The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กิจกรรมแนะแนว ม.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Benjamas Meechowna, 2022-05-29 22:56:37

ฉันพัฒนาได้

กิจกรรมแนะแนว ม.4

4

หน่วยการจัดกิจกรรม ฉันพัฒนาได้

วัตถปุ ระสงคท์ ่ี 1 การรูจ้ กั เขา้ ใจ รกั และเหน็ คณุ คา่ ในตนเองและผอู้ ่ืน

1.1 นกั เรียนรูจ้ กั เขา้ ใจ เหน็ คณุ คา่ ในตนเองและพฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ

ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1

1.วัตถปุ ระสงคช์ ั้นปี
นกั เรียนตระหนกั ยอมรบั คณุ ลกั ษณะของตนเองสามารถพฒั นาและปรบั ปรุงตนเองได้

อยา่ งเหมาะสม

2.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1. บอกคณุ ลกั ษณะสว่ นดีและขอ้ บกพรอ่ งของตน
2.2 บอกวิธีการพฒั นาและปรบั ปรุงสว่ นบกพรอ่ งของตนเองได้

3.สาระสาคัญ
บคุ คลตา่ งมีลกั ษณะสว่ นตนท่ีหลากหลายการรูจ้ กั และยอมรบั คณุ ลกั ษณะของตนทงั้ ขอ้ ดี

และขอ้ บกพรอ่ ง จะชว่ ยใหน้ กั เรยี นสามารถพฒั นาขอ้ ดีและปรบั ปรุงขอ้ บกพรอ่ ง

4.สาระการเรียนรู้
4.1 คณุ ลกั ษณะสว่ นดีและขอ้ บกพรอ่ งของตนเอง

4.2 วธิ ีการพฒั นาและปรบั ปรุงตนเอง
5.ชิน้ งาน/ภาระงาน

ใบงาน เร่อื ง บนั ได้ 5 ขนั้ ของชีวิต
6. วธิ ีการประเมินผล

6.1 สงั เกตการปฏิบตั กิ ิจกรรม
6.2 การตรวจใบงานในแตล่ ะแผน
7.กิจกรรมการเรียนรู้
7.1 นกั เรยี นสารวจและบอกถึงขอ้ ดแี ละขอ้ บกพรอ่ งของตนเอง

7.2 วเิ คราะหค์ วามดีท่ีทาวา่ มีประโยชนก์ บั ใครอยา่ งไร

7.3 วิเคราะหค์ วามสามารถและความตอ้ งการของตนเอง

8. เวลา 3 ช่วั โมง

5

แผนการจัดการเรียนรู้กจิ กรรมแนะแนว

เรอื่ ง ฉนั พฒั นาได้

หน่วยการจัดกจิ กรรม ฉนั พฒั นาได้ ระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 3 ช่วั โมง

1.สาระสาคัญ
บคุ คลตา่ งมีลกั ษณะสว่ นตนท่ีหลากหลาย การรูจ้ กั และยอมรบั คณุ ลกั ษณะของตนทงั้ ขอ้ ดี

และขอ้ บกพรอ่ ง จะชว่ ยใหน้ กั เรียนสามารถพฒั นาขอ้ ดีและปรบั ปรุงขอ้ บกพรอ่ งของตนเองได้
2.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 บอกคณุ ลกั ษณะขอ้ ดีและขอ้ บกพรอ่ งของตน
2.2 บอกวธิ ีการพฒั นาและปรบั ปรุงขอ้ บกพรอ่ งของตนเองได้
3.สาระการเรียนรู้
3.1 คณุ ลกั ษณะขอ้ ดีและขอ้ บกพรอ่ งของตนเอง
3.2 วธิ ีการพฒั นาและปรบั ปรุงตนเอง
4.วธี ีการจัดกจิ กรรม
ช่ัวโมงท่ี 1
4.1 ใหน้ กั เรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 7 - 9 คน แตล่ ะกลมุ่ น่งั เป็นวงกลม ครูแจกกระดาษคนละ
แผน่ นกั เรียนเขียนช่ือมมุ บนขวา และพบั กระดาษเป็น 2 สว่ น ดา้ นซา้ ยเขียนขอ้ ดี ดา้ นขวาเขียนขอ้ บกพรอ่ ง
จากนนั้ ใหส้ ารวจและเขียนขอ้ ดแี ละขอ้ บกพรอ่ งของตนเองบนกระดาษ ภายใน 2 นาที แลว้ ติดกระดาษไว้
ดา้ นหลงั ของตน จากนนั้ ส่งั ใหน้ กั เรยี นน่งั หนั ไปทางซา้ ยมือ แลว้ เขียนขอ้ ดีและขอ้ บกพรอ่ งบนกระดาษของ
เพ่ือนท่ีน่งั อยขู่ า้ งหนา้ ตนเอง คนละ 1 ขอ้
4.2 ใหน้ กั เรยี น พิจารณาขอ้ ดี ขอ้ บกพรอ่ ง สมุ่ สอบถามความรูส้ กึ นกั เรียนกลมุ่ ละ 1 คน
ถึงขอ้ ดแี ละขอ้ บกพรอ่ ง
4.3 ดาเนนิ กิจกรรมเทียน โดยครูจดุ เทียนไข ใหน้ กั เรียนดปู ระมาณ 1 นาที แลว้ ดบั เทียน
ไขและหกั เทียนไข ตอ่ ดว้ ยการจดุ เทียนท่ีหกั ขนึ้ มาใหมอ่ ีกครงั้ ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาประมาณ 1 นาที
4.4 ครูตงั้ คาถามวา่ “นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ อะไรบา้ ง จากกิจกรรมท่ีใหด้ “ู ใหน้ กั เรียนเขียนลง
ในสมดุ ประมาณ 5 บรรทดั จากนนั้ ใหอ้ า่ นใหเ้ พ่ือนฟัง และครูเลือกตวั อย่างท่ีสรุปไดค้ วามหมายครบถว้ น
อา่ นใหน้ กั เรียนทงั้ หอ้ งฟัง แลว้ ครูสรุปดงั นี้ “คณุ คา่ ของเทียนไข คือ การใหแ้ สงสวา่ ง ไมว่ า่ เทียนไขนนั้ จะ
เปล่ียนแปลงรูปลกั ษณอ์ ยา่ งไรแตเ่ ม่ือถกู จดุ ขนึ้ ก็ใหแ้ สงสวา่ ง ใหค้ ณุ คา่ เหมือนกนั เปรียบเหมือนคนเรา ไม่
วา่ จะมีรูปรา่ งหนา้ ตา การศกึ ษา หรือฐานะความเป็นอยแู่ ตกตา่ งกนั อยา่ งไร ส่ิงท่ีสาคญั คือการไดใ้ ห้
ประโยชนต์ อ่ สงั คมคนทกุ คนมีทงั้ ขอ้ ดแี ละขอ้ บกพรอ่ งในตนเองและก็สามารถปรบั ปรุงขอ้ ดอ้ ยและพฒั นา
ขอ้ ดเี หลา่ นนั้ เพ่ือการดาเนินชีวติ ท่ีดีตอ่ ไปในสงั คม”

