3. have = learn, eat
e.g. We have English on Monday. (have=learn)
She has lunch at noon. (has = eat)
- Pronunciation : intial sound [k]
- การอ่านจับใจความ
- การเขียนเรียงความ
- การใช้ภาษาในการฟัง / พูดในสถานการณต์ ่างๆ ทีเ่ กิดขน้ึ ในโรงเรยี น
- ความแตกต่างของเสียงตวั อักษรภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
- มารยาททางสังคมท่ดี ี และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การรอ้ งเพลงภาษาองั กฤษ และการเล่นเกม
- การใชภ้ าษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ทเ่ี กี่ยวข้องใกล้ตัว จากสื่อและ
แหลง่ การเรียนรตู้ ่างๆ
4.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
-
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์
- ทกั ษะการคิดอย่างสร้างสรรค์
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- มีวนิ ัย
- ใฝเ่ รียนรู้
- อยอู่ ยา่ งพอเพียง
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
กิจกรรมนำสกู่ ารเรยี น
1. ครทู บทวนคำศัพทแ์ ละรูปประโยคของบทเรียนทผ่ี ่านมา ด้วยบตั รภาพ บตั รคำ และแถบประโยค
2. ครูบอกจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วา่ นกั เรียนจะได้เรยี นรูเ้ ร่ืองการเจบ็ ปว่ ย การต้งั คำถามเพ่ือถามถงึ
อาการเจบ็ ป่วย การอ่านจับใจความ และการเขียนเรียงความ
กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. ครทู บทวนอาการปว่ ยตา่ งๆ ด้วยการใบท้ า่ ทาง แลว้ นักเรียนบอกคำศัพทใ์ ห้ตรงกบั ท่าทาง และ
ทบทวนประโยคในการถาม – ตอบอาการ และการแนะนำต่าง ๆ ดว้ ยแถบประโยค
- ให้นกั เรยี นเปดิ หนังสอื เรียน หน้า 38 ข้อ 5 Look, ask and answer. ครชู ้ีไปท่รี ูปภาพ
แล้วถามนักเรียน จากนนั้ ให้นักเรยี นทุกคนช่วยกนั ตอบ เชน่
Teacher : What’s wrong with Catherine?
Students : She has a headache.
Teacher : She should go to bed.
- นักเรยี นจับคู่กบั เพื่อนฝึกถาม – ตอบ ตามตัวอย่าง โดยเลือกภาพมา 1 ภาพ ครจู ับเวลา 5
นาที จากน้นั ครูส่มุ นักเรยี น 4-6 คู่ ออกมานำเสนอหน้าช้ันเรียน
- นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบและใหค้ ำแนะนำ โดยครูเลือกนกั เรียนออกมาแสดงอาการป่วย
หนา้ ช้ันเรียนไมซ่ ้ำกัน 5 คน คนละ 1 อาการ เชน่
Kwan : (ทำทา่ ทางปวดท้อง)
Teacher : What’s wrong with Kwan?
Students : He has a stomachache. He should go to see the
doctor.
2. อา่ นข้อความแลว้ จับคู่ในหนงั สอื เรยี น หนา้ 38 ข้อ 6 Read and match. Then listen and
check. จากนน้ั นักเรียนฝกึ อ่านออกเสยี งประโยคทลี ะประโยคดว้ ยตนเอง ครเู ปดิ CD/Track 39 2
รอบ เพื่อตรวจคำตอบ ให้นกั เรียนฝกึ ออกเสยี งตาม CD
A: How are you?
B: I’m not well
A: Oh, what’swrong?
B: I have a toothache.
A: Don’t eat anything. Then go to the dentist’s.
B: That’s a good idea.
A: Do you always clean your teeth after meals?
B: No, I don’t.
A: You should clean your teeth after meals.
นักเรียนจับคกู่ ับเพ่ือนแตง่ ประโยคบทสนทนาโดยดจู ากข้อ 6 เป็นแบบในการแต่งบทสนทนา ครสู ุ่ม
เรยี กนักเรยี น 5-6 คู่ ออกมานำเสนอบทสนทนาทแี่ ต่งขน้ึ หน้าช้ันเรียน
A : How are you?
