37
ผลและลกั ษณะเมลด็
ผลพริก เป็นผลประเภท Berry มีลักษณะเป็นกระเปาะ มีฐานท่ีชั้นผลส้ัน และหนา
ผลออ่ นมักชข้ี ึ้น แต่เมือ่ แก่ผลจะห้อยลง ผลมลี ักษณะแบน กลมยาว จนถึงพองอ้วนสน้ั ผลมีขนาดเล็ก
หรือขนาดใหญ่ ผนังผล (Pericarp) อาจบางหรือหนา มีความเผ็ดแตกต่างกันตามพันธ์ุ ผลเมื่ออ่อนสี
เขียวเขม้ บางพันธอ์ุ าจมีสีขาวออกเหลอื งเขยี ว เมื่อผลแกจ่ ะเปลีย่ นเป็นแดงหรอื เหลอื ง ขนาดผลท่ัวไป
ประมาณ 1- 1.5 น้ิว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/4 -2/3 นิ้ว เมล็ดด้านในจะเกิดรวมกันที่รก (Placenta)
ตลอดจากโคนจนถึงปลายผล ในช่วงที่ผลพัฒนา หากอุณหภูมิในช่วงกลางวันสูง ความชื้นต่า จะทา
ให้ผลมีรูปร่างบิดเบ้ียว ผลมีขนาดเล็ก การติดเมล็ดต่า เมล็ดพริกข้ีหนูจะเกิดรวมกันท่ีรก (Placenta)
ตลอดแนวยาวจากโคนถึงปลายผล เมล็ดมีรูปร่างคล้ายเมล็ดมะเขือเทศ คือ มีรูปกลม แบน สีเหลือง
จนถึงสนี ้าตาล ผิวเมลด็ ไมค่ ่อยมีขนเหมือนผลในมะเขือเทศ แตม่ ีขนาดใหญ่กว่า
ภาพที่ 2.25 ลักษณะดอกของพริกขห้ี นู
ทีม่ า : https://apichatsite.wordpress.com/ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
38
ภาพท่ี 2.26 ลักษณะลาตน้ ของพริกข้หี นู
ท่มี า : http://www.shc.ac.th/learning/botanical-garden/153.htm
ภาพที่ 2.27 ลักษณะผลของพริกขหี้ นู
ทม่ี า : https://apichatsite.wordpress.com/ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
39
ภาพท่ี 2.28 ลกั ษณะเมล็ดของพรกิ ขี้หนู
ที่มา : https://medthai.com/พริกข้ีหนู
2.9.7 พรกิ ชีฟ้า
วงศ์ : Solanaceae
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Capsicum annnuum L. var. acuminatum Fingerh
ชือ่ สามัญ : Cayenne pepper, chili spur pepper, long fed pepper,
spur pepper
ชื่อทอ้ งถนิ่ ไทย : พริกชีฟ้ ้า
นิสยั ของพืช (habit) และรูปรา่ งของใบ
เป็นไม้ล้มลุก สูง 0.5-1.5 เมตร ลาต้นมีการเจริญของก่ิงเป็นแบบ Dichotomous
คือ กิ่งจะเจริญจากลาต้นเพียง 1 ก่ิง แล้วแตกเป็น 2 ก่ิง และเพิ่มเป็น 4 เป็น 8 ไปเร่ือย ๆ จึงมักจะ
พบว่า ต้นพริกที่สมบูรณ์จะมีก่ิงแตกข้ึนมาจากต้นท่ีระดับดินหลายก่ิง จนดูคล้ายกับว่ามีหลายต้นอยู่
รวมทีเ่ ดียวกัน ใบเป็นแบบใบเดีย่ ว ใบแบนเรียบ มีขนบ้างเล็กนอ้ ย ใบมีรูปร่างตั้งแตร่ ูปไข่ไปจนกระท่ัง
เรียวยาวขนาดใบมีต่างๆกัน ใบพริกหวานมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ใบพริกข้ีหนูท่ัวไปมีขนาดเล็ก แต่ใน
ระบบเป็นต้นกลา้ และส่วนใบลา่ ง ๆ ของต้นโตเตม็ วยั มขี นาดใบค่อนขา้ งใหญ่
40
ชนิดการสืบพนั ธ์ุ (reproductive type) และการถ่ายละอองเรณู (pollination)
การผสมเกสรของพรกิ ขี้หนูสามารถเกสรด้วยการผสมตัวเอง (Self-pollination) แต่
อาจเกิดการผสมข้ามต้น (Cross pollination) ที่ 9 – 32 % โดยอาศัยธรรมชาติ คือ กระแสลม และ
แมลงต่าง ๆ ลักษณะความพร้อมของเกสรจะ พบว่า เกสรตวั ผู้มักพร้อมท่ีจะผสมได้หลังจากดอกบาน
แล้ว 2-3 วัน แต่เกสรตัวเมยี พร้อมท่ีจะผสมทนั ทีทด่ี อกบาน จึงทาให้เกสรตัวผู้จากดอกหรือตน้ อื่นเข้า
ผสมได้ก่อน ลักษณะการผสมเกสรของพริกดังกล่าวจึงทาให้เกิดพันธ์ุพริกใหม่ๆมากขึ้น จาการผสม
ขา้ มต้นหรือขา้ มสายพนั ธุ์
ช่อดอก (inflorescence) และลักษณะของดอก
โดยปกติมักจะพบว่าดอกเกิดเด่ียวท่ีข้อตรงมุมท่ีเกิดใบหรือก่ิง แต่ก็พบว่ามีหลาย
ดอกที่เกิดข้ึนตรงจุดเดียวกัน ดอกประกอบด้วยกลีบรอง ดอกมีลักษณะเป็นพู 5 พู มีกลีบดอกซ่ึงจะมี
สีขาวอยู่ 5 กลีบ (แต่อาจจะมี 4, 5, 6 หรอื 7 กลีบ) บางพนั ธกุ์ ลบี ดอกจะเป็นสมี ่วง โดยปกตจิ ะมเี กสร
ตัวผู้อยู่ 5 อัน ซึง่ เท่าจานวนกลบี ดอกนั่นเอง เกสรนี้จะแตกออกมาจากตรงโคนของกลีบดอก อับเกสร
ตัวผู้มักมีสีน้าเงินและจะแยกตัวเป็นกระเปาะเล็ก ๆ ยาว ๆ สาหรับเกสรตัวเมียจะชูข้ึนไปเหนือเกสร
ตัวผู้ ส่วนของยอดของเกสรตัวเมียมีรูปร่างเหมือนกระบอกหัวมน ๆ รังไข่จะมีอยู่ 3 พู หรืออาจจะมี
2 หรือ 4 ก็ได้
ผลและลักษณะเมลด็
ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมยาว ปลายผลแหลม ผลอ่อนเป็นสีเขียวแก่ เมื่อแก่
แล้วจะเปล่ียนเป็นสีส้มและสีแดง ผิวผลเป็นมัน ปลายผลช้ีต้ังขึ้น ผลมีรสเผ็ดร้อนพอประมาณ
ส่วนเมลด็ มลี กั ษณะแบนเรยี บ สีเหลืองหรือสีขาวนวล และมีจานวนมาก สามารถตดิ ผลได้ตลอดปี
41
ภาพที่ 2.29 ลกั ษณะดอกของพริกชฟี้ ้า
ที่มา : https://medthai.com/พรกิ ช้ีฟ้า
ภาพที่ 2.30 ลักษณะลาต้นของพริกชีฟ้ า้
ทมี่ า : https://www.nanagarden.com/tag/พรกิ ?page=2
42
ภาพท่ี 2.31 ลักษณะผลของพรกิ ชฟ้ี ้า
ทม่ี า : https://medthai.com/พรกิ ช้ฟี ้า
ภาพท่ี 2.32 ลกั ษณะเมลด็ ของพริกชี้ฟ้า
ท่มี า : https://medthai.com/พริกชีฟ้ ้า
43
2.9.8 พริกจนิ ดา
วงศ์ : Solanaceae
ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Capsicum frutescens L.
