…้ ………………………...ม3/วนิ าที
คลองส่งนา้ํ สาย..……………………...........กวา้ ง……..ม.ลึก………..ม.ยาว………………………..ม.
ลาดท้องคลอง..……………………...............ปรมิ าณน้าํ ทีส่ ง่ ได…้ ………………………...ม3/วนิ าที
รวมความยาวคลองส่งน้าํ .……………………………………………………………………………………ม.
ส่งน้ําใหพ้ ื้นทีเ่ พาะปลกู ในเขตโครงการ ฤดูฝน…….…………………………………………………ไร่
ฤดูแลง้ .….…………………………………………………ไร่
◊ ทอ่ สง่ นํ้า
ท่ีตงั้ โครงการแผนทร่ี ะวาง…………………………………พิกดั …………………………………………….
ชนิดของท่อสง่ นํ้า………………………………………………………………………………………………….
ท่อสง่ นํา้ สาย..……………………...ขนาดเส้นผ่าศูนยก์ ลางทอ่ ………ม.ยาว……………………..ม.
ปริมาณน้ําทสี่ ่งได…้ ………………………………………………………………………………...ม3/วนิ าที
ท่อสง่ นํ้าสาย..……………………...ขนาดเสน้ ผา่ ศนู ย์กลางทอ่ ………ม.ยาว……………………..ม.
ปรมิ าณน้ําทส่ี ่งได…้ ………………………………………………………………………………...ม3/วินาที
รวมความยาวทอ่ ส่งนา้ํ …..……………………………………………………………………………………ม.
สง่ น้ําใหพ้ น้ื ที่เพาะปลูกในเขตโครงการ ฤดฝู น…….…………………………………………………ไร่
ฤดแู ลง้ .….…………………………………………………ไร่
(4) ลักษณะโครงการขดุ ลอก
◊ ขุดลอกลาํ น้าํ
ท่ีตง้ั โครงการแผนทร่ี ะวาง…………………………………พกิ ดั ………………….……………………….
พ้ืนท่ีรบั นํ้าฝนเหนือฝายนา้ํ ลน้ /ประตูระบายน้าํ …………………………………………………..กม2
ปริมาณนํา้ ฝนเฉล่ยี รายปีในบรเิ วณพน้ื ท่ีรบั น้ําฝน…………....………………………………...มม.
กลมุ่ การวจิ ยั และพฒั นาแหล่งน้ํา ภาควชิ าวิศวกรรมทรัพยากรน้าํ 4-19 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มือการสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ กั ษ์ฟน้ื ฟูแหลง่ นาํ้ การเขยี นแบบรายละเอียด
กรมทรัพยากรนาํ้
ปริมาณนํา้ เฉล่ยี ทงั้ ปที ี่ไหลลงสลู่ าํ น้ํา…………………………………………………………………..ม3
ระดบั น้าํ เก็บกัก..………………………………………………………………………………………………ม.
ความลึกขุดลอก(ทรี่ ะดับเกบ็ กกั )…………………………………………………………………………ม.
ความกว้างขดุ ลอก………………….…………………………………………………………………………ม.
◊ อาคารระบายนาํ้ (หรืออาคารอืน่ ๆทม่ี )ี
(5) ลักษณะโครงการอนรุ กั ษฟ์ นื้ ฟแู หลง่ นํ้า(หนอง บงึ )
◊ ดา้ นอทุ กวิทยา
ทต่ี ้งั โครงการแผนทร่ี ะวาง…………………………………พิกดั …………………………………………….
พืน้ ที่รบั น้ําฝน……………………..…………………………………………………………………………..กม2
ปรมิ าณนา้ํ ฝนเฉลย่ี รายปีในบรเิ วณพ้ืนทรี่ บั นาํ้ ฝน……………...………………………………..มม.
ปริมาณนาํ้ เฉลีย่ ทง้ั ปที ่ไี หลลงสูแ่ หลง่ นํ้า…………..…………………………………………………..ม3
◊ ขดุ ลอกแหลง่ นํา้
ความกว้างก้นหนองนาํ้ …….…………………………………..………………….……………………….ม.
ความยาวกน้ หนองนาํ้ ……...…………………………………..………………….……………………….ม.
ความลึกนํ้าท่รี ะดบั เก็บกกั …………………………………………………………………………………ม.
ระดับนาํ้ สูงสุดในหนองน้ํา………….…..……………………………………………………..…(ม.รทก.)
ระดับนํ้าเกบ็ กกั ในหนองนา้ํ ………….…..……………………………………………….…..…(ม.รทก.)
ความจุน้าํ ท่รี ะดบั เกบ็ กกั
- ก่อนมีโครงการ…….…………...……………………………………………………………………..ม3
- หลงั มีโครงการ…………..……...……………………………………………………………………..ม3
พ้นื ท่ผี วิ นํา้ ในหนองนํ้าทรี่ ะดับเก็บกัก……………..………………………………………………….ไร่
◊ อาคารประกอบหนองนาํ้
ชนิดของอาคารรับนา้ํ เขา้ หลกั ………….…………………………………………………………………….
จํานวน………………………………………………………………………………………………………….แห่ง
ขนาด(จาํ นวนแถวxเส้นผ่าศูนย์กลางxจาํ นวนทอ่ )…………………………………………………..ม.
ระดับธรณที ่อ.……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปรมิ าณนํ้าสงู สดุ ………..……….……………………………………………………………………ม3/วนิ าที
ชนดิ ของอาคารรับนา้ํ เข้ารอง………..….…………………………………………………………………….
จํานวน………………………………………………………………………………………………………….แหง่
ขนาด(จาํ นวนแถวxเสน้ ผ่าศนู ย์กลางxจาํ นวนท่อ)…………………………………………………..ม.
ระดบั ธรณที ่อ.……………………………….…………………………………………………………(ม.รทก.)
ปรมิ าณนํ้าสูงสุด………..……….……………………………………………………………………ม3/วนิ าที
กลุ่มการวจิ ัยและพัฒนาแหล่งน้ํา ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรนํ้า 4-20 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มือการสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษฟ์ ้ืนฟแู หลง่ น้ํา การเขียนแบบรายละเอยี ด
กรมทรพั ยากรนํ้า
ชนิดของอาคารระบายนา้ํ ล้นแบบ.….…………………………………………………………………….
ความกวา้ ง…………………………………………………..…………………………………………………..ม.
ความยาว..…………………………………………………..…………………………………………………..ม.
ระดบั สันทางนาํ้ ลน้ ……………………….…………………………………………………………(ม.รสม.)
ระบายนํา้ ได้สงู สดุ …...……….……………………………………………………………………ม3/วนิ าที
◊ ผลประโยชน์
สนบั สนุนการเพาะปลกู ในเขตโครงการ ฤดูฝน…….…………………………………………………ไร่
ฤดูแล้ง.….…………………………………………………ไร่
นาํ้ อุปโภคบรโิ ภคของประชาชนในพืน้ ท…ี่ ……………………………………………………ครวั เรือน
เป็นแหล่งเพาะเลีย้ งปลานํ้าจืด
สามารถฟ้นื ฟูระบบนเิ วศแหลง่ นา้ํ ธรรมชาตจิ าํ นวน………………………………………………..ไร่
◊ อื่นๆ
4.5 แบบประกอบ ได้แก่แบบต่างๆ ซึ่งประกอบรวมอยู่ในชุดที่จะต้องนําไปใช้ในการก่อสร้างร่วมกัน จะ
เปน็ แบบที่เก่ยี วขอ้ งโดยเฉพาะกับสว่ นหรืออาคารทีไ่ ดก้ ล่าวถงึ เทา่ นั้น โดยจะมีการเรียงลําดับจากแปลนท่ัวไป
จนถึงรายละเอยี ดทง้ั หมด
แบบท่จี ะต้องเขียนไว้ในหัวข้อแบบประกอบ ให้เขียนช่ือแบบอย่างย่อพร้อมทั้งหมายเลขแบบ แบบ
ท้ังหมดของงานหนึ่งๆ ควรจะเขียนรวมไว้ในแบบแผ่นใดแผ่นหนึ่งท่ีสมควร แต่ถ้าเป็นงานใหญ่มีแบบเป็น
จาํ นวนมาก กอ็ าจจะเขียนไว้แต่เพียงแบบแผน่ เรมิ่ ตน้ ของอาคารหรือสว่ นของอาคารทส่ี าํ คัญ ซงึ่ ในแบบทกี่ ลา่ ว
นีก้ ็จะมรี ายการของแบบประกอบเฉพาะส่วนอีกต่างหาก
ในบางกรณกี ารเขยี นแบบรายละเอยี ดของรปู ใดรปู หนึ่งในแบบ อาจมีความจําเปน็ ต้องช้ีเน้นตรงรูปนน้ั
ถงึ แบบหมายเลขใดหมายเลขหนง่ึ ทต่ี อ้ งนาํ มาใช้ร่วมด้วย ดังน้ันแบบที่ถูกอ้างถึงในรูปดังกล่าวก็จะต้องนํามา
เขยี นอ้างไวใ้ นรายการของหัวขอ้ แบบประกอบด้วย
4.6 หมายเหตใุ นแบบ คอื ขอ้ ความท่บี อกรายละเอียดเพ่มิ เตมิ นอกเหนอื จากท่ีได้แสดงเปน็ รปู หรือเขียนไว้
