ก
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
ข
คำนำ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวมกับมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ไดจัดใหมี
โครงการบานนักวิทยาศาสตรนอย ประเทศไทย ตั้งแตป พ.ศ. 2554 โดยมีเปาหมายเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยใหมี
เจตคติที่ดีตอ วิทยาศาสตร สนุกกบั การเรียนวทิ ยาศาสตรและมีทกั ษะพืน้ ฐานท่ีดีดา นวทิ ยาศาสตร
โรงเรยี นวัดใหม ไดรบั คัดเลือกใหเขา รว มโครงการบา นนักวทิ ยาศาสตรนอย ประเทศไทย และไดรับจัดสรร
งบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดประสบการณการเรียนรูใหกับเด็กปฐมวัย
มงุ เนนพัฒนาการ ทัง้ 4 ดาน คอื ดา นรางกาย ดานอารมณ – จิตใจ ดานสังคม และ ดา นสติปญ ญา เพื่อใหเด็กเกิด
การพัฒนาไปพรอมๆ กัน ทั้ง 4 ดาน โดยในปการศึกษา 2563 ทางโรงเรียนไดดำเนินการตามโครงการดังกลาว
เปน ที่เรียบรอยแลว และประสบความสำเร็จตามเปา หมายอยา งมีประสิทธภิ าพ
โรงเรยี นวัดใหม ขอขอบคุณผทู รงคุณวุฒิ ศกึ ษานิเทศก ตลอดจนผูที่มสี ว นเกยี่ วขอ งทกุ ฝายที่มสี วนชวยให
การดำเนินงานเปนไปดว ยความเรยี บรอย บรรลตุ ามวัตถุประสงคไ ว ณ โอกาสนี้
โรงเรยี นวดั ใหม
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
โรงเรยี นวดั ใหม
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
สารบญั ค
เร่ือง หนา
โครงงานผักบุง โตโต 1
ที่มาของโครงงาน 4
4
คำถามที่ 1 เราจะปลูกผกั บุงจากอะไรไดบ า ง 4
ขั้นที่ 1 ตง้ั คำถามท่ีอยากรู 5
ขนั้ ท่ี 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ 6
ข้ันที่ 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ 10
ข้นั ท่ี 4 สงั เกตและการบรรยาย 10
ข้ันท่ี 5 บนั ทกึ ผล 12
ขั้นที่ 6 สรุปและอภปิ รายผล 14
ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 14
14
คำถามที่ 2 เราจะทำอยา งไรใหผกั บุงอยไู ดนาน ๆ 14
ขน้ั ท่ี 1 ตัง้ คำถามที่อยากรู 15
ขั้นท่ี 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ 17
ขนั้ ท่ี 3 ดำเนนิ การสำรวจตรวจสอบ 18
ขน้ั ท่ี 4 สังเกตและการบรรยาย 20
ขั้นที่ 5 บนั ทึกผล
ข้นั ท่ี 6 สรุปและอภปิ รายผล
ผลการพัฒนาความสามารถของเดก็ ปฐมวยั
โรงเรยี นวัดใหม
สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
1
โครงงานบานนกั วทิ ยาศาสตรน อ ย ประเทศไทย
เรื่อง ผักบงุ โตโต
ช่ือโครงงาน ผกั บงุ โตโ ต
ผจู ัดทำโครงงาน นกั เรยี นชน้ั อนุบาลปที่ 3 โรงเรยี นวดั ใหม สพป.นครสวรรค เขต 1
ครทู ่ีปรกึ ษา นางสาวสุพรรณา เอ่ยี มเวช
ระยะเวลาในการจัดทำ วันท่ี 8 – 25 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2564
ทม่ี าของโครงงาน (วนั ที่ 8 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2564 )
ขณะที่เด็กๆกำลังรับประทานอาหารกลางวันอยูนั้น ในวันนั้นกับขาวคือผัดพริกแกงผักบุงใสหมู ก็ไดมี
นกั เรยี นนอ งเลก็ เกดิ ความสงสัยและถามคุณครวู า อันน้ีเรยี กวาอะไรคะครู ทำไมเอามาทำไดหลายอยางจงั วนั น้ันหนู