ชือ่ สามัญ : chilli
ชอื่ ทอ้ งถนิ่ ไทย : พริกจนิ ดา
นิสัยของพชื (habit) และรูปร่างของใบ
ต้นพริกจินดามีการเติบโตของกิ่งแบบ Dichotomous คือ ก่ิงแตกออกจากลาต้น
เพียงกิ่งเดียวและจะแตกเพ่ิมเป็น 2 เท่า เร่ือย ๆ เป็น 2 ก่ิง เป็น 4 กิ่ง และ 8 ก่ิง จนมีลักษณะเป็น
ทรงพุ่ม รากพริกข้ีหนู ประกอบด้วยรากแก้ว และรากฝอยจานวนมาก มีลักษณะการแผ่ออกด้านข้าง
เป็นรัศมีได้มากกว่า 1 เมตร และหย่ังลึกได้มากกว่า 1.20 เมตร บริเวณรอบ ๆ โคนต้นจะมีรากฝอย
สานกันหนาแน่น ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว มีลักษณะแบนเรียบ สีเขียวอ่อน และเขียวเข้มตามอายุของใบ
ใบเป็นมัน มีขนปกคลุมเล็กน้อย รูปร่างของใบมีลักษณะรูปไข่จนถึงเรียวยาว ปลายใบแหลม ใบออก
บริเวณก่ิงแบบตรงข้ามกัน และมีขนาดแตกต่างกันตามสายพันธ์ุ แตท่ ่ัวไปใบพริกจินดาจะมีขนาดเล็ก
ในระยะต้นกลา้ และมขี นาดใหญ่ เม่ือต้นโตเต็มที่
ชนิดการสืบพันธุ์ (reproductive type) และการถ่ายละอองเรณู (pollination)
การผสมเกสรของพรกิ ข้ีหนูสามารถเกสรด้วยการผสมตวั เอง (Self-pollination) แต่
อาจเกิดการผสมข้ามต้น (Cross pollination) ที่ 9 – 32 % โดยอาศัยธรรมชาติ คือ กระแสลมและ
แมลงต่าง ๆ ลักษณะความพร้อมของเกสรจะ พบว่า เกสรตัวผ้มู ักพร้อมทจี่ ะผสมไดห้ ลังจากดอกบาน
แล้ว 2-3 วนั แต่เกสรตัวเมยี พร้อมทจ่ี ะผสมทนั ทีที่ดอกบาน จึงทาให้เกสรตัวผู้จากดอกหรือตน้ อ่ืนเข้า
ผสมได้ก่อน ลักษณะการผสมเกสรของพริกดังกล่าวจึงทาให้เกิดพันธ์ุพริกใหม่ ๆ มากขึ้น จาการผสม
ขา้ มต้นหรอื ขา้ มสายพันธ์ุ
ช่อดอก (inflorescence) และลกั ษณะของดอก
พริกจินดาเป็นดอกชนิดเด่ียว ขนาดเล็ก แตกออกบริเวณข้อตรงที่มุมด้านบนของ
ก้านใบหรือก่ิง อาจมีดอกเดียวหรือหลายดอกในจุดเดียวกัน ก้านดอกตรงหรือโค้ง ดอกมีกลีบรอง มี
ลักษณะเป็นพู สีขาวหรือสีม่วงประมาณ 5 กลีบ เกสรตัวผู้มีประมาณ 1-10 อัน แตกออกจากโคนขท่ี
กลีบดอก อับเกสรตัวผู้มักมีสีน้าเงิน เป็นกระเปราะขนาดเล็ก และยาว ส่วนเกสรตัวเมียมี 1- 2 รังไข่
มีลักษณะชูข้ึนเหนือเกสรตัวผู้ รูปร่างเหมือนกระบองหัวมน รังไข่มี 3 – 4 พู มักจะออกดอก และ
ตดิ ผลในช่วงวนั ส้นั
44
ผลและลกั ษณะเมลด็
ผลพริก เป็นผลประเภท Berry มีลักษณะเป็นกระเปาะ มีฐานที่ชั้นผลสั้น และหนา
ผลอ่อนมักช้ขี ้ึน แต่เมอ่ื แก่ผลจะห้อยลง ผลมลี ักษณะแบน กลมยาว จนถงึ พองอว้ นส้นั ผลมีขนาดเล็ก
หรือขนาดใหญ่ ผนังผล (Pericarp) อาจบางหรือหนา มีความเผ็ดแตกต่างกันตามพันธุ์ ผลเม่ืออ่อนสี
เขยี วเข้ม บางพนั ธ์อุ าจมีสีขาวออกเหลอื งเขียว เม่ือผลแกจ่ ะเปลีย่ นเป็นแดงหรือเหลอื ง ขนาดผลทัว่ ไป
ประมาณ 1- 1.5 นิ้ว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/4 -2/3 นิ้ว เมล็ดด้านในจะเกิดรวมกันท่ีรก (Placenta)
ตลอดจากโคนจนถึงปลายผล ในช่วงที่ผลพัฒนา หากอุณหภูมิในช่วงกลางวันสูง ความช้ืนต่า จะทา
ให้ผลมีรูปร่างบิดเบ้ียว ผลมีขนาดเล็ก การติดเมล็ดต่า เมล็ดพริกข้ีหนูจะเกิดรวมกันท่ีรก (Placenta)
ตลอดแนวยาวจากโคนถึงปลายผล เมล็ดมีรูปร่างคล้ายเมล็ดมะเขือเทศ คือ มีรูปกลม แบน สีเหลือง
จนถงึ สนี า้ ตาล ผวิ เมล็ดไมค่ อ่ ยมขี นเหมอื นผลในมะเขือเทศ แต่มขี นาดใหญ่กว่า
ภาพท่ี 2.33 ลกั ษณะดอกของพรกิ จินดา
ทม่ี า : http://panmaiarcheephet.blogspot.com/2017/11/ChilipeppersCapsicum.html
45
ภาพที่ 2.34 ลักษณะลาตน้ ของพริกจินดา
ทีม่ า : http://panmaiarcheephet.blogspot.com/2017/11/ChilipeppersCapsicum.html
ภาพท่ี 2.35 ลกั ษณะผลของพรกิ จินดา
ท่ีมา : http://www.thaiarcheep.com/ปลูกพริกจนิ ดา-ใหผ้ ลผลติ .html
46
ภาพที่ 2.36 ลักษณะเมลด็ ของพรกิ จนิ ดา
ท่ีมา : https://www.allkaset.com/contents/เมลด็ พริก-161.php
2.9.9 พรกิ หยวก
วงศ์ : Solanaceae
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Capsicum annuum var. annuum
ช่ือสามญั : Banana Pepper, Paprika, Garden Pepper, Chili Pepper,
Chili Plant, Red Pepper, Spanish pepper, Sweet Peppe
ชือ่ ท้องถิ่นไทย : พรกิ หยวก
นสิ ัยของพชื (habit) และรูปรา่ งของใบ
เป็นพืชผกั สมุนไพร เปน็ พืชล้มลุก เป็นทรงพุ่มขนาดเลก็ มีลาตน้ เดยี่ วตั้งตรง ลาตน้ มี
ลักษณะกลม ๆ แตกกิ่งก้านสาขามาก กิ่งอ่อนมีสีเขียว ก่ิงแก่มีสีน้าตาล ใบ เป็นใบเด่ียว ออกเรียง
สลับกัน มีลกั ษณะทรงเรียวรี ปลายใบแหลม ใบเรียบมัน ขอบใบเรียบ มีก้านใบยาว ใบมีสเี ขียว มีขน
ปกคลมุ ท่ัวใบ
ชนดิ การสืบพันธุ์ (reproductive type) และการถ่ายละอองเรณู (pollination)
การผสมเกสรของพริกขี้หนูสามารถเกสรด้วยการผสมตัวเอง (Self-pollination) แต่
อาจเกดิ การผสมข้ามต้น (Cross pollination) ท่ี 9 – 32 % โดยอาศัยธรรมชาติ คอื กระแสลม และ
แมลงต่าง ๆ ลกั ษณะความพรอ้ มของเกสรจะ พบว่า เกสรตัวผู้มักพร้อมท่ีจะผสมไดห้ ลังจากดอกบาน
แล้ว 2-3 วนั แต่เกสรตัวเมียพร้อมที่จะผสมทันทีทด่ี อกบาน จึงทาให้เกสรตวั ผู้จากดอกหรือตน้ อื่นเข้า
ผสมได้ก่อน ลักษณะการผสมเกสรของพริกดังกล่าวจึงทาให้เกิดพันธ์ุพริกใหม่ ๆ มากขึ้น จาการผสม
ขา้ มต้นหรอื ข้ามสายพนั ธุ์
47
ชอ่ ดอก (inflorescence) และลกั ษณะของดอก
ออกดอกเด่ียว ดอกมีลักษณะรูปแตร กลีบดอกมีสีขาว มีกลีบเล้ียงสีเขียว ก้านช่อ
ดอกจะยาว ดอกออกตามซอกใบ และออกตรงปลายยอดกิง่
ผลและลักษณะเมล็ด
ผล เป็นผลเดย่ี ว มีลกั ษณะทรงกรวยยาว ปลายผลเรียว มีขนาดใหญ่ ผิวเปลือกหนา
ลื่นเป็นมัน ผลดิบมีสีเขียวอ่อน ผลสุกมีสีแดงอมส้ม ภายในผลกลวงมีแกนกลาง จะมีเมล็ดเล็ก ๆ
สีเหลืองอ่อน เกาะแกนกลางอยู่มากมาย มีรสชาติหวานกรอบ ใช้รับประทานสด ๆ และประกอบ
อาหารเมนูต่าง ๆ ได้หลายเมนู เมล็ด มีขนาดเล็กๆจานวนมาก เกาะแกนกลางอยู่ภายในผล เมล็ดมี
ลักษณะกลมแบนเลก็ ๆ มีสีเหลอื งอ่อน
ภาพที่ 2.37 ลกั ษณะดอกของพริกหยวก
ทม่ี า : http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/
2011/10/J11154696/J11154696.html
48
ภาพที่ 2.38 ลกั ษณะลาตน้ ของพริกหยวก
ทม่ี า : https://medthai.com/พรกิ หยวก
ภาพท่ี 2.39 ลกั ษณะผลของพรกิ หยวก
ที่มา : http://www.panothaishop.com/en/product/202
49