B : I’m not well.
A : What’s wrong with you?
B : I have a toothache.
A : Do you clean your teeth after meals?
B : No, I don’t.
A : You should clean your teeth after meals.
B : Thank you.
A : Don’t eat anything. Then go to the clentist’s.
B : That’s a good idea.
3. ครูสอนการใช้ do และ does โดยปกติ do และ does จะมีความหมายว่า “ทำ” กต็ ่อเมอ่ื เปน็
คำกรยิ าแท้ แต่เม่ือ do และ does ทำหนา้ ทีเ่ ป็นคำกรยิ าช่วย Auxiliary Verb = คำกริยาทีใ่ ชก้ ับ
คำกรยิ าแทข้ องประโยคเพื่อให้รปู ประโยคสมบรู ณ์
โครงสร้างประโยค (Present Simple Tense)
ประโยคปฏิเสธ
I
You + do not + V.1 (สว่ นขยาย)
We (รูปยอ่ don’t)
They
He + does not
She (รปู ยอ่ doesn’t)
It
ประโยคคำถาม
I
Do You + V.1 (สว่ นขยาย)
We
They
Does he
she
เชน่ Does he sing a song? เขาร้องเพลงใช่ไหม
Do you have a pencil? คณุ มดี นิ สอไหม
Danny doesn’t like oranges. ฉนั ไม่ชอบส้ม
I don’t have brother. ฉนั ไมม่ ีพช่ี าย
- ครูอธิบายหลักการใช้ Do และ Does จากน้ันจดโครงสรา้ งและตวั อยา่ งลงบนกระดาน นักเรียน
จดลงสมดุ ตนเอง
4. ครทู บทวนการใช้ Present Simple Tense ใหน้ กั เรียนฟังโดยมีหลักการใช้ ดงั นี้
1. ใช้กบั เหตกุ ารณท์ ่ีเป็นความจรงิ เสมอ
2. ใช้กับการกระทำทท่ี ำบ่อยๆ จนเป็นนิสัย หรอื เป็นกจิ วัตรประจำวนั โดยจะมีคำบอกเวลา
ดังนี้
always เสมอ never ไมเ่ คย
usually ตามปกติ every day ทกุ วัน
often บอ่ ย ๆ every month ทุกเดือน
sometimes เปน็ บางครง้ั every week ทกุ สปั ดาห์
3. ใช้กับเหตกุ ารณ์หรือการกระทำที่เปน็ จรงิ ในปัจจุบนั
ประโยคบอกเล่า
I
You + V.1.
We
They
He
She + V.1 (เตมิ s, es).
It
เม่ือประธานของประโยคเป็น I, You, We, They หรือคานามพหูพจน์ คากริยาไม่ตอ้ งเติม s หรือ es
แตถ่ า้ ประธานของประโยคเป็น He, She, It หรอื คำนามเอกพจนใ์ ห้เติม s หรือ es (ยกเวน้ V. to be,
V. to have, V. to do)
กฎการเตมิ s หรือ es
1. เติม s หลงั คำนามทั่วไป เช่น
run runs
walk walks
2. ถา้ คำกรยิ าคำนั้น ลงทา้ ยด้วย o และ o อยหู่ ลงั พยญั ชนะให้เติม es เช่น
go goes
3. ถา้ คำกริยานน้ั ลงทา้ ยดว้ ย y และ y อย่หู ลงั พยัญชนะให้เปล่ียน y เปน็ I แลว้ เตมิ es
cry cries
try tries
แตถ่ า้ y อยู่หลังสระให้เตมิ s เท่านน้ั เชน่ play plays
ประโยคปฏิเสธ
I
You + do not
We (รูปย่อ don’t)
They + V.1. (สว่ นขยาย)
He + does not
She (รปู ยอ่ doesn’t)
It
เมือ่ ประธานเป็น I you we they หรอื คำนามพหพู จน์ ให้ใช้ do not (don’t + V.1 ส่วน He She
It
หรือคำนามเอกพจน์ให้ใช้ does not doesn’t + v.1 เตมิ e, es
ประโยคคำถาม
I
Do you + V.1 +?