กไ็ ดก ินอนั เขยี วๆน้ี แตมนั อยใู นกวยเตี๋ยว เด็กนักเรียนคนอ่นื ๆในหอ งจึงเกดิ ความสนใจแลวทุกคนตางก็สนใจกับผักสี
เขียวๆในถาดอาหารของตน เด็กอีกคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาวา อันนี้ใชผักบุงมัย้ ครับ เมื่อวานแมผมจอดซื้อที่รา นคาหนา
โรงเรียน ครูผสู อนจึงไดใหเด็กๆเก็บความสงสัยของตวั เองเอาไวกอน แลวรีบทานอาหารใหเสร็จ จะไดร ีบเขาหองกัน
ไปเพื่อไขขอสงสัยเกี่ยวกับเจาผักสีเขียวนี้ เมื่อกลับเขาหองเรียน เด็กๆจึงนำปญหาที่สงสัยมาสนทนารวมกันใน
หอ งเรียน วา ผักบุงมาจากไหน เราจะปลกู มนั ไดหรือไม และจะปลูกไดอ ยา งไร จงึ เปนท่มี าของโครงงาน ผกั บุง โตโต
ขั้นท่ี 1 ต้ังคำถามที่อยากรู
จากการที่เด็กๆ ไดรับประทานอาหารของโรงเรียน แลวสังเกตเห็นผักบุงที่อยูในถาดอาหารจึงเกิดความ
สงสัยวา ผกั บงุ มาจากไหน คณุ ครูจึงสนทนากับเด็กๆ เกย่ี วกับผกั บงุ ทเ่ี ดก็ ๆ อยากรู
ครู : เด็กๆ รูจักผกั ที่อยใู นกับขาววันนขี้ องเราไหมคะ
ตงั : รคู รบั ๆ แมบอกวา มนั เรียกวาผักบุง
เฟย : วนั น้นั พน่ี ุช (แมค รัว) กเ็ อามาทำกับขาวใหกินคะ
เนม : ผักบงุ มนั เกดิ ไดยงั ไงครับ
นะโม : นาจะดนิ เหมือนขาวโพดทย่ี ายปลกู ละม้ัง
ภู : ทร่ี า นยายอุยก็มีขายครับ
เตอ : แลว ผกั บงุ มันโตไดยังไงครับ
โรงเรยี นวดั ใหม
สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
2
ภู : ทำไมผกั บงุ มนั มีสีเขยี วครบั
เคนจิ : ผกั บงุ ตอ งโดนแดดเหมอื นกระบองเพชรครมู ้ัยครบั
นะโม : ผักบุง ทำอะไรไดบา งครบั
ครู : อา นอกจากในผดั พริกแกงผกั บุงวนั น้ี เดก็ ๆเคยเห็นผักบุงจากท่ไี หนอกี มั้ยคะ
เฟย : ในกวยเต๋ียวคะ
เคนจิ : แมผมเคยเอามาทำใสหมใู หก นิ ท่บี า นครบั
เฟย : ทำไมผักบงุ ไมเหน็ ขมเลยคะ
เนม : ผกั บุงเกดิ จากอะไรครบั
นะโม : กน็ าจะปลกู ในดนิ เหมือนทยี่ ายเคาปลกู ขาวโพดแหละม้ัง
กลวยหอม : มนั ปลกู ในอะไรไดบ างคะ ปลูกในโคลนไดม้ัย
ตงั : ทำยังไงมนั จะอยไู ดน านๆ
ครู : ทำไมหนูคดิ วา มันจะปลูกในโคลนไดล ะ คะ
กลวยหอม : เคยเหน็ ยา ปลกู ตนไมในโคลนคะ
หลงั จากครสู นทนากับเดก็ ๆ เกย่ี วกบั คำถามที่เดก็ ๆ อยากรู ซึ่งไดคำถาม 8 คำถามดงั นี้
คำถามที่ 1 ผักบงุ โตไดอยางไร
คำถามที่ 2 ผักบุงเกิดจากอะไร
คำถามที่ 3 ทำไมผักบงุ มสี ีเขียว
คำถามท่ี 4 ผักบุง ปลูกในอะไรไดบาง
คำถามที่ 5 ทำไมผักบงุ ไมขม
คำถามท่ี 6 ผกั บุง ตองการแดดหรอื ไม
คำถามที่ 7 ผักบงุ ทำอะไรไดบาง
คำถามท่ี 8 ทำอยางไรจะเกบ็ ผกั บงุ ใหอยูไดน านๆ
คำถามที่อภิปรายในหอ งเรียน
โรงเรยี นวัดใหม
สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
3
จากคำถามท่เี ด็กสนใจ เดก็ และครจู งึ สนทนารวมกันเพื่อใหเด็กๆเลือกคำถามท่จี ะนำมาสำรวจตรวจสอบ
จำนวน 2 คำถาม โดยการใหเ หตผุ ลในการเลอื กของแตละคำถามซง่ึ เด็กๆ สนใจในขอ ท่ี 4 และขอ ที่ 8 เน่ืองจาก
ผปู กครองของนกั เรยี นสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกแตป ลูกขาว ขา วโพด และผักอืน่ ๆ ไมเคยเหน็ ปลูก
ผกั บุง จึงเกิดความสงสัยวา จะปลูกผกั บุงไดจ ากอะไรบาง และเม่ือผกั บงุ โตขึน้ มาแลว เราจะทำอยางไรใหม ันอยูไ ด