ภาพท่ี 2.40 ลักษณะเมล็ดของพริกหยวก
ท่ีมา : https://medthai.com/พรกิ หยวก
2.9.10 พรกิ หวาน
วงศ์ : Solanaceae
ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ : Capsicum annuum L. var. longum
ช่อื สามญั : Banana pepper
ชื่อทอ้ งถ่ินไทย : พริกหวาน
นิสัยของพืช (habit) และรปู รา่ งของใบ
เป็นพืชข้ามปี แต่นิยมปลูกเป็นพืชฤดูเดียว ในระยะแรกพืชจะเจริญเป็นลาต้นเด่ียว
เม่ือติดดอกช่อแรก ตรงยอด ของลาต้นเด่ียว จากนั้นจะแตกกิ่งแขนง ในแนวตั้งออกเป็นสองก่ิง และ
เม่ือดอกเจริญที่ปลายกิ่ง ซ่ึงก่ิงแขนง จะเจริญเป็นสองกิ่ง ทาให้จานวนก่ิงเพิ่มข้ึน ตลอดฤดูการ
เจริญเติบโต ผลผลิตจะขึ้นอยู่กับ จานวนกิ่ง และจานวนผลต่อต้น ในระยะแรก ที่ก่ิงเจริญจะเป็นกิ่ง
อ่อน ต่อจากนั้น จะเปล่ียนเป็นกิง่ ทแ่ี ข็งเมอ่ื แก่ เปราะและหักงา่ ย โดยทั่วไปจะสงู 0.5 - 1.5 เมตร ใบ
จะเป็นใบเด่ียว เจริญสลับกัน ใบของพริกหวาน จะมีขนาดใหญ่ เม่ือใบเจริญ 9-11 ใบ ดอกแรกจะ
เจริญ
ชนิดการสืบพนั ธ์ุ (reproductive type) และการถา่ ยละอองเรณู (pollination)
พริกหวานเป็นพืชท่ีผสมตัวเอง แต่มีการผสมขา้ มโดยธรรมชาติ ทาให้มีสายพันธใ์ุ หม่
จานวนมาก อาจจะเน่อื ง มาจากมีแมลง ชว่ ยผสมเกสรมากและ นอกจากน้ี อับละอองเกสรจะเปิด
50
หรือพรอ้ มที่จะผสมหลังจากดอกบาน 2-3 วัน ดังน้ัน ก่อนท่เี กสรตัวผู้ จะพร้อมท่ีจะผสม เกสรตัวเมีย
อาจจะได้รับ ละอองเกสรจากต้นอ่ืน ควรให้มีการผสมเกสร ภายในเวลา 24-30 ชั่วโมงหลังดอกบาน
ในสภาพอากาศ ทีม่ ีความช้ืนในอากาศต่า จะทาใหอ้ ตั ราการตดิ ผลลดลง
ชอ่ ดอก (inflorescence) และลักษณะของดอก
จะเป็นดอกสมบูรณ์ เป็น ดอกเด่ียว ประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ ส่วนใหญ่จะมีสี
ขาว แต่บางพันธุ์จะมีสีม่วง เกสรตัวผู้แยกกันมีจานวน 5 อัน อับละอองเกสรจะมีสีม่วง ยอดเกสรตัว
เมียบางพันธุ์ จะอยสู่ งู กว่า อับละอองเกสร ดอกสามารถเจริญ ได้ทั้งในสภาพ ช่วงแสงส้ัน หรือชว่ งแสง
ยาว โดยทั่วไปจะเจรญิ หลังย้ายปลูก 1-2 เดอื น
ผลและลักษณะเมลด็
ผลมีลักษณะกลมยาว ขนาดใหญ่ ผลประกอบด้วย capsaicin ในปริมาณท่ีต่ามาก
บางครั้งเรียกพริกหวาน (sweet pepper) พริกหวานสีเขียว จะมีปริมาณความต้องการ ของตลาดสูง
แต่เมื่อปล่อยให้แก่บนต้น จะเปล่ียนเป็นสีแดง สายพนั ธ์ุท่ีปรับปรุงพันธ์ุ ข้ึนมาใหม่ อาจจะเปลี่ยนเป็น
สีแดง เหลือง สม้ หรอื มว่ ง การปลกู พริกสีเหล่านี้ นยิ มปลูกในเรือนโรง เน่อื งจากการอายุ การเก็บเกย่ี ว
นาน กว่าพรกิ สเี ขยี ว ในบางครงั้ อาจมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เป็นสาเหตใุ ห้ผลถูกทาลาย โดยโรค
แมลง แสดงอาการตายนึ่ง หรือผลแตกได้ง่าย พริกสีเขียวประกอบด้วย chlorophyll พริกสีแดง/
เหลืองเกิดจากเม็ดสี carotenoids พริกสีมว่ งเกดิ จากเม็ดสี anthocyanin ส่วนสนี ้าตาล เกิดจากการ
ผสมระหว่าง chlorophyll, Lycopene และ beta-carotene ผลมีรูปทรงและขนาด แตกต่างกัน
บางพันธ์ุ อาจจะมีเปลือกผลหนา แต่บางพันธ์ุจะบางมีขนาดความยาว 1-30 เซนติเมตร และกว้าง
1-15 เซนติเมตร
51
ภาพท่ี 2.41 ลกั ษณะดอกของพรกิ หวาน
ทม่ี า : http://fartmp7.blogspot.com/2015/04
ภาพท่ี 2.42 ลักษณะลาตน้ ของพริกหวาน
ท่มี า : http://farmorganicseed.com/สวนของเรา/ตระกูลพริก/เมลด็ พันธพุ์ รกิ หวานสเี -2
52
ภาพท่ี 2.43 ลกั ษณะผลของพรกิ หวาน
ทม่ี า : http://alcarbonburgerbar.com/shop/chili-peppers
ภาพท่ี 2.44 ลกั ษณะเมลด็ ของพรกิ หวาน
ทีม่ า : https://thai.alibaba.com/product-detail/sweet-chili-seeds-656072586.html
53
2.10 งานวิจัยท่ีเกี่ยวขอ้ ง
ขวัญฤทัย มาระโภชน์ (2556) ได้ทาการศึกษาคาริโอไทป์ของพืชวงศ์แตง (Cucurbitaceae)
บางชนิดในประเทศไทย โดยได้ศึกษาคาริโอไทป์ของพืชวงศ์แตง (Cucurbitaceae) 7 ชนิด 10 สาย
พันธุ์ ได้แก่ แฟง (Benincasa hispida (Thunb.) Cogn.) น้าเต้า (ลูกกลมและลูกยาว) (Lagenaria
siceraria Standl.) (2พันธุ์) บวบกลม (ลูกยาวและลูกสั้น) (Luffa cylindrica (L) M. Roem.)
(2พันธ์ุ) บวบเหลี่ยม (Luffa acutangula Roxb.) บวบงู (Trichosanthes anguina L.) มะระข้ีนก
และมะระจีน (Momordica charantia L.) (2 พันธุ์) และแตงไทย (Cucumis melo L.) โดยการ
เตรียมตัวอย่างจากปลายรากท่ีเพาะด้วยเมล็ดและใช้เทคนิค การเตรียมโครโมโซมเพื่อศึกษาคาริโอ
ไ ท ป์ โ ด ย วิ ธี ก ด บ้ี ใ ห้ แ บ น ( Squash technique) วิ ธี hypotonization air drying technique
นอกจากนี้ยังได้มีการคิดค้นพัฒนาเทคนิคการเตรียมโครโมโซมโดยการใช้วิธีสับเนื้อเย่ือที่ต้องการ
ศกึ ษาให้ละเอียดแล้วนาไปปั่นเหว่ียงแทนการกดบ้ีให้แบนที่สามารถใช้ในการเตรียมโครโมโซมได้ผลดี
ทัง้ ในพชื และสตั ว์
สุวนิดา อัญจิรเวโรจน์ (2550) ได้ทาการศึกษาคาริโอไทป์และชีววิทยาระดับโมเลกุลของ
มะขามหวาน (พืชสกุลมะขาม) ในจังหวัดเพชรบูรณ์จานวน 10 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สีชมภู พันธ์ุขันตี
พันธ์ุประกายทอง พันธุ์ฝักดาบ พันธ์ุพระโรจน์พันหม่ืนจง พันธ์ุสีทอง พันธ์ุสีทองเบา พันธ์ุอินทผาลัม
และพันธุ์แสงอาทิตย์ ศึกษาคาริโอไทป์จากรากที่เพาะด้วยเมล็ดสกัด DNA จากใบท่ีเพาะด้วยเมล็ด
และเพ่มิ ปริมาณ DNA บริเวณ Internal transcribed spacer (ITS) โดยเทคนิค Polymerase Chain
Reaction (PCR) นา PCR product ไปหาลาดับเบส (DNA sequencing) เพอื่ วเิ คราะห์ความสัมพันธ์
เชิงววิ ฒั นาการของมะขามหวาน
ธิดา โชตกิ เสถียร (2545) ได้ทาการศกึ ษาโครโมโซมพชื สกุล Hippeastrum ได้ศึกษาจากพืช
6 ชนิดคือว่านสี่ทิศ (ดอกสีชมพู) ( Hippeastrum johnsonni Bury) ว่านส่ีทิศ (ดอกสีส้ม)
(H. johnsonii Bury) ว่านขุนแผนสะกดทัพ (ส่ีทิศแดง) (H. johnsonni Bury) ว่านส่ีทิศ (ดอกสีขาว)
(Hippeastrum sp.) ว่านรางเงิน (H. reticulatum var. stratifolium Herb) และว่านรางนาก
(H. reticulatum var. stratifolium Herb) และศึกษาคาริโอไทป์ของว่านสี่ทิศ (ดอกสีขาว) โดย
การศึกษาจากเซลล์ปลายรากโดยวิธีเตรียมเซลล์แบบ Feulgen squash ผลการวิจัยพบว่าพืชสกุล
Hippeastrum ทุกชนิดท่ีนามาศึกษามีจานวนโครโมโซมเป็นดิพลอยด์ (diploid) (2n=22) และ