we
they
he
Does she + V.1 +?
it
ในการถามท่ขี น้ึ ต้นด้วย Do และ Does เปน็ การถามที่ต้องการคำตอบ Yes หรือ No
Yes, I Yes, he
you do. (ใช)่ she does.
we it
they
Yes, he don’t. (ไมใ่ ช)่ No, he
she she doesn’t
it it
ตัวอย่างรูปประโยคต่าง ๆ
ประโยคบอกเล่า : She runs to the supermarket.
ประโยคปฏเิ สธ : She doesn’t run the to supermarket
ประโยคคำถาม : Does she run to the supermarket?
ขอ้ ควรจำ ในประโยคบอกเล่าจะไม่มีคำกริยาชว่ ย แต่เมอื่ เป็นประโยคคำถามหรือปฏเิ สธ
จะต้องมี V. to do เข้ามาชว่ ย จากนัน้ ใหน้ กั เรยี นจดโครงสร้างประโยคของ
Present Simple Tense และ ตวั อย่างลงในสมดุ ของตนเอง
5. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลุ่มๆ ละ 5-6 คน ครแู จกกระดาษ A4 ให้กลุ่มละ 1 แผน่ เพ่ือแปลบทความ
ในหนงั สือ หน้า 39 ข้อ 7 Read and choose the answers. เป็นภาษาไทย พร้อมกบั ตกแตง่ ให้
สวยงาม ครเู รียกนักเรียนเพื่ออา่ นและแปลบทความ 1 ประโยคตอ่ 1 คน จนครบ จากนั้นนักเรียน
เลือกคำตอบให้ถูกต้อง แลว้ ครูเฉลยคำตอบใหน้ กั เรยี นฟงั
1. Carl’s healthy diet and habits
2. vegetables and ruits
3. sandwiches
4. always
5. nine
6. ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น เขียนเกย่ี วกบั สขุ นสิ ยั (Healthy habits) โดยดูรูปแบบ
ในการเขียนจากหนังสอื เรยี น หน้า 39 ข้อ 8 Write about your habits. Use the reading as a
model. และใช้บทความในข้อ 7 เปน็ แบบอยา่ งพร้อมกบั ตกแต่งให้สวยงาม ครคู ัดเลือกผลงานของ
นักเรยี น 8-10 คน หรือของนักเรียนทง้ั หมด มาตดิ บอร์ดหนา้ ห้องเรียน
7. ครสู อนการออกเสยี ง / T / ซ่ึงเทียบกับเสียง “ท” ในภาษาไทย ครูยกตัวอยา่ งคำท่ีออกเสียง / T / 1
คำ คอื Teeth (ครูเน้นเสียง / T / ครหู ยบิ บัตรคำต่อไปนช้ี ูขึน้ ทลี ะใบ พรอ้ มกบั ออกเสยี งคำ ให้
นกั เรยี นออกเสยี งตาม)
text toast tick tomato to take
ครชู ูบัตรคำ 1 ใบ และสุ่มนกั เรียน 1 คน อ่านบตั รคำนั้น ครูสลับบตั รคำ และผลดั เปล่ยี นนักเรยี น
จนครบทุกคน
8. นกั เรียนรวบรวมคำศัพทท์ เ่ี รยี นมาทั้งหมดใน Unit 3 เขียนลงในสมดุ คำศัพท์ Your word book
ทีน่ กั เรยี นได้ประดิษฐ์ข้ึนมา พรอ้ มวาดภาพคำศัพท์ หรอื หาภาพมาตัดปะ เพื่อดปู ระกอบการท่อง
คำศัพทน์ ้ัน เม่ือทุกคนทำเสร็จแล้วให้นำมาให้ครดู ู เพอ่ื ตรวจความถูกตอ้ งของคำศัพท์
กจิ กรรมรวบยอด
1. ครูถามนักเรียนวา่ Who likes ..? (ใครชอบ) แลว้ Who doesn’t like…..? ใครไม่ชอบ นกั เรียนยก
