The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นโยบายการเงินการคลังกับการพัฒนาประเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ubol P'Nong Kub, 2022-10-05 15:10:29

นโยบายการเงินการคลังกับการพัฒนาประเทศ

นโยบายการเงินการคลังกับการพัฒนาประเทศ

วิชาสังคมศึกษา3 (เศรษฐศาสตร)
ส32183

นโยบายการเงินการคลังกับการ
พัฒนาประเทศ

นโยบายการเงิน คือ
ผู้ดูแลเศรษฐกิจของประเทศใด
ประเทศหนึ่ง นอกจากรัฐบาลแล้วยังมี
ธนาคารกลาง(แบงก์ชาติ) ของประเทศ
นั้นๆ อีกด้วย ฉะนั้นแล้วเราจะได้ยิน
"นโยบายการคลัง" รัฐบาลเป็นผู้
ควบคุม หรือ "นโยบายการเงิน"
ธนาคารกลางเป็นผู้ควบคุมจากในข่าว
บ่อยๆ ซึ่งวันนี้จะมาพูดถึง นโยบายการ
เงินกันค่ะ

นโยบายการเงิน

นโยบายการเงิน คือ มาตรการทางการเงินชนิดหนึ่งที่ธนาคาร
กลาง(แบงก์ชาติ) เป็นผู้ควบคุมเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินภายในประเทศ
ตัวอย่างเช่น หากเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อหรือเงินฝืด
นั้น ธนาคารกลางจะประกาศนโยบายทางการเงินออกมา เพื่อไม่ให้เกิด
เหตุการณ์เงินฝืดหรือเงินเฟ้อมากเกินไป โดยนโยบายการเงินหลักๆแบ่งได้เป็น
2 แบบ คือ

1.นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
2.นโยบายการเงินแบบเข้มงวด

โดยทั้ง 2 นโยบายต่างใช้ในเวลาที่ต่างกัน ยกตัวอย่างในช่วง
เศรษฐกิจซบเซา ธนาคารกลางจะใช้ "นโยบายการเงินแบบ
ผ่อนคลาย" เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในประเทศไม่ให้
เกิดภาวะเงินฝืด หรือกล่าวคือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
ตัวอย่าง การใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย

1.การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เปรียบเสมือนการลดดอกเบี้ยอ้างอิง
ซึ่ งเมื่อดอกเบี้ยอ้างอิงปรับตัวลดลงอาจนำมาสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ย
เงินกู้ รวมถึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากด้วยเช่นกัน ฉะนั้นหากเมื่อ
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง จะส่งผลให้สนับสนุนภาคการลงทุนมากขึ้น เกิด
การจ้างงานเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดการจ้างงานมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการ
เติบโตทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ผู้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น

2.การซื้อพันธบัตรจากภาคเอกชนหรือรัฐบาล เมื่อปริมาณเงินใน
ระบบเศรษฐกิจมีการหมุนเวียนน้อยจนเกินไปหรือเกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งจะ
ส่งผลให้การผลิตและการบริโภคลดลง ฉะนั้นธนาคารกลางจะรักษา
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยการนำเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น ผ่านการซื้อ
พันธบัตรจากภาคเอกชนหรือรัฐบาล ซึ่งจะทำให้เอกชนหรือรัฐบาลได้รับ
เงินจากการขายพันธบัตรให้กับธนาคารกลาง ทำให้เอกชนหรือรัฐบาล
สามารถนำเงินมาใช้ตามจุดประสงค์ที่ต้องการได้ และจะส่งผลให้เกิดการ
สนับสนุนการลงทุนและบริโภคตามลำดับ

3.การปรับลดอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ เมื่อ
ธนาคารพาณิชย์ได้รับเงินฝากจากประชาชนเข้ามา ธนาคารพาณิชย์
ต้องสำรองเงินส่วนหนึ่งไว้ตามกฎหมาย ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะนำไป
ปล่อยสินเชื่อเพื่อให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจต่อไป ตัวอย่างเช่น หาก
อัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 10% หมายความว่า ทุกๆ
การฝากเงิน 100 บาท ธนาคารพาณิชย์จะต้องเก็บสำรองไว้ 10 บาท ใน
ขณะที่อีก 90 บาท ธนาคารสามารถนำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อให้เงินเข้าสู่
ระบบเศรษฐกิจได้ ฉะนั้น หากมีการประกาศลดอัตราเงินสดสำรอง
ของธนาคารพาณิชย์ จะทำให้มีปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ
เศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