6

4.5 ครูแจกใบงาน น่ีแหละ่ ตวั ฉนั ใหน้ กั เรียนทา และใหอ้ อกมารายงานหนา้ ชนั้ เรียน

4.6 ครูสรุป จากส่งิ ท่ีนกั เรียนออกมารายงานหนา้ ชนั้ กลา่ วไดว้ า่ ทกุ คนมีความตงั้ ใจท่ีดี

อยใู่ นหวั ใจซ่งึ ส่งิ นีค้ อื พืน้ ฐานท่ีสาคญั ในการใชช้ ีวิตในสงั คมอยา่ งมีความสขุ และประสบความสาเรจ็ ในชีวิต

คนเราทกุ คนมีทงั้ ขอ้ ดแี ละขอ้ บกพรอ่ งในตนเอง เราตอ้ งเขา้ ใจในตวั ตนทงั้ 2 ดา้ น และพฒั นาขอ้ ดี และ

ปรบั ปรุงขอ้ บกพรอ่ งเพ่ือใหม้ ีชีวิตท่ีดี บนวถิ ีทางท่ีถกู ตอ้ ง

ช่ัวโมงที่ 2

4.7 ทบทวนกิจกรรมท่ีผ่านมา แมน้ กั เรียนจะมีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไรแตค่ ณุ คา่ ส่ิงท่ี

สาคญั คือการทาตวั ใหม้ ีประโยชนเ์ หมือนเทียน แมจ้ ะเป็นเทียนท่ีสมบรู ณห์ รือเทียนท่ีหกั ก็ยงั ใหแ้ สงสวา่ งได้

เสมอ

4.8 ครูดาเนินกิจกรรม แมน้ ความดเี พียงเล็กนอ้ ย...ก็ตอ้ งทา โดยใหน้ กั เรียนน่งั ตวั ตรง

สงบน่งิ แลว้ หลบั ตา ครูเปิดเพลง เดนิ ตามพอ่ ใหน้ กั เรียนฟังจนจบเนือ้ เพลง

4.9 นกั เรียนรว่ มกนั อภิปราย/แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เนือ้ เพลง ซ่งึ เป็นการตงั้ ปณิธาน

จะทาความดีแมเ้ พียงเลก็ นอ้ ยหากเทียบกบั พระราชกรณียกิจอนั ย่งิ ใหญ่ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั

4.10 ครูชวนใหน้ กั เรียนทบทวนตนเองว่าไดท้ าความดีอะไรบา้ งสง่ ผลดีตอ่ ตนเอและคน

รอบขา้ งและสงั คมอย่างไรบา้ ง แจกใบงานใหน้ กั เรียน “เร่ืองแมท้ าความดเี พียงนอ้ ยนดิ ก็ตอ้ งทา” โดย

ยกตวั อย่างตามตารางขา้ งลา่ ง

ความดที ่ีฉนั ทา ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั

ตวั เอง พอ่ แม่ ประเทศชาต/ิ สงั คม

กรอกนา้ ใสต่ เู้ ยน็

จากนนั้ ครูสรุป การทาความดีแมเ้ พียงเล็กนอ้ ยก็สง่ ผลกระทบตอ่ เน่ืองไปยงั สงั คมส่วนรวม

แมเ้ ราเป็นเพียงคนเล็กแตก่ ็สามารถมีส่วนรว่ มในการทาใหส้ งั คมและประเทศชาติพฒั นาและมีความม่นั คง

ประเทศชาติม่นั คง เจริญรุง่ เรืองก็ส่งผลยอ้ นกลบั มายังคนในชาตซิ ่ึงก็รวมถึงตวั เราดว้ ย ด่งั สภุ าษิตท่ีกล่าว

วา่ “อยา่ เห็นเป็นความดีเล็กนอ้ ยแลว้ ไมท่ า อยา่ เหน็ เป็นความช่วั เลก็ นอ้ ยแลว้ ทา”

ช่ัวโมงที่ 3

4.11 ครูดาเนิน กิจกรรมฉนั พฒั นาได้ โดยครูอา่ นบทกวี “ห่งิ หอ้ ย”

