เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
ชนดิ ของคาในภาษาไทย 7 ชนดิ
คานาม
คาอทุ าน คาสรรพนาม
ชนดิ
ของคา
คาสนั ธาน คากรยิ า
คาบุพบท คาวเิ ศษณ์
1. คานาม ใช้เรียกคน สตั ว์ พืช ส่ิงของ สถานที่ สภาพกริ ิยาอาการ
และความรสู้ กึ แบง่ ออกเปน็ 5 ประเภท
1.1) คานามสามญั หรือ สามานยนาม ใช้เรียกชอ่ื ทว่ั ไป
โรงเรียน ผลไม้ หนงั สอื
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
1. คานาม ใช้เรียกคน สัตว์ พชื ส่งิ ของ สถานที่ สภาพกิรยิ าอาการ
และความรสู้ กึ แบ่งออกเปน็ 5 ประเภท
1.2) คานามวสิ ามัญ หรอื วสิ ามานยนาม ใชเ้ รยี กช่ือเฉพาะ
ครูสมชาย ประเทศไทย แมน่ ้าเจา้ พระยา
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
1. คานาม ใชเ้ รยี กคน สตั ว์ พชื สงิ่ ของ สถานท่ี สภาพกริ ิยาอาการ
และความร้สู ึกแบ่งออกเปน็ 5 ประเภท
1.3) คานามบอกลักษณะ หรือ ลักษณนาม ใช้บอกลักษณะของคานาม
ถนน 1 สาย เข็มขัด 1 เส้น ปากกา 1 ดา้ ม
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
1. คานาม ใช้เรียกคน สัตว์ พชื ส่ิงของ สถานที่ สภาพกิริยาอาการ
และความรสู้ ึกแบ่งออกเป็น 5 ประเภท
1.4) คานามบอกหมวดหมู่ หรือ สมุหนาม ใชบ้ อกหมวดหมู่ของคานาม
โขลงช้าง ฝูงผง้ึ พวงองุ่น
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
1. คานาม ใชเ้ รียกคน สตั ว์ พืช ส่ิงของ สถานท่ี สภาพกริ ยิ าอาการ
และความรู้สกึ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท
1.5) คานามบอกอาการ หรอื อาการนาม เป็นคาแสดงอาการ มีคาวา่ การ ความ
นาหน้าคากรยิ า หรอื คาวเิ ศษณ์
การนอน การเรยี น การขับรถ การว่งิ
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดยี ม
1. คานาม ใช้เรียกคน สัตว์ พืช สิ่งของ สถานที่ สภาพกริ ิยาอาการ
และความรู้สกึ แบง่ ออกเป็น 5 ประเภท
1.5) คานามบอกอาการ หรือ อาการนาม เป็นคาแสดงอาการ มคี าว่า การ ความ
นาหนา้ คากริยา หรอื คาวเิ ศษณ์
ความสขุ ความรอ้ น ความเผ็ด ความแห้งแลง้
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดยี ม
หนา้ ท่ีคานาม
ประธานในประโยค กรรมในประโยค ขยายคาในประโยค
ตวั อย่าง อ่าน วรรณคดี เรื่อง ขนุ ช้างขุนแผน
ฟา้ ใส
ประธาน กรรม ขยายกรรม
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
2. คาสรรพนาม ใช้แทนคานาม แบง่ ออกเปน็ 6 ประเภท ดงั นี้
2.1) คานามแทนบคุ คล หรือ บุรษุ สรรพนาม ใช้แทนผูพ้ ูด ผฟู้ งั ผู้ทถี่ ูก
กลา่ วถึง เช่น ฉัน เธอ เขา ท่าน
บรุ ุษที่ 1 แทนผ้พู ดู ฉนั ผม หนู กระผม ดฉิ นั ขา้ พเจ้า ขา้ พระพุทธเจา้
บุรุษท่ี 2 แทนผูฟ้ ัง ท่าน คุณ เธอ แก ใตเ้ ท้า ฝ่าพระบาท พระคณุ เจา้
บุรษุ ท่ี 3 แทนผทู้ ่ีถกู กลา่ วถึง เขา พวกเขา มัน ท่าน พระองค์
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดยี ม
2. คาสรรพนาม ใช้แทนคานาม แบง่ ออกเป็น 6 ประเภท ดงั น้ี