ในแบบ เชน่ เกณฑก์ ารออกแบบ ขอ้ กําหนดการก่อสร้างและคุณสมบัติของวสั ดุที่ตอ้ งใช้ เป็นต้น
หัวข้อหมายเหตคุ วรเขียนไวใ้ ต้หวั ขอ้ แบบประกอบ
หมายเหตุท่ัวไปควรเขียนในแบบทแ่ี สดงแปลนและรูปตัดท่ัวไป และถ้าจะต้องมีหมายเหตุเกย่ี วข้องกบั
อาคารสว่ นใดส่วนหนง่ึ โดยเฉพาะแลว้ กค็ วรจะเขยี นไว้ในแบบที่แสดงอาคารของส่วนนั้นๆเป็นต่างหาก แบบ
ประกอบบางประเภทสมควรเขยี นอ้างอิงไวใ้ นหวั ข้อหมายเหตุ คือ
(1) แบบประกอบที่ต้องใช้ควบคู่ไปกับแบบทุกแผ่นหรือเกือบทุกแผ่น เช่น แบบแสดงสัญลักษณ์
หมายเหตทุ ว่ั ไปและอักษรย่อ เป็นต้น สมควรอ้างไวใ้ นหัวขอ้ หมายเหตุ
(2) แบบประกอบในอาคารเดียวกัน แต่เป็นงานต่างสาขากัน เช่น ตัวแบบด้านสถาปัตยกรรม เม่ือ
อ้างถึงแบบประกอบดา้ นโครงสร้าง ดา้ นไฟฟา้ หรอื ด้านเคร่ืองกล กค็ วรอ้างไวใ้ นหัวข้อหมายเหตุ
กลมุ่ การวิจัยและพัฒนาแหล่งนํา้ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรน้าํ 4-21 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คมู่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษฟ์ ืน้ ฟแู หลง่ นํ้า การเขยี นแบบรายละเอียด
กรมทรพั ยากรนํา้
(3) แบบประกอบท่ีตอ้ งอ้างอิงถงึ แต่เป็นขอ้ มลู ทางวิชาการหรอื ทางการคํานวณออกแบบเท่าน้ัน ไม่
มีความจาํ เป็นในการกอ่ สรา้ งของอาคารทีก่ ล่าวถึงเลย กค็ วรจะอา้ งไวแ้ ต่ในหวั ข้อหมายเหตุ
สาํ หรับการเขยี นหมายเหตใุ นงานแต่ละประเภทกไ็ ดม้ ีแสดงไว้เป็นตัวอย่าง ทั้งหมายเหตมุ าตรฐานและ
หมายเหตขุ อ้ แนะนํา
หมายเหตมุ าตรฐาน: คอื หมายเหตุทีจ่ ําเปน็ ตอ้ งระบุไวเ้ สมอ ซ่ึงควรเขยี นไว้เป็นมาตรฐานเดียวกันและ
เหมอื นกนั
หมายเหตุข้อแนะนํา: คือ แนวทางการเขียนหมายเหตุท่ีอาจจะต้องนํามาใช้ ซ่ึงหัวหน้างานควร
พจิ ารณาเปลีย่ นแปลงแก้ไขไดต้ ามความเหมาะสม
สํานักพัฒนาแหล่งนา้ํ ได้จดั ทําค่มู อื มาตรฐานการเขยี นแบบโครงการพัฒนาแหลง่ นํา้ ของกรมทรพั ยากร
น้ํา ซึง่ ประกอบด้วยเนือ้ หาเก่ียวกบั มาตรฐานการเขียนแบบดังนี้
1) คาํ แนะนาํ ทวั่ ไป
2) สัญญนยิ มของเสน้
3) การใชอ้ ปุ กรณ์ในการเขียนแบบและขนาดตัวอักษร
4) การบอกมิติ
5) สัญลักษณ์และเคร่ืองหมายประกอบ
6) ขนาดแบบและกรอบชนิดตา่ งๆ
7) การจัดทาํ แบบเพื่อการกอ่ สร้าง
8) การจดั ทําแบบนอกเหนือจากแบบก่อสร้างและการตรวจแบบ
9) การเขียนแบบ Auto CAD
เพอื่ ให้การเขียนแบบเป็นไปในแนวทางและการปฏบิ ัติท่ีเป็นมาตรฐานเดียวกนั ได้แก่ การจัดลาํ ดบั ของแบบ
การกาํ หนด รปู ด้าน รปู ตัด รูปขยาย ลักษณะและขนาดของเส้นและตวั หนงั สอื และอืน่ ๆ โดยถือตามมาตรฐาน
การเขียนแบบของกรมทรัพยากรน้าํ
ศกึ ษารายละเอียดเพ่มิ เตมิ ไดจ้ ากมาตรฐานการเขยี นแบบงานแหล่งน้ํา ของกรมทรัพยากรน้ํา เอกสาร
หมายเลข สพน. 019 เดือน เมษายน 2546
กล่มุ การวจิ ัยและพฒั นาแหลง่ นา้ํ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรนาํ้ 4-22 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
ส่วนที่ 5
การประมาณราคาโครงการ
ค่มู อื การสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรกั ษ์ฟืน้ ฟูแหลง่ นา้ํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนํา้
5. การประมาณราคาโครงการ
5.1 ชนิดของเคร่ืองจักรกลก่อสร้างงานดิน การก่อสร้างโครงการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟูและพัฒนาแหล่งน้ํา
เครอ่ื งจกั รกลกอ่ สรา้ งงานดนิ เปน็ ตวั หลกั สําคัญท่ีขบั เคลื่อนการปฏิบตั ิงานใหล้ ุล่วงตามภารกจิ ทงั้ การก่อสร้าง
อ่างเก็บน้ํา เขื่อนทดนํ้า ประตูระบายนํ้า ฝายนํ้าล้น ระบบกระจายน้ํา ระบบระบายน้ํา การขุดลอกลํานํ้า/
คลอง/หนอง/บึงและงานอื่นๆ เช่น รถดัน(Bolldozer) รถขุด(Excavator) รถตัก(Loader) รถเกลี่ยดิน
(Grader) รถบดอดั (Compacter) และรถบรกิ ารต่างๆ เปน็ ตน้ มรี ายละเอียดดงั นี้
1) รถขดุ ไฮดรอลิค (Excavator Back-Hoe) เปน็ เครอื่ งจักรกลท่ที ําหนา้ ท่ใี นการเคลื่อนย้ายวัสดุซ่ึง
สามารถทําการขุดและตกั แลว้ เคล่อื นยา้ ยไปเท โดยท่ัวไปจะมีแขนยื่นบุ้งกีห๋ รือท่จี ับออกไปขุดและตักเข้า แขน
มาตรฐานความจบุ ุง้ กม๋ี ีอยหู่ ลายขนาด แตท่ ่ีนิยมใชก้ นั ทั่วไปเป็นขนาดมาตรฐานความจุ 0.8 ลบ.ม. เคร่ืองยนต์
ขนาด 110-153 แรงม้า สามารถขุดได้ 35-45 ลบ.ม./ชม. และจะหมุนส่วนบนของตัวรถไปยังตําแหน่งท่ี
ต้องการ แล้วกจ็ ะเทวสั ดอุ อกจากบุง้ กี๋หรือทจ่ี ับ ส่วนดา้ นล่างของตัวรถที่สมั ผัสกบั พ้ืนจะไม่เคล่ือนย้ายสําหรับ
การทํางาน
รถขดุ ไฮดรอลิค(Excavator Back-Hoe)
ลักษณะของการทํางาน
(1) ขุดดนิ หนิ ทราย
(2) ขดุ ลอก ขดุ ขยาย คู คลอง
(3) ถางปา่ ลม้ ต้นไม้
(4) เคลอ่ื นยา้ ยวัสดุ อปุ กรณ์
ความสามารถของรถขดุ ไฮดรอลิค ขนาด 200 แรงมา้
(1) ขดุ ตักลกู รงั ได้ 600 ลบ.ม./วัน
(2) ขดุ ตักดินได้ 930 ลบ.ม./วัน
(3) ขดุ ลอกได้ 800 ลบ.ม./วนั
กลุ่มการวจิ ยั และพัฒนาแหล่งน้ํา ภาควิชาวศิ วกรรมทรพั ยากรนํา้ 5-1 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คูม่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรักษ์ฟ้ืนฟูแหล่งนา้ํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนํ้า
2) รถแทรคเตอร(์ Tractor) เป็นเครือ่ งจักรกลที่เปลี่ยนกําลังของเครื่องยนต์ให้เป็นกําลังขับเคล่ือน
โดยสง่ กาํ ลงั จากเครื่องยนต์ไปหมนุ ลอ้ เฟอื ง (sprocket) เพ่อื ไปขับชุดสายพานตีนตะขาบให้เคล่ือนที่ไปและทํา
ใหแ้ ผน่ ตนี ตะขาบซ่งึ ตดิ อยกู่ ับสายพานตีนตะขาบตะกุยไปบนพ้ืน ทําให้ตัวรถเคลื่อนท่ีไป สามารถใช้กําลังใน
การขับเคลื่อนได้สูง เน่ืองจากจะไม่เกิดการล่ืนไถลได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทํางานบนพื้นท่ีไม่แน่นอน
สามารถทํางานบนพ้ืนท่ีเป็นดินและบริเวณที่มีหินแหลมคมได้ เพราะหินแหลมคมจะไม่ทําให้ชุดสายพาน
ตีนตะขาบชาํ รุดได้ง่าย สามารถทํางานในพ้นื ท่ขี รขุ ระได้ดี จึงทาํ ใหล้ ดค่าใช้จา่ ยในการเตรยี มพืน้ ท่ใี นการทาํ งาน
เช่น
o รถแทรคเตอรต์ ีนตะขาบ (Bulldozer Tractor) โดยรถดนั ตีนตะขาบขนาด 140-285 แรงมา้ สามารถ
ขุดเปดิ หน้าดนิ ได้ 41-206 ลบ.ม./ชม.ทค่ี วามลึกประมาณ 0.30 ม.