กลับกันหากประเทศกำลังเติบโตอย่างร้อนแรง
ธนาคารกลางจะใช้ "นโยบายการเงินแบบเข้มงวด" ซึ่งการ
ดำเนินการจะตรงข้ามกับตัวอย่างด้านบน ตัวอย่างเช่น
ปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย, ขายพันธบัตรเพื่อดึงออกจาก
ระบบเศรษฐกิจ หรือเพิ่มอัตราเงินสดสำรองของธนาคาร
พาณิชย์ เป็นต้น

จากตัวอย่างดังกล่าว เป็นเพียงเครื่องมือส่วนหนึ่งที่
ธนาคารกลางสามารถควบคุมได้ อีกทั้งยังมีอัตราแลกเปลี่ยนที่
ธนาคารกลางสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ ขึ้นอยู่กับประเทศนั้นใช้
อัตราแลกเปลี่ยนแบบใด ซึ่งการใช้นโยบายเหล่านี้ใช้เพื่อรักษา
เสถียรภาพทางการเงินของประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืดหรือ
เงินเฟ้อมากเกินไป จะเห็นได้ว่า นโยบายการเงิน เป็นส่วนสำคัญอย่าง
หนึ่งในระบบเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางต้องพิจารณา
การใช้นโยบายให้ดี เพราะจะกระทบเศรษฐกิจออกเป็นวงกว้าง

หน้าที่สำคัญของธนาคารกลางทุกแห่ง
คือ การกำหนดนโยบายการเงิน โดยมีเป้าหมาย
สู งสุ ดเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถขยาย
ตัวได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ในกรณีของไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนิน
น โ ย บ า ย ก า ร เ งิ น ภ า ย ใ ต้ ก ร อ บ เ ป้ า ห ม า ย เ งิ น เ ฟ้ อ
แบบยืดหยุ่น (FLEXIBLE INFLATION
TARGETING) โดยให้ความสำคัญกับการรักษา
เสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการดูแลการ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและรักษา
เสถียรภาพของระบบการเงิน

ประโยชน์ของการรักษาเสถียรภาพด้านราคา

ธปท. เน้นดูแลให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำและไม่ผันผวน เนื่องจากเงินเฟ้อทำให้ค่าของเงิน
หรืออำนาจซื้อของประชาชนลดลง โดยเมื่ออัตราเงินเฟ้อเร่งขึ้น หรือสินค้ามีราคาแพงขึ้น เงินที่อยู่ใน
มือของประชาชนจะซื้อสินค้าได้ในปริมาณน้อยลง ซึ่งเมื่อมองในแง่นี้ เงินเฟ้อจึงเป็นเหมือนสิ่งที่ฉุดให้
ประชาชนทั้งประเทศยากจนลง นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อที่สูงหรือผันผวนจนเกินไปยังเป็นอุปสรรค
ต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะส่งผลให้การคาดการณ์ราคาสินค้าในอนาคต
เพื่อประโยชน์ในการวางแผนธุรกิจตลอดจนวางแผนการบริโภคและการออมของประชาชนทำได้ยาก
ในทางกลับกัน อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไปจนติดลบ หรือที่เรียกว่าภาวะเงินฝืด ก็ไม่เป็นผลดีต่อ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเกิดภาวะเงินฝืด ประชาชนและธุรกิจจะคาดว่าราคา
สินค้ามีโอกาสปรับลดลงอีกในระยะต่อไป จึงไม่ก่อให้เกิดแรงจูงใจบริโภคและลงทุนในปัจจุบัน

กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น



ธปท. ดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่ง
เป็นแนวทางเดียวกับที่ธนาคารกลางในหลายประเทศใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจาก
เป็นกรอบนโยบายที่เอื้อให้เกิดวินัยในการดูแลเสถียรภาพราคา ผ่านการประกาศเป้าหมายเงินเฟ้อที่
ชัดเจน ตลอดจนให้ความยืดหยุ่นต่อการดำเนินนโยบายการเงินในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยาย
ตัวได้อย่างเต็มศักยภาพและยั่งยืน รวมถึงจัดการกับความเสี่ยงต่าง ๆ ต่อเสถียรภาพของระบบการ
เงิน ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อที่นโยบายการเงินต้องพยายามบรรลุเป็นคุณลักษณะสำคัญที่
ทำให้นโยบายการเงินมีความชัดเจน (clarity) โปร่งใส (transparency) และสามารถตรวจสอบ
ได้ (accountability) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นโยบายมีความน่าเชื่อถือ (credibility) และช่วย
ให้การดำเนินนโยบายการเงินมีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น

การตัดสินนโยบายการเงิน



คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีห
น้าที่กำหนดนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพ

ราคาและสนับสนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้เต็มศักยภาพและยั่งยืน กนง. ซึ่งประกอบด้วย
ผู้บริหารระดับสูงของ ธปท. 3 ท่าน และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 4 ท่าน ที่ผ่านกระบวนการคัด
เลือกตามที่กฎหมายกำหนด จะประชุมกันปีละ 6 ครั้ง โดยมีการวางกำหนดการประชุมล่วงหน้าหนึ่ง
ปี ในการประชุมแต่ละนัด กนง. จะประเมินภาวะเศรษฐกิจการเงิน ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งภายในและ
ภายนอกประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาประมาณการแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในระยะ
ข้างหน้า ตลอดจนความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อตัดสินใจขึ้น/คง/ลด อัตราดอกเบี้ย
นโยบาย และแจ้งผลการประชุม กนง. ให้สาธารณชนทราบในช่วงบ่ายของวันที่มีการประชุม

การสื่อสารผลการ​ ตัดสินนโยบายการเงิน



เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจ
แนวคิดและมุมมองของ กนง.
เกี่ยวกับภาวะและแนวโน้มของเศ
รษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ รวม

ถึงเหตุผลของการตัดสินนโยบายการเงินอย่างละเอียด ธปท. จึง

ได้จัดทำและเผยแพร่รายงานการประชุม กนง. ฉบับย่อ หลังการ

ประชุมผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ รวมถึงจัดทำและเผยแพร่

รายงานนโยบายการเงิน เป็นประจำทุกไตรมาสอีกด้วย









ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian
Development Bank) หรือเรียกย่อๆ ว่า “เอดีบี (ADB)”
เป็นสถาบันการเงินที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนระบบ
เศรษฐกิจ และการพัฒนาของประเทศแถบเอเชีย โดยผ่าน
การให้เงินกู้ และความสนับสนุนด้านเทคนิค

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชี ยก่อตั้งขึ้นในปี
พ.ศ.2509 โดยความช่วยเหลือของ
สหประชาชาติ มีประเทศเข้าร่วมก่อตั้ง 32
ประเทศ จนถึงปัจจุบัน (2 กุมภาพันธ์ 2550) มี
ประเทศสมาชิกทั้งสิ้น 67 ประเทศ เป็น 48
ประเทศในภูมิภาค และ 19 ประเทศจากพื้นที่อื่น
มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงมะนิลาประเทศ
ฟิลิปปินส์

ในแต่ละปีได้ให้ความช่ วยเหลือด้านเงินกู้เป็น
เงินประมาณ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยแต่ละ
โครงการมีมูลค่าประมาณโครงการละ 100 ล้าน
เหรียญสหรัฐ ใช้เงินทุนจากการลงทุนพันธบัตร
ในตลาดการเงินต่างๆ ซึ่งโครงการเงินกู้ส่วน
ใหญ่ของ ADB เป็นเงินกู้เพื่อใช้ในการปรับ
โครงสร้างด้านการเงิน และมีไว้สำหรับโครงการ
ด้านสาธารณูปโภค การศึกษาและการฝึกอบรม
โครงการด้านสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศในทวีป
เอเชี ย

หนี้สาธารณะ

หนี้สาธารณะ หมายถึง ข้อผูกพันของรัฐบาลซึ่งเกิดจากการกู้ยืม
โดยตรงและการค้ำประกันเงินกู้โดยรัฐบาลรวมทั้งเงินปริวรรตที่รัฐบาล
รับรอง หนี้สาธารณะแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือหนี้ภายในประเทศ
และหนี้ต่างประเทศ

+หนี้ภายในประเทศ (Internal debt) หมายถึงข้อผูกพันของรัฐบาลที่มีอยู่

ในประเทศทั้งที่เป็นตั๋วเงิน พันธบัตร ตั๋วสัญญาใช้เงิน และการค้ำประกัน
เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจ

หนี้ต่างประเทศ (External debt) หมายถึง หนี้สินและข้อผูกพันในต่าง
ประเทศของรัฐบาล แบ่งเป็นการกู้โดยตรงของรัฐบาลจากแหล่งต่างๆ
เช่น ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย เป็นต้น และการค้ำประกันเงินกู้
ของรัฐวิสาหกิจ

การก่อหนี้ของรัฐบาลโดยเฉพาะการกู้เงินจากต่างประเทศนั้นรัฐบาลจะจัดทำ
แผนการก่อหนี้จากต่างประเทศประจำปีซึ่งแผนดังกล่าวจะต้องตอบสนองแผน
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในช่วงนั้นๆ รวมทั้งต้องสอดคล้องกับนโยบาย
ของรัฐบาล ช่วยสร้างความสมดุลในการพัฒนาประเทศทั้งด้านการรักษาระดับ
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ช่วยลดช่องว่างความเจริญ
ระหว่างเมืองกับชนบทและนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิต และสิ่ง
แวดล้อม ซึ่งความรับผิดชอบของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนของประเทศ อาจวิเคราะห์
ได้จากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐบาลซึ่งมีความซับ
ซ้อนมากโดยเฉพาะการกู้ยืมและการชำระหนี้ทั้งในและต่างประเทศ