2.2) คาสรรพนามชเี้ ฉพาะ หรอื นยิ มสรรพนาม คาที่บอกความเฉพาะ เช่น
น่ัน นี่ โน่น
นน่ั คอื รถของเขา นี่คอื ขนมของขนมฉัน โน่นคือบา้ นของฉัน
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดียม
2. คาสรรพนาม ใช้แทนคานาม แบง่ ออกเปน็ 6 ประเภท ดงั นี้
2.3) คาสรรพนามไมช่ ้เี ฉพาะ หรือ อนยิ มสรรพนาม คาท่ไี ม่เฉพาะเจาะจง
เชน่ ใด ๆ ใคร ๆ อะไร
ใคร ๆ กเ็ ลน่ น้าในฤดรู อ้ น อะไร ๆ เขาก็กินได้
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
2. คาสรรพนาม ใช้แทนคานาม แบ่งออกเปน็ 6 ประเภท ดงั น้ี
2.4) คาสรรพนามถาม หรือ ปฤจฉาสรรพนาม ใชเ้ ป็นคาถาม เช่น ใคร อะไร ไหน
เธอยากไปเทีย่ วท่ีไหน ใครจะไปพายเรอื บ้าง
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
2. คาสรรพนาม ใช้แทนคานาม แบ่งออกเปน็ 6 ประเภท ดังนี้
2.5) คาสรรพนามแยกฝา่ ย หรอื วิภาคสรรพนาม ใชแ้ ยกคานาม เชน่ บ้าง ตา่ ง กัน
เงนิ ทองทห่ี ามาได้ ฉันกใ็ ช้บ้างเก็บบา้ ง เด็ก ๆ ตา่ งคน ต่างทากจิ กรรมของตัวเอง
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
2. คาสรรพนาม ใชแ้ ทนคานาม แบ่งออกเปน็ 6 ประเภท ดังนี้
2.6) คาสรรพนามเชอ่ื ม หรือ ประพนั ธสรรพนาม เป็นคาเชอ่ื ม ได้แก่ ท่ี ซึ่ง อนั
คนที่เปน็ ผ้พู พิ ากษาต้องมคี วามยุติธรรม วาฬเป็นสตั ว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึง่ มขี นาดตัวใหญ่
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
2. คาสรรพนาม ใชแ้ ทนคานาม แบ่งออกเปน็ 6 ประเภท ดังนี้
2.6) คาสรรพนามเชอ่ื ม หรือ ประพนั ธสรรพนาม เป็นคาเชอ่ื ม ได้แก่ ท่ี ซึ่ง อนั
คนที่เปน็ ผ้พู พิ ากษาต้องมคี วามยุติธรรม วาฬเป็นสตั ว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึง่ มขี นาดตัวใหญ่
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
หน้าทค่ี าสรรพนาม
ประธานในประโยค กรรมในประโยค ขยายประธาน เช่อื มประโยค
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
3. คากริยา คือ คาที่แสดงการกระทาของคานาม หรอื คาสรรพนาม แบ่ง
ออกเปน็ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังน้ี
3.1) อกรรมกริยา คากริยาท่มี คี วามสมบูรณ์ ไม่ต้องมกี รรมมารองรับ
เดนิ หวั เราะ น่ัง
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดียม
3. คากริยา คอื คาท่แี สดงการกระทาของคานาม หรอื คาสรรพนาม แบง่
ออกเปน็ แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท ดังน้ี
3.2) สกรรมกรยิ า คากริยาท่ีต้องมีกรรมมารองรับ จึงจะไดใ้ จความสมบรู ณ์
ปรงุ อาหาร เชด็ กระจก ปลูกต้นไม้
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดยี ม
3. คากรยิ า คอื คาท่ีแสดงการกระทาของคานาม หรอื คาสรรพนาม แบ่ง
ออกเปน็ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
3.3) วิกตรรถกรยิ า คากริยาทต่ี ้องอาศยั คานาม คาสรรพนาม ขยายจึงจะมี