รถแทรคเตอร์ตนี ตะขาบ (Bulldozer Tractor)
ลักษณะของการทาํ งาน
(1) ถางปา่ ลม้ ตน้ ไม้
(2) งานดันและตัก
ความสามารถของรถแทรคเตอร์ตีนตะขาบ
(1) ขนาด 270 แรงมา้ สามารถทาํ งานถางปา่ ได้ 3.50 ไร่/วัน
(2) ขนาด 140 แรงมา้ สามารถทํางานดันและตักได้ 560 ลบ.ม/วัน
(3) ขุดลอกได้ 800 ลบ.ม./วัน
o รถแทรคเตอรต์ นี ตะขาบกวา้ ง (Low Ground Tractor) สามารถทาํ งานในพ้ืนที่ลุ่มได้ดี เพราะมีการ
ลอยตัว(floatation) ดีหรอื ความดันทก่ี ดลงบนพ้ืน(Ground Pressure) ต่าํ นั่นเอง
กลุ่มการวิจยั และพฒั นาแหล่งน้ํา ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรนาํ้ 5-2 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คมู่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษ์ฟนื้ ฟแู หลง่ น้ํา การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนํ้า
รถแทรคเตอร์ตีนตะขาบกว้าง (Low Ground Tractor)
o รถแทรคเตอร์ตนี ตะขาบตดิ เครือ่ งทําลาย (Ripper Tractor) เคร่ืองทําลายท่ีติดกับรถดันตีนตะขาบ
จะใช้ในการขุดหิน ท่ีไม่แข็งนักแทนการระเบิด โดยท่ัวไปความแข็งของหินจะนิยมวัดโดยใช้เคร่ืองมือ
seismograph ซง่ึ จะวดั ความเรว็ ของคลื่นเสียงผา่ นหนิ ชนิดต่างๆ สาหรับความเร็วของคล่ืนสียงจะมีค่าตั่งแต่
300 เมตร/วนิ าที ในดินออ่ นจนถงึ 6,000 เมตร/วินาทใี นหนิ แข็ง คราดจะทํางานได้ดสี ําหรบั หนิ ทม่ี ีค่าความเรว็
ของคลน่ื สียง 1,000 -2,000 เมตร/วินาที และหนิ ควรจะมรี อยแตกหรือรอยแยกเปราะและเป็นช้ันๆ สามารถ
ขูดหรอื ขุด หิน ที่แข็งไมม่ ากนัก ขดู หินผทุ ่เี ป็นพื้นที่ลาดชันหรือพื้นที่แคบๆ แทนการระเบิด ขุดดินขุดยากท่ีมี
พ้นื ทีก่ ว้าง
รถแทรคเตอรต์ นี ตะขาบตดิ เครอ่ื งทาํ ลาย (Ripper Tractor)
3) รถปาดเกลี่ยดนิ (Motor Grader) จะใชใ้ นงานขุด เกลีย่ และตบแตง่ ผิว สาํ หรับงานสรา้ งถนนหรอื
งานปรบั ระดับพ้ืน รถเกล่ยี จะเปน็ เคร่อื งจักรกลลอ้ ยางแบบขับเคลอ่ื นด้วยตวั เอง มที ง้ั แบบ 4 ล้อ ขับเคลื่อน 2
ลอ้ และ 4 ล้อ แบบ 6 ล้อ ขับเคล่ือน 2 ล้อ 4 ล้อ และ 6 ล้อ ขนาดของตัวรถซึ่งนิยมกําหนดด้วยขนาดของ
เคร่ืองยนต์มีให้เลือกต้ังแต่ขนาด 50 แรงม้าจนถึง 350 แรงม้า รถปาดเกลี่ยดินขนาด 125-150 แรงม้า
สามารถทาํ งานได้ 385-693 ลบ.ม./ชม.ทค่ี วามลึกประมาณ 5-15 ซม.
กลุม่ การวจิ ยั และพัฒนาแหล่งนาํ้ ภาควิชาวิศวกรรมทรพั ยากรน้ํา 5-3 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ ักษฟ์ น้ื ฟแู หลง่ นํ้า การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนํา้
รถปาดเกล่ยี ดิน (Motor Grader)
ลักษณะของการทาํ งาน
(1) การกระจายกองวสั ดุ สามารถทําได้โดยการเลื่อนใบมีดออกด้านข้าง แล้วเข้าไปดันให้กองวัสดุ
กระจายออกทีละน้อย ซ่ึงลอ้ ของรถเกล่ียจะไม่ปีนกองวัสดุ และในขณะทีด่ ันกองวัสดุออกกค็ ่อย ๆ ยกใบมีดข้ึน
เพ่ือจะเกลย่ี วสั ดดุ า้ นหนา้ ของใบมดี ให้กระจายออก
(2) การปรับระดบั พืน้ ทขี่ รขุ ระ เชน่ การซอ่ มถนนลูกรงั หรือถนนดินประเภทอน่ื การปรบั ระดบั
สามารถกระทาํ ได้ โดยการขูดผวิ พน้ื เดิมท่ีขรขุ ระออก ซง่ึ ในการขดู น้ันใบมีดของรถเกล่ียจะลดลงและ
เอียงใหว้ สั ดุทีถ่ กู ขูดออกไหลไปกองไวด้ ้านข้าง หลงั จากนั้นกจ็ ะเกลย่ี กองวัสดมุ ายัง บริเวณท่ถี กู ขดู ออกอกี
และปรบั ใหไ้ ดร้ ะดบั
(3) การตัดร่องนํ้า โดยท่ัวไปแล้วในการสร้างถนน ขอบของถนนจะตัดเป็นร่องนํ้า ซึ่งรถเกล่ียจะทํา
การตดั รอ่ งนํ้าโดยการกดใบมีดด้านทจี่ ะตดั ลง และยกใบมีดอีกดา้ นหนึ่งขน้ึ พร้อมกับเอียงใบมีดเพือ่ ให้วสั ดุที่ถกู
ตดั ออกมากองด้านขา้ ง การตัดนี้จะคอ่ ยๆ ทาํ หลายๆ ครั้งจนได้ความลึกและความกวา้ งตามต้องการ ซึ่งการตัด
อาจกระทําสลบั กบั การเกล่ียกองวสั ดทุ ถ่ี ูกตดั ออกขน้ึ มาบนพืน้ ถนน
ความสามารถของรถปาดเกลย่ี ดินขนาด 120 แรงม้า
(1) เกลี่ยหรอื ผสมหินคลุกสําหรับบดอดั แนน่ ได้ 290 ลบ.ม./วัน
(2) ถากถางปา่ โปรง่ ได้ 3.50 ไรต่ อ่ วัน
(3) เกล่ยี ลกู รงั สําหรับบดอัดแน่นได้ 600 ลบ.ม. ตอ่ วัน
สว่ นรถปาดเกลี่ยดนิ ขนาด 150 แรงมา้ สามารถถากถางป่าโปร่งได้ 8 ไร่/วัน
4) รถบด (Compactor) ในงานก่อสรา้ งทม่ี กี ารนาํ วสั ดมุ าถมเพือ่ ทาํ เปน็ คนั หรอื ถมทตี่ า่ํ ให้สงู ข้ึนหรอื
ทาํ เป็นฐานของถนน จําเปน็ ท่ีจะต้องมีการบดอัด ทั้งน้ีเพื่อให้วัสดุท่ีนํามาถมนี้สามารถรับแรงได้โดยไม่มีการ
ทรดุ ตวั ในข้อเท็จจรงิ ขณะทเ่ี ครอ่ื งจกั รกลตา่ ง ๆ ทํางานถมวสั ดดุ ังกล่าว ในการดนั การเกลีย่ และการปรบั แต่ง
เครื่องจักรกลก็จะทําการบดอดั ไปดว้ ยอยูแ่ ล้ว แต่ยังไม่เป็นการเพียงพอ จําเป็นที่จะต้องมีการบดอัดเพ่ิมเติม
โดยเคร่ืองบดอัดเพ่ือให้ได้ความแน่นตามต้องการ การบดอัดสามารถทําได้หลายลักษณะโดยเคร่ืองบดอัด
ประเภทต่าง ๆ ซ่ึงการเลอื กใช้รถบดอัดน้ันจะขนึ้ อยู่กบั ชนิด ประเภท และคุณสมบัติของวัสดุที่จะทําการบด
อัด เชน่
กลมุ่ การวิจัยและพฒั นาแหล่งนํา้ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรพั ยากรนํ้า 5-4 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟ้ืนฟูแหล่งนา้ํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนํ้า
o รถบดล้อยาง (Rubber Tire Roller compactor) สว่ นใหญ่ประกอบด้วยล้อยางบดคู่หน้าหลังและ
ล้อยางบดระบบไฮดรอลิค เนอ่ื งจากอุปกรณ์เกยี ร์ท่ใี ช้ รถบดถนนล้อยางบดคู่หน้าหลงั เปน็ อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
ในการอดั สูงสําหรับงานท่ตี ้องการคณุ ภาพสูงเชน่ ทางหลวง สนามบิน สรา้ งถนนและฐานโรงงานอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะการอดั พ้นื ยางมะตอยขน้ั สดุ ท้ายบนทางหลวง
รถบดล้อยาง (Rubber Tire Roller compactor)
ความสามารถของรถบดล้อยาง
(1) ลูกรงั บดอดั ทบั แน่นได้ 600 ลบ.ม.ตอ่ วัน
(2) หนิ คลุกบดอดั ทบั แนน่ ได้ 290 ลบ.ม.ต่อวัน
o รถบดล้อเหล็กหนามแบบสั่นสะเทือน (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) เป็นท้ังเครื่องกล
และไฮดรอลิคขึ้นอย่กู ับระบบขบั เคลอื่ น เครือ่ งจักรประเภทนเี้ หมาะสาํ หรบั กองวัสดทุ ่ีไมย่ ึดตดิ กนั เช่น ดินลกู รัง
ก้อนกรวด หนิ ปนทราย ดนิ ทราย หินก้อนเล็กและอ่ืนๆ พร้อมกับแรงหนีศูนย์กลางบนฐาน ชั้นรองฐาน การ
สร้างเขือ่ น ซึ่งเป็นอปุ กรณท์ ่เี หมาะที่สดุ กับการสร้างทตี่ ้องการคุณภาพสูงเชน่ ทางด่วน สนามบนิ ทา่ เรอื เข่อื น
และฐานของโรงงานอุตสาหกรรม และยังมีรถบดถนนล้อเหล็กท่ีเหมาะกับการใช้งานบนที่สูง รถบดถนนล้อ