การศึกษาคาริโอไทป์ของว่านส่ีทิศ (ดอกสีขาว) พบว่าประกอบด้วยโครโมโซมชนิดอะโครเซนทริก
(acrocentric) 6 คู่ ซับเมทาเซนทริก (submetacentric) 2 คแู่ ละเมทาเซนทรกิ (metacentric 3 คู่)
54
Shahriari Z., Heidari B., A. Dadkhodaie, Richards C. ได้ศึกษา Plantago ovata และ
P. psyllium ซ่ึงเป็นพืชท่ีพบได้ทั่วไป มีการกระจายพันธ์ุได้ดีโดยเฉพาะชนิด Plantago เป็นชนิดท่ี
กระจายพันธุ์ได้ดที ่ีสุดในโลก และยงั เป็นพืชที่มคี วามสาคญั ทางการเกษตรในพื้นท่ีแห้งแล้ง รวมไปถงึ มี
ความสาคัญทางเศรษฐกิจ ซ่ึงยังขาดแคลนต่อความต้องการ โดยยังมีบางส่วนที่ยังไม่มีความรู้เก่ียวกับ
การระบุชนิด ระดับเซลล์ดิพลอยด์ และผลกระทบต่อการได้ผลผลิตทางการเกษตร การศึกษานี้มี
จุดประสงค์ในการกาหนดจานวนไมโทติกโครโมโซม ลักษณะทางคาริโอไทป์ ลักษณะทางสัณฐาน
วิทยา และลักษณะของเมือก ความหลากหลายของชนิด Plantago ในป่า ที่มีการเก็บตัวอย่างเป็น
ช่วงกว้าง ๆ ทางภูมิศาสตร์ในอิหร่าน จานวนโครโมโซมท่ีแน่นอนถูกดัดแปลงโดยวิธีการ squash
ปลายราก และการวิเคราะห์คาริโอไทป์แบบดิจิทัล ลักษณะทางสัณฐานวิทยาจะประเมินตามเง่ือนไข
การทดลอง 3 ลกั ษณะทางสัณฐานวิทยาท่ีซ้ากัน และลักษณะของเมือกก็ทาการวัดในป่าในทอ่ี ยู่อาศัย
ตามธรรมชาติ การวิเคราะห์ดชั นีคาริโอไทป์แสดงให้เห็นว่าพืช Plantago ovata เป็นเซลล์ดิพลอยด์
คือโครโมโซม 2n เท่ากับ 8 กบั โฮโมจีนัสโครโมโซมอันเล็ก ๆ ในทานองเดียวกันพืชชนิด P.psyllium
ก็เป็นเซลล์ดิพลอยด์ท่ีมีโครโมโซม 2n เท่ากับ 12 และมีโครโมโซมที่สมมาตร ทาให้ทราบว่าพืช
P.psyllium เป็นพืชสายพันธ์ุโบราณ โดยท่ีความสาคัญของความแตกต่างสภาพแวดล้อมทเ่ี อ้ืออานวย
ต่อเมล็ดพันธ์ุ, น้าหนักของเมล็ดกว่าพันเมล็ด, เนื้อเมือก, วันท่ีพืชออกดอกและยืดสูงขึ้น พืช
Plantago ovata มเี มือกสะสมมากกว่าพืช P.psyllium ความหนาแน่นของเน้ือเมือกสูงกว่าการเก็บ
ตัวอย่างจากแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ เปรียบเทียบกับอันท่ีเจริญเติบโตในพ้ืนที่จาลองการ
ทดลองซงึ่ มีความหนาแน่นเมือกน้อยกวา่ เมื่อประเมินจากแหล่งที่อยอู่ าศยั ตามธรรมชาติ การวเิ คราะห์
จีโนไทป์ตามสภาพแวดล้อมแสดงให้เห็นว่าพืชที่มีความคงตัวมากที่สุดคือ G2 (Plantago ovata)
และ G6, G7 และ G8 (P.psyllium) สาหรับเมล็ดพันธ์ุ G2 (Plantago ovata), G4 (Plantago
ovata) และG8 (P.psyllium) สาหรับความหนาแน่นของเนื้อเมือก ความสูงของก้านดอกและวันที่
ออกดอก ผลของการให้ข้อมูลสาคญั ตอ่ ผูเ้ พาะพนั ธ์ุ Plantago ให้ความสาคญั ต่อการพฒั นาพชื ผล
Gregory J. Pringle, Brian G. Murray ได้ศึกษา สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์ดิพลอยด์ที่มี
โครโมโซม 2n = 2X = 24 โครโมโซมมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4 ถึง 10 ไมโครเมตร และในแต่ละ
ส่วนประกอบก็มีท้ังแบบ metacentric หรือ submetacentric กับสองสาม subtelocentric มีส่วน
สาคัญในแง่ลบ ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของโครโมโซมและสัดส่วนของแขนกับ
ส่วนประกอบระหว่างสัดส่วน โดยทั่วไปโครโมโซมของส่วนประกอบท่ีมีขนาดใหญ่น้ันจะมีสมมาตร
มากกว่าในส่วนของความยาวและสัดส่วนแขนของ 2 โครโมโซมเก่ียวกัน ซ่ึงอาจบอกได้ว่าส่วนที่
คลา้ ยคลึงกันของจานวน DNA ถกู เพิ่มหรอื นาออกจากในทกุ ๆ โครโมโซมของแตล่ ะสว่ นประกอบ
55
ระหว่างการวิวัฒนาการความแตกต่าง นอนโฮโมโลกัสโครโมโซม 2 คู่ ถูกเห็นจากการบรรจุที่ปลาย
ยอ่ ยทุตยิ ภูมิท่ีหดตัวสั้นท่ีสุด การศึกษา 2 สายพันธข์ุ องบราซิล ซง่ึ แตกต่างจากต้นกาเนิดในพน้ื ที่หนึ่ง
ในการหดตัวแบบทุติยภูมิ ส่วนหลักๆ ของวิวัฒนาการ ความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่มของชนิดนอนโฮ
โมโลกัสนั้นยากต่อการสังเกตความแตกต่างจาก 1 อัน โดยไม่มี C-banding คอยช่วย ถงึ การกระจาย
ของความยาวโครโมโซม สัดส่วนของแขน Telometric และช่องว่างระหว่างเซลล์ จะมีให้เห็นในทุกส
ปีซีส์ แต่ไม่ใช่ทุกโครโมโซม ในแต่ละส่วนประกอบจะรวมกลุ่ม ไม่มีกลุ่ม centrometric จานวน
นิวเคลียส DNA และความยาวแต่ไม่มีสัดส่วนความยาวของ C-bands นั้นมีความสัมพันธ์ในแต่ละสปี
ชีส์ 1 สปีชีส์ (C.luteoalba (Pcrs.) child, section Cyphomandrosis) ที่มีเอกลักษณ์ในรูปแบบ
การจบั กลุ่มใหห้ ลักฐานต่อไปสาหรับขอบเขตของสปซี ีส์และบางส่วนจากอตั รา Cyphomandra
บทที่ 3
อุปกรณแ์ ละวธิ ดี ำเนินกำรวจิ ัย
3.1 แผนผังแสดงวธิ ีกำรดำเนนิ งำน
เพาะเมล็ดพชื ตัวอยา่ ง
ตดั รากและยอดประมาณ 0.5-1 เซนตเิ มตร
ในช่วงเวลา 09.00 09.30 10.00 10.30 และ 11.00 น.
แช่ 8-hydroxyquinolone
ประมาณ 20–24 ชม.
นา้ รากออกมาแชใ่ น carnoy’s solution
ประมาณ 30 นาที เพื่อหยดุ กระบวนการท้างานของเซลล์
ต้มดว้ ยกรด HCl 1 N
ท่อี ณุ หภมู ิ 60 องศา ประมาณ 10 นาที
ลา้ งทา้ ความสะอาดด้วยน้าเปล่า
57
แช่ใน Schiff’s reagent
เพอื่ ย้อมสีใหต้ ดิ โครโมโซมท่ีอยบู่ ริเวณปลายราก และปลายยอด ประมาณ 15–20 นาที
ตดั บริเวณปลายรากที่ติดสี Sch11iff’s reagent แล้ววางบนสไลด์
หยดสารละลาย Carmine11เพือ่ ทา้ การย้อมสพี นื เซลล์
ปิดสไลด์ด้วยกระจกปดิ สไ1ล1ด์ Squash เพียงเล็กน้อย
น้าไปส่องใตก้ ล้องจุลทรรศน์
ท่ีก้าลงั ขยายของเลนสใ์ กลว้ ตั ถุท่ี 10x และ 40x
11 ดกู ารกระจายของโครโมโซม และขอบเขตของเซลล์
11หากยงั ไมก่ ระจายมากนกั หรอื ยังทับกนั อยใู่ ห้ Squash อีก เพือ่ ให้เกดิ การกระจายมากขึน
58
3.2 อุปกรณ์
1. บีกเกอร์ (beaker)
2. ขวดดูแลนด์ (Duran bottle)
3. ขวดรูปชมพู่ (flask)
4. กระบอกตวง (Cylinder)
5. แท่งแก้วคนสาร (Glass rod)
6. ชอ้ นตักสาร (Spatula)
7. กระดาษกรอง (Filter paper)
8. กระชอน (Sieve)
9. หลอดทดลอง (Test tube)
10. หลอดหยด (Dropper)
11. แผน่ สไลด์ (Microscope slide)
12. กระจกปดิ สไลด์ (Cover slip)
13. เขม็ เข่ยี (Inoculation needle)
14. ปากคีบ (Forcep)
15. กระถางปลูกพืช (Plastic nursery grow bag)
16. ดนิ ส้าหรับปลูกพชื (Potting soil)
17. ขวดส้าหรับเกบ็ ตวั อยา่ งพืช (Collecting bottle)