ความหมาย
เขาคือปู่ของฉนั เธอชอบกนิ ตม้ ยาเหมอื นฉนั
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
3. คากริยา คอื คาทแี่ สดงการกระทาของคานาม หรือคาสรรพนาม แบ่ง
ออกเปน็ แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท ดังนี้
3.4) กริยานุเคราะห์ หรือ กริยาช่วย คาท่ชี ่วยคากรยิ าอน่ื ให้มีความหมาย
ชดั เจนข้นึ
ผมจะรอ้ งเพลง พ่อกาลังทางาน
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดยี ม
4. วิเศษณ์ ทาหนา้ ท่ีขยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรือคา
วเิ ศษณด์ ว้ ยกันเอง แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดงั นี้
4.1) คาวเิ ศษณ์บอกลกั ษณะ หรือ ลกั ษณะวเิ ศษณ์บอกสี ขนาด กล่ิน รส
สมั ผัส รอ้ น เยน็ เป็นต้น
รถคนั สเี หลอื ง ดอกไมก้ ล่ินหอม บ้านหลงั ใหญ่
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดยี ม
4. วเิ ศษณ์ ทาหนา้ ท่ีขยายคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า หรือคา
วเิ ศษณ์ดว้ ยกนั เอง แบง่ ออกเป็น 10 ประเภท ดงั นี้
4.2) คาวเิ ศษณ์บอกจานวน หรือ ประมาณวเิ ศษณ์ เปน็ คาประกอบบอกจานวน
เชน่ มาก นอ้ ย ลาดบั ที่ อันดบั ที่ เปน็ ตน้
ไก่จานวนมากอยู่เลา่ ชาวบา้ นทั้งหมดเดือดรอ้ นเพราะนา้ ทว่ ม
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
4. วิเศษณ์ ทาหน้าทข่ี ยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรือคา
วิเศษณ์ด้วยกันเอง แบ่งออกเปน็ 10 ประเภท ดังน้ี
4.3) คาวเิ ศษณ์บอกเวลา หรอื กาลวเิ ศษณ์ เปน็ คาขยายบอกเวลา ท่เี กิดขนึ้ แลว้
หรอื ปัจจุบนั เช่น ก่อน หลัง เดี๋ยวนี้ ภายหลัง หรือขยายบอกเวลาวา่ เชา้
สาย บ่าย เย็น ค่า เปน็ ตน้
เขาจะไปพบเธอเวลาเย็น น้องตนื่ นอนแต่เช้า
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดยี ม
4. วเิ ศษณ์ ทาหน้าท่ีขยายคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า หรือคา
วเิ ศษณ์ดว้ ยกนั เอง แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดงั นี้
4.4) คาวิเศษณ์บอกสถานที่ หรือสถานวเิ ศษณ์ เป็นคาขยายแสดงทีอ่ ย่หู รอื
ระยะทตี่ ัง้ อยู่ เช่น เหนอื ใต้ ไกล ใกล้ เป็นตน้
บา้ นเขาอยไู่ กลมาก
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดยี ม
4. วิเศษณ์ ทาหน้าทข่ี ยายคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า หรือคา
วิเศษณด์ ้วยกนั เอง แบง่ ออกเป็น 10 ประเภท ดงั นี้
4.5) คาวิเศษณ์บอกความชี้เฉพาะ หรอื นยิ มวิเศษณ์ เป็นคาขยายบอกความ
แน่นอน เชน่ น่ี น้ี นนั่ น้ัน โนน่ โนน้ เป็นตน้
ชายคนนน้ั เปน็ ทหาร ตกึ นมี้ คี นซือ้ แล้ว
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดียม
4. วเิ ศษณ์ ทาหน้าทขี่ ยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรอื คา
วิเศษณด์ ้วยกนั เอง แบ่งออกเปน็ 10 ประเภท ดงั นี้