หนี้สาธารณะ มีทั้งผลดีและผล
เสีย เพราะการกู้ยืมของรัฐบาล
แสดงถึงฐานะที่ไม่มั่งคง รัฐบาล
ไร้ความสามารถในการหารายได้
มาให้เพียงพอกับรายจ่าย
เป็นการสร้างภาระหนี้สินไว้ให้
เป็นภาระแก่คนรุ่นหลัง แต่ถ้า
หากเป็นการกู้ภายในประเทศที่
ไม่เป็นภาระมากจะเป็นประโยชน์
เพราะทรัพยากรยังอยู่ภายใน
ประเทศไม่รั่วไหลไปไหน แต่ก็
ควรระมัดระวังเช่ นกัน

อย่างไรก็ตาม หนี้สาธารณะจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ
ประเทศเสมอ แต่อาจจะมีผลกระทบมากหรือน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ
แหล่งที่มาของเงินกู้ และลักษณะการใช้จ่าย ถ้าเป็นการกู้จากประชาชนจะ
มีผลต่อการบริโภคและการลงทุน การกู้สถาบันการเงินถ้ามากเกินไปอาจ
มีผลต่อภาวะเงินตึง คือเงินในระบบสถาบันการเงินมีไม่เพียงพอแก่การ
ลงทุนของภาคเอกชนส่วนการกู้จากต่างประเทศแม้ว่าจะทำให้มีการจ้าง
แรงงานและรายได้สูงขึ้นในระยะแรก แต่เมื่อถึงกำหนดชำระทำให้รายได้
ของประเทศลดน้อยลงจนเกิดปัญหาได้

หน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย
หน่วยงานหลักสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจของ
ประเทศไทย มีอยู่ด้วยกัน 4 หน่วยงาน ดังนี้
1. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ มีหน้าที่จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(คราวละ 5 ปี) จัดทำตัวเลขประมวลข้อมูลรายได้ประชาชาติ
(GDP) ดูแลเรื่องการกระจายรายได้ พิจารณางบลงทุน และ
กำหนดหลักเกณฑ์แก่รัฐวิสาหกิจต่างๆ

หน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย

2.กระทรวงการคลัง มีหน้าที่ดูแลเรื่องนโยบายการคลัง
การจัดเก็บรายได้ ควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณ ขณะเดียวกัน
ทำหน้าที่ดูแลการบริหารหนี้สาธารณะ ดูแลทรัพย์สินของ
ประเทศ ผลิตเหรียญกษาปณ์ รวมทั้งควบคุมธนาคารพาณิชย์
และธนาคารเฉพาะกิจ

3.สำนักงบประมาณ มีหน้าที่จัดทำงบประมาณของ
แผ่นดิน เวลาที่หน่วยงานราชการจะของบประมาณจำเป็นต้อง
ผ่านสำนักงบประมาณเสียก่อน และดูแลข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย
ให้แก่หน่วยงานราชการต่าง ๆว่า มีอะไรบ้าง

หน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย

4.ธนาคารแห่งประเทศไทย ดูแลรักษาเสถียรภาพทาง
เศรษฐกิจ เป็นนายธนาคารของรัฐบาลและสถาบันการเงินนาย
ธนาคารทำหน้าที่รับฝากเงินและให้กู้ส่วนใหญ่จะทำกับสถาบัน
การเงินเป็นหลัก ในขณะเดียวกันรัฐบาลมีเงินเหลือเก็บเข้าไปใน
เงินคงคลังก็ฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดูแลระบบการ
ชำระเงินค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้าจากธนาคารพาณิชย์ เป็นนาย
ทะเบียนของพันธบัตรรัฐบาล และผลิตธนบัตร

โดยการบริหารเศรษฐกิจของทั้ง 4 หน่วยงาน มีเป้า
หมายสูงสุด คือ การสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องใน
ระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ โดยที่ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
ขณะที่ค่าครองชีพไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเกินไป บรรยากาศการค้า
การลงทุนดีผู้บริโภคและนักลงทุนสามารถวางแผนการบริโภคและ
การลงทุนในระยะยาวได้ มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของวิชาเศรษฐศาสตร์ ตลอด
จนทำให้ประเทศมีการกระจายรายได้ที่ดี ไม่เหลื่อมล้ำกันมาก

สวัสดีค่ะ


Click to View FlipBook Version