นานๆ ซ่ึงตรงกับขอ ที่ 8 ครจู งึ พาเดก็ สนทนา และถามคำถามกระตุนเพ่ือเลอื กคำถามท่เี ดก็ ตอ งการหาคำตอบมาก
ท่สี ดุ นนั่ คือ
1. เราจะปลกู ผกั บุงจากอะไรไดบา ง
2. จะทำอยางไรใหผ กั บุงอยไู ดน านๆ
โดยจะทำการสำรวจตรวจสอบคำถามที่ 1 คือ “เราจะปลูกผักบงุ จากอะไรไดบา ง”
โรงเรียนวดั ใหม
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
4
คำถามที่ 1 เราจะปลูกผกั บงุ จากอะไรไดบ า ง
จุดประสงค
เพ่อื ศกึ ษาการเจรญิ เติบโตของตน ผักบุงจากการเพาะเมล็ด
ข้นั ที่ 2 รวบรวมความคดิ และคาดคะเนคำตอบ (วนั ท่ี 9 กุมภาพันธ พ.ศ. 2564)
เด็กและครสู นทนารวมกัน โดยครูใชค ำถามกระตุน เพ่อื ใหทราบถึงประสบการณเ ดิมของเด็กเกยี่ วกบั การ
เกดิ ขนึ้ ของผักบุง
ครู : เด็กๆ คดิ วา ผกั บงุ ที่เราเคยนำมารบั ประทานมาจากไหนคะ
ภู : มากจากเม็ดผกั ครบั
ครู : แลวเม็ดผกั ทเ่ี ดก็ ๆเคยเหน็ หนา ตามันเปนอยางไรคะ
นะโม : เปนกลมๆ เลก็ ๆ อะครับ
ครู : ทำไมเด็กๆถงึ คิดวาผกั บุงจะโตจากเมล็ดคะ
ตงั : เคยเหน็ ยายปลกู ตนคะนาครับ ยายเอาเม็ดกลมๆ โรยลงดิน มนั กข็ น้ึ มา
ครู : เดก็ ๆคดิ วาผกั บงุ จะโตไดเ หมอื นตนคะนา ท่ยี ายปลูกม้ัยคะ
เฟย : นา จะไดนะคะ
ครู : แลวเดก็ ๆ เคยเหน็ ผปู กครองใชอะไรปลูกบางคะ
เตอ : ยายใชดินครับ
กลว ยหอม : ยาหนใู ชด นิ โคลนปลกู
ครู : ง้ันเรามาลองปลกู ผักบุงกนั คะ
เด็กๆนำเสนอคำถามทต่ี นอยากรู
โรงเรียนวัดใหม
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
5
ขน้ั ท่ี 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ (วันท่ี 10 กุมภาพันธ พ.ศ. 2564 )
ครสู นทนากับเด็กๆ โดยใชคำถาม “เราจะรูไดอยางไรคะ วาจะปลกู ผกั บุงจากอะไรไดบาง”
ภู : ลองปลูกครับ
ตงั : ตอ งลองครบั
เฟย : ถามแมคะ
ที : ถามพี่สมจิตตครับ
เนม : ไปถามคุณครูเจย๊ี บครบั
เคนจิ : ดใู นโทรศัพท
ดังน้นั ครแู ละเด็กรว มกนั สนทนา และตกลงรว มกนั วา จะใชวธิ ีการทดลองปลูก เพอ่ื หาคำตอบเพราะวาจะได
ลงมอื ทำดวยตวั เอง และจะรูคำตอบ
ครใู ชคำถามกระตุนเด็กๆ จากหนว ยการเรยี นรูท ี่เคยไดเ รยี นไปแลวคอื หนวยเร่ือง ดิน หิน ทราย
ครู : จากที่เราเคยปลกู ดอกไมในหนวยดนิ หิน ทรายกัน เด็กๆจำไดไหมคะ
เตอ : จำไดค รับ ตอนนั้นเราใชดินธรรมดาปลกู ดอกไม
เฟย : แลว เราจะเอาทรายมาปลูกผกั บงุ ดว ยไดไหมคะ
กลว ยหอม : แลวเราจะเอาดนิ โคลนมาปลูกไดไหมคะ
ครู : ง้นั เรามาลองปลูกผักบงุ กนั คะ แลว เราจะเริ่มปลูกอยางไรดคี ะ
นะโม : ผมเคยเหน็ ยายเอาเม็ดมนั โรยลงดนิ ครับ
ตัง : แลว เราก็ตองรดน้ำมันครบั
เคนจิ : แลวก็ใสปยุ ใหม นั ดว ยครบั
ดังนั้นครูจงึ ใหเ ด็กๆรว มกนั สรุปขั้นตอนของการทดลองตามท่เี ดก็ ๆ บอกไว ไดดงั นี้
1. ลองปลูกลงในดินทง้ั 3 ชนิดตามทีเ่ ด็กๆสงสัย
2. นำเมล็ดผกั บุงโรยลงไปบนดินทง้ั 3 ชนดิ
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
6
3. หมั่นรดนำ้ และรอดกู ารเจริญเตบิ โต
นอกจากน้ี ครูยังไดส นทนารว มกันกบั เดก็ ๆวา จะทราบไดอยางไรวา มตี นผกั บุงข้ึน เด็กๆตอบวา ตอ งคอย