“เป็นดาวนนั้ ก็สวยดอี ย่หู รอก แตเ่ ป็นหินดินหมอกแตม้ สีสรร

ห่งิ หอ้ ยสิคอื แสงแหง่ ชีวนั ท่ีกรองกล่นั สีสรรจากวิญญาณ

หากเธอเลือกเป็นห่งิ หอ้ ย แทนดาวลอยสงู ศกั ดอิ์ รรคฐาน

เธอมีสทิ ธิมีความหวงั อหงั การ มีสทิ ธิผา่ นท่ีมืดซ่งึ ขาดดาว”

7

4.12 ทบทวนกิจกรรมในช่วั โมงท่ีผา่ นมา “แมก้ ิจกรรมท่ีเราคดิ วา่ เป็นส่งิ เล็กๆนอ้ ยๆ ใน
ชีวิตประจาวนั ก็ลว้ นมีคณุ คา่ และมีความสาคญั สง่ ผลย่งิ ใหญ่อยา่ งท่ีเราคาดไมถ่ งึ ดงั นนั้ ทกุ คนควรตงั้ ใจทา
หนา้ ท่ีของตนเองใหด้ ที ่ีสดุ อนั จะทาใหส้ งั คมโดยรวมมีความสขุ ตอ่ เน่ืองกนั ไป”

4.13 ใหน้ กั เรยี นทาใบงาน บนั ได 5 ขนั้ ของชีวิต วเิ คราะหค์ วามสามารถของตนเองในแต่
ละชว่ งอายุ พรอ้ มทงั้ ทบทวนความรูส้ ึกท่ีเกิดขนึ้ และการเปล่ียนแปลงพฒั นาตนเองในแตล่ ะชว่ งวยั ของชีวิต

4.14 จากนนั้ ใหน้ กั เรียนวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการของตนเองวา่ ปัจจบุ นั นกั เรยี นอยากทาส่งิ
ใดมากท่ีสดุ และวางแผนวา่ ตอ้ งปฏิบตั ติ นอยา่ งไรบา้ งเพ่ือพฒั นาความสามารถของตนเองเพ่ือไปสู่
เปา้ หมายท่ีตอ้ งการ

4.15 นกั เรียนชว่ ยกนั สรุปส่งิ ท่ีไดร้ บั จากการทากิจกรรม/นาเสนอใบความรู้ เร่ือง การ
พฒั นาตนเองโดยใชห้ ลกั 4 Self

4.16 ครูเพ่มิ เตมิ ขอ้ คดิ ท่ีนกั เรยี นชว่ ยกนั สรุป เพ่ิมเตมิ ใหค้ รบถว้ น รอบดา้ นสมบรู ณม์ าก
ย่งิ ขนึ้

“ส่ิงท่ีเราไมเ่ คยรู้ ไมใ่ ชว่ า่ เราจะรูไ้ มไ่ ด้
และส่งิ ท่ีเราไมเ่ คยทาใชว่ ่าเราจะทาไมไ่ ด้
เพราะชีวติ ตอ้ งกา้ วไปขา้ งหนา้ และพฒั นาไปสสู่ ่ิงท่ีดีกวา่ เสมอ”
5. สือ่ /อุปกรณ์
5.1 บทกวี/เพลงท่ีเหน็ คณุ คา่ ในตนเอง/เพลงเดนิ ตามพอ่
5.2 ปากกาเขียน white Board
5.3 เทียนไข
5.4 ไมข้ ีด
5.5 ใบงาน น่ีแหละตวั ฉนั
5.6 ใบงาน แมน้ ความดเี พียงเล็กนอ้ ยก็ตอ้ งทา
5.7 ใบงาน บนั ได 5 ขนั้ ของชีวติ
6. การประเมินผล
6.1 วิธีการประเมนิ
6.1.1 สงั เกตการปฏิบตั กิ ิจกรรม
6.1.2 ตรวจใบงาน

8

6.2 เกณฑก์ ารประเมิน
6.2.1 สงั เกตการปฏิบตั กิ ิจกรรม

เกณฑ์ ข้อความบ่งชี้
ผา่ น มีความตงั้ ใจรว่ มกิจกรรมใหค้ วามรว่ มมือกบั กลมุ่ ในการอภิปรายแสดง

ความคดิ เห็นและสง่ งานตามท่ีกาหนด
ไมผ่ า่ น ไมใ่ หค้ วามรว่ มมือกบั กลมุ่ หรือขาดส่งิ ใดส่ิงหน่งึ

6.2.2 ตรวจใบงาน
เกณฑ์ ข้อความบ่งชี้
ผา่ น บอกขนั้ ตอนการพฒั นาตนเองไปสเู่ ปา้ หมายท่ีวางไวไ้ ด้
ไมผ่ า่ น ไมส่ ามารถบอกขนั้ ตอนการพฒั นาตนเองไปสเู่ ปา้ หมายท่ีวางไวไ้ ด้

9
ใบงานกิจกรรมแนะแนว หนว่ ยการจดั กิจกรรมแนะแนวฉนั พฒั นาได้ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
ช่ือ-สกลุ นกั เรยี น..........................................................................................ชนั้ ม.4/..........เลขท่ี...........