มือขน้ึ ถา้ เหน็ ดว้ ยกบั คำถาม ครชู แู ถบประโยคและติดบนกระดาน เชน่
1. Who likes cleaning the teeth?
2. Who likes doing exercise?
3. Who likes eating vegetable?
4. Who doesn’t like having a shower?
5. Who doesn’t like watching TV?
จากน้ันใหน้ กั เรยี นเขยี นประโยค I like….. (ฉันชอบ) และ I don’t like (ฉนั ไม่ชอบ) และการตอบให้
ไดด้ จู ากคำถามเปน็ หลัก
ตัวอย่าง
• I like eating fruit, cleaning the teeth, drinking water and getting up late.
• I don’t like doing exercise, eating vegetable, watching TV, playing game
computer and going to bed before 9 pm.
ครสู ุ่มนักเรยี น 3-4 คน ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
จากน้ันให้นกั เรียนสรุปของแต่ละคนว่า ชอบหรอื ไมช่ อบอะไร โดยใชร้ ปู ประโยคดงั น้ี นักเรียนจด
ลงสมดุ ของตนเอง และสง่ ครู
ช่ือ + likes + สิง่ ท่ชี อบ
(ประธาน) doesn’t like + สง่ิ ท่ไี มช่ อบ
2. ครใู หน้ กั เรียนทำใบงาน
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น Smile ป. 5
2. แบบฝึกหัด Smile ป. 5
3. Audio CD Smile ป. 5
4. บตั รภาพ บัตรคำ และแถบประโยค
5. เกมเสนอแนะ (Suggestion Game)
6. เกมใบค้ ำ
7. เกม Healthy Habits
9. การวดั และประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจชิน้ งาน/ใบงาน ชิน้ งาน/ใบงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล รายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
สังเกตการใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันในการ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ทำงาน
Worksheet : Unit 3 Healthy habits
Name…………………………………………..……………………………………………………………………………….class……….……..No…………....
Nickname…………………………………. Date…………………………………… Teacher………………………………………….
( วิชาภาษาอังกฤษ อ 15101 ) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
Read and complete the paragraph.
Hello, I’m Peter. I am _______ years old. My father is a ________.
My mother is a _________. I usually _________ at
six o’clock every morning. I drink cola every day. I sometimes eat
_________ and ___________. I don’t like to eat ____________ .
Today, I have a ____________ so I go to see the _________.
The doctor tells me that I shouldn’t eat a lot and shouldn’t
drink___________
What’s wrong
with Peter?
Excellent …………………………………… Fair
……………
Good
แบบประเมินทกั ษะทางภาษา
วิชา ………………………………….………...........................….. ช้ัน …………………………………...………..