สงั เกตดูวามตี น เลก็ ๆสีเขียวๆงอกออกมาจากดิน ครจู ึงถามตอวา แลวเราจะทำอยางไรใหต นผักบงุ งอก เดก็ ๆตอบวา
รดนำ้ คะ/ครบั
ขั้นท่ี 4 สังเกตและการบรรยาย (วนั ที่ 11 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2564 )
เด็กๆและครรู วมกันนำวสั ดุอุปกรณม าทำการทดลองโดยครแู ละเด็กรวมกันตรวจสอบปริมาณของดินและ
เมล็ดผักบงุ ใหมีปริมาณเทากัน โดยครแู ละเด็กสนทนารวมกนั ถงึ ดินทัง้ 3 ชนดิ ทเ่ี ตรยี มมา วาดินมีลกั ษณะและขอ
แตกตางกันอยางไร ดนิ รวนลักษณะเปน อยางไร ดนิ ทรายเปน อยา งไร และดนิ เหนยี วลักษณะเปนอยางไร
ครใู หเ ดก็ ทบทวนข้นั ตอนการทดลองอีกคร้งั กอนการทดลองจริง เด็กๆ เร่มิ ดำเนนิ การทดลองตามขัน้ ตอน
ท่วี างแผนไว โดยครูใหเ ด็กมีสวนรว มบรู ณาการกับจำนวน คือระหวา งที่โรยเมล็ดลงในดิน ใหเ ดก็ ๆนบั ตามจำนวนที่
วางเมล็ดลงในดนิ โดยนับออกเสยี งพรอมๆกัน
ครู : เม่ือเราโรยเมลด็ ลงไปในดนิ แลว สงั เกตเห็นอะไรบา ง
ตัง : เหน็ เมล็ดผักบงุ เปนสนี ำ้ ตาลครับ
เฟย : เมด็ มนั เลก็ ๆคะ
คร:ู เด็กๆ สังเกตเห็นอะไรอีกหรือไม
เตอ : เมด็ มนั แข็งๆครับ เหมือนมเี ปลือก
เดก็ ๆชว ยกันจดั หาดนิ และทรายท่ีมใี นบริเวณโรงเรียน
โรงเรยี นวัดใหม
สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
7
อุปกรณท่ใี ชใ นการทดลองเพาะเมล็ดผกั บุง
เดก็ ๆสงั เกตลกั ษณะ และความแตกตางระหวางดนิ ทั้ง 3 ชนิด
เดก็ ๆนำเมลด็ ผักบุงโรยลงบนดินทง้ั 3 ชนดิ
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
8
(วันท่ี 15 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2564 )
หลงั จากผานไปได 4 วนั เด็กๆเริม่ สงั เกตเห็นการเปล่ียนแปลงของถาดเพาะเมลด็ ผักบงุ ครูและเดก็ จึงได
สนทนารวมกนั ถึงการเปลี่ยนแปลงของถาดเพาะเมลด็
ครู : เดก็ ๆสังเกตเห็นความเปลยี่ นแปลงอะไรบา งคะ
ตงั : ในถาดดินรว มเร่ิมมีสีเขยี วๆแตกออกมาจากเมล็ดครับ
เตอ : ผกั บุง งอกแลว ครบั
ครู : สังเกตเหน็ อะไรอกี บางคะ
นะโม : ดนิ ดำ (รวน) กบั ดนิ ทรายมตี น งอกออกมาเยอะเลยครบั
ภู : ดินโคลนเม็ดยงั ดำอยเู ลย
เด็กๆสังเกตถาดเพาะเมลด็ หลังผา นไปประมาณ 4 วนั
การเปลี่ยนแปลงของถาดเพาะเมลก็ จากดินเหนยี ว
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
9
(วนั ท่ี 23 กุมภาพันธ พ.ศ. 2564)
เม่อื ระยะเวลาผา นไปครบ 12 วนั เริม่ มีการเปลยี่ นแปลงมากข้นึ การงอกของเมล็ดเรมิ่ มีมากขน้ึ ในดนิ แตละ
ชนิด ครูและเดก็ ไดสนทนารวมกนั ถงึ การเปลยี่ นแปลงของตนผกั บงุ จากดินทั้ง 3 ชนิด
ครู : เด็กๆเหน็ การเปลี่ยนแปลงอะไรบา งไหมคะ
ภู : ตน ผกั บงุ ในดนิ เหนียวงอกแลว ครบั
นะโม : มีเปลือกเมล็ดเกาะที่ใบของผักบงุ เตม็ เลยครับ
ครู : สงั เกตเหน็ อะไรอกี มั้ยคะ
ตงั : ตน ผกั บุง ในดินรวนเยอะเลยครับ
เตอ : มีเมล็ดสนี ้ำตาลในดินทรายแลว ก็ดนิ โคลนเยอะเลยครับ
การงอกของเมลด็ ผักบงุ เมื่อผานไป 12 วนั
โรงเรยี นวัดใหม
สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
10
ข้นั ที่ 5 บนั ทึกผล (วันที่ 23 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2564 )