ใบงาน เรื่อง น่ีแหล่ะตัวฉัน

คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนสารวจตนเองวา่ มี ขอ้ ดี และขอ้ บกพรอ่ ง อยา่ งไรบา้ ง พรอ้ มกบั วิเคราะหว์ า่ คณุ สมบตั ิ
เหลา่ นนั้ มีสว่ นสง่ เสรมิ หรือสรา้ งปัญหาแก่นกั เรียนอยา่ งไร (เวลา 30 นาที)

ข้อดขี องฉัน ส่งเสรมิ ข้อบกพร่องของฉัน เป็ นอุปสรรคกับฉัน
อยา่ งไร

ข้อสรุปทไ่ี ด้จากกิจกรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

10 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
ใบงานกิจกรรมแนะแนว หนว่ ยการจดั กิจกรรมแนะแนวฉนั พฒั นาได้

ช่ือ-สกลุ ..........................................................................................ชนั้ ม.4/..........เลขท่ี...........

ใบงาน เรือ่ ง แม้นความดเี พยี งเล็กน้อยก็ต้องทา

คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นเขียนการกระทาในชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียน 10 กิจกรรม ลงในตารางจากนนั้

วิเคราะหถ์ ึงประโยชนท์ ่ีเกิดขนึ้ ตอ่ ตนเอง และผอู้ ่ืน และสรุปส่งิ ท่ีไดร้ บั จากกิจกรรมนี้

ความดที ่ีฉนั ทา ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั

ตวั เอง พอ่ แม่ ประเทศชาต/ิ สงั คม

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

สรุป จากกิจกรรมข้างต้น นักเรียนได้ข้อคิดอย่างไรบ้าง
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

11

ใบงานกิจกรรมแนะแนว หนว่ ยการจดั กิจกรรมแนะแนวฉนั พฒั นาได้ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

ช่ือ-สกลุ ..........................................................................................ชนั้ ม.4/..........เลขท่ี...........

ใบงาน เร่ือง บันได้ 5 ขั้นของชวี ิต
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนทบทวนพฒั นาการของตนเองในแตล่ ะชว่ งอายุ ดงั ตาราง และสรุปส่งิ ท่ีไดร้ บั จาก

กิจกรรมนี้

ระดบั มัธยมต้น ระดับช้ันมัธยมปลาย
ส่งิ ทภี่ าคภมู ใิ จ ส่งิ ทภี่ าคภมู ิใจ............................................
ทาได้อย่างไร..............................................
ทาไดแ้ ล้วรู้สึกอย่างไร..................................

ส่ิงทภี่ าคภมู ิใจ..................................
ทาได้อย่างไร....................................
ทาไดแ้ ล้วรู้สึกกับตัวเองอย่างไร.....................
.......................................................................

ระดบั ประถม ...................................................................
ส่งิ ทภี่ าคภูมใิ จ ทาไดอ้ ย่างไร..............................................
ทาได้แล้วรู้สึกกับตวั เองอยา่ งไร.................

ระดบั อนุบาล ......................................................................
สงิ่ ทภ่ี าคภูมใิ จ ทาได้อย่างไร.................................................
ทาไดแ้ ล้วรู้สึกกับตวั เองอย่างไร....................

ก่อนเข้าอนุบาล .............................................................
ส่งิ ทภี่ าคภมู ิใจ ทาได้อยา่ งไร........................................
ทาไดแ้ ล้วรู้สึกกับตัวเองย่างไร..............

--

12
คาชแี้ จง ให้นักเรียน วิเคราะหค์ วามตอ้ งการของตนเองวา่ ปัจจบุ นั นกั เรียนอยากทาส่งิ ใดมากท่ีสดุ
และวางแผนวา่ ตอ้ งปฏิบตั ิตนอยา่ งไรบา้ งเพ่ือพฒั นาความสามารถของตนเองเพ่ือไปสเู่ ปา้ หมายท่ีตอ้ งการ

สง่ิ ทอ่ี ยากทามากทส่ี ุดในชั้น ม.4..................................

ข้ันตอนทตี่ ้องพัฒนาตนเอง
เพอื่ ไปสู่เป้าหมายทตี่ ัง้ ใจ

ใบความรูก้ ิจกรรมแนะแนว 13 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการจดั กิจกรรม ฉนั พฒั นาได้

ใบความรู้ เรื่องเทคนิคการพฒั นาตน

ความหมายของการพฒั นาตน

การพฒั นาตน ตรงกบั ภาษาองั กฤษวา่ self-development แตย่ งั มีคาท่ีมีความหมายใกลเ้ คยี งกบั
คาวา่ การพฒั นาตน และมกั ใชแ้ ทนกนั บอ่ ยๆ ไดแ้ ก่ การปรบั ปรุงตน (self-improvement) การบรหิ ารตน
(self-management) และการปรบั ตน (self-modification) หมายถงึ การเปล่ียนแปลงตวั เองใหเ้ หมาะสม
เพ่ือสนองความตอ้ งการและเปา้ หมายของตนเอง หรือเพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั ส่งิ ท่ีสงั คมคาดหวงั

ความหมายท่ี 1 การพฒั นาตนคือการท่ีบคุ คลพยายามท่ีจะปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงตนดว้ ยตนเองใหด้ ีขนึ้
กวา่ เดมิ เหมาะสมกวา่ เดมิ ทาใหส้ ามารถดาเนนิ กิจกรรม แสดงพฤตกิ รรม เพ่ือสนองความตอ้ งการ
แรงจงู ใจ หรือเปา้ หมายท่ีตนตงั้ ไว้

ความหมายที่ 2 การพฒั นาตนคือการพฒั นาศกั ยภาพของตนดว้ ยตนเองใหด้ ีขนึ้ ทงั้ รา่ งกาย จิตใจ
อารมณ์ และสงั คม เพ่ือใหต้ นเป็นสมาชกิ ท่ีมีประสทิ ธิภาพของสงั คม เป็นประโยชนต์ อ่ ผอู้ ่ืน ตลอดจนเพ่ือ
การดารงชีวิตอยา่ งสนั ตสิ ขุ ของตน