เหล็กหนา้ นมี้ หี ้องขับท่ีปดิ มิดชิดและแขง็ แรงเป็นพเิ ศษ นอกจากนย้ี ังมีเครือ่ งวัดความหนาแน่นแบบ
ดจิ ิตอลเพอ่ื การันตีคุณภาพอีกด้วย
รถบดล้อเหลก็ หนามแบบสัน่ สะเทอื น (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers)
กลุ่มการวจิ ัยและพัฒนาแหลง่ นํ้า ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรนาํ้ 5-5 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรักษฟ์ น้ื ฟแู หล่งนา้ํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนาํ้
ความสามารถของรถบดล้อหนามแบบสั่นสะเทอื น
(1) ลูกรงั บดอัดทบั แน่นได้ 600 ลบ.ม.ตอ่ วัน
(2) หินคลกุ บดอัดทบั แน่นได้ 290 ลบ.ม.ต่อวัน
o รถบดลอ้ เหล็กเรียบแบบส่ันสะเทือน (Vibrate Smooth Steel Wheel Rollers) เป็นทั้งเคร่ืองกล
และไฮดรอลคิ ข้ึนอยู่กบั ระบบขบั เคลื่อน เครือ่ งจกั รประเภทนเ้ี หมาะสาหรับกองวัสดุที่ไมย่ ึดติดกนั เชน่ ดินลกู รัง
ก้อนกรวด หินปนทราย ดนิ ทราย หินก้อนเล็กและอื่นๆ พร้อมกับแรงหนีศูนย์กลางบนฐาน ช้ันรองฐาน การ
สรา้ งเขอ่ื น ซงึ่ เปน็ อปุ กรณ์ทีเ่ หมาะท่ีสดุ กับการสรา้ งทตี่ ้องการคุณภาพสูงเช่น ทางด่วน สนามบนิ ทา่ เรือ เขื่อน
และฐานของโรงงานอุตสาหกรรม
รถบดลอ้ เหลก็ เรียบแบบส่ันสะเทอื น (Vibrate Smooth Steel Wheel Rollers)
ความสามารถของรถบดล้อเหล็กเรียบแบบส่นั สะเทอื น
(1) ลกู รงั บดอัดทบั แน่นได้ 600 ลบ.ม.ตอ่ วัน
(2) หินคลุกบดอดั ทบั แนน่ ได้ 290 ลบ.ม.ตอ่ วัน
o รถบดลอ้ หนามขนาดใหญ่ (Large Sheep foot Rollers) การบดอัดดนิ เปน็ กระบวนการอยา่ งหนงึ่ ที่
จะเพ่ิมความหนาแน่นหรือความต้านทานของดินข้นึ โดยพยายามไมใ่ หม้ ชี อ่ งว่างของอากาศแทรกอยู่ และขับไล่
นา้ํ ใหอ้ อกไปจากช่องวา่ งเหลา่ นั้น เพื่อใหพ้ ื้นดนิ เกิดความม่นั คงสามารถรบั น้าํ หนกั ไดม้ ากขึ้นเหมาะสําหรับดิน
ประเภททรายท่ีมีลกั ษณะคละกนั ของตะกอนกรวดและดินเหนยี ว ไม่เหมาะกบั พืน้ ทเ่ี ปน็ ทรายหรอื ดนิ เหนียวที่
อ่อนน่มุ
รถบดล้อหนามขนาดใหญ่ (Large Sheep foot Rollers)
กลุม่ การวจิ ยั และพัฒนาแหล่งน้ํา ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรนาํ้ 5-6 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ ือการสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ ักษ์ฟ้นื ฟแู หลง่ นํ้า การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรน้ํา
5) รถตกั ล้อยาง (Wheel Loader) การเลอื กชนิด ขนาดและจํานวนรถตักท่ีจะสามารถตักดินหรือ
หนิ ใหไ้ ดต้ ามปริมาณทต่ี อ้ งการในทางปฏบิ ตั พิ บว่ารถตักขนาดใหญน่ ้อยคนั ทํางานไดด้ ีกว่ารถตักขนาดเลก็ หลาย
คนั และงานขดุ ตักถา้ ใชร้ ถตักจาํ นวนมากเกนิ ไปคา่ ใชจ้ ่ายในการตักสูง แต่ถ้าใช้จํานวนน้อยจะทําให้เกิดการรอ
คอยหรอื คอขวด(Bottom Neck) ที่งานตัก ทําใหค้ า่ ใช้จ่ายในการตักสูงข้นึ เช่นกัน
รถตักลอ้ ยาง (Wheel Loader)
ปัจจัยทค่ี วรพิจารณาในการเลือกขนาดและชนิดของรถตักได้แก่
(1) การเลือกชนิดรถตักและขนาดของบงุ้ กร๋ี ถตักนนั้ จะต้องสมั พนั ธก์ ับขนาดปากโมท่ ร่ี บั หนิ ได้
เนอ่ื งจากจะทาํ ใหห้ ินขนาดใหญเ่ กินไปไมต่ ดิ คา้ งที่ปากโม่
(2) ขนาดของบงุ้ กรี๋ ถตกั จะตอ้ งสมั พนั ธก์ บั ขนาดของรถบรรทุก จาํ นวนครงั้ ของการตกั จะต้องพอดี
กับความสามารถของรถที่บรรทกุ ได้
(3) ความสงู ในการตกั จะต้องเหมาะสม
(4) ความคล่องตัวและความปลอดภัยในการทํางาน
ความสามารถของรถตักลอ้ ยาง
รถตักลอ้ ยางขนาด 120 แรงมา้ สามารถดนั และตกั ดิน หนิ และ ทรายได้ 560 ลบ.ม.ต่อวนั
6) รถบรรทกุ เทท้าย (Dump Truck) ทําหน้าท่ีในการเคลื่อนย้ายวัสดุและอุปกรณ์ในงานก่อสร้าง
เชน่ ใชง้ านร่วมกบั รถตกั ในการเคลือ่ นย้ายดนิ ไปเทในที่ไกลๆ หรือลําเลียงวัสดุมาใช้ในการทําถนน หรือใช้ใน
การขนวัสดุมาใชใ้ นการกอ่ สรา้ ง เป็นรถยนต์สาหรับการขนถา่ ยสิง่ ของ เชน่ หิน ดิน ทราย หรอื อปุ กรณ์ก่อสร้าง
เป็นต้น มีระบบยกเทแบบไฮดรอลิคดันใต้ท้องกระบะ มีกระบอกไฮดรอลิคท่ีมีคุณภาพสูง โดยทั่วไปใช้
รถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อ(ขับเคลื่อน 2 เพลา) ขนาดความจุ 10 ลบ.ม. ขนาดเคร่ืองยนต์ตั้งแต่ 170 – 320
แรงมา้ ประสทิ ธภิ าพในการทาํ งาน 35 – 55 ลกู บาศก์เมตร/ชว่ั โมง(ขนยา้ ยระยะทางไม่เกนิ 1 กโิ ลเมตร)
กลมุ่ การวจิ ัยและพัฒนาแหลง่ นา้ํ ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้าํ 5-7 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ ักษฟ์ ้ืนฟแู หล่งนํา้ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนาํ้
รถบรรทกุ เททา้ ย (Dump Truck)
ความสามารถของรถบรรทุกเททา้ ย
รถบรรทกุ ขนาด 300 แรงม้า จํานวน 2 คัน ระยะทาง 1 กม.สามารถขนย้าย ดิน ทราย หิน กรวด
ได้ 1,200 ลบ.ม.ตอ่ วนั เพ่มิ จํานวนรถ 1 คัน ทกุ ๆ ระยะทางท่ีเพิม่ ข้ึน 1 กม. เพ่อื ลดระยะเวลาการรอคอย
7) รถบรรทุกนาํ้ (Water Truck) เป็นรถที่ใช้ในการให้ความชื้นกับดินในการบดอัดแน่น งานเข่ือน
และงานถนน ใช้รดนํ้าในทางลําเลียง เพ่ือไม่ให้เกิดฝุ่นในระหว่างรถบรรทุกดินทํางานและใช้ในงานอุปโภค
บริโภค
8) รถบรรทุกขนาด 4-6 ตัน จะใช้ในการลําเลียงวัสดุ สําหรับส่วนที่สําคัญของรถบรรทุกจะ
ประกอบดว้ ย เคร่อื งยนต์นิยมใชเ้ คร่ืองยนต์ดเี ซล ระบบถ่ายทอดกาํ ลงั โดยท่ัวไปจะใช้คลัตช์แบบแห้งแผ่นเดียว
ห้องเกียร์แบบธรรมดา ระบบเบรกจะเปน็ แบบนาํ้ มัน โดยใชล้ มช่วยหรือเป็นแบบเบรกลมมีเบรกไอเสียช่วย
9) รถเครน(ปน้ั จ่ัน) เปน็ เครอื่ งมือทจ่ี าํ เปน็ ในการอํานวยความสะดวก ส่วนมากจะใช้สําหรับการยก
เคล่ือนย้ายวัสดุและอุปกรณต์ า่ งๆ ระหว่างปฏิบตั ิงาน รถเครน(ปัน่ จ่นั )มีอยู่ 3 แบบ คอื รถตีนตะขาบ รถบรรทกุ
และรถล้อยาง ซง่ึ มีลักษณะการใช้งานที่แตกตา่ งกนั ออกไป
10) เคร่อื งสูบน้ํา เป็นเครอื่ งกลทที่ าํ หน้าทเี่ พม่ิ พลงั งานใหแ้ กข่ องเหลว เพอ่ื ใหข้ องเหลวไหลผ่านระบบ
ท่อ จากจุดหน่ึงไปยังอีกจุดหนึ่งได้ตามความต้องการ พลังงานท่ีนํามาเพิ่มให้กับของเหลวนั้น อาจได้จาก
เครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า แรงลมหรือพลังงานแหล่งอ่ืนๆ ในปัจจุบันเคร่ืองสูบนํ้ามีการพัฒนาและผลิต
ออกจําหน่ายหลายชนดิ และมีการเรยี กชือ่ แตกตา่ งกันออกไป มีการจําแนกเครื่องสูบนํ้าออกเป็นกลุ่มโดยยึด
เอาหลักการใดหลกั การหน่ึงเปน็ พื้นฐาน ทําให้เกดิ การแยกประเภทเครือ่ งสูบนา้ํ ขึน้ หลายแบบ ลักษณะของการ