18. กล้องจุลทรรศน์กา้ ลังขยาย 1000 เท่า (Microscope 1000x magnification)
19. จานเพาะเชือ (Petri dish)
20. ตะเกียงแอลกอฮอล์ (Alcohol burner)
21. อ่างควบคุมอณุ หภมู ิ (water bath)
22. กระดาษเช็ดเลนส์ (Microscope lens paper)
23. กระดาษช้าระ (Tissue)
24. กรรไกร (Scissors)
3.3 สำรเคมี
1. basic fusin
2. น้ากลัน่
3. กรดไฮโดคลอริก
4. potassium metabisulfite
5. alcohol
6. glacial acetic acid
7. 8-hydroxyquinoline
59
3.4 วิธีกำรดำเนนิ งำน
3.1 กำรปลูกพืชตัวอยำ่ ง
น้าเมล็ดต้นพืชตัวอย่างทัง 10 ชนิด ได้แก่ มะเขือเทศ มะเขือเปราะ มะเขือยาว
มะเขือพวง มะเขือม่วง พริกขีหนู พริกชีฟ้า พริกหยวก พริกจินดาและพริกหวาน น้ามาเพาะใน
กระถางท่ีบรรจุดินส้าหรับเพาะไว้คร่ึงกระถาง โดยวางให้เมล็ดสัมผัสบนผิวดิน จากนันใช้ดินกลบ
ดา้ นขา้ งใหส้ ูงประมาณ 3 ใน 4 ของเมล็ด รดนา้ ใหช้ มุ่
3.2 กำรศกึ ษำโครโมโซมจำกปลำยรำกพชื โดยใช้เทคนคิ Feulgen squash
3.2.1 ตัดปลายรากพืชตัวอย่างที่มีลักษณะขาว อวบ ปลายใส ประมาณ 0.5-1
เซนตเิ มตร ประมาณ 4-5 ราก แช่ในขวดขนาด 15 มิลลิลิตร ที่มีสารละลาย 8-hydroxyquinoline 5
มิลลิลติ ร โดยตัดรากในช่วงเวลาที่ตา่ ง ๆ กัน 5 ช่วง คอื 9.00 น. , 9.30 น. ,10.00 น. ,10.30 น.และ
11.00 น. เพ่ือหาเวลาที่ปลายรากจะมกี ารแบง่ เซลล์มากที่สุด เกบ็ ขวดตัวอย่างรากพืชไวท้ ่ีอุณหภมู ิ 10
องศาเซลเซยี ส เปน็ เวลา 24 ชั่วโมง
3.2.2 การหยุดท้างานของเซลล์ น้ารากออกจากสารละลาย 8-hydroxyquinoline
ตามเวลาท่ีกา้ หนด มาใส่ขวดที่มีสารละลายคารน์ อย (Carnoy’s solution) (เตรียมจาก 3 absolute
ethanol : 1 glacial acetic acid : สารละลายคาร์นอยนีจะท้าให้เซลล์หยุดอยู่ในระยะที่ต้องการ
สามารถรักษารูปร่างและส่วนประกอบของเซลล์ให้คงรูปเดิมอยู่ได้ และการท่ีสารละลายดังกล่าวมี
คณุ สมบัติของกรดท้าใหน้ ิวคลีโอโปรตีนไมต่ กตะกอนและไม่ละลายโปรตีนท่อี ยู่ในไซโทพลาซึม) ทิงไว้
ที่อุณหภมู ิหอ้ ง 30 นาที จากนันน้าตัวอย่างปลายรากมาล้างนา้ ให้สะอาดแล้วแยกเซลล์ด้วย 1 N HCl
(กรดเกลือเขม้ ขน้ ) ทอี่ ณุ หภูมิ 60 องศาเซลเซยี ส เปน็ เวลา 8-12 นาที
3.2.3 ย้อมตัวอย่างปลายรากด้วยน้ายา schiff’s reagent เป็นเวลา 20 นาที จน
เปน็ สมี ว่ งแดง แลว้ ยา้ ยตวั อย่างปลายรากไปแช่ในน้าสะอาด
3.2.4 ตัดปลายรากท่ีมีสีม่วงแดง (เนือเยื่อเจริญ) ออกวางบนสไลด์ หยด
propinocarmine 1-2 หยด ปิดด้วยแผ่นแก้วปิด ใช้กระดาษซับสีส่วนเกินออก ใช้ยางลบเคาะเบาๆ
จนกลมุ่ เซลลแ์ ยกออกจากกัน
3.2.5 น้าสไลด์ไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้ก้าลังขยาย 10X และ 40X เพ่ือ
ตรวจเซลลท์ ่ีมีการแบง่ นิวเคลียสในระยะเมทาเฟส ถ้าเซลล์ยังไม่กระจาย ควรเคาะอีกครังแลว้ ใชห้ วั แม่
มอื กดเพื่อใหโ้ ครโมโซมอยู่ในระนาบเดียวกนั
3.2.6 ท้าสไลด์ถาวรโดยการน้าไปแช่ในน้าแข็งแห้ง ท่ีเก็บในตู้เย็นท่ีอุณหภูมิ -80
องศาเซลเซยี ส
60
3.3 กำรวเิ ครำะหโ์ ครโมโซม (กนั ยำรตั น์ ไชยสุต, 2532)
3.3.1 น้าสไลด์ท่ีเตรียมได้จากขอ้ 2 มาศึกษารายละเอียดของโครโมโซมโดยการนับ
จ้านวนโครโมโซมจากเซลล์ที่มีการแบ่งตัวในระยะเมทาเฟส โดยเลือกเซลล์ทโี่ ครโมโซมกระจายดี ไม่
ซ้อนทับกัน หรอื ซอ้ นทับกนั โดยไม่ทับตา้ แหน่งเซนโทรเมยี ร์ เมอื่ นบั จา้ นวนโครโมโซมภายในเซลล์ครบ
แล้วน้าแผ่นสไลดน์ นั ไปถ่ายรูปจากกล้องจุลทรรศนโ์ ดยใชเ้ ลนส์วตั ถกุ ้าลงั ขยาย 100X น้าภาพทถี่ ่ายได้
ท่ีมีขนาดก้าลังขยายภาพ 1000 เท่า ท้าการขยายให้เป็น 3500 เท่า เพื่อให้สามารถวัดขนาดของ
โครโมโซมไดง้ า่ ยและสะดวกมากยง่ิ ขนึ (สราวุฒิ สิทธกิ ูล, 2547)
3.3.2 น้าภาพท่ีขยายแล้วมาจับคู่โครโมโซม วัดความยาวโครโมโซม โดยวัดจาก
โครโมโซมคยู่ าวท่ีสุดไปหาคู่ที่สนั ท่สี ดุ วดั ความยาวของแขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาวของแขน
โครโมโซมขา้ งสัน (Ls) โดยวัดจากเซนโทรเมียรเ์ ป็นหลัก ความยาวของแขนโครโมโซมข้างยาวรวมกับ
ความยาวของแขนข้างสัน เทา่ กับความยาวของโครโมโซมแต่ละแท่ง (Total Length คือ LT = LI+Ls)
น้าค่า LI, LS และ LT มาค้านวณหาค่า Relative Length (RL) และค่า Centrometric Index (CI)
ดังนี
ความยาวของโครโมโซมแต่ละแทง่ (LT=Ll+Ls)
RL = ความยาวทงั หมดของโครโมโซมทุกคู่ ( ∑ LT)
ความยาวของแขนโครโมโซมขา้ งยาว (Ll)
CI = ความยาวของแขนโครโมโซมแตล่ ะแท่ง
น้าค่าที่ได้บันทึกลงตาราง ซึ่งค่า RL และค่า CI จะใช้ในการจับคู่โครโมโซม และจากความ
ยาวของโครโมโซมแต่ละแท่งที่วัดได้ใช้ในการแบ่งโครโมโซมเป็น 3 ขนาด คือ โครโมโซมขนาดใหญ่
(Large = L)โครโมโซมขนาดกลาง (Middle = M) และโครโมโซมขนาดเล็ก (Small = S) ใน
โครโมโซมแต่ละขนาดอาจประกอบด้วยโครโมโซมชนิดต่างๆกันคือ metacentric (m),
submetacentric (sm), acrocentric (a) และ telocentric (t) ซ่ึงค่า CI ที่ใช้ก้าหนดชนิดของ
โครโมโซม เป็นดงั นี
คา่ CI ระหวา่ ง 0.500-0.599 จดั เป็น metacentric chromosome
ค่า CI ระหวา่ ง 0.600-0.699 จดั เปน็ submetacentric chromosome
คา่ CI ระหว่าง 0.700-0.899 จัดเป็น acrocentric chromosome
ค่า CI ระหวา่ ง 0.900-1.099 จดั เปน็ telocentric chromosome
61
ส้าหรับการก้าหนดขนาดของโครโมโซม ถ้าเป็นโครโมโซมขนาดใหญ่ ได้แก่ โครโมโซมท่ีมี
ขนาดใหญก่ วา่ ครงึ่ หน่ึงของความยาวเฉลยี่ ของโครโมโซมท่ใี หญ่ทสี่ ุด รวมกบั โครโมโซมคู่ที่เล็กท่ีสดุ
L > ( LTใหญท่ ี่สดุ + LTเลก็ ทสี่ ุด ) / 2
โครโมโซมขนาดกลาง ได้แก่ โครโมโซมที่มีขนาดเล็กกว่าคร่ึงหน่ึงของความยาวเฉล่ียของ
โครโมโซมคู่ท่ีใหญ่ท่ีสุด รวมกับโครโมโซมท่ีเล็กท่ีสุด แต่ใหญ่กว่าคร่ึงหน่ึงของความยาวเฉลี่ยของ
โครโมโซมคู่ทีใ่ หญท่ ส่ี ดุ
( LTใหญท่ สี่ ุด + LTเลก็ ท่ีสดุ ) / 2 > M > LTใหญท่ สี่ ุด / 2
โครโมโซมขนาดเล็ก ได้แก่ โครโมโซมท่ีมีขนาดเล็กกว่าคร่ึงหน่ึงของความยาวเฉล่ียของ
โครโมโซมคทู่ ใ่ี หญ่ที่สดุ
S < LTใหญท่ ่สี ุด / 2
บทท่ี 4
ผลการวิจยั
จากการศกึ ษาโครโมโซมของพืชวงศ์ Solanaceae สกลุ Solanum 5 ชนิด ได้แก่ มะเขอื เทศ
(Solanum lycopersicum L.) มะเขือเปราะ (S. virginianum L.) มะเขือยาว (S. melongena L.)