Lesson ………………………………………………..………….. กจิ กรรม ……………………..………………
คาชีแ้ จง : ใหค้ รูผสู้ อน สังเกตการใชท้ กั ษะทางภาษาในขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยเขียนระดบั คะแนน
ลงในตาราง ให้ตรงกบั ความสามารถของผเู้ รียน
เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง
เลขที่ ชื่อ-สกลุ พูดสนทนาเ ี่กยวกับ ิวชา ี่ทเ ีรยน ิกจวัตร ่ีท สรุปผล
โรงเ ีรยน และวิ ีธการเ ิดนทางไปโรงเ ีรยน การประเมนิ
ออกเ ีสยง สะกดคา และบอกความหมาย
คาศัพท์เ ่ีกยวกับวิชา ่ีทเ ีรยน และยานพาหนะ รวม
่ีทใช้ในการเ ิดนทาง คะแนน
พูด / เ ีขยนประโยคด้วย Present Simple
Tense ได้ รวม ้ทังสามารถใช้ Question ผา่ น ไม่ผา่ น
Words กับประโยคคาถาม
อ่านจับใจความได้
เขียนเ ีรยงความง่ายๆ เ ่ีกยวกับตนเอง และ
ิกจวัตรประจาวันได้
ลงช่ือ ..................................................................... ผู้ประเมนิ
การประเมิน : นกั เรียนที่ไดค้ ะแนน 10 คะแนนข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน (คะแนนเตม็ 20)
แบบประเมินชิ้นงาน
คาชีแ้ จง: ใหค้ รูผสู้ อน ตรวจชิ้นงานของนกั เรียน โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตาราง ใหต้ รงกบั
ความสามารถของผเู้ รียน
เกณฑ์การให้คะแนน 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ตอ้ งปรับปรุง
เลขท่ี ชื่อ-สกลุ การนาเสนอผลงาน (ในภาพรวม) รวม สรุปผล
การเต ีรยมความพ ้รอมก่อนนาเสนอ คะแนน การประเมนิ
(ห ืรอความสามัคคีในการทางาน)
ความถูกต้องของ ิ้ชนงาน ผา่ น ไม่ผา่ น
ความเ ีรยบ ้รอยสวยงาม
ความคิด ิรเ ิ่รมส ้รางสรรค์
ลงชื่อ ..................................................................... ผ้ปู ระเมิน
การประเมิน: นกั เรียนท่ีไดค้ ะแนน 10 คะแนนข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน (คะแนนเตม็ 20)
ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ด้าน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน ในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องว่าง
ใหต้ รงกบั ระดบั คะแนน และตามความเป็นจริง โดยมีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี
4 = พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนมาก และบ่อยคร้ัง สม่าเสมอ
3 = พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและสม่าเสมอ
2 = พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยคร้ัง
1 = พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิบางคร้ัง
คณุ ลกั ษณะอนั รายการประเมิน ระดบั คะแนน
พงึ ประสงค์ด้าน 4 32 1
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรัก และภูมิใจในความเป็นชาติ
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมของศาสนา
1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีตอ่ สถาบนั พระมหากษตั ริย์
2. ซื่อสัตย์สุจริต 2.1 ปฏิบตั ิตามระเบียบการสอน และไมล่ อกการบา้ น
2.2 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ตนเอง
2.3 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงต่อผอู้ ่ืน
3. มีวนิ ยั 3.1 เขา้ เรียนตรงเวลา
3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
3.3 ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของหอ้ ง
4. ใฝ่ เรียนรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
4.2 มีการจดบนั ทึกความรู้อยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรุปความรู้ไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล
5. อยู่อย่าง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและส่ิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่
5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงิน
6. ม่งุ มัน่ ในการ 6.1 มีความต้งั ใจ และพยายามในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ อ่ อุปสรรค เพ่ือให้งานสาเร็จ
7. รักความเป็ น 7.1 มีจิตสานึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย
ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จกั การใหเ้ พ่อื ส่วนรวม และเพ่อื ผอู้ ่ืน
8.2 แสดงออกถึงการมีน้าใจหรือการใหค้ วามช่วยเหลือผอู้ ื่น
8.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมบาเพญ็ ตนเพ่อื ส่วนรวมเม่ือมีโอกาส
บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1.1 นกั เรยี นจำนวน..................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นร.ู้ .....................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ .................คน คิดเปน็ ร้อยละ..................
นักเรียนนไี่ มผ่ ่าน มีดงั น้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
สรปุ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1.2 นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K) รักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพยี ง
.......................................................................................... ซ่ือสัตย์สุจรติ มุง่ มน่ั ในการทำงาน
.......................................................................................... มวี ินยั รกั ความเป็นไทย
.......................................................................................... ใฝ่เรยี นรู้ มจี ติ เปน็ สาธารณะ
1.3 นักเรียนมคี วามรเู้ กดิ ทักษะ (P)
.......................................................................................... สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
..........................................................................................
.......................................................................................... การสอ่ื สาร
1.4 นักเรียนมเี จตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A) การคิด
.......................................................................................... การแกป้ ญั หา
.......................................................................................... การใชท้ กั ษะชวี ิต
......................................................................................... การใชเ้ ทคโนโลยี
2. ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. ขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงช่ือ....................................................
(นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกลา้ )
ตำแหนง่ ครู คศ.1 โรงเรยี นวัดชนิ วราราม(เจรญิ ผลวิทยาเวศม์)
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูข้ อง นางสาวเพ็ญพักตร์ แสงกล้า แล้วมีความเหน็ ดงั นี้
1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2.การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4.ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... .....................
ลงช่อื .........................................................
( นางฉัฐอติพา แชม่ ชมดาว )
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดชินวราราม(เจริญผลวทิ ยาเวศม)์
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 5 รหสั วชิ า อ 15101
สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ภาคเรียนที่ 1
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลา ......... ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรื่อง Healthy habits เวลา ........... ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 5 เรื่อง Healthy habits
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัดช้นั ปี
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องทฟ่ี ังและอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็
อย่างมีเหตผุ ล
ตวั ช้ีวดั 2. อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนส้ันๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. ระบ/ุ วาดภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือเครือ่ งหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสนั้ ๆ
ทฟี่ งั หรืออา่ น
4. บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา และนิทานง่ายๆ หรือเร่อื ง
ส้ันๆ
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคิดเหน็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ
ตัวชี้วดั 2. ใช้คำสัง่ คำขอร้อง คำขออนญุ าต และให้คำแนะนำง่ายๆ
4. พูด/เขียน เพ่ือขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ วั
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งต่างๆ โดยการพดู และ
การเขยี น
ตัวช้วี ดั 1. พดู /เขียนใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตวั
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตวั ชว้ี ดั 3. เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
ตัวชีว้ ดั 1. บอกความเหมือน/ความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใช้
เครือ่ งหมายวรรคตอน และการลำดับคำ (Order) ตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย
สาระที่ 4 ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
ตวั ช้วี ัด 1. ฟัง พูด และอา่ น/เขียน ในสถานการณ์ท่เี กดิ ขึน้ ในห้องเรยี น และสถานศกึ ษา
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ยี นเรียนรู้กับสังคมโลก
ตัวชี้วดั 1. ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ
2. สาระสำคัญ
การเรียนรู้คำศัพท์เกย่ี วกบั อาการปว่ ยไข้ต่าง ๆ บทสนทนาถาม – ตอบ เกย่ี วกับอาการป่วยไข้การให้คำ
เสนอแนะ (Suggestion) Present Simple Tense กรยิ า have ออกเส่ียงคำท่ีข้นึ ตน้ ด้วยพยัญชนะ t การอ่าน
จบั ใจความ และการเขยี นเรียงความ เปน็ การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษเพื่อนำไปใชส้ ื่อสารในชีวติ ประจำวัน
3. ตัวช้ีวดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- พุดถาม-ตอบสนทนาถึงอาการปว่ ยไข้ได้
- พูดและเขยี นคำศัพท์ถงึ อาการปว่ ยไข้ได้
- พดู และเขา้ ใจความหมายของคำศัพทแ์ ละประโยคตา่ งๆ ในบทน้ีได้
- ใชป้ ระโยคให้คำเสนอแนะได้
- อา่ นจบั ใจความได้
- เขยี นบรรยายสุขนสิ ัยในการบริโภคอาหารได้
- เลน่ เกมและร้องเพลงทางภาษาตามทก่ี ำหนดได้
- ออกเสียงคำท่ีข้ึนตน้ ดว้ ยพยัญชนะ t ได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- บทสนทนาท่ใี ชใ้ นการถาม-ตอบเกยี่ วกับอาการป่วยไข้ต่าง ๆ
e.g. A : What’ s wrong with Molly?
B : She has a headache.
- คำศัพทเ์ ก่ยี วกับอาการปว่ ยไข้ต่าง ๆ
- Grammar : 1. Present Simple Tense
e.g. She always goes to the Mall.
We play football every day.
2. Suggestion
e.g. You should exercise.
You shoulden’t eat fast food.