ทํางาน คือ สบู นาํ้ ระหว่างก่อสรา้ ง สบู น้าํ เพือ่ การเกษตรและสบู นํ้าแก้ปัญหาภัยพิบัติ ซ่ึงปริมาณนํ้าในการสูบ
ขน้ึ อยกู่ ับขนาดทอ่ และขนาดเครื่องยนต์
กลุม่ การวจิ ัยและพฒั นาแหลง่ นํา้ ภาควิชาวศิ วกรรมทรพั ยากรนํา้ 5-8 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนรุ ักษฟ์ ื้นฟแู หลง่ น้าํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนาํ้
5.2 การจดั เครอื่ งจักรกลก่อสร้างงานดนิ
1) การจดั เคร่ืองจักรกลก่อสรา้ งงานดนิ สาํ หรบั โครงการอนุรกั ษฟ์ ้ืนฟูแหลง่ น้ํา
รายการ จาํ นวน อตั ราการ อตั ราการ หมายเหตุ
เคร่อื งจกั ร ทาํ งาน ทาํ งาน
เครื่องจักร ชดุ ก ปรมิ าณงานดนิ
◊ รถขดุ (Excavator Back-Hoe) 200 แรงมา้ (เครือ่ ง) (ม3/ชม./ (ม3/วัน/เครอื่ ง) ขุดทิ้ง+ดินขดุ
◊ รถแทรคเตอร์ตนี ตะขาบ(Bulldozer Tractor) 285 แรงม้า เครื่อง) คดิ 7 ชม./วนั เหลวไมเ่ กนิ
◊ รถปาดเกลี่ยดนิ (Motor Grader) 125 แรงม้า 2 800,000 ม3
◊ รถบดลอ้ เหล็กหนามแบบสน่ั สะเทือน (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) 2 150 2,100
เครือ่ งจกั ร ชดุ ข 1 200 2,800 ปริมาณงานดิน
◊ รถขดุ (Excavator Back-Hoe) 200 แรงมา้ 2 350 2,450 ขุดท้งิ +ดินขดุ
◊ รถแทรคเตอรต์ นี ตะขาบ(Bulldozer Tractor) 285 แรงม้า 150 2,100 เหลว+หนิ ผุ ไม่
◊ รถปาดเกลย่ี ดนิ (Motor Grader) 125 แรงม้า 4 เกนิ 1,500,000
◊ รถบดล้อเหล็กหนามแบบสั่นสะเทอื น (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) 3 150 4,200 ม3
เครื่องจกั ร ชุด ค 2 200 4,200 ปริมาณงานดนิ
◊ รถขดุ (Excavator Back-Hoe) 200 แรงม้า 4 350 4,900 ขดุ ทิ้ง+ดินขดุ
◊ รถแทรคเตอรต์ ีนตะขาบ(Bulldozer Tractor) 285 แรงมา้ 150 4,200 เหลว เกินกว่า
◊ รถปาดเกลี่ยดิน (Motor Grader) 125 แรงมา้ 5 1,500,000 ม3
◊ รถบดลอ้ เหลก็ หนามแบบสั่นสะเทือน (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) 4 150 5,250
2 200 5,600
5 350 4,900
150 5,250
2) การจัดเครือ่ งจักรกลก่อสร้างงานดนิ สําหรับโครงการพฒั นาแหล่งน้ํา
รายการ จํานวน อตั ราการ อตั ราการ หมายเหตุ
เครือ่ งจกั ร ทํางาน ทาํ งาน
เครื่องจกั ร ชุด ก ปริมาณงานดนิ
◊ รถขดุ (Excavator Back-Hoe) 200 แรงม้า (เครือ่ ง) (ม3/ชม./ (ม3/วัน/เครอื่ ง) ขดุ ทิ้ง+ดนิ ขดุ
◊ รถแทรคเตอรต์ ีนตะขาบ(Bulldozer Tractor) 285 แรงม้า เครื่อง) เหลว+หนิ ผุ ไม่
◊ รถปาดเกล่ยี ดิน (Motor Grader) 125 แรงม้า 1 คดิ 7 ชม./วัน เกิน 200,000
◊ รถบดล้อเหลก็ หนามแบบสน่ั สะเทอื น (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) 1 150 ม3
เครอ่ื งจกั ร ชุด ข 1 200 1,050 ปริมาณงานดิน
◊ รถขดุ (Excavator Back-Hoe) 200 แรงมา้ 1 350 1,400 ขุดทง้ิ +ดินขุด
◊ รถแทรคเตอรต์ ีนตะขาบ (Bulldozer Tractor) 285 แรงม้า 150 2,450 เหลว+หินผุ ไม่
◊ รถปาดเกล่ียดิน (Motor Grader) 125 แรงม้า 2 1,050 เกิน 350,000
◊ รถบดลอ้ เหลก็ หนามแบบสน่ั สะเทอื น (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) 2 150 ม3
เครอื่ งจักร ชุด ค 1 200 2,100 ปริมาณงานดนิ
◊ รถขดุ (Excavator Back-Hoe) 200 แรงมา้ 2 350 2,800 ขดุ ท้ิง+ดินขุด
◊ รถแทรคเตอรต์ นี ตะขาบ (Bulldozer Tractor) 285 แรงม้า 150 2,450 เหลว+หินผุ
◊ รถปาดเกลีย่ ดิน (Motor Grader) 125 แรงม้า 3 2,100 เกินกวา่
◊ รถบดล้อเหล็กหนามแบบสน่ั สะเทอื น (Vibrate Sheep Foot Wheel Rollers) 2 150 350,000 ม3
2 200 3,150
3 350 2,800
150 4,900
3,150
กลุ่มการวิจัยและพัฒนาแหลง่ น้ํา ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรน้าํ 5-9 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มอื การสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษ์ฟืน้ ฟูแหลง่ นํา้ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนาํ้
กลมุ่ การวิจยั และพฒั นาแหล่งนาํ้ ภาควิชาวศิ วกรรมทรัพยากรนํ้า 5-10 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คมู่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟนื้ ฟแู หลง่ น้าํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนาํ้
5.3 การประมาณปรมิ าณวัสดแุ ละราคาค่าก่อสรา้ ง วัตถปุ ระสงค์หลกั มดี งั นี้
(1) เปน็ ราคาทีป่ ระหยัด/หรือราคาต่ําสุดเท่าที่ยังมีความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรมและด้านการ
ลงทุน
(2) เป็นราคาทใี่ กลเ้ คยี งกบั ความเปน็ จริงในทอ้ งตลาดในเวลาท่ีทาํ การศกึ ษามากท่ีสุด
(3) เป็นราคาทอ่ี ยูใ่ นเกณฑม์ าตรฐาน
แหล่งขอ้ มูลทางด้านราคาทสี่ าํ คัญมดี ังตอ่ ไปน้ี
- ผู้ผลิต ผู้จาํ หนา่ ย ผู้ให้เชา่ ทัง้ ในส่วนกลางและในท้องถน่ิ
- ผู้ประกอบการต่างๆ เชน่ แหลง่ วสั ดุ ผู้ให้บรกิ ารด้านขนส่ง ฯลฯ
- กระทรวงพาณิชย์
- สาํ นกั งานสถิติแห่งชาติ
การวิเคราะหข์ อ้ มลู พน้ื ฐานของราคา เพอื่ ใช้ในการคาํ นวณหาราคาตอ่ หน่วย ประเภทของราคา (Cost
Items) ท่สี าํ คัญ ได้แก่
- คา่ วัสดุ
- คา่ แรงงาน
- ค่าเครื่องจกั ร อปุ กรณเ์ ครอื่ งมือ
- คา่ ขนส่ง
- ค่าภาษี
- คา่ กาํ ไร
การประมาณราคาค่าก่อสร้างจะจัดทําตามมาตรฐานทีย่ อมรับและตามระเบียบของทางราชการตาม
ขัน้ ตอนดงั นี้
(1) รวบรวมราคาวัสดุ สินค้า และแรงงานประจําเดือนของกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ กระทรวง
พาณชิ ย์ ตัง้ แต่เรมิ่ จะทาํ การศกึ ษา ผปู้ ระมาณราคาจะวเิ คราะห์แนวโน้มของราคาและดัชนีราคาต่างๆ เพื่อจะ
นาํ มาใช้ในการประมาณราคา
(2) ตรวจสอบราคาต่อหน่วย สําหรับรายการก่อสร้างต่างๆ จากประสบการณ์ในงานลักษณะ
เดียวกนั ท่เี พิง่ ทําไปแลว้ โดยพิจารณางานโครงการลกั ษณะเดียวกนั ของหนว่ ยงานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการท่ี
เพ่ิงก่อสร้างแล้วเสร็จใน 1-2 ปที ่ีผ่านมา
(3) สํารวจราคาวัสดุ ค่าแรงงานขั้นตํ่าท่ีใช้อยู่ปัจจุบันและราคาแรงงานฝีมือในท้องตลาดในเขต
พ้ืนที่โครงการ สําหรับงานท่ีเป็นลักษณะเดียวกันของโครงการ ทั้งน้ีเพ่ือปรับแก้ข้อมูลราคาต่อหน่วยใน (1)
และ (2) ให้ถกู ต้องและเปน็ ปัจจบุ นั
(4) เมอื่ ไดเ้ ตรยี มแบบเรียบรอ้ ยแล้ว ผคู้ ิดปริมาณงานและประมาณราคาจะถอดแบบรายละเอียด
ออกเป็นหมวดหมู่ ตามมาตรฐานการคิดปรมิ าณงาน จากนนั้ จงึ จะนําปริมาณงานและราคาตอ่ หน่วยทป่ี รบั ปรงุ
แก้ไขล่าสดุ ในขอ้ (3) มาคิดราคาค่ากอ่ สรา้ งโครงการตอ่ ไป
5.4 องค์ประกอบของคา่ กอ่ สรา้ งของโครงการ
องค์ประกอบของคา่ กอ่ สรา้ งของโครงการประกอบดว้ ยค่าใช้จ่าย 3 ส่วน คือ