มะเขือพวง (S. torvum Sw.) มะเขือม่วง (S. melongena) และสกุล Capsicum 5 ชนิด ได้แก่
พริกขี้หนู (Capsicum frutescens L.) พริกช้ีฟ้า (C. annnuum L. var. acuminatum Fingerh)
พริกหยวก (C. annuum var. annuum) พริกจินดา (C. frutescens L.) พริกหวาน (C. annuum
L. var. longum) โดยวธิ ี Feulgen squash เมอ่ื นบั จานวนโครโมโซม ได้ผลดังแสดงไว้ในตารางท่ี 4.1
ตารางที่ 4.1 จานวนโครโมโซมของพืชในวงศ์ Solanaceae ชนิดต่าง ๆ ทีน่ ามาศกึ ษา
ลาดับท่ี ชนิดของพชื จานวนโครโมโซม
1 มะเขอื เทศ (S. lycopersicum L.) 2n = 24
2 มะเขอื เปราะ (S. virginianum L.) 2n = 24
3 มะเขือยาว (S. melongena L.) 2n = 22
4 มะเขอื พวง (S. torvum Sw.) 2n = 22
5 มะเขอื มว่ ง (S. melongena) 2n = 22
6 พริกขี้หนู (C. frutescens L.) 2n = 24
7 พรกิ ช้ีฟ้า (C. annnuum L. var. acuminatum 2n = 24
Fingerh)
8 พริกหยวก (C. annuum var. annuum) 2n = 24
9 พรกิ จินดา (C. frutescens L.) 2n = 24
10 พริกหวาน (C. annuum L. var. longum) 2n = 24
ผลการศึกษาจานวนโครโมโซมและคาริโอไทป์ของพืชวงศ์ Solanaceae แต่ละชนิดมี
รายละเอียดดังน้ี
63
4.1 มะเขือเทศ (S. lycopersicum L.)
มะเขือเทศมีจานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 24 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์
ปลายราก ผลการหาค่าความยาวเฉล่ียของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll)
ความยาวของโครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนตเิ มตร ค่าเฉล่ีย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไวใ้ นตารางที่ 4.2
โครโมโซมของมะเขือเทศประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 1 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซม
ชนิด submetacentric โครโมโซมที่มีความยาว 2.90 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 4 คู่ เป็น
โครโมโซมชนิด metacentric และ submetacentric และ โ คร โมโซ มขนาดเล็ก เป็นชนิด
metacentric 6 คู่ และชนิด acrocentric 1 คู่ โดยโครโมโซมคู่ทีเ่ ลก็ ทสี่ ดุ มคี วามยาว 1.00 เซนตเิ มตร
(ตารางที่ 4.2) จากขนาดและชนิดของโครโมโซม จึงสรุปสตู รคารโิ อไทปไ์ ดด้ งั น้ี
มะเขอื เทศ (S. lycopersicum L.) 2n = 24 = L2sm + M4m + M4sm + S12m + S2a
ตารางที่ 4.2 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของมะเขอื เทศ (S. lycopersicum L.)
โครโมโซมคู่ที่ Ls Ll Lt RL CI ชนิดโครโมโซม
1 1.00 1.90 2.90 2.90 0.655 sm
2 0.80 1.00 1.80 1.80 0.556 m
3 0.80 0.80 1.60 1.60 0.500 m
4 0.60 0.90 1.50 1.50 0.600 sm
5 0.60 0.90 1.50 1.50 0.600 sm
6 0.60 0.80 1.40 1.40 0.571 m
7 0.60 0.80 1.40 1.40 0.571 m
8 0.60 0.70 1.30 1.30 0.538 m
9 0.60 0.60 1.20 1.20 0.500 m
10 0.30 0.80 1.10 1.10 0.727 a
11 0.50 0.60 1.10 1.10 0.545 m
12 0.50 0.50 1.00 1.00 0.500 m
64
ตารางท่ี 4.3 ขนาดและชนดิ ของโครโมโซมของมะเขอื เทศ (S. lycopersicum L. 2n = 24)
โครโมโซมขนาดใหญ่มีคา่ เฉลี่ย โครโมโซมขนาดกลางมคี า่ เฉลย่ี โครโมโซมขนาดเลก็ มีค่าเฉลย่ี
ของ Lt ระหว่าง 2.90 - 1.95 ของ Lt ระหว่าง 1.94 - 1.45 ของ Lt ระหวา่ ง 1.44 - 1.00
เซนตเิ มตร เซนติเมตร เซนติเมตร
คทู่ ่ี 1 submetacentric คู่ท่ี 2 metacentric คทู่ ี่ 6 metacentric
คทู่ ่ี 3 metacentric คูท่ ี่ 7 metacentric
คู่ท่ี 4 submetacentric คู่ท่ี 8 metacentric
คู่ท่ี 5 submetacentric คทู่ ี่ 9 metacentric
คทู่ ่ี 10 acrocentric
คทู่ ี่ 11 metacentric
คู่ที่ 12 metacentric
65
ภาพที่ 4.1 mitotic metaphase จากเซลลป์ ลายรากมะเขอื เทศ (S. lycopersicum L. 2n = 24)
กาลังขยาย 3500 เทา่
1 234
5 67 8
9 10 11 12
ภาพที่ 4.2 คาริโอแกรมของมะเขอื เทศ
66
4.2 มะเขอื เปราะ (S. virginianum L.)
มะเขอื เปราะมจี านวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 24 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์
ปลายราก ผลการหาค่าความยาวเฉลี่ยของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll)
ความยาวของโครโมโซมแตล่ ะคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลย่ี Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไวใ้ นตารางท่ี 4.4
โครโมโซมของมะเขือเปราะประกอบดว้ ยโครโมโซมขนาดใหญ่ 7 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซม
ชนิด metacentric โครโมโซมที่มีความยาว 2.30 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 4 คู่ เป็น
โครโมโซ มชนิด metacentric และ submetacentric และ โครโมโซ มขนาดเล็ก เป็นชนิด
metacentric 1 คู่ โดยโครโมโซมคู่ท่ีเล็กที่สุดมีความยาว 1.00 เซนติเมตร (ตารางท่ี 4.4) จากขนาด
และชนดิ ของโครโมโซม จึงสรุปสตู รคาริโอไทปไ์ ดด้ งั น้ี
มะเขือเปราะ (S. virginianum L.) 2n = 24 = L10m + L4sm + M4m + M4sm +S2m
ตารางท่ี 4.4 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของมะเขือเปราะ (S. virginianum L.)
โครโมโซมคู่ที่ Ls Ll Lt RL CI ชนิดโครโมโซม
1 1.10 1.20 2.30 0.113 0.522 m
2 1.00 1.00 2.00 0.099 0.500 m
3 1.00 1.00 2.00 0.099 0.500 m
4 0.90 0.90 1.80 0.089 0.500 m
5 0.60 1.20 1.80 0.089 0.667 sm
6 0.70 1.00 1.70 0.084 0.588 m
7 0.60 1.10 1.70 0.084 0.647 sm
8 0.80 0.80 1.60 0.079 0.500 m
9 0.60 0.90 1.50 0.074 0.600 sm
10 0.60 0.90 1.50 0.074 0.600 sm
11 0.70 0.70 1.40 0.069 0.500 m
12 0.50 0.50 1.00 0.049 0.500 m
67
ตารางที่ 4.5 ขนาดและชนิดของโครโมโซมของมะเขือเปราะ (S. virginianum L. 2n = 24)
โครโมโซมขนาดใหญม่ คี ่าเฉลี่ย โครโมโซมขนาดกลางมคี า่ เฉล่ยี โครโมโซมขนาดเลก็ มีค่าเฉลย่ี
ของ Lt ระหวา่ ง 2.30 - 1.65 ของ Lt ระหว่าง 1.64 - 1.15 ของ Lt ระหว่าง 1.14 - 1.00
เซนติเมตร เซนตเิ มตร เซนติเมตร
คู่ท่ี 1 metacentric คทู่ ี่ 8 metacentric คู่ท่ี 12 metacentric
คทู่ ี่ 2 metacentric คู่ที่ 9 submetacentric
คู่ที่ 3 metacentric คทู่ ี่ 10 submetacentric
คู่ท่ี 4 metacentric คู่ที่ 11 metacentric
คู่ที่ 5 submetacentric
คูท่ ี่ 6 metacentric
คู่ที่ 7 submetacentric
68
ภาพที่ 4.3 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากมะเขอื เปราะ (S. virginianum L. 2n = 24)
กาลังขยาย 3500 เท่า
1 2 34
5 6 78
9 10 11 12
ภาพท่ี 4.4 คารโิ อแกรมของมะเขอื เปราะ
69
4.3 มะเขอื ยาว (S. melongena L.)
มะเขือยาวมีจานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 22 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์
ปลายราก ผลการหาค่าความยาวเฉลี่ยของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll)
ความยาวของโครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไว้ในตารางท่ี 4.6
โครโมโซมของมะเขือยาวประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 5 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซม
ชนดิ metacentric โครโมโซมทม่ี คี วามยาว 1.60 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 5 คู่ สว่ นใหญเ่ ป็น
โครโมโซมชนิด metacentric และโครโมโซมขนาดเล็กเป็นชนิด submetacentric 1 คู่ โดย
โครโมโซมคู่ที่เล็กท่ีสุดมีความยาว 0.60 เซนติเมตร (ตารางท่ี 4.6) จากขนาดและชนิดของโครโมโซม
จงึ สรปุ สตู รคาริโอไทปไ์ ดด้ ังนี้
มะเขือยาว (S. melongena L.) 2n = 22 = L8m + L2sm + M4sm + M6m + S2sm
ตารางท่ี 4.6 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของมะเขอื ยาว (S. melongena L.)