แนวคิดพืน้ ฐานในการพัฒนาตน

บคุ คลท่ีจะพฒั นาตนเองได้ จะตอ้ งเป็นผมู้ งุ่ ม่นั ท่ีจะเปล่ียนแปลงหรือปรบั ปรุงตวั เอง โดยมีความเช่ือหรอื
แนวคดิ พืน้ ฐานในการพฒั นาตนท่ีถกู ตอ้ ง ซง่ึ จะเป็นส่งิ ท่ีชว่ ยสง่ เสรมิ ใหก้ ารพฒั นาตนเองประสบ
ความสาเรจ็ แนวคดิ ท่ีสาคญั มีดงั นี้

1. มนษุ ยท์ กุ คนมีศกั ยภาพท่ีมีคณุ คา่ อยใู่ นตวั เอง ทาใหส้ ามารถฝึกหดั และพฒั นาตนไดใ้ นเกือบทกุ เร่อื ง
2. ไมม่ ีบคุ คลใดท่ีมีความสมบรู ณพ์ รอ้ มทกุ ดา้ น จนไมจ่ าเป็นตอ้ งพฒั นาในเร่ืองใดๆ อีก
3. แมบ้ คุ คลจะเป็นผทู้ ่ีรูจ้ กั ตนเองไดด้ ีท่ีสดุ แตก่ ็ไมส่ ามารถปรบั เปล่ียนตนเองไดใ้ นบางเร่อื ง ยงั ตอ้ งอาศยั
ความชว่ ยเหลือจากผอู้ ่ืนในการพฒั นาตน การควบคมุ ความคดิ ความรูส้ กึ และการกระทาของตนเอง
มีความสาคญั เทา่ กบั การควบคมุ ส่งิ แวดลอ้ มภายนอก
4. อปุ สรรคสาคญั ของการปรบั ปรุงและพฒั นาตนเอง คือ การท่ีบคุ คลมีความคิดติดยดึ ไมย่ อมปรบั เปล่ียน
วธิ ีคดิ และการกระทา จงึ ไมย่ อมสรา้ งนสิ ยั ใหม่ หรือฝึกทกั ษะใหมๆ่ ท่ีจาเป็นตอ่ ตนเอง
5. การปรบั ปรุงและพฒั นาตนเองสามารถดาเนนิ การไดท้ กุ เวลาและอยา่ งตอ่ เน่ือง เม่ือพบปัญหาหรอื
ขอ้ บกพรอ่ งเก่ียวกบั ตนเอง

14

ความสาคัญของการพฒั นาตน

บคุ คลลว้ นตอ้ งการเป็นมนษุ ยท์ ่ีสมบรู ณ์ หรอื อยา่ งนอ้ ยก็ตอ้ งการมีชีวิตท่ีเป็นสขุ ในสงั คม ประสบ
ความสาเรจ็ ตามเปา้ หมายและความตอ้ งการของตนเอง พฒั นาตนเองไดท้ นั ตอ่ การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขนึ้
ในสงั คมโลก การพฒั นาตนจึงมีความสาคญั ดงั นี้

ก. ความสาคัญต่อตนเอง จาแนกไดด้ งั นี้

1. เป็นการเตรยี มตนใหพ้ รอ้ มในดา้ นตา่ งๆ เพ่ือรบั กบั สถานการณท์ งั้ หลายไดด้ ว้ ยความรูส้ กึ ท่ีดีตอ่ ตนเอง
2. เป็นการปรบั ปรุงส่งิ ท่ีบกพรอ่ ง และพฒั นาพฤติกรรมใหเ้ หมาะสม ขจดั คณุ ลกั ษณะท่ีไมต่ อ้ งการออก
จากตวั เอง และเสรมิ สรา้ งคณุ ลกั ษณะท่ีสงั คมตอ้ งการ
3. เป็นการวางแนวทางใหต้ นเองสามารถพฒั นาไปสเู่ ปา้ หมายในชีวิตไดอ้ ยา่ งม่นั ใจ
4. สง่ เสรมิ ความรูส้ กึ ในคณุ คา่ แหง่ ตนสงู ใหข้ นึ้ มีความเขา้ ใจตนเอง สามารถทาหนา้ ท่ีตามบทบาทของตน
ไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ

ข. ความสาคัญต่อบุคคลอ่ืน เน่ืองจากบคุ คลยอ่ มตอ้ งเก่ียวขอ้ งสมั พนั ธก์ นั การพฒั นาในบคุ คลหน่งึ ยอ่ ม
สง่ ผลตอ่ บคุ คลอ่ืนดว้ ย การปรบั ปรุงและพฒั นาตนเองจงึ เป็นการเตรยี มตนใหเ้ ป็นส่ิงแวดลอ้ มท่ีดีของผอู้ ่ืน
ทงั้ บคุ คลในครอบครวั และเพ่ือนในท่ีทางาน สามารถเป็นตวั อยา่ งหรือเป็นท่ีอา้ งองิ ใหเ้ กิดการพฒั นาในคน
อ่ืนๆ ตอ่ ไป เป็นประโยชนร์ ว่ มกนั ทงั้ ชีวิตสว่ นตวั และการทางานและการอยรู่ ว่ มกนั อย่างเป็นสุขในชมุ ชน ท่ี
จะสง่ ผลใหช้ มุ ชนมีความเขม้ แขง็ และพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่ือง