4.6) คาวเิ ศษณบ์ อกความไมช่ ้ีเฉพาะ หรืออนยิ มวิเศษณ์ เปน็ คาประกอบที่
แสดงความไมแ่ น่นอน เชน่ อื่น อนื่ ๆ ใด ใด ๆ อะไร อะไร ๆ เป็นตน้
เธอนง่ั ตรงไหนกไ็ ด้ คุณจะกลบั บา้ นเวลาใดกไ็ ด้
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดียม
4. วิเศษณ์ ทาหน้าที่ขยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรอื คา
วิเศษณด์ ้วยกนั เอง แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดงั นี้
4.7) คาวเิ ศษณบ์ อกคาถาม หรือปฤจฉาวเิ ศษณ์ เป็นคาทใ่ี ช้ถาม เช่น อะไร
ใคร ไหน ทาไม แตค่ าเหลา่ น้จี ะตามหลงั คานาม สรรพนาม หรอื กริยา
คนไหนช่ือน้าใส เธอชอบสีอะไรทส่ี ุด
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
4. วเิ ศษณ์ ทาหน้าทขี่ ยายคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า หรือคา
วเิ ศษณด์ ว้ ยกันเอง แบง่ ออกเปน็ 10 ประเภท ดังน้ี
4.8) คาวิเศษณ์บอกปฏเิ สธ หรือประติเษธวเิ ศษณ์ เป็นคาบอกห้าม หรือบอก
ปฏิเสธ เช่น ไม่ หาไม่ เปลา่ อย่า
เงินทองไม่ใช่ของหางา่ ย กระเป๋าใบน้ีไมใ่ ช่ของฉัน
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
4. วเิ ศษณ์ ทาหนา้ ท่ีขยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรอื คา
วเิ ศษณ์ดว้ ยกันเอง แบง่ ออกเป็น 10 ประเภท ดังน้ี
4.9) คาวิเศษณบ์ อกขานรับ หรือประตชิ ญาวิเศษณ์ เปน็ คาขานรบั หรือ
คาประกอบใชแ้ สดงการขานรบั เชน่ คะ่ ครบั จะ๊ จา๋
สวัสดีค่ะ สบายดีจ๊ะ
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
4. วเิ ศษณ์ ทาหนา้ ทขี่ ยายคานาม คาสรรพนาม คากริยา หรอื คา
วเิ ศษณด์ ้วยกนั เอง แบง่ ออกเปน็ 10 ประเภท ดังน้ี
4.10) คาวเิ ศษณเ์ ชือ่ มคาหรือความ ประพันธวิเศษณเ์ ป็นคาวเิ ศษณ์ทเ่ี ช่อื มคา
หรือประโยคให้มีความเก่ยี วขอ้ งกนั เช่น ท่ี ซง่ึ อนั เพือ่ ให้ เปน็ ต้น
พ่อปลกู ตน้ ไมเ้ พอื่ ให้มรี ่มเงาในบริเวณบ้าน
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
4. วเิ ศษณ์ ทาหนา้ ท่ขี ยายคานาม คาสรรพนาม คากรยิ า หรอื คา
วิเศษณ์ด้วยกันเอง แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังน้ี
4.10) คาวิเศษณเ์ ชื่อมคาหรือความ ประพนั ธวเิ ศษณ์เป็นคาวิเศษณ์ทเี่ ช่อื มคา
หรอื ประโยคใหม้ คี วามเกย่ี วข้องกัน เชน่ ที่ ซ่ึง อนั เพ่อื ให้ เป็นตน้
เขาสขุ ภาพแขง็ แรงมากซึ่งเป็นผลจากการออกกาลงั กายทกุ วัน
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
ขอ้ สังเกต
ประพนั ธสรรพนามและคาวิเศษณเ์ ช่อื มคาใชค้ าเหมอื นกนั เชน่
ท่ี ซง่ึ อนั จุดทีแ่ ตกต่าง คือ ประพนั ธสรรพนามจะวางไว้หลงั คานาม
และคาสรรพนาม สว่ นคาวเิ ศษณ์เชื่อมคาจะวางไว้หลังคากรยิ าและคานาม
ผู้หญิงท่ียืนอยู่ตรงนัน้ คือ นอ้ งสาวของฉนั เขาช่วยฉันทางานท่ียงั ไม่เสรจ็
ประพันธสรรพนาม คาวิเศษณเ์ ชอ่ื มคา