เดก็ ๆบนั ทึกผลการทดลอง
1. ครแู จกใบงานการบันทึกผลใหกบั เดก็ ๆ และครูทบทวนวธิ กี ารบนั ทกึ ผลการทดลองรวมกับเด็ก
2. เด็กบันทึกผลการทดลองดว ยการวาดภาพประกอบ
3. ครใู หเ ด็กๆ ออกมานำเสนอผลการทดลองหนาชั้นเรียน
เดก็ ๆ บนั ทึกผลการทดลองและนำเสนอหนา ชนั้ เรียน
ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (วนั ท่ี 23 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2564 )
ครแู ละเด็กสนทนารวมกันถึงคำถามที่เด็กอยากรูว า “เราจะปลูกผักบงุ จากอะไรไดบาง”
และครูใหเด็กๆ ทบทวนโดยการใหตวั แทนออกมาเลาถึงวธิ ีการทดลองวาทำอยา งไรบาง และบอกผลการทดลองวา
ไดผ ลอยางไร และครสู นทนากับเดก็ ๆ ตอวา
ครู : จากผลการทดลองปลกู ตน ผักบุงในดนิ ท้ัง 3 ชนดิ พบวา ตนผักบุง งอกเทากนั หรือไม
เดก็ ๆ : ไมเ ทากันครับ/คะ
ครู : ดินชนิดไหนทผี่ ักบงุ งอกจำนวนมากทีส่ ุด
เดก็ : ดินรว น คะ/ครับ
ครู : ดินชนิดไหนผักบงุ งอกนอ ยท่สี ดุ
เด็กๆ : ดินเหนียว คะ /ครบั
จากผลการทดลองครูจงึ ถามเดก็ ๆวา
โรงเรียนวดั ใหม
สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
11
ครู : เดก็ ๆ คิดวา “ทำไมผักบงุ จึงงอกในดิน 3 ชนดิ นีไ้ มเ ทากัน”
เฟย : เพราะเรารดนำ้ ไมเทากนั คะ
เคนจิ : เพราะดนิ เหนยี วมันแขง็ ไปครับ ดนิ ทรายกเ็ บาไป
ตัง : นำ้ มันซึมออกจากทรายหมดครับ
ครูจึงอภปิ รายรว มกันกับเด็กตอวา เพราดนิ ทง้ั 3 ชนิดนั้นมคี ณุ สมบัติและลักษณะที่แตกตา งกัน ดนิ เหนียว
มีลักษณะแนนและแขง็ ดนิ ทรายกโ็ ปรงเกนิ ไปทำใหน ำ้ ไหลออกหมด ดินรวนหรือดนิ ดำ มีคณุ สมบัติท่ีพอดสี ามารถ
กักเก็บน้ำไวไ ดอยางเหมาะสมกบั การปลกู พืช ตน ผักบงุ จงึ โตไดด ีในดินรวน
ครูจงึ อธิบายวา : การรดน้ำก็มผี ลตอการงอกของเมล็ด หากเรารดน้ำนอยเกนิ ไป เมลด็ ก็อาจจะไมงอก
และหากเรารดน้ำมากเกนิ ไป ตน ออ นผักบงุ ก็อาจเนาตายได การทดลองของเรามชี ว งวนั หยุดเสารอาทิตย ทำใหต น
ผกั บุงอาจไดรับน้ำไมเพียงพอ จงึ งอกออกมานอย
คณุ ครนู ำผลงานเด็กไปติดไวหนาหองเรยี นเพ่อื ใหผูป กครองและเพ่ือนๆ ชม
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
12
ผลการพัฒนาความสามารถของเดก็ ปฐมวัย
1. การสงเสรมิ พัฒนาการความสามารถพ้ืนฐาน 4 ดาน
1. 1 ดานการเรียนรู
- เด็กสามารถบอกวธิ กี ารหาคำตอบของตนเองได คือ หาคำตอบโดยการนำเมล็ดผักบงุ มาปลกู ใน
ดิน แลว สงั เกตการเปลย่ี นแปลง
- เดก็ ๆ ไดเรียนรกู ารเปล่ียนแปลงของเมลด็ ผกั บุง
1.2. ดา นภาษา
- เดก็ มีพฒั นาการดานภาษาจากการสนทนาโดยการตอบแสดงความคิดเห็น
- ทักษะภาษาจากศพั ทงา ยๆ เชน เมล็ดผัก ดนิ รวน ดินเหนยี ว ดินทราย ผักบุง
- เด็กไดพูด เลา ส่งิ ทพี่ บเหน็
1.3. ดา นสงั คม
- เดก็ สามารถทำงานรว มกบั ผูอ่นื ได
- เดก็ สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเอง และยอมรบั ฟง ความคิดเหน็ ของคนอื่น
- เดก็ เคารพกฎ กติกาของหอ งเรียน
1.4. ดา นการเคลือ่ นไหวและทกั ษะการรับรขู องประสาทสัมผสั
- เดก็ สามารถเคล่ือนไหว หยิบ จับ และใชอ ปุ กรณการทดลองได