(1) ค่าวัสดุก่อสร้างเป็นค่าวัสดุท่ีแหล่งผลิตและค่าขนส่งวัสดุก่อสร้างจากแหล่งผลิตถึงสถานที่
ก่อสร้าง
กลุม่ การวจิ ยั และพฒั นาแหลง่ นาํ้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรพั ยากรนํา้ 5-11 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คมู่ อื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนุรกั ษ์ฟ้ืนฟูแหล่งน้าํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนาํ้
(2) คา่ ดําเนินการ (Operating Cost) เป็นค่าใช้จ่ายของงานที่ใช้เคร่ืองจักรกลในการทํางาน
(3) คา่ อาํ นวยการ คา่ ความผันผวน ดอกเบย้ี กาํ ไร และภาษี
กรณีงานทาํ เองการประมาณราคาค่าวสั ดกุ ่อสร้าง ต้องคิดภาษีมลู ค่าเพมิ่ ดว้ ย
ค่าวัสดุก่อสร้างท่ีแหล่งผลิต: ราคาวัสดุก่อสร้างที่แหล่งผลิต เช่น ดิน ลูกรัง กรวด หิน ทราย ปูน-
ซเี มนต์ และเหล็ก เป็นต้น จะใช้ตามผลการสอบราคาของคณะกรรมการสอบราคาหรือราคาท่ีทางราชการ
ประกาศโดยกองระดับราคา กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ ราคาวัสดุที่นํามาใช้คํานวณราคาประเมินไม่รวม
ภาษมี ลู ค่าเพมิ่
ค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง: ชนิดของรถบรรทุกใช้ขนส่งวัสดุก่อสร้างใช้ตามมติ ครม. (รายละเอียดตาม
หนงั สอื สาํ นกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร.0506/6579 ลงวันท่ี 19 มีนาคม 2555) ส่วนอัตราค่าขนส่งวัสดุ
ก่อสรา้ งใช้ตามมาตรฐานท่ีหนว่ ยงานราชการกาํ หนด
ค่าดําเนินการ: ค่าดําเนินการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายของเครื่องจักรกลในการดําเนินงาน ประกอบด้วย
คา่ ใช้จา่ ยในการซอ้ื หาเคร่อื งจักร น้ํามนั เชอ้ื เพลิง น้ํามันหล่อลื่น ค่าบํารุงรักษา ซ่อมแซม ค่าจ้างพนักงานขับ
เคร่อื งจักรกล คดิ รวมอยใู่ นรปู ของค่าใช้จา่ ยเครอื่ งจกั รตอ่ ชัว่ โมงและค่าจ้างแรงงาน
ค่าอํานวยการ ค่าความผันผวน ดอกเบ้ีย กําไร และภาษี: ค่าอํานวยการ ค่าความผันผวน ดอกเบี้ย
กําไร และภาษี (รายละเอียดตามหนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร. 0506/6579 ลงวันที่ 19
มีนาคม 2555 และอ้างถึงหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนทีส่ ดุ ที่ กค 0421.5/3836 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2555
ให้ใชห้ ลกั เกณฑ์การคาํ นวณราคากลาง โดยคิดรวมอยใู่ นรูปของ Factor ซงึ่ จําแนกตามลักษณะงานดังนี้
- งานก่อสรา้ งอาคาร
- งานกอ่ สรา้ งทาง
- งานก่อสร้างสะพานและทอ่ เหลี่ยม
- งานกอ่ สรา้ งชลประทาน
(1) คา่ อํานวยการ: ประกอบดว้ ย
● คา่ ใช้จ่ายในขั้นตอนซื้อแบบและประกวดราคา เช่น ค่าแบบ ค่าคํ้าประกันซอง ค่าค้ําประกัน
สญั ญาเป็นตน้
● ค่าใชจ้ า่ ยสาํ นักงานสนาม เชน่ ค่าเช่าสาํ นกั งานสนาม ค่าเช่าบ้านพักเจ้าหน้าท่ี ค่าเช่าท่ีจอด
เครอ่ื งจกั รกล เป็นตน้
● คา่ เอกสารสงิ่ พมิ พต์ า่ งๆ ดา้ นธรุ การ
● ค่าควบคุมงานก่อสร้าง เช่น ค่ารถ ค่านํ้ามันเชื้อเพลิง ค่าจ้างพนักงานขับรถ ค่าซ่อม
บาํ รุงรักษารถ ค่าประกันภัย เปน็ ต้น
● ค่าบุคลากรสนาม เช่น วศิ วกร ช่างควบคุมงาน ชา่ งเคร่ืองกล เสมียน คนงาน เป็นตน้
● คา่ ใช้จา่ ยสาํ นักงานใหญ่ เช่น ค่าเชา่ สํานกั งาน ค่าจา้ งเจา้ หน้าทธ่ี ุรการ ค่ายานพาหนะ คา่ จ้าง
บุคลากร เป็นตน้
(2) คา่ ความผันผวน: ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง เช่น ปัจจุบันใช้อัตราร้อยละ 0.5 ของค่า
งานสุทธิ (อัตราเบี้ยประกันภัยร้อยละ 0.25 บวกกับค่าความเสียหายเบ้ืองต้นท่ีผู้เอาประกันภัยจะต้อง
รบั ผิดชอบเอง เฉลยี่ ประมาณรอ้ ยละ 0.25)
กล่มุ การวจิ ยั และพัฒนาแหล่งนาํ้ ภาควชิ าวศิ วกรรมทรัพยากรน้าํ 5-12 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
คมู่ อื การสาํ รวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรักษ์ฟ้ืนฟูแหล่งนา้ํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรัพยากรนํา้
(3) ดอกเบี้ย: ใช้อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ําของเงินกู้ (MLR) ของธนาคารกรุงไทย จํากัด เป็นหลักโดย
สํานักงานปลัดนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการประกาศอัตราดอกเบ้ียและประกาศการ
เปลยี่ นแปลงอัตราดอกเบี้ยระหวา่ งปงี บประมาณ
(4) เงินล่วงหน้า: ตามระเบียบสาํ นกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เช่น ปัจจุบันจ่ายไม่เกินร้อยละ
15 (ตามระเบียบสาํ นักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2535)
(5) กําไร: ใชต้ ามตาราง Factor F ของแตล่ ะงาน
(6) ภาษี: คิดภาษมี ลู คา่ เพม่ิ อตั ราร้อยละ 7 ของค่างานก่อสรา้ ง
5.5 การคํานวณค่างานต้นทนุ ตอ่ หนว่ ย
การคาํ นวณคา่ งานตน้ ทุนต่อหนว่ ยจะตอ้ งทราบคา่ งานต้นทุนก่อน ซง่ึ มรี ายละเอียดการคิดคา่ งานหลัก
ดังน้ี
(1) งานดนิ ขดุ คดิ ค่าขดุ +ค่าขนส่งไปรวมกอง ระยะทางขนสง่ โดยประมาณ (ตามตารางค่าขนส่ง)
(2) งานดนิ ตัดภูเขา คิดเฉพาะค่ารถแทรคเตอรต์ ดั ดนิ ท้ิงข้างทาง+ค่าบดอัดดินท่ีตัดแล้ว
(3) งานดินถม คดิ ราคาซื้อดนิ +ค่าขนสง่ (ตามตารางคา่ ขนสง่ )+คา่ เกลีย่ และบดอดั
(4) งานลูกรงั คดิ ค่าซ้อื ลูกรัง+ค่าขนสง่ (ตามตารางค่าขนส่ง)+ค่าเกลยี่ และบดอดั ลูกรัง
(5) งานคอนกรีต หินก่อ และหินเรียงยาแนว คิดราคาซื้อวัสดุหิน ปูน ทราย+ค่าขนส่ง (ตาม
ระยะทางในตารางค่าขนสง่ )+ค่าแรงงาน
(6) งานเหลก็ คิดราคาคา่ ซอ้ื เหล็ก+คา่ ขนส่ง (ตามระยะทางในตารางคา่ ขนสง่ )+คา่ แรงงาน
(7) งานหนิ เรียงด้วยมือ คดิ ราคาซื้อหนิ ณ แหลง่ ผลติ +ค่าขนสง่ (ตามตารางคา่ ขนสง่ )+คา่ แรงงาน
งานปลกู หญ้า คา่ ดาํ เนินการ
งานจัดซ้อื วัสดุ คิดราคาวัสดุจากแหลง่ ผลติ +ค่าขนสง่ (ตามตารางคา่ ขนสง่ )
5.6 การคาํ นวณคา่ งานกอ่ สร้าง
การคํานวณคา่ งานก่อสร้างมีหลกั เกณฑ์ดังนี้
(1) งานจ้างเหมา: เมอ่ื คาํ นวณค่างานตน้ ทุนรวมทั้งโครงการแล้วนําไปหาค่า Factor F ของรายการ
ต่างๆ ตามประเภทงานกอ่ สร้างชลประทาน งานกอ่ สรา้ งทางหรอื งานสะพานและทอ่ เหลยี่ ม เพ่ือนาํ มาเกลีย่ เขา้
ไปในค่างานต้นทุนตอ่ หน่วยเปน็ ค่างานต่อหน่วยดงั น้ี
ค่างานต่อหนว่ ย = คา่ งานตน้ ทุนตอ่ หนว่ ย x Factor F
การประเมนิ ราคางานก่อสรา้ งทําโดยนําราคาต่อหน่วยคณู กบั ปริมาณงานแตล่ ะรายการ แล้ว รวม
คา่ งานประเมินทุกรายการ จะไดเ้ ป็นค่างานกอ่ สรา้ งทัง้ โครงการ
(2) งานจดั ทาํ เอง: เม่ือคํานวณค่างานตน้ ทนุ ต่อหน่วย แลว้ ให้เกล่ียคา่ ใช้จา่ ยในการจราจรติดต่อ 5%