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
ขอ้ สงั เกต
นิยมสรรพนาม เชน่ น่นั นี้ โนน้ จะมีความคล้ายคลึงกบั คา
วิเศษณ์ ขอ้ สังเกตคือ นิยมสรรพนามจะใชแ้ ทนคานามและไมว่ างอย่หู ลงั
คานาม
น้ีคือของเธอ กระเปา๋ ใบนี้ของเธอ
(นี้ แทนสง่ิ ของทก่ี าลงั พูดถึง) (นี้ ขยายคาวา่ เส้อื )
คาสรรพนาม คาวเิ ศษณ์
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดยี ม
หน้าทคี่ าวิเศษณ์
ขยายคานาม ขยายคาสรรพนาม ขยายคากรยิ า ขยายคาวิเศษณ์
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
5. คาบุพบท คือ คาทีอ่ ย่ขู ้างหน้าคานามหรอื คาสรรพนาม ทาหน้าท่ีแสดง
ความสัมพนั ธ์กบั คานามหรอื คาสรรพนามในประโยค แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
ดงั น้ี
5.1) คาบพุ บทบอกสถานที่ ได้แกค่ าว่า ใต้ บน ริม ชิด ใกล้ ไกล ท่ี นอก ใน
แกว้ วางอยบู่ นโต๊ะ ปลาวา่ ยอยใู่ นนา้
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดียม
ขอ้ สงั เกต
คาบุพบทบอกสถานท่ี และคาวิเศษณบ์ อกสถานที่ ใช้คาเหมือนกนั
แตว่ างตาแหน่งแตกต่างกนั โดยด้านหลังของคาบุพบทจะต้องมคี านาม
หรือคาสรรพนามอยูเ่ สมอ สว่ นคาวิเศษณม์ กั จะอยดู่ ้านหลังคาทต่ี อ้ งการ
ขยาย
แม่นัง่ อยู่ขา้ งหนา้ ฉนั แม่นง่ั อยขู่ า้ งหน้า
แสดงตาแหนง่ ของแม่ ขยายคาว่า แม่
และตวั ฉัน เพือ่ บอกตาแหนง่ ท่ีตัง้
คาบพุ บท คาวเิ ศษณ์
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
5. คาบพุ บท คอื คาทีอ่ ยขู่ ้างหน้าคานามหรอื คาสรรพนาม ทาหนา้ ที่แสดง
ความสัมพันธก์ ับคานามหรือคาสรรพนามในประโยค แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท
ดังนี้
5.2) บอกความเปน็ เจา้ ของ ได้แกค่ าว่า แห่ง ของ
โทรศพั ทข์ องฉันหาย เขาทางานท่ีการรถไฟแห่งประเทศไทย
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดียม
5. คาบพุ บท คือ คาทอ่ี ยู่ข้างหนา้ คานามหรอื คาสรรพนาม ทาหน้าทแี่ สดง
ความสัมพนั ธ์กบั คานามหรือคาสรรพนามในประโยค แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
ดังน้ี
5.3) บอกความเก่ยี วข้อง ได้แก่คาว่า เพื่อ ต่อ แก่ แด่ เฉพาะ สาหรับ
เขาทาทุกอย่างเพือ่ ครอบครัว น้องมอบชอ่ ดอกไม้แด่แม่
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดียม
5. คาบพุ บท คือ คาทอ่ี ยู่ข้างหนา้ คานามหรอื คาสรรพนาม ทาหน้าท่ีแสดง
ความสมั พันธก์ ับคานามหรือคาสรรพนามในประโยค แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท
ดงั น้ี
5.4) คาบุพบทบอกเวลา ได้แกค่ าวา่ แต่ ต้ังแต่ ณ เมอ่ื จน จนกระทั่ง เชน่
เขาอ่านหนังสอื จนดึก เขาไปเทีย่ วทะเลเม่ือเช้า
เพจภาษาไทยไมจ่ ๊ักเดยี ม
5. คาบุพบท คือ คาทอี่ ยู่ข้างหน้าคานามหรือคาสรรพนาม ทาหน้าท่แี สดง
ความสัมพันธก์ ับคานามหรือคาสรรพนามในประโยค แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท
ดังน้ี