ค. ความสาคัญต่อสังคมโดยรวม ภารกิจท่ีแตล่ ะหน่วยงานในสงั คมตอ้ งรบั ผดิ ชอบ ลว้ นตอ้ งอาศยั
ทรพั ยากรบคุ คลเป็นผปู้ ฏิบตั ิงาน การท่ีผปู้ ฏิบตั งิ านแตล่ ะคนไดพ้ ฒั นาและปรบั ปรุงตนเองใหท้ นั ตอ่
พฒั นาการของรูปแบบการทางานหรอื เทคโนโลยี การพฒั นาเทคนิควธิ ี หรือวธิ ีคดิ และทกั ษะใหมๆ่
ท่ีจาเป็นตอ่ การเพ่ิมประสทิ ธิภาพการทางานและคณุ ภาพของผลผลติ ทาใหห้ น่วยงานนนั้ สามารถแขง่ ขนั
ในเชิงคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพกบั สงั คมอ่ืนไดส้ งู ขนึ้ สง่ ผลใหเ้ กิดความม่นั คงทางเศรษฐกิจของประเทศ :

(ท่ีมา ผศ.วนิ ยั เพชรชว่ ย http://www.novabizz.com/NovaAce/Learning/Self_Development.htm)

15

ใบความรูก้ ิจกรรมแนะแนว หนว่ ยการจดั กิจกรรม ฉนั พฒั นาได้ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

ใบความรู้ เรอื่ งเทคนิคการพฒั นาตนตนเองดว้ ยหลัก 4 Self

ในโลกยคุ โลกาภิวฒั น์ ท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างตอ่ เน่ืองอยเู่ สมอ ไมว่ า่ จะเป็นในเร่ืองของ
เทคโนโลยี การส่ือสาร สภาพเศรษฐกิจ และขอ้ มลู ขา่ วสารตา่ ง ๆ ท่ีมีการสง่ ถ่ายถึงกนั และกนั เรว็ ขนึ้ และ
จากการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ นีเ้ องจงึ เป็นเสมือนพลงั ผลกั ดนั ใหค้ นแตล่ ะคนตา่ งตอ้ งตระหนกั
ถึงความสาคญั ของการเปล่ียนแปลง อนั ทาใหเ้ กิดการพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ืองอยเู่ สมอเพ่ือใหต้ นมีความ
พรอ้ มรบั มือกบั การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขนึ้ อย่างไมห่ ยดุ ยงั้

ผทู้ ่ีพฒั นาตนเองยอ่ มเป็นบคุ คลท่ีประสบความสาเรจ็ ในหนา้ ท่ีการงาน ไดร้ บั
ความกา้ วหนา้ ในสายอาชีพ ไดร้ บั คายกยอ่ ง สรรเสรญิ มากกวา่ ผทู้ ่ีอยไู่ ปวนั ๆ โดยไมส่ นใจท่ีจะพฒั นา
ความรูแ้ ละความสามารถของตนเอง

ดงั นนั้ หากมีความตอ้ งการท่ีจะประสบผลสาเรจ็ ในชีวติ การเร่มิ ตน้ ท่ีจะพฒั นาตนเองโดย
ไมพ่ ง่ึ พาผอู้ ่ืนเป็นส่ิงท่ีควรกระทาเป็นอยา่ งย่ิง ตอ้ งตระหนกั อยเู่ สมอวา่ “ ชีวิตเรา เราเป็นผเู้ ลือกท่ีจะลขิ ิต
หรือเลือกเสน้ ทางในการดาเนินชีวิตเอง ” อยา่ ปลอ่ ยใหผ้ อู้ ่ืนมาเป็นผมู้ ีอทิ ธิพลและชีน้ าการดาเนนิ ชีวิตของ
ตวั เรา

การพฒั นาตนเองใหพ้ บกบั ความสาเรจ็ ในชีวิตนนั้ ขนึ้ อยกู่ บั ความพรอ้ มและความมงุ่ ม่นั
ของตวั เอง หลกั ปฏิบตั ติ นอยา่ งง่าย ๆ ท่ีสามารถทาไดด้ ว้ ยแนวคดิ ของ 4 Self ดงั ตอ่ ไปนี้
Self Awareness

1. ตระหนกั รูใ้ นความตอ้ งการของตนเอง (Self Awareness) มีขนั้ ตอนดงั นี้

ขนั้ ตอนท่ี 1 ตระหนกั ในเปา้ หมายของชีวิต เรม่ิ ตน้ คน้ หาวา่ สว่ นลกึ ๆ แลว้ ตอ้ งการอะไรกนั
แน่ เป็นการตระหนกั ในเปา้ หมายท่ีอยากจะมีและอยากจะเป็นในอนาคตขา้ งหนา้ เชน่ บางคน อยากมี
ความสขุ บางคนอยากจะประสบความสาเรจ็ ในการทางาน บางคนอยากมีรา้ นเลก็ ๆ เป็นของตนเอง
เป็นตน้ และเม่ือตระหนกั รูแ้ ลว้ วา่ เปา้ หมายหรือส่งิ ท่ีตอ้ งการจะไปนนั้ คอื อะไร

ขนั้ ตอนท่ี 2 ควรสารวจตน้ เหตุ คือสารวจตนเองลกึ ลงไปอีกวา่ ตน้ เหตทุ ่ีจะทาใหฝ้ ันหรือ
เปา้ หมายเกิดขนึ้ มาไดน้ นั้ คืออะไร เชน่ อยากมีความสขุ แลว้ ความสขุ จะเกิดขนึ้ จากอะไร ? เป็นตน้

