หนว ยวัด
3.แฟกเตอรเ ปลย่ี นหนว ย
แฟกเตอรเ ปลย่ี นหนว ย (conversion factors) เปน อัตราสวนระหวา งหนวยท่แี ตกตางกนั 2 หนว ย
ที่มีปรมิ าณเทากนั ตัวอยางการหาแฟกเตอรเปลย่ี นหนวยเปน ดงั น้ี
จากความสัมพนั ธพลงั งาน 1 cal = 4.2 J หรือ
เมอ่ื ใช 1 cal หารทัง้ สองขางจะไดเ ปน เมอ่ื ใช 4.2 J หารทง้ั สองขางจะไดเ ปน
ดังน้นั แฟกเตอรเ ปลีย่ นหนวยเขยี นไดเ ปน หรอื
หนว ยวดั
4.วิธกี ารเทยี บหนว ย
วิธกี ารเทียบหนว ย (factor label method) ทําไดโดยการคูณปริมาณในหนว ยเร่มิ ตน ดว ย
แฟกเตอรเ ปลี่ยนหนวยท่ีมหี นวยทต่ี อ งการอยูดานบน ตามสมการ
ปรมิ าณและหนวยท่ีตอ งการ = ปริมาณและหนวยเร่ิมตน X
หนว ยวัด
4.วิธีการเทยี บหนวย
ตวั อยา ง สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ มวล 20 กรัม ความหนาแนน 1.18 กรัมตอ ลกู บาศกเซนติเมตร มี
ปริมาตรเทาใด
วธิ ที าํ
ปรมิ าตรของกรดไฮโดรคลอริก = 20 g solution X 1 cm3 solution
1.18 g solution
= 16.95 cm3
คาํ ตอบตอ งมีเลขนัยสําคญั 2 ตวั ดังนนั้ สารละลายกรดไฮโดรคลอริกมปี รมิ าตร 17 ลกู บาศก
เซนตเิ มตร
แบบฝก หดั
หนว ยวัด
แบบฝก หัด
1. จงแสดงวิธกี ารเปล่ยี นหนว ยไปเปนหนวยใหมทตี่ องการในแตล ะขอ ตอ ไปน้ี
หนว ยวัด
แบบฝก หัด
2. นํ้าบริสุทธิ์ปริมาตร 50.0 ลูกบาศกเซนติเมตร ท่ีอุณหภูมิ 20.5 องศาเซลเซียสมีมวล เทาใด เมื่อ
ความหนาแนนของน้ําที่อุณหภูมิ 20.5 องศาเซลเซียส เทากับ 0.998099 กรัม ตอลูกบาศก
เซนตเิ มตร
3. สารละลายกรดซัลฟวริกเขมขนรอยละ 24 โดยมวล มีความหนาแนน 1.2 กรัมตอ ลูกบาศก
เซนตเิ มตร ถา สารละลายกรดซลั ฟว ริก 200 ลูกบาศกเ ซนติเมตร จะมีกรดซลั ฟว ริกกก่ี รมั
4. ถาทองเหลือง 12 กรัม ตองใชทองแดง 9.0 กรัม มีตนทุนราคาของทองแดงกิโลกรัมละ 200 บาท
หากตองการทองเหลือง 300 กรมั ตองซื้อทองแดงก่ีบาท
กลับหนา หลกั
วิธีการทางวิทยาศาสตร
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร
เปน กระบวนการศกึ ษาหาความรูทางวทิ ยาศาสตร ที่มแี บบแผนข้นั ตอน โดยภาพรวม
สามารถทาํ ไดด ังน้ี
1. การสังเกต เปนจุดเริ่มตนของการไดขอมูลเกี่ยวกับส่ิงท่ีตองการศึกษา โดยอาศัย
ประสาท สัมผัสท้ัง 5 คือ การมองเห็น การฟงเสียง การไดกล่ิน การรับรส และการสัมผัส จาก
ขอมูลดังกลาวจะ นําไปสูขอสงสัยหรือตั้งเปนคําถามที่ตองการคําตอบ ดังนั้นการสังเกตจึงเปน
ทกั ษะทส่ี าํ คัญทีก่ อใหเ กิดการเรยี นรูของผูเรยี น