3. have = learn, eat
e.g. We have English on Monday. (have=learn)
She has lunch at noon. (has = eat)
- Pronunciation : intial sound [k]
- การอ่านจับใจความ
- การเขียนเรียงความ
- การใช้ภาษาในการฟัง / พูดในสถานการณต์ า่ งๆ ท่เี กดิ ขึ้นในโรงเรยี น
- ความแตกต่างของเสียงตวั อักษรภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
- มารยาททางสงั คมทด่ี ี และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
- กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การรอ้ งเพลงภาษาอังกฤษ และการเล่นเกม
- การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ทเ่ี ก่ยี วข้องใกล้ตัว จากสอื่ และ
แหล่งการเรยี นรู้ตา่ งๆ
4.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่
-
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการคิดวิเคราะห์
- ทักษะการคิดอยา่ งสร้างสรรค์
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ยั
- ใฝเ่ รยี นรู้
- อยอู่ ย่างพอเพียง
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
กิจกรรมนำสู่การเรียน
1. นกั เรยี นทบทวนคำศัพท์และรูปประโยคของ Lesson 1 กบั Lesson 2 ดว้ ยบัตรคำ บตั รภาพ และ
แถบประโยค
2. ครแู บง่ นักเรยี นออกเป็น 6 กลมุ่ ครูแจกกระดาษ สำหรบั ทำแผนผงั ความคดิ แก่นักเรียนแตล่ ะกลมุ่
Breakfast = กลมุ่ ที่ 1 และกลมุ่ ท่ี 4
Lunch = กลุม่ ท่ี 2 และกล่มุ ที่ 5
Dinner = กลุม่ ท่ี 3 และกลุ่มท่ี 6
สมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันคิดมอ้ื อาหารว่าจะต้องทานอะไรบา้ ง ครูนำผลงานนักเรยี นมาตดิ บน
กระดานพร้อมกับนำเสนอผลงานของนกั เรยี นทุกกลุ่ม
3. ครใู หเ้ ลน่ เกมใบค้ ำ โดยครทู ำทา่ ทางปว่ ย ใหน้ ักเรียนช่วยกันเดาว่าครทู ำท่าทางอะไร จากนั้นให้
นักเรยี นชว่ ยกนั หาคำ สำหรบั อาการป่วยนั้น
Teacher : ครูทำทา่ ทาง “ปวดหัว”
Chanchao : You have a headache.
Teacher : Yes.
Riam : You should go to see the doctor.
Kwan : You should’t play computer game.
Manee : You should have a medicine.
4. ครบู อกนักเรยี นวา่ ในบทเรียนนี้จะเปน็ การทบทวนเกีย่ วกับรูปประโยคทใ่ี ช้ V. to do นอกจากนั้นยงั
ได้ทำโครงงานเกี่ยวกับการรณรงคใ์ หร้ ักษส์ ุขภาพ ร้องเพลงเกี่ยวกับอาหาร และ Healthy Habit.
กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. นักเรียนเปิดหนังสอื เรยี น หนา้ 40 ข้อ 1 Find someone who…..ให้นกั เรียนเดินถามเพ่ือนในห้อง
เปน็ ภาษาไทย วา่ ใครชอบ / ไม่ชอบ หรอื ทานอะไรเปน็ อาหารเชา้ เชน่
1. Do you like pizza?
2. Do you have toast and eggs for breafast?
3. Do you like sweets?
4. Don’t you like vegetables?
5. Do you like watermelon?
ครจู บั เวลา 5 นาที ให้นกั เรียนหาเพอื่ นให้ครบทุก 1 ข้อ ต่อ 1 ชื่อ แล้วใสช่ อื่ เพ่ือนในชอ่ งวา่ ง จากนนั้
ให้นักเรยี นออกมานำเสนอหน้าช้นั เรียนทุกคน เชน่
Likes pizza Name
Has toast and eggs for breakfast fah
Likes eating sweets Tang
Doesn’t like vegetables Kate
Likes watermelon Thang
• Fah likes pizza. Thong
• Tang has toast and eggs for breakfast.
