The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by playfachaowalit, 2022-07-23 08:05:48

บุคคลสำคัญของนาฏศิลป์และการละคร

E14B176A-A213-4D22-8E31-9A4A68AB9344

พระยาพรหมาภิบาล

ประวัตสิ ว่ นตัว

พรหมาภบิ าล (ทองใบ สุวรรณภารต)
พระยาพรหมาภบิ าล (ทองใบ สุวรรณภารต) เป็นบุตรนายทองอยู และนางขํา
สวุ รรณภารต เกิดเม่ือวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2404 มนี  องชายคอื พระยานัฎกานุ
รักษ (ทองดี สวุ รรณภารต) ไดฝ ากหัดโขนเป็นโขนตวั ยกั ษโ ดยเป็นศษิ ยของนาย
บวั ทศกณั ฐซ ่ึงเป็นปูของหลวงวลิ าศวงงาม (หรํา อนิ ทรนัฐฏ) ซ่ึงไดต อ ทาราํ ทศกณั ฐ
ของเจาจอมลิน้ จี่ และฝากหัดจาก มารดาคอื ขําซ่งึ เป็นโขนหลวงตัวพิเภก ทาํ ให
ทา นเป็นตัวทศกัณฐมชี ่ือเสียงในรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2411-2453) ขนุ ระบําภาษา
(ทองใบ สวุ รรณภารต) ซ่งึ ตอมาในรชั กาลท่ี ไดเ ล่ือนบรรดาศักดเิ์ ป็น พระยาพร
หมาภิบาล เป็นครยู ักษข องโขนสมัครเลน เป็นครูโขนยักษ คนสาํ คญั ในสมัยรชั กาล
ท่ี 6

ประวตั ิการทํางาน

พ.ศ. 2433 - เขารบั ราชการเป็นโขนหลวง
พ.ศ. 2449 - ไดร บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ป็นขนุ ระบาํ ภาษา
พ.ศ. 2453 - ไดร บั พระราชทานบรรดาศักดเิ์ ป็นหลวงระบําภาษา
พ.ศ. 2454 - ไดรบั พระราชทานบรรดาศักดเิ์ ป็นพระระบําภาษา
พ.ศ. 2458 - ไดร บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ป็นพระยาพรหมาภิบาล
พ.ศ. 2459 - ไดยายมาประจํากรมพระตํารวจหลวงรักษาพระองค สังกัดกระทรวง
วัง ไดรบั พระราชทานยศ ขนุ ตาํ รวจตรี
พ.ศ. 2469 - ปลดออกจากราชการรบั พระราชทานเบยี้ บาํ นาญ
พระยาพรหมาภบิ าล ไดถ ึงแกก รรมเม่ือวันท่ี ๒๘ กุมภาพันธ พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๙
ศิริอายไุ ด ๖๖ ปี
เม่ือวนั เสารท่ี ๑ และวันอาทิตยท่ี ๒ กนั ยายนทผี่ า นมา วชิราวุธวิทยาลัยไดจัดใหมี
การแสดงโขน เร่อื
รามเกยี รติ์ ตอนศกึ พรหมมาศ ทโ่ี รงละครศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ

โขนนัน้ กลาวกันวา เป็นการแสดงชัน้ สงู ของไทย แตเดมิ มามแี ตโขนหลวงและโขนเชลยศกั ดิ์ โขนหลวง
คือ โขนของพะมหากษตั ริย สวนโขนเชลยศกั ดิน์ ัน้ หมายถึงโขนของเอกชนชนทวั่ ไป ในตอนปลายรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหัวเม่ือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯเสดจ็ นิวัตพิ ระนครแลวไดทรงจดั
ตงั้ "โขนสมคั รเลน" ข้ึนอีกประเภทหน่ึงเป็นคณะโขนทีผ่ แู สดงลวนเป็นมหาดเล็กขา ในพระองคสมเด็จพระบรมโอ
รสาธริ าชฯ และโดยทผ่ี ูแ สดงทัง้ หมดมิไดเป็นผูท ีเ่ ลีย้ งชพี ดวยการแสดงเชนพวกโขน ละครทงั้ หลาย ในเวลาตอมา
โขนคณะนี้จงึ มีช่อื เรียกอกี อยางหน่ึงวา "โขนบรรดาศักดิ"์ โขนบรรดาศักดิห์ รือโขนสมัครเลนนี้เลา กันมาในหมู
นักเรียนเกามหาดเลก็ หลวงวา มีตน กาํ เนิดมาจากความซุกชนของเด็กๆ ที่ไดถ วายตวั เป็นมหาดเลก็ รบั ใขใน
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชฯซ่ึงเวลานัน้ ประทับอยูทีพ่ ระราชวงั สราญรมยเร่อื งของเร่ืองเกิดข้นึ จากการท่ีมหาดเลก็
เดก็ ๆเหลา นัน้ ไดไ ปเทีย่ วงานวดั แหงหน่ึงบางทา นกว็ าเป็นงานวัดโพธิแ์ ตบางทานกแ็ ยงวา เป็นงานภูเขาทองวัดสระ
เกศ ซ่ึงโดยสว นตัวผเู ขียนเช่ือวา นาจะเป็นงานวัดสระเกศเพราะยงั มรี องรอยของงานเดอื น ๑๒ ตอ เน่ืองมาถงึ
ปัจจุบนั ทานเลากนั มาวายามวา งจากการเลาเรียนและลนเกลา ฯ เสดจ็ ไปทรงงานขางนอกยงั ไมเ สด็จกลบั มานัน้
บรรดามหาดเลก็ เดก็ ๆ ทงั้ หลายอยูวางๆ กเ็ ลน โขนเป็นยักษเ ป็นลงิ กนั ไปตามเร่อื ง แลววันหน่ึงไปเทย่ี วงานวดั กนั
หมอ มหลวงฟ้ืน พ่ึงบุญ บุตรชายคนเลก็ ของพระนมทดั ซ่งึ เป็นมหาดเลก็ หองพระบรรทมในสมเดจ็ พระบรมโอ
รสาธริ าชฯ เกดิ ไปเห็น หัวโขนกระดาษหวั เล็กๆ ขนาดใสห ัวแมวได จึงซ้อื กลบั มาแลว จะเอาไปสวมหัวแมวให
ออกทา เหมอื นยักษล งิ รบกนั หรอื ไมทานผูเลา เร่อื งนี้มไิ ดข ยายความไว เพยี งแตเ ลาวาเม่ือหมม หลวงฟ้ืนกลับมาถึง
พระราชวังสราญรมยแลว ก็ไดชกั ชวนมหาดเลก็ เดก็ ๆ มาชมุ นมุ กนั ทหี่ อ งพกั ของทาน แลวแจกหวั โขนขนาดเลก็
นัน้ ใหผูกไวบ นศีรษะคนละหวั เอาผา มาขึงเป็นจอแลว ใชป ากทําเสยี งปี่พาทยพ รอมกบั เปิดบทพระราชนิพนธ
รามเกยี รติใ์ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลานภาลัยแสดง

วนั หน่ึงเสดจ็ พระราชดาํ เนินกลับจากทรงปฏบิ ตั ิพระราชกจิ ภายนอก แตว ันนัน้ ไมท ราบเกิดอะไรข้ึน
เพราะปกดเิ วลารถพระทีน่ ัง่ เลีย้ วมาถึงสามแยกมุมพระราชวงั ผชู วยสารถจี ะตอ งหยิบแตรยาวๆ ข้นึ เป า
"ปูนๆ" ใหส ญั ญาณใหร ถท่จี ะผา นมาในยานนัน้ ไดทราบวา มีรถยนตพระท่ีนัง่ กําลังจะผา นแยก เป็นการ
ป องกนั อบุ ตั ิเหตุธรรมเนียมเป าแตรนี้เม่อื สกั สิบปีกอนก็ยงั เหน็ ผูชวยสารถรี ถยนตพ ระทีน่ ัง่ พระบาทสมเด็
พระเจาอยูหวั หยบิ แตรย่นื ออกมาเป็านอกรถเวลารถยนตพระที่นัง่ แลน ผานสะพานผานฟ าเน่ืองจากวนั นัน้ ไมไดย นิ
เสียงแตร อกี ทัง้ คงจะมรี ับสงั่ ใหก องรักษาการณที่หน าประตพู ระราชวงั งดเปาแตรคาํ นับเวลาเสดจ็ พระราชดาํ เนินผาน
วันนัน้ บรรดามหาดเล็กเดก็ ๆเหลานัน้ จงึ พากันเลน เป็นลิงเป็นยักษก นั อยา งสนุกสนานจนเสด็จพระราชดําเนินมา
ประทบั ทอดพระเนตรอยูท ี่หน าประตหู อ งท่ีเดก็ ๆ กําลังเลนกนั อยู คงจะไดท อดพระเนตรอยนู านพอสมควรกวา ทีย่ ักษ
ลงิ เหลานัน้ จะรูตวั ซ่ึงก็ทําใหทราบฝละอองพระบาทวา เดก็ ๆ ท่ีทรงชบุ เลีย้ งไวนัน้ ตางก็เลน เป็นลิงเป็นยกั ษพ ราะมใี จ
รักในศลิ ปแขนงนี้ครนั้ ทรงพระราชนิพนธบ ทละครเร่ือง "พระนาละ " และไดโ ปรดเกลาฯ ใหค ณะละครเจาพระยา
เทเวศรวงศว วิ ัฒน(ม.ร.ว.หลาน กุญชร) มาจดั แสดงในงานเฉลิมพระชนมพ รรษา ๒๕ พรรษา เม่อื พ.ศ. ๒๔๔๘ แลว
จงึ ทรงยืมครูโขนละครผูมีฝีมือดีจากบา นเจาพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน เชน ครทู องใบเป็นครูยกั ษ ครเู พม่ิ เป็นครูลิง
ครูทองดีเป็นครพู ระครนู าง และครเู ป็นครดู นตรี มาฝึกสอนมหาดเลก็ ขา ในพระองคใ นการฝึกหดั มหาดเล็กขา ใน
พระองคน ี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีรับสงั่ วา โขนสมัครเลนนี้ตองใหดกี วา โขนหลวงหรอื โขนเชลยศกั ดิ์ เพราะมี
พ้นื การศกึ ษาดมี าแตเดิม และตามแบบอยางขององั กฤษเขาถือวา