วิธีการทางวิทยาศาสตร
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร
2. การต้ังสมมติฐาน เปนการคาดคะเนคําตอบของคําถามหรือปญหา โดยมีพื้นฐานจาก
การสังเกต ความรู หรือประสบการณเดิม โดยท่ัวไปสมมติฐานจะเขียนในรูปของขอความที่แสดง
เหตุและ ผลทเี่ กิดขน้ึ หรืออีกนัยหน่ึงจะเปนความสัมพนั ธของตัวแปรตนและตัวแปรตาม
3. การตรวจสอบสมมติฐาน เปนกระบวนการหาคําตอบของสมมติฐาน โดยมีการ
ออกแบบ การทดลองใหมีการควบคุมปจจัยตาง ๆ ที่มีผลตอการทดลอง รวมถึงขั้นตอนการทดลอง
ท่ีชดั เจน
วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร
4. การรวบรวมขอมูลและวิเคราะหผล เปนการนําขอมูลที่ไดจากการสังเกต การ
ตรวจสอบ สมมติฐาน มารวบรวม วเิ คราะห และอธิบายขอเท็จจรงิ
5. การสรุปผล เปนการสรุปความรูหรือขอเท็จจริงที่ไดจากการตรวจสอบสมมติฐาน และ
มีการ เปรียบเทียบกบั สมมตฐิ านท่ตี ัง้ ไวกอ นหนา
วิธีการทางวทิ ยาศาสตร
การเขียนรายงานการทดลอง
หัวขอท่คี วรมีในรายงานการทดลองมดี ังน้ี
1. ชื่อการทดลอง
2. จุดประสงค
3. สมมติฐานและการกาํ หนดตัวแปร
4. อุปกรณแ ละสารเคมี
5. วธิ ีการทดลอง
6. ผลการทดลอง
7. อภิปรายและสรุปผลการทดลอง
วิธีการทางวิทยาศาสตร
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เปน ความสามารถและความชํานาญในการ
(scientific process skill) คิดเพื่อคนหา ความรูและแกไขปญหา โดยทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรประกอบดวย 14
การสังเกต การวัด ทกั ษะ คือ
การจําแนกประเภท การลงความเหน็ จาก การพยากรณ การใชจ าํ นวน
การตงั้ สมมติฐาน ขอมลู การทดลอง
การกําหนดนิยามเชิง การกาํ หนดและ การสรา งแบบจําลอง
การจัดกระทําและสอ่ื ควบคมุ ตวั แปร
ปฏิบัตกิ าร ความหมายขอ มลู การตีความหมาย
การหาความสมั พนั ธ ขอ มูลและลงขอสรุป
ของสเปซกับเวลา
วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร
จิตวทิ ยาศาสตร (scientific mind)
เปนความรูสึกนึกคิด พฤติกรรมหรือลักษณะนิสัย ท่ีเปนผลมาจากประสบการณและการ
เรียนรูซ่ึงมีอิทธิพลตอความคิด การตัดสินใจ หรือพฤติกรรมของบุคคลตอความรูหรือสิ่งท่ีมีความ
เกี่ยวของกับวิทยาศาสตร เชน ความอยากรูอยากเห็น การใชวิจารณญาณ ความใจกวาง ความ
ซ่ือสตั ย ความมงุ มั่น อดทน ความรอบคอบ การเหน็ ความสาํ คญั และคณุ คา ของวิทยาศาสตร
แบบฝก หัดทายบท
1. แปลความหมายของสัญลกั ษณแสดงความเปนอนั ตราย ในระบบ GHS ตอไปน้ี