• Kate likes eating sweets.
• Thong desn’t like vegetables.
• Jim likes watermelom.
2. นักเรยี นช่วยกนั ตอบคำถาม Peter ใน หน้า 40 ขอ้ 2 Answer Peter’s questions.
Peter You
Hello. Hello.
Do you like doing exercise? Yes, I do.
Is it difficult or easy for you? It is easy for me.
Can you run fast? No, I can’t.
What is your favourite sport? My favourite sport is table tennis.
นกั เรียนจบั คู่กบั เพ่ือนฝึกสนทนาโต้ตอบกัน ครูสุม่ นักเรียน 4-5 คน ออกมาสนทนาโต้ตอบกนั
หน้าชนั้ เรยี น
3. ครอู า่ นคำถามทเ่ี กี่ยวกับสุขภาพทีละคำถาม นกั เรยี นขดี √ ลงในชอ่ ง always ถา้ นกั เรียนทำ
พฤติกรรมนนั้ บ่อยๆ หรอื sometimes ถ้านกั เรยี นทำพฤติกรรมนน้ั บา้ งเป็นบางครัง้ หรือ never
นกั เรยี นไม่เคยทำพฤติกรรมน้ัน จากนั้นครูใหน้ กั เรียนตรวจสอบคะแนน และรวมคะแนนออกมาว่าอยู่
ในเกณฑใ์ ด
คำถามข้อที่ คะแนน
1 – 6 always = 2 sometimes = 1 never = 0
never = 2
7 – 10 always = 0 sometimes = 1
ผลวเิ คราะหค์ ะแนนทไี่ ด้
14 – 20 คณุ เป็นคนทด่ี ูแลสุขภาพ
8 – 13 ลองหาพฤตกิ รรมสุขภาพแบบใหม่
0 – 7 ออกกำลงั กายและทานอาหารทีม่ ปี ระโยชน์
4. ให้นกั เรยี นดูหนังสือเรยี น หน้า 41 ข้อ 3 Make questions about healthy habits. ให้
นกั เรียนสร้างคำถามเกี่ยวกับสขุ นิสยั โดยจบั คู่คำและขอ้ ความทีใ่ ห้มาสร้างเป็นประโยคท่เี หมาะสม ครู
ถามนักเรยี นทลี ะคน และใหน้ ักเรยี นบอกประโยคคำถามที่สมบูรณ์แล้วแก่ครู คนละ 1 ประโยค ไมซ่ ้ำ
กัน
Do you Listen doing exercise ?
Eat eight hours at night
Eat lots of computer gfames
Drink a shower in the morning
Like to music
Sleep your teeth every night
Have to the places near your house
Clean a lot of fruits
Walk cola
Watch a lo9t of television
Play
จากนั้นใหน้ กั เรียนสร้างแบบสอบถาม โดยดคู ำถามจากขอ้ ความขา้ งตน้ เปฯ็ แวนทางการเขียน แล้ว
นำแบบสอบถามน้ันไปถามเพ่ือน 1 คนในห้องเรยี น
กิจกรรมรวบยอด
1. ครูสมุ่ แจกบัตรคำให้กบั นักเรยี น 13 คน คนละ 1 ใบ ท้ัง 13 คน อา่ นออกเสยี งคำตามบัตรคำท่ีได้
ครูตดิ บตั รภาพทั้ง 13 ภาพ บนกระดาน แล้วนักเรยี นทถี่ ือบัตรคำนัน้ ๆ ดภู าพแลว้ นำมาติดใตภ้ าพ
ให้ถูกต้อง นกั เรียนทเี่ หลือช่วยเพ่อื นท่ถี ือบตั รคำจบั คูภ่ าพใหถ้ ูกต้อง
Vegetable ผกั strawberr สตรอวเ์ บอรร์ ่ี
y
Sandwich แซนวิช Ice-cream ไอศกรมี
cake เคก้ cendy ลกู อม
grape องนุ่ lollipop อมยิม้
bread ขนมปังแถว แฮมเบอเกอร์
hamourge
r