และคนสมัครเลน ตอ งดีกวาละครอาชีพเสมอ และองั กฤษก็ไดยกยอ งศลิ ปีนใหเ ป็นขนุ นางเหมอื นกนั จึงโปรดใหโขน
คณะนี้ฝึกหดั กันอยางจรงิ จงั และถกู ตอ งตามแบบแผนทงั้ ภาคทฤษฎีและปฏบิ ัตกิ ารแสดงโขนกลางแปลงในงานนี้จะ
แสดงกลางสนามกวา ง ทามกลางบรรยากาศในธรรมชาติ มฉี ากยกทพั และการรบท่ใี ชน ักแสดงจํานวนมาก บรรเลง
เพลงหน าพาทยป ระกอบการยกทพั เดนิ เร่ืองดว ยคาํ พากยแ ละเจรจา การแสดงโขนในงานบอลลูนครัง้ ท่ีผานมาลวน
ไดเ สียงตอบรับที่ดีจากคนทอ งถ่ิน นักทอ งเทีย่ วชาวไทยและตงชาติ ผลตอบรบั จากโขนท่จี ดั แสดงในชวงหลาย
ทศวรรษที่ผานมา ตอกย้ําเป็นอยางดีวา นาฎกรรมอนั ล้าํ คา นี้ไดร ับความนิยมในวงกวางกระแสในรอบ2 ปีท่ีผา นมา
อยางกรณีองคก ารการศึกษา วิทยาศาสตรแ ละวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ประกาศข้ึนทะเบยี น "โขนใน
ไทย" ในบัญชรี ายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมทจี่ บั ตอ งไมไ ด ชวงเวลานัน้ กท็ ําใหโขนในไทยเป็นกระแสสบื เน่ืองตอ
มา รอบ2ปีที่ผา นมา กิจกรรมสาํ คญั ในแขนงตา งๆ ลวนมกี ารแสดงโขนใหไ ดชม แตล ะครงั้ มีผูชมเขา มาสัมผัสอยา ง
เนืองแนนเสมอ ไมเ พียงกลุม ผชู มที่นิยมศลิ ปะแขนงนี้อยแู ลว กลมุ คนรนุ ใหม และชาวตางชาติท่เี ขา มาในประเทศ
จะเป็นกลุม ทพ่ี บเหน็ ในหมูผ ูช มไดมากข้ึน ย่งิ สถานทีจ่ ัดเป็นสถานท่ีในบรรยากาศทสี่ วยงาม งแวดลอมดผี สมผสาน
สอดคลอ งเขากับวิถีชีวิตของคนรนุ ใหมย่ิงเป็นองคป ระกอบท่หี นนุ เสรมิ บรรยากาศการชมนาฏกรรมไดอยา งร่ืนรมย
ดงั เชน ภาพโขนกลางแปลงที่นํามาใหชมเป็นตัวอยาง

นักประวัตศิ าสตร และนักวิชาการสวนใหญเห็นพอ งกันวายุคสมัยนี้ถอื เป็นยุครงุ เรอื ง หรอื กลาวไดวา เป็น "ยุคทอง"
ของศลิ ปะการแสดงหลายประเภท พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา เจาอยูหวั รชั กาลท่ี6 ทรงเป็นนักปกครองทีท่ รงรับ
ดแู ลกจิ การศลิ ปะการแสดงดว ยพระองคเ อง นัน่ ทาํ ใหศิลปะ อาทิ โขน ละคร และดนตรปี ีพาทยเ จริญรุงเรอื งอยา ง
มากยอนไปเม่ือครงั้ ดาํ รงพ ระอสิ ริยยศเป็นสมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช ทรงจัดใหมหาดเลก็ ในพ ระองคห ดั เลน โขน
ซ่งึ เป็นทีร่ ูจ กั กันในช่อื "(โขนสมัครเลน " ในเวลาตอ มา โขนคณะนี้เรยี กอีกช่อื วา "โขนบรรดาศกั ด"ิ์ รชั กาลท6่ี ทรงมี
พระบรมราชปู ถมั ภในศิลปะหลายแขนงไมเพียงแคโขนทนัน้ แตห ากกลาวถงึ ดานโขน พระองคโ ปรดเกลา ฯ ใหซ อม
โขนละครและใหรถยนตหลวงรับนักเรียนมหาดเล็กหลวงมารวมซอ มเป็นเสนายกั ษ เสนาสงิ หรือบทบาทอ่นื ใน
ระหวา งซอ มโขนละคร มักมเี ร่อื งราวทท่ี าํ ใหท รงพระสรวลบอยๆ การขอ มครงั้ หน่ึง ง ขอมในตอนพระรามยกทัพรบ
ทศกณั ฐ พระรามแผลงศรถกู พวกยักษล ม ตายเกล่อื น รบกนั ถงึ ย่าํ พระทินกรก็ยงั หาแพชนะไมไ ด ทศกณั ฐจงึ เจรจา
หยา ทัพวารงุ ข้นึ ใหมารบกนั ใหม เม่อื ทศกณั ฐยกทพั กลบั เขากรงุ ลงกาเสนายักษท ี่ตองศรพระรามลม ลงก็ลุกข้ึนเขา
โรงไปแตมีเสนายักษต นหน่ึงเป็นนักเรียนมหาดเลก็ หลวงตองศรพระรามหลบั ไปจรงิ ๆ พวกยกั ษเ พ่อื นๆ กําลังจะ
เขาไปปลกุ พระองคท รงหา มไวและรบั สัง่ วา "ปลอยใหมันนอนตามสบาย"หลงั จากกองทพั พระรามยกพลกลับเขาโรง
กันหมด เสนายักษต นนัน้ ถึงรสู กึ ตวั ลุกข้นึ นัง่ เม่อื ไมเ ห็นผใู ดหลงเหลอื จึงทําทา เรอรา วง่ิ เขา โรงไป รชั กาลที่6 ทรง
พระสรวลและปรบพระหัตถไ ลห ลัง (วรชาติ มชี บู ท, 2561)