และค่าทดสอบวสั ดุ 1% (คดิ เฉพาะงานท่มี ีการทดสอบวัสดุ) เปน็ คา่ งานตอ่ หน่วยดงั นี้
ค่างานต่อหน่วย = ค่างานต้นทุนต่อหนว่ ย x (คา่ จราจรตดิ ตอ่ 5% + คา่ ทดสอบวัสดุ 1%)
5.7 การจดั ทาํ บัญชีวัสดุกอ่ สร้าง (Bill of Quantities)
ในข้ันตอนของการประมาณราคาค่าก่อสร้าง วิศวกร/ผู้เช่ียวชาญท่ีเกี่ยวข้องแต่ละด้านจะร่วมกันทํา
การถอดแบบรายละเอยี ดเพ่ือแยกปริมาณวัสดุ (Materials) และแรงงาน (Labour) ออกมาเป็นรายการเพ่ือ
จดั ทาํ Bill of Quantities (BOQ) ตามมาตรฐานของกรมทรพั ยากรนํ้า โดยยดึ หลักแนวทางการปฏิบัติของทาง
กลุ่มการวจิ ัยและพฒั นาแหล่งนาํ้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรัพยากรนํ้า 5-13 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ์
คู่มือการสํารวจออกแบบโครงการพฒั นาและอนุรกั ษฟ์ ืน้ ฟูแหล่งน้ํา การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนํา้
ราชการ ซึ่งกําหนดไว้ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม และ
ประกาศการกําหนดราคากลางของกระทรวงการคลงั เพอื่ เปน็ แนวทางการปฏบิ ัติงานประมาณราคาคา่ ก่อสรา้ ง
โครงการที่ถูกต้อง ตามระเบียบและข้อกําหนดของทางราชการ การกําหนดแบบฟอร์มต่างๆ ให้ยึดถือตาม
มาตรฐานของกรมทรัพยากรน้าํ
5.8 การคาํ นวณระยะเวลาการกอ่ สรา้ ง
การคํานวณระยะเวลาก่อสร้างโครงการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟูและพัฒนาแหล่งนํ้า ซ่ึงเป็นประเภทงาน
ชลประทาน ต้องคํานึงถึงความยากง่ายของการก่อสรา้ ง(เชน่ เทคนิคการก่อสรา้ ง อุปสรรคของพ้ืนท่ีก่อสร้างใน
การลําลียงวัสดุและอุปกรณ์ อุปสรรคในการทํางานของเคร่ืองจักรกล เป็นต้น) ขีดความสามารถของ
เครอื่ งจกั รกล จาํ นวนชุดของเคร่ืองจักรกลที่ต้องใช้ ฤดูฝนที่เป็นอุปสรรคในการก่อสร้างและระยะเวลาท่ีไม่
สอดคลอ้ งกนั ระหวา่ งการอนุมัติงวดเงินของสํานักงบประมาณกับฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการก่อสร้าง(ในทาง
ปฏิบัติกว่าจะได้งวดเงินเพื่อเซ็นสัญญากับผู้รับจ้างใช้เวลา 3-6 เดือนจากเดือนตุลาคม ซึ่งอยู่ในช่วงเดือน
มกราคม-มีนาคมของทกุ ปี พอดีเริม่ เขา้ ฤดฝู นเปน็ อปุ สรรคในการก่อสรา้ ง โดยเฉพาะอย่างย่ิงงานก่อสรา้ งที่ต้อง
ดําเนนิ การในลาํ น้ํา เช่น ประตรู ะบายนา้ํ ฝายนา้ํ ล้น งานเรียงหินปอ้ งกนั การกดั เซาะตล่งิ งานขุดลอกลํานาํ้ บึง
และหนองนาํ้ เป็นต้น) การคํานวณระยะเวลาก่อสร้างและคา่ ควบคุมงานในเนื้องานรวมระยะเวลาเตรียมการ
ก่อสรา้ ง แตย่ ังไมร่ วมระยะเวลาทดสอบวัสดุและช่วงฤดฝู น
อตั ราการทาํ งานของแรงงานต่อวนั
รายการ จาํ นวนคนงานต่อชดุ อตั ราการทํางาน อตั ราการทํางาน หมายเหตุ
ม3/คน/วนั ม3/วนั
งานคอนกรีตเสรมิ เหลก็ 15 0.5 7.5
งานคอนกรตี ดาดคลอง 15 0.25 3.75
งานหินทง้ิ 10 4 40
งานวางท่อ 10 10 ม./คน/วนั
100 ม./วัน
1) ระยะเวลาการก่อสร้างโครงการอนุรักษฟ์ ืน้ ฟแู หล่งน้ํา ประเภทงานชลประทาน
(1) เครอ่ื งจักร ชดุ ก. ปรมิ าณงานดินขดุ ไม่เกนิ 800,000 ลบ.ม.
ระยะเวลาก่อสร้าง = Max.{(งานดินขดุ /2,100) หรอื (งานดนิ ถม/2,100+งานคอนกรีต/7.5)}
+ งานหนิ /40 + 15 วนั
(2) เคร่อื งจกั ร ชดุ ข. ปรมิ าณงานดินขุด ไม่เกนิ 1,500,000 ลบ.ม.
ระยะเวลากอ่ สร้าง = Max.{(งานดินขุด/4,200) หรือ (งานดนิ ถม/4,200+งานคอนกรีต/7.5)}
+ งานหิน/40 + 15 วัน
(3) เคร่ืองจกั ร ชดุ ค. ปรมิ าณงานดนิ ขดุ เกนิ กวา่ 1,500,000 ลบ.ม.
ระยะเวลากอ่ สร้าง = Max.{(งานดนิ ขดุ /5,250) หรือ (งานดนิ ถม/5,250+งานคอนกรตี /7.5)}
+ งานหนิ /40 + 15 วัน
หมายเหตุ ระยะเวลาในการกอ่ สร้างของโครงการประมาณ 1 ปี
2) ระยะเวลาการกอ่ สรา้ งโครงการพฒั นาแหลง่ นํ้า ประเภทงานชลประทาน
(1) เคร่อื งจกั ร ชุด ก. ปรมิ าณงานดินขดุ ทงิ้ +ดนิ ขดุ เหลว+หินผุ ไม่เกิน 200,000 ลบ.ม.
ระยะเวลาก่อสรา้ ง = Max.{(งานดนิ ขดุ /1,050) หรอื (งานดนิ ถม/1,050) หรือ (งาน
กลมุ่ การวจิ ยั และพฒั นาแหลง่ นํ้า ภาควิชาวศิ วกรรมทรัพยากรนาํ้ 5-14 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
ค่มู ือการสาํ รวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ ักษฟ์ น้ื ฟแู หล่งนา้ํ การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนํา้
คอนกรีต/15)} + งานหนิ /40 + 15 วนั
(2) เคร่ืองจกั ร ชดุ ข. ปรมิ าณงานดินขดุ ทิง้ +ดินขุดเหลว+หินผุ ไม่เกิน 350,000 ลบ.ม.
ระยะเวลาก่อสร้าง = Max.{(งานดินขดุ /2,100) หรือ (งานดนิ ถม/2,100) หรือ (งาน
คอนกรตี /30)} + งานหนิ /40 + 30 วนั
(3) เคร่อื งจักร ชุด ค. ปรมิ าณงานดนิ ขุดท้ิง+ดนิ ขดุ เหลว+หินผุ เกนิ กวา่ 350,000 ลบ.ม.
ระยะเวลากอ่ สรา้ ง = Max.{(งานดินขุด/3,150) หรือ (งานดนิ ถม/3,150) หรอื (งาน
คอนกรีต/30)} + งานหนิ /40 + 30 วนั
(4) ระบบสง่ นาํ้ (คลอง/ทอ่ )
ระยะเวลาก่อสรา้ ง = Max.{(งานดนิ ขุด/1,050) หรือ (งานดนิ ถม/1,400) หรือ (งาน
คอนกรีต/15)} + งานวางท่อ/100 + 15 วนั
หมายเหตุ กรณที ่ไี ดร้ ะยะเวลาการก่อสร้างมากเกินไป สามารถลดระยะเวลาไดโ้ ดยการเพิม่ ชุด
เครือ่ งจักร(งานดนิ ขดุ และงานดนิ ถม)หรือจํานวนชดุ ของคนงาน(งานคอนกรีต)
5.9 แนวทางการแบ่งงวดงาน
การแบง่ งวดงานไม่มหี ลกั เกณฑ์ตายตัวหรอื ชัดเจน ซึง่ จะข้ึนอยกู่ บั รปู แบบและประเภทของโครงการ
แตจ่ ะกล่าวโดยสังเขปมรี ายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
◊ ค่าก่อสรา้ งในแตล่ ะงวดงาน โดยทั่วไปแล้วมลู คา่ งานแตล่ ะงวดควรจะอยทู่ ่ีประมาณ 1–2 ลา้ นบาท
หรือมากกวา่ น้ัน และแต่ละงวดงานควรหักออกประมาณงวดงานละ 1-5% เพื่อไปรวมในงวดงานสุดท้ายที่ผู้
รับจา้ งดาํ เนนิ การกอ่ สรา้ งโครงการแลว้ เสร็จ
◊ การแบง่ งวดงาน ตอ้ งคํานึงถึงลําดับและข้ันตอนของการก่อสร้างขององค์ประกอบของโครงการ
เป็นสําคัญ เพราะจะทําให้การเบิกเงินตามงวดงานสอดคล้องกับข้ันตอนการก่อสร้าง และไม่ทําให้ผู้รับจ้าง
ประสบปญั หากับการเบกิ เงินในแต่ละงวดงาน เนื่องด้วยอาจตดิ อปุ สรรคในระหวา่ งการกอ่ สรา้ ง เชน่ งานเขอ่ื น
ปอ้ งกนั ตล่งิ การเขียนงวดงานควรเรมิ่ ลาํ ดบั ตง้ั แตข่ ัน้ ตอนงานสาํ รวจภูมิประเทศ งานขดุ เปิดหนา้ ดนิ งานถมดนิ
บดอัดแน่น งานปูแผ่นใยสังเคราะห์ งานหินทิ้งหรือหินเรียง งานทางเดิน งานราวกันตกและงานอื่นๆท่ี
เกย่ี วขอ้ ง เป็นตน้
◊ Material on Site ในบางโครงการอาจจําเป็นต้องมีการส่งมอบวัสดุก่อนทําการก่อสร้าง ดังน้ัน