ขนั้ ตอนท่ี 3 สารวจหาแนวทาง เม่ือตระหนกั รูว้ า่ อะไรคือเหตผุ ลลกึ ๆ ของเปา้ หมายท่ี
กาหนดขนึ้ แลว้ ขนั้ ตอนถดั ไปก็คือคณุ ควรคดิ ไตรต่ รองดวู า่ จะทาอยา่ งไรใหฝ้ ันนนั้ เป็นจรงิ เชน่ หากคณุ คดิ
วา่ การเรียนตอ่ ปรญิ ญาตรี อนั นามาซง่ึ ความภาคภมู ิใจในสว่ นลกึ ๆ ของคณุ เองและคนรอบขา้ ง คณุ ก็ควร

16

ขนั้ ตอนท่ี 4 สารวจความพรอ้ ม เพ่ือสารวจวา่ ตนเองวา่ คณุ มีความพรอ้ มในเร่ืองเวลา และ
งบประมาณมากนอ้ ยแคไ่ หน.....หากคณุ คิดว่าคณุ พรอ้ มแลว้ คณุ ก็ควรเรม่ิ คิดตอ่ ไปว่าจะตอ้ งทา
อยา่ งไรบา้ งในการเรียนตอ่ ระดบั ปรญิ ญาตรใี หไ้ ด้ น่นั ก็คือการตรวจสอบมหาวทิ ยาลยั ท่ีเหมาะสมและ
ตดิ ตอ่ มหาวทิ ยาลยั เพ่ือเขา้ รบั การทดสอบตอ่ ไป
Self Discipline

2.ตระหนักรู้หนทางสู่ความสาเรจ็ (Self Discipline) หรอื Self แหง่ ความมีวินยั Self
ตวั นีจ้ ะบอกคณุ วา่ หนทางของความสาเรจ็ ในเปา้ หมายท่ีกาหนดขนึ้ ไมใ่ ชเ่ ป็นหนทางของถนนเรียบ แตเ่ ป็น
หนทางของถนนท่ีขรุขระซ่งึ คณุ เองจะตอ้ งพบเจอกบั ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ เหมือนกบั การขนึ้ ภเู ขาท่ีคณุ
จะตอ้ งคอ่ ย ๆ ไตข่ นึ้ ไปเพ่ือใหไ้ ปถงึ ยอดเขา และการขนึ้ ไปสยู่ อดเขาใหไ้ ดน้ นั้ คณุ อาจจะตอ้ งพบเจอกบั หนา้
ผา ท่ีสงู ชนั กอ้ นหนิ ท่ีขวางทางคณุ อยู่ และเม่ือคณุ มีเปา้ หมายท่ีจะขนึ้ ไปสยู่ อดเขานนั้ ใหไ้ ด้ คณุ จะตอ้ งมี
วนิ ยั ในตนเองว่าคณุ จะตอ้ งทาใหไ้ ดเ้ พ่ือไปสชู่ ยั ชนะท่ีวาดฝันไวไ้ มว่ า่ จะเจอกบั ปัญหาและอปุ สรรคใด ๆ ก็
ตาม ซง่ึ Self ตวั นีจ้ ะเป็นพลงั ผลกั ดนั ใหค้ ณุ สรา้ งวินยั ในการปฏิบตั ิตนใหไ้ ปส่คู วามฝันท่ีกาหนดขนึ้ ไมย่ อ่
ทอ้ หรือหว่นั ไหวไปซะก่อนกบั ปัญหาท่ีเกิดขนึ้ ดว้ ยการเปล่ียนเปา้ หมายของตนเอง เชน่ หากคณุ ไดร้ บั การ
คดั เลือกเขา้ ศกึ ษาตอ่ ปรญิ ญาตรแี ลว้ ละ่ ก็ แนน่ อนวา่ คณุ จะตอ้ งเจอะเจอกบั ปัญหาสารพดั ไมว่ า่ จะเป็น
เวลาท่ีไมอ่ าจแบง่ สรรใหก้ บั การเรยี นได้ ปัญหาเร่อื งแฟนหรอื คนในครอบครวั ไมช่ อบใจท่ีคณุ ไมใ่ หเ้ วลากบั
พวกเขา ปัญหางบประมาณมีจากดั ปัญหาเหล่าน่ีจะสง่ ผลใหค้ ณุ คดิ ไปเองวา่ ตนเรียนไมไ่ หวอยา่ งแนน่ อน
น่นั ก็คือคณุ พยายามหาเหตผุ ลสนบั สนนุ วา่ คณุ ไมส่ ามารถเรยี นตอ่ ในระดบั ปรญิ ญาตรีได้ เป็นตน้ แตห่ าก
คณุ มี Self แหง่ วินยั ในตนเองแลว้ ละ่ ก็ Self ตวั นีจ้ ะเป็นพลงั ผลกั ดนั ใหค้ ณุ สรา้ งวินยั ในการปฏิบตั ิตนใหฟ้ ัน
ฝ่าปัญหาท่ีเกิดขนึ้ ดว้ ยการจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม และการบงั คบั ตนเองใหม้ ีวินยั พอท่ีจะปฏิบตั ติ นตาม
เวลาท่ีกาหนดขนึ้
Self Improvement