เม่ือข้ึนครองราชย พระองคโปรดเกลาฯ โอนกรมตางๆ ทเ่ี กย่ี วของกบั มหรสพมาข้นึ กับกรมมหรสพ รวมถงึ กรมโขน
แตเ ดมิ ดังนัน้ จึงมที ัง้ โขนสมัครเลนสวนพระองคและโขนหลวงของกรมมหรสพ ทัง้ กลมุ ยังเคยมาเลน รวมกันดว ย
และโปรดเกลาฯใหครโู ขนละครฝีมือดีมบี รรดาศกั ดแิ์ ละราชหินนาม ชว งเวลานัน้ มีผเู ลน เป็นทศกัณฐท ่มี ีช่ือเสยี งมาก
คอื พระยาพรหมาธิบาล (ทองใบ สุวรรณภารต) มคี ําบอกเลา กันมาวา เคยตอทรําทศกณั ฐข องเจา จอมลิน้ จี่ ในรัชกาล
ที4่ ซ่ึงเป็นตัวทศกณั ฐเล่อื งช่อื จากเฒาแกล ําไย น องสาวของเจา จอมลิน้ จภี่ ายหลังเป็นครูยักษใ นกรมมทรสพท่มี ีลกู
ศษิ ยส ืบทอดมาถงึ ปัจจบุ นั (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลางเลม 9) ในสมัยนี้ยังปรากฎพระราชนิพนธบ ทโขน
บทละคร ในรัชกาลท่6ี หลายรูปแบบพระราชนิพนธบทโขนและละครภาษาไทยลวนมจี าํ นวนมากมาย มีทัง้ ท่พี ระราช
นิพนธดงั้ แตทรงพระยศเป็นสมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชจนถงึ ชว งข้นึ ครองราชยร วมเวลา 31ปี เม่ือนับจาํ นวน
ปรมิ าณแลว ถงึ กบั มีผูค าดการณกันวา พระองคพระราชนิพนธละคร 1เร่ือง ทกุ 2เดอื น (Pin Malakul, 1975)
สว นการแสดงโขนในสมยั นี้กถ็ ือไดว า เป็นชวงรุง เรืองและเฟ่ืองฟูอยางมาก ทัง้ กระบวนทรําทเี่ ป็นแบบแผน มีองค
ประกอบความงามของการแสดงศิลปะหลายแขนงครบถว น ไมว า จะเป็นช่อื ตัวละคร บทขบั รองแบบละครใน บท
พากยเ จรจาแบบโขน เคร่อื งแตง กายแบบพระราชประดษิ ฐ เน้ือเร่อื งท่ปี รบั ปรงุ ใหท นั สมยั

น.ส.เพชรชมพู วิบูลยศ์ ักดิ
ม.5/3 เลขท2ี 0


Click to View FlipBook Version