- เด็กสามารถใชประสาทสัมผัสในการสงั เกตดว ยตนเองจนไดข อมูล
2. การสงเสรมิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
2.1 ทักษะการสงั เกต
- การได หยบิ จบั สมั ผสั วัสดตุ า งๆ ที่ใชใ นการทดลอง เชน เมล็ดผกั บุง สังเกตการเปลีย่ นแปลง
ของเมลด็ ผักบงุ ท่ปี ลูกจากดนิ ที่แตกตางกนั และสงั เกตการเปลย่ี นแปลงของเมล็ดผักบงุ ตน ออนที่
งอกจากเมล็ดผัก
2.2 ทักษะการวดั
- เด็กเปรียบเทยี บขนาดและการเปลย่ี นแปลงของตน ผกั บุง
2.3 ทกั ษะการจำแนกประเภท
- เปรียบเทยี บลกั ษณะของเมล็ดผกั บงุ
- เปรียบเทียบผลการทดลองการงอกของเมลด็ ผักบุงจากดินทแ่ี ตกตา งกัน 3 ชนดิ
2.4 ทักษะการคำนวณ
- นับจำนวนของเมล็ดผกั ท่ใี ชในการทดลอง และนับจำนวนตน ผกั บุงท่งี อกมาจากดิน
2.5 ทักษะการพยากรณห รือการคาดคะเนคำตอบ
- จากการคาดคะเนของเดก็ เราสามารถปลูกผักบุงไดดีจากดินชนดิ ไหน
2.6 ทักษะการหาความสัมพันธร ะหวา งสเปสกบั สเปส และสเปสกบั เวลา
โรงเรียนวดั ใหม
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
13
- เด็กสามารถบอกไดว าเราสามารถปลูกพืชไดจ ากดินหลายชนดิ แตก ารเจริญเติบโตจะแตกตา งกัน
2.7 ทกั ษะการจดั กระทำ และสอื่ ความหมายขอมูล
- เด็กสามารถสรุปผลสงิ่ ที่สังเกตและทดลองไดโ ดยการวาดภาพ และนำเสนอขอมูลหนา ชัน้ เรยี น
ใหผ ูอ ื่นเขาใจได
2.8 ทักษะการลงความคดิ เห็นจากขอมูล
- เดก็ สามารถแสดงความคิดเห็นหรือใหเ หตุผลของตนเองเพิ่มเติมได จากประสบการณเดมิ ทเ่ี คยพบ
เหน็ มา เชน ดนิ โคลนหรือดินเหนียวสามารถใชป ลกู พชื ได
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
14
คำถามท่ี 2 ทำอยา งไรจงึ จะเกบ็ ผกั บุงไวไดน านๆ
ขั้นที่ 1 ต้ังคำถามที่อยากรู
จากการเรียนรูเรื่อง เราจะปลูกผักบุงจากอะไรไดบาง เด็กๆ ไดทดลองการปลูกผักบุงลงในดินเหนียว ดิน
รวน และดนิ ทราย เดก็ บางคนเกิดความสงสัยตอ วา เมอื่ ผกั บุงโตแลว เราจะทำอยา งไรจึงจะเกบ็ มันไวใหอ ยูไดน านๆ
จดุ ประสงค
เพอ่ื ศึกษาการเก็บรักษาตน ผกั บงุ วธิ ีการใดทจ่ี ะคงสภาพเดิมของตน ผักบงุ ไวไดนานท่สี ุด
ขัน้ ที่ 2 รวบรวมความคดิ และคาดคะเนคำตอบ (วนั ที่ 24 กุมภาพันธ พ.ศ. 2564)
เดก็ และครสู นทนารวมกนั โดยครูใชคำถามกระตุน เพือ่ ใหทราบถึงประสบการณเดมิ ของเด็กเกีย่ วกับการ
เกบ็ รกั ษาผกั ผลไม
ครู : ถา เกดิ เรามตี นผกั บุงตนใหญแบบทเ่ี รานำมารับประทานไดแลว แตเราทานไมหมด เดก็ ๆคดิ วาเราจะ
เกบ็ ไวท านวันหลงั ไดม ้ยั คะ
เฟย : ไดค ะ
ตัง : ถาเราไมรดน้ำ ตนผกั บงุ มนั นา จะเห่ียวนะครับ
ครู : เด็กๆ คดิ วา เราจะทำอยางไรมใ หต น ผกั บุงของเราเหย่ี วดคี ะ
ภู : เอาไปแชต เู ย็นครับ
เนม : เอาน้ำแข็งใสค รับ
กลว ยหอม : เอาวางไวเฉยๆคะ
เนม : เอาไปตากแดดครับ
นะโม : เอาแชในนำ้ ครบั
ขั้นท่ี 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ (วันที่ 24 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2564)
ครสู นทนากับเด็กๆ โดยใชค ำถามวา “เด็กคิดวาจะหาคำตอบโดยวธิ กี ารใดท่จี ะทำใหทราบวา “ทำอยางไร
เราจะเก็บผักบงุ ไวไดนานๆ” โดยใหเดก็ ๆรว มกันคิดและใหเหตผุ ล ไดค ำตอบดงั นี้