5.4) คาบุพบทบอกเวลา ไดแ้ กค่ าว่า แต่ ต้งั แต่ ณ เมือ่ จน จนกระทัง่ เช่น
น้องเข้านอนต้ังแตห่ ัวค่า เขาทางานจนกระท่งั เย็น
เพจภาษาไทยไมจ่ ั๊กเดียม
หนา้ ทีค่ าบพุ บท
ขยายคานาม ขยายคาสรรพนาม ขยายคาสรรพนาม ขยายคาวิเศษณ์
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดียม
6. คอื คาทใี่ ชเ้ ชื่อมประโยคกบั ประโยค หรือเชือ่ มคากบั คาใหม้ ี
ความสัมพนั ธก์ นั แบ่งออกเปน็ 4 ประเภท
6.1) เช่อื มความคลอ้ ยตามกันและ ทั้ง...และ ทงั้ ...ก็ คร้ัน...ก็ ครัน้ ...จงึ เมื่อ...จึง
พอ...แล้ว เช่น
เมื่อเขาทานอาหารเสรจ็ ท้งั เขาและเธอชอบทานไอศกรีม
เขาจงึ ไปนัง่ ดโู ทรทศั น์
เพจภาษาไทยไม่จั๊กเดยี ม
6. คอื คาที่ใชเ้ ชอ่ื มประโยคกับประโยค หรอื เชอ่ื มคากบั คาใหม้ ี
ความสมั พนั ธ์กนั แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท
6.2) เช่ือมความขัดแยง้ กนั เชน่ คาวา่ แต่ แตว่ า่ กว่า...ก็ ถงึ ...ก็ เปน็ ต้น เชน่
กว่าจะถึงบา้ นก็ดกึ เสียแล้ว ดาวอยากทานกว๋ ยเตย๋ี วแต่ว่า
มดอยากทานไกท่ อด
เพจภาษาไทยไม่จก๊ั เดียม
6. คือ คาทีใ่ ชเ้ ชอื่ มประโยคกบั ประโยค หรอื เชอ่ื มคากับคาใหม้ ี
ความสัมพนั ธก์ ัน แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท
6.3) เช่อื มความใหเ้ ลอื กอย่างใดอยา่ งหนงึ่ ได้แกค่ าว่า หรือ หรือไม่ ไม่...ก็ หรือไมก่ ็
ไมเ่ ชน่ นนั้ มิฉะนน้ั ...ก็ เปน็ ตน้ เชน่
เธอจะไปเท่ยี วทะเลหรอื ภเู ขา เธอคงไปซ้อื ของหรอื ไม่ก็ไปดูหนัง
เพจภาษาไทยไมจ่ ก๊ั เดียม
6. คอื คาทใ่ี ช้เช่อื มประโยคกับประโยค หรือเชือ่ มคากบั คาใหม้ ี
ความสัมพนั ธ์กัน แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท
6.4) เชอ่ื มความเป็นเหตุเป็นผลกัน ได้แกค่ าว่า เพราะ…จึง เพราะว่า ฉะนั้น...จึง
ดังน้นั เหตุเพราะ เหตวุ ่า เพราะฉะนัน้ ...จึง เป็นตน้
เขามาช้าเพราะว่าฝนตกหนกั เพราะเขามนี ้าใจทกุ ๆ คนจึงรกั เขา
เพจภาษาไทยไม่จกั๊ เดียม
เพจภาษาไทยไมจ่ กั๊ เดียม
หนา้ ท่ีคาสันธาน
เชื่อมคา เชื่อมประโยค
เพราะวันน้ที ี่บา้ นจะจดั งานวันปีใหม่
แม่จึงซอ้ื เนือ้ สตั ว์ และผักมาเยอะมาก
เชื่อมประโยค เชอ่ื มคา
7. คาอุทาน คือ คือ คาทใี่ ชแ้ สดงอารมณ์หรือความร้สู กึ ของผพู้ ดู หรือ
ผูเ้ ขยี น แบ่งออกเป็น 2ประเภท ดงั นี้
7.1) บอกอาการ แสดงอารมณ์ ความรสู้ กึ มาพร้อมกับเครอ่ื งหมาย ! (อัศเจรีย์) เสมอ
เอะ๊ ! ต้นไมใ้ ครมาวางไวท้ ่โี ต๊ะของฉัน ชยั โย! ทาได้แล้ว
เพจภาษาไทยไม่จก๊ั เดียม
7. คาอทุ าน คอื คือ คาทีใ่ ชแ้ สดงอารมณห์ รอื ความรู้สกึ ของผู้พดู หรอื
ผู้เขยี น แบ่งออกเป็น 2ประเภท ดังนี้
7.2) เสริมบท เน้นความหมายใหช้ ัดเจน และทาใหค้ าสละสลวยขึ้น
หนังสือหนังหาดี ๆ เดีย๋ วนหี้ าอา่ นงา่ ย ฉันดใี จจนมอื ไม้ส่นั ไปหมด
เพจภาษาไทยไม่จกั๊ เดียม
แสดงอารมณ์ หนา้ ที่คาอทุ าน ชว่ ยใหค้ า
ความรสู้ กึ สละสลวย
เสริมความหมาย
เพจภาษาไทยไม่จ๊ักเดียม