โครโมโซมคู่ท่ี Ls Ll Lt RL CI ชนิดโครโมโซม
1 0.80 0.80 1.60 0.13 0.500 m
2 0.70 0.70 1.40 0.12 0.500 m
3 0.60 0.70 1.30 0.11 0.538 m
4 0.40 0.80 1.20 0.10 0.667 sm
5 0.50 0.60 1.10 0.09 0.545 m
6 0.40 0.60 1.00 0.08 0.600 sm
7 0.40 0.60 1.00 0.08 0.600 sm
8 0.40 0.50 0.90 0.08 0.556 m
9 0.40 0.50 0.90 0.08 0.556 m
10 0.40 0.50 0.90 0.08 0.556 m
11 0.20 0.40 0.60 0.05 0.667 sm
70
ตารางท่ี 4.7 ขนาดและชนิดของโครโมโซมของมะเขอื ยาว (S. melongena L. 2n = 22)
โครโมโซมขนาดใหญม่ ีค่าเฉลยี่ โครโมโซมขนาดกลางมีคา่ เฉล่ีย โครโมโซมขนาดเลก็ มีค่าเฉล่ยี
ของ Lt ระหว่าง 1.60 - 1.10 ของ Lt ระหวา่ ง 1.09 - 0.80 ของ Lt ระหว่าง 0.79 - 0.60
เซนติเมตร เซนตเิ มตร เซนติเมตร
คู่ท่ี 1 metacentric คู่ที่ 6 submetacentric คทู่ ่ี 11 submetacentric
ค่ทู ่ี 2 metacentric คู่ที่ 7 submetacentric
คทู่ ่ี 3 metacentric คู่ท่ี 8 metacentric
ค่ทู ี่ 4 submetacentric คทู่ ี่ 9 metacentric
คู่ท่ี 5 metacentric คู่ที่ 10 metacentric
71
ภาพท่ี 4.5 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากมะเขอื ยาว (S. melongena L. 2n = 22)
กาลงั ขยาย 3500 เท่า
1 2 34
5 6 78
9 10 11
ภาพที่ 4.6 คารโิ อแกรมของมะเขือยาว
72
4.4 มะเขือพวง (S. torvum Sw.)
มะเขือพวงจานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 22 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์
ปลายราก ผลการหาค่าความยาวเฉล่ียของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll)
ความยาวของโครโมโซมแตล่ ะคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไว้ในตารางที่ 4.8
โครโมโซมของมะเขือพวงประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 3 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซม
ชนิด metacentric โครโมโซมทม่ี ีความยาว 1.30 เซนตเิ มตร โครโมโซมขนาดกลาง 8 คู่ สว่ นใหญเ่ ป็น
โครโมโซมชนิด metacentric โดยโครโมโซมคู่ท่ีเล็กที่สุดมีความยาว 0.70 เซนติเมตร (ตารางท่ี 4.8)
จากขนาดและชนิดของโครโมโซม จงึ สรุปสตู รคาริโอไทป์ได้ดังนี้
มะเขือพวง (S. torvum Sw.) 2n = 22 = L2m + L4sm + M8m + M6sm + M2a
ตารางท่ี 4.8 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉล่ีย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของมะเขือพวง (S. torvum Sw.)
โครโมโซมคู่ที่ Ls Ll Lt RL CI ชนดิ ของโครโมโซม
1 0.60 0.70 1.30 0.13 0.538 m
2 0.40 0.60 1.00 0.10 0.600 sm
3 0.40 0.60 1.00 0.10 0.600 sm
4 0.40 0.50 0.90 0.09 0.556 m
5 0.40 0.50 0.90 0.09 0.556 m
6 0.40 0.50 0.90 0.09 0.556 m
7 0.30 0.60 0.90 0.09 0.667 sm
8 0.30 0.50 0.80 0.08 0.625 sm
9 0.30 0.50 0.80 0.08 0.625 sm
10 0.30 0.40 0.70 0.07 0.571 m
11 0.20 0.50 0.70 0.07 0.714 a
73
ตารางท่ี 4.9 ขนาดและชนดิ ของโครโมโซมของมะเขอื พวง (S. torvum Sw. 2n = 22)
โครโมโซมขนาดใหญม่ คี า่ เฉล่ีย โครโมโซมขนาดกลางมคี ่าเฉลี่ย โครโมโซมขนาดเลก็ มีค่าเฉล่ยี
ของ Lt ระหวา่ ง 1.30 - 1.00 ของ Lt ระหว่าง 0.99 - 0.65 ของ Lt นอ้ ยกวา่ 0.64
เซนติเมตร เซนตเิ มตร เซนติเมตร
คู่ที่ 1 metacentric คู่ที่ 4 metacentric -
คู่ท่ี 2 submetacentric คทู่ ี่ 5 metacentric
คูท่ ่ี 3 submetacentric คทู่ ี่ 6 metacentric
คทู่ ี่ 7 submetacentric
คทู่ ี่ 8 submetacentric
คูท่ ี่ 9 submetacentric
คทู่ ่ี 10 metacentric
คู่ที่ 11 acrocentric
74
ภาพที่ 4.7 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากมะเขือพวง (S. torvum Sw. 2n = 22)
กาลังขยาย 3500 เทา่
1 2 34
5 6 78
9 10 11
ภาพที่ 4.8 คาริโอแกรมของมะเขอื พวง
75
4.5 มะเขอื มว่ ง (S. melongena)
มะเขือม่วงจานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 22 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์
ปลายราก ผลการหาค่าความยาวเฉลี่ยของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll)
ความยาวของโครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉล่ีย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไว้ในตารางท่ี 4.10
โครโมโซมของมะเขือม่วงประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 3 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซม
ชนิด submetacentric โครโมโซมท่ีมีความยาว 1.60 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 6 คู่ เป็น
โคร โมโซมชนิด submetacentric และ metacentric และโครโมโซมขนาดเล็กเป็นชนิด
submetacentric 2 คู่ โดยโครโมโซมคู่ท่ีเล็กท่ีสดุ มีความยาว 0.60 เซนติเมตร (ตารางท่ี 4.10) จาก
ขนาดและชนดิ ของโครโมโซม จึงสรปุ สูตรคาริโอไทปไ์ ด้ดงั นี้
มะเขือมว่ ง (S. melongena ) 2n = 22 = L4sm + L2m + M6sm + M6m + S4m
ตารางที่ 4.10 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉล่ีย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของมะเขอื มว่ ง (S. melongena L.)
โครโมโซมคู่ที่ Ls Ll Lt RL CI ชนิดของโครโมโซม
1 0.60 1.00 1.60 0.14 0.625 sm
2 0.40 0.90 1.30 0.12 0.692 sm
3 0.50 0.70 1.20 0.11 0.583 m
4 0.40 0.60 1.00 0.09 0.600 sm
5 0.40 0.60 1.00 0.09 0.600 sm
6 0.40 0.60 1.00 0.09 0.600 sm
7 0.50 0.50 1.00 0.09 0.500 m
8 0.50 0.50 1.00 0.09 0.500 m
9 0.40 0.50 0.90 0.08 0.556 m
10 0.30 0.40 0.70 0.06 0.571 m
11 0.30 0.30 0.60 0.05 0.500 m
76
ตารางที่ 4.11 ขนาดและชนิดของโครโมโซมของมะเขือม่วง (S. melongena 2n = 22)
โครโมโซมขนาดใหญ่มคี ่าเฉล่ีย โครโมโซมขนาดกลางมีค่าเฉล่ยี โครโมโซมขนาดเล็กมีค่าเฉล่ีย
ของ Lt ระหว่าง 1.60 - 1.10 ของ Lt ระหว่าง 1.09 - 0.80 ของ Lt ระหวา่ ง 0.79 – 0.60
เซนตเิ มตร เซนตเิ มตร เซนติเมตร
ค่ทู ่ี 1 submetacentric คทู่ ี่ 4 submetacentric คทู่ ี่ 10 metacentric
คทู่ ี่ 2 submetacentric คู่ท่ี 5 submetacentric คู่ที่ 11 metacentric
คู่ที่ 3 metacentric คู่ท่ี 6 submetacentric
คู่ที่ 7 metacentric
คูท่ ี่ 8 metacentric
คู่ที่ 9 metacentric
77
ภาพที่ 4.9 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากมะเขือมว่ ง (S. melongena 2n = 22)
กาลงั ขยาย 3500 เท่า
1 23 4
5 678
9 10 11
ภาพท่ี 4.10 คารโิ อแกรมของมะเขือมว่ ง
78
4.6 พริกขห้ี นู (C. frutescens L.)
พริกขห้ี นูจานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 24 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์ปลาย
ราก ผลการหาค่าความยาวเฉล่ียของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll) ความ
ยาวของโครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไว้ในตารางท่ี 4.12
โครโมโซมของพริกขหี้ นูประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 7 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซมชนิด
metacentric โครโมโซมที่มีความยาว 2.10 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 2 คู่ เป็นโครโมโซม
ชนิด submetacentric ทง้ั หมด และโครโมโซมขนาดเลก็ 3 คู่ โดยมี 2 คู่เป็นชนิด metacentric และ
อกี 1 คู่เป็นชนิด submetacentric โดยโครโมโซมค่ทู ่ีเล็กทีส่ ุดมีความยาว 0.80 เซนตเิ มตร (ตารางท่ี
4.12) จากขนาดและชนิดของโครโมโซม จึงสรุปสตู รคารโิ อไทปไ์ ดด้ ังนี้
พริกขีห้ นู (C. frutescens L.) 2n = 24 = L12m + L2sm + M4m + S4m + S2sm
ตารางที่ 4.12 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉล่ีย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของพรกิ ขีห้ นู (C. frutescens L.)