เฟย : กลบั ไปถามปคู ะ
ตงั : ถามครูครับ
ภู : ไปถามรา นคา ที่ขายผัก
นะโม : ลองเอาไปแชน้ำ
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
15
ดงั น้นั ครแู ละเดก็ จงึ รว มสนทนาและตกลงรวมกัน ถึงวธิ กี ารท่จี ะเกบ็ รักษาตนผักบงุ ใหอยูไดน านๆ โดยจะทำ
การทดลองจากการคาดคะเนคำตอบท่ีเดก็ ๆต้งั ไว คือการนำไปแชต ูเยน็ แชน ำ้ และวางทิ้งไวเฉยๆ
เดก็ ๆนำเสนอวิธีการคาดคะเนคำตอบ
ข้นั ท่ี 4 สังเกตและการบรรยาย (วนั ที่ 24 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2564)
ครูเตรยี มตน ผกั บุงทโ่ี ตเตม็ ท่ีแลวเพ่ือนำมาใชท ดลองการเก็บรกั ษาผกั บุง โดยกอ นเริ่มการทดลองครูและ
เดก็ สนทนารว มกัน ครใู ชคำถามกระตนุ การสงั เกตของเด็ก
ครู : เด็กๆสังเกตเหน็ ตน ผักบุงมีลกั ษณะเปน อยา งไรบางคะ
เคนจิ : มสี เี ขียวครับ
ตัง : ผกั บุงตน ใหญด แู ข็งแรงครบั
เตอ : ตน มนั แขง็ ๆครับ
เดก็ ๆสังเกตลักษณะของตน ผกั บงุ กอนทำการทดลอง
โรงเรียนวดั ใหม
สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
16
ครูนำตน ผกั บุงมาแบง เปน 3 สวนเทา ๆกนั สว นแรกนำวางไวบ นถาดเฉยๆ สวนทส่ี อง นำไปแชน ำ้ ใน
กะละมงั และสว นที่สามนำไปแชไวใ นตเู ย็น
ผกั บุง ทท่ี ดลองวางไวเฉยๆในถาด ผกั บุงท่ที ดลองแชในนำ้
ผกั บงุ ที่ทดลองโดยการนำไปแชใ นตูเ ย็น
โรงเรียนวดั ใหม
สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
17
ข้ันที่ 5 บันทึกผล (วันท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2564)
เด็กๆ บนั ทึกผลการทดลอง
1. ครูแจกใบงานการบนั ทกึ ผลใหกบั เดก็ ๆ และครูทบทวนวธิ กี ารบันทกึ ผลการทดลองรว มกับเดก็
2. เดก็ บนั ทึกผลการทดลองดวยการวาดภาพประกอบ
3. ครใู หเด็กๆ ออกมานำเสนอผลการทดลองหนาชั้นเรยี น
เด็กๆ บันทึกผลการทดลองลงใบงาน
นำเสนอผลงานหนา ชัน้ เรยี น
โรงเรียนวดั ใหม
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
18
ข้ันที่ 6 สรุปและอภปิ รายผล (วนั ที่ 25 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2564)
ครแู ละเด็กสนทนารว มกันถึงคำถามทีเ่ ดก็ อยากรวู า “เราจะทำอยา งไรใหเก็บผักบงุ ไวไดนานๆ”
และครูใหเ ด็กๆ ทบทวนโดยการใหตัวแทนกลุมออกมาเลา ถึงวิธีการทดลองวาทำอยา งไรบาง และบอกผลการ
ทดลองวา ไดผลอยา งไร
เด็กนำเสนอผลงานหนา หองเรียน และครูรว มกนั สรปุ การทดลองการเก็บรักษาผกั บุงดวยวิธกี ารตา งๆ ครู
และเด็กๆรว มกันสงั เกตตน ผักบุงทไ่ี ดทดลองการเก็บรกั ษาจากการนำไปแชต เู ยน็ นำไปแชในนำ้ และการวางทง้ิ ไว
เฉยๆ โดยครใู ชค ำถาม ดังนี้
ครู : เด็กๆเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบางคะ
เคนจิ : ผกั บงุ ที่อยูใ นตูเ ยน็ เย็นมากครับ
เตอ : ผักบงุ ที่อยูในตเู ย็นปกติครับ
ตงั : ผักบุงทแี่ ชน้ำไวมบี างใบมนั ออนลงครับ
เฟย : ผักบงุ ทว่ี างท้ิงไวเ ฉยๆ เหี่ยวเยอะเลยคะ
ครู : เด็กคิดวา ผกั บุงอนั ไหนเห่ยี วมากที่สุดคะ
เดก็ ๆ : อนั ทวี่ างไวเฉยๆ ครับ/คะ
ครู : เด็กๆคิดวา ผักบุง อนั ไหนทเี่ หี่ยวนอ ยท่สี ดุ คะ