3.ตระหนกั รูห้ นทางแหง่ การพฒั นาตนเอง ( Self Improvement ) Self ท่ีสามนีจ้ ะเป็น
เสมือนตวั จดุ ประกายใหค้ ณุ มีความรู้ และความสามารถในการสานฝันท่ีกาหนดขนึ้ ใหเ้ ป็นจรงิ ได้ Self ตวั นี้
จะทาใหค้ ณุ เรม่ิ ถามตนเองวา่ คณุ จะตอ้ งพฒั นาตนเองในเร่ืองใดบา้ งเพ่ือใหค้ ณุ มีศกั ยภาพเพียงพอท่ีจะทา
ใหเ้ ปา้ หมายของตนเองบรรลผุ ลสาเรจ็ หากคณุ มีหวั ใจพรอ้ มท่ีจะพฒั นาแลว้ นนั้ ยอ่ มจะทาใหค้ ณุ มีแรงอดึ
มีพลงั พอท่ีจะปรบั ปรุงตนเองอยา่ งตอ่ เน่ืองอยเู่ สมอ ไมค่ ดิ ยอ่ ทอ้ หรือหมดหวงั ท่ีจะเห็นผลสาเรจ็ ของความ
ฝันนนั้ ๆ ของคณุ เอง เชน่ หากคณุ มีโอกาสเขา้ เรยี นตอ่ ในระดบั ปรญิ ญาตรี ซ่งึ คณุ พบวา่ มีความรูใ้ นวชิ าท่ี
เรยี นไมเ่ ทา่ กบั เพ่ือน ๆ คนอ่ืนแลว้ ละ่ ก็ ความรูส้ กึ ท่ีจะเกิดขนึ้ กบั คณุ ตอ่ ไปนนั้ มีอยสู่ องดา้ น น่นั ก็คือ ดา้ น
หน่งึ เป็นความรูส้ กึ ทางลบคือ คณุ จะเร่มิ รูส้ กึ เบ่อื เซง็ ไมช่ อบในส่งิ ท่ีคณุ เองไดเ้ ลือกไปแลว้ และความรูส้ กึ
อีกดา้ นหน่งึ เป็นความรูส้ กึ ในทางบวก ซง่ึ คณุ เองตอ้ งพยายามบอกตนเองเสมอวา่ คณุ จะตอ้ งพฒั นาความรู้
ท่ียงั ขาดหายไปใหม้ ีมากขนึ้ ใหจ้ งได้ ความรูส้ กึ ในทางบวกนีจ้ ะเป็นพลงั ผลกั ดนั ใหค้ ณุ หาหนทางและวธิ ีการ
ตา่ ง ๆ นา ๆ ท่ีจะปรบั ปรุงตนเองใหม้ ีความรู้ และความสามารถมากย่งิ ขนึ้ ตอ่ ไป

17

Self Evaluation
4.ตระหนักรู้ระดบั ข้ันของการไปสู่ความความสาเรจ็ (Self Evaluation) Self

ตวั นีจ้ ะทาใหค้ ณุ เรม่ิ ประเมนิ ผลการปฏิบตั ติ นของตวั คณุ ว่าประสบความสาเรจ็ ไปมากนอ้ ยแคไ่ หนบา้ ง ซง่ึ
คณุ เองจะตอ้ งประเมนิ ผลตนเองเป็นระยะอยา่ งตอ่ เน่ืองอยเู่ สมอ ทงั้ นีค้ าถามหลกั ๆ ท่ีคณุ จะตอ้ งประเมนิ
ตนเอง น่นั ก็คือ คณุ ยงั สามารถทาเปา้ หมายท่ีกาหนดขนึ้ ใหเ้ ป็นจรงิ ไดน้ นั้ ตามเง่ือนไขท่ีถกู กาหนดขนึ้ ไวแ้ ลว้
ไดห้ รอื ไม่ .......คณุ มีความรูแ้ ละความสามารถเพียงพอหรือยงั ......คณุ จะตอ้ งทาอย่างไรบา้ งในการทาให้
คณุ มีความรูแ้ ละความสามารถเพ่ิมมากขนึ้ ในอนั ท่ีจะทาใหเ้ ปา้ หมายของคณุ บรรลผุ ลสาเรจ็ .....ทั้งนีก้ าร
ประเมนิ ตนเองนนั้ คณุ ควรกาหนดขนึ้ เป็นระยะ ๆ เชน่ ทกุ ครง่ึ ภาคเรียน ทกุ ภาคเรียน เป็นตน้ เชน่ คณุ
สามารถประเมนิ ความรูข้ องคณุ วา่ เม่ือไดผ้ า่ นการสอบวดั ผลในแตล่ ะครงั้ คณุ รูอ้ ะไรเพ่มิ มากขนึ้ หรือไม่
ความรูอ้ ะไรบา้ งท่ีคณุ อยากจะรูแ้ ละยงั ไมร่ ู้ และคณุ จะตอ้ งทาอะไรบา้ งเพ่ือใหค้ ณุ มีความรูเ้ พ่มิ ขนึ้ ในส่ิงท่ี
ตนเองยงั ไมร่ ูเ้ ป็นตน้

สรุป การพฒั นาตนเองใหป้ ระสบผลสาเรจ็ นนั้ ไมย่ าก ขอเพียงแตว่ า่ คณุ จะตอ้ งมีความ
มงุ่ ม่นั และตงั้ ใจจรงิ ท่ีจะบรหิ ารตนเอง ( Self) ดว้ ยการตระหนกั รูใ้ นความคาดหวงั ของตนเอง การสรา้ งวินยั
ในการปฏิบตั ติ นตามเง่ือนไขของเวลาท่ีกาหนด การปรบั ปรุงความรูค้ วามสามารถของตนเองอยเู่ สมอ และ
สดุ ทา้ ยน่นั ก็คือการประเมินผลสาเรจ็ ในเปา้ หมายท่ีตวั คณุ เป็นผลู้ ขิ ิตขนึ้ เป็นระยะอย่างตอ่ เน่ือง

ท่ีมา : http://www.hrcenter.co.th


Click to View FlipBook Version