โครโมโซมคู่ที่ Ls Ll Lt RL CI ชนิดโครโมโซม
1 1.00 1.10 2.10 0.12 0.524 m
2 0.90 1.20 2.10 0.88 0.571 m
3 0.90 1.10 2.00 0.11 0.550 m
4 0.90 1.00 1.90 0.11 0.526 m
5 0.80 0.90 1.70 0.10 0.529 m
6 0.80 0.80 1.60 0.09 0.500 m
7 0.60 0.90 1.50 0.08 0.600 sm
8 0.50 0.60 1.10 0.06 0.545 m
9 0.50 0.60 1.10 0.06 0.545 m
10 0.40 0.50 0.90 0.05 0.556 m
11 0.40 0.50 0.90 0.05 0.556 m
12 0.30 0.50 0.80 0.05 0.625 sm
79
ตารางที่ 4.13 ขนาดและชนดิ ของโครโมโซมของพริกข้หี นู (C. frutescens L. 2n = 24)
โครโมโซมขนาดใหญม่ คี ่าเฉลย่ี โครโมโซมขนาดกลางมีค่าเฉลย่ี โครโมโซมขนาดเล็กมคี ่าเฉล่ยี
ของ Lt ระหว่าง 2.10 - 1.45 ของ Lt ระหว่าง 1.44 - 1.05 ของ Lt ระหว่าง 1.04 - 0.80
เซนติเมตร เซนตเิ มตร เซนติเมตร
คู่ท่ี 1 metacentric คทู่ ี่ 8 metacentric ค่ทู ี่ 10 metacentric
คู่ท่ี 2 metacentric คู่ท่ี 9 metacentric คู่ท่ี 11 metacentric
คทู่ ี่ 3 metacentric คู่ท่ี 12 submetacentric
คู่ที่ 4 metacentric
คู่ท่ี 5 metacentric
คูท่ ่ี 6 metacentric
คทู่ ่ี 7 submetacentric
80
ภาพที่ 4.11 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากพรกิ ขห้ี นู (C. frutescens L. 2n = 24)
กาลงั ขยาย 3500 เทา่
1 234
5 678
9 10 11 12
ภาพท่ี 4.12 คาริโอแกรมของพรกิ ข้หี นู
81
4.7 พรกิ ช้ฟี ้า (C. annnuum Linn. Var acuminatum Fingerh)
พริกช้ีฟา้ จานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 24 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์ปลาย
ราก ผลการหาค่าความยาวเฉลี่ยของแขนโครโมโซมข้างส้ัน (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll) ความ
ยาวของโครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉล่ีย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไว้ในตารางที่ 4.14
โครโมโซมของพริกชี้ฟา้ ประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 5 คู่ คู่ใหญ่สุดเป็นโครโมโซมชนิด
metacentric โครโมโซมท่ีมีความยาว 3.90 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 4 คู่ เป็นโครโมโซม
ชนิด metacentric ท้ังหมด และโครโมโซมขนาดเล็ก 3 คู่ เป็นชนิด metacentric ท้ังหมด โดย
โครโมโซมคทู่ ่ีเลก็ ที่สุดมีความยาว 1.10 เซนตเิ มตร (ตารางท่ี 4.14) จากขนาดและชนิดของโครโมโซม
จงึ สรปุ สูตรคารโิ อไทปไ์ ด้ดงั นี้
พรกิ ชฟ้ี า้ (C. annnuum Linn. Var acuminatum Fingerh) 2n = 24 = L10m + M8m +
S6m
ตารางที่ 4.14 ค่าความยาวของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความยาว
โครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL) Centromeric Index (CI)
ของพริกชีฟ้ ้า (C. annnuum Linn. Var acuminatum Fingerh)
โครโมโซมคู่ท่ี Ls Ll Lt RL CI ชนิดโครโมโซม
1 1.70 2.20 3.90 0.14 0.564 m
2 1.50 1.60 3.10 0.11 0.516 m
3 1.40 1.50 2.90 0.10 0.517 m
4 1.30 1.50 2.80 0.10 0.536 m
5 1.20 1.30 2.50 0.09 0.520 m
6 1.20 1.20 2.40 0.08 0.500 m
7 1.10 1.20 2.30 0.08 0.522 m
8 0.90 1.30 2.20 0.08 0.591 m
9 0.90 1.10 2.00 0.07 0.550 m
10 0.90 1.00 1.90 0.07 0.526 m
11 0.70 0.90 1.60 0.06 0.563 m
12 0.50 0.60 1.10 0.04 0.545 m
82
ตารางท่ี 4.15 ขนาดและชนดิ ของโครโมโซมของพริกช้ีฟ้า
(C. annnuum Linn. Var acuminatum Fingerh 2n = 24)
โครโมโซมขนาดใหญม่ คี ่าเฉลย่ี โครโมโซมขนาดกลางมีค่าเฉลย่ี โครโมโซมขนาดเล็กมคี ่าเฉลย่ี
ของ Lt ระหวา่ ง 3.90 - 2.50 ของ Lt ระหว่าง 2.49 - 1.95 ของ Lt ระหวา่ ง 1.94 - 1.10
เซนติเมตร เซนตเิ มตร เซนตเิ มตร
คทู่ ่ี 1 metacentric คูท่ ี่ 6 metacentric คูท่ ี่ 10 metacentric
คู่ท่ี 2 metacentric คูท่ ี่ 7 metacentric ค่ทู ่ี 11 metacentric
ค่ทู ี่ 3 metacentric คทู่ ่ี 8 metacentric คู่ท่ี 12 metacentric
คูท่ ่ี 4 metacentric คูท่ ่ี 9 metacentric
คู่ท่ี 5 metacentric
83
ภาพท่ี 4.13 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากพริกชี้ฟ้า
(C. annnuum Linn. Var acuminatum Fingerh 2n = 24) กาลงั ขยาย 3500 เทา่
1 2 34
5 6 78
9 10 11 12
ภาพท่ี 4.14 คารโิ อแกรมของพรกิ ชฟ้ี า้
84
4.8 พริกหยวก (C. annuum var. annuum)
พริกหยวกจานวนโครโมโซมในโซมาติกเซลล์ 2n = 24 ในการศึกษาคาริโอไทป์จากเซลล์
ปลายราก ผลการหาค่าความยาวเฉลี่ยของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (Ll)
ความยาวของโครโมโซมแตล่ ะคู่ (Lt) เป็นเซนตเิ มตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL), Centromeric
Index (CI) แสดงไว้ในตารางที่ 4.16
โครโมโซมของพรกิ หยวกประกอบด้วยโครโมโซมขนาดใหญ่ 3 คู่ คู่ใหญ่สดุ เป็นโครโมโซมชนิด
metacentric โครโมโซมที่มีความยาว 2.00 เซนติเมตร โครโมโซมขนาดกลาง 9 คู่ ส่วนใหญ่เป็น
โครโมโซมชนดิ metacentric โดยโครโมโซมคู่ที่เล็กทีส่ ดุ มีความยาว 1.10 เซนตเิ มตร (ตารางท่ี 4.16)
จากขนาดและชนดิ ของโครโมโซม จึงสรปุ สูตรคารโิ อไทปไ์ ดด้ งั นี้
พริกหยวก (C. annuum var. annuum) 2n = 24 = L6m + M16m + M2sm
ตารางท่ี 4.16 ค่าความยาวเฉลี่ยของแขนโครโมโซมข้างสั้น (Ls) แขนโครโมโซมข้างยาว (LI) ความ
ยาวโครโมโซมแต่ละคู่ (Lt) เป็นเซนติเมตร ค่าเฉลี่ย Relative Length (RL) Centromeric Index
(CI) ของพรกิ หยวก (C. annuum var. annuum)
โครโมโซมคู่ที่ Ls Ll Lt RL CI ชนดิ โครโมโซม
1 0.90 1.10 2.00 0.12 0.550 m
2 0.80 0.90 1.70 0.10 0.529 m
3 0.70 0.90 1.60 0.10 0.563 m
4 0.70 0.80 1.50 0.09 0.533 m
5 0.60 0.80 1.40 0.08 0.571 m
6 0.60 0.70 1.30 0.08 0.538 m
7 0.60 0.70 1.30 0.08 0.538 m
8 0.60 0.70 1.30 0.08 0.538 m
9 0.50 0.70 1.20 0.07 0.583 m
10 0.40 0.70 1.10 0.07 0.636 sm
11 0.50 0.60 1.10 0.07 0.545 m
12 0.50 0.60 1.10 0.07 0.545 m
85
ตารางที่ 4.17 ขนาดและชนิดของโครโมโซมของพรกิ หยวก (C. annuum var. annuum 2n = 24)
โครโมโซมขนาดใหญม่ ีคา่ เฉลย่ี โครโมโซมขนาดกลางมีคา่ เฉลีย่ โครโมโซมขนาดเลก็ มคี ่าเฉลี่ย
ของ Lt ระหว่าง 2.00 - 1.55 ของ Lt ระหว่าง 1.54 – 1.00 ของ Lt น้อยกว่า 0.99
เซนติเมตร เซนตเิ มตร เซนติเมตร
คู่ท่ี 1 metacentric คทู่ ี่ 4 metacentric -
คู่ท่ี 2 metacentric คทู่ ี่ 5 metacentric
คู่ที่ 3 metacentric คทู่ ี่ 6 metacentric
คทู่ ี่ 7 metacentric
คทู่ ี่ 8 metacentric
คู่ท่ี 9 metacentric
ค่ทู ี่ 10 submetacentric
คทู่ ี่ 11 metacentric
คู่ที่ 12 metacentric
86
ภาพที่ 4.15 mitotic metaphase จากเซลล์ปลายรากพริกหยวก
(C. annuum var. annuum 2n = 24) กาลงั ขยาย 3500 เท่า
1 2 34
5 6 78
9 10 11 12
ภาพท่ี 4.16 คาริโอแกรมของพริกหยวก