เดก็ ๆ ผกั บงุ ที่อยูใ นตูเย็น ครับ/คะ
ครู : แลว ผกั บงุ ทแ่ี ชน ำ้ ไว เปนอยา งไรบางคะ
เด็กๆ : เห่ียวลงนดิ หนอ ย คะ /ครบั แตคลา ยๆกบั อนั ท่แี ชเ ย็น
เด็กๆสงั เกตและสรุปผลหลังการทดลองการเกบ็ รักษาผักบงุ
โรงเรยี นวดั ใหม
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
19
ภาพผลงานจากการทดลองการเก็บรกั ษาผักบงุ
โรงเรยี นวดั ใหม
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
20
ผลการพัฒนาความสามารถของเดก็ ปฐมวัย
1. การสงเสรมิ พัฒนาการความสามารถพืน้ ฐาน 4 ดาน
1. 1 ดา นการเรยี นรู
- เด็กไดสามารถบอกวธิ กี ารหาคำตอบของตนเองได คอื การทดลองการเกบ็ รักษาตน ผักบุง โดยนำ
ตนผกั บงุ ไปทดลองแชตเู ยน็ แชน ้ำ และวางท้ิงไวเฉยๆ
- เด็กๆไดเรียนรกู ารเปลี่ยนแปลงลกั ษณะของตนผักบงุ หลังการทดลอง
1.2. ดานภาษา
- เดก็ มพี ฒั นาการดา นภาษาจากการสนทนาโดยการตอบแสดงความคิดเหน็
- ทกั ษะภาษาจากศัพทง ายๆ เชน เมลด็ ผัก ผักบุง การเจริญเตบิ โต การเห่ยี ว สด
- เดก็ ไดพดู เลา ส่ิงที่พบเห็น
1.3. ดานสังคม
- เดก็ สามารถทำงานรว มกับผูอนื่ ได
- เด็กสามารถแสดงความคิดเหน็ ของตนเอง และยอมรบั ฟงความคิดเห็นของคนอืน่
- เด็กเคารพกฎ กติกาของหอ งเรยี น
1.4. ดานการเคล่อื นไหวและทกั ษะการรับรูข องประสาทสมั ผัส
- เดก็ สามารถเคลื่อนไหว หยิบ จับ และใชอปุ กรณก ารทดลองได
- เด็กสามารถใชประสาทสมั ผัสในการสงั เกตดวยตนเองจนไดขอ มลู
2. การสง เสรมิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
2.1 ทกั ษะการสงั เกต
- การได หยบิ จับ สมั ผสั วสั ดุตางๆ ที่ใชใ นการทดลอง คือ สังเกตการเปล่ยี นแปลง
ของตนผักบงุ ท้ังกอ นและหลังทำการทดลอง
2.2 ทักษะการวัด
- เด็กเปรยี บเทยี บขนาดและการเปลยี่ นแปลงของตน ผักบงุ กอนและหลงั การทดลองเก็บรักษา
2.3 ทกั ษะการจำแนกประเภท
- เปรียบเทียบลักษณะของตนผกั บงุ
- เปรยี บเทยี บปรมิ าณของตน ผกั บุง มากกวา นอ ยกวา
2.4 ทักษะการคำนวณ
- การนับจำนวนของตนผกั บงุ
2.5 ทกั ษะการพยากรณห รือการคาดคะเนคำตอบ
- จากการคาดคะเนของเด็กคิดวา การเก็บรกั ษาผกั บุงที่ไดผลนาจะเปนการนำไปแชต ูเยน็ หรือแชน ำ้
2.6 ทกั ษะการหาความสัมพนั ธระหวา งสเปสกับสเปส และสเปสกบั เวลา
- เดก็ สามารถบอกไดว าเม่ือเวลาเปลยี่ นไปตนผกั บงุ จะมกี ารเปลี่ยนแปลงคือเหี่ยวลง
โรงเรยี นวดั ใหม
สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครสวรรค เขต 1
21
2.7 ทักษะการจัดกระทำ และส่ือความหมายขอมลู
- เด็กสามารถสรปุ ผลส่ิงทีส่ ังเกตและทดลองไดโ ดยการวาดภาพ และนำเสนอขอมลู หนาช้นั เรยี น
ใหผ อู ืน่ เขาใจได
2.8 ทกั ษะการลงความคิดเห็นจากขอมูล
- เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นหรอื ใหเ หตุผลของตนเองเพ่มิ เติมได จากประสบการณเดิมท่ีเคยพบ
เจอมา เชน เคยเห็นผปู กครองนำผักไปแชต เู ย็น ทำใหผักไมเหี่ยว
โรงเรยี นวัดใหม
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1
22
โรงเรียนวัดใหม
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครสวรรค เขต 1