ขอท่ี สญั ลักษณ การแปรความหมายของสัญลกั ษณ
1.1
1.2
แบบฝก หัดทายบท
1. แปลความหมายของสัญลกั ษณแสดงความเปนอนั ตราย ในระบบ GHS ตอไปนี้ (ตอ)
ขอท่ี สญั ลักษณ การแปรความหมายของสญั ลักษณ
1.3
1.4
แบบฝก หัดทายบท
1. แปลความหมายของสัญลกั ษณแสดงความเปนอนั ตราย ในระบบ GHS ตอไปนี้ (ตอ)
ขอท่ี สญั ลักษณ การแปรความหมายของสญั ลักษณ
1.5
1.6
แบบฝกหัดทา ยบท
2. เตมิ เครอื่ งหมาย หนาขอ ความท่ถี กู ตอง และเตมิ เคร่อื งหมาย หนา ขอความที่ ไมถกู ตอ ง
.......... 2.1 สามารถใชแวนสายตาทดแทนแวน นิรภยั ในการทาํ ปฏิบตั ิการเคมไี ด
.......... 2.2 ควรถอดรองเทา กอ นเขาหอ งปฏบิ ตั ิการเคมีเสมอ
.......... 2.3 การทดสอบปฏิกริ ยิ าเคมใี นหลอดทดลองไมควรหนั ปากหลอดทดลองไปทางท่ีมคี น
.......... 2.4 เมอ่ื สัมผสั บกี เกอรหรอื ภาชนะทีร่ อ น ควรใชย าสฟี นทาบริเวณท่สี ัมผสั ของรอ น
.......... 2.5 หลงั ทาํ การทดลอง ควรทาํ ความสะอาดอุปกรณและโตะใหสะอาดกอ นออกจาก หองปฏบิ ตั กิ ารเคมี
.......... 2.6 ถา ทาํ สารเคมหี กบนเครอื่ งช่งั ควรทาํ ความสะอาดทันทโี ดยไมจ าํ เปนตอ งปดเครือ่ งชงั่
.......... 2.7 การวาดกราฟแสดงความสัมพันธของขอ มลู เปนวิธหี น่งึ ในการนาํ เสนอขอมูล เพอ่ื วเิ คราะหผ ล
.......... 2.8 ควรสวมเส้ือคลมุ ปฏิบตั ิการทกุ ครง้ั ท่ีทาํ การทดลอง เพ่อื ปองกนั สารเคมีหกรด ถูกรา งกาย
.......... 2.9 เอกสารความปลอดภยั เปนเอกสารทีบ่ อกสมบตั ิ อนั ตราย และการปฐมพยาบาล ของสารเคมีแตล ะชนดิ
.......... 2.10 การหามรบั ประทานอาหารและเคร่ืองดม่ื ในหอ งปฏบิ ตั กิ ารเคมี เปน การปองกัน ไมใ หไดรบั อุบตั เิ หตจุ าก
การกลนื กินสารเคมี
แบบฝก หัดทา ยบท
3. ถา ใชอุปกรณ 3 ชนิด ตวงน้ําปรมิ าตร 15.00 มิลลลิ ติ ร แลวชัง่ ดว ยเคร่อื งชั่ง โดยแตล ะ อปุ กรณ ทําการทดลอง
ซา้ํ 5 ครงั้ ไดขอ มลู การทดลองดงั ตอไปนี้
แบบฝกหัดทายบท
หมายเหตุ ทําการตวงนา้ํ ทีอ่ ณุ หภมู ิ 30.0 องศาเซลเซียส น้าํ มคี วามหนาแนน 0.995646 กรมั ตอ มิลลิลิตร
ใหนกั เรียนเขียนกราฟความสมั พนั ธโดยแกน x เปน คร้ังที่ชง่ั และแกน y เปน มวลน้ําท่ี ชง่ั ได (g) และตอบ
คาํ ถามตอไปนี้
5.1 อปุ กรณใดมีความเทีย่ งมากทีส่ ุด
5.2 อปุ กรณใดมคี วามแมนมากทส่ี ดุ
5.3 ถา ตอ งใชอ ุปกรณใ นการทําการทดลอง เพ่อื ใหไดความถูกตอ งมากท่ีสุด ควรเลอื ก อปุ กรณใด พรอ มท้งั
ใหเ หตผุ ล
กลับหนาหลัก