เวลาทาํ การแบ่งงวดงานอาจใหม้ ลู คา่ ของงวดงานนนั้ เพียง 70% ของมูลค่างวดงานน้ันและอีก 30% จะนําไป
เป็นงวดงานของขั้นตอนการก่อสรา้ ง
◊ หน่วยที่กาํ หนดในแต่ละงวดงาน จําเป็นต้องมคี วามสอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของงานก่อสรา้ งและการ
ส่งมอบงาน เช่น งานกอ่ สรา้ งชน้ั ดินถมบดอัดแน่น ปริมาณงานในราคางานต้นทุนระบุเป็น ลบ.ม. แต่เม่ือทํา
การเขียนงวดงานการกอ่ สรา้ งช้ันดินถมบดอัด โดยทั่วไประบุเป็นระดับที่ทําการก่อสร้างและความยาวท่ีแล้ว
เสรจ็ เพราะในการตรวจสอบปรมิ าณการถมดนิ ในสนามอาจมีตวั แปรอืน่ ๆทที่ าํ ใหไ้ มส่ อดคลอ้ งกบั ปรมิ าณงานที่
กําหนดเปน็ ลบ.ม. เป็นต้น
◊ จาํ นวนวนั ก่อสรา้ ง ผู้ทําการกําหนดงวดงานต้องคํานึงถึงระยะเวลาการก่อสร้างให้สอดคล้องกับ
สภาพของพ้ืนท่ีท่ีทําการก่อสร้างและรูปแบบที่ก่อสร้าง เพื่อให้ผู้รับจ้างสามารถทํางานได้ เช่น งานก่อสร้าง
กลมุ่ การวจิ ัยและพฒั นาแหล่งน้ํา ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ํา 5-15 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร ์
ค่มู อื การสํารวจออกแบบโครงการพัฒนาและอนรุ กั ษฟ์ ื้นฟแู หลง่ น้ํา การประมาณราคาโครงการ
กรมทรพั ยากรนา้ํ
เข่อื นปอ้ งกนั ชายฝง่ั อาจต้องคํานงึ ถึงฤดกู าล/ชว่ งเวลาทสี่ ามารถทําการกอ่ สรา้ งไดแ้ ละฤดูกาล/ชว่ งเวลาท่ีต้อง
หยุดทาํ การกอ่ สรา้ ง เปน็ ต้น
ทั้งนผี้ ู้กาํ หนดงวดงานตอ้ งมีความเข้าใจถึงลําดับ ข้ันตอนและวิธีการก่อสร้าง ซึ่งจะทําให้การกําหนด
งวดงานได้สอดคลอ้ งกบั งานก่อสรา้ ง ทาํ ให้ผู้รับจ้างสามารถทํางานและเบิกเงินได้ตามงวดงานที่ได้กําหนดไว้
โดยการเขยี นงวดงานที่ดีนน้ั ต้องไม่ทาํ ใหง้ วดงานใดงวดงานหน่ึงทผี่ รู้ บั จา้ งดําเนนิ การไม่ไดเ้ น่ืองจากตดิ อุปสรรค
ไปทําให้เบกิ เงนิ คา่ งวดงานอ่ืนๆทเ่ี หลอื อยู่ไมไ่ ด้
สํานกั พฒั นาแหลง่ น้ําได้จัดทาํ หลกั เกณฑม์ าตรฐานการคาํ นวณราคากลางโครงการพฒั นาแหลง่ นาํ้
ของกรมทรพั ยากรน้าํ ประกอบดว้ ยเน้ือหาดังน้ี
1) ลักษณะงาน ขอบเขตงานและการคํานวณปริมาณงาน
2) หลักเกณฑ์การคาํ นวณราคางานตน้ ทนุ ต่อหน่วย
3) การคํานวณ Factor F
4) การคํานวณระยะเวลาการก่อสร้าง
รายละเอียดเพม่ิ เติมศึกษาไดจ้ ากหลกั เกณฑม์ าตรฐานการคาํ นวณราคากลางโครงการพัฒนาแหล่ง
นาํ้ ของกรมทรัพยากรนา้ํ
กลมุ่ การวิจัยและพัฒนาแหล่งนาํ้ ภาควชิ าวิศวกรรมทรัพยากรนํ้า 5-16 คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร ์
ภาคผนวก ก
ขอ้ มลู อุตุ-อุทกวิทยาและ
การหาปริมาณน้าํ ท่าและปริมาณน้าํ นองสูงสุด
ของ 25 ลุ่มนา้ํ
ขอ้ มูลอตุ -ุ อทุ กวิทยาและการหาปริมาณน้ําทา่ และปรมิ าณน้ํานองสูงสดุ ของ 25 ลมุ่ นาํ้
1) ลมุ่ น้ําสาละวิน
(1) สภาพภูมิอากาศ
จากข้อมูลของสถานีตรวจอากาศที่สํารวจโดยกรมชลประทาน ประกอบด้วยข้อมูลที่สําคัญคือ
อณุ หภูมิอากาศ ความชืน้ สัมพทั ธ์ ความเรว็ ลมผวิ พ้นื และอตั ราการระเหย
สภาพภมู อิ ากาศทีส่ าํ คญั ของลุ่มนํ้า
ขอ้ มูลภมู ิอากาศท่ีสําคญั หนว่ ย ชว่ งพสิ ัยคา่ รายปี คา่ รายปเี ฉลยี่
อณุ หภูมิอากาศ องศาเซลเซียส 29.9 – 19.9 25.8
ความช้ืนสัมพทั ธ์ เปอรเ์ ซ็นต์ 98.8 – 70.5 90.3
ความเรว็ ลมผิวพ้ืน กิโลเมตรตอ่ ช่ัวโมง 1.19 – 0.18 0.59
อัตราการระเหย มิลลิเมตร 910.7 – 892.8 901.8
ท่มี า:สาํ นักอุทกวิทยาและบริหารนา้ํ กรมชลประทาน(2553)
(2) ปรมิ าณนํา้ ฝน
ปรมิ าณนา้ํ ฝนในลุ่มน้าํ สาละวิน ได้ศึกษาจากข้อมูลสถานีวัดนํ้าฝนของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรม
อุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และกรมป่าไม้ พอสรุปได้ว่า ค่าปริมาณน้ําฝนรายปีเฉลี่ยผันแปรต้ังแต่
1,064.0 มิลลิเมตร จนถึง 2,096.4 มิลลิเมตร มีค่านํ้าฝนรายปีเฉล่ียท้ังพื้นท่ีลุ่มนํ้า ประมาณ 1,352.6
มลิ ลิเมตร เปน็ ปริมาณน้ําฝนในช่วงฤดูฝน ( พฤษภาคม – ตุลาคม ) ประมาณ 1,257.4 มิลลิเมตร ( คิดเป็น
ร้อยละ 93.0 ของปริมาณนํ้าฝนท้ังปี ) และเป็นปริมาณน้ําฝนในช่วงฤดูแล้ง ( พฤศจิกายน – เมษายน )
ประมาณ 95.2 มลิ ลิเมตร (คดิ เป็นร้อยละ 7.0 ของปริมาณน้ําฝนท้ังปี) และได้สรุปการผันแปรของปริมาณ
นํา้ ฝนรายเดอื นเฉลี่ยท้ังลมุ่ นาํ้ สาละวิน ดังน้ี
การผนั แปรของปรมิ าณน้าํ ฝนรายเดือนเฉลย่ี ทัง้ ล่มุ นาํ้ หนว่ ย : มิลลเิ มตร
ปี พ.ศ. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. รวมปี ฤดูฝน ฤดแู ล้ง
2495-2551 42.3 170.2 214.8 258.7 298.3 210.5 104.9 24.3 7.2 5.3 5.0 11.1 1,352.6 1,257.4 95.2
สงู สดุ 2537 53.8 201.8 302.8 550.2 430.0 153.4 117.4 9.7 2.1 0.0 0.0 6.8 1,828.0 1,755.6 72.4
ตาํ่ สดุ 2541 6.0 148.3 118.2 204.9 168.7 132.5 26.9 24.3 4.6 3.6 23.0 15.1 876.1 799.5 76.6
ที่มา:สาํ นักอุทกวิทยาและบริหารนํา้ กรมชลประทาน(2553)
(3) ปริมาณนํา้ ทา่
จากข้อมูลพน้ื ทแี่ ละปรมิ าณน้าํ ท่าทป่ี ระเมนิ ได้ สรปุ ไดว้ ่า พน้ื ที่ลมุ่ นํ้าสาละวิน มีพนื้ ทรี่ บั น้าํ ฝนทัง้ หมด
19,106 ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ําท่าตามธรรมชาติรายปีเฉลี่ย 8,656.4 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็น
ปริมาณนํ้าทา่ เฉลี่ยในช่วงฤดูฝน ประมาณ 6,627.9 ล้านลูกบาศกเ์ มตร (คิดเป็นรอ้ ยละ 76.6 ของปริมาณน้ํา
ทัง้ ป)ี และเป็นปรมิ าณน้ําท่าเฉลย่ี ในชว่ งฤดแู ล้ง ประมาณ 2,028.5 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นร้อยละ 23.4
ของปริมาณนํา้ ท้งั ปี) และได้สรปุ การผันแปรของปรมิ าณน้าํ ท่ารายเดอื นเฉลยี่ ทั้งลมุ่ นาํ้ สาละวิน ดงั น้ี
การผนั แปรของปรมิ าณนํ้าท่ารายเดอื นเฉล่ยี ท้ังลุม่ นํ้า หนว่ ย :ล้านลูกบาศก์เมตร
ปี พ.ศ. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. รวมปี ฤดฝู น ฤดูแลง้
2525-2551 153.3 268.2 429.9 824.6 1,736.9 2,123.2 1,245.2 759.0 429.5 306.4 203.9 176.5 8,656.4 6,627.9 2,028.5
สงู สุด 2549 382.8 443.2 575.6 1,721.8 3,104.4 3,623.7 2,075.4 826.5 487.0 373.0 279.1 259.9 14,152.2 11,544.0 2,608.2
ตํา่ สดุ 2541 92.5 106.5 122.1 256.6 701.0 1,068.4 337.3 230.0 105.0 102.2 86.0 83.4 3,290.9 2,591.8 699.2
ทม่ี า:สํานกั อทุ กวทิ ยาและบริหารนา้ํ กรมชลประทาน(2553)
และจากการศึกษาความสมั พันธ์ระหว่างปรมิ าณนํา้ ทา่ รายปเี ฉล่ยี กบั ขนาดพ้ืนท่ลี มุ่ น้ําในพน้ื ที่ล่มุ นํา้ สาละวนิ ได้
ความสมั พนั ธ์ ดังนี้
Qm = 0.4325 A1.0065 R2 = 0.948
ก-1